<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>PLA &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/pla/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 09 May 2026 07:36:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>PLA &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>GC ต่อยอดไทยสู่ฐานการผลิตไบโอพลาสติก เพิ่มทางเลือกเม็ดพลาสติกที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซีย   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/gc-open-natureworks-factory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 May 2026 07:36:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastic]]></category>
		<category><![CDATA[Cargill]]></category>
		<category><![CDATA[​Erik Ripple]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[NatureWorks]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[Polylactic Acid]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐพล รังสิตพล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[อิริค ริพเพิล ​]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดโรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41625</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายธุรกิจคาร์บอนต่ำภายใต้กลยุทธ์การสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและความยั่งยืน (Sustainable Portfolio) ผ่านการร่วมทุนใน NatureWorks ผู้ผลิตไบโอพลาสติก ประเภทโพลีแลคติกแอซิด (Polylactic Acid : PLA) ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเปิดดำเนินการโรงงานแห่งที่ 2 อย่างเป็นทางการ  ณ โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกของไทย สามารถตอบสนองทิศทางของโลกเรื่องความยั่งยืน การเปิดดำเนินการโรงงานแห่งใหม่นี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GC ในการมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพการใช้งาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย NatureWorks ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GC และ Cargill นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ตอบรับความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับวัสดุทางเลือก และเพิ่มความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านความหลากหลายของวัตถุดิบ ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตไบโอพลาสติก ประเภท PLA แห่งที่ 2 ของ NatureWorks ภายใต้ชื่อทางการค้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gc-open-natureworks-factory/">GC ต่อยอดไทยสู่ฐานการผลิตไบโอพลาสติก เพิ่มทางเลือกเม็ดพลาสติกที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซีย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายธุรกิจคาร์บอนต่ำภายใต้กลยุทธ์การสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและความยั่งยืน (</strong><strong>Sustainable Portfolio) </strong><strong>ผ่านการร่วมทุนใน </strong><strong>NatureWorks </strong><strong>ผู้ผลิตไบโอพลาสติก ประเภทโพลีแลคติกแอซิด (</strong><strong>Polylactic Acid : PLA) </strong><strong>ใหญ่ที่สุดในโลก </strong></p>
<p><span id="more-41625"></span></p>
<p><strong>พร้อมเปิดดำเนินการโรงงานแห่งที่ 2 อย่างเป็นทางการ  ณ โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกของไทย สามารถตอบสนองทิศทางของโลกเรื่องความยั่งยืน</strong></p>
<p>การเปิดดำเนินการโรงงานแห่งใหม่นี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GC ในการมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพการใช้งาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย NatureWorks ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GC และ Cargill นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ตอบรับความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับวัสดุทางเลือก และเพิ่มความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านความหลากหลายของวัตถุดิบ ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41715 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GC3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตไบโอพลาสติก ประเภท PLA แห่งที่ 2 ของ<strong> NatureWorks</strong> ภายใต้ชื่อทางการค้า <strong>Ingeo™</strong> โดยใช้เทคโนโลยีไบโอพลาสติกระดับโลก และใช้น้ำตาลจากอ้อยที่ปลูกในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ 100% จนได้ไบโอพลาสติก PLA ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 75,000 ตันต่อปี สะท้อนศักยภาพของการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในประเทศ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับภาคเกษตรกรรมไทย และเชื่อมโยงสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมอื่น ๆ</p>
<p>Ingeo™ PLA ของ NatureWorks เป็นไบโอพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ในสภาวะที่เหมาะสม มีคาร์บอนฟุตปริ้นท์ต่ำ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายประเภท เช่น นำไปผลิตเป็นถุงชา แคปซูลกาแฟ บรรจุภัณฑ์อาหาร อุปกรณ์และของใช้ภายในบ้าน เช่น ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สำนักงาน เคสโทรศัพท์ เคสเครื่องสำอาง ผ้าอ้อม ผ้าเช็ดทำความสะอาด หน้ากากอนามัย  รวมถึงเส้นพลาสติกที่ใช้ในงานพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ (3D Printing) ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของการคิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ Ingeo™ PLA ของ NatureWorks ได้รับการรับรองจากมาตรฐานสากลในหลายมิติ ทั้งด้านวัตถุดิบชีวภาพและคาร์บอนหมุนเวียน เช่น USDA BioPreferred รวมถึงด้านวัตถุดิบยั่งยืนผ่าน ISCC PLUS เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41716 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GC4.jpg" alt="" width="1200" height="649" /></p>
<p><strong>คุณสาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าเพิ่ม </strong><strong>GC </strong><strong>กล่าวว่า</strong> โรงงานแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ NatureWorks ที่สะท้อนทิศทางการเติบโตของวัสดุคาร์บอนต่ำในระดับโลก ท่ามกลางโลกที่มีความผันผวนสูง วัสดุชีวภาพเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะอีกหนึ่งโซลูชั่นที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่นให้ภาคอุตสาหกรรม GC เชื่อมั่นว่า NatureWorks จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Sustainable Portfolio พร้อมยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกของไทยสู่ระดับภูมิภาคเอเซีย</p>
<p>ด้าน<strong> ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า</strong> “โรงงานผลิตไบโอพลาสติกแห่งนี้ถือเป็นการลงทุนที่มีความหมายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะเป็นการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเสริมความมั่นคงให้กับภาคการผลิตในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างงาน กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านไบโอเทคโนโลยีในอนาคต อีกทั้งยังสอดคล้องกับการขับเคลื่อน Bioeconomy และโมเดลเศรษฐกิจ BCG  ของประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตไบโอพลาสติกที่สำคัญของโลก”</p>
<p>ขณะที่<strong> มร. อิริค ริพเพิล (</strong><strong>Mr. Erik Ripple) </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ </strong><strong>NatureWorks</strong><strong> กล่าวว่า </strong>การเปิดโรงงานที่นครสวรรค์ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายกำลังการผลิตไบโอพลาสติกประเภท PLA เพิ่มเติมจากฐานการผลิตแห่งแรกของเรา ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การมีฐานการผลิตแห่งใหม่ในประเทศไทยจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองความต้องการใช้ไบโอพลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคเอเซีย พร้อมสามารถสนับสนุนลูกค้าในการใช้วัสดุที่ยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร ควบคู่กับการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่วัสดุหมุนเวียนที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานของวัสดุยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41713 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GC1.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โรงงานผลิตไบโอพลาสติกแห่งใหม่นี้ ได้รับการออกแบบให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ Ingeo™ ได้หลากหลายเกรด เพื่อตอบสนองการใช้งานในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การเปิดดำเนินการของโรงงานดังกล่าว ยังตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตวัสดุชีวภาพมูลค่าสูงในภูมิภาค และสะท้อนศักยภาพของความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาครัฐ ในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gc-open-natureworks-factory/">GC ต่อยอดไทยสู่ฐานการผลิตไบโอพลาสติก เพิ่มทางเลือกเม็ดพลาสติกที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซีย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดวิสัยทัศน์ &#8216;ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์&#8217; CEO GC สานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus พร้อมเดินหน้าผลักดันมาบตาพุด สู่การเป็น Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/gc-3-steps-plus-to-high-value-and-low-carbon-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jun 2024 09:05:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3 Steps Plus]]></category>
