<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Real – World of Sustainability &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/real-world-of-sustainability/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Jul 2025 10:42:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Real – World of Sustainability &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Jul 2025 10:42:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi and Companies]]></category>
		<category><![CDATA[Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESGNIVERSE 2025]]></category>
		<category><![CDATA[From Reports to REAL IMPACT]]></category>
		<category><![CDATA[Human Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Real – World of Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Waht's Next]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34620</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเดิมเวทีงานสัมมนา ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability ภายใต้คอนเซปต์ &#8216;From Reports to REAL IMPACT&#8217; โดย Brand Buffet ร่วมกับ SD Thailand  ด้วยแนวคิดการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจ จาก คุณอาร์ม &#8211;  ปิยะชาติ   อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด (BRANDi &#38; Companies)  โดยได้มาร่วมแชร์มุมมองผ่านหัวข้อ &#8216;What is Next for the Sustainable Growth&#8216;  เพื่อสะท้อนแนวคิด​การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน​​ในระบบ​เศรษฐกิจ ที่ไม่เพียงสร้าง Profit แต่ต้องสามารถผนวก People และ Planet ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ด้วย คุณอาร์ม มองปัญหาที่ผ่านมา เหมือนการตั้งสมการที่ผิด เพราะการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงปี 1800 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/">แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเดิมเวทีงานสัมมนา <b>ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability</b> ภายใต้คอนเซปต์ &#8216;<b>From Reports to REAL IMPACT&#8217;</b> โดย Brand Buffet ร่วมกับ SD Thailand  ด้วยแนวคิดการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจ จาก <strong>คุณอาร์ม &#8211;  ปิยะชาติ </strong> <b> อิศรภักดี </b>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด <strong>(BRANDi &amp; Companies) </strong></p>
<p><span id="more-34620"></span></p>
<p>โดยได้มาร่วมแชร์มุมมองผ่านหัวข้อ &#8216;<strong>What is Next for the Sustainable Growth</strong>&#8216;  เพื่อสะท้อนแนวคิด​การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน​​ในระบบ​เศรษฐกิจ ที่ไม่เพียงสร้าง Profit แต่ต้องสามารถผนวก People และ Planet ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ด้วย</p>
<p><strong>คุณอาร์ม</strong> มองปัญหาที่ผ่านมา เหมือนการตั้งสมการที่ผิด เพราะการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงปี 1800 -2000 เป็นต้นมา มุ่งโฟกัสเพียงการสร้าง<strong> กำไร</strong>  (Profit) ให้ได้มากที่สุด โดยไม่ได้คำนึงถึง <strong>คน</strong> (People) และ <strong>สิ่งแวดล้อม</strong> ( Planet)​ ไว้ในสมการเดียวกัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34627 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2784.