<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>GHG &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/ghg/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 04 Feb 2026 14:19:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>GHG &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:19:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonReduction]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonRemoval]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB THAI]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Gren Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Emission]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transitions]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ซีไอเอ็มบี ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เจสัน ลี]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39302</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน Green Transition ของภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น ธุรกิจคาร์บอนต่ำ คือความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน ขณะที่หนึ่งนโยบายสำคัญของภาคการเงินประเทศไทย คือ​การสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพในการลดคาร์บอน Decarbonization เพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนิน​​ธุรกิจจาก Less Brown ไปสู่​ Green Economy สำหรับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) มีแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อน ความยั่งยืน ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจผ่านกลยุทธ์ Sustainability360 ที่มีเป้าหมายช่วยลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน แบบ One Stop Solutionsโดยเฉพาะด้านการลดคาร์บอนเพื่อสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขันในยุคที่โลกมุ่งแก้ปัญหาสภาพอากาศ และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 คุณเจสัน ลี ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวถึงเป้าหมายธนาคารที่นำร่องโฟกัส​สนับสนุนการลดคาร์บอนใน 3 กลุ่มสำคัญที่มี​การปล่อยคาร์บอนในระดับสูง หรือจัดเป็นกลุ่ม High Emissions ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ ขณะที่​ในปีใหม่นี้มีแผนแผนขยายเซ็กเตอร์เพิ่มเติมอีก1 กลุ่ม ​ซึ่งยังเน้นในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และจัดอยู่ในกลุ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/">การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green Transition</span></strong> ของภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น <strong>ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</strong> คือความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน</div>
</div>
<p><span id="more-39302"></span></p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ขณะที่หนึ่งนโยบายสำคัญของภาคการเงินประเทศไทย คือ​การสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพในการลดคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> เพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนิน​​ธุรกิจจาก Less Brown ไปสู่​ Green Economy</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">สำหรับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) มีแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจผ่านกลยุทธ์ Sustainability360 ที่มีเป้าหมายช่วยลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน แบบ One Stop Solutionsโดยเฉพาะด้านการลดคาร์บอนเพื่อสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขันในยุคที่โลกมุ่งแก้ปัญหาสภาพอากาศ และมุ่งสู่เป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero 2050</span></div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>คุณเจสัน ลี</strong> ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวถึงเป้าหมายธนาคารที่นำร่องโฟกัส​สนับสนุนการลดคาร์บอนใน 3 กลุ่มสำคัญที่มี​การปล่อยคาร์บอนในระดับสูง หรือจัดเป็นกลุ่ม High Emissions ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ ขณะที่​ในปีใหม่นี้มีแผนแผนขยายเซ็กเตอร์เพิ่มเติมอีก1 กลุ่ม ​ซึ่งยังเน้นในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และจัดอยู่ในกลุ่ม High Emissions เช่นเดิม</div>
<div dir="auto">​</div>
<div dir="auto">การช่วยภาคธุรกิจลดคาร์บอนของ <strong>CIMB Thai</strong> จะเน้นที่ธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก เพื่อโฟกัสการลดคาร์บอนในขอบเขตที่เป็นสโคป 1 และ 2 เป็นสำคัญ แม้ว่าความเข้าใจในเรื่องของปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นภายในห่วงโซ่ธุรกิจ สัดส่วนการสร้างปริมาณคาร์บอนส่วนใหญ่มักจะเกิดจากสโคปที่ 3 หรือเกิดขึ้นภายในซัพพลายเชนของธุรกิจ โดยมีสัดส่วนเกินครึ่ง โดยในบางอุตสาหกรรมคาร์บอนในสโคป 3​ อาจสูงไปจนถึง 80-90% เลยทีเดียว</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะที่มุมมองของ <strong>คุณเจสัน ลี</strong> มองว่า ในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนนั้น ธุรกิจทุกรายจะเริ่มจากการลดคาร์บอนภายในธุรกิจของตัวเองก่อน หรือเริ่มจากการลดในสโคป 1 และ 2 ขณะที่สโคป 3 จะเป็นตัวเลขที่นำมาบันทึกเพื่อจัดทำบัญชีคาร์บอนของภาคธุรกิจ แต่ในการขับเคลื่อนเพื่อลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในภาพรวมของประเทศ จะนับจากสโคป 1 และ 2 เท่านั้น แต่ไม่ได้นำสโคป 3 มาคำนวณด้วย เพราะจะเกิดการนับซ้ำในระบบ (Double Counting) และทำให้ปริมาณไม่ตรงกับความเป็นจริง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ เนื่องจากการปล่อยคาร์บอนที่แท้จริงจะเกิดขึ้นในช่วงสโคป 1 และ 2 เท่านั้น จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์จากการใช้พลังงานและไฟฟ้าในปริมาณสูง หากสามารถลดการปลดปล่อย โดยเฉพาะการลด​แบบ Removal ที่สามารถลดปริมาณการ​ปล่อยได้​ตั้งแต่ต้นทาง​ จะทำให้สามารถสร้างผลกระทบในการช่วยแก้ไขวิกฤตสภาพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">&#8220;การคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์สโคป 3 จะมีบทบาทในการวิเคราะห์พอร์ตโฟลิโอองค์กรของภาคธุรกิจเป็นหลัก แต่ปริมาณในสโคป 1 และ 2 คือปริมาณคาร์บอนที่มีการปลดปล่อยออกมาจริงๆ และเป็นต้นเหตุสำคัญของวิกฤตสภาพอากาศ ​ดังนั้น การโฟกัสให้ธุรกิจขนาดใหญ่เปลี่ยนผ่านได้ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญหากทุกธุรกิจให้ความสำคัญที่จะ​ขับเคลื่อนแผนการลดคาร์บอนของตนเองอย่างจริงจัง ปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในสโคป 3 ก็จะลดน้อยลงได้อย่างอัตโนมัติ&#8221;</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CIMB Thai</span> </strong>มองว่า แนวทางการขับเคลื่อนที่ธนาคารวางนโยบายไว้นั้น นอกจากการช่วยภาคธุรกิจไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านเพื่อแข่งขันได้ ยังช่วยเพิ่มศักยภาพและเร่งสปีดประเทศไทยในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net zero 2050 ได้เพิ่มมากขึ้นด้วย จากช่วงที่ผ่านมา ประสิทธิภาพในการลดคาร์บอนโดยภาพรวมของประเทศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/">การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:55:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Bleaching]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonMarket]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[CMC]]></category>
		<category><![CDATA[coral]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalBoiling]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalWarming]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[Marine]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[NewHigh]]></category>
		<category><![CDATA[Quotes]]></category>
		<category><![CDATA[Science]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[ThonThamrongnawasawat]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรณ์ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปะการัง]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนธรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39501</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; “ผมทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาตลอดชีวิต ​ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอปะการัง 99% ฟอกขาวและกำลังจะตาย อุณหภูมิในทะเลที่สูงเกือบ​ 40 องศาฯ ไม่ต่างจากอยู่ในบ่อออนเซ็น ทำให้ปะการังทนไม่ไหวจนฟอกขาวและค่อยๆ ตายไปจนหมด และเร็วเกินกว่าที่คาดคิดไว้&#8221; คำกล่าวของ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์  นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และอาจารย์ภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายพิเศษหัวข้อ &#8216;Warmer Than in Hell พรุ่งนี้โลกจะร้อนยิ่งกว่านรก&#8217; ในงาน READY, SET, NET, ZERO with Carbon Markets Club ​อ.ธรณ์ มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เลยจุดของการกลับไปแก้ไขแล้ว ​ทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ จนเลยเส้นความกังวลของคนทั้งโลกมาแล้ว และคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้านี้จะเกิดอุณหภูมิ New High ได้อีกอย่างน้อย 1 ปีเป็นอย่างต่ำปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากมายด์เซ็ตรวมทั้งการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบผิดๆ รวมทั้​งการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น​การขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ต่างๆ หรือความพยายามในการสร้างจิตสำนึก การรณรงค์ดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/">พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><em>“ผมทำงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลมาตลอดชีวิต ​ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอปะการัง 99% ฟอกขาวและกำลังจะตาย อุณหภูมิในทะเลที่สูงเกือบ​ 40 องศาฯ ไม่ต่างจากอยู่ในบ่อออนเซ็น ทำให้ปะการังทนไม่ไหวจนฟอกขาวและค่อยๆ ตายไปจนหมด และเร็วเกินกว่าที่คาดคิดไว้&#8221;</em></p>
