<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Net Zero GHG Emissions &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/net-zero-ghg-emissions/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 20 Oct 2024 11:15:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Net Zero GHG Emissions &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จับมือ TOA เดินหน้าพิชิต Net Zero มุ่งใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ยกระดับที่อยู่อาศัย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/toa-hands-frasers-property-forward-to-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Oct 2024 11:15:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[​ SBTI]]></category>
		<category><![CDATA[7 GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint of Product]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint Reduction Label]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[CFR]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[TOA]]></category>
		<category><![CDATA[TOA AQUA SHIELD]]></category>
		<category><![CDATA[TOA GREEN CERTIFIED]]></category>
		<category><![CDATA[TOA Green Mission]]></category>
		<category><![CDATA[TOA Organic Care]]></category>
		<category><![CDATA[TOA Shield Expert]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ทีโอเอ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ภวรัญชน์ อุดมศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[สีน้ำ 2in1]]></category>
		<category><![CDATA[เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29711</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย” ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน จับมือพันธมิตร “TOA” ผู้นำเบอร์หนึ่งในตลาดสีทาอาคาร เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างครบวงจร เดินหน้าพันธกิจพิชิต Net Zero Emission เลือกใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การันตีด้วยฉลากลดโลกร้อน (CFR) เพื่อยกระดับโครงการที่อยู่อาศัย ตอกย้ำแนวคิด “สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”   นายภวรัญชน์ อุดมศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจผู้บริโภคในงานวิจัยปี 2023 sustainable lifestyles ของ TERRA Consulting พบว่า ผู้บริโภคมีความต้องการบ้านและที่อยู่อาศัยที่ตอบรับกับวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้ทุกธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันกับเทรนด์รักษ์โลก ซึ่งสอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ที่ยึดหลัก ESG เป็นสำคัญ โดยเฉพาะในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเป้าหมายสู่ Net Zero เพื่อที่จะเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ.2050 ผ่านการรับรองการคำนวณและตั้งเป้าหมายในระยะสั้นจากหน่วยงานระดับโลกอย่าง SBTi (Science [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/toa-hands-frasers-property-forward-to-net-zero/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จับมือ TOA เดินหน้าพิชิต Net Zero มุ่งใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ยกระดับที่อยู่อาศัย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ </strong><strong>ประเทศไทย</strong><strong>” </strong>ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน จับมือพันธมิตร <strong>“TOA” </strong>ผู้นำเบอร์หนึ่งในตลาดสีทาอาคาร เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างครบวงจร เดินหน้าพันธกิจพิชิต Net Zero Emission เลือกใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การันตีด้วยฉลากลดโลกร้อน (CFR) เพื่อยกระดับโครงการที่อยู่อาศัย ตอกย้ำแนวคิด “สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”<strong> </strong><strong> </strong><span id="more-29711"></span></p>
<p><strong>นายภวรัญชน์ อุดมศิริ</strong><strong> </strong><strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>สายพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ </strong><strong>บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) </strong>เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจผู้บริโภคในงานวิจัยปี 2023 sustainable lifestyles ของ TERRA Consulting พบว่า ผู้บริโภคมีความต้องการบ้านและที่อยู่อาศัยที่ตอบรับกับวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้ทุกธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันกับเทรนด์รักษ์โลก ซึ่งสอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ที่ยึดหลัก ESG เป็นสำคัญ โดยเฉพาะในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเป้าหมายสู่ Net Zero เพื่อที่จะเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ.2050 ผ่านการรับรองการคำนวณและตั้งเป้าหมายในระยะสั้นจากหน่วยงานระดับโลกอย่าง SBTi (Science Based Targets initiative) มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ    การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงการที่อยู่อาศัย</p>
