<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Harvesting &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/green-harvesting/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 May 2024 06:23:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Green Harvesting &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Krungthai COMPASS  ชี้ 3 Green Technology ​ดันอุตสาหกรรมน้ำตาลสู่ Decarbonization พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่ม​ 1.7 แสนล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/green-technology-key-enabler-to-decarbonization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 May 2024 06:06:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[By Product]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Green Harvesting]]></category>
		<category><![CDATA[Green Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Green Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Processing]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย คอมพาส]]></category>
		<category><![CDATA[กฤชนนท์ จินดาวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปราโมทย์ วัฒนานุสาร]]></category>
		<category><![CDATA[อภินันทร์ สู่ประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมน้ำตาล]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25984</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้การลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวยกระดับอุตสาหกรรมน้ำตาลไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างยั่งยืน จะช่วยรับมือกับปัญหา Climate Change ที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงลดแรงกดดันมาตรการของคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจน้ำตาลในยุค Decarbonization คาดการลงทุนเทคโนโลยีสีเขียวในแต่ละประเภทจะทำให้มี ROI อยู่ที่ราว 20-30% โดยมีระยะเวลาการคืนทุนอยู่ที่ 3-7 ปี และสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมน้ำตาลได้ราว 1.7 แสนล้านบาท นายอภินันทร์ สู่ประเสริฐ นักวิเคราะห์อาวุโส  ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย สร้างรายได้จากการส่งออกกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วนราว 9% ของ GDP ภาคเกษตร แต่เป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษค่อนข้างสูง โดยการปล่อย PM 2.5 สูงถึง 11% ของการปล่อย PM 2.5 ทั้งหมดของไทย และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 9% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในภาคเกษตร จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่หลายฝ่ายตื่นตัวในการผลักดันให้เร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็จะเป็นหนึ่งใน Sector สำคัญในภาคเกษตรที่จะช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตาม Nationally Determined Contribution (NDC) ลงไดเ 40% ภายในปี 2030 ​เพื่อเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/green-technology-key-enabler-to-decarbonization/">Krungthai COMPASS  ชี้ 3 Green Technology ​ดันอุตสาหกรรมน้ำตาลสู่ Decarbonization พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่ม​ 1.7 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS </strong>ชี้การลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวยกระดับอุตสาหกรรมน้ำตาลไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างยั่งยืน จะช่วยรับมือกับปัญหา Climate Change ที่ทวีความรุนแรงขึ้น</p>
<p><span id="more-25984"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">รวมถึงลดแรงกดดันมาตรการของคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจน้ำตาลในยุค Decarbonization คาดการลงทุนเทคโนโลยีสีเขียวในแต่ละประเภทจะทำให้มี ROI อยู่ที่ราว 20-30% โดยมีระยะเวลาการคืนทุนอยู่ที่ 3-7 ปี และสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมน้ำตาลได้ราว 1.7 แสนล้านบาท</p>
<p><strong>นายอภินันทร์ สู่ประเสริฐ </strong>นักวิเคราะห์อาวุโส  ศูนย์วิจัย<strong> </strong>Krungthai COMPASS<strong> </strong>ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย สร้างรายได้จากการส่งออกกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วนราว 9% ของ GDP ภาคเกษตร แต่เป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษค่อนข้างสูง โดยการปล่อย PM 2.5 สูงถึง 11% ของการปล่อย PM 2.5 ทั้งหมดของไทย และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 9% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในภาคเกษตร จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่หลายฝ่ายตื่นตัวในการผลักดันให้เร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็จะเป็นหนึ่งใน Sector สำคัญในภาคเกษตรที่จะช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตาม Nationally Determined Contribution (NDC) ลงไดเ <span data-offset-key="63c3v-0-0">40% ภายในปี 2030 ​</span><span data-offset-key="63c3v-2-0">เพื่อเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2065</span></p>
<p style="font-weight: 400;"><em>“อุตสาหกรรมน้ำตาลเผชิญกับความท้าทายจากปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและฝุ่น PM 2.5 จากกระบวนการเผาอ้อย การใช้พลังงานความร้อนจำนวนมากในกระบวนการผลิตน้ำตาล <strong>โดยการผลิตน้ำตาลของอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยทุกๆ 1 ตัน จะมีการปล่อย Emission ราว 7,150 kgCO<sub>2</sub>eq หรือเทียบได้กับการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกระยะทางราว 1 หมื่นกิโลเมตร รวมถึงมีของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต ทำให้อุตสาหกรรมน้ำตาลมีความเสี่ยงจากนโยบายและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้น</strong> ประกอบกับความเสี่ยงจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต อาจส่งผลให้ในปี 2589-2598 ผลผลิตอ้อยมีแนวโน้มลดลงราว 25-35% กระทบผู้ประกอบการธุรกิจน้ำตาลของไทยให้เผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ”</em></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายกฤชนนท์ จินดาวงศ์</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวว่า การปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวจะช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจน้ำตาลลดแรงกดดันจากมาตรการของคู่ค้า และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนจากการใช้พลังงาน อีกทั้งสามารถระดมทุนได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง รวมถึงสามารถเพิ่มโอกาสสร้างรายได้เพิ่มจากการต่อยอดไปสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจากหน่วยงานรัฐและเอกชนที่ต้องการขับเคลื่อนไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว</p>
