<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>KKU &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/kku/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 12 Jun 2024 12:13:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>KKU &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มากกว่าแค่ช่วยภัยแล้ง แต่สร้าง ‘โมเดลจัดการน้ำอย่างยั่งยืน’  ม.ขอนแก่น ผนึก​ ​สิงห์อาสา สร้างบ่อพ่อบ่อแม่ ขยายผล ‘แหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน’ ในพื้นที่ภาคอีสาน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/singha-r-sa-join-kku-community-water-management/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Jun 2024 12:10:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[KKU]]></category>
		<category><![CDATA[Singha R-SA]]></category>
		<category><![CDATA[คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์มัลลิกา ศรีสุธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ม.ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[มข.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[รวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ลานีญ่า]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศสุดขั้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์อาสา]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาคณะเกษตรฯทางภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[เครือบุญรอดฯ]]></category>
		<category><![CDATA[เอลนีโญ]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งน้ำชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการแหล่งน้ำชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26439</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหา ‘ภัยแล้ง’ ​เป็นหนึ่งในความเดือดร้อนสำคัญของพี่น้อง​ภาคอีสานมาเป็นระยะเวลานาน ประกอบกับความแปรปรวนของสภาพอากาศในปัจจุบันจาก​ภาวะโลกเดือด ทั้งปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญาที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ ทำให้ความรุนแรงของปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน และสำหรับทำการเกษตรมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่อง​เป็นลูกโซ่ ทั้งด้านคุณภาพชีวิต สุขภาพ รวมถึงรายได้ที่ไม่เพียงพอของผู้คนในพื้นที่ การมีแหล่งน้ำที่สะอาดในปริมาณที่เพียงพอ​​ จึงเป็นหนึ่งปัจจัยพื้นฐานในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)​ จึงร่วมกับ “สิงห์อาสา” พร้อมด้วยบริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด บริษัทในเครือบุญรอดฯ และ เครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 สถาบัน สร้างสรรค์โครงการ “สิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน” ต่อเนื่องหลายปี เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำตามธรรมชาติให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี และยังทำหน้าที่เป็นบ่อกักเก็บน้ำและช่วยชะลอการหลากของน้ำในช่วงฤดูฝน ช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่งด้วย ขณะเดียวกันยังเป็นกลไกสำคัญในการเติมระดับน้ำใต้ดิน จากการใช้องค์ความรู้ทางวิชาการในการเลือกพื้นที่ และรูปแบบการขุดบ่อที่ลึกมากพอจนทำให้น้ำสามารถซึมผ่านชั้นหินอุ้มน้ำได้ เพื่อช่วยเพิ่มแหล่งน้ำ​และความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงทางอาหารภายในชุมชนได้มาก​ขึ้น เพราะเมื่อปริมาณน้ำมากขึ้น นอกจากรองรับการอุปโภคในพื้นที่ได้​​พอเพียงแล้ว ยังทำให้มีน้ำสำหรับการทำการเกษตรเพิ่มเติม ทั้งการปลูกข้าว พืชผัก ผลไม้ รวมทั้งมีปลาในบ่อตามธรรมชาติ ให้ชาวบ้านจับเป็นอาหารได้ด้วย เพิ่มบ่อโครงข่าย ขยายผลเชิงบวกในพื้นที่​ โครงการสิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน เริ่มขับเคลื่อนในพื้นที่ภาคอีสานมาตั้งแต่ปี 2565 นำร่องในพื้นที่บ้านนาสีนวน ต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/singha-r-sa-join-kku-community-water-management/">มากกว่าแค่ช่วยภัยแล้ง แต่สร้าง ‘โมเดลจัดการน้ำอย่างยั่งยืน’  ม.