<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Grand View Research &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/grand-view-research/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 17 Aug 2025 09:31:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Grand View Research &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>คาดตลาด Waste Management ทั่วโลกปี 2025 มูลค่าแตะ 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมโอกาสขยายตัวอีกกว่า 1 ล้านล้านเหรียญฯ ภายใน​ 8 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/waste-management-market-by-2033/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 Aug 2025 09:31:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[Grand View Research]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35571</guid>

					<description><![CDATA[<p>Grand View Research บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยระดับโลก ให้ข้อมูลว่า ปี 2024 ตลาดการจัดการขยะ (Waste Management) ทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 1.424 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งครอบคลุมทั้งการรวบรวมขยะ (Collection) และการกำจัดขยะ (Disposal) และการขนส่งขยะ (Transportation) พร้อม​คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีมูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า  1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และจะสามารถเติบโต​ได้อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยที่ปีละ 5.9% ​(2025 -2033) โดยคาดว่าจนถึงปี 2033 หรือใน 8 ปีข้างหน้า ตลาดจะขยายตัวได้อีก​​ราว 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีมูลค่าเพิ่มเป็นมากกว่า 2.365 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจัยสำคัญ​คือ การขยายตัวของเมืองและอุตสาหกรรม รวมทั้งการที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น เช่น ในภาคอุตสาหกรรมและเทศบาลที่เร่ง​ลงทุนเพื่อเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน ศึกษากระบวนการรีไซเคิลชั้นสูง หรือพัฒนาเทคโนโลยีระบบติดตามขยะ  รวมทั้งผู้บริโภคก็ให้ความสำคัญต่อความมุ่งมั่นต่อนโยบาย ESG หรือการจัดการขยะอย่างมีความรับผิดชอบ ​ขององค์กรต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้มีการพัฒนาของกระบวนการและโซลูชั่นด้านการจัดการขยะที่ฉลาดและยั่งยืนเข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก  ​ ทั้งนี้ ​ข้อมูลในปี 2024 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/waste-management-market-by-2033/">คาดตลาด Waste Management ทั่วโลกปี 2025 มูลค่าแตะ 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมโอกาสขยายตัวอีกกว่า 1 ล้านล้านเหรียญฯ ภายใน​ 8 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Grand View Research</strong> บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยระดับโลก ให้ข้อมูลว่า ปี 2024 ตลาดการจัดการขยะ (Waste Management) ทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 1.424 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งครอบคลุมทั้งการรวบรวมขยะ (Collection) และการกำจัดขยะ (Disposal) และการขนส่งขยะ (Transportation)</p>
<p><span id="more-35571"></span></p>
<p>พร้อม​คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีมูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า  1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และจะสามารถเติบโต​ได้อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยที่ปีละ 5.9% ​(2025 -2033) โดยคาดว่าจนถึงปี 2033 หรือใน 8 ปีข้างหน้า ตลาดจะขยายตัวได้อีก​​ราว 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีมูลค่าเพิ่มเป็นมากกว่า 2.365 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจัยสำคัญ​คือ การขยายตัวของเมืองและอุตสาหกรรม รวมทั้งการที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>เช่น ในภาคอุตสาหกรรมและเทศบาลที่เร่ง​ลงทุนเพื่อเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน ศึกษากระบวนการรีไซเคิลชั้นสูง หรือพัฒนาเทคโนโลยีระบบติดตามขยะ  รวมทั้งผู้บริโภคก็ให้ความสำคัญต่อความมุ่งมั่นต่อนโยบาย ESG หรือการจัดการขยะอย่างมีความรับผิดชอบ ​ขององค์กรต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้มีการพัฒนาของกระบวนการและโซลูชั่นด้านการจัดการขยะที่ฉลาดและยั่งยืนเข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก  ​</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35573 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Waste-MNG-2033.png" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>ทั้งนี้ ​ข้อมูลในปี 2024  พบว่า ตลาด Waste Management ​ ใหญ่ที่สุดของโลก ​คือ ทวีปอเมริกาเหนือ ด้วยสัดส่วนที่ 33.3% จากโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง กฏระเบียบที่เข้มงวด และปริมาณขยะต่อหัวที่สูง โดยมีระบบที่ทันสมัยสำหรับการรีไซเคิลและการจัดการขยะอันตราย</p>
