<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ITBF &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/itbf/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jul 2024 05:15:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ITBF &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทัพ 29 บริษัทชั้นนำไทย-อิตาลี รวมพลังขานรับการลงทุนสองประเทศ บูสต์มูลค่าการค้า 1.9 แสนล้าน เร่งเครื่อง FTA เต็มสูบ หนุนไทยเป็นฮับอุตสาหกรรมเป้าหมาย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/central-group-in-italian-thai-business-forum-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jul 2024 04:57:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Italian-Thai Business Forum]]></category>
		<category><![CDATA[ITBF]]></category>
		<category><![CDATA[กราฟีน ครีเอชั่นส์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[บุษบา จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการค้าการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[อิตาเลียน-ไทย บิสซิเนส ฟอรั่ม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย-อิตาลี]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27128</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและอิตาลีเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยมูลค่าการค้าร่วมกันในปี 2566 ทั้งสิ้น 5,062.15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 1.9 แสนล้านบาท หอการค้าไทย, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ สถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทย จึงเดินหน้าจัด ประชุมอิตาเลียน&#8211;ไทย บิสซิเนส ฟอรั่ม (Italian-Thai Business Forum &#8211; ITBF) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ณ Palazzo Vecchio เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ร่วมกัน โดยมี นักธุรกิจชั้นนำจากประเทศอิตาลีและประเทศไทยเข้าร่วมทั้งหมด 29 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทจากอิตาลี 13 บริษัท และบริษัทจากไทย 16 บริษัท ครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญตั้งแต่ อุตสาหกรรมยานยนต์, การธนาคาร, โครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง, อาหาร, ประกันภัย, เฟอร์นิเจอร์, ไลฟ์สไตล์, น้ำมันและก๊าซ, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/central-group-in-italian-thai-business-forum-2024/">ทัพ 29 บริษัทชั้นนำไทย-อิตาลี รวมพลังขานรับการลงทุนสองประเทศ บูสต์มูลค่าการค้า 1.9 แสนล้าน เร่งเครื่อง FTA เต็มสูบ หนุนไทยเป็นฮับอุตสาหกรรมเป้าหมาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและอิตาลีเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยมูลค่าการค้าร่วมกันในปี 2566 ทั้งสิ้น <strong>5</strong><strong>,</strong><strong>062.15</strong><strong> ล้านเหรียญสหรัฐฯ </strong>หรือเกือบ <strong>1.9 </strong><strong>แสนล้านบาท</strong> <strong>หอการค้าไทย</strong>, <strong>สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย</strong> และ <strong>สถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทย</strong> จึงเดินหน้าจัด <strong>ประชุมอิตาเลียน</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ไทย บิสซิเนส ฟอรั่ม </strong><strong>(Italian-Thai Business Forum &#8211; ITBF) </strong><strong>ต่อเนื่องเป็นปีที่ </strong><strong>9</strong><strong> ณ </strong><strong>Palazzo Vecchio </strong><strong>เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี</strong></p>
<p><span id="more-27128"></span></p>
<p>เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ร่วมกัน โดยมี <strong>นักธุรกิจชั้นนำจากประเทศอิตาลีและประเทศไทยเข้าร่วมทั้งหมด</strong> <strong>29</strong> <strong>บริษัท</strong> แบ่งเป็นบริษัทจากอิตาลี 13 บริษัท และบริษัทจากไทย 16 บริษัท ครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญตั้งแต่ <strong>อุตสาหกรรมยานยนต์</strong><strong>,</strong><strong> การธนาคาร</strong><strong>,</strong><strong> โครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง</strong><strong>,</strong><strong> อาหาร</strong><strong>, </strong><strong>ประกันภัย</strong><strong>,</strong><strong> เฟอร์นิเจอร์</strong><strong>,</strong><strong> ไลฟ์สไตล์</strong><strong>,</strong><strong> น้ำมันและก๊าซ</strong><strong>, </strong><strong>พลังงานหมุนเวียน</strong><strong>,</strong><strong> เครื่องจักร</strong><strong>,</strong><strong> น้ำตาล</strong><strong>,</strong><strong> ค้าปลีก</strong><strong>,</strong><strong> ยาง</strong><strong>,</strong><strong> ปิโตรเคมี และการท่องเที่ยว</strong> เป็นต้น</p>