ขอนแก่น ผนึก​ ​สิงห์อาสา สร้างบ่อพ่อบ่อแม่ ขยายผล ‘แหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน’ ในพื้นที่ภาคอีสาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัญหา <strong>‘</strong><strong>ภัยแล้ง</strong><strong>’ </strong>​เป็นหนึ่งในความเดือดร้อนสำคัญของพี่น้อง​ภาคอีสานมาเป็นระยะเวลานาน ประกอบกับความแปรปรวนของสภาพอากาศในปัจจุบันจาก​ภาวะโลกเดือด ทั้งปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญาที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ ทำให้ความรุนแรงของปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน และสำหรับทำการเกษตรมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อเนื่อง​เป็นลูกโซ่ ทั้งด้านคุณภาพชีวิต สุขภาพ รวมถึงรายได้ที่ไม่เพียงพอของผู้คนในพื้นที่</p>
<p><span id="more-26439"></span></p>
<p>การมีแหล่งน้ำที่สะอาดในปริมาณที่เพียงพอ​​ จึงเป็นหนึ่งปัจจัยพื้นฐานในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน <strong>คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)​</strong> จึงร่วมกับ “<strong>สิงห์อาสา</strong><strong>”</strong> พร้อมด้วยบริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด บริษัทในเครือบุญรอดฯ และ เครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 สถาบัน สร้างสรรค์โครงการ<strong> “สิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน” </strong>ต่อเนื่องหลายปี เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำตามธรรมชาติให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี และยังทำหน้าที่เป็นบ่อกักเก็บน้ำและช่วยชะลอการหลากของน้ำในช่วงฤดูฝน ช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p>ขณะเดียวกันยังเป็นกลไกสำคัญในการเติมระดับน้ำใต้ดิน จากการใช้องค์ความรู้ทางวิชาการในการเลือกพื้นที่ และรูปแบบการขุดบ่อที่ลึกมากพอจนทำให้น้ำสามารถซึมผ่านชั้นหินอุ้มน้ำได้ เพื่อช่วยเพิ่มแหล่งน้ำ​และความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงทางอาหารภายในชุมชนได้มาก​ขึ้น เพราะเมื่อปริมาณน้ำมากขึ้น นอกจากรองรับการอุปโภคในพื้นที่ได้​​พอเพียงแล้ว ยังทำให้มีน้ำสำหรับการทำการเกษตรเพิ่มเติม ทั้งการปลูกข้าว พืชผัก ผลไม้ รวมทั้งมีปลาในบ่อตามธรรมชาติ ให้ชาวบ้านจับเป็นอาหารได้ด้วย</p>
<figure id="attachment_26444" aria-describedby="caption-attachment-26444" style="width: 858px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-26444 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/4-4.jpg" alt="" width="858" height="1000" /><figcaption id="caption-attachment-26444" class="wp-caption-text"><em>ภาพเปรียบเทียบบ่อที่ขุดบ้านนาสีนวน ต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ในโครงการ “สิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน”</em></figcaption></figure>
<p><strong>เพิ่มบ่อโครงข่าย ขยายผลเชิงบวกในพื้นที่​ </strong></p>
