<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>hemp &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/hemp/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Mar 2023 07:35:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>hemp &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มูจิ ประเทศไทย ชูทางเลือกแฟชั่นยั่งยืน เปิดตัวคอลเลคชันเส้นใยกัญชง ​ใช้ทรัพยากรน้อยลง พร้อมย้ำความ minimalist ช่วยลดขยะแฟชั่น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/muji-launch-hemp-collection-materail-of-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Mar 2023 06:42:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[hemp]]></category>
		<category><![CDATA[MUJI]]></category>
		<category><![CDATA[MUJI Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[MUJIHEMP]]></category>
		<category><![CDATA[MUJIHempCollection]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Textile]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มูจิ]]></category>
		<category><![CDATA[มูจิ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มูจิ เส้นใยกัญชง]]></category>
		<category><![CDATA[อกิฮิโร่ คาโมการิ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องแต่งกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นใยกัญชง]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17591</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูจิ ประเทศไทย (MUJI) ย้ำจุดยืนความยั่งยืนกลุ่มสินค้าแฟชั่น ใช้ “เส้นใยกัญชง” (Hemp) วัสดุสิ่งทอแห่งอนาคต ถักทอความยั่งยืน จากกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่รักษ์โลกมากกว่า ด้วยต้นใยกัญชงมีวงจรการเพาะปลูกที่สั้น เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไว ใช้ทรัพยากรในการดูแลน้อยกว่า และไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีเร่ง ก็เจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งเป็นเส้นใยที่มีคุณสมบัติตามธรรมชาติที่เหมาะกับการทำเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมประเดิมเปิดตัว MUJI HEMP Collection เครื่องแต่งกายคอลเลคชันใหม่ล่าสุดจากเส้นใยป่าน หรือใยกัญชง โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ สัมผัสบางเบา สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับอากาศร้อน พร้อมกับดีไซน์ซิกเนเจอร์สไตล์ MUJI ที่ใส่ได้ทุกโอกาส ต้อนรับซัมเมอร์นี้ วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน MUJI ทุกสาขา นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สินค้าเครื่องแต่งกายและแฟชั่นเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่นับเป็นซิกเนเจอร์โปรดักส์ของร้าน MUJI และครองใจผู้บริโภคมาโดยตลอด ด้วยเอกลักษณ์ของการดีไซน์ที่กลายเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นสไตล์มินิมอล ด้วยความเรียบง่าย แต่ดูทันสมัย สามารถหยิบมาสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ทั้งนี้ MUJI ได้วางจำหน่ายกลุ่มสินค้าเครื่องแต่งกายในมูจิประเทศไทยตั้งแต่เริ่มเปิดสาขาแรกเมื่อปี 2549 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/muji-launch-hemp-collection-materail-of-future/">มูจิ ประเทศไทย ชูทางเลือกแฟชั่นยั่งยืน เปิดตัวคอลเลคชันเส้นใยกัญชง ​ใช้ทรัพยากรน้อยลง พร้อมย้ำความ minimalist ช่วยลดขยะแฟชั่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูจิ ประเทศไทย (</strong><strong>MUJI) </strong><strong>ย้ำจุดยืนความยั่งยืนกลุ่มสินค้าแฟชั่น ใช้ </strong><strong>“</strong><strong>เส้นใยกัญชง” </strong><strong>(Hemp) </strong><strong>วัสดุสิ่งทอแห่งอนาคต ถักทอความยั่งยืน จากกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่รักษ์โลกมากกว่า</strong></p>
