<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Mindset &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/mindset/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 07 Aug 2025 05:17:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Mindset &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ซีพี ออลล์-เซเว่น อีเลฟเว่น มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรด้าน AI ทั้งในและนอกองค์กรต่อเนื่อง จับมือพันธมิตรพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน จัดค่าย &#8216;Creative AI Camp ปีที่ 8&#8217; สร้างสรรค์ AI แก้โจทย์ธุรกิจ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/cp-all-creative-ai-camp-ep8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Aug 2025 05:17:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Amigrow Group]]></category>
		<category><![CDATA[CP ALL]]></category>
		<category><![CDATA[Creative AI Camp]]></category>
		<category><![CDATA[Creative AI Camp ปีที่ 8]]></category>
		<category><![CDATA[Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Skillset]]></category>
		<category><![CDATA[Toolset]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อศักดิ์  ไชยรัศมีศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี ออลล์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พศวัต เพ็งพริ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[เลิศชัย คงอำนวยศักดิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35258</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซีพี ออลล์-เซเว่น อีเลฟเว่น วางวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรด้าน AI ทั้งในและนอกองค์กร ยกระดับ Mindset-Toolset-Skillset ต่อเนื่อง ตั้งเป้าพนักงานปัจจุบันอย่างน้อย 60% ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็นประจำภายในปี 2571 พร้อมค้นหาวิธีการใช้ AI แก้ Pain Point ธุรกิจต่อเนื่อง เดินหน้าจับมือพันธมิตรหลากสัญชาติ จัดค่าย Creative AI Camp ปีที่ 8 “AI Nexus : The Bridge to Infinite Possibilities” ปั้นเด็ก ม.ปลาย-ปวช.-ปวส.-อุดมศึกษา สร้างสรรค์ AI แก้โจทย์ภาคธุรกิจ พัฒนาสู่นักประยุกต์ใช้ AI รับมือความต้องการทุกอาชีพในอนาคต โชว์ความสำเร็จ 2 อดีตเด็กค่ายตั้งบริษัท Amigrow Group ที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation นายก่อศักดิ์  ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีล่าสุด เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/cp-all-creative-ai-camp-ep8/">ซีพี ออลล์-เซเว่น อีเลฟเว่น มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรด้าน AI ทั้งในและนอกองค์กรต่อเนื่อง จับมือพันธมิตรพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน จัดค่าย &#8216;Creative AI Camp ปีที่ 8&#8217; สร้างสรรค์ AI แก้โจทย์ธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div><b>ซีพี ออลล์-เซเว่น อีเลฟเว่น วางวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนการพั<wbr />ฒนาบุคลากรด้าน AI ทั้งในและนอกองค์กร ยกระดับ Mindset-Toolset-<wbr />Skillset ต่อเนื่อง ตั้งเป้าพนักงานปัจจุบันอย่างน้<wbr />อย 60% ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็<wbr />นประจำภายในปี 2571</b></div>
<p><span id="more-35258"></span></p>
<div><b> พร้อมค้นหาวิธีการใช้ AI แก้ Pain Point ธุรกิจต่อเนื่อง เดินหน้าจับมือพันธมิตรหลากสั<wbr />ญชาติ จัดค่าย Creative AI Camp ปีที่ 8 “AI Nexus : The Bridge to Infinite Possibilities” ปั้นเด็ก ม.ปลาย-ปวช.-ปวส.-อุดมศึกษา สร้างสรรค์ AI แก้โจทย์ภาคธุรกิจ พัฒนาสู่นักประยุกต์ใช้ AI รับมือความต้องการทุกอาชี<wbr />พในอนาคต โชว์ความสำเร็จ 2 อดีตเด็กค่ายตั้งบริษัท Amigrow Group ที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation</b></div>
<div></div>
<div><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35259" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/002.นายก่อศักดิ์-ไชยรัศมีศักดิ์-ประธานกรรมการบริหาร-บริษัท-ซีพี-ออลล์-จำกัด-มหาชน-ผู้บริหา.jpg" alt="" width="480" height="600" /></div>
<div></div>
<div><b>นายก่อศักดิ์  ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่</b> กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีล่าสุด เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีอัตราการเติบโตอย่างก้<wbr />าวกระโดด ความใหญ่ของพารามิเตอร์ซึ่งสะท้<wbr />อนถึงความซับซ้อนของ AI เดิมอยู่หลักแสนล้านพารามิเตอร์ ปัจจุบันเลยหลักล้านล้<wbr />านไปไกลแล้ว AI กลายเป็นเครื่องมือที่สามารถช่<wbr />วยเพิ่มประสิทธิ<wbr />ภาพการทำงานของผู้คนแทบทุ<wbr />กสายงานทุกสายอาชีพ บริษัทจึงวางวิสัยทัศน์ลงทุนพั<wbr />ฒนาทักษะบุคลากรในองค์กรด้าน AI ควบคู่กับการพัฒนาทักษะเยาวชนด้<wbr />าน AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยพัฒนาทั้งองค์<wbr />กรและอนาคตของชาติให้พร้อมรับมื<wbr />อโลกแห่งอนาคต</div>
<div></div>
<div>ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าจัดคอร์สฝึ<wbr />กอบรมภายใน เพื่อพัฒนาบุคลากรใน 3 มิติ ได้แก่ วิธีคิด (Mindset) เครื่องมือ (Toolset) และชุดทักษะ (Skillset) ที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตั้งเป้ายกระดับพนั<wbr />กงานปัจจุบันอย่างน้อย 60% ให้ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็<wbr />นประจำภายในปี 2571 ขณะเดียวกัน ยังคงเดินหน้าจับมือพันธมิตรกว่<wbr />า 8 ราย ได้แก่ google, AWS, Gosoft, Depa, Nectec, Metro System, สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ <wbr />และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี<wbr />พระจอมเกล้าธนบุรี จัดค่าย <b>Creative AI Camp ปีที่ 8</b> ภายใต้แนวคิด <b>“AI Nexus : The Bridge to Infinite Possibilities”</b> พัฒนาเยาวชนตั้<wbr />งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) จนถึงระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่ 2 อย่างเข้มข้น 3 เดือน ให้มีขีดความสามารถด้าน AI อย่างรอบด้าน และได้สัมผัสโจทย์จริงจากภาคธุ<wbr />รกิจ</div>
<div></div>
<div><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35260 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/005.นายพศวัต-เพ็งพริ้ง-หรือน้องต้นกล้า-ขวา-และนายพูนเพิ่ม-เกษหอม-หรือน้องอู๋-ซ้าย.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div>ด้าน<b>นายป๋วย ศศิพงศ์ไพโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์<wbr />ปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ สำนัก Digital Strategy</b> <b>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)</b> กล่าวว่า ตลาดงานในอนาคต จะต้องการผู้ที่มีทักษะ AI ใน 3 ระดับ <b>1.ผู้ที่มีความสามารถในการประยุ<wbr />กต์ใช้งานขั้นสูง (Super User) 2.นวัตกร (Innovator) และ 3.ผู้พัฒนา (Developer)</b> องค์กรจะคาดหวังว่<wbr />าพนักงานทุกคนจะต้องมีทักษะ AI ติดตัวมาบ้าง เหมือนที่คาดหวังว่าพนักงานทุ<wbr />กคนในปัจจุบันต้องมีทักษะการใช้<wbr />อินเทอร์เน็ต ทักษะการใช้ Microsoft Office ค่าย Creative AI Camp ในฐานะค่ายพัฒนาทักษะ AI เยาวชนไทยที่จัดมาอย่างต่อเนื่<wbr />องที่สุด และสร้างความเปลี่ยนแปลงมากที่<wbr />สุดในปัจจุบัน จึงไม่ได้คาดหวังให้เยาวชนทุ<wbr />กคนที่จบค่ายนี้ไปต้องกลายเป็<wbr />นวิศวกรซอฟต์แวร์ (Software Engineer) แต่คาดหวังให้ทุกคนมีทั<wbr />กษะในการประยุกต์ใช้ AI อย่างสร้างสรรค์กับอาชี<wbr />พในอนาคตของตัวเอง เพราะ AI สามารถเข้าไปยกระดับประสิทธิ<wbr />ภาพการทำงานของแต่ละอาชีพได้</div>
<div></div>
<div>“วันนี้เยาวชนตื่นตัวด้าน AI กันมากขึ้น จำนวนผู้สมัครปีนี้พุ่งสูงทะลุ <wbr />700 คน น้องๆ หลายคนพกทักษะด้าน AI มาครึ่งกระเป๋าตั้งแต่ก่อนเข้<wbr />าร่วมค่ายแล้ว ค่ายจึงไม่ได้มุ่งแค่พัฒนาทั<wbr />กษะด้าน AI แต่ยังมุ่งพัฒนาทักษะ Critical Thinking การสร้าง 7 อุปนิสัย หรือ 7 Habits ของผู้มีประสิทธิผลสูง ไปจนถึงทักษะการสร้าง Teamwork ขณะเดียวกัน เราให้เด็กๆ ได้ทดลองแก้ปัญหาโจทย์จริ<wbr />งจากภาคธุรกิจในเครือซีพี ออลล์ ที่มีแนวโน้มจะแก้ไขได้แล้วด้<wbr />วยเทคโนโลยีปัจจุบัน เด็กๆ ได้ฝึกทักษะความคิดสร้างสรรค์ ได้ความภาคภูมิใจหากแก้ไขปั<wbr />ญหาที่เกิดขึ้นจริงได้ ส่วนเราเองก็ได้ทดลองแนวคิด ไอเดียใหม่ๆ แก้ Pain Point ของหน่วยธุรกิจต่างๆ ลดความเสี่ยงการทำธุรกิจที่ผิ<wbr />ดพลาด” นายป๋วย กล่าว</div>
<div><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35261 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/011.บรรยากาศค่าย-Creative-AI-Camp-ปีที่-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div>ด้าน <b>นายเลิศชัย คงอำนวยศักดิ์ AI Specialist และหนึ่งในเมนเทอร์ของค่าย <wbr />Creative AI Camp ปีที่ 8</b> กล่าวว่า นอกเหนือจากทักษะด้านเทคโนโลยี<wbr />แล้ว AI Talent ที่องค์กรต้องการในปัจจุบัน ต้องมีคุณลักษณะ 3 ด้าน <b>1.ต้องมีความใฝ่รู้</b> พร้อมเรี<wbr />ยนรู้เรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ เนื่องจาก AI ที่ใหม่ในวันนี้ อาจมีสิ่งที่ใหม่กว่าแล้วในอีก <wbr />10 วันข้างหน้า <b>2.ต้องมีสังคมแห่งการแบ่งปัน</b> (<wbr />Community) เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์<wbr />ความรู้ด้วยมุมมองที่หลากหลาย และ <b>3.มีความคิดนอกกรอบ</b> มีไอเดี<wbr />ยใหม่ๆ ไปประยุกต์ใช้สร้างสรรค์นวั<wbr />ตกรรม</div>
<div></div>
<div>“การเข้าร่วมเป็นเมนเทอร์ในครั้<wbr />งนี้ ไม่ได้มุ่งให้ความรู้แต่เรื่<wbr />องเทคโนโลยี แต่จะให้แนวคิดทั้งการสร้างทีม การแบ่งงานกันในทีม ทักษะ Pitching และคาดหวังว่าทักษะที่มอบให้น้<wbr />องๆ เยาวชนในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่น้องๆ ทั้งในการทำงานและการพั<wbr />ฒนาประเทศต่อไป” นายเลิศชัย กล่าว</div>
<div></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35262 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/010.บรรยากาศค่าย-Creative-AI-Camp-ปีที่-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div>หลังการจัดค่าย Creative AI Camp อย่างต่อเนื่องถึง 8 ปี อดีตเยาวชนระดับ ม.ปลายในปีแรกๆ ได้เติบโตจนใกล้เรียนจบระดั<wbr />บมหาวิทยาลัย บางคนแม้จะไม่ได้ศึกษาต่อด้าน <wbr />AI โดยตรง แต่ก็ออกมาร่วมกันก่อตั้งธุรกิ<wbr />จที่เกี่ยวข้องกับ AI ในขณะที่ยังศึกษาอยู่ ล่าสุด <b>นายพศวัต เพ็งพริ้ง หรือน้องต้นกล้า และนายพูนเพิ่ม เกษหอม หรือน้องอู๋ อดีตเยาวชนค่าย Creative AI Camp ปีที่ 2</b> ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษั<wbr />ทที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation ของตัวเอง ระหว่างกำลังศึกษามหาวิทยาลัย</div>
