<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Most Valuable Asset &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/most-valuable-asset/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Jul 2024 16:56:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Most Valuable Asset &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ เน้นแข็งแรง​ยั่งยืนได้​​ระยะยาว พร้อมปรับโฟกัสพอร์ตใหม่ เลิก &#8216;แมวดำ&#8217; เลี่ยงแข่งสงครามราคา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/5-keys-drive-scg-in-second-half-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jul 2024 15:44:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[inclusive]]></category>
		<category><![CDATA[Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Most Valuable Asset]]></category>
		<category><![CDATA[S Curve]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Express]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ครึ่งปีหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แมวดำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27617</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจในระยะยาว พร้อมรีโฟกัส ​ถอน &#8216;แมวดำ&#8217; จากพอร์ตโฟลิโอ ​​เลิกแข่งในตลาดที่ไม่แข็งแรง​ และสร้างความแตกต่างไม่ได้ แต่ยังหนุนสร้างนวัตกรรมใหม่ให้องค์กรต่อเนื่อง คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทมีผลประกอบการ​ไตรมาส 2 ​ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของเอสซีจี เคมิคอลส์ กำลังซื้อในตลาดอาเซียนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมทั้งมีรายได้เงินปันผลรับจากการลงทุนในธุรกิจอื่น โดยมีรายได้ 128,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า มีผลกำไรกว่า 3,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่วนรายได้ภาพรวมช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 252,461 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน แบ่งเป็นสัดส่วนจากแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ เอสซีจี เคมิคอลส์ 39% เอสซีจีพี 27% เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน 16% เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิงและเอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/5-keys-drive-scg-in-second-half-2024/">เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ เน้นแข็งแรง​ยั่งยืนได้​​ระยะยาว พร้อมปรับโฟกัสพอร์ตใหม่ เลิก &#8216;แมวดำ&#8217; เลี่ยงแข่งสงครามราคา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจในระยะยาว พร้อมรีโฟกัส ​ถอน &#8216;แมวดำ&#8217; จากพอร์ตโฟลิโอ ​​เลิกแข่งในตลาดที่ไม่แข็งแรง​ และสร้างความแตกต่างไม่ได้ แต่ยังหนุนสร้างนวัตกรรมใหม่ให้องค์กรต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-27617"></span></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทมีผลประกอบการ​ไตรมาส 2 ​ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของเอสซีจี เคมิคอลส์ กำลังซื้อในตลาดอาเซียนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมทั้งมีรายได้เงินปันผลรับจากการลงทุนในธุรกิจอื่น โดยมีรายได้ 128,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า มีผลกำไรกว่า 3,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่วนรายได้ภาพรวมช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 252,461 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน แบ่งเป็นสัดส่วนจากแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ เอสซีจี เคมิคอลส์ 39% เอสซีจีพี 27% เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน 16% เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิงและเอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล 13% และเอสซีจี เดคคอร์  5%</p>