<p><span id="more-17591"></span></p>
<p><b> <strong>ด้วยต้นใยกัญชงมีวงจรการเพาะปลูกที่สั้น เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไว ใช้ทรัพยากรในการดูแลน้อยกว่า และไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีเร่ง ก็เจริญเติบโตได้ดี </strong></b><strong>อีกทั้งเป็นเส้นใยที่มีคุณสมบัติตามธรรมชาติที่เหมาะกับการทำเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม </strong></p>
<p><strong>พร้อมประเดิมเปิดตัว </strong><strong>MUJI HEMP Collection </strong><strong>เครื่องแต่งกายคอลเลคชันใหม่ล่าสุดจากเส้นใยป่าน หรือใยกัญชง โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ สัมผัสบางเบา สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับอากาศร้อน พร้อมกับดีไซน์ซิกเนเจอร์สไตล์ </strong><strong>MUJI </strong><strong>ที่ใส่ได้ทุกโอกาส ต้อนรับซัมเมอร์นี้ วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน </strong><strong>MUJI </strong><strong>ทุกสาขา</strong></p>
<p><strong>นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด</strong> เปิดเผยว่า สินค้าเครื่องแต่งกายและแฟชั่นเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่นับเป็นซิกเนเจอร์โปรดักส์ของร้าน MUJI และครองใจผู้บริโภคมาโดยตลอด ด้วยเอกลักษณ์ของการดีไซน์ที่กลายเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่นสไตล์มินิมอล ด้วยความเรียบง่าย แต่ดูทันสมัย สามารถหยิบมาสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ทั้งนี้ MUJI ได้วางจำหน่ายกลุ่มสินค้าเครื่องแต่งกายในมูจิประเทศไทยตั้งแต่เริ่มเปิดสาขาแรกเมื่อปี 2549 ปัจจุบันสินค้าเครื่องแต่งกายมีสัดส่วนประมาณ 50 % ของกลุ่มสินค้าทั้งหมดที่มีจำหน่ายใน MUJI โดยมียอดขายเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับกลุ่มสินค้าอื่น ๆ ผนวกกับการที่ MUJI ได้เปิดตัวสินค้าและแคมเปญต่าง ๆ ที่ตอกย้ำด้านความยั่งยืน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีมาโดยตลอด เนื่องจากปัจจุบันเป็นหนึ่งในเทรนด์ของการเลือกสินค้าหรือ Core Value ของผู้บริโภคที่คาดหวังจากแบรนด์</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17592 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/3-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“จากเทรนด์ดังกล่าว รวมกับพันธกิจหลักของ MUJI ในการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนที่ยึดถือ และพิสูจน์มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด MUJI ได้นำ <strong>“เส้นใยกัญชง” (</strong><strong>Hemp) </strong>มาใช้เป็นวัสดุหลักในคอลเลคชันนี้ และจะเป็นอีกหนึ่งวัสดุหลักในการผลิตสินค้าเครื่องกาย MUJI โดยถือเป็นวัสดุทางเลือกเพื่อความยั่งยืน เพราะกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำสะท้อนคุณค่าการผลิตอย่างยั่งยืน เนื่องจากเส้นใยป่านเป็นผลผลิตจากพืชกัญชงที่มีวงจรการเพาะปลูกสั้น และเจริญเติบโตได้ดีโดยไม่ต้องใช้การดูแลมากเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่น ๆ เมื่อเริ่มเพาะปลูกจะใช้เวลาเพียงประมาณ 100 วันหรือประมาณ 3 เดือน ให้เจริญเติบโตเต็มวัย มีขนาดของลำต้นสูงได้มากสุดถึง 3 เมตร  ก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เลย นอกจากนี้ ในการดูแลถือว่าใช้ทรัพยากรน้อยกว่า เมื่อเทียบกับเส้นใยวัสดุที่ทำจากผลผลิตของพืชชนิดอื่น ๆ และใช้น้ำในการเพาะปลูกน้อยกว่า รวมถึงไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีเร่งก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งมีความคงทนต่อสภาพอากาศและโรคทางการเกษตร และอายุวงจรของพืชมีระยะสั้นเพียง 1 ปี จึงทำให้สามารถเพาะปลูกใหม่ในพื้นที่เดิมได้ โดยไม่ทำลายพื้นที่ป่าหรือสิ่งแวดล้อมโดยรวม และยังเป็นพืชที่ช่วยบำรุงหน้าดิน สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นดินอีกด้วย” นายคาโมการิ กล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-17594 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/7-1.jpg" alt="" width="1000" height="1000" /></p>
