<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Manufacturing &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/manufacturing/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 05 Feb 2026 08:26:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Manufacturing &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘บุญรอดฯ’ ลงนาม DRS by REPCO NEX ใน SCGC ยกระดับกระบวนการผลิตอัจฉริยะ มาตรฐานคุณภาพสูงสุด เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/boonrawd-signing-drs-by-repco-nex/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Feb 2026 08:03:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[Production]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable Energy Management Platform]]></category>
		<category><![CDATA[REPCO NEX]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Maintenance]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำดื่มสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เร็ปโก เน็กซ์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บุญรอด]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ภิรมย์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการผลิตอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39900</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้นำตลาดเครื่องดื่มของไทย สานต่อการพัฒนาและยกระดับกระบวนการผลิตอัจฉริยะสู่ Smart Factory เน้น 3 แกนหลัก เทคโนโลยีทันสมัย กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพ และพัฒนาขีดความสามารถบุคลากร เพื่อมาตรฐานการผลิตที่ต้อง &#8216;ดีที่สุด&#8217; เท่านั้น ตอบความไว้วางใจของผู้บริโภคและต้องอยู่ในแนวทางของความยั่งยืน ทั้งกับตัวองค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ได้ลงนามร่วมกับ บริษัท เร็ปโก เน็กซ์ จำกัด (REPCO NEX) ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและโซลูชันด้านอุตสาหกรรมแบบครบวงจร โดยได้นำดิจิทัลโซลูชันอัจฉริยะ DRS by REPCO NEX (Digital Reliability Solutions by REPCO NEX) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เสริมความต่อเนื่องของการเดินเครื่องจักร ลดความสูญเสีย และยกระดับมาตรฐานการผลิต ควบคู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม คุณปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ​​กลุ่มบริษัทผลิต บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/boonrawd-signing-drs-by-repco-nex/">‘บุญรอดฯ’ ลงนาม DRS by REPCO NEX ใน SCGC ยกระดับกระบวนการผลิตอัจฉริยะ มาตรฐานคุณภาพสูงสุด เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด</strong> ผู้นำตลาดเครื่องดื่มของไทย สานต่อการพัฒนาและยกระดับกระบวนการผลิตอัจฉริยะสู่ Smart Factory เน้น 3 แกนหลัก เทคโนโลยีทันสมัย กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพ และพัฒนาขีดความสามารถบุคลากร เพื่อมาตรฐานการผลิตที่ต้อง &#8216;<strong>ดีที่สุด&#8217;</strong> เท่านั้น ตอบความไว้วางใจของผู้บริโภคและต้องอยู่ในแนวทางของความยั่งยืน ทั้งกับตัวองค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-39900"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ได้ลงนามร่วมกับ <strong>บริษัท เร็ปโก เน็กซ์ จำกัด (</strong><strong>REPCO NEX)</strong> ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและโซลูชันด้านอุตสาหกรรมแบบครบวงจร โดยได้นำดิจิทัลโซลูชันอัจฉริยะ <strong>DRS by REPCO NEX (Digital Reliability Solutions by REPCO NEX)</strong> มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เสริมความต่อเนื่องของการเดินเครื่องจักร ลดความสูญเสีย และยกระดับมาตรฐานการผลิต ควบคู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39902 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/E_02-รูปหลัก-re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>คุณปิติ ภิรมย์ภักดี</strong> กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ​​กลุ่มบริษัทผลิต บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า  หัวใจสำคัญของกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่คือการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ตลอดระยะเวลากว่า 92 ปี บริษัทไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาและยกระดับกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ลดความซ้ำซ้อนและกระบวนการที่ไม่จำเป็น  รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการผลิตสู่ Smart Manufacturing ตลอดจนการพัฒนาเสริมทักษะของพนักงานในองค์กรให้มีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ด้าน ดร.พิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เร็ปโก เน็กซ์ จำกัด (REPCO NEX) ในกลุ่มธุรกิจ SCGC เผยว่า “ความร่วมมือกับกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ในครั้งนี้ เป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลเทคโนโลยีและวิศวกรรมของ SCGC โดยประยุกต์ใช้ดิจิทัลโซลูชันอัจฉริยะ DRS by REPCO NEX เข้ากับประสบการณ์จริงในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของกลุ่มบุญรอดฯ เพื่อยกระดับโรงงาน สู่ Smart Manufacturing ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมไทยต่อไป”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39903 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/BR_01-re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ทั้งนี้ ดิจิทัลโซลูชันอัจฉริยะ<strong> &#8216;DRS by REPCO NEX&#8217;</strong> เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างคนกับเทคโนโลยีดิจิทัล โดยสร้างสรรค์เป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรมและแม่นยำ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตรอบด้าน อาทิ การเดินเครื่องจักรต่อเนื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดการสูญเสียจากงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน  ประกอบด้วย</p>
