<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Miu Miu &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/miu-miu/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Mar 2025 00:01:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Miu Miu &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ลอรีอัล กรุ๊ป เติบโต 5.1% ยอดขาย 4.348 หมื่นล้านยูโร ใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานประกอบการแล้ว 100% ติดทำเนียบ ESG ระดับโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/loreal-group-2024-annual-results/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 00:01:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Beauty]]></category>
		<category><![CDATA[EcoVadis]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[L’oreal]]></category>
		<category><![CDATA[Loreal Group]]></category>
		<category><![CDATA[Loreal Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Miu Miu]]></category>
		<category><![CDATA[Nicolas Hieronimus]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[นิโคลา ฮิโรนิมุส]]></category>
		<category><![CDATA[ลอรีอัล กรุ๊ป ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เวชสำอาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32213</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลอรีอัล กรุ๊ป ปิดปี 2567 อย่างแข็งแกร่งในสภาวะตลาดที่ท้าทาย ยอดขาย​ 4.348 หมื่นล้านยูโร เติบโต 5.1% โดย 3 ใน 4 กลุ่มธุรกิจ เติบโตสูงกว่าตลาดทั้งในแง่มูลค่าและปริมาณ ด้านแบรนอ์ลา โรช-โพเซย์ ก้าวสู่แบรนด์สกินแคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก พร้อมตอกย้ำภาพผู้นำด้านความยั่งยืน​ ด้วย​รางวัลแพลตตินัมจาก EcoVadis ซึ่งจัดอันดับให้ลอรีอัลอยู่ในกลุ่ม 1% ของบริษัทที่ดีที่สุดในโลกในด้านผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม มร. นิโคลา ฮิโรนิมุส (Nicolas Hieronimus) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า ลอรีอัลเติบโตที่แข็งแกร่งและทั่วถึงที่ 5.1% โดยเติบโตแซงหน้าตลาดความงามโลกอีกครั้งหนึ่ง หากไม่นับเอเชียเหนือ ซึ่งยังคงมีความท้าทายในจีน ปี 2567 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เราได้วางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดและการวิจัยและพัฒนาด้วย AI และเทคโนโลยี พัฒนาการประสานงานด้านไอที ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน &#8220;เรายังปรับปรุงพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง ​ดด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ Miu Miu และแบรนด์ Dr.G ของเกาหลี และเข้าถือหุ้นส่วนน้อยใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/loreal-group-2024-annual-results/">ลอรีอัล กรุ๊ป เติบโต 5.1% ยอดขาย 4.348 หมื่นล้านยูโร ใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานประกอบการแล้ว 100% ติดทำเนียบ ESG ระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลอรีอัล กรุ๊ป ปิดปี 2567 อย่างแข็งแกร่งในสภาวะตลาดที่ท้าทาย ยอดขาย​ 4.348 หมื่นล้านยูโร เติบโต 5.1% โดย 3 ใน 4 กลุ่มธุรกิจ เติบโตสูงกว่าตลาดทั้งในแง่มูลค่าและปริมาณ ด้านแบรนอ์ลา โรช-โพเซย์ ก้าวสู่แบรนด์สกินแคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก</p>
<p><span id="more-32213"></span></p>
<p>พร้อมตอกย้ำภาพผู้นำด้านความยั่งยืน​ ด้วย​รางวัลแพลตตินัมจาก <strong>EcoVadis </strong>ซึ่งจัดอันดับให้ลอรีอัลอยู่ในกลุ่ม <strong>1%</strong> ของบริษัทที่ดีที่สุดในโลกในด้านผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม</p>
<p><strong>มร. นิโคลา</strong> <strong>ฮิโรนิมุส</strong><strong> (</strong><strong>Nicolas Hieronimus) </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า ลอรีอัลเติบโตที่แข็งแกร่งและทั่วถึงที่ 5.1% โดยเติบโตแซงหน้าตลาดความงามโลกอีกครั้งหนึ่ง หากไม่นับเอเชียเหนือ ซึ่งยังคงมีความท้าทายในจีน ปี 2567 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เราได้วางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดและการวิจัยและพัฒนาด้วย AI และเทคโนโลยี พัฒนาการประสานงานด้านไอที ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p><em>&#8220;เรายังปรับปรุงพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง ​ดด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ Miu Miu และแบรนด์ Dr.G ของเกาหลี และเข้าถือหุ้นส่วนน้อยใน Galderma บริษัทเวชภัณฑ์โรคผิวหนังจากสวิตเซอร์แลนด์เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังและชีววิทยาของผิว และใน Amouage แบรนด์น้ำหอมระดับไฮเอนด์ในกลุ่มอาหรับ สิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นและไกลขึ้นในการพิชิตพื้นที่ความงามใหม่ๆ ทางภูมิศาสตร์ ประชากร และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูง ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมความงามที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อผู้บริโภคในอนาคต&#8221;</em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32218" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Kerastase-Elixir.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>สำหรับแนวโน้มตลาดความงามโลกในปี 2568 มีทิศทางที่ดี โดยลอรีอัล​มั่นใจว่าจะเติบโตแซงหน้าตลาด และบรรลุการเติบโตของยอดขายและกำไรอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจากแผนกระตุ้นความงามของเรา ซึ่งจะขับเคลื่อนด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น และการสนับสนุนแบรนด์อย่างต่อเนื่อง</p>
<h4>สรุปผลการดำเนินงานตามแผนก</h4>
<p><strong>&#8211; แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพเติบโตอย่างแข็งแกร่ง</strong><strong>ที่</strong> <strong>5.3%</strong></p>
<p>แซงหน้าตลาดผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ ด้วยแรงหนุนจากโมเมนตัมที่แข็งแกร่งในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับพรีเมียม และกลยุทธ์ออมนิแชนเนลที่ประสบความสำเร็จ พร้อมการเติบโตที่โดดเด่นทั้งในอีคอมเมิร์ซและช่องทางจำหน่ายแบบคัดสรร <em>เคเรสตาส </em><em>(</em><em>Kérastase</em><em>)</em> ยังคงรักษาการเติบโตในระดับสองหลักอย่างแข็งแกร่ง กลายเป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดของแผนก <em>ลอรีอัล โปรเฟสชันแนล </em><em>(</em><em>L’Oréal Professionnel)</em>  ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แผนกยังคงดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนโดยเริ่มต้นจากการผลักดันบรรจุภัณฑ์แบบเติม (ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมที่โดดเด่น เช่น <em>เพรมิแยร์ </em><em>(Première) </em>โดย <em>เคราตาส</em>, และ <em>แอ็บโซลูท รีแพร์ โมเลคิวลาร์ </em><em>(</em><em>Absolut Refill)</em> และยืนยันตำแหน่งผู้นำใน Beauty Tech ด้วยการเปิดตัว <em>แอร์ไลท์ โปร </em><em>(AirLight Pro)</em> เครื่องเป่าผมประหยัดพลังงานด้วยแสงอินฟาเรดที่ปฏิวัติวงการ</p>
<p><strong>&#8211; แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคเติบโต </strong><strong>5.4%</strong></p>
<p>การเติบโตมีความสมดุลทั้งด้านมูลค่าและปริมาณแบบผสมผสาน โดยแผนกยังคงสานต่อกลยุทธ์ในการยกระดับการเข้าถึงผู้บริโภคและการพัฒนาสินค้าให้อยู่ในระดับพรีเมียม แบรนด์หลักทั้ง 4 แบรนด์มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยที่ <em>ลอรีอัล ปารีส </em><em>(</em><em>L’Oréal Paris)</em> ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอีกครั้งในปีนี้ โดยเฉพาะในโซนยุโรปและตลาดเกิดใหม่ ที่ยอดเยี่ยมพอที่จะชดเชยผลประกอบการที่อ่อนตัวลงในสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งทั้งสองตลาดได้รับผลกระทบในทางลบจากภาวะการเติบโตของตลาดที่อ่อนตัวลง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมคึกคักเป็นพิเศษ นำโดย<em>ลอรีอัล ปารีส </em>ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นหมวดหมู่ที่เติบโตเร็วเป็นอันดับสอง เครื่องสำอางได้รับประโยชน์จากการเปิดตัวมาสคาร่า<em>พาโนรามา</em> <em>(Panorama)</em> ของ<em>ลอรีอัล ปารีส</em> ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เช่นแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในช่วงครึ่งหลังของปีที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์รุ่น<em>เทดดี้ </em><em>(Teddy)</em> โดย <em>เมย์เบลลีน นิวยอร์ก </em><em>(</em><em>Maybelline New York)</em><strong> </strong></p>
<p><strong>&#8211; แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงมีการเติบโตที่ระดับ </strong><strong>2.7%</strong></p>
