<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Ltd &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/ltd/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 26 Dec 2023 14:54:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Ltd &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สายการบินญี่ปุ่น เร่งเครื่องลดคาร์บอน ANA นำร่องสายการบินแรกของโลก​ จัดซื้อเทคโนโนโลยีดักจับคาร์บอนโดยตรงจากอากาศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/ana-first-airlines-buy-direct-air-capture-technology/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Dec 2023 14:27:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[All Nippon Airways]]></category>
		<category><![CDATA[ANA]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[DITP]]></category>
		<category><![CDATA[ICAO]]></category>
		<category><![CDATA[International Civil Aviation Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Ltd]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsubishi Research Institute]]></category>
		<category><![CDATA[Negative Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[Negative Emissions Technologies]]></category>
		<category><![CDATA[NETs]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสายการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษเป็นลบสุทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง​อากาศยานยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23161</guid>

					<description><![CDATA[<p>สายการบิน ALL NIPPON AIRWAYS (ANA) ของญี่ปุ่น ​เป็นสายการบินแรกของโลกที่จัดซื้อคาร์บอนเครดิตด้วยเทคโนโลยี DAC (Direct Air Capture) หรือการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรงจากอากาศ ภายในปี 2568 เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2593 อุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศกำลังอยู่ในยุคที่การลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) กลายเป็นปัจจัยในการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน โดยเทคโนโลยี​ DAC ที่สามารดักจับ CO2 จากบรรยากาศโดยตรง​กำลังได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมการบิน โดย ANA คาดว่า ภายในปี  2593 ประมาณ 10% ของเป้าหมายในการลดการปล่อยคาร์บอนจะมาจากการจัดซื้อด้วยเทคโนโลยีการปล่อยมลพิษเป็นลบสุทธิ หรือ NETs (Negative Emissions Technologies) ทั้งจากการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนและ DAC ขณะที่สัดส่วนหลักราว 80% มาจากการใช้น้ำมันอากาศยานยั่งยืน และอีก 20% จากการพัฒนานวัตกรรมและการปรับปรุงการปฏิบัติงานการบินต่างๆ ทั้งนี้ ANA ได้วางแผนจัดซื้อคาร์บอนเครดิตจากบริษัท 1PointFive ซึ่งได้สร้างโรงงาน DAC แห่งแรกในเท็กซัส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/ana-first-airlines-buy-direct-air-capture-technology/">สายการบินญี่ปุ่น เร่งเครื่องลดคาร์บอน ANA นำร่องสายการบินแรกของโลก​ จัดซื้อเทคโนโนโลยีดักจับคาร์บอนโดยตรงจากอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="elementor-element elementor-element-8213318 e-con-boxed e-con" data-id="8213318" data-element_type="container" data-settings="{&quot;jet_parallax_layout_list&quot;:[],&quot;content_width&quot;:&quot;boxed&quot;}">
<div class="e-con-inner">
<div class="elementor-element elementor-element-b549317 elementor-widget elementor-widget-theme-post-title elementor-page-title elementor-widget-heading" data-id="b549317" data-element_type="widget" data-widget_type="theme-post-title.default">
<div class="elementor-widget-container">สายการบิน ALL NIPPON AIRWAYS (ANA) ของญี่ปุ่น ​เป็นสายการบินแรกของโลกที่จัดซื้อคาร์บอนเครดิตด้วยเทคโนโลยี <strong>DAC (Direct Air Capture)</strong> หรือการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรงจากอากาศ ภายในปี 2568 เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2593</div>
</div>
</div>
</div>
<p><span id="more-23161"></span></p>
<p>อุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศกำลังอยู่ในยุคที่การลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) กลายเป็นปัจจัยในการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน โดยเทคโนโลยี​ DAC ที่สามารดักจับ CO2 จากบรรยากาศโดยตรง​กำลังได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมการบิน โดย ANA คาดว่า ภายในปี  2593 ประมาณ 10% ของเป้าหมายในการลดการปล่อยคาร์บอนจะมาจากการจัดซื้อด้วยเทคโนโลยีการปล่อยมลพิษเป็นลบสุทธิ หรือ <strong>NETs (Negative Emissions Technologies)</strong> ทั้งจากการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนและ DAC ขณะที่สัดส่วนหลักราว 80% มาจากการใช้น้ำมันอากาศยานยั่งยืน และอีก 20% จากการพัฒนานวัตกรรมและการปรับปรุงการปฏิบัติงานการบินต่างๆ</p>
