<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Loyalty &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/loyalty/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 09:50:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Loyalty &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>The 1 บริษัทไทยหนึ่งเดียวบนเวทีรีเทลระดับโลก World Retail Congress ถอดรหัส Loyalty ยุคใหม่ จาก Transaction สู่ Relationship Economy</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/the-1-world-retail-congress/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 09:50:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Complexity is Norm]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Loyalty]]></category>
		<category><![CDATA[Loyalty]]></category>
		<category><![CDATA[Relationship Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[SVOC]]></category>
		<category><![CDATA[The 1]]></category>
		<category><![CDATA[World Retail Congress]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[หรรษา วงศ์สิริพิทักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42215</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา บนเวที World Retail Congress ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี หนึ่งในเวทีรีเทลระดับโลกที่รวบรวมผู้นำระดับ C-Level จากธุรกิจค้าปลีก แบรนด์ และนักการตลาดทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและอัปเดตเทรนด์ที่จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม ตั้งแต่ AI พฤติกรรมผู้บริโภค ไปจนถึงกลยุทธ์ใหม่ของโลกรีเทล โดยภายในงานยังได้รับเกียรติจาก Karsten Wildberger &#8211; Federal Minister for Digitalization and Government Modernization ของเยอรมนี ร่วมสะท้อนถึงความท้าทายและทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมรีเทลโลก พร้อมชี้ให้เห็นบทบาทสำคัญของภาครัฐในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจรีเทล ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอด 3 วันของงาน ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำรีเทลระดับโลก ควบคู่ไปกับกิจกรรม Store Visit และ Company Visit เพื่ออัปเดตแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่กำลังพลิกอนาคตของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเซ็นทรัลที่ดูแลธุรกิจห้างสรรพสินค้าในยุโรปเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของกลุ่มเซ็นทรัลบนเวทีรีเทลระดับโลก นอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยี หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดบนเวทีปีนี้ คือ อนาคตของ Loyaltyโดยเฉพาะโมเดลจากเอเชียและประเทศไทย ที่กำลังก้าวข้ามระบบสะสมแต้มแบบเดิม ไปสู่การสร้าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/the-1-world-retail-congress/">The 1 บริษัทไทยหนึ่งเดียวบนเวทีรีเทลระดับโลก World Retail Congress ถอดรหัส Loyalty ยุคใหม่ จาก Transaction สู่ Relationship Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา บนเวที <strong>World Retail Congress</strong> ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี หนึ่งในเวทีรีเทลระดับโลกที่รวบรวมผู้นำระดับ <strong>C-Level</strong> จากธุรกิจค้าปลีก แบรนด์ และนักการตลาดทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและอัปเดตเทรนด์ที่จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม</p>
<p><span id="more-42215"></span></p>
