<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>#GroundsForYourGarden &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/groundsforyourgarden/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Jun 2023 09:53:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>#GroundsForYourGarden &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>9 เรื่องน่ารู้ &#8216;สตาร์บัคส์&#8217; กับการขับเคลื่อนวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ​พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมในไทยมาตลอด 25 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/story-of-25-years-starbucks-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jun 2023 09:18:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[#GroundsForYourGarden]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based Milk]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[กากกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์สตาร์บัคส์]]></category>
		<category><![CDATA[ม่วนใจ๋ เบลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟเพื่อชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บั๊คส์]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์ 25 ปี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19312</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี พ.ศ. 2566 นี้ ‘สตาร์บัคส์’ ​ผู้นำและผู้บุกเบิกธุรกิจกาแฟคั่วบดและร้านกาแฟระดับโลก  ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเข้าสู่ปีที่ 25 แล้ว หลังจาก​เปิดร้านกาแฟสาขาแรกของประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2541 ในกรุงเทพมหานคร ที่เซ็นทรัลชิดลม ซึ่งในปัจจุบันสาขานี้ได้ปิดให้บริการแล้ว ขณะที่สาขาทั้งหมดในประเทศไทย ปัจจุบัน​มีรวมทั้งสิ้น 464 สาขาทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ พ.ค. 2566) โดยในจำนวนนี้เป็นร้านแบบไดรฟ์-ทรู (Drive-thru) ​ 57 สาขา ทั้งนี้ สตาร์บัคส์  มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์จากวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ผ่านเครื่องดื่มแก้วพิเศษพร้อมด้วยบริการที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ขณะเดียวกันยังได้ให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด และนี่คือเรื่องราวบางส่วนในการส่งมอบคุณค่าจากการดำเนินธุรกิจของสตาร์บัคส์ในประเทศไทย เพื่อสร้างทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง Fun Fact ​​จากเชนกาแฟระดับโลกที่บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน 1. ที่มาของชื่อแบรนด์ Starbucks และชื่อเรียกขนาดเครื่องดื่ม ชื่อ สตาร์บัคส์ (Starbucks) มาจากนวนิยายเรื่องโมบิดิก (Moby-Dick) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/story-of-25-years-starbucks-thailand/">9 เรื่องน่ารู้ &#8216;สตาร์บัคส์&#8217; กับการขับเคลื่อนวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ​พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมในไทยมาตลอด 25 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี พ.ศ. 2566 นี้ ‘สตาร์บัคส์’ ​ผู้นำและผู้บุกเบิกธุรกิจกาแฟคั่วบดและร้านกาแฟระดับโลก  ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเข้าสู่ปีที่ 25 แล้ว หลังจาก​เปิดร้านกาแฟสาขาแรกของประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2541 ในกรุงเทพมหานคร ที่เซ็นทรัลชิดลม</p>
<p><span id="more-19312"></span></p>
<p>ซึ่งในปัจจุบันสาขานี้ได้ปิดให้บริการแล้ว ขณะที่สาขาทั้งหมดในประเทศไทย ปัจจุบัน​มีรวมทั้งสิ้น 464 สาขาทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ พ.ค. 2566) โดยในจำนวนนี้เป็นร้านแบบไดรฟ์-ทรู (Drive-thru) ​ 57 สาขา</p>
<p>ทั้งนี้ สตาร์บัคส์  มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์จากวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ผ่านเครื่องดื่มแก้วพิเศษพร้อมด้วยบริการที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ขณะเดียวกันยังได้ให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19319 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/shutterstock_656139760.jpg" alt="" width="1200" height="625" /></p>
<p>และนี่คือเรื่องราวบางส่วนในการส่งมอบคุณค่าจากการดำเนินธุรกิจของสตาร์บัคส์ในประเทศไทย เพื่อสร้างทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง Fun Fact ​​จากเชนกาแฟระดับโลกที่บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน</p>
<p><strong>1. ที่มาของชื่อแบรนด์ </strong><strong>Starbucks </strong><strong>และชื่อเรียกขนาดเครื่องดื่ม </strong></p>
