<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green SME &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/green-sme/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 13 Jul 2024 10:42:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Green SME &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทำไม SME ต้องรู้เท่า​ทันภาษีคาร์บอน? พร้อมแนวทางปรับตัว​รับมือ &#8216;กำแพงสีเขียว&#8217; ที่เข้มข้นมากขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/why-sme-have-to-handle-carbon-emission/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Jul 2024 10:41:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Green Exporter]]></category>
		<category><![CDATA[Green SME]]></category>
		<category><![CDATA[Greenomic]]></category>
		<category><![CDATA[Non- tariff Barriers]]></category>
		<category><![CDATA[Population]]></category>
		<category><![CDATA[กำแพงสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27198</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อการขายของอยู่แค่ในประเทศคงไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ​ในปัจจุบัน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ มีความกังวลใจในการจับจ่ายใช้สอย ประกอบกับอัตราหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 92% ทำให้กำลังในการจับจ่ายของคนไทยอยู่ในระดับต่ำ เท่ากับว่าถ้ามี 100 บาท ก็จะมีเงินเหลือใช้จ่ายอยู่ในกระเป๋าแค่ 8 บาทเท่านั้น ประกอบกับโครงสร้างทางสังคมไทย ที่กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ และคนส่วนใหญ่ในประเทศมักจะมีปัญหา &#8216;แก่ก่อนรวย&#8217; ทำให้กำลังซื้อจากภายในประเทศ ไม่แข็งแรงมากพอที่จะขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างแข็งแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SME ไทย ​กว่า 3.17 ล้านราย ที่จดทะเบียนอยู่ในระบบ และอีกกว่า 2 ล้านราย ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ซึ่งรวมๆ แล้วจะมีอยู่เกือบ 6 ล้านราย ซึ่งหากต้องการให้ธุรกิจเติบโตแข็งแกร่งได้ในอนาคต คงไม่สามารถพึ่งพาแค่เฉพาะตลาดจากในประเทศไทยเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป ดีมานด์แค่ในประเทศไม่พอให้ธุรกิจเติบโต  ขณะที่ในความเป็นนจริงที่เกิดขึ้น  จำนวน​ SME ที่มีความสามารถในการส่งออกได้ มีอยู่​ไม่ถึง 2.5 หมื่นราย หรือไม่ถึง 1% จากจำนวนที่มีการจดทะเบียน​ไว้ 3.17 ล้านราย​ ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในอาเซียน และยังต่ำที่สุดใน CLMVT อีกด้วย เนื่องจากยังมีผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่คิดแบบมายาคติว่า จะเน้นแค่ทำธุรกิจในประเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/why-sme-have-to-handle-carbon-emission/">ทำไม SME ต้องรู้เท่า​ทันภาษีคาร์บอน? พร้อมแนวทางปรับตัว​รับมือ &#8216;กำแพงสีเขียว&#8217; ที่เข้มข้นมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อการขายของอยู่แค่ในประเทศคงไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ​ในปัจจุบัน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ มีความกังวลใจในการจับจ่ายใช้สอย ประกอบกับอัตราหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 92% ทำให้กำลังในการจับจ่ายของคนไทยอยู่ในระดับต่ำ เท่ากับว่าถ้ามี 100 บาท ก็จะมีเงินเหลือใช้จ่ายอยู่ในกระเป๋าแค่ 8 บาทเท่านั้น</p>
<p><span id="more-27198"></span></p>
