<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Landscape &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/landscape/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 17 Feb 2026 09:57:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Landscape &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;แสนสิริ&#8217; อสังหาฯ รายแรกที่ได้ Green Loan ตามเกณฑ์​ Thailand Taxonomy ขับเคลื่อน​ 3 Green Framework ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/sansiri-got-green-loan-thailand-taxonomy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2026 06:22:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Architecture]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Intensity]]></category>
		<category><![CDATA[Green Architecture & Design]]></category>
		<category><![CDATA[Green Building]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Design]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Green Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[Landscape]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri Sustainable Design]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Taxonomy]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จริยา จันทร์เจิดศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยรัตน์ ธรรมชน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40135</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ถือเป็นผู้พัฒนาโครงการรายแรกของไทย ที่ได้รับการอนุมัติ Green Loan มูลค่า 4,000  ล้านบาท จากธนาคารกสิกรไทย ตามเกณฑ์​ Thailand Taxonomy ซึ่งมีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อมากกว่าแค่เรื่องการกำหนดให้ใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ลงลึกไปถึงการวัดค่าความเข้มของการปล่อยปริมาณคาร์บอน (Carbon Emission Intensity) ในการก่อสร้างเลยทีเดียว สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาโครงการของ &#8216;แสนสิริ&#8217; เพื่อสร้างมาตร​ฐาน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ที่ต้องยกระดับมากกว่าแค่การเริ่มขับเคลื่อนไปตามข้อกำหนด แต่​​สามารถ &#8216;วัดผลได้จริง&#8217;  ผ่านความสำเร็จในการได้รับอนุมัติ Green Loan หรือสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมมูลค่า 4,000 ล้านบาท สำหรับ 3 โครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ประกอบไปด้วย พีทีวาย เรสซิเดนซ์ สาย 1 (PTY Residence Sai 1) พัทยา, เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเด้นซ์ หัวหิน (The Standard Residences [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/sansiri-got-green-loan-thailand-taxonomy/">&#8216;แสนสิริ&#8217; อสังหาฯ รายแรกที่ได้ Green Loan ตามเกณฑ์​ Thailand Taxonomy ขับเคลื่อน​ 3 Green Framework ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) </strong>ถือเป็นผู้พัฒนาโครงการรายแรกของไทย ที่ได้รับการอนุมัติ Green Loan มูลค่า 4,000  ล้านบาท จากธนาคารกสิกรไทย ตามเกณฑ์<strong>​ Thailand Taxonomy</strong> ซึ่งมีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อมากกว่าแค่เรื่องการกำหนดให้ใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ลงลึกไปถึงการวัดค่าความเข้มของการปล่อยปริมาณคาร์บอน (Carbon Emission Intensity) ในการก่อสร้างเลยทีเดียว</p>
<p><span id="more-40135"></span></p>
