<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Gen Z &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/gen-z/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Jun 2026 12:23:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Gen Z &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>5 ปี &#8216;Carbon Markets Club&#8217; ภารกิจ​ยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตประเทศไทย พร้อมขยายแนวร่วม​ Gen Z เร่งเครื่อง​ Climate Action</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/5-years-cmc-supports-carbon-market-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 11:44:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak Group x University Gen Z-ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Markets Club]]></category>
		<category><![CDATA[CFO]]></category>
		<category><![CDATA[Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[CMC]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Future Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[MyCF]]></category>
		<category><![CDATA[REC]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable Energy Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[กลอยตา ณ ถลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42734</guid>

					<description><![CDATA[<p>จาก 11 องค์กรร่วมก่อตั้งในปี 2564 เพื่อร่วมมือสร้างสะพานช่วยประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดย  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทในเครืออย่าง บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และอีก 9 องค์กรร่วมก่อตั้ง ในนาม Carbon Markets Club (CMC) ​เครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย ภารกิจสำคัญในช่วงเริ่มก่อตั้งคือ การสนับสนุนและผลักดันตลาดซื้อขายคาร์บอน (คาร์บอนเครดิต) ในประเทศ รวมทั้งการรับรองเครดิตด้านพลังงานหมุนเวียน (RECs) เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero ตามโรดแม็พในการ​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ แต่จากการเข้าไปทำงานและขับเคลื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงพบความท้าทายสำคัญ มากกว่าการพัฒนาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ ​​​​คือ การสร้าง​ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องดังกล่าว​ เนื่องจาก เรื่องก๊าซเรือนกระจกยังเป็นเรื่องใหม่และยากในขณะนั้น นำมาสู่การให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่าย CMC เพื่อสามารถต่อยอดสู่การลงมือ และสร้างผลลัพธ์ในการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ​และจับต้องได้ คุณกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/5-years-cmc-supports-carbon-market-in-thailand/">5 ปี &#8216;Carbon Markets Club&#8217; ภารกิจ​ยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตประเทศไทย พร้อมขยายแนวร่วม​ Gen Z เร่งเครื่อง​ Climate Action</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จาก 11 องค์กรร่วมก่อตั้งในปี 2564 เพื่อร่วมมือสร้างสะพานช่วยประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดย  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทในเครืออย่าง บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และอีก 9 องค์กรร่วมก่อตั้ง ในนาม <strong>Carbon Markets Club (CMC)</strong> ​เครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย</p>
<p><span id="more-42734"></span></p>
<p>ภารกิจสำคัญในช่วงเริ่มก่อตั้งคือ การสนับสนุนและผลักดันตลาดซื้อขายคาร์บอน (คาร์บอนเครดิต) ในประเทศ รวมทั้งการรับรองเครดิตด้านพลังงานหมุนเวียน (RECs) เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero ตามโรดแม็พในการ​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ</p>
<p>แต่จากการเข้าไปทำงานและขับเคลื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงพบความท้าทายสำคัญ มากกว่าการพัฒนาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ ​​​​คือ การสร้าง​ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องดังกล่าว​ เนื่องจาก เรื่องก๊าซเรือนกระจกยังเป็นเรื่องใหม่และยากในขณะนั้น นำมาสู่การให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่าย CMC เพื่อสามารถต่อยอดสู่การลงมือ และสร้างผลลัพธ์ในการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ​และจับต้องได้</p>
<p><strong>คุณกลอยตา ณ ถลาง </strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ ประธาน Carbon Markets Club กล่าวว่า การปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเป็นหนึ่งในการปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากกติกา การค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ CBAM ซึ่งเป็น​กำแพงการค้าภายใต้เงื่อนไขด้านมาตรการทางสิ่งแวดล้อม ประกอบกับเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อขับเคลื่อนสู่ Net Zero ที่ได้ทำข้อตกลงไว้ในเวทีโลก ซึ่งปัจจุบัน ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันดับ 20 ของโลก ที่ราว 503 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่า (CO2e) หรือสัดส่วน 0.8% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก โดยมีค่าเฉลี่ยรายบุคคลที่กว่า 7 ตันต่อคนต่อปี การเดินหน้าลดคาร์บอนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำจึงเป็นหนึ่งเป้าหมายสำคัญของประเทศ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42742 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/017-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา CMC ร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศ ผ่านการส่งเสริมการเติบโตในตลาดคาร์บอนเครดิต และการรับรองการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะการ​เดินหน้า​แบ่งปันข้อมูลองค์ความรู้ด้านคาร์บอนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ​ พร้อมสร้างเครือข่ายสมาชิกได้แล้วว่า 1,800 ราย ทั้งจากกลุ่มองค์กรต่างๆ กว่า 300 ราย และในรูปแบบบุคคลกว่า 1,500 ราย</p>
<p>พร้อม​การพัฒนาเครื่องมือสำหรับ​​คำนวณการปล่อยคาร์บอน  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการลดคาร์บอน ทั้งแพลตฟอร์ม <strong>CFO</strong> สำหรับการวัดคาร์บอนฟุตพรินท์ในระดับองค์กร และ <strong>MyCF</strong> สำหรับการวัดคาร์บอนฟุตพรินท์ระดับบุคคล ซึ่งมีผู้ใช้งานราว 1,800 ราย เพื่อให้ได้ข้อมูลตั้งต้นสำหรับนำไปวางแผน​ลดคาร์บอนในขั้นตอนต่อไป ​โดย​ที่ผ่านมา CMC มีส่วนช่วยลดก๊าซเรือนกระจกผ่านคาร์บอนเครดิตได้กว่า 5.3 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) และสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด (REC) เกือบ 2.6 ล้านวัตต์-ชั่วโมง (Wh) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้อายุ 10 ปี ถึงกว่า 210 ล้านต้น</p>
<p><em>&#8220;พัฒนาการในตลาดคาร์บอนเครดิต​ประเทศไทย เริ่มยกระดับจากในประเทศสู่ต่างประเทศมากขึ้น เพื่อการรับรองคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการยอมรับมาตรฐานในระดับสากล และหลีกเลี่ยงปัญหาการฟอกเขียว ​​ผ่านการทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค ทั้งจากการขับเคลื่อนโดยภาครัฐ และการร่วมสนับสนุนในภาคเอกชน โดยทาง  CMC ​ได้ขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนที่ขับเคลื่อนเรื่องตลาดคาร์บอนในอาเซียน ผ่านความร่วมมือ ASEAN Common Carbon Framework (ACCF)  ร่วมกับอีก 4 ประเทศ ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และอาเซียน  เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงและการทำงานร่วมกันระหว่างตลาดคาร์บอนในภูมิภาค ตลอดจนความสำเร็จในการเชื่อมโยงมาตรฐาน T-VER และ REC ของสมาชิก CMC เข้ากับตลาดคาร์บอนในมาเก๊า รวมทั้งการร่วมสนับสนุนภารกิจภาครัฐในการขับเคลื่อนข้อตกลงตาม Article 6 ​จากข้อตกลงปารีส ในการแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศกับสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อขยายการยอมรับมาตรฐานคาร์บอนเครดิตของไทยให้สามารถเข้าถึงตลาดที่เปิดกว้าง  ไปจนถึงเป้าหมายในอนาคตเพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกันของประเทศภายในภูมิภาคอาเซียนได้ในที่สุด&#8221;​</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42737 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/013-re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ขณะที่การขยาย Positive Impact ผ่านการทำงานของเครือข่ายได้มากขึ้น คือ การให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน และปรับทัศนคติให้มองโอกาสที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านสู่ Low Carbon เพื่อการเข้าถึงแหล่งทุน หรือเทคโนโลยีในการเปลี่ยนผ่าน รวมทั้งการต่อยอดการทำงานในระดับชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยและมีโครงการลดคาร์บอนขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก เช่น ป่าชุมชน ​เตาเผาขยะขนาดเล็ก หรือโครงการในการเพิ่ม Value จาก Waste ต่างๆ ที่สามารถต่อยอดมาสู่การสร้างคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนมากขึ้น โดยธุรกิจขนาดใหญ่สามารถเข้าไปเป็นพี่เลี้ยง ทั้งการพัฒนาช่วยโมเดล การสนับสนุนทุนในการประเมินผลหรือรับรองโครงการ เป็นต้น</p>
<p><strong>ขยายผลสร้างแนวร่วม Gen Z เพิ่มการขับเคลื่อนจริง</strong></p>
<p>สำหรับ​เป้าหมายการพัฒนาระบบนิเวศคาร์บอนต่ำในประเทศไทยให้แข็งแรงและเติบโตได้มากขึ้นในอนาคต CMC วางกลยุทธ์ในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกับภาคการศึกษาซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคน และเติมเต็มทักษะที่สำคัญ สำหรับการรับมือต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญของโลกอันดับต้นๆ ในอนาคต</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42736 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/009-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นำมาสู่ความร่วมมือ <strong>&#8216;​Bangchak Group x University Gen Z-ESG&#8217;</strong>  เพื่อขยายการขับเคลื่อน​ภารกิจต่างๆ ของ CMC ให้สามารถเชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในการเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่สำหรับอนาคต ผ่านการทำ MOU  ร่วมกัน ในระยะเวลา 3 ปี ระหว่างกลุ่มบริษัทบางจาก สอวช. และมหาวิทยาลัยชั้นนำ 9 แห่งของประเทศ เพื่อ​สนับสนุนการพัฒนาด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมของประเทศ ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยบูรพา และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</p>
<p>&#8220;การเชื่อมโยงภารกิจให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มการขับเคลื่อนด้าน​ Climate Action ได้อย่างเป็นรูปธรรม และถือเป็นการสร้างแนวร่วมที่แข็งแรงในอนาคต โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับภารการศึกษาที่มีความใกล้ชิดและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเข้ามาเสริมความแข็งแรงในระบบนิเวศความยั่งยืนของประเทศ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโลกแห่งความยั่งยืนในอนาคตในมุมมองของตัวเอง เพื่อสามารถปรับให้เข้ากับพฤติกรรม และเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สร้างผลกระทบที่ดีต่อโลกขึ้นได้จริง รวมทั้งการร่วมพัฒนาทักษะคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42735 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/010-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนหลังการทำ  MOU จะ​ดำเนินกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้าน ESG และความยั่งยืนให้กับนักศึกษาและบุคลากร อาทิ CMC ESG Ecosystem and Knowledge Hub เปิดโอกาสให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรฐานคาร์บอน การบริหารจัดการคาร์บอน และเทคโนโลยีด้านการลดก๊าซเรือนกระจก CMC Brand Ambassador สร้างผู้นำด้านการสื่อสารความยั่งยืนในมหาวิทยาลัย และ Young Entrepreneurs Program with Inthanin ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเป็นผู้ประกอบการจากประสบการณ์จริง ควบคู่กับการพัฒนาแนวคิดธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีแผนต่อยอดผ่านกิจกรรม ESG Master Class การจัด Hackathon ด้านพลังงานและความยั่งยืน โครงการฝึกงาน และการเรียนรู้จากการดำเนินธุรกิจจริงของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัทบางจากจะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน ESG การบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) และเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ พร้อมนำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/5-years-cmc-supports-carbon-market-in-thailand/">5 