<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>KBank &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/kbank/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 15:59:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>KBank &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 15:59:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3 วิกฤติสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Collapse]]></category>
		<category><![CDATA[Climate crisis]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[pollution]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดซื้อจัดจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ณกรณ์ ตรรกวิรพัท]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.คุรุจิต นาครทรรพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐมภพ สุวรรณศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ บุญสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาครัฐสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธนา เจียมตระการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42262</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ในโอกาสครบรอบ 33 ปี ของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมแสดงจุดยืนครั้งสำคัญในการก้าวไปสู่องค์กรผู้นำในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ พร้อมเครือข่ายพันธมิตร โดยได้ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก วิกฤติสิ่งแวดล้อมไทย ประกอบด้วย 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Collapse) และ มลพิษ (Pollution) เพื่อร่วมผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับนโยบายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อร่วมหาทางรอดจากวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis” เวทีที่ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำเสนอผ่านประเด็น Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ทุกภาคส่วนของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ในโอกาสครบรอบ 33 ปี ของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม <strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (</strong><strong>TEI)</strong> พร้อมแสดงจุดยืนครั้งสำคัญในการก้าวไปสู่องค์กรผู้นำในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ พร้อมเครือข่ายพันธมิตร</p>
<p><span id="more-42262"></span></p>
<p>โดยได้ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก วิกฤติสิ่งแวดล้อมไทย ประกอบด้วย 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Collapse) และ มลพิษ (Pollution) เพื่อร่วมผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับนโยบายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อร่วมหาทางรอดจากวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis”</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246467.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>เ</strong><strong>วทีที่ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ </strong>นำเสนอผ่านประเด็น <strong>Climate Crisis </strong><strong>วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน </strong>เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ทุกภาคส่วนของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ต้องเร่งขับเคลื่อนแผนด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>สำหรับประเทศไทยได้เร่งเครื่องในระดับนโยบายในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยการตั้งเป้าให้ประเทศไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยเป็นการปรับเป้า Net Zero ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม 15 ปี ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเชิงระดับนโยบาย ด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่สมดุล ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์</strong> ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นประธานกล่าวเปิดงานว่า “องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ในฐานะเครือข่ายธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศมีความมุ่งมั่นในการร่วมสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย TEI และ TBCSD ได้บูรณาการการทำงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกับองค์กรสมาชิกและองค์กรพันธมิตร จนทำให้ TBCSD กลายมาเป็นผู้นำภาคธุรกิจในการยกระดับมาตรฐานองค์กรภาคธุรกิจไทย อันเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42268 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Green-Procure.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>กรมบัญชีกลางเดินหน้ายกระดับ “ภาครัฐสีเขียว” ผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong> โดย <strong>นางแพตริเซีย มงคลวนิช</strong> อธิบดีกรมบัญชีกลาง “ได้เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมบัญชีกลางได้เริ่มดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) ซึ่งนำร่องบังคับใช้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในระยะแรกได้กำหนดสินค้าจำนวน 8 รายการ ได้แก่ กระดาษถ่ายเอกสาร เครื่องถ่ายเอกสาร ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น กระดาษอนามัยรถยนต์ (ยกเว้นรถตู้) เครื่องดับเพลิงยกหิ้ว ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก และสี โดยมีการนำข้อมูลเชิงลึกจากระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) มาใช้ในการวิเคราะห์และติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าเข้าสู่ระบบ e-Shopping เพื่ออำนวยความสะดวกหน่วยงานจัดซื้อ มุ่งหวังกระตุ้นผู้ผลิตในตลาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero Emission อย่างเป็นรูปธรรม”</p>
<p>พร้อมทั้ง ได้มีการจัด <strong>พิธีลงนาม</strong><strong>บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (</strong><strong>MOU) </strong><strong>ว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับเกณฑ์อาคารเขียวไทย</strong> ระหว่าง มูลนิธิอาคารเขียวไทย กับ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับมาตรฐานอาคารเขียวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมของ TEI อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246469.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ช่วงการ<strong>เสวนา “</strong><strong>Climate Crisis : </strong><strong>สร้างผลกระทบ – ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อหาทางรอดจากวิกฤติ</strong><strong>อย่างยั่งยืน” </strong>โดยผู้บริหารขององค์กรพันธมิตรของ TBCSD จำนวน 4 หน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ดังนี้</p>
<p><strong>นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท</strong> ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวว่า “ปัญหา Climate Change ได้ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงระบบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมิติของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความมั่นคงด้านพลังงาน และความเป็นอยู่ของประชาชนฐานราก โดยคาดการณ์ว่า GDP ของประเทศอาจลดลงถึงร้อยละ 7–14 ภายในปี 2050 หากไม่มีการปรับตัวอย่างเป็นระบบ</p>
<p>แต่ในทางตรงกันข้าม การลงทุนในการปรับตัว (Adaptation) เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเพียงร้อยละ 1 ของ GDP/ปี จะสามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ถึงร้อยละ 4–5 ภายในปี 2050 สอดรับกับเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ของประเทศในปี 2050 ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการทั้งในด้าน Adaptation และ Mitigation ควบคู่กับการผลักดันกฎหมาย พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ การบังคับใช้ภาษีคาร์บอน และการพัฒนา Green Skills ในภาคการศึกษาและแรงงาน กลไกคาร์บอนเครดิตจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกที่ยังต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและองค์ความรู้เฉพาะทาง โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO พร้อมให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิควิชาการและการรับรองมาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) แก่ทุกภาคส่วนทั้งพลังงาน อุตสาหกรรม และ SMEs เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของตลาดคาร์บอน พร้อมมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42265 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246470.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.คุรุจิต นาครทรรพ</strong> ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ความรับผิดชอบร่วมกัน ที่แตกต่างกัน ของทุกประเทศในการแก้ภาวะโลกรวนบนหลักการ Common but Differentiated Responsibilities โดยการออกกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ mandate ระบบ MRV รายงานข้อมูลการปล่อย GHG, Carbon Pricing via ETS การจัดสรรโควตาการปล่อยและการซื้อขายสิทธิและจัดตั้ง Real Carbon Market การบูรณาการจะยั่งยืนต้องดำเนินการไปควบคู่กันในทุกมิติ เศรษฐกิจพัฒนาเติบโตได้ สิ่งแวดล้อมก็สะอาด เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน”</p>
<p><strong>นายยุทธนา เจียมตระการ</strong> ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม หอการค้าไทย กล่าวว่า “Climate Crisis” ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขัน โครงสร้างเศรษฐกิจ และความอยู่รอดของธุรกิจไทยหอการค้าไทยในฐานะตัวแทนภาคเอกชน จึงผลักดันแนวคิด “Reinvent Thailand” เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจปรับตัวจากการปฏิบัติตามกติกา ไปสู่การใช้กติกาใหม่เป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพ พร้อมกันนี้ ยังเน้นว่าการสร้างความยั่งยืนต้องบูรณาการทั้งเทคโนโลยี การพัฒนาคน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อเสริม resilience และขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”</p>