<p><span id="more-39501"></span><br class="html-br" />คำกล่าวของ <strong>ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์</strong>  นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และอาจารย์ภาควิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยายพิเศษหัวข้อ &#8216;Warmer Than in Hell พรุ่งนี้โลกจะร้อนยิ่งกว่านรก&#8217; ในงาน READY, SET, NET, ZERO with Carbon Markets Club ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>อ.ธรณ์</strong> มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เลยจุดของการกลับไปแก้ไขแล้ว ​ทั้งอุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ จนเลยเส้นความกังวลของคนทั้งโลกมาแล้ว และคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้านี้จะเกิดอุณหภูมิ <strong>New High</strong> ได้อีกอย่างน้อย 1 ปีเป็นอย่างต่ำ<br class="html-br" /><br class="html-br" />ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากมายด์เซ็ตรวมทั้งการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบผิดๆ รวมทั้​งการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น​การขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ต่างๆ หรือความพยายามในการสร้างจิตสำนึก การรณรงค์ดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ความพยายามเปลี่ยนผ่านมาสู่ระบบเศรษฐกิจที่เป็น Low Carbon หากทำอย่างจริงจังก็อาจจะเริ่มส่งผลในอีก 30-40 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจจะช้าเกินไปแล้ว ​​<br class="html-br" /><br class="html-br" />ส่วนการขับเคลื่อนเพื่อ​แก้ปัญหาสภาพอากาศในปัจจุบันว่า ​​​ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี หรือการวางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนต่างๆ ที่เชื่อว่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ ​ให้ความสำคัญกับการวางแผน​ วางนโนบายหรือ​กลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อน และ​สร้างตัวชี้วัด สร้าง KPI เพื่อเช็คว่าทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ โดยลืมคิดไปว่าการดูแลรักษาโลกไม่ใช่การทำขัอสอบให้ผ่าน ไม่เหมือนการเรียนในระบบที่เรียนไปแล้ว สอบผ่านจะได้เลื่อนชั้นจนจบและรับปริญญาตามสเตป แต่ปัญหามีความซับซ้อนและผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่ และต้องเข้าไป​ดูแลมากกว่าแค่เรื่องการลดคาร์บอน การลดก๊าซเรือนกระจก ​<br class="html-br" /><br class="html-br" />เพราะอากาศร้อน โลกที่ร้อนขึ้น​ ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องทั้ง​ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งในแต่ละประเทศ หรือระหว่างประเทศ ความอดอยาก ทำให้เกิดการต่อสู้ดิ้นรนพยายามเอาชีวิตรอด ซึ่งคนอาจไม่ได้ตายจากการที่โลกร้อน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือสาเหตุสำคัญของความไม่ปกติที่จะเกิดขึ้นไปทั่วทั้งโลก​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ตอนนี้เหมือนเราตกกระทะทองแดงแล้ว แต่อาจจะยังไม่มิดหัว และเลือกที่จะไม่มองปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัว แต่​หันไปมองสิ่งสวยงามอย่างกระต่ายในดวงจันทร์แทน เป็นเหมือนการปลอบใจตัวเอง ว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเราเดินตามแผน เดินตามไทม์ไลน์ ทำตามโพรเซสต่างๆ แล้ว จะช่วยให้โลกดีขึ้น ​แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่ภาคธุรกิจทำ แม้จะ​เป็นสิ่งที่ดี ที่ควรทำ​​ แต่การทำช่วยแก้ปัญหาได้รอบด้านจริงหรือไม่ หรือทำแค่ต้องการเพียงรายงาน​ SD Report เท่านั้น เพราะแม้ว่าทุกบริษัทจะมีคะแนนความยั่งยืนในระดับสูง ได้เรตติ้งแบบ AAA แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมาการันตีว่าโลกจะดีขึ้น หรือชีวิตในอนาคตของลูกหลานจะดีขึ้นได้จริง&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/new-high-global-warming/">พรุ่งนี้โลกจะร้อนกว่านรก อุณหภูมิ New High ใน 5 ปีข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:52:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Fossil]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[PowerGenerators]]></category>
		<category><![CDATA[PowerSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[SolarPower]]></category>
		<category><![CDATA[StorageSystem]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[WindPower]]></category>
		<category><![CDATA[นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอสซิล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39491</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ในฐานะผู้อยู่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม High Emission และได้ชื่อว่าเป็นภาคส่วนที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในสัดส่วนที่สูง ทำให้ผู้ประกอบการ​อุตสาหกรรมกลุ่ม Power &#38; Energy ​ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับ RATCH GROUP ที่มีแผนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความ​เป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ภายในปี 2050 ​โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด หรือ Renewable เป็น 70% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานสะอาดอยู่ที่กว่า 20% ​คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มราช กรุ๊ป จะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System ลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้​เงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/">RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ในฐานะผู้อยู่ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม High Emission และได้ชื่อว่าเป็นภาคส่วนที่มีการปลดปล่อย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> ในสัดส่วนที่สูง</p>
<p><span id="more-39491"></span><br class="html-br" />ทำให้ผู้ประกอบการ​อุตสาหกรรมกลุ่ม Power &amp; Energy ​ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น<br class="html-br" /><br class="html-br" />เช่นเดียวกับ<strong> RATCH GROUP</strong> ที่มีแผนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความ​เป็นกลางทางคาร์บอน <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Neutrality</span> </strong>ภายในปี 2050 ​โดยมีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable</span> เป็น 70% ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานสะอาดอยู่ที่กว่า 20% ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มราช กรุ๊ป จะพยามยามลดพอร์ตฟอสซิลให้ลดลง และเพิ่มการลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมทั้งการลงทุน​กลุ่มแบตเตอรี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ Storage System ลดความผันผวนด้านความมั่นคงทางพลังงาน จากแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง ภายใต้​เงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับทุกประเทศทั้งในไทย ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ซึ่งการลงทุน​ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดนี้ จะสอดคล้องกับทิศทาง นโยบาย และความเร่งด่วนของแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุน แต่เชื่อว่าโดยภาพรวมจะลดพอร์ตในกลุ่มฟอสซิลลงได้ตามโรดแม็พ<br class="html-br" /><br class="html-br" />อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อน <strong>Energy Transition</strong> มี 3 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">pillars</span> ที่ต้องคำนึงถึง ทั้งเรื่อง ความมั่นคงทางพลังงาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และต้นทุนในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องมีความสมดุลกันทั้ง 3 ด้าน จึงจะสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br class="html-br" /><br class="html-br" />เพราะหากจะคำนึงถึงแต่ประเด็นสิ่งแวดล้อม แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดทั้งหมด แต่ไฟติดๆ ดับๆ หรือต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ราคาแพงมาก ก็ไม่สามารถมีใครพร้อมที่จะลงทุนได้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคง หรือ Energy Security ถือว่ามีความสำคัญมากที่สุด เพราะถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ และยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยดึงดูดการลงทุน ดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาพัฒนาประเทศ และสะท้อนความสามารถทางการแข่งขันของประเทศนั้นๆ ด้วยเช่นกัน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><em>&#8220;ก่อนหน้านี้บริบทในเรื่องของสิ่งแวดล้อม อยู่ที่การไม่สร้างมลภาวะมากเ​กินมาตรฐาน แต่เมื่อบริบทในปัจจุบันและมาตรฐานได้ถูกยกระดับมากขึ้น การปล่อย Carbon Emission ซึ่งเป็นเรื่องที่มาคู่กับการผลิตไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกมีความกังวล และมีการยกระดับเพื่อควบคุมปริมาณการปลดปล่อยซึ่งกระทบต่อ​อุตสาหกรรม​ แต่ก็ถือเป็น​ความท้าทายใหม่ที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมทุกรายต้องสามารถสร้างให้เกิดความสมดุลขึ้นมาให้ได้ในสุด&#8221;​​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/ratch-group-energy-transition/">RATCH GROUP ชู 3 สมดุล ขับเคลื่อน &#8216;Energy Transition&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทย ปักหมุด &#8216;EV Hub&#8217; อาเซียน อีกหนึ่งกลไกสำคัญ ขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/thailand-aim-ev-hub-of-asean/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:40:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[EnergyTransition]]></category>