<p>ซึ่งปัจจุบัน เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยมุ่งมั่นในการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น <strong>การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน </strong>ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) ในโครงการที่อยู่อาศัย<strong> การผลักดันการลดก๊าซเรือนกระจกในวัสดุก่อสร้าง</strong> โดยเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกจาก TOA ที่ได้รับรองฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือฉลากลดโลกร้อน (Carbon Footprint Reduction label : CFR) การันตีว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด และตอบรับด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์สีเขียว TOA GREEN CERTIFIED อย่างนวัตกรรมสี TOA Expert Series นวัตกรรมสี TOA Organic Care และนวัตกรรมสี TOA AQUA SHIELD รวมทั้งหลังคาคอนกรีต อิฐมวลเบา คอนกรีต เป็นต้น <strong>การออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน</strong> ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคลดการใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องปรับอากาศได้ในระยะยาว ทั้งวัสดุหลังคาและผนัง โดยการเลือกใช้วัสดุที่นำความร้อนต่ำ ต้านทานความร้อนสูง และการใช้สีทาภายนอกที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงอาทิตย์และคายความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม อย่างสี SuperShield ตามมาตรฐานการสร้างบ้านประหยัดพลังงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต EGAT Home Energy Saving Design และ LEED Residential for Single Family and Multifamily resources และ <strong>การยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานก่อสร้าง</strong> ดูแลสวัสดิภาพและสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงาน โดยร่วมมือกับมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก (BSI)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29714 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TOA-Fra3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ยังมีแนวทางในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน อาทิ การออกแบบ Universal design มีกิจกรรมเพื่อสุขภาพและกายภาพบำบัดบริการช่วยเหลือเรื่องสุขภาพ บ้านประหยัดพลังงาน Solar Cell EV Charger ระบบกรองอากาศ PM2.5 และป้องกันไวรัส นวัตกรรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย เช่น Smart Home การเตรียมระบบการคัดแยกขยะอย่างแท้จริงเพื่อลดขยะและรักษาสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอน</p>
<p>ทั้งนี้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญมากในเรื่องของการจัดการก๊าซเรือนกระจก จึงได้ทำการคำนวณการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) ในปีฐาน 2564 เป็นต้นมาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ซึ่งจากการที่เลือกใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกจาก TOA ที่ผ่านการรับรองด้วยฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFR) ในโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ในปี 2567 (1 มกราคม &#8211; 30 กันยายน 2567) พบว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 1,854.7 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TonCO<sub>2</sub>e) เทียบเท่าการปลูกต้นสัก 107,831.7 ต้น และยังช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟฟ้าได้อีกด้วย” นายภวรัญชน์กล่าว</p>
<p><strong>นายจตุภัทร์</strong> <strong>ตั้งคารวคุณ</strong> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong> <strong>บริษัท</strong> <strong>ทีโอเอ</strong> <strong>เพ้นท์</strong><strong> (</strong><strong>ประเทศไทย</strong><strong>) </strong><strong>จำกัด</strong><strong> (</strong><strong>มหาชน</strong><strong>) </strong>หรือ <strong>TOA</strong> กล่าวว่า TOA ตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยบริษัทฯ ได้บูรณาการให้ทุกภาคส่วนขององค์กรตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำตามแนวทางการดำเนินงาน 7 กลยุทธ์หลัก หรือ 7-GREEN ภายใต้นโยบาย <strong>TOA GREEN MISSION</strong> หรือพันธกิจพิชิต Net Zero ผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นดังกล่าว จึงทำให้ล่าสุด TOA เป็นบริษัทผู้ผลิตสีรายแรกที่ผ่านการรับรองการดำเนินงานด้านการตรวจวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และด้านการลดก๊าซเรือนกระจกอยู่ในระดับทอง ส่งผลให้บริษัทฯ เป็น 1 ใน 23 องค์กรที่ผ่านการรับรองให้เป็นสมาชิกประเภทองค์กร CALO ระดับยอดเยี่ยม ประจำปี 2567 จากคณะกรรมการเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29713 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TOA-Fra2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา TOA ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมสินค้า ปรับตัวให้ก้าวทันทั้งเทคโนโลยีการก่อสร้างและความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการทำธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลกของเราดียิ่งขึ้น จึงได้กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์สีเขียว TOA GREEN CERTIFIED สะท้อนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ปลอดภัยต่อสุขภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ สุดยอดนวัตกรรมสีรักษ์โลกอย่าง<strong> ‘TOA Organic Care’</strong> สีทาภายในที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี Bio-Based ใช้วัตถุดิบหลักจากพืช รายแรกและรายเดียวในไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก USDA สหรัฐอเมริกา จึงทำให้กลิ่นอ่อน สารระเหย VOCs 0% และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นกับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาโรคภูมิแพ้และหอบหืด</p>
<p>และ <strong>‘</strong><strong>TOA AQU</strong><strong>A SHIELD’</strong> สีเคลือบทับหน้ารวมรองพื้น สูตรน้ำกลิ่นอ่อน ปลอดภัยกว่าสีน้ำมันทั่วไปถึง 9 เท่า ทาได้หลากหลายพื้นผิวไม่ว่าจะเป็น เหล็กดำ เหล็กกัลวาไนซ์ โลหะผิวมันวาว ไม้จริง ไม้เทียม คอนกรีต PVC UPVC กระจก หรือผนังกระเบื้อง ช่วยลดขั้นตอนการทา ไม่ต้องทารองพื้น ไม่ต้องผสมทินเนอร์ จึงช่วยประหยัดการใช้น้ำมากยิ่งขึ้นผ่านเกณฑ์มาตรฐานอาคารเขียวระดับสากลอย่าง LEED V4.1 , WELL และ TREES</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29715 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/TOA-Fra5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากนี้ เรายังได้เปิดตัวนวัตกรรมสีรักษ์โลก <strong>‘TOA Shield Expert’ </strong>สีน้ำ 2in1 สูตรพร้อมใช้ ไม่ต้องผสมน้ำไม่ต้องทารองพื้น เพราะได้ผสานคุณสมบัติของสีทับหน้ารวมรองพื้นเข้าไว้ด้วยกันในกระป๋องเดียว สะดวก รวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความสะดวกสบาย ลดการใช้ทรัพยากร  ลดปริมาณขยะ ช่วยยืดอายุการใช้งานของสี ทนทานนาน 10 ปี ปลอดภัย ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการรับรองด้วยฉลาก CFR ตอบรับนโยบาย TOA GREEN MISSION ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อช่วยลดภาวะโลกเดือด การันตีจากพันธมิตรโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำร่วมวิจัยพัฒนาและใช้จริงมากมาย พร้อมส่งต่อสู่ผู้บริโภคผ่านร้านโมเดิร์นเทรดชั้นนำทั่วประเทศ</p>
