<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>FTA &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/fta/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 13 Oct 2026 10:33:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>FTA &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จับตาอนุสัญญา &#8216;UPOV 1991&#8217; ยกระดับพันธุ์พืช หรือ &#8216;ฝันร้าย&#8217; เกษตรกรไทย?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/10/upov1991/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Oct 2026 10:31:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[biothai]]></category>
		<category><![CDATA[Farming]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[FTA]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[upov]]></category>
		<category><![CDATA[UPOV1991]]></category>
		<category><![CDATA[WTO]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คัดร้านUPOV1991]]></category>
		<category><![CDATA[ปรกชล อู๋ทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผูกขาดพันธุ์พืช]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์พืช]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิชีวิถี]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โจรสลัดชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44852</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายวันมานี้ มีเสียงสะท้อนมาจากหลายภาคส่วนในเรื่องของ &#8216;UPOV 1991&#8242; หรือ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ที่ปรับปรุงล่าสุด ค.ศ. 1991 ภายหลังการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (FTA ไทย – EU) ในประเด็นเรื่องการปรับแก้กฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ให้เป็นไปตามอนุสัญญา UPOV1991 โดยนักปรับปรุงพันธุ์พืชจะได้รับสิทธิบัตรถือครองพันธุ์พืชใหม่ ภายใต้การคัดค้านจากหลายภาคส่วน ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้ลงนามรับรองอนุสัญญานี้ และต้องศึกษาข้อดี-ข้อเสีย พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน “UPOV” คืออะไร ข้อมูลจาก กลุ่มวิจัยการคุ้มครองพันธุ์พืช สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช อธิบายว่า UPOV (International Union for the Protection of New Varieties of Plants) เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ตั้งอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งเมื่อปี 1961 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดย อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ต่อมาได้ทำการปรับปรุงเมื่อปี 1972 1978 และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/upov1991/">จับตาอนุสัญญา &#8216;UPOV 1991&#8217; ยกระดับพันธุ์พืช หรือ &#8216;ฝันร้าย&#8217; เกษตรกรไทย?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หลายวันมานี้ มีเสียงสะท้อนมาจากหลายภาคส่วนในเรื่องของ &#8216;</strong><strong>UPOV 1991&#8242; หรือ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ที่ปรับปรุงล่าสุด ค.ศ. 1991 ภายหลังการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (FTA ไทย – EU) ในประเด็นเรื่องการปรับแก้กฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ให้เป็นไปตามอนุสัญญา UPOV1991 โดยนักปรับปรุงพันธุ์พืชจะได้รับสิทธิบัตรถือครองพันธุ์พืชใหม่ ภายใต้การคัดค้านจากหลายภาคส่วน ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้ลงนามรับรองอนุสัญญานี้ และต้องศึกษาข้อดี-ข้อเสีย พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน</strong></p>
<p><span id="more-44852"></span></p>
<p><strong>“</strong><strong>UPOV” คืออะไร </strong></p>