<p>ชื่อ <strong>สตาร์บัคส์ (Starbucks)</strong> มาจากนวนิยายเรื่องโมบิดิก (Moby-Dick) หนังสือเล่มโปรดของผู้ก่อตั้งสตาร์บัคส์ทั้ง 3 คน คือ <strong>เจอร์รี บัลด์วิน</strong> (Jerry Baldwin), <strong>เซฟ ซีเกิล</strong> (Zev Siegl) และ <strong>กอร์ดอน โบว์เกอร์</strong> (Gordon Bowker) และในปี พ.ศ. 2530 <strong>ฮาวเวิร์ด ชูลท์ซ</strong> (Howard Schultz) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของสตาร์บัคส์ผู้หลงใหลในวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ได้เข้ามาซื้อกิจการสตาร์บัคส์ พร้อมตั้งชื่อว่า<strong> ‘Starbucks Coffee Company’  </strong></p>
<p>และด้วยความหลงใหลในวัฒนธรรมการดื่มกาแฟแบบอิตาลีของคุณฮาวเวิร์ด ชูลท์ซ ​จึงได้ใช้ภาษาอิตาเลียนในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของสตาร์บัคส์ รวมทั้งชื่อเรียกขนาดของเครื่องดื่ม โดยปลายปี​ 1990 คอกาแฟทั้งหลายเรียกร้องให้สตาร์บัคส์เพิ่มขนาดแก้ว ทำให้มีเครื่องดื่มขนาด Venti ขึ้นมา ปัจจุบันแก้วเครื่องดื่มในร้านสตาร์บัคส์จึงมี 4 ขนาดหลัก ได้แก่ <strong>Short</strong> ขนาด 8 ออนซ์ เฉพาะเครื่องดื่มร้อน <strong>Tall</strong> ขนาด 12 ออนซ์, <strong>Grande</strong> ขนาด 16 ออนซ์ และ<strong> Venti</strong> ขนาด 20 ออนซ์ แตกแต่างจากการเรียกขนาดเครื่องดื่มของร้านทั่วไป ที่มักจะเรียกง่ายๆ ตามไซส์ว่า S, M, L</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-19318 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Commu.jpg" alt="" width="751" height="751" /></p>
<p><strong>2.</strong><strong>​ ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนชาวไร่กาแฟ </strong></p>
<p>สตาร์บัคส์ในประเทศไทย​ มีการพัฒนารูปแบบ <strong>ร้านกาแฟเพื่อชุมชน</strong> หรือ <strong>Community Store</strong> โดยมีสาขาหลังสวน ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Community Store เป็นแห่งแรกในเอเชีย และเปิดดำเนินการเป็นลำดับที่ 4 ของโลก ซึ่งความพิเศษของร้านกาแฟเพื่อชุมชนนี้  คือการดำเนินธุรกิจภายใต้คำมั่นสัญญาของสตาร์บัคส์ที่ต้องการตอบแทนชุมชน ด้วยการมอบรายได้ 10 บาท จากการจำหน่ายเครื่องดื่มสตาร์บัคส์ทุกแก้ว ให้แก่ชุมชนชาวไร่กาแฟทางภาคเหนือของไทย</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเมล็ดกาแฟพิเศษอย่าง <strong>ม่วนใจ๋ เบลนด์</strong> ที่ผสมผสานเมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้าชั้นดีซึ่งปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของไทย และหมู่เกาะอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิก ให้รสชาติหนักแน่น นุ่มลึก และกลิ่นไอดินธรรมชาติ ที่มีการรับซื้อมาอย่างเป็นธรรม เพื่อจำหน่ายผ่านสาขาสตาร์บัคส์ ​พร้อมแบ่งรายได้ 5% จากการจำหน่ายกาแฟม่วนใจ๋ เบลนด์  เพื่อนำไปช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไร่กาแฟทางภาคเหนือของไทยให้ดีขึ้นเช่นกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-19313 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/shutterstock_1072863746-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. สร้างคุณค่าเพิ่มให้ กากกาแฟ ลดการสร้าง </strong><strong>Waste </strong></p>
<p>สตาร์บัคส์จับมือกับ ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต อาจารย์ นักออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมชื่อดัง สร้าง <strong>“ร้านกาแฟสีเขียว”</strong> และยังมี Sonite Innovative Surfaces มาร่วมพัฒนากากกาแฟเหลือใช้ให้เป็นวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายใน​ เพื่อพัฒนาเป็นวัสดุจากกากกาแฟที่เรียกว่า Java Core ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ และสามารถนำไปต่อยอดทำเฟอร์นิเจอร์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ สำหรับใช้ภายในร้าน เช่น คาน์เตอร์  โต๊ะกลาง และบาร์สำหรับวางเครื่องปรุง เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลก ผ่านกิจกรรม <strong>#GroundsForYourGarden</strong> โดยการมอบกากกาแฟให้ลูกค้าฟรี สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปใช้เป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ที่ปลูกไว้ได้ โดยลูกค้าสามารถไปรับกากกาแฟจากตะกร้าที่จุดบริการภายในสาขาได้ฟรี หรือสอบถามกับพนักงานของร้านได้ทุกสาขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19316 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Starbucks_Prachinburi.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. สร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับการดื่มกาแฟอยู่เสมอ </strong></p>
