<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Heat-Free &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/heat-free/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 12 Apr 2025 11:59:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Heat-Free &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กลยุทธ์ &#8216;เอปสัน&#8217; ขับเคลื่อนอีโคซิสเต็ม &#8216;การพิมพ์ยั่งยืน&#8217; พร้อมวาง 4 กลยุทธ์เติบโตต่อเนื่อง 6% รักษาผู้นำตลาดพรินเตอร์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/strategic-of-sustainable-growth-epson-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Apr 2025 11:03:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Eco Tank]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[EPSON]]></category>
		<category><![CDATA[Epson Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Heat-Free]]></category>
		<category><![CDATA[Printers]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเครื่องพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พรินเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยรรยง มุนีมงคลทร]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32936</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยังคงสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง สำหรับ เอปสัน (ประเทศไทย)​ โดยเฉพาะในตลาด​เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ที่คิดเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของตลาดเครื่องพิมพ์ในประเทศไทย ด้วยสัดส่วนถึงกว่า 80% ของตลาด โดยมีเอปสัน (Epson) เป็นผู้นำในตลาดที่มีส่วนแบ่งถึง 43% รวมทั้งในตลาดโปรเจคเตอร์ ที่เอปสันได้แชร์ไปมากกว่าครึ่งของตลาดที่ 52% รวมทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ในกลุ่ม Photo Proof ที่ครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่งที่ 32% เช่นเดียวกับกลุ่มเครื่องพิมพ์ป้ายและเครื่องพิมพ์สิ่งทอที่ครองส่วนแบ่งตลาด 30% เท่ากัน​ ขณะที่เป้าหมายการเติบโตในปีนี้ เอปสันตั้งเป้ารักษาการเติบโตไว้ได้อย่างต่อเนื่องที่ 6% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่สามารถเติบโตได้ 5% สวนทางกับภาพรวมตลาดที่ไม่มีการเติบโต พร้อมทั้งการรักษาความเป็นผู้นำในทุกตลาดที่ทำตลาดอยู่ ด้วยความแข็งแกร่งด้านความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) และการ​ก้าวนำตลาดได้อย่างต่อเนื่อง (Stay Ahead) วาง  4 กลยุทธ์ รักษา Growth ต่อเนื่อง และโตได้สวนทางตลาด คุณยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย)​ จำกัด ประเมินการทิศทางการทำตลาดในประเทศไทย​ปี 2568 นี้ มี 5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/strategic-of-sustainable-growth-epson-thailand/">กลยุทธ์ &#8216;เอปสัน&#8217; ขับเคลื่อนอีโคซิสเต็ม &#8216;การพิมพ์ยั่งยืน&#8217; พร้อมวาง 4 กลยุทธ์เติบโตต่อเนื่อง 6% รักษาผู้นำตลาดพรินเตอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ยังคงสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง สำหรับ <strong>เอปสัน (ประเทศไทย)​ </strong>โดยเฉพาะในตลาด​เครื่องพิมพ์อิงค์แท็งค์ที่คิดเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของตลาดเครื่องพิมพ์ในประเทศไทย ด้วยสัดส่วนถึงกว่า 80% ของตลาด โดยมีเอปสัน (Epson) เป็นผู้นำในตลาดที่มีส่วนแบ่งถึง 43%</p>
<p><span id="more-32936"></span></p>
<p>รวมทั้งในตลาดโปรเจคเตอร์ ที่เอปสันได้แชร์ไปมากกว่าครึ่งของตลาดที่ 52% รวมทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ในกลุ่ม Photo Proof ที่ครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่งที่ 32% เช่นเดียวกับกลุ่มเครื่องพิมพ์ป้ายและเครื่องพิมพ์สิ่งทอที่ครองส่วนแบ่งตลาด 30% เท่ากัน​</p>
<p>ขณะที่เป้าหมายการเติบโตในปีนี้ เอปสันตั้งเป้ารักษาการเติบโตไว้ได้อย่างต่อเนื่องที่ 6% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่สามารถเติบโตได้ 5% สวนทางกับภาพรวมตลาดที่ไม่มีการเติบโต พร้อมทั้งการรักษาความเป็นผู้นำในทุกตลาดที่ทำตลาดอยู่ ด้วยความแข็งแกร่งด้านความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) และการ​ก้าวนำตลาดได้อย่างต่อเนื่อง (Stay Ahead)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32941 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ยรรยง-มุนีมงคลทร_Epson-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>วาง  4 กลยุทธ์ รักษา Growth ต่อเนื่อง และโตได้สวนทางตลาด</strong></p>
<p><strong>คุณยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย)​ จำกัด</strong> ประเมินการทิศทางการทำตลาดในประเทศไทย​ปี 2568 นี้ มี 5 ปัจจัย ที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือต่อความเสี่ยงพร้อมทั้งหาโอกาสจากผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้าน <strong> Digital Transformation</strong> โดยเฉพาะในองค์กรภาครัฐ ซึ่งจะเข้ามากระตุ้นความต้องการโซลูชันการพิมพ์และโปรเจคเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง รวมทั้ง<strong>การขยายตัวของธุรกิจเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ</strong> ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มมองหาโซลูชันการพิมพ์ที่คุ้มค่าและประหยัดต้นทุนมากขึ้น</p>