<p>โครงการสิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน เริ่มขับเคลื่อนในพื้นที่ภาคอีสานมาตั้งแต่ปี 2565 นำร่องในพื้นที่บ้านนาสีนวน ต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ด้วยการขุดบ่อ​​พื้นที่ 3 ไร่ เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำตามธรรมชาติ และสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำให้ชุมชนในพื้นที่หมู่ 1 ซึ่งมีกว่า 220 ครัวเรือน รวมไปถึง​พื้นที่ในหมู่ 9 ที่มีอีกกว่า 90 ครัวเรือน ให้สามารถมีน้ำใช้และทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี จากที่ก่อนหน้านี้ แค่การใช้ภายในพื้นที่หมู่ 1 ​ปริมาณน้ำ​ก็​แทบไม่เพียงพอแล้ว</p>
<p>โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งที่ต้อง​ไปซื้อน้ำจากทาง อบต. มาไว้ใช้ภายในครัวเรือน และไม่มีน้ำเหลือสำหรับทำการเกษตรเพิ่มเติม​ แต่หลังจากขุดบ่อแรก​สำเร็จ ก็​สามารถเพิ่มปริมาณน้ำใช้ให้พื้นที่ได้ตั้งแต่ปีแรก โดยเฉพาะ​ระบบประปาท้องถิ่นที่เคยมีช่วงเวลาขาดน้ำก็กลับมามีน้ำใช้ต่อเนื่อง​ รวมทั้งปริมาณน้ำในบ่อที่เคยแห้งขอดในช่วงหน้าแล้งก็มีปริมาณน้ำในบ่อตลอดทั้งปี ทำให้ชาวบ้านมีทั้งน้ำใช้ และเหลือพอสำหรับปลูกพืชผักที่หลากหลาย สร้างรายได้ได้มากขึ้น ​รวมทั้งช่วยเพิ่ม​แหล่งอาหารจากการจับปลาในสระ พร้อมทั้งยังเพิ่มพื้นที่สันทนาการ ส่วนกลางของชุมชน สำหรับทั้งการพักผ่อน หรือเป็นพื้นที่จัดงานเทศกาลต่างๆ ได้ด้วย</p>
<figure id="attachment_26443" aria-describedby="caption-attachment-26443" style="width: 1200px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" class="wp-image-26443 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/3-4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /><figcaption id="caption-attachment-26443" class="wp-caption-text"><em>ภาพบ่อใหม่ ในโครงการ“สิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน” บริเวณโรงเรียนขัวเรียงศึกษา</em></figcaption></figure>
<p>ความสำเร็จของบ่อแรกเมื่อราว 2 ปีก่อน ​นำมาสู่การขยายผลผ่านการขุดบ่อโครงข่ายเพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้เคียงคือ ​บริเวณโรงเรียนขัวเรียงศึกษา หมู่ 1 ต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ซึ่งได้ขุดบ่อขนาดเกือบ 2 ไร่ อยู่ห่างจากบ่อเดิม​ราว 2 กิโลเมตร เพื่อเป็นบ่อโครงข่ายเพิ่มเติมในพื้นที่ เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีปัญหาขาดแคลนน้ำ​รวมทั้งยัง​เกิดไฟป่าบ่อยครั้ง ​ประกอบกับเป็นพื้นที่ติดโรงเรียนและชุมชน ซึ่งไฟอาจลุกลามสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะใน​ช่วงที่เกิดไฟป่าก็​ไม่มีแหล่งน้ำมาช่วยในการดับไฟ ทำให้นักเรียนและบุคลากรต้องซื้อน้ำมาสำรองไว้ใช้เอง ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เร่งด่วนที่โครงการจำเป็นต้องเข้าไปช่วยเหลือเช่นกัน</p>
<figure id="attachment_26442" aria-describedby="caption-attachment-26442" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-26442 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/2-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-26442" class="wp-caption-text"><em>อ.มัลลิกา พร้อมด้วยนักศึกษาคณะเกษตร์ศาสตร์ ม.ขอนแก่น และสิงห์อาสา หารือและวางแผนในโครงการ“สิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน”</em></figcaption></figure>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์มัลลิกา ศรีสุธรรม</strong> อาจารย์สาขาวิชาปฐพีศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงการขุดบ่อโครงข่ายเพิ่มเติมในพื้นที่ว่า เป็นการขยายผลในการแก้ปัญหาปริมาณน้ำในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น เนื่องจากองค์ความรู้ในการขุดบ่อของโครงการสิงห์อาสาฯ ไม่เพียงช่วยเพิ่มปริมาณน้ำระดับผิวดินเท่านั้น แต่ยังเป็นการเติมระดับน้ำใต้ดินให้สูงขึ้น​ เพื่อสามารถดันขึ้นมาชดเชยน้ำผิวดินในช่วงฤดูแล้งได้ ขณะที่ช่วงน้ำมากก็จะไหลซึมผ่านชั้นหิน​​เพื่อเก็บไว้​เป็นน้ำใต้ดิน ​การมีบ่อโครงข่ายที่มากขึ้น จึงช่วย​เพิ่มระดับน้ำใต้ดินและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ได้ในระยะยาวและยั่งยืนมากขึ้นด้วย</p>