<p>สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาโครงการของ <strong>&#8216;แสนสิริ&#8217;</strong> เพื่อสร้างมาตร​ฐาน<strong> &#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> ให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ที่ต้องยกระดับมากกว่าแค่การเริ่มขับเคลื่อนไปตามข้อกำหนด แต่​​สามารถ <strong>&#8216;วัดผลได้จริง&#8217; </strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40143 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Green-Loan-process.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ผ่านความสำเร็จในการได้รับอนุมัติ Green Loan หรือสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมมูลค่า 4,000 ล้านบาท สำหรับ 3 โครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ประกอบไปด้วย <strong>พีทีวาย เรสซิเดนซ์ สาย 1</strong> (PTY Residence Sai 1) พัทยา, <strong>เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเด้นซ์ หัวหิ</strong>น (The Standard Residences Hua Hin), และ <strong>ไวด์เด็น บาย แสนสิริ (WIDEN by Sansiri)</strong> นางลิ้นจี่ ซึ่งแสนสิริเป็นบริษัทแรกของธนาคารกสิกรไทย ที่ใช้เกณฑ์การประเมินสินเชื่อสอดคล้องตาม<strong> Thailand Taxonomy</strong> ที่เข้มข้นด้วยกลไกตรวจสอบระดับสากล</p>
<p><strong>วาง 3 Framework ขับเคลื่อน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ผ่านทุกมิติ </strong></p>
<p><strong>คุณจริยา จันทร์เจิดศักดิ์</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ แสนสิริ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระบวนการคิดและการทำงานของแสนสิ​ริผ่านการพัฒนาโครงการมาไม่ต่ำกว่า 500 โครงการ ให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด พร้อม​มุ่งยกระดับมาตรฐานให้เข้มข้นเพิ่มมากขึ้น หลังประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนสู่ Net Zero 2050  ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ตั้งเป้าหมายอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2023</p>
<figure id="attachment_40144" aria-describedby="caption-attachment-40144" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-40144 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Re-Knong-kbank.jpg" alt="" width="1200" height="901" /><figcaption id="caption-attachment-40144" class="wp-caption-text">คุณชัยรัตน์ ธรรมชน Landscape Architecture และ คุณจริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ แสนสิริ</figcaption></figure>
<p>สำหรับการพัฒนาโครงการให้เป็น Sustainability Project แสนสิริ ให้ความสำคัญในทุกขั้นตอนทั้งก่อนก่อสร้าง และในระหว่างการก่อสร้าง รวมทั้งการร่วมมือกับพันธมิตร คู่ค้ากว่า 4,00 ราย ตลอดทั้งห่วงโซ่อย่างรอบด้าน เพื่อร่วมกัน​ขับเคลื่อน <strong>&#8216;3 Green Framework&#8217;  </strong>ตามแนวทางต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; <strong>Green Architecture &amp; Design : </strong>เน้นการออกแบบ​เพื่อการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน สร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย (Well-being) รวมทั้งประหยัดพลังงาน ผ่านการออกแบบที่เน้นความเข้าใจในธรรมชาติและบริบทในแต่ละพื้นที่ (Nature Based Design Solution) มาปรับใช้ เพื่อลดการใช้พลังงานของบ้านและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย พร้อมส่งมอบบ้านที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน และรองรับการอยู่อาศัยของลูกบ้านอย่างดีที่สุด</p>
<p><strong>-Green Construction : </strong>การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้นำผนังคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป (Precast) มาใช้ในโครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์  รวมทั้งทำให้​สามารถก่อสร้างได้เร็วขึ้นราว 3 เดือน ​ช่วยลดขยะ​​ 15% รวมทั้ง​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งปริมาณ​ฝุ่นและการเกิดมลพิษต่างๆ ภายในไซต์ก่อสร้างลงได้เป็นจำนวนมาก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40145 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Re-Slide13.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; Green Procurement :  </strong>การคัดเลือกคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใส่ใจกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน ​รวมทั้งการคำนึงถึงการผลิตที่ลดการใช้ทรัพยากรหรือการนำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งการจัดซื้อวัสดุในการก่อสร้างที่มีคาร์บอนต่ำ และประหยัดพลังงาน (Low-Carbon) ซึ่งปัจจุบัน​มีสัดส่วน​การใช้วัสดุคาร์บอนต่ำแล้ว 65% ​</p>