<p>1) การซ่อมบำรุงอัจฉริยะครบวงจรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Smart Maintenance)</p>
<p>2) ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) เพื่อการผลิตและการบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิต</p>
<p>3) ดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ช่วยบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Management Platform) สามารถพยากรณ์ปริมาณพลังงานที่ผลิตได้ล่วงหน้าและแจ้งเตือนความผิดปกติของเครื่องจักร พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ปัญหา รวมทั้งสามารถผลิตพลังงานหมุนเวียนได้เต็มประสิทธิภาพ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39904 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/BR_02-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/boonrawd-signing-drs-by-repco-nex/">‘บุญรอดฯ’ ลงนาม DRS by REPCO NEX ใน SCGC ยกระดับกระบวนการผลิตอัจฉริยะ มาตรฐานคุณภาพสูงสุด เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title> ส่องนวัตกรรม ห้ามพลาด 6 โซน ในงาน “METALEX 2025”             </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/hilights-of-metalex-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Nov 2025 06:16:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Factory Automation]]></category>
		<category><![CDATA[JAMTAT]]></category>
		<category><![CDATA[Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[METALEX 2025]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38207</guid>

					<description><![CDATA[<p>METALEX 2025 มหกรรมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีโลหการอันดับหนึ่งแห่งอาเซียน งานเดียวที่เหล่านักอุตสาหกรรมโลหการทั่วโลกและผู้ที่สนใจในนวัตกรรมเครื่องจักรกลรุ่นใหม่ต่างตั้งตารอคอย ทุกปีงานนี้จะใช้พื้นที่เต็มทั้ง 7 ฮอลล์ของไบเทค บางนา รวมถึงพื้นที่โถงด้านหน้าแต่ละฮอลล์ มีเนื้อที่จัดแสดงมากกว่า 45,000 ตารางเมตร ปีนี้จัดเต็มด้วยนวัตกรรมจากกว่า 3,000 แบรนด์จาก 50 ประเทศ และ 18 พาวิลเลียนนานาชาติจาก 8 ประเทศและเขตปกครองพิเศษ เพื่อไม่ให้พลาดไฮไลต์สำคัญในแต่ละโซน ที่มีอยู่หลากหลายแบรนด์ แต่สำหรับจุดที่พลาดไม่ได้ในแต่ละฮอลล์ เราได้สรุปมาให้แล้ว     โซน 1 : Factory Automation/Pumps &#38; Valves/Equipment &#38; Accessories และนิทรรศการพิเศษ (Hall 98) บริเวณ Foyer ด้านหน้าฮอลล์มีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ โดยความร่วมมือจาก  11 บริษัทที่นำเทคโนโลยีแปรรูปโลหะมาจัดทำเป็นพระบรมฉายาลักษณ์และงานโลหะศิลปะ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านในฮอลล์จัดแสดงนวัตกรรมของกลุ่ม Factory Automation/Pumps &#38; Valves/Equipment &#38; Accessories  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/hilights-of-metalex-2025/"> ส่องนวัตกรรม ห้ามพลาด 6 โซน ในงาน “METALEX 2025”             </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>METALEX 2025 มหกรรมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีโลหการอันดับหนึ่งแห่งอาเซียน งานเดียวที่เหล่านักอุตสาหกรรมโลหการทั่วโลกและผู้ที่สนใจในนวัตกรรมเครื่องจักรกลรุ่นใหม่ต่างตั้งตารอคอย ทุกปีงานนี้จะใช้พื้นที่เต็มทั้ง 7 ฮอลล์ของไบเทค บางนา รวมถึงพื้นที่โถงด้านหน้าแต่ละฮอลล์ มีเนื้อที่จัดแสดงมากกว่า 45,000 ตารางเมตร</p>
<p><span id="more-38207"></span></p>
<p>ปีนี้จัดเต็มด้วยนวัตกรรมจากกว่า 3,000 แบรนด์จาก 50 ประเทศ และ 18 พาวิลเลียนนานาชาติจาก 8 ประเทศและเขตปกครองพิเศษ เพื่อไม่ให้พลาดไฮไลต์สำคัญในแต่ละโซน ที่มีอยู่หลากหลายแบรนด์ แต่สำหรับจุดที่พลาดไม่ได้ในแต่ละฮอลล์ เราได้สรุปมาให้แล้ว   <strong> </strong></p>
<p><strong>โซน</strong><strong> 1 : Factory Automation/Pumps &amp; Valves/Equipment &amp; Accessories </strong><strong>และนิทรรศการพิเศษ </strong><strong>(Hall 98)</strong></p>
<p>บริเวณ Foyer ด้านหน้าฮอลล์มีการจัด<strong>นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ</strong> โดยความร่วมมือจาก  11 บริษัทที่นำเทคโนโลยีแปรรูปโลหะมาจัดทำเป็นพระบรมฉายาลักษณ์และงานโลหะศิลปะ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านในฮอลล์จัดแสดงนวัตกรรมของกลุ่ม <strong>Factory Automation/Pumps &amp; Valves/Equipment &amp; Accessories</strong>  อาทิ <strong>ไขควงไฟฟ้า</strong>  ที่สามารถเซตและบันทึกค่าแรงบิดได้ถึง 30 รายการผ่านคอนโทรลเลอร์เดียว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโรงงานที่เน้นงานประกอบชิ้นงานทั้งที่ใช้คนหรือหุ่นยนต์</p>
<p><strong>โซน</strong><strong> 2 : Robot &amp; Automation (Hall 99)</strong></p>
<p>ฮอลล์นี้จัดแสดงเกี่ยวกับ Robot &amp; Automation สารพัดหุ่นยนต์ที่ช่วยให้งานแม่นยำและรวดเร็ว เช่น <strong>หุ่นยนต์คู่สำหรับงานเชื่อมรุ่นใหม่</strong> ที่สามารถทำงานไปพร้อมกับการตรวจสอบ และทำงานได้แม้ตัววัตถุจะมีการเคลื่อนไหว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เร็วขึ้น 50% เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Metalic1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โซน</strong><strong> 3 : Sheet METALEX / Welding/ Smart Wire &amp; Tube (Hall 100)</strong></p>
