<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Positive Choice &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/positive-choice/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 24 Mar 2024 14:40:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Positive Choice &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เลย์ ขับเคลื่อน pep+ เพิ่มผลกระทบเชิงบวกตลอดห่วงโซ่ ยกระดับเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่ง พร้อมต่อยอดพัฒนาบรรจุภัณฑ์ rPP</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/lays-driving-pepsico-positive-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 Mar 2024 13:09:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Iconic Brand]]></category>
		<category><![CDATA[Lay's]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[pep+]]></category>
		<category><![CDATA[PepsiCo]]></category>
		<category><![CDATA[PepsiCo Positive]]></category>
		<category><![CDATA[Positive Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Positive Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Positive Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Positive Value Chain​]]></category>
		<category><![CDATA[PP]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Farming]]></category>
		<category><![CDATA[ธนกฤต ศรีวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บุษบา วงศ์นภาไพศาล]]></category>
		<category><![CDATA[มันฝรั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เป๊ปซี่โค]]></category>
		<category><![CDATA[เป๊ปซี่โค ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เลย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24681</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด หรือ &#8216;เป๊ปซี่โค ประเทศไทย&#8217; ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ ‘เลย์’ กับภารกิจการสร้างผลกระทบเชิงบวกตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ตามกลยุทธ์ pep+ (PepsiCo Positive) ตั้งแต่ต้นน้ำผ่านการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรผู้ปลูกมันฝรั่งกว่า 5,800 ราย​ ใน 10 จังหวัด ทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน ผ่านแนวทาง Positive Agriculture ส่วน​กลางน้ำได้ขับเคลื่อน​​ Positive Value Chain​ เพื่อสร้าง​กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมความหลากหลาย​ เปิดกว้างและเท่าเทียมภายในองค์กร​ ไปจนถึงปลายน้ำผ่าน Positive Choice เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าทั้งต่อผู้บริโภคและโลกใบนี้ ในฐานะ ‘Iconic Brand’ ที่มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางของความยั่งยืน​ คุณบุษบา วงศ์นภาไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ขับเคลื่อนกลยุทธ์ pep+ ​มาเป็นระยะเวลา 4 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/lays-driving-pepsico-positive-strategy/">เลย์ ขับเคลื่อน pep+ เพิ่มผลกระทบเชิงบวกตลอดห่วงโซ่ ยกระดับเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่ง พร้อมต่อยอดพัฒนาบรรจุภัณฑ์ rPP</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด</strong> หรือ &#8216;<strong>เป๊ปซี่โค ประเทศไทย&#8217;</strong> ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์ <strong>‘เลย์’</strong> กับภารกิจการสร้างผลกระทบเชิงบวกตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ตามกลยุทธ์ <strong>pep+</strong> (PepsiCo Positive) ตั้งแต่ต้นน้ำผ่านการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรผู้ปลูกมันฝรั่งกว่า 5,800 ราย​ ใน 10 จังหวัด ทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน ผ่านแนวทาง <strong>Positive Agriculture</strong></p>
<p><span id="more-24681"></span></p>
<p>ส่วน​กลางน้ำได้ขับเคลื่อน​​ <strong>Positive Value Chain​</strong> เพื่อสร้าง​กระบวนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมความหลากหลาย​ เปิดกว้างและเท่าเทียมภายในองค์กร​ ไปจนถึงปลายน้ำผ่าน <strong>Positive Choice</strong> เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าทั้งต่อผู้บริโภคและโลกใบนี้ ในฐานะ <strong>‘Iconic Brand’</strong> ที่มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางของความยั่งยืน​</p>