<p>การประชุมอิตาเลียน-ไทย บิสซิเนส ฟอรั่ม ครั้งที่ 9 (ITBF) เป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีมาอย่างยาวนานกว่า <strong>156 </strong><strong>ปี</strong> โดยเฉพาะในฐานะคู่ค้าคนสำคัญ โดยก่อนหน้านี้ <strong>นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้</strong><strong>เยือนสาธารณรัฐอิตาลีอย่างเป็นทางการ</strong><strong>ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา </strong>โดยได้หารือกับ นางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอิตาลีเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนร่วมกัน โดย <strong>นาง</strong><strong>จอร์เจีย เมโลนี มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ ปี </strong><strong>2568 </strong>อีกด้วย สำหรับการประชุม ITBF ในปีนี้มีได้รับเกียรติจาก <strong>นายเปาโล ดิโอนิซี </strong>(H.E. Mr. Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย, <strong>นายพุทธพร  อิ้วตกส้าน</strong> เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐอิตาลี เข้าร่วมประชุมด้วย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27131 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/I3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นางสาวบุษบา จิราธิวัฒน์</strong> <strong>ประธานร่วมอิตาเลียน</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ไทย บิสซิเนส ฟอรั่ม และที่ปรึกษา กลุ่มเซ็นทรัล </strong>กล่าวว่า “การประชุม Italian-Thai Business Forum จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 เพื่อสานสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและอิตาลี รวมทั้ง<strong>เป็นเวทีที่รวบรวมเหล่าซีอีโอและผู้นำของภาคเอกชนทั้งไทยและอิตาลีได้แสดงศักยภาพและความโดดเด่นของแต่ละบริษัท เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายหลากหลายแขนง </strong>ช่วยอำนวยประโยชน์ด้านการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศให้เกิดการขยายความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ โดยอิตาลีถือเป็นประเทศ <strong>คู่ค้าอันดับที่ 24 ของไทยและอันดับที่ 3 จากอียู</strong>”</p>
<p>ด้านประธานร่วมฝั่งอิตาลี<strong> นายคาร์โล เปเซ็นติ (</strong><strong>Mr. Carlo Pesenti</strong><strong>)</strong> <strong>ประธานร่วมอิตาเลียน</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ไทย บิสซิเนส ฟอรั่ม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิตาโมบิลิอาเร</strong> กล่าวว่า “รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสมาชิกทุกท่าน บริษัทอิตาโมบิลิอาเร ให้ความสำคัญกับการลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพการในการเติบโตสูง รวมถึงมีแนวคิดด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการบูรณาการ ESG ในทุกขั้นตอนของการลงทุน ดังนั้นการมีความเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับข้อบังคับของยุโรปด้านความยั่งยืน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนในการเติบโตร่วมกันต่อไป”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27134 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/I5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด</strong> กล่าวถึง <strong>GDP </strong><strong>ของไทยในไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ขยายตัว </strong><strong>1.5% </strong><strong>เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน </strong>ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของภาคท่องเที่ยว นอกจากนี้ภาครัฐยังชูวิสัยทัศน์ Ignite Thailand เพื่อ<strong>ผลักดัน </strong><strong>8 </strong><strong>อุตสาหกรรมเป้าหมายให้ไทยเป็นฮับของภูมิภาค</strong> <strong>เร่งส่งเสริมการเจรจาเขตการค้าเสรี (</strong><strong>Free Trade Area – FTA</strong><strong>) ไทย</strong><strong>&#8211;</strong><strong>อียู</strong>  <strong>ให้แล้วเสร็จภายในปี </strong><strong>68</strong> รวมทั้งส่งเสริมการลงทุนในไทยผ่านหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI (Board of Investment) ออกมาตรการการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% นาน 5 ปี, การยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร เป็นต้น</p>