<p><strong>ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์</strong> ผู้แทนสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ท่ามกลางวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งสำคัญในการปรับตัวสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ “FTI : The New Chapter of Thai Industry” จึงเป็นกรอบยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานสะอาด และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูล มาตรฐานด้านสภาพภูมิอากาศ และกลไกสนับสนุนภาคธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกแนวทางดังกล่าวยังมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านด้าน Climate Action อย่างเป็นรูปธรรมพร้อมสนับสนุน SME และแรงงานไทยให้สามารถปรับตัวต่อเศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างทั่วถึงเป้าหมายสำคัญคือการสร้าง “Inclusive &amp; Sustainable Growth”ที่เติบโตควบคู่กับสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่บทใหม่ของการพัฒนาที่แข่งขันได้ ยืดหยุ่น และยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42267 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/KBANK.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บรรยายพิเศษ “</strong><strong>Move forward Challenges and Directions for Net Zero”</strong> ผ่านการนำเสนอโดยคณะกรรมการบริหารองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับมาตรฐานขององค์กรภาคธุรกิจไทย เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายพิพิธ เอนกนิธิ</strong> ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาใน 3 มิติ ได้แก่ Economic crisis, Climate crisis และ Bio-diversity crisis โดยที่ผ่านมาธนาคารสามารถใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่ไปช่วยแก้ปัญหาได้ในสองมิติแรก ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว แต่ระบบเศรษฐกิจปัจจุบันที่อิงตาม GDP ยังมีจุดบอดที่ไม่ได้ประเมิน &#8216;มูลค่าของธรรมชาติ&#8217; เข้าไปด้วย เราจึงต้องผลักดันแนวคิด Natural Capital Accounting (NCA) หรือการบัญชีต้นทุนทางธรรมชาติ เพื่อแปลงธรรมชาติที่เคยเป็นของฟรีให้เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางการเงินที่ชัดเจน การสร้างชุดข้อมูลที่เป็นภาษากลางนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ยกระดับภาคธุรกิจจากการแก้ปัญหาระยะสั้นแบบต่างคนต่างทำ ไปสู่การผนึกกำลังร่วมกัน (Collective Action) เพื่อปกป้องธรรมชาติซึ่งเป็นรากฐานที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”</p>
<p><strong>นายปฐมภพ สุวรรณศิริ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Net Zero ไม่ใช่เพียงวาระด้านความยั่งยืนเพื่อลดคาร์บอนขององค์กร แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภาคอุตสาหกรรม ไทยคมในฐานะผู้นำด้านดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศ มุ่งสร้างคุณค่าโดยสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ คู่ค้า และลูกค้า ผ่านทั้งบริการสื่อสารผ่านดาวเทียม (SATCOM) และบริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (GEOINT) โดยมีตัวอย่างสำคัญ เช่น แพลตฟอร์มติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อยด้วยเทคโนโลยีอวกาศและ AI ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย แพลตฟอร์ม CarbonWatch ที่ได้รับการรับรองจาก อบก. ให้เป็นเครื่องมือประเมินการกักเก็บคาร์บอนภาคป่าไม้ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมรายแรกของไทย โดยร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และโครงการพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน ร่วมกับบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ อบก. จากเทคโนโลยีอวกาศ สู่ ESG และความยั่งยืนของประเทศ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42266 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246474.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่สมดุลทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยผนึกพันธมิตรทุกภาคส่วนจัดฟอรัมใหญ่แห่งปี EARTH JUMP 2026 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้ธีม “A Bridge To Empowered Actions” พลิกกลยุทธ์สู่การลงมือทำ เพื่อสร้างผลลัพธ์และการเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/kbank-annouced-earth-jump-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 05:20:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[A Bridge To Empowered Actions]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[EARTH JUMP 2026]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Vision To Action]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41817</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อกติกาใหม่ด้านสภาพภูมิอากาศและความคาดหวังจากตลาดโลกกำลังเร่งให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวทันที โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่มีแผน แต่คือใครลงมือทำได้ก่อน จะคว้าโอกาสและสร้างความได้เปรียบก่อน EARTH JUMP 2026 จึงยกระดับจากเวทีความรู้ สู่ Action Platform ที่พาธุรกิจลงมือทำได้จริง ไม่ใช่แค่การอัปเดตเทรนด์หรือสร้างแรงบันดาลใจ แต่รวบรวม Climate Solutions ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจคุณโดยเฉพาะ ทั้งเครื่องมือทางการเงิน เทคโนโลยีและโซลูชัน  คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และเวิร์กช็อปเชิงลึกแบบลงมือทำ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2569 เวลา 9.00 – 17.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 เปิดให้ลงทะเบียนร่วมงานฟรี!! ตั้งแต่วันนี้ – 8 มิถุนายน 2569 ที่ Zipevent คลิก! https://earthjump.co/3PVd8t6 ลงทะเบียนก่อน ได้สิทธิ์จอง Workshops ก่อนใคร (ด่วน! จำนวนจำกัด) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/kbank-annouced-earth-jump-2026/">กสิกรไทยผนึกพันธมิตรทุกภาคส่วนจัดฟอรัมใหญ่แห่งปี EARTH JUMP 2026 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้ธีม “A Bridge To Empowered Actions” พลิกกลยุทธ์สู่การลงมือทำ เพื่อสร้างผลลัพธ์และการเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อกติกาใหม่ด้านสภาพภูมิอากาศและความคาดหวังจากตลาดโลกกำลังเร่งให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวทันที โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่มีแผน แต่คือใครลงมือทำได้ก่อน จะคว้าโอกาสและสร้างความได้เปรียบก่อน</p>
<p><span id="more-41817"></span></p>
<p><strong>EARTH JUMP 2026</strong> จึงยกระดับจากเวทีความรู้ สู่ Action Platform ที่พาธุรกิจลงมือทำได้จริง ไม่ใช่แค่การอัปเดตเทรนด์หรือสร้างแรงบันดาลใจ แต่รวบรวม Climate Solutions ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจคุณโดยเฉพาะ ทั้งเครื่องมือทางการเงิน เทคโนโลยีและโซลูชัน  คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และเวิร์กช็อปเชิงลึกแบบลงมือทำ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่<strong> 9 – 10 มิถุนายน 2569 เวลา 9.00 – 17.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5</strong></p>
<p>เปิดให้ลงทะเบียนร่วมงานฟรี!! ตั้งแต่วันนี้ – 8 มิถุนายน 2569 ที่ Zipevent คลิก! https://earthjump.co/3PVd8t6 ลงทะเบียนก่อน ได้สิทธิ์จอง Workshops ก่อนใคร (ด่วน! จำนวนจำกัด) หรือ ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ www.kasikornbank.com/k_earthjump2026</p>
<p>ธนาคารกสิกรไทยร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน <strong>EARTH JUMP</strong> ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและผลักดันให้ภาคธุรกิจปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้จริง โดยเฉพาะธุรกิจ SME ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญของประเทศ ซึ่งการปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจเป็นการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสใหม่</p>
<p>โดยจากข้อมูลของ PWC ได้ทำการสำรวจกลุ่มผู้บริหารที่มีการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย พบว่า <em><strong>22% ธุรกิจที่ปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ มีรายได้เพิ่มขึ้นแม้จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นก็ตาม</strong> </em>แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสทางการตลาดและความต้องการของผู้บริโภคสําหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่ยั่งยืนในอนาคตข้างหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41821 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/re-Earth-Jump-2026.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับงาน <strong>EARTH JUMP 2026: A Bridge To Empowered Actions</strong> มีรายละเอียด ดังนี้</p>
<p><strong><u>1. เวที </u></strong><strong><u>Vision To Action</u></strong> ถอดรหัสนโยบายและกลยุทธ์ระดับประเทศสู่แนวทางปฏิบัติสำหรับภาคธุรกิจ เพื่อรับมือกติกาโลกใหม่ จากผู้นำระดับประเทศและระดับโลก ได้แก่ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ TCP เป็นต้น พร้อม Session พิเศษ “SME Clinic: เปลี่ยน Pain เป็น Power เช็กสุขภาพธุรกิจสีเขียว เพื่อแต้มต่อที่ยั่งยืน” เป็นการ Pitch ปัญหาธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมกับ 4 กูรูชื่อดังจากภาคธุรกิจ การเงิน และด้านความยั่งยืน</p>
<p><strong><u>2. เวที </u></strong><strong><u>SME and Climate Tech</u></strong> รวมเคสธุรกิจที่ทำจริง สำเร็จจริง และสร้างรายได้จริง จากผู้ประกอบการและผู้ก่อตั้งแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ นางสาวธัญญรัตน์ ตรีสุรมงคลโชติ Marketing Director และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ She Knows ดร.เกยูร โชคล้ำเลิศ ประธานกรรมการบริหาร บจก. ยู้ ฟิชบอล และ Founder ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร UNC นายวิชฌ์ วิทยฐานกรณ์ Co-Founder นีรารีทรีทโฮเทล และนายวรัตต์ วิจิตรวาทการ ผู้ก่อตั้ง Roots เป็นต้น</p>
<p><strong><u>3. Exhibition Zone </u></strong><strong><u>และกิจกรรม </u></strong><strong><u>Workshops</u></strong> โดย Exhibition Zone เป็นการรวมโซลูชันและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมจากองค์กรชั้นนำและสตาร์ทอัพ ซึ่งบูทจัดแสดงนิทรรศการผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิลที่ได้รับการสนับสนุนจาก SCGP นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Workshops ที่จะช่วยให้ธุรกิจลงมือเปลี่ยนผ่านได้จริง ได้แก่ เรียนรู้การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรเริ่มต้นอย่างไร พลิก Climate Risk สู่ Financial Impact ตามมาตรฐาน IFRS S2, การปลดล็อกแหล่งเงินทุนด้วยอาคารสีเขียว และการวางรากฐานสู่ Net Zero ด้วย Digital MVR</p>
<p><strong><u>4. Climate Solution</u> </strong>โซลูชันครบวงจรที่เหมาะกับแต่ละธุรกิจ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ครอบคลุมทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และเครื่องมือ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจในทุกระดับ ได้แก่ Financial Solutions, ESG Readiness Check โดย KCLIMATE 1.5 ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ, ESG Advisory Workshop เรียนรู้ เจาะลึกเวิร์กช้อปเข้มข้นที่ช่วยธุรกิจเปลี่ยนผ่านได้จริง, Clinic ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยวางแผนธุรกิจ</p>
<p>มาร่วมขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่การลงมือทำและต่อยอดธุรกิจสู่โอกาสใหม่ไปด้วยกัน กับสุดยอดงานฟอรัมด้านความยั่งยืนแห่งปี <strong>“EARTH JUMP 2026 : A Bridge To Empowered Actions”</strong> ในวันที่ 9-10 มิถุนายน 2569 เวลา 9.00-17.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5</p>