		<category><![CDATA[EV Hub]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39818</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อการขนส่ง เป็นภาคส่วนสำคัญ​ที่เป็นแหล่งปล่อย ก๊าซเรือนกระจก GHGEmissions เป็นอันดับ 2 ของโลก และมีแนวโน้มเพิ่มปริมาณการปล่อย Emission เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว นับตั้งแต่ปี 1990 การเปลี่ยนผ่านเพื่อส่งเสริมการใช้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ เพื่อลดคาร์บอนจากภาคขนส่ง และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ได้ตามเป้าหมาย ทำไม ต้องเป็น &#8216;รถยนต์ไฟฟ้า&#8217; ? การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม 2.3 หมื่นล้านตัน ภายในปี 2050 ช่วยลดมลพิษจากท่อไอเสีย สาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรทั่วโลก 3.85 แสนราย ในปี 2015 การใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ลดการบริโภคน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2024 การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ยังช่วยเพิ่มโอกาสลงทุนครั้งใหญ่ พร้อมทั้งช่วย​ลดผลกระทบจากราคาน้ำมันผันผวน สถานการณ์ &#8216;ตลาด EV&#8217; ทั่วโลก ทั่วโลกวางโรดแม็พเพื่อเปลี่ยนผ่านด้านการขนส่งทางถนน โดยตั้งเป้าสัดส่วน​การใช้รถยนต์คาร์บอนเป็นศูนย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/thailand-aim-ev-hub-of-asean/">ไทย ปักหมุด &#8216;EV Hub&#8217; อาเซียน อีกหนึ่งกลไกสำคัญ ขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">เมื่อ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การขนส่ง</span> เป็นภาคส่วนสำคัญ​ที่เป็นแหล่งปล่อย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHGEmissions</span> เป็นอันดับ 2 ของโลก และมีแนวโน้มเพิ่มปริมาณการปล่อย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Emission</span> เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว นับตั้งแต่ปี 1990</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<p><span id="more-39818"></span></p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">การเปลี่ยนผ่านเพื่อส่งเสริมการใช้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">รถยนต์ไฟฟ้า</span> (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">EV)</span> จึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ เพื่อลดคาร์บอนจากภาคขนส่ง และมุ่งสู่เป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero</span> ภายในปี 2050 ได้ตามเป้าหมาย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทำไม ต้องเป็น &#8216;รถยนต์ไฟฟ้า&#8217; ?</div>
<ul>
<li dir="auto">การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม 2.3 หมื่นล้านตัน ภายในปี 2050</li>
<li dir="auto">ช่วยลดมลพิษจากท่อไอเสีย สาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรทั่วโลก 3.85 แสนราย ในปี 2015</li>
<li dir="auto">การใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ลดการบริโภคน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2024</li>
<li dir="auto">การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ยังช่วยเพิ่มโอกาสลงทุนครั้งใหญ่ พร้อมทั้งช่วย​ลดผลกระทบจากราคาน้ำมันผันผวน</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">สถานการณ์ &#8216;ตลาด EV&#8217; ทั่วโลก</div>
<ul>
<li dir="auto">ทั่วโลกวางโรดแม็พเพื่อเปลี่ยนผ่านด้านการขนส่งทางถนน โดยตั้งเป้าสัดส่วน​การใช้รถยนต์คาร์บอนเป็นศูนย์ 61% ​จากยอดขายใหม่ ภายในปี 2030 และเพิ่มเป็น 93% ในปี 2035 พร้อมยุติการขายรถยนต์สันดาป​ได้​ภายในปี 2038</li>
<li dir="auto">ด้านยอดขาย​รถยนต์ไฟฟ้า ปี 2024 มีสัดส่วนมากกว่า 20% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลก หรือราว 17 ล้านคัน ​โดยคาดว่ายอดขายของปี 2025 จะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคัน</li>
<li dir="auto">มีการประเมินมูลค่า​​ตลาด EV ทั่วโลก จะถึง 8.8 ล้านล้าน USD ภายในปี 2030 และเพิ่มเป็น 56.7 ล้านล้าน USD ในปี 2050</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ขณะที่ความเคลื่อนไหว และมูลค่าในตลาดสำคัญทั่วโลก มีดังต่อไปนี้</div>
<ul>
<li dir="auto">จีน : ผู้นำตลาด EV ยอดขายกว่า 11 ล้านคัน ในปี 2024 (เติบโต 40%) คิดเป็น 2 ใน 3 ยอดขายทั่วโลก</li>
<li dir="auto">สหรัฐอเมริกาและแคนาดา : ยอดขายรวมราว 1.8 ล้านคัน</li>
<li dir="auto">ยุโรป : ยอดขาย EV คิดเป็น 1 ใน 5 ของยอดขายรถยนต์ใหม่ ปี 2024</li>
<li dir="auto">นอร์เวย์ : รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">BEV</span>) มีสัดส่วน 88% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด</li>
<li dir="auto">เอเชีย ละตินอเมริกา และแอฟริกา : ยอดขาย EV เพิ่มขึ้น 60% ในปี 2024 ทำให้สัดส่วน EV ทั้งภูมิภาคเพิ่มเป็น 4% จาก 2.5% ในปี 2023</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">เป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประเทศไทย</span> สู่ <strong>EV Hub</strong> อาเซียน</div>
<ul>
<li dir="auto">ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับที่ 11 ของโลก และอันดับ 1 ในอาเซียน พร้อมทั้งได้ต้ังเป้าหมายเพื่อ​เปลี่ยนผ่านสู่การเป็น ‘EV Hub ของอาเซียน’ ในฐานะตลาด EV ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ด้วยยอดจดทะเบียนใหม่ 1.53 แสนคัน ในปี 2019</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">สถานการณ์ตลาด EV ประเทศไทย ปี 2025</div>
<ul>
<li dir="auto">ยอดจดทะเบียน ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2025 มีจำนวนมากกว่า 6.6 หมื่นคัน เทียบกับ​ยอดรวมทั้งปี​ของปีก่อนหน้าอยู่ที่​ 6.7 หมื่นคัน</li>
<li dir="auto">ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เพิ่มขึ้น 61% และคาดว่าจะทะลุ 1 แสนคัน ภายในปี 2025</li>
<li dir="auto">ยอดขายรวมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 อยู่ที่ 54,084 คัน และคาดว่าส่วนแบ่งการตลาดของรถยนต์ไฟฟ้า มีแนวโน้มจะเพิ่มเป็น 18-20%​</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">การสนับสนุนจากภาครัฐ</div>
<ul>
<li dir="auto">ขณะที่​การสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการใช้ EV เพิ่มมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า มีดังต่อไปนี้</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<p>การส่งเสริมผ่านผู้ใช้งาน</p>
<ul>
<li>ชุดมาตรการ​ EV3.0 และ EV3.5 ส่วนลดภาษีและเงินอุดหนุน 5หมื่น -1​ แสนบาท/คัน</li>
<li>มาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 1.5 แสน​บาท</li>
<li>การปรับลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2%</li>
<li>ช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโตมากกว่า 400%</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">การส่งเสริมผ่านผู้ผลิต</div>
<ul>
<li dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">BOI</span> เสนอสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ครอบคลุมสำหรับผู้ผลิต EV</li>
<li dir="auto">ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี สำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV)</li>
<li dir="auto">แผนพัฒนาระยะยาว ตั้งเป้า 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในปี 2030 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า</li>
<li dir="auto">ครอบคลุมรถยนต์นั่ง/รถกระบะ 7.2 แสน​คัน รถจักรยานยนต์ 6.75 แสนคัน และรถบัส/รถบรรทุก 3.4 หมื่นคัน</li>
</ul>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/thailand-aim-ev-hub-of-asean/">ไทย ปักหมุด &#8216;EV Hub&#8217; อาเซียน อีกหนึ่งกลไกสำคัญ ขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทสรุป COP30 เพิ่มแรงส่ง Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/cop30-reinforce-net-zero-2050/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Jan 2026 08:31:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Belem 4X Pledge]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonCredit]]></category>
		<category><![CDATA[COP]]></category>
		<category><![CDATA[COP30]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[LowCarbon]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Roadmap NDC]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความร่วมมือ]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39197</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทสรุป COP30 เมืองเบเล็ง ประเทศบราซิล ที่จบลงไปแล้วนั้น มีความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน Energy Transitions ​ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจา​เพื่อยุติการใช้ เชื้อเพลิงฟอสซิล อย่างเป็นรูปธรรม แต่ประเทศ​​เจ้าภาพอย่างบราซิล สามารถจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านเพื่อรับมือสภาพอากาศ 2 ฉบับ ได้แก่ 1. แผนเศรษฐกิจปลอดฟอสซิลอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม (fossil-fuel transition roadmap) 2. แผนป่าไม้และสภาพภูมิอากาศ (forest-climate/deforestation roadmap) พร้อมทั้งความร่วมมมือ​ขับเคลื่อนระดับโลก ในมิติต่างๆ เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ประกอบด้วย 1. ความร่วมมือจากทั่วโลก เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก &#8211; เร่งแผนเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล Fossil Belem 4X Pledge เพิ่มการใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน 4 เท่า ภายในปี 2035 ทั้งไฮโดรเจน เชื้อเพลิงชีวภาพ และเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมผลักดัน ‘ปฏิญญาเบเล็งเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว’ แผนขับเคลื่อนโครงข่ายไฟฟ้าสีเขียวระดับโลก และในระดับภูมิภาค &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/cop30-reinforce-net-zero-2050/">บทสรุป COP30 เพิ่มแรงส่ง Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">บทสรุป <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><strong>COP30</strong></span> เมืองเบเล็ง ประเทศบราซิล ที่จบลงไปแล้วนั้น มีความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Energy Transitions</span> ​ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจา​เพื่อยุติการใช้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เชื้อเพลิงฟอสซิล</span> อย่างเป็นรูปธรรม แต่ประเทศ​​เจ้าภาพอย่างบราซิล สามารถจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านเพื่อรับมือสภาพอากาศ 2 ฉบับ ได้แก่</div>
</div>
<p><span id="more-39197"></span></p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>1. แผนเศรษฐกิจปลอดฟอสซิลอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม (fossil-fuel transition roadmap)</strong></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>2. แผนป่าไม้และสภาพภูมิอากาศ (forest-climate/deforestation roadmap)</strong></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">พร้อมทั้งความร่วมมมือ​ขับเคลื่อนระดับโลก ในมิติต่างๆ เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero 2050</span></strong> ประกอบด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>1. ความร่วมมือจากทั่วโลก เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong></div>
<div dir="auto"><strong>&#8211; เร่งแผนเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Fossil</span></strong></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li>Belem 4X Pledge เพิ่มการใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน 4 เท่า ภายในปี 2035 ทั้งไฮโดรเจน เชื้อเพลิงชีวภาพ และเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์</li>
<li>ร่วมผลักดัน ‘ปฏิญญาเบเล็งเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว’</li>
