<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Mae Fah Luang Fonudation &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/mae-fah-luang-fonudation/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jan 2026 10:55:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.6</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Mae Fah Luang Fonudation &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเวที Nature Lunch at Davos 2026 สะท้อนบทบาทธรรมชาติเป็นฐานเศรษฐกิจยั่งยืนบนเวทีโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/mflf-join-nature-lunch-at-davos-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 10:55:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Fonudation]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Lunch at Davos 2026]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39683</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้รับเกียรติเข้าร่วมงาน เนเชอร์ลันช์ แอท ดาวอส 2026: แวร์ เนเชอร์ มีตส์ ลีดเดอร์ชิป (Nature Lunch at Davos 2026: Where Nature Meets Leadership) ณ โรงแรมชัทซัลพ์ (Hotel Schatzalp) เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำทางความคิดจากหลากหลายภาคส่วนที่จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุม เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม (World Economic Forum: WEF) แอนนวลมีตติง 2026 (Annual Meeting 2026) การประชุมระดับโลกที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคมจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมกำหนดทิศทางนโยบายและเศรษฐกิจโลกในประเด็นที่ส่งผลต่ออนาคตของโลก ทั้งนี้ เนเชอร์ลันช์ (Nature Lunch) ที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้เข้าร่วมประชุมเป็นเวทีระดับสูงในวงจำกัดที่รวบรวมผู้มีบทบาทตัดสินใจจากภาคธุรกิจ การเงิน นักลงทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/mflf-join-nature-lunch-at-davos-2026/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเวที Nature Lunch at Davos 2026 สะท้อนบทบาทธรรมชาติเป็นฐานเศรษฐกิจยั่งยืนบนเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> โดย <strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> ได้รับเกียรติเข้าร่วมงาน เนเชอร์ลันช์ แอท ดาวอส 2026: แวร์ เนเชอร์ มีตส์ ลีดเดอร์ชิป (Nature Lunch at Davos 2026: Where Nature Meets Leadership) ณ โรงแรมชัทซัลพ์ (Hotel Schatzalp) เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์</p>
<p><span id="more-39683"></span></p>
<p>ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำทางความคิดจากหลากหลายภาคส่วนที่จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุม เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม (World Economic Forum: WEF) แอนนวลมีตติง 2026 (Annual Meeting 2026) การประชุมระดับโลกที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคมจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมกำหนดทิศทางนโยบายและเศรษฐกิจโลกในประเด็นที่ส่งผลต่ออนาคตของโลก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39686 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/MFL3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ เนเชอร์ลันช์ (Nature Lunch) ที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้เข้าร่วมประชุมเป็นเวทีระดับสูงในวงจำกัดที่รวบรวมผู้มีบทบาทตัดสินใจจากภาคธุรกิจ การเงิน นักลงทุน นักวิทยาศาสตร์ และภาคสังคม เพื่อเร่งการขับเคลื่อนธุรกิจ การเงิน และนโยบายที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ (เนเชอร์โพซิทีฟ หรือ nature positive) ในปี 2569 งานดังกล่าวจัดร่วมโดย ยูโรเปียนไบโอดิเวอร์ซิตีโคอะลิชัน (European Biodiversity Coalition), อินโนเวตฟอร์เนเชอร์ (Innovate 4 Nature), ไบโอดิเวอร์ซิตีบริดจ์ (Biodiversity Bridge) และ เนเชอร์เวลท์ฟาวน์เดชัน (Nature Wealth Foundation) ซึ่งเป็นเครือข่ายและองค์กรระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความหลากหลายทางชีวภาพกับนโยบาย การเงิน และนวัตกรรม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 120 คน จากองค์กรชั้นนำ อาทิ ดอยช์แบงก์ (Deutsche Bank), เคพีเอ็มจี (KPMG), พีดับเบิลยูซี (PwC), สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standard Chartered), อิเกีย (IKEA), โฮลซิม (Holcim), กูดคาร์บอน (Good Carbon) และ แอ็กต์ฟอร์เนเชอร์ (Act for Nature) เป็นต้น เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์และสร้างความร่วมมือเชิงปฏิบัติ ภายใต้บริบทที่ร้อยละ 55 ของจีดีพีโลก (Global GDP) พึ่งพาธรรมชาติ ขณะที่ระบบนิเวศกำลังเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p>นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “เดอะ เนเชอร์ อิมเพอเรทีฟ – วอต บิซิเนส มัสต์ ดู นาว” (“The Nature Imperative – What Business Must Do Now”) โดย โยฮัน ร็อกสตรอม (Johan Rockström) นักวิทยาศาสตร์ผู้ริเริ่มแนวคิด แพลเนแทรีบาวน์ดารีส์ (Planetary Boundaries) เกี่ยวกับขีดจำกัดของระบบโลกที่มนุษย์ไม่ควรก้าวล้ำ การมอบรางวัล อินโนเวตฟอร์เนเชอร์อวอร์ด (Innovate 4 Nature Award) และกิจกรรมสร้างเครือข่าย เพื่อผลักดันแนวทาง เนเชอร์โพซิทีฟโซลูชันส์ (nature positive solutions) สู่การดำเนินการจริง ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างงานได้ถึง 395 ล้านตำแหน่ง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 พร้อมยกระดับบทบาทของธรรมชาติจาก “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” สู่ “ทุนสำคัญของเศรษฐกิจโลก”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39685 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/MFL2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในโอกาสนี้ <strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานของ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ซึ่งเป็นตัวอย่างการพัฒนาที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (เนเชอร์เบสด์ดีเวลอปเมนต์ หรือ nature based development) ในพื้นที่จริงอย่างต่อเนื่องร่วม 4 ทศวรรษ ตั้งแต่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่ได้มุ่งเน้นการพัฒนาคนควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศ การพัฒนาฐานข้อมูลพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการพัฒนาโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตจากป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ขยายผลจากพื้นที่ดอยตุงสู่ 12 จังหวัดทั่วประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกว่า 160,000 คน แนวทางดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานในฐานะกรณีศึกษาที่สามารถเชื่อมโยงการอนุรักษ์ธรรมชาติกับเศรษฐกิจและการพัฒนาชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงจาก พรินเซส ดร. ออกุสเต แห่งบาวาเรีย (Princess Dr. Auguste of Bavaria) นักสัตววิทยา (zoologist) และนักวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรม (behavioral scientist) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระดับนานาชาติ</p>