<p>“นี่จึงเป็นการแสดงถึงบทบาทของผู้นำตลาด ในฐานะผู้ผลิตสีทาอาคารและสารเคลือบพื้นผิวครบระบบที่มุ่งตอบสนองทั้งผู้ใช้งาน สิ่งแวดล้อมและโลกของเรา ที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำของประเทศไทยสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี ค.ศ. 2065” นายจตุภัทร์กล่าวปิดท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/toa-hands-frasers-property-forward-to-net-zero/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จับมือ TOA เดินหน้าพิชิต Net Zero มุ่งใช้นวัตกรรมสีรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ยกระดับที่อยู่อาศัย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จักระบบนิเวศ Blue Carbon ศักยภาพของ &#8216;ป่าชายเลนและหญ้าทะเล&#8217; ที่ดูดซับคาร์บอนดีกว่าป่าไม้ 5-10 เท่า และต่อยอดมูลค่าเศรษฐกิจได้กว่า 4.8 แสนล้านบาทต่อปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/blue-carbon-ecosystem-opportunity-of-carbon-offsets-and-cobenefit-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jul 2023 09:30:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BCE]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Carbon Credits]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Carbon Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Carbon ทางเลือกในการกักเก็บคาร์บอน และโอกาสทางธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[McKinsey & Company ​]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยสิทธิ์ อนุชิตวรวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทช.]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชายเลน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[หญ้าทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งกักเก็บคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการปลูกป่าชายเลน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19740</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระบบนิเวศ Blue Carbon Ecosystem (BCE) ทั้งป่าชายเลนและหญ้าทะเล เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บได้ และต้นทุนการลดก๊าซเรือนกระจกอยู่ในระดับที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับระบบนิเวศบนบก ขณะที่ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิต หรือ Blue Carbon Credits ที่ได้จากการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net-Zero GHG Emissions ขณะที่การฟื้นฟูระบบนิเวศ BCE ยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit) หลายประการ อาทิ รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และธรรมชาติ การทำประมงที่มีความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งอาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเฉลี่ยมากกว่า 4 แสนล้านบาทต่อปี การศึกษาเรื่อง &#8216;Blue Carbon ทางเลือกในการกักเก็บคาร์บอน และโอกาสทางธุรกิจ&#8217; โดย คุณชัยสิทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ นักวิเคราะห์จาก Krungthai COMPASS ระบุว่า Blue Carbon Ecosystem เป็นระบบนิเวศตามป่าชายเลน ที่ลุ่มน้ำเค็ม ที่ราบน้ำท่วมถึง และหญ้าทะเล ​มีประสิทธิภาพสูงในการทำหน้าที่ดูดซับและกักเก็บคาร์บอนในรูปของมวลชีวภาพและการทับถมของตะกอนลงสู่ชั้นดินลึกหลายเมตร โดยที่คาร์บอนจะถูกกักเก็บได้นานนับพันปีในชั้นตะกอน หากสภาพแวดล้อมของระบบนิเวศไม่ได้ถูกทำลายจากภัยธรรมชาติ หรือกิจกรรมของคน ต่างจากระบบนิเวศบนบกที่แม้ว่าจะกักเก็บคาร์บอนในชีวมวลได้เช่นกัน แต่จะปล่อยคาร์บอนกลับออกมาเมื่อต้นไม้ตาย ซึ่งผลการวิจัยต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/blue-carbon-ecosystem-opportunity-of-carbon-offsets-and-cobenefit-business/">ทำความรู้จักระบบนิเวศ Blue Carbon ศักยภาพของ &#8216;ป่าชายเลนและหญ้าทะเล&#8217; ที่ดูดซับคาร์บอนดีกว่าป่าไม้ 5-10 เท่า และต่อยอดมูลค่าเศรษฐกิจได้กว่า 4.8 แสนล้านบาทต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ระบบนิเวศ <strong>Blue Carbon Ecosystem (BCE)</strong> ทั้งป่าชายเลนและหญ้าทะเล เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บได้ และต้นทุนการลดก๊าซเรือนกระจกอยู่ในระดับที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับระบบนิเวศบนบก</p>
<p><span id="more-19740"></span></p>
<p>ขณะที่ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิต หรือ Blue Carbon Credits ที่ได้จากการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net-Zero GHG Emissions ขณะที่การฟื้นฟูระบบนิเวศ BCE ยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit) หลายประการ อาทิ รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และธรรมชาติ การทำประมงที่มีความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งอาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเฉลี่ยมากกว่า 4 แสนล้านบาทต่อปี</p>
