<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>plastic waste &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/plastic-waste/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 01 Aug 2026 12:11:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>plastic waste &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>NEO ส่ง Refill Machine นวัตกรรม &#8216;ตู้เติมอาบ เติมซัก รักษ์โลก&#8217; หนุนไลฟ์สไตล์รักษ์โลก ชวน &#8216;เติมแทนทิ้ง&#8217; ช่วยลด Single-use Plastic  นำร่อง 25 จุดทั่วประเทศ </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/neo-refill-machine/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Aug 2026 12:11:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BeNice]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Dnee]]></category>
		<category><![CDATA[Fineline]]></category>
		<category><![CDATA[FMCG]]></category>
		<category><![CDATA[Frome Core to Care]]></category>
		<category><![CDATA[NEO]]></category>
		<category><![CDATA[Neo Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[Neo Refill Machine]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Refill]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastic]]></category>
		<category><![CDATA[ณิชมน ถกลศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ณิศรา ถกลศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดีนี่]]></category>
		<category><![CDATA[ตู้เติมอาบ เติมซัก รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[นีโอ คอร์ปอเรท]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บีไนซ์]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าอุปโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เติมซัก]]></category>
		<category><![CDATA[เติมอาบ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟน์ไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43519</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ผู้นำนวัตกรรมสินค้าอุปโภค (FMCG) ชั้นนำของไทย ในฐานะ Segment Creator ที่เข้าใจอินไซต์คนไทยอย่างลึกซึ้ง เดินหน้ายกระดับบทบาทขององค์กรสู่การเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้การลดการใช้พลาสติกเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ผ่าน &#8216;ตู้เติมอาบ เติมซัก รักษ์โลก&#8217; NEO Refill Machine ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการใช้ขวดพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งนับเป็นเป็นการสร้างปรากฎการณ์ใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย กับ “ตู้เติมอัตโนมัติ” ที่รวมผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ซักผ้า และปรับผ้านุ่ม ไว้ในตู้เดียวกัน โดยคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคใช้ในชีวิตประจำวันมาให้บริการผ่านระบบรีฟิล พร้อมนำร่องติดตั้งแล้ว 25 จุดทั่วประเทศ และตั้งเป้าสร้าง Refill Ecosystem เพื่อผลักดันให้การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงในทุกวัน คุณณิชมน ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายนวัตกรรมธุรกิจ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันวิกฤตการณ์โลกร้อนและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่หันมาให้ความสำคัญและใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ได้ผลักดันให้ธุรกิจ FMCG ต้องเร่งปรับตัวสู่ความยั่งยืน เนื่องจากผู้บริโภคในวันนี้ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่คุณภาพของสินค้าเท่านั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/neo-refill-machine/">NEO ส่ง Refill Machine นวัตกรรม &#8216;ตู้เติมอาบ เติมซัก รักษ์โลก&#8217; หนุนไลฟ์สไตล์รักษ์โลก ชวน &#8216;เติมแทนทิ้ง&#8217; ช่วยลด Single-use Plastic  นำร่อง 25 จุดทั่วประเทศ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>NEO</strong> ผู้นำนวัตกรรมสินค้าอุปโภค (FMCG) ชั้นนำของไทย ในฐานะ Segment Creator ที่เข้าใจอินไซต์คนไทยอย่างลึกซึ้ง เดินหน้ายกระดับบทบาทขององค์กรสู่การเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</p>
<p><span id="more-43519"></span></p>
<p>ด้วยการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้การลดการใช้พลาสติกเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ผ่าน &#8216;<strong>ตู้เติมอาบ เติมซัก รักษ์โลก&#8217;</strong> <strong>NEO</strong> <strong>Refill Machine </strong>ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการใช้ขวดพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งนับเป็นเป็นการสร้างปรากฎการณ์ใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย กับ “ตู้เติมอัตโนมัติ” ที่รวมผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ซักผ้า และปรับผ้านุ่ม ไว้ในตู้เดียวกัน โดยคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคใช้ในชีวิตประจำวันมาให้บริการผ่านระบบรีฟิล พร้อมนำร่องติดตั้งแล้ว 25 จุดทั่วประเทศ และตั้งเป้าสร้าง Refill Ecosystem เพื่อผลักดันให้การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงในทุกวัน</p>
<p><strong>คุณณิชมน ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายนวัตกรรมธุรกิจ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ปัจจุบันวิกฤตการณ์โลกร้อนและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่หันมาให้ความสำคัญและใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ได้ผลักดันให้ธุรกิจ FMCG ต้องเร่งปรับตัวสู่ความยั่งยืน เนื่องจากผู้บริโภคในวันนี้ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่คุณภาพของสินค้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตยุคใหม่ที่สอดรับกับการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย NEO จึงสนับสนุนและส่งเสริมแนวทางลดการใช้ขวดพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง โดยแทนที่ด้วยระบบ Refill</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43522 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/2-K.Nitchamon-K.Nissara.jpg" alt="" width="1200" height="790" /></p>
<p>การเดินหน้าขับเคลื่อนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญ ในการลดปริมาณขยะพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดย NEO เชื่อมั่นว่าระบบ Refill Ecosystem จะกลายเป็นกลไกหลักในการสนับสนุน และส่งเสริมให้คนไทยเปลี่ยนมาเติมและใช้บรรจุภัณฑ์ซ้ำในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย ซึ่งแนวทางนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวางรากฐานการบริโภคที่ยั่งยืนในอนาคต และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เข้าใกล้เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี  2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2065 ได้อย่างแท้จริง</p>
<p>เพื่อผลักดันให้เกิดพฤติกรรมการรีฟิลและการใช้บรรจุภัณฑ์ซ้ำในวงกว้าง <strong>NEO</strong><strong> ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของบริษัทที่ผู้บริโภคใช้ในชีวิตประจำวัน</strong> มาให้บริการผ่าน <strong>“ตู้เติมอาบ เติมซัก รักษ์โลก”</strong>ประกอบด้วย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43524 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/5-ทั้ง-4-โปรดักส์วางขายในตู้-Refill-Machine.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>1. ผลิตภัณฑ์ซักผ้าไฟน์ไลน์ พลัส ซันนี่ โกลด์ </strong>สูตร Biodegradable ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพซักสะอาด ขจัดคราบฝังลึก และลดกลิ่นอับชื้น พร้อมกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นราวกับแดดยามเช้า</p>
<p><strong>2. ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้นพิเศษ ไฟน์ไลน์ พรีเมียม ซอฟท์</strong> นวัตกรรมล้ำสมัยที่ช่วยลดการเกาะติดของขนสัตว์และฝุ่นละอองบนเนื้อผ้า มอบความนุ่มนวลให้แก่ผิวสัมผัสเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ควบคู่ไปกับกลิ่นหอมละมุนอ่อนโยนยาวนาน</p>
<p><strong>3. ผลิตภัณฑ์ซักผ้าเด็กผสมปรับผ้านุ่ม ดีนี่ ออร์แกนิค เยลโล่มูน </strong>สูตร 2in1 ที่ให้ผ้าสะอาดนุ่มในขั้นตอนเดียว อ่อนโยนต่อผิวทารกแรกเกิดด้วยส่วนผสมจากออร์แกนิค ว่านหางจระเข้ ผ่านการทดสอบไฮโปอัลเลอร์เจนิก ลดโอกาสเกิดการระคายเคือง</p>
<p><strong>4. ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ บีไนซ์ เพอร์เฟค</strong><strong>อิลาสติค </strong>สูตรเพื่อผิวตึงกระชับเรียบเนียนที่เป็นรุ่นขายดีตลอดกาล ผสานเทคโนโลยี Fruit Booster เซรั่มสกัดเข้มข้นจากผลไม้ ควบคู่กับสารสกัดคาเฟอีนช่วยต้านอนุมูลอิสระ มอบผิวเด้งอิ่มน้ำพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นติดผิวกายยาวนานในทุกครั้งที่อาบ</p>
<p><em>“ในช่วงแรกของการเปิดตัว NEO ได้จัดแคมเปญโปรโมชันสุดพิเศษ เพื่อเป็นการกระตุ้นและจูงใจให้ผู้บริโภค เริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมาร่วมรักษ์โลกไปด้วยกัน โดยมอบขวดเปล่าคุณภาพดีให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการเติมผลิตภัณฑ์ชนิดใดก็ได้ จำนวน 1 ลิตร ณ ตู้รีฟิลที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 (หรือจนกว่าสิทธิ์ของแถมจะหมดลง) แคมเปญนี้เราตั้งใจจัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนเริ่มต้นเข้าสู่ระบบการใช้ซ้ำและทดลองสัมผัสประสบการณ์ Refill ได้สะดวกยิ่งขึ้น”</em> <strong>คุณณิชมน </strong>กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43525 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/8-โปรโมชั่น-ฟรีขวดรีฟิล-จนกว่าของจะหมด.jpg" alt="" width="600" height="600" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวถึงความพร้อมด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างการดำเนินงานว่า NEO ได้ทุ่มเทพัฒนา Refill Machine ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาขยะพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง และเน้นออกแบบระบบการทำงานให้การเติมผลิตภัณฑ์เป็นเรื่องที่ง่ายดาย สะดวก ปลอดภัย และสะอาดถูกสุขอนามัยสำหรับชีวิตประจำวันของทุกคน ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อผ่านระบบ Smart Monitoring แบบ Real-time ทำให้ทีมวิศวกรและฝ่ายปฏิบัติการสามารถตรวจสอบปริมาณสินค้า สภาพการทำงานของตู้ และบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม่นยำ</p>
<p>สำหรับวิธีการซื้อสินค้าผ่าน <strong>ตู้เติมอาบ เติมซัก รักษ์โลก </strong>ถูกออกแบบให้มีความง่ายและไม่ซับซ้อน เพียงนำบรรจุภัณฑ์เปล่าที่สะอาด ตามขนาดที่ต้องการ จากนั้นทำการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ต้องการผ่านหน้าจอระบบสัมผัสอัจฉริยะ เลือกปริมาณที่ต้องการเติม แล้วดำเนินการชำระเงินผ่านระบบสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Payment) รองรับทั้งโมบายแบงก์กิ้งและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นระบบจะทำการจ่ายผลิตภัณฑ์ลงขวดอย่างแม่นยำด้วยหัวจ่ายระบบปิดที่ได้มาตรฐานความสะอาดสูงสุด ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายเสมือนการซื้อสินค้าสำเร็จรูปทั่วไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43523 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/4-ร้านค้าทั้ง-25-แห่ง-ที่ติดตั้งเครื่อง-refill-machine.jpg" alt="" width="700" height="700" /></p>
<p>ในด้านกลยุทธ์พื้นที่การจัดวาง NEO ให้ความสำคัญกับการเลือกติดตั้ง <strong>ตู้เติมอาบ เติมซัก รักษ์โลก </strong>ในทำเลชุมชนและแหล่งร้านค้าปลีก ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายในชีวิตประจำวัน โดยเบื้องต้นได้นำร่องติดตั้งเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 25 ตู้ กระจายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด พร้อมมีแผนขยายการติดตั้งเพิ่มเติมภายในสิ้นปีนี้</p>
<p><em>“NEO มุ่งหวังที่จะนำนวัตกรรมมาช่วยเสริมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบยั่งยืน ทำให้การรักษ์โลกให้เป็นเรื่องใกล้ตัว และไม่เป็นภาระของผู้บริโภค เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถลงมือทำและเกิดขึ้นได้จริงในทุกๆ วัน”</em> <strong>คุณ​ณิศรา </strong>กล่าวสรุป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/neo-refill-machine/">NEO ส่ง Refill Machine นวัตกรรม &#8216;ตู้เติมอาบ เติมซัก รักษ์โลก&#8217; หนุนไลฟ์สไตล์รักษ์โลก ชวน &#8216;เติมแทนทิ้ง&#8217; ช่วยลด Single-use Plastic  นำร่อง 25 จุดทั่วประเทศ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินโดรามา เวนเจอร์ส ผนึก PETValue Philippines และ Republic Cement เดินหน้า Zero Waste to Landfill ​ช่วยพันธมิตร​ลดของเสียภาคอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/indorama-ventures-join-petvalue-philippines/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 11:39:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bottle-to-Bottle Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Closed Loop]]></category>
		<category><![CDATA[Coca-Cola Europacific Aboitiz Philippines]]></category>
		<category><![CDATA[ecoloop]]></category>
		<category><![CDATA[IndoNova]]></category>
