<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Restaurant &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/restaurant/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 25 Apr 2026 08:20:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Restaurant &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>GUGU Chicken ฉลองก้าวสู่ปีที่ 6 เดินหน้ารุกตลาดแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ารายได้กลุ่มธุรกิจ 500 ล้านบาท พร้อมขยาย 10 สาขาในปี 2026   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/gugu-chicken-6th-yrs-celebration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Apr 2026 08:20:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Fresh Food – Fast]]></category>
		<category><![CDATA[GUGU Chicken]]></category>
		<category><![CDATA[J Concept]]></category>
		<category><![CDATA[Korean]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจแฟรนไชส์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจ คอนเซปต์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเกาหลี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41342</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เจ คอนเซปต์ จำกัด (J Concept) องค์กรที่ดำเนินธุรกิจแบรนด์ไก่ทอดเกาหลีชื่อดัง “GUGU Chicken” ประกาศก้าวสำคัญในโอกาสครบรอบ 6 ปี เดินหน้าขยายธุรกิจแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ พร้อมตั้งเป้ารายได้รวม 500 ล้านบาทในปี 2026 ควบคู่กับการเปิด 10 สาขาใหม่ทั่วประเทศ หลังพิสูจน์ความสำเร็จจากโมเดลสาขาที่บริษัทบริหารโดยตรงกว่า 35 แห่ง พร้อมชูเทคโนโลยี AI และระบบโลจิสติกส์ ERP ที่ช่วยบริหารจัดการซัพพลายเชนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผนสต็อก การจัดส่ง ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและรองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว เส้นทางความสำเร็จสู่โมเดลแฟรนไชส์มาตรฐานระดับสากล นับตั้งแต่การเปิดสาขาแรกในปี 2020 GUGU Chicken ได้สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดไก่ทอดเกาหลี ด้วยรสชาติต้นตำรับที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งโดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบหลักและเครื่องปรุงนำเข้าจากประเทศเกาหลีโดยตรง เพื่อคงรสชาติความอร่อยตามแบบฉบับ Original Korean Taste และระบบบริหารจัดการมาตรฐานสากล  โดยผ่านก้าวสำคัญในแต่ละระยะดังนี้: 2020 – 2021: เริ่มต้นก้าวแรกและการสร้าง Brand Awareness ให้เป็นที่รู้จัก 2022 – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/gugu-chicken-6th-yrs-celebration/">GUGU Chicken ฉลองก้าวสู่ปีที่ 6 เดินหน้ารุกตลาดแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ารายได้กลุ่มธุรกิจ 500 ล้านบาท พร้อมขยาย 10 สาขาในปี 2026   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เจ คอนเซปต์ จำกัด (</strong><strong>J Concept) </strong>องค์กรที่ดำเนินธุรกิจแบรนด์ไก่ทอดเกาหลีชื่อดัง “<strong>GUGU Chicken</strong>” ประกาศก้าวสำคัญในโอกาสครบรอบ 6 ปี เดินหน้าขยายธุรกิจแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ พร้อมตั้งเป้า<strong>รายได้รวม </strong><strong>500</strong><strong> ล้านบาทในปี </strong><strong>2026</strong><strong> ควบคู่กับการเปิด </strong><strong>10</strong><strong> สาขาใหม่ทั่วประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-41342"></span></p>
<p>หลังพิสูจน์ความสำเร็จจากโมเดลสาขาที่บริษัทบริหารโดยตรงกว่า 35 แห่ง พร้อมชูเทคโนโลยี AI และระบบโลจิสติกส์ ERP ที่ช่วยบริหารจัดการซัพพลายเชนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผนสต็อก การจัดส่ง ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและรองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว</p>
<p><strong>เส้นทางความสำเร็จสู่โมเดลแฟรนไชส์มาตรฐานระดับสากล</strong></p>
<p>นับตั้งแต่การเปิดสาขาแรกในปี 2020 GUGU Chicken ได้สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดไก่ทอดเกาหลี ด้วยรสชาติต้นตำรับที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งโดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบหลักและเครื่องปรุงนำเข้าจากประเทศเกาหลีโดยตรง เพื่อคงรสชาติความอร่อยตามแบบฉบับ Original Korean Taste และระบบบริหารจัดการมาตรฐานสากล  โดยผ่านก้าวสำคัญในแต่ละระยะดังนี้:</p>
<ul>
<li><strong>2020 – 2021:</strong> เริ่มต้นก้าวแรกและการสร้าง Brand Awareness ให้เป็นที่รู้จัก</li>
<li><strong>2022 – 2023:</strong> เร่งขยายสาขา (Rapid Expansion) ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานองค์กร ทั้งด้าน R&amp;D และระบบฝึกอบรม</li>
<li><strong>2024 – 2025:</strong> รุกขยายเข้าสู่ศูนย์การค้าชั้นนำ พร้อมเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้กับสาขาที่บริษัทบริหารเอง (Direct Operation Stability)</li>
<li><strong>2026:</strong> ก้าวสู่การขยายแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ (Franchise Expansion) โดยประเดิมสาขาแรก ณ <strong>ย่านสรงประภา</strong> ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมและสร้างยอดขายได้อย่างมั่นคง <strong>สะท้อนถึงความพร้อมของแบรนด์ในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ก้าวสำคัญต่อจากนี้</strong></li>
</ul>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41344 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/GUGU2.jpg" alt="" width="425" height="600" /></p>
<p><strong>เสริมศักยภาพด้วยระบบบริหารจัดการ &#8220;</strong><strong>Fresh Food – Fast&#8221;</strong></p>
<p>หัวใจสำคัญที่ทำให้ J Concept มั่นใจในการขยายแฟรนไชส์ คือการเตรียมระบบสนับสนุนไว้แบบครบวงจร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นและรันธุรกิจได้อย่างราบรื่นที่สุด โดยประกอบไปด้วย:</p>
<ul>
<li>โครงสร้างโลจิสติกส์ประสิทธิภาพสูง: บริหารจัดการโดยบริษัทในเครือ &#8220;J Logis&#8221; ภายใต้แนวคิด &#8220;Fresh Food – Fast&#8221; เพื่อการันตีความสดใหม่ของวัตถุดิบ <strong>ควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพวัตถุดิบนำเข้าจากเกาหลี</strong> ด้วยระบบการขนส่งที่รวดเร็วและได้มาตรฐาน</li>
<li>ระบบบริหารจัดการองค์กร<strong> (</strong><strong>ERP) : </strong>เชื่อมโยงข้อมูลการดำเนินงานตั้งแต่การสั่งซื้อ การบริหารสต็อก และการจัดส่งแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การบริหารซัพพลายเชนมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมรองรับการขยายธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ</li>
<li>การบริหารต้นทุนด้วยอำนาจการต่อรอง (Buying Power): ช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ร่วมธุรกิจแฟรนไชส์มีต้นทุนที่แข่งขันได้จริงในตลาด</li>
<li>เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก: นำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ความต้องการสินค้าและบริหารสต็อกอย่างแม่นยำ เพื่อลดโอกาสสินค้าขาดแคลนหรือมีสินค้าค้างสต็อกเกินความจำเป็น</li>
<li>มาตรฐานการดำเนินงาน (SOP): ถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านคู่มือและระบบฝึกอบรมที่เข้มงวด เพื่อให้ทุกสาขาแฟรนไชส์สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นมืออาชีพตามมาตรฐานเดียวกับสาขาที่บริษัทบริหารเอง</li>
</ul>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41346 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/GUGU4.jpg" alt="" width="450" height="600" /></p>
<p><strong>ยกระดับองค์กรสู่ </strong><strong>Smart Office </strong><strong>ยุคดิจิทัล</strong></p>
<p>นอกเหนือจากการบริหารจัดการหน้าร้าน J Concept ยังได้พัฒนาโครงสร้างองค์กรสู่ Smart Office โดยนำระบบ Groupware และเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เสริมความรวดเร็วในการประสานงาน และยกระดับความสามารถในการสนับสนุนพาร์ทเนอร์แฟรนไชส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong> </strong><strong>ก้าวต่อไปภายใต้กลยุทธ์ &#8220;</strong><strong>Step Up For Better&#8221;</strong></p>
<p>บนเส้นทางตลอด 6 ปี จากการเริ่มต้นสาขาแรกสู่การขยายตัวในห้างสรรพสินค้า จนถึงวันนี้ GUGU Chicken พร้อมแล้วสำหรับการขยายตัวครั้งใหญ่ (Scale Expansion) ภายใต้ Slogan<strong> &#8220;Better Together&#8221;</strong> และค่านิยม <strong>&#8220;First&#8221;</strong> ที่มุ่งเน้นการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด</p>
<p><em>&#8220;เราไม่ได้ตั้งเป้าแค่การเพิ่มจำนวนสาขา แต่เรามุ่งหวังที่จะเติบโตไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์แฟรนไชส์ </em><em>และพนักงานทุกคนอย่างยั่งยืน&#8221;</em></p>
<p>ในปี 2026 นี้ GUGU Chicken พร้อมเดินหน้าตามเป้าหมายสร้าง<strong>ยอดขายรวมกว่า </strong><strong>500</strong><strong> ล้านบาท และขยายแฟรนไชส์เพิ่มอีก </strong><strong>10</strong><strong> สาขา</strong> เพื่อส่งมอบรสชาติความอร่อยแบบเกาหลีแท้ๆ ให้เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41345 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/GUGU3.jpg" alt="" width="1200" height="850" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/gugu-chicken-6th-yrs-celebration/">GUGU Chicken ฉลองก้าวสู่ปีที่ 6 เดินหน้ารุกตลาดแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ารายได้กลุ่มธุรกิจ 500 ล้านบาท พร้อมขยาย 10 สาขาในปี 2026   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;โออิชิ อีทเทอเรียม All You Can Eatzakaya&#8217; Gen 4 โออิชิ กับไฮบริดโมเดลครั้งแรก ​ผสานไอเดียร้านแฮงค์เอ้ามาแรง กับ DNA สายแข็งบุฟเฟต์ ให้ตอบเทรนด์บริโภคยุคใหม่ได้ดีขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/oishi-eaturium-all-you-can-eatzakaya/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Feb 2026 07:01:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[All You Can Eatzakaya]]></category>
		<category><![CDATA[Buffet]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Izakaya]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Food]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi]]></category>
		<category><![CDATA[OISHI EATERIUM]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi Eatzakaya]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[บุฟเฟต์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ อีทเทอเรียม ออล ยู​ แคน อีทซากายะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40037</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังเป็นผู้บุกเบิกตลาด &#8216;อาหารญี่ปุ่น&#8217; ให้สามารถแมสได้ในประเทศไทย และยังคงครองความเป็นผู้นำมาตลอดเส้นทางการสร้างแบรนด์เกือบ 30 ปี วันนี้ &#8216;โออิชิ&#8216; ได้สร้าง Brand Jounrney ครั้งใหม่ และเป็นครั้งแรกของการทำโมเดลธุรกิจแบบไฮบริด ที่ผสมผสาน DNA ที่แข็งแรงของแบรนด์อย่าง บุฟเฟต์ กับการให้บริการแบบอะลาคาร์ท (A La Carte)  ​ โดยนำร่อง​ด้วยการรีโนเวท &#8216;โออิชิ อีทเทอรียม สาขาสาย่าน&#8216;ภายใต้แนวคิดใหม่ &#8216;All You Can Eatzakaya&#8217; (ออล ยู แคน อีทซากายะ) เพื่อสามารถรักษาทั้งฐานลูกค้าเดิมที่ชื่นชอบในแบรนด์ รวมทั้งการดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นทาร์เก็ตหลักในโลเกชั่นนี้ ก้าวสู่ Gen 4 การเดินทางครั้งใหม่ของแบรนด์โออิชิ  ​คุณศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าว่า โออิชิ ถือเป็นแบรนด์แรกที่สามารถขยับให้อาหารญี่ปุ่นเข้ามาใกล้ชิดคนไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/oishi-eaturium-all-you-can-eatzakaya/">&#8216;โออิชิ อีทเทอเรียม All You Can Eatzakaya&#8217; Gen 4 โออิชิ กับไฮบริดโมเดลครั้งแรก ​ผสานไอเดียร้านแฮงค์เอ้ามาแรง กับ DNA สายแข็งบุฟเฟต์ ให้ตอบเทรนด์บริโภคยุคใหม่ได้ดีขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังเป็นผู้บุกเบิกตลาด &#8216;<strong>อาหารญี่ปุ่น&#8217;</strong> ให้สามารถแมสได้ในประเทศไทย และยังคงครองความเป็นผู้นำมาตลอดเส้นทางการสร้างแบรนด์เกือบ 30 ปี วันนี้ &#8216;<strong>โออิชิ</strong>&#8216; ได้สร้าง <strong>Brand Jounrney</strong> ครั้งใหม่ และเป็น<em><strong>ครั้งแรกของการทำโมเดลธุรกิจแบบไฮบริด ที่ผสมผสาน DNA ที่แข็งแรงของแบรนด์อย่าง บุฟเฟต์ กับการให้บริการแบบอะลาคาร์ท</strong> </em>(A La Carte)  ​</p>
<p><span id="more-40037"></span></p>
<p>โดยนำร่อง​ด้วยการรีโนเวท &#8216;<strong>โออิชิ อีทเทอรียม สาขาสาย่าน</strong>&#8216;ภายใต้แนวคิดใหม่ &#8216;<strong>All You Can Eatzakaya&#8217;</strong> (ออล ยู แคน อีทซากายะ) เพื่อสามารถรักษาทั้งฐานลูกค้าเดิมที่ชื่นชอบในแบรนด์ รวมทั้งการดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นทาร์เก็ตหลักในโลเกชั่นนี้</p>
<p><strong>ก้าวสู่ Gen 4 การเดินทางครั้งใหม่ของแบรนด์โออิชิ </strong></p>
<p><strong>​คุณศสัย ตังเดชะหิรัญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าว่า โออิชิ ถือเป็นแบรนด์แรกที่สามารถขยับให้อาหารญี่ปุ่นเข้ามาใกล้ชิดคนไทย ด้วยระดับราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย เข้าถึงได้ง่าย และสามารถรับประทานได้ทุกวัน จากเดิมที่อาหารญี่ปุ่น มักจะเสิร์ฟอยู่แค่ในโรงแรม และมีราคาที่ค่อนข้างแพง</p>
<p>หลังสร้างบทแรกของ Brand Journey ให้ &#8216;<strong>โออิชิ บุฟเฟต์</strong>&#8216; ได้สำเร็จ ด้วยแนวคิด <strong>&#8216;Japanese Everyday Happiness&#8217;</strong> ทำให้โออิชิได้รับการตอบรับที่ดี และกลายเป็นเจ้าตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย โดยเฉพาะในตลาด Mass และ Premium Mass ที่เน้นการส่งมอบความอิ่ม อร่อย และคุ้มค่า ให้ลูกค้ามากว่า 26 ปี และไม่หยุดสร้างทางเดินใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าอยู่เสมอ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40046 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/01_ศสัย-ตังเดชะหิรัญ-โออิชิ-โฮลดิ้ง-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1707" /></p>