<p>ทั้งนี้ ANA ได้วางแผนจัดซื้อคาร์บอนเครดิตจากบริษัท 1PointFive ซึ่งได้สร้างโรงงาน DAC แห่งแรกในเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2568 เพื่อเร่งขับเคลื่อนสู่ Carbon neutrality ตามเป้าหมาย รวมทั้งยังมีแผนใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ<strong> SAF (Sustainable Aviation Fuel)</strong> ในสัดส่วนราว 10% ภายในปี 2573 เพื่อสอดคล้องกับข้อปฏิบัติของ ICAO (International Civil Aviation Organization) ที่ได้กำหนดให้ลดการปลดปล่อย CO2 ในอุตสาหกรรมการบินทั้งระยะกลาง (2578) และระยะยาว (2593) รวมทั้ง​ลดการปล่อยคาร์บอน 85% ภายในปี 2567 เป็นต้นไป เมื่อเทียบฐานจากปี 2562 ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2570 และหากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ก็จำเป็นต้องซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23162 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/ANA4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับธุรกิจสายการบิน กุญแจสำคัญในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนคือ <strong>การใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน</strong> หรือ SAF (Sustainable Aviation Fuel) ซึ่ง ICAO คาดว่า เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนและเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจะใช้กันอย่างแพร่หลายตั้งแต่ปี 2593 เป็นต้นไป โดยคาดว่าหลังจากปี 2573 สายการบินของประเทศพัฒนาแล้วจะต้องลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้น</p>
<p>ขณะที่​สหภาพยุโรป (EU) ได้ผลักดันนโยบายลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมการบินแล้ว ตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมา โดยได้กำหนดให้บริษัทผู้ผลิตเชื้อเพลิงผสม SAF เพื่อใช้กับเครื่องบินที่ทำการบินในเขตพื้นที่ EU โดยกำหนดสัดส่วน​ SAF ที่ 2% ในปี 2568 และจะค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนต่อไป  โดยสายการบินในญี่ปุ่นทั้ง ANA และ JAL (Japan Airlines) ต่างก็มีแผนใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่มีส่วนผสมของ SAF ปริมาณ 10% ในปี 2573 ตามข้อบังคับของ EU</p>
<div class="elementor-element elementor-element-91cb15c e-con-boxed e-con" data-id="91cb15c" data-element_type="container" data-settings="{&quot;jet_parallax_layout_list&quot;:[],&quot;content_width&quot;:&quot;boxed&quot;}">
<div class="e-con-inner">
<div class="elementor-element elementor-element-b235886 elementor-widget elementor-widget-theme-post-content" data-id="b235886" data-element_type="widget" data-widget_type="theme-post-content.default">
<div class="elementor-widget-container">
<p>ด้าน Mitsubishi Research Institute กลุ่มงาน Sustainability ให้ข้อมูลว่า ประเทศที่มีนโยบายช่วยเหลืออย่างโดดเด่น คือ สหรัฐอเมริกา โดยรัฐบาลลดภาษีให้กับบริษัทผู้ผลิตเชื้อเพลิงที่ผสม SAF โดยลดภาษีสูงสุด 1.75 เหรียญสหรัฐต่อ 1 แกลอน ให้เงินช่วยเหลือกว่า 30,000 ล้านเยน (ประมาณ 7,400 ล้านบาท) สำหรับการลงทุนในโรงงานผลิต SAF นอกจากนี้ ยังสามารถจำหน่ายคาร์บอนเครดิตที่ได้จากการลดคาร์บอนที่เกิดจากการผลิตได้อีกด้วย และหากใช้ประโยชน์จากการสนับสนุนและการช่วยเหลือเหล่านี้ ก็จะทำให้ราคา SAF ลดลงและเท่ากับราคาเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไปได้</p>
<p>ข้อมูล : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์</p>
<p><a href="https://asia.nikkei.com/Business/Transportation/Japan-s-ANA-to-offset-some-emissions-through-direct-air-capture" target="_blank" rel="noopener">NIKKEI ASIA</a></p>
</div>
</div>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/ana-first-airlines-buy-direct-air-capture-technology/">สายการบินญี่ปุ่น เร่งเครื่องลดคาร์บอน ANA นำร่องสายการบินแรกของโลก​ จัดซื้อเทคโนโนโลยีดักจับคาร์บอนโดยตรงจากอากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวคิด 3R+Renewable กับพฤติกรรม &#8220;การบริโภคที่ยึดโยงจริยธรรม&#8221;​ ผ่านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในญี่ปุ่น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/05/3r-and-renewable-reflect-ethical-consumption-of-japanese/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 May 2022 10:09:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3R]]></category>