<div></div>
<div><b>นายพศวัต เพ็งพริ้ง หรือน้องต้นกล้า</b> <b>ประธานเจ้าหน้<wbr />าที่บริหาร บริษัท เอ.เอ็ม.จี. อะมิโกรว์ กรุ๊ป หรือ Amigrow Group และอดีตเยาวชนค่าย Creative AI Camp ปีที่ 2</b> เล่าว่า ค่าย Creative AI Camp ถือเป็นเวทีแรกที่ทำให้ได้รู้จั<wbr />ก AI จากเด็กธรรมดาที่ไม่ได้สนใจ AI มาก่อน ไม่เล่นเกม ไม่มีคอมพิวเตอร์ ค่ายทำให้ตระหนักว่าสิ่งที่ต้<wbr />องทำคือการหาความรู้เพิ่มเติม ค่ายยังเป็นพื้นที่ให้<wbr />ทดลองทำอะไรหลายๆ อย่างปลอดภัย โดยมีการสนับสนุนจากวิ<wbr />ทยากรและเมนเทอร์ในค่าย สิ่งสำคัญที่สุดคือ ค่ายกดดันให้ต้องเรียนรู้ เพราะเมื่ออยู่ร่วมในสังคมของค่<wbr />าย หากไม่เร่งเรียนรู้ก็จะตามคนอื่<wbr />นไม่ทัน อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้<wbr />เริ่มต้นประกอบธุรกิจกับเพื่<wbr />อนที่มองเห็นทิศทางความสำคั<wbr />ญของ AI ต่อภาคธุรกิจเหมือนกัน เลยมาร่วมกันตั้ง Amigrow Group เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการทำ <wbr />Digital Transformation สำหรับองค์กร</div>
<div></div>
<div><b>นายพูนเพิ่ม เกษหอม หรือน้องอู๋ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท เอ.เอ็ม.จี. อะมิโกรว์ กรุ๊ป หรือ Amigrow Group และอดีตเยาวชนค่าย Creative AI Camp ปีที่ 2</b> กล่าวว่า บริษัทมีผู้ก่อตั้งทั้งสิ้น 4 คน โดยเป็นอดีตสมาชิกค่าย Creative AI Camp 2 คน เนื่องจากมองเห็นการเติบโตของ <wbr />AI ที่ส่งผลต่อภาคธุรกิจ จึงได้รวมตัวกันตั้งบริษัทที่มี<wbr />ทั้งผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้<wbr />านธุรกิจ ด้านเทคโนโลยี เพื่อช่วยเหลือกลุ่ม SME ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังขาดความรู้<wbr />ความเข้าใจด้านเทคโนโลยี ให้สามารถเปลี่ยนผ่าน นำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับส่วนต่<wbr />างๆ ของธุรกิจ หรือ Digital Transformation ได้อย่างเหมาะสม โดยคำว่า Amigrow เป็นการเล่นคำพ้องเสียงกับคำว่<wbr />า Amigo ในภาษาสเปนที่แปลว่าเพื่อน แต่เปลี่ยนคำว่า Go เป็น Grow เติบโต สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของบริษัท <b>“A friend who help you grow, or a space for growing together”</b> ที่ต้องการเป็นเพื่<wbr />อนช่วย SME เติบโต</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/012.บรรยากาศค่าย-Creative-AI-Camp-ปีที่-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div>ทั้งนี้ การจัดค่าย Creative AI Camp ปีที่ 8 ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุ<wbr />นจากพันธมิตรชั้นนำที่มีความเชี่<wbr />ยวชาญและประสบการณ์ในสายงาน AI มากกว่า 30 ราย แบ่งเป็น <b>1.กลุ่มสถาบันการศึกษา</b> ได้แก่ <wbr />คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (<wbr />PIM) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต <b>2.กลุ่ม Mentor และผู้สนับสนุนเครื่องมือ</b> อาทิ บริษัท โกซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (AWS) บริษัท ไอโนว์พลัส จำกัด, The Sun Plex Engineering And Software  Co., Ltd., Ambient19 Co., Ltd., บริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เซอร์ทิส จำกัด ฯลฯ โดยมีทีมงาน ตลอดจนผู้บริหารระดับ CEO และผู้ก่อตั้งของแต่ละองค์กรร่<wbr />วมเป็น Mentor ด้วย <b>3.กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง</b> <wbr />เป็นผู้ที่ทำงานอยู่ในองค์<wbr />กรเทคโนโลยีระดับโลกและมาร่<wbr />วมเป็นวิทยากรแบ่งปันองค์ความรู้<wbr />ในนามส่วนตัว และ <b>4.กลุ่มผู้สนับสนุนโจทย์ปัญหา</b> <wbr />เป็นผู้คัดเลือกโจทย์น่าสนใจที่<wbr />เผชิญจริงในภาคธุรกิจ</div>
<div></div>
<div>สำหรับค่าย <b>Creative AI Camp</b> จัดขึ้นภายใต้<b>นโยบายสร้<wbr />างคนผ่านการศึกษา ตามปณิธานองค์กร “Giving &amp; Sharing”</b> มุ่งเน้นให้เหล่<wbr />าเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติ ได้พัฒนาทักษะความสามารถจนเป็น “คนพันธุ์ AI  หัวใจโกะ” วิถีความเป็นมนุษย์ AI สร้างสรรค์ สามารถสร้างสรรค์ AI  ผสมผสานปรัชญาหมากล้อม เพื่<wbr />อประโยชน์ของสังคม และกลายเป็นเมล็ดพันธุ์แห่<wbr />งการเปลี่ยนโลกในอนาคต ปัจจุบัน มีกิจกรรมเยาวชนด้านๆ AI ใหม่ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่องภายใต้ <wbr />Creative AI Club โดยผู้สนใจกิจกรรมของ Creative AI Club สามารถสมัครเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่<wbr />งได้ที่ <u><a id="m_-9009676784801807922OWAf74c32bc-6ba1-f76d-d2e0-ae2bdc59245f" href="https://caicamp.cpall.co.th/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://caicamp.cpall.co.th/&amp;source=gmail&amp;ust=1754627275843000&amp;usg=AOvVaw2M8gg8t4Q62MqO4jDI0Qgb">https://caicamp.cpall.co.th/</a></u></div>
<div>
<div>#CreativeAiCamp  #ซีพีออลล์สร้างคนผ่านการศึกษา #ซีพีออลล์สร้างคน  #GivingSharing</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/cp-all-creative-ai-camp-ep8/">ซีพี ออลล์-เซเว่น อีเลฟเว่น มุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรด้าน AI ทั้งในและนอกองค์กรต่อเนื่อง จับมือพันธมิตรพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน จัดค่าย &#8216;Creative AI Camp ปีที่ 8&#8217; สร้างสรรค์ AI แก้โจทย์ธุรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ย้อนความสำเร็จ 5 ปี &#8216;สามย่านมิตรทาวน์&#8217; ​มิกซ์ยูสแรกของพระราม 4  ตอบโจทย์​ทั้ง Community Segmentation และ Location </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/samyan-mitrtown-fifth-anniversary-mixed-use-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Sep 2024 04:09:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Concept]]></category>
		<category><![CDATA[District]]></category>
		<category><![CDATA[Food & Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers Property]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers Property Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Mall]]></category>
		<category><![CDATA[Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr - ting place concept ​]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr mindset]]></category>
		<category><![CDATA[Mixed-Used]]></category>
		<category><![CDATA[Office]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[Residential]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[SAMYAN]]></category>
		<category><![CDATA[SAMYAN MITRTOWN]]></category>
		<category><![CDATA[Sky Garden]]></category>
		<category><![CDATA[Smart & Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[The Mitr Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปน สิริวัฒนภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[ธนพล ศิริธนชัย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[ปณต สิริวัฒนภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[พระราม 4]]></category>
		<category><![CDATA[มิกซ์ยูส]]></category>
		<category><![CDATA[ลานนม]]></category>
		<category><![CDATA[สามย่านมิตรทาวน์]]></category>
		<category><![CDATA[อุโมงค์สามย่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองแห่งมิตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29104</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉายภาพความสำเร็จในฐานะ Place Maker ​ ผู้ปลุกชีวิตและเติมสีสันให้กับพื้นที่ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น &#8216;ทะเลทรายซาฮาร่า&#8217; เพราะเป็นพื้นที่ว่างเปล่ามานานเป็นสิบปี ก่อนที่ทาง เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จะเริ่มเข้ามาพัฒนาพื้นที่เกือบ 14 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4 เพื่อก่อสร้างโครงการ Mixed-used ภายใต้ชื่อ &#8216;สามย่านมิตรทาวน์&#8216; เมื่อ 10 มิถุนายน 2558 ก่อนจะ​แล้วเสร็จ​ในอีก 4 ปีต่อมา &#8216;สามย่านมิตรทาวน์​&#8216; เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในวันที่​ 20 กันยายน 2562  และถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกบนถนนพระราม 4 ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 9 พันล้านบาท ​พื้นที่กว่า 2.22 แสนตารางเมตร ภายในโครงการ​มีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม รวมทั้งศูนย์การค้า และศูนย์ประชุม เพื่อให้เป็นโครงการที่สามารถรองรับทุกไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต ​ทั้งการทำงาน การกิน การอยู่อาศัย การจับจ่ายใช้สอย หรือการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ในหลากหลายรูปแบบ คุณธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/samyan-mitrtown-fifth-anniversary-mixed-use-project/">ย้อนความสำเร็จ 5 ปี &#8216;สามย่านมิตรทาวน์&#8217; ​มิกซ์ยูสแรกของพระราม 4  ตอบโจทย์​ทั้ง Community Segmentation และ Location </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉายภาพความสำเร็จในฐานะ Place Maker ​ ผู้ปลุกชีวิตและเติมสีสันให้กับพื้นที่ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น<strong> &#8216;ทะเลทรายซาฮาร่า&#8217;</strong> เพราะเป็นพื้นที่ว่างเปล่ามานานเป็นสิบปี ก่อนที่ทาง <strong>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย </strong>จะเริ่มเข้ามาพัฒนาพื้นที่เกือบ 14 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4 เพื่อก่อสร้างโครงการ Mixed-used ภายใต้ชื่อ &#8216;<strong>สามย่านมิตรทาวน์</strong>&#8216; เมื่อ 10 มิถุนายน 2558 ก่อนจะ​แล้วเสร็จ​ในอีก 4 ปีต่อมา</p>
<p><span id="more-29104"></span></p>
<p><strong>&#8216;สามย่านมิตรทาวน์​</strong>&#8216; เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในวันที่​ 20 กันยายน 2562  และถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกบนถนนพระราม 4 ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 9 พันล้านบาท ​พื้นที่กว่า 2.22 แสนตารางเมตร ภายในโครงการ​มีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม รวมทั้งศูนย์การค้า และศูนย์ประชุม เพื่อให้เป็นโครงการที่สามารถรองรับทุกไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต ​ทั้งการทำงาน การกิน การอยู่อาศัย การจับจ่ายใช้สอย หรือการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ในหลากหลายรูปแบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29271 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/PANO2.jpg" alt="" width="1200" height="893" /></p>
