<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>GNH &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/gnh/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 09 Aug 2026 10:23:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.6</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>GNH &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ย้อนรอยทริป &#8216;ฮลุน โซโล่&#8217; ​​พาเที่ยว &#8216;ภูฏาน&#8217; ประเทศ​ที่คน​มีความสุข​ที่สุด​​ และปล่อยคาร์​บอนต่ำที่สุดในโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/bhutan-hlun-solo-journey/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 09 Aug 2026 10:23:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bhutan]]></category>
		<category><![CDATA[GNH]]></category>
		<category><![CDATA[Gross National Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[Hlun Solo]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Negative Carbon Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุขมวลรวม]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนติดลบ]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเหยียบแผ่นดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวภูฏาน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บวรทัต เป็งสุข]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ภูฏาน]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[ฮลุน]]></category>
		<category><![CDATA[ฮลุน โซโล่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43605</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้วันนี้ &#8216;ฮลุน โซโล่&#8217; (Hlun Solo) หรือ &#8216;บวรทัต เป็งสุข&#8217; ยูทูปเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทย จะออกเดินทางไกลอย่างไม่มีวันกลับ จากทริปสุดท้ายที่ประเทศจอร์เจีย แต่เรื่องเล่าจากประสบการณ์เดินทางมากกว่า 50 ประเทศ ที่ฮลุนได้ฝากเอาไว้ ยังคงอยู่ และสร้างความประทับใจให้คนไทยอยู่เสมอ เพราะแต่ละสถานที่ที่ฮลุนได้พาไปนั้น ล้วนช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ทั้งนักเดินทาง รวมทั้งผู้ที่ไม่มีโอกาสได้เดินทาง ร่วมเรียนรู้ ​และสามารถสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ผ่านเส้นทางและเรื่องราวที่ฮลุนได้ถ่ายทอดออกมาแบบหาจากที่อื่นได้ยาก โดยเฉพาะทริปที่น่าประทับใจ และอาจเรียกได้ว่าเป็นทริปล่าสุดของฮลุน กับการพาไปเที่ยวประเทศที่ไปได้ยากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ทั้งจากข้อจำกัดในการต้อนรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งค่าใช้จ่ายในแต่ละทริปที่ค่อนข้างสูง อย่างประเทศ &#8216;ภูฏาน&#8217; (Bhutan) ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่เพิ่งเปิดรับนักท่องเที่ยวเมื่อราวกว่า 50 ปีที่ผ่านมานี้ ประกอบกับการคัดเลือกกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ​ ผ่าน​การเรียกเก็บ &#8216;ค่าธรรมเนียมในการเหยียบแผ่นดิน&#8217; หรือ SDF (The Sustainable Development Fee) เพื่อ​​​สามารถรักษาอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของประเทศ รวมทั้งการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ขอบคุณภาพจาก : YouTube :  ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo) สำหรับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/bhutan-hlun-solo-journey/">ย้อนรอยทริป &#8216;ฮลุน โซโล่&#8217; ​​พาเที่ยว &#8216;ภูฏาน&#8217; ประเทศ​ที่คน​มีความสุข​ที่สุด​​ และปล่อยคาร์​บอนต่ำที่สุดในโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้วันนี้ &#8216;<strong>ฮลุน โซโล่&#8217;</strong> (Hlun Solo) หรือ <strong>&#8216;บวรทัต เป็งสุข&#8217;</strong> ยูทูปเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทย จะออกเดินทางไกลอย่างไม่มีวันกลับ จากทริปสุดท้ายที่ประเทศจอร์เจีย แต่เรื่องเล่าจากประสบการณ์เดินทางมากกว่า 50 ประเทศ ที่ฮลุนได้ฝากเอาไว้ ยังคงอยู่ และสร้างความประทับใจให้คนไทยอยู่เสมอ</p>
<p><span id="more-43605"></span></p>
<p>เพราะแต่ละสถานที่ที่ฮลุนได้พาไปนั้น ล้วนช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ทั้งนักเดินทาง รวมทั้งผู้ที่ไม่มีโอกาสได้เดินทาง ร่วมเรียนรู้ ​และสามารถสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ผ่านเส้นทางและเรื่องราวที่ฮลุนได้ถ่ายทอดออกมาแบบหาจากที่อื่นได้ยาก</p>