<p>การศึกษาเรื่อง <strong>&#8216;Blue Carbon ทางเลือกในการกักเก็บคาร์บอน และโอกาสทางธุรกิจ&#8217; </strong>โดย<strong> คุณชัยสิทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ นักวิเคราะห์จาก Krungthai COMPASS</strong> ระบุว่า Blue Carbon Ecosystem เป็นระบบนิเวศตามป่าชายเลน ที่ลุ่มน้ำเค็ม ที่ราบน้ำท่วมถึง และหญ้าทะเล ​มีประสิทธิภาพสูงในการทำหน้าที่ดูดซับและกักเก็บคาร์บอนในรูปของมวลชีวภาพและการทับถมของตะกอนลงสู่ชั้นดินลึกหลายเมตร โดยที่คาร์บอนจะถูกกักเก็บได้นานนับพันปีในชั้นตะกอน หากสภาพแวดล้อมของระบบนิเวศไม่ได้ถูกทำลายจากภัยธรรมชาติ หรือกิจกรรมของคน ต่างจากระบบนิเวศบนบกที่แม้ว่าจะกักเก็บคาร์บอนในชีวมวลได้เช่นกัน แต่จะปล่อยคาร์บอนกลับออกมาเมื่อต้นไม้ตาย</p>
<figure id="attachment_19743" aria-describedby="caption-attachment-19743" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-19743 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Info1.jpg" alt="" width="1200" height="843" /><figcaption id="caption-attachment-19743" class="wp-caption-text">Credit : Krungthai COMPASS</figcaption></figure>
<p>ซึ่งผลการวิจัยต่างๆ ที่ผ่านมาชี้ว่า<strong> ระบบนิเวศ Blue Carbon มีศักยภาพในการกักเก็บ คาร์บอนได้สูงกว่าป่าไม้ราว 5-10 เท่า</strong> เนื่องจากสามารถ ดึงคาร์บอนประมาณ 50-90% ไปกักเก็บไว้ในใต้ดินที่มีน้ำทะเลท่วมขัง ซึ่งช่วยชะลอการเน่าเปื่อยของอินทรีย์วัตถุ และช่วยเพิ่มปริมาณการสะสมคาร์บอนในดิน</p>
<p>สอดคล้องกับงานวิจัยของ <strong>McKinsey &amp; Company</strong> ​ในปี 2022​ ประเมินไว้ว่า กิจกรรมฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน หญ้าทะเล และที่ลุ่มน้ำเค็มรวมทั้งโลก จะมีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนราว 0.4-1.2 กิกะตัน หรือ 0.4-1.2  ล้านล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ (GtCO2 ) ต่อปี ภายในปี 2050 ขณะที่ต้นทุนสุทธิที่ต้องจ่ายเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจกต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2 ) ของ Blue Carbon ​​เช่น การฟื้นฟู หรืออนุรักษ์ป่าชายเลน หรือหญ้าทะเล ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำกว่า 18 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ tCO2  ซึ่งสามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับกิจกรรมการกักเก็บ คาร์บอนในระบบนิเวศบนบก รวมทั้ง​ราคาซื้อขายในตลาดคาร์บอนเครดิตที่จูงใจ ​ตามข้อมูลของ Abatable พบว่าราคาคาร์บอนเครดิตจาก Blue Carbon โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ tCO2 ​ขณะที่โครงการบางประเภทมีราคาซื้อขายสูงถึง 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ tCO2 เลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19742 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Blue-Carbon5.jpg" alt="" width="1200" height="752" /></p>
<p>ทั้งนี้ ระบบนิเวศ Blue Carbon กระจายตัวอยู่ตามชายฝั่งทะเลทั่วโลก ครอบคลุมพื้นที่ราว 185 ล้านเฮกตาร์ และมีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนได้สูงกว่า 3 หมื่นล้านล้านตันคาร์บอน ขณะที่ประเทศไทยมีระบบนิเวศ Blue Carbon ทั้งป่าชายเลนและหญ้าทะเล ซึ่งอยู่ตามจังหวัดชายฝั่งทะเลหรือหมู่เกาะต่างๆ โดยการประเมินของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พบว่า ไทยมีพื้นที่ป่าชายเลนราว 1.74 ล้านไร่ โดยบางส่วนจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูจากการบุกรุกและใช้ประโยชน์รูปแบบต่างๆ ​พร้อมประเมินพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเป็นแหล่งหญ้าทะเลอยู่ราว 160,628 ไร่ ขณะที่ข้อมูลในปี 2564 ที่ผ่านมา มีพื้นที่หญ้าทะเลเพียง 99,325 ไร่ แสดงว่ายังมีพื้นที่อีก 38% ที่สามารถฟื้นฟูหญ้าทะเลให้กลายเป็นระบบนิเวศที่ช่วยกักเก็บคาร์บอนได้</p>
<p>ทำให้ ทช.​ ​เดินหน้า &#8220;โครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต” ในพื้นที่ 23 จังหวัด​จำนวน 3 แสนไร่ ระหว่างปี 2565 &#8211; 2574 ​และในปีที่ผ่านมา ได้จัดสรรพื้นที่ 4.1 หมื่นไร่ ให้ภาคเอกชน 14 ราย เข้าร่วมโครงการ​ เพื่อรับประโยชน์จากการชดเชยคาร์บอนเครดิตในอนาคต ทั้งการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือสร้างรายได้การการขายคาร์บอนเครดิต โดยพบว่า​ป่าชายเลนมีศักยภาพในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิ 9.4  ตันคาร์บอนไดออกไซต่อไร่ต่อปี ซึ่งหากโครงการดำเนินการได้ตามเป้าหมาย 3 แสนไร่ คาดว่าจะได้ปริมาณคาร์บอนที่กับเก็บไว้ในระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปี และเกิดคาร์บอนเครดิตอย่างต่ำ 28 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เป็นโอกาสของภาคธุรกิจที่สามารถนำไปทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset) เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสามารถพิชิตเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net-Zero GHG Emissions ได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19744 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Blue-Carbon2.jpg" alt="" width="1200" height="899" /></p>
<p>นอกจากนี้ การฟื้นฟูระบบนิเวศ BCE ยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit) หลายประการ อาทิ รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และธรรมชาติ การทำประมงที่มีความยั่งยืนมากขึ้น เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ และส่งเสริมอาชีพให้กับคนในชุมชนอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเฉลี่ยมากกว่า 4.8 แสนล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว ​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/blue-carbon-ecosystem-opportunity-of-carbon-offsets-and-cobenefit-business/">ทำความรู้จักระบบนิเวศ Blue Carbon ศักยภาพของ &#8216;ป่าชายเลนและหญ้าทะเล&#8217; ที่ดูดซับคาร์บอนดีกว่าป่าไม้ 5-10 เท่า และต่อยอดมูลค่าเศรษฐกิจได้กว่า 4.8 แสนล้านบาทต่อปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางจากฯ ทุ่ม 1 หมื่นล้าน บุกเบิกเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF รายแรกของไทย คาดผลิตได้วันละ 1 ล้านลิตร ย้ำผู้นำพลังงานแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/bangchak-mou-sustainable-aviation-fuel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jul 2023 08:27:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy Model]]></category>