		<category><![CDATA[3R+Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Ethical consumption]]></category>
		<category><![CDATA[IYEMON]]></category>
		<category><![CDATA[IYEMON Labeless]]></category>
		<category><![CDATA[Ltd]]></category>
		<category><![CDATA[Nippon Ham Co.]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[SCHAU ESSEN]]></category>
		<category><![CDATA[SUNTORY BEVERAGE & FOOD LIMITED]]></category>
		<category><![CDATA[การบริโภคที่ยึดจริยธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมการบริโภคในญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11721</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ​กระทรวงสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายให้บรรดาร้านขายปลีก และร้านอาหารในญี่ปุ่น ลดการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง 12 ชนิด เช่น ช้อน หลอด มีด หวี แปรงสีฟัน หมวกอาบน้ำ และไม้แขวนเสื้อ เพื่อลดขยะพลาสติกในทะเล โดยมีข้อมูลว่าช่วงปี 2010 ขยะพลาสติกมากกว่า 8 ล้านตัน ได้ไหลลงสู่มหาสมุทรทั่วโลก และคาดการณ์ว่าภายในปี 2050 พลาสติกในมหาสมุทรจะมีน้ำหนักมากกว่าปลาทั้งมหาสมุทรรวมกันเสียอีก นำมาซึ่งการส่งเสริมให้มีการรีไซเคิลเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดปริมาณพลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในญี่ปุ่น ที่มีปริมาณกว่า 5 ตันในแต่ละปี ซึ่งประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่มีปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์และการใช้บรรจุภัณฑ์ต่อคนสูงเป็นอันดับสองของโลกเลยทีเดียว แม้เริ่มมีการส่งออกขยะพลาสติกไปยังประเทศในแถบเอเชีย และจำกัดการนำเข้าที่เข้มงวดขึ้น แต่ความจำเป็นในการแปรรูปพลาสติกในญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน จึงเริ่มเห็นหลายอุตสาหกรรมตื่นตัวในประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญต่อแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการออกแบบ เพื่อให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สร้าง First Impression กับลูกค้าทั้งในแง่การขาย และสะท้อนความใส่ใจโลก ของแต่ละแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ทั้งนี้ เริ่มเห็นความพยายามในการนำผลิตภัณฑ์อื่นมาทดแทนพลาสติกที่ใช้อยู่ในธุรกิจอย่างจริงจัง รวมทั้งยังสร้างแรงผลักดันและขับเคลื่อนแนวคิดในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มากกว่าแค่การสะดุดตามผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อ ซึ่งก่อนหน้าเราอาจคุ้นเคยกับ​แนวคิด 3R (Reuse/ Reduce/ Recycle) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/3r-and-renewable-reflect-ethical-consumption-of-japanese/">แนวคิด 3R+Renewable กับพฤติกรรม &#8220;การบริโภคที่ยึดโยงจริยธรรม&#8221;​ ผ่านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ​กระทรวงสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายให้บรรดาร้านขายปลีก และร้านอาหารในญี่ปุ่น ลดการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง 12 ชนิด เช่น ช้อน หลอด มีด หวี แปรงสีฟัน หมวกอาบน้ำ และไม้แขวนเสื้อ เพื่อลดขยะพลาสติกในทะเล โดยมีข้อมูลว่าช่วงปี 2010 ขยะพลาสติกมากกว่า 8 ล้านตัน ได้ไหลลงสู่มหาสมุทรทั่วโลก และคาดการณ์ว่าภายในปี 2050 พลาสติกในมหาสมุทรจะมีน้ำหนักมากกว่าปลาทั้งมหาสมุทรรวมกันเสียอีก</p>
<p><span id="more-11721"></span></p>
<p>นำมาซึ่งการส่งเสริมให้มีการรีไซเคิลเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดปริมาณพลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในญี่ปุ่น ที่มีปริมาณกว่า 5 ตันในแต่ละปี ซึ่งประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นประเทศที่มี<strong>ปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์และการใช้บรรจุภัณฑ์ต่อคนสูงเป็นอันดับสอง</strong><strong>ของโลก</strong>เลยทีเดียว แม้เริ่มมีการส่งออกขยะพลาสติกไปยังประเทศในแถบเอเชีย และจำกัดการนำเข้าที่เข้มงวดขึ้น แต่ความจำเป็นในการแปรรูปพลาสติกในญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน</p>
<p>จึงเริ่มเห็นหลายอุตสาหกรรมตื่นตัวในประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญต่อแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการออกแบบ เพื่อให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สร้าง First Impression กับลูกค้าทั้งในแง่การขาย และสะท้อนความใส่ใจโลก ของแต่ละแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์เหล่านั้น</p>
<p>ทั้งนี้ เริ่มเห็นความพยายามในการนำผลิตภัณฑ์อื่นมาทดแทนพลาสติกที่ใช้อยู่ในธุรกิจอย่างจริงจัง รวมทั้งยังสร้างแรงผลักดันและขับเคลื่อนแนวคิดในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มากกว่าแค่การสะดุดตามผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อ ซึ่งก่อนหน้าเราอาจคุ้นเคยกับ​แนวคิด <strong>3R (Reuse/ Reduce/ Recycle)</strong> ที่ได้รณรงค์กันมาเป็นเวลานาน และได้รับการยอมรับแล้วในวงกว้าง ในการสนับสนุนให้นำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณขยะที่จะเกิดขึ้น หรือการนำมารีไซเคิลเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการนำมาใช้ใหม่อีกคร้ัง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-11736 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Fam-japan.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่แนวคิด <strong>3R+Renewable</strong> อยู่ภายใต้แนวคิดในความพยายามที่จะไม่สร้างขยะให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรก และเริ่มได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ต้นทางจากการเลือกใช้วัสดุทดแทนมาใช้ในการผลิต เพื่อให้วัสดุเหล่านั้นสามารถย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ แทนการใช้วัสดุที่มาสร้างปริมาณขยะเพิ่มขึ้น และได้กลายมาเป็นกลยุทธ์หลักในการบริหารจัดการด้านพลาสติกของญี่ปุ่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายปี 2030 ​ สามารถลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งให้ได้ 25% , ภาชนะและบรรจุภัณฑ์ในสัดส่วน 60% ต้องสามารถนำมาใช้ใหม่และรีไซเคิลได้,​ รวมทั้งสนับสนุนการใช้พลาสติกชีวมวลเป็นวัตถุดิบให้ได้ 2 ล้าน ขณะที่มีการประเมินความต้องการใช้พลาสติกจะเพิ่มเป็น  2 เท่า  ​</p>
<p><strong>3R + Renewable</strong>​ จึงเป็นแนวคิดที่จะส่งผลต่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบันของญี่ปุ่นอย่างมา และยังสะท้อนถึงพฤติกรรม <strong>“การบริโภคอย่างยึดจริยธรรม”​ (Ethical consumption)</strong>  หรือเข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ การบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบของคนญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งผลสำรวจโดยสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคของญี่ปุ่น (Consumer Affairs Agency) พบว่าในช่วง 5 ปี (ระหว่างปี 2559 &#8211; 2563)  ความตระหนักถึงการบริโภคโดยยึดจริยธรรมของคนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่า ​จากการสำรวจในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ในปี 2563</p>
<p>ทำให้บริษัทผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายพยายามผสมผสานแนวคิดนี้ลงไปในการออกแบบ หรือปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ เช่น สินค้าไส้กรอกชื่อดัง <strong>SCHAU ESSEN</strong> ของบริษัท Nippon Ham Co., Ltd. ที่ฉลองโอกาส 38 ปี ด้วยการเปิดตัวกลุ่มสินค้า  <strong>&#8220;Eco-Pirotype&#8221;</strong> เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระด้านสิ่งแวดล้อม​ พร้อมแนะนำบรรจุภัณฑ์รุ่นใหม่ <strong>​Eco Pillow Type</strong> หนึ่งในสินค้ากลุ่มนี้ ซึ่งช่วยลดปริมาณการนำวัสดุมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ลงได้ 28% ​รวมทั้งลดการปล่อย CO2 ลงได้กว่า ​ 4,000 ตันต่อปีอีกด้วย และทำให้คนญึ่ปุ่นใ้ห้การตอบรับที่ดี ​</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-11731 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Japan.jpg" alt="" width="1200" height="735" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีบรรจุภัณฑ์น้ำชาเขียวชื่อดังที่จำหน่ายในญี่ปุ่น​ IYEMON ของบริษัท SUNTORY BEVERAGE &amp; FOOD LIMITED ซึ่งได้มีการปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่เป็นแบบไม่มีฉลาก <strong>“IYEMON Labeless” </strong>แต่ใช้วิธีการการแปะสติ๊กเกอร์ขนาดเล็กเพื่ออธิบายผลิตภัณฑ์ และได้รรับความนิยมมากในญี่ปุ่น ด้วยแนวคิดที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ ลดขยะที่เกิดจากฉลาก กลายเป็นต้นแบบให้บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ในญี่ปุ่นล้วนปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์มาเป็นลักษณะเช่นนี้มาวางจำหน่ายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ​ซึ่งแนวคิดนี้ยังได้รับรางวัล Grand Award สาหรับสาขาบรรจุภัณฑ์ในญี่ปุ่นปี 2564 จากสถาบันส่งเสริมการออกแบบแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ Japan Institute of Design Promotion (JDP) ซึ่งเป็นหน่วยงานท่ีให้ความสำคัญกับดีไซน์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์</p>