<p>ข้อมูลจาก <strong>กลุ่มวิจัยการคุ้มครองพันธุ์พืช สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช</strong> อธิบายว่า UPOV (International Union for the Protection of New Varieties of Plants) เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ตั้งอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งเมื่อปี 1961 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดย อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ต่อมาได้ทำการปรับปรุงเมื่อปี 1972 1978 และ 1991</p>
<p>UPOV เป็นองค์กรที่ผลักดันด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช ด้วยการให้การรับรองสิทธิแก่นักปรับปรุงพันธุ์พืช โดยการ<strong>ให้สิทธิทางทรัพย์สินทางปัญญา กับนักปรับปรุงพันธุ์พืชที่มีพืชพันธุ์ใหม่</strong> <strong>เมื่อพันธุ์ได้รับการคุ้มครอง หากจะทำการผลิตพันธุ์เหล่านี้เพื่อการค้า จะต้องได้รับการอนุญาตจากนักปรับปรุงพันธุ์พืช</strong> สิทธินักปรับปรุงพันธุ์พืช (The Plant breeder’s Rights &#8211; PBR) ออกให้โดยแต่ละประเทศสมาชิก</p>
<p>ปัจจุบัน UPOV มีสมาชิก 80 ประเทศ/องค์กร โดยจากการนำระบบการคุ้มครองพันธุ์พืชของ UPOV ไปใช้กับสมาชิกของ UPOV พบว่า มีความสัมพันธ์ ดังนี้</p>
<p>1. มีกิจกรรมการปรับปรุงพันธุ์พืชมากขึ้น</p>
<p>2. มีพันธุ์พืชที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ให้เลือกใช้มากขึ้น</p>
<p>3. มีจำนวนพันธุ์พืชใหม่ๆ มากขึ้น</p>
<p>4. นักปรับปรุงพันธุ์พืชมีความหลากหลายมากขึ้น (นักวิจัยพันธุ์พืชเอกชน นักวิจัยทดลอง)</p>
<p>5. จากการที่มีจำนวนพันธุ์พืชจากต่างประเทศมากขึ้น จึงเกิดการผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ๆ</p>
<p>6. มีความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดกับต่างประเทศมากขึ้น</p>
<p>7. การเข้าถึงพันธุ์พืชต่างประเทศเพิ่มขึ้น ยกระดับการปรับปรุงพันธุ์พืชในประเทศ</p>
<p>ขณะที่สถานะปัจจุบันของรัฐบาลไทย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังไม่ได้มีการเข้าร่วมในอนุสัญญาฉบับดังกล่าว และอยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน ผ่านการเปิดเวทีหารือร่วมกับทุกภาคส่วน โดยจะให้ความสำคัญในการ​ปกป้อง​เกษตรกรไทยไม่ให้กระทบต่อสิทธิหรือถูกเอาเปรียบอย่างแน่นอน</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a"></div>
<p><strong>UPOV 1991 จำเป็น ?  หรือสร้าง &#8216;โจรสลัดชีวภาพ&#8217; </strong></p>
<p><strong>คุณปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี </strong>ให้ความเห็นผ่านบทสัมภาษณ์ของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน  (FTA Watch)  ว่า ภายใต้ข้อเสนอของอียู ในการเจรจา FTA ครั้งนี้ อียูเสนอให้ประเทศไทย มีการปรับแก้กฎหมายให้เป็นไปตาม UPOV ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่คุ้มครองพันธุ์พืชใหม่โดยการให้สิทธิผูกขาดแก้นักปรับปรุงพันธุ์</p>
<p><em>“หากเราปรับแก้กฎหมาย ให้เป็นไปตาม UPOV1991 เราจะต้องตัดในเรื่องของสิทธิเกษตรกรออก จากสิทธิพื้นฐานจะกลายเป็นสิ่งที่รัฐต้องยกเว้นให้ โดย UPOV จะบังคับให้คุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ทุกชนิด นักปรับปรุงพันธุ์จะเป็นเพียงแค่ผู้ค้นพบและพัฒนา ซึ่งสุ่มเสี่ยงมากที่ค้นพบ หยิบมันออกมาเพื่อพัฒนาเล็กน้อย จดเป็นพันธุ์พืชใหม่ได้ นี่คือสิ่งที่เรากลัวว่าจะทำให้เกิด “โจรสลัดชีวภาพ” ซึ่งพันธุ์พืชใหม่ภายใต้ UPOV ไม่ต้องแจ้งแหล่งที่มาและแบ่งปันผลประโยชน์ ขณะที่ ปัจจุบันเกษตรกรายย่อยเวลาไปซื้อเมล็ดพันธุ์ ปลูกเสร็จสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไปปลูกต่อในฤดูกาลต่อไปได้ แต่ภายใต้ UPOV1991 สิ่งเหล่านี้ทำไมได้”</em></p>
<figure id="attachment_44955" aria-describedby="caption-attachment-44955" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-44955 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Upov1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-44955" class="wp-caption-text">Photo : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong>ราคาเมล็ดพันธุ์พุ่ง </strong><strong>2-6 เท่า </strong></p>