		<category><![CDATA[BCP 316 NET]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[International Civil Aviation Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัทบางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมรัตน์ ประยูรสุข]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ธนโชค ออยล์ ไลท์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ริษัท ทีทีซีแอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วันชัย รตินธร]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนจากน้ำมันพืชใช้แล้ว]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ “ทอดไม่ทิ้ง”]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19584</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มบางจากเดินหน้าผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel) หรือ SAF จากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย เดินหน้าสู่ผู้นำพลังงานแห่งอนาคต ภายใต้เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท คาดเริ่มผลิตได้ปีหน้า กำลังผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน พร้อมจัดพิธีลงนามในสัญญาก่อสร้างหน่วยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนระหว่าง บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด ​บริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ธนโชค ออยล์ ไลท์ จำกัด ผู้ร่วมลงนามในสัญญาครั้งนี้คือ บริษัท ทีทีซีแอล จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบวิศวกรรมและก่อสร้างโรงงานจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจกับบางจากฯ มากว่า 20 ปี ​​เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคอุตสาหกรรมการบิน ตอบโจทย์ BCG Economy Model ครบทั้ง 3 ด้าน นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/bangchak-mou-sustainable-aviation-fuel/">บางจากฯ ทุ่ม 1 หมื่นล้าน บุกเบิกเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF รายแรกของไทย คาดผลิตได้วันละ 1 ล้านลิตร ย้ำผู้นำพลังงานแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มบางจากเดินหน้าผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel) หรือ SAF จากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย เดินหน้าสู่ผู้นำพลังงานแห่งอนาคต ภายใต้เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท คาดเริ่มผลิตได้ปีหน้า กำลังผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน</p>
<p><span id="more-19584"></span></p>
<p>พร้อมจัดพิธีลงนามในสัญญาก่อสร้างหน่วยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนระหว่าง <strong>บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด ​</strong>บริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ธนโชค ออยล์ ไลท์ จำกัด ผู้ร่วมลงนามในสัญญาครั้งนี้คือ<strong> บริษัท ทีทีซีแอล จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบวิศวกรรมและก่อสร้างโรงงานจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจกับบางจากฯ มากว่า 20 ปี ​​เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคอุตสาหกรรมการบิน ตอบโจทย์ BCG Economy Model ครบทั้ง 3 ด้าน</p>
<p><strong>นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนจากน้ำมันพืชใช้แล้ว หรือ SAF เป็นอย่างมากในฐานะเชื้อเพลิงสำคัญที่จะช่วยบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ​โดยในปีที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมนี้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดกฎหมายลดอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Reduction Act of 2022 &#8211; IRA) ในสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างแรงจูงใจและสนับสนุนผู้ผลิตด้วยการกำหนดภาษีในการผลิต 1.75 เหรียญสหรัฐต่อแกลลอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19592 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ประเทศในทวีปยุโรปมีการใช้มาตรการบังคับให้ผสม SAF ลงไปในน้ำมันอากาศยานทั่วไปในสัดส่วนอย่างน้อย 2% ในปี 2568 และกำหนดให้เพิ่มเป็น 5% ในปี 2573 จนถึงปี 2593 ที่ต้องผสมอยู่ที่ 70% ส่วนประเทศญี่ปุ่นก็ตั้งเป้าหมายให้เครื่องบินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ใช้สนามบินญี่ปุ่นจะต้องมีสัดส่วนการใช้ SAF อยู่ที่ 10% ภายในปี 2573</p>
<p><em>&#8220;การก่อสร้างหน่วยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF ของบางจากถือเป็นการร่วมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมการบินในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ตามแผนขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization) เช่นเดียวกัน ซึ่งภายในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก จะใช้เทคโนโลยีในการปรับสภาพน้ำมันพืชใช้แล้ว (Pre-Treatment) ของบริษัท Desmet ประเทศมาเลเซีย โดยรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วจากครัวเรือนและภาคธุรกิจผ่านโครงการ “ทอดไม่ทิ้ง” และช่องทางอื่นๆ และเทคโนโลยีกระบวนการกำจัดออกซิเจน ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและแตกโมเลกุลด้วยไฮโดรเจนด้วย UOP Ecofining Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เป็นโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพสำหรับการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนของบริษัท Honeywell UOP ประเทศสหรัฐอเมริกา มีกำลังการผลิต 1,000,000 ลิตรต่อวัน คาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2567 ภายใต้เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19591 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/2-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แนวทางดังกล่าว ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบางจาก​ฯ​ ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อภารกิจในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศและความยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมมาเกือบ 4 ทศวรรษ โดยยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองภารกิจดังกล่าว ภายใต้วิสัยทัศน์ “รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว” ​โดยมีกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและการค้าน้ำมันเป็นหนึ่งในธุรกิจหลัก และได้พัฒนาผ่าน generation ต่างๆ จากเชื้อเพลิงฟอสซิลในช่วงเริ่มต้น สู่ยุคที่ 1 นำเอทานอลหรือไบโอดีเซลมาผสมในเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นรายแรกในประเทศไทย จนเป็นที่ยอมรับในฐานะ ‘ผู้นำพลังงานทดแทน’ และกำลังก้าวสู่ความเป็น ‘ผู้นำพลังงานแห่งอนาคต’</p>
