<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Microsoft Thailand &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/microsoft-thailand/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Jan 2025 11:26:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Microsoft Thailand &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไมโครซอฟท์ เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตาในปี 2568 มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก พร้อมปลดล็อกศักยภาพให้ทั้ง​​พนักงานและองค์กร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/microsoft-points-ai-trends-in-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jan 2025 11:26:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Agentic World]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Data Security]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Multi AI Agent]]></category>
		<category><![CDATA[Multimodal AI]]></category>
		<category><![CDATA[Organization]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible AI]]></category>
		<category><![CDATA[Scaling Laws]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[จริยธรรม AI]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ปลดล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ AI]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มประสิทธิภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31182</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นนำ AI เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร รวมถึง​ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพนักงานและผู้คนทั่วไป  และในปี 2568 นี้ มั่นใจว่า AI ​ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีความฉลาดและการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น สร้างผลกระทบเชิงบวก และนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้างมากขึ้น ทั้งช่วยปลดล็อคการทำงานของพนักงาน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร หาแนวทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศไทยและโลก ตลอดจนสร้างหลักการกำกับดูแลการใช้งาน AI ให้มีจริยธรรมและความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตามองในปี 2568 เพื่อให้องค์กรไทยทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และคนไทยเตรียมความพร้อมประยุกต์ใช้ AI ในวงกว้างมากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างสิ่งใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกให้กับตนเอง สังคม และประเทศ ดังนี้ 1. Scaling Laws: AI จะยกระดับศักยภาพและเติบโตอย่างก้าวกระโดด การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ AI ​ยิ่งกว่าทุกการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ผ่านมา ฉีกกฏการเติบโตจากเดิมที่เติบโตด้วยตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกาลเวลา โดยคาดว่า AI จะเพิ่มขึ้นแบบเป็นทวีคูณในทุกๆ ครึ่งปี จากประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังในทุกมิติ และการนำเทคนิคที่เก่งกว่าเดิมมาประยุกต์ใช้กับข้อมูลและอัลกอริทึมของ AI [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/microsoft-points-ai-trends-in-2025/">ไมโครซอฟท์ เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตาในปี 2568 มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก พร้อมปลดล็อกศักยภาพให้ทั้ง​​พนักงานและองค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นนำ AI เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร รวมถึง​ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพนักงานและผู้คนทั่วไป  และในปี 2568 นี้ มั่นใจว่า AI ​ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีความฉลาดและการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น สร้างผลกระทบเชิงบวก และนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้างมากขึ้น</p>