<p>ตามมาด้วย <strong>การขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางของความยั่งยืน</strong> หรือ <strong>ESG</strong> และจะส่งผลต่อแลนด์สเคปของธุรกิจปรับตัวสู่การพิมพ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น และความต้องการ Green Technology ที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่การขยายตัว E-Commerce ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคหันมาซื้อผ่านช่องทางที่สะดวกมากขึ้น ทำให้อาจจะเกิด <strong>การปรับค่าธรรมเนียมในแพลตฟอร์มออนไลน์ </strong>เพิ่มขึ้นเช่นกัน และสุดท้ายยังมีประเด็นเศรษฐกิจโลกที่ต้องจับตา โดยเฉพาะ <strong>นโยบาย Trump 2.0</strong> ที่ต้องจับตาการใช้มาตรการต่างๆ เพิ่มเติมในอนาคต ที่จะส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย รวมทั้งการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนการค้าระหว่างประเทศ จนกระทบต่อการลงทุนและอาจเกิดการย้ายฐานการผลิตของธุรกิจข้ามชาติได้</p>
<p><em>&#8220;เอปสันกลยุทธ์สำหรับขับเคลื่อนการเติบโตได้ตามเป้าหมายในปีนี้ ผ่าน 4 แนวทาง เพื่อพัฒนาทั้งโปรดักต์ให้มีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้ (Innovation Offering)  การเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการช่องทางขาย (Agility in Channel) การดูแลประสบการณ์ลูกค้าเพื่อเพิ่มความพึงพอใจให้มากขึ้น (Enhanced Customer Service) และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Value Creation ) เพื่อรักษาทั้งความเป็นผู้นำในตลาดและสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำในทุกตลาดที่เอปสันทำตลาด ซึ่งปีนี้มีเป้าหมายในการเป็น Laser Killers เพื่อเข้ามาดิสรัปตลาดเครื่องพิมพ์เลเซอร์ให้ตอบเทรนด์ตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค และสามารถขึ้นเป็นผู้นำในตลาดได้เช่นเดียวกับที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในตลาดอิงค์เจ็ท&#8221; </em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32943 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Epson-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับรายละเอียดทั้ง 4 กลยุทธ์ ที่เอปสันจะขับเคลื่อนในปีนี้ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. Innovation Offering</strong>  : เพื่อ​สร้าง S-Curve ใหม่ให้​ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง สู่​การเติบโตที่ยั่งยืน โดยมีแนวทางการดำเนินงาน 4 ด้าน (SEED) ได้แก่  <strong>S</strong>ecure คือการรักษาคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ <strong>E</strong>nsure คือการรักษาระดับราคาทั้งของตัวผลิตภัณฑ์และหมึกพิมพ์ให้สามารถทำตลาดได้ในราคาที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตลาดที่มีความอ่อนไหวต่อราคา <strong>E</strong>xpand คือ การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ โอกาสทางธุรกิจ และโซลูชันใหม่ๆ และ <strong>D</strong>efend คือการปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด รับมือกับการแข่งขัน และใช้จุดแข็งด้านเทคโนโลยีเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดอย่างมั่นคง</p>
<p><strong>2. Agility in Channel : </strong>มุ่งพัฒนาช่องทางการขาย เพื่อรองรับทั้งตลาด B2C ผ่านการทำงานร่วมกับตัวแทนจำหน่าย เพื่อเจาะตลาดเมืองรอง พร้อมขยายช่องทางอีคอมเมิร์ซ ผ่านแพลตฟอร์มหลัก และแพลทฟอร์มของพันธมิตร ส่วนตลาด B2B จะมุ่ง​ยกระดับความสัมพันธ์กับผู้ค้ารายใหญ่ พร้อมเพิ่มโซลูชันด้าน MPS หรือโซลูชั่นในการจัดการดูแลเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารอย่างครบวงจร และการขายโซลูชันแบบรวมเครื่องพิมพ์หลากรุ่น หรือ Mix Fleet Solution ไปจนถึงการพัฒนาการมีส่วนร่วมโดยตรงกับผู้ใช้งานในภาคการศึกษา การแพทย์ การผลิต และหน่วยงานรัฐ ทั้งนี้ เอปสันยังให้ความสำคัญกับการนำเสนอคุณค่าแก่ลูกค้า (Value Proposition) ในด้านความคุ้มค่า คุณภาพ ความทนทาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์ผ่านการทำการตลาดคอนเทนท์และกับ KOL</p>
<p><strong>3. Enhanced Customer Service</strong> <strong>: </strong>เร่งพัฒนาศักยภาพการให้บริการด้วยระบบสนับสนุนที่ทันสมัย  ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบช่วยติดตาม และตรวจสอบการทำงานของทีมขายและฝ่ายบริการลูกค้าแบบเรียลไทม์ รวมทั้งการให้บริการได้จากระยะไกลผ่านวิดีโอแบบเรียลไทม์ หรือพัฒนาระบบ AI-driven Chatbots เพื่อสามารถให้บริการ​อัตโนมัติได้​ 24 ชั่วโมง พร้อมให้ความสำคัญด้านการเทรนนิ่งเพื่อยกระดับ​ประสบการณ์การใช้งานและความมั่นใจให้​ลูกค้า ขณะเดียวกันยังเสริมเครือข่ายการบริการแบบ On-site Service ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตจากเอปสันทั้งสิ้น 174 แห่งในทุกภูมิภาค เพื่อบริการลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และโปรแกรมขยายระยะเวลารับประกันสินค้า ที่ลูกค้าสามารถซื้อได้จากหลายช่องทางมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่ม B2B ที่เพิ่มระยะเวลาในการจัดหาอะไหล่จาก 5 ปี เป็น 7 ปี</p>