<p><strong>คุณธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (</strong><strong>Country CEO) </strong>บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันสามย่านมิตรทาวน์เปิดให้บริการมาครบ 5 ปีแล้ว ภายใต้วิสัยทัศน์ของ <strong>คุณฐาปน </strong>และ <strong>คุณปณต สิริวัฒนภักดี</strong> ที่นำประสบการณ์​การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาพลิกโฉมถนนพระราม 4 แห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ พร้อม <strong>ความสำเร็จในการ​เป็นหนึ่งแลนด์มาร์กบนพื้นที่ที่เคยได้ชื่อว่า &#8216;ทะเลทรายซาฮาร่า&#8217; จากที่เคยเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่ามานับสิบปี ​แต่ปัจจุบันมีผู้คนหมุนเวียนเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยวันละกว่า 8 หมื่นคน หรือมีโอกาสได้ต้อนรับผู้คนไปแล้​วกว่า 120 ล้านคน โดย 80% เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่</strong> ทั้งนักศึกษา และกลุ่มคนทำงาน จึงสะท้อนได้ถึงการเป็นมิกซ์ยูสในใจคนรุ่นใหม่</p>
<p>รวมทั้งการตอบรับที่ดีจากทุกองค์ประกอบในโครงการไม่ว่าจะเป็นส่วนของอาคารสำนักงาน (Office) ที่มีอัตราการเช่าถึง 98% จาก 39 บริษัท โดยกว่า 50% เป็นบริษัทต่างชาติ ที่ให้ความสำคัญในการหาออฟฟิศที่ได้ตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการเป็นอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งออฟฟิศของสามย่านจัดเป็นอาคารเกรด A ที่ได้รับรองตามมาตรฐาน LEED Gold</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29261 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณธนพล-ศิริธนชัย-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในส่วนโซนอยู่อาศัย คอนโดมิเนียมสามารถปิดการขายได้ทั้ง 100% และมีอัตราการ Resale เพิ่มขึ้นถึง 22% โดยมีระดับราคาสูงสุดถึง 1.6 แสนบาทต่อตารางเมตร เนื่องจากยังมีดีมานด์ในปริมาณที่สูง ขณะที่ส่วนของโรงแรม 102 ห้อง มีอัตราการเข้าพัก 90% รวมทั้งในส่วนพื้นที่ค้าปลีกที่มีกว่า 3.6 หมื่นตารางเมตร ก็มีผู้เช้าเต็มเช่นกัน ซึ่งทางศูนย์มีแผนเพิ่มพื้นที่เช่าผ่านการเพิ่มคีออสสำหรับร้านค้าย่อยเพิ่มเติมในอนาคต โดยยังเน้นให้มีพื้นที่โล่งสำหรับลูกค้าเดินได้อย่างสะดวกเช่นเดิม ขณะที่ภายในศูนย์มีการจัดงานอีเวนท์ต่างๆ ​ไปกว่า 1,500 งาน ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อดึงดูดให้มีคนเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29267 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/The-Art-Lantern-Festival.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;​<strong>ความสำเร็จของสามย่านมิตรทาวน์มาจากการให้ความสำคัญกับทุกองค์ประกอบภายใน Ecosystem การเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันท้ังในส่วนของ Office Residential และ Retail รวมทั้งความสามารถวิเคราะห์และเข้าใจ Community, Segmentation และ Location</strong> <strong>ได้อย่างถ่องแท้</strong> ผ่านการวางคอนเซ็ปต์ที่​เชื่อมโยงกับความแข็งแรงของโลเกชั่นอย่าง <strong>&#8216;สามย่าน&#8217;</strong> ที่เป็นย่านตลาดเก่าและโดดเด่นเรื่องของกิน ประกอบกับเป็นที่ตั้งของ​สถานศึกษาชั้นนำของประเทศอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่มาของการวาง Positioning ที่ผสมผสานระหว่าง Food และ Knowledge ​ในฐานะ <strong>&#8216;คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้&#8217; </strong>ทำให้สามารถออกแบบพื้นที่ในโครงการให้สร้างประโยชน์และเป็นศูนย์กลางของผู้คนและชุมชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่โดยรอบได้ ขณะเดียวกันยังสามารถตอบโจทย์ Painpoint เดิมของพื้นที่ ที่ขาดแคลนคอนโดเพื่อยู่อาศัยในการ​รองรับปริมาณนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีราว 2 หมื่นคน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเข้ามา​เพิ่มทั้งดีมานด์และไอเดียใหม่ๆ ทำให้ในพื้นที่มีความแปลกใหม่และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29262 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณธนพล-ศิริธนชัย-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณธนพล</strong> ยังได้ฉายภาพ 3 ความสำเร็จในการขับเคลื่อน <strong>&#8216;สามย่านมิตรทาวน์&#8217;</strong> พร้อมสร้าง Positive Impact ทั้งในแง่ของการเติบโตด้านธุรกิจ รวมทั้งการเป็นศูนย์กลางในการใช้ชีวิตของผู้คนในย่านพระราม 4 มาตลอด 5 ปี ​มาจาก​กลยุทธ์ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Mitr &#8211; </strong><strong>t</strong><strong>ing place concept ​</strong>การวางคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนในฐานะ <strong>‘</strong><strong>คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้</strong><strong>’ </strong>​ที่​​ผสมผสานวัฒนธรรมของชุมชนสามย่าน และการตั้งอยู่บริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ​เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สามย่านมิตรทาวน์โดดเด่นในตลาดมิกซ์ยูส ที่สามารถตอบโจทย์​​และเติมเต็ม​ด้าน <strong>Smart &amp; Friendly</strong> สะท้อนถึงความทันสมัย ฉลาด การเรียนรู้ และมีความเป็นมิตร เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้​ และร่วมสร้างสังคมของการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ทำให้ภายในศูนย์เต็มไปด้วยร้านอาหารระดับแฟลกชิพ หรือร้านในตำนานต่างๆ รวมทั้งพื้นที่สร้างสรรค์ เวิร์คช้อป ART &amp; CRAFT ต่างๆ เป็นต้น ​​​</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/2-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>2. Mitr mindset </strong><strong>กล้าคิดนอกกรอบ</strong> ในฐานะที่ไม่เคยทำรีเทลมาก่อน ทำให้วิธีคิดของสามย่านมิตรทาวน์ ไม่ได้ยึดกับขนบเดิมๆ ของการทำศูนย์การค้าทั่วไป แต่เลือกทำให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด และผู้บริโภคเป็นสำคัญ ทำให้สามารถสร้างความแตกต่างจากตลาด ทั้งการพัฒนา​พื้นที่ให้บริการ 24 ชั่วโมงแห่งแรกใจกลางเมือง ทั้งร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และพื้นที่โค-เลิร์นนิ่ง สเปซ ภายใต้ชื่อ ซี อาเซียน สามย่าน โค-ออป (C asean Samyan CO-OP) ที่เปิดให้เรียนรู้ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง โดยปัจจุบันมีสมาชิกแล้วกว่า 180,000 คน เฉลี่ยมีผู้เข้าใช้บริการถึง 1,500 คน ต่อวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29265 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>รวมทั้งการครีเอทกิจกรรมหรืออีเวนท์ ที่ตอบโจทย์​ Segment และ Location เช่น <strong>ลานนมสามย่าน</strong> ที่กลายเป็นอีกหนึ่ง Signature Event ​สร้างกระแสให้ผู้คนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ลานนมอารมณ์ลานเบียร์เป็นจำนวนมาก รวมท้ังอีกหนึ่งแลนด์มาร์กอย่าง <strong>อุโมงค์สามย่าน</strong> ที่มีคนผ่านไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นคนต่อวัน ซึ่งแตกต่างทั้งเรื่องของการตกแต่ง​ พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการและบุคคลทั่วไป​เข้าสู่อาคารได้อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย และไร้รอยต่อ หรือการมี <strong>Sky Garden</strong> เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ผู้ใช้บริการทุกคนได้ผ่อนคลายบริเวณชั้น 5 ของโครงการ รวมทั้งการใช้พื้นที่หน้าโครงการ หรือภายในศูนย์ เพื่อร่วมมือกับภาครัฐหรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อตอบโจทย์และช่วยเหลือสังคม​ เช่น การเปิดพื้นที่ช่วยเหลือ SME หรือคนตัวเล็ก การจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนช่วงโควิด รวมทั้งเป็นพื้นที่ Street Performance สำหรับผู้มีความสามารถได้มีโอกาสแสดงออก เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Samyan-Mitrtown-Sky-Garden-5th-Fl..jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. The Mitr Ecosystem</strong> <strong>เมืองแห่งมิตร </strong>​การออกแบบให้ทุกองค์ประกอบสามารถเชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ ​รวมทั้งสามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่กันและกันได้​ เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่อาศัยทั้งในโครงการ หรือพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ผู้ประกอบการ คนทำงาน นักท่องเที่ยว หรือคนมาสัมมนา และมาร่วมกิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการ</p>
<p><em>&#8220;สามย่านมิตรทาวน์ ยังโฟกัส 3 แนวทาง เพื่อรักษาความแข็งแรงของตัวตนและเพิ่มโอกาส​เติบโตในอนาคต รวมทั้งการติดตามเทรนด์ต่างๆ ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี เทรนด์ทางธุรกิจ หรือพฤติกรรมต่างๆ ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคเพื่อโอกาสในการสร้าง S-Curve เพิ่มมากขึ้น รวมทั้ง​เพิ่มความสามารถในการปรับตัวตามยุคสมัย ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการด้าน Workplace, Property และ Retail เพื่อสามารถออกแบบและพัฒนาพื้นที่ให้ตอบโจทย์​และสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง​ต่างๆ ​​​ เพื่อสามารถรักษาความแข็งแกร่งและเติบโตในอนาคตข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง&#8221;​</em> คุณธนพล กล่าวทิ้งท้าย ​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/samyan-mitrtown-fifth-anniversary-mixed-use-project/">ย้อนความสำเร็จ 5 ปี &#8216;สามย่านมิตรทาวน์&#8217; ​มิกซ์ยูสแรกของพระราม 4  ตอบโจทย์​ทั้ง Community Segmentation และ Location </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>YDM ผ่าองค์กรไทย 4 สายพันธุ์บนโลก Marketing Transformation ยุคดิจิทัล แนะทริคติดสปีด ชี้ Data และ MarTech ฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนแบรนด์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/ydm-classified-4-type-of-thai-organization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2023 04:00:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Journey]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Environment]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[MarTech]]></category>