<p><strong>เปิดให้ลงทะเบียนร่วมงานฟรี!! ตั้งแต่วันนี้ – 8 มิถุนายน 2569</strong> ที่ Zipevent คลิก! https://earthjump.co/3PVd8t6 ลงทะเบียนก่อน ได้สิทธิ์จอง Workshops ก่อนใคร (ด่วน! จำนวนจำกัด) หรือ ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ www.kasikornbank.com/k_earthjump2026</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/kbank-annouced-earth-jump-2026/">กสิกรไทยผนึกพันธมิตรทุกภาคส่วนจัดฟอรัมใหญ่แห่งปี EARTH JUMP 2026 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้ธีม “A Bridge To Empowered Actions” พลิกกลยุทธ์สู่การลงมือทำ เพื่อสร้างผลลัพธ์และการเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยผนึกพันธมิตรทุกภาคส่วนจัดฟอรัมใหญ่แห่งปี EARTH JUMP 2026 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้ธีม “A Bridge To Empowered Actions” พลิกกลยุทธ์สู่การลงมือทำ เพื่อสร้างผลลัพธ์และการเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/kbank-earth-jump-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 May 2026 06:34:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[A Bridge To Empowered Actions]]></category>
		<category><![CDATA[Action Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[EARTH JUMP 2026]]></category>
		<category><![CDATA[kasikorn bank]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Vision To Action]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41704</guid>

					<description><![CDATA[<p>EARTH JUMP 2026 งานฟอรัมใหญ่ด้านความยั่งยืนประจำปีที่ภาคธุรกิจต้องห้ามพลาด เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว ปีนี้มาในธีม A Bridge To Empowered Actions จัดเต็ม 2 วัน 2 เวที กับการรวมพลังผู้นำระดับโลกและระดับประเทศกว่า 60 Speakers เมื่อกติกาใหม่ด้านสภาพภูมิอากาศและความคาดหวังจากตลาดโลกกำลังเร่งให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวทันที โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่มีแผน แต่คือใครลงมือทำได้ก่อน จะคว้าโอกาสและสร้างความได้เปรียบก่อน EARTH JUMP 2026 จึงยกระดับจากเวทีความรู้ สู่ Action Platform ที่พาธุรกิจลงมือทำได้จริง ไม่ใช่แค่การอัปเดตเทรนด์หรือสร้างแรงบันดาลใจ แต่รวบรวม Climate Solutions ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจคุณโดยเฉพาะ ครบทั้งเครื่องมือทางการเงิน เทคโนโลยีและโซลูชัน  คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และเวิร์กช็อปเชิงลึกแบบลงมือทำ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2569 เวลา 9.00 – 17.00 น. ณ พารากอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/kbank-earth-jump-2026/">กสิกรไทยผนึกพันธมิตรทุกภาคส่วนจัดฟอรัมใหญ่แห่งปี EARTH JUMP 2026 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้ธีม “A Bridge To Empowered Actions” พลิกกลยุทธ์สู่การลงมือทำ เพื่อสร้างผลลัพธ์และการเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>EARTH JUMP 2026</strong> งานฟอรัมใหญ่ด้านความยั่งยืนประจำปีที่ภาคธุรกิจต้องห้ามพลาด เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว ปีนี้มาในธีม <strong>A Bridge To Empowered Actions</strong> จัดเต็ม 2 วัน 2 เวที กับการรวมพลังผู้นำระดับโลกและระดับประเทศกว่า 60 Speakers</p>
<p><span id="more-41704"></span></p>
<p>เมื่อกติกาใหม่ด้านสภาพภูมิอากาศและความคาดหวังจากตลาดโลกกำลังเร่งให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวทันที โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่มีแผน แต่คือใครลงมือทำได้ก่อน จะคว้าโอกาสและสร้างความได้เปรียบก่อน</p>
<p><strong>EARTH JUMP 2026</strong> จึงยกระดับจากเวทีความรู้ สู่ Action Platform ที่พาธุรกิจลงมือทำได้จริง ไม่ใช่แค่การอัปเดตเทรนด์หรือสร้างแรงบันดาลใจ แต่รวบรวม Climate Solutions ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจคุณโดยเฉพาะ ครบทั้งเครื่องมือทางการเงิน เทคโนโลยีและโซลูชัน  คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และเวิร์กช็อปเชิงลึกแบบลงมือทำ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2569 เวลา 9.00 – 17.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 เปิดให้ลงทะเบียนร่วมงานฟรี!! ตั้งแต่วันนี้ – 8 มิถุนายน 2569 ที่ Zipevent คลิก! https://earthjump.co/3PVd8t6 ลงทะเบียนก่อน ได้สิทธิ์จอง Workshops ก่อนใคร (ด่วน! จำนวนจำกัด) หรือ ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ www.kasikornbank.com/k_earthjump2026</p>
<p><strong>ธนาคารกสิกรไทย </strong>ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน EARTH JUMP ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและผลักดันให้ภาคธุรกิจปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้จริง โดยเฉพาะธุรกิจ SME ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญของประเทศ ซึ่งการปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจเป็นการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสใหม่ โดยจากข้อมูลของ PWC ได้ทำการสำรวจกลุ่มผู้บริหารที่มีการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย พบว่า 22% ธุรกิจที่ปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ มีรายได้เพิ่มขึ้นแม้จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสทางการตลาดและความต้องการของผู้บริโภคสําหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่ยั่งยืนในอนาคตข้างหน้า</p>
<p>สำหรับงาน EARTH JUMP 2026: A Bridge To Empowered Actions มีรายละเอียด ดังนี้</p>
<p><strong>1.</strong> <strong><u>เวที </u></strong><strong><u>Vision To Action</u></strong> ถอดรหัสนโยบายและกลยุทธ์ระดับประเทศสู่แนวทางปฏิบัติสำหรับภาคธุรกิจ เพื่อรับมือกติกาโลกใหม่ จากผู้นำระดับประเทศและระดับโลก ได้แก่ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ TCP เป็นต้น พร้อม Session พิเศษ “SME Clinic: เปลี่ยน Pain เป็น Power เช็กสุขภาพธุรกิจสีเขียว เพื่อแต้มต่อที่ยั่งยืน” เป็นการ Pitch ปัญหาธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมกับ 4 กูรูชื่อดังจากภาคธุรกิจ การเงิน และด้านความยั่งยืน</p>
<p><strong>2.</strong> <strong><u>เวที </u></strong><strong><u>SME and Climate Tech</u></strong> รวมเคสธุรกิจที่ทำจริง สำเร็จจริง และสร้างรายได้จริง จากผู้ประกอบการและผู้ก่อตั้งแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ นางสาวธัญญรัตน์ ตรีสุรมงคลโชติ Marketing Director และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ She Knows ดร.เกยูร โชคล้ำเลิศ ประธานกรรมการบริหาร บจก. ยู้ ฟิชบอล และ Founder ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร UNC นายวิชฌ์ วิทยฐานกรณ์ Co-Founder นีรารีทรีทโฮเทล และนายวรัตต์ วิจิตรวาทการ ผู้ก่อตั้ง Roots เป็นต้น</p>
<p><strong>3.</strong> <strong><u>Exhibition Zone </u></strong><strong><u>และกิจกรรม </u></strong><strong><u>Workshops</u></strong> โดย Exhibition Zone เป็นการรวมโซลูชันและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมจากองค์กรชั้นนำและสตาร์ทอัพ ซึ่งบูทจัดแสดงนิทรรศการผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิลที่ได้รับการสนับสนุนจาก SCGP นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Workshops ที่จะช่วยให้ธุรกิจลงมือเปลี่ยนผ่านได้จริง ได้แก่ เรียนรู้การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรเริ่มต้นอย่างไร พลิก Climate Risk สู่ Financial Impact ตามมาตรฐาน IFRS S2, การปลดล็อกแหล่งเงินทุนด้วยอาคารสีเขียว และการวางรากฐานสู่ Net Zero ด้วย Digital MVR</p>
<p><strong>4.</strong> <strong><u>Climate Solution</u> </strong>โซลูชันครบวงจรที่เหมาะกับแต่ละธุรกิจ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ครอบคลุมทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และเครื่องมือ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจในทุกระดับ ได้แก่ Financial Solutions, ESG Readiness Check โดย KCLIMATE 1.5 ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ, ESG Advisory Workshop เรียนรู้ เจาะลึกเวิร์กช้อปเข้มข้นที่ช่วยธุรกิจเปลี่ยนผ่านได้จริง, Clinic ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยวางแผนธุรกิจ</p>
<p>มาร่วมขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่การลงมือทำและต่อยอดธุรกิจสู่โอกาสใหม่ไปด้วยกัน กับสุดยอดงานฟอรัมด้านความยั่งยืนแห่งปี “<strong>EARTH JUMP 2026 : A Bridge To Empowered Actions</strong>” ในวันที่ 9-10 มิถุนายน 2569 เวลา 9.00-17.00 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 เปิดให้ลงทะเบียนร่วมงานฟรี!! ตั้งแต่วันนี้ – 8 มิถุนายน 2569 ที่ Zipevent คลิก! https://earthjump.co/3PVd8t6 ลงทะเบียนก่อน ได้สิทธิ์จอง Workshops ก่อนใคร (ด่วน! จำนวนจำกัด) หรือ ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ www.kasikornbank.com/k_earthjump2026</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/kbank-earth-jump-2026/">กสิกรไทยผนึกพันธมิตรทุกภาคส่วนจัดฟอรัมใหญ่แห่งปี EARTH JUMP 2026 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้ธีม “A Bridge To Empowered Actions” พลิกกลยุทธ์สู่การลงมือทำ เพื่อสร้างผลลัพธ์และการเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทย คว้ารางวัลแบรนด์ธนาคารที่ชนะใจคนรุ่นใหม่ GEN Z TOP Brand Award 2026</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/kbank-gen-z-top-brand-award/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 05:09:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[GEN Z TOP Brand Award 2026]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[จิตราวิณี วรรณกร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาครกสิกรไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41007</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวจิตราวิณี วรรณกร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารรับมอบรางวัล GEN Z TOP Brand Award 2026 ในหมวด Bank ในฐานะแบรนด์ธนาคารที่ครองใจผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ประจำปี 2569 จากการสำรวจความพึงพอใจและพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z (ผู้ที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2540-2555) ทั่วประเทศ กลุ่มตัวอย่างกว่า 2,000 ราย เพื่อถอดรหัสความคิดเบื้องหลังการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของ Gen Z โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ รางวัลดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จของธนาคารในการนำเสนอบริการทางการเงินและการสื่อสารที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ในเวลาที่ใช่ได้อย่างตรงใจ จัดโดยเว็บไซต์ Brand Buffet ร่วมกับ INTAGE (Thailand) และ Wisesight ณ SCBX NEXT TECH สยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/kbank-gen-z-top-brand-award/">กสิกรไทย คว้ารางวัลแบรนด์ธนาคารที่ชนะใจคนรุ่นใหม่ GEN Z TOP Brand Award 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นางสาวจิตราวิณี วรรณกร</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารรับมอบรางวัล <strong>GEN Z TOP Brand Award 2026</strong> ในหมวด Bank ในฐานะแบรนด์ธนาคารที่ครองใจผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ประจำปี 2569 จากการสำรวจความพึงพอใจและพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z (ผู้ที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2540-2555) ทั่วประเทศ กลุ่มตัวอย่างกว่า 2,000 ราย เพื่อถอดรหัสความคิดเบื้องหลังการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของ Gen Z โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ รางวัลดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จของธนาคารในการนำเสนอบริการทางการเงินและการสื่อสารที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ในเวลาที่ใช่ได้อย่างตรงใจ จัดโดยเว็บไซต์ Brand Buffet ร่วมกับ INTAGE (Thailand) และ Wisesight ณ SCBX NEXT TECH สยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/kbank-gen-z-top-brand-award/">กสิกรไทย คว้ารางวัลแบรนด์ธนาคารที่ชนะใจคนรุ่นใหม่ GEN Z TOP Brand Award 2026</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทยจับมือ IFC ออก Green Bond มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เร่งเดินหน้าพาประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/kbank-ifc-release-green-bond-100-million-usd/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jan 2026 01:07:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Green Bond]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Mr. Allen Forlemu]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ตราสารหนี้สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ศันสนา สุขะนันท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39385</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวศันสนา สุขะนันท์ (ที่ 2 จากขวา) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ Mr. Allen Forlemu (ที่ 2 จากซ้าย), International Finance Corporation (IFC) Regional Industry Director, Financial Institutions Group, Asia &#38; Pacific หน่วยงานในกลุ่มธนาคารโลก ลงนามข้อตกลงตราสารหนี้สีเขียว (Green Bond) มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งการลงทุนในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำไปสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อและการลงทุนสีเขียวของธนาคาร โดยความร่วมมือนี้จะยกระดับการทำธุรกิจให้แก่ลูกค้าในการปรับตัวสู่เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำที่มีส่วนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่ธุรกิจบนเวทีโลก และผลักดันให้คนไทยเข้าถึงกรีนไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ซึ่งการลงนามครั้งนี้มี ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ (ขวา) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย และ Ms. Jane Yuan Xu (ซ้าย), IFC [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/kbank-ifc-release-green-bond-100-million-usd/">กสิกรไทยจับมือ IFC ออก Green Bond มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เร่งเดินหน้าพาประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นางสาวศันสนา สุขะนันท์</strong> (ที่ 2 จากขวา) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ <strong>Mr. Allen Forlemu</strong> (ที่ 2 จากซ้าย), International Finance Corporation (IFC) Regional Industry Director, Financial Institutions Group, Asia &amp; Pacific หน่วยงานในกลุ่มธนาคารโลก ลงนามข้อตกลงตราสารหนี้สีเขียว (Green Bond) มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งการลงทุนในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำไปสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อและการลงทุนสีเขียวของธนาคาร</p>
<p><span id="more-39385"></span></p>
<p>โดยความร่วมมือนี้จะยกระดับการทำธุรกิจให้แก่ลูกค้าในการปรับตัวสู่เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำที่มีส่วนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่ธุรกิจบนเวทีโลก และผลักดันให้คนไทยเข้าถึงกรีนไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ซึ่งการลงนามครั้งนี้มี ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ (ขวา) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย และ Ms. Jane Yuan Xu (ซ้าย), IFC Country Manager, Thailand and Myanmar ร่วมเป็นสักขีพยาน  ณ ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ พหลโยธิน เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39387 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/kbank2.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/kbank-ifc-release-green-bond-100-million-usd/">กสิกรไทยจับมือ IFC ออก Green Bond มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เร่งเดินหน้าพาประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูโอบี และ กสิกรไทย สนับสนุนสินเชื่อสีเขียวแก่ Levanta Renewables เข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 34 โครงการ ในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/kabnk-uob-approved-green-loan-to-levanta-renewables/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Dec 2025 08:52:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Levanta]]></category>
		<category><![CDATA[Levanta Renewables]]></category>
		<category><![CDATA[Pankaj Sakhuja]]></category>
		<category><![CDATA[ทิพากร สายพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารยูโอบี]]></category>
		<category><![CDATA[วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38420</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และธนาคารกสิกรไทย (KBank) ร่วมสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวเพื่อการเข้าซื้อกิจการและการจัดโครงสร้างทางการเงินสำหรับ Levanta Renewables เพื่อใช้ในการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 34 โครงการทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการภายใต้ 2 ข้อตกลงทางการเงิน ธุรกรรมดังกล่าวนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Actis ผู้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย และเสริมสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 34 โครงการ มีกำลังการผลิตรวม 230 เมกะวัตต์ ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าสะอาดภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Power Purchase Agreements: PPAs) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ของประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบพลังงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ การสนับสนุนทางการเงินนี้ ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของตลาดพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย และช่วยให้เกิดการหมุนเวียนเงินทุนเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ๆ อันจะส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ธนาคารยูโอบี ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ ความร่วมมือกับ Levanta Renewables และกสิกรไทย เป็นการส่งเสริมการลงทุนสีเขียวในประเทศไทย เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับทั้งภาคธุรกิจและสังคม” นายทิพากร สายพัฒนา รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า “ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นเป็นผู้ให้บริการทั้งด้านการเงินและโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมที่สุด เพื่อช่วยส่งเสริมลูกค้า ภาคธุรกิจ และประเทศไทยมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไปด้วยกัน ธนาคารภูมิใจที่ได้มีส่วนสำคัญสนับสนุน Levanta [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/kabnk-uob-approved-green-loan-to-levanta-renewables/">ยูโอบี และ กสิกรไทย สนับสนุนสินเชื่อสีเขียวแก่ Levanta Renewables เข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 34 โครงการ ในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และธนาคารกสิกรไทย (KBank) ร่วมสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวเพื่อการเข้าซื้อกิจการและการจัดโครงสร้างทางการเงินสำหรับ Levanta Renewables เพื่อใช้ในการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 34 โครงการทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการภายใต้ 2 ข้อตกลงทางการเงิน</p>
<p><span id="more-38420"></span></p>
<p>ธุรกรรมดังกล่าวนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Actis ผู้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย และเสริมสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 34 โครงการ มีกำลังการผลิตรวม 230 เมกะวัตต์ ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าสะอาดภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Power Purchase Agreements: PPAs) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ของประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบพลังงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์</p>
<p>การสนับสนุนทางการเงินนี้ ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของตลาดพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย และช่วยให้เกิดการหมุนเวียนเงินทุนเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ๆ อันจะส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38423 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kbank3.jpg" alt="" width="1200" height="882" /></p>
<p><strong>นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ </strong><strong>Deputy CEO </strong><strong>และ </strong><strong>Wholesale Banking </strong><strong>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ธนาคารยูโอบี ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ ความร่วมมือกับ Levanta Renewables และกสิกรไทย เป็นการส่งเสริมการลงทุนสีเขียวในประเทศไทย เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับทั้งภาคธุรกิจและสังคม”</p>
<p><strong>นายทิพากร สายพัฒนา รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย</strong> เปิดเผยว่า “ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นเป็นผู้ให้บริการทั้งด้านการเงินและโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมที่สุด เพื่อช่วยส่งเสริมลูกค้า ภาคธุรกิจ และประเทศไทยมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไปด้วยกัน ธนาคารภูมิใจที่ได้มีส่วนสำคัญสนับสนุน Levanta Renewables ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดของประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำเป้าหมายของธนาคารในการส่งมอบสินเชื่อ และเงินลงทุนเพื่อความยั่งยืน เพื่อช่วยสนับสนุนประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/kbank2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นาย</strong><strong> Pankaj Sakhuja CIO </strong><strong>ของ</strong><strong> Levanta Renewables</strong> กล่าวว่า “การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของการเติบโตของ Levanta ในประเทศไทย และตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนของประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเราในการสร้างอนาคตด้านพลังงานที่สะอาดและยั่งยืนมากยิ่งขึ้นสำหรับภูมิภาค เราขอขอบคุณยูโอบีและกสิกรไทยสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยโซลูชันสินเชื่อสีเขียวของทั้งสองธนาคารมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เราส่งมอบพลังงานสะอาดที่มั่นคงและเชื่อถือได้แก่ชุมชนไทย”</p>