<p><span id="more-31182"></span></p>
<p>ทั้งช่วยปลดล็อคการทำงานของพนักงาน สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร หาแนวทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศไทยและโลก ตลอดจนสร้างหลักการกำกับดูแลการใช้งาน AI ให้มีจริยธรรมและความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ </strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตามองในปี 2568 เพื่อให้องค์กรไทยทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และคนไทยเตรียมความพร้อมประยุกต์ใช้ AI ในวงกว้างมากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างสิ่งใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกให้กับตนเอง สังคม และประเทศ ดังนี้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Dhanawat-Microsoft-TH.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p><strong>1. Scaling Laws: AI </strong><strong>จะยกระดับศักยภาพและเติบโตอย่างก้าวกระโดด</strong></p>
<p>การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ AI ​ยิ่งกว่าทุกการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ผ่านมา ฉีกกฏการเติบโตจากเดิมที่เติบโตด้วยตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกาลเวลา<em> <strong>โดยคาดว่า AI จะเพิ่มขึ้นแบบเป็นทวีคูณในทุกๆ ครึ่งปี</strong> <strong>จากประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังในทุกมิติ และการนำเทคนิคที่เก่งกว่าเดิมมาประยุกต์ใช้กับข้อมูลและอัลกอริทึมของ AI</strong></em> ซึ่งองค์กรที่เริ่มใช้และยังไม่ได้ใช้ AI จึงควรปรับตัวตามเรื่องนี้ให้ทัน</p>
<p><em><strong>AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยี แต่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยในการใช้ชีวิตและทำงานของทุกคน</strong> </em>ภาคองค์กรต้องตระหนักถึงการนำ AI มาใช้เพื่อช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานตลอดจนโมเดลธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งปัจจุบันมีหลายองค์กรในไทยนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพงาน และลดระยะเวลาการทำงานให้พนักงานแล้ว</p>
<p><a href="https://blogs.microsoft.com/blog/2024/11/12/idcs-2024-ai-opportunity-study-top-five-ai-trends-to-watch/" target="_blank" rel="noopener">รายงานของ IDC ประจำปี 2567</a> พบว่า 60% ขององค์กรทั่วโลก วางแผน​​นำ AI เข้ามามีส่วนร่วมกับธุรกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพใน 2 ปีข้างหน้า ​สูงกว่าการสำรวจในปี 2566 ที่มีสัดส่วนเพียง 46%​ <em><strong>โดยอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การศึกษา สุขภาพ และการเงิน</strong></em></p>
<p>ดังนั้น หากมองภาพรวมระดับประเทศ องค์กรต่างๆ ในไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับนำ AI มาปรับใช้ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้เท่าทันกับการใช้งาน AI ของประเทศอื่น</p>