<p><a href="https://www.kiracs.co.jp/blog/2029/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Source </a></p>
<p><a href="https://www.nipponham.co.jp/news/2022/20220121/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Source</a></p>
<p>ข้อมูลเพิ่มเติม : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</p>
<p>ภาพ :  number24@shutterstock</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/3r-and-renewable-reflect-ethical-consumption-of-japanese/">แนวคิด 3R+Renewable กับพฤติกรรม &#8220;การบริโภคที่ยึดโยงจริยธรรม&#8221;​ ผ่านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟาส์ต รีเทลลิ่ง ผุดแนวคิด LifeWear เสื้อผ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม-คน-สังคม สู่ความยั่งยืนพันธุ์แท้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/12/fast-retailing-life-wear-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Dec 2021 08:21:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Retailing]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Retailing Co.]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership in Energy and Environmental Design]]></category>
		<category><![CDATA[LEED]]></category>
		<category><![CDATA[Life Wear]]></category>
		<category><![CDATA[Ltd]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Uniqlo]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไร้ขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10385</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing) กำลังพัฒนาแนวคิดไลฟ์แวร์ (LifeWear) เพื่อเป้าหมายการเป็นเสื้อผ้าในชีวิตประจำวัน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อสร้างเครื่องแต่งกายที่ไม่เพียงแต่เน้นคุณภาพ การออกแบบ และราคา แต่ยังตรงตามคำจำกัดความของ “เสื้อผ้าที่ดี” จากมุมมองของ สิ่งแวดล้อม ผู้คน และสังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญานี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่งได้กำหนดเป้าหมายภายในปีงบประมาณ 2030 และแผนปฏิบัติการสำหรับพัฒนาความยั่งยืนหลากหลายรูปแบบ ฟาสต์ รีเทลลิ่งกรุ๊ปทั้งหมดที่ใช้แนวคิด LifeWear จะเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ที่ครอบคลุมทั้งความยั่งยืนและการเติบโตของธุรกิจ ร่วมกับวัตถุประสงค์ของโครงการ Ariake เพื่อผลิตและขายเฉพาะเครื่องแต่งกายที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง โดย ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เน้นย้ำถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง และการขาย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและของเสียอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างกระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ในขณะเดียวกัน บริษัทจะปกป้องสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการ สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าด้วยความไว้วางใจ นอกจากนี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่งจะพัฒนาบริการ เพื่อการนำเสื้อผ้ากลับมาใช้ใหม่ และ การรีไซเคิลเพื่อยืดอายุและตลอดจนเทคโลยีในการยืดอายุการใช้งานและอรรถประโยชน์ของ LifeWear หลังการซื้อ นอกจากนี้ เพื่อช่วยค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ฟาสต์ รีเทลลิ่งได้ขยายการริเริ่มทั่วโลกสำหรับการสนับสนุนทางสังคมและความหลากหลายผ่านธุรกิจเครื่องแต่งกาย ด้วยความคิดริเริ่มเหล่านี้ บริษัทจะเพิ่มคุณค่าของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/12/fast-retailing-life-wear-sustainability/">ฟาส์ต รีเทลลิ่ง ผุดแนวคิด LifeWear เสื้อผ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม-คน-สังคม สู่ความยั่งยืนพันธุ์แท้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing) กำลังพัฒนาแนวคิดไลฟ์แวร์ (LifeWear) เพื่อเป้าหมายการเป็นเสื้อผ้าในชีวิตประจำวัน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อสร้างเครื่องแต่งกายที่ไม่เพียงแต่เน้นคุณภาพ การออกแบบ และราคา แต่ยังตรงตามคำจำกัดความของ “เสื้อผ้าที่ดี” จากมุมมองของ สิ่งแวดล้อม ผู้คน และสังคม</span></h4>
<p><span id="more-10385"></span></p>