<p>โดยเฉพาะการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและความคุ้มค่า ในทุกๆ Journey ที่แบรนด์ขับเคลื่อน ท้ังการเปิดตัว <strong>&#8216;โออิชิ แกรนด์&#8217;</strong> ในเจอร์นีย์ที่ 2 ที่ผสมผสานทั้งอาหารญี่ปุ่น และอาหารนานาชาติ รวมทั้งการเพิ่มประสบการณ์แบบพรีเมียมให้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น รวมทั้ง &#8216;<strong>โออิชิ อีทเทอเรียม</strong>&#8216; ในเจอร์นีย์ที่ 3 เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในสไตล์ญี่ปุ่น และประสบการณ์ในการรับประทานอาหารเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ล่าสุดกับเจอร์นีย์ที่ 4 กับการปรับโฉม <strong>&#8216;โออิชิ อีทเทอเรียม&#8217;</strong> ภายใต้แนวคิด &#8216;<strong>All You Can Eatzakaya&#8217;</strong> ด้วยการนำเทรนด์ร้านแฮงเอ้ามาแรงอย่าง Izakaya มาผสมผสานกับจุดแข็งสไตล์บุฟเฟต์  สู่การสร้างพื้นที่แห่งประสบการณ์ใหม่ สำหรับการแชร์ ความสุข และโมเมนต์ร่วมกันของ <strong>&#8216;Izakaya สายกิน&#8217;</strong></p>
<p>และถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์โออิชิที่ให้บริการในรูปแบบไฮบริดโมเดล ที่เสิร์ฟทั้งบุฟเฟต์ร่วมกับอะลาคาร์ท ผ่าน​เมนูที่หลากหลายถึง 160 รายการ ทั้งอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมและทวิสต์ อาหารไทย อาหารนานาชาติ ซีฟู้ด เครื่องดื่มที่มีทั้งคอกเทล และมอกเทล รวมทั้งของหวาน เพื่อให้ตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคในปัจจุบัน และสามารถขยายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการเข้ามาใช้บริการภายในร้านได้มากขึ้น ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40051 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/03_อีทซากายะ-นิยามใหม่ของการกิน-ดื่ม-แชร์-แบบไร้ขีดจำกัด.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p><em>&#8220;โออิชิ อีทเทอเรียม ในคอนเซ็ปต์ใหม่ &#8216;ออล ยู แคน อีทซากายะ&#8217; เป็นการปรับตัวของแบรนด์ตามเทรนด์ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง GenZ ที่กำลังจะก้าวเข้ามาเป็นกำลังซื้อสำคัญของแบรนด์ในอนาคต ​ซึ่งมีรูปแบบการรับประทาน​หลากหลายโอกาส ทั้งการรับประทานแบบพอดีๆ ในช่วงวัน ไปจนถึงการแชร์โมเมนต์ร่วมกันระหว่างกลุ่มเพื่อน และครอบครัว ประกอบกับลูกค้าที่สาขาสามย่านมิตรทาวน์ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและคนทำงาน ที่อาจจะไม่ได้ต้องการความคุ้มค่าในการทานบุฟเฟต์เพียงอย่างเดียว ก็สามารถเข้ามาใช้บริการ ได้ในทุกวัน&#8221; </em></p>
<p>สำหรับการตอบรับ &#8216;<strong>โออิชิ อีทเทอเรียม ออล ยู​ แคน อีทซากายะ</strong>&#8216; โมเดลใหม่ในเจอร์นีย์ที่ 4 หลังทดลองนำร่องเปิดให้บริการมาราว 1-2 เดือน ถือว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดี ​​สามารถเติบโตได้เพิ่มขึ้นได้ถึง 20% และมี​นแนวโน้มขยายรูปแบบการปรับโฉม​​ภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกันนี้ ในสาขาใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างพิจารณาทั้งกลุ่มเป้าหมาย และโลเกชั่นที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมี<strong> &#8216;โออิชิ อีทเทอเรียม&#8217; </strong>ให้บริการรวมทั้งสิ้น 9 สาขา</p>
<p><strong>วาง 4 กลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน </strong></p>
<p>การปรับโฉม &#8216;<strong>โออิชิ อีทเทอเรียม อีทซากายะ&#8217;</strong> ​ สะท้อนการให้ความสำคัญกับการศึกษาอินไซต์ และเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสม่ำเสมอของชาบูชิ และนำมาผสมผสานกับ DNA ซึ่งเป็นความแข็งแรงของแบรนด์โออิชิได้อย่างลงตัว ทำให้สามารถรักษาทั้งฐานลูกค้าเก่าที่ชื่นชอบในแบรนด์ รวมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการประสบการณ์ ที่แตกต่าง ความสนุกสนาน หรือ​​สามารถแชร์โมเมนต์ ​ช่วงเวลาสำคัญต่างๆ​ เพื่อสามารถเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40048 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/09_โออิชิ-อีทเทอเรียม-ออล-ยู-แคน-อีทซากายะ-@-สามย่านมิตรทาวน์.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p>ทั้งนี้ การปรับโฉมใหม่ให้ <strong>&#8216;โออิชิ อีทเทอเรียม&#8217;</strong> เป็น 1 ใน 4 กลยุทธ์สำคัญ ที่โออิชิจะใช้ในการเดินเกมเพื่อเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในปีนี้ คือ <strong>1. Renovation </strong> หรือเน้นการปรับปรุงสาขาเดิมที่มีอยู่ ให้ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในปัจจุบันได้ดีมากขึ้น ทั้งจากคอนเซ็ปต์ร้าน และการดีไซน์ที่ทันสมัย</p>
<p><strong>2. Menu Offering</strong>  ด้วยการพัฒนาเมนูที่หลากหลาย และคุ้มค่า เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า ซึ่งมีทั้งอะลาคาร์ท ที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 29 บาท และหลายระดับราคาเพื่อสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้ง Sushi Delight ราคา 359 บาท สำหรับผู้ที่ชื่นชอบซูชิ และอาหารทานเล่น , <strong>Full Selection</strong> ราคา 699 บาท ด้วยบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น และอาหารนานาชาติ พร้อมด้วยของหวานและเครื่องดื่มต่างๆ และ <strong>Seafood Paradise</strong> ราคา 849 บาท ที่จัดเต็มครบทุกความคุ้มค่า ​พร้อมเมนูพิเศษและอาหารทะเลคุณภาพสูงหลายชิด ซึ่งช่วงราคาที่วางไว้ อยู่ในระดับที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ในแต่ละกลุ่ม สอดคล้องกับกำลังซื้อและความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน</p>
<p><strong>3. Customer Delight</strong> หรือกลยุทธ์ด้านการบริการ โดยวางมาตรฐานไว้ให้เกินกว่าความคาดหวังของลูกค้า เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าได้มากกว่าแค่ความพึงพอใจ แต่สร้างความประทับใจได้เกินกว่าที่ลูกค้าคาดหวังไว้ เพื่อทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการในครั้งถัดไป และ <strong>4. Food Quality &amp; hygiene </strong>กลยุทธ์สำคัญที่เป็นการรักษามาตรฐานของโออิชิ คือ <strong>  </strong>ด้วยมาตรฐานทั้งเรื่องของคุณภาพ และความปลอดภัยของอาหาร โดยเฉพาะปัจจุบันที่ผู้บริโภคใส่ใจเรื่องของสุขภาพ และการเลือกรับประทานอาหาร ​ซึ่งโอ​อิชิมีหน่วยดูแลควบคุมคุณภาพของตัวเอง ก่อนตรวจรับสินค้าจากซัพพลายเออร์ทุกครั้ง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ทางโออิชิตั้งไว้ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของแบรนด์มาได้ต่อเนื่องกว่า 26ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40049 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/04_โออิชิ-อีทเทอเรียม-ออล-ยู-แคน-อีทซากายะ-@-สามย่านมิตรทาวน์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;ไฮบริด โมเดล&#8217; ​ตอบโจทย์​ลูกค้า ลดต้นทุน-ขยะอาหาร  </strong></p>
<p>การพัฒนา <strong> &#8216;ไฮบริด โมเดล&#8217;</strong> ของโออิชิในครั้ง​นี้ สะท้อนความเข้าใจในอินไซต์และพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ทั้งความต้องการจากมื้ออาหาร ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ความอิ่มหรือความคุ้มค่าเท่านั้น แต่ยังต้องการประสบการณ์และโมเมนต์ที่ดีในระหว่างมื้ออาหารด้วย ทำให้โออิชิใส่ใจทุกรายละเอียดที่สามารถเป็น Touchpoint ไปสู่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ  เมนูอาหาร คุณภาพ รสชาติ ไปจนถึงการให้บริการ</p>
<p>หรือแม้แต่รูปแบบในการเสิร์ฟอาหารที่ออกแบบโดยใช้วิธีสั่งผ่าน QR Code เพื่อนำมาเสิร์ฟให้ในจาน ที่มีการปรับขนาดของจานเสิร์ฟให้เล็กลง (Small Plate)​ แต่สามารถสั่งเพิ่มได้แบบไม่อั้น ​ทดแทนการใช้จานขนาดใหญ่แบบเดิม ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคแต่พอดี รวมทั้งยังเข้าใจอินไซต์​ลูกค้าได้ตรงจุด เพราะจานขนาดเล็กทำให้ไม่รู้สึกว่ารับประทานมากเกินไป จึง​สามารถทานอาหารอื่นๆ ได้หลากหลายชนิด​มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40047 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/06_อีทซากายะ-นิยามใหม่ของการกิน-ดื่ม-แชร์-แบบไร้ขีดจำกัด.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยัง​ช่วย​ลดปริมาณอาหารที่เคยต้องนำมา​โชว์ในร้านไว้จำนวนมากๆ ให้น้อยลง แต่เปลี่ยนเป็นนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะลูกค้า ซึ่ง​จะช่วยให้ลูกค้า​ได้อาหารที่ทำสดใหม่ขึ้น รสชาติดีขึ้น ยังช่วยลดปริมาณของเหลือ จากการ​รับประทานไม่หมดแล้วเหลือทิ้งไว้ในจานจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลดี​ต่อการบริหารจัดการภายในร้านได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในมิติของ​​ต้นทุนด้านวัตถุดิบที่ลดลงได้จริง ประกอบกับยังช่วยลดปริมาณ <strong>&#8216;ขยะอาหาร&#8217;</strong> ที่เคย​เหลือทิ้งจากการรับประทานไม่หมดให้น้อยลง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p><em>&#8220;การปรับตัวอยู่ตลอดเวลาของโออิชิ ​ทำให้ยังคงเป็น Destination ที่ลูกค้าจะนึกถึงได้อยู่เสมอ ทั้งในแง่ของความอิ่มอร่อย และคุ้มค่า จากความเป็นบุฟเฟต์ซึ่งเป็น Positioning ที่แข็งแรงของแบรนด์ ขณะที่การมีบริการอะลาคาร์ทมาเสริม ทำให้สามารถขยายฐานมายังกลุ่มคนรุ่นใหม่  ในวัยนักศึกษา หรือคนทำงาน ไปจนถึงครอบครัวรุ่นใหม่ ภายใต้บรรยากาศ เมนูอาหาร และการบริการ ​ทำให้สามารถรักษากลุ่มเป้าหมายไว้ได้แบบ Generation to Generation หรือรุ่นสู่รุ่นไว้ได้ต่อเนื่อง&#8221;​ </em>คุณศสัย กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40050 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/14_โออิชิ-อีทเทอเรียม-อีทซากายะ-พร้อมให้บริการ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/oishi-eaturium-all-you-can-eatzakaya/">&#8216;โออิชิ อีทเทอเรียม All You Can Eatzakaya&#8217; Gen 4 โออิชิ กับไฮบริดโมเดลครั้งแรก ​ผสานไอเดียร้านแฮงค์เอ้ามาแรง กับ DNA สายแข็งบุฟเฟต์ ให้ตอบเทรนด์บริโภคยุคใหม่ได้ดีขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มองภาพ 2026 ผู้ประกอบการเตรียมเหนื่อย &#8216;ทำเท่าตัว แต่โต​เท่าเดิม&#8217; พร้อม 2 เทรนด์ใหญ่ &#8216;สุขภาพ-ความยั่งยืน&#8217; ขับเคลื่อน &#8216;ธุรกิจร้านอาหาร&#8217;​ ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/trends-in-thailand-restaurant-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2025 14:27:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Dining]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[FOA]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Health & Wellness]]></category>
		<category><![CDATA[KFC]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi]]></category>
		<category><![CDATA[QSA]]></category>
		<category><![CDATA[QSR]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Beverage Food]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ไพศาล อ่าวสถาพร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37915</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพรวมเศรษฐกิจปีหน้ายังเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ กำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และเสถียรภาพทางการเมืองทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร เริ่มมีสัญญาณของการแข่งขันทางด้านราคา (Price War) ที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจในปีหน้า ยังอยู่ในสภาวะที่​ค่อนข้างเหนื่อยและมีความยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการไทยโดยภาพรวม คุณไพศาล อ่าวสถาพร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ​กลุ่มธุรกิจอาหารในประเทศไทย ยังมีมนต์เสน่ห์ และเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ทั้งความหลากหลายครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่สตรีทฟู้ด (Street Foods) จนถึงไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) รวมทั้งระดับราคาที่จับต้องได้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเพื่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ประเทศไทยได้ เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว หรือธุรกิจส่งออกได้ในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจอาหารจะมีความแข็งแกร่งอยู่ภายในตัวเอง ทำให้ภาพรวมธุรกิจไม่ได้ตกลงมาก แต่ทิศทางการเติบโตในปีหน้าอาจจะยังไม่สดใสมากนัก เพราะสถาการณ์โดยรวมที่เต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่น้อยลง ทำให้ผู้ประกอบการต้องทำงานหนักมากขึ้น รวมทั้งต้องเร่งสปีดในการทำธุรกิจเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ให้ได้ &#8220;ปีหน้าผู้ประกอบต้องทำงานหนักขึ้นมากเป็นเท่าตัว เช่น จากที่เคยทำแคมเปญปีละ 3 ครั้ง แต่ก็ต้องทำให้มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว หรือเคยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทุ​ก 3 เดือน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/trends-in-thailand-restaurant-industry/">มองภาพ 2026 ผู้ประกอบการเตรียมเหนื่อย &#8216;ทำเท่าตัว แต่โต​เท่าเดิม&#8217; พร้อม 2 เทรนด์ใหญ่ &#8216;สุขภาพ-ความยั่งยืน&#8217; ขับเคลื่อน &#8216;ธุรกิจร้านอาหาร&#8217;​ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภาพรวมเศรษฐกิจปีหน้ายังเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ กำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และเสถียรภาพทางการเมืองทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร เริ่มมีสัญญาณของการแข่งขันทางด้านราคา (Price War) ที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจในปีหน้า ยังอยู่ในสภาวะที่​ค่อนข้างเหนื่อยและมีความยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการไทยโดยภาพรวม</p>
<p><span id="more-37915"></span></p>