<p>ฮอลล์นี้รวมเทคโนโลยีแปรรูปโลหะแผ่นรุ่นล่าสุด ตั้งแต่เลเซอร์ วอเตอร์เจ็ท เครื่องพับ เครื่องเจาะรู เครื่องตัดเฉือน พร้อมพื้นที่จัดแสดงของ International Pavillion ที่มีนวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่น <strong>เครื่องตัดเลเซอร์</strong> <strong>เทคโนโลยีเยอรมนี</strong> ที่ตัดเหล็กหนาได้หลายรูปทรง <strong>เครื่องพับอัตโนมัติ </strong><strong>LFK</strong><strong> รุ่น </strong><strong>NBC150</strong> จากฮ่องกง ที่ให้ความแม่นยำ ความเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการพับโลหะแผ่นได้โดยไม่ต้องกลับชิ้นงาน ตอบโจทย์ได้ทุกงานอุตสาหกรรม <strong>เครื่องกลึง</strong>สำหรับงาน mass production ที่มีกลไกซับซ้อน ช่วยลดระยะเวลาในการทำงานให้น้อยลง เหมาะสำหรับงานชิ้นเล็กที่มีความละเอียดสูง</p>
<p><strong>โซน</strong><strong> 4 : Metrology / Tools &amp; Toolings</strong><strong> และ </strong><strong>JAMTAT (Hall 101)</strong></p>
<p>จัดแสดงเกี่ยวกับ <strong>Metrology / Tools &amp; Toolings </strong>และส่วนจัดแสดง<strong> JAMTAT </strong>พบกับนวัตกรรมน่าสนใจมากมาย อาทิ <strong>เครื่อง </strong><strong>3D Scanner </strong><strong>แบรนด์ </strong><strong>CREAFORM</strong> จากแคนนาดา <strong>หุ่นยนต์หยิบจับรุ่นใหม่</strong> ที่มีความปลอดภัยสูงและสามารถยกสิ่งของที่มีน้ำหนักได้ถึง 25 กก. <strong>เครื่อง </strong><strong>Wire cut EDM</strong> รุ่นใหม่ <strong>เครื่องควบคุม </strong><strong>CNC </strong>ที่ใช้คอนโทรลทำงานเพียงตัวเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38209 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Metalic2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โซน</strong><strong> 5 : Machine Tools </strong><strong>(</strong><strong>Hall 102 – 103)</strong></p>
<p>สองฮอลล์นี้จัดแสดงเกี่ยวกับ Machine Tools ทั้งหมด ไฮไลต์ที่น่าสนใจ เช่น <strong>เครื่องวัดลมรั่ว </strong><strong>Acoustic</strong> <strong>Image</strong><strong> แบรนด์ </strong><strong>FLUKE</strong> ที่สามารถตรวจสอบการทำงานผิดปกติของกลไก การสั่นสะเทือนหรือวัดการรั่วไหลของไฟฟ้าแรงสูง พร้อมรับผลการตรวจสอบด้วยภาพและเสียงแบบเรียลไทม์ <strong>มีดตัด </strong><strong>Cut-off</strong><strong> รุ่นใหม่</strong>ที่ใบมีดมีความคงทน ใช้งานได้ยาวนานกว่าใบมีดรุ่นเดิม ๆ</p>
<p><strong>โซน</strong><strong> 6 :</strong> <strong>International Pavillion (Hall 99,104)</strong></p>
<p>โซนพาวิลเลียนนานาชาติ 18 บูธจาก 8 ประเทศและเขตปกครองพิเศษ ในฮอลล์ 99 จะได้พบกับพาวิลเลียนนานาชาติ จากเกาหลีใต้ เยอรมนี จีน ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) สิงคโปร์ และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง นอกจากนี้ในฮอลล์ 104 ยังมีพาวิลเลียนนานาชาติจากจีนและญี่ปุ่นที่จัดแสดงเพิ่มเติม โดยมีไฮไลต์เครื่องจักรกลที่น่าสนใจ อาทิ <strong>เครื่องเจียร </strong><strong>Multigrind Radical</strong> เทคโนโลยีล้ำสมัยจากเยอรมนี ที่มีประสิทธิภาพการทำงานได้เร็วขึ้น 70% ใช้พื้นที่น้อยลง ฟังก์ชันการใช้งานง่าย ปรับเปลี่ยนการผลิตได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับการผลิต part ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อากาศยาน และอุตสาหกรรมการแพทย์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38211 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Metalic4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นี่เป็นเพียงบางส่วนของนวัตกรรมนับพันที่จัดแสดงในงาน METALEX 2025 งานนี้ชมฟรีไม่มีค่าเข้า และมีให้ชมจนถึงวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น  ดูรายละเอียดของงานเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.metalex.co.th" target="_blank" rel="noopener">www.metalex.co.th</a></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/hilights-of-metalex-2025/"> ส่องนวัตกรรม ห้ามพลาด 6 โซน ในงาน “METALEX 2025”             </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สตาร์ทอัพเดนมาร์ก ขับเคลื่อน Green Clothing ​​ระดมทุนเพิ่ม 3 ล้านยูโร เร่งขยายระบบ Microfactories แก้ปัญหา Overproduction ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/rodinia-generation-raises-fund-3-million-euro-for-green-clothing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 May 2024 08:22:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Clothing]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Clothing]]></category>
		<category><![CDATA[Made-on-demand]]></category>
		<category><![CDATA[Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[Microfactories]]></category>
		<category><![CDATA[Overproduction]]></category>
		<category><![CDATA[Rodinia Generation]]></category>
		<category><![CDATA[Textile]]></category>
		<category><![CDATA[​Trine Young]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท Rodinia Generation]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมแฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นรักษ์โลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25494</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท Rodinia Generation สตาร์ทอัพสัญชาติเดนมาร์ก เจ้าของเทคโนโลยี Microfactorie สำหรับผลิตแบบ Made-on-demand ในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อแก้ปัญหาการผลิตเสื้อผ้าที่มากเกินความต้องการ (Overproduction)โดย​เปิดดำเนินการในกรุงโคเปนเฮเกน ของเดนมาร์ก มาต้ังแต่ปี 2017 รวมท้ังสามารถสร้างโรงงานขนาดเล็กแห่งแรกได้สำเร็จภายในปี 2021 ล่าสุดประสบความสำเร็จในการระดมทุน​จำนวน 3 ล้านยูโร หรือราว 120 ล้านบาท ได้สำเร็จจาก EIFO  (The Danish Export and Investment Fund) และ Climentum Capital เป้าหมายการระดมทุนครั้งนี้  เพื่อต้องการต่อยอด​​​เทคโนโลยี Microfactorie ไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรป รวมทั้งตลาดทั่วโลก​ เพื่อขับเคลื่อน Green Clothing