<li>แผนขับเคลื่อนโครงข่ายไฟฟ้าสีเขียวระดับโลก และในระดับภูมิภาค</li>
</ul>
<div dir="auto"><strong>&#8211; ด้านธรรมชาติและอาหาร <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Naturebased</span> , <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Landuse</span></strong></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">ปกป้องป่าเขตร้อนผ่าน ‘กองทุนเพื่อป่าเขตร้อนตลอดกาล’ (TFFF : Tropical Forest Forever Facility)</li>
<li dir="auto">เปิดตัวข้อตกลงด้านการถือครองที่ดินระหว่างรัฐบาล (ILTC : Intergovernmental Land Tenure Commitment )</li>
<li dir="auto">ผลักดันการพัฒนาภูมิทัศน์แบบฟื้นฟู (Regenerative Landscapes) พื้นที่ 210 ล้านเฮกตาร์ 110 ประเทศ ภายในปี 2030</li>
<li dir="auto">ส่งเสริมการเกษตรยุคใหม่ สร้างกลไกเร่งลดก๊าซเรือนกระจก และมลพิษทางการเกษตรที่เป็นอันตราย</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">&#8211; <strong>กลไกคาร์บอนเครดิต (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon credit) </span></strong></div>
<ul>
<li dir="auto">สร้างมาตรฐานร่วมกันในการเชื่อมโยงระบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิต</li>
<li dir="auto">เสนอราคาคาร์บอนเครดิตขั้นต่ำ (floor price) จากป่าไม้เขตร้อนผ่านโครงการ TFFF</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>2. การสนับสนุนทาง<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การเงิน</span> เพื่อรับมือและปรับตัว  (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green Finance)</span></strong></div>
<ul>
<li dir="auto">ลงทุน 1 ล้านล้าน USD ภายในปี 2030 เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงาน รองรับโครงข่ายไฟฟ้าสีเขียว</li>
<li dir="auto">ลงทุนในประเทศกำลังพัฒนา 1.4 แสนล้าน USD โครงการอุตสาหกรรมสะอาด และ 1.5 แสนล้าน USD เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 3 เท่า ภายในปี 2030</li>
<li dir="auto">ช่วยเหลือทางการเงินปีละ 1.3 ล้านล้าน USD แก่ประเทศกำลังพัฒนา ช่วยเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัว</li>
<li dir="auto">ตั้งกองทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Adaptation Fund ) รวบรวมเงิน 1,500 ล้าน USD สนับสนุนการปรับตัวใน 108 ประเทศ เพื่อช่วยชีวิตผู้คน ดูแลธรรมชาติ และสร้างระบบป้องกันภัยพิบัติ</li>
<li dir="auto">ตั้งหน่วยงานกลางทั้งระดับประเทศและภูมิภาค เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลื่อ และดึงดูดการลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศ</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ประเทศไทย</span> ขยับเป้าหมาย ‘Net Zero 2050’  <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Thailand Roadmap</span> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">NDC</span></strong></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">ประเทศไทยขยับเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 เร็วขึ้น 15 ปี</li>
<li dir="auto">ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 152 ล้านตัน CO2e ภายในปี 2035 หรือลดลง 47% จากปี 2019</li>
<li dir="auto">คาดต้องใช้ Green Finance จากต่างประเทศกว่า 7,000 ล้าน USD หรือคิดเป็น 30% ของเม็ดเงินที่ต้องใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านทั้งหมด โดยเฉพาะการ​พัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เทคโนโลยี</span> ที่ต้องใช้วิทยาการและการลงทุนสูง</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">โดยตัวอย่างโครงการสำหรับการลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน อาทิ ​ เทคโนโลยีไฮโดรเจนในภาคการผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรม Battery Energy Storage System (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">BESS</span>) , เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CCUS</span>),​ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors: <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SMR</span>), การผลิตปูนซีเมนต์แบบปล่อยคาร์บอนต่ำ, เทคโนโลยีการกำจัดของเสียและสารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง​การปลูกข้าวแบบปล่อยคาร์บอนต่ำ เป็นต้น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/cop30-reinforce-net-zero-2050/">บทสรุป COP30 เพิ่มแรงส่ง Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CIMB Thai ขับเคลื่อน &#8216;Sustainability360&#8217; ตั้งเป้า &#8216;One Stop Solutions&#8217; ช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เฟสแรกโฟกัส 3 กลุ่ม High Emission เจาะดีมานด์ 3 หมื่นล้าน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/cimb-thai-sustainability360-drive-green-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Dec 2025 09:57:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB THAI]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Jason Lee]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[Net zero pathway]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability360]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Taxonomy]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีไอเอ็มบี]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เจสัน ลี]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39100</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) วิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 ของประเทศไทย ยังมีความท้าทายในระดับสูง โดยเฉพาะหากพิจารณาภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emisisons) ของประเทศไทย ยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากต้องการให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ การช่วยภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านด้าน Decarbonization จึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม High Emissions หรือกลุ่มที่มีการปล่อยก๊ซเรือนกระจกในระดับสูง เพราะหากเปลี่ยนผ่านกลุ่มเหล่านี้ได้สำเร็จจะมีผลในการช่วยลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ​ในภาพรวมของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ CIMB Thai จึงต้องการเข้ามาเป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้วยการพัฒนา &#8216;Sustainability360&#8217; ซึ่งเป็นบริการใหม่​ที่พัฒนาขึ้น​​เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้ภาคธุรกิจในการขับเคลื่อน Net Zero Pathways ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตามแนวทาง Sustainable Finance คุณเจสัน ลี ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ( CIMB Thai) กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ปัญหาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไทย มาจาก 2 Pain point สำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cimb-thai-sustainability360-drive-green-transition/">CIMB Thai ขับเคลื่อน &#8216;Sustainability360&#8217; ตั้งเป้า &#8216;One Stop Solutions&#8217; ช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เฟสแรกโฟกัส 3 กลุ่ม High Emission เจาะดีมานด์ 3 หมื่นล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai)</strong> วิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 ของประเทศไทย ยังมีความท้าทายในระดับสูง โดยเฉพาะหากพิจารณาภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emisisons) ของประเทศไทย ยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-39100"></span></p>
<p>ดังนั้น หากต้องการให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ การช่วยภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านด้าน Decarbonization จึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม High Emissions หรือกลุ่มที่มีการปล่อยก๊ซเรือนกระจกในระดับสูง เพราะหากเปลี่ยนผ่านกลุ่มเหล่านี้ได้สำเร็จจะมีผลในการช่วยลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ​ในภาพรวมของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>CIMB Thai</strong> จึงต้องการเข้ามาเป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้วยการพัฒนา <strong>&#8216;Sustainability360&#8217;</strong> ซึ่งเป็นบริการใหม่​ที่พัฒนาขึ้น​​เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้ภาคธุรกิจในการขับเคลื่อน Net Zero Pathways ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตามแนวทาง Sustainable Finance</p>
<p><strong>คุณเจสัน ลี</strong> <strong>ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (</strong> <strong>CIMB Thai) </strong>กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ปัญหาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไทย มาจาก<em><strong> 2 Pain point สำคัญ ได้แก่ เรื่องของเงินทุน (Capital) และเทคโนโลยี (Technology) ในการเปลี่ยนผ่าน</strong></em> รวมไปถึงการวิเคราะห์และจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านเชิงเทคนิคและการปฏิบัติตามหลัก Taxonomy ​นำมาสู่การพัฒนา​<strong> Sustainability360</strong> ที่มุ่งอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจในการระดมทุนและการขอสินเชื่อสีเขียวจากสถาบันการเงิน<em><strong> ภายใต้การให้บริการแบบ One Stop ทั้งการให้คำปรึกษาเชิงเทคนิค</strong></em> การวางกรอบหรือแนวทางในการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อเข้าถึงเงินทุน รวมทั้งเทคโนโลยีในการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ไปจนถึงการประเมินปัจจัยต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงในการดำเนินกิจกรรม​หรือ Green Projects ต่างๆ ว่าส่งผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยแวดล้อมในมิติอื่นๆ หรือไม่ <em><strong>รวมทั้งการ​ปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านความยั่งยืนทั้งในระดับประเทศ และภูมิภาคต่างๆ ​เพื่อให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนได้ทั้ง Green Transition โดยที่ยัง​รักษาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไว้ได้ด้วย </strong></em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39102 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Sustain360-Team.