ปี &#8216;Carbon Markets Club&#8217; ภารกิจ​ยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตประเทศไทย พร้อมขยายแนวร่วม​ Gen Z เร่งเครื่อง​ Climate Action</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทย คว้ารางวัลแบรนด์ธนาคารที่ชนะใจคนรุ่นใหม่ GEN Z TOP Brand Award 2026</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/kbank-gen-z-top-brand-award/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 05:09:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[GEN Z TOP Brand Award 2026]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[จิตราวิณี วรรณกร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาครกสิกรไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41007</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวจิตราวิณี วรรณกร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารรับมอบรางวัล GEN Z TOP Brand Award 2026 ในหมวด Bank ในฐานะแบรนด์ธนาคารที่ครองใจผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ประจำปี 2569 จากการสำรวจความพึงพอใจและพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z (ผู้ที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2540-2555) ทั่วประเทศ กลุ่มตัวอย่างกว่า 2,000 ราย เพื่อถอดรหัสความคิดเบื้องหลังการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของ Gen Z โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ รางวัลดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จของธนาคารในการนำเสนอบริการทางการเงินและการสื่อสารที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ในเวลาที่ใช่ได้อย่างตรงใจ จัดโดยเว็บไซต์ Brand Buffet ร่วมกับ INTAGE (Thailand) และ Wisesight ณ SCBX NEXT TECH สยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/kbank-gen-z-top-brand-award/">กสิกรไทย คว้ารางวัลแบรนด์ธนาคารที่ชนะใจคนรุ่นใหม่ GEN Z TOP Brand Award 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นางสาวจิตราวิณี วรรณกร</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารรับมอบรางวัล <strong>GEN Z TOP Brand Award 2026</strong> ในหมวด Bank ในฐานะแบรนด์ธนาคารที่ครองใจผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ประจำปี 2569 จากการสำรวจความพึงพอใจและพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z (ผู้ที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2540-2555) ทั่วประเทศ กลุ่มตัวอย่างกว่า 2,000 ราย เพื่อถอดรหัสความคิดเบื้องหลังการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของ Gen Z โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ รางวัลดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จของธนาคารในการนำเสนอบริการทางการเงินและการสื่อสารที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ในเวลาที่ใช่ได้อย่างตรงใจ จัดโดยเว็บไซต์ Brand Buffet ร่วมกับ INTAGE (Thailand) และ Wisesight ณ SCBX NEXT TECH สยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/kbank-gen-z-top-brand-award/">กสิกรไทย คว้ารางวัลแบรนด์ธนาคารที่ชนะใจคนรุ่นใหม่ GEN Z TOP Brand Award 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซเว่น อีเลฟเว่นชวน Gen Z ปล่อยของ!  ระเบิดไอเดียออกแบบแก้ว Gulp &#038; Slurpee ในฝัน ชิงรางวัลกว่า 80,000 บาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/cpall-gulp-slurpee-cup-design-contest/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Mar 2026 08:10:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[7-Eleven]]></category>
		<category><![CDATA[CP ALL]]></category>
		<category><![CDATA[Cup Design Contest]]></category>
		<category><![CDATA[Design Contest]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Gulp & Slurpee]]></category>
		<category><![CDATA[Prompt Design]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี ออลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประกวด]]></category>
		<category><![CDATA[สมชนะ กังวารจิตต์]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40286</guid>

					<description><![CDATA[<p>Gulp Slurpee ภายใต้การบริหารงานโดยบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จับมือ บริษัทไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้คนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปกลุ่ม Gen Z อายุ 15–25 ปี ร่วมปล่อยพลังไอเดียในโครงการ Cup Design Contest ออกแบบแก้วเครื่องดื่ม Gulp และ Slurpee ภายใต้หัวข้อ &#8216;Gulp Slurpee ความสนุกในสไตล์คุณหรือร้าน 7-Eleven ในความฝันของคุณ&#8217; เพื่อชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 80,000 บาท โครงการนี้ไม่เพียงเป็นเวทีประกวดออกแบบ แต่ยังสะท้อนความตั้งใจในการสนับสนุนศักยภาพเยาวชนไทย เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ และต่อยอดทักษะด้านศิลปะและการออกแบบสู่เวทีจริง โดยผลงานที่โดดเด่นจะถูกนำไปต่อยอดสู่การผลิตจริง ผ่าน Packeting แก้ว Gulp และ Slurpee สู่สายตาคนไทยทั่วประเทศ  สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ นอกจากนี้ โครงการยังสะท้อนแนวคิดการมีส่วนร่วม ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจากทั่วประเทศได้เข้าถึงเวทีแสดงศักยภาพอย่างเท่าเทียม สร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกายเส้นทางสู่สายงานสร้างสรรค์ในอนาคต การตัดสินผลงานได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสายงานสร้างสรรค์ โดยมี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/cpall-gulp-slurpee-cup-design-contest/">เซเว่น อีเลฟเว่นชวน Gen Z ปล่อยของ!  ระเบิดไอเดียออกแบบแก้ว Gulp &#038; Slurpee ในฝัน ชิงรางวัลกว่า 80,000 บาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Gulp Slurpee </strong><strong>ภายใต้การบริหารงานโดยบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>)</strong><strong> จับมือ บริษัทไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้คนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปกลุ่ม </strong><strong>Gen Z </strong><strong>อายุ </strong><strong>15–25 </strong><strong>ปี ร่วมปล่อยพลังไอเดียในโครงการ</strong><strong> Cup Design Contest </strong><strong>ออกแบบแก้วเครื่องดื่ม </strong><strong>Gulp </strong><strong>และ </strong><strong>Slurpee </strong><strong>ภายใต้หัวข้อ </strong><strong>&#8216;Gulp Slurpee </strong><strong>ความสนุกในสไตล์คุณหรือร้าน </strong><strong>7-Eleven </strong><strong>ในความฝันของคุณ&#8217; เพื่อชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า </strong><strong>80,000 </strong><strong>บาท</strong></p>
<p><span id="more-40286"></span></p>
<p>โครงการนี้ไม่เพียงเป็นเวทีประกวดออกแบบ แต่ยังสะท้อนความตั้งใจในการสนับสนุนศักยภาพเยาวชนไทย เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ และต่อยอดทักษะด้านศิลปะและการออกแบบสู่เวทีจริง โดยผลงานที่โดดเด่นจะถูกนำไปต่อยอดสู่การผลิตจริง ผ่าน Packeting แก้ว Gulp และ Slurpee สู่สายตาคนไทยทั่วประเทศ  สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่</p>
<p>นอกจากนี้ โครงการยังสะท้อนแนวคิดการมีส่วนร่วม ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจากทั่วประเทศได้เข้าถึงเวทีแสดงศักยภาพอย่างเท่าเทียม สร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกายเส้นทางสู่สายงานสร้างสรรค์ในอนาคต</p>
<p>การตัดสินผลงานได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสายงานสร้างสรรค์ โดยมี <strong>นายสมชนะ กังวารจิตต์</strong><strong> Executive Creative Director</strong> <strong>จาก</strong> <strong>Prompt Design</strong> ร่วมเป็นคณะกรรมการรับเชิญ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดผลงานที่โดดเด่นทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ <strong>และศักยภาพในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง</strong></p>
<p>โดย <strong>เปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้ – 20 มีนาคม 2569</strong> (ปิดรับเวลา 23.59 น.) และจะ <strong>ประกาศผลผู้ชนะในวันที่ 1 เมษายน 2569</strong> ผู้สนใจสามารถส่งผลงาน และตรวจสอบรายละเอียดกติกาได้ทาง <strong>Line Official: @GulpSlurpeeContest</strong> หรือสแกน QR Code ที่โปสเตอร์ โดยจำกัดสิทธิ์ในการส่งผลงานคนละไม่เกิน 3 ผลงาน ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 80,000 บาท แบ่งการตัดสินออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรก Gulp และ ประเภทที่สอง Slurpee โดยรางวัลที่ 1 มูลค่า 20,000 บาท รางวัลที่ 2 มูลค่า 10,000 บาท (ประเภทละ 1 รางวัล) และรางวัลที่ 3 มูลค่า 5,000 บาท (ประเภทละ 2 รางวัล)</p>
<p><strong>Gulp Slurpee </strong><strong>ภายใต้การบริหารงานโดย บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>) </strong><strong>พร้อมด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า เชื่อว่าพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ คือแรงขับเคลื่อนสำคัญของสังคม การเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวของการสร้างพื้นที่แห่งโอกาส และสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/cpall-gulp-slurpee-cup-design-contest/">เซเว่น อีเลฟเว่นชวน Gen Z ปล่อยของ!  ระเบิดไอเดียออกแบบแก้ว Gulp &#038; Slurpee ในฝัน ชิงรางวัลกว่า 80,000 บาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร&#8217; โรเบิร์ต วอลเทอร์ส แนะ 6 กลยุทธ์ &#8216;ดีล GenZ&#8217; ในโลกการทำงานยุคไฮบริด หาโซลูชั่น Win-Win ระหว่างองค์กร และพนักงานรุ่นใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/robert-walters-overview-of-thailands-genz-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Feb 2026 12:20:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Walters]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39767</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อโลกการทำ​งานมีความเป็นไฮบริดจากการมีคนหลากหลายวัยมากขึ้น โดยเฉพาะ Gen Z ที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานมากขึ้น ​องค์กรจึงควรเข้าใจความต้องการ ความท้าทาย และความคาดหวังที่แตกต่างของคนรุ่นนี้ ที่​จะ​ส่งผลต่อรูปแบบการทำงานขององค์กรอย่างชัดเจน ด้วยการสร้างสภาพแวดลล้อมที่เปิดกว้างและครอบคลุม เพื่อให้ทุกวัยสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จไปด้วยกันได้ โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เผยอินไซต์จากการสำรวจเชิงลึกเพื่อเข้าใจความต้องการและความชอบของ Gen Z ในสถานที่ทำงาน รวมถึงมุมมองและการมีปฏิสัมพันธ์ขององค์กรต่อ Gen Z ในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน เพื่อ​​สามารถ​อุดช่องโหว่ พร้อมหาสมดุลและปรับกลยุทธ์องค์กรให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพื่อดึงศักยภาพมาใช้ได้อย่างสูงสุด สร้างการมีส่วนร่วม และรักษาพนักงานไว้ได้ในระยะยาว ​​  Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร ผลสำรวจ​พบว่า การดีลกับ Gen Z ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กร โดยมี Gen Z ไม่ถึงครึ่งที่มองว่า องค์กรมี &#8216;ความพร้อม&#8216; ในการตอบโจทย์ความต้องการได้ ทำให้จำนวนมากกว่าครึ่ง ตั้งใจจะทำงานในองค์กร​เพียง 1-2 ปีเท่านั้น  และไม่ถึง 1 ใน 3 ​คาดว่าจะอยู่ต่อราว 3-5 ปี ก่อนจะมองหาโอกาสใหม่ บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ​ให้ข้อมูลว่า  Gen [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/robert-walters-overview-of-thailands-genz-market/">&#8216;Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร&#8217; โรเบิร์ต วอลเทอร์ส แนะ 6 กลยุทธ์ &#8216;ดีล GenZ&#8217; ในโลกการทำงานยุคไฮบริด หาโซลูชั่น Win-Win ระหว่างองค์กร และพนักงานรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อโลกการทำ​งานมีความเป็นไฮบริดจากการมีคนหลากหลายวัยมากขึ้น โดยเฉพาะ Gen Z ที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานมากขึ้น ​องค์กรจึงควรเข้าใจความต้องการ ความท้าทาย และความคาดหวังที่แตกต่างของคนรุ่นนี้ ที่​จะ​ส่งผลต่อรูปแบบการทำงานขององค์กรอย่างชัดเจน ด้วยการสร้างสภาพแวดลล้อมที่เปิดกว้างและครอบคลุม เพื่อให้ทุกวัยสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จไปด้วยกันได้</p>
<p><span id="more-39767"></span></p>