<p>นอกจากนี้ คุณสมบัติตามธรรมชาติของเส้นใยกัญชงเหมาะสำหรับการนำมาเป็นวัสดุในการผลิตสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย โดยเฉพาะการสวมใส่ในประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น เนื่องจากเป็นเส้นใยที่ถึงแม้ว่าจะมีความคงทนในการใช้งาน แต่มีสัมผัสที่นุ่มเบา ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี รวมถึงมีคุณสมบัติตามธรรมชาติในการช่วยปกป้องรังสียูวี ดังนั้นเมื่อนำเส้นใยป่านมาผลิตเป็นสิ่งทอเครื่องแต่งกาย จึงช่วยปกป้องสีของเนื้อผ้าที่อาจจะจางลงจากแสงแดด ด้วยเหตุดังกล่าว ในฤดูกาล Spring/Summer นี้ MUJI จึงได้เปิดตัว  <strong>MUJI HEMP Collection</strong> เครื่องแต่งกายคอลเลคชันใหม่ล่าสุดจากเส้นใยป่าน หรือใยกัญชง นับว่าเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์บนเส้นทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ MUJI</p>
<p><strong>MUJI HEMP Collection</strong> เครื่องแต่งกายคอลเลคชันใหม่ล่าสุดจากเส้นใยกัญชง ออกแบบภายใต้แนวคิด Cool, Soft to the skin, Natural Fabric for sustainability โดดเด่นด้วยคุณสมบัติพิเศษของใยกัญชง ที่สวมใส่เย็นสบาย ระบายอากาศได้ดี และเนื้อผ้าแห้งเร็ว เหมาะสำหรับฤดูร้อน รวมถึงสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ผสานกับดีไซน์ซิกเนเจอร์สไตล์ MUJI ที่มีความเรียบแต่สุภาพ นำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย สวมใส่ได้ทุกโอกาส เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนไทย และคนเมืองวัยทำงานที่สามารถสวมใส่เป็นชุดทำงานหรือใส่ออกไปทำกิจกรรมอื่นๆ นอกบ้านได้คล่องตัว คอลเลคชันเครื่องแต่งกายออกแบบมาในโทนสีดีไซน์แบบร่วมสมัย และไทม์เลส (Timeless) ผลิตด้วยวัสดุเส้นใยมีคุณสมบัติที่ทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จึงทำให้เป็นคอลเลคชันที่สามารถหยิบมาสวมใส่ได้ตลอดบ่อยครั้ง ซึ่งนับว่าช่วยลดปัญหาขยะจากเครื่องแต่งกายได้อีกด้วย โดย <strong>MUJI HEMP Collection </strong>ประกอบไปด้วยหลากหลายดีไซน์  ทั้งเครื่องแต่งกายผู้หญิง อาทิ เสื้อเชิ้ตทูนิคเสื้อเบลาส์ เดรส กางเกงขายาวและขาสั้น และกระโปรง เครื่องแต่งกายผู้ชาย อาทิ เสื้อแจ็คเก็ต กางเกงขายาวและขาสั้น และเสื้อเชิ๊ตทรงเบสิค หลายสีสัน อีกทั้งยังมีสินค้าสำหรับเด็กอีกด้วย (ตรวจสอบสินค้าได้ ณ จุดขาย)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-17593 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/4.jpg" alt="" width="1200" height="554" /></p>
<p>สัมผัสการสวมใส่เสื้อผ้าเย็นสบาย สัมผัสบางเบา แห้งไว จาก <strong>MUJI HEMP Collection</strong> ทางเลือกใหม่ของแฟชั่น ถักทอจากเส้นใยที่ยั่งยืน วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ร้าน MUJI ทุกสาขาทั่วประเทศ ดูรายละเอียด Facebook: MUJI Thailand และ Instagram: MUJI_Thailand / LINE Official Account : @MUJIThailand</p>
<p>@MUJI_THAILAND #MUJI #MUJIThailand #มูจิ # MUJIHEMP #MUJIHempCollection</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/muji-launch-hemp-collection-materail-of-future/">มูจิ ประเทศไทย ชูทางเลือกแฟชั่นยั่งยืน เปิดตัวคอลเลคชันเส้นใยกัญชง ​ใช้ทรัพยากรน้อยลง พร้อมย้ำความ minimalist ช่วยลดขยะแฟชั่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ESG เปิดไร่กัญชงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ผู้ผลิตสารสกัดกัญชงเกรดยา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/10/esg-hemp-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Oct 2021 06:07:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AIS “เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย”]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[hemp]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กัญชง]]></category>