<p><strong>4. Value Creation :</strong> ตอกย้ำ​วิสัยทัศน์​ผู้นำด้าน ESG (Environment, Social, Governance) และความยั่งยืน ที่ไม่เพียงการสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับแบรนด์และธุรกิจ แต่ยังขยาย Green Supply Chain ผ่านอีโคซิสเต็มของธุรกิจที่อยู่ภายในห่วงโซ่ รวมทั้งการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า Green Consumers เพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความแข็งแกร่งให้ขุมชนและสังคมไทย ทั้งการพัฒนานวัตกรรม​ Eco-friendly ไม่ว่าจะเป็น หัวพิมพ์เทคโนโลยี Heat-Free , เครื่องพิมพ์อีโคแทงค์, การรีไซเคิลกระดาษ และพัฒนาคุณภาพเลเซอร์โปรเจ็คเตอร์ให้ใช้งานได้นานขึ้น ทั้งเพื่อประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน รวมทั้งลดโอกาสในการเกิดขยะให้น้อยลงได้อีกทางหนึ่ง รวมไปถึงการขับเคลื่อนกิจกรรมที่สร้าง Positive Impact ต่างๆ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32944 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ยรรยง-มุนีมงคลทร_Epson-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขับเคลื่อนอีโคซิสเต็ม &#8216;การพิมพ์ยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p>เอปสันยังมีเป้าหมายสำคัญในการมุ่ง​ขับเคลื่อนอีโคซิสเต็ม<strong> Sustainable Printing</strong> หรือ <strong>&#8216;การพิมพ์ยั่งยืน&#8217;</strong> โดยวางกรอบ ESG เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการทำธุรกิจ  โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้าง  <strong>Negative Carbon</strong> หรือ &#8216;<strong>คาร์บอนเป็นลบ</strong>&#8216; หมายถึง การทำให้ทั้งห่วงโซ่ธุรกิจลดการปล่อยคาร์บอนได้มากกว่าคาร์บอนฟุตพรินท์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในวงจรของธุรกิจ  ภายในปี 2050  โดยภายในสิ้นปี  2025 นี้ วางเป้าหมายขับเคลื่อนให้เกิด Zero Emission หรือการปลดปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ หรือการก้าวสู่ธุรกิจที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ก่อนในเบื้องต้น</p>
<p>สำหรับเป้าหมายภาพใหญ่ที่วางไว้จะเป็นการขับเคลื่อนภาพรวมท้ังโลก ซึ่งมีการวาง Action Plan ที่สอดคล้องกับกรอบ SDGs ที่วาง​แนวทางไว้ทั้ง 17 ข้อ ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเทศไทยอยู่ในกลุ่มนี้ และมีสิงค์โปร์เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ได้ปรับแนวทางขับเคลื่อนให้สอดคล้องกับภารกิจและวิสัยทัศน์ในฐานะผู้ทำตลาดและผู้แทนจำหน่าย ผ่าน 5 ข้อสำคัญ คือ</p>
<p>SDG 8 : เพื่อการสร้างงานที่มีคุณค่าและเศรษฐกิจที่เติบโต ,  SDG 9 : เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ , SDG 12 : การผลิตและบริโภคอย่างรับผิดชอบ , SDG 13 :  การรับมือกับปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือ Climate Change และ SDG 17 :  การสร้างความร่วมมือ​ระหว่างพันธมิตร​</p>
<p><em>&#8220;สิ่งที่เอปสัน​ได้ดำเนินการแล้ว เพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืน ทั้งการนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หัวพิมพ์เทคโนโลยี Heat-Free ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า​เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ทั้งการใช้พลังงานน้อยกว่า และลด Carbon Emission ลงได้มากกว่ 85% รวมทั้งยังมีการใช้ชิ้นส่วนในการประกอบน้อยลงกว่า 59% ทำให้ลดการใช้ทรัพยากร และลดโอกาสในการเกิดขยะได้มากกว่า หรือการใช้กระดาษ​รีไซเคิลสำหรับบรรจุภัณฑ์ต่างๆ แล้วทั้ง 100%  รวมทั้งการยุติการนำพลังงานฟอสซิลมาใช้ในธุรกิจ โดยสามารถใช้ Renewable หรือพลังงานหมุนเวียน​ ทั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานลม มาใช้ทดแทนได้แล้วท้ัง 100%&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32942 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Epson-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่เอปสัน ประเทศไทย ได้ขับเคลื่อนในทิศทางที่สอดคล้องกับทาง Global และ Regional ทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งชุมชนและสังคม​อย่างต่อเนื่อง โดยได้เริ่มแนวทาง Decarbonization ด้วยการเริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์การใช้พลังงาน การสร้างขยะแต่ละประเภทภายในองค์กร ไปจนถึงการสร้างคาร์บอนฟุตพรินท์รายบุคคลของพนักงาน เพื่อนำไปใช้คำนวณการลดคาร์บอนฟุตพรินท์  และวางแผนสู่การเป็น Negative Carbon ตามเป้าหมายที่วางไว้ในภาพรวม</p>
<p>นอกจากนี้ จะมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและสื่อสารคุณค่าของความยั่งยืน พร้อมส่งเสริมแนวทางการอนุรักษ์พลังงานและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านโครงการ EcoWaste การใช้วัสดุรีไซเคิล และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ขณะเดียวกันก็ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือผ่านการจับมือกับ WWF เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/strategic-of-sustainable-growth-epson-thailand/">กลยุทธ์ &#8216;เอปสัน&#8217; ขับเคลื่อนอีโคซิสเต็ม &#8216;การพิมพ์ยั่งยืน&#8217; พร้อมวาง 4 กลยุทธ์เติบโตต่อเนื่อง 6% รักษาผู้นำตลาดพรินเตอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เอปสัน&#8217;​ เผยผลสำรวจ Road to Sustainable Printing ชี้ธุรกิจมากกว่าครึ่งหนุนเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เพื่อผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนทางธุรกิจ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/epson-release-road-to-sustainable-printing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Oct 2024 08:06:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Digitalization]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[EPSON]]></category>
		<category><![CDATA[Heat-Free]]></category>
		<category><![CDATA[Office]]></category>
		<category><![CDATA[Printing]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Road to Sustainable Printing:]]></category>