<p>โดยเฉพาะทริปที่น่าประทับใจ และอาจเรียกได้ว่าเป็นทริปล่าสุดของฮลุน กับการพาไปเที่ยวประเทศที่ไปได้ยากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ทั้งจากข้อจำกัดในการต้อนรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งค่าใช้จ่ายในแต่ละทริปที่ค่อนข้างสูง อย่างประเทศ <strong>&#8216;ภูฏาน&#8217; (Bhutan) </strong>ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่เพิ่งเปิดรับนักท่องเที่ยวเมื่อราวกว่า 50 ปีที่ผ่านมานี้ ประกอบกับการคัดเลือกกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ​ ผ่าน​การเรียกเก็บ &#8216;<strong>ค่าธรรมเนียมในการเหยียบแผ่นดิน&#8217;</strong> หรือ<strong> SDF</strong> (The Sustainable Development Fee) เพื่อ​​​สามารถรักษาอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของประเทศ รวมทั้งการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone wp-image-43612 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/S__87023761_0-1024x581.jpg" alt="" width="1024" height="581" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ขอบคุณภาพจาก : YouTube :  ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)</em></p>
<p>สำหรับ <strong>&#8216;ภูฏาน&#8217; </strong>เป็นเมืองที่ซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขา มีประชากรราว 7.5 แสนคน นับเป็นประเทศที่ 50 ที่ฮลุนพาเราออกเดินทางไปสัมผัสกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ความคลาสสิคของบ้านเมือง และความตั้งใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรให้คงอยู่ จนขึ้นแท่นประเทศที่มีคาร์บอนติดลบ (Negative Carbon Emission) ​แม้ว่า ภูฏาน จะเป็นประเทศที่มีค่าเหยียบแผ่นดินแพงที่สุด โดยเคยสูงถึงราว 7,500 บาทต่อวันในช่วงโควิด-19 แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความน่าสนใจในการไปเยือนประเทศดังกล่าวลดน้อยลง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-43606 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/S__87023757_0-1024x578.jpg" alt="" width="1024" height="578" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ขอบคุณภาพจาก : YouTube :  ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)</em></p>
<p><strong>ทำไมต้องจ่ายค่าเหยียบแผ่นดิน </strong></p>
<p>สำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวภูฏาน ไม่สามารถไปเที่ยวด้วยตัวเองได้ จำเป็นจะต้องใช้ไกด์ท้องถิ่นตลอดทริปของการท่องเที่ยว ข้อมูลจากเว็บไซต์ <strong>Bhutan Center</strong> อธิบายว่า เนื่องจากภูฏานเป็นประเทศที่เน้นการท่องเที่ยวแบบคุณภาพ ซึ่งกำหนดให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศจะต้องจ่าย <strong>ค่าเหยียบแผ่นดิน</strong> หรือ <strong>SDF (The Sustainable Development Fee)</strong> เป็นค่าธรรมเนียมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน จะนำไปใช้ในโครงการต่างๆ ที่สนับสนุนการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมของประเทศภูฏาน กระตุ้นภาคการขนส่ง รวมทั้งอีกหลายโครงการที่สำคัญ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-43617 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/S__87023765-1024x577.jpg" alt="" width="1024" height="577" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ขอบคุณภาพจาก : YouTube :  ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)</em></p>
<p>ปัจจุบันรัฐบาลภูฏานได้ประกาศมาตรการลดค่าค่าเหยียบแผ่นดิน 50% จาก 200 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,500 บาท ต่อคน ต่อคืน ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้จะเข้ารัฐบาลภูฏานโดยตรง ไม่เกี่ยวกับค่าโรงแรม ค่าอาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ แต่ทุกบริษัททัวร์จะต้องเก็บจากนักท่องเที่ยวรวมอยู่ในค่าแพ็กเกจ</p>
<p><strong>จากค่าเหยียบแผ่นดิน สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้อยู่ดีมีสุข </strong></p>
<p>จากการเดินทางไปเยือนภูฏานของฮลุน ทำให้เราได้เห็นถึงความเป็นอาณาจักรลึกลับและสันโดษมากที่สุดในโลก ขณะเดียวกัน <em><strong>ภูฎาน ขับเคลื่อนประเทศด้วยความสุข วิถีชีวิตอิงกับความสมดุลและความสงบ ไม่ใช้ตัวเลขทางเศรษฐกิจกำหนดทิศทางประเทศ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสุขของประชาชนโดยรวมในประเทศ</strong></em> โดยรัฐบาลจะดูแลความเป็นอยู่พื้นฐานของประชาชนในประเทศทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น การศึกษา การรักษาพยาบาล ที่มีโรงพยาบาลกระจายตัวอยู่ตามท้องถิ่นเพื่อให้สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไกล หรือค่าสาธารณูปโภคอย่างค่าน้ำ และค่าไฟ ที่ประชากรทั่วทั้งประเทศสามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ และหากใช้อยู่ในอัตราที่กำหนดรัฐบาลก็จะเป็นผู้จ่ายค่าไฟให้ด้วย</p>