<p>ตั้งแต่ AI พฤติกรรมผู้บริโภค ไปจนถึงกลยุทธ์ใหม่ของโลกรีเทล โดยภายในงานยังได้รับเกียรติจาก Karsten Wildberger &#8211; Federal Minister for Digitalization and Government Modernization ของเยอรมนี ร่วมสะท้อนถึงความท้าทายและทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมรีเทลโลก พร้อมชี้ให้เห็นบทบาทสำคัญของภาครัฐในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจรีเทล ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ตลอด 3 วันของงาน ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำรีเทลระดับโลก ควบคู่ไปกับกิจกรรม Store Visit และ Company Visit เพื่ออัปเดตแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่กำลังพลิกอนาคตของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเซ็นทรัลที่ดูแลธุรกิจห้างสรรพสินค้าในยุโรปเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของกลุ่มเซ็นทรัลบนเวทีรีเทลระดับโลก</p>
<p>นอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยี หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดบนเวทีปีนี้ คือ อนาคตของ Loyaltyโดยเฉพาะโมเดลจากเอเชียและประเทศไทย ที่กำลังก้าวข้ามระบบสะสมแต้มแบบเดิม ไปสู่การสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค จนกลายเป็นแนวทางที่ทั่วโลกเริ่มจับตามอง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/The1worldRetail1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The 1 ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์และลอยัลตี้แพลตฟอร์มอันดับ 1 ของไทย และ Top 5 ของเอเชีย ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล จึงได้รับเชิญขึ้นแชร์วิสัยทัศน์บนเวทีดังกล่าว โดย <strong>คุณหรรษา วงศ์สิริพิทักษ์</strong> Head of Marketing – The 1 ตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวจากประเทศไทยและฝั่งเอเชียร่วมแชร์ ใน Session<strong> “Future of Loyalty”</strong></p>
<p>คุณหรรษาเล่าว่า กลุ่มเซ็นทรัลเป็นผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ศูนย์การค้า อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และธุรกิจอาหาร ในประเทศไทย ครอบคลุมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป ที่เชื่อมโยงทุกมิติการใช้ชีวิตของผู้บริโภค</p>
<p>และ The 1 เป็น Loyalty Platform ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมทุกธุรกิจทั้งภายในกลุ่มเซ็นทรัล และพันธมิตรอื่นๆ  เข้าไว้ด้วยกันบน Ecosystem ผ่านระบบสมาชิกเดียว ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าในทุก Touchpoint</p>
<p><strong>เมื่อ </strong><strong>Loyalty </strong><strong>ไม่ใช่แค่ ‘</strong><strong>Points &amp; Perks’</strong></p>
<p><strong>คุณหรรษา</strong> มองว่า วันนี้โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “<strong>Complexity is Norm</strong>” ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความซับซ้อนจากทั้งความแตกต่างของผู้บริโภคหลาย Generation จำนวนสินค้าที่ล้นตลาด รวมถึงแพลตฟอร์มและช่องทางการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ทำให้ Loyalty ในรูปแบบเดิมที่เน้นเพียง Points &amp; Perks ไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะการจัดโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าได้อีกต่อไปแล้ว</p>
<p>“ภารกิจของ Loyalty ยุคใหม่ จึงไม่ใช่แค่การกระตุ้นยอดใช้จ่าย แต่คือการสร้างความผูกพันกับสมาชิกมากยิ่งขึ้น”</p>
<p>The 1 จึงมีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนวงการ Retail Loyalty โดยยกระดับจากโปรแกรมสิทธิประโยชน์แบบเดิม ไปสู่ความสัมพันธ์ระยะยาว ผ่านแนวคิด “<strong>From Loyalty to Enduring Relationships</strong>” ทั้งในรูปแบบ Experiences, Events และ Moments ที่ลูกค้ารู้สึกอยากมีส่วนร่วมจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Exclusive Experiences, Member-only Moments หรือ Money Can’t Buy Experiences ที่ช่วยสร้าง Emotional Connection ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า เพราะในวันที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมาย สิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมา อาจไม่ใช่เพียงความคุ้มค่า แต่คือความรู้สึกว่าแบรนด์นี้เข้าใจเรา</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/The1WorldRetail3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>จาก </strong><strong>Loyalty Program </strong><strong>สู่ </strong><strong>Customer Ecosystem Platform</strong></p>