<p>ประกอบกับยังช่วยรับมือต่อความเสี่ยงจากสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้ว ซึ่งนัก​อุตุนิยมวิทยาทั่วโลกคาดการณ์ไว้ว่า <em><strong>ในปีนี้จะมีทั้งปรากฏการณ์เอลนีโญ และลานีญาเกิดขึ้น ส่งผล​ให้​​บางพื้นที่ต้องเผชิญหน้า​ทั้งปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งที่รุนแรง ​​การเพิ่มบ่อโครงข่าย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบ่อหลักมาเสริมในพื้นที่ จึงเป็นเหมือนการมีทั้ง ‘บ่อพ่อ +บ่อแม่’ มาช่วยเพิ่มความสามารถในการรักษาความสมดุลของพื้นที่ เพื่อรับมือต่อทั้ง 2 สถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม​</strong></em> ​ทั้งช่วยเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ​ให้​เพียงพอสำหรับการใช้ตลอด​หน้าแล้ง​หรือ​ช่วงปรากฏการณ์​เอลนีโญ​ ขณะเดียวกันยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่ช่วยชะลอการหลากของน้ำในช่วง​ลานีญาที่จะมีปริมาณน้ำมาก เพื่อป้องกันน้ำไหลท่วมชุมชน​และพืชผล​​​เกษตรในพื้นที่ถูกทำลายเสียหายได้​​ ถือเป็น​อีกหนึ่งการใช้กระบวนการและองค์ความรู้ทางธรรมชาติมาช่วยบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้อย่างมีความสมดุล</p>
<p>“การเพิ่มบ่อโครงข่ายแห่งใหม่ที่โรงเรียนขัวเรียงศึกษา จะช่วยเกื้อหนุนการทำงานของบ่อเดิม ตามแนวคิด<strong> ‘บ่อพ่อ+บ่อแม่’</strong> ทำให้เพิ่มความสามารถในการกระจายน้ำไปยังบ่อลูกๆ ในบริเวณข้างเคียงทั้งที่เกิดเองตามธรรมชาติ หรือบ่อที่เกษตรกรขุดไว้สำหรับการเพาะปลูก และ​​เพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำในพื้นที่ ช่วยลดปัญหาน้ำท่วม รวมทั้งยังสามารถเป็นแนวกันไฟตามธรรมชาติ ช่วยบรรเทาผลกระทบ​จากไฟป่า และยังเป็นแหล่งน้ำฉุกเฉินเพื่อช่วยดับไฟ ​ลดการลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆ ขณะที่บริเวณโดยรอบของบ่อยังมีการปลูกพืชผักที่เหมาะกับพื้นที่ ช่วยทั้งการพังทลายของผิวดิน รวมทั้งยังเป็นประโยชน์ให้คุณครูหรือนักเรียนหรือชาวบ้านในพื้นที่นำไปใช้รับประทานได้ด้วย”​ ผู้ช่วยศาสตราจารย์มัลลิกา กล่าว</p>
<p><strong>มากกว่าช่วยเฉพาะหน้า แต่มุ่งแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน </strong></p>
<figure id="attachment_26447" aria-describedby="caption-attachment-26447" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26447 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/8-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-26447" class="wp-caption-text"><em>คุณรวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด</em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณรวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์</strong> ผู้อำนวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ภารกิจ​สำคัญของ <strong>สิงห์อาสา </strong>​คือการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการมีส่วนช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งการดูแลน้ำสำหรับการบริโภคผ่านการ​แจกจ่ายน้ำดื่มให้กับหลายชุมชน การติดตั้งธนาคารน้ำสิงห์เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำ​บริโภคได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งการทำท่อประปาเพื่อลำเลียงน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำไปสู่​​พื้นที่ห่างไกลต่างๆ ซึ่งได้ทำมาอย่างต่อเนื่องและส่งต่อความช่วยเหลือไปยังหลายพื้นที่ในภาคอีสานตลอดหลายปีที่ผ่านมา</p>