<p>เมื่อการเติบโตของประเทศไม่ได้เน้นการแข่งขันทาง​​ธุรกิจ แต่เน้นการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและเป็นสุข ส่งเสริมให้ผู้คนในประเทศให้ความสำคัญกับเวลาในครอบครัว สวดมนต์ ทำสมาธิในตอนเช้า และเวลามาตรฐานในการออกมาทำงานอยู่ที่ราว 09.00 น. ทำให้ไม่ต้องเผชิญสถานการณ์ในชั่วโมงเร่งด่วนเหมือนกับในหลายๆ เมืองใหญ่ ประกอบกับการมีรัฐบาลดูแลคุณภาพชีวิต และสิ่งจำเป็นพื้นฐานครบถ้วนแล้ว</p>
<p>ผู้คนจึงไม่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดกันมากนัก หากไม่มีความต้องการอะไรที่ฟุ้งเฟ้อเกินความจำเป็น ขณะที่ผู้คนในประเทศก็อยู่ในระเบียบวินัย ผู้คนต่างเคารพกฎจราจร แม้บนถนจะไม่มีไฟสัญญาณจราจร ​มีเพียงตำรวจจราจรคอยทำหน้าที่ให้สัญญาณแก่ผู้คนที่สัญจรไปมา รวมทั้งการหยุดรถให้ผู้คนข้ามถนนตรงทางข้ามโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถเดินทางภายในเมืองได้อย่างปลอดภัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43608 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/S__87023755_0.jpg" alt="" width="1000" height="560" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ขอบคุณภาพจาก : YouTube :  ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)</em></p>
<p><strong><em>“ภูฏาน จะรับนักท่องเที่ยวอย่างจำกัด และค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องใช้ไกด์ท้องถิ่น เพื่อการให้บริการ​นักท่องเที่ยว​ภายใต้​​มาตรฐานที่ดี​ เน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ ทำให้ยังรักษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และอัตลักษณ์ วัฒนธรรมของชาติไว้ได้อย่างแข็งแรง ขณะที่การเก็บเงินค่าเหยียบแผ่นดินที่จ่ายวันละ 3,500 บาท จะถูกนำไปใช้พัฒนา​ด้านการศึกษา ระบบสาธารณสุข และสาธารณูปโภคต่างๆ ในประเทศ ทำให้ชาวภูฎานได้เรียนฟรี ใช้บริการด้านสาธารณสุขฟรี ไฟฟ้า น้ำสะอาด ใช้ฟรีหากไม่เกินที่ภาครัฐกำหนด แต่ละตำบลมีโรงพยาบาล และในหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศก็สามารถเข้าถึงระบบนี้ได้ ” </em></strong>ฮลุน อธิบาย</p>
<p><strong>ภูฏาน ประเทศแห่งความยั่งยืน </strong></p>
<p>สำหรับ ภูฏาน มีประชากรเพียง 7.5 แสนคน พัฒนาประเทศภายใต้กรอบการสร้าง<strong> &#8216;ความสุขมวลรวมประชาชาติ&#8217; </strong>หรือ <strong>GNH (Gross National Happiness</strong>) แตกต่างจากประเทศอื่นๆ ในโลกที่เน้นขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวม​ หรือ GDP เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและพัฒนาประเทศ ทำให้ภูฏานยังได้ชื่อว่าเป็น <strong>&#8216;ประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลก&#8217;</strong> โดยการพัฒนาตามแนวทาง <strong>GNH </strong>จะสอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่าน 4 มิติ คือ</p>
<p>1. การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแบบยั่งยืน</p>
<p>2. การส่งเสริมและรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรม</p>
<p>3. การให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์แวดล้อม</p>
<p>4. การบริหารอย่างมีธรรมาภิบาล</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-43609 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/S__87023749_0.jpg" alt="" width="1000" height="563" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ขอบคุณภาพจาก : YouTube :  ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)</em></p>
<p>สำหรับเส้นทางในภูฏานที่ฮลุนพาไปนั้น จะเห็นได้ว่าตลอดสองข้างทาง หรือความโดดเด่นในแต่ละพื้นที่ต่างมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เนื่องจาก พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็นป่า หรือภูเขา สะท้อนการให้ความสำคัญของภาครัฐในการดูแลและปกป้องระบบนิเวศและธรรมชาติ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็นพื้นที่สีเขียว รวมทั้งมีกฏหมายพิเศษในการคุ้มครองดูแลพื้นที่ป่าไม่ให้พื้นที่ป่าลดลงต่ำกว่า 60% ของประเทศ ภูฏานจึงได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำที่สุดในโลก และมี​คาร์บอนติดลบ ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่ช่วยดูดซับคาร์บอนของทั้งโลกไว้ได้อีกด้วย</p>