		<category><![CDATA[allnex]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Blue/Green Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[carbon capture technology]]></category>
		<category><![CDATA[Coating Resins]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NatureWorks]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ทศพร บุณยพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสารเคลือบผิว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26637</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และ คุณทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ (President) สองผู้บริหารของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้รับการแต่งตั้งใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา พร้อมร่วมกันแสดงวิสัยทัศน์สร้างการเติบโตที่ยั่งยืนของ GC ด้วยการเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus รักษาฐานให้แข็งแรง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สร้าง Synergy ปรับพอร์ตโฟลิโอ มุ่งสู่กลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและคาร์บอนตํ่า (High Value &#38; Low Carbon Business) รุกธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ด้วย allnex และ NatureWorks อีกทั้งสร้างโอกาสการเติบโตของมาบตาพุด และพัฒนา Strategic Partnership เพื่อตอบสนองเมกะเทรนด์ของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตสู่การเป็น Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทำงานร่วมกับกลุ่ม ปตท. ในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ และต่อยอดเป็นธุรกิจแห่งอนาคต คุณณะรงค์ศักดิ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/gc-3-steps-plus-to-high-value-and-low-carbon-business/">เปิดวิสัยทัศน์ &#8216;ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์&#8217; CEO GC สานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus พร้อมเดินหน้าผลักดันมาบตาพุด สู่การเป็น Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (</strong><strong>CEO)</strong><strong> และ คุณทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่</strong> <strong>(President) </strong><strong>สองผู้บริหารของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>ได้รับการแต่งตั้งใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม </strong><strong>2567 </strong><strong>ที่ผ่านมา </strong></p>
<p><span id="more-26637"></span></p>
<p><strong>พร้อมร่วมกัน</strong><strong>แสดงวิสัยทัศน์สร้างการเติบโตที่ยั่งยืนของ </strong><strong>GC </strong><strong>ด้วยการเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ </strong><strong>3 Steps Plus </strong><strong>รักษาฐานให้แข็งแรง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สร้าง </strong><strong>Synergy </strong><strong>ปรับพอร์ตโฟลิโอ มุ่งสู่กลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและคาร์บอนตํ่า (</strong><strong>High Value &amp; Low Carbon Business) </strong><strong>รุกธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ด้วย </strong><strong>allnex </strong><strong>และ </strong><strong>NatureWorks</strong> <strong>อีกทั้งสร้างโอกาสการเติบโตของมาบตาพุด และพัฒนา </strong><strong>Strategic Partnership </strong><strong>เพื่อตอบสนอง</strong><strong>เมกะเทรนด์ของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตสู่การเป็น</strong><strong> Hub </strong><strong>ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทำงานร่วมกับกลุ่ม ปตท. ในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์</strong><strong> และต่อยอดเป็นธุรกิจแห่งอนาคต </strong></p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ </strong><strong>CEO GC</strong> กล่าวว่า “ก้าวต่อไปในการสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนของ GC เราพร้อมสานต่อกลยุทธ์ <strong>3 Steps Plus</strong> – ประกอบด้วย<strong> Step Change &#8211; Step Out &#8211; Step Up</strong> เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันและการเติบโตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป   โดยเรานำความพร้อมด้านนวัตกรรม ศักยภาพการผลิตผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพที่เรามีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ มาต่อยอดและตอบสนองแนวโน้มความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ตามเทรนด์โลก”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26641 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/นายณะรงค์ศักดิ์-จิวากานันต์-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-CEO-และนายทศพร-บุณยพิพัฒน์1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลยุทธ์ <strong>Step Out ห</strong>รือ <strong>การสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ</strong> มีบทบาทอย่างมากต่อการเติบโตในอนาคตของบริษัทฯ โดยกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ (High Value &amp; Low Carbon Business) จะมุ่งเน้นการขยายตลาดและสร้างสรรค์เคมีภัณฑ์ผ่าน <strong>allnex</strong> ที่มีโรงงานและฐานธุรกิจสารเคลือบผิว (Coating Resins) อยู่ 34 แห่งทั่วโลก สำหรับการพัฒนาฐานการผลิต (Hub) ของ allnex ในทวีปต่างๆ นั้น allnex ประสบความสำเร็จในการพัฒนา China Hub จึงได้นำมาต่อยอดขยายฐานผลิตในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการเติบโต ได้แก่ โรงงาน Mahad รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย และแห่งใหม่ในอนาคต โรงงานมาบตาพุด ประเทศไทย เพื่อเป็น Hub ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ในตลาดเคลือบผิวในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ได้แก่ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ บรรจุภัณฑ์ โลหะอุตสาหกรรม เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งเคลือบผิวอาคารแบบพิเศษ (Special Decoration)</p>
<p>ขณะที่ <strong>กลุ่มธุรกิจ Bio และ Green</strong> ซึ่ง <strong>NatureWorks</strong> ผู้ผลิตไบโอพลาสติกประเภทโพลิแลกติกแอซิด (PLA) ชั้นนำของโลก ใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพชนิดย่อยสลายได้ สามารถนำไปใช้ในหลากหลายแอปพลิเคชัน เช่น แคปซูลกาแฟ ถุงชา และ วัสดุสำหรับการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ด้วยคุณสมบัติที่มีประสิทธิภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืน โดย GC ถือหุ้น 50% ร่วมกับ Cargill อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานผลิต PLA ครบวงจรแห่งใหม่ ที่นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ (Nakhonsawan Bio Complex – NBC) มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2568 ซึ่งจะเป็น Bio Complex แห่งแรกของประเทศไทย โดยใช้น้ำตาลจากอ้อยเป็นวัตถุดิบหลักเพื่อผลิต Lactic Acid ซึ่งนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต PLA มีกำลังการผลิต 75,000 ตันต่อปี ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้าน Bio และ Green ของประเทศ สร้างโอกาสแก่ภาคเกษตรกรรมและพัฒนาเศรษฐกิจไปอีกขั้น จะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกเพื่อตอบสนองความต้องการวัสดุเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Material) สู่ตลาดโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26643 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/4-6.jpg" alt="" width="1200" height="634" /></p>
<p>ในส่วนของ<strong>กลยุทธ์ Step Up</strong> หรือ<strong>การสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ</strong> GC สานต่อแนวทางการบูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้กรอบของ ESG ( Environmental &#8211; Social &#8211; Governance สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) พร้อมเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Target) ภายในปี 2593 แนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การทำงานร่วมกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. ในโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Capture and Storage (CCS) ทั้งในการศึกษาเรื่อง Carbon Capture Technology ผ่านการลงทุนใน Corporate Venture Capital (CVC) และการศึกษาโอกาสในการนำไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ (Blue/Green Hydrogen) ไปใช้และพัฒนาโมเดลธุรกิจเพื่อต่อยอดเป็นธุรกิจแห่งอนาคต</p>
<p><strong>คุณทศพร บุณยพิพัฒน์ </strong><strong>President GC</strong> ได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ <strong>Step Change</strong> ว่า “แนวทางที่สำคัญใน<strong>การยกระดับความสามารถในการแข่งขัน</strong> <strong>และการรักษาฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่างรอบด้านของ GC</strong> เราจะเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยง Value Chain ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด รวมถึงสามารถรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าสูงที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ ในอนาคตได้เป็นอย่างดี นับเป็นการบริหารการลงทุนอย่างครบวงจรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26642 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/ผู้บริหาร1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>ผลประกอบการไตรมาส </strong><strong>1</strong><strong> ปี </strong><strong>2567 </strong></p>