		<category><![CDATA[Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[Skill set]]></category>
		<category><![CDATA[YDM]]></category>
		<category><![CDATA[ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[สายพันธุ์องค์กรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19791</guid>

					<description><![CDATA[<p>YDM ผ่าองค์กรไทยบนโลก Marketing Transformation ในยุคดิจิทัล ออกเป็น 4 สายพันธุ์ “ไดโนซอร์” พบ 20% เป็นกลุ่มที่มีความพร้อมน้อยที่สุด ทำการตลาดแบบดั้งเดิม สื่อสารแบบ Mass  “ชิมแปนซี”มีมากที่สุดถึง 50% เริ่มใช้ Data แต่เก็บแยกส่วนไม่รวมศูนย์ เสี่ยงตัดสินใจคลาดเคลื่อน “เซเปียนส์” มี 25 % ทำมาร์เกตติ้งทรานส์ฟอร์มแล้วครึ่งทาง มองเห็นการเชื่อมโยงข้อมูลระดับ Consumer Journey ทำการตลาดเจาะเฉพาะบุคคล และเริ่มทำการตลาดอัตโนมัติแบบไม่ซับซ้อน เช่น CRM และ “โฮโมดีอุส” สายพันธ์ขั้นเทพทรานส์ฟอร์ฯการตลาดสำเร็จแล้ว พบเพียง 5% ในองค์กรไทย พร้อมแนะแนวทางติดสปีดองค์กรแต่ละสายพันธุ์ ชี้ Data คือเครื่องมือสำคัญของแบรนด์ ควบคู่การเลือกใช้เครื่องมือ MarTech ที่มีประสิทธิภาพ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ช่วยเพิ่มยอดขายเติบโตแบบวัดผลได้ ติดอาวุธพร้อมรับการแข่งขัน คุณธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/ydm-classified-4-type-of-thai-organization/">YDM ผ่าองค์กรไทย 4 สายพันธุ์บนโลก Marketing Transformation ยุคดิจิทัล แนะทริคติดสปีด ชี้ Data และ MarTech ฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนแบรนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>YDM ผ่าองค์กรไทยบนโลก Marketing Transformation ในยุคดิจิทัล ออกเป็น 4 สายพันธุ์ “<strong>ไดโนซอร์</strong>” พบ 20% เป็นกลุ่มที่มีความพร้อมน้อยที่สุด ทำการตลาดแบบดั้งเดิม สื่อสารแบบ Mass  “<strong>ชิมแปนซี</strong>”มีมากที่สุดถึง 50% เริ่มใช้ Data แต่เก็บแยกส่วนไม่รวมศูนย์ เสี่ยงตัดสินใจคลาดเคลื่อน</p>
<p><span id="more-19791"></span></p>
<p><strong>“เซเปียนส์”</strong> มี 25 % ทำมาร์เกตติ้งทรานส์ฟอร์มแล้วครึ่งทาง มองเห็นการเชื่อมโยงข้อมูลระดับ Consumer Journey ทำการตลาดเจาะเฉพาะบุคคล และเริ่มทำการตลาดอัตโนมัติแบบไม่ซับซ้อน เช่น CRM และ “<strong>โฮโมดีอุส</strong>” สายพันธ์ขั้นเทพทรานส์ฟอร์ฯการตลาดสำเร็จแล้ว พบเพียง 5% ในองค์กรไทย พร้อมแนะแนวทางติดสปีดองค์กรแต่ละสายพันธุ์ ชี้ Data คือเครื่องมือสำคัญของแบรนด์ ควบคู่การเลือกใช้เครื่องมือ MarTech ที่มีประสิทธิภาพ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ช่วยเพิ่มยอดขายเติบโตแบบวัดผลได้ ติดอาวุธพร้อมรับการแข่งขัน</p>
<p><strong>คุณธนพล ทรัพย์สมบูรณ์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่าในยุคที่องค์กรทั่วโลกเดินหน้าทำ Marketing Transformation ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมดิจิทัล (Digital Environment) และสภาพการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาด กลับมีหลายปัจจัยที่กระทบกับความยากง่าย และระยะเวลาในการทรานส์ฟอร์มฯ เช่น ความพร้อมทางด้านบุคลากรทั้งทางด้าน Mindset และ Skill set ระบบการจัดการข้อมูลในองค์กร การเลือกใช้เครื่องมือทางด้าน MarTech ตลอดจนการลงทุนทั้งในเรื่องของงบประมาณและเวลา เหล่านี้เป็นปัจจัยของการเกิดช่องว่างระหว่างองค์กรที่ทรานส์ฟอร์มได้สำเร็จ กับองค์กรที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และองค์กรกำลังเริ่มต้น จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรมมากว่า 10 ปี YDM ได้แบ่งประเภทขององค์กรออกเป็น 4 สายพันธุ์ พร้อมแนวทางในการปรับปรุงองค์กรสู่โลกการตลาดยุคใหม่ ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19793 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/YDM12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กลุ่มที่ 1 ไดโนซอร์ (Dinosaur)</strong> มีประมาณ 20% เป็นกลุ่มที่มีความพร้อมในการทรานส์ฟอร์มฯ น้อยที่สุด ยังทำการตลาดแบบดั้งเดิม (Traditiona)l เน้นสื่อสารแบบ Mass กำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบกว้าง ๆ แบ่งเป็นกลุ่มตามเพศ อายุ ช่วงวัย โลเคชั่น ฯลฯ ไม่มีการกำหนดเป็น Segment ย่อย ตามพฤติกรรมผู้บริโภค (Behavioral Segmentation) และใช้สื่อออฟไลน์เป็นหลัก ใช้ข้อมูลจากบริษัทรีเสิร์ช ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง กำหนดทิศทางแผนการตลาดจากประสบการณ์ของผู้บริหารระดับสูง กระบวนการทำงานค่อนข้างช้า ใช้ระยะเวลาทำโฆษณาต่อแคมเปญนาน 2-3 เดือน KPI ของแคมเปญขึ้นกับ KPI ของมีเดีย เช่น View, Reach &amp; Frequency, No. of Follower สำหรับกลุ่มนี้ YDM แนะนำให้ทำ Digital Marketing เพิ่มมากขึ้น และจัดเก็บข้อมูลของ Customers และ Potential Customers ในทุก ๆ Touch points ให้ได้มากที่สุด เพื่อเลื่อนระดับเข้าสู่กลุ่มที่ 2</p>
<p><strong>กลุ่มที่ 2 ชิมแปนซี (Chimpanzee)</strong> พบมากที่สุดในองค์กรไทยราว 50% เป็นกลุ่มที่เริ่มทรานส์ฟอร์ม มีความพร้อมในเชิง Data และ Digital Marketing มากขึ้น เน้นทำการตลาดหลากหลายช่องทางบนออนไลน์และออฟไลน์ โดยให้ความสำคัญทั้งออนไลน์และออฟไลน์พอ ๆ กัน ในกลุ่มนี้จะเริ่มมีการบริหารจัดการข้อมูลแต่ยังเป็นการเก็บแบบแยกส่วน ให้ความสำคัญกับทั้งสองช่องทางเท่ากัน เริ่มใช้ Data กำหนดทิศทางการทำการตลาด โดยอาศัยข้อมูลจาก 2 ส่วน คือ ข้อมูลในองค์กร และข้อมูลจากภายนอก เก็บข้อมูลแยกส่วนกัน ส่งผลให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน เช่น ทีมมีเดียเอเจนซี่ทำการลงโฆษณาดิจิทัลเพื่อสร้าง Lead ให้ทีมขาย แต่เอเจนซี่กลับไม่ได้รับข้อมูล Feedback จากทีมขายว่า Lead สามารถปิดขายได้หรือไม่ เอเจนซี่ทำได้แค่เพิ่มประสิทธิภาพ (Optimize) ราคาต่อ Lead ให้ถูกที่สุด ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วจริงแล้ว Lead ที่ถูกที่สุดนั้นไม่ได้คุณภาพ และไม่สามารถปิดการขายก็ได้</p>
<p>สำหรับ KPI งานโฆษณาของ เผ่าชิมแปนซี มีหลายมิติขึ้น เช่น วัด KPI จากยอด Engagement, Conversion, หรือ Lead เป็นต้น YDM แนะนำองค์กรกลุ่มนี้ ให้ความสำคัญการจัดเก็บข้อมูลภายในให้ละเอียดมากขึ้น และพยายามรวมศูนย์ข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน และควรพิจารณานำเครื่องมือ MarTech อย่าง Customer Data Platform (CDP) มาเริ่มใช้งาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/YDM13.jpg" alt="" width="900" height="900" /></p>
<p><strong>กลุ่มที่ 3 เซเปียนส์ (Sapiens)</strong> พบ 25% เริ่มมีการใช้ Customer Data และ Marketing Technology เพื่อเพิ่มยอดขายสามารถทรานส์ฟอร์ม มาร์เก็ตติ้ง มาได้เกินครึ่งทาง ตัดสินใจทางการตลาดโดยอาศัยข้อมูลในองค์กรเป็นหลัก และข้อมูลเกินกว่า 50% สามารถนำมารวมศูนย์ได้ เริ่มมองเห็นความเชื่อมโยงของข้อมูลในระดับ Consumer Journey ได้ ทำให้สามารถทำ การตลาดเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) แบ่งเป็น Segment ย่อย ๆ ตามพฤติกรรมได้ และสามารถทำ ประสบการณ์ลูกค้าเฉพาะบุคคล (Personalized Customer Experience) โดยมีการสื่อสาร นำเสนอสินค้าบริการและโปรโมชั่น เจาะ Segment ได้อย่างเหมาะสม โดยจะเริ่มลงทุนใน Marketing Technology เช่น CDP, Chatbot, Data Analytic Tools ต่าง ๆ และเริ่มมีการทำ Marketing Automation ในงานที่ไม่ซับซ้อนมาก เช่น CRM ทำให้แบรนด์มีความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น</p>
<p>KPI งานโฆษณาในกลุ่มเซเปียนส์ เป็น “ยอดขาย” เพราะสามารถวัดผลกระทบของงานโฆษณาที่มีต่อยอดขายได้ชัดเจน YDM แนะให้กลุ่มนี้เริ่มทดลองสร้าง Segment กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ จากข้อมูลที่มีเพื่อหาโอกาสในการขยายธุรกิจ และทำ Use Case Marketing Automation และ Personalized Marketing หลายแบบ และเริ่มนำ AI มาใช้ในส่วนงาน Data ที่มีความพร้อม</p>
<p>กลุ่มสุดท้ายเป็น <strong>สายพันธุ์ขั้นเทพ คือ โฮโมดีอุส (Homo Deus)</strong> พบเพียง 5% เท่านั้น เป็นกลุ่มที่ทรานส์ฟอร์มตัวเองสำเร็จแล้ว ใช้ Marketing Automation และ AI ได้เต็มรูปแบบ มีการเก็บ Data ในทุก ๆ Touch Point ใน Consumer Journey รวมไว้ที่เดียวกันได้ทั้งหมดและสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกันได้อย่าง Full Loop ทุกคนตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ด้วยความสมบูรณ์ของข้อมูลทำให้สามารถทำ Personalized Marketing แบบรายบุคคลได้ เช่น ลูกค้ามี 50,000 คน ก็สามารถยื่นข้อเสนอที่ตอบโจทย์ความต้องการเจาะลูกค้าแต่ละราย มีการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลและช่วยในการตัดสินใจ ช่วยลดการตัดสินใจของคนลงได้หลายเรื่อง มีการทำ Marketing Automation เกือบจะทุกส่วนใน Consumer Journey มีความสามารถในการเข้าใจลูกค้า สื่อสารด้วย Message ที่ถูกต้อง ถูกที่ ถูกเวลา และทำการตลาดแบบ Personalized Omni Channel ได้ไร้รอยต่อ เช่น Netflix สามารถดูหนังต่อเนื่องได้ทุกที่ทุกเวลา บน ทุกแพลตฟอร์ม ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์<br />
KPI ของเผ่าโฮโมดีอุส วัดจาก “ยอดขายที่เพิ่มขึ้น” ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าในการใช้ Marketing Technology และการรวบรวมข้อมูลมาป้อนให้ AI หากนำData กลับไปให้ AI มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้ AI ที่ฉลาดเพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาดได้มากขึ้นบนต้นทุนที่ต่ำลง สำหรับสายพันธุ์ขั้นเทพอย่าง โฮโมดีอุส YDM แนะควรมุ่งหา Data Partner เพราะ Data ที่องค์กรเก็บมาอาจไม่เพียงพอ การหา Data Partner ในหลากหลายธุรกิจ เพื่อขยายขนาดฐานข้อมูล นำไปสู่การขยายกลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขึ้น เพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ</p>
<p>ทั้งนี้ “Data” คือฟันเฟืองที่สำคัญของการทำ Marketing Transformation ควบคู่กับการใช้ MarTech ที่มีประสิทธิภาพโดยที่ผ่านมา YDM Thailand นำประสบการณ์ทำงานและความเชี่ยวชาญ เป็นส่วนหนึ่งในการเร่งขับเคลื่อนองค์กรไทยหลายแห่งทำ Marketing Transformation ให้ประสบผลสำเร็จ เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ด้วยการนำประสบการณ์ทีมงานที่เชี่ยวชาญ และนำแพลตฟอร์ม MarTech ที่เหมาะสม มาช่วยองค์กรบริหารจัดการ Data และ Implement แพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้า (CDP) ให้สำเร็จได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/ydm-classified-4-type-of-thai-organization/">YDM ผ่าองค์กรไทย 4 สายพันธุ์บนโลก Marketing Transformation ยุคดิจิทัล แนะทริคติดสปีด ชี้ Data และ MarTech ฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนแบรนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เข้าใจ 3 Pain points ทำไม SMEs ยุคใหม่ ทำงานเก่ง สร้างตัวไว แต่ไปต่อไม่ได้?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/pain-point-smes-fast-growth-but-not-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jun 2023 07:47:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[Key Success]]></category>