		<category><![CDATA[IndoNova อินโดรามา เวนเจอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[Indorama Ventures]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[PCR]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[PETValue Philippines]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[Value Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปันกาจ ซินฮา]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดรามา เวนเจอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43507</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านโครงการใหม่ &#8216;ขยะเป็นศูนย์สู่หลุมฝังกลบ&#8217; (Zero Waste to Landfill) ณ โรงงานรีไซเคิล PETValue Philippines ตอกย้ำให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยลดปริมาณของเสียได้ ทั้งนี้ บทบาท  IndoNova ธุรกิจรีไซเคิลในเครืออินโดรามา เวนเจอร์ส คือการนำขวด PET หลังการบริโภคกลับมาแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติก PET รีไซเคิล (rPET) คุณภาพสูงสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (food grade) เพื่อช่วยให้วัสดุที่มีคุณค่ายังคงหมุนเวียนอยู่ในระบบ ผ่านแนวทาง​รีไซเคิลแบบขวดสู่ขวด (bottle-to-bottle recycling) พร้อมเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือเชิงนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ครอบคลุมมากกว่ากระบวนการรีไซเคิล โดยความมุ่งมั่นดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านบริษัท PETValue Philippines ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง อินโดรามา เวนเจอร์ส กับ Coca-Cola Europacific Aboitiz Philippines ที่ล่าสุดได้ร่วมมือกับบริษัท Republic Cement &#38; Building Materials หนึ่งในผู้ผลิตปูนซีเมนต์ชั้นนำของประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเปิดตัวโครงการ Zero Waste to [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/indorama-ventures-join-petvalue-philippines/">อินโดรามา เวนเจอร์ส ผนึก PETValue Philippines และ Republic Cement เดินหน้า Zero Waste to Landfill ​ช่วยพันธมิตร​ลดของเสียภาคอุตสาหกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</strong> เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านโครงการใหม่ &#8216;<strong>ขยะเป็นศูนย์สู่หลุมฝังกลบ&#8217; (Zero Waste to Landfill)</strong> ณ โรงงานรีไซเคิล PETValue Philippines ตอกย้ำให้เห็นว่าความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยลดปริมาณของเสียได้</p>
<p><span id="more-43507"></span></p>
<p>ทั้งนี้ บทบาท  <strong>IndoNova</strong> ธุรกิจรีไซเคิลในเครืออินโดรามา เวนเจอร์ส คือการนำขวด PET หลังการบริโภคกลับมาแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติก PET รีไซเคิล (rPET) คุณภาพสูงสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (food grade) เพื่อช่วยให้วัสดุที่มีคุณค่ายังคงหมุนเวียนอยู่ในระบบ ผ่านแนวทาง​รีไซเคิลแบบขวดสู่ขวด (bottle-to-bottle recycling) พร้อมเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือเชิงนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ครอบคลุมมากกว่ากระบวนการรีไซเคิล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43510 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/re-CCEAP-PetValue-5-.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>โดยความมุ่งมั่นดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านบริษัท <strong>PETValue Philippines</strong> ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง <strong>อินโดรามา เวนเจอร์ส</strong> กับ <strong>Coca-Cola Europacific Aboitiz Philippines</strong> ที่ล่าสุดได้ร่วมมือกับบริษัท <strong>Republic Cement &amp; Building Materials</strong> หนึ่งในผู้ผลิตปูนซีเมนต์ชั้นนำของประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเปิดตัวโครงการ <strong>Zero Waste to Landfill</strong></p>
<p><strong>PETValue Philippines</strong> ตั้งอยู่ในจังหวัดคาวีเต และเป็นโรงงานรีไซเคิล PET แบบขวดสู่ขวด สำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งแรกของประเทศฟิลิปปินส์ โดยนำขวด PET มารีไซเคิลเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งในกระบวนการดังกล่าว <em><strong>ฝาขวดและฉลากที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์โดย ecoloop </strong></em>ธุรกิจด้านการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ ของ Republic Cement และนำเข้าสู่กระบวนการเผาร่วม <strong>เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในการผลิตปูนซีเมนต์ ทำให้วัสดุเหล่านี้ยังคงถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างคุณค่าได้ พร้อมช่วยลดปริมาณของเสีย</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43511 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/re-Pankaj-Sinha-Head-of-IndoNova-.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong>คุณปันกาจ ซินฮา หัวหน้าธุรกิจรีไซเคิล </strong><strong>IndoNova </strong><strong>อินโดรามา เวนเจอร์ส</strong> กล่าวว่า   IndoNova มีความเชื่อว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงเมื่อขวดหนึ่งถูกนำกลับมาเป็นขวดใหม่อีกครั้ง แต่ยังมองหาแนวทางใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้วัสดุทุกประเภทที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการรีไซเคิลกลับมาสร้างคุณค่าและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมและความร่วมมือสามารถช่วยลดของเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และช่วยนำพาให้เราก้าวไปอีกขั้นในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริง​&#8221;</em></p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าว สะท้อน​การผสานศักยภาพด้านการรีไซเคิลแบบขวดสู่ขวดของ PETValue เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ของ Republic Cement <strong>ช่วยสร้างโซลูชันด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบบูรณาการ ทำให้วัสดุสามารถถูกนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น</strong> ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมสามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43512 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Re-PETValue-Site.jpg" alt="" width="1200" height="728" /></p>
<p><strong>คุณแองเจลา เอดราลิน-วาเลนเซีย ผู้อำนวยการ </strong><strong>ecoloop</strong> กล่าวว่า เราช่วยพันธมิตรสร้างคุณค่าจากของเสีย พร้อมลดการพึ่งพาการฝังกลบ ความร่วมมือกับ PETValue ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>สำหรับโครงการ<strong> Zero Waste to Landfill</strong> สะท้อนความมุ่งมั่นของอินโดรามา เวนเจอร์ส ในการเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ก้าวไปไกลกว่าการรีไซเคิลแบบขวดสู่ขวด และนับตั้งแต่เข้าสู่ธุรกิจรีไซเคิลในปี 2554 บริษัทฯ ได้นำขวด PET หลังการบริโภคกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแล้วเกือบ 180,000 ล้านขวด และปัจจุบันรีไซเคิลขวด PET ได้มากกว่า 700 ขวดต่อวินาที  ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลระดับโลกเข้ากับความร่วมมือเชิงนวัตกรรมที่ช่วยสร้างคุณค่าจากวัสดุตลอดกระบวนการรีไซเคิล อินโดรามา เวนเจอร์ส จึงมีส่วนช่วยลดปริมาณของเสีย เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/indorama-ventures-join-petvalue-philippines/">อินโดรามา เวนเจอร์ส ผนึก PETValue Philippines และ Republic Cement เดินหน้า Zero Waste to Landfill ​ช่วยพันธมิตร​ลดของเสียภาคอุตสาหกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตฮอร์มุซ สะเทือน Supply Shock สู่โอกาสตลาด Non-fossil พร้อมเปิดประตู &#8216;ประเทศไทย&#8217; สร้างฐานเศรษฐกิจชีวภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/hormuz-crisis-to-thailand-bioeconomy-opportunity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 13:24:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-based Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Bioeconomy]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastics]]></category>
		<category><![CDATA[Global Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Hormuz]]></category>
		<category><![CDATA[Non-fossil]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[r-HDPE]]></category>
		<category><![CDATA[r-PET]]></category>
		<category><![CDATA[Recycled Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Shock]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องแคบฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานฟอสซิล]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่ธุรกิจโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41418</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง จากการโจมตีอิหร่าน นำมาสู่การปิด &#8216;ช่องแคบฮอร์มุซ&#8217; (Hormuz) สร้างผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจาก บริเวณดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการเป็นแหล่ง​ผลิตพลังงานฟอสซิล ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญใน​ปัจจุบัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงสงครามภายในพื้นที่ หรือเป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างคู่กรณีเท่านั้น แต่ยังกระทบ Global Supply Chain หรือ ห่วงโซ่ธุรกิจโลก เนื่องจากปริมาณซัพพลายน้ำมันฟอสซิลกว่า 20-25% ได้รับ​ผลกระทบ​จากความขัดแย้งนี้ และ​หายออกไปจากระบบ จึงกระทบต่อปริมาณวัตถุดิบที่ต้องนำไปใช้ในกระบวนการผลิต​ผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่มตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงเห็นหลายธุรกิจออกมาประเมินผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นจากวิกฤตน้ำมันฟอสซิล ทั้ง​จากราคาที่​ปรับ​สูงขึ้น รวมถึงอุปสรรคในการนำเข้าวัตถุดิบ และยังสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่​​สู่อุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งภาคขนส่ง ภาคพลังงาน ภาค​การเกษตรซึ่งเป็นต้นทางของธุรกิจอาหาร​ รวมไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างบรรจุภัณฑ์​ ที่ผู้ผลิตบางรายต้องใช้ แนฟทา (Naptha) เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของการผลิตเม็ดพลาสติก และ​​เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในห่วงโซ่ของน้ำมันฟอสซิลด้วยเช่นกัน โอกาสของตลาด Non-Fossil แม้โลกจะยังอยู่ท่ามกลางวิกฤต  และเต็มไปด้วยความกังวลต่อ Hormuz Effect ที่ยังต้องเฝ้าระวังและประเมินฉากทัศน์เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ว่าจะขยายวงกว้างและลากยาวไปถึงเมื่อไหร่ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สร้างความตระหนักรู้ต่อความเสี่ยงสำคัญของโลกในการพึ่งพา​พลังงานฟอสซิล (Fossil-based) เพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการส่งเสริมวัตถุดิบ​ทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ทดแทนน้ำมันฟอสซิลได้ โดยเฉพาะใน &#8216;อุตสาหกรรมพลาสติก&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/hormuz-crisis-to-thailand-bioeconomy-opportunity/">วิกฤตฮอร์มุซ สะเทือน Supply Shock สู่โอกาสตลาด Non-fossil พร้อมเปิดประตู &#8216;ประเทศไทย&#8217; สร้างฐานเศรษฐกิจชีวภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง จากการโจมตีอิหร่าน นำมาสู่การปิด &#8216;<strong>ช่องแคบฮอร์มุซ&#8217; (Hormuz)</strong> สร้างผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจาก บริเวณดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก</p>
<p><span id="more-41418"></span></p>
<p>โดยเฉพาะการเป็นแหล่ง​ผลิตพลังงานฟอสซิล ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญใน​ปัจจุบัน</p>
<p>ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงสงครามภายในพื้นที่ หรือเป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างคู่กรณีเท่านั้น แต่ยังกระทบ <strong>Global Supply Chain</strong> หรือ <strong>ห่วงโซ่ธุรกิจโลก</strong> เนื่องจากปริมาณซัพพลายน้ำมันฟอสซิลกว่า 20-25% ได้รับ​ผลกระทบ​จากความขัดแย้งนี้ และ​หายออกไปจากระบบ จึงกระทบต่อปริมาณวัตถุดิบที่ต้องนำไปใช้ในกระบวนการผลิต​ผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่มตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>เราจึงเห็นหลายธุรกิจออกมาประเมินผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นจากวิกฤตน้ำมันฟอสซิล ทั้ง​จากราคาที่​ปรับ​สูงขึ้น รวมถึงอุปสรรคในการนำเข้าวัตถุดิบ และยังสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่​​สู่อุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งภาคขนส่ง ภาคพลังงาน ภาค​การเกษตรซึ่งเป็นต้นทางของธุรกิจอาหาร​ รวมไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างบรรจุภัณฑ์​ ที่ผู้ผลิตบางรายต้องใช้ <strong>แนฟทา (Naptha)</strong> เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของการผลิตเม็ดพลาสติก และ​​เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในห่วงโซ่ของน้ำมันฟอสซิลด้วยเช่นกัน</p>
<figure id="attachment_41419" aria-describedby="caption-attachment-41419" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-41419 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Hormuz3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-41419" class="wp-caption-text">Photo Credit: Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong>โอกาสของตลาด </strong><strong>Non-Fossil </strong></p>
<p>แม้โลกจะยังอยู่ท่ามกลางวิกฤต  และเต็มไปด้วยความกังวลต่อ<strong> Hormuz Effect</strong> ที่ยังต้องเฝ้าระวังและประเมินฉากทัศน์เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ว่าจะขยายวงกว้างและลากยาวไปถึงเมื่อไหร่ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สร้างความตระหนักรู้ต่อความเสี่ยงสำคัญของโลกในการพึ่งพา​พลังงานฟอสซิล (Fossil-based) เพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการส่งเสริมวัตถุดิบ​ทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ทดแทนน้ำมันฟอสซิลได้</p>
<p>โดยเฉพาะใน<strong> &#8216;อุตสาหกรรมพลาสติก&#8217;</strong> ที่​ปริมาณความต้องการใช้ทั่วโลกอยู่ในระดับสูง และถือเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญที่เข้าไปมีบทบาทในหลายอุตสาหกรรมสำคัญไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ ยานยนต์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ เสื้อผ้าและเส้นใย รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ จึงจำเป็นต้องให้​ความสำคัญในการ​บริหารความเสี่ยง เพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นภายในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งในปัจจุบันรวมทั้งในอนาคตข้างหน้า</p>