<p><em>“ในครึ่งปีแรกนี้ทุกกลุ่มธุรกิจมีการปรับตัวที่ดีขึ้น มีเพียงกลุ่มเคมีคัลที่​ได้รับผลกระทบจากวัฏจักรขาลงของ​อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งส่งผลกระทบไปทั้งโลก โดยมียอดขายจากการพัฒนาสินค้าใหม่ (New Products Development – NPD)​ 38,690 ล้านบาท คิดเป็น 20% กลุ่มนวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High-Value Added Products &amp; Services – HVA) 77,037 ล้านบาท คิดเป็น 39% และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SCG Green Choice ​ยอดขาย 136,124 ล้านบาท คิดเป็น 54% ​ทั้งนี้​ มีรายได้จากธุรกิจในประเทศ รวมทั้งการส่งออก ในครึ่งปีแรกนี้ 111,367 ล้านบาท หรือ 44 ของยอดขายโดยรวม ขณะที่เป้าหมายในสิ้นปีนี้จากที่เคยตั้งเป้าเติบโตไว้ 20% แต่มีปัญหาความล่าช้าของโครงการ <strong>ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ </strong>ที่คาดว่าจะขยับมาเดินเครื่องได้ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ทำให้กระทบต่อเป้าหมายที่วางไว้ แต่เชื่อว่าจะสามารถผลักดันการเติบโตได้อย่างน้อยราว 10%&#8221; </em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27618 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้​ยังมีปัจจัยลบที่ต้องเผชิญและเฝ้าระวัง​​​ทั้ง ความตึงเครียดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การ​แข่งขันสูงจากสินค้านำเข้าจากจีน เศรษฐกิจในประเทศ​ที่ฟื้นตัวช้า จากกำลังซื้อที่อ่อนแอในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย ทำให้การดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีจึงยังคงต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เอสซีจีจึงให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแรง โดยได้วาง 5 กลยุทธ์ เพื่อเร่งเพิ่มความฟิตทางธุรกิจ พร้อมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. บริหารต้นทุนพลังงาน</strong> เพื่อลด และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ​การแข่งขันในระยะยาวได้ เช่น ในกลุ่มธุรกิจซีเมนต์ในประเทศไทย ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน Renewable ไว้ที่ราวครึ่งหนึ่ง ​</p>
<p><strong>2. ปรับโฟกัสธุรกิจ</strong> โดยเน้นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโต และเลิกดำเนินการใน​​กลุ่มที่ไม่สามารถแข่งขัน หรือไม่สามารถสร้างให้เกิดความแตกต่างจากตลาดได้ พร้อมจัดสรรทั้งบุคลากรและทรัพยากรไปสนับสนุนกลุ่มที่เป็น New S-Curve เช่น Solar Roof, Green Energy, Heat Energy หรือ Air Scrubber​ <em><strong>ส่วน​กลุ่มที่ตัดสินใจ​เลิกดำเนินการ เบื้องต้นมี 2 กลุ่มคือ กลุ่มขนส่งรายย่อย SCG Express หรือแมวดำ และ Green Construction ที่เน้นเรื่องการก่อสร้างทั่วไป ที่ไม่ได้​มีโซลูชันที่ช่วยเพิ่ม Value หรือ ความแตกต่างจากตลาดได้</strong></em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27625 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/มุ่งธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจรสำหรับตลาดที่อยู่อาศัย-โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. ปรับปรุงการจัดเก็บ ขนส่ง กระจายสินค้า</strong> เช่น ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลวางแผนการจัดส่ง ตรวจรับสินค้า ช่วยลดเวลาทำงาน ลดความเสียหาย ลดโอกาสผิดพลาดในการรับ-ส่ง รวมทั้งการบริหารการขนส่งได้ตอบโจทย์ลูกค้าในปัจจุบัน เพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจได้ตลอดทั้งสายการลิต</p>
<p><strong>4. การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มประสิทธิภาพ </strong>ทั้งในส่วนของการผลิต หรือการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น เช่น ​เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ใช้โซลูชัน AI จาก REPCO NEX ในการดูแลเครื่องจักรและซ่อมบำรุงได้อย่างแม่นยำ มีเสถียรภาพ (Reliability) ได้ทั้ง 100%</p>
<p><strong>5.  มุ่งส่งมอบโซลูชันที่ฟังก์ชันและราคาตรงกับความต้องการของลูกค้า</strong> อาทิ CPAC รถโม่เล็ก ขนาดกะทัดรัด สำหรับงานก่อสร้างในเมืองที่มีขนาดพื้นที่จำกัด รวมทั้งยังช่วยลด Waste จากการก่อสร้างได้น้อยลง เพราะไม่จำเป็นต้องสั่งในปริมาณมาก รวมทั้งการเพิ่มความหลากหลายของ Product Portfolio โดยเฉพะาการพัฒนาสินค้านวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์การงานที่เฉพาะกลุ่มแบบ Micro Segment มากขึ้น เช่น ซีเมนต์คาร์บอนต่ำที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังจากเปิดตัวก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด รวมทั้งสามารถส่งออกไปอเมริกาได้มากกว่า 1 ล้านตันและเร่งขยายไปยังตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ​</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-27620 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/เอสซีจี-เร่งเพิ่มความฟิตทางธุรกิจ-ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง.jpg" alt="" width="623" height="779" /></p>