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ผลที่ตามมา และเห็นได้ชัดเจนหลังจากปี​ 2000  เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ที่สภาพเศรษฐกิจก็ไม่ได้เติบโตตามที่หวัง ​พร้อมทั้งยังสร้างผลกระทบทั้งต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นห่วงโซ่ตามมาอีกด้วย</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบที่ผ่านมา ไม่เพียงไม่ช่วย​​ให้ GDP หรือเศรษฐกิจเติบโต แถมยังทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตสูงขึ้นกว่าเดิม ศักยภาพหรือ Productivity ของคนทำงานก็ลดลงด้วย โดยปัจจุบันพบว่า คนทำงาน 1 คน สร้างการเติบโตให้ GDP ในช่วง 10 ปีนี้ น้อยลงกว่าเดิม 1.5% ขณะที่รายได้หรือเงินเดือนต่อคนลดลง 0.8% ซึ่งส่วนต่าง 0.7% เป็นภาคเอกชนที่ต้องแบกรับไว้ เพราะไม่สามารถปรับลดค่าจ้างตาม Productivity ที่ลดลงได้ รวมทั้งค่าครองชีพ และเงินเฟ้อก็สูงขึ้น ส่งผลให้เงินในกระเป๋าทุกคนน้อยลง กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายธุรกิจไม่สามารถอยู่รอดและไปต่อได้ จึง​อยู่ในสถานการณ์ ตายแล้ว ตายอยู่ ตายต่อ เนื่องจากไม่สามารถ​แบกรับสถานการณ์เช่นนี้ได้ไหว&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34623 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2848.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างบาลานซ์ Economy + Sustainability </strong></p>
<p>อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบที่ผ่านมา คือ เกิดภาวะ &#8216;<strong>รวยกระจุก จนกระจาย&#8217;</strong> เพราะเมื่อสโคปภาพการเติบโตของ GDP ในช่วง 4-5 ปีย้อนหลัง จะเห็นว่า เศรษฐกิจที่เติบโตทุกวันนี้มาจากคนเพียง 25% จากเดิมที่มีบทบาทมากเกือบครึ่งที่ 45%</p>
<p>ขณะที่ตอนนี้การเติบโตส่วนใหญ่ถึงกว่า 40% มาจากกลุ่มเทคโนโลยีที่เรียกว่า <strong>Total Factor Productivity</strong> หรือ​เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการช่วยผลักดันการเติบโต โดยเฉพาะ AI ที่สามารถสร้างให้ธุรกิจเกิดความแตกต่าง จึงช่วยเพิ่ม Productivity และแนวโน้มจะเกิดช่องว่างระหว่างคนและเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34625 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2864.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><em>เมื่อคนเริ่มมีบทบาทในห่วงโซ่ของการผลิตน้อยลง ก็จะเป็นเหตุผลให้เกิดการลดการจ้างแรงงานคน​ กระทบต่อ​รายได้ที่ลดลง แต่รายได้ส่วนใหญ่จะไปกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแทน</em></strong></p>
<p>นอกจากมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจ​น้อยลง ในทางกลับกัน ยังเกิดภาวะการบริโภคมากขึ้น หรือ Overconsumption โดยพบว่าการบริโภครวมของประชากรทั้งโลกกว่า 8 พันล้านคนในปัจจุบัน มีการใช้ทรัพยากรต่างๆ ไปมากกว่าที่มีอยู่ถึง 1.75 เท่า ทำให้โลกของคนในรุ่นถัดไปจะสั้นลง โดยคาดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้โลกขาดแคลนน้ำสะอาดใช้ ภายในปี 2030 และกระทบต่อ​ระบบความมั่นคงทางอาหาร ในปี 2050 รวมทั้งสภาพอากาศที่จะแปรปรวนและรุนแรง จนกระทบต่อการใช้ชีวิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34626 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0131.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;โลกล้มเหลวต่อความพยายามลดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ไปแล้ว จากนี้ทำได้ดีที่สุดคือ การรักษาระดับไว้ที่  Best Case ราว 1.8 องศาเซลเซียส และ Worst Case ต้องไม่เกิน  2.6 องศาเซลเซียส สะท้อนได้ว่า <strong>สิ่งที่โลกเดินมาตลอดนั้นไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้อง และขาดความสามารถในการพัฒนา New Growth หรือนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างการเติบโต โดยตลอดกว่า 2 ศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 1820 ถึงปัจจุบัน มูลค่าทางเศรษฐกิจเติบโตเป็นร้อยเท่าจาก 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (USD) เป็น 105 ล้านล้าน USD แต่โตมาจากเม็ดเงินลงทุนที่สูงถึง 307 ล้านล้าน USD เท่ากับว่า เราต้องใส่เงินถึง 3 บาท เพื่อให้มีรายได้ 1 บาท</strong> ส่งผลให้เกิดปัญหาหนี้สินที่ทุกคนต้องแบกรับอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้&#8221; </em></p>