		<category><![CDATA[Road to Sustainable Printing: Exploring Attitudes and Behaviors in Southeast Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Survey]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจการพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องพิมพ์รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เจสเตอร์ ครูซ]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอปสัน]]></category>
		<category><![CDATA[เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29702</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอปสัน ผู้นำโลกในตลาดการพิมพ์เชิงพาณิชย์ เผยผลสำรวจล่าสุดจากรายงาน Road to Sustainable Printing: Exploring Attitudes and Behaviors in Southeast Asia พบว่าความยั่งยืนถูกยกระดับความสำคัญขึ้น และมีผลต่อพฤติกรรมการพิมพ์ในสำนักงานอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามยังมีธุรกิจและบุคคลจำนวนมากที่ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ รายงาน Road to Sustainable Printing: Exploring Attitudes and Behaviors in Southeast Asia เป็นการสำรวจเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจในองค์กรธุรกิจจำนวน 1,500 คน ในประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เพื่อศึกษาถึงทัศนคติและพฤติกรรมต่อการพิมพ์เพื่อความยั่งยืน ซึ่งเอปสันได้จัดทำขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจในปีนี้ตอกย้ำว่า การพิมพ์ยังคงเป็นขั้นตอนการทำงานที่มีความจำเป็นสำหรับสำนักงานในภูมิภาคนี้ โดยผู้มีอำนาจตัดสินใจในการจัดซื้ออุปกรณ์สำนักงานและผู้ใช้งานมากกว่า 40% ยืนยันว่ามีการใช้กระบวนการพิมพ์เป็นประจำทุกวัน อย่างไรก็ตาม การทำงานแบบไฮบริดและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สำนักงานต่างๆ ต้องการความยืดหยุ่นในการพิมพ์งานเพิ่มมากขึ้น ความสามารถทางดิจิทัลกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานประจำวันขององค์กรธุรกิจปัจจุบัน มากกว่าจะเป็นแค่ทางเลือกเหมือนในอดีต ซึ่งหลายองค์กรมองว่าการแชร์เอกสารดิจิทัลเป็นขั้นตอนแรกในการก้าวเข้าสู่กระบวนการดิจิทัล (Digitalization) โดยองค์กรในบางอุตสาหกรรมจะมีการปรับตัวช้ากว่า เช่น มีเพียง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/epson-release-road-to-sustainable-printing/">&#8216;เอปสัน&#8217;​ เผยผลสำรวจ Road to Sustainable Printing ชี้ธุรกิจมากกว่าครึ่งหนุนเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เพื่อผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนทางธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอปสัน ผู้นำโลกในตลาดการพิมพ์เชิงพาณิชย์ เผยผลสำรวจล่าสุดจากรายงาน<strong> Road to Sustainable Printing: Exploring Attitudes and Behaviors in Southeast Asia</strong> พบว่าความยั่งยืนถูกยกระดับความสำคัญขึ้น และมีผลต่อพฤติกรรมการพิมพ์ในสำนักงานอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามยังมีธุรกิจและบุคคลจำนวนมากที่ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอยู่</p>
<p><span id="more-29702"></span></p>
<p>รายงาน <strong>Road to Sustainable Printing: Exploring Attitudes and Behaviors in Southeast Asia</strong> เป็นการสำรวจเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจในองค์กรธุรกิจจำนวน 1,500 คน ในประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เพื่อศึกษาถึงทัศนคติและพฤติกรรมต่อการพิมพ์เพื่อความยั่งยืน ซึ่งเอปสันได้จัดทำขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>โดยผลสำรวจในปีนี้ตอกย้ำว่า การพิมพ์ยังคงเป็นขั้นตอนการทำงานที่มีความจำเป็นสำหรับสำนักงานในภูมิภาคนี้ โดยผู้มีอำนาจตัดสินใจในการจัดซื้ออุปกรณ์สำนักงานและผู้ใช้งานมากกว่า 40% ยืนยันว่ามีการใช้กระบวนการพิมพ์เป็นประจำทุกวัน อย่างไรก็ตาม <em><strong>การทำงานแบบไฮบริดและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สำนักงานต่างๆ ต้องการความยืดหยุ่นในการพิมพ์งานเพิ่มมากขึ้น</strong></em></p>
<p>ความสามารถทางดิจิทัลกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานประจำวันขององค์กรธุรกิจปัจจุบัน มากกว่าจะเป็นแค่ทางเลือกเหมือนในอดีต ซึ่งหลายองค์กรมองว่าการแชร์เอกสารดิจิทัลเป็นขั้นตอนแรกในการก้าวเข้าสู่กระบวนการดิจิทัล (Digitalization)<strong> โดยองค์กรในบางอุตสาหกรรมจะมีการปรับตัวช้ากว่า</strong> เช่น มีเพียง 39% ขององค์กรในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และ 40% ในธุรกิจการค้าปลีก ที่ยังคงใช้เอกสารในรูปแบบกระดาษ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่มีความทันสมัยมากกว่า เช่น กลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาและบริการวิชาชีพ และโฆษณาและการตลาด ที่มี 50% และ 48% ขององค์กรในธุรกิจนี้ที่ได้เริ่มเข้าสู่ Digitalization</p>
<p><strong>ขนาดของธุรกิจก็มีส่วนสำคัญ</strong> โดย 41% ของธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่เกิน 50 คน และ 48% ของธุรกิจขนาดกลางที่มีขนาดไม่เกิน 500 คน ได้เปลี่ยนไปใช้เอกสารแบบดิจิทัล เมื่อเทียบกับ 45% ของธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งมีจำนวนพนักงานมาก ตั้งแต่ 501 คนขึ้นไป ทำให้มีความคล่องตัวในการเปลี่ยนแปลงภายในน้อยกว่า</p>
<p>การสำรวจยังพบว่า <em><strong>50% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการให้การพิมพ์ในที่ทำงานมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 44% ต้องการเห็นระบบการพิมพ์ดิจิทัลแบบบูรณาการที่ทันสมัย</strong> </em>เช่น โซลูชันการพิมพ์ผ่านเครือข่ายคลาวด์ อีกทั้งราว 4 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถามยังมองว่าความกะทัดรัดของเครื่องพิมพ์มีความจำเป็นต่อการพิมพ์งานในสำนักงาน ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มของธุรกิจที่มุ่งเน้นความมีประสิทธิภาพและความทนทานในพื้นที่จำกัด</p>