<p><strong>โรเบิร์ต วอลเทอร์ส</strong> เผยอินไซต์จากการสำรวจเชิงลึกเพื่อเข้าใจ<span lang="TH" data-olk-copy-source="MessageBody">ความต้องการและความชอบของ </span>Gen Z <span lang="TH">ในสถานที่ทำงาน รวมถึงมุมมองและการมีปฏิสัมพันธ์ขององค์กรต่อ </span>Gen Z <span lang="TH">ในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน เพื่อ<b>​</b>​สามารถ​อุดช่องโหว่ พร้อมหาสมดุลและปรับกลยุทธ์องค์กรให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพื่อดึงศักยภาพมาใช้ได้อย่างสูงสุด สร้างการมีส่วนร่วม และรักษาพนักงานไว้ได้ในระยะยาว ​​ </span></p>
<p><strong>Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร</strong></p>
<p class="x_MsoNormal">ผลสำรวจ​พบว่า การดีลกับ Gen Z ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กร โดยมี Gen Z ไม่ถึงครึ่งที่มองว่า องค์กรมี &#8216;ค<strong>วามพร้อม</strong>&#8216; ในการตอบโจทย์ความต้องการได้ ทำให้จำนวนมากกว่าครึ่ง ตั้งใจจะทำงานในองค์กร​เพียง 1-2 ปีเท่านั้น  และไม่ถึง 1 ใน 3 ​คาดว่าจะอยู่ต่อราว 3-5 ปี ก่อนจะมองหาโอกาสใหม่</p>
<p><strong>บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส</strong> ​ให้ข้อมูลว่า  <strong>Gen Z</strong> เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยี มีจุดแข็งในด้านความคล่องตัวทางดิจิทัล และการคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม และให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงาน การดูแลด้านสุขภาวะ และการทำงานที่ขับเคลื่อนอย่างมี <strong>&#8216;เป้าหมาย&#8217; </strong></p>
<p>ขณะเดียวกัน แม้ Gen Z จะนำมุมมองใหม่และศักยภาพอันมหาศาลมาสู่องค์กร แต่หลายองค์กรยังคงเผชิญความท้าทายในการทำงานร่วมกับคนกลุ่มนี้ และยังไม่สามารถรองรับความต้องการของ Gen Z ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ออกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p><b> </b>ข้อมูลสะท้อนให้เห็นถึง &#8216;<strong>ลำดับความสำคัญ&#8217; </strong> ที่ชัดเจนของคนรุ่น Gen Z ในการเลือกสถานที่ทำงาน โดย <strong>ความยืดหยุ่น (flexibility)</strong> เป็นความต้องการอันดับต้น ๆ มากกว่าครึ่ง (54%) ของพนักงาน Gen Z ต้องการรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (flexible remote work)</p>
<p>รองลงมาคือ <strong>การทำงานที่มีโครงสร้างชัดเจน (25%)</strong> และ <strong>การทำงานแบบร่วมมือเป็นทีม (17%)</strong> แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าคนรุ่นนี้ต้องการความเป็นอิสระและการปรับตัวที่รวดเร็วเพื่อให้เกิดสมดุลของชีวิตและงาน (work-life balance) โดยมองว่า<em><strong>ความยืดหยุ่นเป็น &#8216;มาตรฐานที่ควรมี&#8217; มากกว่าจะเป็นเพียงสวัสดิการเพิ่มเติม</strong></em></p>
<p>อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ <strong>โอกาสการเรียนรู้และพัฒนา (learning &amp; development)</strong> โดย 50% ของ Gen Z ระบุว่า การเรียนรู้จากการทำงานจริง (on-the-job training) เป็นวิธีพัฒนาที่มีประสิทธิภาพที่สุด</p>
<p>รองลงมาคือ<strong> โปรแกรมพี่เลี้ยง (25%)</strong> และ <strong>การเข้าร่วมเวิร์กช็อปและสัมมนา (17%)</strong>  ส่วน &#8216;การเรียนรู้ผ่านคอร์สภายนอก&#8217; ได้รับความสนใจน้อยที่สุด โดยมีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นที่เลือก สะท้อนให้เห็นว่า<em><strong> Gen Z  ชอบการเรียนรู้แบบ &#8216;ลงมือทำจริง&#8217; ที่จะได้พัฒนาทักษะไปพร้อมกับการสร้างผลงานที่ตนได้มีส่วนร่วม</strong><strong> องค์กรจึงควรเชื่อมโยงรูปแบบ การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (immersive learning) เพื่อดึงดูดบุคลากรคุณภาพ เสริมสร้างความผูกพันในระยะยาว และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของพนักงานรุ่นใหม่</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39768 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/K-Piyanuch.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong>คุณปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของบริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ให้ความเห็นว่า<strong> โอกาสในการเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดสำหรับพนักงาน Gen Z</strong> โดย 52% มองว่าเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจอยู่กับองค์กร สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าในอาชีพอย่างชัดเจน นอกจากนี้ <strong>วัฒนธรรมองค์กรที่ดีและเปิดกว้าง</strong> ถือเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยอยู่ในอันดับที่สอง (24%) ขณะที่ <strong>ความยืดหยุ่นด้านชั่วโมงการทำงานและสถานที่ทำงาน</strong> อยู่ในอันดับที่สาม (20%) ซึ่งตอกย้ำว่าคนรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับ สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (work-life balance) เป็นอย่างมาก</p>
<p><em>&#8220;ในการพิจารณาเลือกสถานที่ทำงาน ค<strong>วามมั่นคงของงาน และ การสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดี เป็นประเด็นที่พนักงาน Gen Z ให้ความสำคัญมากที่สุด</strong> โดย 37% ให้ความสำคัญกับความมั่นคงในการทำงาน และอีก 37% ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดี <strong>แม้ว่าความมั่นคงทางการเงินและความก้าวหน้าในสายอาชีพจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ สุขภาพจิต และ คุณภาพชีวิต ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน</strong>  ส่วนประเด็น <strong>&#8216;ความภักดีต่อองค์กร&#8217;</strong> ยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจาก <strong>56% ของพนักงาน Gen Z คาดว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมเพียง 1–2 ปี เท่านั้น</strong> ดังนั้น หากองค์กรต้องการรักษาบุคลากรกลุ่มนี้ให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว องค์กรจำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานแบบองค์รวมที่ผสานทั้งความมั่นคงและการสนับสนุนที่ตอบโจทย์ความคาดหวังของ Gen Z และให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการสื่อสารที่เปิดเผยตั้งแต่เริ่มต้น&#8221;</em></p>
<p><strong>ความท้าทายในการบริหารจัดการพนักงาน Gen Z</strong></p>
<p>แม้พนักงาน Gen Z จะมีจุดแข็ง เช่น ทักษะด้านดิจิทัล (52%) และความคิดสร้างสรรค์  (25%) แต่การผสานคนรุ่นนี้เข้ากับการทำงานในองค์กรยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องให้ความสำคัญ</p>
<p>เนื่องจาก Gen Z เติบโตมากับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้มีวิธีการทำงานและรูปแบบการสื่อสารที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ผลสำรวจพบว่า<strong> 44% ของผู้จัดการระบุว่าการบริหารพนักงาน Gen Z เป็นเรื่องยาก</strong> เนื่องจากความคาดหวังและแนวทางการทำงานที่ไม่เหมือนกับคนต่างช่วงวัย Gen Z มักชอบการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัล (digital-first) ซึ่งมีความรวดเร็วและสะดวก แต่ในบางครั้งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือถูกมองว่าขาด ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล (interpersonal skills) ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานร่วมกันเป็นทีมได้</p>
<p>แนวคิดของ <strong>Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับ ความยืดหยุ่น ความเป็นอิสระ และการทำงานที่มีเป้าหมาย</strong> มักแตกต่างจากวัฒนธรรมการทำงานแบบดั้งเดิม โดยพวกเขาต้องการทำงานที่มีความหมาย มีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็ว และมองหาความสอดคล้องกับค่านิยมองค์กร​​ ส่งผลให้ <em><strong>องค์กรจำเป็นต้องทบทวนแนวทางการบริหารจัดการใหม่ ผ่านการส่งเสริม การสื่อสารอย่างเปิดเผย ความยืดหยุ่นในการทำงาน และระบบพี่เลี้ยง (mentorship)</strong></em> แม้ Gen Z จะนิยมใช้เครื่องมือดิจิทัลในการทำงานและการสื่อสาร แต่สิ่งนี้สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวเข้ากับการสื่อสารยุคใหม่ มากกว่าจะเป็นการต่อต้านการสื่อสารแบบพบหน้าโดยตรง</p>
<p><em>&#8220;แม้จะมีความท้าทายในการบริหาร Gen Z แต่องค์กรจำนวนมากยังคงให้ความสำคัญกับศักยภาพของคนรุ่นนี้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย มากกว่า 72% ขององค์กร ระบุว่าเปิดรับการจ้างงานพนักงาน Gen Z เพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างช่วงวัยในที่ทำงาน องค์กรต่างๆ จึงให้ความสำคัญกับแนวทาง เช่น การส่งเสริมการสื่อสารอย่างเปิดเผย การจัดระบบพี่เลี้ยง (mentorship) และการเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน เพื่อสนับสนุนให้ Gen Z สามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&#8221;</em></p>
<figure id="attachment_39769" aria-describedby="caption-attachment-39769" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-39769 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Robert-Pic1.png" alt="" width="1200" height="627" /><figcaption id="caption-attachment-39769" class="wp-caption-text">ภาพ : robertwalters.co.th</figcaption></figure>
<p><strong>การเชื่อมช่องว่างระหว่างความคาดหวังของ Gen Z และความพร้อมขององค์กร</strong></p>
<p>ธุรกิจควรนำกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับค่านิยมและรูปแบบการทำงานที่ Gen Z ให้ความสำคัญมาปรับใช้ โดยแนวทางที่องค์กรสามารถพิจารณาได้มีดังนี้​</p>
<p><strong>1. ส่งเสริมความยืดหยุ่นในการทำงาน :</strong> จัดให้มีรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดหรือทำงานทางไกลควบคู่กับบทบาทงานที่มีโครงสร้างชัดเจน เพื่อตอบโจทย์ความคาดหวังของ Gen Z  แต่ควรวางระบบการทำงานดังกล่าวอย่างรอบคอบ และดำเนินการเฉพาะเมื่อเหมาะสมกับโครงสร้างและรูปแบบการบริหารขององค์กร</p>
<p><strong>2. ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติและทักษะ soft skills :</strong> จัดการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง (on-the-job training) และการเข้าร่วมเวิร์กช็อปและสัมมนา เพื่อรองรับแนวทางการเรียนรู้แบบลงมือทำจริงที่ Gen Z ให้ความนิยม พร้อมทั้งเสริมทักษะอื่นที่สำคัญ เช่น การแก้ปัญหา ภาวะผู้นำ และการสื่อสาร</p>
<p><strong>3. สนับสนุนด้านสุขภาวะความเป็นอยู่ที่ดี :</strong> จัดให้มีโครงการดูแลสุขภาพจิต การสนับสนุนด้านการเงิน และมาตรการอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก</p>
<p><strong>4. ลงทุนในระบบพี่เลี้ยงและการทำงานร่วมกัน :</strong> จับคู่พนักงาน Gen Z กับพี่เลี้ยง (mentor) เพื่อให้คำแนะนำและช่วยพัฒนาทักษะ soft skills รวมถึงสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างคนต่างรุ่น เพื่อเสริมความเข้าใจ แลกเปลี่ยนทักษะ และลดช่องว่างระหว่างวัยในการทำงาน</p>
<p><strong>5.ให้ข้อเสนอแนะอย่างทันท่วงที :</strong> ให้ feedback หรือการประเมินผลเชิงสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่เพียงการวัดผลตามเป้าหมาย แต่ครอบคลุมถึงทักษะ soft skills โดยระบุความคาดหวัง แนวทางปรับปรุง และคำแนะนำที่ชัดเจน การให้ข้อมูลที่สะท้อนผลการทำงาน (feedback) อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้พนักงาน Gen Z เห็นจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>6. จัดเตรียมเครื่องมือที่เหมาะสม :</strong> สนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีและทรัพยากรที่ทันสมัย พร้อมจัดการฝึกอบรมเพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน เสริมความมั่นใจ และสอดคล้องกับความถนัดด้านเทคโนโลยีของ Gen Z</p>
<p><em>“พนักงาน Gen Z มีความสามารถในการปรับตัวสูง มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และมีแนวคิดเชิงนวัตกรรม ซึ่งมีศักยภาพในการยกระดับและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานในประเทศไทยได้อย่างมาก หากองค์กรต้องการดึงศักยภาพนี้ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นต้องปรับวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับความคาดหวังของคนรุ่นนี้ พร้อมทั้งบริหารจัดการความท้าทายด้านการทำงานร่วมกันและการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ โดยการสื่อสารอย่างเปิดเผยและโปร่งใสถือเป็นหัวใจสำคัญ—ทั้งสองฝ่ายต้องสามารถสื่อสารความคาดหวังได้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและนำไปสู่ความสำเร็จ”</em> คุณ​ปุณยนุช กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/robert-walters-overview-of-thailands-genz-market/">&#8216;Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร&#8217; โรเบิร์ต วอลเทอร์ส แนะ 6 กลยุทธ์ &#8216;ดีล GenZ&#8217; ในโลกการทำงานยุคไฮบริด หาโซลูชั่น Win-Win ระหว่างองค์กร และพนักงานรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะอินไซต์ 89% Gen Z มองงานสร้างสังคมต้อง &#8220;มีคุณค่า&#8221; UOB งัดกลยุทธ์ &#8220;งานจิตอาสา&#8221; มัดใจคนรุ่นใหม่ที่มองหาคุณค่ามากกว่าค่าตอบแทน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/uob-heartbeat-volunteerism/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jan 2026 05:05:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Purpose-driven work]]></category>