<p>นอกจากนี้ เอสซีจียังตระหนักถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่กระทบความเป็นอยู่ของผู้คนในวงกว้าง จึงร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี เตรียมจัดโครงการ<strong> Go Together</strong> เพื่อให้ความรู้ สร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs โดยเริ่มจากโรงงานสระบุรี พร้อมขยายผลไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่เอสซีจีมีโรงงานตั้งอยู่ เช่น กาญจนบุรี ลำปาง ขอนแก่น นครศรีธรรมราช เป็นต้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยการปรับปรุงและนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน นำของเหลือใช้มาสร้างประโยชน์ เช่น แปรรูปเป็นวัตถุดิบ เชื้อเพลิง รวมทั้งใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ด้านมูลนิธิเอสซีจี ได้ส่งเสริมแนวคิด <strong>LEARN to EARN</strong> เรียนรู้เพื่ออยู่รอด เน้นการเรียนรู้เพื่อมีงานทำ สามารถสร้างอนาคตได้จริง โดยมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนทั้งในระบบและนอกระบบ ประมาณ 3,000 ทุนต่อปี ในสาขาที่ตอบโจทย์ตลาด เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ เป็นต้น โดยเยาวชนที่ผ่านโครงการถึง 90% สามารถ​หางานทำได้ ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถพัฒนามิติทางสังคมให้แข็งแรง จากการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้เยาวชนในโครงการ ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มกลุ่มแรงงานทักษะเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27621 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/LEARN-to-EARN-เรียนรู้-เพื่ออยู่รอด-เน้นการเรียนรู้เพื่อมีงานทำ-โดยมูลนิธิเอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;แมวดำ&#8217; ไม่ไปต่อ แต่ยังหนุนสร้างนวัตกรรมใหม่ในองค์กร</strong></p>
<p>สำหรับหนึ่งใน​ธุรกิจที่ SCG ตัดสินใจไม่ไปต่อ คือ ธุรกิจขนส่งรายย่อย <strong>​​SCG Express</strong> หรือ แมวดำ ที่ร่วมกับพันธมิตรในการ Diversify ไปสู่ธุรกิจขนส่ง รับเทรนด์การเติบโตของอีคอมเมิร์ซตั้งแต่เมื่อปี 2560 ซึ่ง​ยอมรับว่าไม่ใช่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่สามารถสร้างศักยภาพทางการแข่งขันที่ดีกว่า หรือสร้างให้เกิดคุณค่าที่แตกต่างจากตลาดได้  ขณะที่แลนด์สเคปในตลาดเป็นการแข่งขันทางด้านราคา ซึ่งไม่ใช่แนวทางในการขับเคลื่อน​ของเอสซีจี จึงนำมาสู่การ​ตัดสินใจเลิกดำเนินการต่อ เพื่อหยุดปัญหา​ขาดทุน ​ซึ่งการเลิกธุรกิจนี้ทำให้ศักยภาพของธุรกิจโดยรวมดีขึ้น</p>
<p><em>&#8220;เราตัดสินใจเลิกดำเนินการในกลุ่มขนส่งรายย่อย แทนที่จะสู้ต่อ เนื่องจาก ​​ไม่ต้องแข่งข้นด้านราคาที่เหมือนเป็นการเผาเงินโดยไม่มีแวลู่ทางธุรกิจที่คุ้มต่า ประกอบกับความไม่สมบูรณ์ใน Ecosystem ​ที่เรามี เนื่องจากมองว่า การจะได้ประโยชน์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มที่ เราต้องมีทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือ Market Place และมีระบบการขนส่งมารองรับ เพื่อสามารถบริหารจัดการต้นทุนและสร้างกำไรที่เหมาะสมได้ แต่การมีธุรกิจรองรับเพียงแค่การขนส่งเพียงขาเดียว ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่แลนด์สเคปในธุรกิจ การแข่งขันมักเป็นเรื่องของการตัดราคา และยากที่จะสร้าง Differentiate ได้ หากเลือกใส่เงินลงทุนเพิ่ม มองว่า อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย เพราะไม่ได้สร้างความได้เปรียบ หรือเสริมความแข็งแรงที่แท้จริงให้ธุรกิจ แต่ควรนำเงิน​ส่วนนี้ไปลงทุนในธุรกิจที่กำลังเติบโต หรือสามารถสร้าง New S-Curve ใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้องค์กรในภาพรวมได้ดีมากกว่า&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27622 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-และนางจันทนิดา-สาริกะภูติ-ผู้ช่.