<p><em>&#8220;แสนสิริเริ่มต้นจากการวางรากฐาน &#8216;กระบวนการคิด&#8217; ใหม่ทั้งหมด มาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างของแสนสิริในยุคปัจจุบันจึงถูกหล่อหลอมด้วยความใส่ใจต่อสภาพแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง โดยมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรอย่างมีคุณภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการขยะจากการก่อสร้าง การบำบัดน้ำเสียอย่างเป็นระบบ ไปจนถึงการจัดสรรพื้นที่สีเขียวที่มากกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อคืนความสมดุลให้แก่ธรรมชาติและชุมชนรอบข้าง&#8221;</em></p>
<p><strong>เซ็ตมาตรฐานใหม่ &#8216;Green Projects&#8217; ภาคอสังหาฯ ไทย</strong></p>
<p><strong>คุณชัยรัตน์ ธรรมชน</strong> Landscape Architecture แสนสิริ กล่าวถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ใน Green Projects หรือ <em><strong>การพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืนของแสนสิริ ที่เน้นการ &#8216;วัดผลได้จริง&#8217; และสอดคล้องไปกับเกณฑ์มาตรฐานในระดับสากล</strong> </em>โดยเฉพาะทั้ง 3 โครงการต้นแบบ ที่ได้รับ Green Loan ตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy ที่กำหนด​​ค่าความเข้มข้นในการปล่อยคาร์บอนที่ราว 61 กิโลคาร์บอนต่อตารางเมตร เทียบกับมาตรฐานโครงการทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 80 กิโลคาร์บอนต่อตารางเมตร และส่งผลให้โครงการสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ 25-35% ซึ่งได้รับการรับรอง​ผลจาก <strong>Bureau Veritas</strong><strong> (บูโร เวอริทัส) </strong>องค์กรตรวจสอบระดับสากล ​ทำให้ได้รับ​ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและสถาบันการเงินระดับโลก ซึ่ง<strong>แสนสิริเป็นรายแรกที่สามารถนำค่า</strong><strong> Emission Intensity </strong>มาใช้เป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40140 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Slide23.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>&#8220;ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้มาจากการใส่ใจในการพัฒนาโครงการให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่แรกของแสนสิริ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการ​ผ่าน 3 Green Framework  และแนวคิด​ออกแบบโครงการ​ &#8216;<strong>Sansiri Sustainable Design&#8217;</strong> เพื่อตอบโจทย์อินไซต์สำคัญของผู้อยู่อาศัย ทั้งการอยู่สบาย และประหยัดพลังงาน ผ่านการให้ความสำคัญในการออกแบบที่ยั่งยืนตามแนวทาง​ Nature based Solution เพื่อต่อยอดจากทรัพยากรธรรมชาติที่มี มาสู่การสร้างฟังก์ชั่นให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ประโยชน์ตามบริบทของพื้นที่ พร้อมทั้ง​ช่วยลดทั้งอุณหภูมิภายในโครงการ และช่วยลดการใช้พลังงานในภาพรวมลงได้ ประกอบกับการเลือกใช้วัสดุรักษ์โลก การเติมพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ทำให้โครงการของแสนสิริช่วยลดผลกระทบต่อโลกแบบจับต้องได้ ขณะเดียวกันยังดีต่อผู้อยู่อาศัยทั้งการมีสุขภาพที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดี และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้พลังงานที่น้อยลงแบบจับต้องผลลัพธ์ได้จริง&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40141 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Slide25.