<p>เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญานี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่งได้กำหนดเป้าหมายภายในปีงบประมาณ 2030 และแผนปฏิบัติการสำหรับพัฒนาความยั่งยืนหลากหลายรูปแบบ ฟาสต์ รีเทลลิ่งกรุ๊ปทั้งหมดที่ใช้แนวคิด LifeWear จะเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ที่ครอบคลุมทั้งความยั่งยืนและการเติบโตของธุรกิจ ร่วมกับวัตถุประสงค์ของโครงการ Ariake เพื่อผลิตและขายเฉพาะเครื่องแต่งกายที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง โดย ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เน้นย้ำถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง และการขาย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและของเสียอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างกระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ในขณะเดียวกัน บริษัทจะปกป้องสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการ สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าด้วยความไว้วางใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10386 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/UQ-1.jpg" alt="" width="591" height="332" /></p>
<p>นอกจากนี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่งจะพัฒนาบริการ เพื่อการนำเสื้อผ้ากลับมาใช้ใหม่ และ การรีไซเคิลเพื่อยืดอายุและตลอดจนเทคโลยีในการยืดอายุการใช้งานและอรรถประโยชน์ของ LifeWear หลังการซื้อ นอกจากนี้ เพื่อช่วยค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ฟาสต์ รีเทลลิ่งได้ขยายการริเริ่มทั่วโลกสำหรับการสนับสนุนทางสังคมและความหลากหลายผ่านธุรกิจเครื่องแต่งกาย ด้วยความคิดริเริ่มเหล่านี้ บริษัทจะเพิ่มคุณค่าของ LifeWear และพัฒนาปรัชญาด้านความยั่งยืน เพื่อส่งมอบเสื้อผ้าที่ลูกค้าจะชื่นชอบและสามารถใช้งานเป็นเวลานาน</p>
<p>โคจิ ยาไน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของ Fast Retailing Co., Ltd.ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านการค้าปลีกชั้นนำของญี่ปุ่น โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น UNIQLO เป็น แบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในแปดแบรนด์ใน ฟาสต์ รีเทลลิ่ง กรุ๊ป (Fast Retailing Group) อื่นๆ ซึ่งได้แก่ GU, Theory, PLST (Plus T), Comptoir des Cotonniers, Princesse tam.tam, J Brand และ Helmut Lang กล่าวถึงแผนดังกล่าวว่า “การจัดหาเสื้อผ้าที่ลูกค้าสามารถใช้ได้เป็นเวลานานเป็นเป้าหมายของธุรกิจของเรามาหลายปี เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาร้ายแรงอื่นๆ ทั่วโลกเริ่มปรากฏชัดขึ้น เราจึงได้พัฒนาปรัชญาของเราต่อไป และกำลังดำเนินมาตรการเพื่อแสดงให้โลกเห็นถึงอนาคตของเสื้อ ในขณะที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดสังคมที่ยั่งยืน ด้วยการก้าวไปข้างหน้าผ่านการสนับสนุนและความร่วมมือในวงกว้างจากลูกค้าและบริษัทพันธมิตร ฟาสต์ รีเทลลิ่งจะสร้าง &#8220;อุตสาหกรรมใหม่&#8221; ของ LifeWear ให้พร้อมให้บริการแก่ลูกค้ามากขึ้น เราตั้งเป้าที่จะดำเนินธุรกิจในลักษณะที่จะสามารถปรับปรุงชีวิตของผู้คนและสังคมทั่วโลกได้”</p>
<figure id="attachment_10387" aria-describedby="caption-attachment-10387" style="width: 618px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10387" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/UQ-2.jpg" alt="" width="618" height="377" /><figcaption id="caption-attachment-10387" class="wp-caption-text">โคจิ ยาไน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของ Fast Retailing</figcaption></figure>
<p><strong>เป้าหมายและแผนปฏิบัติการด้านความยั่งยืนในปีงบประมาณ 2030</strong><br />
■ โครงการสำคัญ: ผลิตเสื้อผ้าที่ดี ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม<br />
ในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ได้กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่นำสมัย เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและโลกของเรา<br />
ภายใต้นโยบายดังกล่าว ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ถือเอาประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นหนึ่งในประเด็นปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมนำเป้าหมายจากความตกลงปารีส (Paris Agreement) มาใช้ในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050<br />
ในเดือนกันยายนของปีนี้ ทางบริษัทได้ทำการประกาศเป้าหมายต่างๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้ได้รับการอนุมติโดย Science-Based Targets by the SBT initiative (SBTi).</p>
<p><strong>เป้าหมายและแนวปฏิบัติเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong><br />
เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของฟาสต์ รีเทลลิ่ง (สำหรับหน้าร้านและสำนักงาน):<br />
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 90% ภายในปีงบประมาณ 2030 (เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2019)<br />
• ลดการใช้ไฟฟ้าที่หน้าร้านผ่านโครงการประหยัดพลังงานต่างๆ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะประหยัดได้ประมาณ 40% ที่หน้าร้านโรดไซด์และลดลง 20% สำหรับร้านค้าในห้าง<br />
• ภายในปีงบประมาณ 2021 ร้านยูนิโคล่ จำนวน 8 ร้านในญี่ปุ่นได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) Gold Level Certification ซึ่งเป็นระบบการประเมินอาคารสีเขียวที่ใช้อย่างแพร่หลายที่สุดในโลก<br />
• พัฒนารูปแบบร้านค้าแบบใหม่ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายที่จะเปิดตัวร้านค้ารูปแบบนี้ในช่วงปี 2023<br />
• เปลี่ยนจากการใช้ไฟฟ้าในร้านค้าของ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง และสำนักงานใหญ่ทั่วโลกมาใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งในเดือนสิงหาคม 2021 ร้านยูนิโคล่ จำนวน 64 แห่งใน 9 ประเทศในยุโรปได้เปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนแล้ว และภายในสิ้นปี 2021 ทุกๆ ร้านในอเมริกาเหนือและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเปลี่ยนเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10388 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/UQ-3.jpg" alt="" width="658" height="397" /></p>
<p><strong>เป้าหมายสำหรับกระบวนการผลิตและจำหน่าย:</strong><br />
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% ภายในปี 2030 (เมื่อเทียบกับปี 2019)<br />
• ด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับโรงงานคู่ค้าของบริษัท ทำให้ฟาสต์ รีเทลลิ่งสามารถวางแผนกการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการผลิตของบริษัท ซึ่งนับเป็นการปล่อยก๊าซมากถึง 90% ของการประกอบธุรกิจของบริษัท<br />
• ภายในเดือนพฤศจิกายน 2021 บริษัทได้ระบุเงื่อนไขและประเด็นของโรงงานคู่ค้ารายใหญ่ๆ ที่ผลิตสินค้าของ ยูนิโคล่ และ GU มากถึง 90% รวมถึงการวางแผนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ การรกำจัดคาร์บอน และการใช้พลังงานหมุนเวียน<br />
• จัดตั้งกระบวนการและโครงสร้างสำหรับพนักงานจากส่วนงานผลิตและความยั่งยืนถึง 150 คน เพื่อดูแลและบริหารโครงการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><strong>เป้าหมายสำหรับผลิตภัณฑ์:</strong><br />
เพิ่มสัดส่วนประมาณ 50% ของวัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของยูนิโคล่ เป็นวัสดุรีไซเคิลภายในปีงบประมาณ 2030<br />
• นับตั้งแต่ปี 2019 ยูนิโคล่ได้เริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล และคอลเลคชั่น Spring/Summer 2022 จะมีเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ถูกรีไซเคิลจากขวดพลาสติก PET ประมาณ 15%<br />
o 2019SS: ผลิตภัณฑ์เสื้อโปโล DRY-EX ใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล<br />
o 2020FW: ผลิตภัณฑ์ Fluffy Yarn Fleece ใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 30%<br />
o 2021SS: กระเป๋าคาดเอวใช้ไนลอนรีไซเคิลถึง 30%<br />
• ยูนิโคล่ยังเดินหน้านำเสนอวัสดุอื่นๆ ที่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง อาทิ เส้นใยสังเคราะห์อย่างเรยอนและไนลอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="533" class="alignnone size-full wp-image-10390" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/UQ-5.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>โครงการด้านการลดขยะ</strong><br />
หันมาใช้แนวคิด “ขยะเป็นศูนย์” (Zero Waste) ตั้งแต่ต้นกระบวนการด้วยการลดการใช้งาน การเปลี่ยนวัสดุ การนำมาใช้ใหม่ และการใช้วัสดุรีไซเคิลในกระบวนการส่งมอบเสื้อผ้าให้แก่ลูกค้า<br />
• ในเดือนกรกฎาคม 2019 ฟาสต์ รีเทลลิ่งกำหนดนโยบายสำหรับบริษัทในเครือทั้งหมดให้เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวโดยไม่จำเป็น<br />
• ตั้งแต่เดือนกันยายน 2019 ถุงช้อปปิ้งพลาสติกได้ถูกเปลี่ยนเป็นถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในเดือนกันยายน 2020 ยูนิโคล่ และ GU เริ่มคิดค่าใช้จ่ายสำหรับถุงกระดาษที่ร้านในญี่ปุ่น โดยลูกค้ากว่า 70% ปฏิเสธไม่รับถุงช้อปปิ้ง<br />
• ตั้งแต่ปี 2019 GU ริเริ่มโครงการในการเก็บราวแขนเสื้อผ้าจากร้านและนำกลับไปให้โรงงานเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่<br />
• ตั้งแต่ปี 2020 บริษัทเริ่มใช้วัสดุชนิดเดียวสำหรับบรรจุภัณฑ์ในการขนส่งสินค้า เพื่อให้ง่ายต่อการรีไซเคิลต่อไป<br />