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การเพิ่มบริการ <strong>Sustainability</strong><strong>360</strong> ของ CIMB Thai สามารถตอบโจทย์การสนับสนุนลูกค้าในการจัดทำเอกสารทางเทคนิคสำหรับรูปแบบการออกตราสารหนี้และการขอสินเชื่อ โดยเอกสารดังกล่าวผ่านการรับรองความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Second Party Opinion: SPO) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติทั้งในระดับประเทศและระดับสากล รวมทั้งสอดคล้อง​​กับแนวทาง Taxonomy และสนับสนุนโอกาสด้านพลังงานสะอาดจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) อย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อร่วมขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน บริการ Sustainability360 จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าครบจบในที่เดียวเป็น One Stop Service ในโซลูชันเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ CIMB Thai โฟกัสเป้าหมายในเฟสแรกของการให้บริการใน 3 อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ เ​นื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง (High Emission) และเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องการเงินทุนสนับสนุนในการปรับโครงสร้างการผลิต ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อมาใช้ในการลดคาร์บอน ​เช่น เทคโนโลยีดูดกลับคาร์บอน หรือพลังงานสะอาดต่างๆ โดยมองดีมานด์ด้าน​ Green Finance ของอุตสาหกรรมในกลุ่มเป้าหมายนี้เพื่อลดคาร์บอนและเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ Low Carbon ​จนถึงปี 2026 อยู่ที่ประมาณ​​ 20,000 ล้านบาท ​​ซึ่ง​​​ปัจจุบันกลุ่มลูกค้ามีการระดมทุนผ่านตราสารหนี้และสินเชื่อแล้วราว 50% และคาดว่าดีมานด์จากกลุ่มเป้าหมายจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า​​ 30,000 ล้านบาท  ภายในปี 2030</p>
<p><em>&#8220;ธนาคารฯ มีแผนเพิ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อช่วยการเปลี่ยนผ่านในปีหน้าเพิ่มอีก 1 กลุ่ม ​โดยยังโฟกัสในกลุ่มที่เป็น High Emissions และมีซัพพลายเชนที่ค่อนข้างยาว​ โดยจุดแข็งและความแตกต่างของ CIMB คือความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเชิงเทคนิค ที่ค่อนข้างมีความซับซ้อนและต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะ ทั้งความเข้าใจด้าน Decarbonization ทั้งในมิตของเทคโนโลยี รวมทั้งการใช้กระบวนการตามธรรมชาติ หรือ Nature-based Solutions การเข้าใจข้อกฎหมายและเงื่อนไขทางการค้าในแต่ละตลาดเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งการทำงานร่วมกับนักบัญชีคาร์บอนทำให้สามารถประเมินปริมาณการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ รวมทั้งการรับรองโครงการว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ภายในจุดเดียว ​​พร้อมให้คำแนะนำด้านการเงินเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินยั่งยืน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุนที่หลากหลาย และเพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนผ่านได้มากยิ่งขึ้น&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39101 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Advancing-TRansiiton.jpg" alt="" width="1200" height="664" /></p>
<p><strong>คุณเจสัน</strong> กล่าวต่อว่า สำหรับการขับเคลื่อน​ Sustainable Finance ของ CIMB Thai ปัจจุบันสามารถขับเคลื่อนได้ราว 4% ของพอร์ตโฟลิโอ จากการสนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยทั้งการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง​ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในมิติต่างๆ ​​เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนตามกรอบ ESG​  พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 20%​ ของพอร์ตโฟลิโอ ภายในปี 2030  โดย​​เน้นการทำงานร่วมกับกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในมิติการลดก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากสามารถช่วยสร้างให้เกิดอิมแพ็คได้ในการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ระดับประเทศได้ ทำให้การขับเคลื่อน Sustainability360 ไม่เพียงช่วยลูกค้าธนาคารเปลี่ยนผ่านได้เท่านั้น แต่ยังช่วยการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศไทย ให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้​อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cimb-thai-sustainability360-drive-green-transition/">CIMB Thai ขับเคลื่อน &#8216;Sustainability360&#8217; ตั้งเป้า &#8216;One Stop Solutions&#8217; ช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เฟสแรกโฟกัส 3 กลุ่ม High Emission เจาะดีมานด์ 3 หมื่นล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 06:47:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Agricultural]]></category>
		<category><![CDATA[carbon emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Consumers]]></category>
		<category><![CDATA[emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Food System]]></category>
		<category><![CDATA[FoodProduction]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Livestock]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Our World in Data]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Eating]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การกิน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพรินท์ส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38639</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่!!  แค่การกิน ก็ส่งผลต่อ สภาพอากาศ เพราะทุกคำจากอาหาร ที่เรากิน ล้วนมาพร้อม &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้โลก ‘การกิน’ กับ ‘โลกร้อน’ จึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน เนื่องจากในกระบวนการ &#8216;การผลิตอาหาร&#8217; ทั้ง การเกษตร และ ปศุสัตว์ จำเป็น​ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งการ​ใช้น้ำ และที่ดินเพื่อ เพาะปลูก หรือ เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งยังสร้างก๊าซมีเทน และกระทบต่อพื้นที่ป่าให้มีจำนวนลดลง ​ ทั้งนี้ 1 ใน 4 ของ ก๊าซเรือนกระจก ทั่วโลกมาจากอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การผลิต การทำฟาร์ม การแปรรูป และการขนส่ง ดังนั้น การกินในชีวิตประจำวันของ ผู้บริโภค จึงส่งผลต่อปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง Climate Change อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะใน​ทุกกระบวนการมีการปล่อยคาร์บอน Carbon Emissions อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเลือกชนิดของอาหารสำหรับ​การรับประทาน ก็​มีส่วน​​ช่วยลดผลกระทบได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจาก ปริมาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/">รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">
<div dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">รู้หรือไม่!! </span> แค่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การกิน</span> ก็ส่งผลต่อ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สภาพอากาศ </span>เพราะทุกคำจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อาหาร</span> ที่เรากิน ล้วนมาพร้อม <strong>&#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217;</strong> ให้โลก</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>‘การกิน</strong>’ กับ <strong>‘โลกร้อน</strong>’ จึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน เนื่องจากในกระบวนการ &#8216;การผลิตอาหาร&#8217; ทั้ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การเกษตร</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ปศุสัตว์</span> จำเป็น​ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งการ​ใช้น้ำ และที่ดินเพื่อ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เพาะปลูก</span> หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เลี้ยงสัตว์</span> รวมทั้งยังสร้างก๊าซมีเทน และกระทบต่อพื้นที่ป่าให้มีจำนวนลดลง ​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ 1 ใน 4 ของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> ทั่วโลกมาจากอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่การผลิต การทำฟาร์ม การแปรรูป และการขนส่ง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ดังนั้น การกินในชีวิตประจำวันของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ผู้บริโภค</span> จึงส่งผลต่อปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Climate Change</span> อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะใน​ทุกกระบวนการมีการปล่อยคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbon Emissions</span> อย่างต่อเนื่อง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะเดียวกัน การเลือกชนิดของอาหารสำหรับ​การรับประทาน ก็​มีส่วน​​ช่วยลดผลกระทบได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจาก ปริมาณ Carbon Emissions ของอาหารแต่ละประเภทที่ปลดปล่อยออกมานั้นแตกต่างกัน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Our World in Data</span> </strong>ได้มีการจัดอันดับกลุ่มอาหารที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์ต่ำ และสูง ​สำหรับเปรียบเทียบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Emissions</span> ที่เกิดจากการผลิตอาหารแต่ละประเภท โดยการคำนวณตามปริมาณการสร้างคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นจากการผลิตวัตถุดิบอาหารแต่ละประเภทในปริมาณ 1 กิโลกรัม</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>10 กลุ่มอาหาร คาร์บอนฟุตพรินท์สูง (High-Emission Foods)</strong> ประกอบด้วย</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">1. เนื้อวัว (จากฟาร์มโคเนื้อ) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 99.48 กก.</div>
<div dir="auto">2. ดาร์กช็อกโกแลต ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 46.65 กก.</div>
<div dir="auto">3. เนื้อแกะ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 39.72 กก.</div>
<div dir="auto">4. เนื้อวัว (จากฟาร์มโคนม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 33.3 กก.</div>
<div dir="auto">5. กาแฟ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 28.53 กก.</div>
<div dir="auto">6. กุ้ง (จากฟาร์ม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 26.87 กก.</div>
<div dir="auto">7. ชีส ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 23.88 กก.</div>
<div dir="auto">8. ปลา (จากฟาร์ม) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 13.63 กก.</div>
<div dir="auto">9. เนื้อหมู ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 12.31 กก.</div>