<p>วิกฤตที่เกิดขึ้น จึงเป็นหนึ่งภาพสะท้อนและตัวเร่งให้เห็นความจำเป็นในการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกทางเลือกอย่าง <strong>&#8216;ไบโอพลาสติก&#8217;</strong> <strong>(Bio-based Plastics)</strong> ​รวมท้ัง <strong>&#8216;พลาสติกรีไซเคิล&#8217; (Recycled Plastics) </strong>เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน​มีความพร้อมทั้ง​ด้านเทคโนโลยี รวมทั้งปริมาณซัพพลายของวัตถุดิบที่สามารถผลิตได้จากกลุ่มพืชพลังงาน ไปจนถึงการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้แล้ว โดยลดการพึ่งพากลุ่มพลังงานฟอสซิล​ และยังสอดคล้องกับเมกะเทรนด์สำคัญของโลกเรื่อง <strong>Sustainability</strong> ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการมุ่งสู่เป้าหมาย<strong> Net Zero</strong> ภายในปี 2050 อีกด้วย</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41479 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/PLA-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>ความพร้อม &#8216;ประเทศไทย&#8217; สู่ศูนย์กลางผลิต &#8216;พลาสติกทางเลือก&#8217;</strong></p>
<p>การขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมทั้งการผลิตและการใช้งานพลาสติกทางเลือกอย่าง ไบโอพลาสติก​ และพลาสติกรีไซเคิล นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางจัดการเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโลกในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวน และความท้าทายรอบด้าน</p>
<p><em><strong>ที่สำคัญยังเป็นการสร้างโอกาสสำคัญให้ประเทศไทย ในฐานะ &#8216;ศูนย์กลางการผลิต&#8217; ทั้งไบโอพลาสติก​ และพลาสติกรีไซเคิล</strong></em> เนื่องจากความพร้อมทั้งการมีซัพพลายวัตถุดิบอย่างเพียงพอสำหรับการผลิต<strong> ไบโอพลาสติก​ (Bio-based Plastics)</strong> จากผลผลิตทางการเกษตร ในกลุ่มพืชพลังงาน โดยเฉพาะ <strong>&#8216;อ้อย&#8217; </strong> ​ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกหลักๆ ของโลก จึงมีปริมาณเพียงพอสำหรับการป้อนสู่กระบวนการผลิตไบโอพลาสติก</p>
<p>ทั้งนี้ ภาคเอกชนของไทยถือว่ามีความพร้อมในการพัฒนาไบโอพลาสติก​อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการนำวัตถุดิบทางการเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ รองรับการ​แปรรูปเป็นวัสดุไบโอพลาสติก​ที่สามารถใช้งานได้จริงในระดับอุตสาหกรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41432 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Sugarcrane.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้การผลิตไบโอพลาสติกจากอ้อยไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นแล้ว และสามารถตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ทั้งบรรจุภัณฑ์ เส้นใยสิ่งทอ ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค</p>
<p>ที่สำคัญ การพัฒนาในลักษณะนี้ยังช่วยต่อยอดมูลค่าให้กับภาคเกษตรของไทย เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และสร้างระบบการผลิตที่ลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากฟอสซิล พร้อมรองรับความต้องการวัสดุคาร์บอนต่ำที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลก</p>
<p>สำหรับ <strong>กลุ่มพลาสติกรีไซเคิล (Recycled Plastics)</strong> เป็นการสร้างโอกาสตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อ​บริหารจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลังการบริโภค (PCR Plastic) ให้สามารถนำกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ได้อีกครั้ง (Waste to Value) ​และเริ่มเห็นทั้ง​การตื่นตัวและความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการณรงค์การแยกขยะ รวมทั้งการนำผลิตภัณฑ์พลาสติก PCR กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ทั้งกลุ่ม r-PET รวมทั้ง r-HDPE เพื่อผลิตเป็นพลาสติกรีไซเคิลได้ใหม่อีกครั้ง</p>
<figure id="attachment_41421" aria-describedby="caption-attachment-41421" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-41421 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/R-plastic.jpg" alt="" width="1200" height="675" /><figcaption id="caption-attachment-41421" class="wp-caption-text">Photo Credit: Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p>โดยเฉพาะในกลุ่ม <strong>r-PET</strong> ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทย ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจาก อย. ทำให้มาตรฐาน r-PET ที่ผลิตได้เทียบเท่าเม็ดพลาสติกใหม่ และมีความปลอดภัยในระดับ Food Grade ทำให้สามารถขับเคลื่อนการรีไซเคิลในระบบปิด (Closed Loop)  เพื่อรีไซเคิลแบบ​ <strong>Bottle  to Bottle </strong>ได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรต้นทางอย่างฟอสซิลเป็นหลักแต่เพียงอย่างเดีย</p>
<p>ขณะที่กลุ่ม <strong> r-HDPE</strong> ก็สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์สินค้าต่างๆ วัสดุอุปกรณ์ใช้งานในครัวเรือน หรือในระดับอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น</p>
<p>เห็นได้ว่า แม้จะอยู่ท่ามกลางวิกฤต แต่ประเทศไทย ยังมีพื้นที่สำหรับการสร้างโอกาสใหม่ได้เสมอ และหากอยากจะขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนา​อย่างรวดเร็วและจับต้องได้ ทั้งการมีมาตรการและส่งเสริมจากภาครัฐ ​เพื่อให้เกิดการต่อยอดจากจุดแข็งและแต้มต่อของประเทศในฐานะครัวของโลก รวมทั้งยัง​มีพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชพลังงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนและช่วยขับเคลื่อนความพร้อมให้ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยี หรือการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น</p>
<figure id="attachment_41422" aria-describedby="caption-attachment-41422" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-41422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Re-thai-Bio.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-41422" class="wp-caption-text">Photo Credit: Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p>รวมทั้งภาคประชาชน ที่สามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนผ่านพฤติกรรมในชีวิตประจำนวัน ไม่ว่าจะเป็นการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อมีส่วนช่วยเพิ่มปริมาณวัตถุดิบต้นทางไปต่อยอดสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ หรือสนับสนุนแบรนด์ที่ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพและรีไซเคิล ซึ่งไม่ใช่เพียงการตอบโจทย์ในมิติสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดความเสี่ยงในห่วงโซ่การผลิต สร้างความมีเอกภาพและความเข้มแข็งให้กับซัพพลายเชนภายในประเทศ ซึ่งเริ่มต้นได้ง่ายๆ และทุกคนในประเทศสามารถเข้ามาขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/hormuz-crisis-to-thailand-bioeconomy-opportunity/">วิกฤตฮอร์มุซ สะเทือน Supply Shock สู่โอกาสตลาด Non-fossil พร้อมเปิดประตู &#8216;ประเทศไทย&#8217; สร้างฐานเศรษฐกิจชีวภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากอวนผีสู่วัสดุตั้งต้นการพิมพ์สามมิติ จุฬาฯ พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิล เปลี่ยนขยะทะเลเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/chula-transform-ghost-nets-to-value-material/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Feb 2026 02:25:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3D Printing]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn University]]></category>
		<category><![CDATA[Ghost Gear]]></category>
		<category><![CDATA[Ghost Nets]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Material]]></category>
		<category><![CDATA[PETROMAT]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การพิมพ์สามมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐพล ไร่สงัด]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ]]></category>
		<category><![CDATA[อวนประมง]]></category>
		<category><![CDATA[อวนผี]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นฟิลาเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39976</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิจัยจุฬาฯ พลิกขยะอวนประมงให้เป็นเส้นฟิลาเมนต์สำหรับ 3D Printing มุ่งสู่การพัฒนานวัตกรรมวัสดุรีไซเคิลที่ใช้งานได้จริง ลดไมโครพลาสติก และส่งเสริมการรีไซเคิลอวน พร้อมวางรากฐานสู่โอกาสสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชนชาวประมงในอนาคตอย่างยั่งยืน ทุกครั้งที่เดินเล่นริมชายหาด นอกจากความงามของทะเลและสายลมเค็มที่พัดเอาความสดชื่นมาให้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ ดร.ณัฐพล ไร่สงัด อาจารย์จากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่อาจมองข้ามได้เลย คือขยะพลาสติกที่กระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่ง ทั้งขวดน้ำ เศษถุงพลาสติก เศษผ้า ไปจนถึงชิ้นส่วนของของใช้ในชีวิตประจำวัน และที่สร้างผลกระทบมากที่สุดคืออวนประมงที่ถูกทิ้งและลอยเกยชายฝั่ง ซึ่งเรามักเรียกกันว่า “อวนผี” – หนึ่งในขยะที่ส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างเงียบงัน แม้งานวิจัยหลักของ ดร.ณัฐพล จะมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุสำหรับการพิมพ์สามมิติเพื่อใช้งานทางการแพทย์และด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไฮโดรเจลสำหรับงานสร้างเนื้อเยื่อ ไปจนถึงวัสดุยืดหยุ่นสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ด้วยความรักในท้องทะเลและความห่วงใยต่อความปลอดภัยของอาหารทะเล ดร.ณัฐพล ก็ไม่อาจปล่อยให้อวนผีลอยนวลอยู่ในทะเลหรือถูกทิ้งเกลื่อนตามชายหาดโดยไม่ลงมือทำอะไรเลย นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีพอลิเมอร์จึงริเริ่มโครงการ &#8216;การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ&#8217; โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) และได้รับความอนุเคราะห์เม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมง รวมถึงการร่วมมือในการวิจัยจากบริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ด้วยความหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติ และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาขยะทะเลอย่างยั่งยืน  “ในประเทศไทยมีการรีไซเคิลอวนประมงอยู่บ้างแล้ว โดยชาวบ้านขายอวนเก่าให้กับพ่อค้าที่รับซื้อเพื่อนำไป รีไซเคิล แต่ยังไม่มีการนำพลาสติกไนลอนจากอวนเหล่านี้มาใช้ในเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการพิมพ์สามมิติ” ดร.ณัฐพล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/chula-transform-ghost-nets-to-value-material/">จากอวนผีสู่วัสดุตั้งต้นการพิมพ์สามมิติ จุฬาฯ พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิล เปลี่ยนขยะทะเลเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>นักวิจัยจุฬาฯ พลิกขยะอวนประมงให้เป็นเส้นฟิลาเมนต์สำหรับ 3</em><em>D Printing </em><em>มุ่งสู่การพัฒนานวัตกรรมวัสดุรีไซเคิลที่ใช้งานได้จริง ลดไมโครพลาสติก และส่งเสริมการรีไซเคิลอวน พร้อมวางรากฐานสู่โอกาสสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชนชาวประมงในอนาคตอย่างยั่งยืน</em></p>
<p><span id="more-39976"></span></p>
<p>ทุกครั้งที่เดินเล่นริมชายหาด นอกจากความงามของทะเลและสายลมเค็มที่พัดเอาความสดชื่นมาให้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ <strong>ดร.ณัฐพล ไร่สงัด อาจารย์จากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ไม่อาจมองข้ามได้เลย คือขยะพลาสติกที่กระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่ง ทั้งขวดน้ำ เศษถุงพลาสติก เศษผ้า ไปจนถึงชิ้นส่วนของของใช้ในชีวิตประจำวัน และที่สร้างผลกระทบมากที่สุดคืออวนประมงที่ถูกทิ้งและลอยเกยชายฝั่ง ซึ่งเรามักเรียกกันว่า <strong>“อวนผี”</strong> – หนึ่งในขยะที่ส่งผลร้ายต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างเงียบงัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/ดร.ณัฐพล-ไร่สงัด.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>แม้งานวิจัยหลักของ ดร.ณัฐพล จะมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุสำหรับการพิมพ์สามมิติเพื่อใช้งานทางการแพทย์และด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไฮโดรเจลสำหรับงานสร้างเนื้อเยื่อ ไปจนถึงวัสดุยืดหยุ่นสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ด้วยความรักในท้องทะเลและความห่วงใยต่อความปลอดภัยของอาหารทะเล ดร.ณัฐพล ก็ไม่อาจปล่อยให้อวนผีลอยนวลอยู่ในทะเลหรือถูกทิ้งเกลื่อนตามชายหาดโดยไม่ลงมือทำอะไรเลย <strong>นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีพอลิเมอร์จึงริเริ่มโครงการ &#8216;การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ&#8217; โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (</strong><strong>PETROMAT) </strong><strong>และได้รับความอนุเคราะห์เม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมง รวมถึงการร่วมมือในการวิจัยจากบริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ด้วยความหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมการพิมพ์สามมิติ และมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาขยะทะเลอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><strong> </strong>“ในประเทศไทยมีการรีไซเคิลอวนประมงอยู่บ้างแล้ว โดยชาวบ้านขายอวนเก่าให้กับพ่อค้าที่รับซื้อเพื่อนำไป รีไซเคิล แต่ยังไม่มีการนำพลาสติกไนลอนจากอวนเหล่านี้มาใช้ในเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการพิมพ์สามมิติ” ดร.ณัฐพล กล่าวถึงโอกาสในการพัฒนานวัตกรรม”</p>
<p><strong>อวนผี ภัยร้ายแห่งท้องทะเล</strong></p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล</strong> อธิบายว่า <strong>&#8220;อวนผี&#8221;</strong> (Ghost Net) เป็นชื่อที่เรียกอวนประมงที่ถูกทิ้งและล่องลอยไปมาในมหาสมุทรโดยไร้ทิศทางเหมือนผี เมื่อลอยไปที่ใด ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่อยู่ตรงนั้น ซึ่งผลกระทบของอวนผีต่อระบบนิเวศทางทะเลนั้นรุนแรงกว่าที่หลายคนคิด</p>