<p><strong>คุณไพศาล อ่าวสถาพร</strong> ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ​กลุ่มธุรกิจอาหารในประเทศไทย ยังมีมนต์เสน่ห์ และเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ทั้งความหลากหลายครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่สตรีทฟู้ด (Street Foods) จนถึงไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) รวมทั้งระดับราคาที่จับต้องได้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเพื่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ประเทศไทยได้ เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว หรือธุรกิจส่งออกได้ในอนาคต</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจอาหารจะมีความแข็งแกร่งอยู่ภายในตัวเอง ทำให้ภาพรวมธุรกิจไม่ได้ตกลงมาก แต่ทิศทางการเติบโตในปีหน้าอาจจะยังไม่สดใสมากนัก เพราะสถาการณ์โดยรวมที่เต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่น้อยลง ทำให้ผู้ประกอบการต้องทำงานหนักมากขึ้น รวมทั้งต้องเร่งสปีดในการทำธุรกิจเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ให้ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37917 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/10_ร้านดีไซน์ใหม่-ชาบูชิ-ซีคอนฯ-ศรีนครินทร์ชั้น-G.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ปีหน้าผู้ประกอบต้องทำงานหนักขึ้นมากเป็นเท่าตัว เช่น จากที่เคยทำแคมเปญปีละ 3 ครั้ง แต่ก็ต้องทำให้มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว หรือเคยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทุ​ก 3 เดือน ก็อาจจะต้องเร่งสปีดมากขึ้น ออก​มากขึ้น บ่อยขึ้น และทำให้ไวขึ้น ต้องทำทุกอย่าง​มากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งไม่ใช่เพื่อให้ธุรกิจเติบโตขึ้น แต่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ไม่ให้สูญเสียตลาด หรือไม่ให้ยอดขายตกลงไป ​เรียกได้ว่า คนทำธุรกิจต้องมีความพยายามมากขึ้น ​ต้องทำให้เพิ่มมากขึ้น​เท่าตัว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่าเดิม หากต้องการที่จะยังคงเป็นผู้รอดได้ในปีหน้า&#8221; </em></p>
<p>สำหรับธุรกิจร้านอาหาร เทรนด์ใหญ่ที่ขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้ พร้อมทั้ง​ช่วยผลักดันการเติบโตและสร้างสีสันในตลาดมาหลายปีและเชื่อว่ายังเป็นเทรนด์ที่จะเติบโตต่อเนื่องต่อไปอีกในอนาคตข้างหน้าระยะยาว ได้แก่<strong> เทรนด์เรื่องของสุขภาพ (Health &amp; Wellness)</strong> เช่น การพัฒนาเมนูอาหาร Plant-based, การเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพอย่างเฉพาะเจาะจง หรือมีสารอาหารสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37916 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/6-Trends-Food.jpg" alt="" width="1200" height="963" /></p>
<p>อีกหนึ่งเทรนด์คือ <strong>เรื่อง​ความยั่งยืน (Sustainability)</strong> ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ธุรกิจร้านอาหารจำเป็นต้องศึกษาและปรับตัว ซึ่งไม่ใช่​แค่การเลือกบรรจุภัณฑ์​รักษ์โลก แต่ยังรวม​ถึงการบริหารจัดการขยะอาหารในธุรกิจ ไปจนถึงการเลือกใช้วัตถุดิบในประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรในประเทศ รวมทั้งยัง​​ส่งเสริม​และกระตุ้นการหมุนเวียนของระบบนิเวศของเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดความเสี่ยงของธุรกิจจากภาวะเงินเฟ้อ หรืออัตราแลกเปลี่ยน  รวมทั้งความสามารถในการควบคุมต้นทุนจากการใช้วัตถุดิบนำเข้ามากเกินไปอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37921 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/02_KFC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การนำเทรนด์เรื่องความยั่งยืนมาเป็นหนึ่งแกนหลักขับเคลื่อนธุรกิจไม่เพียงตอบโจทย์เรื่องสภาพอากาศ หรือการลดคาร์บอนเท่านั้น แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันสามารถช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ และเชื่อว่าจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เช่น แนวทาง Localize Sourcing ​ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ 30% และยังนำเข้าอยู่ 70% เนื่องจากวัตถุดิบบางอย่างที่มีเฉพาะในบางพื้นที่ ประกอบกับปริมาณในการสั่งจำนวนมากซึ่งซัพพลายในประเทศยังไม่สามารถรองรับได้ แต่ในอนาคตมีแผนจะเพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศให้มากขึ้น รวมทั้งต้นทุนในมิติอื่นๆ โดยเฉพาะการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้ไฟฟ้า และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลงได้ราว 20-30% รวมทั้งการรวมศูนย์ระบบการจัดซื้อ และระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานโดยภาพรวมลงได้ 1-2% ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรักษากำไรของธุรกิจเพิ่มขึ้นที่นราว 1-2% ในทิศทางเดียวกัน&#8221;</em> ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37920 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/02_สโมสร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์อื่นๆ ที่ธุรกิจต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อนำมาใช้เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ไปจนถึงเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น เช่น การนำดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อ​อำนวยความสะดวกในการให้บริการ ทั้งการจดรับออเดอร์ ระบบชำระเงิน หรือการจองคิวออนไลน์  การให้ความสำคัญกับประสบการณ์เพื่อสร้างความแตกต่าง ให้สอดคล้องพฤติกรรมลูกค้าคนไทยที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ และเบื่อง่าย รวมทั้งยังตอบโจทย์เทรนด์เรื่องของความคุ้มค่าและคุณภาพ ที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของราคาเท่านั้น ​นอกจากนี้ ยังมีการ​พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ควบคู่กับการรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารและวัตถุดิบไว้ได้ เช่น การพัฒนาเมนูอาหาร และเครื่องเดิมแบบฟิวชั่น เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37919 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/03_เลิศเหลา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;สำหรับการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจอาหารของไทยเบฟ ยังคงมุ่งแนวทางสร้างการเติบโตผ่าน 2 แกนหลักสำคัญ คือ  ‘<strong>Reach Competitively’</strong> เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ผ่านจุดแข็งในการมีแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมตลาดทุกเซ็กเมนต์ ผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจ ที่มีภารกิจและเป้าหมายในการรุกตลาดอย่างชัดเจนทั้ง QSA (เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย ) ที่แข็งแรงในกลุ่ม Quick Service Restaurant (QSR) ภายใต้แบรนด์ KFC , กลุ่ม Oishi สำหรับเจาะตลาดธุรกิจอาหารญี่ปุ่น และ FOA (ฟู้ด ออฟ เอเชีย) สำหรับทำตลาดกลุ่มอาหารไทย จีน และนานาชาติ รวมทั้งกลยุทธ์ ‘<strong>Digital for Growth’</strong> ​ที่มุ่งนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาตอบโจทย์ธุรกิจและความต้องการของผู้บริโภค ประกอบกับการวาง​กลยุทธ์การทำตลาดที่ชัดเจนในแต่ละเซ็กเมนต์ เพื่อ​ส่งมอบคุณค่า ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพและคุ้มค่า​​ ทำให้สามารถเลี่ยงการแข่งขันด้วยสงครามราคา ที่ในอนาคตจะไม่ส่งผลดีต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหารในระยะยาว&#8221; </em>คุณไพศาล กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/trends-in-thailand-restaurant-industry/">มองภาพ 2026 ผู้ประกอบการเตรียมเหนื่อย &#8216;ทำเท่าตัว แต่โต​เท่าเดิม&#8217; พร้อม 2 เทรนด์ใหญ่ &#8216;สุขภาพ-ความยั่งยืน&#8217; ขับเคลื่อน &#8216;ธุรกิจร้านอาหาร&#8217;​ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Sep 2025 02:43:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Food]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi Holding]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Shabu-shabu]]></category>
		<category><![CDATA[Shabu-Shabu Sushi Destination]]></category>
		<category><![CDATA[SHABUSHI]]></category>
		<category><![CDATA[Sky -Nani]]></category>
		<category><![CDATA[Social Bonding Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sushi]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบู – ชาบู]]></category>
		<category><![CDATA[ชาบูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ซูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ศสัย ตังเดชะหิรัญ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36564</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการทำความเข้าใจอินไซต์ และมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดเส้นทางกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นับจากเริ่มแนะนำตัวต่อผู้บริโภค ผ่านการให้บริการสาขาแรกมาตั้งแต่ปี 2544 มาถึงวันนี้ โมเมนตัมของ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงไม่เคยหยุดนิ่ง และ​สามารถเสิร์ฟสิ่งใหม่ให้ตลาดและผู้บริโภคได้อยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่เริ่มทักทายตลาดด้วยคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ในรูปแบบ &#8216;บุฟเฟต์บนสายพาน&#8216; ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ตอบโจทย์ได้​​ทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมทั้งการเฟ้นหาวัตถุดิบคุณภาพจากทุกมุมโลก จนถึงการพัฒนาแคมเปญการตลาด รวมทั้งโปรโมชั่นเด็ดๆ ​ที่ตกผลึกจากการทำความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ จึงเป็นเหตุผล​ให้ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน Beyond Restaurant สู่ Social Bonding Platform  ปฏิเสธไม่ได้ว่ากาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้บริโภคในตลาดเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มหลักในปัจจุบันอย่าง GenZ ที่มีความ​แตกต่างไปจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า ทั้งวิธีคิด ความชื่นชอบ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรม ​โดยจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ​และ​ให้ความสำคัญกับเพื่อน รวมทั้งชื่นชอบ​การค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ  จึงเป็นโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่ต้องปรับตัว ปรับวิธีคิด เพื่อสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ นำมาสู่การขยับครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี ของชาบูชิ​ช่วงกลางปีที่ผ่านมา กับการรีเฟรชแบรนด์ พร้อมเปิดตัว &#8216;สกาย วงศ์รวี นทีธร – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/">ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการทำความเข้าใจอินไซต์ และมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดเส้นทางกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นับจากเริ่มแนะนำตัวต่อผู้บริโภค ผ่านการให้บริการสาขาแรกมาตั้งแต่ปี 2544</p>
<p><span id="more-36564"></span></p>
<p>มาถึงวันนี้ โมเมนตัมของ<strong> &#8216;ชาบูชิ&#8217;</strong> ยังคงไม่เคยหยุดนิ่ง และ​สามารถเสิร์ฟสิ่งใหม่ให้ตลาดและผู้บริโภคได้อยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่เริ่มทักทายตลาดด้วยคอนเซ็ปต์แปลกใหม่ในรูปแบบ &#8216;<strong>บุฟเฟต์บนสายพาน</strong>&#8216; ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ตอบโจทย์ได้​​ทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมทั้งการเฟ้นหาวัตถุดิบคุณภาพจากทุกมุมโลก จนถึงการพัฒนาแคมเปญการตลาด รวมทั้งโปรโมชั่นเด็ดๆ ​ที่ตกผลึกจากการทำความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ จึงเป็นเหตุผล​ให้ &#8216;ชาบูชิ&#8217; ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/13_Menu.jpg" alt="" width="711" height="800" /></p>
<p><strong>Beyond Restaurant สู่ Social Bonding Platform </strong></p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่ากาลเวลาที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้บริโภคในตลาดเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มหลักในปัจจุบันอย่าง GenZ ที่มีความ​แตกต่างไปจากเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า ทั้งวิธีคิด ความชื่นชอบ ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรม ​โดยจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ​และ​ให้ความสำคัญกับเพื่อน รวมทั้งชื่นชอบ​การค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ  จึงเป็นโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่ต้องปรับตัว ปรับวิธีคิด เพื่อสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้</p>
<p>นำมาสู่การขยับครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี ของชาบูชิ​ช่วงกลางปีที่ผ่านมา กับการรีเฟรชแบรนด์ พร้อมเปิดตัว<strong> &#8216;สกาย วงศ์รวี นทีธร – นานิ หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ&#8217; </strong>ซึ่งถือเป็นการใช้พรีเซ็นเตอร์คู่แรกของแบรนด์  สะท้อนความเป็น <strong>&#8216;เพื่อน</strong>&#8216; ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วย​ Emotional Experience  ช่วยตอกย้ำจุดแข็งและแนวคิดหลักของแบรนด์ <strong> &#8216;รสชาติความสุขไม่สิ้นสุด&#8217;</strong> (Good Taste Great Time Never End) รวมทั้งสะท้อนถึง 2 ส่วนผสมสำคัญ​​ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวของชาบูชิ ทั้ง ชาบู-ชาบู และซูชิ ​พร้อมด้วยแคมเปญ <strong>&#8216;ชาบูชิ x สกาย – นานิ: ALL YOU CAN กรี๊ด ฟินสุดกรี๊ด ยิ่งอีทยิ่งฟิน&#8217;</strong> มาช่วยเติมเต็มประสบการณ์มากกว่าความอิ่มอร่อย ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายอย่างดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36578 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/05_Design-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​ถือเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองแบรนด์ชาบูชิมุมใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ร้านอาหาร แต่เป็นพื้นที่ในการเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ และเสิร์ฟได้มากกว่าแค่ความอิ่มอร่อย แต่สามารถแชร์​ความสุข ประสบการณ์ร่วม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในทุกโมเมนต์ของลูกค้า สะท้อนมุมมองของแบรนด์ที่​​​คิดมากกว่าแค่ในระดับทางการตลาด แต่เป็นการเข้าใจไปถึงเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก พร้อมการออกแบบประสบการณ์เพื่อส่งมอบให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และอยากกลับมาใช้บริการได้อีกครั้ง</p>