<p><em>“ในเวลาไม่ถึง 2 ปีที่ผ่านมา AI มีพัฒนาการเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว สามารถช่วยทำงานที่ซับซ้อน และเข้าใจการสื่อสารได้เหมือนมนุษย์อย่างเป็นธรรมชาติ สร้างโอกาสและประโยชน์อย่างมหาศาล เราเริ่มเห็นความแตกต่างของคนที่ใช้ AI กับคนที่ไม่ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัจจุบัน AI เป็นเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ ​การปฏิวัติ​ด้านเทคโนโลยี Gen AI เพิ่งเริ่มต้น จึงเป็นโอกาสของทุกคน ทุกบริษัท และทุกประเทศ ในการใช้ AI ​ได้อย่างเท่าเทียม​ ในเวลาใกล้ๆ กัน ด้วยต้นทุนที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น หรือแม้กระทั่งใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ​​เช่น <a href="https://www.microsoft.com/th-th/edge/copilot?ep=859&amp;es=162&amp;form=MA13SQ&amp;msockid=0e8d6c22c559681f22b37920c49e6907&amp;cs=361911829" target="_blank" rel="noopener">Microsoft Copilot</a> ที่มีให้ใช้ฟรี ทั้งใน Windows 11, Edge และ Bing ดังนั้น ประเทศ องค์กร และคนไทย ควรมองภาพของเทคโนโลยีอัจฉริยะนี้ในแง่มุมใหม่ เพื่อเปิดรับและก้าวทันเทคโนโลยี AI ที่ทุกประเทศต่างกำลังเร่งพัฒนาแนวทางการใช้งานเพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน”</em></p>
<p><strong>2. Agentic World: </strong><strong>เสริมประสิทธิภาพให้องค์กร และช่วยพนักงานมุ่งเน้นการทำงานที่สำคัญ</strong></p>
<p>AI Agent จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานและกระบวนการทำงาน ช่วยแบ่งเบาภาระการทำงาน Routine Work เพื่อให้พนักงานมีเวลาไปโฟกัสกับการทำงานที่สำคัญกว่า และยังช่วยให้องค์กรจัดสรรทรัพยากรบุคคลได้เกิดประโยชน์สูงสุด ในอนาคตเราจะเห็นการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI อย่างแพร่หลาย</p>
<p>เราจะได้เห็น AI Agent มาช่วยสนับสนุนพนักงานในการค้นหาข้อมูล เข้าถึงองค์ความรู้ทั้งภายในและนอกองค์กรได้มากขึ้น ตลอดจนการทำงานร่วมกันแบบ Multi AI Agent และที่สำคัญผู้ใช้งานที่ไม่ความรู้ด้านไอที ก็สามารถสร้าง AI Agent ของตนเองได้อย่างง่ายดายและสะดวกรวดเร็ว ผ่านเครื่องมือต่างๆ อาทิ <a href="https://support.microsoft.com/en-us/topic/get-started-with-agents-for-microsoft-365-copilot-169469d7-328d-4d37-9090-bfc2058a39bd" target="_blank" rel="noopener">Microsoft 365 Copilot</a> และ <a href="https://learn.microsoft.com/th-th/microsoft-copilot-studio/" target="_blank" rel="noopener">Microsoft Copilot Studio</a> เป็นต้น</p>
<p>เช่น ​กลุ่มธุรกิจธนาคาร​ ที่สามารถแบ่งกระบวนการการตรวจสอบเครดิตลูกค้าออกมาได้หลายขั้นตอน พนักงานธนาคารอาจมองเห็นโอกาสว่างานการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารจากลูกค้าเป็นงานที่ใช้ AI ช่วยได้ ในการทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารต่างๆ ที่มีอยู่จำนวนมาก เมื่อ AI แจ้งว่าได้รับเอกสารครบถ้วนแล้ว พนักงานจึงทำหน้าที่ตรวจทานอีกครั้ง ในกรณีที่ลูกค้าส่งเอกสารมาไม่ครบ AI จะทำการแจ้งเตือนพนักงาน</p>
<p>นอกจากนี้ AI ยังสามารถช่วยตรวจสอบได้ด้วยว่า ข้อมูลในเอกสารที่ลูกค้ายื่นนั้นถูกต้องหรือไม่ เช่น ถ้าลูกค้าแจ้งว่าทำงานที่บริษัทนั้น ๆ แต่ AI ตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูล AI จะสามารถแจ้งเตือนพนักงานให้ตรวจสอบข้อมูลนี้อีกครั้งได้เช่นกัน ซึ่งการใช้ประโยชน์จาก AI แบบนี้ถือเป็นคอนเซปต์ของการใช้ AI ในอนาคต</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31185 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Microsoft-TH_AI-Trends_01.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>3. Multimodal AI: </strong><strong>สรรค์สร้างนวัตกรรม จาก </strong><strong>AI </strong><strong>ที่รองรับข้อมูลจากสื่อทุกประเภท </strong></p>