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทางเอสซีจี ยังคงสนับสนุนให้พนักงานสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีความเชื่อในเรื่องคุณค่าของคน ขณะที่ความล้มเหลวต่างๆ ก็ถือเป็น Most Valuable Asset ที่ทำให้พนักงานได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพื่อสามารถปรับตัว และวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง จากสถานการณ์จริงเพื่อที่จะไม่ผิดพลาดซ้ำอีกในอนาคต ​​​รวมทั้งหลายๆ นวัตกรรมที่โดดเด่น​ก็มาจากการเปิดกว้างในการทดลองสิ่งใหม่ เช่น ปูนคาร์บอนต่ำ ที่มาจากการพัฒนาเทคโนโลยีจากภายในองค์กรเอง ​และสามารถประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างดีมาก ซึ่งในแซนด์บ็อกซ์ขององค์กรยังมีทั้ง​การพัฒนาเทคโนโลยี​ นวัตกรรม รวมทั้งโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ​สำหรับการทดลองเรียนรู้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก โดยจะเน้นการเริ่มต้นในขนาดที่เหมาะสม หากล้มเหลวก็พร้อมยอมรับ เพื่อปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ เพื่อเริ่มต้นโปรเจ็กต์ที่อาจจะเป็นโอกาสใหม่ๆ ต่อไป หรือ Small Start, Fail Fast, Learn Fast แต่หากองค์กรใดที่มัวแต่ผิดพลาดและไม่กล้าเริ่มต้นหรือทดลองอะไรใหม่ๆ เลย สุดท้าย ก็จะไม่สามารถปรับตัวได้และไม่มีทางรอดได้ในอนาคตเช่นเดียวกัน ​</p>
<p><strong>ทิศทาง​และเป้าหมายของแต่ละกลุ่มธุรกิจ</strong></p>
<p><strong>​กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และการก่อสร้าง</strong> ได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจของเวียดนามและอินโดนีเซียที่กลับมาฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง กำลังซื้อกลับมาจากแรงหนุนของรัฐบาลอินโดนีเซีย เพื่อเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสร้างเมืองหลวงใหม่ ‘นูซันตารา’ รวมทั้งรัฐบาลเวียดนามผลักดันการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment – FDI) ขณะที่การฟื้นตัวของไทยยังชะลอตัว ความต้องการสินค้าลดลงตามฤดูกาล และการจัดสรรงบประมาณของรัฐที่ล่าช้า</p>
<p><strong>เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน ​</strong>เร่งผลักดันปูนคาร์บอนต่ำ เจเนอเรชัน 2 ซึ่งสามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้​ ​15-20%  พร้อมขยาย​ตลาดต่างประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย รวมทั้งเปิดตัวปูนคาร์บอนต่ำรายแรกในเวียดนาม ‘<strong>SCG Low Carbon Super Cement</strong>’ ขณะที่ในไทย มีการเติบโตต่อเนื่องทดแทนตลาดปูนแบบเดิมได้แล้วกว่า​ 86% รวมทั้​งการออกปูนซีเมนต์หลากหลายรุ่น ด้วยคุณภาพและราคาเหมาะสม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าครอบคลุมมากขึ้น เช่น แบรนด์ ‘5 STAR’ ในกัมพูชา ‘BEZT’ ในอินโดนีเซีย ‘ADAMAX’ ในเวียดนาม และ ‘แรด’ ในไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27626 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/ปูนซีเมนต์-คุณภาพดี-หลากหลายรุ่น-จากเอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล</strong> ลุยเสิร์ฟสินค้าและบริการเรื่องบ้านผ่านร้านค้าปลีกกว่า 87 ร้านในอาเซียน โดยครึ่งปีแรกของปีได้ขยายโมเดิร์นเทรด ‘Mitra10’ ผู้เชี่ยวชาญตลาดค้าปลีกในอินโดนีเซีย มีสินค้ากว่า 65,000 รายการ เพิ่มอีก 2 สาขา ที่เกาะสุมาตรา และเกาะชวาตะวันตก ซึ่งมีประชากรจำนวนมาก รับลูกค้ามากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน ตั้งเป้า 100 สาขา ในปี 2573 ปัจจุบันเปิดแล้ว 50 สาขา</p>
<p><strong>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง</strong> รุกนำเสนอนวัตกรรมวัสดุตกแต่งภูมิทัศน์ อาทิ กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น เอสซีจี หนุนรับนักท่องเที่ยว สามารถออกแบบลวดลายเอกลักษณ์ด้วยเทคนิคการพ่นสีเฉพาะ เช่น ลายดอกโบตั๋น สำหรับทางเท้าย่านเยาวราช พร้อมทั้งเปิดตัวนวัตกรรมระบบบำบัดอากาศเสีย Air Scrubber สำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก ภายใต้แบรนด์ ONNEX by SCG Smart Living เจาะกลุ่มลูกค้างานอาคารและสำนักงาน ที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดน้อยกว่า 3,500 ตร.ม. พร้อมขยายบริการครอบคลุมอาเซียนและตะวันออกกลาง</p>
