<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Low-Carbon Economy &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/low-carbon-economy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Jan 2025 07:53:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Low-Carbon Economy &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กลุ่มธุรกิจ TCP รวบรวม Milestones สำคัญ ประจำปี 2567​ ขับเคลื่อน​ทั้งธุรกิจ พร้อมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสู่การเป็น​​ผู้นำ F&#038;B แห่งเอเชีย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/tcp-group-annouce-milestones-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Dec 2024 11:50:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Caring]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[FarmZaa]]></category>
		<category><![CDATA[Fulfilling]]></category>
		<category><![CDATA[Growing]]></category>
		<category><![CDATA[House of Great Brands]]></category>
		<category><![CDATA[Low-Carbon Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Milestones]]></category>
		<category><![CDATA[Product Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[Red Bull]]></category>
		<category><![CDATA[Red Bull Skate Park]]></category>
		<category><![CDATA[Sponsor]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TCP Sustainability Forum 2024]]></category>
		<category><![CDATA[tcp โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Water Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลังธุรกิจเติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลังแบรนด์สินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สปอนเซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สปอนเซอร์ ไอโซโทนิก]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[เรดบูล โซดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31013</guid>

					<description><![CDATA[<p>มุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง​ สำหรับกลุ่มธุรกิจ TCP ภายใต้​​เป้าหมาย “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า” ผ่านการขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ปลุกพลังแบรนด์สินค้า (Fulfilling) ปลุกพลังธุรกิจเติบโต (Growing) และ ปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม (Caring) พร้อม​ร่วมมือพันธมิตร​หลายภาคส่วน เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านธุรกิจ​ ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้​สังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อมุ่งสู่ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&#38;B) ของเอเชีย คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า ตลอด​ปี 2567 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจ TCP สามารถสร้าง​ Milestones ที่สำคัญได้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็​นมิติของการขับเคลื่อนธุรกิจ ด้วยการเข้าไปมีบทบาทใน​อุตสาหกรรม F&#38;B ในตลาดโลก ​ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  พร้อม​ปั้นแบรนด์คุณภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค เพื่อรุกตลาดทั้ง​ในและต่างประเทศ​​ พร้อมทั้งการขับเคลื่อน Positive Impact ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคม เพื่อร่วมกันสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างยั่งยืนทุกมิติรอบด้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/tcp-group-annouce-milestones-2024/">กลุ่มธุรกิจ TCP รวบรวม Milestones สำคัญ ประจำปี 2567​ ขับเคลื่อน​ทั้งธุรกิจ พร้อมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสู่การเป็น​​ผู้นำ F&#038;B แห่งเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง​ สำหรับกลุ่มธุรกิจ TCP ภายใต้​​เป้าหมาย <strong>“</strong><strong>ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า</strong><strong>” </strong>ผ่านการขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ <strong>ปลุกพลังแบรนด์สินค้า</strong> (Fulfilling) <strong>ปลุกพลังธุรกิจเติบโต</strong> (Growing) และ <strong>ปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม</strong> (Caring) พร้อม​ร่วมมือพันธมิตร​หลายภาคส่วน เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านธุรกิจ​ ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้​สังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อมุ่งสู่ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&amp;B) ของเอเชีย</p>
<p><span id="more-31013"></span></p>
<p><strong>คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า ตลอด​ปี 2567 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจ TCP สามารถสร้าง​ Milestones ที่สำคัญได้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็​นมิติของการขับเคลื่อนธุรกิจ ด้วยการเข้าไปมีบทบาทใน​อุตสาหกรรม F&amp;B ในตลาดโลก ​ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  พร้อม​ปั้นแบรนด์คุณภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค เพื่อรุกตลาดทั้ง​ในและต่างประเทศ​​ พร้อมทั้งการขับเคลื่อน Positive Impact ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคม เพื่อร่วมกันสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างยั่งยืนทุกมิติรอบด้าน</p>
<p><em>“ปี​​ </em><em>2567</em><em> กลุ่มธุรกิจ </em><em>TCP </em><em>เปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์คุณภาพ หลากหลายแบรนด์ พร้อม​จัดกิจกรรมร่วมกับผู้บริโภค ​เพื่อสร้างความคึกคักให้ตลาดอย่างต่อเนื่อง ​สะท้อน​ประสิทธิภาพการวางกลยุทธ์ธุรกิ​จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง การขยายตลาดสู่กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ และการสร้างแบรนด์ที่สอดคล้องเทรนด์โลก รวมถึงลงทุนในโครงการที่เน้นความยั่งยืนอย่างรอบด้านทั้ง​เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคมต่อเนื่อง แสดงถึงศักยภาพอันโดดเด่นของกลุ่มธุรกิจ </em><em>TCP </em><em>ในฐานะองค์กรไทยที่สามารถก้าวข้ามความท้าทายทางเศรษฐกิจ และขยับขึ้นไป​​แข่งขันเวทีระดับนานาชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”​</em></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อน​ ​3 กลยุทธ์หลัก ​​ในปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจ TCP สามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญได้ในแต่ละกลยุทธ์ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>ปลุกพลังแบรนด์สินค้า (</strong><strong>Fulfilling</strong><strong>) </strong></p>