<p>ในปี 2567 แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในตลาดความงามลักชัวรี่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น การเติบโตแข็งแกร่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลในแต่ละภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้น หากไม่นับรวมเอเชียเหนือ แผนกนี้เติบโตอย่างน่าประทับใจในอัตราเลขสองหลัก โดยมีอเมริกาเหนือเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนการเติบโตที่ใหญ่ที่สุด จนก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในตลาดความงามชั้นสูงได้เป็นครั้งแรก แผนกยังคงเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างกลุ่มผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มน้ำหอม การเติบโตต่อเนื่องเป็นผลจากความสำเร็จระดับโลกทั้งในกลุ่มน้ำหอมผู้หญิง <em>พาราด๊อกซ์ </em><em>(</em><em>Paradoxe) </em>โดย<em>พราด้า (</em><em>Prada),</em> <em>บอร์น อิน โรมา (</em><em>Born in Roma)</em> โดย <em>วาเลนติโน่ (</em><em>Valentino)</em>, <em>ลิ</em><em>เบรอ (</em><em>Libre) </em>โดย <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ (</em><em>Yves Saint Laurent)</em>  และน้ำหอมผู้ชาย <em>สตรองเกอร์ วิธ ยู (</em><em>Stronger with You)</em> โดย <em>อาร์มานี่</em> <em>(Armani)</em>, <em>วอนเต็ด (</em><em>Wanted)</em> โดย<em>อัซซาโร่ (</em><em>Azzaro)</em>, <em>โปโล </em><em>67 (Polo 67)</em> โดย <em>ราล์ฟ ลอเรน</em> <em>(</em><em>Ralph Lauren)</em>, <em>มายเซลฟ์ (</em><em>MYSLF)</em> โดย <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ </em>การเติบโตของเครื่องสำอางเร่งตัวขึ้นด้วยแรงหนุนจากความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของ <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ </em>ทั้งในตลาดตะวันตกและจีน ขับเคลื่อนโดยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์  เลิฟชายน์ </em><em>(</em><em>YSL Loveshine) </em>และ <em>ทูช เอคลาต์ </em><em>(</em><em>Touche Eclat)</em> ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว <em>เอสอป </em><em>(</em><em>Aesop)</em>, <em>ทาคามิ (</em><em>Takami)</em>  และ <em>ยูธ ทู เดอะ พีเพิล </em><em>(</em><em>Youth to the People</em>) ได้ดำเนินกลยุทธ์การขยายตลาดทั่วโลกด้วยผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างยิ่ง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32219 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Lancome-Genifique.jpg" alt="" width="1000" height="1000" /></p>
<p><strong>แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางเติบโตอย่างโดดเด่นที่ระดับ </strong><strong>9.8%</strong></p>
<p>แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางมียอดขายทะลุ 7 พันล้านยูโรเป็นครั้งแรก โดยเติบโตแซงหน้าตลาดเวชสำอางโลก ซึ่งยังคงคึกคักแม้จะมีการชะลอตัวลงบ้าง แผนกเติบโตในทุกภูมิภาค โดยมีโมเมนตัมที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาค SAPMENA และยุโรป ทั้งยังมีผลประกอบการที่เหนือกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญในเอเชียเหนือ และเติบโตนำหน้าตลาดในอเมริกาเหนือ</p>
<p>ในส่วนของแบรนด์ ลา โรช-โพเซย์ (La Roche-Posay) มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของแผนกธุรกิจนี้มากที่สุด โดยได้รับแรงสนับสนุนอย่างมากจากยุโรปและอเมริกาเหนือ ที่มารับไม้ต่อจาก เซราวี (CeraVe) ด้วยแรงหนุนจากความสำเร็จอย่างมากของ เมลา บีทรี (Mela B3) ทำให้ ลา โรช-โพเซย์ กลายเป็นแบรนด์สกินแคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกในทุกช่องทาง แม้ว่าจะมีผลประกอบการในระดับทรงตัวในสหรัฐอเมริกา แต่ เซราวี ก็ทำยอดขายก็ได้ทะลุ 2 พันล้านยูโร ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการขยายตลาดต่างประเทศด้วยผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมในตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน SAPMENA จีน และบราซิล ซึ่งเซราวีเป็นผู้บุกเบิกตลาดของแผนก</p>
<h4>ทั้งนี้ หากสรุปตามภูมิภาค ยุโรป เติบโต 8.2 %,​ อเมริกาเหนือ เติบโต 5.5%,  เอเชียเหนือ หดตัว 3.2%,  <strong>ลาตินอเมริกา</strong> <strong>เติบโต</strong><strong> 11.0% </strong><strong>ภูมิภาค </strong><strong>SAPMENAอฃ (เอเชียแปซิฟิกใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ) &#8211; SSA(</strong><strong>เแอฟริกาใต้ซาฮารา) เติบโต </strong><strong>12.3%</strong><strong><sup>1</sup></strong></h4>