<p><em>“เมื่ออวนประมงถูกทิ้งหรือหลุดหายลงสู่ทะเล มันยังคงทำหน้าที่ดักจับสัตว์ทะเลต่อไปเหมือนตอนถูกใช้งาน แต่ครั้งนี้จะไม่มีชาวประมงมาเก็บผลผลิต สัตว์ทะเลที่ติดอวนจึงมักไม่สามารถรอดชีวิตได้ เราอาจคุ้นตากับภาพเต่าทะเลหรือปลาที่พันติดอวนผ่านสื่อต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริง เหล่านั้นเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของปัญหาที่เกิดขึ้นใต้ผืนน้ำเท่านั้น”</em></p>
<p>อีกส่วนของปัญหาจากอวนผีคือ <strong>“ไมโครพลาสติก”</strong> ซึ่งเป็นประเด็นที่กระทบต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตทางทะเลและมนุษย์ ดร.ณัฐพลกล่าว</p>
<p><em>“อวนเหล่านี้เมื่อถูกแสงแดด คลื่น และสภาพแวดล้อมทางทะเลกัดกร่อนเป็นเวลานาน เส้นใยพลาสติกจะค่อย ๆ แตกตัวจนกลายเป็นไมโครพลาสติก ซึ่งสามารถกระจายสะสมอยู่ในน้ำทะเลและถูกกินโดยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างแพลงก์ตอนหรือสัตว์น้ำวัยอ่อน ไมโครพลาสติกเหล่านี้จึงถูกส่งต่อและสะสมขึ้นเรื่อย ๆ ในห่วงโซ่อาหารจนถึงสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ และท้ายที่สุดอาจย้อนกลับมาสู่มนุษย์ผ่านการบริโภคอาหารทะเล”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Nets1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นวัตกรรมเพื่อระบบที่ยั่งยืนและทุกฝ่ายได้ประโยชน์  </strong></p>
<p>โครงการ <strong>&#8216;การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีสามมิติ&#8217;</strong> เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) พร้อมทั้งได้รับความอนุเคราะห์เม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมง และความร่วมมือด้านงานวิจัยจากบริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ดร.ณัฐพลอธิบายถึงวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย 3 ประการ ได้แก่</p>
<p><strong>ด้านวิชาการ</strong> การพัฒนาวัสดุชนิดใหม่จากพลาสติกรีไซเคิลให้สามารถใช้งานได้จริงในเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความรู้เชิงลึกทางด้านเคมีพอลิเมอร์ เนื่องจากพลาสติกที่รีไซเคิลมักมีคุณสมบัติที่แตกต่างไปจากพลาสติกใหม่ นักวิจัยจึงต้องปรับสูตรและเติมสารเติมแต่งต่าง ๆ เพื่อให้ได้เส้นฟิลาเมนต์ที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ทั่วไป</p>
<p><strong>ด้านสิ่งแวดล้อม</strong> การเปิดช่องทางใหม่ในการใช้งานพลาสติกรีไซเคิลจากอวนจะช่วยเพิ่มมูลค่าและความต้องการอวนเก่า ส่งผลให้มีการรีไซเคิลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะในทะเล</p>
<p><strong>ด้านชุมชน</strong> โครงการนี้มุ่งหวังที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนชาวประมง ในปัจจุบันอวนเก่ามักถูกส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล แต่หากชุมชนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูปเบื้องต้น เช่น การล้าง การตากแห้ง หรือการบดเบื้องต้น ชาวประมงก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุที่มีอยู่แล้ว และนำไปจำหน่ายในรูปแบบที่มีคุณภาพมากขึ้น</p>
<p>“ปัจจุบันแม้จะมีการรีไซเคิลอวนประมงอยู่บ้างแล้ว แต่การนำไปใช้งานยังค่อนข้างจำกัด การเปิดช่องทางใหม่ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติจะทำให้มีตลาดรองรับพลาสติกรีไซเคิลจากอวนมากขึ้น เมื่อมีตลาดที่แน่นอน ก็จะมีการเก็บรวบรวมอวนเก่ามากขึ้น ราคารับซื้อก็จะดีขึ้น ชาวประมงก็ได้รับประโยชน์มากขึ้น และ<strong>ที่สำคัญคือทะเลของเราก็จะสะอาดขึ้น สิ่งนี้คือเป้าหมายที่แท้จริงของโครงการ ไม่ใช่แค่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการสร้างระบบที่ยั่งยืนโดยทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งสิ่งแวดล้อม ชุมชน และภาคอุตสาหกรรม”</strong> ดร.ณัฐพลกล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39980 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193224_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong> </strong><strong>กระบวนการแปรรูป จากขยะสู่นวัตกรรม</strong></p>
<p>การเปลี่ยนอวนประมงที่ถูกทิ้งให้กลายเป็นเส้นฟิลาเมนต์คุณภาพสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติไม่ใช่กระบวนการที่ทำได้ในทันที แต่ต้องผ่านการแปรรูปหลายขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเก็บอวนผีขึ้นจากทะเล    ไปจนถึงการผลิตเป็นเส้นฟิลาเมนต์พร้อมใช้งาน</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนแรก &#8211; การคัดแยกและทำความสะอาด</strong> เมื่อได้อวนมา สิ่งที่ต้องทำก่อนคือการแยกส่วนประกอบที่ไม่ต้องการออก เช่น ตะกั่ว ทุ่น โฟม เชือกอื่น ๆ รวมถึงเศษดิน ทราย หิน และเปลือกหอยที่ติดมากับอวน จากนั้นจึงนำไปล้างให้สะอาด ขั้นตอนนี้ถือเป็น “pain point” สำคัญ เพราะต้องใช้น้ำจำนวนมากและต้องการพื้นที่รองรับค่อนข้างมาก หากต้องการนำไปใช้จริงในระดับชุมชน จำเป็นต้องวางแผนเรื่องระบบน้ำและพื้นที่ล้างอย่างเหมาะสม</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนที่สอง &#8211; การสับบดและคัดขนาด</strong> เมื่ออวนแห้งและสะอาดแล้ว จะถูกนำเข้าสู่เครื่องสับหรือเครื่องบดให้มีขนาดเล็กลง จากนั้นคัดแยกให้ได้เกล็ดพลาสติกที่มีขนาดเหมาะสมต่อการหลอมในขั้นตอนถัดไป</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนที่สาม</strong> <strong>&#8211; การหลอมผสม </strong>อวนที่ถูกบดละเอียดแล้วจะถูกนำมาหลอมและผสมกับสารเติมแต่งต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติ จากนั้นจึงขึ้นรูปเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล</p>
<p><strong>&#8211; ขั้นตอนที่สี่ &#8211; การดึงเป็นเส้น</strong> เม็ดพลาสติกรีไซเคิลจะถูกหลอมอีกครั้งและรีดผ่านหัวดายให้เป็นเส้นยาว ก่อนเข้าสู่เครื่องดึงเพื่อให้ได้เส้นฟิลาเมนต์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางคงที่ประมาณ 1.75 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติชนิด Fused Deposition Modeling (FDM)</p>
<p>ดร.ณัฐพลอธิบายถึงเหตุผลที่ไม่ดึงเป็นเส้นตั้งแต่แรก แต่ต้องทำเป็นเม็ดก่อนว่า “อวนที่ได้มาในแต่ละครั้ง เราไม่รู้แหล่งที่มา ทำให้ไม่สามารถรู้ถึงคุณสมบัติของเส้นใย การทำเป็นเม็ดก่อนจะช่วยให้เราสามารถควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์สุดท้ายได้ดีมากขึ้น”</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39982 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193223_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></strong></p>
<p><strong>ฟิลาเมนต์และการพิมพ์สามมิติ โอกาสแห่งอนาคต</strong></p>
<p>เส้นฟิลาเมนต์คือเส้นพลาสติกที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติชนิด FDM (Fused Deposition Modeling) โดยเครื่องจะหลอมเส้นพลาสติกและพิมพ์ออกมาเป็นชั้น ๆ ตามแบบที่ออกแบบไว้ในคอมพิวเตอร์        จนกลายเป็นชิ้นงานสามมิติที่สมบูรณ์</p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล </strong>ยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ว่า การใช้งานของเทคโนโลยีพิมพ์สามมิตินั้นหลากหลายมาก ตั้งแต่การทำของเล่น ของที่ระลึก ไปจนถึงการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันหลายอุตสาหกรรมได้นำ 3D printing มาใช้เพื่อลดขั้นตอนการผลิต ลดต้นทุน และย่นระยะเวลาในการพัฒนาสินค้า เช่น การผลิตชิ้นงานตัวอย่างสำหรับทดสอบรูปทรง การทำแม่แบบสำหรับกระบวนการผลิตต่าง ๆ หรือการสร้างชิ้นส่วนเฉพาะทาง ที่ในอดีตต้องใช้เวลานานกว่าจะผลิตได้</p>
<p>สำหรับโครงการวิจัยนี้ ดร.ณัฐพลมีแผนจะนำวัสดุรีไซเคิลจากอวนประมงไปพัฒนาชิ้นงานต้นแบบในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะที่ต้องการวัสดุที่มีความแข็งแรงและน้ำหนักเบา นอกจากนี้ วัสดุที่ได้ยังสามารถต่อยอดเพื่อผลิตเป็นอุปกรณ์เสริม หรือชิ้นส่วนประกอบอื่น ๆ ในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้อีกหลากหลายรูปแบบ ตามความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39981 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193227_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></strong></p>
<p><strong>จุดเด่นของฟิลาเมนต์จากอวนรีไซเคิล</strong></p>
<p>ดร.ณัฐพลสรุปจุดเด่น 2 ประการที่ทำให้เส้นฟิลาเมนต์จากอวนรีไซเคิลมีความแตกต่างและโดดเด่นกว่าเส้น  ฟิลาเมนต์แบบอื่น ๆ</p>
<p><strong>จุดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม</strong> ผลิตภัณฑ์นี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเนื่องจากผลิตจากขยะที่ถูกทิ้งในทะเลไทย      การเพิ่มช่องทางการใช้งานพลาสติกรีไซเคิลจะช่วยเพิ่มความต้องการวัตถุดิบรีไซเคิล ส่งผลให้มีการเก็บรวบรวมและ   รีไซเคิลอวนเก่ามากขึ้น ในที่สุดจะส่งผลประโยชน์กลับไปยังชุมชนชาวประมงที่เป็นต้นทางของวัตถุดิบ</p>
<p><strong>จุดเด่นด้านเทคนิค</strong> ทีมวิจัยสามารถปรับเปลี่ยนสมบัติของเส้นฟิลาเมนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานที่ต้องการได้ แม้พลาสติกรีไซเคิลจะมีคุณสมบัติแตกต่างจากพลาสติกใหม่ แต่ด้วยการเติมสารเติมแต่งและการปรับสูตรอย่างเหมาะสม ก็สามารถทำให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเส้นฟิลาเมนต์จากวัสดุใหม่ได้ โดยเฉพาะในด้านความแข็งแรงเชิงกล และความสามารถในการขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์ 3D</p>
<p><strong>ก้าวข้ามความท้าทาย </strong></p>
<p>การพัฒนานวัตกรรมไม่ใช่เส้นทางที่ราบเรียบหรือง่ายดาย ตรงกันข้าม ดร.ณัฐพลกล่าวถึงความท้าทาย    หลัก ๆ 3 ประการที่ต้องฟันฝ่า</p>
<p><strong>การควบคุมคุณภาพ</strong> เป็นประเด็นสำคัญของงานวิจัยนี้ ดร.ณัฐพลอธิบายว่า อวนที่เก็บมาจากแต่ละพื้นที่มักมีความแตกต่างกันทั้งด้านอายุการใช้งาน ระดับการเสื่อมสภาพ และการปนเปื้อนของสิ่งสกปรกหรือโลหะหนัก ทำให้คุณสมบัติของวัตถุดิบไม่สม่ำเสมอ และยากต่อการนำไปพัฒนาเป็นวัสดุสำหรับงานวิศวกรรมโดยตรง ดังนั้น การเปลี่ยนอวนให้เป็น <strong>“เม็ดพลาสติกรีไซเคิล”</strong> จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพได้ดีขึ้น และทำให้สมบัติต่าง ๆ ของวัสดุมีความคงที่มากพอสำหรับการพัฒนาชิ้นงานต้นแบบ</p>
<p><strong>กระบวนการล้างทำความสะอาดอวน </strong>เป็นกระบวนการที่ต้องใช้น้ำจำนวนมากและพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งอาจขัดแย้งกับหลักการรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในอนาคตจึงต้องมีการพัฒนากระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้ทรัพยากรน้อยลง</p>
<p><strong>การสร้างความเชื่อมั่นในตลาด</strong> แม้ผลิตภัณฑ์จะมีคุณภาพดี แต่การที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลอาจทำให้บางกลุ่มลูกค้ารู้สึกไม่มั่นใจ การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยการทดสอบจริงกับผู้ใช้และการรับรองคุณภาพอย่างเป็นทางการ</p>
<p>แม้จะต้องรับมือกับความท้าทายหลายประการ แต่โครงการนี้ก็ยังสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ดร.ณัฐพล กล่าวว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน เริ่มจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (PETROMAT) ที่ให้ทุนสนับสนุนการวิจัย บริษัท อูเบะ เทคนิคอล เซ็นเตอร์ (เอเชีย) จำกัด ที่สนับสนุนเม็ดพลาสติกไนลอนรีไซเคิลจากอวนประมงและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลาสติก รวมถึงนักวิจัยร่วมโครงการจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ร่วมพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต</p>
<p><em>“กระบวนการพัฒนานวัตกรรมต้องผ่านการทดลองและปรับปรุงอยู่หลายรอบ ทั้งการปรับพารามิเตอร์ในการทำเส้นฟิลาเมนต์ และปรับสารเติมแต่งให้สามารถทำเส้นได้ พร้อมทั้งต้องวิเคราะห์ถึงการใส่สารเติมแต่งให้เหมาะสม”</em> <strong>ดร.ณัฐพล </strong>กล่าวถึงข้อท้าทายในการวิจัย<em> &#8220;การสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืนต้องอาศัยความรู้และทักษะจากหลายสาขาวิชา ตั้งแต่เคมีพอลิเมอร์ วิศวกรรมวัสดุ ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และการตลาด”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39983 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193222_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>อนาคตใหม่ของอวนผี-รีไซเคิล</strong></p>
<p><strong>เฟสที่ 1 คือการพัฒนากระบวนการและสูตรการผลิต</strong> ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-10 เดือน เป้าหมายคือการสร้าง know-how ในการทำเม็ดพลาสติกและดึงเป็นเส้นฟิลาเมนต์ที่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานวิจัย</p>
<p><strong>เฟสที่ 2 คือการขยายกำลังการผลิตและทดสอบตลาด</strong> จะมีการสร้าง supply chain ที่สมบูรณ์ โดยอาจมีบริษัทเอกชนเป็นผู้จัดหาเม็ดพลาสติกรีไซเคิล จากนั้นทีมวิจัยจะนำมาผสมสารเติมแต่งตามสูตรที่พัฒนาขึ้นแล้วส่งต่อให้บริษัท OEM ที่มีความชำนาญในการดึงเส้นพลาสติก สุดท้ายจึงนำมาบรรจุหีบห่อและทดสอบตลาด เฟสนี้คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 4-5 เดือน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่พร้อมส่งให้ลูกค้าทดลองใช้และรับข้อมูลหรือความคิดเห็นเพื่อนำมาปรับปรุง</p>
<p><strong>เฟสที่ 3 คือการส่งผลกลับสู่ชุมชนและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์</strong> เมื่อผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาด จะมีการพัฒนาโครงการลงสู่ชุมชนชาวประมงโดยตรง โดยถ่ายทอดองค์ความรู้และกระบวนการแปรรูปเบื้องต้นให้กับชุมชน เพื่อให้สามารถเพิ่มมูลค่าของอวนเก่าก่อนขาย</p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล</strong> กล่าวว่านวัตกรรมชิ้นนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ไม่เพียงแต่ลดของเสียและมลพิษ แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มในทุกขั้นตอนของวงจร</p>
<p>“งานนี้เป็นโอกาสที่จะสร้างผลกระทบได้จริง ไม่ใช่แค่ในห้องปฏิบัติการ แต่ออกไปถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39984 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2193225_0_0.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ดร.ณัฐพล </strong>หวังว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นที่สนใจ มีลูกค้านำไปใช้งานจริง เกิดประโยชน์จริง และสร้างผลกระทบ  เชิงบวกกลับมาให้กับสิ่งแวดล้อมในที่สุด</p>