<p><strong>เสิร์ฟดีไซน์ใหม่ ตอกย้ำ &#8216;จุดหมายปลายทาง&#8217; ชาบู-ชาบู และซูชิ </strong></p>
<p>นอกจากความแข็งแรง​ในการตอบโจทย์ <strong>Emotional Experience</strong> ในเชิงวิธีคิดและกลยุทธ์ของแบรนด์แล้ว ชาบูชิ ยังไม่ลืมที่จะตอบโจทย์ประสบการณ์​​ด้าน<strong>​ Physical Experience</strong> ที่สามารถจับต้องได้ผ่านการยกระดับดีไซน์ร้านในรูปแบบใหม่ เน้นความ​ทันสมัยและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคปัจจุบัน โดยออกแบบ​ในโทนสีขาว เน้นความโปร่งโล่ง สะอาด พร้อมกราฟิกแนวญี่ปุ่นร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสนุก สดใส และทันสมัย สอดคล้องบุคลิกแบรนด์ที่มีความสดใส มีชีวิตชีวา และพร้อมที่จะสร้างแรงบันดาลใจในทุกโมเมนต์ของการใช้เวลาในร้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36579 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/07_Sasai-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณ​ศสัย ตังเดชะหิรัญ </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ชาบูชิได้นำร่องเผยโฉมดีไซน์ใหม่สาขาแรกให้เห็นไปแล้วที่  &#8216;ชาบูชิ สาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์&#8217; ​​​รวมทั้งทยอยเปิดตัวดีไซน์ใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทั้ง กทม. และหัวเมืองหลักใน​ต่าง​จังหวัด ประกอบด้วย ​สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น,  สาขามาร์เก็ตวิลเลจ หัวหิน, สาขาเกทเวย์ เอกมัย, ​​สาขาเซ็นทรัล พัทยา และสาขาเซ็นทรัล ศาลายา ​ทำให้​ปัจจุบันมีชาบูชิ​สาขาที่เป็นดีไซน์ใหม่ให้บริการแล้วรวม 6 สาขา</p>
<p>พร้อมตั้งเป้าจะขยายเพิ่มเติมให้ครบ 10 สาขา ภายในปีนี้ โดยอีก 4 สาขาที่เตรียมเปิดให้บริการเพิ่มเติม ได้แก่  สาขา​เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า,​ สาขาเซ็นทรัล นครศรีธรรม, สาขาจังซีลอน ภูเก็ต และ​สาขาโลตัส บ้านบึง ซึ่งโลเกชั่นที่จะขยายเพิ่มเติม จะเน้นขยายในศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้าชั้นนำขนาดใหญ่ของแต่ละพื้นที่  เพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าได้หลากหลาย เพิ่มการช่วย​สร้างภาพจำใหม่ของแบรนด์​ให้มีความชัดเจนได้ในระดับประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36580 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/06_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36588 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/14_เมนูชาบูชิซีคอนฯศรีนครินทร์ชั้น-G.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การปรับ​ร้านสู่ดีไซน์ใหม่ของชาบูชิ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมากกว่าความอร่อย ​พร้อมย้ำภาพความตั้งใจในการเสิร์ฟ ‘รสชาติความสุขไม่สิ้นสุด’ โดย​ไฮไลท์ที่ทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างได้มากขึ้น คือ การนำเสนอ <strong>Sushi-Master Station </strong>ในรูปแบบครัวเปิด ด้วยการปั้นซูชิสดใหม่ แบบคำต่อคำ พร้อมช่วยเพิ่มมิติของประสบกาณณ์ (Visual Experience) ที่สามารถแชร์ความประทับใจผ่านโซเชียล และสร้างคอนเทนต์ใน​ระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์พิเศษร่วมกับคนพิเศษ ทั้งเพื่อน และครอบครัว (Great Moment)&#8221;</em></p>
<p><strong>การปรับตัวอย่างต่อเนื่องของชาบูชิ ตอกย้ำการเป็น Social Bonding และจุดแข็งในการเป็น Destination สำหรับนักกินที่ชื่นชอบชาบู-ชาบู และซูชิ</strong> โดยเฉพาะซูชิ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพระเอกของร้านชาบูชิให้เข้ามามีบทบาทในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากยิ่งขี้น ​ผ่านการเสิร์ฟซูชิคุณภาพเยี่ยมและหลากหลาย​​รวมกว่า 30 รายการ ช่วยยกระดับประสบการณ์ซูชิเพิ่มขึ้นในอีกระดับ รวมทั้ง​การเพิ่มทางเลือกจากองค์ประกอบอื่นๆ ภายในร้าน ทั้งสเตชั่นซอส ที่สามารถผสมสูตรได้ตามชอบ สเตชั่นอาหารทานเล่น ที่วางไว้ในตู้อุ่นเพื่อคงความสดใหม่พร้อมเสิร์ฟ และสเตชั่นของหวาน ที่เพิ่มเมนูใหม่อย่างคากิโกริ หรือน้ำแข็งใสสไตล์ญี่ปุ่น และทอปปิ้งหลากหลาย พร้อมเมนูเครื่องดื่มที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาล เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ได้ทุกครั้งที่กลับเขามาใช้บริการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36583 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/11_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36581 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/03_Design-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การปรับตัวอย่างต่อเนื่องของชาบูชิ ​​เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์สู่​​การเติบโตได้อย่างยั่งยืน​ ผ่านการส่งมอบความสุข และประสบการณ์ที่ดีร่วมไปกับผู้บริโภค​ในทุกช่วงเวลา  ตอกย้ำถึงความเป็นมิตรที่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความคุ้นเคยกันแล้ว หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำความรู้จักกับแบรนด์ ​​​<strong>การขับเคลื่อนสู่ภาพลักษณ์ใหม่ของชาบูชิในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่​หนึ่งหมุดหมายของการรีเฟรชแบรนด์ครั้งนี้ แต่ยังเป็นการวางกลยุทธ์เพื่อเพิ่มพลังให้แบรนด์สามารถ Next Step สู่การพัฒนาแบรนด์ในยุคใหม่ และ​บรรลุเป้าหมายในการเป็นแบรนด์อันดับแรกในใจ (Top of Mind)</strong> เมื่อผู้บริโภคนึกถึงร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ชาบู -ชาบู และซูชิ (Shabu-Shabu Sushi Destination) ที่สามารถเสิร์ฟได้มากกว่าแค่ความอร่อย แต่สามารถมอบ <strong>&#8216;รสชาติแห่งความสุขที่ไม่มีวันสิ้นสุด&#8217;</strong> ไปได้พร้อมกัน เพราะใน</em><em>โลกที่ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่อยู่ได้อย่างยั่งยืนคือแบรนด์ที่กล้าก้าวไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</em><em>&#8220;</em> คุณศสัย กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36584 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/01_Design.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/shabusi-emphasize-destination-of-shabu-shabu-and-sushi/">ยุทธศาสตร์ &#8216;ชาบูชิ&#8217; เสิร์ฟสิ่งใหม่อยู่เสมอ​ ยกระดับ &#8216;New Design&#8217; ตอบโจทย์โมเมนต์คนรุ่นใหม่ ย้ำเป้าหมาย &#8216;Shabu-Shabu Sushi Destination&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>S&#038;P แต่งตั้ง &#8216;กำธร ศิลาอ่อน&#8217; ดำรงตำแหน่ง CEO ​คนใหม่ ​​​เผชิญทุกความท้าท้าย เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน​ ทั้งในไทยและต่างประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/snp-appoint-kamtorn-silaon-to-new-ceo/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jun 2025 20:40:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Vision]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เบเกอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34383</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ของไทย ประกาศแต่งตั้ง  &#8216;คุณกำธร ศิลาอ่อน&#8216; ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) โดยมีผลตั้งแต่วันที่  1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการ พร้อมเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ คุณกำธร ศิลาอ่อน เป็นทายาทคนกลาง ของคุณภัทรา ศิลาอ่อน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) (S&#38;P) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจาก MIT Sloan School of Management   และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเคมี จาก Imperial College London และเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางด้านการเงินและการลงทุนให้กับองค์กรใหญ่ทั้งในและต่างประเทศมานานกว่า 20 ปี ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการอาหารและคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/snp-appoint-kamtorn-silaon-to-new-ceo/">S&#038;P แต่งตั้ง &#8216;กำธร ศิลาอ่อน&#8217; ดำรงตำแหน่ง CEO ​คนใหม่ ​​​เผชิญทุกความท้าท้าย เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน​ ทั้งในไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้นำธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ของไทย ประกาศแต่งตั้ง  &#8216;<strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong><strong>&#8216;</strong> ขึ้นดำรงตำแหน่ง <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (</strong><strong>Chief Executive Officer</strong><strong>)</strong> โดยมีผลตั้งแต่วันที่  1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการ พร้อมเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ</p>
<p><span id="more-34383"></span></p>
<p><strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong> เป็นทายาทคนกลาง ของคุณภัทรา ศิลาอ่อน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) (S&amp;P) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจาก MIT Sloan School of Management   และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเคมี จาก Imperial College London และเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางด้านการเงินและการลงทุนให้กับองค์กรใหญ่ทั้งในและต่างประเทศมานานกว่า 20 ปี</p>
<p>ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการอาหารและคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการตรวจสอบ การกำกับดูแลกิจการ และบริหารความเสี่ยง ให้กับอีกหลายบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์</p>
<p>สำหรับการเข้ามาบริหารงานในบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) คุณกำธรเข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรอย่างเต็มตัว ตั้งแต่ปี 2557 โดยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในสายการเงิน การผลิต และซัพพลายเชน และดำรงตำแหน่งสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ กรรมการบริหาร ประธานคณะกรรมการความยั่งยืนและบริหารความเสี่ยง ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในครั้งนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34384 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/K-Kamthorn-SNP.jpg" alt="" width="600" height="900" /></p>
<p><strong>“<em>ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับบทบาทสำคัญในการสานต่อธุรกิจของครอบครัว และขอขอบคุณคณะกรรมการที่ให้ความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของ </em><em>“</em><em>เอส แอนด์ พี</em><em>” </em><em>ผม</em><em>จะกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์</em> <em>และขับเคลื่อน</em><em>เอส แอนด์ พี</em><em> ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจรูปแบบใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่</em><em> รวมทั้งสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม</em><em> ตลอดจนพัฒนาองค์กรไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน</em></strong><em><strong>”</strong>  คุณกำธร กล่าวถึงความรู้สึกในฐานะผู้นำทัพองค์กรคนใหม่ พร้อมเป้าหมายที่ต้องการขับเคลื่อนการเติบโต ให้แก่  S&amp;P </em></p>
<p>ทั้งนี้ คุณกำธร เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และเป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายตลอดจนมีผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับตลอดหลายปีที่ผ่านมา</p>
<p>นอกจากนี้ คุณกำธร มักจะพูดอยู่เสมอว่า S&amp;P เป็นแบรนด์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก และ Passion และพร้อมที่จะส่งมอบความสุขให้ลูกค้าและคนไทยทุกคน ผ่านความใส่ใจในคุณภาพ ความสะอาด และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุดในการผลิตสินค้าและการให้บริการลูกค้ามาโดยตลอด ทำให้เป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่คนไทยมักจะนึกถึงเมื่อต้องการมองหาร้านอาหารไทยหรือเบเกอรี่ ทำให้แบรนด์แข็งแรงและเติบโตมาได้กว่า 50 ปี</p>
<p>ขณะที่ความตั้งใจในการขับเคลื่อนแบรนด์ S&amp;P ไปในอนาคต คือ ความสามารถในการรักษาคุณภาพและมาตรฐานสูงสุดไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหรือความท้าทายอย่างรอบด้าน ​และไม่ลืมที่จะสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับการดูแลช่วยเหลือ​​สังคม และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบแทนและส่งต่อความรักคืนให้กับลูกค้าทุกคนไม่ต่างจากการดูแลคนในครอบครัว</p>
<p>การประกาศแต่งตั้งผู้นำองค์กรคนใหม่ของ &#8216;<strong>เอส แอนด์ พี&#8217;</strong> ในครั้งนี้  จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปรับตัวและเติบโตของธุรกิจท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความท้าทาย และ การเปลี่ยนแปลง ​ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างทีมผู้บริหารที่มีศักยภาพและมีวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย เพื่อนำพาองค์กรให้เติบโตและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายได้ไนอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/snp-appoint-kamtorn-silaon-to-new-ceo/">S&#038;P แต่งตั้ง &#8216;กำธร ศิลาอ่อน&#8217; ดำรงตำแหน่ง CEO ​คนใหม่ ​​​เผชิญทุกความท้าท้าย เดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน​ ทั้งในไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สลัดแฟคทอรี่ เร่งเครื่อง Decarbonization ​เดินหน้าวัดคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร​ พร้อมขยายเฟส 2 ติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวกลาง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/salad-factory-decarbonization-and-esg-action/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jan 2025 12:25:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[DEI&B]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Family Business]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy Food Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[healthy food.]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Salad Factory]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กรีนฟู้ดแฟคทอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะ ดั่นคุ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มสามารถ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สลัดแฟคทอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการฟาร์มสามารถ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31189</guid>

