<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Hospitality &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/hospitality/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jan 2026 13:35:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Hospitality &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เซ็นทารา ชูมาตรฐาน &#8216;โรงแรมยั่งยืน&#8217; ​ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ย้ำผู้นำ &#8216;ท่องเที่ยวยั่งยืน&#8217; พร้อมวาง 3 พันธกิจ เร่งลดความเข้มข้นคาร์บอนต่อห้อง 40% ภายในปี 2029</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/centara-pathway-to-the-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 12:31:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[Centara Sustainability Blueprint]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39688</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;เซ็นทารา&#8217; บรรลุความก้าวหน้าด้าน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ตามเป้าหมาย โดยโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม  42 แห่ง ผ่านการรับรองมาตรฐาน GSTC จากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกได้แล้ว พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เผยความสำเร็จในการขับเคลื่อนความยั่งยืนตามกรอบ ESG  ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance &#8211; ESG) ได้ครบทุกมิติ พร้อมเดินหน้า​​ 3 พันธกิจ ทั้งการลดก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการจัดการด้านการเงินเพื่อการลงทุนในการปรับตัวต่อปัญหาสภาพอากาศ เพื่อขับเคลื่อนสู่ Next Milestone ทั้งการลดความเข้มข้นในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อห้องลง 40% ภายในปี 2029 และเป้าหมายใหญ่ในการบรรลุ Net Zero 2050 ​​เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน คุณธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า เซ็นทารามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ในการให้บริการแบบไทยที่ผสานนวัตกรรม ความอบอุ่นแบบครอบครัว และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วยกันอย่างสมดุล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/centara-pathway-to-the-future/">เซ็นทารา ชูมาตรฐาน &#8216;โรงแรมยั่งยืน&#8217; ​ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ย้ำผู้นำ &#8216;ท่องเที่ยวยั่งยืน&#8217; พร้อมวาง 3 พันธกิจ เร่งลดความเข้มข้นคาร์บอนต่อห้อง 40% ภายในปี 2029</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;เซ็นทารา&#8217; บรรลุความก้าวหน้าด้าน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ตามเป้าหมาย </strong>โดยโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม  42 แห่ง ผ่านการรับรองมาตรฐาน GSTC จากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกได้แล้ว พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-39688"></span></p>
<p><a href="https://www.centarahotelsresorts.com/th/" target="_blank" rel="noopener"><strong>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</strong></a> เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เผยความสำเร็จในการขับเคลื่อนความยั่งยืนตามกรอบ ESG  ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance &#8211; ESG) ได้ครบทุกมิติ พร้อมเดินหน้า​​ <strong><em>3 พันธกิจ ทั้งการลดก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการจัดการด้านการเงินเพื่อการลงทุนในการปรับตัวต่อปัญหาสภาพอากาศ เพื่อขับเคลื่อนสู่ Next Milestone ทั้งการลดความเข้มข้นในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อห้องลง 40% ภายในปี 2029 และเป้าหมายใหญ่ในการบรรลุ Net Zero 2050</em> ​​</strong>เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39697 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-Centara1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า เซ็นทารามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ในการให้บริการแบบไทยที่ผสานนวัตกรรม ความอบอุ่นแบบครอบครัว และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนตามกรอบ ESG ที่คำนึงถึงผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยวางแนวทางขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ &#8216;<strong>C-E-N-T-A-R-A Sustainability Blueprint</strong> &#8216; ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเซ็นทารา และ​ใช้ในการกำหนดทิศทางและพัฒนาหลักปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรในระยะยาว ประกอบไปด้วย</p>
<p>&#8211; C : Climate Resilience &amp; Action</p>
<p>&#8211; E : Elevated Stakeholder Engagement</p>
<p>&#8211; N : Nurture of Nature &amp; Local Culture</p>
<p>&#8211; T : Trust, Transparency &amp; Good Governance</p>
<p>&#8211; A : Agile Organization Development</p>
<p>&#8211; R : Risk &amp; Crisis Management</p>
<p>&#8211; A : Acceleration of Innovation &amp; Sustainable Finance</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39689 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Centara.jpg" alt="" width="920" height="416" /></p>
<p><strong>Pathway to the Future</strong></p>
<p>ตลอดเส้นทางการขับเคลื่อนความยั่งยืน​อย่างจริงจังมาเกือบ 20 ปี ทั้งการนำมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับโลก มาใช้เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนตั้งแต่ปี 2009 โดย <strong>&#8216;เซ็นทารา&#8217;</strong> สามารถบรรลุ Milestones สำคัญอย่างต่อเนื่อง ​ตอกย้ำความมุ่งมั่น​ในการดำเนินงาน​ตามโรดแม็พ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น <strong>Green Hotel ​</strong>ที่สามารถยกระดับ​​การให้บริการควบคู่ไปกับการดำเนินงานอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานระดับสากล</p>
<p><strong>&#8211; ปี 2009 : </strong> เซ็นทาราริเริ่มการนำระบบบริหารจัดการตามมาตรฐาน EarthCheck มาใช้ เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล</p>
<p>&#8211;<strong> ปี 2014 :</strong> โรงแรมในเครือต่างๆ ได้เริ่มเข้าร่วมการรับรองมาตรฐานของประเทศไทย ในด้านโครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39693 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__154116367.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ปี 2016 :</strong> เซ็นทาราได้จัดตั้งโครงการ <strong>My Green Day</strong> เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของแขกผู้เข้าพักในการไม่เปลี่ยนผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอน รวมถึงการไม่ทำความสะอาดห้องพัก เพื่อลดการใช้น้ำและสารเคมี อีกทั้งยังช่วยสร้างความตระหนักรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้แก่แขกผู้เข้าพัก</p>
<p><strong>&#8211; ปี 2018 :</strong> เซ็นทาราลดและยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use plastic) ในพื้นที่ให้บริการลูกค้า โดยมีการยกเลิกการใช้หลอดพลาสติก และเปลี่ยนเป็นหลอดที่ทำจากพืช รวมถึงการยกเลิกการใช้ถุงซักผ้าพลาสติก และเปลี่ยนเป็นวัสดุแบบใช้ซ้ำได้ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สำหรับของใช้ส่วนตัวภายในห้องพักเป็นแบบรีฟิลเพื่อลดการใช้บรรจุภัณพ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง</p>
<p><strong>&#8211; ปี 2019 :</strong> จัดทำโครงการ<strong> O.P. Fish (Plastic Only, Please)</strong> เพื่อสะท้อนปัญหาขยะพลาสติก โดย P.O.P Fish จะถูกจัดวางในพื้นที่ส่วนกลางหรือบริเวณชายหาดของโรงแรม เพื่อให้แขกผู้เข้าพักสามารถนำขยะพลาสติกไปหย่อนได้ ซึ่งทางโรงแรมจะรวบรวมและนำส่งไปรีไซเคิล เพื่อเป็นการลดจำนวนขยะพลาสติก และแปรรูปขยะพลาสติกให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39690 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__154116366.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ปี 2021 :</strong> มาตรฐานความยั่งยืนของธุรกิจโรงแรม ภายใต้ชื่อ Centara EarthCare ได้รับการรับรองมาตรฐาน GSTC-Recognized จากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) สะท้อนถึงแนวทางปฏิบัติและกรอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ Centara EarthCare ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล</p>
<p>&#8211;<strong> ปี 2025 :</strong>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราผ่านการรับรองมาตรฐาน GSTC ครบทั้ง 42 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามเป้าหมายของเซ็นทารา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39694 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__154116369.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ สามารถแยกการดำเนินงานตามกรอบ ESG Framework โดยมีรายละเอียดในแต่ละมิติได้ ดังต่อไปนี้​</p>
<p><strong><u>มิติด้านสิ่งแวดล้อม </u></strong><strong><u>(Environment)</u></strong></p>
<p>เซ็นทารามุ่งมั่นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ อันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สำคัญในระยะยาว ดังนี้</p>
<p><strong>1. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong></p>
<p><strong>&#8211; เซ็นทาราประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% ภายในปี 2029 เทียบปีฐาน 2019</strong></p>
<p>ปัจจุบันปล่อยก๊าซเรือนกระจก 31.53 kgCO2e ต่อห้องพัก (GHG Intensity) ที่มีการใช้งานลดลงได้แล้วกว่า 35% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมโรงแรมในไทยตาม Cornell Hotel Sustainability Benchmarking (CHSB) Index ถึง 51.94%</p>
<p>ทั้งนี้ เซ็นทาราตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 (Net Zero 2050) โดยได้กำหนด 3   พันธกิจหลักในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ดังนี้</p>
<p>&#8211; ลดความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก​ (GHG Intensity) ต่อห้องพักที่มีการใช้งานลง 40% ให้ได้ ภายในปี 2029</p>
<p>&#8211; การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมการใช้วัสดุที่ยั่งยืนและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>&#8211; การบูรณาการด้านการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืน ผ่านจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือสภาพภูมิอากาศ การบรรเทาผลกระทบ และการปรับตัว</p>
<p><strong>2. การ</strong><strong>ขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน</strong></p>
<p>&#8211; ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ (Solar Cell) เสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด 14 โรงแรม ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,970 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 300,000 ต้น</p>
<p>&#8211; ในปี 2025 ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนตุลาคม สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดรวม 4,780 MWh คิดเป็น 4% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด</p>
<p>&#8211; ปรับปรุงระบบประหยัดพลังงาน เช่น Smart Sensor, Energy Management System (EMS), District Cooling และ Building Management System</p>
<p><strong>3. การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>
<p>&#8211; ลดการใช้น้ำได้ 30.08% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือลดการใช้น้ำลง 20% เทียบจากปี 2019</p>
<p>-ในปี 2025 มีการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ในการรดน้ำต้นไม้ภายในโรงแรมรวมกว่า 454,416 ลูกบาศก์เมตร</p>
<p><strong>4. การบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบและลดขยะไปสู่หลุมฝังกลบ</strong></p>
<p>&#8211; ลดขยะไปสู่หลุมฝังกลบได้ 52% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20%เทียบจากปีฐาน 2019</p>
<p>&#8211; อัตรารีไซเคิลเฉลี่ย 85%</p>
<p>&#8211; สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากขยะพลาสติก เช่น กระเป๋าและหมวก Upcycling จากขวด PET รวมกว่า 3,872 กิโลกรัม จาก 4 โรงแรมในจังหวัดกระบี่</p>
<p><em>“ความสำเร็จจากการได้รับการรับรองมาตรฐาน GSTC ครบทุกโรงแรม รวมถึงผลลัพธ์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเซ็นทาราในระยะยาว โดยเราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในมิติต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมาย พร้อมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต”</em> คุณธีระยุทธ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39698 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__154116368.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><u>ด้านสังคมและชุมชน (</u></strong><strong><u>S</u></strong><strong><u>ocial</u></strong><strong><u>)</u></strong></p>
<p>เซ็นทาราเดินหน้าพัฒนาโครงการเพื่อสังคมต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน รวมถึงเสริมสร้างโอกาสทางอาชีพ ผ่านโครงการและนโยบายขององค์กร อาทิ</p>
<p>&#8211; ตั้งแต่ปี 2017 ส่งต่ออาหารส่วนเกินคุณภาพดีสู่ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาความหิวโหยและจัดการปัญหาขยะอาหารในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยร่วมมือกับมูลนิธิ Scholars of Sustenance Thailand (SOS)</p>
<p>&#8211; โครงการ 1 โรงแรม 1 ผลิตภัณฑ์ และ Community Market เพื่อช่วยสนับสนุนสินค้าชุมชนกว่า 6,000 ชิ้น จากผู้ประกอบการท้องถิ่น และจัดสรรพื้นที่รวมกว่า 6,300 ตารางเมตร ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าภายในโรงแรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย</p>
<p>&#8211; เสริมสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่กลุ่มเปราะบาง โดยเซ็นทารามีอัตราการจ้างงานผู้พิการเกินกว่ากฎหมายการจ้างงาน อีกทั้งยังมีการจ้างงานผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน</p>
<p>&#8211; ส่งเสริมการมอบประสบการณ์ทำงานที่ดีสำหรับพนักงานทุกคน The Place to Be &#8211; Best Workplace</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39700 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-centara2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><u>ด้านธรรมาภิบาล (</u></strong><strong><u>Governance</u></strong><strong><u>)</u></strong></p>
<p>เซ็นทารามุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างโปร่งใส รับผิดชอบ และมีจริยธรรม โดยมีหลักการดำเนินงานและหลักปฏิบัติต่างๆ อย่างชัดเจน</p>
<p>&#8211; เซ็นทาราได้รับการประเมินมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนระดับ “ดีเลิศ” (5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย</p>
<p>&#8211; เซ็นทาราเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition &#8211; Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption: CAC) ตั้งแต่ปี 2559 และผ่านการรับรองการต่ออายุการเป็นสมาชิกต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 และ ได้รับรางวัล CAC Change Agent Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในการชักชวนคู่ค้าเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย</p>
<p>&#8211; จัดหาเงินกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan) และออกตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond) รวมไปถึงหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) รวมมูลค่ากว่า 8,786 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย ESG และสนับสนุนการลงทุนโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39692 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-Graphic.jpg" alt="" width="636" height="900" /></p>