<p>แหล่งข้อมูลที่เราใช้ในการทำงานหรือจัดเก็บในปัจจุบัน ไม่ได้มาจากเอกสารหรือข้อความเพียงอย่างเดียว ยังมีข้อมูลรูปแบบอื่นๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ เสียง ซึ่งในอนาคต AI จะสามารถนำข้อมูลที่อยู่ในสื่อหลากหลายประเภทนี้ออกมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ และบูรณาการร่วมกันได้ โดยสามารถประมวลผลข้อมูลออกมาได้ครบถ้วนและสอดคล้องในทุกบริบท ก้าวข้ามขีดจำกัดในการป้อนข้อมูล คำสั่ง และแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบของข้อความเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทำให้การสื่อสารกับ AI เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ปัจจุบัน <a href="https://www.microsoft.com/th-th/microsoft-copilot/meet-copilot?msockid=0e8d6c22c559681f22b37920c49e6907" target="_blank" rel="noopener">Copilot ของ Microsoft</a> สามารถใส่ prompt ได้ทั้งข้อความ เสียงพูดเป็นภาษาไทย และรูปภาพ สามารถมองเห็นสิ่งที่เราเห็นบนหน้าจอ หรือต้องการแสดงให้เห็นภาพกล้องที่มีอยู่บนดีไวซ์ต่าง ๆ รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่จะทำให้เกิด user interface อันชาญฉลาด ใช้งานง่าย และเป็นภาษาธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ Voice Recognition ที่แม่นยำรวดเร็ว หรือ <a href="https://openai.com/index/sora/" target="_blank" rel="noopener">Sora</a> โมเดล AI ที่จะช่วยให้เราสร้างวิดีโอที่สมจริงได้จากข้อความ เราจะเห็นโซลูชันต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงความสามารถนี้ สร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างแต้มต่อในการให้บริการลูกค้า</p>
<p><strong>4. </strong><strong>Data Security: </strong><strong>หัวใจสำคัญที่จะต้องพัฒนาควบคู่กับการประยุกต์ </strong><strong>AI</strong></p>
<p>หนึ่งในเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจาก AI สามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดได้ จึงมีความจำเป็นที่องค์กรจะต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการแบ่งปันข้อมูล หากมีการแชร์ข้อมูลอย่างเกินควรและไม่ได้รับการป้องกัน ข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผยก็อาจถูกมองเห็นได้ เช่น ข้อมูลส่วนตัวของพนักงานและลูกค้า ซึ่งจะต้องเป็นความลับขององค์กร</p>
<p>ในอดีตการแชร์ข้อมูลโดยไม่มีการควบคุมอาจยังไม่เป็นปัญหาใหญ่ เพราะไม่มีเครื่องมือที่สามารถรวบรวมข้อมูลทั้งหมดได้ แต่ในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไป การรักษาความปลอดภัยข้อมูลจึงเป็นเรื่องที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการกำหนดแนวทางการจัดการข้อมูล (data governance)</p>
<p>ไมโครซอฟท์ เสนอ 4 <a href="https://www.microsoft.com/en-us/security/blog/2024/07/30/new-microsoft-whitepaper-shares-how-to-prepare-your-data-for-secure-ai-adoption/" target="_blank" rel="noopener">แนวทางในการเตรียมข้อมูลสำหรับการใช้งาน AI</a> คือ การรู้จักข้อมูล การควบคุมข้อมูล การปกป้องข้อมูล และการป้องกันการสูญเสียข้อมูล การดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาความกังวลของผู้นำ และลดความเสี่ยงด้านข้อมูลได้เป็นอย่างมาก พร้อมนำเสนอเครื่องมืออย่าง <a href="https://www.microsoft.com/security/business/microsoft-purview?msockid=1c062e13522c6c1c298c3a3753b36d1d#areaheading-oca579" target="_blank" rel="noopener">Microsoft Purview</a> ช่วยรักษาความปลอดภัยข้อมูลแบบเรียลไทม์และการควบคุมการปฏิบัติตามข้อกำหนด ทำให้<br />
การใช้งาน AI ในองค์กรปลอดภัย มั่นคง และมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31186 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Microsoft-TH_AI-Trends_02-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>5. Responsible AI: </strong><strong>จริยธรรม </strong><strong>AI </strong><strong>ต้องใช้อย่างเป็น &#8216;ธรรม&#8217; กับทุกฝ่าย</strong></p>