<p>ความร่วมมือระหว่าง Levanta, ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารยูโอบี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการผลักดันการเงินเพื่อความยั่งยืน ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน และขับเคลื่อนประเทศไทยให้เข้าใกล้เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดในระยะยาวมากยิ่งขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/kabnk-uob-approved-green-loan-to-levanta-renewables/">ยูโอบี และ กสิกรไทย สนับสนุนสินเชื่อสีเขียวแก่ Levanta Renewables เข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 34 โครงการ ในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทย ยก 3 คอนโดแสนสิริ ต้นแบบ ‘กรีนโปรเจ็กต์’ อสังหาฯ ไทย พร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมมูลค่า 4,000 ล้านบาท บริษัทแรกของกสิกรไทยใช้เกณฑ์สอดคล้อง Thailand Taxonomy    สะท้อนความร่วมมือที่แข็งแกร่งกว่า 40 ปี  มุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืน   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/kbank-approved-green-loan-sansiri-green-projects/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Oct 2025 08:46:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Intensity]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN Together]]></category>
		<category><![CDATA[Green Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri No1 Brand]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Taxonomy]]></category>
		<category><![CDATA[ขัตติยา อินทรวิขัย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อุทัย อุทัยแสงสุข]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริแบรนด์อันดับหนึ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37324</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย และนายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร แถลงความร่วมมือการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือกรีนโลน ประเภท Pre-Finance มูลค่า 4,000 ล้านบาท สำหรับ 3 โครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์ ยิ่งไปกว่านั้น แสนสิริยังเป็นบริษัทแรกของธนาคารกสิกรไทยที่ใช้เกณฑ์การประเมินสินเชื่อสอดคล้องตาม Thailand Taxonomy ที่เข้มข้นด้วยกลไกตรวจสอบระดับสากล (ถ่ายภาพร่วมกัน ณ สำนักงานใหญ่กสิกรไทย เมื่อเร็วๆ นี้) แสนสิริ และธนาคารกสิกรไทย สองผู้นำแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์และสถาบันการเงินไทย ประกาศความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ สร้างกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero โดยธนาคารกสิกรไทย สนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือกรีนโลน ประเภท Pre-Finance โดยสนับสนุนวงเงิน Pre-Finance มูลค่า 4,000 ล้านบาท สำหรับ 3 โครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ประกอบไปด้วย พีทีวาย เรสซิเดนซ์ สาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/kbank-approved-green-loan-sansiri-green-projects/">กสิกรไทย ยก 3 คอนโดแสนสิริ ต้นแบบ ‘กรีนโปรเจ็กต์’ อสังหาฯ ไทย พร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมมูลค่า 4,000 ล้านบาท บริษัทแรกของกสิกรไทยใช้เกณฑ์สอดคล้อง Thailand Taxonomy    สะท้อนความร่วมมือที่แข็งแกร่งกว่า 40 ปี  มุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย และ<strong>นายอุทัย อุทัยแสงสุข</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร <strong>แถลงความร่วมมือการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือกรีนโลน ประเภท</strong><strong> Pre-Finance </strong><strong>มูลค่า </strong><strong>4,000 </strong><strong>ล้านบาท สำหรับ</strong><strong> 3 </strong><strong>โครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์</strong></p>
<p><span id="more-37324"></span></p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น แสนสิริยังเป็นบริษัทแรกของธนาคารกสิกรไทยที่ใช้เกณฑ์การประเมินสินเชื่อสอดคล้องตาม Thailand Taxonomy ที่เข้มข้นด้วยกลไกตรวจสอบระดับสากล <em>(ถ่ายภาพร่วมกัน ณ สำนักงานใหญ่กสิกรไทย เมื่อเร็วๆ นี้)</em></p>
<p>แสนสิริ และธนาคารกสิกรไทย สองผู้นำแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์และสถาบันการเงินไทย ประกาศความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ สร้างกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero โดยธนาคารกสิกรไทย สนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือกรีนโลน ประเภท Pre-Finance โดยสนับสนุนวงเงิน Pre-Finance มูลค่า 4,000 ล้านบาท สำหรับ 3 โครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ประกอบไปด้วย พีทีวาย เรสซิเดนซ์ สาย 1 (PTY Residence Sai 1) พัทยา, เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเด้นซ์ หัวหิน (The Standard Residences Hua Hin), และ ไวด์เด็น บาย แสนสิริ (WIDEN by Sansiri) นางลิ้นจี่ ต้นแบบโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อการสร้างมาตรฐานใหม่</p>
<p>ซึ่งแสนสิริยังเป็นบริษัทแรกของธนาคารกสิกรไทยที่ใช้เกณฑ์การประเมินสินเชื่อสอดคล้องตาม Thailand Taxonomy ที่เข้มข้นด้วยกลไกตรวจสอบระดับสากล สอดคล้องกับการประเมินสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือกรีนโลนจากธนาคารกสิกรไทย ก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงบทบาท Bank of Sustainability ในการผลักดันให้คู่ค้ามุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37445 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/KBank-Sansiri-.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า “แสนสิริผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ การทำงาน และการพัฒนาธุรกิจร่วมกับคู่ค้า และการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งด้านการออกแบบ การจัดซื้อจัดหาวัสดุ การก่อสร้าง การส่งมอบโครงการและประสบการณ์การอยู่อาศัย และบริการหลังการขาย ผ่านหลักการทำงานด้านการพัฒนาโครงการที่ยั่งยืนของแสนสิริ หรือ 3 Green Framework ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (Green Architecture and Design, Green Construction, Green Procurement) รวมถึงการพัฒนาธุรกิจและการร่วมมือกับคู่ค้าในการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม  ยิ่งไปกว่านั้น 3 โครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ซึ่งประกอบไปด้วย พีทีวาย เรสซิเดนซ์ สาย 1 (PTY Residence Sai 1) พัทยา, เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเด้นซ์ หัวหิน (The Standard Residences Hua Hin), และ ไวด์เด็น บาย แสนสิริ (WIDEN by Sansiri) นางลิ้นจี่ ที่ได้รับสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมจากธนาคารกสิกรไทยครั้งนี้ ได้นำแนวคิด “Sansiri Sustainable Design” มาใช้ในการออกแบบโดยมุ่งมั่นสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่ผสมผสานความสุขอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาวะทางใจ ความสะดวกสบาย และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน แนวทางการพัฒนาเน้นการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับสภาพอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37447 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/KBANK-SANSIRI-Widen.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p>การผนึกกำลังครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการเติบโตทางธุรกิจ แต่คือการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับทั้งผู้อยู่อาศัย สังคม และร่วมผลักดันเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากความร่วมมือระหว่าง แสนสิริ และธนาคารกสิกรไทย  อาทิ ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว คุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น ร่วมสร้างคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>นางสาวขัตติยา อินทรวิขัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย</strong> เปิดเผยว่า “แสนสิริเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของธนาคารกสิกรไทย และเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นการสร้างที่อยู่อาศัยและสังคมแห่งความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของธนาคารกสิกรไทยในการเป็น Bank of Sustainability ที่มุ่งเน้นส่งเสริมโครงการเพื่อความยั่งยืน และเป็นกลไกที่ทรงพลังในการผลักดันให้ภาคอสังหาริมทรัพย์หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องนี้<strong>”</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37446 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/KBank-Sansiri-rty.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยการใช้หลักเกณฑ์การประเมินที่เข้มข้นและสอดคล้องกับ Thailand Taxonomy โดยกำหนดให้ &#8220;ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อพื้นที่อาคาร (Emission Intensity)&#8221; มีค่าสอดคล้องไปกับเส้นทางการลดคาร์บอนของประเทศไทยสำหรับภาคอาคาร โดยแสนสิริได้รับการรับรองค่า Emission Intensity จาก Bureau Veritas บริษัทผู้เชี่ยวชาญระดับสากลในการตรวจสอบและรับรองความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้ง 3 โครงการของแสนสิริตามมาตรฐานสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นมาตรฐานที่สนับสนุนให้องค์กรมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งแสนสิริสามารถนำชุดมาตรฐานนี้ไปประยุกต์และปรับใช้เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายหลักในการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/kbank-approved-green-loan-sansiri-green-projects/">กสิกรไทย ยก 3 คอนโดแสนสิริ ต้นแบบ ‘กรีนโปรเจ็กต์’ อสังหาฯ ไทย พร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมมูลค่า 4,000 ล้านบาท บริษัทแรกของกสิกรไทยใช้เกณฑ์สอดคล้อง Thailand Taxonomy    สะท้อนความร่วมมือที่แข็งแกร่งกว่า 40 ปี  มุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KBTG คว้ารางวัล The Innovators 2025 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นองค์กรแรกของไทยที่ได้รับรางวัลในสาขา Most Innovative Financial Technology Company in Asia-Pacific จากนิตยสาร Global Finance   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/kbtg-the-innovators-by-global-finance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Oct 2025 08:47:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Global Finance]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[KBTG]]></category>
		<category><![CDATA[Most Innovative Financial Technology Company in Asia-Pacific 2025]]></category>
		<category><![CDATA[The Innovators 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[เรืองโรจน์ พูนผล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37187</guid>