<p>ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2567 ที่ผ่านมา GC มีรายได้การขายรวม 155,187 ล้านบาท มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ อะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ ตามลำดับ มีกำไรจากการดำเนินงานปกติจำนวน 703 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทฯ รับรู้ขาดทุนจากการดำเนินการปกติและรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ ทำให้มีผลขาดทุนสุทธิรวม 606 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการรับมือและดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>สรุปแนวทางการสร้างการเติบโตของ </strong><strong>GC </strong><strong>ในช่วงครึ่งปีหลัง  </strong></p>
<p><strong>1. ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์มูลค่าสูง (</strong><strong>High Value) </strong><strong>และคาร์บอนต่ำ (</strong><strong>Low Carbon)</strong></p>
<p>การต่อยอดธุรกิจผ่าน allnex ตามแนวทางกลยุทธ์การปรับพอร์ตธุรกิจของ GC ให้มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ High Value ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง</p>
<p><strong>2. ยกระดับสร้างโอกาสการลงทุนในมาบตาพุด รองรับการขยายตัวการลงทุนและเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong></p>
<p>ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว และคาดว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีรายได้ประชาชาติ (GDP) เติบโต ที่ 4.6% GC จึงวางแผนสรรหา และพัฒนา Strategic Partnership ดึงดูดการลงทุนธุรกิจ High Value/ Specialty Chemicals สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มจะสร้างฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26640 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/3-Steps-Plus.jpg" alt="" width="1200" height="558" /></p>
<p><strong>คุณ</strong><strong>ณะรงค์ศักดิ์</strong> <strong>CEO GC</strong> เสริมว่า “ด้วยจุดแข็งของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและทำเลที่ตั้งอันเป็นศูนย์กลางการส่งออกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดโลก  วันนี้เราจึงได้เห็นแนวโน้มความสนใจการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ทันสมัยเกิดขึ้นมากมายในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ อัตราการใช้เคมีภัณฑ์ต่อประชากรยังมีโอกาสเติบโตอีกมากเมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ ซึ่ง GC มีศักยภาพและความพร้อมตอบสนองความต้องการและสามารถร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมได้หลากหลาย จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของ GC”</p>
<p>กลยุทธ์ <strong>3 Steps Plus</strong> ได้สร้างความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ GC ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้ได้รับรางวัลเกียรติยศในระดับประเทศและระดับนานาชาติมากมาย เช่น เป็นบริษัทหนึ่งเดียวในโลกที่ได้รับการจัดอันดับจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ในกลุ่ม World Index ให้เป็นที่ 1 ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ 5 ปีต่อเนื่อง โดย S&amp;P Global และล่าสุดกับการเป็นบริษัทไทยหนึ่งเดียวในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ และ เป็น 1 ใน 7 องค์กรไทย จากทั้งหมด 350 องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับการประกาศเป็นองค์กรชั้นนำด้านสภาพอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2567 (Asia-Pacific Climate Leaders 2024) โดย Financial Times จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ Statista ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/gc-3-steps-plus-to-high-value-and-low-carbon-business/">เปิดวิสัยทัศน์ &#8216;ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์&#8217; CEO GC สานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus พร้อมเดินหน้าผลักดันมาบตาพุด สู่การเป็น Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC ร่วมแสดงความยินดี NatureWorks และกรุงไทย ปิดดีลเงินลงทุนครั้งใหญ่โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ วงเงิน 12,600 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/gc-congrats-to-big-deal-with-ktb-and-natureworks/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 09:03:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy Model]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Circular-Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GCเคมีที่เข้าถึงทุกความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[KTB]]></category>
		<category><![CDATA[NatureWorks]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[Polylactic Acid]]></category>
		<category><![CDATA[ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีขึ้นเพื่อคุณดีขึ้นเพื่อโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เม็ดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[เม็ดพลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25854</guid>

					<description><![CDATA[<p>GC ร่วมแสดงความยินดี NatureWorks และกรุงไทย ปิดดีลเงินลงทุนครั้งใหญ่โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ วงเงิน 12,600 ล้านบาท เพื่อร่วมขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ ภายใต้ BCG Economy Model นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมแสดงความยินดีในฐานะประธานในพิธีร่วมลงนามระหว่าง ธนาคารกรุงไทยและ NatureWorks &#8211; หนึ่งในบริษัทร่วมทุนของ GC ผู้นำการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพประเภทย่อยสลายได้ (Polylactic Acid หรือ PLA) อันดับหนึ่งของโลก ในการสนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA ภายใต้แบรนด์  Ingeo™️ แบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย มูลค่าเงินสนับสนุนกว่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 12,600 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในสินเชื่อเงินกู้ที่มีผู้ให้กู้รายเดียว (Bilateral loan) ที่ใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษของวงการธนาคารที่สนับสนุนสินเชื่อสำหรับโครงการในลักษณะ Green [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/gc-congrats-to-big-deal-with-ktb-and-natureworks/">GC ร่วมแสดงความยินดี NatureWorks และกรุงไทย ปิดดีลเงินลงทุนครั้งใหญ่โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ วงเงิน 12,600 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>GC ร่วมแสดงความยินดี NatureWorks และกรุงไทย ปิดดีลเงินลงทุนครั้งใหญ่โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ วงเงิน 12,600 ล้านบาท เพื่อร่วมขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ ภายใต้ BCG Economy Model</p>
<p><span id="more-25854"></span></p>
<p><strong>นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์</strong> (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมแสดงความยินดีในฐานะประธานในพิธีร่วมลงนามระหว่าง ธนาคารกรุงไทยและ NatureWorks &#8211; หนึ่งในบริษัทร่วมทุนของ GC ผู้นำการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพประเภทย่อยสลายได้ (Polylactic Acid หรือ PLA) อันดับหนึ่งของโลก ในการสนับสนุนเงินลงทุนโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA ภายใต้แบรนด์  Ingeo™️ แบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย มูลค่าเงินสนับสนุนกว่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 12,600 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในสินเชื่อเงินกู้ที่มีผู้ให้กู้รายเดียว (Bilateral loan) ที่ใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษของวงการธนาคารที่สนับสนุนสินเชื่อสำหรับโครงการในลักษณะ Green Field ของธุรกิจ Green/Bio ตอกย้ำพันธกิจหลักของ GC ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG Model สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย</p>
<p>การสนับสนุนทางการเงินแก่ NatureWorks ในครั้งนี้นอกเหนือจากเพื่อการก่อสร้างโรงงานและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการแล้ว ยังส่งผลให้ NatureWorks สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขัน และมีความพร้อมในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ และวัสดุชีวภาพขั้นสูง รวมถึงมีกำลังการผลิตที่เพียงพอสำหรับตอบสนองความต้องการของตลาดและลูกค้าบรรจุภัณฑ์และเส้นใยทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตลาดโลกที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ทั้งนี้ โรงงาน NatureWorks ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างเป็นไบโอคอมเพล็กซ์แห่งแรกในประเทศไทยที่ก่อตั้งขึ้นตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจ BCG ของรัฐบาล ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสรรค์ ความคืบหน้าของโครงการและการก่อสร้างในปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ตามแผนงานที่วางไว้ พร้อมดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2568 โดยมีกำลังการผลิต PLA ภายใต้แบรนด์  Ingeo™️ จำนวน 75,000 ตันต่อปี และใช้วัตถุดิบตั้งต้นจากอ้อยของเกษตรกรท้องถิ่น</p>
<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  <a href="https://www.pttgcgroup.com/th/newsroom/news/1359/" target="_blank" rel="noopener">https://www.pttgcgroup.com/th/newsroom/news/1359/</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/gc-congrats-to-big-deal-with-ktb-and-natureworks/">GC ร่วมแสดงความยินดี NatureWorks และกรุงไทย ปิดดีลเงินลงทุนครั้งใหญ่โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ วงเงิน 12,600 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นาโนเทค สวทช. ชูเส้นพลาสติกรักษ์โลก จากเปลือกหอยแมลงภู่และขยะ PLA สำหรับการพิมพ์สามมิติ ย่อยสลายได้ 100% นวัตกรรม BCG ต้นทุนต่ำ เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยี 3D Printing</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/re-ecofila-polyester-from-mussel-shells-and-pla-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Nov 2023 01:28:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[3D Printing]]></category>