<p>ขณะที่การก้าวเข้าสู่ยุคที่ 2 ของโรงกลั่นด้วยการบุกเบิกการผลิตน้ำมันสำหรับอากาศยานที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้ถึง 80% ตลอดวงจรชีวิต เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานที่ผลิตจากฟอสซิล และเป็นการต่อยอดน้ำมันพืชที่ใช้แล้วจากการปรุงอาหารผ่านโครงการ “ทอดไม่ทิ้ง” ที่เปิดให้​พี่น้องประชาชน​นำน้ำมันพืชใช้แล้วมาขายในสถานีบริการน้ำมันบางจากและจุดรับซื้อในโครงการ “ทอดไม่ทิ้ง” เพื่อนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF ช่วยรักษาสุขภาพ ปกป้องสิ่งแวดล้อม และสร้างรายได้เสริมอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19589 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/6-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นายชัยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า <em>“การลดการปล่อยคาร์บอนนับเป็นภารกิจสำคัญของทุกภาคส่วน หน่วยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF เป็นอีกหนึ่งก้าวที่สะท้อนรูปธรรมที่ชัดเจนของการดำเนินงานตามแผน <strong>BCP 316 NET</strong> ของบางจากฯ เพื่อไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2573 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ในปี 2593 และยังเป็นการบูรณาการในการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Economy Model ทั้ง 3 ด้าน คือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตควบคู่กับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลและยั่งยืน”</em></p>
<p>สำหรับพิธีลงนามดังกล่าว <strong>นายธรรมรัตน์ ประยูรสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและค้าน้ำมัน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด </strong>และ<strong> นายวันชัย รตินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท </strong><strong>ทีทีซีแอล จำกัด (มหาชน) </strong>เป็นผู้ร่วมลงนาม และมี <strong>นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นางเกว็นโดลิน คาร์ดโน อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมด้วย นายแบร์รี่ กลิคแมน ผู้จัดการทั่วไป</strong><strong> Sustainable Technology Solutions </strong><strong>บริษัท </strong><strong>Honeywell UOP </strong><strong>สหรัฐอเมริกา นาย คู เกี๊ยก เกิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท </strong><strong>Desmet </strong><strong>(ภูมิภาคเอเชียตะวันออเฉียงใต้และจีน)</strong> ร่วมเป็นสักขีพยาน และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้เกียรติร่วมงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19587 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/4-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/bangchak-mou-sustainable-aviation-fuel/">บางจากฯ ทุ่ม 1 หมื่นล้าน บุกเบิกเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF รายแรกของไทย คาดผลิตได้วันละ 1 ล้านลิตร ย้ำผู้นำพลังงานแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศุภาลัย ผนึกพลัง ดั๊บเบิ้ล เอ ชวนเก็บกระดาษรีไซเคิล ส่งกลับสู่สิ่งแวดล้อมและสังคมต่อเนื่อง   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/supalai-hand-double-a-drive-hero-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Apr 2023 10:38:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Hero Zero by Double A X Supalai]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[กระดาษรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[กระดาษรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ชาญวิทย์ จารุสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ดั๊บเบิ้ล เอ]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงยารักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ  (1991)  จำกัด  (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลัย สร้างดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18223</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลัง บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ร่วมกันสร้างดีผ่านโครงการ Hero Zero by Double A X Supalai ชวนเก็บกระดาษใช้แล้วส่งคืนนำไปรีไซเคิล ตั้งเป้ารวมกระดาษใช้งานแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 12,000 กิโลกรัม เท่ากับการมอบสมุดเพื่อการศึกษา 24,000 เล่ม ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ครัวเรือนกว่า 300,000 บาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการนำกลับไปรีไซเคิลได้ถึง 1,710 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี พร้อมยังชวนเก็บห่อกระดาษ ส่งต่อให้ผู้ด้อยโอกาสพับถุงยาสร้างรายได้ และนำไปมอบให้โรงพยาบาลต่างๆ ใส่ยาให้คนไข้ตามนโยบายภาครัฐที่ลดการใช้ถุงพลาสติก ลดปริมาณขยะ ลดโลกร้อน และช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืน นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานก่อสร้างอาคารสูง บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตามที่บริษัทฯ มีเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดก๊าซเรือนกระจก 25% ภายใน 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/supalai-hand-double-a-drive-hero-zero/">ศุภาลัย ผนึกพลัง ดั๊บเบิ้ล เอ ชวนเก็บกระดาษรีไซเคิล ส่งกลับสู่สิ่งแวดล้อมและสังคมต่อเนื่อง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ศุภาลัย จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>) </strong><strong>ผนึกกำลัง บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ร่วมกันสร้างดีผ่านโครงการ </strong><strong>Hero Zero by Double A X Supalai </strong><strong>ชวนเก็บกระดาษใช้แล้วส่งคืนนำไปรีไซเคิล</strong></p>