<p>“ไม่เพียงแนวทาง​การแก้ปัญหาเพื่อ​บรรเทาความเดือดร้อนแบบเฉพาะหน้าเท่านั้น สิงห์อาสายังให้ความสำคัญกับ​การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการสร้างแหล่งน้ำชุนชน ที่นอกจากช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำแล้ว ​ยังส่งมอบ​องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการแหล่งน้ำชุมชนให้ชาวบ้านในพื้นที่ นำไปต่อยอดเพื่อเพิ่ม​ประสิทธิภาพการพัฒนา​​บ่อน้ำที่อยู่ในพื้นที่ได้​มาก​ขึ้น เกิดเป็นโมเดลช่วยบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป ภายใต้การทำงานร่วมกันทั้ง​สิงห์อาสา คณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น กลุ่มผู้นำและตัวแทนจากแต่ละชุมชน​เพื่อรับฟังและแก้ปัญหาในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแรงให้กับชุมชน ​รวมทั้งยังมีเครือข่ายนักศึกษา​นักศึกษาสิงห์อาสาภาคอีสาน ซึ่งถือเป็นลูกหลานคนในพื้นที่และเป็นแนวร่วมสำคัญที่จะ​นำความรู้​ความสามารถของตัวเองมา​ช่วยเหลือพัฒนาบ้านเกิดได้ในอนาคต” คุณรวินทร์ กล่าวสรุป</p>
<figure id="attachment_26441" aria-describedby="caption-attachment-26441" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26441 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/1-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-26441" class="wp-caption-text"><em>ภาพชาวบ้านใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำที่ขุดไว้</em></figcaption></figure>
<p>ปัจจุบัน​โครงการ “<strong>สิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน”</strong> ได้ขับเคลื่อนแล้วในหลายจังหวัดพื้นที่ภาคอีสาน ผ่านการ​พัฒนาโมเดลแหล่งน้ำชุมชนกว่า 10 แห่ง ​และมีแผนจะขยายพื้นที่เพิ่มเติมในอนาคต ผ่านองค์ความรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทในแต่ละพื้นที่ที่มีปัญหาขาดแคลนน้ำ​ ซึ่งหากสามารถเชื่อมโยงโครงข่ายแหล่งน้ำชุมชนให้เพิ่มมากขึ้นได้ในอนาคต ก็เชื่อได้ว่า​ปัญหาภัยแล้งในหลายๆ พื้นที่ของประเทศไทยจะสามารถบรรเทาเบาบางลงได้ในที่สุด</p>
<figure id="attachment_26446" aria-describedby="caption-attachment-26446" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-26446 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/7-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-26446" class="wp-caption-text"><em>ภาพธนาคารน้ำดื่มสิงห์ นำน้ำดื่มสะอาดแจกจ่ายประชาชนที่ประสบภัยแล้ง</em></figcaption></figure>
<p>แนวทางการขับเคลื่อนโครงการ ยังสอดคล้องกับภารกิจ​สำคัญของ <strong>สิงห์อาสา</strong> ที่มุ่งมั่นในการ​เติม​ความสุขและสร้างรอยยิ้มให้พี่น้องคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการทำงานร่วมกันของเครือข่ายที่แข็งแรงและกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจปัญหา ก่อนจะนำมาวิเคราะห์ เพื่อ​​​สามารถเข้าไปช่วยเหลือหรือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยได้อย่างตรงจุด รวมทั้งพัฒนา​เป็นโมเดลที่สร้างให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นภายในชุมชน ตามแนวทางของการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่าง​แท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/singha-r-sa-join-kku-community-water-management/">มากกว่าแค่ช่วยภัยแล้ง แต่สร้าง ‘โมเดลจัดการน้ำอย่างยั่งยืน’  ม.ขอนแก่น ผนึก​ ​สิงห์อาสา สร้างบ่อพ่อบ่อแม่ ขยายผล ‘แหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน’ ในพื้นที่ภาคอีสาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Ugly Veggies” แพลตฟอร์มขาย “ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ” งานวิจัยเด่นจาก มข. ช่วยลดขยะอาหาร-สร้างรายได้ให้เกษตรกร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/ugly-veggies-thailand-platform-zero-hunger/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Oct 2023 08:23:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[KKU]]></category>