ด้วย​การปฏิวัติเทคโนโลยีระบบการผลิตในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะไม่ต้องใช้น้ำในระบบการผลิต ​ลดการปลด​ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ลงมากกว่า 40% ขณะที่ใช้ระยะเวลาในการผลิตก็ลดลงเหลือเพียง 2 สัปดาห์ เร็วกว่าการผลิตแบบเดิมที่ใช้เวลากว่า 9 เดือน ​ระบบ ​Microfactories ​ยังเป็นแบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/rodinia-generation-raises-fund-3-million-euro-for-green-clothing/">สตาร์ทอัพเดนมาร์ก ขับเคลื่อน Green Clothing ​​ระดมทุนเพิ่ม 3 ล้านยูโร เร่งขยายระบบ Microfactories แก้ปัญหา Overproduction ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท Rodinia Generation</strong> สตาร์ทอัพสัญชาติเดนมาร์ก เจ้าของเทคโนโลยี Microfactorie สำหรับผลิตแบบ Made-on-demand ในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อแก้ปัญหาการผลิตเสื้อผ้าที่มากเกินความต้องการ (Overproduction)โดย​เปิดดำเนินการในกรุงโคเปนเฮเกน ของเดนมาร์ก มาต้ังแต่ปี 2017 รวมท้ังสามารถสร้างโรงงานขนาดเล็กแห่งแรกได้สำเร็จภายในปี 2021</p>
<p><span id="more-25494"></span></p>
<p>ล่าสุดประสบความสำเร็จในการระดมทุน​จำนวน 3 ล้านยูโร หรือราว 120 ล้านบาท ได้สำเร็จจาก EIFO  (The Danish Export and Investment Fund) และ Climentum Capital</p>
<p>เป้าหมายการระดมทุนครั้งนี้  เพื่อต้องการต่อยอด​​​เทคโนโลยี Microfactorie ไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรป รวมทั้งตลาดทั่วโลก​ เพื่อขับเคลื่อน Green Clothing ด้วย​การปฏิวัติเทคโนโลยีระบบการผลิตในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะไม่ต้องใช้น้ำในระบบการผลิต ​ลดการปลด​ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ลงมากกว่า 40% ขณะที่ใช้ระยะเวลาในการผลิตก็ลดลงเหลือเพียง 2 สัปดาห์ เร็วกว่าการผลิตแบบเดิมที่ใช้เวลากว่า 9 เดือน</p>
<figure id="attachment_25501" aria-describedby="caption-attachment-25501" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25501 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/6.jpg" alt="" width="1200" height="904" /><figcaption id="caption-attachment-25501" class="wp-caption-text">Photo : Rodinia Generation</figcaption></figure>
<p>​ระบบ ​Microfactories ​ยังเป็นแบบ <strong>Made-on-demand​</strong> สามารถผลิตสินค้าได้แม้มีปริมาณออเดอร์น้อย จากเดิมที่ต้องสั่งล็อตใหญ่ๆ คร้ังละจำนวนมากๆ เพื่อให้ได้ Economy of Scale ​และมีความคุ้มค่าในการผลิต ตามเงื่อนไขของทางโรงงานผู้ผลิต ซึ่งเป็นที่มาของปัญหา Overproduction ทำให้มีปริมาณเสื้อผ้าที่ผลิตออกมามากเกินความจำเป็น  รวมทั้งมีการผลิต​สร้างก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งมีการใช้ทรัพยากรมากเกินความจำเป็นด้วยเช่นกัน</p>
<p>อีกหนึ่งจุดเด่นของระบบนี้คือ ความสามารถในการผลิตได้ครั้งละจำนวนมาก โดยไม่จำเป็นต้องผลิตเพียงดีไซน์เดียว แต่สามารถปรับเปลี่ยนการดีไซน์ได้ตามต้องการ โดยสามารถสั่งผลิตได้มากกว่า 1,000 ดีไซน์ และสั่งไซส์ที่แตกต่างกันได้ ภายในการสั่งงานครั้งเดียว (1 batch)</p>
<figure id="attachment_25502" aria-describedby="caption-attachment-25502" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25502 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/5.jpg" alt="" width="1200" height="672" /><figcaption id="caption-attachment-25502" class="wp-caption-text">Photo : Rodinia Generation</figcaption></figure>
<p>​<strong>Trine Young</strong> ดีไซเนอร์ และผู้ก่อตั้ง กล่าวว่า จุดมุ่งหมายสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อต้องการผลิตเสื้อผ้าอย่างยั่งยืนมากขึ้น ​เนื่องจากอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอมี​การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 8% เมื่อเทียบกับปริมาณทั่วโลก จากกระบวนการผลิต การขนส่ง โดยเฉพาะการขนส่งระหว่างภูมิภาค เพราะเจ้าของแแบรนด์ต้องการลดต้นทุนการผลิตจึงเลือกสั่งผลิตในภูมิภาคที่ค่าแรงถูกกว่า​</p>
<p>ขณะเดียวกันยังมีการ​ผลิต​มากเกินความจำเป็น นำมาซึ่งการใช้ทั้งน้ำ  ทรัพยากร​ และสารเคมีในการผลิตจำนวนมาก ​ขณะที่การพัฒนา Microfactories สามารถสั่งผลิตได้ตามปริมาณที่ต้องการใช้จริง ​รวมทั้งใช้พื้นที่น้อยเพียง 200 ตารางเมตร และไม่ต้องใช้น้ำในกระบวนการผลิต​ จากเดิมที่โรงงานทั่วไปมักมีพื้นที่กว่า 2 พันตารางเมตร รวมทั้งใช้น้ำปริมาณกว่า 150 ล้านลิตร เพื่อผลิตสินค้าประมาณ 7 แสนชิ้น</p>
<figure id="attachment_25500" aria-describedby="caption-attachment-25500" style="width: 960px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25500 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/7.jpg" alt="" width="960" height="1200" /><figcaption id="caption-attachment-25500" class="wp-caption-text">Photo : Rodinia Generation</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายเพื่อทำให้แบรนด์ในพื้นที่ส่วนใหญ่​หันมาสั่งผลิตสินค้าภายใน​ท้องถิ่น เพื่อช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์จากการขนส่งจากต่างภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันแบรนด์ยุโรปส่วนใหญ่มักเลือก​ฐานผลิตจากตลาดที่มีต้นทุนถูกกว่า โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก  ซึ่งหากแบรนด์เหล่านี้หันกลับมาใช้ผู้ผลิตในพื้นที่เดียวกันก็จะช่วยลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอในภาพรวมให้น้อยลงได้</p>
<p>โดยในปัจจุบันบริษัทฯ เป็นผู้​ผลิตให้ผลิตภัณฑ์แบรนด์แฟชั่นต่างๆ เช่น Mads Nørgaard, Hummel และ Wheat ประกอบกับความสำเร็จในการระดมทุนครั้งล่าสุดนี้ จะทำให้ Rodinia Generation สามารถขยายฐานการผลิตไปประเทศอื่นๆ ในยุโรปเพิ่มเติม รวมทั้งการบุกตลาดโลกในอนาคต เพื่อขับเคลื่อน Green Clothing ​ช่วยสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอให้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25499 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/Microfactory.jpg" alt="" width="1200" height="664" /></p>