<p>เพื่อให้ AI ถูกนำไปใช้งานอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรม และเกิดประโยชน์กับทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง บริษัทผู้พัฒนายักษ์ใหญ่ในหลายประเทศต่างร่วมกันในการหาแนวทางกำกับดูแลการใช้งาน AI โดยไมโครซอฟท์ ได้กำหนดมาตรการใช้งาน AI อย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งเน้นความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความปลอดภัย ทั้งยังมีคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าบริการ AI ใหม่ ๆ ที่สร้างขึ้นจะต้องผ่านเกณฑ์ <a href="https://www.microsoft.com/en-us/ai/responsible-ai?msockid=0e8d6c22c559681f22b37920c49e6907" target="_blank" rel="noopener">Responsible AI</a> ก่อนการนำออกมาใช้</p>
<p>พร้อมกันนี้ ไมโครซอฟท์ยังได้เสริมมาตรการ AI Guardrail เพื่อป้องกันการใช้งาน AI ในรูปแบบที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างเข้มงวด เพื่อให้แน่ใจว่า AI จะถูกใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องและเป็นธรรม โดยมีการกำหนดเกณฑ์การใช้งานที่ชัดเจนและป้องกันการใช้งานในทางที่ผิด เช่น การใช้งานที่ละเมิดความเป็นส่วนตัว การใช้เพื่อการก่ออาชญากรรม หรือการใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ</p>
<p>จากเทรนด์เทคโนโลยีที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่า  AI สามารถสร้างฉากทัศน์ใหม่ และเกิดประโยชน์มหาศาลต่อภาคธุรกิจได้อย่างไรบ้าง โดยผู้บริหารควรกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการใช้ AI ผ่านการวิเคราะห์ภาพรวมการทำงานภายในองค์กร และนำ AI เข้าไปช่วยแก้ไขกระบวนการทำงานที่ล่าช้าหรือขาดประสิทธิภาพเหล่านั้น เปลี่ยน AI เป็นผู้ช่วยทำงานร่วมกับพนักงาน ขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยไมโครซอฟท์ ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชัน AI มุ่งมั่นที่จะพัฒนา AI อย่างสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม สร้างความเท่าเทียมในการใช้งานเทคโนโลยี ที่ครอบคลุมทั้งระดับบุคคล องค์กร และระดับประเทศ รวมถึงริเริ่มโครงการต่าง ๆ ที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างทักษะและส่งเสริมการใช้งาน AI ในวงกว้าง</p>
<p><em>“AI ไม่ใช่กระแสของเทคโนโลยี แต่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการพลิกโฉมธุรกิจ ปลดล็อคข้อจำกัดและสร้างขีดความสามารถการแข่งขันใหม่ๆ โจทย์ของ AI คือเรื่องของธุรกิจ ซึ่งหัวใจสำคัญในการนำ AI เข้าไปใช้งานคือ ผู้บริหารจะต้องให้การสนับสนุน มีการกำหนดกลยุทธ์การใช้ AI ที่ชัดเจน เพิ่มทักษะและจัดหาเครื่องมือที่เหมาะสมให้พนักงาน รวมถึงมีมาตรการการควบคุม เพื่อให้ใช้ AI ได้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความรับผิดชอบ”</em> คุณธนวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/microsoft-points-ai-trends-in-2025/">ไมโครซอฟท์ เผยเทรนด์ AI ที่น่าจับตาในปี 2568 มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก พร้อมปลดล็อกศักยภาพให้ทั้ง​​พนักงานและองค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะ Sustainable Development for Goal ของไมโครซอฟท์ท่ามกลางการขับเคลื่อนสู่วิถีใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/08/microsoft-sustainable-development-for-goal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2021 03:50:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AI for Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Built the Planetary Computer]]></category>
		<category><![CDATA[carbon negative]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Cloud for Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปีแห่งการเดินทาง Year of Powerment]]></category>