<p>ตอกย้ำความเป็น <strong>House of Great Brands</strong> ผ่านการสร้างผลิตภัณฑ์นวัตดรรมและปั้นแบรนด์ระดับโลกใหม่ๆ เพื่อตอบ<strong>​</strong>โจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย</p>
<p>&#8211; <strong>เรดบูล โซดา</strong> รสชาติใหม่ ‘<strong>บลูเบอร์รี แบล็กเคอร์แรนต์</strong>’ ร่วมพัฒนากับทีมเบคอนไทม์ Pro Player ROV ​​อีสปอร์ต จนได้รสชาติที่ใช่ของเกมเมอร์ เติมเอเนอร์จี้และตอบสนองไลฟ์สไตล์​คนรุ่นใหม่ ปลุกพลังสร้างการเติบโตของเรดบูลในตลาดพรีเมียม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31015 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Product.jpg" alt="" width="1200" height="473" /></p>
<p>&#8211; เปิดตัว ‘<strong>สปอนเซอร์ ไอโซโทนิก</strong><strong>’</strong> ​ครั้งแรกของนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม​ประเทศไทย กับเครื่องดื่มเกลือแร่สูตรหวานน้อย คืนความสดชื่นได้ไว ช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำ เกลือแร่ และสารอาหารอย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์เทรนด์ Health &amp; Wellness เพื่อเจาะตลาดสปอร์ตดริงก์มูลค่า 5,400 ล้านบาท</p>
<p>&#8211; สปอนเซอร์ สร้างประวัติศาสตร์แบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่สนับสนุนให้เกิดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ ลีก 2024 (VNL) รอบชิงชนะเลิศ ครั้งแรกในประเทศ ถือเป็นการเชื่อมโยงแบรนด์​สปอนเซอร์เข้ากับ​ผู้บริโภค​ในกลุ่มผู้ชมกีฬาทั่วโลกที่ได้เห็นแบรนด์ในช่วงที่มีการแข่งขัน​ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน ภายใต้ความร่วมมือกับ Volleyball World</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31016 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Sport.png" alt="" width="1200" height="339" /></p>
<p>&#8211; ฟาร์มซ่า (FarmZaa) น้ำมะปี๊ดโซดา จับมือ เซเว่น อีเลฟเว่น ยกระดับ ‘มะปี๊ด’ จากสวนสู่ ‘ฟาร์มซ่า’ พร้อมแคมเปญ <strong>FarmZaa </strong><strong>ปันน้ำใจสู่เกษตรกรไทย</strong>  ซื้อฟาร์มซ่าทุก 1 กระป๋อง ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ ฟาร์มซ่าร่วมบริจาค 1 บาท สมทบให้มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังจัดเปิดตัวสนามไฮไลต์ของปีอย่าง <strong>Red Bull Skate Park</strong> ร่วมกับกรุงเทพมหานคร พัฒนาสนามกีฬาในศูนย์กีฬาเบญจกิติให้เป็น <strong>‘</strong><strong>สเกตพาร์กสาธารณะในร่มแนวสตรีทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย</strong><strong>’</strong> ร่วมสร้างแลนด์มาร์กใหม่ มาร่วมปลุกกระแสการเล่นกีฬาสเกตบอร์ด สร้างแรงบันดาลใจให้​คนรุ่นใหม่ไลฟ์สไตล์แอ็กทิฟ พร้อมส่งเสริมสุขภาพที่ดี</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Extreme-Sport.jpg" alt="" width="1200" height="408" /></p>
<p><strong>ปลุกพลังธุรกิจเติบโต</strong> (Growing)</p>
<p>การ​เดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านความร่วมมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในหลากหลายภูมิภาค พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์​สู่ผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรม F&amp;B ระดับนานาชาติ</p>
<p>&#8211; การรุกตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง โดยโฟกัส​ตลาดจีน ซึ่งมีมูลค่าตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานสูงถึง 3 แสนล้านบาท และเตรียมเดินสาย​​ผลิต​โรงงานแห่งที่ 3 คือ โรงงานกว่างซี ใน​ต้นปี 2568 ผ่านงบลงทุน​ 6,500 ล้านบาท</p>
<p>&#8211; ร่วมโชว์ศักยภาพของแบรนด์หลักอย่าง สปอนเซอร์ เรดดี้ และวอริเออร์ ​ในงาน <strong>THAIFEX – ANUGA ASIA 2024</strong> พร้อมรุกตลาดใหม่ในแอฟริกา อินเดีย และตะวันออกกลาง เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ในตลาดต่างประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31018 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Fulfillment.jpg" alt="" width="1200" height="408" /></p>
<p><strong>ปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม</strong> (Caring)</p>
<p>การขับเคลื่อนแผน​บริหารจัดการน้ำร่วมกับพันธมิตรเพื่อบรรลุเป้าหมาย <strong>Net Water Positive</strong> หรือ การใช้น้ำสุทธิเป็นบวก โดยคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติและชุมชนให้มากกว่าที่ใช้ในกระบวนการผลิต รวมทั้ง​​​ความคืบหน้าจากการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ผ่าน​ 4 ​มิติชี้วัด ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1</strong><strong>. </strong><strong>Product Excellence</strong>: ปี 2567 เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพทั้งการปรับปรุงสูตร และพัฒนาสูตรใหม่ รวม​ 13 SKUs หรือ ​92% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด จาก​เป้าหมาย 80% ในปี 2569</p>
<p><strong>2. Circular Economy</strong>: ในมิติการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อบรรลุเป้าหมาย​พัฒนาให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมด​สามารถรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2567 พร้อม​นำร่องการใช้ขวด rPET ในผลิตภัณฑ์แมนซั่ม คอลลาเจน สูตรน้ำตาลน้อย ครั้งแรกของฟังก์ชันนัลดริงก์ไทย ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic PET)</p>
<p><strong>3. Low Carbon Economy</strong>: การร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยปัจจุบันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 10% และใช้พลังงานหมุนเวียนกว่า 80% โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593</p>
<p><strong>4. Water Sustainability :</strong> การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยสามารถลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตลงได้ 24% จากฐานปี 2562 และสามารถคืนน้ำ​สู่ธรรมชาติและชุมชนภายใต้โครงการโอบอุ้มลุ่มน้ำไทยได้มากกว่า 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัจจุบัน​สามารถคืนน้ำกลับให้ชุมชนสะสมได้มากกว่า 17 ล้านลูกบาศก์เมตร ​ทำให้กลุ่มธุรกิจ TCP บรรลุเป้าหมาย Net Water Positive ก่อนเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2573</p>
<p><strong> </strong><strong>ผนึกพันธมิตร ขับเคลื่อนความยั่งยืน</strong></p>