<p><em>“ในระยะเริ่มต้น เราวางแผนที่จะพัฒนาตลาดภายในประเทศก่อน เนื่องจากเป็นโอกาสที่สามารถต่อยอดได้ทันทีและช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมในไทย หากผลิตภัณฑ์มีศักยภาพและได้รับการยอมรับในตลาดภายในประเทศแล้ว ค่อยพิจารณาขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศต่อไป ซึ่งการส่งออกจำเป็นต้องมีการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์และเอกสารประกอบต่าง ๆ เพื่อยืนยันถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม”</em></p>
<p>นอกจากเส้นฟิลาเมนต์ ดร.ณัฐพล ยังมองถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลจากอวนรีไซเคิล <em><strong>“เมื่อเรามีวัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีระบบ supply chain ที่ดี เราก็สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีกมากมาย ไม่จำกัดอยู่แค่เส้นฟิลาเมนต์สำหรับการพิมพ์สามมิติเท่านั้น”</strong></em></p>
<p>ณ ตอนนี้ เส้นฟิลาเมนต์จากอวนผีกำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ตลาด แต่หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่พิมพ์จากเส้นฟิลาเมนต์นี้ใช้งานอยู่รอบตัวเรา และที่สำคัญที่สุด ทะเลไทยของเราจะสะอาดขึ้น ปราศจากอวนผีที่คร่าชีวิตสัตว์ทะเลและก่อไมโครพลาสติกเพิ่มเข้ามาในห่วงโซ่อาหารที่เราบริโภค</p>
<p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจนวัตกรรมรีไซเคิลไนลอนจากอวนประมงสำหรับเทคโนโลยีสามมิติ สามารถติดต่อได้โดยตรงที่ ดร.ณัฐพล ไร่สงัด วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือผ่านทางศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ (</strong><strong>PETROMAT</strong><strong>) </strong></p>
<p><strong>เว็บไซต์</strong><strong>: </strong><a href="http://www.petromat.org/" target="_blank" rel="noopener"><strong>http://www.petromat.org/</strong></a></p>
<p><strong>อีเมล </strong><a href="mailto:nuttapol.r@chula.ac.th%20และ"><strong>nuttapol.r@chula.ac.th </strong><strong>และ</strong></a> <a href="mailto:petromat@chula.ac.th"><strong>petromat@chula.ac.th</strong></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/chula-transform-ghost-nets-to-value-material/">จากอวนผีสู่วัสดุตั้งต้นการพิมพ์สามมิติ จุฬาฯ พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมรีไซเคิล เปลี่ยนขยะทะเลเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 15:46:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[PCR Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycling]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดPET]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดนี้ไม่ใช้...เราขอนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39630</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกของ S&#38;P ที่​ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและพนักงาน ในการ​ปรับพฤติกรรมด้านการแยกขยะ รณรงค์เก็บขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค (PCR PET) เพื่อนำกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างคุณค่าได้อีกครั้ง บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร สานต่อโครงการด้านสิ่งแวดล้อม &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; ภายใต้โครงการ &#8216;แยกขยะให้ถูกถัง ปลูกฝังจิตสำนึก&#8217; เพื่อรณรงค์และปรับพฤติกรรมการแยกขยะแก่พนักงาน นำขยะแต่ละประเภทไปกำจัดอย่างถูกวิธี โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; รวบรวมและส่งต่อขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแปลงเป็น &#8216;เสื้อพนักงาน S&#38;P ปี 2568&#8217; ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นำทรัพยากรที่ไม่ใช้แล้วมาสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 เพื่อรณรงค์ลูกค้าและพนักงานเก็บขวดน้ำดื่มใช้แล้วหลังการบริโภค สำหรับส่งต่อไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดปัญหาขยะพลาสติก จากสำนักงาน โรงงานผลิตอาหาร โรงงานผลิตเบเกอรี่ S&#38;P และร้าน S&#38;P 10 จุดขาย จากนั้นบริษัทฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/">S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โครงการ &#8216;<strong>ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; </strong>เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกของ S&amp;P ที่​ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและพนักงาน ในการ​ปรับพฤติกรรมด้านการแยกขยะ รณรงค์เก็บขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค (PCR PET) เพื่อนำกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างคุณค่าได้อีกครั้ง</p>
<p><span id="more-39630"></span></p>
<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> นำโดย <strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร สานต่อ<strong>โครงการด้านสิ่งแวดล้อม &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; </strong>ภายใต้โครงการ &#8216;แยกขยะให้ถูกถัง ปลูกฝังจิตสำนึก&#8217; เพื่อรณรงค์และปรับพฤติกรรมการแยกขยะแก่พนักงาน นำขยะแต่ละประเภทไปกำจัดอย่างถูกวิธี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39632 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552352.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; รวบรวมและส่งต่อขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแปลงเป็น <strong>&#8216;เสื้อพนักงาน S&amp;P ปี 2568&#8217;</strong> ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นำทรัพยากรที่ไม่ใช้แล้วมาสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p><strong>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217;</strong> เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 เพื่อรณรงค์ลูกค้าและพนักงานเก็บขวดน้ำดื่มใช้แล้วหลังการบริโภค สำหรับส่งต่อไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดปัญหาขยะพลาสติก จากสำนักงาน โรงงานผลิตอาหาร โรงงานผลิตเบเกอรี่ S&amp;P และร้าน S&amp;P 10 จุดขาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39633 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552351.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>จากนั้นบริษัทฯ ได้ขยายจุดรับขวดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีจุดรับขวดของโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 104 จุดขาย โดยส่งต่อขวดแก่โครงการ Youเทิร์น by GC พันธมิตรด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน S&amp;P ส่งต่อขวดพลาสติกแล้วทั้งสิ้น 13,160 กิโลกรัม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 13,410 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ได้ถึง 1,504 ต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39635 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552353.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับปี 2568 ขวดพลาสติกที่บริษัทฯ ส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิล สามารถผลิตเป็น <strong>&#8216;</strong><strong>เสื้อพนักงาน</strong><strong>S&amp;P Upcycling </strong><strong>ปี </strong><strong>2568&#8242;</strong> เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการแยกขยะ ที่สามารถสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่จากการหมุนเวียนทรัพยากรไม่ใช้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดปัญหาโลกร้อน ตลอดจนเป็นการสร้างความภูมิใจแก่พนักงานด้วย</p>
<p><em>เอส แอนด์ พี ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อีกทั้งยังขอเป็นส่วนหนึ่งร่วมผลักดันให้เกิดการแยกขยะอย่างเป็นระบบ ลดขยะให้เป็นศูนย์ เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39634 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552350.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/">S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ ล็อก แอนด์ ล็อก จัดกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ” ส่งมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ปลูกฝังการลดใช้ขวดพลาสติกให้เยาวชน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/cpaxtra-join-locknlock-zero-waste-school/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2025 06:15:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AXTRA Green Together]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[Cp for Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[LocknLock]]></category>
		<category><![CDATA[Makro X Lotuss]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[กนกวรรณ การุญ]]></category>
		<category><![CDATA[จอง วุง มูน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีแอ็กซ์ตร้า เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ร บริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า Axtra Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ล็อก แอนด์ ล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไร้ขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38772</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส  นำผู้บริหาร และพนักงาน  พร้อมด้วย คุณ จอง วุง มูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณกนกวรรณ การุญ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต1 จัดกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก” เพื่อสร้างนิสัยลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง และปลูกฝังเยาวชนให้เห็นความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยนำร่องมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก LocknLock (Tumble Eco Friendly) ให้เด็กนักเรียนที่ โรงเรียนวัดบ้านพร้าวใน จังหวัดปทุมธานี สำหรับกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” ที่ครอบคลุมทั้ง Food Waste และ Plastic [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cpaxtra-join-locknlock-zero-waste-school/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ ล็อก แอนด์ ล็อก จัดกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ” ส่งมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ปลูกฝังการลดใช้ขวดพลาสติกให้เยาวชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส<strong>  </strong>นำผู้บริหาร และพนักงาน  พร้อมด้วย <strong>คุณ จอง วุง มูน </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก (ประเทศไทย) จำกัด และ <strong>คุณกนกวรรณ การุญ</strong> รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต1 จัดกิจกรรม “<strong>โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก</strong>”</p>
<p><span id="more-38772"></span></p>
<p>เพื่อสร้างนิสัยลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง และปลูกฝังเยาวชนให้เห็นความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยนำร่องมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก LocknLock (Tumble Eco Friendly) ให้เด็กนักเรียนที่ โรงเรียนวัดบ้านพร้าวใน จังหวัดปทุมธานี</p>
<p>สำหรับกิจกรรม “<strong>โรงเรียนไร้ขยะ มอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ลดการใช้ขวดพลาสติก”</strong> เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste<strong>” </strong>ที่ครอบคลุมทั้ง Food Waste และ Plastic Waste ที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050 พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน และส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในพลังเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38774 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Axtra-Lock3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cpaxtra-join-locknlock-zero-waste-school/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ ล็อก แอนด์ ล็อก จัดกิจกรรม “โรงเรียนไร้ขยะ” ส่งมอบกระบอกน้ำรักษ์โลก ปลูกฝังการลดใช้ขวดพลาสติกให้เยาวชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพาณิชย์ ร่วมอนุรักษ์ทะเลไทยให้อยู่อย่างยั่งยืน ช่วยลดขยะทางทะเลด้วยการใช้ขวด rPET แล้วกว่า 2.5 ล้านขวด   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-rpet-reduce-plastic-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Sep 2025 04:02:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์ต้องเลิก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36732</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้อยู่อย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมช่วยลดขยะพลาสติกจากการใช้ขวดน้ำดื่ม “น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” ไปแล้วกว่า 2.5 ล้านขวด พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมลดขยะพลาสติก และหันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมปกป้องท้องทะเลไทยจากวิกฤตขยะพลาสติกที่กำลังคุกคามชีวิตสัตว์ทะเลและระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง  ด้วยตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก ซึ่งเป็นภัยเงียบที่คุกคามทะเลไทยและสุขภาพมนุษย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เริ่มรณรงค์ให้พนักงานลดการใช้พลาสติก มาตั้งแต่ปี 2560 ผ่านโครงการ “รักษ์ต้องเลิก” มาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2567 ธนาคารได้ทำการเปลี่ยนขวดน้ำดื่มที่ใช้ในกิจกรรมองค์กรเป็น “น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” ซึ่งผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล 100% ช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่ ลดขยะฝังกลบและขยะรั่วไหลสู่ทะเล จากการเปลี่ยนมาใช้ rPET ธนาคารสามารถลดการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้กว่า 2.5 ล้านขวด คิดเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการใช้เม็ดพลาสติกใหม่ถึงประมาณ 60% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 40 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่าการดูดซับคาร์บอนของต้นไม้กว่า 4,200 ต้นในหนึ่งปี ธนาคารยังให้ความสำคัญกับ “การใช้เท่าที่จำเป็น” โดย เลือกใช้ขวดน้ำเฉพาะกรณีที่ต้องใช้งานในรูปแบบขวดพลาสติกเท่านั้น เช่น ภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยและวิกฤตต่าง ๆ การสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนของหน่วยงานรัฐและพันธมิตร หรือการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและประชาชนในงานบริการสาธารณะ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความปลอดภัย การเข้าถึงน้ำดื่มที่เพียงพอ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม “น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-rpet-reduce-plastic-waste/">ไทยพาณิชย์ ร่วมอนุรักษ์ทะเลไทยให้อยู่อย่างยั่งยืน ช่วยลดขยะทางทะเลด้วยการใช้ขวด rPET แล้วกว่า 2.5 ล้านขวด   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้อยู่อย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมช่วยลดขยะพลาสติกจากการใช้ขวดน้ำดื่ม “น้ำใจไทยพาณิชย์ </strong><strong>rPET” </strong><strong>ไปแล้วกว่า </strong><strong>2.5 </strong><strong>ล้านขวด</strong> <strong>พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมลดขยะพลาสติก และหันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมปกป้องท้องทะเลไทยจากวิกฤตขยะพลาสติกที่กำลังคุกคามชีวิตสัตว์ทะเลและระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง</strong><strong> </strong><span id="more-36732"></span></p>