<p><em><strong>สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการพิมพ์</strong> </em>ได้แก่ ความสะดวกสบาย (46%) ความคุ้มค่า (44%) และการตื่นตัวในเรื่องการพิมพ์อย่างยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น (41%)</p>
<p>ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการหาสมดุลระหว่างการใช้งานได้จริง ความยั่งยืน และความคุ้มค่า ในกระบวนการพิมพ์ในสำนักงาน ทั้งยังต้องสนับสนุนพนักงานให้ก้าวทันตามแนวทางด้านความยั่งยืน</p>
<p>เป็นที่น่าสังเกตว่า องค์กรธุรกิจทั่วภูมิภาคนี้ตระหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงโซลูชันที่ยั่งยืน และพยายามมองหาทางเลือกด้านการพิมพ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อธรรมชาติ โดยกว่า 3 ใน 5 หรือ 66% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้ระบุว่าความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกเครื่องพิมพ์ 74% ของบุคคลและบริษัทมีความตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการพิมพ์ในระดับ ‘มาก’ หรือ ‘ปานกลาง’ และ 63% ‘มีแนวโน้ม’ หรือ ‘มีแนวโน้มมาก’ ที่จะยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อโซลูชันการพิมพ์ที่ยั่งยืน</p>
<p>ในภาพรวม ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนกำลังพิจารณาถึงทางเลือกที่มีอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น ในขณะที่ได้นำวิธีการพิมพ์ที่เน้นความยั่งยืนมาปฏิบัติ เช่น การพิมพ์สองหน้า (38%) และการเข้าร่วมโครงการรีไซเคิลกระดาษ (34%)</p>
<p>อย่างไรก็ตาม <em><strong>แม้ว่าผลสำรวจจะชี้ชัดว่าองค์กรต่าง ๆ จะตระหนักเพิ่มขึ้นและตั้งใจดีเกี่ยวกับการพิมพ์ที่ยั่งยืน แต่ยังจำเป็นต้องได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทางปฏิบัติจริงอยู่</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29703 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/1-12.jpg" alt="" width="470" height="705" /></p>
<p><strong>เจสเตอร์ ครูซ</strong> ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์องค์กร ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเอปสัน กล่าวว่า “ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราได้เห็นความสนใจต่อความยั่งยืนเพิ่มสูงขึ้น <em><strong>แม้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่กล่าวว่าความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือก</strong><strong>เครื่องพิมพ์ แต่มีเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่ยินดีที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อมาตรการที่ยั่งยืน ทำให้เกิดช่องว่างใหญ่ในเรื่องการปฏิบัติจริง</strong></em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมก็ยังสามารถเป็นสิ่งที่ดีต่อธุรกิจได้เช่นกัน ข่าวดีก็คือความต้องการเช่นนั้นมีอยู่จริง โดยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามพร้อมจะเปลี่ยนมาใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท แทนที่เครื่องถ่ายเอกสารเลเซอร์อย่างแน่นอน หากได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นทางเลือกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า”</p>
<p>รายงานดังกล่าวพบอีกว่า ยังมีความเข้าใจผิดในหมู่องค์กรธุรกิจทั่วภูมิภาคนี้ โดยหนึ่งในสาม (34%) ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ขณะที่มีเพียง 29% ที่เชื่อว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า และอีก 29% ไม่แน่ใจในเรื่องนี้</p>
<p><strong>เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ </strong>ได้ยกเลิกการจำหน่ายเครื่องพิมพ์เลเซอร์ตั้งแต่สิ้นปี 2566 หลังจากการประกาศยุติการจำหน่ายและจัดจำหน่ายเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั่วโลก และจะมุ่งให้ความสำคัญกับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเท่านั้น เนื่องจากเทคโนโลยีเลเซอร์ต้องใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ ซึ่งทำให้ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29705 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Release-Research1-1.jpg" alt="" width="1200" height="794" /></p>
<p><em>“ในสำนักงานปัจจุบัน มีเพียงเครื่องปรับอากาศและไฟส่องสว่างเท่านั้นที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าอุปกรณ์สำนักงาน ในความเป็นจริงแล้ว เครื่องพิมพ์คิดเป็นสัดส่วนถึง 10% ของการใช้พลังงานทั้งหมด การเปลี่ยนจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์มาใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่มีเทคโนโลยี Heat-Free ของเอปสันจะสามารถลดการใช้พลังงานในการพิมพ์ได้มากถึง 85% การใช้พลังงานที่น้อยลงนี้ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีก”</em> <strong>เจสเตอร์ ครูซ</strong> กล่าว</p>