<p>ตลอดทั้งปี 2567 กลุ่มธุรกิจ TCP ยังได้​ขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความยั่งยืน​ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ในหลากหลายโครงการ โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ ต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; จัดงานประชุมด้านความยั่งยืน <strong>TCP Sustainability Forum 2024</strong> ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในธีม “<strong>Water Resilience in a Changing Climate</strong>” ผนึกพันธมิตรกระตุ้นภาคธุรกิจไทยให้ยืดหยุ่นและปรับตัวเร็ว รับความท้าทายด้าน ‘ทรัพยากรน้ำ’ เพื่ออนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31019 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/TCPBusinessHighlights2024_9.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>&#8211; โครงการ <strong>TCP </strong><strong>โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย</strong> ภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มธุรกิจ TCP ภาครัฐ ภาคสังคม และชุมชน พร้อมทั้งได้รับรางวัลระดับภูมิภาคเอเชีย <strong>‘Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) </strong><strong>สาขา </strong><strong>Social Empowerment’ </strong>และ รางวัลระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ‘<strong>Steward Leadership 25</strong><strong> ประจำปี </strong><strong>2567’</strong> โดยกลุ่มธุรกิจ TCP เป็นบริษัทไทยบริษัทเดียวที่ได้รับรางวัลดังกล่าวนี้</p>
<p>&#8211; แคมเปญใหญ่ <strong>WEnergy for the world</strong> ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกกิจกรรม ตั้งแต่ภาพยนตร์โฆษณารักษ์โลกจากรียูสฟุตเทจ ไม่มีการออกกองถ่ายทำ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต่อด้วยงานวิ่งรักษ์โลก <strong>TCP WEnergy re.run 2024</strong> ภายใต้คอนเซปต์ 3R ที่ให้ทุกคนมาร่วม reduce – reuse – recycle ในงานมุ่งสู่ zero waste ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีพร้อมร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ร่วมกับพันธมิตรอย่างเครือแก้วกรุงไทย และ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด (TBC) และกิจกรรมลุ้น<strong>โชค </strong><strong>‘</strong><strong>ดื่มฟรีตลอดปี รีไซเคิลตลอดไป เพียง ดื่ม-แยก-ลุ้น</strong><strong>’</strong>  ร่วมกับบิ๊กซี ตั้งจุดรับบรรจุภัณฑ์ และเครือแก้วกรุงไทย เพื่อนำไปรีไซเคิลต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/WEnergy07.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p>&#8211; รับโล่เกียรติคุณองค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก ประจำปี 2567 (Climate Action Leading Organization: CALO) ระดับยอดเยี่ยม จากการประเมินโดยคณะกรรมการเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN)</p>
<p>&#8211; รับรางวัลชนะเลิศประเภทอาคารสำนักงานโรงงาน องค์กรต้นแบบจัดการขยะครบวงจร ในโครงการคัดแยกขยะครบวงจรระดับ 50 เขต ประจำปี 2567 ของกรุงเทพมหานคร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31021 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/TCPBusinessHighlights2024_10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ล่าสุด ในเดือนพฤศจิกายน 2567 กลุ่มธุรกิจ TCP ยังได้ร่วมพิธีเปิด <strong>‘</strong><strong>พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ</strong><strong>’</strong> ชุมชนบ้านแม่ขมิง อำเภอวังชิ้น และ ชุมชนบ้านห้วยขึม อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่โครงการโอบอุ้มลุ่มน้ำไทย เพื่อยกระดับสู่​แหล่งเรียนรู้สำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนอย่างยั่งยืนให้ชุมชนที่สนใจ พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ภายใต้โครงการโอบอุ้มลุ่มน้ำไทย กับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ (อพ.) และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) เพื่อสานต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระยะที่ 2</p>
<p><em>“</em><em>การเติบโตอย่างยั่งยืนต้องมาพร้อมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป้าหมายของกลุ่มธุรกิจ </em><em>TCP </em><em>ไม่เพียงการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน แต่ยังมุ่งสู่การเป็นแรงผลักดันในการสร้างโลกที่ดีขึ้น เราจะเดินหน้า </em><em>‘</em><em>ปลุกพลัง</em><em>’ </em><em>เพื่อวันที่ดีกว่า สำหรับผู้บริโภค สังคม และโลกใบนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป</em><em>”</em>  คุณสราวุฒิ กล่าวสรุป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/tcp-group-annouce-milestones-2024/">กลุ่มธุรกิจ TCP รวบรวม Milestones สำคัญ ประจำปี 2567​ ขับเคลื่อน​ทั้งธุรกิจ พร้อมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสู่การเป็น​​ผู้นำ F&#038;B แห่งเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SET ชู 3 แฟล็กชิพ ขับเคลื่อนตลาดทุน เร่งเครื่องเติมระบบนิเวศคาร์บอน ห​นุนเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/set-drive-3-flagship-to-fair-and-inclusive-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Nov 2024 11:52:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Market Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Fair & Inclusive Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Low-Carbon Economy]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET Learn Scape Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อัสสเดช คงสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนยุทธศาสตร์ 3 ปี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30555</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี (2568-2570) ภายใต้แนวคิด “เพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม” (Fair &#38; Inclusive Growth) ชู 3 โครงการ flagship หนุน บจ. เติบโตผ่าน Jump+,  เพิ่มโอกาสลงทุนบุในพันธบัตรรัฐได้ง่ายขึ้น และขยายธุรกิจของผู้ร่วมตลาด ด้วย Bond Connect Platform พร้อมเร่ง​พัฒนาระบบนิเวศคาร์บอนผ่านตลาดคาร์บอนเครดิต ด้วย Carbon Market Platform คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2568-2570) ภายใต้แนวคิด “เพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม” (Fair &#38; Inclusive Growth) มุ่งสร้างความแข็งแกร่งเข้าถึงได้ง่ายและสร้างประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน พร้อมปรับตัวท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและตลาดทุนโลก ภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. มุ่งมั่นเพื่อโอกาสการเติบโต (Enable Growth Ambitiously) &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/set-drive-3-flagship-to-fair-and-inclusive-growth/">SET ชู 3 แฟล็กชิพ ขับเคลื่อนตลาดทุน เร่งเครื่องเติมระบบนิเวศคาร์บอน ห​นุนเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี (2568-2570) ภายใต้แนวคิด “เพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม” (Fair &amp; Inclusive Growth) ชู 3 โครงการ flagship หนุน บจ. เติบโตผ่าน Jump+,  เพิ่มโอกาสลงทุนบุในพันธบัตรรัฐได้ง่ายขึ้น และขยายธุรกิจของผู้ร่วมตลาด ด้วย Bond Connect Platform พร้อมเร่ง​พัฒนาระบบนิเวศคาร์บอนผ่านตลาดคาร์บอนเครดิต ด้วย Carbon Market Platform</p>