<p>อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ The 1 แตกต่าง คือการสร้าง Loyalty Ecosystem ที่เชื่อมทั้งธุรกิจในเครือ Central Group และพาร์ตเนอร์ภายนอกเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ Retail, Wellness, Banking, Entertainment ไปจนถึง Lifestyle Services เพื่อทำให้ The 1 กลายเป็น “Center of Life Platform” และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของลูกค้าในทุกมิติ</p>
<p>ข้อได้เปรียบสำคัญของโมเดลนี้ คือการทำให้ลูกค้าสามารถใช้ The 1 ได้ง่ายและเชื่อมต่อกันในทุกธุรกิจผ่านระบบเดียว โดยใช้เพียงสมาชิก The 1 บัญชีเดียวในการเข้าถึงบริการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ภายใน Ecosystem ขณะที่คะแนน The 1 ทำหน้าที่เสมือน Currency กลางที่สามารถสะสม แลก หรือโอนคะแนนได้ในหลากหลายบริการและร้านค้า ขณะเดียวกัน The 1 ยังดูแลทั้งระบบข้อมูลลูกค้าและ Loyalty Platform แบบรวมศูนย์ ทำให้สามารถเชื่อมต่อประสบการณ์และเข้าใจลูกค้าได้ครบทุกมิติ</p>
<p>อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญที่ทำให้โมเดล Loyalty จากเอเชียได้รับความสนใจบนเวทีโลก คือการที่ผู้บริโภคเอเชียเปิดรับ Digital Ecosystem และคาดหวังประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกันในทุกมิติของชีวิต ทำให้ Loyalty ในเอเชียไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมสมาชิก แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต หรือ Everyday’s Life ตั้งแต่การช้อปปิ้ง การท่องเที่ยว ร้านอาหาร ความบันเทิง ไปจนถึงบริการทางการเงิน ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคเอเชียยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์และสิทธิพิเศษที่แบรนด์มอบให้ ควบคู่ไปกับความคุ้มค่า ทำให้แบรนด์ที่สามารถเข้าใจลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ และสร้าง Personalized Experience ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงได้ จะสามารถสร้างความผูกพันและความรู้สึกใกล้ชิดกับลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าการสร้าง Loyalty แบบเดิมที่แข่งขันกันเพียงเรื่องส่วนลดหรือโปรโมชั่น</p>
<p><strong><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42219 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/The1WorldRetail4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /> </strong></p>
<p><strong>SVOC: </strong><strong>จุดที่ </strong><strong>Data </strong><strong>และความเข้าใจมนุษย์มาบรรจบกัน</strong></p>
<p>อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่คุณหรรษาแชร์บนเวที คือ Single View of Customer (SVOC) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ The 1 ในการทำความเข้าใจลูกค้าแบบ 360 องศา เพื่อช่วยให้แบรนด์มองเห็นลูกค้าได้ลึกกว่าแค่การใช้จ่าย แต่เข้าใจถึงพฤติกรรม ความสนใจ และบริบทการใช้ชีวิตของแต่ละคนได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม คุณหรรษามองว่า ความท้าทายที่แท้จริงของการทำ SVOC ไม่ใช่เพียงเรื่องเทคโนโลยีหรือการมีข้อมูลจำนวนมหาศาล แต่คือ Mindset หรือวิธีคิดในการนำข้อมูลมาใช้อย่างเข้าใจมนุษย์จริงๆ</p>
<p>“SVOC is where data meets humanity.”</p>
<p>เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่การมี Data Points จำนวนมาก มี Dashboard หลายระบบ หรือมี Analytics ที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือการทำให้ข้อมูลเหล่านั้นใช้งานได้จริง ในแบบที่เข้าใจลูกค้าอย่างเป็นมนุษย์มากที่สุด</p>
<p>The 1 จึงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็น Customer Insights ที่ชัดเจน ทำให้เข้าใจลูกค้าให้สามารถสร้าง Relevance ที่สอดคล้องกับชีวิตจริงของลูกค้า และช่วยให้ทั้งทีมธุรกิจ การตลาด และฝั่ง Operation ตัดสินใจได้ดีขึ้นบนบริบทที่มีความหมาย ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขบนหน้าจอ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42220 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/The1WorldRetail5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Road to 2030: </strong><strong>เมื่อ </strong><strong>Loyalty </strong><strong>ต้องกลายเป็น ‘</strong><strong>Re-earned Love’</strong></p>
