<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Transition &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/green-transition/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Jun 2026 12:23:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Green Transition &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>5 ปี &#8216;Carbon Markets Club&#8217; ภารกิจ​ยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตประเทศไทย พร้อมขยายแนวร่วม​ Gen Z เร่งเครื่อง​ Climate Action</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/5-years-cmc-supports-carbon-market-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 11:44:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak Group x University Gen Z-ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Markets Club]]></category>
		<category><![CDATA[CFO]]></category>
		<category><![CDATA[Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[CMC]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Future Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[MyCF]]></category>
		<category><![CDATA[REC]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable Energy Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[กลอยตา ณ ถลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42734</guid>

					<description><![CDATA[<p>จาก 11 องค์กรร่วมก่อตั้งในปี 2564 เพื่อร่วมมือสร้างสะพานช่วยประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดย  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทในเครืออย่าง บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และอีก 9 องค์กรร่วมก่อตั้ง ในนาม Carbon Markets Club (CMC) ​เครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย ภารกิจสำคัญในช่วงเริ่มก่อตั้งคือ การสนับสนุนและผลักดันตลาดซื้อขายคาร์บอน (คาร์บอนเครดิต) ในประเทศ รวมทั้งการรับรองเครดิตด้านพลังงานหมุนเวียน (RECs) เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero ตามโรดแม็พในการ​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ แต่จากการเข้าไปทำงานและขับเคลื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงพบความท้าทายสำคัญ มากกว่าการพัฒนาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ ​​​​คือ การสร้าง​ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องดังกล่าว​ เนื่องจาก เรื่องก๊าซเรือนกระจกยังเป็นเรื่องใหม่และยากในขณะนั้น นำมาสู่การให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่าย CMC เพื่อสามารถต่อยอดสู่การลงมือ และสร้างผลลัพธ์ในการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ​และจับต้องได้ คุณกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/5-years-cmc-supports-carbon-market-in-thailand/">5 ปี &#8216;Carbon Markets Club&#8217; ภารกิจ​ยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตประเทศไทย พร้อมขยายแนวร่วม​ Gen Z เร่งเครื่อง​ Climate Action</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จาก 11 องค์กรร่วมก่อตั้งในปี 2564 เพื่อร่วมมือสร้างสะพานช่วยประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดย  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทในเครืออย่าง บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และอีก 9 องค์กรร่วมก่อตั้ง ในนาม <strong>Carbon Markets Club (CMC)</strong> ​เครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย</p>
<p><span id="more-42734"></span></p>
<p>ภารกิจสำคัญในช่วงเริ่มก่อตั้งคือ การสนับสนุนและผลักดันตลาดซื้อขายคาร์บอน (คาร์บอนเครดิต) ในประเทศ รวมทั้งการรับรองเครดิตด้านพลังงานหมุนเวียน (RECs) เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero ตามโรดแม็พในการ​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ</p>
<p>แต่จากการเข้าไปทำงานและขับเคลื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงพบความท้าทายสำคัญ มากกว่าการพัฒนาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ ​​​​คือ การสร้าง​ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องดังกล่าว​ เนื่องจาก เรื่องก๊าซเรือนกระจกยังเป็นเรื่องใหม่และยากในขณะนั้น นำมาสู่การให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่าย CMC เพื่อสามารถต่อยอดสู่การลงมือ และสร้างผลลัพธ์ในการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ​และจับต้องได้</p>
<p><strong>คุณกลอยตา ณ ถลาง </strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ ประธาน Carbon Markets Club กล่าวว่า การปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเป็นหนึ่งในการปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากกติกา การค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ CBAM ซึ่งเป็น​กำแพงการค้าภายใต้เงื่อนไขด้านมาตรการทางสิ่งแวดล้อม ประกอบกับเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อขับเคลื่อนสู่ Net Zero ที่ได้ทำข้อตกลงไว้ในเวทีโลก ซึ่งปัจจุบัน ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันดับ 20 ของโลก ที่ราว 503 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่า (CO2e) หรือสัดส่วน 0.8% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก โดยมีค่าเฉลี่ยรายบุคคลที่กว่า 7 ตันต่อคนต่อปี การเดินหน้าลดคาร์บอนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำจึงเป็นหนึ่งเป้าหมายสำคัญของประเทศ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42742 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/017-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา CMC ร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศ ผ่านการส่งเสริมการเติบโตในตลาดคาร์บอนเครดิต และการรับรองการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะการ​เดินหน้า​แบ่งปันข้อมูลองค์ความรู้ด้านคาร์บอนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ​ พร้อมสร้างเครือข่ายสมาชิกได้แล้วว่า 1,800 ราย ทั้งจากกลุ่มองค์กรต่างๆ กว่า 300 ราย และในรูปแบบบุคคลกว่า 1,500 ราย</p>
<p>พร้อม​การพัฒนาเครื่องมือสำหรับ​​คำนวณการปล่อยคาร์บอน  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการลดคาร์บอน ทั้งแพลตฟอร์ม <strong>CFO</strong> สำหรับการวัดคาร์บอนฟุตพรินท์ในระดับองค์กร และ <strong>MyCF</strong> สำหรับการวัดคาร์บอนฟุตพรินท์ระดับบุคคล ซึ่งมีผู้ใช้งานราว 1,800 ราย เพื่อให้ได้ข้อมูลตั้งต้นสำหรับนำไปวางแผน​ลดคาร์บอนในขั้นตอนต่อไป ​โดย​ที่ผ่านมา CMC มีส่วนช่วยลดก๊าซเรือนกระจกผ่านคาร์บอนเครดิตได้กว่า 5.3 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) และสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด (REC) เกือบ 2.6 ล้านวัตต์-ชั่วโมง (Wh) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้อายุ 10 ปี ถึงกว่า 210 ล้านต้น</p>
<p><em>&#8220;พัฒนาการในตลาดคาร์บอนเครดิต​ประเทศไทย เริ่มยกระดับจากในประเทศสู่ต่างประเทศมากขึ้น เพื่อการรับรองคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการยอมรับมาตรฐานในระดับสากล และหลีกเลี่ยงปัญหาการฟอกเขียว ​​ผ่านการทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค ทั้งจากการขับเคลื่อนโดยภาครัฐ และการร่วมสนับสนุนในภาคเอกชน โดยทาง  CMC ​ได้ขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนที่ขับเคลื่อนเรื่องตลาดคาร์บอนในอาเซียน ผ่านความร่วมมือ ASEAN Common Carbon Framework (ACCF)  ร่วมกับอีก 4 ประเทศ ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และอาเซียน  เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงและการทำงานร่วมกันระหว่างตลาดคาร์บอนในภูมิภาค ตลอดจนความสำเร็จในการเชื่อมโยงมาตรฐาน T-VER และ REC ของสมาชิก CMC เข้ากับตลาดคาร์บอนในมาเก๊า รวมทั้งการร่วมสนับสนุนภารกิจภาครัฐในการขับเคลื่อนข้อตกลงตาม Article 6 ​จากข้อตกลงปารีส ในการแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศกับสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อขยายการยอมรับมาตรฐานคาร์บอนเครดิตของไทยให้สามารถเข้าถึงตลาดที่เปิดกว้าง  ไปจนถึงเป้าหมายในอนาคตเพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกันของประเทศภายในภูมิภาคอาเซียนได้ในที่สุด&#8221;​</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42737 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/013-re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ขณะที่การขยาย Positive Impact ผ่านการทำงานของเครือข่ายได้มากขึ้น คือ การให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน และปรับทัศนคติให้มองโอกาสที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านสู่ Low Carbon เพื่อการเข้าถึงแหล่งทุน หรือเทคโนโลยีในการเปลี่ยนผ่าน รวมทั้งการต่อยอดการทำงานในระดับชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยและมีโครงการลดคาร์บอนขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก เช่น ป่าชุมชน ​เตาเผาขยะขนาดเล็ก หรือโครงการในการเพิ่ม Value จาก Waste ต่างๆ ที่สามารถต่อยอดมาสู่การสร้างคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนมากขึ้น โดยธุรกิจขนาดใหญ่สามารถเข้าไปเป็นพี่เลี้ยง ทั้งการพัฒนาช่วยโมเดล การสนับสนุนทุนในการประเมินผลหรือรับรองโครงการ เป็นต้น</p>
<p><strong>ขยายผลสร้างแนวร่วม Gen Z เพิ่มการขับเคลื่อนจริง</strong></p>
<p>สำหรับ​เป้าหมายการพัฒนาระบบนิเวศคาร์บอนต่ำในประเทศไทยให้แข็งแรงและเติบโตได้มากขึ้นในอนาคต CMC วางกลยุทธ์ในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกับภาคการศึกษาซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคน และเติมเต็มทักษะที่สำคัญ สำหรับการรับมือต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญของโลกอันดับต้นๆ ในอนาคต</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42736 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/009-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นำมาสู่ความร่วมมือ <strong>&#8216;​Bangchak Group x University Gen Z-ESG&#8217;</strong>  เพื่อขยายการขับเคลื่อน​ภารกิจต่างๆ ของ CMC ให้สามารถเชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในการเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่สำหรับอนาคต ผ่านการทำ MOU  ร่วมกัน ในระยะเวลา 3 ปี ระหว่างกลุ่มบริษัทบางจาก สอวช. และมหาวิทยาลัยชั้นนำ 9 แห่งของประเทศ เพื่อ​สนับสนุนการพัฒนาด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมของประเทศ ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยบูรพา และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</p>
<p>&#8220;การเชื่อมโยงภารกิจให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มการขับเคลื่อนด้าน​ Climate Action ได้อย่างเป็นรูปธรรม และถือเป็นการสร้างแนวร่วมที่แข็งแรงในอนาคต โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับภารการศึกษาที่มีความใกล้ชิดและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเข้ามาเสริมความแข็งแรงในระบบนิเวศความยั่งยืนของประเทศ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโลกแห่งความยั่งยืนในอนาคตในมุมมองของตัวเอง เพื่อสามารถปรับให้เข้ากับพฤติกรรม และเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สร้างผลกระทบที่ดีต่อโลกขึ้นได้จริง รวมทั้งการร่วมพัฒนาทักษะคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42735 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/010-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนหลังการทำ  MOU จะ​ดำเนินกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้าน ESG และความยั่งยืนให้กับนักศึกษาและบุคลากร อาทิ CMC ESG Ecosystem and Knowledge Hub เปิดโอกาสให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรฐานคาร์บอน การบริหารจัดการคาร์บอน และเทคโนโลยีด้านการลดก๊าซเรือนกระจก CMC Brand Ambassador สร้างผู้นำด้านการสื่อสารความยั่งยืนในมหาวิทยาลัย และ Young Entrepreneurs Program with Inthanin ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเป็นผู้ประกอบการจากประสบการณ์จริง ควบคู่กับการพัฒนาแนวคิดธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีแผนต่อยอดผ่านกิจกรรม ESG Master Class การจัด Hackathon ด้านพลังงานและความยั่งยืน โครงการฝึกงาน และการเรียนรู้จากการดำเนินธุรกิจจริงของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัทบางจากจะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน ESG การบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) และเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ พร้อมนำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/5-years-cmc-supports-carbon-market-in-thailand/">5 ปี &#8216;Carbon Markets Club&#8217; ภารกิจ​ยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตประเทศไทย พร้อมขยายแนวร่วม​ Gen Z เร่งเครื่อง​ Climate Action</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพ เปิด &#8216;The Great Green Transition ปีที่ 2&#8217; ​​ชู 3 ประเด็น​ยั่งยืนขับเคลื่อน &#8216;เศรษฐกิจสีเขียว&#8217; หนุนธุรกิจไทย​เติบโตในซัพพลายเชนโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/bbl-the-great-green-transition-ep2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2026 12:40:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[Bualuang Green]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Global Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition Academy]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติศิริ โสภณพนิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อบัวหลวงกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40549</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกรุงเทพ ‘สถาบันการเงินชั้นนำของภูมิภาค’ จัดเวทีเสวนาใหญ่ The Great Green Transition ปีที่ 2 อัปเดต นโยบายและเทรนด์ด้านความยั่งยืนของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิด 3 ประเด็นสำคัญสู่บริบทไทย ได้แก่ นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ นวัตกรรมด้านพลังงานและความยั่งยืน และเส้นทางองค์กรสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านวิสัยทัศน์และประสบการณ์ตรงจากผู้นำองค์กรระดับโลก ร่วมยกระดับธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างแท้จริง คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวในโอกาสเปิดงานเสวนา &#8216;The Great Green Transition&#8217;  ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ &#8216;Sustainable Growth in Action&#8217; ว่า การจัดงานในปีนี้เป็นการต่อยอดจากงานเสวนา The Great Green Transition ของธนาคารในปีที่ผ่านมา เพื่อยกระดับมุมมองสู่แนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทการทำธุรกิจในไทย ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การแปลงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก สู่การขับเคลื่อนในระดับประเทศ 2. นวัตกรรมพลิกโฉมพลังงานและความยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/bbl-the-great-green-transition-ep2/">ธนาคารกรุงเทพ เปิด &#8216;The Great Green Transition ปีที่ 2&#8217; ​​ชู 3 ประเด็น​ยั่งยืนขับเคลื่อน &#8216;เศรษฐกิจสีเขียว&#8217; หนุนธุรกิจไทย​เติบโตในซัพพลายเชนโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารกรุงเทพ ‘สถาบันการเงินชั้นนำของภูมิภาค’</strong> <strong>จัดเวทีเสวนาใหญ่ The Great Green Transition ปีที่ 2 อัปเดต นโยบายและเทรนด์ด้านความยั่งยืนของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว </strong></p>