<p>ด้านตัวแทนจาก  Mads Nørgaard Copenhagen หนึ่งในแบรนด์แฟชั่นที่ตั้งอยู่ในกรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ที่ย้ายมาผลิตในระบบ Microfactories กล่าวว่า ระบบการผลิตของ Rodinia Generation ทำให้สามารถผลิตสินค้าเพื่อออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นถึง 19 เท่า โดยใช้เวลาในการออกแบบและทำตลาดได้ภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ หรือแม้แต่ในช่วงเวลาเพียง 48 ชั่วโมง จากที่เคยต้องใช้เวลาในกระบวนการผลิตราว 9 เดือน ​พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณการผลิตส่วนเกินเพราะแน่ใจว่าปริมาณซัพพลายสินค้าพอต่อการขาย ​ซึ่งช่วยลดจำนวนเสื้อผ้าที่ขายไม่ออกได้เกือบ 5 หมื่นล้านชิ้นต่อปี คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นภายในอุตสาหกรรมมากกว่า 1.88 แสนล้านยูโร</p>
<p><a href="https://www.rodiniageneration.io/about-7" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/rodinia-generation-raises-fund-3-million-euro-for-green-clothing/">สตาร์ทอัพเดนมาร์ก ขับเคลื่อน Green Clothing ​​ระดมทุนเพิ่ม 3 ล้านยูโร เร่งขยายระบบ Microfactories แก้ปัญหา Overproduction ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดบ้าน ‘เอสซีจี ลำปาง’ โชว์ ​Best Practice &#8216;อุตสาหกรรม -ธรรมชาติ -ชุมชน&#8217; เติบโตร่วมกัน​ตามยุทธศาสตร์ ESG 4 Plus</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/best-practice-scg-lampang-driving-esg4plus/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Feb 2024 13:06:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 4 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Lean เหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[Low-carbon Cement]]></category>
		<category><![CDATA[Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[มุ่ง Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ำร่วมมือ]]></category>
		<category><![CDATA[วรการ พงษ์ศิริกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการรักษ์ภูผามหานที]]></category>
		<category><![CDATA[โอบบุญ แย้มศิริกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23752</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยแนวคิด “โรงงานอยู่ที่ไหน ป่าต้องเขียวที่นั่น” สะท้อนได้ว่า SCG ให้ความสำคัญกับการเป็นพลเมืองที่ดีในแต่ละพื้นที่ที่ธุรกิจได้เข้าไปตั้งอยู่ ทั้งการมีส่วนช่วยดูแล ฟื้นฟู สิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงงาน พร้อมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน ภายใต้กลยุทธ์ ESG 4 Plus ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 4 มิติ ประกอบด้วย​ 1. มุ่ง Net Zero 2. GO Green 3. Lean เหลื่อมล้ำ และ 4. ย้ำร่วมมือ เพื่อเป็นแนวทางสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด หรือ เอสซีจี ลำปาง อีกหนึ่งฐานการผลิตปูนซิเมนต์ในภาคเหนือ ด้วยสัดส่วน​การผลิต​ราว 15% ของกำลังผลิตรวมทั้งหมดของเอสซีจี ซึ่งตลอด 30 ปี ที่ได้ขับเคลื่อนโรงปูนแห่งนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ก็ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคชุมชนและสังคมในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหาโซลูชันการพัฒนาที่เข้าใจความต้อง​ต้องการและปัญหาภายในพื้นที่ รวมถึงสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คน ​โดยนำ​กลยุทธ์หลักอย่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/best-practice-scg-lampang-driving-esg4plus/">เปิดบ้าน ‘เอสซีจี ลำปาง’ โชว์ ​Best Practice &#8216;อุตสาหกรรม -ธรรมชาติ -ชุมชน&#8217; เติบโตร่วมกัน​ตามยุทธศาสตร์ ESG 4 Plus</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยแนวคิด <strong>“โรงงานอยู่ที่ไหน ป่าต้องเขียวที่นั่น”</strong> สะท้อนได้ว่า SCG ให้ความสำคัญกับการเป็นพลเมืองที่ดีในแต่ละพื้นที่ที่ธุรกิจได้เข้าไปตั้งอยู่ ทั้งการมีส่วนช่วยดูแล ฟื้นฟู สิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงงาน พร้อมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน ภายใต้กลยุทธ์ <strong>ESG 4 Plus</strong> ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 4 มิติ ประกอบด้วย​ 1. มุ่ง Net Zero 2. GO Green 3. Lean เหลื่อมล้ำ และ 4. ย้ำร่วมมือ เพื่อเป็นแนวทางสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-23752"></span></p>
<p>เช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจของ <strong>บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด</strong> หรือ เอสซีจี ลำปาง อีกหนึ่งฐานการผลิตปูนซิเมนต์ในภาคเหนือ ด้วยสัดส่วน​การผลิต​ราว 15% ของกำลังผลิตรวมทั้งหมดของเอสซีจี ซึ่งตลอด 30 ปี ที่ได้ขับเคลื่อนโรงปูนแห่งนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ก็ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคชุมชนและสังคมในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหาโซลูชันการพัฒนาที่เข้าใจความต้อง​ต้องการและปัญหาภายในพื้นที่ รวมถึงสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คน ​โดยนำ​กลยุทธ์หลักอย่าง <strong>ESG 4 Plus</strong> มาปรับเข้ากับ​การขับเคลื่อนแบบ Area-based เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางที่​สร้างประโยชน์และสามารถจับต้องได้ให้กับชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23754 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/k-worakarn.jpg" alt="" width="533" height="799" /></p>