		<category><![CDATA[Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[Pain point]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[Strategic]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Tomthanet Incubator]]></category>
		<category><![CDATA[TTI]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุขในองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ทีทีไอ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธเนศ ลีลาภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[วิสัยทัศน์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจทอมธเนศ]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าของกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18974</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจทอมธเนศ หรือ ทีทีไอ (Tomthanet Incubator) ผู้ให้คำปรึกษาธุรกิจ SMEs และเทรนนิ่งผู้บริหารตลอดจนพนักงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงในองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน เปิดเผยถึงปัญหาที่ SMEs รุ่นใหม่ประสบในช่วงปี 2564-2566 คือ นักธุรกิจรุ่นใหม่สร้างตัวได้เร็วแต่ไม่สามารถรักษาความสำเร็จระยะยาวได้ โดยพบว่าธุรกิจที่ประสบปัญหา 3 อันดับแรก ได้แก่ Social Commerce หรือ Live Commerce, ธุรกิจสุขภาพ และ ธุรกิจความงาม พร้อมแนะนำสมการแก้ Pain Point ต้องเริ่มปรับที่ Mindset เจ้าของกิจการ สร้างวัฒนธรรมองค์กรจากบนลงราก เน้นสร้างบรรยากาศการทำงานรูปแบบ Hybrid Work ที่ดี และปลูกฝังเป้าหมายการพัฒนาตนเองของพนักงานในยุคใหม่ Pain point ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โตไวแต่ไปต่อไม่ได้ คุณธเนศ ลีลาภรณ์ ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจทอมธเนศ (Tomthanet Incubator) หรือ ทีทีไอ กล่าวว่า ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ พบว่าเจ้าของธุรกิจ SMEs [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/pain-point-smes-fast-growth-but-not-sustainability/">เข้าใจ 3 Pain points ทำไม SMEs ยุคใหม่ ทำงานเก่ง สร้างตัวไว แต่ไปต่อไม่ได้?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจทอมธเนศ หรือ ทีทีไอ</strong> (Tomthanet Incubator) ผู้ให้คำปรึกษาธุรกิจ SMEs และเทรนนิ่งผู้บริหารตลอดจนพนักงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงในองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน เปิดเผยถึงปัญหาที่ SMEs รุ่นใหม่ประสบในช่วงปี 2564-2566 คือ นักธุรกิจรุ่นใหม่สร้างตัวได้เร็วแต่ไม่สามารถรักษาความสำเร็จระยะยาวได้</p>
<p><span id="more-18974"></span></p>
<p>โดยพบว่าธุรกิจที่ประสบปัญหา 3 อันดับแรก ได้แก่ Social Commerce หรือ Live Commerce, ธุรกิจสุขภาพ และ ธุรกิจความงาม พร้อมแนะนำสมการแก้ Pain Point ต้องเริ่มปรับที่ Mindset เจ้าของกิจการ สร้างวัฒนธรรมองค์กรจากบนลงราก เน้นสร้างบรรยากาศการทำงานรูปแบบ Hybrid Work ที่ดี และปลูกฝังเป้าหมายการพัฒนาตนเองของพนักงานในยุคใหม่</p>
<p><strong>Pain point ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โตไวแต่ไปต่อไม่ได้</strong></p>
<p><strong>คุณธเนศ ลีลาภรณ์</strong> ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งศูนย์บ่มเพาะธุรกิจทอมธเนศ (Tomthanet Incubator) หรือ ทีทีไอ กล่าวว่า ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ พบว่าเจ้าของธุรกิจ SMEs รุ่นใหม่ สามารถสร้างตัวได้ไวและประสบความสำเร็จเร็ว เช่น ธุรกิจ E-Commerce, ไลฟ์ขายของออนไลน์, ธุรกิจสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ และธุรกิจด้านความงาม โดยจะเห็นว่ามีผู้ประกอบการหลายรายทำรายได้สูงถึงขั้นเปลี่ยนวิถีชีวิตของเจ้าของ แต่ขณะเดียวกันก็พบว่าทำอยู่ได้ไม่นานก็เลิก ทั้ง ๆ ที่ธุรกิจมีโอกาสเติบโตไปต่อได้แต่เจ้าของกิจการกลับหมดไฟ โดยพบ Pain Point 3 อันดับแรก คือ</p>
<p><strong>1. ขาดวัฒนธรรมที่ดีในองค์กร</strong> ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงเสมือนการอยู่ในบ้านเมืองที่ไร้กฏเกณฑ์ พนักงานทำงานตามใจตัวเองขาดระเบียบวินัย ทำเรื่องไม่ดีกันในองค์กรจนเป็นเรื่องปกติ อาจเกิดการทุจริต ขาดความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน (Unity) ส่งผลให้ขยายตัวธุรกิจและยอดขายได้ยาก</p>
<p><strong>2. ขาดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ</strong> เมื่อมอบหมายงานเกิดความไม่เข้าใจที่ชัดเจน จนทำให้ผลงานน้อยกว่าศักยภาพที่ควรเป็น ทำให้พนักงานมีอคติต่อคนในที่ทำงานด้วยกัน เกิดความขัดแย้ง แบ่งพรรคแบ่งพวก องค์กรพัฒนาต่อได้ยาก และไม่สามารถบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ของเจ้าของได้</p>
<p><strong>3. ขาดบรรยากาศการทำงานที่มีความสนุก</strong> ทำให้พนักงานทำงานแบบหมดใจ ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ คุณภาพงานลดลง บรรยากาศที่ไม่ดียังส่งผลให้มีอัตรา Turnover Rate สูง ไม่สามารถรักษาคนเก่งไว้ในองค์กรได้ พนักงานสะสมความเครียดจนสร้างผลงานที่ดีไม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจทอมธเนศ-หรือ-ทีทีไอ-01.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ปรับ MINDSET เจ้าของกิจการรุ่นใหม่ เน้นเติบโตยั่งยืน  </strong></p>
<p>เมื่อเกิดปัญหาผู้ประกอบการส่วนใหญ่จำเป็นต้องเข้าใจถึงต้นตอของปัญหา ซึ่งทางทีทีไอจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ และสำรวจระบบการจัดการภายในองค์กรตนเอง เพื่อเป็นเสมือนกระจกสะท้อนให้เข้าใจที่มาของปัญหาอย่างถ่องแท้ และเต็มใจที่จะปรับเปลี่ยน ด้วยการปรับ Mindset ของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันจะชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการบ่มเพาะวัฒนธรรมองค์กร เห็นคุณค่าของพนักงานและลูกค้า</p>
<p>&#8220;หากต้องการให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างระบบและวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็ง เพื่อดึงศักยภาพของพนักงานทุกคนออกมาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของทีมงานไปพร้อมๆ กัน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการวางกลยุทธ์ และบ่มเพาะความรู้ เพื่อให้ SMEs รุ่นใหม่สามารถสร้าง PASSION &amp; GOAL เพื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปข้างหน้า รวมทั้งการออกแบบวัฒนธรรมองค์กร และสร้าง Core Values &amp; Key Behavior ในองค์กร ซึ่งเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างธุรกิจให้สำเร็จในระยะยาวต้องให้ความสำคัญ&#8221;</p>
<p>สำหรับศูนย์บ่มเพาะธุรกิจทอมธเนศ (Tomthanet Incubator) หรือ ทีทีไอ (TTI) เกิดจากการ Re-Skill และ Up-Skill ของผู้ก่อตั้ง ซึ่งเคยมีประสบการณ์ทำธุรกิจเครือข่ายและสร้างทีมตัวแทนขายมายาวนานกว่า 20 ปี  และยังเป็นผู้ก่อตั้ง The Clover Group มีตัวแทนราวหนึ่งหมื่นคน สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท/ปี ต่อเนื่องถึง 10 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจเกษียณเร็วตามแผนที่วางไว้</p>
<p><em>“เราสอนวิธีในการสร้างสัมพันธภาพเชิงบวกในองค์กร สอนระดับการสื่อสาร Level ต่างๆ ตั้งแต่ผู้บริหาร ผู้จัดการ จนถึง ฝ่ายปฏิบัติงาน สอนเทคนิคการประชุมที่มีประสิทธิภาพและสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ทำให้ลด pain point ทั้ง 3 หัวข้ออย่างมีนัยยะ จากการอบรมมาแล้ว 4 รุ่น และ In House Training รวมกว่า 23 บริษัท เจ้าของธุรกิจ 100% ให้ข้อมูลว่า พนักงานมาทำงานมีความสุขเพิ่มขึ้น การทำงานระหว่างแผนกดีขึ้น มีกิจกรรมระหว่างพนักงานมากขึ้น Turnover Rate ลดลง ฯลฯ นอกจากนี้ผู้ประกอบการหลายรายเพิ่มสวัสดิการดูแลคุณภาพชีวิตพนักงานดีขึ้น มีการส่งผู้บริหารตำแหน่งสูงในบริษัทมาเรียนเพิ่ม เพื่อให้เข้าใจแนวคิดและหลักการ บางบริษัทนำแนวคิด Core values ไปใช้ในการคัดเลือกและสัมภาษณ์พนักงาน ทำให้ได้คนที่เหมาะสมกับงานตั้งแต่แรก และสุดท้ายแม้ไม่ใช่เป้าหมายหลักของหลักสูตร แต่ด้วยบรรยากาศการทำงานที่ดีทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ส่งผลต่อการบริการลูกค้า แปลงกลับมาเป็นยอดขาย ซึ่งหลายบริษัทสามารถทำ New high ได้อย่างไม่น่าเชื่อ”</em> คุณธเนศกล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>ปัจจุบันศูนย์บ่มเพาะธุรกิจทอมธเนศ มีหลักสูตรเพื่อผู้ประกอบการ จำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ 1. คอร์สการสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการทำให้องค์กรยั่งยืนเข้ากับยุคปัจจุบัน และ 2. การสร้างผู้นำในองค์กรด้วยรอบประชุม สำหรับผู้บริหารองค์กรขนาด 30 คนขึ้นไป ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถทดลองเรียนคอร์สการสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจได้ ออนไลน์ฟรี 2 ชั่วโมง ลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/43EUCqs ติดตามความเคลื่อนไหวเคล็ดลับการทำธุรกิจเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ทาง https://www.facebook.com/tomthanetincubator/</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/pain-point-smes-fast-growth-but-not-sustainability/">เข้าใจ 3 Pain points ทำไม SMEs ยุคใหม่ ทำงานเก่ง สร้างตัวไว แต่ไปต่อไม่ได้?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความแตกต่างคือพรสวรรค์ และนิยามความสุข ของ &#8216;ท็อป จิรายุส&#8217; ไม่ใช่ Happiness แต่คือ Fulfillment</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/differentiation-mindset-for-entrepreneurship/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Jul 2022 10:52:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bitkub]]></category>
		<category><![CDATA[Comfort Zone]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Currency]]></category>
		<category><![CDATA[Entrepreneurship ​​]]></category>
		<category><![CDATA[Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[passion]]></category>
		<category><![CDATA[TED x BangKhunThian]]></category>
		<category><![CDATA[Think]]></category>
		<category><![CDATA[Vision]]></category>
		<category><![CDATA[ความแตกต่าง]]></category>
