<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>HKRITA &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/hkrita/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 18 Oct 2022 14:38:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>HKRITA &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>H&#038;M ร่วมกับนักวิจัยฮ่องกง นำร่องพัฒนาผ้ากันเปื้อนดักจับ CO2 หวังใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเพื่อลดคาร์บอนฟุ้ตพริ้นท์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/hm-hkrita-success-aprons-low-cost-carbon-capture/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Oct 2022 14:29:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture]]></category>
		<category><![CDATA[CO2]]></category>
		<category><![CDATA[Edwin Keh]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[H&M]]></category>
		<category><![CDATA[HKRITA]]></category>
		<category><![CDATA[R&D]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดักจับคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[นำร่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้ากันเปื้อนดักจับ CO2]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาสต์แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15141</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากถูกวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้แบรนด์เสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นอย่าง H&#38;M ต้องตกอยู่ภายใต้ความกดดันในการหาวิธีแก้ไขปัญหาคาร์บอนฟุ้ตพริ้นท์ที่มีมหาศาลของแบรนด์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสินค้าประเภทเครื่องนุ่งห่มมากขึ้น  เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เมื่อไม่นานมานี้ H&#38;M ได้จับมือกับสถาบันวิจัยด้านเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มในฮ่องกงอย่าง The Hong Kong Research of Textiles and Apparel (HKRITA) ในการพัฒนาวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติในการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อนำมาผลิตเป็นผ้ากันเปื้อนดักจับคาร์บอนในโครงการนำร่อง โดยทีมนักวิจัยได้พัฒนากระบวนการทางเคมีในรูปแบบสารละลายเอมีน ที่ใช้สำหรับรักษาสภาพของผ้าฝ้าย เส้นใย เส้นด้าย หรือ เนื้อผ้า ส่งผลให้วัตถุดิบดังกล่าวเกิดปฏิกิริยาดึงคาร์บอนไดออกไซด์เข้ามาใช้ ทำให้สามารถเกิดการดักจับคาร์บอนและกักเก็บไว้ที่พื้นผิวผ้าได้ กระบวนการดังกล่าว นักวิจัยได้รับแรงบันดาลใจจากเทคนิคที่ใช้ในปล่องควันในโรงงานพลังงานถ่านหินเพื่อจำกัดการปล่อยคาร์บอนออกสู่ภายนอกนั่นเอง จากการทดลองของนักวิจัย พบว่า ผ้ากันเปื้อน 1 ผืน สามารถดักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นไม้สามารถดูดซับได้ต่อวัน โดย Edwin Keh ซีอีโอ ของ HKRITA กล่าวว่า “ความสามารถในการดักจับคาร์บอนของผ้ากันเปื้อนนั้นอาจจะไม่สูงมากนัก แต่ค่าใช้จ่ายในการผลิตไม่แพง และการผลิตก็ค่อนข้างง่าย ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในส่วนอื่นๆ ได้อีกมากมายด้วย” ทั้งนี้ ผ้ากันเปื้อนดักจับคาร์บอนดังกล่าวถูกนำไปทดลองใช้กับร้านอาหารในกรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน โดยหลังการใช้งาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/hm-hkrita-success-aprons-low-cost-carbon-capture/">H&#038;M ร่วมกับนักวิจัยฮ่องกง นำร่องพัฒนาผ้ากันเปื้อนดักจับ CO2 หวังใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเพื่อลดคาร์บอนฟุ้ตพริ้นท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากถูกวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้แบรนด์เสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นอย่าง H&amp;M ต้องตกอยู่ภายใต้ความกดดันในการหาวิธีแก้ไขปัญหาคาร์บอนฟุ้ตพริ้นท์ที่มีมหาศาลของแบรนด์ </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสินค้าประเภทเครื่องนุ่งห่มมากขึ้น </span></p>
<p><span id="more-15141"></span></p>
<p>เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เมื่อไม่นานมานี้ H&amp;M ได้จับมือกับสถาบันวิจัยด้านเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มในฮ่องกงอย่าง <strong>The Hong Kong Research of Textiles and Apparel (HKRITA)</strong> ในการพัฒนาวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติในการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อนำมาผลิตเป็นผ้ากันเปื้อนดักจับคาร์บอนในโครงการนำร่อง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทีมนักวิจัยได้พัฒนากระบวนการทางเคมีในรูปแบบสารละลายเอมีน ที่ใช้สำหรับรักษาสภาพของผ้าฝ้าย เส้นใย เส้นด้าย หรือ เนื้อผ้า ส่งผลให้วัตถุดิบดังกล่าวเกิดปฏิกิริยาดึงคาร์บอนไดออกไซด์เข้ามาใช้ ทำให้สามารถเกิดการดักจับคาร์บอนและกักเก็บไว้ที่พื้นผิวผ้าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการดังกล่าว นักวิจัยได้รับแรงบันดาลใจจากเทคนิคที่ใช้ในปล่องควันในโรงงานพลังงานถ่านหินเพื่อจำกัดการปล่อยคาร์บอนออกสู่ภายนอกนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการทดลองของนักวิจัย พบว่า ผ้ากันเปื้อน 1 ผืน สามารถดักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้นไม้สามารถดูดซับได้ต่อวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย<strong> Edwin Keh</strong> ซีอีโอ ของ HKRITA กล่าวว่า “ความสามารถในการดักจับคาร์บอนของผ้ากันเปื้อนนั้นอาจจะไม่สูงมากนัก แต่ค่าใช้จ่ายในการผลิตไม่แพง และการผลิตก็ค่อนข้างง่าย ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในส่วนอื่นๆ ได้อีกมากมายด้วย”</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15154 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/Apron-HM1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ผ้ากันเปื้อนดักจับคาร์บอนดังกล่าวถูกนำไปทดลองใช้กับร้านอาหารในกรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน โดยหลังการใช้งาน อุณหภูมิผ้ากันเปื้อนจะสูงถึง 30-40 องศาเซลเซียส ซึ่งที่ความร้อนขนาดนี้ ผ้ากันเปื้อนจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่กักเก็บไว้ โดยคาร์บอนเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงพืชในเรือนเพาะชำของร้านอาหารต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย <strong>H&amp;M</strong> อ้างว่า นวัตกรรมดังกล่าวสามารถเป็น game-changer ที่มีศักยภาพในการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี โปรเจ็คดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยนักวิจัยยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีการดูดซับคาร์บอนด้วยวัตถุดิบชนิดอื่นๆ พร้อมกับหาวิธีในการใช้ประโยชน์หรือกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ที่กักเก็บมาได้ต่อไป</span></p>
<p><a href="https://www.reuters.com/business/sustainable-business/hm-backed-project-pilots-co2-capturing-aprons-stockholm-restaurant-2022-05-20/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.euronews.com/green/2022/06/06/these-aprons-can-absorb-co2-just-by-people-wearing-them" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/hm-hkrita-success-aprons-low-cost-carbon-capture/">H&#038;M ร่วมกับนักวิจัยฮ่องกง นำร่องพัฒนาผ้ากันเปื้อนดักจับ CO2 หวังใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเพื่อลดคาร์บอนฟุ้ตพริ้นท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