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>​กระบวนการคิดตามแนวทาง &#8216;<strong>Sansiri Sustainable Design&#8217;</strong> ได้ถ่ายทอดผ่าน 3 โครงการต้นแบบ เพื่อสะท้อนภาพ การออกแบบที่สร้าง <strong>&#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> ให้มาพร้อมกัน<strong> &#8216;การอยู่สบาย</strong>&#8216; อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการออกแบบโครงการแนวสูงอย่าง <strong>WIDEN by Sansiri และ PTY Residence Sai 1</strong> เน้นนวัตกรรมที่ช่วยให้ตัวอาคาร &#8216;หายใจได้&#8217; และพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ตั้งแต่การติดตั้ง Solar Cell ในพื้นที่ส่วนกลาง การใช้ไฟ Solar Light เพื่อความปลอดภัยที่ไร้ต้นทุนพลังงาน ไปจนถึงการรังสรรค์ Roof Garden ที่ช่วยลดความร้อนสะสมก่อนเข้าสู่ตัวอาคาร รวมถึงการเลือกใช้ Permeable Pavement หรือวัสดุให้น้ำซึมผ่านได้ เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังและคืนน้ำสู่ดินอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนในโครงการแนวราบอย่าง<strong> The Standard Residences Hua Hin</strong> ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณให้เข้ากับวิถีชีวิตริมชายทะเล โดยเน้นการเปิดพื้นที่โล่งให้สัมพันธ์กับทิศทางลมธรรมชาติ เลือกใช้วัสดุพื้นผิวที่ช่วยระบายน้ำและพลังงานทางเลือกในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้การอยู่อาศัยกลมกลืนกับธรรมชาติรอบตัวมากที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40146 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Slide5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>คุณจริยา </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโครงการ Green Projects มีความต้องการในตลาดอย่างสูงทั้งจากผู้อยู่อาศัยที่มองหาความอยู่สบายและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รวมทั้งกลุ่มนักลงทุนและสถาบันการเงินที่ต้องการลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะ​โครงการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานที่เชื่อถือได้ในระดับสากล ​ซึ่งข้อมูลจากรายงานระดับโลก ได้สะท้อนการเติบโตของ Green Building รวมทั้งมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นของโครงการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสีเขียวในระดับสากล จะมีมูลค่าสูงกว่าโครงการทั่วไป 7-11% รวมทั้งมีอัตราในการปล่อยเช่าหรือขายได้เร็วกว่าถึง 25%</p>
<p><em>&#8220;การยกระดับมาตรฐาน​ด้านความยั่งยืน​ของแสนสิริในครั้งนี้ สร้างให้เกิดประโยชน์สำหรับทุกฝ่ายได้แบบ Tripple Win ทั้งแสนสิริ ที่เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนที่มีต้นทุนทางการเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำลง เช่น​ Green Loan หรือ Sustainable Finance ต่างๆ ขณะที่ลูกบ้านจะได้อยู่อาศัยในโครงการที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี และประหยัดพลังงานน รวมทั้งการได้ทรัพย์สินที่มีแนวโน้มเพิ่มมูลค่าได้ดีกว่าในอนาคต รวมทั้งยังสนับสนุนประเทศไทยในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อีกทางหนึ่ง&#8221;</em> คุณจริยา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/sansiri-got-green-loan-thailand-taxonomy/">&#8216;แสนสิริ&#8217; อสังหาฯ รายแรกที่ได้ Green Loan ตามเกณฑ์​ Thailand Taxonomy ขับเคลื่อน​ 3 Green Framework ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระแส ESG แรง ดันแชร์กองทุนยั่งยืนเพิ่มเท่าตัว ด้าน SCB CIO ​ชี้ 6 สัญญาณเฝ้าระวัง ทำความเข้าใจตลาดก่อนตัดสินใจลงทุน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/the-challenger-of-investment-in-esg-theme/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Feb 2023 09:57:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG fund]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Rating]]></category>
		<category><![CDATA[Greenwashing]]></category>
		<category><![CDATA[Landscape]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB CIO]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กำพล  อดิเรกสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจัยเลี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เรตติ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17254</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCB Chief Investment Office  หรือ SCB CIO  ชี้ภาพรวมการลงทุนในกองทุนรวมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (AUM) ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนเกี่ยวกับ ESG ในปี 2559-2564 เติบโตสูง เฉลี่ยเกือบ 30% ต่อปี ดร.