		<category><![CDATA[Organic]]></category>
		<category><![CDATA[Researcher]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Farming]]></category>
		<category><![CDATA[THE]]></category>
		<category><![CDATA[THE Impact Rankings 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Times Higher Education]]></category>
		<category><![CDATA[Ugly Veggies]]></category>
		<category><![CDATA[Ugly Veggies Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ZERO HUNGER]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คนกินปลอดภัย คนขายอยู่ได้]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ชวิศ เกตุแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ผักออร์แกนิค]]></category>
		<category><![CDATA[ผักอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[มข.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[วช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21823</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์ &#8216;ปัญหาขยะอาหาร&#8217; เป็นประเด็นที่ทุกประเทศกำลังร่วมกันแก้ไข โดยการผลักดันและประยุกต์เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อบริหารจัดการและบูรณาการข้อมูลการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food loss and Food Waste) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นกลยุทธ์ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ รวมถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี &#8216;Ugly Veggies Thailand&#8217; เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เข้ามา​ช่วยลดปัญหาดังกล่าว ผศ.ดร.ชวิศ เกตุแก้ว รองคณบดีฝ่ายกลยุทธ์ วิจัยและต่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้อำนวยการโครงการ “Ugly Veggies Thailand” กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของ “Ugly Veggies Thailand” ว่า วิทยาลัยนานาชาติฯ มีชุมชนเป้าหมาย คือ กลุ่มเกษตรกรอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ที่ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนด้าน Smart Farming เมื่อศึกษาไประยะหนึ่ง จึงพบว่าชุมชนมี Pain Point คือผัก Organic หรือผักอินทรีย์ที่ผลิตออกมาเมื่อคัดผักที่มีมาตรฐานตามความต้องการของตลาดประมาณ 50-70 % แล้วจะเหลืออีก 30% ที่ทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ &#8220;โจทย์สำคัญที่เราต้องการขับเคลื่อน คือการ​สร้าง Zero Waste ในกระบวนการผลิตผักอินทรีย์ โดยไม่ได้คิดเพียงแค่ว่า​จะจัดการกับขยะจากผักที่ขายไม่ได้นี้อย่างไร แต่ยังมองหาวิธี​สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งเหลือใช้เหล่านี้ด้วย เพราะปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นได้กับเกษตรกรในกลุ่มอื่นๆ ด้วย ​ซึ่งหากเราสามารถสร้างประโยชน์จากกระบวนการผลิตผักอินทรีย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/ugly-veggies-thailand-platform-zero-hunger/">“Ugly Veggies” แพลตฟอร์มขาย “ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ” งานวิจัยเด่นจาก มข. ช่วยลดขยะอาหาร-สร้างรายได้ให้เกษตรกร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์ <strong>&#8216;ปัญหาขยะอาหาร&#8217; </strong>เป็นประเด็นที่ทุกประเทศกำลังร่วมกันแก้ไข โดยการผลักดันและประยุกต์เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อบริหารจัดการและบูรณาการข้อมูลการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food loss and Food Waste) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นกลยุทธ์ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ รวมถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี <strong>&#8216;</strong><strong>Ugly Veggies Thailand&#8217;</strong> เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เข้ามา​ช่วยลดปัญหาดังกล่าว</p>