<p><strong>คุณวรการ พงษ์ศิริกุล</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด กล่าวว่า<strong> ​เอสซีจี ลำปาง​​</strong> ขับเคลื่อนธุรกิจโดยมุ่งเน้น<strong> &#8216;สร้างงาน สร้างความเจริญ รักษาสิ่งแวดล้อม และเป็นพลเมืองดีของลำปาง&#8217; </strong>เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก​ทั้งต่อธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการขับเคลื่อนในแต่ละแกนของ ESG 4 Plus ทั้งการพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น ทั้งในภาคการผลิต หรือการดำเนินธุกิจ โดยตั้งเป้า​ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลสำหรับการผลิตปูนซิเมนต์ เหลือเพียง 60% โดยหันมาใช้เชื้อเพลิงไบโอแมส ​หรือเชื้อเพลิง RDF จากขยะพลาสติก หรือขยะมูลฝอยต่างๆ จากชุมชน ในสัดส่วนประมาณ  40%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23755 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Llow-carbon-ciment.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้ Renewable ​เป็น 30% ในอีก 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วน 26% ด้วยการเพิ่มแหล่งพลังงาน Solar Floating ในการขยายเฟสที่ 3 ของแผนพลังงานทดแทน​เพิ่มเติม ​โดยโรงปูนลำปางยังเป็นโรงงานแห่งแรกในเครือที่เปลี่ยนมาใช้รถบรรทุก EV Truck ทั้งหมด จำนวน 12 คัน สำหรับวิ่งภายในโรงงาน ​รวมทั้งเป็นรายแรกที่พัฒนาปูนคาร์บอนต่ำ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 90% ของกำลังผลิต และจะขยับเป็น 100% ในอนาคต</p>
<p>ซึ่ง​กระบวนการผลิตของปูนคาร์บอนต่ำนี้จะสร้างคาร์บอนน้อยกว่าปูนทั่วไป​​ 0.05 ตัน CO2 ต่อการผลิต 1 ตัน และลดการใช้พลังงานภาพรวมลงได้กว่า 38% พร้อมทั้งได้ส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย หมู่เกาะมัลดีฟส์ ​และอยู่ระหว่างการพัฒนารุ่นที่ 2 ซึ่งสามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า​รุ่นแรกเพิ่มขึ้น 5% ซึ่งตอบโจทย์การขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net zero ของเอสซีจี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23758 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/9.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ด้านการทำงานร่วมกับชมุชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เอสซีจี ลำปาง ​ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของชุมชนที่​เป็นเกษตรกร ​โดยได้ต่อยอด &#8216;<strong>โครงการรักษ์ภูผามหานที</strong>&#8216; เพื่อดูแลป่าต้นน้ำ ผ่านเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ทั้งการสร้างฝาย สระพวง หรือแก้มลิง ที่นอกจากช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์​แล้ว แก้ภัยแล้วแล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่ได้ด้วย  ทำให้ไม่มีการเกิดไฟป่ามา 7-8 ปีแล้ว โดยมีพื้นที่ป่าที่​ปูนลำปางดูแลอยู่มากกว่า 7,300 ไร่​ และดำเนินการสร้างฝายแล้วกว่า 8.8 หมื่นแห่ง ใน 60 ชุมชน พร้อมช่วยอนุรักษ์พื้นที่ป่าได้มากกว่า 2.35 แสนไร่ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชนแล้ว 16 แปลง ขณะที่การมีน้ำอย่างพอเพียงก็นำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะสามารถเพาะปลูกพืชผักได้หลากหลายและมีผลผลิตที่ดีมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23760 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/7.jpg" alt="" width="1200" height="782" /></p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนงานในชุมชนต้องอาศัยความร่วมมือกับคนในชุมชนเป็นสำคัญ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้คนในชุมชนร่วมมือกับภาคธุรกิจ คือ ความจริงใจ และการขับเคลื่อนต่างๆ นั้น สามารถสร้างให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเอสซีจี ลำปาง เน้นการทำงานและเรียนรู้ ร่วมกับชุมชน ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีจากภาคธุรกิจ และภูมิปัญญาของชุมชนที่ตอบโจทย์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อหาโซลูชันที่สามารถนำมาพัฒนาให้เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และสามารถขับเคลื่อนได้ต่อเนื่องเพื่อความยั่งยืน เช่น การขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ชิงเก็บ ลดเผา&#8217; ที่เอสซีจี เข้าไปรับซื้อ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างฟางข้าว เปลือกข้าวโพด กิ่งไม้ใบไม้ เพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงไบโอแมส ที่ช่วยลดทั้งต้นทุนในการซื้อเชื้อเพลิงฟอสซิล  ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับนโยบาย Net zero ขององค์กร นอกจากนี้ ยังป้องกันการเผาซึ่งเป็นต้นเหตุปัญหาฝุ่น PM 2.5 และปัญหาด้านสุขภาพของคนในพื้นที่​ด้วย ซึ่งจากโครงการนี้ช่วยเพิ่มรายได้</em>ให้ชุมชนเพิ่มได้กว่า  1.2 แสนบาท และลดพื้นที่การเผาไปกว่า 300 ไร่ รวมทั้งลดต้นทุนจากพลังงานฟอสซิลลงได้กว่า 2 หมื่นบาท &#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23756 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณโอบบุญ แย้มศิริกุล</strong> ผู้อำนวยการสำนักงาน Enterprise Brand Management เอสซีจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ​เอสซีจีดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ ESG 4 Plus เร่งสร้างสังคม Net Zero ที่น่าอยู่ ตั้งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ​โดยทุกธุรกิจ​​มุ่งใช้กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนานวัตกรรมรักษ์โลก และร่วมกับทุกภาคส่วนลดเหลื่อมล้ำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ได้แก่ โครงการรักษ์ภูผามหานที เพื่อให้ชุมชนมีน้ำใช้ตลอดปี ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำ ซึ่งทำไปแล้วกว่า 120,000 ฝาย และโครงการพลังชุมชน อบรมให้ความรู้ เปลี่ยนวิธีคิด สร้างอาชีพ มีรายได้เพิ่มจากการเพิ่มมูลค่าสินค้าในท้องถิ่นให้โดดเด่นและตอบความต้องการตลาด ปัจจุบันมีผู้ร่วมเข้าทั้ง 2 โครงการ กว่า 200,000 คน จาก 500 ชุมชน ใน 37 จังหวัด