<p>ประกอบกับโครงสร้างทางสังคมไทย ที่กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ และคนส่วนใหญ่ในประเทศมักจะมีปัญหา &#8216;แก่ก่อนรวย&#8217; ทำให้กำลังซื้อจากภายในประเทศ ไม่แข็งแรงมากพอที่จะขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างแข็งแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SME ไทย ​กว่า 3.17 ล้านราย ที่จดทะเบียนอยู่ในระบบ และอีกกว่า 2 ล้านราย ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ซึ่งรวมๆ แล้วจะมีอยู่เกือบ 6 ล้านราย ซึ่งหากต้องการให้ธุรกิจเติบโตแข็งแกร่งได้ในอนาคต คงไม่สามารถพึ่งพาแค่เฉพาะตลาดจากในประเทศไทยเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27346 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดีมานด์แค่ในประเทศไม่พอให้ธุรกิจเติบโต </strong></p>
<p>ขณะที่ในความเป็นนจริงที่เกิดขึ้น  จำนวน​ SME ที่มีความสามารถในการส่งออกได้ มีอยู่​ไม่ถึง 2.5 หมื่นราย หรือไม่ถึง 1% จากจำนวนที่มีการจดทะเบียน​ไว้ 3.17 ล้านราย​ ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในอาเซียน และยังต่ำที่สุดใน CLMVT อีกด้วย เนื่องจากยังมีผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่คิดแบบมายาคติว่า จะเน้นแค่ทำธุรกิจในประเทศ เพราะยังเชื่อว่าระบบเศรษฐกิจในประเทศ ยังสามารถตอบสนอง Bottom Line ให้ธุรกิจได้ แต่ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็คือ ดีมานด์จากแค่ในประเทศนั้น ไม่เพียงพอในการตอบสนองให้ธุรกิจเติบโตได้</p>
<p><strong>ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร </strong>กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไม่มีทางที่การสร้างธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมา แล้วจะแข็งแกร่งได้จากแค่การพึ่งพาตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว แม้จะเป็นผู้ประกอบการ SME ก็ต้องพึ่ง​ตลาดต่างประเทศ และจำเป็นต้องเรียนรู้เงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศต่างๆ ​หากจะขยับไปสู่ตลาดโลก เพราะแม้ปัจจุบันจะมีการทำ FTA เพื่อตกลงข้อเสรีทางการค้า หรือการยกเว้นภาษีระหว่างกันกับหลายๆ ประเทศ แต่ขณะเดียวกัน​ก็จะมีเงื่อนไขในกลุ่ม<strong> Non- tariff Barriers</strong> หรือ <strong>มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี​ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกฏระเบียบของโลกการค้าใหม่ ที่ซ่อนเอาไว้ภายใต้มาตรการทางภาษีมาบังคับใช้ โดยเฉพาะมาตราการทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 18,000  มาตรการ </strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27347 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/8-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันมีหลายประเทศ ตั้งเงื่อนไขเพื่อกีดกันไม่ให้สินค้าที่มีส่วนทำร้ายโลกเข้าไปค้าขายในประเทศของตัวเอง ทำให้แม้ว่าเราอาจจะไม่ต้องเสียภาษีเพราะได้รับการยกเว้นจากการที่รัฐบาลได้ตกลงทำ FTA ไว้กับประเทศต่างๆ แต่เราอาจต้องเสียค่าปรับจากสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ของสินค้า หรือวัตถุดิบในการผลิตสินค้า เป็นต้น ซึ่งหลายๆ มาตราการผู้ประกอบการไทย อาจ​คุ้นเคยและได้ยินบ่อยๆ แต่ไม่มีความเข้าใจต่อมาตราการดังกล่าวเหล่านั้นอย่างแท้จริง เช่น กลุ่มภาษีคาร์บอนอย่าง CBAM ของสหภาพยุโรป หรือ CCA ของสหรัฐอมเริกา หรือกลุ่มภาษีสำหรับการจัดการขยะพลาสติก ทั้งในจีน ญี่ปุ่น หรืออินเดีย ซึ่งทั้ง 5 ตลาดสำคัญนี้ ก็มีมูลค่าเกินครึ่ง หรือ 51% จากมูลค่าส่งออกของประเทศไทยแล้ว&#8221;​ </em></p>
<p><strong>แนวโน้มการตั้งกำแพงสีเขียวเข้มข้นมากขึ้น  </strong></p>