		<category><![CDATA[แผนด้านความยั่งยืนของไมโครซอฟท์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9778</guid>

					<description><![CDATA[<p>“วันนี้ sustainability ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว แต่เป็นหัวข้อที่ทุกองค์กรกำลังพูดถึง เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมมีโอกาสได้คุยกับผู้บริหารระดับสูงของ PTTOR เราแชร์mission และ vision กัน ซึ่งน่าสนใจมาก ตอนนี้เขาจะโฟกัสที่ 3 P คือ People , Profit และPlanet ซึ่งผมเชื่อว่ายังมีอีกหลาย ๆ องค์กรที่ไม่ได้สนใจเฉพาะเรื่องของธุรกิจของตัวเองอีกต่อไปแล้ว แต่จะ support โลกใบนี้ให้สามารถเดินต่อไปด้วยกันได้อย่างไร” ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กล่าวไว้ในช่วงเปิดเวทีพูคุยกับสื่อมวลชนทางออนไลน์. การบริหารธุรกิจท่ามกลางวิกฤติของโรคระบาดครั้งใหญ่ของศตวรรษนี้กลายเป็นโจทย์ยากสำหรับผู้นำองค์กรทุกคน แต่ท่ามกลางวิกฤติกลับสร้างโอกาสให้สามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้มากขึ้น ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้เปิดเวทีออนไลน์เพื่อพูดคุยกับสื่อมวลชนถึงการปรับตัวท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโควิด-19  ซึ่งปีนี้จะเป็น “ปีแห่งการเดินทาง Year of Powerment ” สำหรับไมโครซอฟท์ไทย ที่เน้นสร้างความร่วมมือกับทุกพันธมิตรธุรกิจ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ ให้ตอบโจทย์สังคมมากขึ้น การเดินทางของไมโครซอฟต์จากนี้จะปรับตัวสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อเข้าสู่ 8 วิถีใหม่กับ Micresoft Innovation ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรม จากมุมมองของไมโครซอฟท์ในด้านองค์กรธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/08/microsoft-sustainable-development-for-goal/">เจาะ Sustainable Development for Goal ของไมโครซอฟท์ท่ามกลางการขับเคลื่อนสู่วิถีใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">“วันนี้ sustainability ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว แต่เป็นหัวข้อที่ทุกองค์กรกำลังพูดถึง เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมมีโอกาสได้คุยกับผู้บริหารระดับสูงของ PTTOR เราแชร์mission และ vision กัน ซึ่งน่าสนใจมาก ตอนนี้เขาจะโฟกัสที่ 3 P คือ People , Profit และPlanet ซึ่งผมเชื่อว่ายังมีอีกหลาย ๆ องค์กรที่ไม่ได้สนใจเฉพาะเรื่องของธุรกิจของตัวเองอีกต่อไปแล้ว แต่จะ support โลกใบนี้ให้สามารถเดินต่อไปด้วยกันได้อย่างไร” ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กล่าวไว้ในช่วงเปิดเวทีพูคุยกับสื่อมวลชนทางออนไลน์.</span></h4>
<p><span id="more-9778"></span></p>
<p>การบริหารธุรกิจท่ามกลางวิกฤติของโรคระบาดครั้งใหญ่ของศตวรรษนี้กลายเป็นโจทย์ยากสำหรับผู้นำองค์กรทุกคน แต่ท่ามกลางวิกฤติกลับสร้างโอกาสให้สามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้มากขึ้น</p>
<p><strong>ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย</strong> ได้เปิดเวทีออนไลน์เพื่อพูดคุยกับสื่อมวลชนถึงการปรับตัวท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโควิด-19  ซึ่งปีนี้จะเป็น “ปีแห่งการเดินทาง Year of Powerment ” สำหรับไมโครซอฟท์ไทย ที่เน้นสร้างความร่วมมือกับทุกพันธมิตรธุรกิจ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ ให้ตอบโจทย์สังคมมากขึ้น</p>