<p>“เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจต้องเดินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชนที่เราเป็นส่วนหนึ่ง เราจึงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตขึ้นอย่างสมดุล” คุณธีระยุทธ  กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/centara-pathway-to-the-future/">เซ็นทารา ชูมาตรฐาน &#8216;โรงแรมยั่งยืน&#8217; ​ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ย้ำผู้นำ &#8216;ท่องเที่ยวยั่งยืน&#8217; พร้อมวาง 3 พันธกิจ เร่งลดความเข้มข้นคาร์บอนต่อห้อง 40% ภายในปี 2029</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“SUPPLY 2 HOTEL” การจัดแสดงสินค้าและอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่ออุตสาหกรรมบริการ      </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/supply-2-hotel-and-hospitality/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2025 10:27:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI เพื่ออุตสาหกรรมบริการ]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[SUPPLY 2 HOTEL]]></category>
		<category><![CDATA[ชาฎา โกจารย์ศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.โศภชา เอี่ยมโอภาส]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แบรนด์เด็กซ์ ไดเร็กทอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36486</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเติบโตของเศรษฐกิจจะต้องอาศัยอุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างฐานการผลิตสินค้าและบริการที่ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย  รวมถึงสถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจต่าง ๆ  ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจต้องมีการปรับตัว และปรับเปลี่ยนองค์ประกอบในหลาย ๆ ด้าน เพื่อสร้างให้เกิดกระบวนการผลิตสินค้าและบริการที่ดีได้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากในการสร้างสรรค์ให้เกิดแนวทางใหม่ ๆ ของอุตสาหกรรมต่าง ๆ หากอุตสาหกรรมบริการสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็นส่วนในการช่วยสร้างสรรค์แนวทางการบริหารจัดการและการสื่อสารทางการตลาดในระยะยาวได้ ก็จะสามารถทำให้เกิดการพัฒนาธุรกิจบริการเติบโตไปพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ดังเช่น การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินการในเชิงบริหารจัดการ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมบริการในด้านต่าง ๆ  และเพื่อให้ผลสำเร็จของอุตสาหกรรมบริการได้รับการพัฒนาและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้อย่างยั่งยืน บริษัท แบรนด์เด็กซ์ ไดเร็กทอรี่ จำกัด เป็นหนึ่งองค์กรที่เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและยกระดับภาพลักษณ์ของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ ทั้งนี้ คุณชาฎา โกจารย์ศรี (กรรมการผู้จัดการ) เห็นความจำเป็นของการสร้างภาพลักษณ์และความร่วมมือทางธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ จึงได้จัดงาน “SUPPLY 2 HOTEL” ขึ้นเป็นครั้งแรกในจังหวัดชลบุรี ทั้งนื้เพื่อเป็นการจัดแสดงสินค้าและยกระดับภาพลักษณ์ให้แก่ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ  โดยการจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา มาเป็นประธานเปิดงาน ภายในงานนอกจากจะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจของกลุ่มผู้ประกอบด้านธุรกิจโรงแรมและการบริการ เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องนอน เครื่องดื่ม เครื่องหอม เครื่องออกกำลังกาย เป็นต้นแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/supply-2-hotel-and-hospitality/">“SUPPLY 2 HOTEL” การจัดแสดงสินค้าและอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่ออุตสาหกรรมบริการ      </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเติบโตของเศรษฐกิจจะต้องอาศัยอุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างฐานการผลิตสินค้าและบริการที่ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย  รวมถึงสถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจต่าง ๆ  ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-36486"></span></p>
<p>ทำให้ธุรกิจต้องมีการปรับตัว และปรับเปลี่ยนองค์ประกอบในหลาย ๆ ด้าน เพื่อสร้างให้เกิดกระบวนการผลิตสินค้าและบริการที่ดีได้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากในการสร้างสรรค์ให้เกิดแนวทางใหม่ ๆ ของอุตสาหกรรมต่าง ๆ</p>
<p>หากอุตสาหกรรมบริการสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็นส่วนในการช่วยสร้างสรรค์แนวทางการบริหารจัดการและการสื่อสารทางการตลาดในระยะยาวได้ ก็จะสามารถทำให้เกิดการพัฒนาธุรกิจบริการเติบโตไปพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ดังเช่น การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินการในเชิงบริหารจัดการ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมบริการในด้านต่าง ๆ  และเพื่อให้ผลสำเร็จของอุตสาหกรรมบริการได้รับการพัฒนาและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36493 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Supply-Hotel4.jpg" alt="" width="1200" height="425" /></p>
<p><strong>บริษัท แบรนด์เด็กซ์ ไดเร็กทอรี่ จำกัด</strong> เป็นหนึ่งองค์กรที่เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและยกระดับภาพลักษณ์ของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ ทั้งนี้<strong> คุณชาฎา โกจารย์ศรี</strong> (กรรมการผู้จัดการ) เห็นความจำเป็นของการสร้างภาพลักษณ์และความร่วมมือทางธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ จึงได้จัดงาน “<strong>SUPPLY 2 HOTEL</strong>” ขึ้นเป็นครั้งแรกในจังหวัดชลบุรี ทั้งนื้เพื่อเป็นการจัดแสดงสินค้าและยกระดับภาพลักษณ์ให้แก่ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ  โดยการจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก <strong>คุณปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์</strong> นายกเมืองพัทยา มาเป็นประธานเปิดงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36490 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Supply-Hotel3.jpg" alt="" width="1200" height="1028" /></p>
<p>ภายในงานนอกจากจะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจของกลุ่มผู้ประกอบด้านธุรกิจโรงแรมและการบริการ เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องนอน เครื่องดื่ม เครื่องหอม เครื่องออกกำลังกาย เป็นต้นแล้ว ยังมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “<strong>AI เพื่ออุตสาหกรรมบริการ</strong>” โดยมีอาจารย์ ดร.โศภชา เอี่ยมโอภาส (อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย) เป็นวิทยากรหลัก นับเป็นมิติใหม่แห่งการสร้างสรรค์งานเพื่อธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อต้นเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>เรียบเรียงโดย อาจารย์ ดร.โศภชา เอี่ยมโอภาส</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/supply-2-hotel-and-hospitality/">“SUPPLY 2 HOTEL” การจัดแสดงสินค้าและอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่ออุตสาหกรรมบริการ      </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Why &#038; How ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ Green Hotel รับเทรนด์​ท่องเที่ยว​ยั่งยืนเติบโต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/why-and-how-transform-to-green-hotel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Mar 2025 11:35:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Expedia Group]]></category>
		<category><![CDATA[finbiz by ttb]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Make REAL Change]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Travel Study]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[Why & How]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ที่พัก]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32346</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;ความยั่งยืน&#8217; ​เข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจใน​ปัจจุบัน โดยเฉพาะ​ธุรกิจ​ท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวยุคใหม่​​มองหาและให้ความสำคัญมากกว่าแค่สถานที่ท่องเที่ยวหรือที่พัก​ แต่​​ให้ความสำคัญต่อ​ประสบการณ์ที่ได้รับจากการเดินทาง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ให้ความ​สำคัญเพิ่มมากขึ้น​ต่อเนื่อง รายงานของ Sustainable Travel Study ของ Expedia Group ระบุว่า นักท่องเที่ยวยุคใหม่พร้อม​จ่ายแพงกว่าให้กับบริการ ที่พัก การเดินทาง หรือแบรนด์ท่องเที่ยว ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ​ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน  โดยเฉพาะผู้ให้บริการด้านที่พัก หากบริหารตามแนวทาง โรงแรมสีเขียว หรือ Green Hotel ก็จะเพิ่มโอกาสในการเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น finbiz by ttb ระบุในรายงาน  &#8216;Green Hotel โรงแรมสีเขียว&#8230;ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่&#8217;  ให้คำจำกัดความ &#8216;โรงแรมสีเขียว&#8217; หรือ Green Hotel คือ โรงแรมที่มีการบริหารจัดการ และดำเนินงาน โดยคำนึงถึงความยั่งยืน มีความรับผิดชอบต่อสังคม ​ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร ​มุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงาน การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะ และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่ไปกับการ​รักษาบริการที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานสูงให้แก่ผู้เข้าพัก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความได้เปรียบสำหรับผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/why-and-how-transform-to-green-hotel/">Why &#038; How ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ Green Hotel รับเทรนด์​ท่องเที่ยว​ยั่งยืนเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> ​เข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจใน​ปัจจุบัน โดยเฉพาะ​ธุรกิจ​ท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวยุคใหม่​​มองหาและให้ความสำคัญมากกว่าแค่สถานที่ท่องเที่ยวหรือที่พัก​ แต่​​ให้ความสำคัญต่อ​ประสบการณ์ที่ได้รับจากการเดินทาง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ให้ความ​สำคัญเพิ่มมากขึ้น​ต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-32346"></span></p>
<p><strong>รายงานของ </strong><strong>Sustainable Travel Study </strong><strong>ของ </strong><strong>Expedia Group</strong> ระบุว่า นักท่องเที่ยวยุคใหม่พร้อม​จ่ายแพงกว่าให้กับบริการ ที่พัก การเดินทาง หรือแบรนด์ท่องเที่ยว ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ​ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน  โดยเฉพาะผู้ให้บริการด้านที่พัก หากบริหารตามแนวทาง <strong>โรงแรมสีเขียว หรือ </strong><strong>Green Hotel</strong> ก็จะเพิ่มโอกาสในการเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>finbiz by ttb </strong>ระบุในรายงาน<strong>  &#8216;</strong><strong>Green Hotel </strong><strong>โรงแรมสีเขียว&#8230;ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่&#8217; </strong> ให้คำจำกัดความ &#8216;<strong>โรงแรมสีเขียว&#8217; หรือ </strong><strong>Green Hotel</strong> คือ โรงแรมที่มีการบริหารจัดการ และดำเนินงาน โดยคำนึงถึงความยั่งยืน มีความรับผิดชอบต่อสังคม ​ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร ​มุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงาน การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะ และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่ไปกับการ​รักษาบริการที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานสูงให้แก่ผู้เข้าพัก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความได้เปรียบสำหรับผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม หากสามารถ​ปรับเปลี่ยนธุรกิจให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น ​ขณะเดียวกันหาก​ไม่เร่งปรับเปลี่ยนก็อาจะทำให้เสียโอกาสได้เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32347 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/01_finbiz-by-ttb-แนะธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนสู่-Green-Hotel.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>Why  : ทำไมโรงแรมจึงควรเปลี่ยนมาเป็น </strong><strong>Green Hotel</strong></p>
<p><strong>1. ลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน</strong></p>
<p>เมื่อองค์ประกอบของธุรกิจการเดินทาง ท่องเที่ยว และโรงแรม ส่งผลต่อการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการบริโภคที่มากเกินไป หรือปัญหานักท่องเที่ยวเกินระดับที่เหมาะสม อาจส่งผลให้คนหรือสัตว์สูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการพังทลายของดิน มลภาวะ และการเพิ่มแรงกดดันจนอาจทำให้สัตว์บางประเภทสูญพันธ์ได้ และยังพบว่าธุรกิจโรงแรมมีสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่ระดับ 96  ขณะที่อุตสาหกรรมที่คล้ายคลึงกันมีค่าเฉลี่ยการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่ระดับ 80</p>
<p><strong>2. </strong><strong>นักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน</strong></p>
<p>จากเทรนด์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่เติบโต​  นักท่องเที่ยวจึง​ให้ความสำคัญกับโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่ม​ขึ้นเช่นกัน ธุรกิจโรงแรมจึงจำเป็นตัอง​ปรับตัวและให้ความสำคัญ​ในการตอบโจทย์​ความยั่งยืน และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยพบว่าความกังวลต่อปัญหาสภาพอากาศ ส่งผลให้มีการเลือกพักใน​ Green Hotel เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังมองหาจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยจาก​​สภาพอากาศ​รุนแรง เช่น พายุเฮอริเคน น้ำท่วม และอุณหภูมิที่​สูงขึ้น ​สะท้อนว่า​ ปัจจัยด้าน<strong>ความยั่งยืนมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว เมื่อวางแผนการเดินทาง ​รวมทั้งกิจกรรมที่สามารถทำได้ในจุดหมายปลายทางนั้น</strong></p>
<p><strong>3. </strong><strong>ความยั่งยืนคือผลกำไรของธุรกิจ</strong></p>
<p><strong>เมื่อดีมานด์​การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</strong> ตามผลสำรวจ​ Expedia Group ร่วมกับ Wakefield Research พบว่า 69% ของนักท่องเที่ยวมองหาทริปที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3 ใน 5 ของนักท่องเที่ยว เลือกวิธีเดินทางและที่พักที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่พักทั่วไป ส่งผลให้โรงแรมที่ไม่ปรับตัวสู่การเป็น  Green Hotel มีโอกาส​สูญเสียรายได้ และลูกค้ายุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ส่งผลให้​ความสามารถทางการแข่งขันทางธุรกิจในภาพรวมลดลงด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>How :  </strong><strong>สิ่งที่ธุรกิจต้องรู้เมื่อต้องการยกระดับเป็น </strong><strong>Green Hotel</strong></p>
<p><strong>กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม </strong><strong>หน่วยงานที่เป็นคนกำหนดมาตรฐานของ </strong><strong>Green Hotel</strong> ของประเทศไทย กำหนดเกณฑ์​ประเมินโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไว้ 7 ด้าน ซึ่งอาจใช้เป็น Guideline ให้ผู้ประกอบการ​นำไปปรับตัว เพื่อ​ยกระดับสู่​การเป็นโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  หรือ Green Hotel  ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. นโยบายด้านการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong> เป็นแนวทางการดำเนินงานด้านการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีทั้งผู้บริหาร และพนักงานร่วมดำเนินการ</p>
<p><strong>2. การพัฒนาบุคลากร</strong> เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ ความสามารถและทักษะในการทำงานด้านบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>3. การรณรงค์ ประชาสัมพันธ์</strong> เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และความร่วมมือจากบุคลากรของโรงแรม รวมไปถึงลูกค้าที่มาใช้บริการ</p>