<p><strong>เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD)</strong> ดันแผนสร้างการเติบโต 2 เท่าภายในปี 2573 เริ่มเดินการผลิตโรงงานแผ่นปูพื้น SPC LT by COTTO กำลังผลิต 1.8 ล้านตารางเมตรต่อปี ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดกว่า 500 ล้านบาท และเดินหน้าก่อสร้างโครงการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง กลุ่มกระเบื้องพอร์ซเลน สวยงาม แข็งแรง เป็นที่นิยม 3 โครงการใหญ่ในประเทศเวียดนามและไทย คาดเริ่มเดินการผลิตปีนี้</p>
<p>พร้อมกันนี้ เอสซีจียัง​ขยายตลาดวัสดุก่อสร้างในอินเดีย โดย<strong> SCG International</strong> ร่วมกับบริษัทบิ๊กบล็อก คอนสตรัคชั่น จำกัด ลงทุนเปิดโรงงานแผ่นผนังมวลเบา (AAC Walls) ภายใต้แบรนด์ <strong>&#8216;ZMARTBUILD WALL by NXTBLOC&#8217;</strong> แห่งแรกในรัฐคุชราต ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่การก่อสร้างมีมูลค่าสูงและเติบโตต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27627 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/SCG-International-ร่วมกับบริษัทบิ๊กบล็อก-คอนสตรัคชั่น-จำกัด-ลงทุนเปิดโรงงานแผ่นผนังมวลเบา-AAC-Walls-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC)</strong> แม้ไตรมาสที่ผ่านมาธุรกิจมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น จากการกลับมาเดินเครื่องของโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) แต่ในช่วงครึ่งปีหลัง อุตสาหกรรมปิโตรเคมียังอ่อนตัว จากความต้องการสินค้าในตลาดโลกลดลง ขณะที่มีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มมากขึ้น  ขณะที่ SCGC เร่งผลักดันนวัตกรรมรักษ์โลก <strong>SCGC GREEN POLYMERTM </strong> สู่ตลาดที่มีความต้องการมาก อาทิ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ล่าสุดร่วมกับ Dow พัฒนาธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกตลอดห่วงโซ่คุณค่าเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติกปริมาณกว่า 200,000 ตันต่อปี ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นผลิตภัณฑ์หมุนเวียนที่มีมูลค่า ภายในปี 2573</p>
<p>ขณะที่ <strong>โครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals – LSP)</strong> กลับมาทดสอบการเดินเครื่องทั้งโรงงานขั้นต้น (Upstream) และขั้นปลาย (Downstream) ในเดือนสิงหาคม-กันยายน 2567 และจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนตุลาคม 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27623 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/โครงการลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เอสซีจีพี (SCGP)</strong> มุ่งขยายกำลังการผลิตรับความต้องการบรรจุภัณฑ์จากภาคการท่องเที่ยวและบริการ ประกอบกับบริหารจัดการวัตถุดิบและต้นทุนพลังงาน รวมทั้งสร้างการเติบโตในธุรกิจที่มีศักยภาพสูง ล่าสุด SCGP รุกขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ด้วยการลงทุนในบริษัทวีอีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญการผลิตชิ้นส่วนสมรรถนะสูงจากการฉีดขึ้นรูปพอลิเมอร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าของ Deltalab, S.L. และ Bicappa Lab S.r.L. บริษัทใน SCGP เพื่อรองรับความต้องการและส่งเสริมให้ SCGP ขยายเครือข่ายลูกค้าในต่างประเทศครอบคลุมยิ่งขึ้น</p>
<p>ด้าน <strong>ธุรกิจน้องใหม่ เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</strong> เติบโตได้ดีตามแผน มุ่งเพิ่มสัดส่วนการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูง ครึ่งปีแรกของปี 2567 มีกำลังการผลิตรวม 522 เมกะวัตต์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ จับมือ ซีเกท ประเทศไทย ลงนามในสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้า Solar Rooftop ขนาด 20.96 เมกะวัตต์ ณ โรงงานซีเกท จังหวัดนครราชสีมา สำหรับแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานความร้อนจากพลังงานสะอาด Rondo Heat Battery อยู่ระหว่างการก่อสร้างยูนิตแรกของโลกสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ที่โรงงานปูนซีเมนต์เอสซีจี จ.สระบุรี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2568 ซึ่งจะสามารถเป็นต้นแบบสำหรับหลากหลายอุตสาหกรรมต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/5-keys-drive-scg-in-second-half-2024/">เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ เน้นแข็งแรง​ยั่งยืนได้​​ระยะยาว พร้อมปรับโฟกัสพอร์ตใหม่ เลิก &#8216;แมวดำ&#8217; เลี่ยงแข่งสงครามราคา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