		<category><![CDATA[Skills-based Volunteering]]></category>
		<category><![CDATA[Talent War]]></category>
		<category><![CDATA[UOB]]></category>
		<category><![CDATA[UOB Heartbeat Volunteerism]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงานจิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ริชาร์ด มาโลนี่ย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39739</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสมรภูมิ &#8220;สงครามแย่งชิงคนเก่ง&#8221; (Talent War) ในปัจจุบัน การดึงดูดและรักษาพนักงานศักยภาพสูงกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ &#8220;เงินเดือน&#8221; ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของคนทำงานรุ่นใหม่อีกต่อไป รายงานจาก Deloitte Global 2025 เผยตัวเลขที่น่าจับตามองว่า 89% ของ Gen Z และ 92% ของ Millennials ให้ความสำคัญสูงสุดกับ &#8220;การทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย&#8221; (Purpose-driven work) กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้มองหาเพียงความก้าวหน้าในสายอาชีพ แต่ต้องการใช้ชีวิตในองค์กรที่เชื่อมโยงกับ &#8220;คุณค่าทางสังคม&#8221; อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้การออกแบบงานที่ตอบโจทย์ดังกล่าว กลายเป็นโจทย์หลักในการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรชั้นนำในยุคปัจจุบัน นายริชาร์ด มาโลนีย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวถูกสะท้อนผ่านโครงการ &#8220;UOB Heartbeat Volunteerism&#8221; ซึ่งธนาคารไม่ได้มองเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทั่วไป แต่ใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาคน (People Development) ควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Social Impact) โมเดลนี้เปิดโอกาสให้พนักงานเปลี่ยนบทบาทจากคนทำงานออฟฟิศ สู่การเป็น &#8220;เพื่อนร่วมทาง&#8221; กับชุมชน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/uob-heartbeat-volunteerism/">เจาะอินไซต์ 89% Gen Z มองงานสร้างสังคมต้อง &#8220;มีคุณค่า&#8221; UOB งัดกลยุทธ์ &#8220;งานจิตอาสา&#8221; มัดใจคนรุ่นใหม่ที่มองหาคุณค่ามากกว่าค่าตอบแทน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางสมรภูมิ &#8220;<strong>สงครามแย่งชิงคนเก่ง&#8221; (Talent War)</strong> ในปัจจุบัน การดึงดูดและรักษาพนักงานศักยภาพสูงกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ <strong>&#8220;เงินเดือน</strong>&#8221; ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของคนทำงานรุ่นใหม่อีกต่อไป</p>
<p><span id="more-39739"></span></p>
<p>รายงานจาก <strong>Deloitte Global 2025</strong> เผยตัวเลขที่น่าจับตามองว่า 89% ของ Gen Z และ 92% ของ Millennials ให้ความสำคัญสูงสุดกับ &#8220;การทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย&#8221; (Purpose-driven work) กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้มองหาเพียงความก้าวหน้าในสายอาชีพ แต่ต้องการใช้ชีวิตในองค์กรที่เชื่อมโยงกับ &#8220;คุณค่าทางสังคม&#8221; อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้การออกแบบงานที่ตอบโจทย์ดังกล่าว กลายเป็นโจทย์หลักในการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรชั้นนำในยุคปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39744 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/UOB-Heartbeat5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายริชาร์ด มาโลนีย์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวถูกสะท้อนผ่านโครงการ &#8220;<strong>UOB Heartbeat Volunteerism</strong>&#8221; ซึ่งธนาคารไม่ได้มองเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทั่วไป แต่ใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาคน (People Development) ควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Social Impact)<br />
โมเดลนี้เปิดโอกาสให้พนักงานเปลี่ยนบทบาทจากคนทำงานออฟฟิศ สู่การเป็น &#8220;เพื่อนร่วมทาง&#8221; กับชุมชน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้สะท้อนผ่านการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Engagement) ที่น่าทึ่ง โดยตลอดปี 2568 มีพนักงานจิตอาสาเข้าร่วมกว่า 3,800 คน หรือคิดเป็น 50% ของพนักงานประจำทั้งหมด สร้างชั่วโมงแห่งการให้รวมกว่า 18,000 ชั่วโมง และสร้างประโยชน์ให้ผู้คนกว่า 22,435 คนทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39743 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/UOB-Heartbeat4.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>กุญแจสำคัญของความสำเร็จนี้ คือการนำแนวคิด &#8220;<strong>จิตอาสาที่ใช้ทักษะวิชาชีพ</strong>&#8221; (Skills-based Volunteering) มาใช้จริง โดยส่งเสริมให้พนักงานนำความรู้และความเชี่ยวชาญจากการทำงาน ไปต่อยอดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน แทนการลงแรงเพียงอย่างเดียว</p>
<p>แนวทางนี้สร้างประโยชน์แบบ Win-Win กล่าวคือ ชุมชนได้รับการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ขณะเดียวกันพนักงานก็ได้พัฒนาทัศนคติและ &#8220;ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น&#8221; (Empathy) ซึ่งเป็น Soft Skill ที่สำคัญในยุคนี้ นายริชาร์ดเน้นย้ำว่า &#8220;การพัฒนาศักยภาพพนักงานไม่ได้เกิดแค่ในห้องประชุม แต่เกิดขึ้นเมื่อได้ลงมือทำจริง การออกไปทำงานกับชุมชนช่วยให้พนักงานเห็นคุณค่าของตนเอง (Self-Esteem) ชัดเจนขึ้น และเชื่อมโยงสิ่งที่ทำในแต่ละวันกับผลลัพธ์ที่มีความหมายต่อสังคม&#8221;<br />
เพื่อสนับสนุนแนวทางดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริง ธนาคารได้กำหนดนโยบายให้พนักงานใช้สิทธิ &#8220;วันลาเพื่อกิจกรรมจิตอาสา&#8221; (Volunteer Leave) ได้ปีละ 3 วัน เพื่อให้พนักงานสามารถจัดสรรเวลาและพลังงานไปทำงานเพื่อสังคมได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ถือเป็นวันลาพักร้อนและไม่กระทบต่อภารกิจหลัก สะท้อนความตั้งใจจริงขององค์กรในการสนับสนุนให้พนักงานมีสมดุลชีวิตและการให้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39742 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/UOB-Heartbeat3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายชัยณรงค์ กิจประเสริฐ</strong> พนักงานจากหน่วยงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมแชร์ประสบการณ์ว่า งานอาสาช่วยเชื่อมโยงโอกาสที่ตนได้รับ ส่งต่อไปยังผู้อื่น &#8220;การได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ จากกิจกรรมเล็กๆ ทำให้ตระหนักว่าสิ่งที่เรามีอยู่สามารถสร้างคุณค่าให้คนอื่นได้ และนั่นทำให้การทำงานของเรามีความหมายมากยิ่งขึ้น&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39741 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/UOB-Heartbeat2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/uob-heartbeat-volunteerism/">เจาะอินไซต์ 89% Gen Z มองงานสร้างสังคมต้อง &#8220;มีคุณค่า&#8221; UOB งัดกลยุทธ์ &#8220;งานจิตอาสา&#8221; มัดใจคนรุ่นใหม่ที่มองหาคุณค่ามากกว่าค่าตอบแทน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Sep 2025 02:43:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Food]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi Holding]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Shabu-shabu]]></category>
		<category><![CDATA[Shabu-Shabu Sushi Destination]]></category>
		<category><![CDATA[SHABUSHI]]></category>
		<category><![CDATA[Sky -Nani]]></category>
		<category><![CDATA[Social Bonding Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sushi]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบู – ชาบู]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ซูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ศสัย ตังเดชะหิรัญ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36564</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการทำความเข้าใจอินไซต์ และมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดเส้นทางกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นับจากเริ่มแนะนำตัวต่อผู้บริโภค ผ่านการให้บริการสาขาแรกมาตั้งแต่ปี 2544 มาถึงวันนี้ โมเมนตัมของ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงไม่เคยหยุดนิ่ง และ​สามารถเสิร์ฟสิ่งใหม่ให้ตลาดและผู้บริโภคได้อยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่เริ่มทักทายตลาดด้วยคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ในรูปแบบ &#8216;บุฟเฟต์บนสายพาน&#8216; ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ตอบโจทย์ได้​​ทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมทั้งการเฟ้นหาวัตถุดิบคุณภาพจากทุกมุมโลก จนถึงการพัฒนาแคมเปญการตลาด รวมทั้งโปรโมชั่นเด็ดๆ ​ที่ตกผลึกจากการทำความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ จึงเป็นเหตุผล​ให้ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน Beyond Restaurant สู่ Social Bonding Platform  ปฏิเสธไม่ได้ว่ากาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้บริโภคในตลาดเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มหลักในปัจจุบันอย่าง GenZ ที่มีความ​แตกต่างไปจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า ทั้งวิธีคิด ความชื่นชอบ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรม ​โดยจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ​และ​ให้ความสำคัญกับเพื่อน รวมทั้งชื่นชอบ​การค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ  จึงเป็นโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่ต้องปรับตัว ปรับวิธีคิด เพื่อสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ นำมาสู่การขยับครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี ของชาบูชิ​ช่วงกลางปีที่ผ่านมา กับการรีเฟรชแบรนด์ พร้อมเปิดตัว &#8216;สกาย วงศ์รวี นทีธร – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/">ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการทำความเข้าใจอินไซต์ และมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดเส้นทางกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นับจากเริ่มแนะนำตัวต่อผู้บริโภค ผ่านการให้บริการสาขาแรกมาตั้งแต่ปี 2544</p>
<p><span id="more-36564"></span></p>
<p>มาถึงวันนี้ โมเมนตัมของ<strong> &#8216;ชาบูชิ&#8217;</strong> ยังคงไม่เคยหยุดนิ่ง และ​สามารถเสิร์ฟสิ่งใหม่ให้ตลาดและผู้บริโภคได้อยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่เริ่มทักทายตลาดด้วยคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ในรูปแบบ &#8216;<strong>บุฟเฟต์บนสายพาน</strong>&#8216; ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ตอบโจทย์ได้​​ทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมทั้งการเฟ้นหาวัตถุดิบคุณภาพจากทุกมุมโลก จนถึงการพัฒนาแคมเปญการตลาด รวมทั้งโปรโมชั่นเด็ดๆ ​ที่ตกผลึกจากการทำความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ จึงเป็นเหตุผล​ให้ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/13_Menu.jpg" alt="" width="711" height="800" /></p>
<p><strong>Beyond Restaurant สู่ Social Bonding Platform </strong></p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่ากาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้บริโภคในตลาดเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มหลักในปัจจุบันอย่าง GenZ ที่มีความ​แตกต่างไปจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า ทั้งวิธีคิด ความชื่นชอบ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรม ​โดยจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ​และ​ให้ความสำคัญกับเพื่อน รวมทั้งชื่นชอบ​การค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ  จึงเป็นโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่ต้องปรับตัว ปรับวิธีคิด เพื่อสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้</p>