กำพล  อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีม SCB CIO กล่าวว่า การเติบโตดังกล่าว ​ผลักดันให้ส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG เพิ่มขึ้นจาก 3% ในปี 2559 มาเป็น 6% ในปี 2564 และทรงตัวในปี 2565 ซึ่งภูมิภาคยุโรปมีความโดดเด่นที่สุดเรื่องการลงทุนในกองทุนรวม ESG โดยพบว่า ส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG สูงถึงเกือบ 30% ของ AUM รวมในยุโรป พร้อมชี้ให้เห็น 6 ประเด็นสำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/the-challenger-of-investment-in-esg-theme/">กระแส ESG แรง ดันแชร์กองทุนยั่งยืนเพิ่มเท่าตัว ด้าน SCB CIO ​ชี้ 6 สัญญาณเฝ้าระวัง ทำความเข้าใจตลาดก่อนตัดสินใจลงทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCB Chief Investment Office </strong> หรือ<strong> SCB CIO </strong> ชี้ภาพรวมการลงทุนในกองทุนรวมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (AUM) ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนเกี่ยวกับ ESG ในปี 2559-2564 เติบโตสูง เฉลี่ยเกือบ 30% ต่อปี</p>
<p><span id="more-17254"></span></p>
<p><strong>ดร.กำพล  อดิเรกสมบัติ </strong>ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีม SCB CIO กล่าวว่า การเติบโตดังกล่าว ​ผลักดันให้ส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG เพิ่มขึ้นจาก 3% ในปี 2559 มาเป็น 6% ในปี 2564 และทรงตัวในปี 2565 ซึ่งภูมิภาคยุโรปมีความโดดเด่นที่สุดเรื่องการลงทุนในกองทุนรวม ESG โดยพบว่า ส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG สูงถึงเกือบ 30% ของ AUM รวมในยุโรป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17258 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/K-Kampol.jpg" alt="" width="409" height="413" /></p>
<p>พร้อมชี้ให้เห็น 6 ประเด็นสำคัญ ท่ีเกี่ยวข้องกับการลงทุนในธีม ESG ต่อไปนี้</p>
<p><strong> 1. กระแส ESG ได้รับความสนใจอย่างมากจากทุกภาคส่วน (ทั้งรัฐและเอกชน) ​</strong><br />
ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เป็นที่พูดถึงและดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษ 1900 แต่ยังไม่ได้เรียกออกมาชัดเจนเป็น ESG (Environmental, Social, and Governance) โดยความสนใจใน ESG เร่งตัวขึ้น อย่างชัดเจนหลังปี 2016 ผ่านการออกเกณฑ์กำกับดูแลเกี่ยวกับ ESG มากขึ้นอย่างก้าวกระโดดของหน่วยงานกำกับของรัฐในหลายพื้นที่ทั่วโลก และส่งผลต่อเนื่องมายังภาคเอกชนให้ต้องตื่นตัวกับ ESG มากขึ้น ทั้ง ผู้ผลิต ผู้บริโภค สถาบันการเงิน และนักลงทุน</p>
<p>ทั้งนี้ นับแต่ปี 2016 &#8211; 2020 จำนวนกฎระเบียบด้าน ESG เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 41% ต่อปี ส่วนปี 2021 เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงถึง 17% ​จากปี 2020 โดยกฎระเบียบที่ออกมาส่วนใหญ่จะมาจากภาครัฐบาลของ ประเทศต่างๆ ซึ่งคิดเป็นกว่า 80% ของกฎระเบียบทั้งหมด ส่วนอีกเกือบ 20% ​ถูกกำกับโดยหน่วยงานกำกับด้านการเงิน ด้านอุตสาหกรรม และหน่วยงานกฎหมายต่างๆ รวมถึงธนาคารกลาง​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17255 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Pic1.jpg" alt="" width="661" height="365" /></p>
<p>และหากพิจารณาเรื่อง ESG ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน พบว่า กฎระเบียบใหม่ๆ ที่พบบ่อยที่สุดและมีความเกี่ยวพันกับการลงทุน คือ การมุ่งเน้นให้บริษัทจดทะเบียนและนักลงทุนทำความ​เข้าใจและรับมือกับความท้าทายที่เกิดจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ</p>
<p><strong>2. กองทุนรวม ESG เติบโตต่อเนื่อง และโดดเด่นในภูมิภาคยุโรป</strong></p>
<p>มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (AUM) ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนเกี่ยวกับ ESG ในปี 2016-2021 เติบโตสูงเฉลี่ยเกือบ 30% ต่อปี หนุนส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG เพิ่มขึ้นจาก 3% มาเป็น 6% ในปี 2021 และทรงตัวในปี 2022 (แม้ AUM จะลดลงตามภาวะตลาด)</p>