<p><em>“ผู้คนให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการลดการใช้พลังงาน แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือการแสดงให้เห็นว่าประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้สามารถแปลงเป็นเม็ดเงินได้อย่างไร เอปสันเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่านวัตกรรมสามารถทำให้การดำเนินการที่เป็นมิตรต่อสภาพอากาศเกิดเป็นความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจได้ อนาคตขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ยั่งยืน และมันดูจะมีแนวโน้มที่สดใส ด้วยปรัชญาในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ กะทัดรัด และแม่นยำ เอปสันจะยังคงผลักดันความยั่งยืนให้เป็นแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจที่สำคัญต่อไป”</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/epson-release-road-to-sustainable-printing/">&#8216;เอปสัน&#8217;​ เผยผลสำรวจ Road to Sustainable Printing ชี้ธุรกิจมากกว่าครึ่งหนุนเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เพื่อผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนทางธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอปสันเลิกขายเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั่วอาเซียนปีหน้า พร้อมยุติทั่วโลก​​ 2026 ชูวิสัยทัศน์ความยั่งยืนขับเคลื่อนสู่องค์กร Negative Carbon</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/epson-25-renewed-end-sale-laser-printer-in-asean-market-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2022 07:41:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Operation]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[Epson 25 Renewed]]></category>
		<category><![CDATA[Heat-Free]]></category>
		<category><![CDATA[Negative Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[จุนคิชิ โยชิดะ]]></category>
		<category><![CDATA[ซิ่ว จิน เกียด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ยรรยง มุนีมงคลทร]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16160</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอปสันประกาศเลิกขายครื่องพิมพ์เลเซอร์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในสิ้นเดือนธันวาคมปี 2023 และทั่วโลกในปี 2026 ตามวิสัยทัศน์ Epson 25 Renewed  เพื่อความยั่งยืน​​ ตั้งเป้าปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นลบในปี 2050 และจะใช้พลังงานหมุนเวียนทั้ง 100% พร้อมเติมพอร์ตเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทตอบโจทย์ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย มร.จุนคิชิ โยชิดะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจเครื่องพิมพ์ บริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ​เอปสันวางเป้าหมายเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นลบภายในปี 2050 โดยจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ การให้บริการ​ตลอดทั้งซัพพลายเชน รวมทั้งนำระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืนเข้ามาใช้ และลงทุนกับกระบวนการใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง Epson 25 Renewed  โดยมีแนวทางในการพัฒนาสินค้าและบริการ​ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่าน 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1. Decarbonization การวเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการดำเนินงาน เพื่อเป็นองค์กร​ Negative Carbon ภายในปี 2050 2. Closed Resource Loop การให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมด การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ด้วยการเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนในโรงงานผลิตของเอปสันทั่วโลกภายในปี 2023 3. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/epson-25-renewed-end-sale-laser-printer-in-asean-market-2023/">เอปสันเลิกขายเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั่วอาเซียนปีหน้า พร้อมยุติทั่วโลก​​ 2026 ชูวิสัยทัศน์ความยั่งยืนขับเคลื่อนสู่องค์กร Negative Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอปสันประกาศเลิกขายครื่องพิมพ์เลเซอร์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในสิ้นเดือนธันวาคมปี 2023 และทั่วโลกในปี 2026 ตามวิสัยทัศน์ <strong>Epson 25 Renewed</strong>  เพื่อความยั่งยืน​​ ตั้งเป้าปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นลบในปี 2050 และจะใช้พลังงานหมุนเวียนทั้ง 100% พร้อมเติมพอร์ตเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทตอบโจทย์ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย</p>
<p><span id="more-16160"></span></p>
<p><strong>มร.จุนคิชิ โยชิดะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจเครื่องพิมพ์ บริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น</strong> กล่าวว่า ​เอปสันวางเป้าหมายเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นลบภายในปี 2050 โดยจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ การให้บริการ​ตลอดทั้งซัพพลายเชน รวมทั้งนำระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืนเข้ามาใช้ และลงทุนกับกระบวนการใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง <strong>Epson 25 Renewed</strong>  โดยมีแนวทางในการพัฒนาสินค้าและบริการ​ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่าน 4 แนวทาง ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1</strong>. <strong>Decarbonization</strong> การวเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการดำเนินงาน เพื่อเป็นองค์กร​ Negative Carbon ภายในปี 2050</p>
<p><strong>2. Closed Resource Loop</strong> การให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมด</p>