					<description><![CDATA[<p>สลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory) โดย บริษัท กรีนฟู้ดแฟคทอรี่ จำกัด จากธุรกิจครอบครัว ที่เติบโตจนเป็นหนึ่งใน Top Brands ที่มีการอัตราการเติบโตและสร้างยอดขายระดับสูงให้เครือ CRG หรือ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ตามเทรนด์การเติบโตของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ จากจำนวนสาขาในปัจจุบันกว่า 46 สาขา และยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มต่อเนื่องปีละ 8-10 แห่ง ในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ ทั้งโลเกชั่นและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้ สิ่งที่ทำให้สลัดแฟคทอรี่ยังรักษาการเติบโตได้ราว 25% ทั้งจากการ​เป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มที่มีการเติบโตต่อเนื่องอย่างกลุ่มร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ​ (Healthy Food Restaurant) ที่มีมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท และเติบโตได้ปีละประมาณ 25% รวมทั้งการมีผู้ประกอบการเข้ามาในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จากช่วงเริ่มต้นที่มีราว​ 5 แบรนด์ ขยายมาเป็นไม่ต่ำกว่า 20 แบรนด์​ โดยความแข็งแรงทั้งการสร้างแบรนด์ และการสื่อสารถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบัน &#8216;สลัดแฟคทอรี่&#8216; จัดอยู่ในฐานะผู้นำ ​Top 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/salad-factory-decarbonization-and-esg-action/">สลัดแฟคทอรี่ เร่งเครื่อง Decarbonization ​เดินหน้าวัดคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร​ พร้อมขยายเฟส 2 ติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวกลาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory)</strong> โดย <strong>บริษัท กรีนฟู้ดแฟคทอรี่ จำกัด </strong>จากธุรกิจครอบครัว ที่เติบโตจนเป็นหนึ่งใน Top Brands ที่มีการอัตราการเติบโตและสร้างยอดขายระดับสูงให้เครือ<strong> CRG</strong> หรือ <strong>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด </strong>ตามเทรนด์การเติบโตของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ จากจำนวนสาขาในปัจจุบันกว่า 46 สาขา และยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มต่อเนื่องปีละ 8-10 แห่ง ในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ ทั้งโลเกชั่นและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้</p>
<p><span id="more-31189"></span></p>
<p>สิ่งที่ทำให้สลัดแฟคทอรี่ยังรักษาการเติบโตได้ราว 25% ทั้งจากการ​เป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มที่มีการเติบโตต่อเนื่องอย่างกลุ่มร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ​ (Healthy Food Restaurant) ที่มีมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท และเติบโตได้ปีละประมาณ 25% รวมทั้งการมีผู้ประกอบการเข้ามาในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จากช่วงเริ่มต้นที่มีราว​ 5 แบรนด์ ขยายมาเป็นไม่ต่ำกว่า 20 แบรนด์​ โดยความแข็งแรงทั้งการสร้างแบรนด์ และการสื่อสารถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบัน &#8216;<strong>สลัดแฟคทอรี่</strong>&#8216; จัดอยู่ในฐานะผู้นำ ​<strong>Top 2</strong> ของกลุ่มธุรกิจ <strong>Healthy Food Restaurant  </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31195 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/K-Golf2.png" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ การขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน โดย <strong>คุณปิยะ ดั่นคุ้ม </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ จำกัด ผู้บริหารแบรนด์สลัดแฟคทอรี่ กล่าวว่า สลัดแฟคทอรี่ มีนโยบายส่งเสริมความยั่งยืนควบคู่​การดำเนินธุรกิจ ​โดยมุ่งเน้นขับเคลื่อนธุรกิจพร้อมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่อรับมือ​ความท้าทายจากบริบทที่​เปลี่ยนแปลงทั้งจากภายในและภายนอก โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ รวมไปถึงพนักงานรุ่นใหม่ๆ ที่จะเข้ามาทำงานภายในองค์กร ซึ่งเริ่มมีสัดส่วนกลุ่ม Gen Z เพิ่มมากขึ้นถึงราว 60%  และคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนมากขึ้นต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งเจนเนอเรชั่นใหม่ๆ กลุ่มนี้ จะให้ความสำคัญต่อแบรนด์หรือ​องค์กรที่ขับเคลื่อนธุรกิจ โดยคำนึงถึงผลกระทบทั้งต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31199 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Salad-Fac2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ดังนั้น ​ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม หรือสังคม จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งดัชนีชี้วัดและเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไข​​ที่ภาคธุรกิจจำเป็นต้อง​ปรับตัวเพื่อรับมือต่อการเติบโตในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ​โดยการขับเคลื่อนใน​มิติสิ่งแวดล้อม สลัดแฟคทอรี่มีการดำเนินงานในหลายมิติ ต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; การติดตั้งโซลาร์เซลล์ภายในโรงงานและครัวกลาง เพื่อส่งเสริมการใช้ <strong>Renewable</strong> จากพลังงานแสงอาทิตย์</p>
<p>&#8211; <strong>การดำเนินนโยบายลดขยะ และควบคุมขยะอาหารให้ต่ำกว่า 1%</strong> ซึ่งปัจจุบันทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายด้วยสัดส่วน 0.5% และคาดว่าจะลดลงให้เหลือเพียง 0.3% ได้อีกในปีนี้ ผ่านการบริหารจัดการแปรรูปอาหารเพื่อต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือการติดตั้งเครื่องกำจัดขยะอาหารเพื่อเปลี่ยนเป็นปุ๋ยอินทรีย์ นำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรภายในชุมชนและเครือข่าย รวมทั้งการร่วมมือกับทางเจ้าของพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนโครงการลดและแยกขยะต่างๆ เช่น การร่วมกับ CPN ในการร่วมกันขับเคลื่อนโครงการไม่เทรวม เป็นต้น  ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31197 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/123-Re.png" alt="" width="1200" height="682" /></p>
<p>&#8211; การขับเคลื่อนนโยบาย<strong> Sustainable Sourcing</strong> เพื่อส่งเสริมการได้มาซึ่งวัตถุดิบคุณภาพ รวมทั้งส่งเสริมการปลูกที่ยั่งยืน ส่งเสริมเกษตรกรในเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มครอบครัวเกษตรกรที่ปลูกผักอินทรีย์ นำส่งวัตถุดิบให้บริษัท ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมไม่ต่ำกว่า 120 ครัวเรือน โดยมีการพัฒนาระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ Traceability เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของวัตถุดิบก่อนส่งมอบไปยังผู้บริโภค</p>
<p>&#8211; การส่งเสริม <strong>บรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในสาขาที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> ทั้ง​​การออกแบบผลิตภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล หรือคัดเลือกบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลาย หรือนำไปรีไซเคิลได้ รวมถึงการใช้ยูนิฟอร์มจากเส้นใยรีไซเคิล เป็นต้น โดยมีเป้าหมายใช้บรรจุภัณฑ์​ในกลุ่ม Go Green ในสัดส่วน 50% ภายใน 2 ปี จากปัจจุบันมีสัดส่วนราว 70%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31191 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Silom-Brand-.jpg" alt="" width="1200" height="1200" /></p>
<p><em>&#8220;<strong>สลัดแฟคทอรี่ มองการขับเคลื่นธุรกิจตามกรอบความยั่งยืนเป็น Priority​ และเริ่มดำเนินการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน โดยเฉพาะในส่วนของโรงงานหรือครัวกลาง ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว หรือ Green Industry ในระดับที่ 2 โดยปัจจุบันได้ทำการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตภายในครัวกลาง และมีแผนลงทุนเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มเติมในปีนี้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง</strong> ขณะเดียวกันยังเน้นสื่อสารไปยังการทำงานของพนักงาน เพื่อเพิ่มการดูแลด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจตราอุปกรณ์ต่างๆ และ​ปรับปรุงหรือบำรุงรักษาอุปกรณ์เพื่อลดการสิ้นเปลืองทางพลังงานเพิ่มเติมด้วย <strong>รวมทั้งอยู่ระหว่างการวัดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมขององค์กร (CFO) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการนำมาวางแผนการลดการปลดปล่อย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการเป็น Carbon Neutral และ Net Zero ในทิศทางเดียวกับที่ทางเครือซีอาร์จีกำหนดไว้​ &#8220;</strong></em></p>
<p>ขณะที่การขับเคลื่อนในมิติด้านสังคม จะขับเคลื่อนทั้งภายในผ่านการดูแลพนักงาน ตามแนวทาง <strong>DEI&amp;B</strong> เพื่อส่งเสริมความหลากหลาย เท่าเทียม และสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร รวมทั้งการดูแลสวัสดิการต่างๆ โดยเฉพาะการสนับสนุนการจ้างงานคนพิการ เพื่อเพิ่มอาชีพและส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเป็นส่วนหนึ่งในการดูแล​ชุมชนรอบโรงงานซึ่งเป็นครัวกลางของบริษัทในพื้นที่ จ.​ปทุมธานี ผ่านการเข้าไปมีส่วนช่วยส่งเสริม สนับสนุน และการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คนภายในชุมชน เช่น โครงการฟาร์มสามารถ ที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพคนพิการ พร้อมให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอาชีพ และการมีรายได้ที่ยั่งยืน ภายในสมาคมคนพิการ จังหวัดปทุมธานี ​โดยมีเป้าหมาย สร้างพื้นที่ต้​นแบบแหล่งเรียนรู้ขึ้นภายในชุมชน ​เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31198 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/2.jpg" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p><strong>​ส่วนแผนขับเคลื่อนการเติบโต​ของธุรกิจจากนี้ สลัดแฟคทอรี่ วางแผนขยายสาขาเพิ่มเติมในปีนี้อีก 8-10 แห่ง ในหลากหลายโลเกชั่น เพื่อขยายช่องทาง​การเข้าถึงอาหารสุขภาพ​ได้​ครอบคลุมยิ่งขึ้น</strong> ภายใต้งบลงทุนสาขาละประมาณ 5 ล้านบาท <strong>รวมทั้งเพิ่มโอกาสเติบโตจากการแตกแบรนด์ใหม่ๆ ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาและคาดจะเปิดตัวได้ในเร็วๆ นี้ ​​เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติม </strong>จากปัจจุบันมีรายได้หลักมาจากกลุ่ม​ Restaurant ในสัดส่วน​​ 90% ​ขณะที่กลุ่ม Non-restaurant โดยเฉพาะธุรกิจน้ำสลัด ทั้งภายใต้แบรนด์ รวมทั้งการรับจ้างผลิตให้ทั้งธุรกิจในเครือและนอกเครือ​ มีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นได้​เป็นอย่างดี ทำยอดขายได้แตะ 50 ล้านบาท ​พร้อมเพิ่มสัดส่วน​พอร์ต Non-restaurant ขึ้นมาที่ราว 10% แล้ว ​<strong>รวมทั้งยังมุ่ง​เดินหน้าลงทุนเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเข้มข้นมากขึ้น เช่น การขยายเฟสสอง​การติดตั้งโซลาร์เซลล์ภายในพื้นที่ครัวกลางเพิ่มเติม​ รวมไปถึงการสื่อสารให้เห็นถึงความสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน​ไปสู่พนักงานในทุกระดับ เพื่อวางแนวทางขับเคลื่อนในแต่ละมิติ เพื่อให้สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกกลับมาสู่ผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มมากขึ้น</strong></p>
<p>Photo : Salad Factory Thailand</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/salad-factory-decarbonization-and-esg-action/">สลัดแฟคทอรี่ เร่งเครื่อง Decarbonization ​เดินหน้าวัดคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร​ พร้อมขยายเฟส 2 ติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวกลาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โออิชิ แกรนด์ คว้ารางวัล BEST BUFFET RESTAURANT จาก HUNGRY HUB RED TABLE AWARDS 2024 ตอกย้ำศักยภาพในการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารและบริการอันยอดเยี่ยมแก่ผู้บริโภค   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/oishi-grand-best-buffet-restaurant/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2024 05:49:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BEST BUFFET RESTAURANT]]></category>
		<category><![CDATA[HUNGRY HUB]]></category>
		<category><![CDATA[HUNGRY HUB RED TABLE AWARDS 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Food]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[OISHI GRAND]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[THE ULTIMATE EXPERIENCE OF ALL-TIME FAVORITE AND REAL JAPANESE TASTE]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศสัย ตังเดชะหิรัญ]]></category>
		<category><![CDATA[สุรสิทธิ์ สัจจะเดว์]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ แกรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30966</guid>