<p>ภูมิภาค SAPMENA มีการเติบโตอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกหมวดหมู่และทุกแผนก ด้วยแรงหนุนเชิงบวกจากการเติบโตของมูลค่าและปริมาณแบบผสมผสาน ประเทศที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ได้แก่ ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ไทย ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม และอินเดีย</p>
<p>แผนกเวชสำอางมีการเติบโตแข็งแกร่งที่สุด ขับเคลื่อนโดยการเติบโตอย่างโดดเด่นของ <em>เซราวี </em>และความสำเร็จของ <em>เมลา บีทรี</em> จาก <em>ลาโรช-โพเซย์</em> กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงยังคงรักษาจังหวะการเติบโตเลขสองหลัก ขับเคลื่อนโดย <em>อีฟส์ แซงต์ โลรองต์  </em>และ <em>พราด้า</em> เป็นหลัก หมวดหมู่ที่มีความคึกคักมากที่สุด ได้แก่ น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้รับแรงหนุนจากแผนกเวชสำอางและผลิตภัณฑ์อุปโภค การเติบโตของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมทั้งในตลาดแมสและระดับมืออาชีพได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าให้อยู่ในระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง ช่องทางออนไลน์ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ โดยเฉพาะในซาอุดิอาระเบีย อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>ส่วนในภูมิภาค SSA (แอฟริกาใต้ซาฮารา) สร้างสถิติยอดขายสูงสุดอีกครั้ง โดยทุกประเทศและทุกแผนกเติบโตในระดับเลขสองหลัก ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมีความคึกคักมากที่สุด ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและน้ำหอม และมีแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคและแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-32215 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/1.-MINNIE-GI-DLE-3CE-Asia-Ambassador.jpg" alt="" width="667" height="1000" /></p>
<h5>ลอรีอัล กรุ๊ป ในประเทศไทย</h5>
<p>สำหรับประเทศไทย บริษัทฯ ยังสามารถครองความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดความงาม โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยมีแบรนด์ การ์นิเย่ ยังคงเป็นแบรนด์สกินแคร์อันดับหนึ่งของประเทศ และมีลอรีอัล ปารีส และ เซราวี อยู่ในท๊อป 5 ในส่วนเมคอัพ มีเมย์เบลลีน นิวยอร์ค ยึดตำแหน่งแบรนด์เมคอัพอันดับหนึ่ง ในส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมีเคเรสตาสครองอันดับ 1 ในตลาดพรีเมียม</p>
<p>นอกจากนั้น ลอรีอัล ประเทศไทย ยังมีการปรับให้พอร์ตโฟลิโอแบรนด์เข้มแข็งขึ้น โดยนำแบรนด์ 3CE แบรนด์เมคอัพเกาหลีอันดับ 1 ของโลก มาภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2568 เพื่อปลุกตลาดเมคอัพ เช่นเดียวกับแผนกความงามชั้นสูงที่จะมีการนำแบรนด์เอสอปมาอยู่ภายใต้การดูแลช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 นี้ และแบรนด์ต่างๆ ได้เตรียมนำผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่น่าสนใจมาให้ผู้บริโภคชาวไทยเผื่อผลักดันตลาดในทุกๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์</p>
<p><strong>ผลงานด</strong><strong>้</strong><strong>านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล </strong></p>
<ul>
<li>ในเดือนพฤศจิกายน ภูมิภาค SAPMENA ประกาศความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในสถานประกอบการ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ (SAPMENA) รวมทั้งประเทศไทยในสิ้นปี 2566 ครอบคลุมโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า สำนักงาน และศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทั้งหมดภายในภูมิภาค ก่อนกำหนดในปี 2028</li>
<li>ลอรีอัลได้รับรางวัลแพลตตินัมจาก <strong>EcoVadis </strong>ซึ่งจัดอันดับให้ลอรีอัลอยู่ในกลุ่ม <strong>1%</strong> ของบริษัทที่ดีที่สุดในโลกในด้านผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/loreal-group-2024-annual-results/">ลอรีอัล กรุ๊ป เติบโต 5.1% ยอดขาย 4.348 หมื่นล้านยูโร ใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานประกอบการแล้ว 100% ติดทำเนียบ ESG ระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