<p>การเข้าร่วม เนเชอร์ลันช์ แอท ดาวอส 2026 (Nature Lunch at Davos 2026) ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในฐานะองค์กรจากภูมิภาคเอเชียที่สามารถนำบทเรียนการพัฒนาพื้นที่จริงไปเชื่อมโยงกับเวทีนโยบายและเศรษฐกิจโลก พร้อมตอกย้ำความสำคัญของเวที เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม (World Economic Forum) ในการทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมโยงผู้นำจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่เคารพขีดจำกัดของธรรมชาติและมุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/mflf-join-nature-lunch-at-davos-2026/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเวที Nature Lunch at Davos 2026 สะท้อนบทบาทธรรมชาติเป็นฐานเศรษฐกิจยั่งยืนบนเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TCP Spirit เปิดห้องเรียนธรรมชาติ &#8216;อาสา อา Guard&#8217; พาเยาวชนเรียนรู้​ &#8216;คาร์บอนเครดิตในป่าชุมชน&#8217; กลไกช่วยดูดซับ​คาร์บอน พร้อมเติมความหลากหลายให้ธรรมชาติ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/tcp-spirit-arsar-ar-guard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Nov 2025 12:12:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Offset]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Community Forest]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Fonudation]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[TCP]]></category>
		<category><![CDATA[TCP Spirit]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เพชร มโนปวิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ทีซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมขน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[รอยเท้าคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[สุดารัตน์ โรจน์พงศ์เกษม]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาสา อา Guard]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38213</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิด &#8216;ห้องเรียนธรรมชาติ&#8217; ​อีกครั้ง สำหรับ  &#8216;TCP Spirit&#8217; โครงการอาสาภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP เพื่อร่วมปลุกพลังคนรุ่นใหม่ สร้างเครือข่ายร่วมดูแลอากาศและสิ่งแวดล้อม ​โดยปีนี้ได้จัดกิจกรรม &#8216;ค่ายอาสา TCP Spirit อาสา อา Guard&#8217; แคมป์ปิ้งฮิมดอยเชียงดาว เรียนเรื่องราวป่าชุมชน ณ ตำบลเมืองแหง อำเภอเมืองแหง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าใจ​ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรียนรู้เรื่องการตรวจวัดคาร์บอนเครดิตจากป่าและการดูแลป่าของชุมชน เจาะลึกบริบทการทำการเกษตรของชุมชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการจัดการปัญหา ร่วมกันสร้าง Guard ในการปกป้องโลกใบนี้ไปด้วยกัน สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มธุรกิจ TCP ในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 5 ภารกิจ  ​เรียนรู้ การดูแลป่าชุมชน  กิจกรรมในปีนี้ ได้พาไปสำรวจ &#8216;ป่าชุมชน&#8217; 2 พื้นที่ ใน จ.เชียงใหม่ ได้แก่​ ป่าชุมชนบ้านป่าไผ่​  อ. เวียงแหง และ ชุมชนบ้านผาลาย​ อ. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/tcp-spirit-arsar-ar-guard/">TCP Spirit เปิดห้องเรียนธรรมชาติ &#8216;อาสา อา Guard&#8217; พาเยาวชนเรียนรู้​ &#8216;คาร์บอนเครดิตในป่าชุมชน&#8217; กลไกช่วยดูดซับ​คาร์บอน พร้อมเติมความหลากหลายให้ธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิด <strong>&#8216;ห้องเรียนธรรมชาติ&#8217;</strong> ​อีกครั้ง สำหรับ  <strong>&#8216;TCP Spirit&#8217;</strong> โครงการอาสาภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP เพื่อร่วมปลุกพลังคนรุ่นใหม่ สร้างเครือข่ายร่วมดูแลอากาศและสิ่งแวดล้อม ​โดยปีนี้ได้จัดกิจกรรม<strong> &#8216;ค่ายอาสา TCP Spirit อาสา อา Guard&#8217; แคมป์ปิ้งฮิมดอยเชียงดาว เรียนเรื่องราวป่าชุมชน </strong>ณ ตำบลเมืองแหง อำเภอเมืองแหง จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p><span id="more-38213"></span></p>
<p>เพื่อเข้าใจ​ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรียนรู้เรื่องการตรวจวัดคาร์บอนเครดิตจากป่าและการดูแลป่าของชุมชน เจาะลึกบริบทการทำการเกษตรของชุมชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการจัดการปัญหา ร่วมกันสร้าง Guard ในการปกป้องโลกใบนี้ไปด้วยกัน สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มธุรกิจ TCP ในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Ambience_005.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>5 ภารกิจ  ​เรียนรู้ การดูแลป่าชุมชน </strong></p>
<p>กิจกรรมในปีนี้ ได้พาไปสำรวจ &#8216;ป่าชุมชน&#8217; 2 พื้นที่ ใน จ.เชียงใหม่ ได้แก่​ <strong>ป่าชุมชนบ้านป่าไผ่​</strong>  อ. เวียงแหง และ <strong>ชุมชนบ้านผาลาย</strong>​ อ. เชียงดาว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มธุรกิจ TCP เข้าไปดูแลร่วมกับ<strong> มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> องค์กรที่เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูป่าและชุมชน รวมถึงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่คน ชุมชน และธรรมชาติเติบโตไปด้วยกัน</p>