<p>คุณหรรษามองว่า อนาคตของ Loyalty ต้องก้าวข้ามโปรแกรมแบบเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยส่วนลดและ Passive Offers ไปสู่ Data-driven Ecosystem Platform ที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่มีความหมายกับลูกค้าในชีวิตประจำวันได้จริง</p>
<p>ขณะเดียวกัน สิ่งที่จะทำให้ Loyalty ไม่กลายเป็นเพียง “Discount Engine” คือการสร้าง Non-Monetary Value ที่มีความหมายจริงต่อชีวิตลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Reserved Parking, Fast-lane Checkout, Member-only Privileges, Exclusive Events, Lifestyle Community หรือ Personalized Experience ที่ช่วยสร้าง Emotional Connection มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว</p>
<p>พร้อมทิ้งท้ายด้วยนิยามใหม่ของ Loyalty ว่า “Loyalty is no longer about keeping customers, but being chosen again and again.” ในวันที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกใหม่อยู่เสมอ Loyalty จึงไม่ใช่เรื่องของการรักษาลูกค้าไว้ แต่คือการทำให้ลูกค้าเลือกเรา ซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือที่คุณหรรษาเรียกว่า “Re-earned Love” — การทำให้ลูกค้ากลับมาตกหลุมรักแบรนด์ได้ใหม่อยู่เสมอ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/the-1-world-retail-congress/">The 1 บริษัทไทยหนึ่งเดียวบนเวทีรีเทลระดับโลก World Retail Congress ถอดรหัส Loyalty ยุคใหม่ จาก Transaction สู่ Relationship Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NIQ แนะแบรนด์​เติม 7 Values ได้ใจ GenZ  ชี้เป็นกลุ่มที่ยอมจ่ายเพื่อ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; มากที่สุด ​ยิ่งตอบโจทย์มากในชิ้นเดียวยิ่งมีโอกาสโตสูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/niq-release-spendz-point-7-values-hook-genz/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Aug 2024 13:33:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Brand Values]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[GenZ]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Loyalty]]></category>
		<category><![CDATA[NielsenIQ]]></category>
		<category><![CDATA[NIQ]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเนอเรชัน]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28381</guid>

					<description><![CDATA[<p>NielsenIQ (NIQ) เผยแพร่รายงานNIQ Spend Z เพื่อเข้าใจอินไซต์และพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม GenZ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยจำนวนกว่า 2 พันล้านคน หรือราว 1 ใน 4 ของโลก นอกจากนี้ ยังถือเป็นผู้บริโภค​ที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นกลุ่มกำลังซื้อสำคัญของโลก โดยคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า อำนาจในการใช้จ่ายของ GenZ จะเติบโตขึ้นได้มากถึง  9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเจนเนอนเรชั่นอื่นๆ ซึ่ง​เป็นภาพที่มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันทั้งกับ​ภาพในระดับโลก ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงในประเทศไทย เติม 7 Values ให้ได้ใจ GenZ เนื่องจาก GenZ เป็นกลุ่มที่มีความเฉพาะตัว ชอบความ Personalize และเป็น Social/Technology Native ทำให้มีบุคลิกที่โดดเด่น และแตกต่างจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า เช่น ไม่ยึดติดแบรนด์ มีความเป็นตัวตนสูง ชื่นชอบความหลากหลายและเท่าเทียม รวมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน การ​ที่นักการตลาดหรือแบรนด์จะได้ใจกลุ่ม GenZ จึงจำเป็นต้องสามารถส่งมอบคุณค่าต่างๆ เหล่านี้ให้ผู้บริโภคได้ ประกอบด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/niq-release-spendz-point-7-values-hook-genz/">NIQ แนะแบรนด์​เติม 7 Values ได้ใจ GenZ  ชี้เป็นกลุ่มที่ยอมจ่ายเพื่อ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; มากที่สุด ​ยิ่งตอบโจทย์มากในชิ้นเดียวยิ่งมีโอกาสโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>NielsenIQ (NIQ)</strong> เผยแพร่รายงาน<strong>NIQ Spend Z </strong>เพื่อเข้าใจอินไซต์และพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม GenZ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยจำนวนกว่า 2 พันล้านคน หรือราว 1 ใน 4 ของโลก</p>