เกิดเป็นเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งไปทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23759 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/best-practice-scg-lampang-driving-esg4plus/">เปิดบ้าน ‘เอสซีจี ลำปาง’ โชว์ ​Best Practice &#8216;อุตสาหกรรม -ธรรมชาติ -ชุมชน&#8217; เติบโตร่วมกัน​ตามยุทธศาสตร์ ESG 4 Plus</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็นโซ่ ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ฉลอง 5 ทศวรรษ ย้ำผู้นำเทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยลดคาร์บอน พร้อมตั้งเป้า Carbon Neutrality ปี 2035</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/denso-annouce-sustainable-growth-framework/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Sep 2022 07:34:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[B2B]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Denso]]></category>
		<category><![CDATA[Lean and Clean]]></category>
		<category><![CDATA[Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development Goals]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand 4.0]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัทเด็นโซ่ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ชิ้นส่วนยานยนต์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สยาม เด็นโซ่ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ประสิทธิภาพการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[ศักยภาพการแข่งขัน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[เด็นโซ่]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14749</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็นโซ่ ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ฉลอง 5 ทศวรรษ เร่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามแนวทางความยั่งยืน ตั้งเป้าเป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2035 (พ.ศ. 2578) พร้อมแนะนำนวัตกรรมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานภายใต้แนวคิด Lean and Clean Manufacturing ด้วยการผสมผสานระหว่างการนำทักษะแรงงานคนและระบบอัตโนมัติมาใช้ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม เพื่อ​ช่วยลดความสูญเปล่าพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต รวมทั้งลดการใช้พลังงานในภาพรวมและส่งเสริมการผลิตด้วยพลังงานหมุนเวียน และสามารถจัดการบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปด้วยเพื่อสร้างรากฐานในการก้าวสู่ Thailand 4.0 และ Carbon Neutrality ไปในเวลาเดียวกัน นายนาโอโตะ อินนูซูกะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด กล่าวว่า เด็นโซ่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนสามารถยืนหยัดเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์เคียงข้างสังคมไทย ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา เด็นโซ่ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และความสะดวกสบายของผู้คน โดยมีจุดมุ่งหมายในการใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์สังคมล้ำสมัยที่ทำให้ผู้คน ยานยนต์ และสิ่งแวดล้อมอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและสมดุล ดร. ธีระวัฒน์ ลิมปิบันเทิง ประธานบริษัท สยาม เด็นโซ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/denso-annouce-sustainable-growth-framework/">เด็นโซ่ ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ฉลอง 5 ทศวรรษ ย้ำผู้นำเทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยลดคาร์บอน พร้อมตั้งเป้า Carbon Neutrality ปี 2035</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็นโซ่ ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ฉลอง 5 ทศวรรษ เร่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามแนวทางความยั่งยืน ตั้งเป้าเป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2035 (พ.ศ. 2578)</p>
<p><span id="more-14749"></span></p>
<p>พร้อมแนะนำนวัตกรรมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานภายใต้แนวคิด <strong>Lean and Clean Manufacturing</strong> ด้วยการผสมผสานระหว่างการนำทักษะแรงงานคนและระบบอัตโนมัติมาใช้ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม เพื่อ​ช่วยลดความสูญเปล่าพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต รวมทั้งลดการใช้พลังงานในภาพรวมและส่งเสริมการผลิตด้วยพลังงานหมุนเวียน และสามารถจัดการบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปด้วยเพื่อสร้างรากฐานในการก้าวสู่ Thailand 4.0 และ Carbon Neutrality ไปในเวลาเดียวกัน</p>
<p><strong>นายนาโอโตะ อินนูซูกะ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด กล่าวว่า เด็นโซ่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนสามารถยืนหยัดเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์เคียงข้างสังคมไทย ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา เด็นโซ่ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และความสะดวกสบายของผู้คน โดยมีจุดมุ่งหมายในการใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์สังคมล้ำสมัยที่ทำให้ผู้คน ยานยนต์ และสิ่งแวดล้อมอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและสมดุล</p>
<figure id="attachment_14796" aria-describedby="caption-attachment-14796" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-14796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/ดร.ธีระวัฒน์-ลิมปิบันเทิง-ประธานกรรมการ-บริษัท-สยาม-เด็นโซ่-แมนูแฟคเจอริ่ง-จำกัด.jpg" alt="" width="1200" height="798" /><figcaption id="caption-attachment-14796" class="wp-caption-text">ดร.ธีระวัฒน์ ลิมปิบันเทิง ประธานบริษัท สยาม เด็นโซ่ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด</figcaption></figure>