<p><strong>4. มีการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong> โดยคำนึงถึงคุณภาพ ราคา และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต</p>
<p><strong>5. มีการจัดการสิ่งแวดล้อม และพลังงาน</strong> โดยมีการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน รวมถึงมีการจัดการของเสียและมลพิษให้หมดไป หรือไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม</p>
<p><strong>6. การมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่</strong> ด้วยการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>7. การประเมินประสิทธิภาพเพื่อการปรับปรุงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม </strong>เพื่อนำข้อมูลการดำเนินงานด้านการให้บริหารดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงการดำเนินงานต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32348 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/02_finbiz-by-ttb-แนะธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนสู่-Green-Hotel.jpg" alt="" width="1000" height="1000" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีมาตรฐานโรงแรมสีเขียวระดับสากลอีกหลายมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ที่ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถนำไปใช้เพื่อสร้างความแตกต่าง และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนได้   เช่น <strong>มาตรฐาน </strong><strong>LEED </strong><strong>มาตรฐาน </strong><strong>Green Key </strong><strong>มาตรฐาน </strong><strong>Earthcheck </strong><strong>และมาตรฐาน </strong><strong>GSTC </strong>เป็นต้น</p>
<p>ขณะที่การปรับตัวสู่ Green Hotel จำเป็นต้องมีการลงทุนทั้งการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน หรือการปรับเปลี่ยนมาใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือช่วยให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางทีทีบี (TTB) พร้อมเป็นพันธมิตรสนับสนุนลูกค้าธุรกิจโรงแรมในการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Hotel พร้อมบริการโซลูชันสินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ทีทีบี ที่จะช่วยให้โรงแรมประหยัดค่าไฟได้ในระยะยาว เสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/why-and-how-transform-to-green-hotel/">Why &#038; How ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ Green Hotel รับเทรนด์​ท่องเที่ยว​ยั่งยืนเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Feb 2025 09:46:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Changing Traveller Report 2025]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Conscious travel]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Millennials]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[SiteMinder]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Travel Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Traveller]]></category>
		<category><![CDATA[Traveller Report]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[นักเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์​]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31975</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงาน Changing Traveller Report 2025 โดย SiteMinder ​ที่สำรวจนักเดินทางกว่า 12,000 คน ใน 14 ตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี เม็กซิโก สิงคโปร์ สเปน ไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าใจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ จากการวางแผนเดินทางและความต้องการในระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะ​นักท่องเที่ยวกลุ่ม &#8216;Conscious Travellers&#8217; หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทาง โดยพบอินไซต์ที่น่าสนใจ​ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่กำลังมองหาที่พักซึ่งไม่เพียงเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง แต่ยังช่วยให้สามารถ​สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งประเด็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วย  โดยพบประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ต่อไปนี้ &#8211; นักท่องเที่ยวมากกว่าครึ่งคาดว่าจะ &#8216;ใช้เวลาส่วนใหญ่&#8217; หรือ &#8216;ใช้เวลาค่อนข้างมาก&#8217; ในโรงแรมในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 65% ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งผลออกมาสอดคล้องในทิศทางเดียวกันทั้งการเดินทางคนเดียวหรือการเดินทางกับเพื่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/">ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงาน <strong><a href="https://bit.ly/4b1xKGe" target="_blank" rel="noopener">Changing Traveller Report 2025</a> </strong>โดย <strong>SiteMinder</strong> ​ที่สำรวจนักเดินทางกว่า 12,000 คน ใน 14 ตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี เม็กซิโก สิงคโปร์ สเปน ไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา</p>
<p><span id="more-31975"></span></p>
<p>เพื่อเข้าใจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ จากการวางแผนเดินทางและความต้องการในระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะ​นักท่องเที่ยวกลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Travellers&#8217;</strong> หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทาง โดยพบอินไซต์ที่น่าสนใจ​ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่กำลังมองหาที่พักซึ่งไม่เพียงเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง แต่ยังช่วยให้สามารถ​สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งประเด็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วย  โดยพบประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; <em><strong>นักท่องเที่ยวมากกว่าครึ่งคาดว่าจะ &#8216;ใช้เวลาส่วนใหญ่&#8217; หรือ &#8216;ใช้เวลาค่อนข้างมาก&#8217; ในโรงแรมในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.5%</strong> </em>เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 65% ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งผลออกมาสอดคล้องในทิศทางเดียวกันทั้งการเดินทางคนเดียวหรือการเดินทางกับเพื่อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31976 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-2.jpg" alt="" width="1272" height="848" /></p>
<p>กลุ่มนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ 29% วางแผนใช้เวลาส่วนใหญ่ในที่พัก เทียบกับ 11% ของผู้วางแผนเดินทางภายในประเทศ แม้ว่าการเดินทางท่องเที่ยว​​ต่างประเทศ อาจมาพร้อมกับค่าใช้จ่าย​ค่อนข้างสูง ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยม​ออกไปสำรวจสถานที่ต่างๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้คุ้มค่า​เงินที่จ่าย แต่ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น หลายคนกลับเลือกที่จะปักหลักอยู่ที่ที่พักของตนเอง</p>
<p>​โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เช่น กลุ่ม<strong> Gen Z</strong> (อายุ 18-27 ปี) และ<strong> Millennials</strong> (อายุ 28-43 ปี) ถือเป็นผู้ขับเคลื่อนเทรนด์การใช้เวลาพักผ่อนในที่พักมากขึ้น โดยวางแผนเข้าพักนานกว่ากลุ่มคนรุ่น Gen X (อายุ 44-59 ปี), Baby Boomers (อายุ 60-78 ปี) และ Radio Babies (อายุ 79-96 ปี)</p>
<p><em><strong>&#8211; สำหรับประสบการณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต้อง​การใช้เวลาพิเศษ​ภายในโรงแรม</strong></em> เช่น</p>
<p>บริการสปา (37%)  หลังจากการเดินทางอันยาวนานบนเครื่องบิน การนวดและขัดผิวอาจเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการเพื่อผ่อนคลายอย่างแท้จริง รวมทั้งประสบการณ์การทานอาหารสุดหรูและการชิมไวน์ (35%) การแสดงดนตรีสด (35%) และคลาสโยคะหรือนั่งสมาธิ (18%) ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31977 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-1.jpg" alt="" width="901" height="675" /></p>
<p>นอก​จากอาหารและความบันเทิง​​ นักท่องเที่ยวยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และการสัมผัส​วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ คลาสทำอาหารประจำท้องถิ่นนั้นๆ (22%) การเล่าเรื่องราว รวมถึงการเต้นรำแบบดั้งเดิม (16%) การทำฟาร์มหรือทำสวน (16%) เรียนภาษา (14%) และการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ (13%) ​รวมไปถึงการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนักท่องเที่ยว 16% มองหาโปรแกรมการพัฒนาการนอนหลับ เพื่อช่วยให้พวกเขาพักผ่อนได้ดีขึ้น</p>
<p>ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวต้องการจากการเข้าพัก อาจแตกต่างกันไปตาม​เชื้อชาติ โดยพบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญกับประสบการณ์การทานอาหารหรูและการชิมไวน์ (61%) และ สปา (50%) มากที่สุด ในขณะที่ชาวอินเดียสนใจคลาสทำอาหารประจำท้องถิ้น(40%) และการปรับปรุงการนอนหลับ (33%) มากที่สุด</p>
<p><strong>เทรนด์ความคุ้มค่า ประสบการณ์ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>&#8211; ท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก <strong>&#8216;ความคุ้มค่า&#8217; </strong>และ <strong>&#8216;ความสะดวกสบาย</strong>&#8216; ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกที่พัก ทำให้เครือโรงแรมและรีสอร์ทขนาดใหญ่ รวมถึงโฮสเทลและโมเต็ลราคาประหยัด (18%) ยังคงเป็นรูปแบบที่นักท่องเที่ยวนิยม ​โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะมองหาที่พักราคาประหยัดมากกว่ากลุ่มคนวัยกลางคนถึงวัยเกษียณ ซึ่งคาดว่ามีรายได้สูงกว่าหรือมีเงินออมมากกว่า</p>
<p>ในทางกลับกัน Gen Z (58%) และ Millennials (57%) มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้นกับการเดินทางครั้งหน้าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งมากกว่า Gen X (35%) หรือ Baby Boomers (28%) โดยกลุ่ม Gen X และ Baby Boomers วางแผนที่จะใช้จ่ายเท่าเดิมหรือน้อยกว่ากับการเข้าพักครั้งถัดไปเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/By-Country-.jpg" alt="" width="1200" height="700" /></p>
<p>นอกจากนี้ ความแตกต่างทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมยังส่งผลต่อการเลือกที่พักของนักท่องเที่ยวจากแต่ละประเทศ​ด้วย ชาวออสเตรเลียแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อธรรมชาติ และมีแนวโน้ม​จะจองสวนสนุกและสถานที่กางเต็นท์มากที่สุด (11%)  ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีน (35%) และชาวสิงคโปร์ (32%) ให้ความสนใจโรงแรมบูติกหรือโรงแรมหรูมากที่สุด ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย (23%) เช่นกัน</p>
<p>&#8211; ในภาพรวมยังพบว่า นักท่องเที่ยวยังให้ความสำคัญกับเลือกที่พักที่ให้ความสำคัญเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้ง​สถานที่กางเต็นท์หรือรีสอร์ทหรู โดย <strong>นักท่องเที่ยว 7 ใน 10 คนยินดีจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับการเข้าพักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ตัวเลขนี้สูงถึง 94% ซึ่งสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากชาวอินโดนีเซียที่มีสัดส่วน 95% </strong></p>
<p>ข้อมูลจากรายงานระบุว่า มีนักท่องเที่ยวเพียง 30% ที่เลือกจะไม่จ่ายเพิ่มเพื่อเข้าพักในโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดลัอม โดยกลุ่มที่ยอมจ่ายแพงขึ้นกว่าเดิม 10% มีจำนวนมากที่สุดถึง 37% ตามมาด้วยจ่ายเพิ่มขึ้น 25% (21%) , จ่ายเพิ่มขึ้น 50% (10%) และจ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% (3%) ตามลำดับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/By-Spending.jpg" alt="" width="1200" height="805" /></p>
<p><strong>คุณสุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท SiteMinder ​ให้ข้อมูลเชิงลึก​นักท่องเที่ยวกลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Travellers&#8217; </strong> หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทางว่า แม้งบประมาณยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่นักท่องเที่ยวกลุ่ม &#8216;<strong>Conscious Travellers&#8217; </strong>ยัง พร้อมที่จะใช้เงินกับสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเขา รวมถึงการจ่ายเงินเพิ่มสำหรับที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ผู้ให้บริการที่พักควรให้ความสำคัญกับประสบการณ์ต่าง​ๆ นอกเหนือจากความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานมากขึ้น​ เพื่อสามารถตอบโจทย์ผู้มาเข้าพักได้ดีมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สิ่งสำคัญพื้นฐานที่ละทิ้งไม่ได้</strong></p>
<p>สำหรับห้องพักส่วนตัว นักท่องเที่ยวยังคงให้ความสนใจและใส่ใจในรายละเอียดพื้นฐาน โดยหมอนและเครื่องนอน (56%), วิวทิวทัศน์ (53%), การควบคุมอุณหภูมิ (35%), ทีวีและเครื่องเสียง (35%), อ่างอาบน้ำ (30%) และแรงดันน้ำฝักบัว (29%) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น  ๆ สำหรับนักท่องเที่ยว  อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยว 4 ใน 5 คน พอใจที่จะเห็นผ้าเช็ดตัวแขวนไว้ในห้องน้ำ หรือพับหรือม้วนไว้บนเตียง โดยไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมผ้าเช็ดตัวในรูปแบบงานศิลปะ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือการสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่น่าจดจำ นักท่องเที่ยวหลายคน (37%) กล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะกลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง หากโรงแรมมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เช่น อาหารและเครื่องดื่มที่ยอดเยี่ยม บริการสปา หรือกิจกรรมพิเศษต่างๆ โดย 51% ของนักท่องเที่ยวชาวไทย ระบุว่าการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมและการสื่อสารที่ชัดเจนมีความสำคัญ และเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจกลับมาพักอีกครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31980 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-3.jpg" alt="" width="434" height="650" /></p>
<p>นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวถึง 20% ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมและชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย</p>
<p><strong>คุณสุภกฤษฎิ์</strong> กล่าวเสริม “นักท่องเที่ยวในปี 2568 ต้องการให้โรงแรมดูแลสิ่งสำคัญพื้นฐานให้ดี  ควบคู่ไปกับการให้บริการพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งความสมดุลนี้คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Conscious Travellers ให้ความสำคัญ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/">ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะกลยุทธ์ 3T ตอบโจทย์​โรงแรมไทย ช่วยขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน หลังพบได้รับมาตรฐานยั่งยืนระดับสากลไม่ถึง 1%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/3t-strategy-drive-green-hotel-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Jan 2025 09:48:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CSDDD]]></category>
		<category><![CDATA[CSRD]]></category>
		<category><![CDATA[EarthCheck]]></category>
		<category><![CDATA[EDG]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[Green Globe]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hotel Plus]]></category>
		<category><![CDATA[Greenkey]]></category>