<p>ด้วยตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก ซึ่งเป็นภัยเงียบที่คุกคามทะเลไทยและสุขภาพมนุษย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เริ่มรณรงค์ให้พนักงานลดการใช้พลาสติก มาตั้งแต่ปี 2560 ผ่านโครงการ “<strong>รักษ์ต้องเลิก</strong>” มาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2567 ธนาคารได้ทำการเปลี่ยนขวดน้ำดื่มที่ใช้ในกิจกรรมองค์กรเป็น “น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” ซึ่งผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล 100% ช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่ ลดขยะฝังกลบและขยะรั่วไหลสู่ทะเล จากการเปลี่ยนมาใช้ rPET ธนาคารสามารถลดการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้กว่า 2.5 ล้านขวด คิดเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการใช้เม็ดพลาสติกใหม่ถึงประมาณ 60% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว <strong>40 </strong><strong>ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong> หรือเทียบเท่าการดูดซับคาร์บอนของต้นไม้กว่า <strong>4,200 </strong><strong>ต้นในหนึ่งปี</strong> ธนาคารยังให้ความสำคัญกับ “การใช้เท่าที่จำเป็น” โดย เลือกใช้ขวดน้ำเฉพาะกรณีที่ต้องใช้งานในรูปแบบขวดพลาสติกเท่านั้น เช่น ภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยและวิกฤตต่าง ๆ การสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนของหน่วยงานรัฐและพันธมิตร หรือการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและประชาชนในงานบริการสาธารณะ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความปลอดภัย การเข้าถึงน้ำดื่มที่เพียงพอ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>“น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ใช้ผลิตขวดน้ำดื่ม ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาดจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (อย.) องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) และหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority: EFSA) โดยความร่วมมือกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ยึดหลักความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง นับเป็นธนาคารแห่งแรกของไทยที่ใช้ขวดซึ่งผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลอย่างเป็นทางการ</p>
<p><strong> </strong>ขวดน้ำดื่ม “น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” จึงเป็นตัวแทนแสดงเจตจำนงของธนาคารที่จะส่งมอบความยั่งยืนให้แก่สังคมและดูแลสิ่งแวดล้อมให้กับโลกใบนี้ โดยสามารถลดปริมาณขยะฝังกลบและขยะที่ถูกทิ้งลงทะเล ลดมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นการรีไซเคิลพลาสติกกลับมาผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ</p>
<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน และขอชวนประชาชนชาวไทยทุกคนร่วมภารกิจรักษ์โลก มาร่วมกันช่วยกันลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ใช้ถุงผ้า เลือกใช้ขวดน้ำที่สามารถใช้ซ้ำได้ เพราะขวดน้ำหนึ่งใบอาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันเป็นล้านใบ ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทะเลและโลกใบนี้ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-rpet-reduce-plastic-waste/">ไทยพาณิชย์ ร่วมอนุรักษ์ทะเลไทยให้อยู่อย่างยั่งยืน ช่วยลดขยะทางทะเลด้วยการใช้ขวด rPET แล้วกว่า 2.5 ล้านขวด   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทาโร &#8216;สแน็ครายแรก&#8217; ​สร้าง Awareness+Action ต่อยอด &#8216;ขยะกำพร้า&#8217; ผ่านแคมเปญ &#8216;ทาโร่ รักษ์โลก โชคเด้ง&#8217; ​เร่งเก็บกลับซองหลังบริโภค พร้อมกระตุ้นพฤติกรรมแยกขยะ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/taro-reduce-packaging-waste-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Sep 2025 08:45:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy Snack]]></category>
		<category><![CDATA[Multilayer Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Snack]]></category>
		<category><![CDATA[TARO]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมขบเคี้ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะกำพร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ซองบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทาโร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีจี เอ็นเอนยี จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สลีค อีวี จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท )]]></category>
		<category><![CDATA[วิเชียร พงศธร]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บกลับบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[แคมเปญ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36124</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากมองผ่านๆ อาจจะเป็นแค่แคมเปญทางการตลาด เพื่อมุ่งหวังเพิ่มยอดขาย ด้วยการชิงโชคมอบรางวัล เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าในช่วงการจัดแคมเปญเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับแคมเปญชิงโชคทั่ว​ไป แต่เป้าหมายที่ซ่อนไว้ในแคมเปญ  &#8216;ทาโร รักษ์โลก โชคเด้ง&#8216; ​คือ การมีส่วนช่วยสร้าง Positive Impact ด้านการดูแลสภาพอากาศ สร้างทั้งความตระหนักรู้ (Awareness) และการขับเคลื่อน (Action) การแยกขยะ รวมทั้งสร้างความร่วมมือกันอย่างบูรณาการภายในห่วงโซ่ เพื่อสร้างคุณค่าให้ &#8216;ขยะกำพร้า&#8217; ​ที่จัดเป็นขยะในกลุ่มที่ไม่นิยมนำไปรีไซเคิล ​ซึ่งบรร​จุภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว​ (สแน็ค) เป็นหนึ่งในประเภทของขยะที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ ด้วยโครงสร้างทางเคมีที่เป็นแบบหลายชั้น (Multilayer Plastic) เพื่อความสามารถในการถนอมสินค้า ทำให้ขยะกลุ่มนี้ไม่มีความคุ้มค่าหากนำไปรีไซเคิล จึงมักจบวงจรภายหลังการบริโภคอยู่ที่บ่อฝังกลบหรือเตาเผาขยะ และมีโอกาสที่จะหลุดรอดออกมาสร้างปัญหาให้สิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต คุณวิเชียร พงศธร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ โดยบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)​ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขนมขบเคี้ยวปลาสวรค์ &#8216;ทาโร&#8217; กล่าวถึง ความมุ่งมั่นในการผสมสานความยั่งยืนในทุกกระบวนของธุรกิจ โดยเฉพาะการมีส่วนช่วยลดผลกระทบในฐานะผู้ผลิต เป็นที่มาของการจัดแคมเปญ &#8216;ทาโร รักษ์โลก โชคเด้ง&#8217; ชวนคนไทยร่วมส่งคืนซองเปล่าทาโร เพื่อกำจัดอย่างถูกวิธีด้วยการ​นำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงานไฟฟ้า ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/taro-reduce-packaging-waste-campaign/">ทาโร &#8216;สแน็ครายแรก&#8217; ​สร้าง Awareness+Action ต่อยอด &#8216;ขยะกำพร้า&#8217; ผ่านแคมเปญ &#8216;ทาโร่ รักษ์โลก โชคเด้ง&#8217; ​เร่งเก็บกลับซองหลังบริโภค พร้อมกระตุ้นพฤติกรรมแยกขยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากมองผ่านๆ อาจจะเป็นแค่แคมเปญทางการตลาด เพื่อมุ่งหวังเพิ่มยอดขาย ด้วยการชิงโชคมอบรางวัล เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าในช่วงการจัดแคมเปญเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับแคมเปญชิงโชคทั่ว​ไป</p>
<p><span id="more-36124"></span></p>
<p>แต่เป้าหมายที่ซ่อนไว้ในแคมเปญ <strong> &#8216;ทาโร รักษ์โลก โชคเด้ง</strong>&#8216; ​คือ การมีส่วนช่วยสร้าง Positive Impact ด้านการดูแลสภาพอากาศ สร้างทั้งความตระหนักรู้ (Awareness) และการขับเคลื่อน (Action) การแยกขยะ รวมทั้งสร้างความร่วมมือกันอย่างบูรณาการภายในห่วงโซ่ เพื่อสร้างคุณค่าให้ <strong>&#8216;ขยะกำพร้า&#8217; </strong>​ที่จัดเป็นขยะในกลุ่มที่ไม่นิยมนำไปรีไซเคิล ​ซึ่งบรร​จุภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว​ (สแน็ค) เป็นหนึ่งในประเภทของขยะที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ ด้วยโครงสร้างทางเคมีที่เป็นแบบหลายชั้น (Multilayer Plastic) เพื่อความสามารถในการถนอมสินค้า</p>
<p>ทำให้ขยะกลุ่มนี้ไม่มีความคุ้มค่าหากนำไปรีไซเคิล จึงมักจบวงจรภายหลังการบริโภคอยู่ที่บ่อฝังกลบหรือเตาเผาขยะ และมีโอกาสที่จะหลุดรอดออกมาสร้างปัญหาให้สิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36128 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Taro8.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณวิเชียร พงศธร</strong> ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ โดยบริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)​ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขนมขบเคี้ยวปลาสวรค์ <strong>&#8216;ทาโร&#8217;</strong> กล่าวถึง ความมุ่งมั่นในการผสมสานความยั่งยืนในทุกกระบวนของธุรกิจ โดยเฉพาะการมีส่วนช่วยลดผลกระทบในฐานะผู้ผลิต เป็นที่มาของการจัดแคมเปญ<strong> &#8216;ทาโร รักษ์โลก โชคเด้ง&#8217; </strong>ชวนคนไทยร่วมส่งคืนซองเปล่าทาโร เพื่อกำจัดอย่างถูกวิธีด้วยการ​นำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงผลิตพลังงานไฟฟ้า ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน <strong>​ซึ่งทาโรถือเป็นแบรนด์แรกใน​กลุ่มสแน็คที่มีนโยบายส่งเสริมการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์อย่างจริงจัง</strong></p>
<p>โดยมีพันธมิตรร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนแคมเปญทั้ง <strong>บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด</strong> ในการทำหน้าที่ส่งต่อซองทาโร เพื่อเข้าสู่กระบวนการแยกขยะ และจัดการอย่างถูกต้องด้วยการแปลงขยะเป็นไฟฟ้าพลังงานสะอาดของ <strong>บริษัท พีทีจี เอ็นเอนยี จำกัด (มหาชน)</strong> รวมทั้งผู้ให้การสนับสนุนของรางวัลในแคมเปญเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคอย่าง<strong> บริษัท สลีค อีวี จำกัด</strong> ด้วยการมอบรางวัลรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า SLEEK EV จำนวน 60 คัน รวมทั้งยังมีของรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท ทั้ง iPhone 16 Pro จำนวน 60 เครื่อง, iPad Air 11 นิ้ว จำนวน 60 เครื่อง และรางวัลใหญ่ รถยนต์ไฟฟ้า Volvo รุ่น EX30 จำนวน 6 คัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36130 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Taro4.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>มุ่งเพิ่ม Awareness + Action ​แยกขยะ ลดขยะ</strong></p>
<p>แคมเปญ &#8216;<strong>ทาโร รักษ์โลก โชคเด้ง&#8217; </strong>ตั้งเป้าหมายช่วยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมแยกขยะ โดยเฉพาะในกลุ่มซองสแน็ค ซึ่งจัดเป็น &#8216;<strong>ขยะพลาสติก&#8217;</strong> ประเภทหนึ่ง ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการย่อยสลายเป็นเวลานานหากตกค้างในธรรมชาติ  แต่ด้วยโครงสร้างที่เป็นวัสดุหลายชั้น จึงไม่เป็นที่นิยมนำมารีไซเคิล <em><strong>ทาโรจึงมองปลายทางที่เหมาะสมและดีต่อสภาพแวดล้อมด้วยการเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานสะอาด รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมแยกขยะตั้งแต่​ต้นทางให้ผู้บริโภค พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่ง​ที่ช่วยจุดประกายให้แบรนด์อื่นๆ ภายในอุตสาหกรรมเริ่มต้นแสดงความรับผิดชอบในการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่องในอนาคต </strong></em></p>
<p>ขณะที่เป้าหมายในระหว่างการจัดแคมเปญ ตั้งแต่ 1 กันยายน 2568 &#8211; 31 มกราคม 2569 คาดว่าจะสามารถลดขยะพลาสติกลงได้กว่า 85 ตันต่อเดือน หรือราว 1 พันตันต่อปี พร้อมทั้งสามารถผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง RDF ได้ 2.4 &#8211; 3.0 กิกะวัตต์ชั่วโมง รองรับการ​ไฟฟ้า​ได้ 667–833 ครัวเรือน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,000 ตัน CO₂e</p>
<p><em>&#8220;เราไม่ได้มองเป้าหมาย​ขับเคลื่อนการดูแลบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคแค่ในระยะเวลา 5 เดือน ช่วงที่มีการจัดแคมเปญ <strong>แต่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ตั้งแต่พฤติกรรมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การลดปริมาณขยะพลาสติก การรับรู้ถึงประโยชน์ในการบริหารจัดการ​ซองบรรจุภัณฑ์อย่างเป็นระบบ รวมทั้งการต่อยอดการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคได้อย่างถาวรในอนาคต</strong> หากมีความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งในแง่ของการมีจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกและใกล้ตัวผู้บริโภค รวมทั้งระบบการขนส่งเพื่อนำเข้าสู่ปลายทางได้อย่างเหมาะสม&#8221;​ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36131 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Taro3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ขับเคลื่อน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; In Process ​ตั้งเป้า Zero Food Waste </strong></p>