		<category><![CDATA[กัญชา]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสักดจากกัญชง]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อีสเทิร์น สเปคตรัม กรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10052</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากประสบความสำเร็จกับการบรรลุ 2 เป้าหมายสำคัญในเดือนกันยายนที่ผ่านมา อีสเทิร์น สเปครตัรม กรุ๊ป (ESG) กำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางเพื่อการเป็นผู้นำด้านการเพาะปลูกพืชกัญชงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและผู้ผลิตสารสกัดจากกัญชงเกรดยารายแรกในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา ESG ได้ให้การต้อนรับข้าราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ตำรวจ และผู้ตรวจสอบดูแลความปลอดภัยสาธารณะ เพื่อเข้าตรวจสอบความพร้อมของไร่กัญชงในจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีการปลูกกัญชาหลากหลายสายพันธุ์ โดยแบ่งออกเป็น 26 โซน โดยแต่ละโซนมีสายพันธุ์เฉพาะแตกต่างกันไป ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ทั้ง 200 ไร่ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย ให้แน่ใจว่าปัจจุบันทั้งโรงงานได้ปฏิบัติตามขั้นตอนปฏิบัติมาตรฐานตามกฎระเบียบที่จำเป็นอย่างเคร่งครัด หลังจากการตรวจสอบของหน่วยราชการภายในจังหวัดเสร็จสิ้น ทำให้บริษัทผ่านเกณฑ์การตรวจสอบด้านกฎระเบียบระดับแรกเป็นที่เรียบร้อย ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ ESG ก้าวเข้าสู่เป้าหมายต่อไปเพื่อการเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนเจ้าแรกๆ ที่สามารถเพาะปลูกพืชกัญชงในประเทศไทย และยังเป็นผู้เพาะปลูกกัญชงบนพื้นที่กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วย นอกจากนี้ แผนโรงงานสกัดของ ESG ยังได้รับการอนุมัติจากกองควบคุมยา ซึ่งการอนุมัตินี้ถือเป็นการยอมรับในการออกแบบโรงงานของ ESG ว่าเป็นไปตามมาตรฐาน PIC/S GMP และเมื่อการก่อสร้างโรงงานเสร็จสิ้น จะทำให้ ESG สามารถผลิตยาได้ทั้งแบบแผนโบราณและแผนปัจจุบัน ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ และสารสกัดเชิงพาณิชย์อื่นๆ อีกด้วย การได้รับการอนุมัติแผนโรงงานตามการรับรอง PIC/S [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/10/esg-hemp-thailand/">ESG เปิดไร่กัญชงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ผู้ผลิตสารสกัดกัญชงเกรดยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">หลังจากประสบความสำเร็จกับการบรรลุ 2 เป้าหมายสำคัญในเดือนกันยายนที่ผ่านมา อีสเทิร์น สเปครตัรม กรุ๊ป (ESG) กำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางเพื่อการเป็นผู้นำด้านการเพาะปลูกพืชกัญชงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและผู้ผลิตสารสกัดจากกัญชงเกรดยารายแรกในราชอาณาจักร</span></h4>
<p><span id="more-10052"></span></p>
<p>เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา ESG ได้ให้การต้อนรับข้าราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ตำรวจ และผู้ตรวจสอบดูแลความปลอดภัยสาธารณะ เพื่อเข้าตรวจสอบความพร้อมของไร่กัญชงในจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีการปลูกกัญชาหลากหลายสายพันธุ์ โดยแบ่งออกเป็น 26 โซน โดยแต่ละโซนมีสายพันธุ์เฉพาะแตกต่างกันไป ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ทั้ง 200 ไร่ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย ให้แน่ใจว่าปัจจุบันทั้งโรงงานได้ปฏิบัติตามขั้นตอนปฏิบัติมาตรฐานตามกฎระเบียบที่จำเป็นอย่างเคร่งครัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10053 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/2-3.jpg" alt="" width="543" height="345" /></p>