<p>พื้นที่เหล่านี้ กลุ่มเยาวชนอาสาทุกคนจะได้เข้าใจถึงปัญหาสภาพอากาศรอบตัว ทั้งฝุ่น PM2.5 ​ปัญหาน้ำท่วม–น้ำแล้งที่รุนแรงขึ้น และแนวทางการฟื้นฟูผ่านแนวคิด <strong>Nature-based Solutions</strong> ที่ใช้พลังของธรรมชาติมาช่วยเยียวยาโลก ตามแนวคิด &#8216;อาสา อา Guard&#8217; เพื่อแสดงถึงความร่วมมือของเหล่า &#8216;อาสา&#8217; เพื่อการดูแล​ &#8216;อากาศ&#8217; หรือการเป็น Guard​ ​ในฐานะผู้พิทักษ์อากาศ ที่พร้อมร่วมมือกันปกป้องโลกให้ปลอดภัยและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38215 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Group-Shot_002.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เหล่าอาสาจะได้เรียนรู้เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญและปราชญ์ชาวบ้าน อาทิ <strong>ดร. เพชร มโนปวิตร </strong>นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ และนักอนุรักษ์แนวหน้าของประเทศไทย และ<strong> คุณสุดารัตน์ โรจน์พงศ์เกษม</strong> ผู้อำนวยการฝ่าย Nature-based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ​​ผ่านห้องเรียนธรรมชาติและการลงปฏิบัติจริงในพื้นที่ ผ่าน 5 ภารกิจหลัก ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; ภารกิจวิกฤตโลกรวน </strong><strong>101</strong> เรียนรู้ปัญหาสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผลกระทบต่อชีวิตและโลก พร้อมหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์</p>
<p><strong>&#8211; ภารกิจพลังธรรมชาติ</strong> การทำความเข้าใจถึงแนวทางแก้ปัญหาที่อิงธรรมชาติ เช่น การฟื้นฟูป่า การจัดการน้ำ และการใช้ระบบนิเวศลดภัยพิบัติ พร้อมสัมผัสพลังของธรรมชาติ</p>
<p><strong>&#8211; ภารกิจ </strong><strong>Climate Triforces </strong>การเรียนรู้ 3 กลไกรับมือวิกฤตและลงมือปฏิบัติจริง อาทิ การวางแปลงตัวอย่าง (Carbon Credit)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38224 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Activities_016.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ภารกิจอาสาป้องกันไฟ</strong> การลงพื้นที่ร่วมกับชุมชนเพื่อจัดการพื้นที่เสี่ยงไฟป่า ทั้งการกำจัดวัชพืช และการสร้างแนวกันไฟ</p>
<p><strong>&#8211; ภารกิจนักสืบคาร์บอนในดิน</strong> การสำรวจผลกระทบทรัพยากรและการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเกษตร ร่วมกับการแลกเปลี่ยนความรู้กับชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่อง &#8216;รอยเท้าคาร์บอน&#8217; (Carbon Footprint) และวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตโลกเดือด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38217 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Activities_022.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจ TCP ผนึกแม่ฟ้าหลวงฯ ลดคาร์บอนด้วย Nature-based </strong></p>
<p><strong>คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า กิจกรรม TCP Spirit ‘อาสา อา Guard’ ครั้งนี้ ไม่ใช่​เพียงค่ายเรียนรู้ธรรมชาติ แต่เป็​นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจสิ่งแวดล้อม เรียนรู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการลงมือคิด ลงมือทำจริง และส่งต่อแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมดูแลโลกไปด้วยกัน เพราะเชื่อว่า <strong>‘พลังของคนรุ่นใหม่’</strong> คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้สังคมเติบโตอย่างสมดุล และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้ทุกคนได้จริง สอดคล้องเป้าหมายของกลุ่มธุรกิจ TCP ในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2จถจ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/คุณสราวุฒิ-อยู่วิทยา_002.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การบริหารจัดการป่าชุมชน ทำให้​ได้มาซึ่งคาร์บอนเครดิต เป็นหนึ่งในโซลูชั่นลดก๊าซเรือนกระจก​ของกลุ่ม TCP ในฟากของการชดเชย (Offset) ปริมาณคาร์บอน​​ ควบคู่ไปกับการลดปริมาณคาร์บอนจากการดำเนินธุรกิจ (Carbon Reduction) ซึ่ง TCP จะขับเคลื่อนทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี การยกระดับประสิทธิภาพในการผลิต การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการพลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมทั้งการขับเคลื่อนผ่าน Nature-based Solutions ด้วยการส่งเสริมการดูแลป่าชุมชนจำนวน 6,000 ไร่ ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ภายใต้งบประมาณเบื้องต้นในช่วง 3 ปีแรก จำนวน 17 ล้านบาท ​ซึ่งนอกจากจะได้รับคาร์บอนเครดิตจากโครงการแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกในการช่วยกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน พร้อมทั้งการส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างความแข็งแรงให้ชุมชนในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่งด้วย&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38219 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Activities_031.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>คุณสุดารัตน์ โรจน์พงศ์เกษม</strong> ผู้อำนวยการฝ่าย Nature-based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ​โครงการป่าชุมชนของแม่ฟ้าหลวงฯ จะเปิดโอกาสให้ชุมชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลบริหารจัดการป่าชมุชน ผ่านการจัดต้ัง 2 กองทุนหลักในชุมชน ​ทั้งเพื่อการดูแลรักษาป่าชุนชน และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและอาชีพของคนในชุมชน โดยจะพิจารณาจากแผนของทั้งสองกองทุนเพื่อพิจารณาอนุมัติงบให้ทางชุมชนนำไปบริหารจัดการ จึงทำให้ทิศทางในการขับเคลื่อนจะมีความสอดคล้องกับบริบทและความต้องการที่เกิดจากคนในชุมชนอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38220 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/คุณสุดารัตน์-โรจน์พงศ์เกษม-_002.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;โครงการนี้จึงถือว่าเป็น Win Win WIn Solutions ทั้งภาคเอกชนที่ได้คาร์บอนเครดิตเพื่อนำไปชดเชยในธุรกิจ ภาคชุมชนที่ได้รับทุนในการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่และความเป็นอยู่ รวมทั้งยังช่วยลดงบประมาณภาครัฐในการพัฒนาท้องถิ่น โดย​ปริมาณคาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการเบื้องต้นได้กำหนดไว้อย่างน้อย 0.3 ตันต่อไร่ แต่หากสามารถบริหารจัดการป่าชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจสามารถส่งมอบให้ทางภาคเอกชนได้มากกว่าที่กำหนดไว้ ขณะที่การส่งเสริมอาชีพในชุมชน จะสอดคล้องไปกับทักษะ หรือทรัพยากรธรรมชาติภายในพื้นที่ เพื่อสามารถนำมาต่อยอดให้เกิดประโยขน์ได้สูงสุด&#8221;​</em></p>