					<description><![CDATA[<p>โออิชิ แกรนด์ (OISHI GRAND) โดย ศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด เมื่อเร็ว ๆ นี้ เข้าร่วมงานประกาศรางวัล HUNGRY HUB RED TABLE AWARDS 2024 พร้อมรับมอบโล่รางวัลจาก สุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HUNGRY HUB ในโอกาสที่ โออิชิ แกรนด์ ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลด้านอาหารอันทรงเกียรติ คือ รางวัล BEST BUFFET RESTAURANT สำหรับเครือร้านอาหารที่รักษามาตรฐานสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง อันสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพในการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารและการบริการอันยอดเยี่ยมแก่ผู้บริโภค สำหรับ โออิชิ แกรนด์ พร้อมส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับ ผ่านแนวคิด “THE ULTIMATE EXPERIENCE OF ALL-TIME FAVORITE AND REAL JAPANESE [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/oishi-grand-best-buffet-restaurant/">โออิชิ แกรนด์ คว้ารางวัล BEST BUFFET RESTAURANT จาก HUNGRY HUB RED TABLE AWARDS 2024 ตอกย้ำศักยภาพในการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารและบริการอันยอดเยี่ยมแก่ผู้บริโภค   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โออิชิ แกรนด์ </strong><strong>(OISHI GRAND) </strong>โดย <strong>ศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด </strong>เมื่อเร็ว ๆ นี้ เข้าร่วมงานประกาศรางวัล <strong>HUNGRY HUB RED TABLE AWARDS 2024 </strong>พร้อมรับมอบโล่รางวัลจาก <strong>สุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>HUNGRY HUB</strong></p>
<p><span id="more-30966"></span></p>
<p>ในโอกาสที่ โออิชิ แกรนด์ ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลด้านอาหารอันทรงเกียรติ คือ <strong>รางวัล </strong><strong>BEST BUFFET RESTAURANT </strong><strong>สำหรับเครือร้านอาหารที่รักษามาตรฐานสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง</strong> อันสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพในการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารและการบริการอันยอดเยี่ยมแก่ผู้บริโภค</p>
<p>สำหรับ โออิชิ แกรนด์ พร้อมส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับ ผ่านแนวคิด “<strong>THE ULTIMATE EXPERIENCE OF ALL-TIME FAVORITE AND REAL JAPANESE TASTE</strong>” หรือ “<strong>ให้ทุกคำ&#8230;ผสานรสชาติต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ ๆ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อย&#8230;ไม่มีที่สิ้นสุด</strong>” โดยนำเสนอผ่านซูชิระดับโอมากาเสะ และซาชิมิ ชิ้นโต เต็มคำ จากวัตถุดิบคัดสรร คุณภาพสูง นำเข้าจากตลาดปลาชั้นนำของญี่ปุ่น พร้อมอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ ที่ครับครันและหลากหลาย รวมกว่า 200 รายการ ซึ่งแต่ละเมนูถูกปรุงด้วยความพิถีพิถัน และจัดเสิร์ฟอย่างมีศิลปะ เพื่อชูรสชาติวัตถุดิบ และยกระดับเมนูอาหารแต่ละจานให้เข้าถึงความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30968 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/SHI-Grand2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>“รางวัลนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ โออิชิ แกรนด์ ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ซึ่งความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากการสนับสนุนและความไว้วางใจจากลูกค้าทุกท่าน เราขอขอบคุณจากใจ พร้อมยืนยันว่าจะไม่หยุดพัฒนาบริการเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุด และที่สำคัญ ขอขอบคุณ ฮังกรี้ ฮับ สำหรับการเป็นพาร์ทเนอร์ที่ยอดเยี่ยมและคอยสนับสนุนเรามาโดยตลอด”</em> <strong>ศสัยฯ</strong> กล่าวถึงความรู้สึกยินดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/oishi-grand-best-buffet-restaurant/">โออิชิ แกรนด์ คว้ารางวัล BEST BUFFET RESTAURANT จาก HUNGRY HUB RED TABLE AWARDS 2024 ตอกย้ำศักยภาพในการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารและบริการอันยอดเยี่ยมแก่ผู้บริโภค   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางจากฯ จับมือ CPF ส่งมอบน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วใช้ผลิต SAF กำลังผลิตเฟสแรก 1 ล้านลิตรต่อวัน ป้อนฐานผลิตใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/bangchak-cpf-hands-to-supply-for-saf/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Oct 2024 11:30:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[BSGF]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainovation]]></category>
		<category><![CDATA[UCO]]></category>
		<category><![CDATA[Used Cooking Oil]]></category>
		<category><![CDATA[กลอยตา ณ ถลาง]]></category>
		<category><![CDATA[กอบบุญ ศรีชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ทอดไม่ทิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29877</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางจากฯ จับมือ CPF ลงนามส่งต่อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว​ (UCO : Used Cooking Oil) สำหรับผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF : Sustainable Aviation Fuel) โดย​ในเฟสแรกจะใช้ซัพพลายในประเทศไทย ทั้งจากโรงงานอาหารแปรรูปสำหรับส่งออก ก่อนเฟสต่อไปจะเพิ่มซัพพลายจากฐานผลิตที่มีอยู่ใน 17 ประเทศเพิ่มเติม ด้านบางจากย้ำหน่วยผลิต SAF เดินหน้าตามเป้าหมาย เริ่มเดินเครื่องผลิตมี.ค. 2568 กำลังผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นฐานผลิต SAF ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสามารถรองรับการเติบโตของดีมานด์ได้ยาวจนถึงปี 2030 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จัดพิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือด้านความยั่งยืนทางธุรกิจ ในเรื่องการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนจากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ระหว่าง คุณชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากฯ และ คุณประสิทธิ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/bangchak-cpf-hands-to-supply-for-saf/">บางจากฯ จับมือ CPF ส่งมอบน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วใช้ผลิต SAF กำลังผลิตเฟสแรก 1 ล้านลิตรต่อวัน ป้อนฐานผลิตใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บางจากฯ</strong> จับมือ <strong>CPF</strong> ลงนามส่งต่อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว​ (UCO : Used Cooking Oil) สำหรับผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF : Sustainable Aviation Fuel) โดย​ในเฟสแรกจะใช้ซัพพลายในประเทศไทย ทั้งจากโรงงานอาหารแปรรูปสำหรับส่งออก ก่อนเฟสต่อไปจะเพิ่มซัพพลายจากฐานผลิตที่มีอยู่ใน 17 ประเทศเพิ่มเติม ด้านบางจากย้ำหน่วยผลิต SAF เดินหน้าตามเป้าหมาย เริ่มเดินเครื่องผลิตมี.ค. 2568 กำลังผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นฐานผลิต SAF ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสามารถรองรับการเติบโตของดีมานด์ได้ยาวจนถึงปี 2030</p>
<p><span id="more-29877"></span></p>
<p><strong>บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> และ <strong>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ<strong> ซีพีเอฟ</strong> จัดพิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือด้านความยั่งยืนทางธุรกิจ ในเรื่องการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนจากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ระหว่าง <strong>คุณชัยวัฒน์ โควาวิสารัช</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากฯ และ <strong>คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ</strong> ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ โดยมี <strong>คุณกลอยตา ณ ถลาง</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจากฯ และ <strong>คุณกอบบุญ ศรีชัย</strong> ผู้บริหารสูงสุดสายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ ลงนามเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยผู้บริหารบางจากฯ ซีพีเอฟ และบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) บริษัทในกลุ่มบริษัทบางจากร่วมเป็นสักขีพยาน</p>
<p>ภายใต้ความร่วมมือนี้ บางจากฯ และ ซีพีเอฟ จะร่วมกันบริหารจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว รวมถึงไขมันต่าง ๆ จากธุรกิจผลิตอาหารและไขมันจากบ่อบำบัดน้ำเสียของซีพีเอฟและบริษัทในเครือ เพื่อผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF : Sustainable Aviation Fuel) ภายใต้การดำเนินงานของ BSGF</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29881 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/R3-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณชัยวัฒน์ โควาวิสารัช</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากฯ กล่าวว่า ​ CPF ถือเป็นครัวของโลก จึงเป็นหนึ่งในผู้ซัพพลายวัตถุดิบ​ที่มีศักยภาพ ประกอบกับมีความมุ่งหมายร่วมกันในการเข้าร่วมโครงการ<strong> “ทอดไม่ทิ้ง”</strong> ในการนำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากร้านอาหารในเครือซีพีเอฟ มาเข้าร่วมเป็นวัตถุดิพื่อนำไปผลิต SAF พลังงานแห่งอนาคต ​สนับสนุน<strong> Circular Economy</strong> หรือการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนตามแนวทาง BCG ​ แกนหลักในการขับเคลื่อความยั่งยืนตามกรอบ ESG ​ที่​ไม่เพียงแค่ ช่วยส่งเสริมในด้านการดำเนินธุรกิจ แต่ยังมีผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างแท้จริง ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ทั้งสองบริษัทสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29883 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/R13.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>&#8220;​ความร่วมมือระหว่าง บางจากฯ และซีพีเอฟ​ครั้งนี้ ช่วยสร้างประโยชน์ในหลายมิติ ไม่เพียง​เพิ่มมูลค่าให้​ของเสียจากกระบวนการผลิตอาหาร ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สมบูรณ์แบบ ยังส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่ง SAF เป็นหนึ่งในการปรับตัวของอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มยุโรป และสหราชอาณาจักรที่มีข้อกำหนดให้ผสม SAF ในน้ำมันอากาศยาน 1% ในปีหน้า และเพิ่มเป็น 5% ภายในปี 2030 รวมท้ังเพิ่มเป็น 70% ในปี 2050 เช่นเดียวกับการบินในประเทศไทย ที่มีการกำหนดให้มีการผสม SAF 2% ในปี 2026 หรืออีกราว 2 ปีข้างหน้าเช่นกัน ขณะที่​ความคืบหน้า​การเตรียมเดินเครื่องหน่วยผลิต SAF ของบีเอสจีเอฟ ในพื้นที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง กำลังดำเนินการตามแผนไปประมาณกว่า 70%​​ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ราวเดือนมีนาคม 2025 โดยมีกำลังผลิตเต็ม Capacity 1 ล้านลิตรต่อวัน สำหรับรองรับการเติบโตของดีมานด์ SAF ได้จนถึงปี 2030 และถือเป็นฐานผลิต SAF ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29884 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/R15.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p>ด้านความพร้อมในการจัดหาซัพพลายในการผลิต ​ปัจจุบันบางจากมีเครือข่ายหน่วยงานภาคราชการ เอกชน และผู้ประกอบการ ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการและส่งต่อน้ำมันปรุงอาหารเพื่อผลิต SAF มากกว่า 800 จุดทั่วประเทศ ซึ่งการแปรรูปน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็น SAF จะช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงการบินแบบดั้งเดิมช่วยตอบโจทย์การแก้ไขวิกฤตสภาวะภูมิอากาศ​ ซึ่งการผลิต SAF ในเฟสแรกจะใช้วัตถุดิบจาก UCO ทั้งหมด โดยการรับซื้อตามราคาตลาดที่ 21 บาทต่อกิโลกรัม</p>
<p>ด้าน <strong>คุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ</strong> ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ความร่วมมือกับบางจากครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวคิด <strong>Sustainovation</strong> ของซีพีเอฟ ในการนำนวัตกรรมมาช่วยตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารและการบริโภคอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะ​การบริหารจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (UCO) รวมถึงไขมันต่างๆ จากธุรกิจผลิตอาหาร และไขมันจากบ่อบำบัดน้ำเสียของซีพีเอฟ เพื่อนำไปผลิตน้ำมัน SAF ซึ่งสร้างประโยชน์และเพิ่มประสิทธิภาพทั้งต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติได้มากข้ึน จากที่ก่อนหน้าใช้ UCO ตามแนวทาง Waste to Value ผ่านการนำไปต่อยอดเพิ่มประสิทธิภาพภายในกระบวนการผลิตของตัวเองเป็นหลัก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29886 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/R16.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือกับบางจากครั้งนี้ จะเป็นการส่งมอบ UCO ภายในอุตสาหกรรม ทั้งจากน้ำมันที่ใช้ภายในโรงงานไก่แปรรูปอาหารสำหรับ​ที่มีอยู่ 3-4 แห่ง และมีปริมาณการใช้น้ำมันพืชม่ต่ำกว่าปีละ 1 แสนตัน รวมทั้งน้ำมันพืชจากกิจการไก่ย่างห้าดาวที่มีไม่ต่ำกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ และร้านอาหารในเครือ เช่น เชสเตอร์ ที่มีกว่า 200 สาขา และแบรนด์อื่นๆ ทั้ง​กระทะเหล็ก ข้าวมันไก่ ไห่หนาน ฯลฯ ​โดยปริมาณในการส่งมอบน้ำมันให้บางจากยังอยู่ระหว่างการศึกษาและคำนวณ ​โดยปริมาณมากกว่าครึ่งจะนำส่งให้บางจากเป็นหลัก รวมท้ังผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่มีติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ​รวมทั้งยังมีแนวการศึกษาการขยายปริมาณ UCO จากในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศของซีพีเอฟที่มีฐานอยู่ในอีกทั้ง 17 ประเทศในอนาคตอีกด้วย&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29885 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/R11.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29887 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/R12.jpg" alt="" width="1200" height="899" /></p>