<p><span id="more-28381"></span></p>
<p>นอกจากนี้ ยังถือเป็นผู้บริโภค​ที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นกลุ่มกำลังซื้อสำคัญของโลก โดยคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า อำนาจในการใช้จ่ายของ GenZ จะเติบโตขึ้นได้มากถึง  9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเจนเนอนเรชั่นอื่นๆ ซึ่ง​เป็นภาพที่มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันทั้งกับ​ภาพในระดับโลก ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงในประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28382 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/WHY-GenZ-Growth.jpg" alt="" width="1200" height="728" /></p>
<p><strong>เติม 7 Values ให้ได้ใจ GenZ</strong></p>
<p>เนื่องจาก GenZ เป็นกลุ่มที่มีความเฉพาะตัว ชอบความ Personalize และเป็น Social/Technology Native ทำให้มีบุคลิกที่โดดเด่น และแตกต่างจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า เช่น ไม่ยึดติดแบรนด์ มีความเป็นตัวตนสูง ชื่นชอบความหลากหลายและเท่าเทียม รวมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน การ​ที่นักการตลาดหรือแบรนด์จะได้ใจกลุ่ม GenZ จึงจำเป็นต้องสามารถส่งมอบคุณค่าต่างๆ เหล่านี้ให้ผู้บริโภคได้ ประกอบด้วย</p>
<p>&#8211; <strong>Authenticity :</strong> <strong>สามารถบ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริง</strong> เพราะ GenZ มีความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก​ ทำให้ทราบถึงแก่นแท้ของสินค้าและแบรนด์ที่​จะเลือกใช้ แบรนด์จึงต้องสื่อสารด้วยตัวตนที่ชัดเจนและจริงใจ เพราะถ้า GenZ รู้สึกได้ถึงความไม่จริงใจ หรือหลอกลวง สุดท้ายจะสร้างความเสียหายให้แก่แบรนด์ได้</p>
<p><strong>&#8211; Belonging and Self-esteem : ทำให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนหนึ่งหรือได้รับการยอมรับจากสังคม</strong> ​​เพราะด้วยความที่มี Virtual Engagement ในระดับสูง หรือการเข้าถึงเทคโนโลยีและโซเชียลเกือบตลอดเวลา ทำให้ GenZ บางส่วนจะมีความรู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว แบรนด์ที่สามารถสร้าง Community หรือรวมกลุ่มที่มีความสนใจหรือชื่นชอบ​เรื่องเดียวกันไว้ด้วยกันได้ หรือสร้าง Sense of Belonging ก็จะมีโอกาสได้​รับการตอบรับที่ดี</p>
<p>&#8211; ​<strong>Diversity : ให้ความสำคัญกับความแตกต่างและความเท่าเทียมกันในสังคม</strong> Gen Z มักจะสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่ม Minority เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียม โดยพบว่ามี GenZ อยู่ในกลุ่ม LGBTQ มากกว่ากลุ่มเจนเนอเรชั่นอื่นๆ หรือการไม่นับถือศาสนา แต่ให้ความสำคัญกับวิธีคิดหรือความแตกต่างของแต่ละบุคคล และความเท่าเทียมกันมากกว่า</p>
<p><strong>&#8211; First Truly Digital Native : การเป็นกลุ่มแรกในการ​เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ</strong> ในฐานะที่เกิดมาพร้อมกับดิจิทัลและจะใช้เทคโนโลยีในทุกกิจกรรม คุ้นเคยกับการใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สมาร์ทวอท หรือแก็ตเจ็ตต่างๆ จึงเป็นกลุ่มที่มีการเข้าถึงออนไลน์สูงสุด แต่ในขณะที่เดียวกัน ก็ยังไปจับจ่ายหน้าร้าน​ในสัดส่วนใกล้เคียงกันด้วย​ ​จึงถือเป็นกลุ่ม​ Omni-shopper ที่​​แบรนด์จำเป็นต้องเข้าใจ Journey  อย่างแท้จริง เพื่อสร้าง Touchpoint ที่ถูกต้องได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28383 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/3-5.jpg" alt="" width="1200" height="629" /></p>