		<category><![CDATA[Mussel Shells]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[Re-ECOFILA]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[การพิมพ์สามมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ชุติพันธ์ เลิศวชิรไพบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมวิจัยนาโนเทค-จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[นาโนเทค]]></category>
		<category><![CDATA[พอลิเมอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร. สนอง เอกสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกหอยแมลงภู่]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นพลาสติกรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นพลาสติกรักษ์โลกสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอแคลเซียมคาร์บอเนต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22532</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิจัยนาโนเทค สวทช. จับมือจุฬาฯ ต่อยอดไบโอแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยแมลงภู่ ผสมขยะพลาสติกชีวภาพ (PLA) พัฒนา “Re-ECOFILA เส้นพลาสติกรักษ์โลกสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ” ย่อยสลายได้ 100% คุณภาพเทียบเท่าของที่มีในท้องตลาดในราคาที่ถูกกว่า หวังทดแทนของนำเข้าราคาสูง สร้างโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติของนักเรียน นักศึกษาและคนทั่วไป ตอบ BCG เศรษฐกิจหมุนเวียน-สีเขียว ช่วยคืนชีพขยะ PLA จัดการขยะเปลือกหอยแมลงภู่ในชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน ดร. ชุติพันธ์ เลิศวชิรไพบูลย์ นักวิจัยจากทีมวิจัยการวินิจฉัยระดับนาโน กลุ่มวิจัยวัสดุตอบสนองและเซ็นเซอร์ระดับนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า Re-ECOFILA มาจากงานวิจัย “เส้นพลาสติกสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติผลิตจากขยะเปลือกหอยแมลงภู่และขยะพลาสติกชีวภาพ” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สวทช. โดยนาโนเทค และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ศาสตราจารย์ ดร. สนอง เอกสิทธิ์ ที่มีแนวคิดการใช้ประโยชน์ไบโอแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยแมลงภู่ที่ได้ทำงานวิจัยมาก่อนหน้านั้น จากความเป็นไปได้สำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ โดยจะไปแทนที่แคลเซียมคาร์บอเนตจากหินปูนที่ใช้ในกระบวนการผลิตพอลิเมอร์ ข้อมูลจากกลุ่มสถิติการประมง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า ประเทศไทยผลิตหอยแมลงภู่เฉลี่ยมากกว่า 50,000 ตันต่อปี โดยน้ำหนักมากกว่าครึ่งเป็นน้ำหนักของเปลือกหอย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/re-ecofila-polyester-from-mussel-shells-and-pla-waste/">นาโนเทค สวทช. ชูเส้นพลาสติกรักษ์โลก จากเปลือกหอยแมลงภู่และขยะ PLA สำหรับการพิมพ์สามมิติ ย่อยสลายได้ 100% นวัตกรรม BCG ต้นทุนต่ำ เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยี 3D Printing</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นักวิจัยนาโนเทค สวทช. จับมือจุฬาฯ ต่อยอดไบโอแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยแมลงภู่ ผสมขยะพลาสติกชีวภาพ (PLA) พัฒนา <strong>“</strong><strong>Re-ECOFILA</strong><strong> เส้นพลาสติกรักษ์โลกสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ”</strong> ย่อยสลายได้ 100% คุณภาพเทียบเท่าของที่มีในท้องตลาดในราคาที่ถูกกว่า</p>
<p><span id="more-22532"></span></p>
<p>หวังทดแทนของนำเข้าราคาสูง สร้างโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติของนักเรียน นักศึกษาและคนทั่วไป ตอบ BCG เศรษฐกิจหมุนเวียน-สีเขียว ช่วยคืนชีพขยะ PLA จัดการขยะเปลือกหอยแมลงภู่ในชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ดร. ชุติพันธ์ เลิศวชิรไพบูลย์ นักวิจัยจากทีมวิจัยการวินิจฉัยระดับนาโน กลุ่มวิจัยวัสดุตอบสนองและเซ็นเซอร์ระดับนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า </strong>Re-ECOFILA มาจากงานวิจัย “เส้นพลาสติกสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติผลิตจากขยะเปลือกหอยแมลงภู่และขยะพลาสติกชีวภาพ” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สวทช. โดยนาโนเทค และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย <strong>ศาสตราจารย์ ดร. สนอง เอกสิทธิ์</strong> ที่มีแนวคิดการใช้ประโยชน์ไบโอแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยแมลงภู่ที่ได้ทำงานวิจัยมาก่อนหน้านั้น จากความเป็นไปได้สำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ โดยจะไปแทนที่แคลเซียมคาร์บอเนตจากหินปูนที่ใช้ในกระบวนการผลิตพอลิเมอร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22535 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/1-6.jpg" alt="" width="1200" height="852" /></p>
<p>ข้อมูลจากกลุ่มสถิติการประมง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า ประเทศไทยผลิตหอยแมลงภู่เฉลี่ยมากกว่า 50,000 ตันต่อปี โดยน้ำหนักมากกว่าครึ่งเป็นน้ำหนักของเปลือกหอย ทำให้เกิดขยะเปลือกหอยสะสมเป็นจำนวนมากตามพื้นที่ชุมชนที่ประกอบอาชีพเลี้ยงหอยและแกะเนื้อหอยขาย ส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ปัจจุบัน วิธีการเดียวที่จะนำเปลือกหอยแมลงภู่ไปใช้ประโยชน์คือ การรับซื้อในราคาถูกเพื่อนำไปถมที่</p>
<p><strong>“แคลเซียมคาร์บอเนต (</strong><strong>CaCO3) </strong><strong>ถูกใช้เป็นสารเติมแต่ง (</strong><strong>additive) </strong><strong>ในอุตสาหกรรมพอลิเมอร์ เพื่อลดต้นทุน โดยเติมแคลเซียมคาร์บอเนตจากหินปูนที่มีราคาถูกกว่า แต่เมื่อเรามีขยะจากเปลือกหอยแมลงภู่จำนวนมาก ซึ่งเปลือกหอยเป็นแหล่งแคลเซียมคาร์บอเนตที่มีความบริสุทธิ์สูง นอกจากจะสามารถใช้ทดแทนแคลเซียมคาร์บอเนตจากหินปูนได้แล้ว ยังช่วยในมิติของสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อีกด้วย ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาวิธีการแปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่เป็นไบโอแคลเซียมคาร์บอเนตและนำไปใช้เป็นสารเติมแต่งใน </strong><strong>PLA </strong><strong>เพื่อฉีดเป็นเส้นพลาสติกสำหรับใช้ขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ” ดร. ชุติพันธ์กล่าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22536 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/8-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปัจจุบัน พอลิแลกติกแอซิด (polylactic acid: PLA) ซึ่งเป็นพลาสติกชีวภาพผลิตจากพืชนั้น มีการใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้นโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติ (3D printing) จากคุณสมบัติของ PLA ที่เหมาะสมสำหรับการฉีดขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ ได้แก่ มีจุดหลอมเหลวที่ต่ำ, มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างต่ำ (dimension stability) และมีค่าการไหลที่เหมาะสำหรับการฉีดขึ้นรูป โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติด้วยเทคนิค FDM (Fused Deposition Modeling) ซึ่งจะเป็นการหลอมเส้นพลาสติกให้กลายเป็นของเหลวแล้วฉีดออกมาเป็นเส้นด้วยหัวฉีด โดยเครื่องพิมพ์จะฉีดเส้นพลาสติกตามแนวระนาบและฉีดซ้อนทับเป็นชั้นไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นชิ้นงาน</p>
<p>ทีมวิจัยนาโนเทค-จุฬาฯ เริ่มจากพัฒนาวิธีการแปรรูปเปลือกหอยแมลงภู่เป็นไบโอแคลเซียมคาร์บอเนต โดยไบโอแคลเซียมคาร์บอเนตที่ได้มีรูปร่างกลมและมีขนาดเฉลี่ยประมาณ 109 นาโนเมตร มีความบริสุทธิสูงโดยจากผลการวิเคราะห์ด้วย TGA พบว่า ไบโอแคลเซียมคาร์บอเนตมีความบริสุทธิ์มากกว่าร้อยละ 98 โดยน้ำหนัก และจากผลการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Raman spectroscopy พบว่า ไบโอแคลเซียมมีอัญรูปเป็นอะราโกไนต์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22537 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/7-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในช่วงแรก ทีมวิจัยได้นำพลาสติกชีวภาพหรือ PLA มาผสมกับไบโอแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยแมลงภู่ที่เตรียมขึ้นมา จากนั้น นำไปแล้วฉีดขึ้นรูปเป็นเส้นพลาสติกสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ ผลที่ได้คือ เส้นพลาสติกที่มีคุณภาพดีมีคุณภาพเทียบเท่ากับเส้นพลาสติกที่มีจำหน่ายเชิงพาณิชย์ สามารถใช้งานได้กับเครื่องพิมพ์สามมิติระบบ FDM ได้ทันที นับเป็นโอกาสทางการตลาดที่ใหญ่ ในขณะเดียวกันก็มองเห็นโอกาสในการนำขยะพลาสติกจากการพิมพ์สามมิติมาคืนชีพ ใช้ทดแทน PLA</p>