<p>หลังจากการตรวจสอบของหน่วยราชการภายในจังหวัดเสร็จสิ้น ทำให้บริษัทผ่านเกณฑ์การตรวจสอบด้านกฎระเบียบระดับแรกเป็นที่เรียบร้อย ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ ESG ก้าวเข้าสู่เป้าหมายต่อไปเพื่อการเป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนเจ้าแรกๆ ที่สามารถเพาะปลูกพืชกัญชงในประเทศไทย และยังเป็นผู้เพาะปลูกกัญชงบนพื้นที่กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ แผนโรงงานสกัดของ ESG ยังได้รับการอนุมัติจากกองควบคุมยา ซึ่งการอนุมัตินี้ถือเป็นการยอมรับในการออกแบบโรงงานของ ESG ว่าเป็นไปตามมาตรฐาน PIC/S GMP และเมื่อการก่อสร้างโรงงานเสร็จสิ้น จะทำให้ ESG สามารถผลิตยาได้ทั้งแบบแผนโบราณและแผนปัจจุบัน ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ และสารสกัดเชิงพาณิชย์อื่นๆ อีกด้วย</p>
<p>การได้รับการอนุมัติแผนโรงงานตามการรับรอง PIC/S GMP ได้ทำให้ ESG เป็นหนึ่งในผู้ผลิตสารสกัดจากกัญชาเกรดยาเพียงไม่กี่รายของประเทศ ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้ ESG สามารถดำเนินบทบาทต่อไปในฐานะผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมกัญชงและกัญชาไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10054 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/1-3.jpg" alt="" width="557" height="347" /></p>
<p>“ท่ามกลางความคลุมเครือเกี่ยวกับการค้าและอนาคตของอุตสาหกรรม เราได้ตอกย้ำถึงบทบาทของเราในฐานะคู่แข่งคนสำคัญในการจัดหาสารสกัดที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง ขนาดการผลิตของเรา และเมื่อเราได้รับตรารับรองจากรัฐบาลจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าของเราว่า ESG สามารถตอบสนองความต้องการด้านการผลิตของพวกเขาได้แน่นอน” ธนิสร บุญสูง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์น สเปคตรัม กรุ๊ป จำกัด กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/10/esg-hemp-thailand/">ESG เปิดไร่กัญชงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ผู้ผลิตสารสกัดกัญชงเกรดยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี-ซีพีเอฟ-แม่โจ้ จับมือวิจัย “กัญชง” ตอบโจทย์อาหารปลอดภัยสู่ &#8220;ครัวของโลก&#8221; ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/03/cp-cpf-maejo-university-cooperate-hemp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 03:40:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[hemp]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กัญชง]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวของโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีสนใจกัญชง]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกษาวิจัยกัญชง]]></category>
		<category><![CDATA[แม่โจ้วิจัยกัญชง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9082</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่าน เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธาน ในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการและความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชกัญชง ระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์กับม.แม่โจ้ มั่นใจจะค้นพบสายพันธุ์ใหม่กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่สร้างประโยชน์ต่อเกษตรกร ต่อผู้บริโภค และต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกษตรกร ตลอดจนสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้ประชาชน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพีเอฟ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสกัดกัญชงอันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคและนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นทาง ทั้งสายพันธุ์ แหล่งเพาะปลูก และวิธีการปลูก ตอบโจทย์อาหารปลอดภัยสู่ &#8220;ครัวของโลก&#8221;ได้อย่างยั่งยืน โดยจะทำการวิจัยระบบมาตรฐานในการเพาะปลูก รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า รศ.ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ระบุว่า ความร่วมมือวิจัยพัฒนาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งในวงการการศึกษาของประเทศไทย ด้วยความชำนาญของทั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และความพร้อมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มีหน่วยงานด้านพืชครบวงจรเข้ามาร่วมกันพัฒนา ขณะเดียวกันก็มีหน่วยงาน RD Center ของซีพีเอฟซึ่งมีความพร้อมในการวิจัยพัฒนาอาหาร ช่วยต่อยอดห่วงโซ่คุณค่าให้ครบถ้วน อันจะเป็นส่วนสำคัญในการรองรับผลผลิตของเกษตรกรด้วย “ม.แม่โจ้ ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกัญชงและกัญชา มาตั้งแต่ปี 2554 และมีความเชี่ยวชาญในการปลูกด้วยวิธีอินทรีย์ ปัจจุบันงานวิจัยพัฒนาพืชกัญชงและกัญชากำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก แต่ไม่มีความร่วมมือใดที่จะครบถ้วนรอบด้านและมีความพร้อมเท่ากับความร่วมมือครั้งนี้ ผมมั่นใจว่าเราจะค้นพบสายพันธุ์ที่ดี มีเทคนิควิธีการปลูกที่ดี และใช้ประโยชน์จากพืชกัญชงได้อย่างมีประสิทธิภาพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/03/cp-cpf-maejo-university-cooperate-hemp/">ซีพี-ซีพีเอฟ-แม่โจ้ จับมือวิจัย “กัญชง” ตอบโจทย์อาหารปลอดภัยสู่ &#8220;ครัวของโลก&#8221; ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่าน เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธาน ในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการและความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชกัญชง ระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์กับม.แม่โจ้ มั่นใจจะค้นพบสายพันธุ์ใหม่กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่สร้างประโยชน์ต่อเกษตรกร ต่อผู้บริโภค และต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ</span></h4>
<p><span id="more-9082"></span></p>
<p>ทั้งนี้ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกษตรกร ตลอดจนสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้ประชาชน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซีพีเอฟ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งสารสกัดกัญชงอันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคและนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นทาง ทั้งสายพันธุ์ แหล่งเพาะปลูก และวิธีการปลูก ตอบโจทย์อาหารปลอดภัยสู่ &#8220;ครัวของโลก&#8221;ได้อย่างยั่งยืน โดยจะทำการวิจัยระบบมาตรฐานในการเพาะปลูก รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9083 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/CP-1.jpg" alt="" width="586" height="322" /></p>
<p><strong>รศ.ดร.วีระพล ทองมา</strong> อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ระบุว่า ความร่วมมือวิจัยพัฒนาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งในวงการการศึกษาของประเทศไทย ด้วยความชำนาญของทั้งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และความพร้อมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มีหน่วยงานด้านพืชครบวงจรเข้ามาร่วมกันพัฒนา ขณะเดียวกันก็มีหน่วยงาน RD Center ของซีพีเอฟซึ่งมีความพร้อมในการวิจัยพัฒนาอาหาร ช่วยต่อยอดห่วงโซ่คุณค่าให้ครบถ้วน อันจะเป็นส่วนสำคัญในการรองรับผลผลิตของเกษตรกรด้วย</p>