<div dir="auto">10. เนื้อไก่ (กลุ่มสัตว์ปีก) ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 9.87 กก.</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>5 กลุ่มอาหาร คาร์บอนฟุตพรินท์ต่ำ</strong> (Low-Emission Foods) ประกอบด้วย</div>
<div dir="auto">1. ผลไม้ตระกูลส้ม ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.39 กก.</div>
<div dir="auto">2. แอปเปิ้ล / พืชหัวใต้ดิน / ถั่วเปลือกแข็ง ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.43 กก.</div>
<div dir="auto">3. มันฝรั่ง ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.46 กก.</div>
<div dir="auto">4. หัวหอมและต้นหอม ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.5 กก.</div>
<div dir="auto">5. ผักตระกูลกะหล่ำ ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ 0.51 กก.</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/carbonfootprint-from-food-system/">รู้หรือไม่ แค่กิน ก็สร้าง &#8216;คาร์บอนฟุตพรินท์&#8217; ให้กับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอกาสธุรกิจ ‘ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม’ มนุษย์ทองคำ จากวิกฤต Climate Change</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/new-job-from-climate-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 05:40:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Consultant]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental Consultant]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Jobs]]></category>
		<category><![CDATA[Jobs]]></category>
		<category><![CDATA[New Jobs]]></category>
		<category><![CDATA[Risk Management]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตสภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สายงานสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38636</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันผลกระทบจากปัญหา สภาพอากาศ และ สิ่งแวดล้อม รุนแรงมากขึ้น ทั้งในมิติของสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการดำเนินธุรกิจ วิกฤตสภาพอากาศ ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน กระทบทุกคน ทุกพื้นที่ทั่วโลก หลายประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย เริ่มประกาศ Green Policies สู่เศรษฐกิจสีเขียว ประเทศไทยขยับเป้าหมาย Net Zero เร็วขึ้น พร้อมเร่งบังคับใช้ พ.ร.บ.โลกร้อน ภายในปี 2569 จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เทรนด์ ‘ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม’ เติบโต สะท้อนผ่านสัญญาณต่างๆ ต่อไปนี้ เช่น ผลประกอบการ ‘ธุรกิจที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม’ ในประเทศไทย ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2564 -2566) เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยใน ปี 2566 มีรายได้ 8,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,600 ล้านบาท ซึ่งเติบโตได้ถึง 23% การซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยใน​ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/new-job-from-climate-crisis/">โอกาสธุรกิจ ‘ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม’ มนุษย์ทองคำ จากวิกฤต Climate Change</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">
<p>ปัจจุบันผลกระทบจากปัญหา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สภาพอากาศ</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สิ่งแวดล้อม</span> รุนแรงมากขึ้น ทั้งในมิติของสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการดำเนินธุรกิจ</p>
</div>
<ul>
<li dir="auto">วิกฤตสภาพอากาศ ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน กระทบทุกคน ทุกพื้นที่ทั่วโลก</li>
<li dir="auto">หลายประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย เริ่มประกาศ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green Policies</span> สู่เศรษฐกิจสีเขียว</li>
<li dir="auto">ประเทศไทยขยับเป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero</span> เร็วขึ้น พร้อมเร่งบังคับใช้ พ.ร.บ.โลกร้อน ภายในปี 2569</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เทรนด์ <strong>‘ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม’</strong> เติบโต สะท้อนผ่านสัญญาณต่างๆ ต่อไปนี้ เช่น</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">ผลประกอบการ ‘ธุรกิจที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม’ ในประเทศไทย ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2564 -2566) เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยใน ปี 2566 มีรายได้ 8,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,600 ล้านบาท ซึ่งเติบโตได้ถึง 23%</li>
<li dir="auto">การซื้อขาย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนเครดิต</span> เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยใน​ปี 2567 มีราคาเฉลี่ย 125 บาทต่อตัน CO2e สูงที่สุดในรอบ 5 ปี</li>
<li dir="auto">แนวโน้มขาดแคลนบุคลากรสายสิ่งแวดล้อม ทั้งที่ปรึกษา ผู้ตรวจสอบ และผู้ทวนสอบ โดยบุคลากรในสายงาน อาทิ กลุ่มที่ปรึกษามีราว 530 ราย (ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล), บุคคลผู้ตรวจสอบ หรือผู้ทวนสอบ มีราว 100 ราย และบริษัทผู้ตรวจสอบและผู้ทวนสอบ มีราว 20 ราย ขณะที่มีจำนวนนิติบุคคลมากกว่า 800,000 ราย ที่ต้องมีการจัดทำรายงานการปล่อยคาร์บอนและความยั่งยืน</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ทั้งนี้ มีการประเมินความต้องการบุคลากรสายสิ่งแวดล้อมจะเพิ่มขึ้นถึง 50,000 ตำแหน่ง ภายในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ทำไมต้องมี ‘ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม’ ?</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">1. เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม</div>
<ul>
<li dir="auto">ช่วยให้ธุรกิจปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงต่อการเสียค่าปรับหรือถูกดำเนินคดี</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">2. การประเมินและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</div>
<ul>
<li dir="auto">ช่วยวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของการดำเนินงานององค์กรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น GHG Emission การใช้น้ำ การจัดการของเสีย ​เพื่อหาวิธีลดผลกระทบเหล่านี้ให้มากที่สุด</li>
</ul>
<div dir="auto">3. การสนับสนุนและพัฒนาโครงการเพื่อความยั่งยืน</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">ช่วยองค์กรพัฒนาโครงการเพื่อความยั่งยืน เช่น การใช้พลังงานทดแทน การจัดการของเสีย หรือโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">4. การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตและการลดคาร์บอน</div>
<ul>
<li dir="auto">ช่วยองค์กรในการจัดการและซื้อขายคาร์บอนเครดิต รวมถึงการวางกลยุทธ์การลดคาร์บอนที่เหมาะสม ​เพื่อบริหารความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">5. การบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยสิ่งแวดล้อม</div>
<ul>
<li dir="auto">​ปัญหาสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนทรัพยากร และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นความเสี่ยงที่ธุรกิจต้องเผชิญ การมี​ที่ปรึกษาจะช่วยแนะนำ​การวางแผนรับมือและปรับกลยุทธ์เพื่อลดผลกระทบจากความเสี่ยงได้</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">6. ช่วยสร้างภาพลักษณ์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน</div>
<ul>
<li dir="auto">ธุรกิจที่ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่ม​ความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคและคู่ค้าหันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม​​​</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">โอกาสธุรกิจ &#8216;ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม&#8217;</div>
<ul>
<li dir="auto">&#8216;ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม&#8217; มีบทบาทสำคัญ​ในการช่วยให้ธุรกิจและองค์กรสามารถลด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความเสี่ยง</span> ในดารดำเนินงาน โดยคำนึงถึงความยั่งยืน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวในหลากหลายมิติ</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">ส่งผลให้อาชีพในกลุ่มที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม มีโอกาสเติบโตอย่างมากในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ เนื่องจากกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลายประเทศกำหนดขึ้นเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">แต่จากปริมาณที่จำกัดของบุคลากร สร้างโอกาสให้กับ​ธุรกิจ &#8216;ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม&#8217; กลายเป็นที่ต้องการของตลาด เปรียบเทียบได้กับ&#8217;มนุษย์ทองคำ&#8217; ซึ่งเป็นที่ต้องการของทุกฝ่าย โดยเฉพาะใน4 กลุ่มงานหลักต่อไปนี้</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">1. กลุ่มงานพัฒนา <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> องค์กร</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<ul>
<li dir="auto">&#8211; เจ้าหน้าที่พัฒนาความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม, สังคม, ธรรมาภิบาล</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">2. กลุ่ม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ที่ปรึกษา</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">นักวิเคราะห์</span> การจัดการก๊าซเรือนกระจก ได้แก่</div>
<ul>
<li dir="auto">ที่ปรึกษาด้านการประเมินก๊าซเรือนกระจก</li>
<li dir="auto">ที่ปรึกษาความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ ออกแบบมาตรการลดผลกระทบ (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Mitigation</span>) และการรับมือ (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Adaptation</span>)</li>
<li dir="auto">เจ้าหน้าที่โครงการพลังงานหมุนเวียน</li>
<li dir="auto">นักวิเคราะห์ด้านความยั่งยืน</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">3. กลุ่มตรวจสอบและทวนสอบรายงานการประเมินก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Validator</span> หรือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Verifier</span></div>
<ul>