<p>ส่วนภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของตลาดมากที่สุดคือ เอเชียแปซิฟิก คาดจะเติบโตเฉลี่ย 6.5% (2025 &#8211; 2033) จากการขยายตัวของเมืองและการเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากร เช่น จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย รวมทั้งการ​เริ่มส่งเสริมมาตรการจัดการขยะมูลฝอยและการรีไซเคิล ควบคู่กับการขยายตัวทางอุตสาหกรรมและการบริโภคนิยม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35572 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/By-Waste-Type.png" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p>ขณะที่ประเภทของขยะที่จะเติบโตมากที่สุด คือ กลุ่มขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Waste ที่จะเติบโตเติบโต​ในแง่ของรายได้ เฉลี่ยราว 8% ต่อปี (2025 &#8211; 2033) เนื่องจาก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วและวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ที่สั้นลง</p>
<p>ประกอบกับการบริโภคอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่ปริมาณการกำจัดที่สูงมากขึ้น รวมทั้งความตระหนักรู้ถึงอันตราย และกฎระเบียบที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับส่วนประกอบที่เป็นพิษในขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้เกิดการส่งเสริมให้มีการรีไซเคิลขยะในกลุ่มนี้อย่างเหมาะสม ซึ่งแนวโน้มนี้เด่นชัดทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/waste-management-market-by-2033/">คาดตลาด Waste Management ทั่วโลกปี 2025 มูลค่าแตะ 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมโอกาสขยายตัวอีกกว่า 1 ล้านล้านเหรียญฯ ภายใน​ 8 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เข้าใจ 2T ในซัพพลายเชน เมื่อห่วงโซ่ต้อง ‘โปร่งใส’ (Transparency) และ ‘ตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) ​ได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/essence-of-supply-chain-transparency-and-traceability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Mar 2025 12:30:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Grand View Research]]></category>
		<category><![CDATA[Green washing]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Transparency]]></category>
		<category><![CDATA[Transparency & Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสอบย้อนกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[รีเสิร์ช]]></category>
		<category><![CDATA[โปร่งใส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32308</guid>

					<description><![CDATA[<p>Grand View Research ระบุว่า บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพด้านความโปร่งใส (Transparency) และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ภายในในห่วงโซ่อุปทานเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อ​​สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบและรับรองแนวทางการจัดหา รวมทั้งการผลิต และการดำเนินการเพื่อ​ให้ทั้งห่วงโซ่ถูกต้องตามกรอบจริยธรรมและความยั่งยืน โดย ‘ความโปร่งใส​’ (Transparency) หมายถึง กระบวนการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับซัพพลายเออร์ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดขององค์กรธุรกิจ ​และ Stakeholders  เพื่อเข้าใจกระบวนการผลิต และจัดจำหน่ายสินค้า รวมไปถึงสถานที่ในการผลิต การเคารพกฎหมายแรงงาน Journey ตั้งแต่การผลิตจนสินค้าไปถึงมือลูกค้า รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อ​สร้างความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อมีส่วนช่วย​​ตัดสินใจที่จะสนับสนุนธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์หรือองค์กรต่างๆ  ทั้งนักลงทุน พนักงาน ลูกค้า รวมทั้งชุมชนที่จะยอมรับให้ธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งที่จะอยู่ร่วมกันได้ ส่วน ‘การตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) มีความสำคัญไม่ต่างกับความโปร่งใส แต่มีบทบาทในฐานะผู้ติดตามการไหลของสินค้าหรือวัตถุดิบได้ตลอดทั้งห่วงโซ่​​ รวมทั้งการตรวจสอบคำกล่าวอ้างของผู้ผลิต โดยเฉพาะประเด็นด้านความยั่งยืน เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปตามกรอบของมาตรฐานทั้งด้านจริยธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน เพราะระบบการตรวจสอบย้อนกลับจะ​สามารถทราบถึงที่มา องค์ประกอบ และเส้นทางผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นกำเนิดวัตถุดิบ  ภายใต้การพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น IoT , RFID หรือบล็อกเชน ที่สามารถรวบรวม บันทึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/essence-of-supply-chain-transparency-and-traceability/">เข้าใจ 2T ในซัพพลายเชน เมื่อห่วงโซ่ต้อง ‘โปร่งใส’ (Transparency) และ ‘ตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) ​ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Grand View Research</strong> ระบุว่า บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพด้านความโปร่งใส (Transparency) และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ภายในในห่วงโซ่อุปทานเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-32308"></span></p>
<p>ทั้งนี้ เพื่อ​​สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบและรับรองแนวทางการจัดหา รวมทั้งการผลิต และการดำเนินการเพื่อ​ให้ทั้งห่วงโซ่ถูกต้องตามกรอบจริยธรรมและความยั่งยืน</p>
<p>โดย <strong>‘ความโปร่งใส​’ (</strong><strong>Transparency</strong><strong>)</strong> หมายถึง กระบวนการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับซัพพลายเออร์ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดขององค์กรธุรกิจ ​และ Stakeholders  เพื่อเข้าใจกระบวนการผลิต และจัดจำหน่ายสินค้า รวมไปถึงสถานที่ในการผลิต การเคารพกฎหมายแรงงาน Journey ตั้งแต่การผลิตจนสินค้าไปถึงมือลูกค้า รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อ​สร้างความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อมีส่วนช่วย​​ตัดสินใจที่จะสนับสนุนธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์หรือองค์กรต่างๆ  ทั้งนักลงทุน พนักงาน ลูกค้า รวมทั้งชุมชนที่จะยอมรับให้ธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งที่จะอยู่ร่วมกันได้</p>
<p>ส่วน <strong>‘</strong><strong>การตรวจสอบย้อนกลับ</strong><strong>’ </strong><strong>(</strong><strong>Traceability</strong><strong>)</strong> มีความสำคัญไม่ต่างกับความโปร่งใส แต่มีบทบาทในฐานะผู้ติดตามการไหลของสินค้าหรือวัตถุดิบได้ตลอดทั้งห่วงโซ่​​ รวมทั้งการตรวจสอบคำกล่าวอ้างของผู้ผลิต โดยเฉพาะประเด็นด้านความยั่งยืน เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปตามกรอบของมาตรฐานทั้งด้านจริยธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน เพราะระบบการตรวจสอบย้อนกลับจะ​สามารถทราบถึงที่มา องค์ประกอบ และเส้นทางผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นกำเนิดวัตถุดิบ  ภายใต้การพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น IoT , RFID หรือบล็อกเชน ที่สามารถรวบรวม บันทึก และตรวจสอบในทุกขั้นตอน เพื่อเป็นอีกหนึ่งมาตรการเฝ้าระวังความเสี่ย​งการผลิตที่ไม่เป็นไปตามกรอบของมาตรฐานด้านความยั่งยืน</p>
<p>ขณะที่การขับเคลื่อนในปัจจุบัน เพื่อให้ธุรกิจให้ความสำคัญ หรือสามารถรายงาน <strong>Transparency &amp; Traceability </strong>ภายในห่วงโซ่ธุรกิจของตัวเองได้ มาจากแรงผลักดันใน 2 ส่วน คือ</p>
<p><strong>1. แรงผลักดันจาก​ผู้บริโภค </strong><strong>:</strong> โดยเฉพาะหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่มักเข้าไปเกี่ยวข้องกับทุกธุรกิจอย่าง กลุ่มบรรจุภัณฑ์ หรือ CPG (​consumer packaged goods ) เนื่องจากเป็นหนึ่งในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยพบว่า ผู้บริโภคราว 60% มีแนวโน้มที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากกว่า แม้ว่าจะราคาแพงกว่าก็ตาม ส่งผลให้ธุรกิจพยายามพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความยั่งยืนหรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งสามารถนำไปรีไซเคิล หรือย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติได้ หรือเป็นวัสดุยั่งยืนที่ลดการปลดปล่อยคาร์บอน ​ซึ่งจำเป็นต้องสามารถรับรองหรือพิสูจน์คำกล่างอ้างเหล่านั้น ด้วยการมี Transparency &amp; Traceability เพื่อป้องกันการถูกกล่าวหาว่าเป็นการ <strong>‘ฟอกเขียว’ (Green Washing)</strong> และทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าได้สนับสนุนสินค้าที่มีความยั่งยืนและมีผลดีต่อโลกมากกว่า</p>