<p>ทั้งนี้ <em><strong>กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ขยับเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนสู่ Net Zero ​ได้เร็วขึ้น ภายในปี 2050​ จากเดิมตั้งเป้าหมายไว้ที่การเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) พร้อม​ตั้งเป้า​ลดก๊าซเรือนกระจกทั้ง 3 สโคป ให้ได้ 26% ภายในปี 2030</strong> </em>จากปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในปีฐาน​ 2022 โดยการลดในสโคป 1 และ 2 ผ่านการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ทั้งการใช้รถขนส่ง HEV/EV 26% ,เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน (Renewable) 68%, เพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน 30% พร้อมพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย โดย​จะทยอยเพิ่มสัดส่วนรถ EV และไฮโดรเจน รวมทั้งการใช้พลังงานหมุนเวียนในธุรกิจให้ได้ทั้ง 100% ภายในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38221 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Activities_012.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ส่วนการลดในสโคป 3 ​จะเน้น​การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ทั้งการพัฒนาให้สามารถรีไซเคิลได้ทั้ง 100% การลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลาสติก PCR  รวมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของพันธมิตร โดยเฉพาะในพันธมิตรรายหลัก​ราว 50% ภายในปี 2033 และสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านได้ทั้งหมด เพื่อช่วยให้พันธมิตรบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือบรรลุ Net Zero ร่วมกันได้ภายในปี 2050</p>
<p><em>&#8220;<strong>คาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนจะเป็นหนึ่งกลไกในการช่วยชดเชยได้ราว 10%  ขณะที่ทางกลุ่ม TCP ยังมองหาการพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องเพื่อสามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต รวมทั้งการส่งเสริมความยั่งยืนในมิติอื่นๆ เพิ่มเติม</strong> ทั้งการดูแลรักษาแหล่งน้ำ และการส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาสภาพอากาศ และขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ รวมทั้งการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจเพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายเพื่อสานต่อ​แนวคิด <strong>&#8216;การเติบโตอย่างยั่งยืน&#8217; </strong>ผ่าน​พลังของคนรุ่นใหม่ จากการเรียนรู้และลงมือทำ เพื่อสร้างให้เกิดเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ​โดยมี<strong>พลังของอาสา ​TCP Spirit​ เป็นหนึ่งการตอกย้ำเป้าหมายของกลุ่มธุรกิจ TCP ในการ &#8216;ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า&#8217; ให้เกิดขึ้นจริง ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม</strong>&#8220;</em> คุณสราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38222 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Activities_001.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/tcp-spirit-arsar-ar-guard/">TCP Spirit เปิดห้องเรียนธรรมชาติ &#8216;อาสา อา Guard&#8217; พาเยาวชนเรียนรู้​ &#8216;คาร์บอนเครดิตในป่าชุมชน&#8217; กลไกช่วยดูดซับ​คาร์บอน พร้อมเติมความหลากหลายให้ธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แม่ฟ้าหลวงฯ ปลื้มคาร์บอนเครดิต โครงการป่าชุมชนเฟสแรกทะลุเป้า 4 เท่า ได้รับรองแล้วกว่า 4.3 หมื่นตัน CO2e จาก 12 ชุมชน พร้อมส่งมอบภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/mflf-certify-carbon-credit-from-community-forests-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 10:53:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[biodiversity credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Community Forest]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Fonudation]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF Sustainability Forum]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[nature credit]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36656</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากริเริ่ม​ขับเคลื่อน &#8216;โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&#8216; หรือการสร้างคาร์บอนเครดิตจาก &#8216;ป่าชุมชน&#8216; มาตั้งแต่ ปี 2564  วันนี้ &#8216;มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมรราชูปถัมภ์&#8217; สามารถส่งมอบคาร์บอนเครดิตจากการดำเนินงานในเฟสแรก ​​ให้ภาคีภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนได้เรียบร้อยแล้ว สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ป่าชุมชน ได้ต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์มาจากการทำงานในโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะแนวคิดหลักของ​การพัฒนาตามตำราแม่ฟ้าหลวง คือ &#8216;ปลูกป่า ปลูกคน&#8217;  เพื่อ​สร้าง​ประโยชน์ต่อทุกฝ่ายทั้งการดูแลธรรมชาติ การส่งเสริมรายได้ให้คนในชุมชน รวมทั้งภาคเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนโครงการ ซึ่งตลอดการขับเคลื่อนที่ผ่านมานี้ ​โครงการสามารถเข้าไปฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าชุมชนได้แล้วกว่า 2.5 แสนไร่ ​​​ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ  เปิดเผยในเวที MFLF Sustainability Forum 2025 โดยกล่าวว่า &#8216;โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&#8217; ได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตในเฟสแรกจาก 12 ชุมชน รวมทั้งสิ้น 43,123 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) หรือเทียบได้กับจำนวนตึกสูง 11 ชั้น ที่ปลูกเต็มพื้นที่ของสวนเบญจกิตติ และมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ถึง 4 เท่า พร้อม​นำส่งมอบให้ภาคเอกชนที่สนับสนุนโครงการในเฟสแรกแล้ว ซึ่งถือเป็นการส่งมอบคาร์บอนเครดิตจากโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ที่มีจำนวนสูงสุดของประเทศ  สำหรับองค์กรที่ได้รับมอบคาร์บอนเครดิตในเฟสแรกนี้ มีจำนวนรวมทั้งสิ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/mflf-certify-carbon-credit-from-community-forests-project/">แม่ฟ้าหลวงฯ ปลื้มคาร์บอนเครดิต โครงการป่าชุมชนเฟสแรกทะลุเป้า 4 เท่า ได้รับรองแล้วกว่า 4.3 หมื่นตัน CO2e จาก 12 ชุมชน พร้อมส่งมอบภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากริเริ่ม​ขับเคลื่อน <strong>&#8216;โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong>&#8216; หรือการสร้างคาร์บอนเครดิตจาก <strong>&#8216;ป่าชุมชน</strong>&#8216; มาตั้งแต่ ปี 2564  วันนี้<strong> &#8216;มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมรราชูปถัมภ์&#8217;</strong> สามารถส่งมอบคาร์บอนเครดิตจากการดำเนินงานในเฟสแรก ​​ให้ภาคีภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนได้เรียบร้อยแล้ว</p>