<p><strong>ดร. ธีระวัฒน์ ลิมปิบันเทิง</strong> ประธานบริษัท สยาม เด็นโซ่ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวว่า แนวคิดการผลิตแบบ <strong>Lean and Clean</strong> จะช่วยให้เด็นโซ่ก้าวข้ามความท้าทายใน 2 เรื่องสำคัญ ทั้งการยกระดับและเพิ่มความสามารถทางการผลิต รวมทั้งช่วยแก้ไขและฟื้นฟูสภาพอากาศ​ซึ่งเป็นวาระสำคัญของโลกในปัจจุบัน เพื่อผลักดันบริษัทในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพระดับโลก สู่ ‘ผู้นำการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ดียิ่งกว่าเพื่อประชาคมโลกอย่างยั่งยืน’ ภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDGs​ เพื่อบรรลุเป้าหมายทั้ง 3 ประการของเด็นโซ่ในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน การเพิ่มศักยภาพในการผลิตที่สอดคล้องกับตลาดในอนาคต และการพัฒนาเทคโนโลยีของเด็นโซ่เพื่อมาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาทางสังคม</p>
<p><em>“แนวทางการผลิตแบบเด็นโซ่จะช่วยสามารถสร้างผลกระทบในเชิงบวกตามกรอบ ESG ทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อม สังคม รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจให้ประเทศ พร้อมทั้งสามารถดึงดูดการลงทุนให้กับประเทศได้ภายในเวลาเดียวกัน ด้วยการพลิกวิกฤติจากการพัฒนาการรับมือกับปัญหาสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม มาช่วยสร้างโอกาสทางการค้า และยกระดับมาตรฐานของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ของประเทศ ให้สามารถเข้าไปทำตลาดในภูมิภาคต่างๆ เช่นในยุโรป รวมทั้งภูมิภาคอื่นๆ ที่เตรียมประกาศใช้ตามมาในอนาคต”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14800 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/DSC_2404.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>เติมเต็ม </strong><strong>Ecosystem </strong><strong>อุตสาหกรรมการผลิตและโลจิสติกส์</strong></p>
<p>เพื่อเพิ่มโอกาสให้สามารถเติบโตได้มากขึ้น กลุ่มเด็นโซ่ จะเร่งลงทุนขยายธุรกิจไปยังกลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อเติมเต็ม Ecosystem ในอุตสาหกรรมการผลิต และพัฒนาระบบการขนส่งของประเทศมากขึ้น  เช่น การพัฒนาระบบยานยนต์ไฟฟ้า ระบบขับขี่แบบไร้คนขับ การเชื่อมต่อการขับขี่ รวมทั้งการพัฒนาเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร ซึ่งคาดว่าในอนาคตสัดส่วนรายได้จากกลุ่มเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้จะเติบโตเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าจะสร้างสัดส่วนยอดขายได้ราว 15-20% ภายใน 5 ปี  ซึ่งนอกจากจะดีต่อธุรกิจของบริษัทเองแล้ว ยังดีต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ทั้งจากความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น​ พร้อมดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้มากขึ้น ซึ่งการเริ่มขับเคลื่อนแนวทางการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับเริ่มนำร่องไปสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคตมากขึ้น จึงคาดว่ารายได้ในสิ้นปีนี้จะสามารถเติบโตได้มากกว่า 10% จากปี 2021 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำยอดขายโดยรวมจาก 10 บริษัทในกลุ่มได้กว่า 103,024 ล้านบาท</p>
<p>ทั้งนี้ ทางกลุ่มเด็นโซ่ ได้วางแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ในแต่ละมิติ ไว้ดังต่อไปนี้ ​</p>
<p><strong>1. ด้านสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรลุเป้าหมายการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ผ่านโซลูชันด้านอุตสาหกรรม เช่น การนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในสายการผลิต การออกแบบเครื่องจักรภายใต้แนวคิด 1/N หรือการลดขนาดเครื่องจักรให้มีขนาดเล็กและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรเพื่อลดการใช้พลังงานและลดการแผ่รังสีความร้อน รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถของการดักจับและจัดเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากสายการผลิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/DSC_2220.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>2. ด้านเศรษฐกิจและสังคม</strong></p>
<p>เพิ่มการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นให้กับคนไทย รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรผ่านโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลไทย รวมถึงการพัฒนาทักษะความสามารถของเจ้าหน้าที่ออกแบบและติดตั้งระบบการผลิตอัตโนมัติทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในอุตสาหกรรม (System Integrator หรือ SI) นอกจากนี้ ยังมีการจัดการฝึกอบรมวิทยากรเพื่อรองรับแผนเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติต่อไป</p>
<p>อย่างไรก็ตาม  กลุ่มบริษัทเด็นโซ่ประเทศไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 ในนาม บริษัท นิปปอนเด็นโซ่ ประเทศไทย จำกัด โดยประเทศไทยนับเป็นสาขานอกประเทศญี่ปุ่นสาขาแรก กลุ่มบริษัทเด็นโซ่ประเทศไทยถือเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์รายแรกของไทยภายใต้นโยบายจากภาครัฐที่เน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ เมื่อผสานกับนโยบายที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นหลัก ทำให้กลุ่มบริษัทเด็นโซ่ประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ธุรกิจเจริญเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/denso-annouce-sustainable-growth-framework/">เด็นโซ่ ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ฉลอง 5 ทศวรรษ ย้ำผู้นำเทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยลดคาร์บอน พร้อมตั้งเป้า Carbon Neutrality ปี 2035</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