<p><span id="more-40549"></span></p>
<p><strong>พร้อมเปิด 3 ประเด็นสำคัญสู่บริบทไทย ได้แก่ นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ นวัตกรรมด้านพลังงานและความยั่งยืน และเส้นทางองค์กรสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านวิสัยทัศน์และประสบการณ์ตรงจากผู้นำองค์กรระดับโลก ร่วมยกระดับธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างแท้จริง </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BBL_04-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวในโอกาสเปิดงานเสวนา &#8216;<strong>The Great Green Transition&#8217;  </strong>ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ <strong>&#8216;</strong><strong>Sustainable Growth in Action&#8217;</strong> ว่า การจัดงานในปีนี้เป็นการต่อยอดจากงานเสวนา <strong>The Great Green Transition </strong>ของธนาคารในปีที่ผ่านมา เพื่อยกระดับมุมมองสู่แนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทการทำธุรกิจในไทย ใน 3 ประเด็น ได้แก่</p>
<p>1. การแปลงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก สู่การขับเคลื่อนในระดับประเทศ</p>
<p>2. นวัตกรรมพลิกโฉมพลังงานและความยั่งยืน</p>
<p>3. เส้นทางองค์กรสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างแท้จริง</p>
<p>ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2569 กฎหมายด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) มีการบังคับใช้อย่างเข้มข้นขึ้น เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่บังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การรายงาน และการลงทุนสีเขียว ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกสินค้าไปยังประเทศในสหภาพยุโรป โดยสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรปที่ได้รับผลกระทบด้านภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น ได้แก่ เหล็ก ซีเมนต์ อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฮโดรเจน และไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มี<br />
การปล่อยคาร์บอนในปริมาณสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40552 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BBL_05-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เช่นเดียวกับประเทศขนาดใหญ่อีกหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และจีน ต่างทยอยออกข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด<br />
โดยกำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวอย่างรวดเร็ว เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีลดคาร์บอน หรือการจัดทำระบบรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้มาตรฐาน เพื่อรักษาตลาดส่งออกสำคัญและความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุน</p>
<p><em>&#8220;ไม่เพียงผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น แต่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ไปจนถึงผู้ผลิตอย่างภาคการเกษตร ก็ต้องเร่งปรับตัวเช่นกัน เนื่องจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมได้เข้ามากำหนดมาตรฐานตั้งแต่ระดับวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการให้บริการ โดยมีระบบตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์เป็นตัวกำกับ หากผู้ประกอบการไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด ก็เสี่ยงที่จะถูกตัดออกจากห่วงโซ่การผลิตของผู้ส่งออกได้&#8221;</em></p>
<p>ธนาคารกรุงเทพในฐานะ <strong>‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’</strong> พร้อมยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ เช่น การจัดงานเสวนา <strong>The Great Green Transition</strong> เวทีที่จะช่วยชี้แนวทางให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด และหลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กร  <strong>Green Transition Academy</strong> เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการและนักธุรกิจสู่ยุคคาร์บอนต่ำ</p>
<p><em>&#8220;ธนาคารพร้อมสนับสนุนทางการเงินผ่าน <strong>&#8216;สินเชื่อบัวหลวงกรีนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม&#8217;</strong> เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับเปลี่ยนองค์กรและเทคโนโลยีที่จำเป็นสู่ธุรกิจสีเขียวได้อย่างราบรื่น เพราะวันนี้ประเด็นเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่แนวทางสมัครใจ แต่เป็นข้อบังคับทางเศรษฐกิจและการค้าที่ทุกประเทศและธุรกิจต้องปรับตัว เพื่อรักษาตลาด สร้างโอกาสการลงทุน และสามารถยืนหยัดในเวทีเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”</em> คุณชาติศิริ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40553 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BBL_08.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ภายในงานเสวนา <strong>&#8216;</strong><strong>The Great Green Transition&#8217;</strong> ได้รับเกียรติจาก  <strong>คุณนีฟ คอลิเออร์-สมิธ </strong>รักษาการผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย, ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ <strong>&#8216;</strong><strong>Bridging Global Climate Policy into Local Business Reality&#8217;</strong> และ <strong> คุณรอส คอนลอน </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเมนส์ จำกัด บรรยายพิเศษ หัวข้อ &#8216;<strong>Transformative Innovations Shaping the Future of Sustainable Business&#8217; </strong>ร่วมให้ความรู้ถึงหลักกฎเกณฑ์ที่จะมีผลกระทบกับภาคธุรกิจและนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่สามารถลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ด้านวงเสวนา​ &#8216;<strong>Driving Sustainability in the Era of Climate Change&#8217; </strong>ได้รับเกียรติจาก <strong>ดร.ธีระพล </strong><strong>ถนอมศักดิ์ยุทธ </strong>ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์<strong>,  คุณต้องใจ ธนะชานันท์ รอง</strong>กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มงานความยั่งยืนและกลยุทธ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  และ<strong>  คุณกรกมล กอไพศาล </strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์ พัฒนาธุรกิจ และพาณิชยกิจ กลุ่มธุรกิจ ผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าเพิ่ม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ร่วมแชร์ประสบการณ์การจัดการโครงการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงทิศทางและโอกาสใหม่ของตลาดผู้บริโภค ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน โดย<strong> ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล</strong> <strong>กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> เป็นผู้ดำเนินการเสวนา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BBL_09.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ในหัวข้อ<strong> &#8216;Building a Sustainable and Inclusive Future Through Innovation&#8217;</strong> ได้รับเกียรติ จาก <strong>คุณ​วชิระชัย คูนำวัฒนา </strong>Chief Sustainability Officer บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), <strong>​คุณกนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม </strong>ผู้อำนวยการอาวุโส – บริการ Net Zero Solutions บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด และ <strong>คุณจิรเมธ อัชชะ </strong>ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – บริหารและพัฒนาองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมแชร์มุมมองและฉายภาพการสร้างอนาคต การนำนวัตกรรมมาช่วยเสริมสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกับองค์กรและชุมชน</p>
<p>ภายในงานยังมีการจัดแสดงบูธด้านนวัตกรรมและโครงการต่าง ๆ เพื่อนำเสนอการลดคาร์บอน การบริหารห่วงโซ่อุปทานและโซลูชันด้านความยั่งยืน สำหรับงานเสวนา <strong>The Great Green Transition​ </strong>ภายใต้หัวข้อ <strong>Sustainable Growth in Action​</strong> จัดขึ้นในวันพุธที่ 18 มีนาคม 2569 ณ ห้องฉัตรา บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BBL_02-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/bbl-the-great-green-transition-ep2/">ธนาคารกรุงเทพ เปิด &#8216;The Great Green Transition ปีที่ 2&#8217; ​​ชู 3 ประเด็น​ยั่งยืนขับเคลื่อน &#8216;เศรษฐกิจสีเขียว&#8217; หนุนธุรกิจไทย​เติบโตในซัพพลายเชนโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:19:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonfootprint]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonReduction]]></category>
		<category><![CDATA[CarbonRemoval]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB THAI]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Gren Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Emission]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transitions]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ซีไอเอ็มบี ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เจสัน ลี]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39302</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน Green Transition ของภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น ธุรกิจคาร์บอนต่ำ คือความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน ขณะที่หนึ่งนโยบายสำคัญของภาคการเงินประเทศไทย คือ​การสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพในการลดคาร์บอน Decarbonization เพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนิน​​ธุรกิจจาก Less Brown ไปสู่​ Green Economy สำหรับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) มีแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อน ความยั่งยืน ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจผ่านกลยุทธ์ Sustainability360 ที่มีเป้าหมายช่วยลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน แบบ One Stop Solutionsโดยเฉพาะด้านการลดคาร์บอนเพื่อสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขันในยุคที่โลกมุ่งแก้ปัญหาสภาพอากาศ และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 คุณเจสัน ลี ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวถึงเป้าหมายธนาคารที่นำร่องโฟกัส​สนับสนุนการลดคาร์บอนใน 3 กลุ่มสำคัญที่มี​การปล่อยคาร์บอนในระดับสูง หรือจัดเป็นกลุ่ม High Emissions ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ ขณะที่​ในปีใหม่นี้มีแผนแผนขยายเซ็กเตอร์เพิ่มเติมอีก1 กลุ่ม ​ซึ่งยังเน้นในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และจัดอยู่ในกลุ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/">การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto"></div>
<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green Transition</span></strong> ของภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น <strong>ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</strong> คือความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน</div>
</div>
<p><span id="more-39302"></span></p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ขณะที่หนึ่งนโยบายสำคัญของภาคการเงินประเทศไทย คือ​การสนับสนุนกลุ่มลูกค้าธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพในการลดคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> เพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนิน​​ธุรกิจจาก Less Brown ไปสู่​ Green Economy</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">สำหรับธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) มีแนวทางสนับสนุนการขับเคลื่อน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจผ่านกลยุทธ์ Sustainability360 ที่มีเป้าหมายช่วยลูกค้าธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน แบบ One Stop Solutionsโดยเฉพาะด้านการลดคาร์บอนเพื่อสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขันในยุคที่โลกมุ่งแก้ปัญหาสภาพอากาศ และมุ่งสู่เป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero 2050</span></div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>คุณเจสัน ลี</strong> ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) กล่าวถึงเป้าหมายธนาคารที่นำร่องโฟกัส​สนับสนุนการลดคาร์บอนใน 3 กลุ่มสำคัญที่มี​การปล่อยคาร์บอนในระดับสูง หรือจัดเป็นกลุ่ม High Emissions ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ ขณะที่​ในปีใหม่นี้มีแผนแผนขยายเซ็กเตอร์เพิ่มเติมอีก1 กลุ่ม ​ซึ่งยังเน้นในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และจัดอยู่ในกลุ่ม High Emissions เช่นเดิม</div>
<div dir="auto">​</div>
<div dir="auto">การช่วยภาคธุรกิจลดคาร์บอนของ <strong>CIMB Thai</strong> จะเน้นที่ธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก เพื่อโฟกัสการลดคาร์บอนในขอบเขตที่เป็นสโคป 1 และ 2 เป็นสำคัญ แม้ว่าความเข้าใจในเรื่องของปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นภายในห่วงโซ่ธุรกิจ สัดส่วนการสร้างปริมาณคาร์บอนส่วนใหญ่มักจะเกิดจากสโคปที่ 3 หรือเกิดขึ้นภายในซัพพลายเชนของธุรกิจ โดยมีสัดส่วนเกินครึ่ง โดยในบางอุตสาหกรรมคาร์บอนในสโคป 3​ อาจสูงไปจนถึง 80-90% เลยทีเดียว</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะที่มุมมองของ <strong>คุณเจสัน ลี</strong> มองว่า ในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนนั้น ธุรกิจทุกรายจะเริ่มจากการลดคาร์บอนภายในธุรกิจของตัวเองก่อน หรือเริ่มจากการลดในสโคป 1 และ 2 ขณะที่สโคป 3 จะเป็นตัวเลขที่นำมาบันทึกเพื่อจัดทำบัญชีคาร์บอนของภาคธุรกิจ แต่ในการขับเคลื่อนเพื่อลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในภาพรวมของประเทศ จะนับจากสโคป 1 และ 2 เท่านั้น แต่ไม่ได้นำสโคป 3 มาคำนวณด้วย เพราะจะเกิดการนับซ้ำในระบบ (Double Counting) และทำให้ปริมาณไม่ตรงกับความเป็นจริง</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ เนื่องจากการปล่อยคาร์บอนที่แท้จริงจะเกิดขึ้นในช่วงสโคป 1 และ 2 เท่านั้น จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์จากการใช้พลังงานและไฟฟ้าในปริมาณสูง หากสามารถลดการปลดปล่อย โดยเฉพาะการลด​แบบ Removal ที่สามารถลดปริมาณการ​ปล่อยได้​ตั้งแต่ต้นทาง​ จะทำให้สามารถสร้างผลกระทบในการช่วยแก้ไขวิกฤตสภาพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">&#8220;การคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์สโคป 3 จะมีบทบาทในการวิเคราะห์พอร์ตโฟลิโอองค์กรของภาคธุรกิจเป็นหลัก แต่ปริมาณในสโคป 1 และ 2 คือปริมาณคาร์บอนที่มีการปลดปล่อยออกมาจริงๆ และเป็นต้นเหตุสำคัญของวิกฤตสภาพอากาศ ​ดังนั้น การโฟกัสให้ธุรกิจขนาดใหญ่เปลี่ยนผ่านได้ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญหากทุกธุรกิจให้ความสำคัญที่จะ​ขับเคลื่อนแผนการลดคาร์บอนของตนเองอย่างจริงจัง ปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในสโคป 3 ก็จะลดน้อยลงได้อย่างอัตโนมัติ&#8221;</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CIMB Thai</span> </strong>มองว่า แนวทางการขับเคลื่อนที่ธนาคารวางนโยบายไว้นั้น นอกจากการช่วยภาคธุรกิจไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านเพื่อแข่งขันได้ ยังช่วยเพิ่มศักยภาพและเร่งสปีดประเทศไทยในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net zero 2050 ได้เพิ่มมากขึ้นด้วย จากช่วงที่ผ่านมา ประสิทธิภาพในการลดคาร์บอนโดยภาพรวมของประเทศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/green-transition-to-low-carbon-business/">การเข้าถึงแหล่งทุน ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน &#8216;Green Transition&#8217; เปลี่ยนผ่านสู่ &#8216;ธุรกิจคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธ.ก.ส. จับมือ GIZ จัดงาน &#8216;ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.&#8217; เติมทุนเกษตรกรปรับแนวทางปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/baac-giz-thai-rice-gcf/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jan 2026 12:36:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[BAAC]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Smart Incentive]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Smart Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Smart Package]]></category>