<p><strong>&#8211;  Fun Seekers : ชอบทดลอง มองหาความตื่นเต้นใหม่ๆ</strong> ​จึงเป็นกลุ่มที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์ และดูเหมือนว่าไม่มี Brand Loyalty แต่ความจริงมาจากการที่ยังไม่มีแบรนด์ใดสามารถตอบโจทย์สิ่งที่ต้องการได้จริง จึงทำให้ยังชอบที่จะทดลองของใหม่ไปเรื่อยๆ นักการตลาด หรือแบรนด์ จึงต้องพยายามเพิ่มความแปลกใหม่ ​สดใส และแตกต่าง ทั้งในการพัฒนาสินค้ารวมทั้งรูปแบบในการสื่อสาร​เพื่อให้สามารถได้ใจ GenZ ​</p>
<p><strong>&#8211; Health Concern : ให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพ</strong>  GenZ  ให้ความสนใจเกี่ยวกับ Well Being ทำให้เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่ยังอายุน้อย ต่างจากกลุ่มอื่นที่มักจะเริ่มดูแลตัวเองจริงจัง เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้น​ โดยพบว่า 52% จะมองหาส่วนผสมสินค้า​ที่ดีต่อสุขภาพ หรือช่วยให้แข็งแรงมากขึ้น โดย 42% จะเลือกสินค้าที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติมากกว่าสารสังเคราะห์</p>
<p><strong>&#8211; Sustainability : ใส่ใจในเรื่องของความยั่งยืน</strong> เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ GenZ ให้ความสำคัญ โดยพบว่า GenZ ​จะเลือกสินค้าหรือแบรนด์ ที่เชื่อมโยงกับเรื่องของความยั่งยืนมากกว่าเจนเนอเรชั่นอื่นๆ และมีแนวโน้ม​ยอมจ่ายแพงกว่าให้กับแบรนด์ที่ขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืน โดย​ยอมจ่าย​มากกว่าถึง 10% เมื่อเทียบกับแบรนด์ทั่วไป โดยพบว่า 40% ของ GenZ ยอมจ่ายให้กับสินค้าที่​เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>พร้อมพบแนวโน้มว่า สินค้าที่​สามารถ​ตอบโจทย์ความยั่งยืนได้มากกว่า 2 ข้อขึ้นไป เช่น​ ผลิตภัณฑ์นั้นๆ เป็นทั้งผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ ขณะเดียวกันยังใช้บรรจุภัณฑ์ที่มาจากการรีไซเคิลด้วย จะเพิ่มโอกาสให้กลุ่ม GenZ ให้การสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น และมีโอกาสสร้างการเติบโตได้มากขึ้นด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28385 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/2-Points.jpg" alt="" width="1200" height="911" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม<em><strong> เนื่องจาก GenZ มีความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก และจะ Recheck ข้อมูลจากสิ่งที่แบรนด์เคลมไว้เสมอ หากพบว่าแบรนด์ต่างๆ ไม่ได้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจริง (Green Washing) จะมีการตอบโต้กลับจนถึงขั้นแบน หรือ Blacklist จะยิ่งทำให้แบรนด์เสียหายเพิ่มมากขึ้น​</strong> </em>ดังน้ัน หากเกิดความผิดพลาด แบรนด์จำเป็นต้องเร่งสื่อสารตามความเป็นจริง เพื่อทำความเข้าใจ หรือหากผิดพลาดจริงก็ต้องรีบ​ปรับปรุง ​และแก้ไขอย่างจริงใจ  เพราะสุดท้ายแล้ว GenZ จะมองแบรนด์เหมือนคน ที่อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เมื่อผิดพลาดต้องรีบแก้ไข และทำอย่างจริงใจ  เพื่อสามารถทำให้ผู้บริโภคกลับมาเชื่อมั่นแบรนด์ได้อีกครั้ง</p>
<p>ขณะที่ GenZ เอง ​แม้จะมีความตระหนักรู้และกังวลกับปัญหาที่เป็นประเด็นสำคัญของโลก โดยเฉพาะปัญหาเรื่อง Climate Change แต่ในยุค Post Covid ที่เป็นช่วงที่มีความอ่อนไหวด้านเศรษฐกิจ​ ทำให้การใช้จ่ายจริงในทางปฏิบัติ​อาจจะมีความไม่สอดคล้องกันได้ เช่น 77% จากการสำรวจระบุว่าจะไม่สนับสนุนสินค้าจากประเทศที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืนต่ำ แต่อีกมุมหนึ่ง​ก็ยังซื้อ​สินค้ากลุ่ม Fast Fashion หรือ สินค้าเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุด ก็เติบโตเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน ​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/niq-release-spendz-point-7-values-hook-genz/">NIQ แนะแบรนด์​เติม 7 Values ได้ใจ GenZ  ชี้เป็นกลุ่มที่ยอมจ่ายเพื่อ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; มากที่สุด ​ยิ่งตอบโจทย์มากในชิ้นเดียวยิ่งมีโอกาสโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