<p><span id="more-30555"></span></p>
<p><strong>คุณอัสสเดช คงสิริ</strong> กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2568-2570) ภายใต้แนวคิด<strong> “เพื่อส่วนรวมและความเท่าเทียม” (Fair &amp; Inclusive Growth)</strong> มุ่งสร้างความแข็งแกร่งเข้าถึงได้ง่ายและสร้างประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน พร้อมปรับตัวท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและตลาดทุนโลก ภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30557 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/K-Assadech.jpg" alt="" width="433" height="651" /></p>
<p><strong>1. มุ่งมั่นเพื่อโอกาสการเติบโต (Enable Growth Ambitiously)</strong></p>
<p>&#8211; เพิ่มความน่าสนใจด้านบริษัทจดทะเบียน  ผ่าน​โครงการ  <strong>Jump+ </strong>สร้างการเติบโตให้ตลาดทุนไทย ผ่านการเพิ่มมูลค่าให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยเน้นบริษัทที่มีศักยภาพและมุ่งมั่นต้องการเพิ่มมูลค่าตัวเอง โดย​เปิดโอกาสให้​เข้าร่วมได้ตามความสมัครใจ</p>
<p>ด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสนับสนุนให้เกิดพัฒนาการด้านการดำเนินงานผ่านการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืนตาม​รอบ​ ESG โดย​ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริการให้คำปรึกษา ​เพิ่มช่องทางสื่อสารผู้ลงทุนเพื่อเพิ่มความน่าสนใจและการรับรู้ให้ผู้ลงทุน รวมทั้งสิทธิประโยชน์จากทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานพันธมิตร  รวมทั้งเตรียมพัฒนาดัชนีใหม่ให้​สะท้อนผลดำเนินงานของบริษัทที่ประสบความสำเร็จจาก​​ Jump+ และร่วมกับสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) จัดทำบทวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจลงทุน</p>
<p>&#8211;  สร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่น ด้วยการนำ AI มาใช้ในงานด้านกำกับดูแล บจ. เพื่อติดตาม​ เฝ้าระวัง ดำเนินมาตรการ และแจ้งเตือนแก่ผู้ลงทุนอย่างทันท่วงที พร้อมขยายองค์ความรู้ด้านบรรษัทภิบาล (corporate governance) สร้างความเข้าใจกลไกตลาดทุนแก่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการประเมินประสิทธิผล และทบทวนมาตรการให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน</p>
<p>&#8211; ส่งเสริมและขยายการใช้ผลิตภัณฑ์ตลาดทุน นำเสนอข้อมูลและบริการที่ตอบโจทย์รองรับผู้ลงทุนที่หลากหลายและแตกต่าง พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับบริหารพอร์ตและการลงทุนทุกสถานการณ์ พร้อมขยายเวลาซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงต่างประเทศ ควบคู่การดึงดูดผู้ลงทุนสถาบันต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง ผ่านการนำเสนอข้อมูล (roadshow) ทั้งภายในและภายนอกประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/3-Flagship.jpg" alt="" width="1200" height="665" /></p>
<p><strong>2. ร่วมพัฒนา เพื่อความทั่วถึง (Grow Together &amp; Inclusively)</strong></p>
<p>&#8211; สนับสนุนการทำงานของผู้ร่วมตลาด พัฒนา Bond Connect Platform เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนบุคคลเข้าถึงการลงทุนพันธบัตรรัฐบาลในตลาดแรกและตลาดรองได้ง่ายขึ้น โดยผู้ลงทุนบุคคลสามารถจองซื้อพันธบัตรรัฐบาลในตลาดแรกในลักษณะเดียวกับการจองซื้อหุ้น IPO และยังสามารถซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลในตลาดรองผ่าน Platform พร้อมทั้งสามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันสำหรับการลงทุนสินทรัพย์ประเภทอื่นได้</p>
<p>&#8211; มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหนึ่งในโครงสร้างดังกล่าว ได้แก่ การพัฒนาระบบชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ใหม่ (SET Clear) กำหนดเริ่มให้บริการในปี 2570 และขยายความร่วมมือในรูปแบบ IT service partnership อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ และผู้ร่วมตลาด</p>
<p>&#8211; ขยายการสื่อสารแก่ผู้ลงทุนและประชาชน เน้นการสื่อสารที่เข้าถึง ทั่วถึง สร้างความเข้าใจในประเด็นที่เข้าใจง่ายและทันการณ์ ผ่านช่องทางใหม่ๆ ด้วยสื่อและกิจกรรมร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วน พร้อมเตือนประชาชนให้รู้เท่าทันมิจฉาชีพจากการหลอกลงทุนในรูปแบบต่างๆ</p>
<p><strong>3. สรรสร้างคนและอนาคต (Groom People &amp; Our Future)</strong></p>
<p>&#8211; พัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ทางการเงิน สร้างคนรุ่นใหม่ (Next Gen) ประกอบด้วย ผู้ลงทุน ผู้ประกอบวิชาชีพ ภาคการศึกษา และ Influencer ที่มีความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน การลงทุน พร้อมทั้งนำเสนอ <strong>SET Learn Scape Platform</strong> ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรองรับกระบวนการการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคลเพื่อพัฒนาบุคลากรบริษัทจดทะเบียน ช่วยสร้างศักยภาพพนักงาน เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งทั้ง 2 โครงการจะร่วมมือกับทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อนำเสนอเนื้อหาความรู้ให้กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างภูมิคุ้นกันด้านการเงินและการลงทุน</p>
<p>&#8211; สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ <strong>Low Carbon Economy</strong> ร่วมกับพันธมิตร ด้วยการออกแบบรูปแบบ Carbon Market Platform ที่เหมาะสม เพื่อรองรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตทั้งในตลาดภาคบังคับ (Compliance market) และภาคสมัครใจ (Voluntary market) พัฒนาเครื่องมือในการคำนวณ Carbon Footprint ขององค์กร (SET Carbon) พร้อมสนับสนุนการสร้างหลักสูตรและจัดสอบผู้ทวนสอบ (Verifier) เพื่อส่งเสริมการมุ่งสู่ Low Carbon Economy และ Net Zero ในปี 2593</p>