		<category><![CDATA[คิดนอกกรอบ]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์]]></category>
		<category><![CDATA[บิทคับ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิคอร์น]]></category>
		<category><![CDATA[สินทรัพย์ดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าของธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาลใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12746</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความแตกต่าง ไม่ใช่สิ่งผิด แต่ความแตกต่างคือ พรสวรรค์ และทำให้เกิดการพัฒนา สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น แต่น่าเสียดายที่วิธีคิดของประเทศ และระบบการศึกษาของไทย กลับฝึกให้เด็กไทยต้องอยู่ในกรอบ ห้ามมีความเห็นแตกต่าง และหากไม่ปฎิบัติตามจะกลายเป็นเด็กหัวดื้อ แปลกแยก ถูกเพ่งเล็ง ทำให้เด็กไทยไม่กล้าที่จะแตกต่าง ทั้งที่เรามีเด็กเก่งๆ เยอะมาก แต่ขาดคนที่กล้าขีดเส้นทางชีวิตให้ตัวเอง และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ประเทศไทยสร้าง Entrepreneurship ได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น จากมุมมองของ คุณท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ผู้บุกเบิกธุรกิจ Digital Currency ของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านบิทคอยน์และบล็อกเชน ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทำให้คนไทยหันมาให้ความสนใจเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้แบบก้าวกระโดด จนกลายเป็นยูนิคอร์น รายที่ 2 ของประเทศ ได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น คุณท็อป กล่าวไว้บนเวที TED X Bangkhunthian ไว้อย่างน่าสนใจว่า ประเทศไทยควรมี Entrepreneurship หรือกลุ่มผู้ประกอบการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/differentiation-mindset-for-entrepreneurship/">ความแตกต่างคือพรสวรรค์ และนิยามความสุข ของ &#8216;ท็อป จิรายุส&#8217; ไม่ใช่ Happiness แต่คือ Fulfillment</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ความแตกต่าง ไม่ใช่สิ่งผิด แต่ความแตกต่างคือ พรสวรรค์ และทำให้เกิดการพัฒนา สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น แต่น่าเสียดายที่วิธีคิดของประเทศ และระบบการศึกษาของไทย กลับฝึกให้เด็กไทยต้องอยู่ในกรอบ ห้ามมีความเห็นแตกต่าง และหากไม่ปฎิบัติตามจะกลายเป็นเด็กหัวดื้อ แปลกแยก ถูกเพ่งเล็ง ทำให้เด็กไทยไม่กล้าที่จะแตกต่าง ทั้งที่เรามีเด็กเก่งๆ เยอะมาก แต่ขาดคนที่กล้าขีดเส้นทางชีวิตให้ตัวเอง และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ประเทศไทยสร้าง Entrepreneurship ได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น</p>
<p><span id="more-12746"></span></p>
<p>จากมุมมองของ <strong>คุณท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา</strong> ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร<strong> บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์</strong> จำกัด ผู้บุกเบิกธุรกิจ Digital Currency ของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านบิทคอยน์และบล็อกเชน ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทำให้คนไทยหันมาให้ความสนใจเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้แบบก้าวกระโดด จนกลายเป็นยูนิคอร์น รายที่ 2 ของประเทศ ได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น</p>
<p>คุณท็อป กล่าวไว้บนเวที <strong>TED X Bangkhunthian ไ</strong>ว้อย่างน่าสนใจว่า ประเทศไทยควรมี Entrepreneurship หรือกลุ่มผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนประเทศให้มากขึ้น แต่ประเทศไทยยังขาด​​ Entrepreneurship ที่มักจะต้องมีวิธีคิดที่แตกต่าง และต้องกล้าที่จะทำในสิ่งที่เชื่อ หรือมี Passion ในสิ่งนั้นๆ เพื่อทำให้ตัวเองมีความแตกต่างจากคนทั่วไปอีก 7 พันล้านคนในโลกให้ได้ เพราะถ้าทุกคนเหมือนกันทั้งหมด ก็จะกลายเป็นแค่​หุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมไว้ ​​ผลลัพธ์จากการกระทำต่างๆ ก็จะออกมาเหมือนๆ เดิม ตามค่าเฉลี่ยนทั่วๆ ไป ​​แต่เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เลือกจะอยู่แบบนั้น เพราะมองว่าเป็น  Comfort Zone ที่ปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12749 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/TOP2.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><em>&#8220;ความหมายของ Entrepreneurship ไม่ใช่การประกอบอาชีพ ไม่ใช่หน้าที่การงาน แต่เป็นประเภทของคน คือ คนที่มีความกล้า มีความเชื่อในสิ่งที่คนอื่นไม่เชื่อ และพยายามที่จะทำให้สิ่งที่เชื่อกลายเป็นจริงให้ได้ ด้วยการ Take Action อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งคนที่ประสบความสำเร็จได้มากกว่าค่าเฉลี่ยของคนปกติทั่วไป หรือคนที่สามารถเปลี่ยนโลกได้จริง​ ล้วนไม่มีใครอยู่ในกรอบ ไม่มีใครสร้างกฏให้พวกเขา  พวกเขาต่างเลือกที่จะเดินออกนอกกรอบ และสร้างโลกใหม่ๆ สร้างระบบของตัวเองขึ้นมา&#8221;</em></p>
<p>ดังนั้น ความแตกต่างถือว่าเป็นพรสวรรค์ ​เป็นสิ่งที่ดี​ ​และเราควรฝึกให้เด็กๆ เข้าใจและกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ​กล้าสร้างความแตกต่างจากคนอื่น​​ และสามารถเป็นตัวของตัวเองได้​ เพราะความแตกต่างไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย แต่มันคือ จุดเด่นของพวกเราทุกคน ซึ่งไม่ว่าเราจะเป็นคนตัวเล็กแค่ไหน ต่อให้ตัวเล็กที่สุดในโลก เราก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ เพียงแค่เรามีความเชื่อมั่นต่อบางอย่าง และสามารถทำสิ่งนั้นๆ ​ต่อเนื่องได้ทุกวัน สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นเรื่องยากแค่ไหนเราก็สามารถสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้</p>
<p>อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจของคุณท็อป คือ​ การใช้ชีวิตที่มีความสุข​ในความคิดของคนทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่อาจจะหมายถึง การได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เรียนจบแล้วได้งานที่บริษัทดีๆ ได้ตำแหน่งที่เงินเดือนสูงๆ เพื่อสร้างความมั่นคงให้ชีวิตได้ ​ซึ่งคนเหล่านี้ก็จะใช้ชีวิตตามกรอบปกติ​ เลือกที่จะไม่ให้ชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง ทำตามวิถีชีวิตที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินเพื่อให้ตัวเองอยู่ในจุดที่เป็น Comfort Zone เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่งคงและปลอดภัย</p>
<p>แต่สำหรับคุณท็อป ความสุขที่แท้จริงอาจไม่ใช่แค่คำว่า Happiness ที่สามารถแปลความหมายตรงตัวเช่นนั้น​ แต่ความสุขหมายถึง Fulfillment หรือ การที่ได้บรรลุความสำเร็จในเป้าหมายบางอย่าง ที่ไม่ใช่เพียงการสร้างความสุขความสำเร็จให้กับตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความสามารถในการสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ และผลจากการเปลี่ยนแปลงนั้นยังส่งผลดีไปสู่ผู้อื่นได้อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12750 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/TOP3.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p><em>&#8220;ถ้าเรามีชีวิตเพียงเพื่อมองหาความสุข หรือ Happiness มันจะเป็นความรู้สึกแค่เพียงช่วงสั้นๆ และเมื่อเราได้มาแล้วก็จะพัฒนาความต้องการมากขึ้นไปอีก เช่น เมื่อเราอยากได้รถยนต์สักคัน เมื่อได้มาแล้วก็จะอยากได้คันที่หรูมากขึ้น แพงมากขึ้นไปอีกไม่จบสิ้น และจะมีความสุขแค่ตอนยังไม่ได้ครอบครอง แต่พอได้มาแล้วสิ่งเหล่านั้นก็จะกลายเป็นสิ่งธรรมดาที่เรามีแล้ว แต่หากเราใช้ชีวิตด้วยคำว่า Fulfillment จะเป็นความรู้สึกที่เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง มันคือการใช้ชีวิตด้วยเป้าหมายเพื่อคนอื่น และชีวิตเราจะได้สัมผัสทั้งจุดที่ดีที่สุด รวมถึงจุดที่เจ็บปวดที่สุดเช่นเดียวกัน แต่สุดท้ายเราจะไปถึงเป้าหมายได้ เราจะกล้าทำในสิ่งที่กลัว มองความล้มเหลวเป็นเรื่องปกติ และได้เรียนรู้ถึงการใช้ชีวิตที่แท้จริงในทุกๆ วัน&#8221;​</em></p>
<p>คุณท็อป ทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า ให้เราลองทำสิ่งที่เรากลัววันละอย่าง  เพื่อขยาย Comfort Zone ของตัวเองให้ใหญ่มากขึ้น รวมทั้งอย่ากลัวการถาม หรือการขอความช่วยเหลือในสิ่งที่เราต้องการ เพื่อให้เราสามารถกลายเป็นคนที่เก่งขึ้นได้ โดยไม่กลัวที่จะต้องล้มเหลว เพราะสุดท้ายแล้วความล้มเหลวถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดไปสู่ความสำเร็จได้นั่นเอง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/differentiation-mindset-for-entrepreneurship/">ความแตกต่างคือพรสวรรค์ และนิยามความสุข ของ &#8216;ท็อป จิรายุส&#8217; ไม่ใช่ Happiness แต่คือ Fulfillment</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;หลักอิทธิบาท 4 กับการแยกขยะ&#8221; เมื่อขยะไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงแค่ทรัพยากรที่ถูกวางไว้ผิดที่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/best-practice-waste-management-watchakdaeng/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jun 2022 05:22:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[idea]]></category>
		<category><![CDATA[Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[การแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากร]]></category>
		<category><![CDATA[พระครูทิพากร อริโย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดจากแดง]]></category>