		<category><![CDATA[GSTC]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB EIC]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Travelife]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31356</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ​ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุโรงแรมไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่ความยั่งยืน สะท้อนจากจำนวนโรงแรมที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลทั้งหมดในปี 2567 อยู่ที่ราว 100 แห่ง หรือไม่ถึง 1% ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม นักวิเคราะห์อาวุโส  ​SCB EIC จัดทำรายงานเรื่อง​ &#8216; โจทย์ด่วนโรงแรมไทยกับคำว่า &#8216;ยั่งยืน&#8221; ชี้ว่า​ การประกาศข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ช่วงต้นปี 2567​ ทั้ง Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) ว่าด้วยการรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และ Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) ว่าด้วยการสอบทานด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม กำหนดให้ผู้บริโภคในยุโรปและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงรายงานด้านความยั่งยืนของบริษัทหรือองค์กรในยุโรป รวมถึงบริษัทต่างชาติที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานได้ภายในปี 2569  จะส่งผลกระทบต่อโรงแรมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น โรงงแรมไทยกำลังถูกผลักดันให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น เพื่อรับกติการักษ์โลกของ EU ภายในปี 2569 เนื่องจาก โรงแรมและที่พักของไทยกว่า 2 หมื่นแห่งขายห้องพักบน Booking.com [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/3t-strategy-drive-green-hotel-in-thailand/">เจาะกลยุทธ์ 3T ตอบโจทย์​โรงแรมไทย ช่วยขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน หลังพบได้รับมาตรฐานยั่งยืนระดับสากลไม่ถึง 1%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ​ ธนาคารไทยพาณิชย์</strong> (SCB EIC) ระบุโรงแรมไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่ความยั่งยืน สะท้อนจากจำนวนโรงแรมที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลทั้งหมดในปี 2567 อยู่ที่ราว 100 แห่ง หรือไม่ถึง 1%</p>
<p><span id="more-31356"></span></p>
<p><strong>ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม</strong> นักวิเคราะห์อาวุโส  ​SCB EIC จัดทำรายงานเรื่อง​<strong> &#8216; โจทย์ด่วนโรงแรมไทยกับคำว่า &#8216;ยั่งยืน&#8221; </strong>ชี้ว่า​ การประกาศข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ช่วงต้นปี 2567​ ทั้ง <strong>Corporate Sustainability Reporting Directive</strong> (CSRD) ว่าด้วยการรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และ <strong>Corporate Sustainability Due Diligence Directive</strong> (CSDDD) ว่าด้วยการสอบทานด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม กำหนดให้ผู้บริโภคในยุโรปและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงรายงานด้านความยั่งยืนของบริษัทหรือองค์กรในยุโรป รวมถึงบริษัทต่างชาติที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานได้ภายในปี 2569  จะส่งผลกระทบต่อโรงแรมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31357 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/ดร.-กมลมาลย์-แจ้งล้อม.jpg" alt="" width="1200" height="742" /></p>
<p>ดังนั้น โรงงแรมไทยกำลังถูกผลักดันให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น เพื่อรับกติการักษ์โลกของ EU ภายในปี 2569 เนื่องจาก โรงแรมและที่พักของไทยกว่า 2 หมื่นแห่งขายห้องพักบน Booking.com ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์รวมถึง Agoda ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การบริหารของบริษัทแม่เดียวกัน (Booking Holdings) ที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด <strong>CSRD </strong>และ <strong>CSDDD</strong></p>
<p>โดย Booking.com และ Agoda ขานรับข้อกำหนดของ EU พร้อมส่งเสริมโรงแรมทั่วโลกที่ขายห้องพักบนแพลตฟอร์มให้ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล ​เช่น Greenkey, Green Globe, Travelife, EarthCheck, GSTC และรวมถึง Green Hotel Plus ของไทยที่ได้รับ GSTC-Recognized Standard ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวยังรวมไปถึงบริษัททัวร์ในยุโรปที่ขายแพ็กเกจท่องเที่ยวไทยด้วย</p>
<p>จากข้อมูลโครงการสำรวจเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ในไตรมาส 3 ปี 2567 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่า 56% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยนิยมจองโรงแรมและที่พักผ่าน OTAs และ 35% ของนักท่องเที่ยวยุโรปจองโรงแรมและที่พักผ่านบริษัททัวร์ เห็นได้ว่า ข้อกำหนดใหม่นี้จะส่งผลกระทบกับธุรกิจโรงแรมไทยที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 35 ล้านคนในแต่ละปี โดยราว 20% เป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31358 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/1.jpg" alt="" width="653" height="1200" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>โรงแรมไทยในภาพรวมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นบนเส้นทางของความยั่งยืน</strong> จากการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธุรกิจโรงแรมทั่วโลกของ The Department for Environment, Food &amp; Rural Affairs (DEFRA) ของสหราชอาณาจักร พบว่า <strong>ในปี 2566 โรงแรมไทยยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่ค่อนข้างสูงที่ 43.4 kgCO2e per occupied room เมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวสำคัญของโลกอย่างญี่ปุ่น สิงคโปร์ อิตาลี และฝรั่งเศส</strong></p>
<p><strong>โรงแรมไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่ความยั่งยืน</strong></p>
<p>การดำเนินงานของโรงแรมไทยภาพรวม ยังอยู่ช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่ความยั่งยืน สะท้อนจากจำนวน <strong>โรงแรมที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากลทั้งหมดในปี 2567 อยู่ที่ราว 100 แห่ง หรือมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของโรงแรมและที่พักในไทยทั้งหมด</strong> <strong>อีกทั้งยังกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และภูเก็ต</strong></p>
<p>ทั้งนี้ กว่า 60% เป็นโรงแรมเชน ทั้งเครือเชนต่างประเทศและเชนไทย โดยยังพบข้อจำกัดในการขับเคลื่อน​สู่ความยั่งยืนของโรงแรมไทย เช่น</p>
<p>1) ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจถึงประโยชน์ในระยะยาวของการเป็นโรงแรมยั่งยืน</p>
<p>2) ความพร้อมในด้านเงินทุน บุคลากร ที่ปรึกษา และการเก็บข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบเนื่องจากธุรกิจโรงแรมเพิ่งฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ได้ไม่นาน</p>
<p>3) แรงกระตุ้นที่จะผลักดันให้ธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนทั้งจากนโยบายภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจากเทรนด์ของนักท่องเที่ยว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31359 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/2-1.jpg" alt="" width="669" height="1200" /></p>
<p><strong>กลยุทธ์ 3T​​ ช่วยสร้างโรงแรมยั่งยืน </strong></p>
<p><strong>Target</strong> : การกำหนดเป้าหมายสู่ความยั่งยืนภายใต้กรอบเวลาและแผนงานที่ชัดเจน รวมถึงกำหนดตัวชี้วัดเพื่อประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งธุรกิจโรงแรมอาจกำหนดเป้าหมายระยะสั้นควบคู่ไปกับเป้าหมายระยะยาว</p>
<p><strong>Teamwork</strong> : การสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้แก่พนักงาน Supplier ไปจนถึงผู้เข้าพัก ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการก้าวสู่ความยั่งยืนร่วมกันด้วย</p>
<p><strong>Transform :</strong> ธุรกิจโรงแรมอาจเริ่มต้นจากการปรับลดการใช้พลังงานและทรัพยากร รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง แล้วจึงวางแผนเพิ่มการลงทุนในพลังงานทดแทนหรือปรับปรุงอาคารเขียว เมื่อมีความพร้อมการก้าวข้ามข้อจำกัด</p>
<p>ขณะที่การเสริมความแข็งแกร่งด้านความยั่งยืนต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านมาตราการต่างๆ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>&#8211; การยกระดับเป้าหมายความยั่งยืนไทย</strong> ด้วยการผลักดันให้ความยั่งยืนเป็นเรื่องโจทย์ด่วนไม่ใช่เป็นเพียงทางเลือกของธุรกิจ ผ่านการออกข้อกำหนด/มาตรการการบังคับใช้ เพื่อกระตุ้นให้ภาคธุรกิจเห็นความสำคัญในการก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างจริงจัง รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมด้านความยั่งยืนให้กับสังคม</p>
<p><strong>&#8211; การพิจารณาจัดตั้งกองทุนความยั่งยืน</strong> ซึ่งรวมถึงการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการดำเนินการด้านความยั่งยืน เพื่อให้ธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะโรงแรมขนาดกลาง-เล็ก ซึ่งอาจครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนเงินทุนในการยื่นขอรับใบรับรองมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล</p>
<p><strong>&#8211; การออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านความยั่งยืน</strong> ​เช่น การออกสิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การฝึกอบรมบุคลากร หรือการขอใบรับรองมาตรฐานในระดับสากลเพื่อกระตุ้นให้โรงแรมไทยหันมาลงทุนด้านความยั่งยืนมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/3t-strategy-drive-green-hotel-in-thailand/">เจาะกลยุทธ์ 3T ตอบโจทย์​โรงแรมไทย ช่วยขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน หลังพบได้รับมาตรฐานยั่งยืนระดับสากลไม่ถึง 1%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงแรม 58 แห่งในไทยคว้ารางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ จากการมอบรางวัลปีแรก ในฐานะโรงแรมที่โดดเด่นเป็นพิเศษ   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/michelin-keys-thailand-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Sep 2024 09:09:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Gwendal Poullennec]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Hotels]]></category>
		<category><![CDATA[MICHELIN]]></category>
		<category><![CDATA[MICHELIN GUIDE]]></category>
		<category><![CDATA[Michelin Key]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[กุญแจมิชลิน]]></category>
		<category><![CDATA[มิชลิน]]></category>
		<category><![CDATA[มิชลิน ไกด์]]></category>
		<category><![CDATA[เกว็นดัล ปูลเล็นเนค]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมที่พัก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29304</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงแรมเหล่านี้ล้วนผ่านการคัดสรรโดยผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ แล้วถึงการมอบประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษที่โดดเด่นเฉพาะตัวในระดับโลก ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสำรองห้องพักผ่านช่องทางสื่อสารในระบบดิจิทัลของคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’  ซึ่งจะมุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเป็นแพลตฟอร์อิสระอันดับ 1 ของโลกสำหรับการจองบริการร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำในนานาประเทศ มิชลินประกาศรายชื่อโรงแรมที่พักทั่วไทยที่คว้ารางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ หรือ ‘MICHELIN Key’ จากการคัดสรรและจัดอันดับในประเทศไทยเป็นครั้งแรก รวมทั้งสิ้น 58 แห่ง โดยมีโรงแรมที่พักได้รับรางวัล ‘3 กุญแจมิชลิน’ 8 แห่ง, รางวัล ‘2 กุญแจมิชลิน’ 19 แห่ง และ รางวัล ‘1 กุญแจมิชลิน’ 31 แห่ง  โรงแรมเหล่านี้ล้วนผ่านการคัดสรรโดยผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ แล้วถึงการมอบประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษที่โดดเด่นเฉพาะตัวในระดับโลก ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสำรองห้องพักผ่านช่องทางสื่อสารในระบบดิจิทัลของคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้อย่างสะดวกตามเป้าหมายของ ‘มิชลิน ไกด์’ ที่มุ่งทะยานขึ้นเป็นสื่อกลางอิสระสำหรับการสำรองโต๊ะอาหารและห้องพักล่วงหน้าอันดับหนึ่งของโลก รายชื่อโรงแรมที่พักที่ผ่านการคัดสรรของ ‘มิชลิน ไกด์’ ครอบคลุมบริการที่หลากหลายมากขึ้น จึงเป็นทางเลือกที่ทำให้ประสบการณ์การเดินทางสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับผู้ใช้บริการคำแนะนำจากคู่มือฉบับนี้ สำหรับรางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/michelin-keys-thailand-2024/">โรงแรม 58 แห่งในไทยคว้ารางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ จากการมอบรางวัลปีแรก ในฐานะโรงแรมที่โดดเด่นเป็นพิเศษ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โรงแรมเหล่านี้ล้วนผ่านการคัดสรรโดยผู้ตรวจสอบของ </strong><strong>‘</strong><strong>มิชลิน ไกด์</strong><strong>’ </strong><strong>แล้วถึงการมอบประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษที่โดดเด่นเฉพาะตัวในระดับโลก ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสำรองห้องพักผ่านช่องทางสื่อสารในระบบดิจิทัลของคู่มือ </strong><strong>‘</strong><strong>มิชลิน ไกด์</strong><strong>’  ซึ่งจะ</strong><strong>มุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเป็นแพลตฟอร์อิสระอันดับ </strong><strong>1 </strong><strong>ของโลกสำหรับการจองบริการร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำในนานาประเทศ</strong><span id="more-29304"></span></p>
<p>มิชลินประกาศรายชื่อโรงแรมที่พักทั่วไทยที่คว้ารางวัล <strong>‘กุญแจมิชลิน’</strong> หรือ <strong>‘MICHELIN Key</strong>’ จากการคัดสรรและจัดอันดับในประเทศไทยเป็นครั้งแรก รวมทั้งสิ้น 58 แห่ง โดยมีโรงแรมที่พักได้รับรางวัล ‘3 กุญแจมิชลิน’ 8 แห่ง, รางวัล ‘2 กุญแจมิชลิน’ 19 แห่ง และ รางวัล ‘1 กุญแจมิชลิน’ 31 แห่ง  โรงแรมเหล่านี้ล้วนผ่านการคัดสรรโดยผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ แล้วถึงการมอบประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษที่โดดเด่นเฉพาะตัวในระดับโลก ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสำรองห้องพักผ่านช่องทางสื่อสารในระบบดิจิทัลของคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้อย่างสะดวกตามเป้าหมายของ ‘มิชลิน ไกด์’ ที่มุ่งทะยานขึ้นเป็นสื่อกลางอิสระสำหรับการสำรองโต๊ะอาหารและห้องพักล่วงหน้าอันดับหนึ่งของโลก</p>
<p>รายชื่อโรงแรมที่พักที่ผ่านการคัดสรรของ ‘มิชลิน ไกด์’ ครอบคลุมบริการที่หลากหลายมากขึ้น จึงเป็นทางเลือกที่ทำให้ประสบการณ์การเดินทางสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับผู้ใช้บริการคำแนะนำจากคู่มือฉบับนี้ สำหรับรางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ เป็นการคัดสรรและจัดอันดับโดยทีมผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ จากการเข้าพักในสถานประกอบการโรงแรมที่พักต่างๆ มากกว่าหนึ่งครั้งโดยไม่เปิดเผยตัวตน ทั้งยังเป็นอิสระจากแบรนด์สินค้าหรือบริการ, การจัดอันดับดาวด้านการท่องเที่ยว และจำนวนรางวัลที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จึงถือเป็นบรรทัดฐานสากลใหม่ โดยมีเป้าหมายมุ่งตอบโจทย์นักเดินทางด้วยการแนะนำโรงแรมที่พักที่มีความโดดเด่นในแนวคิดด้านบริการ, มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว, ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีมาตรฐานบริการในระดับสูงมาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29305 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/4-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โรงแรมที่พัก </strong><strong>58 </strong><strong>แห่งในไทย คว้ารางวัล </strong><strong>‘</strong><strong>กุญแจ</strong><strong>มิชลิน</strong><strong>’</strong></p>
<p>หลังจากที่ได้ประกาศรายชื่อโรงแรมที่พักที่ได้รับรางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ ไปแล้วในประเทศฝรั่งเศส, สเปน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก  ล่าสุด ทีมผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้ขยายขอบเขตเข้าดำเนินการสำรวจและจัดอันดับโรงแรมที่พักในประเทศไทย ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 2 ในทวีปเอเชียที่มีการมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้กับสถานประกอบการในอุตสาหกรรมบริการ</p>