<p><em><strong>ผลกระทบจากกำแพงสีเขียวเหล่านี้ จะส่งผลต่อต้นทุนสินค้าที่เข้าไปทำตลาดสูงขึ้น และไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์น้อยกว่าได้​ แม้คุณภาพจะใกล้เคียงหรือไม่แตกต่างกันเลยก็ตาม</strong> </em>ซึ่งหากธุรกิจไม่เรียนรู้และปรับตัวที่จะทำความเข้าใจเรื่อง Carbon Emission และเร่งขับเคลื่อนสู่ Low Carbon ก็จะทำให้ธุรกิจเสียเปรียบคู่แข่งในการแข่งขันในเวทีโลกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เ​นื่องจากความเข้มข้นของกำแพงสีเขียวที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีการปรับมาตรการเพิ่มมากขึ้นทุกปีเฉลี่ยถึงปีละ 18%</p>
<p>นอกจากนี้​ ยังพบว่า ประเทศไทยส่งออกสินค้าในกลุ่ม Green Export ประมาณ 7.6% ซึ่งหากเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น ​จีน เกาหลีใต้  กลับพบว่า สัดส่วนสินค้าสีเขียวของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมและมีเป้าหมายในการเป็นครัวของโลก แต่กลับมีปริมาณ​สินค้าสีเขียวน้อยกว่าประเทศอุตสาหกรรมเหล่านี้ ด้วยสัดส่วน 15.4% 15.0% 10.4% และ 10.2% ตามลำดับ เป็นอีกหนึ่งสมการที่ต้องนำไปคิด เพื่อให้ผู้ประกอบการไทย ได้รับการยอมรับและมีมาตรฐาน​ในฐานะ​ Green ​SME ได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27343 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/2P-4P.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>ทั้งนี้ แนวทางที่ภาคธุรกิจจะสามารถทรานส์ฟอร์มไปสู่การเป็น<strong> Green SME</strong> หรือ <strong>Green Exporter</strong> สามารถขับเคลื่อนตามสมการ ทำ 2P เพื่อให้ได้ 4P  ได้แก่</p>
<p><strong>P1 : การปรับเปลี่ยน Process</strong> : ​ผ่านการปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพของเครื่องจักร และนำระบบ Automation มาใช้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนให้ลดลงได้ราว 30%  รวมทั้งการจัดการด้านพลังงาน ​ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น การติดโซลาร์เซลล์ หรือใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ทดแทนการใช้พลังงานฟอสซิล</p>
<p><strong>P2 : การปรับเปลี่ยน Prodcut</strong> : โดยผสมความ Green เข้ากับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและมีศักยภาพในการจ่ายได้มาก​ขึ้น</p>
<p>โดยผลลัพธ์ที่ตามมาจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ประกอบด้วย</p>
<p><strong>Price : การตั้งราคาขายได้สูงขึ้น</strong> เนื่องจากพบว่า ผู้บริโภค 70% ยอมจ่ายแพงขึ้นสำหรับ Green Product โดยเฉพาะ Gen Z และ Millenials ที่มีถึง 60% ​ยอมที่จะจ่ายเพิ่มขึ้น</p>
<p><strong>Profit : ได้กำไรมากขึ้น</strong> โดยพบว่า ธุรกิจที่ใส่ใจ ESG มีกำไรเติบโตเฉลี่ยปีละ 9.1% ซึ่งมากกว่ากลุ่มที่ละเลยเรื่อง ESG ถึง 2.5 เท่า</p>
<p><strong>Place : โอกาสในการเข้าถึงตลาดได้กว้างมากขึ้น</strong> โดยเฉพาะการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Global Supply Chain ของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น ​​รวมทั้ง​ลดเงื่อนไข อุปสรรค หรือข้อกีดกันทางการค้าต่างๆ  โดยเฉพาะในตลาดสำคัญของโลก อย่างยุโรป หรืออเมริกา เป็นต้น</p>
<p><strong>Promotion : โอกาสในการเข้าถึงสิทธิพิเศษ</strong> หรือแหล่งทุนด้วยเงื่อนไขพิเศษต่างๆ เช่น การพิจารณาดอกเบี้ย 0% สำหรับการลงทุนใน Green Project ต่างๆ หรือ ได้รับพิจารณา Green Loan ซึ่งดอกเบี้ยถูกกว่าเงินกู้ทั่วไป เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/why-sme-have-to-handle-carbon-emission/">ทำไม SME ต้องรู้เท่า​ทันภาษีคาร์บอน? พร้อมแนวทางปรับตัว​รับมือ &#8216;กำแพงสีเขียว&#8217; ที่เข้มข้นมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