<p><strong>คุณอาร์ม</strong> ชี้ให้เห็นปัญหาเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่โลกไม่มีเงิน แต่เงินอยู่ที่ภาคเอกชน ขณะที่ภาครัฐหรือผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถหาวิธีนำเงินเหล่านี้ออกมาใช้ได้ โดยทุกประเทศทั่วโลก เงินของภาคเอกชน หรือ Private Wealth จะมีมูลค่ามากกว่างบประมาณจากภาครัฐหลายเท่าตัว แม้แต่ประเทศไทยเองที่มีสัดส่วนต่างกันเกือบ 4 เท่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34621 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0163.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ดังนั้น วิธีแก้จำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้คนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะภาคเอกชน เข้ามาอยู่ในระบบ​ของการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และ​​ผนวกการขับเคลื่อน Economy ​​โดยภาคเอกชน ที่มุ่งเน้นสร้างเศรษฐกิจให้เติบโต เข้ากับเรื่องของ Sustainability ที่ขับเคลื่อนโดยภาครัฐ</p>
<p>เพื่อก้าวข้ามโมเดลการเติบโตเก่าๆ ที่เน้นแต่เศรษฐกิจเติบโต แต่คนและสิ่งแวดล้อมแย่ลง แม้ว่าอาจจะต้องทำให้ช้าลงบ้าง อ้อมไปบ้าง แต่จะเป็นการสร้างการเติบโตที่สามารถพาให้ทั้ง Human Capital และ Nature Capital เติบโตไปพร้อมกันด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ โมเดลที่เชื่อว่าจะเป็นโซลูชัน ในการแก้ปัญหา คือ <strong>Sustainomy</strong> เพื่อเปลี่ยนโมเดลการเติบโตจาก Consume The Future มาเป็น Create The Future โดยเปลี่ยนวิธีคิดจาก Norm. เดิมๆ ที่สะท้อนถึงการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน เพราะหากปล่อยให้เอกชนต้องแบกรับต่อไป อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาแทนการเป็นโซลูชัน</p>
<p>จึงจำเป็นต้องหาโมเดลในการผนึกความร่วมมืออย่างถูกต้อง เพื่อให้ Risk ที่ภาคเอกชนจะต้องเข้าไปสนับสนุนประชาชน​ นอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ผลักดันบริษัทให้เติบโต หรือกลุ่มเปราะบางต่างๆ กลายเป็น Opportunity หรือโอกาส​ ​ขณะที่ภาครัฐก็จะมีศักยภาพในการดูแลประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้ดีมากขึ้น ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34622 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0184.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกการเปลี่ยนผ่าน จำเป็นต้องอาศัยทุน หรือ Capital โดยเฉพาะการ​​ช่วยให้ภาคเอกชนแข็งแรงมากขึ้น ผ่านการขับเคลื่อน 3 ระดับ ทั้ง  <strong>Macro</strong> ผ่านการปรับปรุงเงื่อนไข หรือกฏระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องการก้าวสู่ New Economy ​เพื่อนำเงินสำหรับการพัฒนามาใช้ให้เกิดการพัฒนาได้จริง, ระดับ <strong>Market</strong> ด้วยการหาตลาด หรือ Matching ​เพื่อช่วยให้ธุรกิจ​เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย และมีต้นทุนต่ำ พร้อมสร้างกำไรแบบพรีเมียม เพิ่ม​ความแข็งแรงในระบบนิเวศธุรกิจ ​รวมทั้งระดับ <strong>Micro </strong>ต้องมุ่งเพิ่มศักยภาพธุรกิจให้พร้อมรับต่อทุกความเสี่ยงในอนาคต โดยที่​ยังรักษาความสามารถในการส่งมอบสินค้าและบริการ หรือ Capacity Building โดยเฉพาะปัจจุบันทุกธุรกิจต้องเผชิญกับโจทย์ที่ยากและท้าทายอยู่ตลอดเวลา จึงต้องสามารถหาท่าใหม่ๆ มาใช้ในการทำธุรกิจเพื่อยังคงสามารถรอดและเติบโตต่อไปได้ ซึ่งการจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนที่แท้จริงนั้น ต้องสามารถช่วยแก้ปัญหาของวันนี้ได้ โดยไม่เพิ่มปัญหาให้วันพรุ่งนี้ และสร้างให้เกิดเป็นต้นทุนที่ดีสำหรับวันต่อไป&#8221;</em> คุณอาร์ม กล่าวสรุปส่งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34628 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0211.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/">แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