<p>หากพิจารณากองทุน ESG เป็นรายภูมิภาค จะพบว่า ยุโรป มีส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG มากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ และสัดส่วนต่อมูลค่า AUM รวมในภูมิภาคยุโรปยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้แต่ในปี 2022 ตลาดเผชิญปัจจัยลบจากดอกเบี้ยขาขึ้นและเงินเฟ้อเร่งตัว โดยส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG ในยุโรปสูงเกือบ 30% ของ AUM รวมในยุโรป และเพิ่มขึ้นจาก 2021 ที่มีสัดส่วน 28.5% ​​สอดคล้องกับแนวทางที่ยุโรปให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานสะอาดมากขึ้น ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลต่างๆ ขณะที่ฝั่งอเมริกาและเอเชีย ส่วนแบ่งตลาดกองทุน ESG ทรงตัวอยู่ที่ราว 2% และ 1.3% ในช่วงเวลาเดียวกัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม กองทุน ESG ยังค่อนข้างกระจุกตัวอยู่ใน General ESG Fund (85% ของกองทุน ESG โดยรวม) ส่วนที่เหลือจะเป็น Thematic ESG Fund ที่เกือบครึ่งเป็นกลุ่มที่เน้นการจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)</p>
<p><strong>3. Greenwashing ประเด็นความเสี่ยงของ ESG ที่ต้องจับตา</strong></p>
<p>ผลจากที่หลายภาคส่วนต้องการได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมในกระแส ESG ทำให้เกิดกระบวนการ &#8216;<strong>Greenwashing</strong>&#8216; หรือ<strong> &#8216;การฟอกเขียว&#8217; </strong>กับบริษัทต่างๆ ที่สร้างภาพว่าปฏิบัติตามแนวทาง ESG แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งมีหลายประเด็นที่เคยเป็นประเด็นทางสาธารณะ เช่น การเปิดตัว​หลอดกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ  <strong>McDonald </strong>ในปี 2019 แต่ภายหลังพบว่า หลอดนี้ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ทำให้มีคำถามจากสังคมตามมาว่า​ หรือกรณีการเปิดตัว <strong>Coca Cola Life​</strong> ผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากสีเขียว โดยสื่อสารว่าเป็น น้ำอัดลมที่มีความหวานมาจากธรรมชาติ ซึ่งดีและมีความยั่งยืนต่อสุขภาพ แต่ต่อมาพบปริมาณน้ำตาลสูงถึง 6.6%  รวมท้ังการออกโฆษณาของสายการบิน Ryan Air ​ในปี 2020 ว่าเป็น สายการบินที่สร้างมลภาวะต่ำที่สุด แต่หลังจากนั้นหน่วยงานมาตรฐานการโฆษณาก็ออกมาห้ามการโฆษณาดังกล่าวทันที โดยชี้ว่าเป็นการกล่าวอ้างเกิน จริง และสายการบินเป็นธุรกิจที่สร้างความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>รวมทั้งเคสในใธุรกิจกองทุนอย่าง DWS ซึ่งเป็นบริษัทการลงทุนในเยอรมนี ที่ระบุว่าใช้ ESG เป็นปัจจัยคัดเลือกหุ้น แต่ถูกตรวจสอบว่าไม่เป็นจริง นำมาสู่การถูกลงโทษ และยังผลให้ลูกค้าถอนเงินลงทุน ราคาหุ้นบริษัทแม่ลดลงไป 14% หลังจากมีข่าวออกมา​ เป็นต้น</p>
<p><em>&#8220;รัฐบาลในหลายประเทศค่อนข้างให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้เกิด ​Greenwashing โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM) ที่มีการปรับใช้การกำกับดูแลด้าน ESG มาก่อน และค่อนข้างเข้มข้นกว่ากลุ่มประเทศในตลาดเกิดใหม่ (EM) เช่น สหรัฐและยุโรป ต่างมีกฎหมายที่ป้องกันการเกิด Greenwashing รวมถึงมีบทลงโทษ นอกเหนือจากการกำหนดให้บริษัทจดทะเบียนทั้งหมดต้องเปิดเผยข้อมูล ESG และ ESG commitment และในอนาคตคาดว่ากลุ่มตลาดเกิดใหม่ หลายประเทศก็มีเป้าหมายที่จะเพิ่มการกำกับดูแล ด้าน ESG มากขึ้น เช่น การผลักดัน ESG Declaration ของสมาคมธนาคารไทย เป็นต้น&#8221;​​</em>.</p>
<figure id="attachment_17257" aria-describedby="caption-attachment-17257" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17257 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ESG-Rating.jpg" alt="" width="1200" height="764" /><figcaption id="caption-attachment-17257" class="wp-caption-text"><em><strong>เปรียบเทียบการจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้าน ESG ของผู้ให้บริการ 4 รายใหญ่</strong></em></figcaption></figure>
<p><strong>4. ESG Rating มีความสัมพันธ์ต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัท</strong></p>