<p><strong>ดร. ชุติพันธ์ </strong>กล่าวว่า เมื่อศึกษาข้อมูลด้านการพิมพ์สามมิติ ก็พบว่า ปริมาณขยะพลาสติกจากการพิมพ์สามมิติทั้งชิ้นส่วนที่ไม่ใช้แล้วและการเกิดขยะจากการกระบวนการพิมพ์ (การพิมพ์ support และการพิมพ์ที่ผิดพลาด) สืบเนื่องจากปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีราคาถูกลง การใช้ที่ไม่ซับซ้อน สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์อย่างรวดเร็ว (fast fashion) ทำให้เทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติถูกนำไปใช้ในวงกว้าง ไม่จำกัดเฉพาะการขึ้นรูปต้นแบบอีกต่อไป อาทิ การพิมพ์วัสดุสามมิติสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22538 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/9-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>“เราได้ทดลองนำขยะพลาสติกชีวภาพ หรือ </strong><strong>Recycled PLA </strong><strong>จากกระบวนการพิมพ์สามมิติมาใช้ โดยบดผสมกับไบโอแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยแมลงภู่ แล้วฉีดขึ้นรูปเป็นเส้นพลาสติกสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ โดย </strong><strong>Re-ECOFILA </strong><strong>หรือเส้นพลาสติกที่ผลิตได้มีคุณภาพเทียบเท่ากับเส้นพลาสติกที่มีจำหน่ายเชิงพาณิชย์ สามารถใช้งานได้กับเครื่องพิมพ์สามมิติระบบ </strong><strong>FDM </strong><strong>ได้ทันที อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องสีของเส้นพลาสติกที่แตกต่างจากของทั่วไป แต่ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสทางการตลาด ด้วยข้อมูลจาก </strong><strong>HSSMI </strong><strong>ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาด้านการผลิตที่ด้วยกระบวนการที่ยั่งยืน พบว่า มีการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติชนิด </strong><strong>FDM </strong><strong>ที่ต้องใช้เส้นพลาสติกโดยเฉพาะเส้นพลาสติกผลิตจาก </strong><strong>PLA </strong><strong>ถึง 66</strong><strong>%</strong><strong> ของจำนวนเครื่องพิมพ์สามมิติทั่วโลก” ดร. ชุติพันธ์กล่าว</strong></p>
<p>เส้นพลาสติกที่ผลิตได้จากงานวิจัยนี้ ดร. ชุติพันธ์เผยว่า เป็นเส้นพลาสติกที่มีราคาไม่แพง คุณภาพเทียบเท่ากับเส้นพลาสติกที่มีจำหน่ายเชิงพาณิชย์ สามารถใช้งานได้กับเครื่องพิมพ์สามมิติระบบ FDM ได้ทันที ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตต่อชิ้นต่ำลง สามารถใช้นวัตกรรมนี้เพื่อผลิตเส้นพลาสติกราคาถูกสำหรับการใช้งานที่ไม่ต้องใช้ PLA คุณภาพสูง เพิ่มโอกาสและความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการได้อีกทางหนึ่ง ด้วยเป็นวัสดุทางเลือกที่สามารถลดต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขึ้นรูปต้นแบบผลิตภัณฑ์ ในขณะเดียวกัน ยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาในสถานศึกษาและบุคคลทั่วไปให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติได้ง่ายขึ้นจากวัสดุที่ราคาถูกลง เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและการพัฒนาโครงงานและงานนวัตกรรมสำหรับนักเรียน นักศึกษา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22539 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/3-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ นวัตกรรมเส้นพลาสติกสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติผลิตจากขยะเปลือกหอยแมลงภู่และขยะพลาสติกชีวภาพ ยังเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรตามแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (BCG) สร้างมูลค่าให้กับขยะจากการพิมพ์สามมิติและขยะจากอุตสาหกรรมอาหารทะเล (Waste-to-Wealth) ส่งเสริมการจัดการของเสีย (waste management) ทั้งขยะเปลือกหอยสะสมในแหล่งชุมชนและขยะพลาสติก PLA ที่ไม่มีวิธีการจัดการอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างมูลค่า ส่งผลให้มีการวางแผนการจัดการขยะอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ กำจัดขยะเก่า และลดการสร้างขยะใหม่</p>
<p><strong>&#8220;ที่สำคัญ ผลงานนี้ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนจากการขายเปลือกหอยแมลงภู่เหลือทิ้งจากการแปรรูปอาหารทะเลให้ภาคธุรกิจโดยการแปรรูปเบื้องต้น เช่นเดียวกับองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นนี้ ก็สามารถถ่ายทอดให้ผู้ประกอบการไทยมีเทคโนโลยีการผลิตเส้นพลาสติกสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติ ลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้สารเติมแต่งไบโอแคลเซียมคาร์บอเนต และเทคโนโลยีการนำขยะพลาสติก </strong><strong>PLA </strong><strong>กลับมาใช้ใหม่ ผลิตภัณฑ์สามารถจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์กลางน้ำเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ หรือผลิตเป็นสินค้าเพื่อจำหน่ายได้เชิงพาณิชย์ได้&#8221; </strong>นักวิจัยนาโนเทคกล่าว พร้อมชี้ว่า ปัจจุบัน เทคโนโลยีมีระดับความพร้อมอยู่ที่ TRL 6 เส้นพลาสติกที่ผลิตได้ถูกนำไปใช้กับเครื่องพิมพ์สามมิติและสามารถพิมพ์ชิ้นงานสามมิติได้ โดยคุณภาพของชิ้นงานเทียบเท่ากับชิ้นงานที่ถูกพิมพ์จากเส้นพลาสติกที่มีจำหน่ายเชิงพาณิชย์ โดยทีมวิจัยอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโมเดลธุรกิจ เพื่อทำให้นวัตกรรมเส้นพลาสติกที่พัฒนาขึ้นถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมงานวิจัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22540 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/10-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ดร. ชุติพันธ์แย้มว่า เขาเตรียมต่อยอดการวิจัย เพื่อเพิ่มแอพพลิเคชันการใช้งานที่มีความต้องการทางการตลาดอีกมุมหนึ่ง จากนวัตกรรมรักษ์โลก ย่อยสลายได้ 100% ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม CRS เราจะเปลี่ยนมาใช้พลาสติก ABS หรือ Acrylonitrile Butadiene Styrene ที่มีความแข็งแรง ทนทาน นิยมใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างแพร่หลาย ผสมกับสารตัวเติมที่มีคุณสมบัติหน่วงไฟ (flame retardants) ที่เตรียมขึ้นใช้เองโดยมีสารตั้งต้นเป็นไบโอแคลเซียมคาร์บอเนตจากเปลือกหอยแมลงภู่ พัฒนาเป็นวัสดุที่มีสมบัติหน่วงไฟ สามารถประยุกต์ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ เช่น เคสคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและพิมพ์ผ่านเครื่องพิมพ์สามมิติ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นอีก 1 ตลาดใหญ่ที่จะต่อยอดใช้ประโยชน์จากขยะเปลือกหอยแมลงภู่ในอนาคต</p>
<p><strong>เส้นพลาสติกสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติผลิตจากขยะเปลือกหอยแมลงภู่และขยะพลาสติกชีวภาพ ได้รับรางวัลเหรียญเงิน สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ และรางวัลพิเศษ (</strong><strong>Special Prize) </strong><strong>จาก </strong><strong>Korea Invention Promotion Association </strong><strong>สาธารณรัฐเกาหลี ในการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ ในเวที “</strong><strong>Taiwan Innotech Expo </strong><strong>2023” (</strong><strong>TIE </strong><strong>2023) เมื่อวันที่ 12 &#8211; 14 ตุลาคม 2566 ณ กรุงไทเป ไต้หวัน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22541 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/2-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/re-ecofila-polyester-from-mussel-shells-and-pla-waste/">นาโนเทค สวทช. ชูเส้นพลาสติกรักษ์โลก จากเปลือกหอยแมลงภู่และขยะ PLA สำหรับการพิมพ์สามมิติ ย่อยสลายได้ 100% นวัตกรรม BCG ต้นทุนต่ำ เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยี 3D Printing</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จีนใช้งานถุงพลาสติกวันละ 3 พันล้านใบ แต่ย่อยสลายได้พียง 0.1%​ เร่งรณรงค์ใช้พลาสติกชีวภาพแทน คาด 10 ปี ​ตลาดขยาย​ 1 แสนล้านใบ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/growth-and-opportunity-of-bio-plastic-in-china/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jul 2023 10:49:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Biodegradable]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Bag]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Zhongyan Puhua]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20032</guid>

					<description><![CDATA[<p>โอกาสของอุตสาหกรรม​ถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและมีแนวโน้ม​เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศจีน โดยคาดว่าในไม่กี่ปีจากนี้ จะสามารถเพิ่มสัดส่วนในตลาดอย่างรวดเร็ว และกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่สามารถทดแทนพลาสติกแบบเดิมได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ข้อมูลจาก &#8216;รายงานการวิจัยแนวโน้มการพัฒนา​อุตสาหกรรมถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ ระหว่างปี 2023-2028 &#8216; โดย Zhongyan Puhua ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์อุตสาหกรรมถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศจีน ระบุว่า ความต้องการพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในปี 2566 จากตลาดบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกจะสูงถึง 9.45 ล้านตัน​ โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 33% ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้ามาทดแทนพลาสติกแบบเดิมได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ขณะที่ในจีน ปัจจุบันมีการใช้ถุงพลาสติกในชีวิตประจำวันสูงถึงกว่า 3 พันล้านใบต่อวัน​​​ โดย 1 พันล้านใบ จะใช้สำหรับบรรจุพืชผัก ขณะที่อีกกว่า 2 พันล้านใบ จะใช้สำหรับสินค้ากลุ่มอื่นๆ เท่ากับแต่ละวันคนจีนจะใช้ถุงพลาสติกอย่างน้อยวันละ 2 ใบ โดยเฉพาะการใช้ถุงพลาสติกของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ต และเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งจากปริมาณการใช้ที่ค่อนข้างมาก ความยากลำบากในการนำกลับมารีไซเคิล รวมทั้งความตระหนักของผู้คนในประเทศต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่มากนัก ทำให้มีปัญหาการทิ้งขยะตามสถานที่ต่างๆ ทั้งถนนในเมือง แหล่งน้ำ แหล่งท่องเที่ยว ​ นำมาสู่การผลักดันเพื่อให้มีการใช้พลาสติกที่ Eco-friendly อย่างแพร่หลายเป็นวงกว้างมากขึ้นภายในประเทศ  เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/growth-and-opportunity-of-bio-plastic-in-china/">จีนใช้งานถุงพลาสติกวันละ 3 พันล้านใบ แต่ย่อยสลายได้พียง 0.1%​ เร่งรณรงค์ใช้พลาสติกชีวภาพแทน คาด 10 ปี ​ตลาดขยาย​ 1 แสนล้านใบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โอกาสของอุตสาหกรรม​ถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและมีแนวโน้ม​เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศจีน โดยคาดว่าในไม่กี่ปีจากนี้ จะสามารถเพิ่มสัดส่วนในตลาดอย่างรวดเร็ว และกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่สามารถทดแทนพลาสติกแบบเดิมได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า</p>