<p>&#8211; เตรียมพร้อมคน ปรับวิถีงาน ตอบโจทย์อนาคต เสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัล โดยเฉพาะ AI แก่พนักงาน เตรียมความพร้อมพัฒนาบุคลากรทุกระดับ ขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30559 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Carbon-Ecosystem.jpg" alt="" width="1200" height="647" /></p>
<p><em>&#8220;โอกาสก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมุ่งสร้างโอกาสการเติบโตอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ผ่านนวัตกรรมและบริการที่ตอบโจทย์ทุกภาคส่วน ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของตลาดทุนและเศรษฐกิจไทย สอดรับกับเป้าหมาย To Make the Capital Market Work for Everyone” ​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/set-drive-3-flagship-to-fair-and-inclusive-growth/">SET ชู 3 แฟล็กชิพ ขับเคลื่อนตลาดทุน เร่งเครื่องเติมระบบนิเวศคาร์บอน ห​นุนเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Water is The New Carbon&#8217;  เมื่อ &#8216;วิกฤตน้ำ&#8217; รุนแรงไม่ต่างโลกเดือด กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดเวที &#8216;Water Resilience in a Changing Climate&#8217; เร่งรับมือความท้าทายเรื่องน้ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/tcp-sustainability-forum-2024-water-resilience/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Aug 2024 13:21:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[global boiling]]></category>
		<category><![CDATA[Global Warming]]></category>
		<category><![CDATA[Low-Carbon Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Product Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[TCP]]></category>
		<category><![CDATA[TCP Sustainability Forum 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Water is The New Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience in a Changing Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Water Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[การปรับตัวเรื่องน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ประสิทธิ์ ไวยาวัจมัย]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28267</guid>

					<description><![CDATA[<p>“วิกฤตน้ำ” เป็นอีกหนึ่งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังสร้างความเสียหายต่อผู้คนและการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก จากรายงาน Fast Forward ของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ปี 2566 ชี้ให้เห็นว่าภายในปี 2573 ปริมาณน้ำสะอาดที่โลกมีอยู่กับความต้องการใช้น้ำจะมีสัดส่วนต่างกันถึง 40% โดยน้ำถือเป็นทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ของโลกไม่ว่าจะเป็น​การดำรงชีวิตของผู้คน รวมทั้งในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ โดยพบว่าปริมาณความต้องการน้ำทั่วโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยในแต่ละปีมากกว่า 2.5 เท่า ขณะที่ซัพพลายหรือปริมาณน้ำกลับขาดแคลนเพิ่มมากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ​ทำให้​สถานการณ์วิกฤตน้ำยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค ​​โดยเฉพาะในประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย​ภาคการเกษตรเช่นในประเทศไทย &#8216;การบริหารจัดการน้ำ&#8216; จึงกลาย​เป็นโจทย์สำคัญของโลก รวมทั้งภาคธุรกิจไทยในการเร่งลงมือทำ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านน้ำที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันรวมทั้งในอนาคต กลุ่มธุรกิจ TCP  จึงได้จัดประชุมด้านความยั่งยืนครั้งสำคัญ  TCP Sustainability Forum 2024 ด้วยธีม “Water Resilience in a Changing Climate” ระดมสมองนักวิชาการ นักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญ ยกระดับศักยภาพธุรกิจไทยเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านน้ำจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ชูแนวคิด ‘ความยืดหยุ่นและการปรับตัวเร็ว’ ผ่านการขับเคลื่อน​ 3 แผนงาน ทั้งการจัดการน้ำแบบฟื้นฟู การใช้น้ำหมุนเวียนแบบ 100% และการใช้นวัตกรรมที่ยั่งยืนและสร้างสรรค์มุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อทรัพยากรน้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/tcp-sustainability-forum-2024-water-resilience/">&#8216;Water is The New Carbon&#8217;  เมื่อ &#8216;วิกฤตน้ำ&#8217; รุนแรงไม่ต่างโลกเดือด กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดเวที &#8216;Water Resilience in a Changing Climate&#8217; เร่งรับมือความท้าทายเรื่องน้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“วิกฤตน้ำ”</strong> เป็นอีกหนึ่งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังสร้างความเสียหายต่อผู้คนและการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก จากรายงาน Fast Forward ของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ปี 2566 ชี้ให้เห็นว่าภายในปี 2573 ปริมาณน้ำสะอาดที่โลกมีอยู่กับความต้องการใช้น้ำจะมีสัดส่วนต่างกันถึง 40%</p>
<p><span id="more-28267"></span></p>
<p>โดยน้ำถือเป็นทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ของโลกไม่ว่าจะเป็น​การดำรงชีวิตของผู้คน รวมทั้งในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ โดยพบว่าปริมาณความต้องการน้ำทั่วโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยในแต่ละปีมากกว่า 2.5 เท่า ขณะที่ซัพพลายหรือปริมาณน้ำกลับขาดแคลนเพิ่มมากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ​ทำให้​สถานการณ์วิกฤตน้ำยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค ​​โดยเฉพาะในประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย​ภาคการเกษตรเช่นในประเทศไทย &#8216;<strong>การบริหารจัดการน้ำ</strong>&#8216; จึงกลาย​เป็นโจทย์สำคัญของโลก รวมทั้งภาคธุรกิจไทยในการเร่งลงมือทำ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านน้ำที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันรวมทั้งในอนาคต</p>
