<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Retail &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/retail/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 15 Jun 2026 04:43:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Retail &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชงปลดล็อค &#8216;ไทยช่วยไทยพลัส&#8217; ขยายสิทธิ์ร้านค้าทุกขนาด หวังประคองธุรกิจ หนุนการจ้างงาน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/rsi-raise-unlock-thai-helps-thai-plus/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 04:09:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Retailers Association]]></category>
		<category><![CDATA[TRA]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐ วงศ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ค้าปลีกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยช่วยไทยพลัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42430</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก (Retail Sentiment Index : RSI) จัดทำโดย ธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมผู้ค้าปลีกไทย พบว่า ผู้ประกอบการมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อในช่วง 3 เดือนข้างหน้าระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ &#8216;ไทยช่วยไทยพลัส&#8217; ที่ช่วยอัดฉีดเม็ดเงินสู่ร้านค้าขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความเปราะบางสูง อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้น พบว่ามาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้กำลังซื้อบางส่วนกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าและร้านอาหารขนาดกลาง ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้อง รวมถึงร้านค้าปลีกสมัยใหม่ อาจยังไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการอย่างทั่วถึง สมาคมฯ จึงขอเสนอให้ภาครัฐ พิจารณาออกมาตรการเสริมเฉพาะกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ หรือพิจารณาขยายสิทธิ์ผ่านโครงการ &#8216;ไทยช่วยไทยพลัส&#8217; ในเฟสถัดไป เพื่อช่วยรักษาการจ้างงาน เสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ และสนับสนุนให้กำลังซื้อหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจโดยรวม อย่างครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการค้าปลีกเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาปรับลดลงต่อเนื่องในทุกองค์ประกอบ ทุกประเภทร้านค้า สะท้อนแรงกดดันด้านกำลังซื้อที่อ่อนแอต่อเนื่อง ประกอบกับต้นทุนที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี ผลสำรวจใน 3 เดือนข้างหน้าความเชื่อมั่นกลับมาอยู่เหนือระดับ 50 จุดอีกครั้ง เนื่องจากผู้ประกอบการมีความหวังกับโครงการ &#8216;ไทยช่วยไทย พลัส&#8217; ว่าจะมีส่วนช่วยประคองกำลังซื้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/rsi-raise-unlock-thai-helps-thai-plus/">สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชงปลดล็อค &#8216;ไทยช่วยไทยพลัส&#8217; ขยายสิทธิ์ร้านค้าทุกขนาด หวังประคองธุรกิจ หนุนการจ้างงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก (Retail Sentiment Index : RSI) จัดทำโดย ธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมผู้ค้าปลีกไทย พบว่า <strong>ผู้ประกอบการมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อในช่วง </strong><strong>3 </strong><strong>เดือนข้างหน้าระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน</strong></p>
<p><span id="more-42430"></span></p>
<p>โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ <strong>&#8216;ไทยช่วยไทยพลัส&#8217;</strong> ที่ช่วยอัดฉีดเม็ดเงินสู่ร้านค้าขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความเปราะบางสูง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้น พบว่ามาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้กำลังซื้อบางส่วนกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าและร้านอาหารขนาดกลาง ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้อง รวมถึงร้านค้าปลีกสมัยใหม่ อาจยังไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการอย่างทั่วถึง</p>
<p>สมาคมฯ จึงขอเสนอให้ภาครัฐ <strong>พิจารณาออกมาตรการเสริมเฉพาะกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ หรือพิจารณาขยายสิทธิ์ผ่านโครงการ &#8216;ไทยช่วยไทยพลัส&#8217; ในเฟสถัดไป เพื่อช่วยรักษาการจ้างงาน เสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ และสนับสนุนให้กำลังซื้อหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจโดยรวม</strong> อย่างครอบคลุมและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย</strong> เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการค้าปลีกเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาปรับลดลงต่อเนื่องในทุกองค์ประกอบ ทุกประเภทร้านค้า สะท้อนแรงกดดันด้านกำลังซื้อที่อ่อนแอต่อเนื่อง ประกอบกับต้นทุนที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี<strong> ผลสำรวจใน 3 เดือนข้างหน้าความเชื่อมั่นกลับมาอยู่เหนือระดับ 50 จุดอีกครั้ง</strong> เนื่องจากผู้ประกอบการมีความหวังกับโครงการ <strong>&#8216;ไทยช่วยไทย พลัส&#8217; </strong>ว่าจะมีส่วนช่วยประคองกำลังซื้อ บรรเทาค่าครองชีพได้ในระยะสั้น</p>
