<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Now For Climate &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/now-for-climate/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 15:31:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Now For Climate &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อน “Central Group Love the Earth” ลดขยะสู่หลุมฝังกลบ ฟื้นฟูป่า สร้างสมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/central-group-love-the-earth-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 15:31:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CENTEL]]></category>
		<category><![CDATA[Hug The Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Now For Climate]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[หอการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฮักโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42246</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วม และปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คนในวงกว้าง กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ เดินหน้าลงมือทำ จัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมสนับสนุน โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ผ่านแคมเปญ “Now For Climate” ที่ชวนทุกภาคส่วนร่วมลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ เข้าร่วมในฐานะพันธมิตรภาคเอกชนของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เดินหน้าขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แคมเปญ “Central Group Love the Earth” ผ่านการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาชุมชน และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50,000 ไร่ และลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2030 คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/central-group-love-the-earth-2026/">กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อน “Central Group Love the Earth” ลดขยะสู่หลุมฝังกลบ ฟื้นฟูป่า สร้างสมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วม และปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คนในวงกว้าง <strong>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ</strong> เดินหน้าลงมือทำ จัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-42246"></span></p>
<p>พร้อมร่วมสนับสนุน โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ผ่านแคมเปญ <strong>“Now For Climate”</strong> ที่ชวนทุกภาคส่วนร่วมลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><strong>โดยกลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ</strong> เข้าร่วมในฐานะพันธมิตรภาคเอกชนของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เดินหน้าขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แคมเปญ <strong>“</strong><strong>Central Group Love the Earth”</strong> ผ่านการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาชุมชน และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม <strong>พร้อมตั้งเป้าฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50</strong><strong>,</strong><strong>000 ไร่ และลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2030</strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42247 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/01.คุณพิชัย-จิราธิวัฒน์-กรรมการบริหาร-กลุ่มเซ็นทรัล.jpg" alt="" width="424" height="600" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า </strong>กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่าความยั่งยืนไม่ใช่เพียงทางเลือกแต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เราจึงมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านการดำเนินงานที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง ทั้งในมิติของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน รวมถึงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อร่วมส่งต่อโลกที่ดีขึ้นให้กับคนรุ่นต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างบูรณาการ <strong>ใน </strong><strong>3 </strong><strong>มิติหลัก ได้แก่ “ธุรกิจ – ชุมชน – ระบบนิเวศ”</strong> เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ด้านธุรกิจ:</strong> กลุ่มเซ็นทรัลผลักดันให้ทุกกลุ่มธุรกิจในเครือนำแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในทุกกระบวนการดำเนินงาน ตั้งแต่การออกแบบอาคาร การใช้พลังงาน การจัดการขยะ การขนส่ง ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42248 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/02.