<p><b>กลุ่มธุรกิจ TCP  </b>จึงได้จัดประชุมด้านความยั่งยืนครั้งสำคัญ  <strong>TCP Sustainability Forum 2024</strong> ด้วยธีม <strong>“Water Resilience in a Changing Climate” </strong>ระดมสมองนักวิชาการ นักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญ ยกระดับศักยภาพธุรกิจไทยเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านน้ำจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ชูแนวคิด ‘<strong>ความยืดหยุ่นและการปรับตัวเร็ว’</strong> ผ่านการขับเคลื่อน​ 3 แผนงาน ทั้งการจัดการน้ำแบบฟื้นฟู การใช้น้ำหมุนเวียนแบบ 100% และการใช้นวัตกรรมที่ยั่งยืนและสร้างสรรค์มุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อทรัพยากรน้ำ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ปลุกพลังสู่เป้าหมายความยั่งยืนในอัตราที่เร็วขึ้นเพื่อโลกที่ดีกว่าตั้งแต่วันนี้</p>
<p><b> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28271 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/8-1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></b></p>
<p><strong>คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจ TCP จัดงานประชุมด้านความยั่งยืน TCP Sustainability Forum 2024 ด้วยความตั้งใจสร้างพื้นที่​ระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือภายในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อร่วมกันรับมือต่อความท้าทายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในระดับอุตสาหกรรม ทั้งการขับเคลื่อนสู่ Net Zero และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หรือ Climate Chnage Adaptation รวมทั้งการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;ขณะที่​ในปีนี้จัดขึ้นผ่านธีม <strong>“Water Resilience </strong><strong>in a Changing Climate” </strong>เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ <strong>“น้ำกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปรับตัวของภาคธุรกิจ”</strong> เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจที่เกิดจากการขาดแคลนน้ำและความท้าทายด้านน้ำอื่นๆ </em><br />
<em>ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในฐานะ​องค์กรที่ใช้น้ำเป็นวัตถุดิบหลัก ผ่านการสนับสนุนให้องค์กรเร่งปรับปรุงการดำเนินการตลอดห่วงโซ่อุปทานโดยเสริมสร้างความสมบูรณ์และยืดหยุ่นของน้ำ และร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แหล่งน้ำที่มีความเปราะบาง โดย คำว่า <strong>​Water Resilience</strong> หรือความยืดหยุ่นด้านทรัพยากรน้ำ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรับมือกับภาวะขาดแคลนน้ำแบบเฉียบพลัน รุนแรงและไม่แน่นอน ​จากผลกระทบของวิกฤตสภาพอากาศที่ยกระดับจาก Climate Change สู่​ Climate Crisis โดยมีหัวใจสำคัญคือการรับมือเพื่อสามารถอยู่รอดได้ในอนาคต และต้องเร่งทำอย่างเร่งด่วน เพื่อสามารถปรับตัวได้เร็วกว่าอัตราเร่งของปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน&#8221; ​</em></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจ TCP ดำเนินการด้านความยั่งยืนตามเป้าหมาย <strong>“ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า”</strong> โดยกลยุทธ์ปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม (Caring) มีความคืบหน้าอย่างมาก ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28272 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/1-4.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>&#8211; <strong>Product Excellence</strong> การพัฒนาผลิตภัณฑ์แบรนด์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค (Unmet Needs) และส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ 80% ในปี 2569 โดยปัจจุบันทำได้ 25%</p>
<p>&#8211; <strong>Circular Economy</strong> การดำเนินตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งเป้าหมายพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ให้สามารถรีไซเคิล 100%  ภายในปี 2567 ซึ่งปัจจุบันทำได้ 93% อีก 7% คือกลุ่มสแนค ซึ่งมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะทำได้สำเร็จ และปีนี้นำร่องการใช้ขวด rPET กับแบรนด์แมนซั่ม พร้อมเดินหน้าเป็นองค์กร Zero Waste to Landfill ทั้งที่โรงงานปราจีนบุรีและสำนักงานใหญ่อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>&#8211; <strong>Low Carbon Economy</strong> การมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ปัจจุบันสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 10% และขณะนี้มีการใช้พลังงานหมุนเวียนกว่า 80%</p>
<p>&#8211; <strong>Water Sustainability</strong> การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติและชุมชนให้มากกว่าน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต (Net Water Positive) ภายในปี 2573 ซึ่งบรรลุเป้าหมายแล้วในขณะนี้ โดยสามารถคืนน้ำสู่ธรรมชาติสะสมได้ถึง 17 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าปริมาณน้ำที่ใช้ตลอดกระบวนการ ที่มีปริมาณการใช้ราว 3.3 ล้านลูกบาศก์เมตร</p>
<p><em>&#8220;เรายังให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำผ่านแนวทาง Smart Manufacturing ทำให้ลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตลงได้ 24% เมื่อเทียบกับปี 2562 และยกระดับการพัฒนาด้วยการนำมาตรฐานสากลเรื่องการจัดการและดูแลทรัพยากรน้ำอย่าง Alliance Water Stewardship หรือ AWS มา​​เป็นกรอบการดำเนินงานเพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มธุรกิจ TCP จะดูแลและบริหารจัดการน้ำทั้งภายในและภายนอกรอบโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยมุ่งขับเคลื่อนการ​ฟื้นฟูขึ้นไปจนถึงแหล่งน้ำเพื่อสร้าง Net Water Positive ​ผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ 1. การจัดการน้ำแบบฟื้นฟู เพื่อปรับปรุงระบบนิเวศทางน้ำให้กลับสู่สภาพเดิมหรือดีกว่าเดิม  2. การใช้น้ำหมุนเวียนทั้ง 100% เพื่อสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์และเกิดประโยชน์สูงสุด และ 3. การพัฒนานวัตกรรมที่ยั่งยืนเพื่อเพิ่มผลลัพธ์เชิงบวกต่อทรัพยากรน้ำ รวมทั้งการส่งเสริมการสร้างคน​ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนแผนงานด้านความยั่งยืน ทั้งภายในองค์กร ชุมชน และระดับประเทศ&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28269 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/4-6.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ด้าน <b>คุณประสิทธิ์ ไวยาวัจมัย</b> กรรมการบริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนระดับโลก กล่าเพิ่มเติมในหัวข้อ <strong>&#8216;Water Resilience มาตรฐานและแนวทางการปรับตัวของธุรกิจ&#8217;</strong> ​โดยให้ข้อมูลว่า คนทั่วโลกมีการใช้น้ำในปัจจุบันหลายแสนล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ​เทียบเท่าสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกจำนวน 1 พันล้านสระ ขณะที่ซัพพลายที่มีน้อยกว่าดีมานด์ถึง 40% ​ทำให้มีผู้คนทั่ว​โลกกว่า 1 ใน 4 ที่ต้องเผชิญกับวิกฤต​น้ำ หรือประชากรโลกราว 2,000 ล้านคนที่ต้องอยู่ในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ วิกฤตน้ำ จึงนับเป็นวิกฤตที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก ซึ่ง​วิกฤตที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณภาพนำ้ ​การบริหารจัดการน้ำ รวมถึงความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำอีกด้วย</p>