<p>นำมาสู่การขยับครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี ของชาบูชิ​ช่วงกลางปีที่ผ่านมา กับการรีเฟรชแบรนด์ พร้อมเปิดตัว<strong> &#8216;สกาย วงศ์รวี นทีธร – นานิ หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ&#8217; </strong>ซึ่งถือเป็นการใช้พรีเซ็นเตอร์คู่แรกของแบรนด์  สะท้อนความเป็น <strong>&#8216;เพื่อน</strong>&#8216; ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วย​ Emotional Experience  ช่วยตอกย้ำจุดแข็งและแนวคิดหลักของแบรนด์ <strong> &#8216;รสชาติความสุขไม่สิ้นสุด&#8217;</strong> (Good Taste Great Time Never End) รวมทั้งสะท้อนถึง 2 ส่วนผสมสำคัญ​​ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวของชาบูชิ ทั้ง ชาบู-ชาบู และซูชิ ​พร้อมด้วยแคมเปญ <strong>&#8216;ชาบูชิ x สกาย – นานิ: ALL YOU CAN กรี๊ด ฟินสุดกรี๊ด ยิ่งอีทยิ่งฟิน&#8217;</strong> มาช่วยเติมเต็มประสบการณ์มากกว่าความอิ่มอร่อย ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายอย่างดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36578 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/05_Design-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​ถือเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองแบรนด์ชาบูชิมุมใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ร้านอาหาร แต่เป็นพื้นที่ในการเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ และเสิร์ฟได้มากกว่าแค่ความอิ่มอร่อย แต่สามารถแชร์​ความสุข ประสบการณ์ร่วม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในทุกโมเมนต์ของลูกค้า สะท้อนมุมมองของแบรนด์ที่​​​คิดมากกว่าแค่ในระดับทางการตลาด แต่เป็นการเข้าใจไปถึงเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก พร้อมการออกแบบประสบการณ์เพื่อส่งมอบให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และอยากกลับมาใช้บริการได้อีกครั้ง</p>
<p><strong>เสิร์ฟดีไซน์ใหม่ ตอกย้ำ &#8216;จุดหมายปลายทาง&#8217; ชาบู-ชาบู และซูชิ </strong></p>
<p>นอกจากความแข็งแรง​ในการตอบโจทย์ <strong>Emotional Experience</strong> ในเชิงวิธีคิดและกลยุทธ์ของแบรนด์แล้ว ชาบูชิ ยังไม่ลืมที่จะตอบโจทย์ประสบการณ์​​ด้าน<strong>​ Physical Experience</strong> ที่สามารถจับต้องได้ผ่านการยกระดับดีไซน์ร้านในรูปแบบใหม่ เน้นความ​ทันสมัยและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคปัจจุบัน โดยออกแบบ​ในโทนสีขาว เน้นความโปร่งโล่ง สะอาด พร้อมกราฟิกแนวญี่ปุ่นร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสนุก สดใส และทันสมัย สอดคล้องบุคลิกแบรนด์ที่มีความสดใส มีชีวิตชีวา และพร้อมที่จะสร้างแรงบันดาลใจในทุกโมเมนต์ของการใช้เวลาในร้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36579 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/07_Sasai-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณ​ศสัย ตังเดชะหิรัญ </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ชาบูชิได้นำร่องเผยโฉมดีไซน์ใหม่สาขาแรกให้เห็นไปแล้วที่  &#8216;ชาบูชิ สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์&#8217; ​​​รวมทั้งทยอยเปิดตัวดีไซน์ใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้ง กทม. และหัวเมืองหลักใน​ต่าง​จังหวัด ประกอบด้วย ​สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น,  สาขามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน, สาขาเกทเวย์ เอกมัย, ​​สาขาเซ็นทรัล พัทยา และสาขาเซ็นทรัล ศาลายา ​ทำให้​ปัจจุบันมีชาบูชิ​สาขาที่เป็นดีไซน์ใหม่ให้บริการแล้วรวม 6 สาขา</p>
<p>พร้อมตั้งเป้าจะขยายเพิ่มเติมให้ครบ 10 สาขา ภายในปีนี้ โดยอีก 4 สาขาที่เตรียมเปิดให้บริการเพิ่มเติม ได้แก่  สาขา​เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า,​ สาขาเซ็นทรัล นครศรีธรรม, สาขาจังซีลอน ภูเก็ต และ​สาขาโลตัส บ้านบึง ซึ่งโลเกชั่นที่จะขยายเพิ่มเติม จะเน้นขยายในศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้าชั้นนำขนาดใหญ่ของแต่ละพื้นที่  เพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าได้หลากหลาย เพิ่มการช่วย​สร้างภาพจำใหม่ของแบรนด์​ให้มีความชัดเจนได้ในระดับประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36580 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/06_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36588 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/14_เมนูชาบูชิซีคอนฯศรีนครินทร์ชั้น-G.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การปรับ​ร้านสู่ดีไซน์ใหม่ของชาบูชิ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมากกว่าความอร่อย ​พร้อมย้ำภาพความตั้งใจในการเสิร์ฟ ‘รสชาติความสุขไม่สิ้นสุด’ โดย​ไฮไลท์ที่ทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างได้มากขึ้น คือ การนำเสนอ <strong>Sushi-Master Station </strong>ในรูปแบบครัวเปิด ด้วยการปั้นซูชิสดใหม่ แบบคำต่อคำ พร้อมช่วยเพิ่มมิติของประสบกาณณ์ (Visual Experience) ที่สามารถแชร์ความประทับใจผ่านโซเชียล และสร้างคอนเทนต์ใน​ระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์พิเศษร่วมกับคนพิเศษ ทั้งเพื่อน และครอบครัว (Great Moment)&#8221;</em></p>
<p><strong>การปรับตัวอย่างต่อเนื่องของชาบูชิ ตอกย้ำการเป็น Social Bonding และจุดแข็งในการเป็น Destination สำหรับนักกินที่ชื่นชอบชาบู-ชาบู และซูชิ</strong> โดยเฉพาะซูชิ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพระเอกของร้านชาบูชิให้เข้ามามีบทบาทในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากยิ่งขี้น ​ผ่านการเสิร์ฟซูชิคุณภาพเยี่ยมและหลากหลาย​​รวมกว่า 30 รายการ ช่วยยกระดับประสบการณ์ซูชิเพิ่มขึ้นในอีกระดับ รวมทั้ง​การเพิ่มทางเลือกจากองค์ประกอบอื่นๆ ภายในร้าน ทั้งสเตชั่นซอส ที่สามารถผสมสูตรได้ตามชอบ สเตชั่นอาหารทานเล่น ที่วางไว้ในตู้อุ่นเพื่อคงความสดใหม่พร้อมเสิร์ฟ และสเตชั่นของหวาน ที่เพิ่มเมนูใหม่อย่างคากิโกริ หรือน้ำแข็งใสสไตล์ญี่ปุ่น และทอปปิ้งหลากหลาย พร้อมเมนูเครื่องดื่มที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาล เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ได้ทุกครั้งที่กลับเขามาใช้บริการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36583 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/11_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36581 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/03_Design-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การปรับตัวอย่างต่อเนื่องของชาบูชิ ​​เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์สู่​​การเติบโตได้อย่างยั่งยืน​ ผ่านการส่งมอบความสุข และประสบการณ์ที่ดีร่วมไปกับผู้บริโภค​ในทุกช่วงเวลา  ตอกย้ำถึงความเป็นมิตรที่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความคุ้นเคยกันแล้ว หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำความรู้จักกับแบรนด์ ​​​<strong>การขับเคลื่อนสู่ภาพลักษณ์ใหม่ของชาบูชิในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่​หนึ่งหมุดหมายของการรีเฟรชแบรนด์ครั้งนี้ แต่ยังเป็นการวางกลยุทธ์เพื่อเพิ่มพลังให้แบรนด์สามารถ Next Step สู่การพัฒนาแบรนด์ในยุคใหม่ และ​บรรลุเป้าหมายในการเป็นแบรนด์อันดับแรกในใจ (Top of Mind)</strong> เมื่อผู้บริโภคนึกถึงร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ชาบู -ชาบู และซูชิ (Shabu-Shabu Sushi Destination) ที่สามารถเสิร์ฟได้มากกว่าแค่ความอร่อย แต่สามารถมอบ <strong>&#8216;รสชาติแห่งความสุขที่ไม่มีวันสิ้นสุด&#8217;</strong> ไปได้พร้อมกัน เพราะใน</em><em>โลกที่ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่อยู่ได้อย่างยั่งยืนคือแบรนด์ที่กล้าก้าวไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</em><em>&#8220;</em> คุณศสัย กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36584 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/01_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/">ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Watsons Online Birthday Sale เผยอินไซต์ที่น่าสนใจของนักชอปไทย Gen Z ลงทุนสกินแคร์หนัก กันแดด-ลิป ติดท๊อปค้นหา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/watsons-online-birthday-sale/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jun 2025 09:46:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Shopping]]></category>
		<category><![CDATA[Top Search Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Watsons]]></category>
		<category><![CDATA[Watsons Online Birthday Sale]]></category>
		<category><![CDATA[กันแดด]]></category>
		<category><![CDATA[นักช้อป]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ลิปสติก]]></category>
		<category><![CDATA[สกินแคร์หนัก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34076</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของไทย จัดหนักแคมเปญ Watsons Online Birthday Sale มหกรรมชอปออนไลน์ต่อเนื่อง 10 วัน 10 คืนเต็ม ที่ไม่เพียงแค่ปล่อยโปรแรง แต่ยังจับอินไซต์นักชอปไทยช่างคลิก พร้อมเบื้องหลังตะกร้าชอป ไม่ใช่แค่ของลดราคา แต่มีกิมมิกลับยอดนิยมของคนทั้งประเทศซ่อนอยู่เพียบ เจาะ Insight by Age Group แต่ละวัยเลือกชอปอะไร พบว่าสุขภาพและความงามที่ดีไม่จำกัดอายุ เริ่มด้วย Gen Z อายุต่ำกว่า 20 ปี ให้ความสำคัญกับสกินแคร์และเครื่องสำอางอย่างจริงจัง เพราะรู้ว่าการลงทุนกับผิวตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนกับตัวเองในอนาคต ครอบคลุมทั้งรูปลักษณ์และสุขภาพ ขณะที่กลุ่มวัยทำงาน อายุ 21–45 ปี ให้ความสำคัญกับทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและเครื่องสำอาง ที่น่าสนใจพบว่า 15% ให้ความสนใจในการซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพและอาหารเสริมซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสุขภาพในชีวิตประจำวันอย่างสมดุล ขณะเดียวกัน กลุ่ม Middle Age อายุ 46–55 ปี ก็ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวอย่างลึกซึ้ง ผ่านผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชสำอาง  (Derma Skincare) สะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์การดูแลตัวเองไม่ใช่แค่เรื่องของวัยหนุ่มสาว แต่กลายเป็นพฤติกรรมที่ทรงอิทธิพลในทุกช่วงวัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/watsons-online-birthday-sale/">Watsons Online Birthday Sale เผยอินไซต์ที่น่าสนใจของนักชอปไทย Gen Z ลงทุนสกินแคร์หนัก กันแดด-ลิป ติดท๊อปค้นหา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วัตสัน</strong> ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของไทย จัดหนักแคมเปญ <strong>Watsons Online Birthday Sale </strong>มหกรรมชอปออนไลน์ต่อเนื่อง 10 วัน 10 คืนเต็ม ที่ไม่เพียงแค่ปล่อยโปรแรง แต่ยังจับอินไซต์นักชอปไทยช่างคลิก พร้อมเบื้องหลังตะกร้าชอป ไม่ใช่แค่ของลดราคา แต่มีกิมมิกลับยอดนิยมของคนทั้งประเทศซ่อนอยู่เพียบ</p>
<p><span id="more-34076"></span></p>
<p><strong>เจาะ </strong><strong>Insight by Age Group </strong><strong>แต่ละวัยเลือกชอปอะไร </strong></p>
<p>พบว่าสุขภาพและความงามที่ดีไม่จำกัดอายุ เริ่มด้วย Gen Z อายุต่ำกว่า 20 ปี ให้ความสำคัญกับสกินแคร์และเครื่องสำอางอย่างจริงจัง เพราะรู้ว่าการลงทุนกับผิวตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนกับตัวเองในอนาคต ครอบคลุมทั้งรูปลักษณ์และสุขภาพ ขณะที่กลุ่มวัยทำงาน อายุ 21–45 ปี ให้ความสำคัญกับทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลและเครื่องสำอาง ที่น่าสนใจพบว่า 15% ให้ความสนใจในการซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพและอาหารเสริมซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในสุขภาพในชีวิตประจำวันอย่างสมดุล ขณะเดียวกัน กลุ่ม Middle Age อายุ 46–55 ปี ก็ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวอย่างลึกซึ้ง ผ่านผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชสำอาง  (Derma Skincare) สะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์การดูแลตัวเองไม่ใช่แค่เรื่องของวัยหนุ่มสาว แต่กลายเป็นพฤติกรรมที่ทรงอิทธิพลในทุกช่วงวัย</p>
<p>สำหรับแบรนด์ที่ครองใจนักชอปจากทุกสาย ทั้งสกินแคร์ บิวตี้ และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ได้แก่ L&#8217;oreal Cerave, In2it, Eucerin, Anessa และ สินค้าตราวัตสัน</p>
<p><strong>Top Search Trend </strong><strong>เพราะคนไทยไม่ลังเลกับไอเทมนี้ </strong></p>
<p><strong>“กันแดด”</strong> ยืนหนึ่งยอดการค้นหา สะท้อนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการปกป้องผิวจากทุกสภาวะอากาศ ส่วน “ลิป” ตามมาติดๆ เพราะ เติมลุคสดใสได้ทันที ใช้ได้ทุกวัน และสินค้าเกี่ยวกับการป้องกันและดูแลสุขภาพ ก็ยังติดโผการค้นหาเนื่องจากความกังวลกับ Covid-19 ที่กลับมาอีกครั้ง ทำให้คนยังต้องมีติดบ้านไว้เสมอ ทั้งเพื่อความอุ่นใจ และรับผิดชอบต่อคนรอบข้างพิสูจน์ว่าการดูแลตัวเองเป็นเรื่องที่คนไทยไม่เคยละเลย.</p>
<p><strong>เวลาสุดพีค และจังหวัดของแชมป์นักชอป </strong></p>
<p>ไพรม์ไทม์ยอดนิยมในการชอปออนไลน์สูงสุดตอนเวลา 21.00 น. สะท้อนถึงเทรนด์และพฤติกรรมของนักชอปยุคปัจจุบันที่ชอบ “ชอปก่อนนอน” เพราะเป็นช่วงเวลาที่หลายคนได้เวลาพักผ่อนหลังเลิกงานหรือภารกิจประจำวัน เป็นโมเมนต์ส่วนตัวที่ได้ใช้เวลาเลือกของที่ชอบในราคาที่ใช่ จึงไม่แปลกใจที่ “ก่อนนอน” จะกลายเป็นเวลาทองของการชอป!</p>