		<category><![CDATA[CSI]]></category>
		<category><![CDATA[CSL]]></category>
		<category><![CDATA[GCF]]></category>
		<category><![CDATA[GIZ]]></category>
		<category><![CDATA[Green Climate Fund]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Famers]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Rice GCF]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนภูมิอากาศสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ธ.ก.ส.​]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกข้าววิถีใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ประจำประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ไพศาล หงษ์ทอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39712</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรม และนับเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ​ด้วยพื้นที่ในการปลูกข้าวที่คิดเป็นมากกว่า 50% ของพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ​ ทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการปลูกข้าว จึงกลาย​​เป็นสัดส่วนใหญ่ถึง 51% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions) หรือราว 8% ของปริมาณ GHG Emissions ของทั้งประเทศ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า วิธีการปลูกข้าวแบบเดิมๆ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักของการเกิดปริมาณก๊าซเรือนกระจกสะสม จนทำให้ประเทศติดอันดับ ‘ประเทศเปราะบาง’ 1 ใน 16 ประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ที่จะได้รับผ​​ลกระทบจาก​ปัญหาการเปลี่ยนแปลง​สภาพอากาศ​ ในอีก 30 ปีข้างหน้า นำมาสู่ความร่วมมือระหว่าง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  หรือ ธ.ก.ส. ในฐานะผู้นำในการผลักดันการทำเกษตรแบบต้านทานภูมิอากาศในประเทศไทย ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ  (Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit GmbH ) เพื่อขับเคลื่อนโครงการ &#8216;Thai Rice GCF&#8217; ที่ตระหนักถึงปัญหาของเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนา จากรูปแบบ​​การปลูกข้าวแบบดั้งเดิม พร้อม​มุ่งเพิ่มศักยภาพในกระบวนการปลูกข้าวที่เท่าทัน​สภาพภูมิอากาศ และเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นชาวนายุคใหม่ (Climate-Smart Rice [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/baac-giz-thai-rice-gcf/">ธ.ก.ส. จับมือ GIZ จัดงาน &#8216;ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.&#8217; เติมทุนเกษตรกรปรับแนวทางปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรม และนับเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ​ด้วยพื้นที่ในการปลูกข้าวที่คิดเป็นมากกว่า 50% ของพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ​ ทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่มาจากการปลูกข้าว จึงกลาย​​เป็นสัดส่วนใหญ่ถึง 51% ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions) หรือราว 8% ของปริมาณ GHG Emissions ของทั้งประเทศ</p>
<p><span id="more-39712"></span></p>
<p>จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า วิธีการปลูกข้าวแบบเดิมๆ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักของการเกิดปริมาณก๊าซเรือนกระจกสะสม จนทำให้ประเทศติดอันดับ <strong>‘ประเทศเปราะบาง’</strong> 1 ใน 16 ประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ที่จะได้รับผ​​ลกระทบจาก​ปัญหาการเปลี่ยนแปลง​สภาพอากาศ​ ในอีก 30 ปีข้างหน้า</p>
<p>นำมาสู่ความร่วมมือระหว่าง <strong>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร </strong> หรือ <strong>ธ.ก.ส. </strong>ในฐานะผู้นำในการผลักดันการทำเกษตรแบบต้านทานภูมิอากาศในประเทศไทย ร่วมกับ <strong>องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน </strong>หรือ<strong> GIZ  </strong>(Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit GmbH ) เพื่อขับเคลื่อนโครงการ &#8216;<strong>Thai Rice GCF&#8217; </strong>ที่ตระหนักถึงปัญหาของเกษตรกรโดยเฉพาะชาวนา จากรูปแบบ​​การปลูกข้าวแบบดั้งเดิม พร้อม​มุ่งเพิ่มศักยภาพในกระบวนการปลูกข้าวที่เท่าทัน​สภาพภูมิอากาศ และเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นชาวนายุคใหม่ (Climate-Smart Rice Farmers) ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถในการคัดเลือก และวางแผนการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาปรับใช้ในการเพาะปลูก เพื่อปรับตัวจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Clilmate Change) รวมทั้งมีความเหมาะสมกับการเพาะปลูก หรือพื้นที่นาของตัวเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39714 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ปลูกข้าววิถีใหม่-มีทุนให้จาก-ธ.ก.ส._1-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1234" /></p>
<p>โครงการ &#8216;<strong>Thai Rice GCF&#8217; </strong>มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การปลูกข้าวของเกษตรกร​สู่วิถีการปลูกข้าวที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ​เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ ด้วย​การนำ​​เทคโนโลยี Climate Smart Technology​ (CST) มาปรับใช้ ​โดยการสนับสนุนจาก <strong>&#8216;กองทุนภูมิอากาศสีเขียว&#8217;</strong> (Green Climate Fund: GCF) ที่ขับเคลื่อนโดย​กระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) และภาคเอกชน พร้อมทั้งความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 21 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ ชัยนาท อ่างทอง ปทุมธานี สิงห์บุรี อยุธยา สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และลพบุรี มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2571) ​</p>
<p>ล่าสุด โครงการ &#8216;<strong>Thai Rice GCF&#8217; </strong>จัดงาน &#8216;<strong>ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ </strong><strong>Thai Rice GCF&#8217;</strong> ต่อยอดความร่วมมือมาสู่การสนับสนุนเงินอุดหนุน และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ที่มุ่งช่วยเพิ่มศักยภาพ<strong> &#8216;การปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ&#8217;</strong> (Thai Rice: Strengthening Climate-Smart Rice Farming Project) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำและเท่าทันสภาพภูมิอากาศ​มาสู่การผลักดันให้เกิดการนำไปปฏิบัติได้จริง เกิดเป็น​ Best Practice ในการเปลี่ยนผ่าน ด้วยการใช้​​เครื่องมือทางการเงินมาช่วย​กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงในเชิงพฤติกรรม และการพัฒนาเชิงระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ​​<em><strong> ภายใต้งบประมาณโครงการที่วางไว้ 5,300 ล้านบาท และเป้าหมายในการเข้าถึงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทยได้กว่า 40,000 ราย </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39716 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/นายไพศาล-หงษ์ทอง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณไพศาล หงษ์ทอง </strong>รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าว​ว่า <b>​</b>การปลูกข้าวของเกษตรกรในปัจจุบันต้องใช้น้ำปริมาณมาก และขังน้ำในนาข้าวตลอดเวลา ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็น​หนึ่งในก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศเปราะบาง และยังส่งผลต่อ​ประสิทธิภาพในการผลิตข้าวของเกษตรกร รวมทั้งการเผชิญความเสี่ยงทางธุรกิจในอนาคตที่ตลาดจะให้ความสำคัญกับสินค้าคาร์บอนต่ำ ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของเกษตรกรและความมั่นคงด้านอาหารของโลก</p>
<p>&#8220;<em>ธ.ก.ส.​ ในฐานะ ธนาคารผู้นำการพัฒนาชนบทอย่างยั่งยืน ​​จึงมุ่งส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนมาสู่การปลูกข้าววิถีใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามในอนาคต ทั้งเชิงเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสามารถ​เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพิ่มรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร รวมทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ ซึ่งการออกมาตรการสนับสนุนทางด้านการเงิน <strong>(Climate Smart Package​)​ </strong>จะเป็นแรงจูงใจ​สำคัญ ที่ช่วยให้เกษตรกรยอมรับและเกิดการปรับเปลี่ยนไปสู่การทำนาที่เท่าทันกับสภาพอากาศได้อย่างแท้จริง&#8221; </em></p>
<p>สำหรับ <strong>&#8216;มาตรการสนับสนุนทางด้านการเงิน </strong><strong>(Climate Smart Package)&#8217;  </strong>เพื่อเป็นแรงจูงใจ​สำคัญให้เกษตรกรในการเปลี่ยนผ่าน ประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก ได้แก่</p>
<p><strong>1. </strong><strong>เงินอุดหนุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ</strong><strong> (<strong class="Yjhzub" data-processed="true">Climate Smart Incentive</strong> : CSI)</strong> เป็นเงินทุนภายใต้โครงการ Thai Rice GCF จำนวนประมาณ 300 ล้านบาท (7.6 ล้านยูโร) ซึ่งจะนำไปใช้เป็นเงินอุดหนุนบางส่วนเพื่อให้เกษตรกรประมาณ 40,000 ราย ทดลองปรับเปลี่ยนการทำนาของตนไปสู่วิถีการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ  โดยเกษตรกรสามารถเลือกรูปแบบการรับเงินอุดหนุนได้ 3 แพ็กเกจ ได้แก่<strong> แพ็กเกจ S</strong> 500 บาท/ต่อไร่,  <strong>แพ็กเกจ M</strong> 1,000 บาท/ต่อไร่ และ <strong>แพ็กเกจ L</strong> 1,600 บาท/ต่อไร่ โดยแต่ละครัวเรือนจะได้รับเงินอุดหนุนไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน หรือสูงสุดครัวเรือนละ 16,000 บาท</p>
<p><strong>2. สินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยนสู่การเกษตรที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (</strong><strong>Climate Smart Loan: CSL</strong><strong>)</strong>  ประกอบด้วย <strong>สินเชื่อ </strong><strong>Climate Smart Loan (CSL)</strong> วงเงิน 5,000 ล้านบาท สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเกษตรกรที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อสภาพภูมิอากาศ (Basic CST) จากกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร และ หลักสูตรต่อยอดด้านการลงทุนและการเงิน (Climate Smart Finance: CS-Fin) จาก ธ.ก.ส. ภายใต้โครงการ Thai Rice GCF เพื่อต่อยอด​เกษตรกรผู้มีศักยภาพเข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและ/หรือค่าลงทุนในเทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ 10 เทคโนโลยีที่โครงการได้ให้การส่งเสริม และ <strong>สินเชื่อภายใต้ </strong><strong>BCG Model </strong>สำหรับเกษตรกรที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตร Basic CST และมีความต้องการที่จะใช้เทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทำนา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39715 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/ปลูกข้าววิถีใหม่-มีทุนให้จาก-ธ.ก.ส._3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับเกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ <strong>Thai Rice GCF</strong> สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอ, สำนักงานเกษตรจังหวัด, ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว, ศูนย์วิจัยข้าว และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ และเมื่อผ่านการอบรมทั้ง 2 หลักสูตรแล้ว จึงจะสามารถสมัครขอรับเงินอุดหนุน CSI ผ่านเจ้าหน้า ธ.ก.ส. ผู้จัดอบรม หรือ ธ.ก.ส. สาขาที่ขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาใน 21 จังหวัดที่ร่วมโครงการ และสำนักกิจการระหว่างประเทศ 02 558 6555 ต่อ 8957, 8958</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/baac-giz-thai-rice-gcf/">ธ.ก.ส. จับมือ GIZ จัดงาน &#8216;ปลูกข้าววิถีใหม่ มีทุนให้จาก ธ.ก.ส.&#8217; เติมทุนเกษตรกรปรับแนวทางปลูกข้าวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CIMB Thai ขับเคลื่อน &#8216;Sustainability360&#8217; ตั้งเป้า &#8216;One Stop Solutions&#8217; ช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เฟสแรกโฟกัส 3 กลุ่ม High Emission เจาะดีมานด์ 3 หมื่นล้าน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/cimb-thai-sustainability360-drive-green-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Dec 2025 09:57:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB THAI]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Jason Lee]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[Net zero pathway]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability360]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Taxonomy]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีไอเอ็มบี]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เจสัน ลี]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39100</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai) วิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 ของประเทศไทย ยังมีความท้าทายในระดับสูง โดยเฉพาะหากพิจารณาภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emisisons) ของประเทศไทย ยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากต้องการให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ การช่วยภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านด้าน Decarbonization จึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม High Emissions หรือกลุ่มที่มีการปล่อยก๊ซเรือนกระจกในระดับสูง เพราะหากเปลี่ยนผ่านกลุ่มเหล่านี้ได้สำเร็จจะมีผลในการช่วยลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ​ในภาพรวมของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ CIMB Thai จึงต้องการเข้ามาเป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้วยการพัฒนา &#8216;Sustainability360&#8217; ซึ่งเป็นบริการใหม่​ที่พัฒนาขึ้น​​เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้ภาคธุรกิจในการขับเคลื่อน Net Zero Pathways ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตามแนวทาง Sustainable Finance คุณเจสัน ลี ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ( CIMB Thai) กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ปัญหาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไทย มาจาก 2 Pain point สำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cimb-thai-sustainability360-drive-green-transition/">CIMB Thai ขับเคลื่อน &#8216;Sustainability360&#8217; ตั้งเป้า &#8216;One Stop Solutions&#8217; ช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เฟสแรกโฟกัส 3 กลุ่ม High Emission เจาะดีมานด์ 3 หมื่นล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB Thai)</strong> วิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 ของประเทศไทย ยังมีความท้าทายในระดับสูง โดยเฉพาะหากพิจารณาภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emisisons) ของประเทศไทย ยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-39100"></span></p>