<p>จากรายงานผลกระทบจากหลายประเทศ พบว่า เมล็ดพันธุ์จะแพงขึ้น 2-6 เท่า <strong>ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี </strong>ยกตัวอย่างว่า  หากเพื่อนบ้านปลูกข้าวที่ได้รับความคุ้มครองแบบใหม่ แล้วเกสรปลิวมาตกที่นาเรา แล้วเราไม่รู้ เก็บพันธุ์ไปปลูกต่อและขยายไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่าเป็นพันธุ์กลาย แต่มาเจอทีหลังว่าพันธุ์ที่กลายมานั้น ติดเอาลักษณะเด่นที่ติดสิทธิบัตรมาด้วย กรณีนี้จะถูกฟ้อง หากเราไม่รู้ เราขายข้าวสาร คนที่ซื้อข้าวสารไปอาจนำไปทำสุรา ผู้ผลิตสุราชุมชนอาจถูกฟ้องร้องได้เพราะซื้อของที่ผิดกฎหมายมา</p>
<p><strong>แล้วหากเราไม่รับ</strong> <strong>UPOV จะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ ? </strong></p>
<p>“บอกเลยว่าไม่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมาก คือ การเจรจาที่จบไปของสหภาพยุโรปและอินเดีย รัฐบาลอินเดียต่อรองจนกระทั่งเอาคำว่า UPOV1991 ออกไปจากโต๊ะเจรจาได้ และคงการคุ้มครองพันธุ์พืชให้เป็นไปตามข้อตกลง TRIPs (Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights) หรือ ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งเราคาดหวังว่า คณะเจรจาของไทยจะสามารถทำได้อย่างนั้นเช่นกัน” <strong>คุณปรกชล </strong>กล่าวสรุป</p>
<p><strong>การพัฒนาเกษตรกรรม ไม่จำเป็นต้องผูกขาดพันธุ์พืช       </strong></p>
<p>ข้อมูลจาก<strong> มูลนิธิชีววิถี </strong>(BioThai) อธิบายว่า ไทยไม่จำเป็นต้องเข้า UPOV 1991 เพราะการพัฒนาเกษตรกรรมไม่จำเป็นต้องเดินตามกติกาผูกขาดพันธุ์พืช โดยข้อมูล FAO ปี 2025 เปิดเผยข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า ใน 20 ประเทศที่มีจำนวนฟาร์มเกษตรมากที่สุดในโลก มีถึง 14 ประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วม UPOV 1991 โดยมีจำนวนฟาร์มรวมกันคิดเป็น 86.1% ของฟาร์มทั้งหมดใน 20 ประเทศนี้</p>
<p>ประเทศเหล่านี้รวมถึง อินเดีย จีน อินโดนีเซีย ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นประเทศเกษตรกรรมสำคัญของโลก โดยเฉพาะ <strong>“อินเดีย”</strong> ซึ่งมีฟาร์มมากที่สุดในโลกถึง 167.71 ล้านฟาร์ม ไม่ได้เป็นสมาชิก UPOV ส่วนจีนซึ่งมีฟาร์ม 149.49 ล้านฟาร์ม ยังคงเป็นสมาชิกภายใต้อนุสัญญาฉบับปี 1978</p>
<p>ข้อเท็จจริงนี้สะท้อนว่า ประเทศต่างๆ สามารถพัฒนาภาคเกษตรและระบบพันธุ์พืชของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าร่วม UPOV 1991</p>
<p>ประเทศไทยมีกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ที่คุ้มครองสิทธินักปรับปรุงพันธุ์ ควบคู่กับสิทธิเกษตรกรและการคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมของประเทศอยู่แล้ว การเข้า UPOV 1991 จะทำให้ไทยต้องปรับเปลี่ยนกฎหมายหลายประการ โดยเฉพาะข้อจำกัดต่อการเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไว้ปลูกต่อ และการขยายขอบเขตสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์</p>
<p><em><strong>ทำไมไทยต้องยอมเปลี่ยนกฎหมายเพื่อเข้า </strong><strong>UPOV 1991 ทั้งที่ประเทศเกษตรกรรมสำคัญจำนวนมากเลือกใช้ระบบกฎหมายของตนเอง?</strong></em></p>
<p>การพัฒนาพันธุ์พืชไทยต้องอาศัยการลงทุนวิจัย การสนับสนุนนักปรับปรุงพันธุ์ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการคุ้มครองสิทธิเกษตรกร ไม่ใช่การเข้า UPOV 1991 เพียงอย่างเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-44855 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/messageImage_1791264397122-577x1024.jpg" alt="" width="577" height="1024" /></p>
<p>ดังนั้น UPOV1991 จึงอาจไม่ใช่ทางออกสำหรับประเทศไทย เนื่องจากจะทำให้เกิดการผูกขาด จำกัดสิทธิเกษตรกร ละเมิดสิทธิอธิปไตยทางอาหาร ส่งผลดังนี้</p>