<p><strong>ดร. ฟิลิปโป คอร์ซินี</strong> <strong>ศาสตราจารย์ด้านการจัดการความยั่งยืนจากสถาบัน </strong><strong>Scuola Superiore Sant&#8217;Anna </strong>ให้ความเห็นว่าภาคธุรกิจมีความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยนโยบายสำคัญของสหภาพยุโรป ได้แก่ <strong>European Green Deal</strong> ที่ตั้งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 และลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิอย่างน้อย 55% ภายในปี 2030 นอกจากนี้ยังตระหนักถึงความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์และการผลิตที่ยั่งยืน อาทิ สิ่งทอ, บรรจุภัณฑ์, อาหาร เป็นต้น</p>
<p><strong>นายธวัชชัย เศรษฐจินดา รองประธานหอการค้าไทย </strong>ให้ข้อมูลว่าสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้เน้นย้ำถึงการสานต่อ <strong>MOU </strong><strong>ระหว่างสภาหอการค้าไทยและสภาหอการค้าอิตาลี</strong> (Unioncamere: the Italian Union of Chambers of Commerce, Industry, Crafts and Agriculture) เพื่อ<strong>ผลักดันธุรกิจระดับ </strong><strong>SME</strong> <strong>โดยเฉพาะด้านอาหาร</strong><strong>, </strong><strong>แฟชั่น (ผ้าไหม)</strong><strong>, </strong><strong>ไลฟ์สไตล์ (เซรามิกและเฟอร์นิเจอร์)</strong> สู่ตลาดสากล</p>
<p>สำหรับการประชุมในปีนี้ นักธุรกิจตัวแทนทั้งจากประเทศไทยและอิตาลีได้นำเสนอ <strong><u>ข้อมูลด้านนโยบายและแผนงานด้านธุรกิจของบริษัทให้กับสมาชิก เพื่อต่อยอดโอกาสการค้าการลงทุนร่วมกัน</u></strong> อาทิ</p>
<ul>
<li><strong><u>กลุ่มเซ็นทรัล</u></strong> : ห้างรีนาเชนเต สาขาฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี <strong>ติดอันท็อปเทน ห้างสรรพสินค้าไฮเอนด์ที่ดีที่สุดในโลกในปี </strong><strong>2565</strong> ปัจจุบันรีนาเชนเตมีทั้งหมด <strong>9 </strong><strong>สาขา ใน </strong><strong>8 </strong><strong>เมือง</strong> อาทิ โรม มิลาน ฟลอเรนซ์ ตูริน เป็นต้น และยังครอง<strong>อันดับ </strong><strong>1 </strong><strong>ด้าน </strong><strong>Online Store </strong><strong>และ </strong><strong>On Demand Chat &amp; Shop</strong> โดยมีผู้ใช้บริการมากกว่า <strong>20 </strong><strong>ล้านคน</strong> มีแบรนด์สินค้าภายในห้างกว่า <strong>3,600 </strong><strong>แบรนด์</strong> นอกจากนี้ยังส่งเสริมสินค้าภูมิปัญญาไทยด้วยการนำกระเป๋า เครื่องแต่งกายที่ผลิตจาก<strong>ผ้าขาวม้าไทย</strong>มาจำหน่ายในห้างรีนาเชนเตอีกด้วย ทั้งนี้ในปลายปี 67 เตรียมเผยโฉมใหม่<strong>ห้างเซ็นทรัล</strong> <strong>สาขาชิ</strong><strong>ดลม</strong><strong> ประเทศไทย</strong> อย่างเต็มรูปแบบ ในคอนเซ็ปต์ The Store of Bangkok ด้วยงบลงทุน<strong>กว่า</strong> <strong>4 </strong><strong>พันล้านบาท</strong></li>
</ul>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27132 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/I6.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>รวมทั้งกลุ่มเซ็นทรัลยังมุ่งส่งเสริมงานศิลปะด้วยการ<strong>นำผลงานของศิลปินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> ที่กลุ่มเซ็นทรัลให้การสนับสนุน จัดแสดงในงาน <strong>“เวนิส เบียนนาเล่” ครั้งที่ </strong><strong>60</strong> เทศกาลศิลปะที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย</p>
<ul>
<li><strong><u>ธนาคารกรุงเทพ</u></strong> : เป็นธนาคารที่ใหญ่อันดับ 6 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ เป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่เปิดสาขาในต่างประเทศรวม 14 ประเทศทั่วโลก โดยใน <strong>ปี </strong><strong>66-67 </strong><strong>มีแผนพัฒนาการบริการให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น อาทิ </strong><strong>New Regional iCash, Domestic Blockchain Payment</strong> เป็นต้น</li>
<li><strong><u>อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์</u></strong> <strong>: </strong>ผลิตและส่งออก<strong>เฟอร์นิเจอร์ที่เน้นดีไซน์ด้านความยั่งยืน </strong>(Sustainable Design) และดำเนินธุรกิจโรงงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อเมษายนได้เข้า<strong>ร่วมงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก</strong> Salone del Mobile หรือ <strong>Milan Design Week</strong> ณ เมืองมิลาน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ผลงานในอนาคต</li>