<li dir="auto">ผู้ทวนสอบ ผู้เชี่ยวชาญ และประเมินรับรองโครงการลดก๊าซเรือนกระจก (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Assessment</span>)</li>
</ul>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">4. กลุ่มงานการจัดการและซื้อขาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คาร์บอนเครดิต</span></div>
<ul>
<li dir="auto">ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจวัดบัญชีคาร์บอนเพื่อการลดและชดเชย</li>
<li dir="auto">ผู้จัดการด้านการซื้อขายคาร์บอนเครดิต</li>
</ul>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/new-job-from-climate-crisis/">โอกาสธุรกิจ ‘ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม’ มนุษย์ทองคำ จากวิกฤต Climate Change</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 3 ปัจจัยท้าทาย &#8216;ประเทศไทย&#8217; พิชิตเป้าหมาย Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/3-challenges-thailand-net-zero-2050/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Oct 2025 11:01:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[KResearch]]></category>
		<category><![CDATA[KResearch Center]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[PDP]]></category>
		<category><![CDATA[Stranded Assets]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[กฎระเบียบ]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ความท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. กฤตย์ สีตะธนี]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพย์สินสูญค่าในอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ. ลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ. อากาศสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แผน​พัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37660</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศนโยบายปรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ #NetZero ของประเทศไทยให้เร็วขึ้น 15 ปี จากปี 2608 (2065) เป็น 2593 (2050) โดยกำหนดให้มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 370 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e)ต่อปี ทั้งนี้ คาดว่าในการประชุม COP30 ที่จะถึงนี้  คาดว่าประเทศต่างๆ จะ ประกาศแผน​ลดการปล่อยคาร์บอนในช่วง 5 ปีถัดไป จนถึงปี 2578 หากนายกรัฐมนตรียืนยันเป้าหมายใหม่ดังกล่าวในการประชุม รูปแบบเศรษฐกิจของประเทศไทย จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เชื่อว่า ความสำเ​ร็จของนโยบายดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ กฎระเบียบ การบริหารจัดการสินทรัพย์สูญค่าในอนาคต และช่องว่างด้านเงินทุน 1. กฎระเบียบจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักสำคัญของภาคเอกชน  กฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ ที่มีบทบาทสำคัญให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero2050 ประกอบด้วย  พระราชบัญญัติอากาศสะอาด พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับปรับปรุง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/3-challenges-thailand-net-zero-2050/">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 3 ปัจจัยท้าทาย &#8216;ประเทศไทย&#8217; พิชิตเป้าหมาย Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศนโยบายปรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ #NetZero ของประเทศไทยให้เร็วขึ้น 15 ปี จากปี 2608 (2065) เป็น 2593 (2050) โดยกำหนดให้มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 370 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e)ต่อปี</p>
<p><span id="more-37660"></span></p>
<p>ทั้งนี้ คาดว่าในการประชุม COP30 ที่จะถึงนี้  คาดว่าประเทศต่างๆ จะ ประกาศแผน​ลดการปล่อยคาร์บอนในช่วง 5 ปีถัดไป จนถึงปี 2578 หากนายกรัฐมนตรียืนยันเป้าหมายใหม่ดังกล่าวในการประชุม รูปแบบเศรษฐกิจของประเทศไทย จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><b>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย </b>เชื่อว่า ความสำเ​ร็จของนโยบายดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ กฎระเบียบ การบริหารจัดการสินทรัพย์สูญค่าในอนาคต และช่องว่างด้านเงินทุน</p>
<p><strong>1. กฎระเบียบจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักสำคัญของภาคเอกชน </strong></p>
<p>กฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ ที่มีบทบาทสำคัญให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero2050 ประกอบด้วย  พระราชบัญญัติอากาศสะอาด พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับปรับปรุง</p>
<p>&#8211;<strong> พ.ร.บ. อากาศสะอาด</strong> ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดมลพิษโดยรวม และได้มีการนำเสนอเข้า ครม. แล้ว โดยกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดบทลงโทษสำหรับการปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน ทั้งการปรับ จนถึงดำเนินคดีอาญา ทำให้ผู้ผลิตส่วนใหญ่ต้องลงทุนระบบตรวจวัดและควบคุมมลพิษ</p>
<p>&#8211; <strong>พ.ร.บ. ลดโลกร้อน</strong> เป็นกฎหมายสำคัญ ที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกำลังจัดทำเพือนำเสนอ ครม. โดยจะกำหนดกลไกทางกฎหมาย รวมถึงบทลงโทษ กองทุนเพื่อความยั่งยืน เพื่อบรรลุ Net Zero โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือ การสร้างตลาดคาร์บอนภาคบังคับ ซึ่งจะกำหนดให้บริษัทต่างๆ ต้องติดตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ เพื่อลดการปล่อย และเพิ่มการซื้อขายคาร์บอนเครดิต</p>
<p>&#8211; <strong>แผน​พัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP</strong> ซึ่งประเทศไทยได้จัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ในปี 2567 โดยมีเป้าหมายให้ผลิตพลังงานหมุนเวียน 51% ภายในปี 2580</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37663 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Regulation.jpg" alt="" width="1200" height="568" /></p>
<p>ทั้งนี้  ​ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าจะมีการปรับปรุงแผนดังกล่าวอีกครั้ง โดยมีสาระสำคัญ​ เช่น ทยอยยุติการใช้ถ่านหินให้เร็วกว่าเดิม จากที่กำหนดไว้ในปี 2593 และไม่มีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่, การเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน เพราะต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ต่ำกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ถึง 21-55% , การยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมเป็นเชื้อเพลิงไฮโดรเจน และการเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน ​</p>
<p><strong>2. ทรัพย์สินสูญค่าในอนาคต (Stranded Assets) อุปสรรคสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน</strong></p>
<p><strong>ทรัพย์สินสูญค่าในอนาคต</strong> หมายถึง การลงทุนที่สูญเสียมูลค่าก่อนเวลาอันควร ซึ่งเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ เทคโนโลยี หรือการเปลี่ยนแปลงทางสังคม</p>
<p>โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่าน​ในภาคพลังงานและการขนส่ง ซึ่งถือเป็นแหล่งสร้างคาร์บอนไดออกไซด์หลักของประเทศ โดยมีสัดส่วนถึง 69%  (พลังงาน 49% และการขนส่ง 20%) ขณะที่การขับเคลื่อนไปสู่ Net Zero จะมีการกำหนดให้ยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ภายในปี 2593  ซึ่งจะกระทบโดยตรงในทั้งสองภาคส่วน รวมทั้งยังมีสัดส่วนสินทรัพย์อีกจำนวนมากที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล</p>
<p>ทั้งนี้ จากแผน PDP​ คาดว่า ภายในปี 2580 ยังคงมีโรงไฟฟ้าฟอสซิล 48% และยังมีรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันดีเซลอยู่ถึง 97% ซึ่งภาคโลจิสติกส์ยังคงต้องพึ่งพาอยู่ โดยตามแผนที่วางไว้ให้ปี 2593 โรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดต้องถูกปลดระวางหรืออาจถูกเลื่อนให้เร็วขึ้น แต่โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติหลายแห่งทั้งที่ดำเนินการอยู่และอยู่ระหว่างวางแผน อาจยังต้องเดินเครื่องต่อไป หลังจากปี 2593 แต่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฮโดรเจนเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเป็นทรัพย์สินสูญค่าในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37661 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Access.jpg" alt="" width="1200" height="617" /></p>
<p>ส่วนภาคขนส่ง รถบรรทุกดีเซลรุ่นใหม่ มีอายุการใช้งานถึง 30 ปี ซึ่งนานกว่าระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่านในปี 2593 รัฐบาลจึงจำเป็นต้องออกมาตรการเพื่อทยอยยุติการใช้งานหรือจำกัดจำนวนการซื้อ เพราะมูลค่าที่เหลือของรถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซลจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาดังกล่าว</p>
<p><strong>3. ช่องว่างด้านงบประมาณในระดับสูง </strong></p>
<p>คาดว่าประเทศไทย ต้องใช้งบประมาณในการเปลี่ยนผ่าน 1.28 ล้านล้านบาทต่อปี  (ในช่วง​ปี 2566–2578 คำนวณโดยธนาคารกสิกรไทย  อ้างอิงข้อมูล UN, Swiss Re Institute, World Economic Forum, Trade Map) เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 แต่ปัจจุบันมีการใช้งบประมาณเพียง 0.24 ล้านบาทต่อปี (เครือข่ายการเงินเพื่อการรับมือโลกรวน 2018 -2023) จึงจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ในสัดส่วนและตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37662 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Green-Invest-Gap.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p>ประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัยงบประมาณจำนวนมากจากภาครัฐเพื่อขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพิ่มเติม อาทิ ระบบกริด สถานีชาร์จ และระบบส่งไฟฟ้า ขณะที่ภาคเอกชนจะต้องเพิ่มการใช้ไฟฟ้าในภาคการขนส่ง และภาคการผลิต ​เช่น การใช้เตาในโรงงานเหล็กหรือปูนซีเมนต์ เป็นต้น</p>
<p>ข้อมูลโดย : <strong>ดร. กฤตย์ สีตะธนี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/3-challenges-thailand-net-zero-2050/">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มอง 3 ปัจจัยท้าทาย &#8216;ประเทศไทย&#8217; พิชิตเป้าหมาย Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่ใช่แค่ &#8216;ทองคำ&#8217; แต่ &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; ก็ New High ​​ต่อเนื่อง SET เผย &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; ทั่วโลกในปี 2567 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/ghg-emissions-of-all-world-countries-2025report-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 14:29:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Prof. Celeste Saulo]]></category>