<p><em>&#8220;มุมมองระดับโลก มองปัญหาวิกฤตน้ำเป็นเรื่องเร่งด่วนเช่นเดียวกับปัญหาสภาพอากาศ โดยนิยามไว้ว่า &#8216;<strong>Water is The New Carbon&#8217; เนื่องจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในโลกส่วนใหญ่ ซึ่งแสดงออกมาในเชิงกายภาพจากผลกระทบของสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงหรือ Climate Change ที่สร้างความเสียหายมากขึ้นและเกิดถี่ขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุ หรือสร้างผลกระทบที่เชื่อมโยงไปสู่เรื่องของน้ำแทบทั้งสิ้น </strong>ไม่ว่าจะเป็น น้ำมากจนท่วม ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อธรรมชาติ รวมท้ังโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เช่น น้ำ​ท่วมขังโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เป็นเวลานาน ทำให้ได้รับความเสียหาย หรือน้ำท่วมไหลเข้าโรงงานของเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการต่างๆ​ รวมทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปถึงคุณภาพของน้ำหากท่วมจนถึงพื้นที่แหล่งผลิตน้ำดื่มหรือน้ำที่ใช้สำหรับการบริโภค หรือหากน้ำน้อยเกินไปก็จะเกิดปัญหาภัยแล้ง หรืออุณหภูมิที่สูงขึ้นฉับพลัน รวมทั้งการเกิดไฟป่า หรือ​ปัญหาดินถล่มจากระดับน้ำใต้ดินที่ลดลง หรือหากมีระดับน้ำทะเล​หนุนสูงขึ้นจนไหลปนกับแหล่งน้ำบนผิวดินก็จะทำให้เกิดปัญหาน้ำกร่อยหรือดินเค็มได้&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28270 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/9-1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ขณะที่บริบทของประเทศไทย ซึ่งไม่ได้มีปัญหาการขาดแคลนน้ำรุนแรงเหมือนในหลายๆ พื้นที่ทั่วโลก ทำให้​ความตระหนักต่อปัญหาเรื่องวิกฤตน้ำยังน้อยและมุ่งไปที่เรื่องการจัดการคาร์บอนเป็นหลัก โดยพบว่า ประเทศไทยติดอันดับ 4 ของโลก ในการเป็นประเทศที่มีการใช้น้ำต่อหัวประชากรสูงสุดของโลก โดยการใช้น้ำกว่า  70% เป็นการใช้ไปในภาคการเกษตร  ขณะที่ข้อมูลในปี 2559 พบปริมาณการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ​​มากกว่า 3,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ​และข้อมูล​ในปีที่ผ่านมา ยังพบว่า 19% ของปริมาณน้ำผิวดินในประเทศไทยมีปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำต่ำอีกด้วย ส่วน​ภาคธุรกิจที่มีความตระหนักต่อปัญหาวิกฤตน้ำ จะมีการขัลเคลื่อนมาตรการต่างๆ เพื่อเตรียมรับมือต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ทั้งการจัดการภายในกระบวนการผลิตของตัวเอง เช่น ลดการใช้น้ำ และการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลง และทำให้ปริมาณการใช้น้ำต่อหนึ่งหน่วยการผลิตลดลงได้มากที่สุด ก่อนจะขยายการจัดการไปยังซัพพลายเชน เพื่อเริ่มเข้าไปดูแลจากแหล่งน้ำ หรือต้นน้ำ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายในการฟื้นฟูและป้องกันดูแลแหล่งน้ำร่วมกัน เพื่อสามารถบริหารจัดการน้ำทั้งในพื้นที่ที่โรงงาน และบริเวณโดยรอบไปจนถึงแหล่งต้นน้ำ เพื่อไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือ การสร้าง Net Positive Water  Impact หรือการใช้น้ำเป็นศูนย์​และสามารถคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติได้มากกว่าที่นำมาใช้ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดวิกฤตน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ​​</p>
<p>สำหรับ <strong>TCP Sustainability Forum 2024</strong> เป็นงานประชุมด้านความยั่งยืนที่กลุ่มธุรกิจ TCP จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สู่ปีแห่งการลงมือทำและปรับตัวเพื่อเร่งให้เกิดความก้าวหน้าเร็วที่สุด อีกทั้งยังเป็นเวทีความยั่งยืนเวทีแรกและเวทีเดียวในประเทศไทยที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือของพันธมิตรในกลุ่มอุตสาหกรรมและเครื่องดื่ม ในการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนของประเทศ ตลอดจนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่พร้อมขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านธุรกิจควบคู่กับการสร้างผลกระทบในทางบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งไทยและต่างประเทศ ตามเป้าหมาย<strong> “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า”</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/tcp-sustainability-forum-2024-water-resilience/">&#8216;Water is The New Carbon&#8217;  เมื่อ &#8216;วิกฤตน้ำ&#8217; รุนแรงไม่ต่างโลกเดือด กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดเวที &#8216;Water Resilience in a Changing Climate&#8217; เร่งรับมือความท้าทายเรื่องน้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Family Mart ไต้หวัน ขับเคลื่อน ​Low-Carbon Economy พร้อมดึง AI รับมือธุรกิจร้านสะดวกซื้อ​แข่งขันรุนแรง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/family-mart-taiwan-drive-growth-by-ai-and-low-carbon-economy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Feb 2024 14:58:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[7-Eleven]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Label]]></category>
		<category><![CDATA[Convenience Store]]></category>
		<category><![CDATA[D2C]]></category>
		<category><![CDATA[Direct-to-Customer]]></category>
		<category><![CDATA[Family mart]]></category>
		<category><![CDATA[Greenflation]]></category>
		<category><![CDATA[Low-Carbon Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[OK Mart]]></category>
		<category><![CDATA[Shopee]]></category>
		<category><![CDATA[Shopee Shop]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะเงินเฟ้อจากกระแสรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[สะดวกซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เยี่ยหลงถิง]]></category>