<p style="font-weight: 400;">โดย​การพัฒนา​เทคโนโลยีเพื่อย​กระดับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย​ขับเคลื่อนสู่ Green Industry  สามารถนำไปใช้ใน​กระบวนการผลิตน้ำตาล​ ​ทั้งเทคโนโลยีในช่วงกระบวนการเก็บเกี่ยว (Green Harvesting) ในช่วงกระบวนการผลิต (Sustainability Processing) ​และในกระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่ม (By Product) ​ดังต่อไปนี้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25989 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/info.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>1. เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยวสีเขียว : Green Harvesting</strong></p>
<p>ด้วยการประยุกต์​เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อลดผลกระทบได้มากกว่าการเก็บเกี่ยวในรูปแบบเดิม เช่น การใช้รถตัดอ้อยพลังงานไฟฟ้า แทนการเผาอ้อย หรือรถตัดอ้อยเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิม คาดว่าใช้เงินลงทุนราว​ 6 ล้านบาทต่อคัน ระยะเวลาคืนทุน​ 4-5 ปี และ #ROI ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 21.0%</p>
<p><strong>2. เทคโนโลยีการนำพลังานที่สูญเสียไป​กลับมาใช้ประโยชน์ในโรงงาน : Sustainability Processing</strong></p>
<p>เช่น การติดตั้ง Economizer Boiler มาประยุกต์เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งในระบบผลิตไอน้ำ เพื่อนำความร้อนและพลังงานที่สูญเสียในระบบการผลิตซึ่งมีราว 20% กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ พร้อมทั้งช่วยลดการสร้างก๊าซเรือนกระจกและช่วยประหยัดพลังงานลงได้ราว ​1.2 ล้านบาท ​โดยคาดว่า​ต้องใช้เงินลงทุนในระบบ 7.2 ล้านบาท​ ใช้ระยะคืนทุน 6-7 ปี มีผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 16.1%</p>
<p>​<strong>3. เทคโนโลยีที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม : By Product</strong></p>
<p>นอกจากการผลิต  #เอทานอล จากน้ำตาล​ที่ส่วนใหญ่ดำเนินการอยู่แล้ว การสร้าง​โรง​ไฟฟ้าชีวมวลเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีทางเลือกที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม​ให้อุตสาหกรรมน้ำตาลได้ ทั้งจากชานอ้อย แกลบ ทะลายปาล์ม และไม้สับ ​โดยโรงไฟฟ้าชีวมวลกำลังการผลิต 1 MW ใช้เงินลงทุน​ราว 40 ล้านบาท มีระยะเวลาการคืนทุนที่ 3-4 ปี​ และมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 27.1%</p>
<p style="font-weight: 400;">“<em><strong>Green Technology จะเป็น Key enabler ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจน้ำตาลรายกลางที่ยังไม่มีการปรับตัวเรื่องนี้มากนักสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้ง่ายขึ้น</strong></em> เช่น การใช้รถตัดอ้อยแทนการเผาอ้อย การใช้ Economizer Boiler ในโรงงานน้ำตาล หรือการต่อยอดไปสู่ธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล โดย <em><strong>มี ROI  21.0% 16.1% และ 27.1% ตามลำดับ และระยะเวลาการคืนทุน​ 3-7 ปี ซึ่ง​หากอุตสาหกรรมน้ำตาลทั้งหมด 63 โรง มีการยกระดับในการใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรมจะทำให้ได้ผลประโยชน์ราว 1.7 แสนล้านบาท</strong> </em>จากความคุ้มค่าในแง่สิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศและประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รวมถึงสร้างรายได้ส่วนเพิ่มให้แก่ธุรกิจ”</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายปราโมทย์ วัฒนานุสาร</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวว่า หากอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยต้องการประสบความสำเร็จในการยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ควรต้องให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการลงทุนเทคโนโลยี และตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและวัดได้ อีกทั้งมี Commitment ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงควรสร้างความร่วมมือกันใน Ecosystem ตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงภาครัฐ เพื่อการพัฒนาไปพร้อมกันทั้งอุตสาหกรรม</p>
<p style="font-weight: 400;"><em> “หน่วยงานภาครัฐ ควรเป็นแกนหลักในการผลักดันให้อุตสาหกรรมน้ำตาลไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว เช่น การพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยให้ได้มาตรฐานระดับสากลอย่าง Gold Standard หรือ VERRA ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลก เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์จากตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับภาคการเงินก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการลงทุนใน Green Technology รวมทั้งสนับสนุนให้มีการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ จากการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยทั้งระบบให้สามารถปรับตัวไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้อย่างยั่งยืน&#8221;​ </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/green-technology-key-enabler-to-decarbonization/">Krungthai COMPASS  ชี้ 3 Green Technology ​ดันอุตสาหกรรมน้ำตาลสู่ Decarbonization พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่ม​ 1.7 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