<p><strong>2. แรงผลักดันจากอุตสาหกรรม</strong> : เพื่อเตรียมพร้อมรับกฎระเบียบที่ถูกยกระดับเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากรัฐบาลทั่วโลกที่เริ่มกำหนดให้ธุรกิจต้องสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงในระดับประเทศ ​​ภูมิภาค หรือระดับโลก เพื่อให้แน่ใจว่าห่วงโซ่อุปทานปฏิบัติตามจริยธรรม รวมทั้งลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การทำให้ซัพลายเชนมีความโปร่งใส และตรวจสอบได้จึงเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของธุรกิจทั่วโลก ผ่านการทำงานอย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์และคู่ค้าในธุรกิจ เพื่อสามารถรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ ถึงการปฏิบัติภายใต้มาตรฐานอย่างเคร่งครัด</p>
<p>การให้ความสำคัญต่อ Transparency &amp; Traceability ยังสร้างความแข็งแกร่ง​ให้ธุรกิจใน 4 มิติ​ ต่อไปนี้</p>
<p>1. ความร่วมมือ​​และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น : ได้รับความร่วมมือซัพพลายเออร์ภายในห่วงโซ่ ในการรายงานและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในกระบวนการผลิต หรือระหว่างการจัดซื้อ และสร้างความร่วมมือในการทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต ​คุณภาพ และการจัดหา รวมไปถึงการพัฒนาหรือ​ฝึกอบรมด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด</p>
<p>2. เพิ่มความภักดีต่อแบรนด์ : ผล​สำรวจในปี 2020 ของบริษัทด้านการสื่อสาร &#8216;Zeno&#8217; ​ ระบุว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มไว้วางใจธุรกิจที่มีจุดมุ่งหมายชัดเจน และเปิดเผยเงื่อนไขการทำงานของซัพพลายเออร์ เพิ่มมากขึ้นถึง 4 เท่า รวมทั้ง​​มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าเป็นครั้งแรกจากบริษัทที่พวกเขาคิดว่ามีจริยธรรมและยั่งยืนมากกว่าบริษัทอื่นๆ อีกด้วย</p>
<p>3. เพิ่มความสามารถในการจัดการความเสี่ยงและความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทาน : ​ธุรกิจ​สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ และทุกชิ้นส่วน​ผลิตภัณฑ์ได้ในทุกขั้นตอนการผลิต การจัดเก็บ หรือแม้แต่ในระหว่างการขนส่ง กรณีที่มีปัญหาสามารถตรวจสอบ และแบ่งปันข้อมูล ไปจนถึงการนำไปใช้แก้ปัญหาติดขัดหรือคอขวดในระหว่างการผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า รวมทั้งการบริหารจัดการภายในธุรกิจให้ดีขึ้นได้​</p>
<p>4. เคารพต่อข้อกฎหมายสากล : ธุรกิจที่มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบภายในห่วงโซ่ได้อย่างเชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเครือข่ายธุรกิจกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งมีหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศที่แตกต่างกันไป จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการ​บริหารจัดการหรือการใช้ข้อมูลต่างๆ ที่มีความจำเป็นได้อย่าง​สะดวกมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/essence-of-supply-chain-transparency-and-traceability/">เข้าใจ 2T ในซัพพลายเชน เมื่อห่วงโซ่ต้อง ‘โปร่งใส’ (Transparency) และ ‘ตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) ​ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาด Sustainable Technology โตทั่วโลกเฉลี่ยปีละ 22.4% คาดปี 2573 แตะ 8 หมื่นล้านUS ชี้ Green Building &#8211; Carbon Footprint Management โซลูชันมาแรง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/green-technology-and-sustainable-market-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2022 05:39:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Grand View Research]]></category>
		<category><![CDATA[Green Building]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Green Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Market Analysis]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Trilateral North American]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเทคโนโลยีความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ตลาดความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันความยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16356</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมและความกังวลเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยคาดว่า​ในปี 2565 นี้ ขนาดของตลาด Green Technology หรือในกลุ่ม Sustainable Technology จะเติบโตที่ 15.85 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 13.28 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2564 พร้อมทั้งคาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ในระหว่างปี 2565 &#8211; 2573 จะอยู่ที่ 22.4%  โดยมูลค่าตลาดจะเติบโตได้สูงถึง 79.65 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2573 