<p>ดังนั้น หากต้องการให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ การช่วยภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านด้าน Decarbonization จึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่ม High Emissions หรือกลุ่มที่มีการปล่อยก๊ซเรือนกระจกในระดับสูง เพราะหากเปลี่ยนผ่านกลุ่มเหล่านี้ได้สำเร็จจะมีผลในการช่วยลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ​ในภาพรวมของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>CIMB Thai</strong> จึงต้องการเข้ามาเป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้วยการพัฒนา <strong>&#8216;Sustainability360&#8217;</strong> ซึ่งเป็นบริการใหม่​ที่พัฒนาขึ้น​​เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้ภาคธุรกิจในการขับเคลื่อน Net Zero Pathways ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตามแนวทาง Sustainable Finance</p>
<p><strong>คุณเจสัน ลี</strong> <strong>ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (</strong> <strong>CIMB Thai) </strong>กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ปัญหาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไทย มาจาก<em><strong> 2 Pain point สำคัญ ได้แก่ เรื่องของเงินทุน (Capital) และเทคโนโลยี (Technology) ในการเปลี่ยนผ่าน</strong></em> รวมไปถึงการวิเคราะห์และจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านเชิงเทคนิคและการปฏิบัติตามหลัก Taxonomy ​นำมาสู่การพัฒนา​<strong> Sustainability360</strong> ที่มุ่งอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจในการระดมทุนและการขอสินเชื่อสีเขียวจากสถาบันการเงิน<em><strong> ภายใต้การให้บริการแบบ One Stop ทั้งการให้คำปรึกษาเชิงเทคนิค</strong></em> การวางกรอบหรือแนวทางในการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อเข้าถึงเงินทุน รวมทั้งเทคโนโลยีในการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ไปจนถึงการประเมินปัจจัยต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงในการดำเนินกิจกรรม​หรือ Green Projects ต่างๆ ว่าส่งผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยแวดล้อมในมิติอื่นๆ หรือไม่ <em><strong>รวมทั้งการ​ปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านความยั่งยืนทั้งในระดับประเทศ และภูมิภาคต่างๆ ​เพื่อให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนได้ทั้ง Green Transition โดยที่ยัง​รักษาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไว้ได้ด้วย </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39102 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Sustain360-Team.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การเพิ่มบริการ <strong>Sustainability</strong><strong>360</strong> ของ CIMB Thai สามารถตอบโจทย์การสนับสนุนลูกค้าในการจัดทำเอกสารทางเทคนิคสำหรับรูปแบบการออกตราสารหนี้และการขอสินเชื่อ โดยเอกสารดังกล่าวผ่านการรับรองความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Second Party Opinion: SPO) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติทั้งในระดับประเทศและระดับสากล รวมทั้งสอดคล้อง​​กับแนวทาง Taxonomy และสนับสนุนโอกาสด้านพลังงานสะอาดจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) อย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อร่วมขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน บริการ Sustainability360 จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าครบจบในที่เดียวเป็น One Stop Service ในโซลูชันเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ CIMB Thai โฟกัสเป้าหมายในเฟสแรกของการให้บริการใน 3 อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า, น้ำมันและก๊าซ รวมทั้งการผลิตปูนซีเมนต์ เ​นื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง (High Emission) และเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องการเงินทุนสนับสนุนในการปรับโครงสร้างการผลิต ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อมาใช้ในการลดคาร์บอน ​เช่น เทคโนโลยีดูดกลับคาร์บอน หรือพลังงานสะอาดต่างๆ โดยมองดีมานด์ด้าน​ Green Finance ของอุตสาหกรรมในกลุ่มเป้าหมายนี้เพื่อลดคาร์บอนและเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ Low Carbon ​จนถึงปี 2026 อยู่ที่ประมาณ​​ 20,000 ล้านบาท ​​ซึ่ง​​​ปัจจุบันกลุ่มลูกค้ามีการระดมทุนผ่านตราสารหนี้และสินเชื่อแล้วราว 50% และคาดว่าดีมานด์จากกลุ่มเป้าหมายจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า​​ 30,000 ล้านบาท  ภายในปี 2030</p>
<p><em>&#8220;ธนาคารฯ มีแผนเพิ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อช่วยการเปลี่ยนผ่านในปีหน้าเพิ่มอีก 1 กลุ่ม ​โดยยังโฟกัสในกลุ่มที่เป็น High Emissions และมีซัพพลายเชนที่ค่อนข้างยาว​ โดยจุดแข็งและความแตกต่างของ CIMB คือความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเชิงเทคนิค ที่ค่อนข้างมีความซับซ้อนและต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะ ทั้งความเข้าใจด้าน Decarbonization ทั้งในมิตของเทคโนโลยี รวมทั้งการใช้กระบวนการตามธรรมชาติ หรือ Nature-based Solutions การเข้าใจข้อกฎหมายและเงื่อนไขทางการค้าในแต่ละตลาดเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งการทำงานร่วมกับนักบัญชีคาร์บอนทำให้สามารถประเมินปริมาณการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ รวมทั้งการรับรองโครงการว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ภายในจุดเดียว ​​พร้อมให้คำแนะนำด้านการเงินเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินยั่งยืน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุนที่หลากหลาย และเพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนผ่านได้มากยิ่งขึ้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39101 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Advancing-TRansiiton.jpg" alt="" width="1200" height="664" /></p>
<p><strong>คุณเจสัน</strong> กล่าวต่อว่า สำหรับการขับเคลื่อน​ Sustainable Finance ของ CIMB Thai ปัจจุบันสามารถขับเคลื่อนได้ราว 4% ของพอร์ตโฟลิโอ จากการสนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยทั้งการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง​ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในมิติต่างๆ ​​เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนตามกรอบ ESG​  พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 20%​ ของพอร์ตโฟลิโอ ภายในปี 2030  โดย​​เน้นการทำงานร่วมกับกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในมิติการลดก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากสามารถช่วยสร้างให้เกิดอิมแพ็คได้ในการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ระดับประเทศได้ ทำให้การขับเคลื่อน Sustainability360 ไม่เพียงช่วยลูกค้าธนาคารเปลี่ยนผ่านได้เท่านั้น แต่ยังช่วยการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศไทย ให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้​อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cimb-thai-sustainability360-drive-green-transition/">CIMB Thai ขับเคลื่อน &#8216;Sustainability360&#8217; ตั้งเป้า &#8216;One Stop Solutions&#8217; ช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เฟสแรกโฟกัส 3 กลุ่ม High Emission เจาะดีมานด์ 3 หมื่นล้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรู คอร์ปอเรชั่น &#8216;เทเลคอมรายแรกของเอเชีย&#8217; ​เปิดโปรแกรม &#8216;แหล่งทุนสีเขียว&#8217; หนุนพันธมิตรเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; บรรลุ Carbon Neutral พร้อมลดสโคป 3 อย่างน้อย 25% ในปี 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/true-corporation-green-financing-program/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Oct 2025 13:56:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Green Financing Program]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Gren Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[True Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[True Supplier Forum 2025 : Together for Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[True Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Fatalities]]></category>
		<category><![CDATA[คู่ค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเออร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรู]]></category>
		<category><![CDATA[ทรู คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเอ็มบีธนชาต]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารทหารไทยธนชาติ จำกัด (มหาชน)​]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[พันธวณิช]]></category>
		<category><![CDATA[พันธวนิช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37338</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดโครงการ ‘Green Financing Program’ เร่งแผน Decarbonization  นำร่อง &#8216;บริษัทเทเลคอมรายแรกของเอเชีย&#8217; ผนึกพันธมิตรมอบโซลูชันทางการเงิน สนับสนุนซัพพลายเออร์เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อบรรลุ Carbon Neutral ในสโคป 1,2  และลด Carbon Emission ในสโคปที่ 3ให้ลดล​ง​ 25% ภายในปี 2030 ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้นำบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีของไทย ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืน ประกาศยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าไปอีกขั้น เปิดตัว &#8216;Green Financing Program&#8217; ครั้งแรกในเอเชีย จับมือพันธวณิช และทีเอ็มบีธนชาต ร่วมสร้างโอกาสใหม่ให้คู่ค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้ง่ายขึ้น เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ผ่าน 4 กลุ่มสินเชื่อ เพื่อสนับสนุนการ​​ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด  คุณ​ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ​ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุกมิติของ ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/true-corporation-green-financing-program/">ทรู คอร์ปอเรชั่น &#8216;เทเลคอมรายแรกของเอเชีย&#8217; ​เปิดโปรแกรม &#8216;แหล่งทุนสีเขียว&#8217; หนุนพันธมิตรเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; บรรลุ Carbon Neutral พร้อมลดสโคป 3 อย่างน้อย 25% ในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทรู คอร์ปอเรชั่น </strong>เปิดโครงการ ‘<strong>Green Financing Program’</strong> เร่งแผน Decarbonization  นำร่อง &#8216;บริษัทเทเลคอมรายแรกของเอเชีย&#8217; ผนึกพันธมิตรมอบโซลูชันทางการเงิน สนับสนุนซัพพลายเออร์เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อบรรลุ Carbon Neutral ในสโคป 1,2  และลด Carbon Emission ในสโคปที่ 3ให้ลดล​ง​ 25% ภายในปี 2030</p>
<p><span id="more-37338"></span></p>
<p><strong>ทรู คอร์ปอเรชั่น </strong><strong>ผู้นำบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีของไทย ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืน ประกาศยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าไปอีกขั้น เปิดตัว &#8216;</strong><strong>Green Financing Program&#8217; </strong><strong>ครั้งแรกในเอเชีย จับมือพันธวณิช และทีเอ็มบีธนชาต ร่วมสร้างโอกาสใหม่ให้คู่ค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้ง่ายขึ้น เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ผ่าน 4 กลุ่มสินเชื่อ </strong><strong>เพื่อสนับสนุนการ​​ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด </strong></p>
<p><strong>คุณ​ซิกเว่ เบรกเก้</strong> ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ​ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุกมิติของ ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำเทคโนโลยีโทรคมนาคมของไทย ที่ร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยได้อย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนสู่แถวหน้าของเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก  โดยมองว่า ‘<strong>การเติบโตอย่างยั่งยืน</strong>’ ต้องเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมลดการปล่อยคาร์บอนผ่านโครงการ <strong>‘Green Financing Program’</strong> ที่ช่วยให้คู่ค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวเพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ความยั่งยืนได้ง่ายขึ้นรวมทั้ง​การยกระดับมาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37339 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/SD-True.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน </strong>หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ทรู ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 มิติ สำคัญ ทั้ง Living Right , Living Well และ Living Togrther โดยเฉพาะเป้าหมายสำคัญที่ต้องขับเคลื่อนร่วมกันภายในห่วงโซ่อุปทาน คือ <strong>การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ</strong> ที่บริษัทตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ใน​สโคปที่ 1 และ 2 ภายในปี 2030 และบรรลุ Net Zero ในปี 2050  รวมทั้งอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือ การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบทั้ง 100% ​โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ (GHG Reduction) ผ่านการช่วยเหลือซัพพลายเออร์ หรือคู่ค้าเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับการลดคาร์บอนในสโคปที่ 3 ของธุรกิจด้วย</p>