		<category><![CDATA[แฟมิลี่มาร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23968</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธุรกิจค้าปลีกในไต้หวัน โดยเฉพาะในกลุ่มร้านสะดวกซื้อ มีการแข่งขันสูงมาก ซึ่งความหนาแน่นของจำนวนร้านสะดวกซื้อต่อจำนวนประชากรของไต้หวันถือว่าสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกเลยทีเดียว ขณะที่​แบรนด์ร้านสะดวกซื้อสำคัญในไต้หวัน ปัจจุบันมีอยู่ 4 ราย ประกอบด้วย 7-Eleven ที่มีสาขา​มากที่สุด ประมาณ 6,600 สาขา​ รองลงมาได้แก่ Family Mart ​ประมาณ 4.200 สาขา​,  Hi-Life ​ประมาณ 1,600 สาขา และ OK Mart ​ประมาณ 800 สาขา นอกจากนี้ แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในไต้หวันอย่าง Shopee ยังได้หันมาขยาย Shopee Shop เพื่อเป็นช่องทางในการรับส่งสินค้าที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม ทำให้มีการขยาย​ร้าน Shopee Shop​ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันมีกว่า 1,000 สาขาแล้ว ส่งผลให้แนวโน้มการแข่งในธุรกิจร้านสะดวกซื้อยิ่งเพิ่มสูงมาก​ขึ้นไปอีก มร.เยี่ยหลงถิง ประธานบริษัท Family Mart ของไต้หวัน กล่าวถึงแนวโน้ม​ธุรกิจค้าปลีกของไต้หวันใน​ปีนี้ว่า จากการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้จำเป็นต้องติดตามสถานการร์ตลาดอย่างใกล้ชิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/family-mart-taiwan-drive-growth-by-ai-and-low-carbon-economy/">Family Mart ไต้หวัน ขับเคลื่อน ​Low-Carbon Economy พร้อมดึง AI รับมือธุรกิจร้านสะดวกซื้อ​แข่งขันรุนแรง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธุรกิจค้าปลีกในไต้หวัน โดยเฉพาะในกลุ่มร้านสะดวกซื้อ มีการแข่งขันสูงมาก ซึ่งความหนาแน่นของจำนวนร้านสะดวกซื้อต่อจำนวนประชากรของไต้หวันถือว่าสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกเลยทีเดียว</p>
<p><span id="more-23968"></span></p>
<p>ขณะที่​แบรนด์ร้านสะดวกซื้อสำคัญในไต้หวัน ปัจจุบันมีอยู่ 4 ราย ประกอบด้วย <strong>7-Eleven</strong> ที่มีสาขา​มากที่สุด ประมาณ 6,600 สาขา​ รองลงมาได้แก่<strong> Family Mart</strong> ​ประมาณ 4.200 สาขา​,  <strong>Hi-Life ​</strong>ประมาณ 1,600 สาขา และ<strong> OK</strong> <strong>Mart</strong> ​ประมาณ 800 สาขา นอกจากนี้ แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในไต้หวันอย่าง <strong>Shopee</strong> ยังได้หันมาขยาย Shopee Shop เพื่อเป็นช่องทางในการรับส่งสินค้าที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม ทำให้มีการขยาย​ร้าน Shopee Shop​ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบันมีกว่า 1,000 สาขาแล้ว ส่งผลให้แนวโน้มการแข่งในธุรกิจร้านสะดวกซื้อยิ่งเพิ่มสูงมาก​ขึ้นไปอีก</p>
<p><strong>มร.เยี่ยหลงถิง</strong> ประธานบริษัท Family Mart ของไต้หวัน กล่าวถึงแนวโน้ม​ธุรกิจค้าปลีกของไต้หวันใน​ปีนี้ว่า จากการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้จำเป็นต้องติดตามสถานการร์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถปรับตัวรับทั้งการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นของผู้บริโภค ​โดยใน​​ปี 2566 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่น่าพอใจสำหรับ Family Mart ในไต้หวัน ผ่านตัวเลขที่​สะท้อนถึงความแข็งแรงของธุรกิจผ่าน 3 มิติสำคัญ ​ทั้งการเพิ่ม​​ Economy of Scale ของธุรกิจ ที่มีจำนวนสาขาในปี 2567 เพิ่มขึ้นเป็น​ 4,234 แห่งทั่วไต้หวัน และ​ตัวเลขการเติบโต Same Store Growth ที่ทำยอดขายเฉลี่ยของแต่ละสาขาได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ​โดยสินค้าใน Family Mart ยังมีสัดส่วนสินค้าที่แตกต่างจากตลาด หรือ Differentiation มากกว่า 1 ใน 3 หรือราว 33% ทำให้เชื่อว่ากลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจของ Family Mart มีประสิทธิภาพ และจะสามารถผลักดันให้​เติบโตได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2567 นี้</p>
<p>ขณะที่ความท้าทายสำคัญของธุรกิจ คือ ปัญหาทางการเมืองระหว่างประเทศทั้งความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และสงครามระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ซึ่งจะส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ทำให้ต้นทุนด้านวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น และนำมาซึ่งปัจจัยแห่งความไม่แน่นอนที่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ตลอดเวลา</p>
<p>ส่วนด้านเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อของไต้หวันในปี 2566 มีตัวเลขลดลงจากปีก่อนหน้า ขณะที่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจรายเดือนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง​ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดี เพราะแสดงถึงการขยายตัวของตลาด โดยเฉพาะ​การประกาศนโยบาย Net Zero Carbon Emission ภายในปี 2593 ซึ่ง​รัฐบาลไต้หวัน​จะเรียกเก็บภาษีคาร์บอนในอนาคตอันใกล้ ​และ​ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อจากกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ<strong> Greenflation</strong> และส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นพร้อมสะท้อนไปสู่ราคาสินค้าให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น กลยุทธ์ <strong>Low-Carbon Economy</strong> จะเป็น Topic ที่สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี​ และเป็น​การบ้านสำคัญของ​ผู้ประกอบการเพื่อหาแนวทางนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจ</p>
<p>อีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจ คือ การที่ผู้บริโภคยุคหลังโควิดหันมาใส่ใจสุขภาพ และใส่ใจต่อรายละเอียดของสินค้ามากขึ้น ทำให้ Family Mart ได้เปิดตัวสินค้ากลุ่ม<strong> Clean Label</strong> เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการดูแลสุขภาพ​ โดยเน้น​ขายสินค้าอาหารพร้อมรับประทานที่ลดการใส่สารปรุงรส ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค รวมทั้งการนำ AI และ IoT เข้ามาใช้ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจสะดวกซื้อมากขึ้น เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ ​​และเกิดแนวโน้มการบริโภคแบบ <strong>D2C (Direct-to-Customer) ​</strong>ช่วย​​ส​ร้างความได้เปรียบในธุรกิจได้มากขึ้น ในฐานะที่เป็น Physical Store ​ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีที่สุดและยังตั้งอยู่ใกล้​ผู้บริโภคมากที่สุดอีกด้วย</p>
<p>ข้อมูล : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/family-mart-taiwan-drive-growth-by-ai-and-low-carbon-economy/">Family Mart ไต้หวัน ขับเคลื่อน ​Low-Carbon Economy พร้อมดึง AI รับมือธุรกิจร้านสะดวกซื้อ​แข่งขันรุนแรง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