<p>ทั้งนี้ ซีพีเอฟ ให้ความสำคัญในการควบคุมมาตรฐานการใช้น้ำมันเพื่อปรุงอาหารในธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะไม่ใช้น้ำมันในการทอดซ้ำเกิน 2 รอบ ​​ขณะที่ความร่วมมือครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลด Second Life ของการนำน้ำมันกลับไปใช้ซ้ำในตลาด ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพของผู้บรอโภค  รวมทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของทั้งสองบริษัท และถือเป็นหนึ่งในการดำเนินการด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ<strong> Climate Action</strong> โดยการบริหารการลดของเสียจากกระบวนการผลิตที่จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมให้มีมูลค่า ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างครบวงจร หรือ Circular Economy”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/bangchak-cpf-hands-to-supply-for-saf/">บางจากฯ จับมือ CPF ส่งมอบน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วใช้ผลิต SAF กำลังผลิตเฟสแรก 1 ล้านลิตรต่อวัน ป้อนฐานผลิตใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘From Cabbage Farm to Table’ ถอดรหัส ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ ภารกิจขับเคลื่อน​ ‘ความสุข’ และ ‘ความยั่งยืน’ ผ่านมื้ออาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/barbq-plaza-from-cabbage-farm-to-table/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Oct 2024 08:36:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[3P]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B GON]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B Q Plaza]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[From Cabbage Farm to Table]]></category>
		<category><![CDATA[G-Green]]></category>
		<category><![CDATA[GON ORDER-TO-PAY]]></category>
		<category><![CDATA[Green Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[Green Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Planet]]></category>
		<category><![CDATA[Profit]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กะหล่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[จรูญโรจน์ เทพที]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีก้อน]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีคิวพลาซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์อบรมฟู้ดแพชชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เก่ง ดี สุข]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29403</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป้าหมายสำคัญของ ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’​​ คือ ​ขับเคลื่อน ภารกิจ​ ‘ส่งมอบความสุข​ผ่านมื้ออาหารเพื่อความยั่งยืน’ (Delivery Sustainable Happiness) ให้ลูกค้า และโลกใบนี้อย่างต่อเนื่อง ​​​​ผ่าน​การบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อมุ่งสู่​ธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง และยั่งยืน พร้อม​​​​มีส่วนในการดูแล ผู้คนใน​สังคม ไปจนถึง​การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และโลกใบนี้ ผ่านการขับเคลื่อน​กลยุทธ์สู่การลงมือทำตามแนวทาง ‘From Cabbage Farm to Table’ เพื่อสามารถบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพรวมทั้งสร้างคุณค่าได้ตลอดทั้ง Supply Chain ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จ มาจากการให้ความสำคัญกับ Stakeholders ทุกมิติ ​ทั้งแกนหลักอย่าง Tripple Bottom Line หรือ 3P ที่ประกอบด้วย People Planet และ Profit รวมทั้งการเติมเต็มอีก 2P เพื่อช่วยขับเคลื่อนสู่​​เป้าหมายได้รวดเร็ว และลดความเสี่ยงได้มากขึ้น คือ Peaceful หรือการขับเคลื่อนธุรกิจตามกรอบของจริยธรรม คุณธรรม และธรรมาภิบาลที่ดี​ รวมทั้ง Partnership เพราะการขับเคลื่อนความยั่งยืน ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้โดยลำพัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/barbq-plaza-from-cabbage-farm-to-table/">‘From Cabbage Farm to Table’ ถอดรหัส ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ ภารกิจขับเคลื่อน​ ‘ความสุข’ และ ‘ความยั่งยืน’ ผ่านมื้ออาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป้าหมายสำคัญของ ‘<strong>บาร์บีคิวพลาซ่า</strong><strong>’</strong><strong>​​</strong> คือ ​ขับเคลื่อน ภารกิจ​ ‘<strong>ส่งมอบความสุข​ผ่านมื้ออาหารเพื่อความยั่งยืน</strong><strong>’</strong> <strong>(</strong><strong>Delivery Sustainable Happiness</strong><strong>)</strong> ให้ลูกค้า และโลกใบนี้อย่างต่อเนื่อง ​​​​ผ่าน​การบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อมุ่งสู่​ธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง และยั่งยืน พร้อม​​​​มีส่วนในการดูแล ผู้คนใน​สังคม ไปจนถึง​การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และโลกใบนี้</p>
<p><span id="more-29403"></span></p>
<p>ผ่านการขับเคลื่อน​กลยุทธ์สู่การลงมือทำตามแนวทาง <strong>‘From Cabbage Farm to Table’</strong> เพื่อสามารถบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพรวมทั้งสร้างคุณค่าได้ตลอดทั้ง Supply Chain ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จ มาจากการให้ความสำคัญกับ Stakeholders ทุกมิติ ​ทั้งแกนหลักอย่าง Tripple Bottom Line หรือ <strong>3P</strong> ที่ประกอบด้วย <strong>People Planet </strong>และ <strong>Profit </strong>รวมทั้งการเติมเต็มอีก <strong>2P</strong> เพื่อช่วยขับเคลื่อนสู่​​เป้าหมายได้รวดเร็ว และลดความเสี่ยงได้มากขึ้น คือ <strong>Peaceful</strong> หรือการขับเคลื่อนธุรกิจตามกรอบของจริยธรรม คุณธรรม และธรรมาภิบาลที่ดี​ รวมทั้ง <strong>Partnership</strong> เพราะการขับเคลื่อนความยั่งยืน ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้โดยลำพัง การมีพันธมิตรช่วยขับเคลื่อนจะทำให้​ไปถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่ม Positive Impact ​ระหว่างทางในการขับเคลื่อนได้มากขึ้นด้วย</p>
<p><strong>From Cabbage Farm </strong><strong>จากฟาร์มสู่ชุมชน</strong></p>
<p><strong>คุณจรูญโรจน์ เทพที</strong> ประธานบริหารสายงาน-ซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวถึงแผนขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนของบาร์บีคิวพลาซ่า โดยมี <strong>‘</strong><strong>กะหล่ำ</strong><strong>’</strong> (Cabbage) เป็นสัญลักษณ์สำคัญในการเดินทาง เพราะถือเป็นหนึ่งใน Signature ​ที่ทุกโต๊ะในร้านต้องมีถ้วยกะหล่ำวางไว้ และยังเป็นวัตถุดิบสำคัญของ​​บาร์บีคิวพลาซ่าด้วยเช่นกัน ในฐานะแบรนด์ที่ใช้กะหล่ำมากที่สุดในประเทศก็ว่าได้ ด้วยปริมาณถึง 5 ตันต่อวัน หรือไม่ต่ำกว่า 2 ล้านกิโลกรัมต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29405 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/1-Pic-คุณจรูญโรจน์-เทพที-ประธานบริหารสายงาน-ซัพพลายเซน-บริษัท-ฟู้ดแพชชั่น-จำกัด.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ดังนั้น <strong>‘</strong><strong>กะหล่ำ</strong><strong>’ </strong>จึงเป็นเสมือนตัวแทนและจุดเชื่อมโยงการส่งมอบประโยชน์ คุณค่า ความสุข และความยั่งยืนไปยังทุกมิติภายใน Ecosystem​ จากการขับเคลื่อนธุรกิจของบาร์บีคิวพลาซ่า ​ตั้งแต่ต้นทางจากฟาร์มไปจนถึงโต๊ะผู้บริโภค รวมทั้งผู้คนและสังคมโดยรอบได้</p>
<p>เส้นทาง <strong>From Cabbage Farm </strong>ยัง​สอดคล้องกับมิติ​ <strong>People</strong> ของบาร์บีคิวพลาซ่าที่ให้ความสำคัญเรื่อง <strong>‘</strong><strong>คน</strong><strong>’</strong> เป็นอันดับแรก​ ทั้งพนักงานในองค์กร และ​คน​ที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจอย่างกลุ่มเกษตรกร ด้วยการ​​เข้าไปรับซื้อกะหล่ำโดยตรงจากฟาร์มโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ช่วยให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่ดี​ จากการรับประกันราคา และการวางแผนปริมาณการซื้อวัตถุดิบไว้ล่วงหน้าเพื่อช่วยเกษตรกรวางแผนการปลูกอย่าง​เหมาะสม และยังลดปริมาณการสูญเสียในธุรกิจได้ด้วย​ รวม​ถึง​เข้าไปส่งเสริมการปลูกแบบ GAP ที่ลดการใช้สารเคมีลงถึง 50% เพื่อได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ และมีความปลอดภัยทั้งต่อผู้บริโภครวมทั้งเกษตรกรผู้ปลูกด้วย ซึ่งปัจจุบัน​ได้เข้าไปสนับสนุน และส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรผ่านรัฐวิสาหกิจ 3 แห่ง คือ วิสาหกิจชุมชนผักแปลงใหญ่ อ.พบพระ จ.ตาก,​ ชุมชนบ้านนาป่าแปก จ.แม่ฮ่องสอน และ ชุมชนเกษตรกร อ.หางดง จ.เชียงใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29406 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/10-Pic-บาร์บีคิวพลาซ่า-ชูแนวคิด-Triple-Bottom-Line-สร้างความสุขให้ลูกค้าและโลก.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>“บาร์บีคิวพลาซ่า</em> ยังมุ่งส่งเสริมการศึกษาให้ลูกหลานเกษตรกรในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียงผ่าน<strong> ศูนย์อบรมฟู้ดแพชชั่น</strong> ที่ต่อยอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบาร์บีคิวพลาซ่า มาพัฒนาเป็นหลักสูตรด้านสุขาภิบาลอาหารและการจัดการร้านอาหาร สามารถเทียบวุฒิระดับ ปวช. รวมทั้งเพิ่มรายได้จากการทำงานระหว่างเรียน โดย​ส่งเสริมมาตั้งแต่ปี 2561​ มีผู้ผ่านหลักสูตรแล้วกว่า 300 คน และยังเป็นหลักสูตรพัฒนา​เสริมสร้างศักยภาพบุคลากร เพื่อสร้างคนที่ทั้ง <strong>‘</strong><strong>เก่ง ดี สุข</strong><strong>’</strong> รวมทั้งแบ่งปันความรู้ให้​องค์กรหรือผู้ต้องการพัฒนาตนเองในธุรกิจร้านอาหาร<em>​ โดยมีเป้าหมายเพิ่มโอกาสให้ผู้คนไม่ต่ำกว่า </em><em>30,000</em><em> คน ในการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถ พร้อมเพิ่มทักษะให้บุคลากร​ สร้าง​ความเท่าเทียมด้านการเข้าถึงการศึกษาและ​​พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างเป็นวงจรแห่งความสุขได้อย่างยั่งยืน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29407 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/4-Pic-บาร์บีคิวพลาซ่า-ชูแนวคิด-Triple-Bottom-Line-สร้างความสุขให้ลูกค้าและโลก.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>From Table to Sustainability </strong><strong>ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน </strong></p>
<p>เมื่อโฟกัสภาพจากฟาร์มมาสู่ <strong>Table</strong> หรือการจัดการภายในร้านและธุรกิจภาพรวม จะเน้นขับเคลื่อนธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ <strong>Green Restaurant</strong> ในแบบฉบับ <strong>Non-Green Premium</strong> ฉีกภาพการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจรักษ์โลกที่มักจะต้องมาพร้อมงบประมาณก้อนใหญ่ในการดำเนินการ</p>
<p>ขณะที่บาร์บีคิวพลาซ่า เน้นขับเคลื่อนแบบ <strong>Small But Meaningful</strong> หรือการเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavior Change) รวมทั้งใช้จุดแข็งจาก <strong>Data Driven</strong> ด้วยการนำข้อมูลทางธุรกิจมาวิเคราะห์​เพื่อลดความสูญเสียต่างๆ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพจากทรัพยากรเดิมที่ร้านมีอยู่ โดยเป้าหมายสำคัญคือ การลดปริมาณขยะฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) โดยเริ่มคำนวณความสูญเสียต่างๆ ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงหลุมฝังกลบ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการวัตถุดิบ การใช้พลังงาน ไปจนถึงการจัดการด้าน Waste Management ภายในร้าน โดยมีความร่วมมือร่วมใจของพนักงานในร้านเป็นสำคัญ ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน​ของบาร์บีคิวพลาซ่าไม่ได้ทำให้ต้นทุนของร้านเพิ่มขึ้น ธุรกิจจึงยังคงสามารถรักษาความแข็งแกร่งไว้ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29408 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/3-Pic-บาร์บีคิวพลาซ่า-ชูแนวคิด-Triple-Bottom-Line-สร้างความสุขให้ลูกค้าและโลก.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>“แต่ละวันมีปริมาณขยะภายในร้านราว </em><em>30 </em><em>กิโลกรัมต่อสาขา โดย </em><em>30% </em><em>มาจากกระบวนการต่างๆ ของร้าน และ </em><em>70% </em><em>มาจากการให้บริการลูกค้า <strong>เราจึง​ให้ความสำคัญตั้งแต่​การจัดการวัตถุดิบเพื่อลดโอกาสเกิด</strong></em><strong><em> Waste </em></strong><strong><em>ตั้งแต่ต้นทาง (</em></strong><strong><em>Reduce</em></strong><strong><em>) ทั้งการคัดเลือกประเมินผู้ขายตามแนวทาง </em></strong><strong><em>Green Procurement มีการประเมินปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสม </em></strong><strong><em>​พร้อมบริหาร​ </em></strong><strong><em>Food Loss </em></strong><strong><em>เพื่อนำวัตถุดิบที่ไม่ได้ใช้ภายในร้าน เช่น เศษเนื้อตัดแต่งต่างๆ </em></strong><strong><em>มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เพิ่มคุณค่า เพื่อส่งมอบให้กับพันธมิตรอื่นๆ</em></strong> <strong><em>ซึ่งช่วยลดการทิ้ง​เศษเนื้อตัดแต่ง​ได้ถึง </em></strong><strong><em>1</em></strong><strong><em>.</em></strong><strong><em>8</em></strong><strong><em> ตัน หรือคิดเป็น </em></strong><strong><em>918 kgCO</em></strong><strong><em><sub>2</sub></em></strong><strong><em>e </em></strong><strong><em>​ไปจนถึงอออกแบบการเสิร์ฟกะหล่ำเพื่อช่วยลดปริมาณ </em></strong><strong><em>Food Waste </em></strong><strong><em>จากการรับประทานเหลือของลูกค้า โดยเสิร์ฟปริมาณกะหล่ำถ้วยแรกที่ </em></strong><strong><em>125 </em></strong><strong><em>กรัม และถ้วยต่อๆ ไปอยู่ที่ </em></strong><strong><em>80 </em></strong><strong><em>กรัม ทำให้ลดการทิ้งกะหล่ำลงได้ถึง </em></strong><strong><em>10% </em></strong><strong><em>หรือกว่า </em></strong><strong><em>2 </em></strong><strong><em>แสนกิโลกรัม เทียบเท่าปริมาณคาร์บอนที่ลดลงได้ถึง </em></strong><strong><em>82 tCO</em></strong><strong><em><sub>2</sub></em></strong><strong><em>e </em></strong><em> </em><em>รวมทั้งมีอุปกรณ์ </em><strong><em>‘</em></strong><strong><em>ม้าเหล็ก</em></strong><em>’ </em><em>ที่ตอบโจทย์การแยกขยะได้ตั้งแต่​​การเข้าไปเก็บโต๊ะลูกค้า ทั้งส่วนที่เป็น </em><em>Food Waste </em><em>และขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ​เพื่อสามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม โดยมีการจดบันทึกปริมาณและประเภทขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพื่อประสานงานในการส่งต่อพันธมิตร ทำให้สามารถแยกขยะเพื่อนำกลับไปรีไซเคิลได้ราว </em><em>3 </em><em>กิโลกรัมต่อวันต่อสาขา ช่วยลดคาร์บอนลงได้ </em><em>533 tCO</em><em><sub>2</sub></em><em>e </em><em>ต่อปี”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29409 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/5-Pic-บาร์บีคิวพลาซ่า-ชูแนวคิด-Triple-Bottom-Line-สร้างความสุขให้ลูกค้าและโลก.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญใน​การบริหารจัดการด้านพลังงานภายในร้าน ด้วยการ​ปลูกฝังพฤติกรรมพนักงานใน​การปรับเวลาเปิด – ปิดไฟ โดยเปิดให้ช้าลงและปิดให้เร็วขึ้นวันละ 1 ชั่วโมง พร้อม​พัฒนาระบบ IoT เพื่อควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในร้าน เพื่อสามารถประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ​ส่วนการจัดการด้านพลังงานที่อยู่ภายนอกร้าน ได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่สำนักงาน และครัวกลาง โดยปัจจุบันสามารถผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดมาทดแทนปริมาณไฟฟ้าในกระบวนการได้ถึง 30% ​ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก 400 tCO<sub>2</sub>e ต่อปี ​ซึ่งช่วยทั้งลดต้นทุนด้านพลังงาน รวมทั้งลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย</p>