<p><span id="more-20032"></span></p>
<p>ข้อมูลจาก<strong> &#8216;รายงานการวิจัยแนวโน้มการพัฒนา​อุตสาหกรรมถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ ระหว่างปี 2023-2028 &#8216;</strong> โดย <strong>Zhongyan Puhua</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์อุตสาหกรรมถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศจีน ระบุว่า <strong>ความต้องการพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในปี 2566 จากตลาดบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกจะสูงถึง 9.45 ล้านตัน​ โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 33%</strong> ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้ามาทดแทนพลาสติกแบบเดิมได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า</p>
<p>ขณะที่ในจีน ปัจจุบันมีการใช้ถุงพลาสติกในชีวิตประจำวันสูงถึงกว่า 3 พันล้านใบต่อวัน​​​ โดย 1 พันล้านใบ จะใช้สำหรับบรรจุพืชผัก ขณะที่อีกกว่า 2 พันล้านใบ จะใช้สำหรับสินค้ากลุ่มอื่นๆ เท่ากับแต่ละวันคนจีนจะใช้ถุงพลาสติกอย่างน้อยวันละ 2 ใบ โดยเฉพาะการใช้ถุงพลาสติกของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ต และเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งจากปริมาณการใช้ที่ค่อนข้างมาก ความยากลำบากในการนำกลับมารีไซเคิล รวมทั้งความตระหนักของผู้คนในประเทศต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่มากนัก ทำให้มีปัญหาการทิ้งขยะตามสถานที่ต่างๆ ทั้งถนนในเมือง แหล่งน้ำ แหล่งท่องเที่ยว ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20057 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/shutterstock_offset_2141606813.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นำมาสู่การผลักดันเพื่อให้มีการใช้พลาสติกที่ Eco-friendly อย่างแพร่หลายเป็นวงกว้างมากขึ้นภายในประเทศ  เช่น ในมณฑลจี๋หลิน ได้มีการนำถุงพลาสติกชีวภาพ PLA (Polylactic Acid) มาใช้ทั่วทั้งมณฑล ทดแทนถุงพลาสติกแบบเดิม รวมทั้งส่งเสริมการใช้ในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในหลายๆ เมือง​ พร้อมทั้งการกำหนดห้ามใช้ถุงช้อปปิ้งพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งในตลาดสด ​​ในปี 2566 นี้</p>
<p>ขณะที่ทางการจีนเร่งส่งเสริมให้มีการใช้งานถุงพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า แต่ปัจจุบันยังมีการใช้งานในสัดส่วนที่น้อยอยู่<strong> หากเทียบปริมาณถุงพลาติก 3 พันล้านใบที่ใช้ในแต่ละวัน จะมีสัดส่วนการใช้​ถุงที่สามารถย่อยสลายได้น้อยกว่า 0.1%</strong> หรือจากดีมานด์ในตลาด ที่ตัวเลขในปี 2563 พบว่า มีความต้องการพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ถึง 7.3 แสนตัน แต่ผลิตป้อนตลาดได้อยู่ราว 4.8 แสนตัน ยังมีช่องว่างที่เป็นโอกาส​อยู่อีกถึง 2.5 แสนตัน และคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาอีก 2-3 ปี จึงจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอกับดีมานด์ในตลาดได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20056 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/shutterstock_1994582558.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ประกอบกับปัจจัยบวกที่มาทั้งจากการสนับสนุนของรัฐบาล การรับรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับถุงพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มพัฒนามาสู่การใช้ถุงพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ​โดยมีการคาดการณ์ว่า ตลาดถุงพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในจีนจะสูงขึ้นจนถึงเกือบ 1 แสนล้านใบ ภายในช่วง​ 10 ปีนี้</p>
<p>ส่วนการเติบโตในเชิงมูลค่าประเมินว่าจะเติบโตถึง 6 หมื่นล้านหยวน หรือกว่า 3 แสนล้านบาท ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จากทิศทางการเติบโตช่วงที่ผ่านมา โดยปี​ 2559 ​อุตสาหกรรมถุงพลาสติกไบโอมีมูลค่า 21,320 ล้านหยวน และขยับเพิ่มเกือบเท่าตัวมาอยู่ที่ 38,670 ล้านหยวน ในปี 2565 จากการส่งเสริม​และสนับสนุนของภาครัฐบาล รวมทั้งการรับรู้ที่เพิ่มขึ้นของภาคประชาชน ขณะที่ภาคธุรกิจในหลายสาขาก็มองเห็นโอกาสและได้เข้ามามีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/growth-and-opportunity-of-bio-plastic-in-china/">จีนใช้งานถุงพลาสติกวันละ 3 พันล้านใบ แต่ย่อยสลายได้พียง 0.1%​ เร่งรณรงค์ใช้พลาสติกชีวภาพแทน คาด 10 ปี ​ตลาดขยาย​ 1 แสนล้านใบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Mastercard เตรียมเปลี่ยนบัตรในเครือข่ายเป็นพลาสติกรีไซเคิล และพลาสติกชีวภาพทั้งหมดภายในอีก 5 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/mastercard-announced-change-payment-card-to-sustainable-material/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Apr 2023 12:37:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodegradable]]></category>
		<category><![CDATA[Financial]]></category>
		<category><![CDATA[HSBC]]></category>
		<category><![CDATA[MasterCard]]></category>
		<category><![CDATA[Mastercard Card Eco-Certification]]></category>
		<category><![CDATA[Payment]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[rPVC]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Card]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Card Program]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[มาสเตอร์การ์ด]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18123</guid>

					<description><![CDATA[<p>Mastercard เตรียมเปลี่ยนให้บัตรในเครือข่ายทำมาจากวัสดุที่มีความยั่งยืนทั้งหมด ภายใน 5 ปี จากนี้ หรีอภายในปี 2571 เพื่อตอกย้ำนโยบายด้านความยั่งยืนของบริษัท​ และการนำเสนอบัตรที่ยั่งยืนมากขึ้นให้แก่ผู้บริโภค โดยต้ังแต่วันที่ 1  มกราคม 2571 เป็นต้นไป ​บัตรพลาสติกที่ผลิตของมาสเตอร์การ์ดที่ผลิตขึ้นใหม่ท้ังหมด จะทำมาจากวัสดุที่มีความยั่งยืนต่อโลกมากขึ้น ทั้งพลาสติกรีไซเคิล เช่น rPVC, rPET  รวมทั้งพลาสติกชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้หรือ PLA โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรเครือข่ายด้าน Payment เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การยกเลิกใช้พลาสติก PVC บริสุทธิ์ สำหรับเป็นวัตถุดิบในการนำมาผลิตบัตร มาสเตอร์การ์ด ได้เปิดตัวโครงการบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Card Program) มาตั้งแต่ปี 2561 จากการสนับสนุนของผู้ออกบัตรกว่า 330 ราย จาก 80 ประเทศทั่วโลก ในการเปลี่ยนบัตรกว่า 168 ล้านใบในเครือข่าย เป็นบัตรที่ใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพ รวมไปถึงการสร้างสรรค์บัตรดิจิทัล เพื่อลดความจำเป็นในการใช้งานบัตรจริงลง ขณะที่การประกาศล่าสุดนี้จะช่วยเร่งความพยายามเหล่านี้ให้เร็วมากยิ่งขึ้น  รวมทั้งการรับรอง​จากองค์กรอิสระที่น่าเชื่อถือ ต่อมาตรฐานด้านความยั่งยืนขององค์ประกอบต่างๆ ของบัตรพร้อมการพิมพ์เครื่องหมาย Card Eco Certification [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/mastercard-announced-change-payment-card-to-sustainable-material/">Mastercard เตรียมเปลี่ยนบัตรในเครือข่ายเป็นพลาสติกรีไซเคิล และพลาสติกชีวภาพทั้งหมดภายในอีก 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Mastercard เตรียมเปลี่ยนให้บัตรในเครือข่ายทำมาจากวัสดุที่มีความยั่งยืนทั้งหมด ภายใน 5 ปี จากนี้ หรีอภายในปี 2571 เพื่อตอกย้ำนโยบายด้านความยั่งยืนของบริษัท​ และการนำเสนอบัตรที่ยั่งยืนมากขึ้นให้แก่ผู้บริโภค</p>
<p><span id="more-18123"></span></p>
<p>โดยต้ังแต่วันที่ 1  มกราคม 2571 เป็นต้นไป ​บัตรพลาสติกที่ผลิตของมาสเตอร์การ์ดที่ผลิตขึ้นใหม่ท้ังหมด จะทำมาจากวัสดุที่มีความยั่งยืนต่อโลกมากขึ้น ทั้งพลาสติกรีไซเคิล เช่น rPVC, rPET  รวมทั้งพลาสติกชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้หรือ PLA โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรเครือข่ายด้าน Payment เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การยกเลิกใช้พลาสติก PVC บริสุทธิ์ สำหรับเป็นวัตถุดิบในการนำมาผลิตบัตร</p>
<p>มาสเตอร์การ์ด ได้เปิดตัวโครงการบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Card Program) มาตั้งแต่ปี 2561 จากการสนับสนุนของผู้ออกบัตรกว่า 330 ราย จาก 80 ประเทศทั่วโลก ในการเปลี่ยนบัตรกว่า 168 ล้านใบในเครือข่าย เป็นบัตรที่ใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพ รวมไปถึงการสร้างสรรค์บัตรดิจิทัล เพื่อลดความจำเป็นในการใช้งานบัตรจริงลง</p>
<p>ขณะที่การประกาศล่าสุดนี้จะช่วยเร่งความพยายามเหล่านี้ให้เร็วมากยิ่งขึ้น  รวมทั้งการรับรอง​จากองค์กรอิสระที่น่าเชื่อถือ ต่อมาตรฐานด้านความยั่งยืนขององค์ประกอบต่างๆ ของบัตรพร้อมการพิมพ์เครื่องหมาย Card Eco Certification เพื่อให้การรับรองสำหรับบัตรที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว</p>
<p><strong>Ajay Bhalla</strong> ประธานฝ่าย Cyber ​​&amp; Intelligence ของ Mastercard กล่าวถึงความพยายามของมาสเตอร์การ์ดในฐานะผู้นำและกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความพยายามลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในอุตสาหกรรม เพื่อประโยชน์ของผู้คน โลก และการเติบโตโดยรวม ​หลังแสดงจุดยืนด้านความยั่งยืน ผ่านการให้บริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ความรับผิดชอบด้านข้อมูลผู้ใช้งาน และต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการร่วมกับเครือข่ายบุกเบิกนวัตกรรม​ด้านสิ่งแวดล้อมและการริเริ่มใหม่ๆ ออกสู่ตลาด เช่น Priceless Planet Coalition, Carbon Calculator และ Sustainable Card</p>