ตัวอย่างสินค้ารักษ์โลก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน </strong>เดินหน้าส่งเสริมการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ผ่านโครงการ <strong>“ฮักโลก” </strong>(Hug the Earth) ร่วมกับ <strong>หอการค้าไทย</strong> โดยรวบรวมสินค้าที่มีฉลากรักษ์โลกไว้ในพื้นที่จำหน่ายของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าในเครือ อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต ซีเอ็มจี ท็อปส์ โก โฮลเซลล์ ไทวัสดุ เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท และบีทูเอส เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้สะดวกยิ่งขึ้น และปรับเปลี่ยนการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงขยายจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์และจุดคัดแยกขยะภายในสาขาต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังผลักดันระบบ <strong>Green Transportation </strong><strong>ในกระบวนการขนส่งและโลจิสติกส์</strong> ผ่านการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV) และการวางแผนเส้นทางขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วย<strong>ลดการใช้น้ำมันดีเซล 1,023,209 ลิตรต่อปี เทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,706 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกหนึ่งแนวทางสำคัญ คือ<strong>การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา</strong> โดย ณ ปี 2025 มีการติดตั้งแล้ว 184 แห่ง สามารถผลิตพลังงานสะอาดได้ 204,818 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้กว่า 102,389 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี โดยมีสัดส่วนพลังงานสะอาดเทียบกับพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดเป็น ร้อยละ 23</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42251 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/06.Green-Transportation-ของ-ไทวัสดุ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) </strong>เดินหน้ายกระดับศูนย์การค้าสู่แนวคิด <strong>“</strong><strong>Green &amp; Sustainable Shopping Destination”</strong> ผ่านการพัฒนาและบริหารจัดการอาคารเขียวอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมด้านพลังงาน ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และชุมชน โดยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ผ่านการออก Green Bond และ Sustainability-linked Bond รวมกว่า 22,300 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด อาคารเขียว และโครงสร้างพื้นฐานด้านความยั่งยืน นอกจากนี้ ยังจัดตั้ง <strong>Central Pattana Green Growth </strong><strong>เพื่อติดตั้ง </strong><strong>Solar Rooftop </strong><strong>แล้วกว่า 30 โครงการทั่วประเทศ มีกำลังผลิตรวม 25.7 เมกะวัตต์ และช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่า 50 ล้านหน่วยต่อปี</strong></p>
<p>ปัจจุบัน <strong>“เซ็นทรัล นครสวรรค์” และ “เซ็นทรัล จันทบุรี”</strong> เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกและแห่งที่สองของไทยที่ได้รับมาตรฐานอาคารเขียว TREES ระดับ Gold ขณะที่ “เซ็นทรัล กระบี่” ตั้งเป้าเป็นต้นแบบโครงการยั่งยืนแห่งแรกของไทยที่ได้รับมาตรฐานสากล EDGE Certification – Zero Level ในอนาคต</p>
<p>ด้านการจัดการขยะ ในปี 2568 บริษัทสามารถ<strong>ลดสัดส่วนขยะฝังกลบได้เหลือ 54% ของปริมาณขยะทั้งหมด</strong> คิดเป็นการลดก๊าซเรือนกระจก <strong>123,745 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong> พร้อมตั้งเป้าลดขยะฝังกลบเหลือ <strong>30% ภายในปี 2030</strong> และส่งเสริมการแยกขยะร่วมกับลูกค้าผ่านรีไซเคิลสเตชั่น <strong>ชุมชนและร้านค้าผู้เช่ากว่า 190 ชุมชน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42252 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/15.Green-Building-ศูนย์การค้าเซ็นทรัล-นครปฐม.jpg" alt="" width="1200" height="960" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ ยังขยายความร่วมมือผ่านโครงการ <strong>Green Partnership</strong> กับผู้ประกอบการกว่า 200 ราย ครอบคลุมมากกว่า 2,000 สาขา เพื่อผลักดันความยั่งยืนสู่ Ecosystem ของพันธมิตรทางธุรกิจ ควบคู่กับการดำเนินงานด้านชุมชนผ่านแนวคิด CSV Region เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน</p>
<p><strong>บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CENTEL / </strong><strong>เซ็นทารา</strong>  ขับเคลื่อนแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ <strong>ปลา </strong><strong>P.O.P. &#8216;Plastic Only Please!&#8217;</strong> เพื่อสร้างความตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับการจัดการขยะพลาสติก โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทุกแห่ง ได้จัดสร้างรูปปั้นปลา P.O.P. เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้มีการแยกขยะพลาสติก</p>