<p>หลังจากเข้าพักในสถานประกอบการต่างๆ มากกว่าหนึ่งครั้ง โดยไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อคัดสรรและจัดอันดับโรงแรมที่พักตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 5 ประการ ผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้ตัดสินใจมอบรางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ ให้กับโรงแรมที่พัก 58 แห่ง จากสถานประกอบการที่ผ่านการคัดสรรทั้งหมดกว่า 100 แห่งในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมโรงแรมที่พักและแนวคิดการให้บริการหลากหลายรูปแบบ ทั้งโรงแรมในเครือระดับนานาชาติสุดหรู, โรงแรมสไตล์บูติกที่ทันสมัยในเขตเมือง, โรงแรมที่พักที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว ตลอดจนโรงแรมที่พักซึ่งมีความโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องสถาปัตยกรรมและการออกแบบ</p>
<p><strong>เกว็นดัล</strong> <strong>ปูลเล็นเนค</strong><strong> (</strong><strong>Gwendal Poullennec</strong><strong>) </strong><strong>ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ</strong> <strong>‘</strong><strong>มิชลิน</strong> <strong>ไกด์</strong><strong>’</strong> ทั่วโลก เปิดเผยว่า “<em>เรารู้สึกตื่นเต้นยินดีกับการประกาศรายชื่อโรงแรมที่พักที่ได้รับรางวัล </em><em>‘</em><em>กุญแจมิชลิน</em><em>’ </em><em>ในประเทศไทย เป็นครั้งแรกนี้อย่างยิ่ง เพราะโรงแรมที่พักซึ่งผ่านการคัดสรรและจัดอันดับจำนวนไม่ต่ำกว่า </em><em>58</em><em> แห่งของไทยจะเป็นเสมือนการเชื้อเชิญนักเดินทางให้มาเยือนประเทศไทยเพื่อสัมผัสทัศนียภาพที่งดงาม การให้บริการที่อบอุ่น ตลอดจนประสบการณ์การเข้าพักที่น่าจดจำในราคาที่ดึงดูดใจ  โรงแรมที่พักทุกแห่งซึ่งได้รับรางวัล </em><em>‘</em><em>กุญแจมิชลิน</em><em>’ </em><em>ทั้ง 3 ระดับ &#8230;ไม่ว่าจะเป็นที่พักเพื่อการพักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพตามชายฝั่งทะเลหรือชายหาด ในป่าดงดิบเขียวชอุ่ม หรือกลางใจเมืองที่คึกคัก &#8230;ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับเรือธงในเมืองหรือโรงแรมที่พักสุดหรูระดับโลก ล้วนถือเป็นอัญมณีเม็ดงามที่เกิดจากความทุ่มเทของทีมงานมืออาชีพผู้มีทักษะอย่างแท้จริง  และขณะนี้ช่องทางสื่อสารในระบบดิจิทัลของ </em><em>‘</em><em>มิชลิน ไกด์</em><em>’ </em><em>พร้อมรองรับการค้นหาและสำรองโรงแรมที่พักซึ่งจะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับนักเดินทางแล้ว</em>”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29311 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/2-10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>รางวัล </strong><strong>‘1 </strong><strong>กุญแจมิชลิน</strong><strong>’</strong><strong>, </strong><strong>‘2 </strong><strong>กุญแจมิชลิน</strong><strong>’ </strong><strong>และ </strong><strong>‘3 </strong><strong>กุญแจมิชลิน</strong><strong>’</strong></p>
<p>เช่นเดียวกับรางวัล ‘ดาวมิชลิน’ สำหรับประสบการณ์ด้านอาหารที่ดีที่สุด รางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ ซึ่งมอบให้โรงแรมที่พักที่ผ่านการคัดสรรโดย ‘มิชลิน ไกด์’ ซึ่งให้ประสบการณ์การเข้าพักที่โดดเด่นที่สุด ถือเป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับนักเดินทางผู้คำนึงถึงประสบการณ์การเข้าพักโดยรวม ซึ่งครอบคลุมมากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่โรงแรมที่พักแต่ละแห่งมีให้บริการ</p>
<p><u>กุญแจมิชลิน </u><u>1 </u><u>ดอก</u><u>: </u><u>ประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษ</u></p>
<p>โรงแรมที่พักที่ได้รับรางวัลนี้เป็นเพชรเม็ดงามที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์เฉพาะตัว มีความแตกต่างโดยนำเสนอความแปลกใหม่ไม่เหมือนใครหรือสิ่งที่ดีที่สุดในประเภทเดียวกัน ทุ่มเทให้บริการเป็นพิเศษและมอบประสบการณ์ที่ดีมากกว่าสถานประกอบการที่อยู่ในระดับราคาเดียวกัน</p>
<p><u>กุญแจมิชลิน </u><u>2 </u><u>ดอก</u><u>: </u><u>ประสบการณ์การเข้าพักอันยอดเยี่ยม</u></p>
<p>โรงแรมที่พักที่ได้รับรางวัลนี้มีความโดดเด่นและพิเศษเหนือกว่าในทุกๆ ด้าน จนกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม เป็นโรงแรมที่พักที่มีจุดเด่น อัตลักษณ์ และเสน่ห์เฉพาะตัว ดำเนินงานด้วยความภาคภูมิใจและใส่ใจในรายละเอียด มีดีไซน์หรือสถาปัตยกรรมที่สวยงามเตะตา ทั้งยังเหนือกว่าด้วยการมอบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น</p>
<p><u>กุญแจมิชลิน</u><u> 3 </u><u>ดอก</u><u>: </u><u>ประสบการณ์การเข้าพักเหนือชั้นที่น่าจดจำ</u></p>
<p>โรงแรมที่พักที่ได้รับรางวัลนี้มอบประสบการณ์ที่ให้ความตื่นตาตื่นใจและความรื่นรมย์ ให้ทั้งบริการและความสะดวกสบายชั้นเยี่ยมอย่างมีสไตล์และโก้หรู ถือเป็นโรงแรมที่พิเศษโดดเด่นที่สุดในโลกและเป็นจุดหมายปลายทางในตัวเองสำหรับการเดินทางสุดพิเศษครั้งหนึ่งในชีวิต สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของการให้บริการชั้นยอดในทุกองค์ประกอบ จึงทำให้การเข้าพักเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำในความทรงจำและตราตรึงในใจของนักเดินทางตราบนานเท่านาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29307 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/3-Keys.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โรงแรมที่แตกต่างไม่เหมือนใคร </strong><strong>8 </strong><strong>แห่ง คว้ารางวัล </strong><strong>‘</strong><strong>กุญแจมิชลิน</strong><strong> 3 </strong><strong>ดอก</strong><strong>’</strong></p>
<p>ในการมอบรางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ หรือ ‘กุญแจมิชลิน’ เป็นปีแรกในประเทศไทย โรงแรมในกรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ตราด, เกาะสมุย, กระบี่ และภูเก็ต รวม 8 แห่ง คว้ารางวัล ‘3 กุญแจมิชลิน’ สำหรับประสบการณ์การเข้าพักเหนือชั้นที่น่าจดจำ</p>
<p>โรงแรมที่พัก 4 แห่งในจำนวนนี้เป็นรีสอร์ทริมทะเลที่โด่งดังระดับโลก ได้แก่ <strong>อมันปุรี</strong> (ภูเก็ต) รีสอร์ทแห่งแรกในเครืออมัน ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนมะพร้าวบนคาบสมุทรที่เขียวชอุ่มของหาดพันซีซึ่งมีความเป็นส่วนตัวสูงบนเกาะภูเก็ต โรงแรมแห่งนี้ออกแบบโดย ‘เอ็ด ทัตเทิล’ (Ed Tuttle) สถาปนิกชาวอเมริกัน ประกอบด้วยห้องพักสุดหรูแบบพาวิเลียน 40 ห้อง และวิลล่าส่วนตัว 44 หลัง กระจายอยู่ตามเนินเขา; <strong>ซามูจาน่า วิลล่า </strong>(เกาะสมุย) ตั้งอยู่บนเชิงเขามองเห็นทิวทัศน์มุมกว้างของอ่าวที่เป็นจุดดำน้ำชมปะการัง ประกอบด้วยวิลล่าขนาดใหญ่ 23 หลัง ที่มาพร้อมสระว่ายน้ำแบบไร้ขอบ, ห้องครัวที่มีอุปกรณ์ครบครัน, ห้องดูหนังส่วนตัว และทิวทัศน์เหนือผืนน้ำ; <strong>โซเนวา คีรี</strong> (เกาะกูด) ให้บริการวิลล่าหรูและพื้นที่ส่วนกลางที่สวยงาม โดยเฉพาะพื้นที่รับประทานอาหารที่สร้างเหมือนรังนกบนต้นไม้ใหญ่เหนือป่าโกงกาง; <strong>ภูเล เบย์ อะ ริทซ์</strong><strong>&#8211;</strong><strong>คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ</strong> (กระบี่) รีสอร์ทที่สะท้อนรสนิยมอันประณีตและสร้างความประทับใจให้กับทีมผู้ตรวจสอบของ ‘มิชลิน ไกด์’ ด้วยอาคารต้อนรับทรงไทย, การออกแบบตกแต่งภายในห้องพักแบบพาวิเลียนและวิลล่าส่วนตัวที่ผสมผสานลักษณะเฉพาะของท้องถิ่นได้อย่างลงตัว, สปาที่ให้อารมณ์หรูหราและผ่อนคลาย;</p>
<p><strong>กีมาลา</strong> (ภูเก็ต) ตั้งอยู่บนเนินเขาโอบล้อมด้วยวิวชายฝั่งทะเลเหนือหมู่บ้านกมลา ให้บริการที่พักแบบบ้านต้นไม้สไตล์ชนเผ่า อาทิ ที่พักแบบกระโจมซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากชนเผ่าเร่ร่อนในป่าดงดิบ โดดเด่นด้วยหลังคาทรงโดมที่มีลักษณะคล้ายกระโจมและอ่างแช่ตัวทรงรีที่ลอยอยู่เหนือแมกไม้เขียวขจี; <strong>โฟร์ ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ </strong>(เชียงใหม่) ให้บริการห้องพักแบบพาวิเลียนและวิลล่าส่วนตัวซึ่งผสมผสานลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์แบบไทยโบราณเข้ากับการออกแบบสไตล์ร่วมสมัย ท่ามกลางทุ่งนาและป่าเขาที่เขียวขจีร่มรื่น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีโรงแรมอีก 2 แห่งในกรุงเทพฯ ที่ได้รับรางวัล ‘กุญแจมิชลิน 3 ดอก’ ได้แก่ <strong>แมนดาริน </strong><strong><br />
</strong><strong>โอเรียนเต็ล </strong>โรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับตำนานของไทยและมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน และ <strong>เดอะ สยาม </strong>โรงแรมสไตล์บูติกที่โดดเด่นด้วยสไตล์การออกแบบซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะแนว ‘อาร์ต เดคโค’</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29310 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/2-keys.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>โรงแรมที่พักซึ่งให้ประสบการณ์เหนือระดับ </strong><strong>19 </strong><strong>แห่ง คว้ารางวัล </strong><strong>‘</strong><strong>กุญแจมิชลิน</strong><strong> 2 </strong><strong>ดอก</strong><strong>’</strong></p>
<p>โรงแรมที่พัก 19 แห่ง คว้ารางวัล ‘กุญแจมิชลิน 2 ดอก’ ด้วยการนำเสนอประสบการณ์เหนือระดับ ในจำนวนนี้ 7 แห่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และเป็นโรงแรมเรือธงภายใต้แบรนด์ด้านการบริการที่หรูหราระดับโลก อาทิ <strong>คาเพลลา กรุงเทพ</strong> เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2563 โดยเป็นโครงการร่วมทุนแรกของไทยกับกลุ่มทุนเวียดนามระดับโลก การออกแบบตกแต่งแบบตะวันตกและตะวันออกที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวให้บรรยากาศที่เรียบหรู ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนการจัดวางได้ ฉากกั้นไม้แกะสลักด้วยมืออย่างประณีต เตียงขนาด 6 ฟุตพร้อมชุดเครื่องนอนผ้าฝ้ายอียิปต์คุณภาพเยี่ยม และห้องน้ำหินอ่อนที่ดูโอ่อ่าพร้อมอ่างอาบน้ำแบบตั้งพื้น และ<strong>โรงแรมเดอะ สุโขทัย กรุงเทพ</strong> ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มอาคารเตี้ย ๆ ที่เรียงตัวซับซ้อนบนพื้นที่กว่า 15 ไร่ รายล้อมด้วยสวน ลานกลางแจ้ง และสระบัว ขณะที่การออกแบบตกแต่งภายในพิถีพิถันสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก โดดเด่นด้วยพื้นไม้สัก ผ้าไหมไทย และกระเบื้องดินเผาศิลาดล;</p>
<p>เกาะสมุยเป็นอีกพื้นที่ซึ่งมีโรงแรมที่พักได้รับรางวัล ‘กุญแจมิชลิน 2 ดอก’ จำนวนมากรองลงมาด้วยทำเลที่งดงาม กล่าวคือมีจำนวนไม่น้อยกว่า 4 แห่ง อาทิ <strong>นภาใส อะ เบลมอนด์ โฮเทล</strong>; <strong>บันยันทรี สมุย </strong>และ <strong>ศาลาสมุยเชิงมนบีชรีสอร์ท</strong> ซึ่งให้บริการวิลล่าและที่พักชั้นเยี่ยมที่เรียงตัวไล่ระดับบนไหล่เขาเหนือชายหาด; <strong>ซิกส์เซ้นส์ สมุย</strong> โรงแรมซึ่งซ่อนตัวอยู่บนเนินบริเวณปลายแหลมที่ทอดยาวสู่อ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 50 ไร่ ท่ามกลางพรรณไม้พื้นถิ่นที่เขียวชอุ่ม นอกจากนี้ ยังให้บริการสปาหลากหลายรูปแบบภายใต้แนวคิดเรื่องสัมผัสทั้งหก ทั้งในศาลากลางแจ้งที่มองเห็นวิวอ่าวไทยและในห้องพัก</p>
<p><strong>ราชมรรคา</strong> (เชียงใหม่) โรงแรมสไตล์บูติกที่มีบรรยากาศสงบเงียบเสมือนไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ทางภาคเหนือของไทย อาคารหลักจำลองรูปแบบมาจากวิหารหลวงของวัดพระธาตุลำปางหลวง พื้นที่ส่วนกลางประดับตกแต่งอย่างใส่ใจในรายละเอียด อาทิ กล้วยไม้, ประตูแกะสลักด้วยมือ, โบราณวัตถุของจีน และงานศิลปะจากลาว; <strong>เดอะ ซาโรจิน</strong> (เขาหลัก) โรงแรมสไตล์บูติกที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลอันดามันบริเวณเขาหลักที่สงบเงียบเป็นส่วนตัวโอบล้อมด้วยหาดทรายขาว มีต้นไทรโบราณขนาดใหญ่เป็นจุดเด่นกลางพื้นที่ วัสดุที่เลือกใช้ซึ่งส่วนใหญ่มาจากในท้องถิ่นผสานกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบได้เป็นอย่างดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29308 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/1-Key.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โรงแรมที่พักสุดพิเศษ </strong><strong>31 </strong><strong>แห่ง คว้ารางวัล </strong><strong>‘</strong><strong>1 </strong><strong>กุญแจมิชลิน</strong><strong>’</strong></p>
<p>โรงแรมที่พัก 31 แห่ง คว้ารางวัล ‘กุญแจมิชลิน 1 ดอก’ ด้วยการนำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษ โดยไม่เพียงมีความหลากหลายในเรื่องแนวคิด ประเภทที่พัก และลักษณะทางภูมิศาสตร์  แต่ยังมอบประสบการณ์ที่เหมาะกับทุกความต้องการและงบประมาณ  ในจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับรางวัลเป็นครั้งแรกทั้ง 31 แห่งนี้ เป็นโรงแรมที่พักซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ 8 แห่ง, ในภูเก็ต 5 แห่ง และในเชียงใหม่ 4 แห่ง</p>
<p>โรงแรมที่พักระดับ ‘กุญแจมิชลิน 1 ดอก’ บางแห่งมีแนวคิดและการออกแบบงานบริการที่สร้างสรรค์โดดเด่นสูงสุด อาทิ <strong>อินเตอร์คอนติเนนตัล เขาใหญ่</strong><strong> </strong><strong>รีสอร์ท</strong> (นครราชสีมา) โรงแรมริมทะเลสาบท่ามกลางธรรมชาติของป่าเขาที่ห้องพักและวิลล่าอยู่ในรูปแบบของตู้รถไฟซึ่งผ่านการ “อัพไซเคิล” (Upcycle) หรือนำกลับมาสร้างสรรค์เพื่อใช้งานในรูปแบบใหม่; <strong>อินิอาลา บีช เฮาส์</strong> (พังงา) โรงแรมที่พักที่มีความเป็นส่วนตัว เกิดจากความร่วมมือในการออกแบบของกลุ่มดีไซน์เนอร์หัวค่อนข้างก้าวหน้า (Avant-Garde) 11 ราย โดยแต่ละรายต่างรังสรรค์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นห้องพักประเภท Boudoir Suite สไตล์บารอก (Baroque) ไปจนถึงห้องพักประเภท Owner’s Suite สไตล์ Elevated Minimalism ที่มีความน้อยแต่มากในแบบฉบับเฉพาะตัว</p>
<p><strong>รายาวดี </strong>(กระบี่) โรงแรมบนแหลมพระนางให้บริการห้องพักแบบพาวิเลียนและวิลล่าส่วนตัวประมาณ 100 กว่าหลัง ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากความงดงามตามธรรมชาติของหมู่บ้านไทยดั้งเดิม  นอกจากนี้ ยังมีโรงแรมที่พักในกรุงเทพฯ 8 แห่งที่ได้รับรางวัล ‘กุญแจมิชลิน 1 ดอก’ ทั้งโรงแรมในเครือแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ <strong>อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ</strong>, <strong>คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพ</strong>, <strong>โคโม เมโทรโพลิแทน กรุงเทพ</strong> ฯลฯ หรือโรงแรมที่มีห้องสวีทสุดหรูให้เลือกพักถึง 34 ห้องของ <strong>137 </strong><strong>พิลลาร์ สวีท กรุงเทพฯ </strong>โดยทุกห้องมาพร้อมห้องน้ำหินอ่อนและเตียงกำมะหยี่ (Plush Bed) ขนาดใหญ่ อีกทั้งบางห้องยังมีระเบียงชมทัศนียภาพของตึกสูงระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ ที่น่าตื่นตาอีกด้วย</p>
<p>ในเชียงใหม่ มีโรงแรมที่พัก 4 แห่งได้รับรางวัล ‘กุญแจมิชลิน 1 ดอก’ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ <strong>รายา เฮอริเทจ</strong> โรงแรมแห่ง “วิธีศิลป์พื้นเมือง” ที่มีบรรยากาศสงบเงียบ ผลงานการออกแบบตกแต่งของสถาปนิก<br />
<em>บุญเลิศ เหมวิจิตรพันธ์</em> และอินทีเรียดีไซเนอร์ <em>วิชดา สีตกะลิน </em>ที่รวบรวมช่างฝีมือและผู้เชี่ยวชาญด้านหัตถศิลป์ท้องถิ่นมาสร้างสรรค์งานตกแต่งสถานที่เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างเฉพาะตัวไม่ซ้ำแบบใคร</p>
<p>อนึ่ง รายชื่อและข้อมูลโรงแรมที่พักทั้งหมดในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ มีให้เข้าถึงได้ผ่านทางเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของ ‘มิชลิน ไกด์’ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ทั้งยังสามารถสำรองโรงแรมที่พักผ่านช่องทางดังกล่าวได้โดยตรงในราคาตลาดที่ดีที่สุด  นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักเดินทางตลอดการเข้าพัก ‘มิชลิน ไกด์’ ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางโดยเฉพาะของตนเองคอยให้บริการช่วยเหลืออย่างเต็มที่</p>
<p>ทั้งนี้ การประกาศรายชื่อโรงแรมที่พักซึ่งได้รับรางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ต่อด้วยการประกาศรายชื่อโรงแรมที่พักในเยอรมนี ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2567</p>