<p>การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ด้วยการเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนในโรงงานผลิตของเอปสันทั่วโลกภายในปี 2023</p>
<p><strong> 3. Customer Operation Impact</strong> การพัฒนาสินค้าหรือบริการให้ใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>4. Environment Technology</strong> การพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม เช่น การลดการใช้พลาสติก หรือการพัฒนาวัสดุรีไซเคิลต่างๆ มาเป็นส่วนประกอบของเครื่องพิมพ์</p>
<p>สำหรับแนวทางสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต เอปสันได้วางวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าธุรกิจและลูกค้าองค์กรเป็นหลัก เอปสันจะไม่เพียงนำเสนอสินค้าหรือบริการที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่จะต้องสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย ซึ่งเอปสันในฐานะผู้นำเทคโนโลยีการพิมพ์ระดับโลก ได้นำเสนอเทคโนโลยี<strong> Heat-Free</strong> ที่เป็นเทคโนโลยีการพิมพ์แบบไม่ใช้ความร้อน เพื่อช่วยลดการปลดปล่อยความร้อนรวมถึงก๊าซคาร์บอนฯ ทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานในสำนักงานได้อีกด้วย</p>
<p>เนื่องจาก เทคโนโลยี Heat Free ของเอปสันมีความ Eco-friendly มากกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์  ทั้งการใช้พลังงานน้อยกว่าเลเซอร์ 85% และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า​ 85% รวมทั้งยังมีการใช้อะไหล่น้อยและส่วนประกอบต่างๆ น้อยกว่า 55%  ซึ่งถือว่าใช้ทรัพยากรน้อยกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์เป็นอย่างมาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16163 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/3-2.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><em>“จากผลการสำรวจต่อปริมาณการใช้พลังงานของสำนักงานทั่วไปพบว่าการใช้เครื่องพิมพ์นั้นบริโภคพลังงานมากเป็นอันดับ 4 รองจากเครื่องปรับอากาศ ไฟส่องสว่าง และคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการนำ <strong>เทคโนโลยี Heat-Free</strong> </em><em>จะช่วยให้องค์กรธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกวว่า เอปสันจึงได้ตัดสินใจยุติการจำหน่ายและกระจายสินค้าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั่วโลกในปี 2026 เพื่อหันไปทุ่มเทในการพัฒนาเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้มากกว่า โดยย</em>อดขายปีที่ผ่านมาทั่วโลกของเอปสันอยู่ที่ราว 4 แสนล้านบาท  (1 ล้านล้านเยน) <em>”</em> มร.จุนคิชิ โยชิดะ กล่าว</p>
<p>​<strong>มร.ซิ่ว จิน เกียด กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาค เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> กล่าวว่า​ การยุติการจำหน่ายเครื่องพิมพ์เลเซอร์ของเอปสันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ภายในสิ้นปี 2023  ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายทั่วโลก เพื่อหันมาโฟกัสตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทระบบหัวพิมพ์ Heat-Free และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนจากนี้ไป  เนื่องจาก ​เป็นภูมิภาคสำคัญของเอปสัน ที่ได้ดำเนินธุรกิจมา​ตั้งแต่ปี 1982 ​ด้วยการขยายเครือข่ายและศักยภาพทางธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีสำนักงานเปิดอยู่ใน 10 ประเทศ ภายใต้การดูแลของเอปสัน สิงคโปร์ ทั้งยังมีศูนย์โซลูชัน 6 แห่ง และโรงงานผลิต 7 แห่ง ในด้านการดำเนินนโยบายเชิงสิ่งแวดล้อม</p>
<p>“วิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืนตามที่กล่าวมายังมีอิทธิพลต่อการพัฒนาเทคโนโลยี Heat-Free และโซลูชันรีไซเคิลกระดาษ ดังจะเห็นตัวอย่างได้จากเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจของเอปสันที่เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์แล้ว สามารถลดการใช้พลังงานได้มากกว่า จึงเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนให้กับลูกค้า ทั้งยังมีชิ้นส่วนประกอบภายในเครื่องน้อยกว่า ทำให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์น้อยลง และปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ น้อยกว่า ในขณะที่ PaperLab ของเอปสัน ก็เป็นระบบผลิตกระดาษแบบแห้งระบบแรกของโลก ที่เปลี่ยนกระดาษใช้แล้วให้เป็นกระดาษใหม่ด้วยเทคโนโลยี Dry Fiber ของเอปสัน เป็นโซลูชันแบบออนดีมานด์ที่ทำให้บริษัทธุรกิจลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ด้วยการรีไซเคิลกระดาษที่ใช้ในสำนักงาน​&#8221;</p>
<p>ทั้งนี้ เอปสันได้เปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ในกลุ่มเครื่องพิมพ์เพื่อธุรกิจ Epson WorkForce Enterprise AM-Series จำนวนการพิมพ์ 40-60 หน้าต่อนาที เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับการพิมพ์คุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในสำนักงานและสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ</p>