<p><span id="more-36656"></span></p>
<p>สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ป่าชุมชน ได้ต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์มาจากการทำงานในโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะแนวคิดหลักของ​การพัฒนาตามตำราแม่ฟ้าหลวง คือ <strong>&#8216;ปลูกป่า ปลูกคน&#8217; </strong> เพื่อ​สร้าง​ประโยชน์ต่อทุกฝ่ายทั้งการดูแลธรรมชาติ การส่งเสริมรายได้ให้คนในชุมชน รวมทั้งภาคเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนโครงการ ซึ่งตลอดการขับเคลื่อนที่ผ่านมานี้ ​โครงการสามารถเข้าไปฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าชุมชนได้แล้วกว่า 2.5 แสนไร่ ​​​</p>
<p><strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา</strong><strong> </strong><strong>ดิศกุล</strong> เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ  เปิดเผยในเวที <strong>MFLF Sustainability Forum 2025 </strong>โดยกล่าวว่า <strong>&#8216;โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&#8217;</strong><strong> ไ</strong><strong>ด้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตในเฟสแรกจาก 12 ชุมชน รวมทั้งสิ้น 43,123 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) หรือเทียบได้กับจำนวนตึกสูง 11 ชั้น ที่ปลูกเต็มพื้นที่ของสวนเบญจกิตติ และมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ถึง 4 เท่า พร้อม​นำส่งมอบให้ภาคเอกชนที่สนับสนุนโครงการในเฟสแรกแล้ว ซึ่งถือเป็นการส่งมอบคาร์บอนเครดิตจากโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ที่มีจำนวนสูงสุดของประเทศ </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36658 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Carbon-Credit-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับองค์กรที่ได้รับมอบคาร์บอนเครดิตในเฟสแรกนี้ มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ประกอบด้วย ​ 1.บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 2. สำ​นักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 3.  ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 4.  บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน) 6. บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และ  7. PwC ประเทศไทย</p>
<p>ความสำเร็จดังกล่าว มาจากการทำงานอย่างหนักและความร่วมมือของชุมชนในพื้นที่ เพื่อมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่า ​ทำให้สามารถดูแลป่าได้อย่างมีคุณภาพและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคาร์บอนเครดิตได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการบริหารจัดการเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการสามารถสร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างเท่าเทียมกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน รวมทั้งการคัดเลือกชุมชนและพื้นที่ป่าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำงานร่วมกับชุมชนที่เข้มแข็งและมีศักยภาพ ผ่านการเลือกชุมชนที่มีความเสี่ยงต่ำ และพื้นที่ป่าที่มีศักยภาพในการเติบโตได้สูงที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36646 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/14.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับภาพรวมการดำเนินงานในปีนี้  มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ​ปิดโครงการด้วยพื้นที่ 33,000 ไร่ ​จากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้หลายบริษัทลดปริมาณการสนับสนุนการดูแลพื้นที่ป่าลง แต่ในอนาคตคาดว่าจะมีความต้องการโครงการลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าปีหน้า​จะสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าผ่านโครงการได้ 120,000 ไร่ ขณะที่คาร์บอนเครดิตที่สร้างได้จะอยู่ที่ราว 0.5 ตัน CO2e ต่อไร่ ซึ่งได้การันตีขึ้นต่ำที่ 0.3 ตัน CO2e ต่อไร่ต่อปี แต่หากดูแลป่าได้ดีทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับได้ดีขึ้น ซึ่งปีที่ผ่านมา ตัวเลขจริงอยู่ที่ 1,8 ตัน CO2e ต่อไร่ต่อปี ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ไว้ถึง 4 เท่า ขณะที่การสนับสนุนของภาคเอกชน งบประมาณหลักราว 55% จะถูกส่งตรงไปให้กับชุมชน​ ส่วนที่เหลือจะ​เป็นงบประมาณสำหรับการขึ้นทะเบียนและบริหารจัดการ​</p>
<p><em>&#8220;แม้โครงการจะสามารถส่งมอบคาร์บอนเครดิตได้ตามเป้าหมาย แต่เพื่อให้โครงการสามารถสร้างการพัฒนา​ที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องมองการขับเคลื่อนที่มากกว่าแค่การสร้างคาร์บอนเครดิต แต่เป็นการฟื้นฟูธรรมชาติและดูแลความหลากลายทางชีวภาพได้แบบองค์รวม หรือมองข้ามจากแค่เรื่อง Carbon Credit ไปสู่ Biodiversity Credit หรือ Nature Credit ด้วย  เพราะเรื่องคาร์บอนเครดิต​เป็นหน่วยวัดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ธรรมชาติ หรือ Biodiversity ทั้งสัตว์ แมลง หรือพันธุ์พืชต่างๆ จะสามารถสร้างผลกระทบไปสู่อนาคตได้ด้วย&#8221;​</em></p>
<p>​ทั้งนี้ การพัฒนาโมเดลเพื่อความยั่งยืน ในโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติต่างๆ จำเป็นต้องมองให้กว้างและครอบคลุมโดยเฉพาะการคำนวณต้นทุนในการดำเนินการ ที่มีมากกว่าแค่ต้นทุนในการปลูกหรือดูแลป่า แต่ต้องมองรวมไปถึงต้นทุนที่จะทำให้คนที่อาศับอยู่ในพื้นที่ป่า สามารถอยู่รอดได้ด้วย ซึ่งพบว่า พื้นที่ป่าประเทศไทยในทุกๆ 1.5 ไร่ จะมี​ประชากร 1 คน ที่อาศัยอยู่ หรือใช้ชีวิตโดยพึ่งพาพื้นที่ป่า ดังนั้น การจะพัฒนาโมเดลในการอนุรักษ์หรือฟื้นฟูให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืน จำเป็นต้องคำนวณปัจจัยเหล่านี้ลงไปในสมการด้วย</p>