<p>หลักเกณฑ์การคัดสรรทั้ง 5 ประการ ได้แก่ 1) เป็นจุดหมายปลายทางในตัวเอง และมอบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น, 2) มีความเป็นเลิศด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายใน, 3) คุณภาพและความสม่ำเสมอในการให้บริการ ความสะดวกสบาย และการบำรุงรักษาที่ดี, 4) ราคาเหมาะสมกับคุณภาพและประสบการณ์ที่ได้รับ และ 5) สะท้อนบุคลิกภาพของสถานประกอบการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/michelin-keys-thailand-2024/">โรงแรม 58 แห่งในไทยคว้ารางวัล ‘กุญแจมิชลิน’ จากการมอบรางวัลปีแรก ในฐานะโรงแรมที่โดดเด่นเป็นพิเศษ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซ็นทาราเดินหน้าสู่ความสำเร็จ เร่งขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ทั่วโลก มุ่งสู่การเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับสากล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/centara-strategic-and-direction-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Mar 2024 02:35:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[CentaraThe1]]></category>
		<category><![CDATA[Global Sustainable Tourism Council]]></category>
		<category><![CDATA[GSTC]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[The Place to Be]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา พลูมเมอเรีย รีสอร์ท ปากเซ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา วิลลา เกาะพีพี]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา แกรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา ไลฟ์ ละไม รีสอร์ท สมุย]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา ไลฟ์ สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทาราเดอะวัน]]></category>
		<category><![CDATA[โคซี่ เวียงจันทน์ น้ำพุ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล เฮนสเลอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24591</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เผยแผนธุรกิจและกลยุทธ์เติบโตในปี พ.ศ. 2567 เพื่อเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ทั่วโลก เผยแผนปรับโฉมโรงแรมแฟลกชิป, กลยุทธ์รีแบรนด์โรงแรม และโปรเจกต์ใหญ่ที่เกาะมัลดีฟส์พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพโรงแรมเต็มกำลัง มอบประสบการณ์การบริการอันอบอุ่นและทันสมัยแก่นักเดินทาง มุ่งมั่นก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกภายใน พ.ศ. 2570 และเป็นแบรนด์ที่คว้าหัวใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกสมดังสโลแกน The Place to Be ปี พ.ศ. 2566 นับเป็นปีแห่งความภาคภูมิใจที่เซ็นทาราเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ในไทย และเป็นปีที่เซ็นทาราประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับหลากหลายโปรเจกต์สำคัญ อาทิ การเปิดให้บริการ “เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า” ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในญี่ปุ่น, การได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย ประจำปี 2023 จากงาน Kincentric Best Employers Thailand 2023 และความสำเร็จของแบรนด์ “เซ็นทารา แกรนด์” ที่คว้าตำแหน่งแบรนด์ที่แข็งแกร่งสุดในไทย จากรายงาน 50 อันดับบริษัทประจำปี 2023 โดยสถาบัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/centara-strategic-and-direction-2024/">เซ็นทาราเดินหน้าสู่ความสำเร็จ เร่งขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ทั่วโลก มุ่งสู่การเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.centarahotelsresorts.com/th/" target="_blank" rel="noopener"><strong>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</strong></a> เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เผยแผนธุรกิจและกลยุทธ์เติบโตในปี พ.ศ. 2567 เพื่อเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ทั่วโลก</p>
<p><span id="more-24591"></span></p>
<p>เผยแผนปรับโฉมโรงแรมแฟลกชิป, กลยุทธ์รีแบรนด์โรงแรม และโปรเจกต์ใหญ่ที่เกาะมัลดีฟส์พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพโรงแรมเต็มกำลัง มอบประสบการณ์การบริการอันอบอุ่นและทันสมัยแก่นักเดินทาง มุ่งมั่นก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกภายใน พ.ศ. 2570 และเป็นแบรนด์ที่คว้าหัวใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกสมดังสโลแกน<strong> The Place to Be</strong></p>
<p>ปี พ.ศ. 2566 นับเป็นปีแห่งความภาคภูมิใจที่เซ็นทาราเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ในไทย และเป็นปีที่เซ็นทาราประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับหลากหลายโปรเจกต์สำคัญ อาทิ การเปิดให้บริการ “<a href="https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/th/cgoj" target="_blank" rel="noopener">เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า</a>” ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในญี่ปุ่น, การได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย ประจำปี 2023 จากงาน Kincentric Best Employers Thailand 2023 และความสำเร็จของแบรนด์ “เซ็นทารา แกรนด์” ที่คว้าตำแหน่งแบรนด์ที่แข็งแกร่งสุดในไทย จากรายงาน 50 อันดับบริษัทประจำปี 2023 โดยสถาบัน Brand Finance</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24611 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/3-9.jpg" alt="" width="1200" height="793" /></p>
<p>ในปีที่ผ่านมา เซ็นทาราบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง โดยเซ็นทารามีรายได้รวมอยู่ที่ 9,932 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงิน (EBITDA) จำนวน 3,284 ล้านบาท เติบโต 83% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ มีรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยของทั้งหมด (RevPar) เพิ่มขึ้น 19% อยู่ที่ 4,141 บาท ซึ่งสำหรับแนวโน้มธุรกิจในปี 2567 นี้ เซ็นทาราคาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (รวมโรงแรมร่วมทุน) จะอยู่ที่ 70% &#8211; 73% และมีรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) จะอยู่สูงสุดที่ 4,300 บาท</p>
<p>สำหรับแผนการขยายโรงแรมในปี พ.ศ. 2567 นี้ เซ็นทาราเดินหน้าตอกย้ำความเป็นเครือโรงแรมชั้นนำ ด้วยการเตรียมเปิดให้บริการโรงแรมทั้งในและต่างประเทศเพิ่มทั้งหมด 6 แห่ง โดยแบ่งเป็น 3 แห่งในไทย, 2 แห่งในสปป.ลาว และ 1 แห่งในมัลดีฟส์ ได้แก่ <strong>เซ็นทารา ไลฟ์ ละไม รีสอร์ท สมุย</strong>, <strong>เซ็นทารา วิลลา</strong><strong> </strong><strong>เกาะพีพี</strong>, <strong>เซ็นทารา ไลฟ์ สุราษฎร์ธานี</strong>, <strong>โคซี่ เวียงจันทน์ น้ำพุ</strong>, <strong>เซ็นทารา พลูมเมอเรีย รีสอร์ท</strong><strong> </strong><strong>ปากเซ </strong>และ<strong>เซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24612 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/5-5.jpg" alt="" width="1200" height="848" /></p>
<p>อีกหนึ่งโปรเจ็คสำคัญที่สุดแห่งปี คือ <strong>“โรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์”</strong> ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2567 นี้ ถือเป็นโครงการส่วนแรกของเซ็นทาราบนเกาะสวรรค์ในมาเล่ อะทอลล์เหนือ หนึ่งในเกาะในกลุ่มมัลดีฟส์ที่มีความสวยงามอย่างเหนือชั้น โดยจะสามารถเดินทางเข้าถึงได้โดยง่ายด้วยสปีดโบ๊ทเพียง 30 นาที จากท่าอากาศยานนานาชาติเวลานา หรือที่มักเรียกว่า ท่าอากาศยานนานาชาติมาเล่</p>
<p>เซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์นับเป็นโรงแรมภายใต้ธีมมิราจ แห่งที่ 4 ของโลก ต่อจากที่พัทยา มุยเน่ และดูไบ โดยโรงแรมแห่งนี้ เป็นแบรนด์ธีมรีสอร์ทสำหรับครอบครัว ออกแบบมาให้โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์โลกใต้น้ำ มีสวนน้ำและกิจกรรมทางน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้ากลุ่มครอบครัว และต่อไปในไตรมาสที่ 1 ของปี พ.ศ. 2568 เซ็นทารามีแผนจะเปิดให้บริการ <strong>“โรงแรมเซ็นทารา   แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์”</strong> รีสอร์ทหรูขนาด 142 ห้องพักเป็นลำดับถัดไป นั่นจะทำให้นักเดินทางที่มาเยี่ยมเยือนเกาะในฝันแห่งนี้สามารถเพลิดเพลินไปกับตัวเลือกที่พัก 2 แบบ 2 สไตล์ในเครือเซ็นทารา เพื่อการพักผ่อนที่น่าประทับใจได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24616 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/7-2.jpg" alt="" width="1200" height="818" /></p>
<p>นอกจากนั้น ยังมีอีกสองโรงแรมแฟลกชิปที่เซ็นทาราตั้งใจจะปรับโฉมครั้งใหญ่ในปีนี้ คือ <a href="https://www.centarahotelsresorts.com/centara/th/ckr" target="_blank" rel="noopener"><strong>เซ็นทารา กะรน </strong><strong>  </strong><strong>รีสอร์ท ภูเก็ต</strong></a> (จำนวน 335 ห้องพัก) และ<strong> <a href="https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/th/cmbr" target="_blank" rel="noopener">เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา</a> </strong>(จำนวน 553 ห้องพัก) และสำหรับการรีแบรนด์ เซ็นทาราได้ประกาศรีแบรนด์ “เซ็นทรา บาย เซ็นทารา” ให้เป็น “เซ็นทารา ไลฟ์” ในช่วงปลายปีที่แล้ว และมีแผนจะรีแบรนด์ “เซ็นทารา บูติก คอลเลกชัน” ต่อเนื่องในปีนี้เช่นกัน โดย  เซ็นทารามีแผนจะขยายแบรนด์ในเครือทั้ง 6 แบรนด์ ออกสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางทั้งในและต่างประเทศ อาทิ แผนขยายแบรนด์เซ็นทารา รีเซิร์ฟ และโรงแรมในธีมมิราจไปในไทย, มัลดีฟส์, ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย รวมถึงแผนการเซ็นสัญญาขยายเครือข่ายพันธมิตรในตลาดสำคัญๆ อย่างจีนด้วยเช่นกัน</p>
<p>เซ็นทารามีระบบโปรแกรมสมาชิก<a href="https://centara1card.com/portal/?lang=th" target="_blank" rel="noopener"><strong>เซ็นทาราเดอะวัน</strong></a> (CentaraThe1) เพื่อยกระดับประสบการณ์การบริการ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยสมาชิกเซ็นทาราเดอะวัน สามารถสะสมคะแนน แลกคะแนนเป็นสิทธิต่างๆ และได้รับบริการพิเศษเสริมต่างๆ เมื่อเข้าพักที่เซ็นทารา รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีอย่างระบบแชทบอทและแอปพลิเคชันเข้ามา เพื่อให้การจองห้องพักของลูกค้าเป็นไปอย่างง่ายดายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24615 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/6-6.jpg" alt="" width="1200" height="899" /></p>
<p>เซ็นทารายังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 ภายใต้แผนการดำเนินงานระยะแรกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2572 เทียบจากฐานปี พ.ศ. 2562 โดยได้มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างจริงจัง ผ่านแผนการดำเนินงานต่างๆ  อีกทั้งการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์</p>
<p>ทั้งนี้ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราได้ผ่านการรับรองการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก <strong>Global Sustainable Tourism Council (GSTC</strong> ) จำนวน 24 แห่ง และผ่านการรับรองจาก Green Key จำนวน 1 แห่ง ซึ่งเป็นมาตรฐานความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวที่ผ่านการรับรองสถานะ GSTC-Recognized เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24609 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/10-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่น่าตื่นเต้นของเซ็นทารา ทั้งการฉลองครบรอบ 40 ปี ของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราและการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งผมเชื่อว่า ปี พ.ศ. 2567 นี้ จะเป็นอีกปีที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน ทั้งการขยายแบรนด์โรงแรมทั้ง 6 แบรนด์ไปสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย เพื่อตอกย้ำความเป็นเครือโรงแรมชั้นนำ และการขยายเครือข่ายโรงแรมของเซ็นทาราให้ครอบคลุมทั้งหัวเมืองหลักและรองทั่วไทย” <strong><em>ไมเคิล เฮนสเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</em></strong> กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24613 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/2-13.jpg" alt="" width="1200" height="779" /></p>
<p>“เรารู้สึกภาคภูมิใจกับเส้นทางความสำเร็จในการเดินหน้า เพื่อก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกภายใน พ.ศ. 2570 ตามที่เราเคยได้ตั้งเป้าไว้ ซึ่งในปีที่แล้ว เราได้ก้าวจากอันดับที่ 150 มาอยู่ที่อันดับที่ 111 ซึ่งต้องถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่เราสามารถเดินหน้าสู่ความสำเร็จได้ตามแผนและตรงตามกลยุทธ์ที่เราได้ตั้งไว้เร็วกว่าที่คาดการณ์” <strong><em>ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</em></strong> กล่าว “ในปี พ.ศ. 2567 นี้ เราพร้อมเดินหน้าในอีกหลายโปรเจกต์สำคัญ เพื่อเติบโตธุรกิจเซ็นทาราให้แข็งแกร่งในตลาดโลก”</p>
<p>สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้ที่ <a href="https://www.centarahotelsresorts.com/th" target="_blank" rel="noopener">https://www.centarahotelsresorts.com/th</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/centara-strategic-and-direction-2024/">เซ็นทาราเดินหน้าสู่ความสำเร็จ เร่งขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ทั่วโลก มุ่งสู่การเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงแรมไทย ปล่อย  &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; สูงกว่าค่าเฉลี่ยในเอเชียและของโลก ด้านผู้ประกอบการ 96.5% ไม่เข้าใจการวัดผลกระทบและการจัดทำรายงานความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/kresearch-release-ghg-emission-thai-hotel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 24 Feb 2024 11:39:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[A Net Zero Road Map for Travel and Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Cornell Hotel Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[K Research]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[World Travel & Tourism Council]]></category>
		<category><![CDATA[WTTC]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24088</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย อ้างอิงรายงาน A Net Zero Road Map for Travel and Tourism ของ World Travel &#38; Tourism Council (WTTC) ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ราว 8% ของการปลดปล่อย GHG ทั่วโลก โดยเป็นการปลดปล่อยมาจากภาคธุรกิจโรงแรมโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 1% แต่ผู้ประกอบการโรงแรมทุกแห่งต่างให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืน และวางแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก 1. ความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางเพื่อธุรกิจ (Business Travel) เช่น การจัดงานประชุมสัมมนาทั้งจากองค์กรต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูง พบว่า กว่า 78% ของกลุ่มตัวอย่าง​ในภูมิภาคยุโรป และ 61% ของกลุ่มตัวอย่างในอเมริกาเหนือ ต้องการให้โรงแรมที่บริษัทใช้สามารถรับรองผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากลหรือของแต่ละประเทศได้ (เช่น Green Key, GSTC และ Green Globe) โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจชั้นนำของโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/kresearch-release-ghg-emission-thai-hotel/">โรงแรมไทย ปล่อย  &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; สูงกว่าค่าเฉลี่ยในเอเชียและของโลก ด้านผู้ประกอบการ 96.5% ไม่เข้าใจการวัดผลกระทบและการจัดทำรายงานความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> อ้างอิงรายงาน <strong>A Net Zero Road Map for Travel and Tourism</strong> ของ World Travel &amp; Tourism Council (WTTC) ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ราว 8% ของการปลดปล่อย GHG ทั่วโลก โดยเป็นการปลดปล่อยมาจากภาคธุรกิจโรงแรมโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 1%</p>
<p><span id="more-24088"></span></p>
<p>แต่ผู้ประกอบการโรงแรมทุกแห่งต่างให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืน และวางแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก</p>