<p><strong>คุณบุษบา วงศ์นภาไพศาล</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ขับเคลื่อนกลยุทธ์ pep+ ​มาเป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2564  ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นกุญแจสำคัญที่ส่งเสริมให้เกษตรกรที่เพาะปลูกมันฝรั่งประสบความสำเร็จในหลายมติ ทั้งการเพิ่มความสามารถ แนวทางการปฏิบัติที่ดีด้านการเกษตร ตลอดจนการพลิกโฉมการเกษตรไปสู่ความยั่งยืน  ถือเป็นการสร้างแนวทางใหม่ในการขับเคลื่อนธุรกิจที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนและโลกผ่าน​แบรนด์เลย์​</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24690 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/1-13.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ลดความเสี่ยงธุรกิจ ด้วยต้นน้ำที่แข็งแรง </strong></p>
<p>โดยเฉพาะการสร้างฐานธุรกิจที่ยั่งยืนจากต้นน้ำที่แข็งแรง เพื่อลดความเสี่ยงรอบด้าน​ที่จะส่งผลกระทบต่อทั้งปริมาณและคุณภาพของวัตถุดิบ​ ไม่ว่าจะเป็น​การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ที่จะส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร หรือปัญหาเชิงโครงสร้างและการเมืองที่จะส่งผลต่อการค้าขาย​ทั่วโลก ขณะที่​คุณภาพชีวิตของเกษตรกร ถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคม</p>
<p>ปัจจุบันเป๊ปซี่โค ประเทศไทยได้ให้การส่งเสริมเกษตรกรไทยในการปลูกมันฝรั่งบนพื้นที่กว่า 38,000 ไร่ ใน 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน ตาก เพชรบูรณ์ สกลนคร และนครพนม มีเกษตรกรรวมกันมากกว่า 5,800 คน ผ่านการจัดทำฟาร์มต้นแบบ (model farm) จำนวน 19 แห่ง ซึ่งเกษตรกร​จะได้รับองค์ความรู้ และการถ่ายทอดเทคนิค ​เทคโนโลยีในการปลูกมันฝรั่งซึ่งเป็นพืชหลังนาที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี และมีความมั่นคง เนื่องจากมีการรับประกันราคารับซื้อที่แน่นอน ภายใต้การทำข้อตกลงของระบบเกษตรพันธสัญญา</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-24687 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/9-Pep-Agro.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณธนกฤต ศรีวิชัย </strong>ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาศักยภาพการผลิตเกษตร บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ​แต่ละปี ​ ‘เป๊ปซี่โค ประเทศไทย’ จะมีความต้องการใช้ปริมาณมันฝรั่งเพื่อผลิต ‘เลย์’ อยู่ที่กว่า 1.2 แสนตันต่อปี และจากการมุ่งมั่นส่งเสริมการทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด มาตั้งแต่ปี 2538 ​ทำให้​สามารถใช้ผลผลิตจากในประเทศได้ถึง 90% หรือกว่า 1 ​​แสนตัน จากพื้นที่กว่า 3 หมื่นไร่ ​โดยมียอดนำเข้าที่ราว 1 หมื่นตัน​​</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมาย​ขยายเครือ​ข่ายเกษตรกรอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มผลผลิตไม่ต่ำกว่าปีละ 1 หมื่นตัน เพื่อ​รองรับการเติบโตที่เพิ่มขึ้นราว 8-10% ในแต่ละปี โดยไม่ต้องหันไป​​พึ่งพาวัตถุดิบจากการนำเข้า ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าราคาในประเทศมากกว่าเท่าตัว รวมทั้งยังลดความเสี่ยงที่จะขาดแคลนวัตุดิบจากความผันผวนจากหลายปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยมีการประเมินว่า ปัจจัยด้านสภาพอากาศจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ​​ทั้งในมิติของการสูญเสียโอกาส หรือการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนรวมกันราว 14-15 ล้านเหรียญสหรัฐ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-24692 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/7-3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>&#8220;เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ได้นำแนวทางการเกษตรแบบยั่งยืนเข้าไปส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักราว 80-90% ของพอร์ตโฟลิโอกลุ่มสแน็ค โดยมุ่งเน้นทั้งการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความแข็งแรง ให้มีผลผลิตได้มากขึ้น และเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้น โดยลดการเก็บเกี่ยวกับ 120 ว้น เหลือเพียง 90 วัน และสามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่จาก 2 ตัน เป็น 3 -3.2 ตัน และมีเป้าหมายจะพัฒนาเพิ่มเป็น 5 ตันต่อไร่ รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เช่น การใช้โดรนมาช่วยตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูก หรือการใช้เทคโนโลยีอินฟาเรดช่วยตรวจสอบสภาพดิน รวมทั้งการเพาะปลูกด้วยระบบน้ำหยด ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำลงได้ถึง 50% โดยการขับเคลื่อนที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรโดยรวมได้กว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี และมีเป้าหมายสร้างกำไรให้เกษตรกรในเครือข่ายได้เพิ่มขึ้นราว 15% ภายในปี 2030 ตามเป้าหมายการขับเคลื่อนในมิติ Positive Agriculture รวมทั้งยังมองหา​โอกาสเพื่อส่งเสริม Sustainability Sourcing ให้เกษตรกรในกลุ่มข้าว และข้าวโพดเพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย&#8221; ​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24688 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/13.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>นำร่องศึกษาบรรจุภัณฑ์จาก rPP </strong></p>