<p><span id="more-18223"></span></p>
<p><strong> ตั้งเป้ารวมกระดาษใช้งานแล้ว จำนวนทั้งสิ้น </strong><strong>12,000 </strong><strong>กิโลกรัม เท่ากับการมอบสมุดเพื่อการศึกษา</strong><strong> 24,000 </strong><strong>เล่ม ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้</strong><strong>ครัวเรือนกว่า </strong><strong>300,000</strong><strong> บาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการนำกลับไปรีไซเคิลได้ถึง </strong><strong>1,710 </strong><strong>กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี พร้อมยังชวนเก็บห่อกระดาษ ส่งต่อให้ผู้ด้อยโอกาสพับถุงยาสร้างรายได้ และนำไปมอบให้โรงพยาบาลต่างๆ ใส่ยาให้คนไข้ตามนโยบายภาครัฐที่ลดการใช้ถุงพลาสติก ลดปริมาณขยะ ลดโลกร้อน และช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานก่อสร้างอาคารสูง บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า ตามที่บริษัทฯ มี<strong>เป้าหมายความยั่งยืนขององค์กรด้านสิ่งแวดล้อม</strong> ด้วยการ<strong>ลดก๊าซเรือนกระจก 25</strong><strong>%</strong><strong> ภายใน 3 ปี</strong> และมี<strong>เป้าหมายความยั่งยืนด้านสังคม</strong>เพื่อสร้างความสุขสู่สังคมไทย ครอบคลุมทุก Stakeholders ภายใต้โครงการ <strong>ศุภาลัย สร้างดี</strong> มุ่งหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนโลกไปด้วยกัน ด้วยการพัฒนาสังคม สร้างอาชีพ ให้โอกาสทางการศึกษา และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</p>
<p>พันธมิตรธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับศุภาลัย เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก อย่างเช่นการเลือกใช้กระดาษสำนักงานทั้งในอาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ สำนักงานใหญ่ สำนักงานขายและสำนักงานก่อสร้างทั่วประเทศนั้น ทางบริษัทฯ ได้เลือกใช้สินค้าจาก <strong>ดั๊บเบิ้ล เอ </strong>เนื่องจากเป็นกระดาษรักษ์โลกที่ผลิตจากต้นไม้ปลูกเอง ไม่รบกวนไม้จากธรรมชาติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18226 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/X-AA2.jpg" alt="" width="1200" height="778" /></p>
<p>ล่าสุดมีแนวคิดนำกระดาษที่ใช้งานแล้วมารีไซเคิลกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการ <strong>Hero Zero by Double A X Supalai </strong>กระดาษทุก 1 กิโลกรัมที่เก็บกลับ เท่ากับทางศุภาลัยได้ร่วมมอบสมุดเพื่อการศึกษา จำนวน 1 เล่ม และ ดั๊บเบิ้ล เอ สมทบอีก 1 เล่ม เพื่อส่งมอบให้กับน้องๆ ในโรงเรียนที่ขาดแคลน คาดว่าจะสามารถรวมกระดาษใช้งานแล้วจำนวนทั้งสิ้น 12,000 กิโลกรัม เท่ากับการมอบสมุดเพื่อการศึกษา 24,000 เล่ม ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ครัวเรือนกว่า 300,000 บาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1,710 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี</p>
<p>พร้อมรวมพลังสร้างดีกันต่ออีก 1 โครงการ คือ <strong>ถุงยารักษ์โลก</strong> ด้วยการเก็บห่อกระดาษของดั๊บเบิ้ล เอ พับเป็นถุงยา และนำไปมอบให้โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อใช้ใส่ยาให้คนไข้ ลดการใช้ถุงพลาสติก ลดปริมาณขยะ บริษัทฯ ตั้งกล่องรับกระดาษอยู่ที่กรีนโซน ชั้นล็อบบี้ อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ ถนนพระราม 3 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนธันวาคม 2566 เป็นเวลา 11 เดือน และในอนาคตยังเตรียมขยายโครงการไปยังสำนักงานขายและสำนักงานก่อสร้างทั่วประเทศต่อไป</p>
<p><strong>นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ  </strong><strong>(1991)  </strong><strong>จำกัด  </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>) </strong>กล่าวว่า ดั๊บเบิ้ล เอ เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ESG และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) ที่มีพันธมิตรธุรกิจร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (CARBON NEUTRALITY) ในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ( NET ZERO GHG EMISSIONS ) ภายในปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608) โดยโครงการ Hero Zero by Double A X Supalai ได้ต่อยอดมาจากโครงการที่ดั๊บเบิ้ล เอ ได้ดำเนินการภายใต้ชื่อ “Blue Hero Zero Waste by Double A” เป็นโครงการนำกระดาษสำนักงานที่ใช้แล้ว กล่องพัสดุที่ไม่ใช้ คืนกลับสู่กระบวนรีไซเคิล ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2564 มีผู้เข้าร่วมเป็นสมาชิกทั้งสิ้นกว่า 10 หน่วยงาน โดยผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมา สามารถรวบรวมกระดาษเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลไปได้ทั้งสิ้นกว่า 1,000 กิโลกรัม (1 ตัน) รวมไปถึงโครงการ ”กระดาษแปลงร่าง ถุงยารักษ์โลก” ที่ดั๊บเบิ้ล เอ ได้ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 โดยเชิญชวนบริจาคห่อกระดาษเพื่อจัดทำเป็นถุงใส่ยาให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาล ลดการใช้ถุงพลาสติกตามนโยบายรัฐ และช่วยให้ผู้ด้อยโอกาสมีรายได้เสริมจากการพับถุงยาให้กับโครงการด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18228 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/X-AA5.