					<description><![CDATA[<p>KBTG ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Global Finance สื่อการเงินระดับโลก รับรางวัล The Innovators เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยปีนี้ครองแชมป์ในสาขาบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินที่มีนวัตกรรมโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2025 (Most Innovative Financial Technology Company in Asia-Pacific 2025) และยังเป็นครั้งแรกที่องค์กรไทยได้รับรางวัลในสาขานี้ จากความสำเร็จในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีที่พลิกโฉมการให้บริการของธนาคารกสิกรไทย และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการทางการเงินทั่วประเทศ นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยว่า  KBTG มุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและอุตสาหกรรมการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปีที่ผ่านมามีผลงานเด่นๆ  2 ชิ้นงาน ได้แก่ 1.การสนับสนุนธุรกิจธนาคาร (Run the Bank) เพื่อยกระดับบริการและประสบการณ์ของลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยกว่า 24 ล้านราย ด้วยโปรเจค Core Banking Horizontal Scale เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับระบบ Core Banking อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของธนาคาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/kbtg-the-innovators-by-global-finance/">KBTG คว้ารางวัล The Innovators 2025 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นองค์กรแรกของไทยที่ได้รับรางวัลในสาขา Most Innovative Financial Technology Company in Asia-Pacific จากนิตยสาร Global Finance   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>KBTG ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Global Finance สื่อการเงินระดับโลก รับรางวัล The Innovators เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยปีนี้ครองแชมป์ในสาขาบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินที่มีนวัตกรรมโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2025 (Most Innovative Financial Technology Company in Asia-Pacific 2025) และยังเป็นครั้งแรกที่องค์กรไทยได้รับรางวัลในสาขานี้ จากความสำเร็จในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีที่พลิกโฉมการให้บริการของธนาคารกสิกรไทย และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการทางการเงินทั่วประเทศ</p>
<p><span id="more-37187"></span></p>
<p><strong>นายเรืองโรจน์ พูนผล</strong> ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยว่า  KBTG มุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและอุตสาหกรรมการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปีที่ผ่านมามีผลงานเด่นๆ  2 ชิ้นงาน ได้แก่ <strong>1.</strong><strong>การสนับสนุนธุรกิจธนาคาร</strong> (Run the Bank) เพื่อยกระดับบริการและประสบการณ์ของลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยกว่า 24 ล้านราย ด้วยโปรเจค Core Banking Horizontal Scale เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับระบบ Core Banking อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของธนาคาร ด้วยการเพิ่ม Core Banking อีกหนึ่งชุด เพื่อทำงานควบคู่กับระบบเดิม โดยระหว่างการพัฒนาจะต้องไม่เกิด Downtime ที่จะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมหรือการใช้งานของลูกค้า ด้วยระบบใหม่นี้ ธนาคารสามารถรองรับธุรกรรมการเงินได้มากกว่าเดิม 50% และรองรับการเติบโตของผู้ใช้งานได้มากถึง 60 ล้านบัญชีไปจนถึงปี 2574</p>
<p><strong>2.</strong><strong>ด้านการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ</strong> KBTG ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน เหมียวจด (MeowJot) ที่ช่วยจดรายจ่ายอัตโนมัติจากภาพสลิปโอนเงิน รองรับสลิปจาก 19 แอปธนาคาร รวมถึง TrueMoney Wallet และมีผู้ใช้งานกว่า 400,000 คนในปัจจุบัน ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามพฤติกรรมการใช้เงินได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>ล่าสุด </strong><strong>KBTG </strong><strong>ได้คว้ารางวัล</strong><strong> The Innovators 2025 </strong><strong>เป็นปีที่ </strong><strong>2</strong><strong> ติดต่อกัน โดยปีนี้คว้าแชมป์ บริษัทเทคโนโลยีทางการเงินที่มีนวัตกรรมโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี </strong><strong>2025 (Most Innovative Financial Technology Company in Asia-Pacific 2025)</strong> <strong>และสร้างประวัติศาสตร์เป็นองค์กรแรกของไทยที่ได้รับรางวัลในสาขาดังกล่าวจากนิตยสาร </strong><strong>Global Finance</strong> ซึ่งเชิดชูเกียรติองค์กรที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะสถาบันการเงินและบริษัทฟินเทคที่สามารถนำเสนอแนวคิดริเริ่มและโซลูชันใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการเงินในยุคดิจิทัล ตอกย้ำการรักษาความเป็นผู้นำของ KBTG ในด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง หลังจากในปี 2567 ที่ผ่านมา KBTG ได้คว้ารางวัล The Innovators ในสาขา Compliance/Risk Innovation: Best eKYC Innovation to Minimize Facial Fraud มาแล้ว จากผลงาน KBTG Face Liveness Detection</p>
<p><strong>นายเรืองโรจน์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า การได้รับรางวัลครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ KBTG ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อปี 2562 ในการเป็นองค์กรเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2568 นอกจากนี้ KBTG มุ่งมั่นวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ให้ทุกธุรกรรมการเงินสะดวกสบายและไม่มีสะดุด รวมถึงปลูกฝังวินัยทางการเงิน ไปจนถึงการเข้าไปมีบทบาทในภาคศึกษา โดยในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2568 นี้ KBTG มีแผนการเปิดตัวผลงานและโปรเจคใหม่ๆ เพื่อยกระดับการเงินและชีวิตไปอีกขั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/kbtg-the-innovators-by-global-finance/">KBTG คว้ารางวัล The Innovators 2025 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นองค์กรแรกของไทยที่ได้รับรางวัลในสาขา Most Innovative Financial Technology Company in Asia-Pacific จากนิตยสาร Global Finance   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสิกรไทย วางยุทธศาสตร์ใหม่ ‘ยั่งยืนแบบองค์รวม’ โฟกัสเชิงลึกและบูรณาการ​ทุกมิติสำคัญแบบ Beyond ESG พร้อมเพิ่มเป้า Sustainable Finance 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/kbank-sustainability-strategy-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Oct 2025 07:25:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of Sustainability​]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Solution Provider]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Issue-based Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Kasikorn]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[The Most Comprehensive Climate Solution Provider]]></category>
		<category><![CDATA[กสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[จงรัก รัตนเพียร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งความยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36918</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย​ ‘Bank of Sustainability’ หรือความเป็น ‘ธนาคารแห่งความยั่งยืน’​ ​พร้อมตอกย้ำ​ฐานะผู้นำด้าน Sustainable Financing ​ทั้งใน​กลุ่มสินเชื่อ กองทุน รวมทั้งการลงทุนต่างๆ ส่งผลให้ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank ​ได้ทำการยกระดับยุทธศาสตร์​ความยั่งยืน เพื่อเพิ่มศักยภาพการ​เปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างรอบด้านและครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งสามารถ​กระจาย Positive Impact ที่เกิดขึ้นได้​มากกว่าแค่ภายในห่วงโซ่ของธนาคาร​ แต่ยังส่งต่อผลลัพธ์เชิงบวกไปสู่ Stakeholders ​ทุกมิติ ทั้งผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม​ พร้อมช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเอกชนทุกกลุ่ม​​​ธุรกิจ ​​รวมถึงการ​เพิ่มศักยภาพประเทศไทยให้​มีความ​แข็งแกร่ง ​สามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะในปัจจุบันที่ทั่วโลกเต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอนอยู่รอบด้าน ​ยุทธศาสตร์ใหม่ KBank ‘ยั่งยืนแบบองค์รวม’ คุณจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBank) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ทบทวนกลยุทธ์​​ความยั่งยืน เพื่อเพิ่มความสามารถในการ​รับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง ​พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสังคมได้ชัดเจนขึ้น ท่ามกลางความท้าทาย​รอบด้านที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน โดยเฉพาะปัญหาหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหา​สภาพอากาศ รวมทั้งการรับมือต่อมาตรการการค้าต่างๆ ​​​ทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อรักษา​การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แรงกดดันจากหลายปัจจัยรอบด้าน​นี้ นำมาสู่การปรับยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย จากที่เคย​​ขับเคลื่อนผ่านแกน ESG-based Strategy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/kbank-sustainability-strategy-2025/">กสิกรไทย วางยุทธศาสตร์ใหม่ ‘ยั่งยืนแบบองค์รวม’ โฟกัสเชิงลึกและบูรณาการ​ทุกมิติสำคัญแบบ Beyond ESG พร้อมเพิ่มเป้า Sustainable Finance 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย​ <strong>‘Bank of Sustainability’</strong> หรือความเป็น <strong>‘ธนาคารแห่งความยั่งยืน’​ ​</strong>พร้อมตอกย้ำ​ฐานะผู้นำด้าน Sustainable Financing ​ทั้งใน​กลุ่มสินเชื่อ กองทุน รวมทั้งการลงทุนต่างๆ ส่งผลให้ <strong>ธนาคารกสิกรไทย </strong>หรือ<strong> KBank</strong> ​ได้ทำการยกระดับยุทธศาสตร์​ความยั่งยืน เพื่อเพิ่มศักยภาพการ​เปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนอย่างรอบด้านและครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-36918"></span></p>
<p>รวมทั้งสามารถ​กระจาย Positive Impact ที่เกิดขึ้นได้​มากกว่าแค่ภายในห่วงโซ่ของธนาคาร​ แต่ยังส่งต่อผลลัพธ์เชิงบวกไปสู่ Stakeholders ​ทุกมิติ ทั้งผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม​ พร้อมช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเอกชนทุกกลุ่ม​​​ธุรกิจ ​​รวมถึงการ​เพิ่มศักยภาพประเทศไทยให้​มีความ​แข็งแกร่ง ​สามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะในปัจจุบันที่ทั่วโลกเต็มไปด้วยความท้าทายและความไม่แน่นอนอยู่รอบด้าน</p>
<p><strong>​ยุทธศาสตร์ใหม่ </strong><strong>KBank ‘</strong><strong>ยั่งยืนแบบองค์รวม</strong><strong>’ </strong></p>