<p>การเดินทางของไมโครซอฟต์จากนี้จะปรับตัวสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อเข้าสู่ 8 วิถีใหม่กับ Micresoft Innovation ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรม จากมุมมองของไมโครซอฟท์ในด้านองค์กรธุรกิจ และหนึ่งในนั้นคือเรื่อง Sustainable Development for Goal เพื่อบรรลุเป้าหมายในด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจแบบยั่งยืน โดยธนวัฒน์ได้กล่าวในมุมของ &#8221; ความยั่งยืน&#8221; ไว้อย่างน่าสนใจว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9780 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Slide30.jpg" alt="" width="633" height="356" /></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>Q : ในเรื่องเป้าหมายของ Sustainable นั้น ไมโครซอฟท์ ได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว</strong></span></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>A :</strong> </span>เมื่อปี 2020 เราประกาศ 4 พันธสัญญาด้าน sustainability สำหรับทศวรรษหน้า ไว้ว่า ในปี Carbon Negative ปี 2030 zero carbon ปี 2030 zero carbon 2050 และ Built the Planetary Computer   ซึ่งหลังจากที่ประกาศไป 2 แล้วที่ผ่านมา เรานำสิ่งที่เราเรียนรู้จากการเก็บข้อมูลที่สร้างขึ้นมาเป็น Bussiness Model เพื่อไปจัดการกับ Carbon Negative ขนาดไหนได้บ้าง การที่เรานำอากาศที่ดีเข้าไปทดแทนต้องทำอย่างไรบ้าง</p>
<p>สิ่งเหล่านี้ไมโครซอฟทดลองทำเอง และนำความรู้เหล่านี้มาทำเป็น Microsoft Cloud for Sustainability ให้กับลูกค้า เพราะในส่วนนี้กลายป็น service หรือมี model ที่ไมโครซอฟท์ได้ผ่านการทดลองใช้มาแล้ว สามารถนำมาแชร์กับลูกค้า ดังนั้นลูกค้าไม่ต้องมาเริ่มต้นทำใหม่ แต่สามารถนำโมเดลนี้ไปปรับใช้เพิ่มเติมกับการบริหารจัดการขององค์กรได้ทุกธุรกิจ อาทิ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจรถยนต์ ธุรกิจด้านการผลิต ธุรกิจการเงินและไฟแนนซ์ ฯลฯ.เป็นเรื่องใหม่ของแพลนปีนี้ที่เราจะนำมาให้บริการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9784 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Microsoft-3-1-1.jpg" alt="" width="638" height="359" /></p>
<p>วันนี้ไมโครซอฟท์ประกาศเรื่อง AI for Earth มีกว่า 700 องค์กรที่จะเข้ามาสนับสนุน จาก 100 ประเทศ ซึ่งรวมถึงคณะวิศวกรรมจุฬา AI for Earth คือการนำคลาวด์และ AI มาเติมเต็มศักยภาพการทำงานให้ทีมวิจัยและผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อปกป้องโลกของเรา โดย Sensor for All เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของงานวิจัยและพัฒนาที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงกับทั้งสิ่งแวดล้อมและชีวิตประจำวัน<br />
โดยระบบคลาวด์ของไมโครซอฟท์จะเข้ามาช่วยขยายความสามารถของโครงการ Sensor for All ในหลายๆ ด้าน นอกเหนือจากการรายงานการวัดค่า AQI PM 2.5 และ PM 10 แบบเรียลไทม์แล้ว เรากำลังคิดค้นวิธีที่แม่นยำมากขึ้นในการประเมินระดับมล ภาวะทางอากาศที่ผู้ใช้งานแอปพลิเคชันแต่ละรายได้สัมผัสจริง และเรายังจะใช้ความสามารถของ AI ในการคาดการณ์ระดับมลพิษทางอากาศล่วงหน้า เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถเตรียมตัวและป้องกันตนเองได้ดีขึ้น</p>
<p><strong>“นี่คือเรื่องที่เราต้องการเข้าไปช่วยเรื่อง sustainability &#8220;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9781 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Microsoft-1.jpg" alt="" width="606" height="341" /></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>Q : ไมโครซอฟ มีส่วนเข้าไปช่วยรัฐในเรื่องโควิดอย่างไรบ้าง</strong></span></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>A :</strong></span> เรื่องโควิดถือว่าเป็นภารกิจสำคัญของเราในตอนนี้ ซึ่งมีทั้งภาครัฐ ไมโครซอฟท์ และสตาร์ทอัพไปเข้าไปช่วยแก้ปัญหาวิด-19 เท่าที่ผมจำได้ ตอนโควิดเริ่มระบาดใหม่ ๆ เราให้ทุกคนใช้ Microsoft E1 Trial ฟรี 6 เดือน เพราะเรารู้ว่าทุกคนต้องทำงานไม่ว่าจะwork from home หรือทุกสถานที่เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้</p>