<p>นอกจากการขับเคลื่อนความยั่งยืน ผ่านการแสดงความรับผิดชอบต่อการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์แล้ว ทาโรยังให้ความสำคัญในการลดขยะในกระบวนการผลิต ตามแนวทาง <strong>Zero Food Waste</strong> ด้วย โดยเฉพาะการบริหารจัดการ​วัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้ธุรกิจสร้าง Food Waste  และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการลงทุนและสร้างโปรโตไทป์ &#8216;<strong>Fish Essence</strong>&#8216; ร่วมกับพันธมิตรที่ทำการแปรรูปเนื้อปลาเพื่อส่งให้กระบวนการผลิตของทาโร ซึ่งปัจจุบันบริษัทสามารถนำเนื้อปลามาใช้ในกระบวนการผลิตปลาเส้นได้ราว 40%  ขณะที่ 60% ที่เหลือมีทั้ง หัว หาง ก้าง ไส้ และพุงปลา ซึ่งบางชิ้นส่วนของปลาราว30% ยังสามารถนำมาแปรรูปต่อยอดและยังเต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร ทั้งโปรตีน และมีแคลเซียมสูง ​จึงสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบ​สำหรับต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเพื่อสุขภาพ และรองรับเทรนด์ผู้บริโภคในกลุ่ม​ผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถเพิ่มปริมาณวัตถุดิบได้มากขึ้นอีก 30%  จากราว 40% เป็น 70% ขณะที่อีก  30% ที่เหลือจะต่อยอดในการนำไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรนำไปใช้ในการเกษตรเพื่อลดการใช้สารเคมีในการเพาะปลูกลงได้&#8221;</em></p>
<p>การขับเคลื่อน <strong>&#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> ของทาโร รวมทั้งการสื่อสารผ่านแคมเปญครั้งนี้ จะช่วยสร้างภาพลักษณ์การเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการเป็นแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม พยายามไม่ให้สินค้าของตัวเองสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการสร้าง Awareness ถึง​ปลายทางที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์ที่การรีไซเคิลอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ ด้วยการหาโซลูชันและพันธมิตรมาร่วมขับเคลื่อน เพื่อให้สามารถเกิดการ Action ได้จริง และสามารถ​ทำได้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าแคมเปญจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36127 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/โครงการ-ทาโร-รักษ์โลก-โชคเด้ง.jpg" alt="" width="505" height="700" /></p>
<p>สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมแคมเปญ <strong>&#8216;ทาโร รักษ์โลก โชคเด้ง&#8217;</strong> เพื่อมีส่วนร่วมลดปัญหาขยะพลาสติกได้ง่ายๆ เพียงรวบรวมซองทาโรรสชาติใดก็ได้ ขนาดหรือราคาเดียวกัน รวมมูลค่าตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไปได้ 1 สิทธิ์ ไม่จำกัดสิทธิ์ต่อการส่ง 1 ครั้ง แล้วส่งผ่านไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ พร้อมใช้ Tracking Slip เป็นหลักฐานการร่วมกิจกรรม โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 – 31 มกราคม 2569 แล้วมาร่วมลุ้นของรางวัลทุกเดือน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/taro-reduce-packaging-waste-campaign/">ทาโร &#8216;สแน็ครายแรก&#8217; ​สร้าง Awareness+Action ต่อยอด &#8216;ขยะกำพร้า&#8217; ผ่านแคมเปญ &#8216;ทาโร่ รักษ์โลก โชคเด้ง&#8217; ​เร่งเก็บกลับซองหลังบริโภค พร้อมกระตุ้นพฤติกรรมแยกขยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;โรดแม็พจัดการขยะพลาสติก&#8217; ​ยังไม่ใกล้เป้าหมาย ขาดกฏหมายที่แข็งแรง ​เร่งปรับแผน เปลี่ยนจาก &#8216;แบน&#8217; สู่มาตรการ &#8216;บูรณาการ&#8217; ​​ทั้งวงจรชีวิตพลาสติก​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/plastic-waste-management-roadmap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Aug 2025 14:47:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[PPP Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastic]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรดแม็พการจัดการขยะพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35704</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันการขับเคลื่อน &#8216;โรดแม็พการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573&#8242; ของประเทศไทยอยู่ในแผนเป้าหมายระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 -2570) ซึ่งเดิมตั้งเป้าหมายยกเลิกการใช้ หรือ การแบนพลาสติกในกลุ่มใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single-use Plastic) ทุกประเภท​ อาทิ กล่องโฟม หลอดพลาสติก แก้วพลาสติก (&#60; 100 ไมครอน) และถุงหูหิ้วพลาสติก ( &#60; 36ไมครอน) เพื่อลดปริมาณสู่หลุมฝังกลบ และ​สามารถนำพลาสติกเป้าหมายหลังการบริโภคกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้ทั้ง 100%  พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกหลุดรอดสู่ทะเลได้ 50% ภายในปี พ.ศ.2570 ปัจจุบันแผนดังกล่าวของประเทศไทยมาได้ราวครึ่งทางแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าในการขับเคลื่อนจริง ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายให้เป็นไปตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ​เนื่องจากปัญหาสำคัญคือการขาดกฏระเบียบในการบังคับใช้อย่างจริงจัง รวมทั้งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดผลได้จริงในทางปฏิบัติ​ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD)ในฐานะประธานเครือข่าย และ นายกสมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ  ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) กล่าวว่า การขับเคลื่อนโรดแม็พการจัดการขยะพลาสติกในปัจจุบัน ใกล้จะถึงกำหนด​ตาม​​​ระยะที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/plastic-waste-management-roadmap/">&#8216;โรดแม็พจัดการขยะพลาสติก&#8217; ​ยังไม่ใกล้เป้าหมาย ขาดกฏหมายที่แข็งแรง ​เร่งปรับแผน เปลี่ยนจาก &#8216;แบน&#8217; สู่มาตรการ &#8216;บูรณาการ&#8217; ​​ทั้งวงจรชีวิตพลาสติก​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันการขับเคลื่อน &#8216;<strong>โรดแม็พการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573&#8242;</strong> ของประเทศไทยอยู่ในแผนเป้าหมายระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 -2570) ซึ่งเดิมตั้งเป้าหมายยกเลิกการใช้ หรือ การแบนพลาสติกในกลุ่มใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single-use Plastic) ทุกประเภท​</p>
<p><span id="more-35704"></span></p>
<p>อาทิ กล่องโฟม หลอดพลาสติก แก้วพลาสติก (&lt; 100 ไมครอน) และถุงหูหิ้วพลาสติก ( &lt; 36ไมครอน) เพื่อลดปริมาณสู่หลุมฝังกลบ และ​สามารถนำพลาสติกเป้าหมายหลังการบริโภคกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้ทั้ง 100%  พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกหลุดรอดสู่ทะเลได้ 50% ภายในปี พ.ศ.2570</p>
<p>ปัจจุบันแผนดังกล่าวของประเทศไทยมาได้ราวครึ่งทางแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าในการขับเคลื่อนจริง ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายให้เป็นไปตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ​เนื่องจากปัญหาสำคัญคือการขาดกฏระเบียบในการบังคับใช้อย่างจริงจัง รวมทั้งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดผลได้จริงในทางปฏิบัติ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35707 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/ภาพประกอบ-3-1.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD)ในฐานะประธานเครือข่าย และ นายกสมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ  ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (<strong>PPP Plastics</strong>) กล่าวว่า การขับเคลื่อนโรดแม็พการจัดการขยะพลาสติกในปัจจุบัน ใกล้จะถึงกำหนด​ตาม​​​ระยะที่ 2 ในปี พ.ศ. 2570 แล้ว และคาดว่าประเทศไทยคงไม่สามารถบรรลุผลได้ตามเป้าหมายที่ตั้ง​ไว้ จากเงื่อนไขสำคัญที่ไม่มีกฏระเบียบที่เข้มแข็งมารองรับ ประกอบกับไม่สามารถหา Win -Win Solutions ให้กับทุกฝ่ายได้ จึงไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดเป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริงได้</p>
<p><em>&#8220;<strong>การขับเคลื่อนโรดแม็พที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเพียงเรื่องเดียว คือการยกเลิกพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (Cap Seal) เนื่องจากสามารถทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน</strong> ไม่ว่าจะเป็นการลดพลาสติกชิ้นเล็กที่มีโอกาสหลุดรอดสู่ธรรมชาติได้สูง ขณะที่ผู้บริโภคก็มีความเข้าใจและเชื่อมั่นในความสะอาดของกระบวนการผลิต รวมทั้งผู้ผลิตเองที่สามารถลดต้นทุนลงได้ ทำให้ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันที่จะปฏิบัติตาม ขณะที่เงื่อนไขอื่น ทั้งในระยะที่ 1  และระยะที่2 ไม่ว่าจะเป็น​เลิกใช้พลาสติกที่ผสมสารออกโซ (Oxo)  หรือการยกเลิกการใช้ Single-use Plastic  ยังไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง ​และเชื่อว่าภายในไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้ในปี 2570 ก็คงยัง​ไม่สามารถ​บรรลุผลได้ </em><em>เพราะยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันของแต่ละฝ่ายได้ ประกอบกับยังไม่มีข้อกฏหมายในการบังคับใช้ ทำให้ต้องมีการศึกษา และมองผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน ซึ่ง​จำเป็นต้องใช้เวลาในการขับเคลื่อน รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค  ไปจนถึงการวางโครงสร้างในระบบที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยอย่างแท้จริง&#8221;​</em></p>
<p>ขณะที่เป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการรีไซเคิลขยะพลาสติกที่ตั้งเป้าไว้ 25% ก็ไม่สามารถบรรลุผลได้เช่นกัน โดยปัจจุบันอยู่ที่ราว​ 21% จากปริมาณขยะพลาสติกทั้งประเทศกว่า 2 ล้านตัน หรือมีสัดส่วน 13-14% จากปริมาณขยะทั้งประเทศที่ 27 ล้านตัน​   ซึ่งสัดส่วนการรีไซเคิลขยะพลาสติกได้​ปรับเพิ่มขึ้น​จากช่วงสถานการณ์โควิด ที่สัดส่วนลดไปเหลือที่ประมาณ 19% ทั้งจากปริมาณขยะพลาสติกที่เพิ่มสูงขึ้น จากบรรจุภัณฑ์อาหาร  แต่การจัดเก็บและรีไซเคิลกลับลดลงจากความกังวลในเรื่องของความสะอาดและความปลอดภัย ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35709 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/ภาพประกอบบอร์ด-2.jpg" alt="" width="1200" height="784" /></p>
<p>ทั้งนี้ ทางเครือข่าย <strong>PPP Plastic</strong> ได้ปรับแผนเพื่อสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายการขับเคลื่อน Circular Ecosystem ได้ทั้ง100%  และลดโอกาสที่ขยะพลาสติกจะหลุดรอดสู่ทะเล 50% ภายในปี 2570 ให้ได้มากที่สุด ผ่านมาตรการต่างๆ เพื่อเข้าไปดูแลและควบคุมพลาสติกให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบ In Process ​ต้ังแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ​ทั้งส่งเสริมการออกแบบและผลิตตามหลัก Eco-design , การส่งเสริมวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเพื่อทดแทนการใช้ Single-use Plastic , การขับเคลื่อนการจัดการขยะตามแนวทาง EPR  รวมทั้งการสร้างความตระหนักผ่านผู้บริโภคในการลดการใช้ ​ส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ซ้ำ ควบคู่กับการผลักดันการออกกฏหมาย หรือกฏระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และยกระดับประสิทธิภาพของกลุ่มซาเล้ง หรือร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการนำวัสดุหลังการบริโภคกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล ได้มากขึ้น และช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Econony Ecosystem) ของประเทศไทย</p>
<p><em>&#8220;การออกแบบตั้งแต่ต้นทางไม่ใช่แค่ต้นทางของขยะ แต่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่การผลิต โดยสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ การออกกฏหมายต่างๆ ภาคธุรกิจต้องสามารถทำได้จริง เพราะจำเป็นต้องมีการลงทุน ซึ่งภาครัฐอาจจะต้องเข้ามามองว่าจะสนับสนุนอย่างไรได้บ้าง หรือการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน สร้างความรู้ ความเข้าใจ เรื่องของการแยกขยะ และการเก็บกลับคืนเข้าสู่ระบบ ซึ่ง​​ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกับการมีระบบหรือโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ เพื่อสามารถขับเคลื่อนได้จริงในเชิงปฏิบัติ  หรือมองหาช่องว่าง รวมทั้งโอกาสที่จะช่วยเพิ่มอัตราการรีไซเคิล การแยกขยะได้จากต้นทางที่เพิ่มมากขึ้น  ​เช่น กลุ่ม​สายการบินที่สามารถแยกขยะได้ตั้งแต่บนเครื่องหลังจากให้บริการผู้โดยสาร ​เพราะมีขยะหลากหลายประเภท ทั้งขยะพลาสติก กระดาษ  ขยะอาหาร และกลุ่มบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35708 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/ภาพประกอบบอร์ด-1.jpg" alt="" width="1200" height="784" /></p>