<p><strong>คุณจงรัก รัตนเพียร</strong> ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBank) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ทบทวนกลยุทธ์​​ความยั่งยืน เพื่อเพิ่มความสามารถในการ​รับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง ​พร้อมตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสังคมได้ชัดเจนขึ้น ท่ามกลางความท้าทาย​รอบด้านที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน โดยเฉพาะปัญหาหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหา​สภาพอากาศ รวมทั้งการรับมือต่อมาตรการการค้าต่างๆ ​​​ทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36923 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/KBank-Re4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เพื่อรักษา​การเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แรงกดดันจากหลายปัจจัยรอบด้าน​นี้ นำมาสู่การปรับยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของธนาคารกสิกรไทย จากที่เคย​​ขับเคลื่อนผ่านแกน ESG-based Strategy หรือการดำเนินงาน​ตามแกนสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล มาสู่ <strong>‘Issue-based Strategy’</strong> หรือการทำงานแบบเชิงลึกและบูรณาการเพิ่มขึ้น โดยเน้นการจัดการกับประเด็นสำคัญแบบองค์รวม และเชื่อมโยงมุมมองทุกด้านที่เกี่ยวข้อง กำหนดความมุ่งหมายเป็นแกนกลางในการทำงาน โดยใช้ศักยภาพทั้งของธนาคาร รวมทั้งบริษัทลูกที่มีอยู่ภายใน Ecosystem เพื่อเสริมสร้างการเปลี่ยนผ่านอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่าน​ 3 จุดแข็ง ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. การเป็นธนาคารที่ทุกคนเชื่อมั่น (</strong><strong>Be a Most Trusted Bank)</strong> สร้างความมั่นใจในการอยู่​เคียงข้างผู้มีส่วนได้เสียให้ก้าวผ่านความท้าทาย สร้างการเติบโตที่อย่างยั่งยืน ผ่าน<u>การบริการลูกค้า</u> <u>การกำกับดูแลกิจการ</u> และ<u>การยึดมั่นในหลักจริยธรรม</u></p>
<p><strong>2. การเสริมความยืดหยุ่นพร้อมก้าวสู่อนาคตร่วมกัน (Reinforce Future-Ready Resilience)</strong>​ เตรียมพร้อมสำหรับรับมือต่อทุกความไม่แน่นอน และก้าวสู่โอกาส​​เติบโตใหม่ๆ ในอนาคต <u>ผ่านการบริหารความเสี่ยง</u> <u>การสร้างนวัตกรรม</u> และ<u>การพัฒนาขีดความสามารถ</u></p>
<p><strong>3. การสร้างการเติบโตที่ครอบคลุมและทั่วถึง (</strong><strong>Enable Inclusive Growth)</strong> ​การเข้าถึงศักยภาพสูงสุดผ่านผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน เพื่อ​ <u>ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างทั่วถึง</u> <u>การให้ความรู้และสร้างการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพ</u> และ<u>การสร้างความเสมอภาคทางการเงิน </u></p>
<p><em>“ในฐานะธนาคารแห่งความยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทยได้เพิ่มความเข้มข้นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่านความสามารถของธนาคารและบริษัทลูก ทำให้ไม่เพียงส่งมอบนวัตกรรมและบริการทางการเงิน แต่ยังสามารถขยายบทบาทในการสนับสนุนธุรกิจ ลูกค้า และสังคม เพื่อเปลี่ยนผ่านได้อย่างยืดหยุ่นและแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งจากโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุม การส่งเสริมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนผ่าน​ เพื่อเพิ่มทั้งศักยภาพในการปรับตัวและรักษาความสามารถในการแข่งขันที่สอดคล้องกับการเติบโตในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์สำคัญของธนาคารในการเป็น <strong>&#8216;The Most Comprehensive Climate Solution Provider – ผู้ให้บริการโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมที่สุด</strong></em><strong><em>&#8216;</em></strong><em> เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่ </em><em>Carbon Ecosystem </em><em>ที่ครอบคลุมในทุกมิติ โดยสามารถให้การ​สนับสนุนได้มากกว่าแค่​เรื่องทางการเงิน </em><em>(Moving beyond finance) แต่มุ่งยกระดับความสามารถในการแข่งขันที่จำเป็นให้กับลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและรอบด้าน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36928 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/KBank-Re6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เพิ่มวงเงินขับเคลื่อนความยั่งยืน </strong><strong>4-5 แสนล้านบาท </strong></p>
<p>หลังธนาคารกสิกรไทย ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อน Net zero ในการดำเนินงานของธนาคาร​ (Scope1,2) ภายในปี 2573 ซึ่งการประเมินล่าสุด​ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ธนาคารสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้แล้วกว่า 17% จากฐานปี 2563 ผ่านการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ทั้งการติดตั้งโซลาร์รูฟในอาคารหลักทั้งหมด และในสาขา 161 แห่ง รวมทั้งการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า 354 คัน พร้อมทั้งได้รับการรับรองว่าเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน 8 ปีต่อเนื่อง (2561-2568)</p>
<p>เพื่อตอกย้ำความจริงจังและเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน<strong><em> ธนาคารกสิกรไทย ได้ขยายเป้าหมายสินเชื่อและเงินลงทุนเพื่อความยั่งยืนเป็น​ </em></strong><strong><em>4-5 แ</em></strong><strong><em>สนล้านบาท ภายในปี </em></strong><strong><em>2573 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าตัว จากเป้าหมายเดิมที่ 2 แสนล้านบาท</em></strong> โดยข้อมูลล่าสุดใน<em>​เดือนสิงหาคม </em><em>2568 </em><em>ที่ผ่านมานี้ ธนาคารได้สนับสนุนสินเชื่อและเงินลงทุนไปแล้วกว่า </em><em>1.73 </em><em>แสนล้านบาท โดยคาดว่า</em>​ในสิ้นปี 2568 นี้ จะมียอดสะสมเพิ่มเติมใกล้เคียงเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 2 แสนล้านบาท</p>
<p>ทั้งนี้ ​ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นที่จะส่งมอบ​ทั้งโซลูชันทางการเงิน ควบคู่ไปกับองค์ความรู้ และเครื่องมือที่จำเป็น​ต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า ธุรกิจ และสังคม โดยที่ผ่านมาสามารถส่งมอบสินเชื่อไปสู่​กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีศักยภาพ ภายใต้การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ได้อย่างครบถ้วนทั้ง 100% โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและ Project Finance ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Data &amp; AI</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36926 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Finance-Solutions.jpg" alt="" width="1200" height="653" /></p>
<p>รวมทั้งโซลูชันทางการเงินอื่นๆ ที่เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนผ่าน เช่น <strong>K</strong><strong>L</strong><strong>easing</strong> เพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า, <strong>KF&amp;E</strong> สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนบทบาทของ​<strong> K</strong><strong>A</strong><strong>sset</strong> ในการส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืนตามหลักการ ESG ซึ่งปัจจุบัน KAsset สามารถครองส่วนแบ่งการตลาด​มากเป็นอันดับ 1 ของประเทศในกลุ่ม ESG Fund และ SRI Fund ด้วยมูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การจัดการ (AUM) กว่า 3.89 หมื่นล้านบาท และ 3.79 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 30.1% และ 37.6% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ส.ค. 2568) รวมทั้งการลงทุน​ของ Beacon Impact Fund ที่ช่วยสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มุ่งพัฒนาธุรกิจในการช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจาก​โซลูชันทางการเงิน ธนาคาร​ยังขับเคลื่อนมิติอื่นๆ ที่ส่งเสริมทั้งความรู้ด้านการเงิน ธุรกิจ และ​การขับเคลื่อน​ความยั่งยืนตามกรอบ ESG ​ทั้งแคมเปญ <strong>‘</strong><strong>สติ</strong><strong>’</strong> ที่ให้ความรู้ทางการเงินและไซเบอร์ ​โดยเข้าถึงลูกค้าได้กว่า 16.4 ล้านราย, การเผยแพร่บทความด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และแนวโน้มความยั่งยืน <strong>โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> เข้าถึงผู้อ่านกว่า 6.58 ล้านราย การ​ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผ่าน​​​ <strong>K SME Care</strong> รองรับผู้ประกอบการกว่า 1.8 ล้านราย การให้ความรู้ด้านการลงทุน และเทรนด์การลงทุน ESG จาก <strong>K Wealth</strong> ซึ่งมีผู้สนใจเข้าถึงข้อมูลผ่านเว็บไซต์กว่า 1.68 ล้านเพจวิว และมีการรับชมคลิปบนยูทูปกว่า 11.19 ล้านวิว รวมทั้ง​โครงการ <strong>SKILLKAMP</strong> ที่พัฒนาทักษะและศักยภาพด้านดิจิทัลแห่งอนาคต สำหรับนิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไป รวมกว่า 355 คอร์ส ​มีผู้ลงทะเบียน 8,000 ราย รวมไปถึงการ​ส่งเสริมความรู้และสร้างเครือข่ายผ่านโครงการ <strong>KATALYST</strong> โดยมีสตาร์ทอัพเข้าร่วมในโปรแกรมแล้ว​ 155 ราย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36924 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/KBank-Re5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขยายเครือข่าย เติมเต็ม​ </strong><strong>Carbon Ecosystem</strong></p>
<p>ขณะที่การขับเคลื่อนให้ทั้งพอร์ตโฟลิโอ (Scope 3) บรรลุ Net zero ธนาคารได้เพิ่มอัตราเร่งให้สอดคล้องกับกรอบ NDC ของประเทศ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ประกอบกับการที่ประเทศไทยขยับเป้าหมายบรรลุ Net zero ​ให้เร็วขึ้นจากเดิม 15 ปี​ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเร่งผลักดันให้ธุรกิจทั้งของธนาคาร ลูกค้า และทั้งประเทศไทยเร่งปรับตัวเพื่อ​เปลี่ยนผ่าน​สู่การเป็นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<p>โดยเฉพาะใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่ธนาคารจะเข้าไปติดตามและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างใกล้ชิด ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า, กลุ่มน้ำมันและก๊าซธรรมชาติต้นน้ำ, กลุ่มเหมืองถ่านหินประเภทเชื้อเพลิงให้ความร้อน, กลุ่มซีเมนต์, กลุ่มอลูมิเนียม และกลุ่มยานยนต์  ซึ่งปีที่ผ่านมาสามารถลดระดับความเข้มขันในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า (Emission Intensity per GWh) ได้แล้ว 26% เมื่อเทียบฐานปี 2563</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36925 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Impact-Beyond-Finance-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>“ธนาคาร</em><em>เข้าไป​สนับสนุน​</em><em>การ​​​เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำทั้งด้านการเงิน ความรู้ และเทคโนโลยี โดยมียอดสะสม </em><em>Sustainable Financing </em><em>เดือนสิงหาคม </em><em>2568 </em><em>รวมกว่า </em><em>1.73 </em><em>แสนล้านบาท ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงได้กว่า </em><em>2.74 </em><em>ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (</em><em>CO2e</em><em>) ผ่านการให้สินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า</em><em> 3.9 </em><em>หมื่นคัน, สินเชื่ออาคารสีเขียวกว่า </em><em>1 </em><em>ล้านตารางเมตร พร้อมสินเชื่อสนับสนุนธุรกิจเพื่อความยั่งยืนกว่า</em><em> 500</em><em> โครงการ ไปจนถึง​ขับเคลื่อนมิติ ​</em><em>Beyond Banking​ ครอบคลุมทุกภาค​ส่วนที่ช่วยแก้ปัญหาสภาพอากาศ ทั้งการพัฒนา<strong> KClimate1.5</strong> เครื่องมือจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก การจัดตั้ง <strong>Creative Climate Research Center</strong> เพื่อเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และความร่วมมือด้านสภาพอากาศ​ การส่งเสริม​ Carbon Ecosystem เช่น แพลตฟอร์มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า <strong>Watt’s Up</strong>, การขอใบรับรองด้านพลังงานทดแทน (</em><em>RECs</em><em>) </em><em><strong>Green Pass</strong> หรือการส่งเสริมไลฟ์สไตล์ยั่งยืนอย่าง </em><strong><em>Green Living </em></strong><em>รวมถึงขยายเครือข่าย</em><em>เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่าง</em> <strong><em>‘</em></strong><strong><em>เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย</em></strong><strong><em>’</em></strong><strong><em> (Thailand Climate Business Network: Thai CBN) </em></strong><em>เพื่อร่วม​ผลักดันแนวปฏิบัติด้าน </em><em>Climate ​​​ให้นำไปใช้จริง ตั้งแต่ระดับ SME จนถึงข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ เป็นต้น”</em></p>