<p>ที่ผ่านมาเราร่วมมือกับกระทรวงศึกษาเพื่อนำ Microsoft Teams นำไปใช้ในการศึกษาออนไลน์เพื่อให้สามารถเข้าถึงนักเรียนที่เรียนตามบ้านได้ถึง 6 ล้านคน นอกจากนี้เรายังนำ Microsoft Cloud เข้าไป support ในหลายหน่วยงานมาก ล่าสุด ไมโครซอฟท์ จับมือกับสภากาชาดไทย นำ Microsoft Surface Device ไปช่วยโรงพยาบาลจุฬา เนื่องจากวันนั้นมีคนเข้ามาลงทะเบียนเรื่องโควิดจำนวนมาก จำเป็นต้องทำงานให้เร็วที่สุด เราจึงต้องนำ Microsoft Surface Device บริจาคให้สภากาชาดไทย</p>
<p>หรือเรานำChat Board ไปช่วยสนับสนุน Call Center เองจากทุกวันนี้มีสายเข้ามาจำนวนมาก ซึ่ง Call Center รับสายไม่ทัน และคำถามที่ถามเข้ามาก็คล้าย ๆ กัน เราสามารถนำ Chat Board เข้าไปช่วยได้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดการอยู่ ภายใน 2 สัปดาห์ก็น่าจะใช้งานได้</p>
<p>อีกเรื่องคือเราพาร์ทเนอร์กับสตาร์ทอัพ ซึ่งเยอะมาก เช่น Hack Vac เป็นกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่นำโนว์ฮาวด์ของ MIT ที่ซัพพอร์ทในเรื่องโลจิสติกนำมาของบริหารจัดการสถานที่ฉีดโควิดให้มีศักยภาพและโฟล์วได้ไม่ติดขัด Hack Vac เริ่มจากนำเครื่องมือเทคโนโลยี่ไปซัพพอร์ทที่โคราช จากนั้นเรานำโซลูชั่นของ Hack Vac มาซัพพอร์ทที่สถานีบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานที่ใหญ่มาก</p>
<p>วิธีการบริหารจัดการที่บางซื่อ เช่น คนที่เข้ามาใช้บริการมักจะไปออกัน GATE 1 ขณะที่บาง GATE ไม่มีคนเลย เรานำเทคโนโลยี่นี้เข้าไป ดูว่าส่วนไหนมีคนมากหรือน้อย ถ้าตรงไหนคนมากโปรแกรมก็จะเตือนเข้ามา เพื่อให้ส่วนกลางสามารถกระจายtraffic ออกจากจุดที่หนาแน่น ไปอยู่ในจุดที่คนน้อย ข้อดีที่เกิดขึ้นคือ 1 ปลอดภัยกับการติดเชื้อโควิด 1 เกิดความรวดเร็ว เพราะฉะนั้น เมื่อเข้ามาในศูนย์บางซื่อแพลตฟอร์มนี้เป็นสตาร์ทอัพของไทยทำขึ้นมา โดยให้ไมโครซอฟท์เข้าไปซัพพอร์ท</p>
<p>ทั้งหมดนี้คือกิจกรรม CSR ของไมโครซอฟท์ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ เราเข้าไปเพื่อนำคอนเท้นต์ที่เป็นเรื่องของดิจิตอลที่เรามี วันนี้เรายินดีมากที่จะเข้าไปช่วยวิกฤติโควิดครั้งนี้ก้าวข้ามผ่านไปได้ทุกคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9782 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/Microsoft-2-.jpg" alt="" width="639" height="360" /></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>Q : ไมโครซฟท์ดูแลพนักงานอย่างไรในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19</strong></span><br />
<span style="color: #993366;"><strong>A :</strong> </span>เราเตรียม antigen tast kit สำหรับพนักงานตรวจวัดเชื้อโควิด-19 เราเตรียมถังออกซิเจนไว้สำหรับพนักงานที่ติดโควิด และเรายังร่วมมือกับโรงพยาบาลเพื่อนำวัคซีนมาให้พนักงานและครอบครัวของพนักงานได้ฉีดเพื่อป้องกันโควิด-19 นอกจากความช่วยเหลือเหล่านี้แล้ว เราพยายามบอกพนักงานว่าช่วงนี้เป็นช่วงยากลำบากของชีวิต เราต้องเข้าไปใกล้ชิดลูกค้าให้มากที่สุดและพยายามเข้าช่วยเหลือลูกค้าให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน นี่คือภาระหน้าที่สำคัญของพวกเราที่จะต้องเสนอตัวเข้าไปช่วยดูแลลูกค้าทั้งรายเล็กหรือรายใหญ่ รวมถึงภาครัฐด้วย</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>ทั้งหมดนี้คือบทสนทนาบนออนลน์กับมุมมองของธนวัฒน์ หัวเรือใหญ่ไมโครซอฟท์ที่ยอมรับว่าการทำธุรกิจในยุคนี้ต้องไปพร้อม ๆ กับความรับผิดชอบต่อสังคมและโลกใบนี้ด้วย</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/08/microsoft-sustainable-development-for-goal/">เจาะ Sustainable Development for Goal ของไมโครซอฟท์ท่ามกลางการขับเคลื่อนสู่วิถีใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