<li><strong><u>โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ </u></strong>บริษัทในเครือของกลุ่ม ปตท.ประกอบธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ เน้นกลยุทธ์ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อ<strong>ลดการปล่อยมลพิษ</strong> <strong>มุ่งพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด</strong> เช่น พลังงานหมุนเวียน , เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน (ESS &#8211; Energy Storage System)เป็นต้น</li>
<li><strong><u>กราฟีน ครีเอชั่นส์</u></strong> กราฟีน เป็น<strong>วัสดุคาร์บอนที่ใช้กันแพร่หลาย</strong>ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ปิโตรเคมี โพลิเมอร์ อิเล็กทรกนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์ โดยตลาดกราฟีนทั่วโลกในปี 2565 มีมูลค่า 92 ล้านเหรียญสหรัฐ และ<strong>คาดว่าจะมีมูลค่าถึง</strong> <strong>3,548.96 </strong><strong>ล้านเหรียญสหรัฐ</strong><strong>ภาย</strong><strong>ในปี </strong><strong>2573</strong> โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นใช้เทคโนโลยีเช่น AI ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และมุ่งสู่ความยั่งยืนในอนาคต</li>
<li><strong><u>เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์</u></strong> <strong>:</strong> ผู้ให้บริการ<strong>โลจิสติกส์และซัพพลายเชนรายใหญ่</strong><strong>ที่สุด</strong><strong>ในภูมิภาคเอเชีย </strong><strong>ให้บริการขนส่งที่หลากหลาย</strong> เช่น ทางรางผ่านรถไฟความเร็วสูง, ทางอากาศที่สนามบินอู่ตะเภาและสุวรรณภูมิ,ทางรถผ่านมอเตอร์เวย์, ทางทะเลผ่านท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือมาบตาพุด โดยมีบริการทั้งหมด 9 ประเทศในภูมิภาคอาเซียนและจีน อีกทั้ง <strong>ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคตมาใช้ในคลังสินค้า</strong> อาทิ ASRS , AI, หุ่นยนต์ เป็นต้น</li>
<li><strong><u>ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี</u></strong> <strong>: </strong>ผู้นำด้านการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในเอเชีย โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า มีฐานการผลิตทั้งในไทยและต่างประเทศครอบคลุมเขตอุตสาหกรรมหลัก เช่น แหลมฉบัง, ระยอง, นครนายก และสมุทรปราการ รวมถึงจีน อินเดีย ญี่ปุ่น อเมริกา และเวียดนาม และล่าสุดบริษัทคู่ค้าอย่างดูคาติ (Ducati) ได้ลงทุนตั้งฐานการผลิตที่จังหวัดระยองเมื่อเดือนเมษายน 2567</li>
<li><strong><u>วัฒนไพศาล เอ็นยิเนียริ่ง</u></strong>: ประกอบธุรกิจผลิตโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ อาทิ <strong>โรงไฟฟ้า</strong><strong>, </strong><strong>โรงกลั่นน้ำมัน</strong><strong>, </strong><strong>โรงปิโตรเคมี</strong><strong>, </strong><strong>ถังความดัน</strong><strong>, </strong><strong>และการติดตั้งเครื่องจักร </strong>เพื่อส่งออกตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างความสำเร็จของบริษัท เช่น การผลิตโรงงานน้ำตาลแห่งแรกของไทย (Thai Sugar Mill) โดยปัจจุบันได้ทำงานร่วมกับบริษัทด้านน้ำมันและก๊าซที่มีชื่อเสียง เช่น Exxon, Ineos, Thai Oil เป็นต้น</li>
</ul>
<p>เกือบ 1 ทศวรรษของความสำเร็จในการประชุม “อิตาเลียน-ไทย บิสซิเนส ฟอรั่ม” ได้แสดงถึงเจตจำนงอันแรงกล้าของทั้งสองฝ่ายในการขยายศักยภาพความร่วมมือด้านการค้า-การลงทุนร่วมกัน <strong>โดยจากข้อมูลของ</strong><strong>สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยว่าประเทศ</strong><strong>ไทยและอิตาลีมีมูลค่าการค้าในปี </strong><strong>66 </strong><strong>รวม </strong><strong>5,062.15 </strong><strong>ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น </strong><strong>3.32% </strong><strong>แบ่งเป็น การส่งออกมูลค่า </strong><strong>2,098.42 </strong><strong>ล้านเหรียญสหรัฐ และการนำเข้า มูลค่า </strong><strong>2,963.73 </strong><strong>ล้านเหรียญสหรัฐ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27133 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/I8.