<p><strong>1. ความต้องการของลูกค้า</strong> โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางเพื่อธุรกิจ (Business Travel) เช่น การจัดงานประชุมสัมมนาทั้งจากองค์กรต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูง พบว่า กว่า 78% ของกลุ่มตัวอย่าง​ในภูมิภาคยุโรป และ 61% ของกลุ่มตัวอย่างในอเมริกาเหนือ ต้องการให้โรงแรมที่บริษัทใช้สามารถรับรองผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากลหรือของแต่ละประเทศได้ (เช่น Green Key, GSTC และ Green Globe) โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจชั้นนำของโลก เช่น ​Siemens, Microsoft, Amazon และ Ernst &amp; Young</p>
<p><strong>2. การแข่งขันในตลาด</strong> จากการที่หลายแบรนด์เริ่มขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืนแล้ว เช่น การประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ของเชนขนาดใหญ่ รวมทั้งเริ่มเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียน การปรับเปลี่ยนในมิติของฮาร์ดแวร์ เช่น การใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการใช้ไฟและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งในมิติของซอฟต์แวร์ เช่น ​การติดตั้งระบบ​บริหารจัดการพลังงาน การติดเซนเชอร์บันทึกข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและน้ำ รวมถึงการใช้วัสดุ Recycle หรือ Upcycle ในการตกแต่งโรงแรม หรือการใช้วัตถุดิบต่างๆ จากภายในท้องถิ่น เพื่อลดการปลดปล่อย GHG Emission ที่เกิดจากการขนส่ง รวมทั้งการออกแบบโรงแรม และรูปแบบการบริหารจัดการตามแนวทาง Decarbonize เพื่อมุ่งสู่การปลดปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์​</p>
<p><strong>3. การปรับสู่ Green Supply Chain ​</strong>พันธมิตรทางการค้าที่ต้องการคู่ค้าที่มีการปรับตัวสู่ความยั่งยืน อย่าง ออนไลน์ทราเวลเอเจ้นท์ (OTAs) รายใหญ่ ที่เริ่ม​ระบุสถานะของโรงแรมและที่พักที่ได้รับการรองรับว่ามีการจัดการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24092 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/1-logo.jpg" alt="" width="670" height="670" /></p>
<p><strong>เช็คสถานะความพร้อมโรงแรมและที่พักในไทย</strong></p>
<p>สถานะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของโรงแรมในไทย ยังอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย รวมทั้งมีจำนวนผู้ประกอบการไทยที่มีการตั้งเป้าหมาย Net Zero ยัง​น้อยอยู่ และส่วนใหญ่ที่ดำเนินการเรื่องนี้จะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นหลัก​</p>
<p>โดย​ข้อมูลของ Cornell Hotel Sustainability (ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2567) พบว่า ค่าเฉลี่ย GHG Emissions ต่อการพักของลูกค้า 1 ห้อง ของโรงแรมในประเทศไทยอยู่ที่ 0.064 ตันคาร์บอน (tCO2e) ​สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโรงแรมในภูมิภาคเอเชียที่มี GHG Emissions 0.057 ตันคาร์บอน หรือเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลกซึ่งอยู่ที่ 0.019 ตันคาร์บอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24089 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/2-8.jpg" alt="" width="1200" height="608" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ประกอบการไทยสนใจดำเนินการเรื่องความยั่งยืน แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีการวัดผล GHG Emissions และการจัดทำรายงานความยั่งยืน โดยเป็นเพียงเริ่มดำเนินการจากส่วนที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงและทำได้ทันที เนื่องจากธุรกิจเพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากโควิด</p>
<p>ซึ่งจากผลสำรวจของ <strong>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> ที่ทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมราว 400 ราย ในช่วงเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา พบว่า</p>
<p>&#8211;  <strong>ผู้ประกอบการกว่า 52.8% มีการปรับตัว</strong> อาทิ การเปลี่ยนเป็นหลอดไฟประหยัดพลังงาน การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ส่วนกลาง การเปลี่ยน<br />
อุปกรณ์และติดตั้งระบบการประหยัดน้ำ การคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล หรือทำเป็นปุ๋ย รวมทั้งลดการใช้ Single-use Plastic โดยส่วนใหญ่โรงแรมที่เริ่มปรับตัวจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ และโรงแรมที่บริหารโดยเชนจากต่างประเทศ</p>
<p>&#8211; <strong>ผู้ประกอบการเกือบทั้งหมด (96.5%) ยังขาดความเข้าใจในการวัดผลกระทบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือการจัดทำรายงานความยั่งยืน</strong></p>
<p>&#8211; <strong>ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ผู้ประกอบการเกือบครึ่ง (43.8%) มีแผนที่จะยกระดับโรงแรมให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> ขณะที่ผู้ประกอบการที่<br />
ยังไม่มีแผนหรือยังไม่แน่ใจมีสัดส่วนมากกว่าครึ่ง เนื่องจากมีความกังวลเรื่องเงินทุน ต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น เนื่องจาก ธุรกิจยังไม่ฟื้นตัวดีจากผลกระทบของโควิด-19 รวมทั้งยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของมาตรฐานการวัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24090 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/3-8.jpg" alt="" width="1200" height="844" /></p>
<p>ดังนั้น เพื่อให้โรงแรมในไทยมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน ต้องมีการสนับสนุนอีกมาก โดยเฉพาะภาครัฐควรเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาทิ การจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และกำหนดกฏเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานสากล การออกมาตรการทางภาษีชั่วคราว อย่างการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่มีการลงทุน หรือปรับปรุงโรงแรมที่ช่วยลด GHG Emission ขณะที่ภาครัฐควรลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพลังงานทางเลือก / พลังงานหมุนเวียนให้ผู้ประกอบการใช้ในต้นทุนที่ถูกลง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/kresearch-release-ghg-emission-thai-hotel/">โรงแรมไทย ปล่อย  &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; สูงกว่าค่าเฉลี่ยในเอเชียและของโลก ด้านผู้ประกอบการ 96.5% ไม่เข้าใจการวัดผลกระทบและการจัดทำรายงานความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ชูกลยุทธ์ Eco-Luxury Experiences ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-eco-luxury-experiences/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Feb 2024 04:16:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CROSSROADS Maldives]]></category>
		<category><![CDATA[Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Luxury Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Ecotourism]]></category>
		<category><![CDATA[Green Traveler]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[S Hotels and Resorts]]></category>
		<category><![CDATA[SAii Resorts]]></category>
		<category><![CDATA[SHR]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Estate]]></category>
		<category><![CDATA[ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์]]></category>
		<category><![CDATA[ทราย รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล มาร์แชล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23998</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลองนึกภาพวันหยุด ที่นอกจากจะได้พักผ่อนอย่างมีความสุขท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามแล้ว คุณยังได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเป็นส่วนหนึ่งอย่างกลมกลืนกับท้องถิ่นไปพร้อมกัน จากภาพแนวคิดดังกล่าว ทำให้ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (S Hotels and Resorts: SHR) ผู้ประกอบธุรกิจบริหารและลงทุนโรงแรมรีสอร์ทในเครือบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ต้องการที่จะผลักดันการท่องเที่ยวมุมมองใหม่ที่โดดเด่นและแตกต่าง โดยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวสีเขียว หรือ Green Tourism ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น นายไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ทำการโปรโมทการท่องเที่ยวสีเขียวมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ และนับเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทฯ ที่เป็นหนึ่งในผู้นำกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบดังกล่าว” การเพิ่มมูลค่าประสบการณ์การท่องเที่ยวและพักผ่อนที่แตกต่าง รวมไปถึงการสร้างสรรค์กิจกรรมที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถลดและชดเชยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการท่องเที่ยว  ล้วนเป็นหนทางของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ในการนำเสนอการท่องเที่ยวของประเทศไทยมุมมองใหม่อย่างมีนวัตกรรม เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination) ยิ่งไปกว่านั้นเอส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-eco-luxury-experiences/">เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ชูกลยุทธ์ Eco-Luxury Experiences ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลองนึกภาพวันหยุด ที่นอกจากจะได้พักผ่อนอย่างมีความสุขท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามแล้ว คุณยังได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเป็นส่วนหนึ่งอย่างกลมกลืนกับท้องถิ่นไปพร้อมกัน</p>
<p><span id="more-23998"></span></p>
<p>จากภาพแนวคิดดังกล่าว ทำให้ <a href="http://www.shotelsresorts.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท</strong></a><strong> (S Hotels and Resorts: SHR) </strong>ผู้ประกอบธุรกิจบริหารและลงทุนโรงแรมรีสอร์ทในเครือ<a href="https://www.singhaestate.co.th/en" target="_blank" rel="noopener">บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)</a> ต้องการที่จะผลักดันการท่องเที่ยวมุมมองใหม่ที่โดดเด่นและแตกต่าง โดยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวสีเขียว หรือ Green Tourism ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น</p>
<p><strong>นายไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า<strong>“เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท </strong>ได้ทำการโปรโมทการท่องเที่ยวสีเขียวมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ และนับเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทฯ ที่เป็นหนึ่งในผู้นำกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบดังกล่าว”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24001 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/shr3.jpg" alt="" width="650" height="520" /></p>
<p>การเพิ่มมูลค่าประสบการณ์การท่องเที่ยวและพักผ่อนที่แตกต่าง รวมไปถึงการสร้างสรรค์กิจกรรมที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถลดและชดเชยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการท่องเที่ยว  ล้วนเป็นหนทางของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ในการนำเสนอการท่องเที่ยวของประเทศไทยมุมมองใหม่อย่างมีนวัตกรรม เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination)</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้นเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ยังเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ก้าวไปในทิศทางของ “การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” ด้วยการโปรโมทการท่องเที่ยวสีเขียว ผ่านโรงแรมและรีสอร์ทของบริษัทฯ ทั้งในประเทศไทย และในมัลดีฟส์</p>
<p>โดยชู 2 จุดไฮไลท์ ได้แก่ <strong>Eco</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Luxury Experience:</strong> <strong>การพักผ่อนอย่างลักชูรีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> และ <strong>Ecotourism: </strong><strong>ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เรียนรู้ธรรมชาติและท้องถิ่น</strong></p>
<p><strong><u>1. Eco</u></strong><strong><u>&#8211;</u></strong><strong><u>Luxury Experience:</u></strong><strong><u> การพักผ่อนอย่างลักชูรีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</u></strong></p>
<p>หากพูดถึงการท่องเที่ยวที่ไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม ภาพของบรรยากาศที่หรูหรา สะดวกสบาย บริการที่มีคุณภาพ อาจไม่ใช่ภาพแรกที่หลายคนนึกถึง แต่ปัจจุบันผู้นำธุรกิจโรงแรมในเซ็กเมนต์ลักชูรีทั่วโลกได้เริ่มผสมผสานความยั่งยืนเข้ามาในรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานทดแทน ไปจนถึงการปรุงอาหารจากวัตถุดิบในท้องถิ่นจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน</p>
<p>สำหรับโรงแรมในเครือของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ททั้งในไทยและมัลดีฟส์ ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในหลากหลายมิติ เช่น การลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use plastic) การสร้างระบบผลิตน้ำและบรรจุน้ำดื่มใส่ขวด และมีจุดบริการเติมน้ำดื่มให้แก่ผู้เข้าพักทั้งที่โรงแรม รวมถึงที่ <strong>โซ/ มัลดีฟส์</strong> มีการใช้พลังงานทางเลือกจากโซลาร์เซลล์บนหลังคาห้องพัก รวมถึงระบบบำบัดน้ำ ยานพาหนะไฟฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น ในขณะที่ไลฟ์สไตล์รีสอร์ท <strong>“</strong><strong>SAii Resorts”</strong> (ทราย รีสอร์ท) ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ SAii Phi Phi Island Village (ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ) SAii Laguna Phuket (ทราย ลากูน่า ภูเก็ต)  SAii Koh Samui Choengmon (ทราย เกาะสมุย เชิงมน) และ Maldives SAii Lagoon (ทราย ลากูน มัลดีฟส์) ก็มีการก่อสร้างและตกแต่งโรงแรมด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ ที่ยังคงไว้ด้วยการพักผ่อนและความสะดวกสบายแบบลักซ์ชัวรีโดยแต่ละองค์ประกอบเน้นแนวคิดการตกแต่งและออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะและงานฝีมือชาวท้องถิ่น บวกรวมกับแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติและความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท  ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24000 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/shr2.jpg" alt="" width="1200" height="791" /></p>
<p><strong><u>2. Ecotourism: </u></strong><strong><u>ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เรียนรู้จากธรรมชาติและท้องถิ่น</u></strong></p>
<p>การใช้เวลาพักผ่อนในสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นเรื่องความสวยงามทางธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ หรือตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) ถือเป็นโอกาสสำคัญที่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมชั้นนำได้เริ่มนำเสนอกิจกรรมการสำรวจธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสันทนาการของโรงแรม เพื่อเปิดโอกาสให้แขกผู้เข้าพักได้สัมผัสกับธรรมชาติในพื้นที่พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับพืชพรรณและสัตว์นานาชนิดในท้องถิ่น</p>
<p>โรงแรมในเครือ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท มีการจัดกิจกรรมสำรวจเส้นทางธรรมชาติ (Nature Trail) พานักท่องเที่ยวเยี่ยมชมเส้นทางธรรมชาติที่เป็นพื้นที่หลากหลายทางชีวภาพทั้งบนบกและในน้ำพร้อมให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกที่ดีในการรักษาสิ่งแวดล้อมจนสามารถบอกต่อไปกับคนอื่น ๆ ทั้งที่ <strong>โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย (</strong><strong>Santiburi Koh Samui</strong><strong>) และ </strong><strong>ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ (</strong><strong>SAii Phi Phi Island Village)</strong> นอกจากนี้ยังได้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล (Marine Discovery Centre: MDC) ขึ้นที่ <strong>ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ (</strong><strong>SAii Phi Phi Island Village) </strong>และโครงการ <strong>ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ (</strong><strong>CROSSROADS Maldives</strong><strong>)</strong> ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ให้ผู้ที่สนใจด้านระบบนิเวศน์ทางทะเล และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24002 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/shr4.jpg" alt="" width="1200" height="898" /></p>