<p><strong>เสนอ 7 ทางออก ประเทศไทย</strong></p>
<p><strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา</strong> ยังได้สรุป 7 ประเด็น เพื่อการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับเป็นทางออกให้ประเทศไทย ประกอบด้วย</p>
<p>1.  วิธีคิดในการทำธุรกิจแบบเดิมๆ เหมือนที่ผ่านมา BAU (Business As Usual) ไม่เพียงพออีกต่อไป ​ต้องลงลึกในการทำงานที่มากกว่าเดิม และไม่มองเพียงแค่มิติของสิ่งแวดล้อม แต่ต้องมองให้ครอบคลุมถึงความผาสุกโดยรวม หรือ Total Well Being  ซึ่งรวมถึงธรรมชาติอยู่ในสมการนี้ด้วย</p>
<p>2. เตรียมความพร้อมสำหรับการคว้าโอกาสจากปัญหาและความท้าทายรอบด้านต่างๆ และลุกขึ้นมาลงทุนด้าน Nature Credit เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ซัพพลาย หรือกลไกต่างๆ ยังไม่สามารถรองรับการเติบโตของดีมานด์ได้อย่างเพียงพอ</p>
<p>3. โฟกัสในผลลัพธ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เช่นเดียวกับโครงการป่าชุมชนที่ประสบความสำเร็จในเฟสแรกแล้ว ขณะที่เฟสต่อๆ ไป จะเริ่มจับต้องได้มากขึ้นในปีต่อไป และเป็นความสำเร็จที่เกิดจากการปรับตัวเพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น</p>
<p>4. ปรับโฟกัสในการวางเป้าหมายระยะยาวใหม่ โดยต้องมองแบบข้ามรุ่น ข้ามเจนเนอเรชั่น มากกว่าแค่การวางแผนแบบ 10 -15 ปี แบบที่ผ่านมา เพราะปัญหาทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ผลกระทบไม่ได้เกิดในรุ่นเรา แต่เป็นรุ่นต่อจากเรา ในอีก 30-50 ปี จึงต้องมีแผนรองรับที่ครอบคลุม โดยเฉพาะการปรับสมดุล 3P ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันความเสี่ยงแบบ Slow on Set หรือผลกระทบที่ค่อยๆ เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่น ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ อุณหภูมิที่สูงขึ้น และกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน หรือสุขภาพ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36659 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>5. การกำหนดกฏเกณฑ์ กติกาใหม่ ที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม และพิจารณาถึงผลกระทบในการกำหนดใช้กฏเกณฑ์ต่างๆ อย่างรอบคอบ และถี่ถ้วน เช่น การไปกระทบต่อสิทธิ์ในพื้นที่ทำกินของประชาชน รวมทั้งป้องกันการเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจไปครอบงำการพัฒนาและผลประโยชน์ที่ควรจะเป็นของชุมชน</p>
<p>6. การเพิ่มศักยภาพในภาคการเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตได้สูง และสามารถเข้าไปบริหารจัดการได้ตลอดทั้ง Supply Chain หากสามารถปลดล็อกเพื่อเพิ่มศักยภาพทั้งเรื่องต้นทุน การใช้ทรัพยากรดิน น้ำ และมีการวิจัยอย่างจริงจัง เพื่อผลิตและแปรรูปสินค้าให้ตรงกับความต้องการของโลก เชื่อว่าจะเป็นโอกาสเติบโตของประเทศ รวมทั้งสามารถกระจายรายได้ลงมาสู่ชุมชนที่เป็นต้นน้ำได้ด้วย</p>
<p>7. การทบทวนกฏเกณฑ์ บทบาท ความร่วมมือ และหาโมเดลและโซลูชั่นในการขับเคลื่อนใหม่ๆ เพราะไม่สามารถใช้วิธีเดิมๆ ในการแก้ปัญหาได้ โดยส่ิงที่ทุกคนต้องคำนึงถึงคือ Cost of Action และ Cost of Inaction หรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อการเลือกที่จะทำ หรือเลือกที่จะไม่ทำสิ่งใดๆ ซึ่งต้องประเมินถึง​อิมแพ็คหรือผลกระทบที่จะตามมาอย่างรอบด้าน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/mflf-certify-carbon-credit-from-community-forests-project/">แม่ฟ้าหลวงฯ ปลื้มคาร์บอนเครดิต โครงการป่าชุมชนเฟสแรกทะลุเป้า 4 เท่า ได้รับรองแล้วกว่า 4.3 หมื่นตัน CO2e จาก 12 ชุมชน พร้อมส่งมอบภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพาณิชย์รับคาร์บอนเครดิต 2,000 ตันคาร์บอนจากแม่ฟ้าหลวงฯ ชูแนวคิด อยู่ อย่าง ยั่งยืน หนุนชุมชนดูแลป่า ลดโลกร้อน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-recieves-carbon-credit-from-mflf/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 04:21:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Fonudation]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Commercial Bank]]></category>
		<category><![CDATA[T-VER]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36617</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย ดร.ยรรยง ไทยเจริญ Chief Economist and Sustainability Officer รับมอบใบรับรองคาร์บอนเครดิต จำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ จาก โครงการ “คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ: การจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโครงการที่ธนาคารได้เข้าร่วมตั้งแต่ปี 2563 เพื่อวางระบบการวัดประเมินและจัดการคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ป่าชุมชน และสนับสนุนให้ชุมชนดูแลป่าตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนให้ชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน คาร์บอนเครดิตจำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นปริมาณที่คำนวณจากการสนับสนุนพื้นที่ป่าชุมชนเป้าหมาย ระหว่างปี 2563-2567 ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านป่าซางดอยแก้ว จ.เชียงราย และป่าชุมชนบ้านห้วยหมากเอียกเหนือ จ.เชียงราย รวมพื้นที่ป่าทั้งสิ้นกว่า 1,390 ไร่ ซึ่งธนาคารได้นำคาร์บอนเครดิตที่ได้รับมาใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของธนาคาร ภายใต้แนวทาง กิจกรรมที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Event) ซึ่งมีส่วนช่วยในการบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทั้งยังได้สร้างชุมชนเข็มแข็ง สร้างแหล่งสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ การได้รับใบรับรองคาร์บอนเครดิตจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ในครั้งนี้ ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะเป็นผู้นำในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-recieves-carbon-credit-from-mflf/">ไทยพาณิชย์รับคาร์บอนเครดิต 2,000 ตันคาร์บอนจากแม่ฟ้าหลวงฯ ชูแนวคิด อยู่ อย่าง ยั่งยืน หนุนชุมชนดูแลป่า ลดโลกร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย <strong>ดร.ยรรยง ไทยเจริญ </strong><strong>Chief Economist and Sustainability Officer</strong> รับมอบใบรับรองคาร์บอนเครดิต จำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ จาก<strong> โครงการ </strong><strong>“</strong><strong>คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ</strong><strong>:</strong><strong> การจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong><strong>”</strong> กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์</p>