<p>“ม.แม่โจ้ ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกัญชงและกัญชา มาตั้งแต่ปี 2554 และมีความเชี่ยวชาญในการปลูกด้วยวิธีอินทรีย์ ปัจจุบันงานวิจัยพัฒนาพืชกัญชงและกัญชากำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก แต่ไม่มีความร่วมมือใดที่จะครบถ้วนรอบด้านและมีความพร้อมเท่ากับความร่วมมือครั้งนี้ ผมมั่นใจว่าเราจะค้นพบสายพันธุ์ที่ดี มีเทคนิควิธีการปลูกที่ดี และใช้ประโยชน์จากพืชกัญชงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนตอบสนองการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างเพียงพอ สร้างประโยชน์ต่อเกษตรกร ต่อผู้บริโภค และต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ” รศ.ดร.วีระพล กล่าว</p>
<p>ด้าน<strong>ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ</strong> ประธานคณะผู้บริหาร CPF กล่าวว่า ซีพีเอฟตอบสนองนโยบายรัฐ และให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นอันดับหนึ่ง โดย CPF RD Center จะสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารที่เติมสารสำคัญจากพืชกัญชง ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงสายพันธุ์และแหล่งเพาะปลูก เพื่อตอบโจทย์สุขภาพและความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภค</p>
<p>&#8220;การวิจัยพัฒนาพืชกัญชงเป็นเรื่องท้าทาย ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายและปลอดภัยต่อผู้บริโภค เมื่อได้ร่วมมือกับ ม.แม่โจ้ ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เชื่อว่าจะสามารถผลิตพืชกัญชงคุณภาพ ในปริมาณที่มากพอสำหรับการผลิตอาหารของซีพีเอฟ โดยอาหารสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากกัญชงซึ่งเป็นสารที่ดีต่อสุขภาพจะออกสู่ตลาดได้ภายในปีนี้ ขึ้นอยู่กับการประกาศของภาครัฐ” ประสิทธิ์กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9084 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/03/CP-3.jpg" alt="" width="578" height="385" /></p>
<p>ทั้งนี้ พืชกัญชง เป็นพืชที่มีคุณค่าของสารสำคัญมากมาย อาทิ CBD ที่งานวิจัยในต่างประเทศพบว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน ทั้งระบบประสาทและสมอง ระบบหัวใจ นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มเทอร์ปีนที่ช่วยผ่อนคลาย และสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ส่วนเมล็ดของพืชกัญชง มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก เป็นแหล่งโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายครบถ้วน รวมถึง มีไขมันโอเมก้า 3,6,9 ซึ่งดีต่อร่างกาย นอกจากนี้กากเมล็ดกัญชงยังนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ได้อีกด้วย</p>
<p>ความมหัศจรรย์ของกัญชงคือ เป็นพืชที่ดูดซึมสารอาหารจากดินได้ทั้งหมด ดังนั้นการควบคุมและระบบการจัดการเป็นเรื่องสำคัญ นอกเหนือจากสายพันธุ์ที่ต้องวิจัยและพัฒนามาอย่างดีเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อให้ได้กัญชงที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่การผลิตอาหาร</p>
<p>สำหรับความร่วมมือในการวิจัยพัฒนากัญชงอย่างครบวงจรตั้งแต่สายพันธุ์ การเพาะปลูก ไปจนถึงการแปรรูปเป็นอาหารนี้ จะสร้างประโยชน์ให้เกษตรกรมีสายพันธุ์และเทคนิควิธีดูแลพืชอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการในวิถีอินทรีย์ และนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นอาหารสำเร็จรูป จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อห่วงโซ่การผลิตทั้งระบบเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของประเทศ ตอบโจทย์อาหารสุขภาพ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ &#8220;ครัวของโลก&#8221; ได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/03/cp-cpf-maejo-university-cooperate-hemp/">ซีพี-ซีพีเอฟ-แม่โจ้ จับมือวิจัย “กัญชง” ตอบโจทย์อาหารปลอดภัยสู่ &#8220;ครัวของโลก&#8221; ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