<p>สตาร์บัคส์ มีสาขาขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ​ที่ร้านสตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ เจ้าพระยา ริเวอร์ฟร้อนท์ ไอคอนสยาม ชั้น 7 โดยมีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 1,260 ตารางเมตร รองรับลูกค้าได้ 350 ที่นั่ง แบ่งเป็นส่วน Indoor และ Outdoor พร้อมมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ คือ เป็นสาขาแรกที่เสิร์ฟเครื่องดื่มจากช็อตกาแฟสตาร์บัคส์ ม่วนใจ๋ เบลนด์ ซึ่งปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของไทย และมี บาร์ ทีวาน่า (Teavana™ Bar) แห่งแรกของไทย สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหาประสบการณ์การดื่มชาในคอนเซ็ปต์ใหม่ รวมทั้งขยายฐานผู้ดื่มให้กาแฟม่วนใจ๋ เบลนด์ อีกด้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19314 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/biggest.jpg" alt="" width="731" height="731" /></p>
<p><strong>5. มีเมนูที่ใช้ </strong><strong>Plant-based Milk </strong><strong>เพื่อเป็นทางเลือกทดแทนนมวัวได้ </strong></p>
<p>สำหรับลูกค้าที่ไม่อยากดื่มนมวัว หรือแพ้นมวัว สามารถบอกทางร้านให้ใช้นมทางเลือกในการทำเครื่องดื่มเพื่อทดแทนได้ ทั้งนมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง นมข้าวโอ๊ต นมมะพร้าว รวมถึงวิปครีมข้าว (Rice whipped cream) โดยมีตัวอย่างเครื่องดื่มที่น่าลิ้มลอง เช่น กรีนที ซอย จาวาชิป แฟรบปูชิโน่ วิธ ไรซ์วิปครีม (Green Tea Soy Java Chip Frappuccino® with Rice Whipped Cream) และ ไอซ์ โอ๊ตมิลค์ ซิกเนเจอร์ ช็อกโกแลต วิธ ไรซ์วิปครีม (Iced Oatmilk Signature Chocolate with Rice Whipped Cream) เป็นต้น</p>
<p><strong>6. สตาร์บัคส์ ไม่ได้ขายแค่กาแฟเท่านั้น</strong></p>
<p>นอกจากเมนูยอดนิยมแล้ว ​สตาร์บัคส์ได้ปรับความชื่นชอบของผู้คนในแต่ละประเทศ เพื่อออกแบบเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะแต่ละประเทศไว้ด้วย โดยประเทศไทยมีเมนูเอ็กซ์คลูซีฟรวม 11 เมนู ทั้งกาแฟ ช็อคโกแลต ชา รวมทั้งยังมีเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่น พร้อมด้วยเบเกอรี่อบสดใหม่ที่มีจำหน่ายใน 48 สาขา และบาง​สาขายังมีเมนูมีซุปและพาสต้า เพื่อเติมพลังในระหว่างวันให้เลือกอร่อยถึง 4 เมนู ได้แก่ 1. Creamy Mushroom Soup 2. Corn Soup 3. Fusilli Bolognese 4. Penne Arrabiata With Smoked Sausage</p>
<p><strong>7. ผ้ากันเปื้อนแต่ละสีมีความหมายต่างกัน</strong></p>
<p>โดย ผ้ากันเปื้อนสีเขียว สำหรับพาร์ทเนอร์ทั่วไป ที่ผ่านการอบรมบาริสต้าตามหลักสูตรของร้านสตาร์บัคส์ ส่วน ผ้ากันเปื้อนสีดำ สำหรับพาร์ทเนอร์ที่ได้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของร้านสตาร์บัคส์ และมีการสอบวัดระดับในแต่ละขั้น เพื่อเป็นคอฟฟี่มาสเตอร์ (Coffee Master) หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟของสตาร์บัคส์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19315 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/shutterstock_1385280947.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>8. ทำไมพนักงานของสตาร์บัคส์ถึงจำชื่อของลูกค้าได้แม่นยำ</strong></p>
<p>นอกจากจะมุ่งมั่นรังสรรค์เครื่องดื่มทุกแก้วให้สมบูรณ์ อีกสิ่งสำคัญคือการผูกสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึผูกพันและมีประสบการณ์ที่ดีเมื่อมาใช้บริการในสตาร์บัคส์ เพราะความเชื่อว่าแม้ช่วงเวลาสั้นๆ ก็สามารถสร้างรอยยิ้ม ให้ลูกค้าได้ ตามแนวคิด “People Business Serving Coffee” ที่เน้นการส่งมอบ “<strong>Starbucks Experience”</strong> หรือ “<strong>ประสบการณ์สตาร์บัคส์”</strong> รวมถึงความเป็น Third Place หรือบ้านหลังที่ 3 ซึ่งลูกค้าสามารถมาใช้เวลาพักผ่อน สังสรรค์ หรือทำงานได้อย่างเต็มที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19317 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Starbucks_Shell-Nakornchaisri.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>9. </strong><strong>ขนมและอาหารของสตาร์บัคส์ ได้ถูกแบ่งปันให้กับชุมชน </strong></p>
<p>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (Scholars of Sustenance – SOS) ดำเนินการ ‘<strong>โครงการรักษ์อาหาร</strong>’ ส่งมอบอาหารส่วนเกินคุณภาพดีให้ผู้ที่ต้องการอย่างเป็นระบบ โดยทาง SOS จะตรวจสอบความสะอาด และความปลอดภัยทางอาหารก่อนนำไปแจกจ่ายให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า สถานพักพิง ชุมชนรายได้ต่ำ รวมถึงกลุ่มเปราะบางอื่นๆ ในสังคม นอกจากช่วยลด Food waste ในธุรกิจยังเป็นการส่งต่อคุณค่าให้กับสังคมด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/story-of-25-years-starbucks-thailand/">9 เรื่องน่ารู้ &#8216;สตาร์บัคส์&#8217; กับการขับเคลื่อนวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ​พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมในไทยมาตลอด 25 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