<p>ซึ่งจังหวัดที่เป็นแชมป์นักชอปในครั้งนี้ได้แก่ กรุงเทพฯ ตามด้วย นนทบุรี เชียงใหม่ และขอนแก่น ตามลำดับชี้ให้เห็นว่าตลาดนอกเมืองใหญ่กำลังเติบโตและมีพลังซื้อไม่แพ้เมืองหลวง</p>
<p>ทั้งหมดนี้สะท้อนพฤติกรรมที่ชัดเจนของนักชอปไทยยุคใหม่ ที่ไม่ได้ซื้อเพียงเพราะราคาถูกหรือโปรแรงเท่านั้น แต่เป็นการชอปอย่างมีเป้าหมาย รู้ตัว รู้ใจ และรู้จักดูแลตัวเองมากขึ้น ส่งผลให้เรื่องสุขภาพ ความงาม และความคุ้มค่า เป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์สำคัญที่อยู่ในทุกจังหวะชีวิต จนกลายเป็นหัวใจสำคัญของการชอปปิงยุคใหม่ที่น่าจับตามอง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/watsons-online-birthday-sale/">Watsons Online Birthday Sale เผยอินไซต์ที่น่าสนใจของนักชอปไทย Gen Z ลงทุนสกินแคร์หนัก กันแดด-ลิป ติดท๊อปค้นหา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีลอยท์ สำรวจ​​ Gen Z และ Gen Y ของไทย พบ 3 คุณค่าหลัก &#8216;เงิน ความหมาย ความเป็นอยู่ที่ดี&#8217; ปัจจัยสำคัญกระทบ &#8216;ความสุข&#8217; ในการทำงาน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/deloitte-global-2025-gen-z-and-millennial-survey/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 May 2025 13:20:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Deloitte]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Y]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Sense of Purpose]]></category>
		<category><![CDATA[Trifacta]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[กัญญ์ทิพา เครือแก้ว ณ ลำพูน]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ความหมายของงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นอยู่ที่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. โชดก ปัญญาวรานันท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีลอยท์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้]]></category>
		<category><![CDATA[สำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33851</guid>

					<description><![CDATA[<p>Trifacta หรือ 3 คุณค่า ที่กำหนดความสุขของคนรุ่นใหม่ ประกอบด้วย รายได้ ความหมายของงาน และความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะเรื่องเงิน ที่เชื่อมโยงกับระดับความสุขสูงสุดในทุกภูมิภาคทั่วโลก ตามมาด้วย ความเป็นอยู่ที่ดี และความหมายในการทำงาน  โดยคนไทยกังวลกับการเงินในระยะสั้นมากกว่าระยะยาว ขณะที่ค่าครองชีพยังคงเป็นความกังวลเรื้อรังของคนรุ่นใหม่ ด้านการใช้ Generative AI (GenAI) มีการใช้ GenAI ในการทำงานอย่างแพร่หลาย โดยมองว่าช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน เพิ่มเวลาให้สามารถจัดสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว และช่วยให้การทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่า Gen Z และ Gen Y ของไทย ให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก แต่ก็สะท้อนความกังวลต่อระบบการศึกษาในหลายด้าน เช่น คุณภาพการเรียนรู้ ค่าใช้จ่ายที่สูง และโอกาสในการได้รับประสบการณ์จริงมีจำกัด อ้างอิงข้อมูลจาก ผลสำรวจ Deloitte Global 2025 Gen Z and Millennial Survey โดย ดีลอยท์ ประเทศไทย พบอินไซต์คนรุ่นใหม่ชาวไทย ทั้ง Gen [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/deloitte-global-2025-gen-z-and-millennial-survey/">ดีลอยท์ สำรวจ​​ Gen Z และ Gen Y ของไทย พบ 3 คุณค่าหลัก &#8216;เงิน ความหมาย ความเป็นอยู่ที่ดี&#8217; ปัจจัยสำคัญกระทบ &#8216;ความสุข&#8217; ในการทำงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Trifacta หรือ 3 </strong><strong>คุณค่า ที่กำหนดความสุขของคนรุ่นใหม่</strong> <strong>ประกอบด้วย</strong> <strong>รายได้ ความหมายของงาน และความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะเรื่องเงิน ที่เชื่อมโยงกับระดับความสุขสูงสุดในทุกภูมิภาคทั่วโลก ตามมาด้วย ความเป็นอยู่ที่ดี และความหมายในการทำงาน </strong></p>
<p><span id="more-33851"></span></p>
<p>โดยคนไทยกังวลกับการเงินในระยะสั้นมากกว่าระยะยาว ขณะที่ค่าครองชีพยังคงเป็นความกังวลเรื้อรังของคนรุ่นใหม่</p>
<p>ด้านการใช้ Generative AI (GenAI) มีการใช้ GenAI ในการทำงานอย่างแพร่หลาย โดยมองว่าช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน เพิ่มเวลาให้สามารถจัดสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว และช่วยให้การทำงานดีขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบว่า Gen Z และ Gen Y ของไทย ให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในอัตราสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก แต่ก็สะท้อนความกังวลต่อระบบการศึกษาในหลายด้าน เช่น คุณภาพการเรียนรู้ ค่าใช้จ่ายที่สูง และโอกาสในการได้รับประสบการณ์จริงมีจำกัด</p>
<p><strong>อ้างอิงข้อมูลจาก</strong> <strong><a href="https://www.deloitte.com/global/en/issues/work/genz-millennial-survey.html" target="_blank" rel="noopener">ผลสำรวจ Deloitte Global 2025 Gen Z and Millennial Survey</a></strong> โดย<strong> ดีลอยท์ ประเทศไทย</strong> พบอินไซต์คนรุ่นใหม่ชาวไทย ทั้ง Gen Z และ Gen Y ให้ความสำคัญสูงสุดกับ 3 คุณค่าหลัก ได้แก่ รายได้ ความหมายของงาน และความเป็นอยู่ที่ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33852 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Trifacta.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><strong>Trifacta : 3 </strong><strong>คุณค่าที่เชื่อมโยงกับความสุขของคนรุ่นใหม่</strong></p>
<p><strong>Trifacta </strong>คือ 3 คุณค่าหลัก ที่ส่งผลต่อความสุขของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ได้แก่ รายได้ ความหมายของงาน และความเป็นอยู่ที่ดี ผลสำรวจพบว่า รายได้มีความเชื่อมโยงกับระดับความสุขมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยสูงถึง 64% ขณะที่ความเป็นอยู่ที่ดีและความหมายของงาน มีค่าเฉลี่ยใกล้เคียงกันที่ประมาณ 56%</p>
<p>ทั้งนี้ คนในกลุ่ม Gen Y ให้ความสำคัญกับคุณค่าทั้ง 3 ด้านของ Trifacta มากกว่า Gen Z อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจสะท้อนถึงประสบการณ์ชีวิตและการทำงานที่มากกว่า</p>
<p>เมื่อพิจารณาลงลึกด้านการเงิน พบว่า <strong>ค่าครองชีพ</strong> ยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลให้คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยความกังวล 3 อันดับแรกของทั้ง Gen Z และ Gen Y ในประเทศไทยที่ตรงกัน ได้แก่ ค่าครองชีพ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความปลอดภัยทางไซเบอร์</p>
<p>ตามด้วย 2 อันดับถัดมา ได้แก่ 1) สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และ 2) การดูแลสุขภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33853 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Trifacta-Deloitte.jpg" alt="" width="1200" height="683" /></p>
<p>ด้านมุมมองเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงิน ประมาณ 63% ของคนไทยระบุว่า ตนเองใช้ชีวิตแบบ <strong>เดือนชนเดือน </strong> (ไม่เหลือให้ออม) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 52% ขณะเดียวกันประมาณ  25% ระบุว่าตนเองยังต้องดิ้นรนในการจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดในแต่ละเดือน ซึ่งแม้จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่​ 36% แต่กลับสะท้อนถึงแรงกดดันทางการเงินที่ยังมีอยู่</p>
<p>นอกจากนี้ ประมาณ 27% ของคนไทยเห็นว่า อาจไม่สามารถเกษียณได้อย่างมั่นคงทางการเงิน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่  42% โดยข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนว่า <em><strong>คนรุ่นใหม่ไทยยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นทางการเงินในระยะสั้น มากกว่าการวางแผนระยะยาวเพื่ออนาคต เช่น การออมเพื่อเกษียณอายุ</strong></em></p>
<p>ปัจจัยที่มีผลต่อความรู้สึกถึงเอกลักษณ์ของตนเองในหมู่คนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Gen Y) ของไทย พบว่าประมาณ 54% ให้ความสำคัญกับเพื่อนและครอบครัว ตามด้วยงานหลัก (46%) และกิจกรรมทางวัฒนธรรม (32%) โดยทั้ง 3 ปัจจัยนี้ มีสัดส่วนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลก</p>
<p>ขณะที่ 29% เห็นด้วยกับอาชีพเสริม ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 14% และประมาณ 30% เห็นด้วยกับการออกกำลังกาย ซึ่งก็สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกเล็กน้อยที่ 25%</p>
<p>62% ของ Gen Z และ 56% ของ Gen Y ระบุว่า พวกเขาปฏิเสธที่จะทำงานกับนายจ้างที่ดำเนินธุรกิจไม่สอดคล้องกับค่านิยมส่วนตัว ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 40% อย่างชัดเจน</p>
<p>ขณะที่ 37% ของ Gen Z และ 45% ของ Gen Y  ยินดีที่จะลาออกจากงาน หากงานนั้นไม่สอดคล้องกับความเชื่อ หรือหลักที่ยึดถือเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต โดยตัวเลขนี้อยู่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 45%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33861 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Top-Concern.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ประเด็นนี้สะท้อนถึง<em><strong> คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้นกับ &#8216;คุณค่าร่วม&#8217; และภาพลักษณ์ขององค์กร องค์กรต่าง ๆ จึงควรตระหนักว่า ปัจจัยด้านค่านิยมและความเชื่อมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่ ทั้งในแง่ของการเลือกงานและการอยู่กับองค์กรในระยะยาว</strong></em></p>
<p>ทั้งนี้ คนรุ่นใหม่เกือบทั้งหมดเห็นว่า<strong> Sense of Purpose</strong> (ความรู้สึกว่าการทำงานของตนเองมีคุณค่าและเป้าหมายที่ชัดเจน) เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในการทำงานและคุณภาพชีวิตโดยรวม</p>
<p>คนไทยรุ่นใหม่กว่า 1 ใน 3 ระบุว่า ตนเองรู้สึกเครียดหรือกังวลเกือบหรือแทบตลอดเวลา โดยพบว่า Gen Z มีความเครียดจากแทบทุกปัจจัยสูงกว่า Gen Y ไม่ว่าจะเป็น เรื่องอนาคตทางการเงินในระยะยาว สุขภาพส่วนตัว ภาระในบ้านหรือการดูแลครอบครัว หรือปัญหาการเงินในชีวิตประจำวัน ยกเว้นเพียงเรื่องสุขภาพหรือความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัว ที่ Gen Y มีระดับความกังวลสูงกว่าเล็กน้อย</p>
<p>นอกจากนี้ มากกว่า 1 ใน 3 ของคนไทยรุ่นใหม่ยังระบุว่า งานเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่สร้างความเครียด โดยสาเหตุหลักมาจาก ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน การไม่มีเวลาเพียงพอในการทำงานให้เสร็จสมบูรณ์ และการไม่รู้สึกถึงความหมายหรือเป้าหมายในสิ่งที่ทำ</p>
<p>ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่า<em><strong> Gen Z มีระดับความเครียดในทุกมิติเหนือกว่า Gen Y อย่างชัดเจน โดยอาจกล่าวได้ว่า Gen Y สามารถรับมือกับแรงกดดันในที่ทำงานได้มากกว่</strong><strong>า</strong></em> ขณะเดียวกัน ยังพบว่า หลายองค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการ แม้พนักงานจะทำงานเป็นเวลานาน แต่กลับไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ ซึ่งเป็นความท้าทายที่หลายองค์กรต้องเร่งออกแบบแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม คนไทยรุ่นใหม่ประมาณ 80% เชื่อว่านายจ้างให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของพนักงานอย่างจริงจัง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ (61%) สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยมีการปรับตัว ให้การสนับสนุนด้านสุขภาพจิตมากขึ้น และที่สำคัญ คือ พนักงานสามารถรับรู้ได้ถึงความตั้งใจดังกล่าว</p>
<p><strong>คนไทยรุ่นใหม่ใช้ </strong><strong>Gen AI </strong><strong>อย่างแพร่หลาย เพื่อลดภาระงานและเพิ่มคุณภาพชีวิต</strong></p>
<p>ประมาณ 85% ของทั้ง Gen Z และ Gen Y ในประเทศไทย ระบุว่าเคยใช้ GenAI ช่วยในการทำงาน แม้ว่า Gen Z จะใช้ในกิจกรรมประจำวันมากกว่า แต่ Gen Y มีแนวโน้มในการใช้งานที่หลากหลายกว่า</p>
<p>ซึ่ง 3 อันดับแรกที่ทั้ง 2 เจนเนอเรชั่นนิยมใช้งานมากที่สุด ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูล การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ และการสร้างเนื้อหา ทั้งนี้ Gen Y ยังมีการใช้งานบางด้านที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์ และการสร้างเนื้อหา จากข้อมูลข้างต้นนี้ สะท้อนถึงรูปแบบการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวที่กำลังกลายเป็นเรื่องปกติในที่ทำงาน แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง ยังมีคำถามสำคัญว่า องค์กรและบุคลากรมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงนี้มากน้อยเพียงใด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33857 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Gen-AI.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>1 ใน 4 ของคนทั้ง 2 เจนเนอเรชั่น ได้รับการฝึกอบรมการใช้ GenAI แล้ว ขณะที่อีกราวครึ่งหนึ่งหรือมากกว่า วางแผนจะเข้ารับการอบรมภายใน 12 เดือนข้างหน้า</p>