<p><em>“ &#8216;<strong>คู่ค้า’</strong> คือแรงขับเคลื่อนสำคัญในภารกิจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน หรือใน Scope 3 ตามหลักการ Science Based Targets initiative (SBTi) เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ภายในปี 2050 ทำให้ทรู คอร์ปอเรชั่น ​​มุ่งสร้างระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยปีที่ผ่านมาได้ผนึกพันธมิตรอย่าง <strong>&#8216;พันธวนิช</strong>&#8216; ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ (e-Procurement) นำร่องประเมินพันธมิตรธุรกิจรายหลักกว่า 100 ราย ผ่านโซลูชัน Supplier360 เพื่อเป็น Tier1 ที่มีความพร้อมและสามารถสร้าง Big Impact ในการนำร่องเพื่อขับเคลื่อน Green Transition ภายในห่วงโซ่ โดยพบปัญหาสำคัญว่า 50% ของคู่ค้าต้องการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว  จึงเป็นที่มาของการขับเคลื่อนโปรเจ็กต์ <strong>Green Financing Program  ซึ่งถือ</strong><strong>เป็นครั้งแรกของบริษัทเทเลคอมของเอเชีย </strong>และการได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินอย่างทีเอ็มบีธนชาติ ผ่านการสนับสนุน 4 โซลูชันทางการเงิน เพื่อช่วยขับเคลื่อนแผน Decarbonization ของคู่ค้า&#8221;​</em></p>
<figure id="attachment_37341" aria-describedby="caption-attachment-37341" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37341 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__75538681.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-37341" class="wp-caption-text">ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจาก การช่วยให้คู่ค้าเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว ทางทรู คอร์ปอเรชั่น ยังมีแพลตฟอร์ม &#8216;<strong>GHG (Greenhouse Gas) Emissions Data Platform and Consulting Service&#8217;</strong> ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วย​สนับสนุนพันธมิตร เพื่อจัดทำรายงาน และขับเคลื่อแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อพิชิตเป้าหมาย Net Zero ได้ตามแผนที่วางไว้ และจะเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่เพิ่มโอกาสให้พันธมิตรเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้ง่ายขึ้น เพื่อสามารถ​ดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานทางเลือก รวมถึงเข้าถึงสินเชื่อพิเศษที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนที่ตั้งไว้ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้น การขับเคลื่อน​โมเดลนี้ของทรู  คอร์ปอเรชั่น จึง​​ไม่เพียงเสริมศักยภาพให้คู่ค้า และความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์นักลงทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนด้าน<strong> Decarbonization</strong> นำพาห่วงโซ่อุปทานของทรูเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนไปด้วยกัน  เนื่องจาก เป้าหมายสำคัญจากนี้คือ การ​เดินหน้าขยายการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านให้กับคู่ค้าตลอดทั้งห่วงโซ่ที่มีโดยรวมกว่า 2,000 ราย ในการขับเคลื่อนแผน Decarbonization อย่างต่อเนื่องในอนาคต</p>
<figure id="attachment_37342" aria-describedby="caption-attachment-37342" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37342 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__75538705.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-37342" class="wp-caption-text">คุณนิสากร หวั่งหลี รองผู้อำนวยการ บริษัท พันธวนิช จำกัด</figcaption></figure>
<p><em>&#8220;ทรู นำร่องด้วยกลุ่มพันธมิตรรายใหญ่ ซึ่งกระจายอยู่ใน 6 กลุ่มสำคัญของธุรกิจทั้ง <strong>Mobile Device and Accesssories </strong> (โทรศัพท์มือถือ,​ อุปกรณ์เสริมและ Packaging ) <strong>กลุ่ม IoT</strong> (กลุ่มอุปกรณ์ Internet of Things) <strong>กลุ่ม IT</strong> (ผู้ให้บริการด้านไอทีและโซลูชั่นทางธุรกิจ) <strong>กลุ่ม Application Development</strong> (ผู้ให้บริการด้านการพัฒนาแอปพลิเคชัน)<strong> กลุ่ม Broadband Equipment</strong> <strong>and Service</strong> (อุปกรณ์และบริการบรอดแบนด์) และ <strong>กลุ่ม Core Network and Infrastructure Supply and Service</strong> (งานสร้างข่ายสายและซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์โครงข่าย) โดยเฉพาะซัพพลายเออร์ในส่วนของงานโครงข่าย ซึ่งมีสัดส่วนถึง 36% และหากรวมกลุ่มบรอดแบนด์ที่มี 21% จะรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของพอร์ตในเชิงวอลลุ่ม ซึ่งหากสามารถเปลี่ยนผ่านสองกลุ่มหลักนี้ได้ จะ​ขับเคลื่อนแผน Decarbonization ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันแผนการลดคาร์บอนของทรู ทั้งสโคป 1, 2 และ 3 ถือว่าขับเคลื่อนไปได้ตามที่เป้าหมายกำหนดและเชื่อว่าจะสามารถบรรลุ Milestones แรก ในการเป็นกลางทางคาร์บอน และการลดคาร์บอนในสโคป 3 ได้ที่ 25% ตามที่เป้าหมายวางไว้&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37340 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__75538755.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับ โซลูชั่นทางการเงินที่ทาง TTB พร้อมสนับสนุน คู่ค้าของทรู คอร์ปอเรชั่น ในการขับเคลื่อน Green Transition  มี 4 รูปแบบ ประกอบด้วย ​</p>
<p><strong>1. Green Loan &amp; Blue Loan</strong> – สินเชื่อระยะยาวสำหรับโครงการด้านพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาอาคารรักษ์โลก</p>
<p><strong>2. Short-term Financing Linked-Loan (SLL)</strong> – สินเชื่อพิเศษที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยมีเงื่อนไขดอกเบี้ยอัตราพิเศษซึ่งอ้างอิงจากผลลัพธ์การดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัท</p>
<p><strong>3. Solar E-P-C (Engineering-Procurement-Construction)</strong> – สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ค่าดำเนินการสำรวจพื้นที่ ออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ ไปจนถึงใช้งานระบบจริง</p>
<p><strong>4. Hire Purchase/ Financial Lease for EV Car </strong>– สินเชื่อสำหรับจัดหารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งรถประจำตำแหน่ง รถส่วนกลาง รถสวัสดิการ และรถที่ใช้ในธุรกิจขนส่งสินค้า เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในภาคโลจิสติกส์</p>
<figure id="attachment_37343" aria-describedby="caption-attachment-37343" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37343 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__75538712.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-37343" class="wp-caption-text">คุณเยาว์ณิชา หอมเศรษฐี หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ธนาคารทหารไทยธนชาติ จำกัด (มหาชน)​</figcaption></figure>
<p><strong>มุ่งสู่เป้าหมาย </strong><strong>Zero Fatalities – </strong><strong>อัตราการเสียชีวิต จากการทำงานเป็นศูนย์</strong></p>
<p>นอกจาก การขับเคลื่อนมิติเรื่องสิ่งแวดล้อม อีกหนึ่งปัจจัยที่ทางทรู คอร์ปอเรชั่น ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง​มากที่สุดกว่าทุกปัจจัย คือ <strong>&#8216;ความปลอดภัยของคนทำงาน&#8217;</strong>  เนื่องจาก ​<strong>&#8216;คน&#8217;</strong> คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนทุกโครงการของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นภารกิจติดตั้งสถานีฐาน ขยายโครงข่าย หรือดูแลระบบในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทรู จึงตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนไว้ว่า Zero Fatalities – ไม่มีการสูญเสียชีวิตจากการทำงานแม้แต่รายเดียว และยึดแนวทาง &#8216;Stay TRUE to Safety&#8217;  เป็นหลักการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนในห่วงโซ่อุปทานเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันอย่างปลอดภัยสูงสุด</p>
<p><strong>คุณซิกเว่ ​กล่าวตอกย้ำความสำคัญของ </strong><strong>Health &amp; Safety </strong><strong>ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ด้วยเป้าหมาย </strong><strong>Zero Fatalities </strong><strong>หรือ &#8216;อัตราการเสียชีวิตจากการทำงานเป็นศูนย์&#8217; ผ่านเวที </strong><strong>True Supplier Forum </strong><strong>2025 : </strong><strong>Together for Net Zero ​</strong><strong>ที่จัดขึ้นทุกปีเพื่อบริษัทคู่ค้าหลัก เร่งขับเคลื่อนภารกิจปล่อยก๊าซเรือนกระจก </strong><strong>Scope 3</strong><strong> สู่เป้าหมาย</strong><strong> Net Zero </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2593  </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37345 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__75538728.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;สิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุดคือ<strong> ‘ความปลอดภัยของคนทำงาน’</strong> เพราะเบื้องหลังเครือข่ายที่แข็งแกร่งของทรู คือการทำงานอย่างทุ่มเทของผู้คนมากมายในภาคสนาม เราจึงตั้งเป้าหมาย ‘<strong>Zero Fatalities</strong>’ หรือการไม่มีการสูญเสียชีวิตจากการทำงานแม้แต่รายเดียว พร้อมยกระดับมาตรฐานสุขภาพและความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยในทุกวัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนที่ทรูตั้งใจเดินไปพร้อมกับพันธมิตรทุกคน” คุณซิกเว่ กล่าว </em></p>
<p>สำหรับแนวทาง <strong>&#8216;Stay TRUE to Safety&#8217; </strong> ประกอบด้วย  T : Take a pause Safety First , R : Report Immediately, U : Use The Right Equipment และ E : Educated Yourself โดยในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน ทรูจะให้ความสำคัญต่อมาตรการความปลอด​ภัยอย่างเข้มข้นและเป็นระบบในทุกขั้นตอนของการทำงาน ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; ปรับปรุงและเข้มงวดสัญญากับซัพพลายเออร์ในพื้นที่เสี่ยงสูง:</strong> เพิ่มข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน กำหนดให้ต้องมีการอบรมกระบวนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) อย่างเข้มงวด จัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) และกำหนดกรอบบทลงโทษและการชดเชยอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>&#8211; ยกระดับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้กับซัพพลายเออร์:</strong> ผ่านการทดสอบหลังการอบรมและการรับรอง เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานภาคสนามมีความรู้ ความสามารถ และตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น</p>
<p><strong>&#8211; ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล:</strong> ในการติดตามความพร้อมของสัญญาและเฝ้าระวังประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><em><strong>&#8220;เป้าหมาย “Zero Fatalities” ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือพันธกิจสำคัญที่ทรูและพันธมิตรทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้ “ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัยในทุกวัน”</strong> </em>คุณซิกเว่ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/true-corporation-green-financing-program/">ทรู คอร์ปอเรชั่น &#8216;เทเลคอมรายแรกของเอเชีย&#8217; ​เปิดโปรแกรม &#8216;แหล่งทุนสีเขียว&#8217; หนุนพันธมิตรเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; บรรลุ Carbon Neutral พร้อมลดสโคป 3 อย่างน้อย 25% ในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน &#8211; ยกระดับ SMEs &#8211; รับมือโลกรวน&#8217; ​3 โจทย์ &#8216;​ESG Symposium 2025&#8217; ​เร่งไทยบรรลุคาร์บอนต่ำ เน้น &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย ขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/scg-esg-symposium-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Oct 2025 13:21:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN BREAKTHROUGH AMID THE PERFECT STORM]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[MSMEs]]></category>
		<category><![CDATA[Policy]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[TPA]]></category>
		<category><![CDATA[White Paper]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณพพงศ์ ธีระวร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โลกรวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36841</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรง ESG Symposium 2025 จัดขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างเป็นรูปธรรมที่ต้อง &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย และขับเคลื่อนได้จริง&#8217;  โดยเน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ 1. การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) 2. การยกระดับ SMEs สู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำครบวงจรและเป็นธรรม (Just Transition for SMEs) และ 3. การเตรียมพร้อมรับมือโลกรวน (Climate Adaptation) เสริมขีดความสามารถแข่งขันระดับสากล รับมือความผันผวนทั้งโลกรวน และเศรษฐกิจโลกอย่างทันท่วงที คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ESG Symposium เป็นแพลตฟอร์ม ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘GREEN BREAKTHROUGH AMID THE PERFECT STORM – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/scg-esg-symposium-2025/">&#8216;เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน &#8211; ยกระดับ SMEs &#8211; รับมือโลกรวน&#8217; ​3 โจทย์ &#8216;​ESG Symposium 2025&#8217; ​เร่งไทยบรรลุคาร์บอนต่ำ เน้น &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย ขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรง <strong>ESG Symposium 2025</strong> จัดขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างเป็นรูปธรรมที่ต้อง <strong>&#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย และขับเคลื่อนได้จริง&#8217; </strong></p>
<p><span id="more-36841"></span></p>
<p>โดยเน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ <strong>1. การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด</strong> (Energy Transition) <strong>2. การยกระดับ SMEs สู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำครบวงจรและเป็นธรรม</strong> (Just Transition for SMEs) และ <strong>3. การเตรียมพร้อมรับมือโลกรวน</strong> (Climate Adaptation) เสริมขีดความสามารถแข่งขันระดับสากล รับมือความผันผวนทั้งโลกรวน และเศรษฐกิจโลกอย่างทันท่วงที</p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ESG Symposium เป็นแพลตฟอร์ม ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘<strong>GREEN BREAKTHROUGH AMID THE PERFECT STORM – เร่งด้วยกรีน รอดด้วยกัน’</strong> เพื่อร่วมออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายและโครงการที่ทำให้ประเทศไทยแข่งขันได้และยั่งยืน ผ่านการระดมความเห็น และการเสนอแนะจากผู้นำระดับ Top Leader มากกว่า  300 คน ทั้งจากภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน</p>
<p>โดยในปีนี้ ข้อเสนอจาก <strong>ESG Symposium 2025</strong>  เพื่อร่วม​ขับเคลื่อน​การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36846 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1. ปลดล็อก ปรับโครงสร้าง วางระบบพลังงานเสรีครบวงจร เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน</strong></p>
<p>เร่งวางระบบพลังงานเสรีอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าด้วยมาตรฐาน <strong>TPA Code (Third Party Access)</strong> และการส่งเสริมสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) พร้อมปรับโครงสร้างระบบพลังงานให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ในต้นทุนที่เหมาะสม เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า สำหรับรับมือกับ ความผันผวนในระดับโลกอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>2. ยกระดับ SMEs สู่ความยั่งยืนและแข่งขันได้จริง </strong></p>