<p>เห็นได้ว่า ธนาคารกสิกรไทยมุ่งดำเนินธุรกิจบนหลักการธนาคารแห่งความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง มีการบูรณาการยุทธศาสตร์ความยั่งยืนแบบองค์รวม สร้างผลกระทบเชิงบวกและวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง​ในทุกพันธกิจที่ธนาคารขับเคลื่อนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เชื่อมโยงกันในระบบนิเวศ สร้างรากฐานที่ยืดหยุ่น แข็งแกร่ง และมีคุณภาพให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างสมดุล เพื่อให้ทุกชีวิตและทุกธุรกิจเดินหน้าผ่านพ้นทุกความท้าทายไปด้วยกัน พร้อม​สร้างการเติบโต​​​​อย่างมั่นคงและยั่งยืน​​ได้ในอนาคต</p>
<p><iframe loading="lazy" title="กสิกรไทยแถลงยุทธศาสตร์ความยั่งยืน2568" src="https://www.youtube.com/embed/5fjJR1fKTVk" width="868" height="488" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/kbank-sustainability-strategy-2025/">กสิกรไทย วางยุทธศาสตร์ใหม่ ‘ยั่งยืนแบบองค์รวม’ โฟกัสเชิงลึกและบูรณาการ​ทุกมิติสำคัญแบบ Beyond ESG พร้อมเพิ่มเป้า Sustainable Finance 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เตือนผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือ EU CBAM ต้นปีหน้า ตามกระแสความยั่งยืนโลกที่ยังไม่แผ่ว แม้สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/kresearch-advises-brace-for-eu-cbam/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 12:59:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Tax]]></category>
		<category><![CDATA[CBAM]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Trading Scheme]]></category>
		<category><![CDATA[ETS]]></category>
		<category><![CDATA[EU CBAM]]></category>
		<category><![CDATA[K Research]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าธรรมเนียมคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[จักรี พิศาลพฤกษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. กฤตย์ สีตะธนี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36788</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้สหภาพยุโรป (EU) จ่อเริ่มเก็บภาษีคาร์บอน (CBAM) ต้นปีหน้า คาดส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นราว 2.8 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573 ขณะที่ประเทศไทยยังต้องรอการออกมาตรการภาคบังคับ แต่ความล่าช้าของกฎหมายอาจจะทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบ มองอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่ยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าค่ามาตรฐานของ EU CBAM เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น แนะช่วงปี 2568 – 2573 คือหัวเลี้ยวหัวต่อ ธุรกิจที่เริ่มปรับตัวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ก่อนจะสร้างความได้เปรียบ ดร. กฤตย์ สีตะธนี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ถึงแม้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่ไทยส่งออกไปมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยสัดส่วนการส่งออก 17%​ จะมีการชะลอการดำเนินการเรื่องความยั่งยืน แต่ประเทศคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะ EU ซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญลำดับ 3 ด้วยสัดส่วนส่งออก 9% จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนจากมาตรการ EU CBAM ตั้งแต่ต้นปีหน้า​ ส่งผลให้สินค้านำเข้าจากไทยต้องรับภาระต้นทุนคาร์บอน และ EU จะทยอยเพิ่มความเข้มข้นจนเต็มรูปแบบหลังปี 2577 นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จีน (ตลาดส่งออกลำดับ 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/kresearch-advises-brace-for-eu-cbam/">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เตือนผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือ EU CBAM ต้นปีหน้า ตามกระแสความยั่งยืนโลกที่ยังไม่แผ่ว แม้สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> ชี้สหภาพยุโรป (EU) จ่อเริ่มเก็บภาษีคาร์บอน (CBAM) ต้นปีหน้า คาดส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นราว 2.8 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573</p>
<p><span id="more-36788"></span></p>
<p>ขณะที่ประเทศไทยยังต้องรอการออกมาตรการภาคบังคับ แต่ความล่าช้าของกฎหมายอาจจะทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบ มองอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่ยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าค่ามาตรฐานของ EU CBAM เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น แนะช่วงปี 2568 – 2573 คือหัวเลี้ยวหัวต่อ ธุรกิจที่เริ่มปรับตัวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ก่อนจะสร้างความได้เปรียบ</p>
<p><strong> ดร. กฤตย์ สีตะธนี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด </strong>เปิดเผยว่า ถึงแม้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่ไทยส่งออกไปมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยสัดส่วนการส่งออก 17%​ จะมีการชะลอการดำเนินการเรื่องความยั่งยืน แต่ประเทศคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะ EU ซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญลำดับ 3 ด้วยสัดส่วนส่งออก 9% จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนจากมาตรการ EU CBAM ตั้งแต่ต้นปีหน้า​ ส่งผลให้สินค้านำเข้าจากไทยต้องรับภาระต้นทุนคาร์บอน และ EU จะทยอยเพิ่มความเข้มข้นจนเต็มรูปแบบหลังปี 2577</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จีน (ตลาดส่งออกลำดับ 2 สัดส่วน 11%) และญี่ปุ่น (ตลาดส่งออกลำดับ 4 สัดส่วน 7%) จะดำเนินมาตรการในทำนองเดียวกัน ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนเพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งหากท้ังจีนและญี่ปุ่น เริ่มใช้มาตรการ CBAM คาดว่าจะกระทบส่งออกไทยมูลค่ากว่า 2.2 แสนล้านบาท ​</p>
<figure id="attachment_36790" aria-describedby="caption-attachment-36790" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-36790 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Mr.-Jakree-Pisarnpruek.jpg" alt="" width="1200" height="801" /><figcaption id="caption-attachment-36790" class="wp-caption-text">คุณจักรี พิศาลพฤกษ์ เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด</figcaption></figure>
<p><strong>คุณจักรี พิศาลพฤกษ์ เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส </strong><strong>บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด</strong> กล่าวว่า โครงสร้างตลาดคาร์บอนของประเทศไทยในลักษณะภาคสมัครใจยังเป็นข้อจำกัดต่อการสร้างแรงจูงใจ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม ได้แก่ การปลดล็อคข้อกำหนดการใช้โครงข่ายไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด เช่น เช่น Direct Power Purchase Agreement รวมถึงกฎหมายภาคบังคับมาอุดช่องว่าง โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จะทำให้ประเทศไทยมี Carbon Tax และระบบ Emission Trading Scheme (ETS) อย่างไรก็ดี ความล่าช้าในการบังคับใช้ ร่าง พ.ร.บ.ฯ หลัง EU CBAM ประมาณ 2 ปี อาจทำให้ไทยเสียโอกาสนำเงินค่าธรรมเนียมคาร์บอนมาเป็นกองทุนสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศแทนการจ่ายให้กับต่างประเทศ</p>
<figure id="attachment_36791" aria-describedby="caption-attachment-36791" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-36791 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dr.-Rujipun-Assarut.jpg" alt="" width="1200" height="801" /><figcaption id="caption-attachment-36791" class="wp-caption-text">ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด</figcaption></figure>
<p><strong>ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า EU CBAM มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยมากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันที่ครอบคลุมมูลค่าสินค้าเพียง 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นราว 2.8 หมื่นล้านบาทภายในปี 2573 ทั้งนี้ แม้ว่าผู้ประกอบการไทยจะพยายามปรับตัวโดยดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก แต่อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าค่ามาตรฐานของ EU CBAM ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า อาจต้องเสียค่าปรับโดยเฉลี่ย 5 แสนบาทต่อการส่งออกสินค้า 1 ล้านบาทไปยัง EU หรือคิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึง 50% เลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36793 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/EU-CBAM-Effect-1-1024x575.jpg" alt="" width="1024" height="575" /></p>
<p>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ให้คำแนะนำว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการไทยมีสองทางเลือก ได้แก่ &#8216; <strong>รอ&#8217;</strong> หรือ <strong>&#8216;ลุย&#8217;</strong> คือจะรอให้กฎหมายและแรงกดดันจากต่างประเทศบังคับ หรือเริ่มและลงมือทันทีเพื่อสร้างความได้เปรียบ ลดความเสี่ยง และเตรียมรับภาษีคาร์บอน</p>
<p>โดยช่วงปี 2568 – 2573 คือหัวเลี้ยวหัวต่อ ใครเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบ สิ่งสำคัญคือ การทำธุรกิจให้ &#8216;กรีนขึ้น&#8217; ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก เพียงเริ่มจากมาตรการง่ายๆ เช่น ใช้พลังงานคุ้มค่า จัดการของเสีย หรือเลือกซัพพลายเออร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็ช่วยลดต้นทุน เสริมภาพลักษณ์รวมถึงทยอยปรับตามมาตรฐานสากลอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/EU-CBAM-Effect-3.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/EU-CBAM-Effect-4.jpg" alt="" width="1200" height="662" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/EU-CBAM-Effect-5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/EU-CBAM-Effect-6.jpg" alt="" width="1200" height="666" /></p>
<p><iframe loading="lazy" title="Special Topic “ธุรกิจไทยยังต้องเตรียมพร้อมกับภาษี Carbon อีกหรือไม่?”" src="https://www.youtube.com/embed/22Ugi8T7U1c" width="932" height="522" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/kresearch-advises-brace-for-eu-cbam/">ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เตือนผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือ EU CBAM ต้นปีหน้า ตามกระแสความยั่งยืนโลกที่ยังไม่แผ่ว แม้สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