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับการประชุมอิตาเลียน-ไทย บิสซิเนส ฟอรั่มในครั้งนี้ คณะกรรมการฝ่ายอิตาลีที่ได้เข้าร่วม <strong>13 </strong><strong>บริษัท</strong> ได้แก่<strong> อิตาโมบิลิอาเร</strong><strong> (Italmobiliare), </strong><strong>อินเตซา ซานเปาโล</strong><strong> (Intesa Sanpaolo), </strong><strong>ซีไอเอส ซิซิลี (</strong><strong>CIS Sicily &amp; Unicitrus),  </strong><strong>ซีเอ็นเอช อินดัสเทรียล </strong><strong>(CNH Industrial), </strong><strong>เอเชีย แปซิฟิก เฟอเรโร่ (</strong><strong>Asia Pacific Ferrero</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>คาวันญ่า กรุ๊ป </strong><strong>(Cavagna Group), </strong><strong>อินัลก้า ฟู้ด แอนด์ เบเวอเรจ </strong><strong>– </strong><strong>คีโมนีนี กรุ๊ป (</strong><strong>Inalca Food &amp; Beverage &#8211; Cremonini Group</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>ไซเปม (</strong><strong>SAIPEM),</strong><strong>วิตตอเรีย (</strong><strong>Vittoria</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>ดาเนียลี</strong><strong> (Danieli), </strong><strong>พีเรลรี (</strong><strong>Pirelli</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>ลีโอนาโด (</strong><strong>Leonardo</strong><strong>) </strong></p>
<p>และผู้เข้าร่วมจากประเทศไทย รวม <strong>16 </strong><strong>บริษัท </strong>ได้แก่ <strong>กลุ่มเซ็นทรัล (</strong><strong>Central Group</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>กลุ่มมิตรผล (</strong><strong>Mitr Phol Group</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>ไทยวิวัฒน์ประกันภัย (</strong><strong>Thaivivat Insurance</strong><strong>)</strong><strong>,</strong><strong> วัฒนไพศาล เอ็นยิเนียริ่ง (</strong><strong>Vatana Phaisal Engineering Co.,Ltd.</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>ธนาคารกรุงเทพ (</strong><strong>Bangkok Bank PCL.</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>หลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ (</strong><strong>Merchant Partners Asset Management</strong><strong>)</strong><strong>,</strong><strong>เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ (</strong><strong>SCG JWD</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>พิณสยาม (</strong><strong>Pin Siam Co.,Ltd.</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>ไทยฮั้วยางพารา (</strong><strong>Thai Hua Rubber PCL.</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท แอ็ลไลด์ เม็ททัลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด (</strong><strong>Allied Metals (Thailand) Co., Ltd</strong>)<strong>,</strong> <strong>ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (</strong><strong>Thai Union Group PCL.</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>บุญรอดบริวเวอรี่ (</strong><strong>Boon Rawd Brewery Co., Ltd.</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>กราฟีน ครีเอชั่นส์ (</strong><strong>Graphene Creations Co.,Ltd.</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี </strong><strong>(</strong><strong>Thai Summit Autoparts Industry</strong><strong>)</strong><strong>,</strong> <strong>โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (</strong><strong>Global Power Synergy PCL.</strong><strong>)</strong><strong>, </strong><strong>อุตสาหกรรม ดีสวัสดิ์ (</strong><strong>Deesawat Industries Co.,Ltd.</strong><strong>) </strong>นอกจากนี้ยังมีผู้แทนภาครัฐ ได้แก่ <strong>เปาโล ดีโอนีซี</strong> <strong>(</strong><strong>H.E. Mr. Paolo Dionisi)</strong> เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย, <strong>เฟเดริโก้ คาร์ดินี่</strong> <strong>(</strong><strong>Mr. Federico Cardini)</strong> ประธานหอการค้าไทย-อิตาเลียน เข้าร่วมด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27129 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/I1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การประชุมอิตาเลียน-ไทย บิสซิเนส ฟอรั่ม แสดงถึงโมเมนตัมการค้าและการลงทุนที่เป็นไปในทิศทางบวก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสองประเทศให้เติบโตอย่างเข็มแข็งและยั่งยืน </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/central-group-in-italian-thai-business-forum-2024/">ทัพ 29 บริษัทชั้นนำไทย-อิตาลี รวมพลังขานรับการลงทุนสองประเทศ บูสต์มูลค่าการค้า 1.9 แสนล้าน เร่งเครื่อง FTA เต็มสูบ หนุนไทยเป็นฮับอุตสาหกรรมเป้าหมาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