<p>จัดตั้ง One Stop Service เพื่อให้ SMEs เข้าถึงเงินทุน ความรู้ และเทคโนโลยีได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน และเปิดโอกาสให้ SMEs เข้าสู่ตลาดแข่งขันได้จริง</p>
<p>ขณะเดียวกันเร่งปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีสีเขียวและดิจิทัล พัฒนาทักษะแรงงานผ่านการอบรมและ Skill Matching เตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงของตลาด พร้อมสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงแผนพัฒนาระดับชาติ และวาระลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้ SMEs เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><strong>3. เร่งเตรียมความพร้อมปรับตัวรับมือโลกรวน ด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือ</strong></p>
<p>ดำเนินการวางรากฐานการปรับตัว ต่อสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตร นำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ประโยชน์ พร้อมศึกษาและนำแนวทางนโยบายจากต่างประเทศ มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของไทย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤติโลกรวน</p>
<p><em>&#8220;ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤติสภาพภูมิอากาศ และภาวะเศรษฐกิจโลก จากสงครามการค้า จึงต้องเร่งวางกรอบกลยุทธ์ที่  &#8216;<strong>แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย และขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</strong> เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมสร้างรากฐานอย่างยั่งยืน โ<strong>ดยสิ่งที่ตกผลึกได้จาก ESG Symposium 2025 จะมีการสรุปเป็น White Paper เพื่อนำส่งและเสนอแนะเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน และกรอบการทำงานร่วมกับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน </strong>&#8221; ​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36843 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Green-.png" alt="" width="692" height="900" /></p>
<p><strong>TPA กระดุมเม็ดแรก ปลดล็อกพลังงานสะอาด</strong></p>
<p><strong>ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์</strong> นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ​ระบบพลังงานของไทยเผชิญแรงกดดันทั้งจากเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก NDC 3.0 การตอบรับมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป และความจำเป็นในการยกระดับดัชนี Energy Transition Index เพื่อความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค การขับเคลื่อนเรื่องนี้ในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องเน้นทำผ่าน​กรอบ <strong> ‘ชัด คล่อง เป็นจริง’</strong> โดยมุ่งเน้นการเปิดตลาด Direct PPA ที่โปร่งใสเพื่อดึงดูดการลงทุนพลังงานหมุนเวียน การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน และไฮโดรเจน พร้อมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อวางรากฐาน Green Infrastructure ที่มั่นคงและยั่งยืน รวมทั้งพัฒนาแรงงานทักษะสีเขียว โดย TDRI พร้อมสนับสนุนงานวิจัยและนโยบาย ในทุกขั้นตอนของการเปลี่ยนผ่านนี้</p>
<p><em>&#8220;ประเทศไทยมีศักยภาพในการขับเคลื่อนเรื่องพลังงานสะอาด (Renewable) ทั้งพลังงานโซลาร์  ไบโอแมส  ไบโอแกส หรือพลังงานลม ซึ่งหากในอนาคตมีเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น จะยิ่งเพิ่ม​ศักยภาพในการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยยังไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนพลังงานสะอาดราว 10-15% ซึ่งหากต้องการขับเคลื่อนเป้าหมายให้เป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030 ต้องเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดขึ้นมาเป็น 74% และหากต้องการผลักดันตามเป้าหมาย ภาครัฐจำเป็นต้องให้สิทธิในกา​รจัดส่งไฟฟ้าได้อย่างเสรีกับภาคเอกชน หรือ TPA ซึ่งถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่สำคัญ เพราะตอนนี้ประเทศไทยมีความต้องการใช้ Renewable เยอะมาก ทั้งภาคอุตสาหกรรม หรือภาคส่งออก รวมทั้งมีผู้ผลิตที่มีศักยภาพ มีคุณภาพของพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพ แต่ผู้ผลิตยังไม่มีความมั่นใจว่า หากผลิตมาแล้วจะสามารถจัดส่งอย่างเสรีได้หรือไม่ จึงต้องปลดล็อกด้วย TPA ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนได้อย่างมีอัตราเร่ง&#8221; ดร.อารีพร กล่าว</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36847 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ดร.อารีพร-อัศวินพงศ์พันธ์-นักวิจัยอาวุโส-สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย-TDRI-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ จำเป็นต้องส่งเสริมเทคโนโลนี SMR หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าทั้งในเรื่องของความสะอาด (Clean Energy) และความเสถียร (Energy Security) รวมทั้งยังมีต้นทุนที่ไม่แพง ขณะที่​การพัฒนาเทคโนโลยีนี้ในหลายๆ ประเทศ​มีความปลอดภัยเป็นอย่างดี แต่ในส่วนของประเทศไทย จำเป็นต้องเร่งสร้างทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความเชื่อมั่นในเรื่องของความปลอดภัย​ ​เพื่อสร้างการยอมรับจากประชาชน​ ซึ่งถือเป็นการบ้านสำคัญของภาครัฐในการ​​ขับเคลื่อนให้โครงการ SMR เกิดขึ้นได้จริง</p>
<p><strong>เร่งพัฒนาโซลูชันทางการเงิน ช่วยผู้ประกอบรายเล็ก​</strong></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.ณพพงศ์ ธีระวร</strong> ประธานสมาพันธ์ SME ไทย กล่าวว่า MSMEs (Micro &amp; Small, Medium Enterprises) ซึ่งเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจไทยกว่า 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ หรือมีรวมกันที่ราว 3.25 ล้านราย และมีการจ้างงานกว่า 13 ล้านคน และสร้างผลผลิตให้ประเทศกว่า 35% ของ GDP โดยในจำนวนนี้ แบ่งเป็น กลุ่มผู้ประกอบการในระดับไมโคร หรือกลุ่มวิสาหกิจรายย่อย​ 84.5% หรือ 2.75 ล้านราย, ระดับเล็ก หรือวิสาหกิจขนาดย่อม 13% หรือ 4.2 แสนราย, วิสาหกิจ​ขนาดกลาง 2% หรือ 6.5 หมื่นราย และวิสาหกิจขนาดใหญ่ 0.5% หรือ 1.5 หมื่นราย</p>
<p>โดยกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจทั้ง<strong> MSMEs เหล่านี้ยังคงเผชิญกับ 4 ความท้าทายหลัก ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งทุน โอกาสเชื่อมโยงตลาดใหม่ กฎระเบียบที่ยังซับซ้อน และขาดทักษะอนาคต ​จึงจำเป็นต้อง​กำหนดแนวทางเพื่อช่วยเหลือให้ครอบคลุมทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเพิ่มความสามารถในการเติมทุนหมุนเวียนให้ผู้ประกอบการ</strong> โดยเฉพาะกลุ่ม Micro และ Small Entrepreneurs ที่เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ด้วยสัดส่วนถึง 97.5% คิดเป็นจำนวนผู้ประกอบการที่อยู่ในส่วนนี้ถึงกว่า 3.17 ล้านราย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36848 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ดร.ณพพงศ์-ธีระวร-ประธานสมาพันธ์-SME-ไทย-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ภาครัฐจำเป็นต้องพัฒนากลไกเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในรายย่อยและรายเล็กกว่า 3.17 ล้านราย ที่มักมีข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบธนาคาร ​มากกว่าเรียกร้องให้ผู้ประกอบการปรับตัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาโซลูชั่นหรือเครื่องมือเพื่อเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ในการเข้าถึงแหล่งทุนที่มีดอกเบี้ยต้ำและไม่ผูกติดอยู่กับระบบธนาคารที่มีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ เพราะปัจจุบันรายย่อยและรายเล็กสามารถเข้าถึงได้เพียง Nano และ Pico Finance ที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ประมาณ 30% ต่อปี ขณะที่กลุ่มซอฟต์โลนดอกเบี้ยต่ำ 3-4% จะมีเพียงธุรกิจที่มีระบบบัญชี หรือข้อมูลทางการเงินตามเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและการอยู่รอดของผู้ประกอบการ เพื่อไม่ให้ประเทศต้องติดหล่มทางเศรษฐกิจและไม่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&#8221;</em> ​ดร.ณพพงศ์ กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ ควรมีแนวทางเพื่อช่วยเหลือด้านการเงินและต้นทุนต่ำ ที่สามารถให้ความช่วยเหลือส่งไปถึงกลุ่มผู้ประกอบรายย่อยซึ่งเป็นเส้นเลือดสำคัญในเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแท้จริง อาทิ กองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็ก (Micro &amp; Small Entrepreneurs) ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ 3-4% ต่อปี เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัว และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันต่อไป นอกเหนือจากนี้ การยกระดับทักษะและนวัตกรรมทาง Digital, AI and Green Transformation เพื่อให้เกิดความพร้อม ในการเชื่อมโยงตลาดใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงตลาด Online ตลอดจนการสร้าง One Stop Service และ Ecosystem ครบวงจร พร้อมผลักดันการปรับปรุงกฎระเบียบ ที่เอื้อกับผู้ประกอบการ MSME ให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข่งขัน ได้ในระยะยาว ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ</p>
<p><strong>​&#8217;เร่งปรับตัวรับมือวิกฤตโลกรวน&#8217; ​โจทย์ใหญ่ของประเทศ  </strong></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์</strong> กล่าเพิ่มเติมอีกว่า ​​หนึ่งในโจทย์เร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องรีบเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างจริงจังคือ  การเตรียมความพร้อม ในการรับมือวิกฤตโลกรวน (Climate Adaptation) เนื่องจาก​ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม และความผันผวนของทรัพยากร กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น การเร่งเตรียมพร้อมอย่างรอบด้าน จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือความจำเป็น โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้มาใช้ ยกระดับความสามารถในการปรับตัว ลดความเสี่ยง และสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเป็นระบบ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36849 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Re-ESG-Symposium-2025.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เอสซีจีพร้อมเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อผลักดันข้อเสนอจาก ESG Symposium 2025 ไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ และการลงทุนพัฒนาผ่านโครงการนำร่อง PPP สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง ที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต”</em> คุณธรรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/scg-esg-symposium-2025/">&#8216;เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน &#8211; ยกระดับ SMEs &#8211; รับมือโลกรวน&#8217; ​3 โจทย์ &#8216;​ESG Symposium 2025&#8217; ​เร่งไทยบรรลุคาร์บอนต่ำ เน้น &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย ขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCG เดินหน้าซีซัน 2 โครงการ NZAP 2026 และ​ Go Together เร่งช่วย SMEs เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ​พร้อมแข่งในตลาดศักยภาพสูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/nzap-2026-and-go-together-ep2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Aug 2025 08:56:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Go together]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Accelerator Program]]></category>
		<category><![CDATA[NZAP]]></category>
		<category><![CDATA[NZAP 2026]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35537</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตร ขยายผล​ 2 โครงการสำคัญ ในซีซซัน 2 ได้แก่ หลักสูตร Net Zero Accelerator Program 2026 (NZAP 2026) และ​​ Go Together ซีซัน 2 มุ่ง​สนับสนุน​ SMEs ​ผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่ธุรกิจโดยในเฉพาะ​ในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน พร้อมปรับตัวต่อ​​ความท้าทาย และการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม และเติบโตอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง Inclusive Green Growth ทั้งนี้ การขยายผลครั้งนี้มาจากความสำเร็จของทั้ง 2 โครงการ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีในปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมโครงการรวมกันกว่า 1,400 คน  ทั้งจากหลักสูตร NZAP 2025 (Net Zero Accelerator Program) ที่รวบรวมทุกภาคส่วนสำคัญในอีโคซิสเต็มเพื่อช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำของ SMEs ทั้งภาครัฐ เอกชน หรือภาคประชาสังคมที่มีบทบาทในการช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนผ่าน โดยมีผู้เข้าร่วมหลักสูตรกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nzap-2026-and-go-together-ep2/">SCG เดินหน้าซีซัน 2 โครงการ NZAP 2026 และ​ Go Together เร่งช่วย SMEs เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ​พร้อมแข่งในตลาดศักยภาพสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี ร่วมกั</strong><strong>บหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตร ขยายผล​ </strong><strong>2 </strong><strong>โครงการสำคัญ ในซีซซัน 2 ได้แก่ หลักสูตร </strong><strong>Net Zero Accelerator Program 2026 (NZAP 2026)</strong> <strong>และ</strong><strong>​​ </strong><strong>Go Together </strong><strong>ซีซัน </strong><strong>2 </strong><strong>มุ่ง​</strong><strong>สนับสนุน​ SMEs ​ผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่ธุรกิจโดยในเฉพาะ​ในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เพื่อ</strong><strong>เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน พร้อมปรับตัวต่อ​​ความท้าทาย และการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิ</strong><strong>จคาร์บอนต่ำ</strong><strong>อย่างเป็นรูปธรรม และเติบโตอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง Inclusive Green Growth</strong></p>
<p><span id="more-35537"></span></p>
<p>ทั้งนี้ การขยายผลครั้งนี้มาจากความสำเร็จของทั้ง 2 โครงการ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีในปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมโครงการรวมกันกว่า 1,400 คน  ทั้งจากหลักสูตร <strong>NZAP 2025</strong> (Net Zero Accelerator Program) ที่รวบรวมทุกภาคส่วนสำคัญในอีโคซิสเต็มเพื่อช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำของ SMEs ทั้งภาครัฐ เอกชน หรือภาคประชาสังคมที่มีบทบาทในการช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนผ่าน โดยมีผู้เข้าร่วมหลักสูตรกว่า 100 คน ผ่านการอบรมในหัวข้อสำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านรวม 8 สัปดาห์ (8 Module)</p>