<p><strong>นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า ​เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทของเอปสันที่ใช้เทคโนโลยี Heat-Free ได้รับความนิยมอย่างมากจากทุกตลาดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ จนครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมากเป็นอันดับหนึ่งในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องพิมพ์ที่ใช้งานได้เทียบเท่ากับเครื่องเลเซอร์ ทำให้ Painpoint ต่างๆ และภาพจำที่ลูกค้าเคยมองว่า เครื่องพิมพ์เลเซอร์พิมได้เร็วกว่า และคุณภาพดีกว่า ซึ่งการพัฒนาเครื่องอิงค์เจ็ทในปัจจุบันสามารถทดแทนได้ ประกอบกับการออกซีรี่ส์ใหม่ มาทำตลาดในกลุ่มธุรกิจที่ขนาดการพิมพ์ 40-60 หน้าต่อนาที จะทำให้มีไลน์อัพสินค้าที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้ครบทุกกลุ่มและสามารถทดแทนเครื่องเลเซอร์ได้ครบทั้ง 100%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16166 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/5.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม ​​แม้ว่าเอปสันจะวางเป้าหมายที่จะเลิกจำหน่ายเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนภายในปีสิ้นปีหน้า แต่ยังคงให้บริการสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ยังใช้เครื่องเลเซอร์อยู่ ทั้งการเติมหมึกและบริการอะไหล่ต่างๆ ไปก่อน จนถึงรอบอายุสินค้าหรือจนกว่าลูกค้าจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ ซึ่งคาดว่าจะรองรับไปได้ชอีกราว 6-7 ปีข้างหน้า</p>
<p>โดย Epson WorkForce Enterprise AM-Series  เป็นเครื่องมัลติฟังก์ชันแบบ 4 สี รองรับการพิมพ์ขนาดใหญ่สุดได้ถึง A3 โดยเครื่องพิมพ์ทั้ง 3 รุ่น (40 หน้า, 50 หน้า และ 60 หน้า) ​ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Heat-Free ซึ่งไม่ใช้ความร้อน ใช้พลังงานต่ำ และมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ รวมถึงใช้วัสดุสิ้นเปลืองน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ นอกจากนี้ยังถูกออกแบบระบบภายในให้สามารถใช้งานและบำรุงรักษาง่าย เพราะมีชิ้นส่วนอะไหล่ที่ต้องดูแลรักษาน้อย ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนาน รวมถึงมีการออกแบบหน้าจอการใช้งาน (User Interface) แบบใหม่ และยังรองรับการตรวจสอบและบำรุงรักษาจากระยะไกลผ่าน Epson Remote Services (ERS) หรือระบบจัดการอุปกรณ์ผ่านระบบคลาวด์ของเอปสันอีกด้วย</p>
<p>ขณะที่เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจของเอปสัน ที่ทำตลาดอยู่ก่อนหน้านี้ มีสินค้าหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ระดับความเร็ว 24 หน้าต่อนาที ไปจนถึง 100 หน้าต่อนาที ทั้งแบบขาวดำและสี และการเพิ่ม​ Epson WorkForce Enterprise AM-Series ​ซึ่งเป็นเครื่องระดับกลาง ความเร็วขนาด 40-60 หน้าต่อนาที เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งเหมาะกับสำนักงานขนาดกลางและขนาดใหญ่ ที่มีปริมาณการพิมพ์ต่อเดือนประมาณ 10,000-20,000 แผ่น ​จึงเป็นการเติมเต็มให้มีสินค้าครอบทุกกลุ่มเป้าหมาย ทำให้เอปสันสามารถครอบคลุมความต้องการใช้งานขององค์กรธุรกิจได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น​​</p>
<p>เครื่องพิมพ์ AM-Series มีจุดเด่นที่ประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยม สามารถพิมพ์งานด้วยความเร็วสูงได้อย่างต่อเนื่อง ให้งานพิมพ์ที่คมชัด สามารถใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการเครื่องพิมพ์ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เย็บเอกสารทั้งแบบ เย็บลวด เย็บมุงหลังคา หรือชุดป้อนกระดาษความจุสูง รวมถึงอุปกรณ์เจาะรูกระดาษ นอกจากนี้เครื่องพิมพ์ยังได้รับการออกแบบใหม่ ให้มีดีไซน์ที่ทันสมัย และมีขนาดที่เล็กลงเมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นอื่น ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้งานเพิ่มขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16165 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/4.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><em>“Epson WorkForce Enterprise AM-Series ทั้ง 3 รุ่นที่เปิดตัวในครั้งนี้ จะทำให้ไลน์สินค้าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจของเอปสันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และสามารถแข่งขันกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ และในตลาดเครื่องถ่ายเอกสารได้อย่างทัดเทียมยิ่งขึ้น โดยในตลาดองค์กรธุรกิจ เครื่องพิมพ์ที่ความเร็วการพิมพ์ระดับ 31- 60 หน้าต่อนาที เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเครื่องพิมพ์ AM-Series ที่ได้รับการออกแบบใหม่นี้ ยังช่วยตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ของเอปสันในการที่จะก้าวต่อไปด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์อิงค์เจ็ท ที่สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรของลูกค้าเอปสันได้ดีกว่า ด้วยความความเร็วและคุณภาพงานพิมพ์ และความคุ้มค่าในการลงทุน”</em></p>
<p>ทั้งนี้ เอปสันยังได้นำเสนอทางเลือกการใช้งานเครื่องพิมพ์เพื่อธุรกิจ โดยนำเสนอบริการแบบระบบสมาชิก (Subscription) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้งานผ่านโปร Epson EasyCare 360 ที่ผู้ใช้งานสามารถพิมพ์งานทั้งสีหรือหรือขาวดำ รวมถึงการบริการหลังการขายแบบ On-Site Service ซึ่งมีให้เลือก 2 แบบตามความเหมาะสบกับการใช้งานของลูกค้าแต่ละราย ได้แก่ EasyCare 360 เหมา เหมา ที่ผู้ใช้งานสามารถพิมพ์งานทั้งสีหรือหรือขาวดำได้สูงสุดถึง 120,000 แผ่น ในระยะเวลา 24 เดือน ด้วยการเหมาจ่ายเป็นรายเดือนเริ่มต้นที่ 790 บาท และรับเครื่องที่ใช้อยู่ไปฟรีๆ หลังหมดสัญญา หรืออีกโปรแกรม EasyCare 360 Click Charged ที่ให้ผู้ใช้งานจ่ายค่าใช้จ่ายตามการใช้งานที่ใช้งานจริง โดยสามารถเลือกทำสัญญาได้ทั้งแบบเช่าหรือแบบเช่าซื้อ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/epson-25-renewed-end-sale-laser-printer-in-asean-market-2023/">เอปสันเลิกขายเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั่วอาเซียนปีหน้า พร้อมยุติทั่วโลก​​ 2026 ชูวิสัยทัศน์ความยั่งยืนขับเคลื่อนสู่องค์กร Negative Carbon</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