<p>นอกจากมิติของ​ต้นน้ำ ในฐานะที่เลย์ เป็นแบรนด์ผู้นำ​ในตลาดขนมขบเคี้ยว ยังมีเป้าหมายทำให้บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น ทั้งการทำให้บรรจุภัณฑ์เลย์ทุกชิ้นสามารถนำไปรีไซเคิลได้ เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบหรือการเผา ด้วยการสร้างให้เกิดระบบ Closed Loop ที่แข็งแรงในวงจรของบรรจุภัณฑ์จากซองเลย์ ​เพื่อบรรลุเป้าหมายลดการใช้พลาสติกใหม่ลง 50% ภายในปี 2030 ตามที่ประกาศไว้ในกลยุทธ์ pep+</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24686 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/6-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณบุษบา </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในปี 2025 บรรจุภัณฑ์เลย์ทุกซอง ทุก SKU จะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ท้ังหมด โดยที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนานวัตกรรมผ่านการดีไซน์​โครงสร้างของบรรจุภัณฑ์ให้สะดวกต่อการนำเข้าสู่ระบบ​รีไซเคิ​ล ด้วยการใช้พลาสติก PP เพียงแบบเดียว​ (Mono-material) และลดจำนวนชั้นบรรจุภัณฑ์ลงจาก 3 ชั้น เหลือ 2 ชั้น โดยไม่กระทบต่อคุณภาพและอายุในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งจะให้ความสำคัญต่อการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อนำมารีไซเคิล​ ​​ด้วยการทำงานร่วมกับพันธมิตรและชุมชน 25 แห่ง ผ่านการสร้างความตระหนักในการแยกขยะเพื่อเป็นต้นทางสำคัญของการนำบรรจุภัณฑ์เข้าสู่ระบบได้อย่างครบวงจร</p>
<p><em>&#8220;ที่ผ่านมากลุ่มซอ​งขนมต่างๆ ​จะถูกจัดเป็นขยะกำพร้า ที่มักถูกนำไปเผาหรือฝังกลบ ​ในฐานะที่เลย์เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและต้องการรับผิดชอบในการลดปริมาณขยะที่มีส่วน​สร้างขึ้น จึงมุ่งขับเคลื่อนการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ ด้วยการตั้งราคาให้ผู้รับซื้อในราคากิโลกรัมละ 8 บาท เพื่อ​สร้างให้เกิดการขับเคลื่อนผ่านกลไกตลาดและมุ่งสร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภค และพันธมิตร เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมในการแยกขยะ เพื่อนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ ซึ่งที่ผ่านมา ​บริษัทสามารถเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ได้ราว 1-2 พันตันต่อปี หรือประมาณ 15% จากปริมาณที่ใช้ และได้นำไปต่อยอดเป็นเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เพื่อส่งต่อให้ชุมชน หรือโรงเรียนต่างๆ นำไปใช้ประโยชน์ต่อ รวมทั้งในอนาคตมีแผนจะนำเม็ดพลาสติก​ rPP มาผลิตเป็นซองบรรจุภัณฑ์ใหม่อีกครั้ง เพื่อสามารถขับเคลื่อนได้อย่างครบวงจร และบรรลุเป้าหมาย pep+ ที่ต้องการลดการใช้เม็ดพลาสติกใหม่ลง 50% ภายในปี 2030 และขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net zero ภายในปี 2040 ด้วย&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24685 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/PEP-CO.jpg" alt="" width="1280" height="960" /></p>
<p>ความท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนอยู่ที่การเก็บกลับ เนื่องจาก ซองบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเบามาก และคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าสามารถนำไปรีไซเคิลได้ ทำให้ถูกทิ้งรวมและเกิดการปนเปื้อน ทำให้บริษัทต้องสร้างมูลค่าให้ซองบรรจุภัณฑ์สำหรับการรับซื้อคืนเพื่อช่วยกระตุ้นให้มีปริมาณนำส่งคืนเพิ่มเติมมากขึ้น จากแค่กลุ่มที่ทำด้วยความสมัครใจ​ รวมทั้งได้เพิ่มงบ​สำหรับ Educated เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภคให้เพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับที่สามารถทำสำเร็จมาแล้วในกลุ่มเครื่องดื่ม ซึ่งเป๊ปซี่โคเป็นรายแรกของตลาดที่สามารถใช้ rPET และขับเคลื่อนได้อย่างครบลูป แบบ Bottle to Botlle ​</p>
<p>นอกจาก​การใช้พลาสติกรีไซเคิลแล้ว บริษัทยังมองหานวัตกรรมด้านวัสดุที่สามารถนำมาใช้ทดแทนพลาสติก​ เช่น ไบโอพลาสติก หรือกลุ่มคอมโพสิต เพื่อเป็นแนวทางเพิ่มเติมในการบรรลุเป้าหมายเพื่อช่วยลดการใช้พลาสติกลงได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน โดยปัญหาสำคัญที่ทำให้การใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลยังไม่สามารถขยายได้ในวงกว้าง เนื่องจาก ระดับราคาที่มีความแตกต่างกันมากระหว่างการใช้พลาสติกใหม่ และเม็ดพลาสติกรีไซเคิล โดยความแตกต่างของ PET และ rPET จะอยู่ที่ราว 30-40% ขณะที่กลุ่ม PP และ rPP จะแตกต่างกันมากกว่าถึง 1-2 เท่าตัวเลยทีเดียว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/lays-driving-pepsico-positive-strategy/">เลย์ ขับเคลื่อน pep+ เพิ่มผลกระทบเชิงบวกตลอดห่วงโซ่ ยกระดับเกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่ง พร้อมต่อยอดพัฒนาบรรจุภัณฑ์ rPP</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