<p>รวมทั้งโครงการ​ <strong>​ </strong><strong>Go Together</strong> ซีซัน 1 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการภายใน Supply Chain สามารถเข้ามาศึกษาดูงาน จากต้นแบบหรือกระบวนการในการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต หรือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเพื่อหันมาใช้พลังทดแทนในกระบวนการผลิตรูปแบบต่างๆ ทั้งพลังงานโซลาร์  ความร้อน หรือไบโอแมส จากกลุ่มเอสซีจี ในพื้นที่ต่างๆ ทั้งสระบุรี ราชบุรี ขอนแก่น ลำปาง และทุ่งสง เพื่อนำไปปรับใช้ในกระบวนการผลิตในธุรกิจตัวเอง โดยมีผู้สนใจร่วมชมกว่า 1,300 ราย และมีกลุ่มผู้ประกอบการราว 10% ที่เริ่มนำร่องปรับตัวเพื่อการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งถือว่าประสบความเร็จที่ดี และเชื่อว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมให้ผู้ประกอบการส่วนที่เหลือเริ่มขยับตัวตามในเฟสต่อๆ ไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35539 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/re-ลงนามความร่วมมือโครงการ-Go-Together-ซีซัน-2-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ชนะ ภูมี</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ – การบริหารความยั่งยืน เอสซีจี กล่าวว่า  SMEs เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยเป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจไทยด้วยจำนวนกว่า 90% ของธุรกิจทั้งประเทศ พร้อมสร้างให้เกิดการจ้างงานกว่า 70% และสร้างรายได้​มากว่า 35% ของ GDP ทั้งประเทศ แต่ปัจจุบัน SMEs ต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่สูง การแข่งขันที่รุนแรง เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว และแรงกดดันจากมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลก ทำให้การปรับตัวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมประสิทธภาพในการดำเนินงาน เพื่อ​สามารถแข่งขันได้ในตลาดคุณภาพของโลก จึงเป็นมากกว่าทางเลือก แต่เป็นทางรอดเดียวของธุรกิจในปัจจุบัน</p>
<p>ขณะที่ความสำเร็จของหลักสูตร NZAP 2025 และ โครงการ Go Together ซีซันแรก ทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า  1,400 ราย รวมทั้งยังทำให้ผู้ประกอบการราว 10% เริ่มมีการปรับตัวแล้ว นำมาสู่การขยายผลต่อเนื่องในปีนี้ เพื่อกระตุ้น SMEs ให้เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง และนำไปสู่การลดก๊าซเรือนกระจกในทางปฏิบัติได้จริง สอดคล้องกับแผนและเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (NDC)</p>
<p><em>&#8220;สำหรับการขับเคลื่อนต่อเนื่องในปีที่สองของทั้ง 2 โครงการ จะขยายความเข้มข้นของกิจกรรม และเน้นการสร้างใหเกิด​ผลผลัพธ์ในเชิงรูปธรรมได้มากขึ้น โดยมีผู้ที่เคยร่วมโครงการในปีที่ผ่านมา มาเข้าร่วมในการให้คำแนะนำ หรือการเป็นต้นแบบที่เริ่ม​ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านแล้ว พร้อมทั้งเนื้อหาในหลักสูตร NZAP 2026 ที่จะเพิ่มจาก 8 สัปดาห์ เป็น 12 สัปดาห์ เพื่อเข้าใจความสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน พร้อมแนวทาง วิธีการในการเปลี่ยนผ่านได้ลึกซึ้งมากขึ้น พร้อมองค์ความรู้จากทั้งภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ ภาคธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรม และผู้เกี่ยวข้องจากภาคสังคม เพื่อเป็นไปตามแนวทางความร่วมมือแบบ 3P โดยตั้งเป้าภาคการเข้ามาร่วมหลักสูตรไว้ภาคส่วนละ 30%  ส่วนโครงการ Go Together ซีซัน 2 จะมุ่งเสริมศักยภาพ SMEs ผ่านการศึกษาดูงานจริง พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และเปิดโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีและแหล่งเงินทุน โดยมีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมเป็นพันธมิตรรายใหม่&#8221;</em></p>
<p><strong>คุณชนะ</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อน 2 โคงการข้างต้น เป็นบทบาทสำคัญในการส่งเสริม SMEs ให้เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่าน  โดยเน้น 3 แนวทางสำคัญ คือ</p>
<p><strong>1</strong>. <strong>การเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยี </strong>เช่น การประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับทักษะแรงงานให้สามารถรับมือกับงานที่ซับซ้อนและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต</p>
<p><strong>2.</strong> <strong>การผลักดันการใช้พลังงานทางเลือกในภาคธุรกิจ</strong> ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานควบคู่กับการลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>3.</strong> <strong>การสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน</strong> ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ผ่านโครงการต้นแบบ อาทิ โครงการสระบุรีแซนด์บอกซ์ โมเดลความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม สร้างพื้นที่ในการทดลองใช้พลังงานทางเลือกและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ พร้อมขยายผลสู่ระดับประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;ทั้ง 2 โครงการที่จัดขึ้นจะช่วยลดข้อจำกัดของ SMEs ในการเปลี่ยนผ่าน จากการมีเครือข่ายที่แข็งแรงที่พร้อมสนับสนุน เพื่อให้สามารถเข้าถึงทั้งองค์ความรู้  การสนับสนุนทุนในการเปลี่ยนผ่านให้ธุรกิจมีศักยภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสามารถเข้าไปสู่ตลาดที่มีศักยภาพสูง และมักให้ความสำคัญต่อธุรกิจคาร์บอนต่ำ เช่น ตลาดยุโรป รวมทั้งความร่วมมือกันในเครือข่ายที่เปลี่ยนแนวทางจาก Function Base สู่ Issue Base เพื่อสามารถเข้าใจปัญหา ข้อจำกัดของกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้อย่างแท้จริง และมุ่งให้เกิดการแก้ไขและเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35540 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Re-ลงนามความร่วมมือเสริมศักยภาพ-SMEs-ผ่านหลักสูตร-NZAP-2026-และโครงการ-Go-Together-ซีซั่น-2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ด้าน<strong> คุณณัฏฐิญา เนตยสุภา </strong>อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) หนึ่งในหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยดูแลและส่งเสริม SMEs ในการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ  กล่าวว่า ​ได้มุ่งเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย <strong>&#8216;ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้&#8217;</strong> ด้วยแนวทาง<strong> &#8216;4ให้ 1 ปฏิรูป&#8217;</strong>  เพื่อส่งเสริมการสร้างธุรกิจไทยที่ดีคู่ชุมชน ผ่านการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำแนวคิด BCG มาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางอุตสาหกรรมสีเขียวให้กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ (Industry 5.0) สอดรับกับนโยบาย &#8216;ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส&#8217;</p>
<p>ทั้งนี้ ทาง SCG จะเริ่มเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมหลักสูตร <strong>NZAP 2026</strong>  ในช่วงปลายปีนี้ และจะเริ่มต้นอบรมจริง​ในช่วงต้นปีหน้า  พร้อมทั้งการพาไปศึกษาดูงานในโครงการ <strong>Go Together</strong> อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้ สามารถสะท้อนความจริงจังในการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ภายใต้ความ​ร่วมมือ​กันอย่างจริงจังของทุกภาคส่วนในระบบนิเวศอย่างมีบูรณาการ เพื่อนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง และสร้างผลกระทบเชิงบวกได้จริง ​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nzap-2026-and-go-together-ep2/">SCG เดินหน้าซีซัน 2 โครงการ NZAP 2026 และ​ Go Together เร่งช่วย SMEs เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ​พร้อมแข่งในตลาดศักยภาพสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงศรี ฉลอง 80 ปี เร่ง 3 กลยุทธ์  ย้ำ &#8216;ธนาคารแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน&#8217; เผยลดคาร์บอนในองค์กรได้แล้ว 10% พร้อมหนุนธุรกิจ​ Green Transition แล้วกว่า 2.2 แสนล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/krungsri-mufg-business-forum-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Aug 2025 12:40:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Krungsri]]></category>
		<category><![CDATA[Krungsri-MUFG Business Forum]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SSF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Thriving to a Sustainable Future]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาเนทสุกุ มิเกะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงศรีอยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เคนอิจิ ยามาโตะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35279</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (กรุงศรี) ฉลองโอกาสครบรอบ 80 ปี จัดงาน &#8216;Krungsri-MUFG Business Forum: Thriving to Sustainable Future&#8217;  ก้าวสู่การเติบโตที่ยั่งยืน สะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำ ในฐานะ The Leading Sustainable and Regional Bank มุ่งสนับสนุนลูกค้าธุรกิจ​เปลี่ยนผ่าน Green Transition ​​พร้อมผสานความร่วมมือกับ MUFG  เพื่อเสริมสร้างอนาคตที่เข้มแข็งและยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน ภายในงาน Krungsri-MUFG Business Forum 2025 : Thriving to a Sustainable Future มีการแสดงวิสัยทัศน์ และแบ่งปันมุมมองเชิงลึก​จากผู้นำด้านเศรษฐกิจ การเงิน และธุรกิจระดับประเทศและระดับโลก​ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน ​รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ อาทิ การนำเสนอแผนธุรกิจ​ร่วมเปลี่ยนโลกในโครงการ Krungsri ESG Awards และการมอบเกียรติบัตร Krungsri ESG [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/krungsri-mufg-business-forum-2025/">กรุงศรี ฉลอง 80 ปี เร่ง 3 กลยุทธ์  ย้ำ &#8216;ธนาคารแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน&#8217; เผยลดคาร์บอนในองค์กรได้แล้ว 10% พร้อมหนุนธุรกิจ​ Green Transition แล้วกว่า 2.2 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (กรุงศรี) ฉลองโอกาสครบรอบ 80 ปี จัดงาน <strong>&#8216;Krungsri-MUFG Business Forum: Thriving to Sustainable Future&#8217;  </strong><strong>ก้าวสู่การเติบโตที่ยั่งยืน </strong>สะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำ ในฐานะ The Leading Sustainable and Regional Bank มุ่งสนับสนุนลูกค้าธุรกิจ​เปลี่ยนผ่าน Green Transition ​​พร้อมผสานความร่วมมือกับ MUFG  เพื่อเสริมสร้างอนาคตที่เข้มแข็งและยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน<span id="more-35279"></span></p>
<p>ภายในงาน <strong>Krungsri-MUFG Business Forum 2025 : Thriving to a Sustainable Future</strong> มีการแสดงวิสัยทัศน์ และแบ่งปันมุมมองเชิงลึก​จากผู้นำด้านเศรษฐกิจ การเงิน และธุรกิจระดับประเทศและระดับโลก​ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน ​รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ อาทิ การนำเสนอแผนธุรกิจ​ร่วมเปลี่ยนโลกในโครงการ <strong>Krungsri ESG Awards</strong> และการมอบเกียรติบัตร <strong>Krungsri ESG Academy</strong> สำหรับผู้ประกอบการที่มีแนวทาง​ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ​พร้อมทั้ง​บทบาทผู้นำของกรุงศรีในการนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่สร้างสรรค์ พร้อมแนวทาง​​ที่ครอบคลุมมากกว่ากรอบ ESG แบบดั้งเดิม แต่มาพร้อมทั้งเครื่องมือ พันธมิตร และความมั่นใจให้ลูกค้า เพื่อรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเสริมศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียน</p>
<p><strong>มร.คาเนทสุกุ มิเกะ </strong>ประธานกรรมการ MUFG กล่าวว่า​​ ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ของกรุงศรี MUFG ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมความแข็งแกร่งในตลาดประเทศไทย และอาเซียน ซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญของ MUFG  ​ผ่านการขับเคลื่อ​นแผนธุรกิจระยะกลางของ ​(ปีงบประมาณ 2567-2569) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการเติบโต โดยเฉพาะเป็นพื้นที่สร้างกำไรถึงกว่า 45% โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งตลาดกลยุทธ์ที่ทำกำไรได้สูง โดยทาง MUFG จะให้ความสำคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเติบโต โดยเฉพาะการรับมือและปรับตัวต่อความท้าทายสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านโครงสร้าง ทั้งหนี้ครัวเรือน หรือการขับเคลื่อน Green Transition เพื่อรับมือต่อปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เพื่อร่วมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยสามารถบรรลุการลดก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าหมายที่วางไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35282 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/S__248119370.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มร.เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า  เส้นทางเติบโตของกรุงศรี นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายสู่การเป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับห้าของประเทศไทย และให้บริการลูกค้ากว่า 19 ล้านรายทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน บนเส้นทางดังกล่าว กรุงศรีได้ก้าวข้ามวิกฤติเศรษฐกิจ รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก</p>
<p><em>&#8220;การยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางสถานการณ์ท้าทายที่กรุงศรี ได้เผชิญมาอย่างต่อเนื่องตลอด 80 ปี หล่อหลอมให้กรุงศรีมีความแข็งแกร่ง พร้อมรับมือ​ความท้าทายปัจจุบันทั้งระดับโลกและระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจหลัก (Core Banking) เร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล สนับสนุนวัฒนธรรมเชิงนวัตกรรม และดำเนินธุรกิจบนความยั่งยืน โดยวางเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Krungsri Net Zero Vision) ภายในปี 2573&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35280 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Re-Krungsri.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ กรุงศรีวาง 3 กลยุทธ์ เพื่อสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. การเชื่อมโยงกลยุทธ์และความร่วมมือ </strong><strong>:</strong> ขับเคลื่อนโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย พร้อมใช้ประโยชน์จากเครือข่ายระดับโลกของ MUFG เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ​รวมถึงการพัฒนาโซลูชันทางการเงิน ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างๆ และการขยายความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันให้กับลูกค้าทั่วทั้งอาเซียน</p>
<p><strong>2. นวัตกรรมดิจิทัล </strong><strong>:</strong> ยกระดับขีดความสามารถให้เหนือกว่าการให้บริการทางการเงินแบบดั้งเดิม ด้วยการลงทุนในโซลูชันดิจิทัล และเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านและการเติบโตของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>3. พันธกิจด้านความยั่งยืน </strong><strong>:</strong> บูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ พร้อมส่งเสริมสังคมที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ กรุงศรีได้ตั้งเป้าหมายใหม่ที่จะเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (SSF) ให้ถึง 250,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35281 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/SSF.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันกรุงศรีสามารถบรรลุ Milestone​ สำคัญ ด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงาน ได้ราว 9 -10% ส่วนการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเงินเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน สามารถสนับสนุนธุรกิจได้แล้วกว่า 220,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งพลังงาน ยานยนต์ ขนส่งเคมี รวมไปถึงอุตสาหกรรมประมง ผ่านกลุ่ม Blue Loan เพื่อส่งเสริมการดูแลและช่วยเพิ่มความหลากหลายให้ระบบนิเวศทางทะเลได้ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมาย 250,000 ล้านบาท ตามที่วางไว้อย่างแน่นอน และอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อปรับเป้าหมายในการช่วยเหลือการเปลี่ยนผ่านได้เพิ่มเติมมากขึ้นในอนาคต​&#8221;</em></p>