<p>มุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อเทคโนโลยีนี้ มีทั้งแง่บวกและลบ โดยประมาณ 90% เชื่อว่าจะช่วยลดเวลาในการทำงาน ทำให้เกิดสมดุลชีวิตที่ดีขึ้น</p>
<p>ขณะที่มุมมองด้านลบมีอยู่เช่นกัน โดยประมาณ 3 ใน 4 กังวลว่าอาจทำให้งานน้อยลง และ 85% เห็นว่าต้องเลือกงานที่มีความเสี่ยงน้อยจากระบบอัตโนมัติ เป็นการสะท้อนว่า GenAI กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ แต่ขณะเดียวกัน ยังเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนา Soft Skills ที่เทคโนโลยีไม่อาจทดแทนได้ เช่น การทำงานร่วมกับผู้อื่น การสื่อสาร และการตัดสินใจ</p>
<p>โดยในภาพรวมนั้น องค์กรต่าง ๆ ยังเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการการใช้งานเทคโนโลยีใหม่นี้ ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่รู้สึกว่างานของตนถูกลดทอนคุณค่า</p>
<p>ประมาณ 10% ของ Gen Z และ 20% ของ Gen Y ในประเทศไทยไม่ได้ทำงานในสายอาชีพที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก</p>
<p>โดยเหตุผลหลักของการเปลี่ยนสายอาชีพ คือ ต้องการรายได้ที่ดีกว่า ซึ่งพบในกลุ่ม Gen Y สูงถึง 60% เมื่อเทียบกับ Gen Z ที่ 30% ซึ่งให้ความสำคัญกับเหตุผลอื่นมากกว่าอย่างชัดเจน เช่น สถานการณ์ตลาดแรงงาน ภาระความรับผิดชอบต่อครอบครัว ความสนใจที่เปลี่ยนแปลง หรือโอกาสเริ่มต้นทำธุรกิจ ซึ่งสะท้อนว่า Gen Z ยังคงอยู่ในช่วงการสำรวจตัวเองและเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ ขณะที่ Gen Y เริ่มมุ่งเน้นความมั่นคงตามประสบการณ์ที่สั่งสมมา</p>
<p><em><strong>เป้าหมายด้านอาชีพ 3 อันดับแรกที่คนไทยรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ ได้แก่ การบรรลุอิสรภาพทางการเงิน การเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการรักษาสมดุลระหว่างงานกับชีวิต</strong> </em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การเติบโตเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาของตัวเอง ซึ่งปกติมักถูกมองว่าเป็นเป้าหมายสำคัญในโลกการทำงาน กลับได้รับความสนใจจากกลุ่มสำรวจคนไทยน้อยที่สุด</p>
<p>คนไทยรุ่นใหม่เกือบ 85% ระบุว่าตนเองมีการพัฒนาทักษะเพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยทั้ง 2 เจเนอเรชั่นมีแนวทางการเรียนรู้ความใกล้เคียงกัน โดยการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงในงาน เป็นวิธีเดียวที่ Gen Y ให้ความสำคัญมากกว่า Gen Z เล็กน้อย</p>
<p>ขณะที่แนวทางอื่น เช่น การเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน คำแนะนำจากเพื่อนร่วมงานที่มีประสบการณ์ เวิร์คช็อปหรือการสัมนาในอุตสาหกรรม และโปรแกรมฝึกอบรมอย่างเป็นทางการ ล้วนเป็นแนวทางที่ Gen Z ให้ความสำคัญมากกว่า Gen Y โดยทักษะที่คนรุ่น Gen Z ในประเทศไทยให้ความสำคัญมากกว่า Gen Y อย่างชัดเจน ได้แก่ ทักษะด้านดิจิทัล เช่น การใช้โซเชียลมีเดียและการตลาดดิจิทัล ทักษะการจัดการเวลา และทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม</p>
<p>สำหรับมุมมองต่อทักษะที่ช่วยเพิ่มโอกาสในสายอาชีพนั้น<strong> Gen Z ในประเทศไทยให้ความสำคัญกับ 3 ทักษะหลัก ได้แก่ ทักษะด้านดิจิทัล (เช่น โซเชียลมีเดียและการตลาดดิจิทัล) ทักษะการจัดการเวลา และทักษะด้านการจัดการความยั่งยืน</strong></p>
<p>ขณะที่คน <strong>Gen Y ในไทยให้ความสำคัญกับความรู้เฉพาะทางมากกว่า</strong> และเมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจระดับโลก พบว่า ทั้ง Gen Z และ Gen Y ต่างเห็นตรงกันว่า ทักษะการจัดการเวลาและความรู้เฉพาะทางตามอุตสาหกรรม เป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตในสายอาชีพ สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของแรงงานไทย ที่ยังให้ความสำคัญกับทักษะดิจิทัลในภาพรวม มากกว่าการลงลึกในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33856 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Education-.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p><strong>อยากเรียนต่อ แต่กังวลเรื่องคุณภาพและค่าใช้จ่าย</strong></p>
<p>คนรุ่นใหม่ในประเทศไทยยังคงให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 31% โดยมีเพียง 16% เท่านั้นที่ระบุว่าไม่ได้วางแผนศึกษาต่อ โดยเหตุผลหลัก 3 ข้อแรกของผู้ที่ไม่ศึกษาต่อ ได้แก่ 1) สถานการณ์ครอบครัวหรือส่วนตัว 2) ข้อจำกัดด้านการเงิน และ 3) ความต้องการเรียนรู้ในรูปแบบที่ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับเงื่อนไขของตนเอง</p>
<p>ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเรื่องความกังวลของคนรุ่นใหม่ในประเทศไทยที่มีต่อระบบการศึกษานั้น มุ่งไปที่ประเด็นคุณภาพการศึกษาและค่าใช้จ่ายในการเรียนสูง ซึ่งเป็นความกังวลที่นำหน้าความกังวลด้านอื่น ๆ อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น โอกาสในการได้รับประสบการณ์จริงที่จำกัด ความสอดคล้องของหลักสูตรกับความต้องการของตลาดแรงงาน และทางเลือกการเรียนรู้ที่ยังขาดความยืดหยุ่น</p>
<p>แนวทางที่นายจ้างสามารถสนับสนุนการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ได้ มี 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) การสร้างโปรแกรมการเรียนรู้ภายในองค์กรโดยเฉพาะ พร้อมจัดสรรเวลาให้พนักงานเรียนรู้ได้โดยไม่กระทบกับภาระงาน ซึ่งแนวทางนี้ได้รับการสนับสนุนจากคน Gen Z  จำนวน 34% เทียบกับ Gen Y ที่​ 25% โดยแสดงถึงความคาดหวังที่แตกต่างกันในกลุ่มคนรุ่นใหม่</p>
<p>ขณะที่อีก 2 แนวทาง ได้แก่ 2) การอำนวยความสะดวกในการแบ่งปันความรู้ระหว่างเพื่อนร่วมงาน และ 3) การเปิดโอกาสให้หมุนเวียนงานหรือเข้าร่วมฝึกงาน พบว่าได้รับการสนับสนุนในระดับใกล้เคียงกันจากทั้ง 2 เจเนอเรชั่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33855 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Deloitte-TH_Chodok-P_Kanthipa-C.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กัญญ์ทิพา เครือแก้ว ณ ลำพูน ผู้จัดการอาวุโส แผนก </strong><strong>Organization Transformation </strong><strong>ดีลอยท์ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า <em>“ทั้ง Gen Z และ Gen Y ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร องค์กรใดที่สามารถสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมและคุณค่าที่สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ได้ดีกว่า จะสามารถดึงดูดหรือส่งเสริมให้พนักงานทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะในยุคที่ GenAI กำลังเข้ามามีอิทธิพลกับวิธีการทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ”</em></p>
<p><strong>ดร.โชดก</strong> <strong>ปัญญาวรานันท์</strong> <strong>ผู้จัดการอาวุโส แผนก </strong><strong>Growth</strong> <strong>ดีลอยท์</strong> <strong>ประเทศไทย</strong> กล่าวเสริมว่า<em> “จากที่ได้มีโอกาสติดตามรายงานฉบับนี้มาติดต่อกันเป็นปีที่ 3 จะเห็นว่าข้อมูลในแต่ละปีมีทิศทางที่ตอบคำถามด้วยตัวเองได้อย่างชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนตัวแล้ว ต้องการเห็นการพูดคุยกันระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจที่จะนำไปสู่การลงทุนทางการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรที่ตอบโจทย์มากกว่านี้”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33854 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Key-Takeaway.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/deloitte-global-2025-gen-z-and-millennial-survey/">ดีลอยท์ สำรวจ​​ Gen Z และ Gen Y ของไทย พบ 3 คุณค่าหลัก &#8216;เงิน ความหมาย ความเป็นอยู่ที่ดี&#8217; ปัจจัยสำคัญกระทบ &#8216;ความสุข&#8217; ในการทำงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บิ๊กซี คว้ารางวัล “แบรนด์ครองใจผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z” สะท้อนแบรนด์ทรงพลัง ตอกย้ำความแข็งแกร่งผู้นำธุรกิจค้าปลีกไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/bigc-won-genz-top-brand-award-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Apr 2025 06:02:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Big C]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z Top Brand Award 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Hypermarket]]></category>
		<category><![CDATA[INTAGE (Thailand)]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[supermarket]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บิ๊กซี]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทจ]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ครองใจผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33020</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกไทย ด้วยการคว้ารางวัล “แบรนด์ครองใจผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z” ในหมวดรางวัล Hypermarket/ Supermarket จากงาน Gen Z Top Brand Award 2025 จัดโดย BrandBuffet  สื่อเว็บไซต์ชั้นนำด้านธุรกิจและการตลาดของประเทศไทย โดยมี นางสาวกชกร อาคมธน รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และสื่อสารการตลาด เป็นตัวแทนของบริษัทเข้ารับรางวัล ณ สยามพารากอน โซน SCBX Next Tech ชั้น 5 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นอีกเสียงที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความผูกพันธ์ที่กลุ่มผู้บริโภค Gen Z มีต่อแบรนด์ บิ๊กซี ซึ่งเป็นอีกพลังสำคัญในการขับเคลื่อนแนวโน้มการตลาดในยุคปัจจุบัน ทั้งยังเป็นอีกกำลังใจสำคัญ และเป็นเครื่องย้ำเตือนให้ บิ๊กซี มุ่งมั่นในพันธกิจการพัฒนาแบรนด์อย่างไม่หยุดยั้งในทุกมิติ ทั้งการนำเสนอสินค้า การออกแบบแคมเปญการตลาด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bigc-won-genz-top-brand-award-2025/">บิ๊กซี คว้ารางวัล “แบรนด์ครองใจผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z” สะท้อนแบรนด์ทรงพลัง ตอกย้ำความแข็งแกร่งผู้นำธุรกิจค้าปลีกไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) </strong>ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกไทย ด้วยการคว้ารางวัล <strong>“แบรนด์ครองใจผู้บริโภคกลุ่ม </strong><strong>Gen Z</strong><strong>” </strong>ในหมวดรางวัล Hypermarket/ Supermarket จากงาน <strong>Gen Z Top Brand Award 2025</strong></p>
<p><span id="more-33020"></span></p>
<p>จัดโดย <strong>BrandBuffet  </strong>สื่อเว็บไซต์ชั้นนำด้านธุรกิจและการตลาดของประเทศไทย โดยมี <strong>นางสาวกชกร อาคมธน รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และสื่อสารการตลาด</strong> เป็นตัวแทนของบริษัทเข้ารับรางวัล ณ สยามพารากอน โซน SCBX Next Tech ชั้น 5 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568</p>
<p>การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นอีกเสียงที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความผูกพันธ์ที่กลุ่มผู้บริโภค Gen Z มีต่อแบรนด์ บิ๊กซี ซึ่งเป็นอีกพลังสำคัญในการขับเคลื่อนแนวโน้มการตลาดในยุคปัจจุบัน ทั้งยังเป็นอีกกำลังใจสำคัญ และเป็นเครื่องย้ำเตือนให้ บิ๊กซี มุ่งมั่นในพันธกิจการพัฒนาแบรนด์อย่างไม่หยุดยั้งในทุกมิติ ทั้งการนำเสนอสินค้า การออกแบบแคมเปญการตลาด ตลอดจนการมอบประสบการณ์การให้บริการที่สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อครองใจผู้บริโภค ไม่เพียงแค่กลุ่ม Gen Z เท่านั้น แต่จะเข้าไปครองใจผู้บริโภคในทุกๆ Generation ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-33023 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BIGc1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับผลวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ภายในงานฯ นี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง BrandBuffet และ INTAGE (Thailand) ที่เก็บข้อมูลเชิงลึก ทั้งเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ ในผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z (เกิดระหว่าง พ.ศ. 2540 – 2555) จากกลุ่มตัวอย่าง รวมกว่า 3,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มพฤติกรรมการบริโภคและการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการของกลุ่ม Gen Z อันเป็นกรณีศึกษาที่ทรงคุณค่า และสร้างแรงบันดาลใจให้กับแวดวงการตลาดไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33022 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/BigC3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ทั้งนี้ ภายในงานฯ ได้ดำเนินการมอบรางวัลให้แก่ 10 แบรนด์ ที่ได้รับการยอมรับสูงสุด จาก 10 หมวดหมู่อุตสาหกรรมสำคัญของไทย ประกอบด้วย 1. หมวด Life Insurance 2. หมวด Residential Real Estate 3. หมวด Automotive 4. หมวด Health &amp; Beauty Beverage 5. หมวด Restaurant (Chained) 6. หมวด Goods Logistics 7. หมวด Hypermarket/ Supermarket 8. หมวด Bank 9. หมวด Marketplace &amp; Ecommerce Platform 10. หมวด Mobile</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bigc-won-genz-top-brand-award-2025/">บิ๊กซี คว้ารางวัล “แบรนด์ครองใจผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z” สะท้อนแบรนด์ทรงพลัง ตอกย้ำความแข็งแกร่งผู้นำธุรกิจค้าปลีกไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Feb 2025 09:46:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Changing Traveller Report 2025]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Conscious travel]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Millennials]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[SiteMinder]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Travel Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Traveller]]></category>