<p><strong>ขับเคลื่อน 40 โครงการ ส่งเสริม Circularity Ecosystem </strong></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนของเครือข่าย PPP Plastic ดำเนินการภายใต้งบประมาณต่อปีราว 20-30 ล้านบาท ​​เพื่อผลักดันภารกิจในการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อลดขยะพลาสติก​ทั้งการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา ให้ข้อเสนอแนะด้านนโยบาย กฏหมาย และมาตรการต่างๆ อาทิ โรดแม็พการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 , แผนปฏิบัติการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) พ.ศ.2564 -2570 , การศึกษาและเสนอข้อคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ( EPR) และการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมดีของกรุงเทพมหานคร เช่น โครงการ Bangkok Zero Waste และการพัฒนาแผนที่ BKK Green Map</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีมิติด้านโครงสร้างพื้นฐานและโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่าน​โมเดลการจัดการขยะในชุมชนเมือง เช่น ​คลองเตยโมเดล และ Eco-digiclean คลองเตย, ปทุมวันโมเดล ออกแบบระบบจัดการขยะในห้างสรรพสินค้า ,โครงการมือวิเศษ x วน และมือวิเศษกรุงเทพ ขยายจุดรับขนะพลาสติกและกล่องนมยูเอชที ในเขต กทม. และโครงการระยองโมเดล ส่งเสริมการแยกขยะต้นทางในชุมชน และช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนได้กว่า 1 แสนบาท/เดือน พร้อมต่อยอดสู่ ระยอง Less-Waste ด้วยการขยายการพัฒนาสู่ 68 เทศบาลในระยอง รวมทั้งการเดินหน้าจัดทำฐานข้อมูลด้านขยะพลาสติกของประเทศไทย เพื่อติดตามสถานการณ์ขยะพลาสติกของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยใช้แนวคิด MFA (Materail Flow Analysis) และวิเคราะห์เชิงมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์​ รวมทั้งประเมินวัฏจักรชีวิตของบรรจุภัณฑ์พลาสติก เพื่อส่งเสริมนโยบายที่เกี่ยวข้อง รวมถึง พ.ร.บ. EPR</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35691 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/ภาพประกอบ-1.jpg" alt="" width="1200" height="684" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ได้มุ่งเพิ่มความตระหนักผ่านการสร้างการศึกษาและการรับรู้  จากการรวบรวมองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน และการพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องร่วมกับภาคการศึกษา พร้อมทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน</p>
<p>จากความเชี่ยวชาญ และการดำเนินโครงการต่างๆ กว่า 40 โครงการ นำมาสู่การพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circularity Ecosystem ซึ่งประกอบด้วยโครงการหลัก ได้แก่ โครงการ Smart Recycling Hub ตั้งเป้าเก็บกลับ​พลาสติกใช้แล้วคุณภาพสูงกลับเข้าสู่ระบบการผลิตให้ได้อย่างน้อย 50,000 ตันต่อปี ,ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์จัดการคัดแยกและแปรรูปวัสดุรีไซเคิล หรือ MRF (Material Recovery Facility) ในพื้นที่นำร่องคือ กรุงเทพฯ​และปริมณฑล รวมทั้งพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ EEC รวมทั้งโครงการบกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เพื่อเป็นตัวช่วยสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน สนับสนุนการยกร่าง พ.ร.บ. EPR และส่งเสริม EPR ภาคสมัครใจ ผ่านการพัฒนาและทดสอบรูปแบบการดำเนินงาน เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทยในอนาคต พัฒนาและต่อยอดระบบฐานข้อมูลการซื้อขายวัสดุรีไซเคิล (Recycle Market Application) เพื่อเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงทุกภาคส่วนในระบบนิเวศ ทั้งผู้บริโภค ซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า ศูนย์จัดการขยะ และโรงงานรีไซเคิล เพื่อสนับสนุนระบบ EPR ในอนาคต เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35693 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/ภาพประกอบ-7.jpg" alt="" width="1200" height="382" /></p>
<p><em>&#8220;PPP Plastic มีวิสัยทัศน์ และเป้าหมายในการจัดการขยะพลาสติกได้อย่างยั่งยืน ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการผลิต และใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน และการจัดเก็บอย่างมีระบบ  ตามหลักเศรษฐหมุนเวียน และมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อม วล แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต​ของประเทศ รวมทั้งโลกใบนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย  End of Plastic Pollutions ​โดยไม่ได้ต่อต้าน​การใช้พลาสติก แต่เน้นการยุติปัญหามลพิษจากพลาสติก เพราะเราคงหยุดการใช้พลาสติกไม่ได้  แต่จะใช้อย่างชาญฉลาดได้อย่างไร หาวิธีดึงกลับเข้าสู่​ระบบให้มากที่สุด เพื่อสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างแท้จริง</em>&#8221; ดร.วิจารย์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/plastic-waste-management-roadmap/">&#8216;โรดแม็พจัดการขยะพลาสติก&#8217; ​ยังไม่ใกล้เป้าหมาย ขาดกฏหมายที่แข็งแรง ​เร่งปรับแผน เปลี่ยนจาก &#8216;แบน&#8217; สู่มาตรการ &#8216;บูรณาการ&#8217; ​​ทั้งวงจรชีวิตพลาสติก​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TEI แนะแนวทาง &#8216;Beat the Plastic Waste&#8217; ร่วมต่อสู้กับขยะพลาสติก เพื่อโลกที่ยั่งยืน รับวันสิ่งแวดล้อมโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/tei-beat-the-plastic-waste-world-environmrnt-day/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Jun 2025 10:54:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Beat the Plastic Waste]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[วันสิ่งแวดล้อมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิศรา หุ่นธานี]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33940</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี คือ วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) วันที่ชาวโลกได้ร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปี 2025 นี้ องค์การสหประชาชาติ กำหนดหัวข้อ &#8216;Beat the Plastic Waste&#8217; หรือ  การต่อสู้กับขยะพลาสติก  เพื่อเน้นย้ำถึงวิกฤติของปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังคุกคามทั้งสิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า สุขภาพมนุษย์ และระบบนิเวศทั่วโลก คุณวิศรา หุ่นธานี ผู้อำนวยการฝ่ายมลพิษ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้สรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงสถานการณ์ &#8216;ขยะพลาสติก&#8217; พร้อมข้อมูลด้านสถิติที่น่าสนใจ ทั้งนี้ พลาสติกถูกสร้าง​ขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย แต่ด้วยคุณสมบัติที่มีความทนทานสูง ทำให้อีกด้านหนึ่ง เมื่อกลายเป็นขยะ​ จึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลายาวนาน โดยปัจจุบันมีขยะพลาสติกราว 400 ล้านตัน ถูกผลิตขึ้นในแต่ละปี แต่มีเพียง​ 9% เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิลอย่างเหมาะสม ส่วนที่เหลือมักถูกเผาทำลาย ถูกฝังกลบหรือเทกอง รวมถึงหลุดรอดลงสู่ทะเล ซึ่งไม่เพียงทำลายทัศนียภาพ แต่ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลที่อาจกินเศษพลาสติกเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ไมโครพลาสติก หรือพลาสติกชิ้นเล็กจิ๋ว ที่เกิดจากการแตกตัวของพลาสติกขนาดใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/tei-beat-the-plastic-waste-world-environmrnt-day/">TEI แนะแนวทาง &#8216;Beat the Plastic Waste&#8217; ร่วมต่อสู้กับขยะพลาสติก เพื่อโลกที่ยั่งยืน รับวันสิ่งแวดล้อมโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี คือ วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) วันที่ชาวโลกได้ร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปี 2025 นี้ องค์การสหประชาชาติ กำหนดหัวข้อ <strong>&#8216;</strong><strong>Beat the Plastic Waste&#8217;</strong> หรือ  การต่อสู้กับขยะพลาสติก  เพื่อเน้นย้ำถึงวิกฤติของปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังคุกคามทั้งสิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า สุขภาพมนุษย์ และระบบนิเวศทั่วโลก</p>
<p><span id="more-33940"></span></p>
<p><strong>คุณวิศรา หุ่นธานี</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายมลพิษ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้สรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงสถานการณ์ <strong>&#8216;ขยะพลาสติก&#8217;</strong> พร้อมข้อมูลด้านสถิติที่น่าสนใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33952 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Re-Tei-.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p>ทั้งนี้ พลาสติกถูกสร้าง​ขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกสบาย แต่ด้วยคุณสมบัติที่มีความทนทานสูง ทำให้อีกด้านหนึ่ง เมื่อกลายเป็นขยะ​ จึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นระยะเวลายาวนาน</p>
<p>โดยปัจจุบันมีขยะพลาสติกราว 400 ล้านตัน ถูกผลิตขึ้นในแต่ละปี แต่มีเพียง​ 9% เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิลอย่างเหมาะสม ส่วนที่เหลือมักถูกเผาทำลาย ถูกฝังกลบหรือเทกอง รวมถึงหลุดรอดลงสู่ทะเล ซึ่งไม่เพียงทำลายทัศนียภาพ แต่ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลที่อาจกินเศษพลาสติกเข้าไปโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>ขณะที่ไมโครพลาสติก หรือพลาสติกชิ้นเล็กจิ๋ว ที่เกิดจากการแตกตัวของพลาสติกขนาดใหญ่ ยังเริ่มปรากฏในระบบน้ำ อาหาร และแม้แต่ในร่างกายมนุษย์ ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่นักวิทยาศาสตร์ยังคงศึกษาผลกระทบในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33953 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/ภาพประกอบ-2-Re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use plastics) เช่น ถุงหูหิ้ว หลอดพลาสติก แก้วน้ำพลาสติกแบบบาง และกล่องโฟม เป็นต้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะดวกและราคาถูก แต่กลับกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง เนื่องจากย่อยสลายยากและมักหลุดรอดสู่ธรรมชาติ โดยเฉพาะในทะเลและแหล่งน้ำ</p>
<p>ประเด็นเรื่องขยะพลาสติก จึงถูกหยิบยกขึ้นมาให้ความสำคัญในวาระ &#8216;วันสิ่งแวดล้อมโลก&#8217; ในปี 2025 นี้  ภายใต้ธีม &#8216;Beat the Plastic Waste&#8217;  ซึ่งไม่​ใช่เพียงแค่การชี้ให้เห็นถึงปัญหา แต่ขยับไปสู่​การเรียกร้องให้ทุกคน &#8216;ลงมือทำ&#8217; ทั้งในระดับบุคคล องค์กร ชุมชน และภาครัฐ</p>
<p>ซึ่ง​สามารถเริ่มได้ทุกคน จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่าย ๆ เช่น</p>
<p>&#8211; ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว</p>
<p>&#8211; พกถุงผ้า แก้วน้ำ หรือกล่องอาหารส่วนตัว</p>
<p>&#8211; สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้หรือรีไซเคิลได้</p>
<p>&#8211; แยกขยะที่ต้นทางและสนับสนุนระบบรีไซเคิล</p>
<p>&#8211; สนับสนุนให้มีนโยบายควบคุมพลาสติกที่จริงจัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33954 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/ภาพประกอบ-5.jpg" alt="" width="1200" height="814" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพฤติกรรมส่วนบุคคลจะสำคัญ แต่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบก็มีบทบาทไม่แพ้กัน ประเทศไทยได้แสดงความมุ่งมั่นในการลดปัญหาขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินงานตาม Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 และการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อให้พลาสติกถูกนำกลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ  ส่งผลให้ทั้งภาครัฐบาลและภาคธุรกิจจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการที่สนับสนุนการลดพลาสติก เช่น ภาษีบรรจุภัณฑ์พลาสติก การส่งเสริมธุรกิจที่มีระบบรีไซเคิลครบวงจร และการลงทุนในวัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น</p>
<p><strong>ข้อมูลสถิติ เกี่ยวกับขยะพลาสติกของประเทศไทย</strong></p>
<p>&#8211; จากรายงานของกรมควบคุมมลพิษ ปี 2567 ประเทศไทยมีปริมาณ <strong>ขยะพลาสติกประมาณ </strong><strong>2</strong><strong>.24 ล้านตันต่อปี </strong>แต่สามารถ<strong>นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้เพียง 25.4%</strong> เท่านั้น</p>
<p>&#8211; ขยะพลาสติกที่หลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อมทางทะเลของไทยติดอันดับ <strong>หนึ่งในสิบของโลก</strong></p>
<p>&#8211; ปีงบประมาณ 2567 กรมควบคุมมลพิษ <strong>ใช้งบประมาณกว่า </strong><strong>20 </strong><strong>ล้านบาท</strong> เพื่อขับเคลื่อนการจัดระบบการคัดแยกขยะ ณ ต้นทาง ให้สอดคล้องกับระบบกำจัดปลายทาง รวมถึงการจัดการขยะพลาสติกและขยะบรรจุภัณฑ์อย่างเป็นระบบและครบวงจรให้สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p>สำหรับแนวทางการจัดการขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ ยังคงอาศัยหลักการพื้นฐาน 3R ได้แก่ <strong>Reduce</strong> ลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น <strong>Reuse</strong> การใช้ซ้ำ และ<strong> Recycle</strong> การหมุนเวียนพลาสติกให้กลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีคุณภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33955 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/ภาพประกอบ-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้  ยังมีการส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทนที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เช่น PBS (Polybutylene Succinate) ​ที่สามารถย่อยสลายได้ในสภาวะที่เหมาะสม ​รวมทั้งการพัฒนามาตรฐานวัสดุทางเลือกให้มีคุณภาพเทียบเท่าพลาสติกทั่วไป ยังเป็นทางเลือกให้​ผู้ผลิตสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์เลือกผลิตให้เหมาะตามหน้าที่การใช้งาน (Function) ของสินค้าและบรรจุภัณฑ์นั้น​​พร้อมเร่งสื่อสารไปยังผู้บริโภค​ในเรื่อง Waste Management  เพื่อ​จัดการกับขยะหลังการใช้งานให้ถูกต้อง สอดคล้องกับรูปแบบการจัดการขยะปลายทางของแต่ละท้องถิ่นเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำควบคู่กัน เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการจัดการขยะ</p>
<p><em>&#8220;การแก้ปัญหาขยะพลาสติกไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค หรือผู้กำหนดนโยบาย ล้วนเป็นพลังสำคัญในการสร้างโลกที่สะอาดและยั่งยืน และในวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ ขอให้เราเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต&#8221;</em> คุณวิศรา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/tei-beat-the-plastic-waste-world-environmrnt-day/">TEI แนะแนวทาง &#8216;Beat the Plastic Waste&#8217; ร่วมต่อสู้กับขยะพลาสติก เพื่อโลกที่ยั่งยืน รับวันสิ่งแวดล้อมโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