<p>กระแส Greenwashing ที่เกิดขึ้น ทำให้การวัดผลด้าน ESG มีความสำคัญฯ ซึ่งจากการศึกษาของ Morningstar และ Fidelity International proprietary ต่างก็พบว่า กลุ่มบริษัทที่ได้รับ ESG Rating ​สูง มักให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีกว่าบริษัทที่มี ESG Rating ต่ำ</p>
<p>อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น ความสัมพันธ์ของผลตอบแทนจากการลงทุนกับ ESG Rating อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ ตามผลกระทบของเศรษฐกิจในช่วงเวลาดังกล่าว ดังเช่นที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2022 ที่ราคาน้ำมันโลกเร่งตัวและดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาขึ้น ทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับจาก ESG fund โดยส่วนใหญ่อาจไม่สามารถสู้กับกลุ่ม Fossil fuel (ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันสูง) และ MSCI World (ไม่นับรวมกลุ่ม Fossil fuel) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีใหม่/นวัตกรรมใหม่ที่ลดทอนการทำลายสิ่งแวดล้อม มักเป็นกลุ่ม Tech firm/HighI financial leverage ทำให้ผลตอบแทนอ่อนแอลงในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น</p>
<p><strong>5. การลงทุนในกลุ่ม ESG มีความเหมาะสมเพื่อการลงทุนในระยะยาวมากกว่าคาดหวังผลตอบแทนในระยะสั้น </strong></p>
<p>เนื่องจาก ESG Rating เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนสนใจเข้าไปลงทุนและคาดว่าจะมี Flow เข้ามาต่อเนื่อง สะท้อนจากเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน Article 9 (เน้น ESG เข้มข้น) มีสัดส่วนมากกว่า Artidle 8 (ส่งเสริม ESG อยู่บ้าง) ตลอดช่วงปี 2018-202 1 รวมถึงปี 2022 ที่ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อสูง</p>
<p>นอกจากนี้ กลุ่มนักลงทุน โดยเฉพาะ GenY และ Z ยกให้ ESG rating เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน (แม้จะไม่ได้สำคัญเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุน) และผลตอบแทนที่พิจารณาความผันผวนด้วย (Risk-adjusted return) ของกลุ่ม ESG สูงกว่ากลุ่ม non-ESG ซึ่งทำให้การลงทุนในกลุ่ม ESG เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในภาวที่เศรษฐกิจและการเงินโลกในปัจจุบันที่มีความผันผวนค่อนข้างสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17256 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Pic2.jpg" alt="" width="773" height="400" /></p>
<p><strong>6. Climate Change Theme ยังเป็นกระแสหลักที่น่าสนใจในการลงทุน</strong></p>
<p>เมื่อพิจารณาภาพรวมกองทุน ESG พบว่า ยังค่อนข้างกระจุกตัวในกลุ่มที่เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนแบบครอบคลุมประเด็น ESG (General ESG Fund) คิดเป็น 85% ของกองทุน ESG โดยรวม มีเพียง 15% เท่านั้น ที่เป็นกองทุนที่เน้นประเด็นเฉพาะเจาะจงใน ESG (Thematic ESG Fund) ซึ่งเกือบครึ่งเป็นกลุ่มที่เน้นการจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)</p>
<p>เนื่องจากเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และจีน  (รองลงมาก็คือ ประเด็นด้านทุนมนุษย์) ส่วนหนึ่งมาจากเวทีระดับโลกอย่าง COP27 เป็นปัจจัยเร่ง จึงนำมาสู่การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผลักดันกลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และการจัดเก็บพลังงาน (Energy Storage) ให้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะข้างหน้า สร้างโอกาสต่อการลงทุน จากความกังวลต่อเศรษฐกิจที่ถดถอย​ รวมถึงวิกฤตพลังงาน ทำให้เรื่องของพลังงานสะอาดถูกให้ความสำคัญมากขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า ที่จะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเป็นการขนส่งที่สะอาดมีส่วนช่วยให้บรรลุเป้าหมาย Zero Emission ได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/the-challenger-of-investment-in-esg-theme/">กระแส ESG แรง ดันแชร์กองทุนยั่งยืนเพิ่มเท่าตัว ด้าน SCB CIO ​ชี้ 6 สัญญาณเฝ้าระวัง ทำความเข้าใจตลาดก่อนตัดสินใจลงทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