<p><span id="more-21823"></span></p>
<p><strong>ผศ.ดร.ชวิศ เกตุแก้ว รองคณบดีฝ่ายกลยุทธ์ วิจัยและต่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้อำนวยการโครงการ “</strong><strong>Ugly Veggies Thailand”</strong> กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของ <strong>“Ugly Veggies Thailand”</strong> ว่า วิทยาลัยนานาชาติฯ มีชุมชนเป้าหมาย คือ กลุ่มเกษตรกรอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ที่ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนด้าน <strong>Smart Farming</strong> เมื่อศึกษาไประยะหนึ่ง จึงพบว่าชุมชนมี <strong>Pain Point</strong> คือผัก <strong>Organic</strong> หรือผักอินทรีย์ที่ผลิตออกมาเมื่อคัดผักที่มีมาตรฐานตามความต้องการของตลาดประมาณ 50-70 % แล้วจะเหลืออีก 30% ที่ทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21825 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/ผศ.ดร.ชวิศ.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><strong>&#8220;โจทย์สำคัญที่เราต้องการขับเคลื่อน คือการ​สร้าง </strong><strong>Zero Waste </strong><strong>ในกระบวนการผลิตผักอินทรีย์ โดยไม่ได้คิดเพียงแค่ว่า​จะจัดการกับขยะจากผักที่ขายไม่ได้นี้อย่างไร แต่ยังมองหาวิธี​สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งเหลือใช้เหล่านี้ด้วย เพราะปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นได้กับเกษตรกรในกลุ่มอื่นๆ ด้วย ​ซึ่งหา</strong><strong>กเราสามารถสร้างประโยชน์จากกระบวนการผลิตผักอินทรีย์ ได้ตามเป้าหมาย 100 % จะช่วยลดขยะทางการเกษตรจากครัวเรือนให้ลดลงได้ถึง 5.6 ตันต่อปี&#8221;</strong></p>
<p>ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงเดินหน้าทำวิจัยโดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พัฒนา <strong>แพลตฟอร์ม “</strong><strong>Ugly Veggies”</strong> เพื่อเป็นช่องทางให้เกษตรที่มี Certificate หรือใบรับรองของ Organic การันตีความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย นำ <strong>“</strong><strong>ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ”</strong> ที่เหลือจากการคัดเกรดส่งซูเปอร์มาเก็ต มาโพสต์ขายหน้าแผงออนไลน์ของตนเองได้ ทั้งในเว็บไซต์  <a href="https://uglyveggies.kku.ac.th/" target="_blank" rel="noopener">https://uglyveggies.kku.ac.th/</a> และ ​Line Official ที่ชื่อว่า “<strong>Ugly Veggies Thailand</strong>” (Line:<a href="https://kku.world/uglyveggies" target="_blank" rel="noopener"> https://kku.world/uglyveggies</a>)</p>
<p>โดยแพลตฟอร์ม <strong>Ugly Veggies Thailand </strong>จะเป็นตลาดผักออนไลน์ ทั้งเกษตรกรที่ต้องการขายผัก รวมทั้งลูกค้าที่ชื่นชอบผักออร์แกนิกส์สามารถหาซื้อผักคุณภาพดี ราคาประหยัด​ และเต็มไปด้วยคุณภาพไม่ต่างจากที่ขายในห้าง เพียงแต่อาจจะมีรูปร่างไม่สวยงาม เพราะกระบวนการปลูกตามธรรมชาติ ที่ไม่ได้ใช้สารเคมี อาจทำให้มีแมลงมากัดกินไป หรือขนาดไม่ได้ตามเกณฑ์บ้าง โดยมีผลิตภัณฑ์ท้ัง​ผักออร์แกนิคคุณภาพสูง, ผลไม้ และสินค้านวัตกรรมจากผักที่ถูกทิ้ง เช่น ผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ Jelly Joy ทำจากผักออร์แกนิคเสริมโพรไบโอติกและพรีไบโอติก ผ่านการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างเรียบร้อย สามารถเคี้ยวทานได้ เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย และจะมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตามมาอีกหลายอย่าง หรือลูกค้าสามารถเลือกร้านค้าเพื่อเข้าไปเลือกชมสินค้าได้ พร้อมสื่อสารกับผู้ค้าโดยตรง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21826 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/vgly-veggies2.jpg" alt="" width="1200" height="626" /></p>