<p><span id="more-36617"></span></p>
<p>ซึ่งเป็นโครงการที่ธนาคารได้เข้าร่วมตั้งแต่ปี 2563 เพื่อวางระบบการวัดประเมินและจัดการคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ป่าชุมชน และสนับสนุนให้ชุมชนดูแลป่าตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนให้ชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน คาร์บอนเครดิตจำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นปริมาณที่คำนวณจากการสนับสนุนพื้นที่ป่าชุมชนเป้าหมาย ระหว่างปี 2563-2567 ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านป่าซางดอยแก้ว จ.เชียงราย และป่าชุมชนบ้านห้วยหมากเอียกเหนือ จ.เชียงราย รวมพื้นที่ป่าทั้งสิ้นกว่า 1,390 ไร่ ซึ่งธนาคารได้นำคาร์บอนเครดิตที่ได้รับมาใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของธนาคาร ภายใต้แนวทาง กิจกรรมที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Event) ซึ่งมีส่วนช่วยในการบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทั้งยังได้สร้างชุมชนเข็มแข็ง สร้างแหล่งสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่</p>
<p>การได้รับใบรับรองคาร์บอนเครดิตจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ในครั้งนี้ ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะเป็นผู้นำในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ซึ่งธนาคารเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน ที่ต้องร่วมกันตั้งเป้าหมาย สร้างแรงกระเพื่อม ประสานความร่วมมือ เพื่อสร้างอนาคตให้เราทุกคนได้อยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36619 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SCB-MFL2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ คาร์บอนเครดิตจำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับที่สามารถประเมินได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์โดยต้นไม้กว่า 210,500 ต้นต่อปี (คำนวณตามอัตราการเก็บกักคาร์บอน 9.5 กก./ต้น/ปี ตามมาตรฐาน T-VER ของ TGO)</li>
<li>การปล่อยคาร์บอนจากการจัดงานคอนเสิร์ตหรือเอ็กซิบิชันขนาดใหญ่ 2–3 งาน ที่มีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคนต่อครั้ง</li>
<li>การใช้รถยนต์ส่วนบุคคลกว่า 400 คันตลอดหนึ่งปี (คำนวณจากการขับขี่เฉลี่ย 15,000 กิโลเมตร/คัน/ปี)</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-recieves-carbon-credit-from-mflf/">ไทยพาณิชย์รับคาร์บอนเครดิต 2,000 ตันคาร์บอนจากแม่ฟ้าหลวงฯ ชูแนวคิด อยู่ อย่าง ยั่งยืน หนุนชุมชนดูแลป่า ลดโลกร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางกอกเคเบิ้ล จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สนับสนุนการดูแลป้องกันพื้นที่ป่า 6,000 ไร่ เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน พร้อมตะลุยติดตั้งโซลาร์เซลล์-พัฒนาศูนย์การเรียนรู้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/bangkok-cable-join-mae-fah-laung-foundation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Mar 2025 05:45:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Cable]]></category>
		<category><![CDATA[BCC]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Offset]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Fonudation]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Science Fair]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกเคเบิ้ล]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พงศภัค นครศรี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สายเคเบิล]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32163</guid>

					<description><![CDATA[<p>“บางกอกเคเบิ้ล” จับมือ “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง” เข้าร่วมโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สนับสนุนงบประมาณกว่า 17 ล้าน ดูแลพื้นที่ป่า 6,000 ไร่ ป้องกันป่าเสื่อมโทรม-เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน หวังลดคาร์บอนมากกว่า 5,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมมอบเงินพิเศษเพิ่มอีก 1 ล้าน ตะลุยอีก 4 โครงการย่อย ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงเรียน-จัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์-พัฒนาศูนย์เด็กใฝ่ดี-รับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชน ตอกย้ำแนวคิดเซฟคน-เซฟเมือง-เซฟสิ่งแวดล้อม นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมสนับสนุนงบประมาณกว่า 17 ล้านบาท สำหรับการดูแลพื้นที่ป่ากว่า 6,000 ไร่ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ลดปัญหาการเกิดไฟป่า และเพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) บรรเทาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม “เราเป็นองค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการเซฟคน เซฟเมือง เซฟสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/bangkok-cable-join-mae-fah-laung-foundation/">บางกอกเคเบิ้ล จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สนับสนุนการดูแลป้องกันพื้นที่ป่า 6,000 ไร่ เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน พร้อมตะลุยติดตั้งโซลาร์เซลล์-พัฒนาศูนย์การเรียนรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“บางกอกเคเบิ้ล”</strong> จับมือ<strong> “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง” เ</strong>ข้าร่วมโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สนับสนุนงบประมาณกว่า 17 ล้าน ดูแลพื้นที่ป่า 6,000 ไร่ ป้องกันป่าเสื่อมโทรม-เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน หวังลดคาร์บอนมากกว่า 5,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมมอบเงินพิเศษเพิ่มอีก 1 ล้าน ตะลุยอีก 4 โครงการย่อย ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงเรียน-จัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์-พัฒนาศูนย์เด็กใฝ่ดี-รับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชน ตอกย้ำแนวคิดเซฟคน-เซฟเมือง-เซฟสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-32163"></span></p>