		<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[WMO]]></category>
		<category><![CDATA[World Meteorological Organization]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รายงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37128</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเลขาธิการสหประชาชาติประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ว่า &#8216;เราได้ก้าวข้ามจาก ภาวะโลกร้อน (Global Warming) เข้าสู่ ภาวะโลกเดือด (Global Boiling) แล้ว&#8217; สอดคล้องกับถ้อยแถลงของ ศาสตราจารย์เซเลสเต เซาโล (Prof. Celeste Saulo) เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization: WMO) ในรายงาน State of the Global Climate 2024  ว่า ปี 2567 ทำสถิติใหม่เป็นปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 175 ปี โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.55 องศาเซลเซียส คุณสุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์​ ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปรายงาน &#8216;ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของทุกประเทศทั่วโลกที่เกิดขึ้นในปี 2567&#8242; (GHG Emissions of All World Countries 2025 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/ghg-emissions-of-all-world-countries-2025report-2025/">ไม่ใช่แค่ &#8216;ทองคำ&#8217; แต่ &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; ก็ New High ​​ต่อเนื่อง SET เผย &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; ทั่วโลกในปี 2567 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="" data-block="true" data-editor="800jg" data-offset-key="8hnlk-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="8hnlk-0-0">
<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเลขาธิการสหประชาชาติประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ว่า &#8216;เราได้ก้าวข้ามจาก <strong>ภาวะโลกร้อน</strong> (Global Warming) เข้าสู่ <strong>ภาวะโลกเดือด</strong> (Global Boiling) แล้ว&#8217;</p>
</div>
</div>
</div>
</div>
<p><span id="more-37128"></span></p>
<p>สอดคล้องกับถ้อยแถลงของ <strong>ศาสตราจารย์เซเลสเต เซาโล</strong> (Prof. Celeste Saulo) เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization: WMO) ในรายงาน <strong>State of the Global Climate 2024</strong>  ว่า ปี 2567 ทำสถิติใหม่เป็นปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 175 ปี โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.55 องศาเซลเซียส</p>
<p><strong>คุณสุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์</strong>​ ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปรายงาน &#8216;<strong>ปริมาณการปล่อย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> ของทุกประเทศทั่วโลกที่เกิดขึ้นในปี 2567&#8242;</strong> (<strong>GHG Emissions of All World Countries 2025 Report</strong>) ที่จัดทำโดย Joint Research Centre (JRC) สหภาพยุโรป และเผยแพร่เมื่อ 9 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยเนื้อหามีสาระสำคัญ ต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37130 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Infographics-SET-Note-14-2568.jpg" alt="" width="427" height="800" /></p>
<div class="" data-block="true" data-editor="800jg" data-offset-key="8hnlk-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="8hnlk-0-0">
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>1. ปี 2567 ทั่วโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจก (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG Emissions) สูงสุดเป็นประวัติการณ์</span>ที่ 53,200 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ล้านตัน CO2eq) โดยเพิ่มขึ้น 1.3% จากปี 2566</strong> โดย 74.5% ของปริมาณการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกทั้งหมดเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล (fossil CO2) และอุตสาหกรรมพลังงาน (Power Industry) เป็นแหล่งปล่อยใหญ่ที่สุดประมาณ 30%</div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ หากพิจารณาช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558 &#8211; ปี 2567) พบว่า GHG Emissions ทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะลดลงเล็กน้อยในปี 2563 จากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจในช่วงการแพร่ระบาดรุนแรงของ COVID-19 ก่อนกลับมาเพิ่มสูงขึ้นและแตะระดับสูงสุดใหม่ในปี 2567 (หรือเติบโตเฉลี่ย 1.05% ต่อปีในช่วง 10 ปี)</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37131 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GHG-Emission-10-Yrs-.jpg" alt="" width="1200" height="564" /></div>
<div dir="auto"><strong>2. ประเทศที่มี GHG Emissions มากที่สุด ในปี 2567 คือ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">จีน</span> โดยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก</strong> และทำสถิติสูงสุดใหม่ (<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">New High)</span> ที่ 16,536 ล้านตัน CO2eq หรือ คิดเป็น 29.2% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ตาม​​อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่ง 84.5% ของ GHG Emissions ในจีนเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอุตสาหกรรมพลังงาน</div>
<div dir="auto">และหากพิจารณาภาพรวมทั่วโลก ​พบว่า 10 กลุ่มหรือประเทศ ที่มี GHG Emissions สูงสุดในปี 2567 ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (EU27) อินเดีย รัสเซีย อินโดนีเซีย บราซิล ญี่ปุ่น อิหร่าน และซาอุดีอาระเบีย ตามลำดับ โดยมีปริมาณ​ GHG Emissions รวม 37,141 ล้านตัน CO2eq หรือคิดเป็น 69.7% ของปริมาณรวมทั่วโลก โดยที่ 9 อันดับแรกมีปริมาณการปล่อยก๊าซฯ สูงกว่า 1,000 ล้านตัน CO2eq</div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37132 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Top-10-Emission.jpg" alt="" width="1200" height="751" /></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>3. กลุ่มประเทศอาเซียนปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 3,226 ล้านตัน CO2eq เพิ่มขึ้น 146 ล้านตัน CO2eq</strong> หรือเพิ่มขึ้น 4.7% จากปี 2566 สูงกว่าภาพรวมโลก และมีสัดส่วน GHG Emissions ของอาเซียน ในปี 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 6.1% จาก 5.9% ในปี 2566</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">สาเหตุหลักมาจาก​ GHG Emissions ที่เพิ่มขึ้นของ<strong> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อินโดนีเซีย</span></strong> ซึ่งมีการปล่อยก๊าซฯ มากที่สุดในอาเซียน และสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยมี​ปริมาณการปลดปล่อย 1,323.78 ล้านตัน CO2eq หรือคิดเป็น 41.0% ของทั้งภูมิภาคอาเซียน ตามมาด้วยเวียดนาม และไทย ส่วนบรูไนปล่อยก๊าซน้อยที่สุดในอาเซียน</div>
<div dir="auto">โดยบรูไนและเมียนมา เป็นเพียงสองประเทศที่มีการปล่อยก๊าซฯ ลดลง โดยลดลง 1.6% และ 0.4% จากปี 2566 ขณะที่เวียดนามมีอัตราการเพิ่มขึ้นของปริมาณการปล่อยก๊าซฯ สูงสุดในอาเซียน โดยเพิ่มขึ้น 7.6% จากปี 2566 ตามมาด้วยสิงคโปร์ 5.1% และอินโดนีเซีย 5.0% ตามลำดับ</div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37133 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ASEAN-Emission.jpg" alt="" width="1200" height="795" /></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong>4. ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดเป็นอันดับ 21 ของโลก (อันดับ 3 ในอาเซียน)</strong> ด้วยปริมาณ 422 ล้านตัน CO2eq เพิ่มขึ้น 12 ล้านตัน CO2eq หรือเพิ่มขึ้น 2.9% จากปี 2566 โดยก๊าซเรือนกระจกส่วนใหญ่ (67.2%) เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ตามมาด้วยก๊าซมีเทน 19.2% กลุ่มก๊าซตระกูลฟลูออโรคาร์บอน 9.3% และก๊าซไนตรัสออกไซด์ 4.3% ตามลำดับ</div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37134 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thai-Emission-By-Type-of-Gas.jpg" alt="" width="1200" height="792" /></div>
<div dir="auto">สำหรับแหล่งกำเนิด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG</span> ในไทยส่วนใหญ่เกิดจากการผลิตไฟฟ้า (Power industry) การขนส่ง (Transport) กระบวนการผลิต (Processes) การเกษตร (Agriculture) อุตสาหกรรม (Industrial Combustion) การกำจัดของเสีย (Waste) การจัดการเชื้อเพลิง (Fuel Exploitation) และที่พักอาศัยและอาคารพาณิชย์ (Buildings)</div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37135 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thailand-2024-Emission.jpg" alt="" width="1200" height="624" /></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">นอกจากนี้ หากพิจารณาปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงาน ในปี 2567 ที่ผ่านมา ตามข้อมูลของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ยังพบว่า <strong>ในปี </strong><strong>2567</strong> <strong>ประเทศไทยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ </strong><strong>245.7 </strong><strong>ล้านตัน </strong><strong>CO</strong><strong><sub>2</sub></strong><strong> เพิ่มขึ้น </strong><strong>1.0% </strong><strong>จากปี</strong><strong> 2566 </strong><strong>สอดคล้องกับการใช้พลังงานของไทยที่เพิ่มขึ้น </strong><strong>1.1% </strong><strong>โดยในภาคการผลิตไฟฟ้ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มขึ้น </strong><strong>5.1%</strong> ส่วนภาคการขนส่ง และภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ (ภาคครัวเรือน เกษตรกรรม พาณิชยกรรม และกิจกรรมอื่น ๆ) ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มขึ้นเท่ากันที่ 0.5% ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ลดลง 4.5%</div>
</div>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/ghg-emissions-of-all-world-countries-2025report-2025/">ไม่ใช่แค่ &#8216;ทองคำ&#8217; แต่ &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; ก็ New High ​​ต่อเนื่อง SET เผย &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; ทั่วโลกในปี 2567 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