<p>อาทิ ​ ในปี 2561 บริษัท Digital Security Lab ในเครือ​ Mastercard ​ได้เปิดตัว Greener Payments Partnership กับผู้ผลิตบัตร Gemalto, Giesecke+Devrient และ IDEMIA เพื่อลดการใช้พลาสติก PVC ในการผลิตบัตรให้ธนาคารพันธมิตรครอบคลุมมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งการเปิดตัวโครงการ Mastercard Card Eco-Certification (“CEC”) ในปี 2564</p>
<p>ด้านความเห็นจากธนาคารพันธมิตร อย่าง  <strong>Taylan Turan</strong> หัวหน้ากลุ่มธนาคารรายย่อยและกลยุทธ์ ความมั่งคั่งและการธนาคารส่วนบุคคลที่  HSBC กล่าวว่า การประกาศของมาสเตอร์การ์ด ​ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับบริการทางการเงิน ในการใช้วัสดุที่ยั่งยืนใหม่ๆ เช่น rPVC เพื่อช่วยให้ภาคการเงินมีส่วนในการช่วยขับเคลื่อนอนาคตแห่งความยั่งยืน และสอดคล้องกับนโยบาย Net zero ของ HSBC ซึ่งได้นำบัตรจากพลาสติกรีไซเคิล ไปแนะนำในตลาดทั้ง 28 ประเทศ และช่วยลดการใช้พลาสติกจำนวนกว่า 85 ตัน ไปสู่หลุมฝังกลบได้ ​</p>
<p><a href="https://esgnews.com/mastercard-accelerates-sustainable-card-efforts/" target="_blank" rel="noopener">source </a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/mastercard-announced-change-payment-card-to-sustainable-material/">Mastercard เตรียมเปลี่ยนบัตรในเครือข่ายเป็นพลาสติกรีไซเคิล และพลาสติกชีวภาพทั้งหมดภายในอีก 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพียวจอย Healthy Pet Snack  เจาะกลุ่ม  Pet Lovers ดูแลทั้งสุขภาพน้องหมา แถมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/pure-joy-healthy-pet-snack-eco-friendly-package/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Jul 2022 14:36:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Eco Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy Snack]]></category>
		<category><![CDATA[Love Pet]]></category>
		<category><![CDATA[Love Planet​]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Pet Lover]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[PURE Joy]]></category>
		<category><![CDATA[Taily Buddy]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมน้องหมา]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เทลลี่ บัดดี้ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิภา บัณฑิตลักษณะ]]></category>
		<category><![CDATA[เพียวจอย]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อสุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=13040</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในปัญหาคลาสสิกของเหล่า  Pet Lover ที่บางครั้งอยากให้รางวัลพวกเด็กๆ ทั้งหลาย เพราะชอบฟีลลิ่งหน้าฟินๆ ของบรรดาเจ้าพวกต้าวทั้งหลาย ที่เวลาได้กินขนมอร่อยๆ แล้วจะดูมีความสุข อารมณ์ดี จนทำให้คนเลี้ยงอย่างเรามีความสุขตามไปด้วย แต่อีกใจหนึ่งก็อดที่จะเป็นห่วงสุขภาพบรรดาลูกๆ ตัวน้อยเหล่านี้ไม่ได้ เพราะการแสดงความรักด้วยการให้กินขนมมากๆ ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้เช่นเดียวกัน จากสารปรุงแต่งต่างๆ ที่อยู่ในขนม ทำให้เป็นอันตรายต่อตับ  ไต หรืออวัยวะต่างๆ ของสัตว์เลี้ยงได้เช่นเดียวกัน กลายมาเป็นแนวคิดในการผลิตแบรนด์ขนมน้องหมา &#8220;PURE Joy&#8221; (เพียวจอย) โดย บริษัท เทลลี่ บัดดี้ จำกัด  (Taily Buddy) ที่มีความคิดอยากทำ &#8216;ขนมที่ดี&#8217; ให้น้องหมา ที่เมื่อกินแล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของน้องหมาในระยะยาว จึงพยายามศึกษาว่า ขนมที่ดีสำหรับน้องหมาต้องเป็นอย่างไร  แต่ยังไม่สามารถเจอแบรนด์ใดที่สามารถตอบโจทย์ตามที่ต้องการได้  นำมาสู่ไอเดียการผลิตแบรนด์ของตัวเองในเดือนกันยายน 2019  ที่ต้องการผลิตขนมน้องหมาที่ไม่ใส่สารเคมีปรุงแต่งใดๆ ลงในขนมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเกลือ น้ำตาล สารกันบูด รวมทั้งไม่มีการแต่งสี หรือรสชาติใดๆ อีกด้วย นอกจาก PURE Joy จะสามารถตอบโจทย์ปัญหาของเหล่า Pet Lovers [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/pure-joy-healthy-pet-snack-eco-friendly-package/">เพียวจอย Healthy Pet Snack  เจาะกลุ่ม  Pet Lovers ดูแลทั้งสุขภาพน้องหมา แถมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งในปัญหาคลาสสิกของเหล่า  Pet Lover ที่บางครั้งอยากให้รางวัลพวกเด็กๆ ทั้งหลาย เพราะชอบฟีลลิ่งหน้าฟินๆ ของบรรดาเจ้าพวกต้าวทั้งหลาย ที่เวลาได้กินขนมอร่อยๆ แล้วจะดูมีความสุข อารมณ์ดี จนทำให้คนเลี้ยงอย่างเรามีความสุขตามไปด้วย</p>
<p><span id="more-13040"></span></p>
<p>แต่อีกใจหนึ่งก็อดที่จะเป็นห่วงสุขภาพบรรดาลูกๆ ตัวน้อยเหล่านี้ไม่ได้ เพราะการแสดงความรักด้วยการให้กินขนมมากๆ ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้เช่นเดียวกัน จากสารปรุงแต่งต่างๆ ที่อยู่ในขนม ทำให้เป็นอันตรายต่อตับ  ไต หรืออวัยวะต่างๆ ของสัตว์เลี้ยงได้เช่นเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13072 size-large" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Purejoy5-1024x727.jpg" alt="" width="900" height="639" /></p>
<p>กลายมาเป็นแนวคิดในการผลิตแบรนด์ขนมน้องหมา <strong>&#8220;PURE Joy&#8221; </strong>(เพียวจอย) โดย <strong>บริษัท เทลลี่ บัดดี้ จำกัด</strong><strong> </strong> (Taily Buddy) ที่มีความคิดอยากทำ <strong>&#8216;ขนมที่ดี&#8217; </strong>ให้น้องหมา ที่เมื่อกินแล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของน้องหมาในระยะยาว จึงพยายามศึกษาว่า ขนมที่ดีสำหรับน้องหมาต้องเป็นอย่างไร  แต่ยังไม่สามารถเจอแบรนด์ใดที่สามารถตอบโจทย์ตามที่ต้องการได้  นำมาสู่ไอเดียการผลิตแบรนด์ของตัวเองในเดือนกันยายน 2019  ที่ต้องการผลิตขนมน้องหมาที่ไม่ใส่สารเคมีปรุงแต่งใดๆ ลงในขนมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเกลือ น้ำตาล สารกันบูด รวมทั้งไม่มีการแต่งสี หรือรสชาติใดๆ อีกด้วย</p>
<p>นอกจาก PURE Joy จะสามารถตอบโจทย์ปัญหาของเหล่า Pet Lovers ในเรื่องสุขภาพของน้องหมาได้แล้ว ยังเผื่อความรักความใส่ใจไปสู่โลก และสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้แพกเกจห่อขนมแบบสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ 100% จากการเลือกใช้แพ็กเกจที่เป็นกระดาษคราฟเคลือบ  PLA (Biofilm)  ภายใต้สโลแกนว่า<strong> &#8220;Love Pet, Love Planet&#8221;</strong> รักสัตว์เลี้ยง แล้วก็รักษ์โลกไปได้ด้วยกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13070 size-large" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Purejoy2-1024x992.jpg" alt="" width="900" height="872" /></p>
<p><strong>คุณวิภา บัณฑิตลักษณะ</strong> กรรมการผู้จัดการ ​Taily Buddy ​ผู้พัฒนาขนมเพื่อสุขภาพน้องหมา PURE Joy กล่าวถึงความท้าทายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ที่มีหลายปัจจัย ทั้งรสชาติ และระยะเวลาในการวางขายสินค้า (Shelf life) เนื่องจาก การไม่ใส่สารปรุงแต่งใดๆ แต่ต้องทำให้มีรสชาติดีที่สุนัขชื่นชอบได้ด้วย รวมท้ังการหาโรงงานที่ได้มาตรฐานสากลมาช่วยการผลิต เพื่อสามารถขยายตลาดในอนาคตได้ ประกอบกับการใช้ฉลากที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม ทำให้เชล์ฟไลฟ์ของขนมอยู่ได้ 6 เดือน ซึ่งถือว่าสั้นกว่าแบรนด์อื่นๆ ที่มักจะอยู่ได้ประมาณ 2 ปี  แต่เมื่อเทียบกับการส่งมอบ Value ​อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่จากในประเทศ  เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโต สุขภาพที่ดีมากกว่าของสัตว์เลี้ยงแม้จะบริโภคทุกวันก็ตาม รวมไปถึงการใช้แพกเกจแบบที่ทุกส่วน แม้แต่ซิปล็อก สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติทั้ง 100% ทำให้ไม่สร้างภาระให้สิ่งแวดล้อม</p>
<p>ความท้าทายสุดท้ายอยู่ที่การสื่อสารคุณค่าต่างๆ ของแบรนด์ไปสู่ผู้บริโภค เพื่อสร้างแนวร่วมในการสนับสนุนนวัตกรรมใหม่สำหรับ Pet Lovers ที่ไม่ได้มองสัตว์เลี้ยงเป็นแค่สัตว์เลี้ยงแต่เป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว และจะให้ความสำคัญในการเลือกสรรอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงความใส่ใจในการรักษาสิ่งแวดล้อมไปพรัอมๆ กัน ตามคอนเซ็ปต์ &#8220;Love Pet, Love Planet&#8221; ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วยเช่นเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13063 size-large" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Purejoy4-1024x724.jpg" alt="" width="900" height="636" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/pure-joy-healthy-pet-snack-eco-friendly-package/">เพียวจอย Healthy Pet Snack  เจาะกลุ่ม  Pet Lovers ดูแลทั้งสุขภาพน้องหมา แถมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพราะ &#8216;Food Waste คือทรัพยากร&#8217; กับการต่อยอดสู่วัตถุดิบผลิตพลาสติกชีวภาพแทนพืชพลังงาน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/05/change-food-waste-to-supply-for-bioplastic/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 May 2022 12:24:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastic]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[PHA]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชัยสิทธิ์ อนุชิตวรวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11580</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ปัจจุบันจะเริ่มมีการรณรงค์ให้ลดการใช้พลาสติกลง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในความเป็นจริง พลาสติกก็ยังถือว่ามีความจำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เริ่มมีการหันไปหาทางเลือก ด้วยการใช้พลาสติกชีวภาพ  (ไบโอพลาสติก)​ ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะผลิตจากวัตถุดิบที่เป็นพืชพลังงานทดแทนการใช้น้ำมันปิโตรเลียม และสามารถย่อยสลายได้เร็วกว่าพลาสติกทั่วไป ขณะที่การผลิตพลาสติกชีวภาพในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ใช้วิธีการปลูกพืชพลังงานทดแทนต่างๆ เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ อาทิ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ซึ่งแม้จะเป็นทางเลือกที่ดี แต่อีกทางหนึ่งก็กระทบกับ Supply ด้านความมั่นคงทางด้านอาหาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความกังวลของโลกอยู่เช่นเดียวกัน ให้มอง Food Waste เป็นทรัพยากร Krungthai COMPASS จึงได้นำเสนอโซลูชันส์ที่ดีกว่า คือ การนำขยะอินทรีย์ หรือขยะอาหาร และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรต่างๆ ซึ่งจัดว่าเป็น Food Waste ประเภทหนึ่ง มาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตพลาสติกชีวภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับ Food Waste เหล่านี้ได้เพิ่มขึ้น 3-12 เท่าตัวเลยทีเดียว แทนที่จะถูกนำไปทิ้งฝังกลบ หรืออาจจะนำไปขายเป็นอาหารสัตว์แบบที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายศักยภาพการผลิต โดยไม่สร้างภาระให้กับภาคเกษตรเพิ่มขึ้นด้วย ดร.ชัยสิทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ นักวิเคราะห์ จาก  Krungthai COMPASS กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/change-food-waste-to-supply-for-bioplastic/">เพราะ &#8216;Food Waste คือทรัพยากร&#8217; กับการต่อยอดสู่วัตถุดิบผลิตพลาสติกชีวภาพแทนพืชพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้ปัจจุบันจะเริ่มมีการรณรงค์ให้ลดการใช้พลาสติกลง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในความเป็นจริง พลาสติกก็ยังถือว่ามีความจำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เริ่มมีการหันไปหาทางเลือก ด้วยการใช้พลาสติกชีวภาพ  (ไบโอพลาสติก)​ ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะผลิตจากวัตถุดิบที่เป็นพืชพลังงานทดแทนการใช้น้ำมันปิโตรเลียม และสามารถย่อยสลายได้เร็วกว่าพลาสติกทั่วไป</p>
<p><span id="more-11580"></span></p>
<p>ขณะที่การผลิตพลาสติกชีวภาพในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ใช้วิธีการปลูกพืชพลังงานทดแทนต่างๆ เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ อาทิ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ซึ่งแม้จะเป็นทางเลือกที่ดี แต่อีกทางหนึ่งก็กระทบกับ Supply ด้านความมั่นคงทางด้านอาหาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความกังวลของโลกอยู่เช่นเดียวกัน</p>
<p><strong>ให้มอง Food Waste เป็นทรัพยากร</strong></p>
<p>Krungthai COMPASS จึงได้นำเสนอโซลูชันส์ที่ดีกว่า คือ การนำขยะอินทรีย์ หรือขยะอาหาร และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรต่างๆ ซึ่งจัดว่าเป็น Food Waste ประเภทหนึ่ง มาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตพลาสติกชีวภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับ Food Waste เหล่านี้ได้เพิ่มขึ้น 3-12 เท่าตัวเลยทีเดียว แทนที่จะถูกนำไปทิ้งฝังกลบ หรืออาจจะนำไปขายเป็นอาหารสัตว์แบบที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายศักยภาพการผลิต โดยไม่สร้างภาระให้กับภาคเกษตรเพิ่มขึ้นด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11581 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Compasss1.jpg" alt="" width="1200" height="668" /></p>
<p><strong>ดร.ชัยสิทธิ์ อนุชิตวรวงศ์</strong> นักวิเคราะห์ จาก  <strong>Krungthai COMPASS</strong> กล่าวว่า ประเทศไทยมีขยะอินทรีย์จำพวกขยะอาหารจำนวนกว่า 12 ล้านตันต่อปี ทั้งที่เหลือจากครัวเรือน รวมทั้งเศษผักผลไม้ที่พ่อค้าแม่ค้าขายไม่หมด จากตลาดสดต่างๆ  ซึ่งมีสัดส่วนราว 33-50% ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด ​ รวมท้ังมีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมากถึง 160 ล้านตันต่อปี ทั้งฟางข้าว ใบ/ ยอดอ้อย เหง้ามันสำปะหลัง ลำต้น/ ใบข้าวโพด หรือลำต้นปาล์ม เป็นต้น ซึ่งถือเป็นแหล่งคาร์บอนที่น่าสนใจ หากจะนำมาแปรรูปเป็นสารสำคัญสำหรับการผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด Polylactic Acid (PLA) และ Polyhydroxyalkanoate (PHA) ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าพลาสติกทั่วไปที่ผลิตจากปิโตรเคมี</p>
<p>การนำ Food Waste เหล่านี้มาเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตพลาสติกชีวภาพ ยังมีต้นทุนที่ถูกมาก เมื่อเทียบกับการใช้พืชอาหารแบบเดิม ทำให้ไม่เกิดความเสี่ยงเรื่องความมั่นคงทางอาหารตามมาด้วย เพราะด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนก็ทำให้พืชอาหารเหล่านี้มีความไม่แน่นอนสูงอยู่แล้ว หากหันมารณรงค์การผลิตพลาสตืกชีวภาพโดยใช้ซัพพลายจาก Food Waste ซึ่งเป็นการช่วยแก้ปัญหาปริมาณขยะจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุดด้วย โดยได้มีการคำนวนว่า หากนำขยะอินทรีย์​จากชุมชนในประเทศที่มี 12.5 ล้านตัน และฟางข้าวที่มีอยู่ 27.7 ล้านตัน มาผลิตเป็นพลาสติก PLA และ PHA จะมีปริมาณพลาสติกชีวภาพ รวมกันกว่า 2.79 ล้านตัน โดยขยะอินทรีย์ 1 กิโลกรัม สามารถอัพไซเคิลเป็นพลาสติกชีวภาพได้ 33.2 -55.1 กรัม ขณะที่ฟางข้าว 1 กิโลกรัม จะได้ 59.5 &#8211; 75 กรัม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11585 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Compasss2.jpg" alt="" width="1200" height="665" /></p>
<p class="p1"><em>&#8220;การทิ้งขยะอาหารและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร นำมาทั้งความสูญเปล่าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งยังส่งผลเสียต่อสภาพอากาศของโลกด้วย โดยมีการคำนวนมูลค่าความสูญเปล่าจากการทิ้ง Food Waste ทำให้ทั่วโลกต้องสูญเสียทรัพยากรจำนวนมากไปโดยเปล่าประโยชน์​ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.22 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2015 และหากไม่มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะสูญเสียเพิ่มเป็น 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2030 ประกอบกับขยะอาหารในพื้นที่ฝังกลบหรือเทกอง จะก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้โลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง<span class="s1"> 20 </span>ถึง<span class="s1"> 25 </span>เท่า โดยยังไม่รวมถึงการเกิดก๊าซเรือนกระจก และมลพิษที่เกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรอีกด้วย&#8221;​ ​​</em></p>
<p><strong>หลายปัจจัยหนุนตลาดพลาสติกชีวภาพเติบโต</strong></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ </strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตลาดพลาสติกชีวภาพโลกยังเติบโตได้อีกมาก โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ อาทิ การบังคับใช้กฎหมายห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastics) ความตื่นตัวของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและดูแลสุขภาพ รวมไปถึงการเร่งปรับตัวของภาคธุรกิจตอบรับกับกระแส ESG และลดก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ตลอดจนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในอนาคต ขณะที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพทำให้สามารถนำขยะอินทรีย์และวัสดุเหลือใช้ในภาคเกษตรที่มีมูลค่าน้อย มา Upcycle เป็นพลาสติกชีวภาพชนิด Polylactic Acid (PLA) และ Polyhydroxyalkanoate (PHA) ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าพลาสติกทั่วไปที่ผลิตจากปิโตรเคมี โดยคาดมูลค่าตลาด PLA และ PHA ของไทย มีโอกาสเติบโตสูงเฉลี่ยปีละ 40% หรือแตะระดับ 1.9 หมื่นล้านบาทในปี 2026</p>
<p><em>“หากจะผลักดันอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ PLA และ PHA ของไทยให้สามารถผลิต เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลกได้มากขึ้น การนำขยะอาหารและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาเป็นวัตถุดิบ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการขยายศักยภาพการผลิต โดยที่ไม่สร้างภาระต่อภาคเกษตร สำหรับประเทศไทย คาดว่า มูลค่าตลาดพลาสติกชีวภาพประเภท PLA และ PHA รวมกันมีโอกาสเติบโตแตะ 1.9 หมื่นล้านบาทภายในปี 2026  นอกจากนี้ การนำขยะอินทรีย์และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษที่เกิดจากการฝังกลบขยะอินทรีย์และการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ซึ่งช่วยสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ และเป็นการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า  ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สอดรับกับเทรนด์ ESG”  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11584 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Compasss3.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประเทศไทยจะมีความพร้อมด้านวัตถุดิบทางเลือก แต่ผู้ประกอบการในธุรกิจพลาสติกชีวภาพไทยจำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ คือ มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะการทำ R&amp;D กับ Partners ที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้แข่งขันกับพลาสติกทั่วไปได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งค้นหานวัตกรรมใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ที่สำคัญ สามารถนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้เร็วและได้จริง  ตลอดจนสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในห่วงโซ่การผลิต ทั้งด้านการจัดหาวัตถุดิบและตลาดที่มีศักยภาพรองรับ รวมไปถึงการทดสอบและการขอรับรองมาตรฐานสินค้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/change-food-waste-to-supply-for-bioplastic/">เพราะ &#8216;Food Waste คือทรัพยากร&#8217; กับการต่อยอดสู่วัตถุดิบผลิตพลาสติกชีวภาพแทนพืชพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