		<category><![CDATA[หลักธรรมกับการแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[อิทธิบาท 4]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12414</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;ขยะไม่มีจริง แต่เป็นเพียงสิ่งที่เรามโนคติขึ้นมาเอง  ขยะเป็นแค่ทรัพยากรที่ถูกวางไว้ผิดที่เท่านั้น&#8221;  อีกหนึ่งหลักคิดจาก พระครูทิพากร อริโย รองเจ้าอาวาสวัดจากแดง วัดต้นแบบด้านการบริหารจัดการขยะ ที่นอกจากเป็นศูนย์รวมจิตใจของศาสนิกชนในพื้นที่ชุมชนคุ้งบางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ แล้ว ยังเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ และคัดแยกขยะให้กับผู้คนในชุมชน รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปอีกด้วย วัดจากแดง น่าจะเป็นวัดแห่งแรกของประเทศ ที่มีการบิณฑบาตขยะพลาสติก เชิญชวนให้มีการทำบุญด้วยขวดพลาสติก และนำพลาสติกที่ได้ ไปคัดแยก เพื่อให้ทุกส่วนถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด โดยไม่สร้างขยะ เช่น ฝาขวด จะนำไปทำเป็นโต๊ะเก้าอี้ ตัวขวดสามารถนำไปทำเป็นเส้นใยสำหรับทอผ้า โดยเฉพาะการนำไปทำเป็นผ้าไตรจีวร หรือชุด PPE  ขณะที่ฉลากข้างขวด ก็จะมีการนำไปทำเป็นเชื้อเพลิงสำหรับใช้ภายในวัด นอกจากนี้ ในวัดยังมีขยะประเภทต่างๆ อีกจำนวนมาก เช่น ถุงพลาสติก หรือขยะจากเศษอาหาร ซึ่งขยะทุกประเภทจะมีการนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ เช่น ถุงพลาสติกสามารถนำไปผลิตเป็นวัสดุทดแทนไม้ น้ำมันไบโอดีเซล ส่วนขยะอาหารก็สามารถนำไปผลิตเป็นปุ๋ยหมัก หรือน้ำหมักชีวภาพได้ เป็นต้น แต่ถึงแม้ทางวัดจะมีการขับเคลื่อนและปลูกฝังให้คนเห็นคุณค่าในเรื่องของการบริหารจัดการและคัดแยกขยะในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีคนที่วางเฉย ไม่เห็นความสำคัญในการจัดการคัดแยกขยะ ซึ่งพระครูทิพากร มองว่า ปัญหาที่ทำให้ชาวบ้านรวมไปถึงคนไทยบางส่วนยังไม่ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้มากนัก โดยเฉพาะการให้ข้อมูลเชิงประจักษ์​ เพื่อทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นภาพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/best-practice-waste-management-watchakdaeng/">&#8220;หลักอิทธิบาท 4 กับการแยกขยะ&#8221; เมื่อขยะไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงแค่ทรัพยากรที่ถูกวางไว้ผิดที่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em><strong>&#8220;ขยะไม่มีจริง แต่เป็นเพียงสิ่งที่เรามโนคติขึ้นมาเอง  ขยะเป็นแค่ทรัพยากรที่ถูกวางไว้ผิดที่เท่านั้น&#8221; </strong> </em>อีกหนึ่งหลักคิดจาก <strong>พระครูทิพากร อริโย</strong> รองเจ้าอาวาสวัดจากแดง วัดต้นแบบด้านการบริหารจัดการขยะ ที่นอกจากเป็นศูนย์รวมจิตใจของศาสนิกชนในพื้นที่ชุมชนคุ้งบางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ แล้ว ยังเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ และคัดแยกขยะให้กับผู้คนในชุมชน รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปอีกด้วย</p>
<p><span id="more-12414"></span></p>
<p>วัดจากแดง น่าจะเป็นวัดแห่งแรกของประเทศ ที่มีการบิณฑบาตขยะพลาสติก เชิญชวนให้มีการทำบุญด้วยขวดพลาสติก และนำพลาสติกที่ได้ ไปคัดแยก เพื่อให้ทุกส่วนถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด โดยไม่สร้างขยะ เช่น ฝาขวด จะนำไปทำเป็นโต๊ะเก้าอี้ ตัวขวดสามารถนำไปทำเป็นเส้นใยสำหรับทอผ้า โดยเฉพาะการนำไปทำเป็นผ้าไตรจีวร หรือชุด PPE  ขณะที่ฉลากข้างขวด ก็จะมีการนำไปทำเป็นเชื้อเพลิงสำหรับใช้ภายในวัด</p>
<p>นอกจากนี้ ในวัดยังมีขยะประเภทต่างๆ อีกจำนวนมาก เช่น ถุงพลาสติก หรือขยะจากเศษอาหาร ซึ่งขยะทุกประเภทจะมีการนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ เช่น ถุงพลาสติกสามารถนำไปผลิตเป็นวัสดุทดแทนไม้ น้ำมันไบโอดีเซล ส่วนขยะอาหารก็สามารถนำไปผลิตเป็นปุ๋ยหมัก หรือน้ำหมักชีวภาพได้ เป็นต้น</p>
<p>แต่ถึงแม้ทางวัดจะมีการขับเคลื่อนและปลูกฝังให้คนเห็นคุณค่าในเรื่องของการบริหารจัดการและคัดแยกขยะในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีคนที่วางเฉย ไม่เห็นความสำคัญในการจัดการคัดแยกขยะ ซึ่งพระครูทิพากร มองว่า ปัญหาที่ทำให้ชาวบ้านรวมไปถึงคนไทยบางส่วนยังไม่ให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้มากนัก โดยเฉพาะการให้ข้อมูลเชิงประจักษ์​ เพื่อทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นภาพ และตระหนักถึงผลกระทบที่จะส่งผลถึงตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพชีวิตและสุขภาพ</p>
<figure id="attachment_12428" aria-describedby="caption-attachment-12428" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12428 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/WATCHAKDAENG2.jpg" alt="" width="1200" height="740" /><figcaption id="caption-attachment-12428" class="wp-caption-text">Credit : https://watchakdaeng.com/</figcaption></figure>
<p><em>&#8220;เราต้องสร้างความตระหนักให้ทุกคนรับรู้ผลกระทบที่เกิดจากการสร้างสิ่งปฏิกูล ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร ฝุ่นละออง หรือไมโครพลาสติก​ ที่จะส่งผลให้เราเกิดอาการเจ็บป่วยตามมา เพื่อให้ทุกคนตระหนักรู้ และระมัดระวังในการทิ้งมากขึ้น ซึ่งในบางประเทศมีการศึกษาค้นคว้า และวิจัยข้อมูลเรื่องเหล่านี้อย่างมากและพบว่า สุดท้ายแล้ว ส่ิงปฏิกูลต่างๆ ที่เราทิ้งจะย้อนกลับมาหาเราภายใน 22 ปี ​แต่ประเทศไทย ไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้แบบจับต้องได้ ​ ต้องทำให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลเหมืนอเรื่องโควิด -19 ที่ทุกคนรับรู้ถึงความน่ากลัว และระมัดระวังป้องกันอย่างจริงจัง ขณะที่เรื่องไมโครพลาสติก มลพิษ หรือฝุ่น PM 2.5 บางคนอาจจะมองว่าไกลตัวหรือยังไม่ร้ายแรงจนทำให้เสียชีวิต จึงเพิกเฉยไม่เห็นความสำคัญ จำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อให้คนตระหนักว่าปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคน โดยเฉพาะการมีชีวิตโดยที่สุขภาพไม่สมบูรณ์ จะเป็นผลเสียอย่างไร หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างไร เป็นต้น&#8221;​ </em></p>
<p><strong>หลักธรรมกับพฤติกรรมในการแยกขยะ</strong></p>
<p>ขณะเดียวกัน  ต้องชี้ให้เห็นประโยชน์ในการคัดแยกขยะจนกลายเป็นนิสัย  โดยเฉพาะการเข้าไปสื่อสารกับคนที่ไม่เคยแยกขยะมาก่อน อาจจะยังไม่มีความสนใจ ไม่มีความรู้ หรือยังไม่เห็นความสำคัว่าจะต้องเแยกขยะไปทำไม ดังนั้น การจะดึงดูดหรือเชิญชวนคนเหล่านี้ให้มาเริ่มคัดแยกขยะ ควรยึด 3 หลักการง่ายๆ ได้แก่ <strong> 1. ทำแล้วต้องสนุก</strong> ทำแล้วชอบ ไม่ใช่เริ่มทำแล้วทุกข์ หรือเครียดทั้งตัวเองหรือคนรอบข้าง แต่ต้องสนุกหรือมีความสุข <strong>2. ต้องสามารถทำได้ง่ายๆ</strong> เริ่มได้จากเรื่องเล็กๆ ใกล้ตัว เพื่อให้ก้าวไปสู่ลำดับในขั้นต่อไปได้<strong> 3. ทำแล้วเกิดประโยชน์กลับมาถึงตัวเอง</strong> ทำแล้วรู้ว่าได้อะไร ทั้งในเชิงมูลค่า หรือคุณค่า เพื่อให้สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง และเกิดเป็นความยั่งยืนตามมาในที่สุด</p>
<p>ซึ่งสอดคล้องกับการนำหลักธรรมทางพุทธศาสนาอย่างหลักอิทธิบาท 4 ซึ่งเป็นหนทางที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ  มาปรับใช้เพื่อขับเคลื่อนพฤติกรรมการแยกขยะให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>ฉันทะ</strong> คือ การมีความรักในสิ่งที่ทำ ซึ่งต้องทำให้ผู้คนมีความตระหนัก หรือชื่นชอบในเรื่องนี้ ทั้งจากองค์ความรู้ที่มี การเห็นตัวอย่างจากผู้คน ชุมชน หรือการขับเคลื่อนของผู้นำ ที่มีการทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเพื่อสร้างให้เกิดการอยากเรียนรู้</p>
<p><strong>วิริยะ</strong> ​คือ การกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ทำบ่อยๆ จนกลายเป็นนิสัย ซึ่งการเริ่มต้นแยกขยะในแต่ละวันนั้น เราใช้เวลาในการแยกแค่ไม่กี่วินาที แต่สามารถแก้ปัญหาได้จากต้นทาง แต่หากมองข้ามและปล่อยให้กลายเป็นปัญหา จะแก้ไขได้ยากกว่าและอาจใช้เวลาในการย่อยสลายหลายร้อยปี ดังนั้น การสร้างนิสัยแยกขยะ​ ถือว่าเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่คุ้มค่าและตรงจุดที่สุด</p>
<p><strong>จิตตะ</strong> คือ การโฟกัสในเรื่องที่ทำ จนมองเห็นผลลัพธ์ที่สามารถชื่นชมได้ รวมทั้งมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจนมีความชำนาญ​และสามารถแนะนำเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาคนอื่นได้  ​</p>
<p><strong>วิมังสา</strong> คือ การนำองค์ความรู้ที่มี ไปพัฒนาต่อยอดตามแนวทางของตัวเองเพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับแนวทางและรูปแบบในการดำรงชีวิตของตัวเองได้</p>
<p>&#8220;อุปสรรคสำคัญของประเทศ คือ การที่เรายังไม่มีข้อมูล และไม่มีการนำพาเพื่อให้คนตระหนักรู้ในเรื่องเหล่านี้อย่างชัดเจน และต่อเนื่อง รูปแบบการขับเคลื่อนมีมาเป็นแบบครั้งคราว ตามวัน ตามวาระโอกาสต่างๆ เช่น วันสิ่งแวดล้อม วันรักษ์โลก วันเก็บขยะ ทำให้อาจจะมีการพูดถึง หรือตระหนักรู้เพียงแค่ในวันต่างๆ เหล่านี้ ขณะที่ขยะเกิดขึ้นทุกวัน มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทางวัดกำลังพยายามขับเคลื่อนอยู่&#8221;​</p>
<p>พระครูทิพากร อริโย ยังให้แนวคิดส่งท้ายอีกว่า ​​&#8221;การเก็บขยะ ยังถือเป็นการฝึกตน ฝึกวินัย เพื่อให้เกิดความอ่อนน้อมถ่อมตน อีกหนึ่งอานิสสงส์ที่ซ่อนอยู่จากการแยกขยะ เท่ากับเป็นการสร้างพื้นฐานปลูกฝังลักษณะนิสัย และความมีวินัยให้กับบุคลากรของคนในชาติ โดยเฉพาะจิตสำนึกที่จะไม่เป็นผู้สร้างขยะ หรือไม่ทำให้กลายเป็นการสร้างภาระต่อให้คนอื่น มีความรับผิดชอบต่อการกิน การใช้ ซึ่งอาจมองว่าเป็นเรื่องพื้นฐานในการพัฒนาประเทศได้เช่นเดียวกัน&#8221;​</p>
<figure id="attachment_12427" aria-describedby="caption-attachment-12427" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12427 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/WATCHAKDAENG1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /><figcaption id="caption-attachment-12427" class="wp-caption-text">Credit : https://watchakdaeng.com/</figcaption></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/best-practice-waste-management-watchakdaeng/">&#8220;หลักอิทธิบาท 4 กับการแยกขยะ&#8221; เมื่อขยะไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงแค่ทรัพยากรที่ถูกวางไว้ผิดที่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TED x BangKhunThian ครั้งแรกในย่านฝั่งธนฯ การพบกันของ Global และ Local บนพื้นที่แห่งความหลากหลาย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/ted-x-bangkhunthian-global-meet-local-at-areas-of-diversity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jun 2022 09:29:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Global]]></category>
		<category><![CDATA[Inspiration]]></category>
		<category><![CDATA[Local]]></category>
		<category><![CDATA[Manchester United]]></category>
		<category><![CDATA[Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[Reborn]]></category>
		<category><![CDATA[TED]]></category>
		<category><![CDATA[TED x BangKhunThian]]></category>
		<category><![CDATA[TEDx]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลาย]]></category>
		<category><![CDATA[งานทอล์ก]]></category>