<p><strong>นายพงศภัค นครศรี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยร่วมสนับสนุนงบประมาณกว่า 17 ล้านบาท สำหรับการดูแลพื้นที่ป่ากว่า 6,000 ไร่ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ลดปัญหาการเกิดไฟป่า และเพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) บรรเทาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32189 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/S__18940184.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“เราเป็นองค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการเซฟคน เซฟเมือง เซฟสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ถือเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมเราให้เข้าถึงชุมชนที่ใช้ชีวิตอยู่กับป่า เป็นผู้ดูแลป่า เชื่อมให้เราสามารถร่วมสนับสนุนบุคลากรที่มีส่วนสำคัญตั้งแต่รากฐานในการดูแล ป้องกัน และบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เรามุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะช่วยให้ประเทศไทยมีผืนป่าที่ได้รับการดูแลอย่างยั่งยืน มีส่วนร่วมในการบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนต่อไป” นายพงศภัค กล่าว</p>
<p>สำหรับโครงการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และภาคีภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับภาวะโลกร้อนหรือโลกรวน รวมทั้งไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือฝุ่น PM 2.5 ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการเผาไหม้เครื่องจักร โดยเฉพาะเครื่องยนต์ และฝุ่นควันจากไฟป่า ปัจจุบัน มีพื้นที่ป่าภายใต้ความดูแลของโครงการครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด รวม 147,037 ไร่ 120 ชุมชน โดย บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด ถือเป็นสมาชิกรายล่าสุดภายใต้ความร่วมมือนี้ และคาดว่าจะมีส่วนช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์อย่างน้อย 5,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในช่วง 3 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32188 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/S__18940177.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายพงศภัค</strong> กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากการสนับสนุนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯภายใต้โครงการดังกล่าวแล้ว บริษัทยังได้บริจาคเงินเพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาทให้แก่มูลนิธิ เพื่อดำเนินงานในอีก 4 โครงการย่อย ได้แก่ 1.โครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับโรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา จ.เชียงราย เพื่อช่วยส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานสะอาดในพื้นที่ชนบท 2.โครงการ Science Fair ให้เยาวชนดอยตุงได้เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้และแรงบันดาลใจในการเติบโตสู่อนาคต 3.โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย สนับสนุน “ศูนย์เด็กใฝ่ดี” เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กและเยาวชน และ 4.โครงการสนับสนุนการรับรองปริมาณ Carbon Credit จากป่าชุมชน เพื่อส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</p>
<p>“บางกอกเคเบิ้ล เป็นองค์กรของคนสายวิทย์ พนักงานจำนวนมากของเราเป็นวิศวกร เป็นนักเคมี เป็นช่าง และวันนี้เราไม่ได้ทำแค่สายไฟฟ้า แต่เราพยายามขับเคลื่อนทิศทางองค์กรไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ทั้งโซลาร์เซลล์ EV Charger เราจึงอยากเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด การพัฒนาเด็กและเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการดูแลสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านการนำร่องสนับสนุนใน 4 โครงการนี้” นายพงศภัค กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงมุ่งหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด เซฟคน เซฟเมือง เซฟสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง รวมถึงอาจพิจารณาสร้างความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯและองค์กรอื่นๆ ในโครงการที่มีส่วนสำคัญในการเซฟคน เซฟเมือง เซฟสิ่งแวดล้อม เพิ่มเติมในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32190 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/S__18940180-Re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เป็นผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ.2507 ให้บริการครอบคลุม 7 กลุ่มการใช้งาน ได้แก่ 1.ระบบผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า (Transmission) 2.ระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า (Distribution) 3.ระบบไฟฟ้าภายในบ้านพักและอาคาร (Construction and Building) 4.ระบบขนส่งและคมนาคม (Transportation and Mobility) 5.ระบบไฟฟ้าในโรงงาน และภาคอุตสาหกรรม (Industrial) 6.พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และ 7.ระบบไฟฟ้าในรถยนต์ (Automotive) เพื่อสร้างความปลอดภัยและขับเคลื่อนเมืองสู่อนาคต ปัจจุบัน มีลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ของทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่ใช้สายไฟฟ้าของบางกอกเคเบิ้ล อาทิ โครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู โครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออก และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ นอกจากนี้ บริษัท มีส่วนสนับสนุนโครงการ ASEAN Power Grid โดยเฉพาะโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง (Luang Prabang Hydropower Project) ในประเทศลาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/bangkok-cable-join-mae-fah-laung-foundation/">บางกอกเคเบิ้ล จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สนับสนุนการดูแลป้องกันพื้นที่ป่า 6,000 ไร่ เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอน พร้อมตะลุยติดตั้งโซลาร์เซลล์-พัฒนาศูนย์การเรียนรู้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