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>สำหรับโครงการ Hero Zero by Double A X Supalai ที่ดั๊บเบิ้ล เอ ได้ร่วมกับศุภาลัย นับเป็นครั้งแรกและก้าวสำคัญที่ก่อให้เกิดเครือข่ายความมีส่วนร่วมในการช่วยกันสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ บนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม  โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่นอกจากจะนำกระดาษใช้แล้วคืนกลับในกระบวนรีไซเคิลแล้ว ยังได้ร่วมกันส่งมอบสมุดให้กับน้อง ๆ ในโรงเรียนต่าง ๆ ต่อยอดโครงการอีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/supalai-hand-double-a-drive-hero-zero/">ศุภาลัย ผนึกพลัง ดั๊บเบิ้ล เอ ชวนเก็บกระดาษรีไซเคิล ส่งกลับสู่สิ่งแวดล้อมและสังคมต่อเนื่อง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PTT-OR-TOYOTA-BIG ร่วมต่อยอดพัฒนาสถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Station) ให้พร้อมรองรับกลุ่มรถบรรทุกขนส่งและรถหัวลาก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/ptt-or-toyota-big-expand-hydrogen-station-for-fcev/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Apr 2023 07:19:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BIG]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[CJPT]]></category>
		<category><![CDATA[Commercial Japan Partnership Technologies]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen Station]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[TMT]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการความร่วมมือวิจัยและพัฒนาระบบสาธิตการใช้ Hydrogen ในรถ FCEV]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18016</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TMT) และ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG)  ต่อยอด “โครงการความร่วมมือวิจัยและพัฒนาระบบสาธิตการใช้ Hydrogen ในรถ FCEV” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง “PTT – OR – TOYOTA – BIG” ที่ได้เปิดสถานีนำร่องทดลองใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) แห่งแรกของประเทศไทย (Hydrogen Station) ไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา โดยได้เพิ่มขีดความสามารถ สถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Station) ณ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในการเติม Hydrogen จากที่สามารถเติมให้กับรถยนต์ Toyota [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/ptt-or-toyota-big-expand-hydrogen-station-for-fcev/">PTT-OR-TOYOTA-BIG ร่วมต่อยอดพัฒนาสถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Station) ให้พร้อมรองรับกลุ่มรถบรรทุกขนส่งและรถหัวลาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ปตท. จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>) (</strong><strong>ปตท.</strong><strong>) </strong><strong>บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (</strong><strong>OR) </strong><strong>บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด </strong><strong>(TMT) </strong><strong>และ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด </strong><strong>(BIG) </strong> ต่อยอด “<strong>โครงการความร่วมมือวิจัยและพัฒนาระบบสาธิตการใช้ Hydrogen ในรถ FCEV</strong>”</p>
<p><span id="more-18016"></span></p>
<p>ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง “PTT – OR – TOYOTA – BIG” ที่ได้เปิดสถานีนำร่องทดลองใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) แห่งแรกของประเทศไทย (Hydrogen Station) ไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา โดยได้เพิ่มขีดความสามารถ สถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Station) ณ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในการเติม Hydrogen จากที่สามารถเติมให้กับรถยนต์ Toyota Mirai ซึ่งมีความจุ Hydrogen ที่ 5.6 กิโลกรัม เพิ่มเป็นความจุสูงสุดที่ 50 กิโลกรัม เพื่อขยายผลการใช้งานในรถยนต์ประเภทต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งยังส่งผลให้ประหยัดเวลาในการเติมเชื้อเพลิงอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18018 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/FCEV5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ซึ่งไฮโดรเจนจากบีไอจีเป็นพลังงานสะอาดและมาจากเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยในวันที่ 20 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมาได้มีการทดสอบการเติมไฮโดรเจนให้กับรถบรรทุกรถหัวลาก และรถโดยสารพลังงานไฮโดรเจน นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำรถกลุ่มนี้เข้ามาทดสอบการใช้งานในประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/FCEV4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยกิจกรรมทดสอบการใช้งานรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของกลุ่มบริษัทภาคียานยนต์ญี่ปุ่นชั้นนำ ได้แก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ,บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ส จำกัด, บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น, บริษัท ไดฮัทสุ มอเตอร์ จำกัด และ บริษัท ฮีโน่ มอเตอร์ส จำกัด ในนาม Commercial Japan Partnership Technologies (CJPT) ที่มีเป้าหมายในการขยายพันธมิตรภายในภูมิภาคเอเชีย เพื่อขยายผลการดำเนินงานด้านการจัดการพลังงานทางเลือก (Energy Solution) และด้านการขับเคลื่อน (Mobility Solution) จึงได้นำเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตเข้ามาจัดแสดงในประเทศไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแนะนำยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบให้ทุกภาคส่วนได้ทดลองใช้งาน ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานเพื่อให้ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/FCEV2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/ptt-or-toyota-big-expand-hydrogen-station-for-fcev/">PTT-OR-TOYOTA-BIG ร่วมต่อยอดพัฒนาสถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Station) ให้พร้อมรองรับกลุ่มรถบรรทุกขนส่งและรถหัวลาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