		<category><![CDATA[บางขุนเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[เกิดใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เท็ด เอ็กซ์​ บางขุนเทียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12093</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นครั้งแรกของย่านฝั่งธนฯ กับการจัดงานทอล์กระดับโลกอย่าง TED x BangKhunThian (เท็ด เอ็กซ์​ บางขุนเทียน) ​​เพื่อสร้างการขับเคลื่อนการพัฒนาบางขุนเทียนไปสู่ความยั่งยืน สะท้อนผ่านความหลากหลายในแต่ละมิติ​ ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ​ด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยนให้บางขุนเทียนเป็นปอดของกรุงเทพ  ในคอนเซ็ปต์  Reborn หรือ “เกิดใหม่” สำหรับเขตบางขุนเทียน  หลายคนอาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเป็นเขตที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ทั้งๆ ที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดติด Top 3 ของกรุงเทพมหานคร และมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 4  ​รวมทั้งยังถือได้ว่าเป็นพื้นที่แห่ง  “ความหลากหลาย”  ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ ที่มีพื้นที่ทั้งการอยู่อาศัย การค้า และอุตสาหกรรม​ ขณะที่ยังมีพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นเขตเกษตรกรรม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นเขตเดียวของกรุงเทพมหานครที่มีพื้นที่ติดกับอ่าวไทย (ระยะห่างประมาณ 5 กิโลเมตร) ทำให้ยังมีป่าชายเลนหลงเหลืออยู่ ซึ่งระบบนิเวศที่มีอยู่ที่บางขุนเทียนนำมาซึ่งการดำรงชีวิตของสัตว์นานาพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในเมืองร่วมกับมนุษย์ เช่น ลิงแสม, ฝูงนากธรรมชาติ, โลมา, เหยี่ยวแดง ยังไม่รวมสัตว์นานาชนิดที่อยู่ในป่าชายเลน จึงถือว่าเป็นเขตเดียวในเมืองหลวงที่ยังมีความธรรมชาติดั้งเดิมแบบนี้หลงเหลืออยู่ และสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน TED x BangKhunThian การเกิดใหม่ของบางขุนเทียน​ การมาของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/ted-x-bangkhunthian-global-meet-local-at-areas-of-diversity/">TED x BangKhunThian ครั้งแรกในย่านฝั่งธนฯ การพบกันของ Global และ Local บนพื้นที่แห่งความหลากหลาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถือเป็นครั้งแรกของย่านฝั่งธนฯ กับการจัดงานทอล์กระดับโลกอย่าง <span style="font-weight: 400;"><strong>TED x BangKhunThian (เท็ด เอ็กซ์​ บางขุนเทียน)</strong> ​​</span>เพื่อสร้างการขับเคลื่อนการพัฒนาบางขุนเทียนไปสู่ความยั่งยืน สะท้อนผ่านความหลากหลายในแต่ละมิติ​ ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ​ด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยนให้บางขุนเทียนเป็นปอดของกรุงเทพ  ในคอนเซ็ปต์<strong>  Reborn</strong> หรือ <strong>“เกิดใหม่”</strong></p>
<p><span id="more-12093"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเขตบางขุนเทียน  หลายคนอาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเป็นเขตที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ทั้งๆ ที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดติด Top 3 ของกรุงเทพมหานคร และมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 4  ​รวมทั้งยังถือได้ว่า</span>เป็นพื้นที่แห่ง  <b>“ความหลากหลาย”</b>  ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ ที่มีพื้นที่ทั้งการอยู่อาศัย การค้า และอุตสาหกรรม​ ขณะที่ยังมีพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นเขตเกษตรกรรม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นเขตเดียวของกรุงเทพมหานครที่มีพื้นที่ติดกับอ่าวไทย (ระยะห่างประมาณ 5 กิโลเมตร) ทำให้ยังมีป่าชายเลนหลงเหลืออยู่ ซึ่งระบบนิเวศที่มีอยู่ที่บางขุนเทียนนำมาซึ่งการดำรงชีวิตของสัตว์นานาพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในเมืองร่วมกับมนุษย์ เช่น ลิงแสม, ฝูงนากธรรมชาติ, โลมา, เหยี่ยวแดง ยังไม่รวมสัตว์นานาชนิดที่อยู่ในป่าชายเลน จึงถือว่าเป็นเขตเดียวในเมืองหลวงที่ยังมีความธรรมชาติดั้งเดิมแบบนี้หลงเหลืออยู่ และสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน</p>
<p><b>TED x BangKhunThian การเกิดใหม่ของบางขุนเทียน​</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมาของ TEDxBangKhunThian จะทำหน้าที่ในการเชื่อมชุมชนต่างๆ ในบางขุนเทียนให้เป็นกลุ่มเดียวกัน เช่น คนที่ทำฟาร์มในบางขุนเทียนจะได้พบกับคนที่ทำคลองบางขุนเทียน หรือหน่วยงานเชิงอนุรักษ์ที่บางขุนเทียนเชิงนิเวศน์ จะได้เจอกับหน่วยงานวัฒนธรรมในพื้นที่  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นำมาซึ่งการ &#8220;เกิดใหม่&#8221;​ ของพื้นที่ จากความ</span>ร่วมมือกันของคนในชุมชน การมองเป้าหมายและสื่อสารออกไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้คนภายนอกมองเข้ามาที่บางขุนเทียนในมุมใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายจากงาน TEDxBangKhunThian ที่สำคัญนอกจากการรวมความหลากหลายของคนในชุมชนแล้ว</p>
<p>ทางทีมผู้จัดงานยังตั้งใจสร้างภาพจำให้บางขุนเทียน <b>“เกิดใหม่” เป็นปอดของกรุงเทพอย่างแท้จริง</b> ด้วยจุดเด่นของบางขุนเทียนที่มีธรรมชาติและระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์และหลากหลาย​ รวมทั้งการผลักดันให้เขตบางขุนเทียนเป็นเขตแรกในกรุงเทพฯ​ ที่เป็นเขตไร้ฝุ่น ถึงแม้จะมีการก่อสร้างถนนพระราม 2 อยู่เรื่อยๆ ก็ไม่ใช่เป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12097 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/TED2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ฉายภาพผ่าน 5 มิติ ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง   </strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเนื้อหาใน TED x BangKhunThian ​จะนำเสนอมุมมองผ่านความหลากหลายในแต่ละมิติ  ทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อม,​ ครอบครัวและความสัมพันธ์, ​ ธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม,​ การพัฒนาตัวเอง รวมทั้งในมิติของโครงสร้างทางสังคม เพื่อเป็น  5 แกนกลาง ในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง และสะท้อนความมีเสน่ห์จากความหลากหลายซึ่งเป็นจุดเด่นของพื้นที่นี้ ผ่านมุมมอง และเรื่องราวของสปีกเกอร์ที่น่าสนใจ 13 ท่าน อาทิ <strong>คุณ</strong></span><strong>ท็อป &#8211; จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา </strong> <span style="font-weight: 400;">ผู้ก่อตั้ง BITKUB จากสตาร์ทอัพจนเติบโตในระดับยูนิคอร์นได้สำเร็จ,<strong>​ </strong></span><span style="font-weight: 400;"><strong>พระจิตร์ จิตฺตสํวโร</strong></span><span style="font-weight: 400;">​ อดีตนักวางกลยุทธ์ชื่อดัง ที่หันหน้าเข้าหาทางธรรม, <strong>ครูปู</strong></span><strong>-ถนิมรักษ์ อัญชันบุตร </strong><span style="font-weight: 400;">คุณครูภาษาไทยดีเด่น ที่อยากให้คนเห็นคุณค่าและรักภาษาไทย รวมท้ังสปีกเกอร์ต่างประเทศอย่าง </span><strong>Serge Alakritsky</strong><span style="font-weight: 400;"> นักสังคมวิทยาชาวรัสเซีย และ </span><strong>Valeriia Ritthidej</strong><span style="font-weight: 400;"> นางแบบชาวยูเครน ที่จะมาสะท้อนมุมมองต่อความสัมพันธ์ และผลกระทบของสงคราม รวมทั้งยังมีประสบการณ์และมุมมองที่น่าสนใจจากอีกหลากหลายภาคส่วน ทั้งในมุมของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม อย่างครบถ้วน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น  <strong>TEDxBangKhunThian </strong>​จึงมีความครอบคลุมและน่าสนใจตั้งแต่ปัญหาระดับโลกอย่างสงครามยูเครน รัสเซีย หรือการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในประเทศ ไปจนถึงวิถีชีวิตในท้องถิ่น เพื่อย้ำว่า TEDxBangKhunThian คือ </span><b>“ความหลากหลาย”</b><span style="font-weight: 400;"> ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในพื้นที่บางขุนเทียน​ และการขับเคลื่อนให้งานครั้งนี้เกิดขึ้น ได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายทั้ง ภาคหน่วยงานภาครัฐรวมทั้งภาคเอกชนเป็นอย่างดี ​ ​เพื่อร่วมนำเสนอความหลากหลายของบางขุนเทียนให้เป็นที่รับรู้ไปในวงกว้าง พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ในฐานะปอดของกรุงเทพฯ ​ รวมทั้งการยกระดับความเป็นบางขุนเทียนให้มีภาพของการเป็น Modern Local ที่สามารถผสมผสานการทำงานมาตรฐานในระดับ Global เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว และวิถีชีวิตแบบ  Local ได้ออกมาอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์​​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12095 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/TED1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับผู้สนใจเรื่องราวการเกิดใหม่ที่บางขุนเทียน ที่จะถ่ายทอดผ่านในงาน  TED x BangKhunThian  พื้นที่รวบรวม “ความหลากหลาย” ทั้งเนื้อหา, ไอเดีย, การร่วมมือ, สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ในพื้นที่​ สามารถเข้ามาร่วมรับฟังได้ ในวันที่ 26 มิถุนายน 2565 เวลา 12.30 &#8211; 19.00 น. ณ. สถาบันอาศรมศิลป์  สามารถซื้อบัตรได้จนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2565 นี้ เท่านั้น</p>
<p>โดยสามารถซื้อบัตรได้ที่: <a href="https://www.tedxbangkhunthian.com/event/tedxbangkhunthian-event/" target="_blank" rel="noopener">https://www.tedxbangkhunthian.com/event/tedxbangkhunthian-event/</a></p>
<p>รวมทั้งสามารถติดตามรายละเอียด และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TED x BangKhunThian  ได้ทาง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Facebook Page: </span><a href="https://www.facebook.com/tedxbangkhunthian" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.facebook.com/tedxbangkhunthian</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Instagram: </span><a href="https://www.instagram.com/tedxbangkhunthian/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.instagram.com/tedxbangkhunthian/</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์: </span><a href="https://www.tedxbangkhunthian.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.tedxbangkhunthian.com/</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Line open chat: </span><a href="https://shorturl.asia/LnaGy" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://shorturl.asia/LnaGy</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/ted-x-bangkhunthian-global-meet-local-at-areas-of-diversity/">TED x BangKhunThian ครั้งแรกในย่านฝั่งธนฯ การพบกันของ Global และ Local บนพื้นที่แห่งความหลากหลาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