หรือเกือบ 2.8 ล้านล้านบาท (เทียบอัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐ = 35 บาท) ข้อมูลจาก Grand View Research บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยระดับโลก ระบุว่า ความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคล ส่งผลให้มีการพัฒนา Green Technology  ที่หลากหลายเพื่อมีส่วนในการช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์, การใช้หลอดไฟ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/green-technology-and-sustainable-market-report/">ตลาด Sustainable Technology โตทั่วโลกเฉลี่ยปีละ 22.4% คาดปี 2573 แตะ 8 หมื่นล้านUS ชี้ Green Building &#8211; Carbon Footprint Management โซลูชันมาแรง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมและความกังวลเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยคาดว่า​ในปี 2565 นี้ ขนาดของตลาด Green Technology หรือในกลุ่ม Sustainable Technology จะเติบโตที่ 15.85 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 13.28 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2564 <span id="more-16356"></span></p>
<p>พร้อมทั้งคาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ในระหว่างปี 2565 &#8211; 2573 จะอยู่ที่ 22.4%  โดยมูลค่าตลาดจะเติบโตได้สูงถึง 79.65 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2573 หรือเกือบ 2.8 ล้านล้านบาท (เทียบอัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐ = 35 บาท)</p>
<p>ข้อมูลจาก <strong>Grand View Research</strong> บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยระดับโลก ระบุว่า ความตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคล ส่งผลให้มีการพัฒนา Green Technology  ที่หลากหลายเพื่อมีส่วนในการช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์, การใช้หลอดไฟ LED, การใช้พลังงานลม​​,​ การทำเกษตรแนวตั้ง ,​EV หรือเทคโนโลยีที่ช่วยในการย่อยสลายต่างๆ เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-16358 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/INFO-SUSTAIN-Green-Tech.jpg" alt="" width="1200" height="627" /></p>
<p>นอกจากนี้ หลายประเทศทั่วโลกยังให้ความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อช่วยบริหารจัดการและรีไซเคิลของเสีย ทั้งจากภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีในการบำบัดฟื้นฟู อนุรักษ์น้ำ ลดขยะ หรือลดการใช้พลังงาน​ โดยตลาดหลักคือ อเมริกาเหนือ ซึ่งครองส่วนแบ่ง 40% ในปี 2564 ​จากการเร่งลงทุนโซลูชันและเทคโนโลยีสะอาดเพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ​ตามแนวทางการขับเคลื่อน<strong> Trilateral North American</strong> เพื่อช่วยเหลือชุมชนที่อยู่ห่างไกล เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการใช้พลังงานหมุนเวียน ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง โดยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย​ 25.4% จนถึงปี 2573 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยการเติบโตในระดับโลก</p>
<p>ทั้งนี้ เทคโนโลยีด้านการพัฒนาโซลูชันและการให้บริการความยั่งยืนต่างๆ มีส่วนแบ่งมากที่สุดในตลาดถึง 68% ของรายได้ทั่วโลก แต่หากเจาะถึงประเภทของเทคโนโลยี จะพบว่า กลุ่ม IOT มีส่วนแบ่งมากที่สุดด้วยส่วนแบ่ง 40% ของรายได้ทั่วโลก เนื่องจากเป็นการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีหลายๆ กลุ่ม ในระบบ IOT ทั้ง AIและการประมวลผล, คลาวด์คอมพิวติ้ง, ดิจิทัลทวิน, ระบบความมั่นคง หรือบล็อกเชน เพื่อใช้ในการประมวลผลสีเขียว ที่ช่วยให้สามารถประหยัดพลังงานได้ทั้งซัพพลายเชน รวมทั้งการเลือกวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน ตลอดจนการจัดการขยะจากการบริโภคและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16357 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/Green-Tech-Solutions.jpg" alt="" width="1200" height="627" /></p>
<p>แต่หากพิจารณาด้านการพัฒนาโซลูชันในรูปแบบแอปพลิเคชั่น พบว่า กลุ่มอาคารสีเขียว หรือ Green Building จะมีสัดส่วนมากที่สุด คิดเป็น 20% ของรายได้ทั่วโลก ตามมาด้วยกลุ่มบริหารจัดการด้าน Carbon Footprint , การตรวจจับมลพิษจากสภาพอากาศหรือน้ำ​, การติดตามและคาดการณ์พยากรณ์อากาศ และระบบตรวจจับอัคคีภัย เป็นต้น ​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/green-technology-and-sustainable-market-report/">ตลาด Sustainable Technology โตทั่วโลกเฉลี่ยปีละ 22.4% คาดปี 2573 แตะ 8 หมื่นล้านUS ชี้ Green Building &#8211; Carbon Footprint Management โซลูชันมาแรง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