<p>ในปี 2568 มีขยะพลาสติกรวม 4,223 กิโลกรัม ถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ช่วยลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบ พร้อมเดินหน้าลดการใช้น้ำและพลังงาน ผ่านโครงการ <strong>“</strong><strong>Going Greener” “Reserve Water Drop” </strong><strong>และ “</strong><strong>My Green Day”</strong> ที่เชิญชวนลูกค้าร่วมลดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว และการทำความสะอาดห้องพักสำหรับผู้เข้าพักต่อเนื่อง</p>
<p><strong>จากความร่วมมือของลูกค้าในปี </strong><strong>2568 </strong><strong>มีห้องพักเข้าร่วมโครงการกว่า </strong><strong>441,858 </strong><strong>ห้อง สามารถลดการใช้ผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวได้กว่า </strong><strong>7.6 </strong><strong>ล้านชิ้น ช่วยประหยัดน้ำได้ </strong><strong>6,570 </strong><strong>ลูกบาศก์เมตร ประหยัดพลังงาน </strong><strong>13,752 </strong><strong>เมกะวัตต์-ชั่วโมง และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน น้ำ และสารเคมีรวมกว่า </strong><strong>54 </strong><strong>ล้านบาท</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ ยัง <strong>จัดการอาหารส่วนเกิน หรือ </strong><strong>Food Surplus</strong> อาหารที่ผลิต จัดเตรียม หรือเหลือจากการจำหน่าย แต่ยังคงมีคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน สามารถนำมารับประทานต่อได้ตามปกติ ผ่านการบริจาคอาหารส่วนเกินให้กับ มูลนิธิ SOS (Scholars of Sustenance Thailand) อย่างต่อเนื่อง <strong>ตั้งแต่ปี </strong><strong>2560–2568 </strong><strong>รวมปริมาณอาหารกว่า </strong><strong>164,776 </strong><strong>กิโลกรัม หรือเทียบเท่าอาหารกว่า </strong><strong>654,722 </strong><strong>มื้อ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า </strong><strong>372,142 </strong><strong>กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42254 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/12.จุดคัดแยกขยะ-ตลาดจริงใจมาร์เชียงใหม่1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ตลาดจริงใจมาร์เก็ต จังหวัดเชียงใหม่</strong>  ส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืนในระดับชุมชน ผ่านการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร ทั้งการคัดแยกขยะ การลดใช้พลาสติก และการนำเศษอาหารเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างเหมาะสม รวมถึงมีการจัดทำห้องให้ความรู้ในเรื่องของการบริหารจัดการขยะเพื่อลูกค้าหรือประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้ได้  <strong>ปัจจุบัน สามารถลดปริมาณขยะได้กว่า 7 ตันต่อปี และมีผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 314 ราย สร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนกว่า </strong><strong>463.5 </strong><strong>ล้านบาทต่อปี</strong></p>
<p><strong>ด้านชุมชน: สร้างความเข้มแข็งควบคู่การลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม</strong>  <strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong>  เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในพื้นที่ จึงเดินหน้าส่งเสริมแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน และสนับสนุนชุมชนในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านโครงการต่างๆ</p>
<p><strong>ส่งเสริมเกษตรฟื้นฟู (</strong><strong>Regenerative Farming)</strong>  นำร่อง โดยร่วมกับ สหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่     ด้านเกษตรอินทรีย์และวนเกษตร และ วิสาหกิจชุมชนปลูกพืชเศรษฐกิจบ้านเทพพนา อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ด้านพืชมูลค่าสูง อาทิ อะโวคาโด้สายพันธุ์แฮสส์ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูกสู่ระบบเกษตรฟื้นฟู ที่ช่วยฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ของดิน เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ลดการใช้สารเคมี และช่วยกักเก็บคาร์บอนในดินปัจจุบัน <strong>ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 7,000 ไร่</strong></p>
<p>อีกหนึ่งโครงการสำคัญ คือ <strong>Zero Burning Initiative </strong><strong>โมเดล “เลิกเผาด้วยรายได้”</strong> ที่ไม่ได้มุ่งเพียงรณรงค์ให้หยุดเผา แต่เป็นการสร้างทางเลือกทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน ตลาดรับซื้อ และความร่วมมือจากภาคีในพื้นที่ในพื้นที่นำร่อง 10,000 ไร่ ที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ มีการส่งเสริมวนเกษตร กาแฟ อะโวคาโด แมคคาเดเมีย ไผ่ และพืชมูลค่าสูงในโรงเรือน ผ่านระบบเกษตรพันธสัญญาที่ช่วยสร้างรายได้แน่นอนให้เกษตรกร โดยไม่ต้องพึ่งการเผาเป็นต้นทุนพร้อมกันนี้ ยังมีการพัฒนา Smart Forest Platform เพื่อวิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดิน ติดตามพื้นที่เผาไหม้และจุดความร้อน (Hotspot) แบบ Real-time รวมถึงประเมินศักยภาพด้านคาร์บอน เพื่อสร้างข้อมูลเชิงประจักษ์ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน พื้นที่นำร่องไม่มีการเผาในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าสามารถลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกรวมได้กว่า 5,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี จากทั้งการหยุดเผา การเติบโตของวนเกษตร และการฟื้นตัวของป่าต้นน้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42250 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/18.