<p>บาร์บีคิวพลาซ่า ยังได้วางแนวทาง​ออกแบบร้านใหม่ หรือการปรับปรุงร้านเดิม​​ด้วยคอนเซ็ปต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Restaurant ​​ทั้ง​ส่งเสริมการใช้วัสดุอัพไซเคิล​ เช่น ​ใช้หนังสังเคราะห์ Bio-Material จากเปลือก​มะนาว ใยสับประรด หรือกากมะพร้าวมาต่อยอด รวมทั้ง​ใช้กระดุมเก่ามาตกแต่งผนังร้านเป็นสัญลักษณ์ ‘บาร์บีก้อน’ การเลือกใช้สารเคมีสำหรับทำความสะอาดต่างๆ ที่เป็น Biodegradable ทั้งเพื่อความปลอดภัย และยังประหยัดการใช้น้ำทำความสะอาดลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง ​แม้แต่ในมิติของการทำโปรโมชั่นหรือแคมเปญส่งเสริมการขายต่างๆ ที่จะเน้นจัดในกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าอยู่แล้ว เพื่อประเมินข้อมูล​การบริหารจัดการทั้งด้านวัตถุดิบได้อย่างแม่นยำมาก​ขึ้น รวมทั้งยังตอบโจทย์ทั้งการดูแลต้นทุน และในมิติด้านความยั่งยืนได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29404 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/8-Pic-บาร์บีคิวพลาซ่า-ชูแนวคิด-Triple-Bottom-Line-สร้างความสุขให้ลูกค้าและโลก.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมุ่ง​​ส่งเสริมให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกัน ทั้งการปิดเตาเมื่อเลิกใช้ หรือเปลี่ยนวิธีเสิร์ฟหลอด​โดยไม่ใส่มาในแก้วน้ำ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก​ รวมทั้งพัฒนาระบบ<strong>​ </strong><strong>GON ORDER-TO-PAY </strong>สั่ง-จ่าย-จบ ทำเองได้ในมือถือ และ​ยกเลิกการใช้แผ่นรองจาน เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษให้น้อยลง ซึ่งในอนาคตทางร้านเตรียมแนวทาง​เพื่อเพิ่ม Engagement ในการให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>“ปัจจุบันบาร์บีคิวพลาซ่า ได้รับตราสัญลักษณ์ </em><em>G-Green </em><em>รับรองการเป็น </em><em>Green Restaurant </em><em>แล้ว </em><em>11 </em><em>สาขา โดยในปี </em><em>2568</em><em> มีแผนจะส่งร้านเพื่อรับรองเพิ่มเติมอีก </em><em>11 </em><em>สาขา โดยมีเป้าหมายให้ทั้ง </em><em>150 </em><em>สาขาที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งสาขาใหม่ๆ ที่จะมีเพิ่มเติมในอนาคตได้รับการรับรองให้เป็น </em><em>Green Restaurant </em><em>ได้ทั้งหมด​ รวมทั้งการขับเคลื่อนเป้าหมายเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจลง </em><em>30% </em><em>ภายในปี </em><em>2573 </em><em>ตามแนวทาง </em><em>SBTi </em><em>พร้อมขยับสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ ภายในปี </em><em>2583</em><em> และ</em><em> 2593</em><em> ตามลำดับ รวมทั้ง​เป้าหมายลดปริมาณขยะฝังกลบจากกระบวนการทำงาน​ </em><em>10%</em><em> ผ่านการใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืนและลดการใช้ทรัพยากร เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ และส่งมอบความสุขและประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ เพื่อนำมาซึ่งความแข็งแกร่ง​เติบโตได้อย่างยั่งยืนของธุรกิจได้ในอนาคต” </em>คุณจรูญโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/barbq-plaza-from-cabbage-farm-to-table/">‘From Cabbage Farm to Table’ ถอดรหัส ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ ภารกิจขับเคลื่อน​ ‘ความสุข’ และ ‘ความยั่งยืน’ ผ่านมื้ออาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>YUZU GROUP ท็อปฟอร์ม! เปิดตัวแบรนด์ใหม่ DA ZHENG (ต้า เจิ้ง) เสริมพอร์ตหม้อไฟสไตล์จีนต้นตำรับรับกระแสหม่าล่าฟีเวอร์ รองรับร้านอาหารครบทุกเซ็กเมนต์ เตรียมเปิดสาขาแรกกลางเดือนสิงหาคมนี้ ที่สยามสแควร์ ซอย 3</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/08/da-zheng-new-brand-chinese-restaurant-from-yuzu-group/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Aug 2023 07:28:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Chicken Club Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Chinese Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[DA ZHENG]]></category>
		<category><![CDATA[KOGORO Katsu]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[YUZU GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[ชิกเก้น คลับ ไทยแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ต้า เจิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ส้มพาสุข จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปรมินทร์ เปรื่องเมธางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[ยูซุ กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารจีน]]></category>
		<category><![CDATA[หม่าล่า]]></category>
		<category><![CDATA[โคโกโระ คัตสึ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20306</guid>

					<description><![CDATA[<p>YUZU GROUP (ยูซุ กรุ๊ป) เชนร้านอาหารระดับพรีเมียมชื่อดังของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด &#8220;หลากหลายความสุข&#8230; รสชาติไม่เหมือนใคร&#8221; สร้างผลงานท็อปฟอร์มอีกครั้ง ทุ่มงบลงทุนกว่า 20 ล้านบาท เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ DA ZHENG (ต้า เจิ้ง) หม้อไฟสไตล์จีนต้นตำรับ รับกระแสหม่าล่าฟีเวอร์ในประเทศไทย ขึ้นแท่นร้านอาหารร้อนแรงแห่งปี เดินเกมเร่งเครื่องรุกตลาดร้านอาหารให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม เตรียมเสิร์ฟความอร่อยแบบร้อนฉ่าทุกองศาสาขาแรก กลางเดือนสิงหาคม 2566 ณ สยามสแควร์ ซอย 3 รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขายปี 2566 อย่างน้อย 650 ล้านบาท คุณมิน &#8211; ปรมินทร์ เปรื่องเมธางกูร Founder &#38; CEO บริษัท ส้มพาสุข จำกัด หรือ YUZU GROUP กล่าวว่า &#8220;YUZU GROUP มีวิสัยทัศน์ในการขยายร้านอาหารให้ครอบคลุมเซ็กเมนต์ เพื่อปูทางแผนการขยายธุรกิจ และสร้างอัตรากำไรที่แข็งแกร่งทั้งระยะสั้นและระยะยาว รองรับความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/da-zheng-new-brand-chinese-restaurant-from-yuzu-group/">YUZU GROUP ท็อปฟอร์ม! เปิดตัวแบรนด์ใหม่ DA ZHENG (ต้า เจิ้ง) เสริมพอร์ตหม้อไฟสไตล์จีนต้นตำรับรับกระแสหม่าล่าฟีเวอร์ รองรับร้านอาหารครบทุกเซ็กเมนต์ เตรียมเปิดสาขาแรกกลางเดือนสิงหาคมนี้ ที่สยามสแควร์ ซอย 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>YUZU GROUP</strong><strong> (ยูซุ กรุ๊ป) เชนร้านอาหารระดับพรีเมียมชื่อดังของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด &#8220;หลากหลายความสุข&#8230; รสชาติไม่เหมือนใคร&#8221; </strong>สร้างผลงานท็อปฟอร์มอีกครั้ง ทุ่มงบลงทุนกว่า 20 ล้านบาท เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่<strong> DA ZHENG (ต้า เจิ้ง)</strong> หม้อไฟสไตล์จีนต้นตำรับ</p>
<p><span id="more-20306"></span></p>
<p>รับกระแสหม่าล่าฟีเวอร์ในประเทศไทย ขึ้นแท่นร้านอาหารร้อนแรงแห่งปี เดินเกมเร่งเครื่องรุกตลาดร้านอาหารให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม เตรียมเสิร์ฟความอร่อยแบบร้อนฉ่าทุกองศาสาขาแรก กลางเดือนสิงหาคม 2566 ณ สยามสแควร์ ซอย 3 รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขายปี 2566 อย่างน้อย 650 ล้านบาท</p>
<p><strong>คุณมิน &#8211; ปรมินทร์ เปรื่องเมธางกูร </strong><strong>Founder &amp; CEO </strong><strong>บริษัท ส้มพาสุข จำกัด หรือ </strong><strong>YUZU GROUP </strong>กล่าวว่า &#8220;YUZU GROUP มีวิสัยทัศน์ในการขยายร้านอาหารให้ครอบคลุมเซ็กเมนต์ เพื่อปูทางแผนการขยายธุรกิจ และสร้างอัตรากำไรที่แข็งแกร่งทั้งระยะสั้นและระยะยาว รองรับความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ YUZU GROUP ได้เปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ KOGORO Katsu (โคโกโระ คัตสึ) และ Chicken Club Thailand (ชิกเก้น คลับ ไทยแลนด์) เพื่อเสริมพอร์ตโฟลิโอร้านหมูทอดทงคัตสึ และไก่ทอดสไตล์เกาหลี โดยในปัจจุบันต้องยอมรับว่ากระแสหม่าล่า หรือหม้อไฟสไตล์จีนได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย YUZU GROUP จึงจับกระแสความร้อนแรงของตลาด เปิดตัวแบรนด์ DA ZHENG (ต้า เจิ้ง) หม้อไฟสไตล์จีนต้นตำรับ เป็นการขยายพอร์ตสู่กลุ่มอาหารจีนเป็นครั้งแรก เพื่อรองรับกับเทรนด์ร้านอาหารแห่งปี&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20311 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Da-zheng2.jpg" alt="" width="476" height="622" /></p>
<p>ปี 2566 เป็นปีที่ตลาดร้านอาหารกลับมาคึกคักเป็นอย่างมาก เป็นช่วงที่หลายธุรกิจฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีการเปิดประเทศ และเศรษฐกิจมีการเติบโต โดยภาพรวมตลาดร้านอาหารในปี 2565 มีมูลค่าสูงถึง 4.1 แสนล้านบาท ในส่วนของตลาดอาหารหม้อไฟ มีมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมากด้วยตลาดหม้อไฟจีนเป็นธุรกิจที่มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว ทั้งคนจีนที่อยู่ในประเทศไทยที่มีอยู่ 2 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มนักลงทุนกับกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมถึงยังมีกลุ่มคนไทยที่ชื่นชอบอาหารจีนประเภทหม่าล่าหม้อไฟ ทำให้ตลาดนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา</p>
<p>DA ZHENG (ต้า เจิ้ง) ร้านชาบูหม่าล่าพรีเมียมสูตรเสฉวนประยุกต์ที่เน้นรสชาติเข้มข้นจากวัตถุดิบอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านน้ำซุปเคี่ยวด้วยสมุนไพร และเครื่องเทศอย่างพิถีพิถันแบบดั้งเดิม ได้ปรับสูตรให้รสชาติมีความทันสมัย รับประทานง่าย ถูกปากคนรุ่นใหม่มากขึ้น พร้อมกับเนื้อสัตว์ที่ได้รับการคัดสรรอย่างดี มีให้เลือกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น เนื้อวัวอิมพอร์ตจากญี่ปุ่น เนื้อหมูจากสเปน หรือจะเป็นกุ้งล็อบสเตอร์จากแคนาดา และอื่น ๆ อีกมากมายทั้งนี้ ยังมีไอเท็มลับที่ขาดไม่ได้เลยคือ น้ำจิ้ม ซึ่งทางร้านมีให้เลือกมากมาย สามารถปรุงเองได้ตามชอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20309 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Da-sheng4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของร้าน DA ZHENG (ต้า เจิ้ง) ก็คือ มีน้ำซุปให้เลือกถึง 8 แบบ ให้เลือกทานได้ตามสไตล์ที่ชื่นชอบ ได้แก่ ซุปต้าเจิ้งหม่าล่า (DA ZHENG Mala Soup) , ซุปบุษบานมสด (Milk &amp; Floral Soup), ซุปไก่แช่เหล้าจักพรรดิ (Emperor&#8217;s Drunken Chicken Soup), ซุปโอสถไก่กระเพาะปลา (Fish Maw &amp; Chicken Elixir Soup), ซุปเห็ดมงคลเจ็ดชนิด (Sacred Seven Mushroom Soup), ซุปคอลลาเจนซี่โครงหมู (Collagen Pork Ribs Soup), ซุปหัวปลาผักกาดดอง (Fish &amp; Pickled Cabbage  Soup) และซุปน้ำมะพร้าวสวรรค์ (Heavenly Coconut Clear Soup)</p>
<p>โดยนำร่องเปิดสาขาแรกที่สยามสยามแควร์ ซอย 3 ด้วยการดีไซน์สไตล์จีนโมเดิร์น ในแต่ละชั้นภายในร้านจะมีการตกแต่งให้มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน สามารถสร้างบรรยากาศ และเพิ่มสุนทรียภาพในการทานหม่าล่าหม้อไฟได้ฟินมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p>ปัจจุบัน YUZU GROUP มีแบรนด์ในเครือทั้งหมด 10 แบรนด์ ได้แก่ Yuzu Omakase, Yuzu Suki, Yuzu Ramen, Yuzu Sushi Delivery, Yuzu Honey, Thai Thai Boat Noodles, Yuzu Ramen Express, KOGORO Katsu, Chicken Club Thailand และ แบรนด์ใหม่ล่าสุด DA ZHENG จึงมีสาขาในประเทศจำนวน 18 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ในต่างประเทศจำนวน 4 สาขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20308 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/Da-sheng3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับแผนธุรกิจของ YUZU GROUP ในปี 2566 ยังคงเดินหน้าเร่งขยายสาขาของแบรนด์ในเครือเพิ่มอีกกว่า 10 สาขา จึงคาดการณ์ภายในสิ้นปีนี้ จะมีจำนวนสาขารวม 27 สาขา และมั่นใจว่าการเปิดเกมรุกในตลาดร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง จะสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.yuzugroup2018.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/da-zheng-new-brand-chinese-restaurant-from-yuzu-group/">YUZU GROUP ท็อปฟอร์ม! เปิดตัวแบรนด์ใหม่ DA ZHENG (ต้า เจิ้ง) เสริมพอร์ตหม้อไฟสไตล์จีนต้นตำรับรับกระแสหม่าล่าฟีเวอร์ รองรับร้านอาหารครบทุกเซ็กเมนต์ เตรียมเปิดสาขาแรกกลางเดือนสิงหาคมนี้ ที่สยามสแควร์ ซอย 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