<p>ทั้งนี้โครงการ <strong>ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ (</strong><strong>CROSSROADS Maldives</strong><strong>)</strong> ยังได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งสำคัญกับ กระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน มัลดีฟส์ (Ministry of Climate Change, Environment &amp; Energy) เพื่อร่วมกันเดินหน้ารักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของมัลดีฟส์ให้สวยงามอย่างยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 31% ของขนาดโครงการทั้งหมด โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการอนุรักษ์พื้นที่ OECMs อันได้แก่ พื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่พื้นที่คุ้มครอง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ  (Other effective area-based conservation measures) นอกจากนั้นยังมีศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล ซึ่งทาง เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้สร้างสรรค์พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการทั้งในร่มและกลางแจ้ง โดยแบ่งเป็น 5 โซนแห่งการเรียนรู้ด้านการความหลากหลายทางชีวภาพของปะการัง ไปจนถึงการเพาะอนุรักษ์ และการอบรมนักดำน้ำให้ดื่มด่ำทิวทัศน์ใต้ทะเลอย่างปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิตใต้น้ำมากที่สุด และยังได้สร้างจุดอนุรักษ์ปะการัง ขนาด 64,000 ตารางเมตร โดยในพื้นที่ดังกล่าวได้สงวนไว้ให้ไม่มีการก่อสร้างหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวใด ๆ เพื่อดูแลรักษาระบบนิเวศน์ทางทะเลในหมู่เกาะมัลดีฟส์ ซึ่งถือเป็นแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก</p>
<p>สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Green Traveler เป็นกลุ่มที่มีความใส่ใจและมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงานสะอาด การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฯลฯ เมื่อนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเดินทางจะนึกถึง destination ที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี และหากได้มีร่วมส่วนทำสิ่งดีให้กับพื้นที่นั้นด้วย ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจไปจุดหมายปลายทางนั้น เรามั่นใจว่ากิจกรรมที่เราจัดเตรียมไว้เป็นจุดแข็งที่ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี  จนทำให้โรงแรมในเครือ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Green Traveler นึกถึง  และนอกจากนี้ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทยังมีความมุ่งหวังว่ากิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้น จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวได้นำแนวทางการปฏิบัติที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมไปปรับใช้ เพื่อสร้างผลเชิงบวกต่อชุมชนและสังคมอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24003 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/shr5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายไมเคิล</strong>กล่าวปิดท้ายว่า “ด้วยความเชื่อที่ว่าธุรกิจจะต้องเติบโตไปพร้อมกับความคงอยู่ของธรรมชาติ และคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน ไม่ว่าเราจะขยายธุรกิจไปที่ใด เราจะต้องสร้างความเจริญเติบโตให้พื้นที่แห่งนั้นไปพร้อมกัน         เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท  จึงตั้งเป้าหมายให้ทุกโรงแรมในเครือ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรม รวมถึงดำเนินการตามเป้าหมายระยะยาวความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) และการเพิ่มพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างสังคมคุณภาพ  ตามแนวทางของสิงห์ เอสเตท ที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืน”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-eco-luxury-experiences/">เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ชูกลยุทธ์ Eco-Luxury Experiences ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Feb 2024 12:43:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[IUCN]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[S Hotels & Resorts]]></category>
		<category><![CDATA[SHR]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ เอสเตท]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล มาร์แชล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23722</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประกาศแผนขับเคลื่อนธุรกิจของ SHR หรือ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติ ในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) นอกจากประกาศ​เป้าหมาย​เชิง Performance ที่ต้องการ​ผลักดันรายได้ให้เติบโตแตะ 12,000 ล้านบาท พร้อมเพิ่มระดับกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต 3-5% ตามปกติแล้ว ยังมีแผนขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ​ภายใต้แนวทาง Nature-based Solutions ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 2 มิติ ประกอบด้วย การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ​มากขึ้น 30% ครอบคลุมพื้นที่โครงการ โดยตั้งเป้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้ง 2 มิติ ได้ภายในปี 2030 คุณไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/">SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การประกาศแผนขับเคลื่อนธุรกิจของ <strong>SHR </strong>หรือ <strong>บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้นำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติ ในเครือ <strong>บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)</strong> นอกจากประกาศ​เป้าหมาย​เชิง Performance ที่ต้องการ​ผลักดันรายได้ให้เติบโตแตะ 12,000 ล้านบาท พร้อมเพิ่มระดับกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต 3-5% ตามปกติแล้ว<span id="more-23722"></span></p>
<p>ยังมีแผนขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ​ภายใต้แนวทาง<strong> Nature-based Solutions</strong> ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 2 มิติ ประกอบด้วย การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ​มากขึ้น 30% ครอบคลุมพื้นที่โครงการ โดยตั้งเป้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้ง 2 มิติ ได้ภายในปี 2030</p>
<p><strong>คุณไมเคิล </strong><strong>มาร์แชล </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าหมายให้การดำเนินธุรกิจของ​เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ท้ังการ<strong>สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยวาง​เป้าหมายสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality </strong>ภายในปี 2030 พร้อมตั้งเป้าลดการปลดปล่อยคาร์บอนลงในอัตรา 5% ต่อปี ตามแผน NDC Roadmap ของประเทศ ด้วยการเดินหน้า​ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในกลุ่มโรงแรม ทั้งในไทยและมัลดีฟส์ รวมถึง โซ/ มัลดีฟส์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 20%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Nature-Based-Solutions-.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p><strong>เสริมแกร่งพอร์ตโฟลิโอผ่าน Biodiversity </strong></p>
<p>ขณะที่อีกด้านหนึ่งจะมุ่งส่งเสริม<strong>การสร้างผลกระทบเชิงบวก ผ่านการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ Biodiverdity มากขึ้นอีก 30%</strong> ภายในปี 2030 เช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทได้ขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุ์สิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ ภายในพืนที่โดยรอบที่โครงการตั้งอยู่ และสามารถพบสิ่งมีชีวิต 21 ชนิด ที่อยู่ในกลุ่ม Red list หรือ​กลุ่มบัญชีแดงเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) อยู่บ่อยครั้งในพื้นที่โครงการ</p>
<p>นอกจากนี้ ​ยังได้ร่วมลงนาม MoU​ กับกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ของรัฐบาลมัลดีฟส์ เพื่อสนับสนุนพื้นที่อนุรักษ์นอกพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-Based Conservation Measures: OECMs) ภายในโครงการครอสโร้ดส์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 3.1 ล้านตารางเมตร หรือกว่า 31% ของพื้นที่โครงการ โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรอินเดีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23730 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Experience.jpg" alt="" width="1200" height="661" /></p>
<p><em>&#8220;แผน​ขับเคลื่อนความยั่งยืนมีส่วน​ส่งเสริม​การเติบโตได้ตามเป้าหมายของ SHR เนื่องจาก Destination ส่วนใหญ่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวกลุ่ม Blue tourism ที่นอกจากบรรยากาศ และความสวยงามตาม​ธรรมชาติแล้ว การมีความหลากหลายทางชีวภาพยังสามารถเพิ่ม Attraction ที่ช่วยส่งเสริมประสบการณ์ที่แตกต่างให้ผู้เข้าพักได้มากขึ้น เช่น การศึกษาเส้นทางธรรมชาติ​ทาง Biological หรือ Ecological ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และ​ SHR ได้ครีเอทกิจกรรมผ่านศูนย์เรียนรู้ทางทะเลในโครงการทั้งที่เกาะพีพี และมัลดีฟส์ ​​โดยตั้งเป้าต้อนรับผู้เข้าชมตลอดทั้งปีมากกว่า 5 หมื่นคน รวมไปถึง​​​กิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม​ชุมชน ​การใช้ผลผลิตและวัตถุดิบที่ปลูกและจัดหาจากท้องถิ่น เพื่อนำเสนอเมนูจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (Farm to Table) และอาหารทะเลสดใหม่แก่แขกที่เข้าพักอีกด้วย ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วย​เพิ่มรายได้จากฝั่ง Non-room เพิ่มมากขึ้น พร้อม​สร้างเอกลักษณ์จากความแตกต่าง และทำให้มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23726 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Mr.-Michael-Marshall_Horizontal.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b></b><strong>ตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่อง 1.2 หมื่นล้านบาท</strong></p>
<p>สำหรับผลประกอบการ SHR ในปี 2566 ที่ผ่านมา สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ 1 หมื่นล้านบาท จาก​การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา รวมถึงข้อได้เปรียบจากสถานที่ตั้งโรงแรมในเครือที่อยู่ในจุดหมายปลายทางสำคัญ ส่วนเป้าหมายในปี 2567 นี้ ตั้งเป้ามีรายได้เพิ่มเป็น  1.2 หมื่นล้านบาท พร้อมเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต​ 3 – 5%</p>
<p>ทั้งนี้ได้วาง 4 กลยุทธ์ที่จะใช้ขับเคลื่อนเพื่อเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้  ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ขับเคลื่อน</strong><strong>ประสิทธิภาพ มุ่งสร้างการเติบโต (</strong><strong>Drive efficiency, ignite growth</strong><strong>) </strong>ผ่านปัจจัยการเติบโต 3 ด้าน ได้แก่ อัตราเฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) ซึ่งตั้งเป้า​เติบโตขึ้น 25% จากยอดจองห้องพักในมัลดีฟส์ช่วงไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ดี และค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ซึ่งคาดว่าจะเติบโต​ 20% จากการปรับปรุงห้องพักของโรงแรมในฟิจิและไทย และการเปิดตัวของโซ/ มัลดีฟส์ นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าการเติบโตของรายได้อื่นนอกเหนือจากการเข้าพัก (Non-room Revenue) ที่ 15% ทั้งจากอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีแผนเปิดตัวบีชคลับทราย (SAii) ในทุกรีสอร์ท และรองรับดีมานด์จากตลาด Mice ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23725 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SAii-Lagoon-Maldives-1024x682.jpg" alt="" width="800" height="533" /></p>
<p><strong>&#8211; ปลดล็อคศักยภาพของพอร์ตโฟลิโอ (</strong><strong>Unleash the power of the portfolio</strong><strong>) </strong> ด้วยเป้าหมาย <strong>ยกระดับพอร์ตโฟลิโอและหมุนเวียนสินทรัพย์ </strong><strong>(Portfolio Enhancement)</strong>  โดยตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Return Rate: IRR) ​12 – 15% พร้อมต่อยอดแผน​ปรับปรุงโรงแรมในประเทศไทยที่ ทราย ลากูน่า ภูเก็ต และ ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ สำหรับตลาดสหราชอาณาจักร บริษัทฯ จะดำเนินกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่และรีแบรนด์โรงแรมในพื้นที่ที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยว อาทิ แมนเชสเตอร์ เอดินเบอระ เลสเตอร์ และกลาสโกว์</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด (</strong><strong>Scale Without Limits</strong><strong>)</strong><strong>​</strong> เพื่อตอบรับการเติบโต​กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อม ​​<strong>ยกระดับแบรนด์</strong> <strong>(Brand Enhancement)</strong> โดยสร้างการจดจำแบรนด์ ทราย (SAii) ในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวแบบลักชูรีอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ความต้องการและเทรนด์ระดับโลก สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวว่าการเข้าพักจะสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด พร้อมต่อยอดความเชื่อมั่นแบรนด์สู่การเติบโตภายใต้ข้อจำกัดที่ลดลง โดยตั้งเป้า​​เพิ่มจำนวนโรงแรม ในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดจำนวนไม่น้อยกว่า 50 แห่ง ภายในระยะเวลา 5 ปี ​</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ปักหมุดรุกตลาดใหม่ (</strong><strong>Beyond Borders</strong><strong>)</strong><strong>​ </strong>ผ่านการจัดสรรงบ​ลงทุน  15,000 ล้านบาท เพื่อ<strong>ซื้อและควบรวมกิจการ</strong> (Merger and Acquisition) ตลอดระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า โดยยังคงพุ่งเป้าไปที่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในภาคพื้นทวีปยุโรปในแถบเมดิเตอร์เรเนียน สหราชอาณาจักร แถบมหาสมุทรอินเดีย เอเชียแปซิฟิค และฟิจิ เพื่อสร้างความหลากหลายให้แก่พอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ และสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนในด้านรายได้ รวมถึงลดความผันผวนทางฤดูกาล (Seasonal Effect) ของโรงแรมในเครืออีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23723 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SHR_BusinessDirection.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>​&#8221;​ SHR ยังคง​รักษาตำแหน่งผู้ประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของไทย ผ่านการปรับปรุงโรงแรม เพื่อเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวัน (Average Daily Rate: ADR)  ในไทยและฟิจิให้สูงขึ้น​ 20% นอกจากนี้ การเปิดตัว โซ/ มัลดีฟส์ (SO/ Maldives) รีสอร์ทระดับ 5 ดาว ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงการ ‘ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์’ (CROSSROADS Maldives) ในการตอบรับความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มนักท่องเที่ยวนานาชาติ และเติมเต็มให้ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ เป็นผู้นำจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรที่สุดในหมู่เกาะมัลดีฟส์  นอกจากนี้ ยังได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุน จากการออกหุ้นกู้อายุ 3 ปี ที่มียอดจองซื้อสูงเกินกว่าเป้าหมาย ปิดการขายด้วยมูลค่า 1,300 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทฯ ในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนและรองรับกลยุทธ์การลงทุนในอนาคต&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/">SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