<p>1. ราคาเมล็ดพันธุ์อาจแพงขึ้น 2 เท่า หรือ อาจสูง 4-6 เท่า เพราะทางเลือกของเกษตรกรลดลงและการผูกขาดที่เพิ่มขึ้น</p>
<p>2. ผู้บริโภคซื้ออาหารราคาแพง ความหลากหลายของอาหารลดลง</p>
<p>3. ความหลากหลายของพันธุ์พืชลดลง ไร้ความมั่นคงทางอาหาร</p>
<p>4. บริษัทเมล็ดพันธุ์เข้ามาใช้ ทรัพยากรพันธุกรรมโดยไม่ขออนุญาต แบ่งปันผลประโยชน์</p>
<p>5. เกษตรกรถูกขัดขวางไม่ให้เก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อ ไม่สามารถคัดเลือกพันธุ์เพื่อนำไปใช้ได้โดยอิสระ</p>
<p>6. พันธุ์พืชไม่หลากหลาย บริษัทมุ่งพัฒนาสายพันธุ์เพื่อตอบสนองต่อการผลิตเชิงเดี่ยว</p>
<p><strong>ลงชื่อคัดค้าน </strong><strong>UPOV1991 แล้วกว่า 3.2  แสนคน</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-44854 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/images.jpg" alt="" width="549" height="558" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่ผ่านมา <strong>สภาเกษตรกรแห่งชาติ</strong> ชวนเกษตรกร ร่วมแสดงความคิดเห็น <strong>อนุสัญญา UPOV 1991</strong> บนเว็บไซต์ https://nfc.realsurvey และ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE  <strong>&#8216;เกษตรกรวงใน&#8217; </strong> โดยสามารถร่วมลงชื่อได้ถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เพื่อรวบรวมและจัดทำข้อเสนอต่อภาครัฐ ประกอบการพิจารณาท่าทีของไทย โดยคำนึงถึงสิทธิและประโยชน์ของเกษตรกร ซึ่งจากข้อมูล สภาเกษตรกรแห่งชาติ พบว่า หลังสิ้นสุดการรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น.</p>
<p>ผลสำรวจอย่างไม่เป็นทางการ สรุป ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2569 มีดังนี้</p>
<p>• ไม่เห็นด้วย 321,397 คำตอบ คิดเป็น 99.56%<br />
• เห็นด้วย 1,198 คำตอบ คิดเป็น 0.37%<br />
• ยังไม่แน่ใจ 208 คำตอบ คิดเป็น 0.06%</p>
<p>โดย สภาเกษตรกรแห่งชาติ จะนำความคิดเห็น เหตุผล ข้อกังวล และข้อเสนอแนะของทุกท่านมารวบรวม วิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอต่อภาครัฐตามอำนาจหน้าที่ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดยคำนึงถึงสิทธิ ประโยชน์ และผลกระทบต่อเกษตรกรเป็นสำคัญ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-44870 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/S__89104391-1.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>จะเห็นว่า หลากหลายความเห็นยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับ UPOV 1991 เพราะประเทศไทยถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำและเป็นครัวของโลก จึงไม่ควรมีใครผูกขาดเมล็ดพืช โดยเฉพาะสิทธิของเกษตรกร การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ อาจกระทบไปถึงมูลค่าอาหารที่สูงขึ้น <strong>โดยนักปรับปรุงพันธุ์มีสิทธิเด็ดขาดในพันธุ์พืชที่ปรับปรุงใหม่ คือ เป็นเจ้าของทุกอย่าง ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ จนถึงผลิตภัณฑ์จากพันธุ์พืชนั้นๆ รวมถึงการเก็บรักษาส่วนที่ใช้ในการขยายพันธุ์พืช</strong> ดังนั้น แปลว่า เมื่อเข้าร่วม UPOV1991 เกษตรกรไม่สามารถเก็บรักษาผลผลิตเพื่อใช้เพาะปลูกได้เหมือนเดิม เพราะถูกจำกัดสิทธิ นี่จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ ที่หลายภาคส่วนกังวลและต้องร่วมหาทางออกร่วมกัน</p>
<p>อ้างอิง : กลุ่มวิจัยการคุ้มครองพันธุ์พืช สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช , กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน  (FTA Watch) , มูลนิธิชีววิถี (BioThai) , สภาเกษตรกรแห่งชาติ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/upov1991/">จับตาอนุสัญญา &#8216;UPOV 1991&#8217; ยกระดับพันธุ์พืช หรือ &#8216;ฝันร้าย&#8217; เกษตรกรไทย?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