• จาก 2021 สำหรับการรีไซเคิล บรรจุภัณฑ์ บริษัทยังเปิดตัวพื้นที่เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ (proof-of-concept) สำหรับการแยก เก็บ และดำเนินการรีไซเคิลในร้านยูนิโคล่ และ GU บางแห่ง<br />
* บรรจุภัณฑ์ กล่องสำหรับการขนส่ง ถุงพลาสติก ไม้แขวนเสื้อ ฯลฯ</p>
<p><strong>โครงการริเริ่ม: ผลิตเสื้อผ้าที่ดีต่อผู้คนและสังคม</strong><br />
ในการผลิตเสื้อผ้าที่ดีที่ลูกค้าจะรักและสวมใส่ได้ในระยะยาวด้วยความไว้วางใจ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ต้องการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่สามารถปกป้องสุขภาพ ความปลอดภัย และสิทธิมนุษยชนของทุกๆ คน รวมถึง พนักงานของบริษัทและผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมด ด้วยเป้าหมายที่ต้องการจะสร้างสังคมที่ดียิ่งขึ้นร่วมกับลูกค้า ฟาสต์ รีเทลลิ่งยังดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10389 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/UQ-4.jpg" alt="" width="605" height="303" /></p>
<p><strong>เพื่อสร้างความโปร่งใสและการติดตามกลับในกระบวนการผลิต</strong><br />
เสริมความโปร่งใสและการตรวจสอบวัตถุดิบ ประเมินและแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อมในการทำงาน และสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต<br />
• ตั้งแต่ปี 2017 ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ตีพิมพ์รายชื่อโรงงานคู่ค้าสำคัญในการผลิต และตั้งแต่ปี 2018 รายชื่อดังกล่าวได้รวมถึงโรงงานทอผ้า นอกจากนี้ ภายในเดือนมีนาคม 2022 บริษัทวางแผนที่จะตีพิมพ์รายชื่อโรงงานคู่ค้าทั้งหมดของบริษัท<br />
• นอกจากการตรวจสอบที่โรงงานผลิตและโรงงานทอผ้า บริษัทยังมุ่งสร้างการติดตามได้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การทอผ้าและวัตถุดิบ ผ่านการเยี่ยมชม ตรวจสอบโดยองค์กรในฐานะบุคคลที่สาม และการรับรองมาตรฐานจากบุคคลที่สาม โดยบริษัทได้ประเมินและแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมในการทำงานต่างๆ ตั้งแต่เริ่มมีปัญหา<br />
• ในเดือนกรกฎาคม 2021 บริษัทได้สร้างทีมระดับโลก ซึ่งประกอบด้วยพนักงาน 100 คน ในการเริ่มดำเนินการต่างๆ นับตั้งแต่การเฟ้นหาวัสดุ บริษัทดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงต่างๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น</p>
<p><strong>การจัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ</strong><br />
ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ส่งเสริมการจัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ จึงจัดทำนโยบายการจัดซื้อสำหรับวัสดุที่ทำจากพืชและสัตว์ต่างๆ</p>
<p>ส่งเสริมโครงการด้านสังคมทั่วโลก<br />
ดำเนินงานด้านความปลอดภัยและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคม ผ่านการขยายกิจกรรมด้านสังคมระดับโลกผ่านการประกอบธุรกิจเสื้อผ้า<br />
• บริษัทร่วมมือกับ Fast Retailing Foundation และ Yanai Tadashi Foundation ในการขยายกิจกรรมเพื่อสังคมระดับโลก ผ่านธุรกิจเสื้อผ้า<br />
• ภายในปี 2025 ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จะสนับสนุนงบประมาณด้านกิจกรรมเพื่อสังคมเพิ่มกว่า 10 พันล้านเยน โดยจะดำเนินงานผ่านกิจกรรมระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนผู้คนกว่า 10 ล้านคน รวมถึงผู้ลี้ภัยและกลุ่มที่มีความเปราะบาง บริษัทยังต้องการบริจาคเสื้อผ้าเป็นจำนวน 10 ล้านชิ้นต่อปี ภายในปี 2025</p>
<p><strong>เร่งดำเนินการด้านความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่าง</strong><br />
เคารพความแตกต่างและหลากหลายของพนักงาน สร้างที่ทำงานที่พนักงานสามารถใช้ความสามารถได้อย่างเต็มที่ และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ<br />
• เพิ่มให้มีผู้บริหารผู้หญิงสูงถึง 50% ของจำนวนผู้บริหารทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2030<br />
• เน้นการสร้างความสามารถให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อบ่มเพาะผู้นำและผู้บริหารรุ่นใหม่<br />
• นอกจากการจ้างงานคนพิการด้านต่างๆ แล้ว ยังออกแบบร้านค้าให้เหมาะสมกับความหลากหลายและขยายผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ส่งเสริมความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม<br />
• เสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อกลุ่ม LGBTQ+ ในหมู่พนักงานและลูกค้า</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/12/fast-retailing-life-wear-sustainability/">ฟาส์ต รีเทลลิ่ง ผุดแนวคิด LifeWear เสื้อผ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม-คน-สังคม สู่ความยั่งยืนพันธุ์แท้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