		<category><![CDATA[Traveller Report]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[นักเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์​]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31975</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงาน Changing Traveller Report 2025 โดย SiteMinder ​ที่สำรวจนักเดินทางกว่า 12,000 คน ใน 14 ตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี เม็กซิโก สิงคโปร์ สเปน ไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าใจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ จากการวางแผนเดินทางและความต้องการในระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะ​นักท่องเที่ยวกลุ่ม &#8216;Conscious Travellers&#8217; หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทาง โดยพบอินไซต์ที่น่าสนใจ​ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่กำลังมองหาที่พักซึ่งไม่เพียงเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง แต่ยังช่วยให้สามารถ​สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งประเด็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วย  โดยพบประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ต่อไปนี้ &#8211; นักท่องเที่ยวมากกว่าครึ่งคาดว่าจะ &#8216;ใช้เวลาส่วนใหญ่&#8217; หรือ &#8216;ใช้เวลาค่อนข้างมาก&#8217; ในโรงแรมในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 65% ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งผลออกมาสอดคล้องในทิศทางเดียวกันทั้งการเดินทางคนเดียวหรือการเดินทางกับเพื่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/">ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงาน <strong><a href="https://bit.ly/4b1xKGe" target="_blank" rel="noopener">Changing Traveller Report 2025</a> </strong>โดย <strong>SiteMinder</strong> ​ที่สำรวจนักเดินทางกว่า 12,000 คน ใน 14 ตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี เม็กซิโก สิงคโปร์ สเปน ไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา</p>
<p><span id="more-31975"></span></p>
<p>เพื่อเข้าใจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ จากการวางแผนเดินทางและความต้องการในระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะ​นักท่องเที่ยวกลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Travellers&#8217;</strong> หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทาง โดยพบอินไซต์ที่น่าสนใจ​ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่กำลังมองหาที่พักซึ่งไม่เพียงเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง แต่ยังช่วยให้สามารถ​สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งประเด็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วย  โดยพบประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; <em><strong>นักท่องเที่ยวมากกว่าครึ่งคาดว่าจะ &#8216;ใช้เวลาส่วนใหญ่&#8217; หรือ &#8216;ใช้เวลาค่อนข้างมาก&#8217; ในโรงแรมในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.5%</strong> </em>เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 65% ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งผลออกมาสอดคล้องในทิศทางเดียวกันทั้งการเดินทางคนเดียวหรือการเดินทางกับเพื่อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31976 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-2.jpg" alt="" width="1272" height="848" /></p>
<p>กลุ่มนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ 29% วางแผนใช้เวลาส่วนใหญ่ในที่พัก เทียบกับ 11% ของผู้วางแผนเดินทางภายในประเทศ แม้ว่าการเดินทางท่องเที่ยว​​ต่างประเทศ อาจมาพร้อมกับค่าใช้จ่าย​ค่อนข้างสูง ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยม​ออกไปสำรวจสถานที่ต่างๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้คุ้มค่า​เงินที่จ่าย แต่ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น หลายคนกลับเลือกที่จะปักหลักอยู่ที่ที่พักของตนเอง</p>
<p>​โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เช่น กลุ่ม<strong> Gen Z</strong> (อายุ 18-27 ปี) และ<strong> Millennials</strong> (อายุ 28-43 ปี) ถือเป็นผู้ขับเคลื่อนเทรนด์การใช้เวลาพักผ่อนในที่พักมากขึ้น โดยวางแผนเข้าพักนานกว่ากลุ่มคนรุ่น Gen X (อายุ 44-59 ปี), Baby Boomers (อายุ 60-78 ปี) และ Radio Babies (อายุ 79-96 ปี)</p>
<p><em><strong>&#8211; สำหรับประสบการณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต้อง​การใช้เวลาพิเศษ​ภายในโรงแรม</strong></em> เช่น</p>
<p>บริการสปา (37%)  หลังจากการเดินทางอันยาวนานบนเครื่องบิน การนวดและขัดผิวอาจเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการเพื่อผ่อนคลายอย่างแท้จริง รวมทั้งประสบการณ์การทานอาหารสุดหรูและการชิมไวน์ (35%) การแสดงดนตรีสด (35%) และคลาสโยคะหรือนั่งสมาธิ (18%) ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31977 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-1.jpg" alt="" width="901" height="675" /></p>
<p>นอก​จากอาหารและความบันเทิง​​ นักท่องเที่ยวยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และการสัมผัส​วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ คลาสทำอาหารประจำท้องถิ่นนั้นๆ (22%) การเล่าเรื่องราว รวมถึงการเต้นรำแบบดั้งเดิม (16%) การทำฟาร์มหรือทำสวน (16%) เรียนภาษา (14%) และการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ (13%) ​รวมไปถึงการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนักท่องเที่ยว 16% มองหาโปรแกรมการพัฒนาการนอนหลับ เพื่อช่วยให้พวกเขาพักผ่อนได้ดีขึ้น</p>
<p>ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวต้องการจากการเข้าพัก อาจแตกต่างกันไปตาม​เชื้อชาติ โดยพบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญกับประสบการณ์การทานอาหารหรูและการชิมไวน์ (61%) และ สปา (50%) มากที่สุด ในขณะที่ชาวอินเดียสนใจคลาสทำอาหารประจำท้องถิ้น(40%) และการปรับปรุงการนอนหลับ (33%) มากที่สุด</p>
<p><strong>เทรนด์ความคุ้มค่า ประสบการณ์ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>&#8211; ท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก <strong>&#8216;ความคุ้มค่า&#8217; </strong>และ <strong>&#8216;ความสะดวกสบาย</strong>&#8216; ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกที่พัก ทำให้เครือโรงแรมและรีสอร์ทขนาดใหญ่ รวมถึงโฮสเทลและโมเต็ลราคาประหยัด (18%) ยังคงเป็นรูปแบบที่นักท่องเที่ยวนิยม ​โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะมองหาที่พักราคาประหยัดมากกว่ากลุ่มคนวัยกลางคนถึงวัยเกษียณ ซึ่งคาดว่ามีรายได้สูงกว่าหรือมีเงินออมมากกว่า</p>
<p>ในทางกลับกัน Gen Z (58%) และ Millennials (57%) มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้นกับการเดินทางครั้งหน้าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งมากกว่า Gen X (35%) หรือ Baby Boomers (28%) โดยกลุ่ม Gen X และ Baby Boomers วางแผนที่จะใช้จ่ายเท่าเดิมหรือน้อยกว่ากับการเข้าพักครั้งถัดไปเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/By-Country-.jpg" alt="" width="1200" height="700" /></p>
<p>นอกจากนี้ ความแตกต่างทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมยังส่งผลต่อการเลือกที่พักของนักท่องเที่ยวจากแต่ละประเทศ​ด้วย ชาวออสเตรเลียแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อธรรมชาติ และมีแนวโน้ม​จะจองสวนสนุกและสถานที่กางเต็นท์มากที่สุด (11%)  ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีน (35%) และชาวสิงคโปร์ (32%) ให้ความสนใจโรงแรมบูติกหรือโรงแรมหรูมากที่สุด ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย (23%) เช่นกัน</p>
<p>&#8211; ในภาพรวมยังพบว่า นักท่องเที่ยวยังให้ความสำคัญกับเลือกที่พักที่ให้ความสำคัญเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้ง​สถานที่กางเต็นท์หรือรีสอร์ทหรู โดย <strong>นักท่องเที่ยว 7 ใน 10 คนยินดีจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับการเข้าพักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ตัวเลขนี้สูงถึง 94% ซึ่งสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากชาวอินโดนีเซียที่มีสัดส่วน 95% </strong></p>
<p>ข้อมูลจากรายงานระบุว่า มีนักท่องเที่ยวเพียง 30% ที่เลือกจะไม่จ่ายเพิ่มเพื่อเข้าพักในโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดลัอม โดยกลุ่มที่ยอมจ่ายแพงขึ้นกว่าเดิม 10% มีจำนวนมากที่สุดถึง 37% ตามมาด้วยจ่ายเพิ่มขึ้น 25% (21%) , จ่ายเพิ่มขึ้น 50% (10%) และจ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% (3%) ตามลำดับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/By-Spending.jpg" alt="" width="1200" height="805" /></p>
<p><strong>คุณสุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท SiteMinder ​ให้ข้อมูลเชิงลึก​นักท่องเที่ยวกลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Travellers&#8217; </strong> หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทางว่า แม้งบประมาณยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่นักท่องเที่ยวกลุ่ม &#8216;<strong>Conscious Travellers&#8217; </strong>ยัง พร้อมที่จะใช้เงินกับสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเขา รวมถึงการจ่ายเงินเพิ่มสำหรับที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ผู้ให้บริการที่พักควรให้ความสำคัญกับประสบการณ์ต่าง​ๆ นอกเหนือจากความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานมากขึ้น​ เพื่อสามารถตอบโจทย์ผู้มาเข้าพักได้ดีมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สิ่งสำคัญพื้นฐานที่ละทิ้งไม่ได้</strong></p>
<p>สำหรับห้องพักส่วนตัว นักท่องเที่ยวยังคงให้ความสนใจและใส่ใจในรายละเอียดพื้นฐาน โดยหมอนและเครื่องนอน (56%), วิวทิวทัศน์ (53%), การควบคุมอุณหภูมิ (35%), ทีวีและเครื่องเสียง (35%), อ่างอาบน้ำ (30%) และแรงดันน้ำฝักบัว (29%) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น  ๆ สำหรับนักท่องเที่ยว  อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยว 4 ใน 5 คน พอใจที่จะเห็นผ้าเช็ดตัวแขวนไว้ในห้องน้ำ หรือพับหรือม้วนไว้บนเตียง โดยไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมผ้าเช็ดตัวในรูปแบบงานศิลปะ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือการสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่น่าจดจำ นักท่องเที่ยวหลายคน (37%) กล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะกลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง หากโรงแรมมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เช่น อาหารและเครื่องดื่มที่ยอดเยี่ยม บริการสปา หรือกิจกรรมพิเศษต่างๆ โดย 51% ของนักท่องเที่ยวชาวไทย ระบุว่าการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมและการสื่อสารที่ชัดเจนมีความสำคัญ และเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจกลับมาพักอีกครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31980 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-3.jpg" alt="" width="434" height="650" /></p>
<p>นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวถึง 20% ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมและชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย</p>
<p><strong>คุณสุภกฤษฎิ์</strong> กล่าวเสริม “นักท่องเที่ยวในปี 2568 ต้องการให้โรงแรมดูแลสิ่งสำคัญพื้นฐานให้ดี  ควบคู่ไปกับการให้บริการพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งความสมดุลนี้คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Conscious Travellers ให้ความสำคัญ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/">ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