โครงการถิ่นรมณย์ศรีอยุธยา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> </strong><strong>ด้านระบบนิเวศ:</strong> ตั้งเป้าฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวกว่า 15,000 ไร่ ใน 11 จังหวัด ภายในปี 2569 ครอบคลุมทั้งเกษตรฟื้นฟู อนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม คาดการณ์ว่าจะช่วยลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกรวมกว่า 4,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p><strong>ฟื้นฟูป่า ภายใต้โครงการ </strong><strong>Plant Together</strong> คือแคมเปญระดมทุนและสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวใน 11 จังหวัด ครอบคลุมการปลูกป่าต้นน้ำ ป่าชุมชน และพื้นที่เสื่อมโทรม โดยเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นเข้ากับเป้าหมายการอนุรักษ์ระบบนิเวศและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>ขณะที่โครงการ <strong>“กาแฟรักษ์ป่าภูชี้เดือน” จ.เชียงราย</strong> ส่งเสริมการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาป่า (Shade-grown Coffee) บนพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผืนป่า ลดการตัดไม้ทำลายป่า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร ปัจจุบัน <strong>มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 84 ครัวเรือน สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 5.8 ล้านบาทต่อปี</strong> พร้อมต่อยอดสู่ศูนย์การเรียนรู้     โรงแปรรูปกาแฟ และที่พักโฮมสเตย์ในชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42253 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/11.กาแฟรักษาป่า-ภูชี้เดือน-จ.เชียงราย-การท่องเที่ยวชุมชนเชิงนิเวศ-2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ถิ่นรมณีย์ศรีอยุธยา</strong> ปลูกต้นไม้ต้นแรก สร้างป่าสาธารณะต้นแบบของเมืองมรดกโลก <strong>20 ไร่</strong> รับวันวิสาขบูชาและวันต้นไม้แห่งชาติ เพื่อสร้างป่าสาธารณะ โครงการนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินที่มีรากทางประวัติศาสตร์ คืนความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยกักเก็บคาร์บอน ลดฝุ่น PM2.5 ตลอดจนเป็นพื้นที่พักผ่อนและแหล่งเรียนรู้ของชุมชน โดยตั้งเป้าดำเนินการปลูกป่าให้ครอบคลุมเต็มพื้นที่ภายในระยะเวลา 2 ปี</p>
<p><strong>โครงการอนุรักษ์ป่าชายเลน</strong> ส่งเสริมชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนในพื้นที่ชายฝั่ง จังหวัดจันทบุรี สุราษฎร์ธานี และกระบี่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูดซับคาร์บอน ลดการกัดเซาะชายฝั่ง และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญของระบบนิเวศทางทะเล ปัจจุบัน <strong>ครอบคลุมพื้นที่รวมประมาณ 1,000 ไร่</strong></p>
<p><strong>โครงการ </strong><strong>Reef Revival </strong><strong>2569</strong> ฟื้นฟูแนวปะการังด้วยวิทยาศาสตร์และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดย Central Tham ร่วมกับกลุ่มธุรกิจในเครือ อาทิ ไทวัสดุ เซ็นทรัล ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ (CDS) และเซ็นทารา พร้อมด้วย ATMEC ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ดำเนินการในพื้นที่ ณ เกาะมันใน จ.ระยอง และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โครงการมุ่งสร้างผลลัพธ์ใน 3 ด้าน ได้แก่ การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล (Marine Biodiversity) โดยคาดการณ์ว่าจะมีตัวอ่อนปะการังเกาะอาศัยในโครงสร้างกว่า 400 ตัว ภายใน 18 เดือน พร้อมติดตามสุขภาพระบบนิเวศโดยรอบครอบคลุม 10,000 ตารางเมตร การสร้างความตระหนักรู้ด้านมหาสมุทร (Ocean Literacy) ผ่านกิจกรรม Workshop ที่พนักงานมีส่วนร่วมโดยตรง และการพิสูจน์แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เชื่อมของเสียจากการดำเนินธุรกิจกลับสู่ระบบนิเวศทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ</strong> เชื่อว่า การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อร่วมรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเราขอเชิญชวนทุกภาคส่วนลุกขึ้นลงมือทำเพื่อสภาพภูมิอากาศ #NowForClimate และร่วมขับเคลื่อนโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงให้มุ่งไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนกว่าเดิม เพื่อร่วมกันสร้างโลกที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/central-group-love-the-earth-2026/">กลุ่มเซ็นทรัล ขับเคลื่อน “Central Group Love the Earth” ลดขยะสู่หลุมฝังกลบ ฟื้นฟูป่า สร้างสมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