<p>สอดคล้องกับข้อมูลจาก <strong>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)</strong> (อบก.) ที่ระบุไว้ว่า ภูฏาน มีป่าปกคลุมกว่า 72% ของพื้นที่ประเทศ โดยรัฐธรรมนูญกำหนดว่าประเทศจะต้องมีพื้นที่ป่าไม่น้อยกว่า 60% ของพื้นที่ประเทศ โดยพบว่าดินแดนแห่งความสุขนี้ปล่อยคาร์บอนเพียงปีละ 1.5 ล้านตัน แต่พื้นที่ป่าสามารถดูดคาร์บอนได้ถึงปีละ 6 ล้านตัน ต้นไม้เหล่านี้จึงทำหน้าที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าที่ชาวภูฏานปล่อยหลายเท่าตัว จึงเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศ​ที่มีการปล่อยคาร์บอนติดลบ (Negative Carbon Emission) ท่ามกลางความกังวลของทั่วโลกที่มีต่อปัญหาวิกฤตสภาพอากาศในปัจจุบันนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-43613 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/S__87023764_0-1024x585.jpg" alt="" width="1024" height="585" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ขอบคุณภาพจาก : YouTube :  ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)</em></p>
<p>นอกจากนี้ การใช้พลังงานภายในประเทศภูฏาน ยังเน้นการใช้ไฟฟ้าพลังงานน้ำ แทนพลังงานจากถ่านหินหรือก๊าซ และสามารถ​ส่งออกไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานน้ำไปให้ประเทศเพื่อนบ้านถึง 3 เท่าของไฟฟ้าที่ชาวภูฏานใช้ ซึ่งเป็นรายได้ส่งออกหลักของประเทศ และช่วยเพื่อนบ้านลดคาร์บอนได้อีกด้วย พร้อมกับการลงทุนในพลังงานทดแทนมากขึ้น เช่น พลังงานลม และแสงอาทิตย์</p>
<p>สุดท้ายที่สำคัญ คือ <strong>&#8216;การท่องเที่ยวที่เน้นยั่งยืน&#8217;</strong> ทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวไปพัฒนาประเทศ จะถูกนำไปใช้สำหรับใช้จ่ายเพื่อการศึกษา, การดูแลสุขภาพ, การบรรเทาความยากจน และใช้สำหรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-43610 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/S__87023754_0.jpg" alt="" width="1000" height="564" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ขอบคุณภาพจาก : YouTube :  ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)</em></p>
<p><strong>9 แนวทางปฏิบัติ สู่เป้าหมายการพัฒนา แบบ &#8216;ภูฏานโมเดล&#8217;</strong></p>
<p>1. การมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ตามมาตรฐาน (Living standards)</p>
<p>2. ประชาชนมีการศึกษา (Education)</p>
<p>3. มีสุขภาพที่แข็งแรง (Health)</p>
<p>4. ความสามารถในการรักษาความสมดุลของสภาพแวดล้อม (Environment )</p>
<p>5. การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน (Community vitality)</p>
<p>6. การใช้เวลาในการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม (Time-use) หรือสร้างความสมดุลเรื่อง Work Life Balance</p>
<p>7. การมีสภาวะทางด้านจิตใจที่ดี (Psychological well-being)</p>
<p>8. การมีธรรมาภิบาล (Good governance)</p>
<p>9. ส่งเสริมและรักษาวัฒนธรรมของชาติ (Cultural resilience and promotion )</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-43611 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/S__87023751_0.jpg" alt="" width="1000" height="567" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ขอบคุณภาพจาก : YouTube :  ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)</em></p>
<p>จากความสันโดษของ​​ภูฏาน​ ที่เคยปิดประเทศนานเกือบ 300 ปี และเปิดรับนักท่องเที่ยวช้าที่สุดในโลก เมื่อราว 50 กว่าปีก่อน แต่นั่นก็ไม่เคยทำให้เสน่ห์ของภูฏานหายไป เพราะปัจจุบัน ยังคงวัฒนธรรมดั้งเดิม ความเรียบง่าย และความเป็นธรรมชาติไว้อย่างสมบูรณ์ กลายเป็นเสน่ห์ที่หลายคนอยากเดินทางไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง ค่าเหยียบแผ่นดินวันละ 3,500 บาท จึงไม่ถือว่าสูงเกินไปหากเทียบกับสิ่งที่เราจะได้รับเมื่อไปเยือนภูฏาน และมั่นใจได้ว่ารายได้ดังกล่าว จะถูกจัดสรรเพื่อดูแลประชาชนในประเทศให้มีความสุขอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>ที่มา  : YouTube :  ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo) , องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) , Bhutan Center</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/bhutan-hlun-solo-journey/">ย้อนรอยทริป &#8216;ฮลุน โซโล่&#8217; ​​พาเที่ยว &#8216;ภูฏาน&#8217; ประเทศ​ที่คน​มีความสุข​ที่สุด​​ และปล่อยคาร์​บอนต่ำที่สุดในโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