<p><strong>“</strong><strong>วิทยาลัยนานาชาติฯ บริหารจัดการดูแลกระบวนการในแพลตฟอร์มทั้งหมด ตั้งแต่การพัฒนา ออกแบบ ดูแลระบบหลังบ้าน หน้าบ้าน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ​  </strong><strong>และสามารถซื้อสินค้าต่างๆ ได้โดยง่ายและสะดวก ​รวมทั้งอาจมีการช่วยจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม​ โดยเกษตรกรแต่ละรายสามารถเปิดร้าน เพื่อโพสต์ขาย และจัดส่งให้ลูกค้าได้ด้วยตัวเอง”</strong></p>
<p>ทั้งนี้ Ugly Veggies กำลังดำเนินการปรับเข้าสู่การเป็น Start Up ในส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจากแพลตฟอร์มหรือค่า GP (Gross Profit) มีการคิดจากรายได้รวมของเกษตรกรแล้วหักค่าขนส่ง โดยเขียนโปรแกรมคำนวณไว้ในแพลตฟอร์มเรียบร้อยแล้วเหมือนกับระบบ Delivery ทั่วไป</p>
<p>จากการศึกษาและวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรักสุขภาพ และกลุ่มวัยกลางคนที่ทำอาหารเอง ซึ่งเป็นคุณแม่ที่ต้องการทำอาหารปลอดสารเคมีให้ลูก รวมถึงต้องการนำผักออร์แกนิคมาทำอาหารเพื่อดูแลผู้สูงอายุในบ้าน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ทีมวิจัยสามารถสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจในการออกแบบการขาย การสร้างแบรนด์ รวมถึงการตั้งราคาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ &#8216;<strong>คนกินปลอดภัย คนขายอยู่ได้&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21827 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/vgly-veggies7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การทำวิจัยในครั้งนี้ นอกจากมีโจทย์สำคัญ คือ การช่วยเหลือสังคม พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมายของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งงานวิจัยนี้ช่วยแก้ปัญหา <strong>SDGs 2 – ZERO HUNGER</strong> ยุติความหิวโหย สร้างความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้คว้าอันดับ 1 ของประเทศในการจัดอันดับ <strong>THE Impact Rankings 2023 </strong><strong>ของ </strong><strong>Times Higher Education (THE)</strong> ในปี 2566 แล้ว ยังเป็นพื้นที่ให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และเข้าใจปัญหาเชิงลึกของชุมชน นำไปสู่การขับเคลื่อนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วยความผูกพันและเป็นทางออกของสังคมต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21828 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/vgly-veggies.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>สำหรับเกษตรกรและลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง </strong>เฟซบุ๊ก  <a href="https://www.facebook.com/uglyveggiesthailand/" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/uglyveggiesthailand/</a> และ</p>
<p>อินสตราแกรม  <a href="https://www.instagram.com/uglyveggies.th/" target="_blank" rel="noopener">https://www.instagram.com/uglyveggies.th/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/ugly-veggies-thailand-platform-zero-hunger/">“Ugly Veggies” แพลตฟอร์มขาย “ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ” งานวิจัยเด่นจาก มข. ช่วยลดขยะอาหาร-สร้างรายได้ให้เกษตรกร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