<p>ตลอด 80 ปีที่ผ่านมา กรุงศรี​มุ่งมั่นที่จะเป็นธนาคารพันธมิตรที่ลูกค้าธุรกิจเชื่อมั่นและไว้วางใจ พร้อมสนับสนุนการเติบโตและปรับตัวของลูกค้าในทุกมิติ ผ่านความร่วมมือ นวัตกรรม รวมถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยึดหลักความยั่งยืน คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงและความซับซ้อนของโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ พร้อมเติบโต​เคียงข้างภาคธุรกิจและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง และ​ยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่ไม่เพียงแค่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด แต่จะต้องเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ​และพลังในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและรุ่งเรืองไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/krungsri-mufg-business-forum-2025/">กรุงศรี ฉลอง 80 ปี เร่ง 3 กลยุทธ์  ย้ำ &#8216;ธนาคารแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน&#8217; เผยลดคาร์บอนในองค์กรได้แล้ว 10% พร้อมหนุนธุรกิจ​ Green Transition แล้วกว่า 2.2 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เวที  ESG Symposium 2024  ยื่น 4 ข้อเสนอ ใช้ &#8216;มาตรการรัฐ&#8217; หนุน​เปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมขยายผล &#8216;สระบุรีแซนด์บ็อกซ์&#8217; ทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/esg-symposium-2024-present-4-proposals-to-the-government/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Sep 2024 12:26:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[collaboration]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ESG SYMPOSIUM 2024: Driving Inclusive Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[inclusive]]></category>
		<category><![CDATA[PPP]]></category>
		<category><![CDATA[Public-Private-People Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ จันทรรวงทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ยิ่งเร่งเปลี่ยน ยิ่งเพิ่มโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เอกชน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29329</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลพร้อมผลักดันข้อเสนอเร่งเปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพิ่มโอกาส ชีวิตดี เศรษฐกิจโต สิ่งแวดล้อมยั่งยืน หลังรัฐ&#8211;เอกชน&#8211;ประชาสังคม กว่า 3,500 คน ร่วมแสดงพลังและระดมสมองในงาน ESG Symposium 2024 มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ใช้ ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ เป็นพื้นที่ทดลองสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ โดยเร่งเดินหน้า 4 แนวทาง ได้แก่ ปลดล็อกกฎหมายและข้อกำหนด ผลักดันการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว พัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว หนุนการปรับตัว เสริมศักยภาพ SMEs รัฐบาลเชื่อมั่นพลังความร่วมมือจะขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะตัวแทนจากฟากรัฐบาล เข้าร่วม​งาน ‘ESG SYMPOSIUM 2024: Driving Inclusive Green Transition ยิ่งเร่งเปลี่ยน ยิ่งเพิ่มโอกาส’ พร้อมรับฟังข้อเสนอร่วม-เร่ง-เปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ จากการระดมความคิดทุกภาคส่วน คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ทุกภาคส่วน​​กว่า 3,500 คน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/esg-symposium-2024-present-4-proposals-to-the-government/">เวที  ESG Symposium 2024  ยื่น 4 ข้อเสนอ ใช้ &#8216;มาตรการรัฐ&#8217; หนุน​เปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมขยายผล &#8216;สระบุรีแซนด์บ็อกซ์&#8217; ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐบาลพร้อมผลักดันข้อเสนอ</strong><strong>เร่งเปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพิ่มโอกาส ชีวิตดี เศรษฐกิจโต สิ่งแวดล้อมยั่งยืน</strong> <strong>หลัง</strong><strong>รัฐ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>เอกชน</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ประชาสังคม กว่า </strong><strong>3,500 </strong><strong>คน ร่วมแสดงพลังและระดมสมองในงาน </strong><strong>ESG Symposium 2024 </strong><strong>มุ่ง</strong><strong>เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ใช้ </strong><strong>‘</strong><strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong><strong>’ เป็นพื้นที่ทดลองสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ </strong></p>
<p><span id="more-29329"></span></p>
<p><strong>โดยเร่งเดินหน้า </strong><strong>4 </strong><strong>แนวทาง</strong><strong> ได้แก่ </strong><strong>ปลดล็อกกฎหมายและ</strong><strong>ข้อกำหนด</strong><strong> ผลักดันการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว พัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว หนุนการปรับตัว </strong><strong>เสริมศักยภาพ </strong><strong>SMEs รัฐบาล</strong><strong>เชื่อมั่นพลังความร่วมมือจะ</strong><strong>ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ</strong></p>
<p><strong>คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง</strong> <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม </strong>ในฐานะตัวแทนจากฟากรัฐบาล เข้าร่วม​งาน <strong>‘ESG SYMPOSIUM 2024: Driving Inclusive Green Transition ยิ่งเร่งเปลี่ยน ยิ่งเพิ่มโอกาส’ </strong>พร้อมรับฟังข้อเสนอร่วม-เร่ง-เปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ จากการระดมความคิดทุกภาคส่วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29332 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> กล่าวว่า ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ทุกภาคส่วน​​กว่า 3,500 คน ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนได้ร่วมแสดงพลังและระดมสมองเพื่อหาแนวทางร่วม-เร่ง-เปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ต่อเนื่องจากการขับเคลื่อนในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม สะท้อนว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์  เช่น <strong>ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่</strong>ม ด้วยการส่งเสริมการปลูกหญ้าเนเปียร์กว่า 100 ไร่ เพื่อนำมาแปรรูปสร้างพลังงานทดแทนได้กว่า 2,100 ตัน สร้างรายได้มากกว่า 2.5 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 2,500 ตันคาร์บอน รวมทั้งการ<strong>ยกระดับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในประเทศไทยให้เป็นปูนคาร์บอนต่ำ</strong> ช่วย​เพิ่มสัดส่วนการใช้ปูนคาร์บอนต่ำจนถึงปัจจุบันได้กว่า 80% ลดกาารปล่อยคาร์บอนได้ 1.17 ล้านต้นคาร์บอน เพื่อเป้าหมายต่อไปคือ​ การเปลี่ยนผ่านอุตสหกรรมปูนซีเมนต์ของประเทศไทยให้เป็นประเทศแรกของเอเชีย ในการยกเลิกการใช้ปูนพอร์ตแลนด์แบบเดิมที่มีคาร์บอนสูงทั้งหมด ภายในปี 2568 รวมทั้งความร่วมมือภายในเครือข่านเพื่อ​ยกระดับนวัตกรรมรีไซเคิล เพื่อสร้างรายได้ตามกรอบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</p>
<p>ในงาน ‘ESG SYMPOSIUM 2024: Driving Inclusive Green Transition ยิ่งเร่งเปลี่ยน ยิ่งเพิ่มโอกาส’ ครั้งนี้ จึงได้สรุปเป็นแนวทางนำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อเร่งผลักดันให้เกิดขึ้น ผ่าน 2 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย</p>
<p>1.) การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมกับผลักดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p>2.) ใช้ ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย เป็นพื้นที่ทดลองแก้ปัญหาข้อติดขัด ทั้งในเชิงนโยบาย ระบบอุตสาหกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว ควบคู่กับการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29334 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมได้​สรุป​ 4 ข้อเสนอ ที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างจริงจังและเร่งด่วน  ดังนี้</p>
<p><strong><u>1. ปลดล็อกกฎหมายและข้อกำหนด (</u></strong><strong><u>Law &amp; Regulations)</u></strong> โดย <strong>เร่งเปิดเสรีซื้อ</strong>&#8211;<strong>ขายไฟฟ้าพลังงานสะอาด </strong>ด้วยระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงพลังงานสะอาดง่ายขึ้น สำหรับโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ที่หลายฝ่ายยังกังวลเรื่องความไม่เสถียร ควรกำหน​ดให้ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า เพื่อสร้างความมีเสถียรภาพในระบบได้มากขึ้น โดยรัฐบาลอาจมีส่วนสนับสนุนการลงทุน ​รวมทั้ง​การ <strong>จัดทำกฎหมายแม่บทว่าด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong>ครอบคลุมทั้งระบบ กระตุ้นการบริโภคอย่างยั่งยืน ส่งเสริมผู้ผลิตออกแบบผลิตภัณฑ์โดยใช้วัสดุทดแทนหรือวัสดุรีไซเคิล และจัดการของเสีย กำหนดมาตรการจูงใจ เช่น ลดภาษีหรือเงินสนับสนุน รวมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน <strong>ส่งเสริมนโยบาย </strong><strong>‘</strong><strong>Green Priority’</strong> ให้ความสำคัญกับการใช้สินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยภาครัฐนำร่องจัดซื้อ จัดจ้าง เพื่อส่งเสริมการใช้สินค้ากรีนและสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของประเทศให้มีเข้มแข็ง</p>
<p><strong><u>2. ผลักดันการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว </u></strong><strong><u>(Green Finance)</u></strong> โดย<strong>สนับสนุนงบประมาณพัฒนาบุคลากรของผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถขึ้นทะเบียนคาร์บอน</strong> ที่เป็นมาตรฐานสากล และจัดตั้งหน่วยงานในประเทศให้สามารถรับรองมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำคาร์บอนเครดิต เพื่อนำไปขอเงินทุนสีเขียว โดยเอสซีจีพร้อมเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนให้ SME และเป็นตัวกลางประสานความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ</p>
<p><strong><u>3. พัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว</u></strong> <strong><u>(Technology &amp; Green Infrastructure)</u></strong> โดยการ <strong>สนับสนุนการใช้และพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานรูปแบบต่าง ๆ</strong> เช่น แบตเตอรี่กักเก็บความร้อน (Heat Battery) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานหมุนเวียน <strong>ปรับปรุงโครงสร้างและผลักดันการใช้โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</strong> เช่น นำพื้นที่ว่างมาใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานสะอาด และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่งไฟฟ้าให้เพียงพอกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด นอกจากนี้​ควร <strong>เร่งปรับปรุงระบบขนส่งสีเขียวครบวงจร</strong> ให้ใช้พลังงานสะอาดและประหยัดพลังงาน ลดต้นทุน ลดเวลา เช่น ใช้ระบบวิเคราะห์เส้นทาง วิเคราะห์การบรรทุกสินค้าที่เหมาะสม ตลอดจน <strong>เพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะ </strong>ส่งเสริมการแยกขยะเปียกและขยะแห้ง เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนในการรีไซเคิลได้ ​รวมทั้ง​จัดตั้งศูนย์คัดแยกและจัดการขยะที่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม เช่น เทคโนโลยีการคัดแยก ระบบบำบัดและจัดการขยะเหลือทิ้ง</p>
<p><strong><u>4. สนับสนุนการปรับตัว</u></strong><strong><u> เสริม</u></strong><strong><u>ศักยภาพการแข่งขัน </u></strong><strong><u>SMEs</u></strong> <strong>พัฒนาศักยภาพบุคลากร (Re-skil, Up-skill) ให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดต้นทุน</strong> <strong>ส่งเสริมการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้</strong> เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์อัตโนมัติ (Automation) และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29331 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/4-ข้อเสนอเร่งเปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ-จากงาน-ESG-Symposium-2024.jpeg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>“ข้อเสนอดังกล่าวจะเห็นผลเป็นรูปธรรมและเหมาะสมกับบริบทประเทศไทยยิ่งขึ้น หากรัฐบาลสนับสนุนการเดินหน้า <strong>‘</strong><strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong><strong>’ </strong>ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพื่อเป็นพื้นที่ทดลองบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน (Public–Private–People Partnership) และนำทั้ง 4 ข้อเสนอมาปฏิบัติในพื้นที่จริง ซี่งจะทำให้เห็นโอกาสและข้อจำกัด แนวทางแก้ไข โดยรัฐบาลส่งเสริมกระจายอำนาจการตัดสินใจและการดำเนินงานสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ เพื่อลดขั้นตอนและความไม่ชัดเจนในการดำเนินโครงการต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้การขับเคลื่อนทุกด้านมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น และจะเป็นโอกาสขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศในอนาคต”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29333 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายประเสริฐ-จันทรรวงทอง-รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณ​ประเสริฐ </strong><strong> </strong>กล่าวว่า <em>“ข้อเสนอในวันนี้ รัฐบาลจะรับไป สิ่งใดที่สามารถทำได้จะประสานงานโดยเร็ว สิ่งใดต้องการความร่วมมือกับส่วนที่เกี่ยวข้อง ​ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนความรู้กัน นอกจากสิ่งที่รัฐจะทําแล้ว ภาคธุรกิจเองจะต้องปรับตัว แสวงหาโอกาส และเสริมสร้างขีดความสามารถในการตอบสนองต่อเป้าหมาย Net Zero โดยบูรณาการมาตรการเพื่อความยั่งยืน หรือ ESG เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ ส้รางสังคมที่มีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน เราทุกคนจะร่วมกันเปลี่ยนความท้าทาย แรงกดดัน และข้อจํากัด เป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน คือหัวใจแห่งความสําเร็จ รัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนทุก ๆ นโยบายสําคัญ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยไปสู่การเจริญเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/esg-symposium-2024-present-4-proposals-to-the-government/">เวที  ESG Symposium 2024  ยื่น 4 ข้อเสนอ ใช้ &#8216;มาตรการรัฐ&#8217; หนุน​เปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมขยายผล &#8216;สระบุรีแซนด์บ็อกซ์&#8217; ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