<p>ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังคงมีความกังวลว่าหลังสิ้นสุดโครงการ กำลังซื้ออาจกลับมาชะลอตัวอีกครั้ง ขณะที่ต้นทุนการดำเนินธุรกิจยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เตรียมทยอยปรับราคาสินค้าในหลายหมวดหมู่ โดยคาดว่าจะปรับขึ้นไม่เกิน 5% ซึ่งสะท้อนภาวะ <strong>‘</strong><strong>Cost</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Push Inflation</strong><strong>’</strong> หรือเงินเฟ้อจากต้นทุนการผลิต ที่ทำให้ผู้บริโภคเผชิญสถานการณ์ ‘ของแพง ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่อำนาจซื้อลดลง’</p>
<p>อย่างไรก็ตามจากผลสะท้อนของโครงการ <strong>‘ไทยช่วยไทย พลัส’</strong> พบว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยมุ่งเน้นการใช้สิทธิ์กับร้านค้ารายย่อยและแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการเป็นหลัก ส่งผลกระทบต่อยอดขายของผู้ประกอบการขนาดกลาง โดยเฉพาะร้านอาหารที่อยู่ในระบบภาษีซึ่งมียอดขายลดลงประมาณ 30–50%”</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ผู้ประกอบการค้าปลีกและร้านอาหารที่มียอดขายเกิน </strong><strong>1.8 </strong><strong>ล้านบาทต่อปี ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ </strong><strong>VAT </strong><strong>อย่างถูกต้อง</strong> <strong>ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีบทบาทต่อการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ การจ้างงาน และห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง</strong> แต่ปัจจุบันกลับต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งค่าพลังงาน ค่าขนส่ง และต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นราว 15–20% ขณะที่ยอดขายกลับลดลง เนื่องจากไม่เข้าเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการ</p>
<p>สมาคมฯ จึงเห็นว่า <strong>การทบทวนและปรับมาตรการให้ครอบคลุมผู้ประกอบการในระบบภาษีมากขึ้นไม่เพียงเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการรักษาสมดุลของระบบเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งด้านสภาพคล่องของธุรกิจ การรักษาการจ้างงาน และกำลังซื้อของประชาชน </strong>ไม่ให้ชะลอตัวลง</p>
<p>ดังนั้น เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง สมาคมผู้ค้าปลีกไทย จึงขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนและปรับปรุงเงื่อนไขของโครงการ &#8216;ไทยช่วยไทยพลัส&#8217; ในรอบถัดไป โดยมีข้อเสนอแนะสำคัญ ดังนี้</p>
<p><strong>ข้อเสนอแนะการปรับปรุง &#8216;</strong><strong>ไทยช่วยไทยพลัส&#8217; ผ่านแนวคิด &#8216;ขยาย-สร้าง-รักษา&#8217; </strong></p>
<p><strong>1. ขยายสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการ</strong> ควรพิจารณามาตรการเสริมแบบเจาะกลุ่ม หรือเปิดโอกาสให้ร้านค้า ทุกขนาด รวมทั้งร้านที่จดทะเบียนในระบบภาษีถูกต้อง สามารถเข้าร่วมเป็นร้านค้ารับสิทธิ์ในโครงการได้ เพื่อกระจายเม็ดเงินให้หมุนเวียนในทุกระดับของห่วงโซ่อุปทาน ไม่ให้เกิดการกระจุกตัวของการใช้จ่ายเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง</p>
<p>อีกทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกและความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยเฉพาะร้านค้าโมเดิร์นเทรด ซึ่งมีสินค้าหลายรายการที่มาจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย การเปิดให้เข้าร่วมโครงการจึงมีส่วนช่วยส่งต่อเม็ดเงินไปยังผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายย่อยในระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น นอกจากนี้อาจพิจารณาเชื่อมโยงมาตรการดังกล่าวกับการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้สามารถใช้จ่ายภายในโมเดิร์นเทรดได้เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพได้หลากหลายในราคาประหยัด</p>
<p><strong>2. สร้างแรงจูงใจในการเข้าระบบภาษี</strong> การออกแบบมาตรการให้ร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีได้รับอานิสงส์จากมาตรการของรัฐ จะเป็นสัญญาณเชิงบวกและเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือร้านค้าขนาดเล็ก เห็นถึงประโยชน์ของการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในช่วงที่ภาครัฐส่งเสริมให้ร้านค้าขนาดเล็กนำเทคโนโลยีและระบบ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลให้ร้านค้าขนาดเล็กรู้สึกยินดีที่จะเติบโตและก้าวเข้าสู่ระบบภาษีในอนาคต</p>
<p><strong>3. รักษาสมดุลของการจ้างงาน</strong> การขยายสิทธิ์มาตรการ มีส่วนช่วยพยุงภาคธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการจ้างงานรวมกันเป็นจำนวนมาก ให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ในช่วงที่กำลังซื้อของประชาชนโดยรวมยังคงอ่อนแอ</p>
<p>&#8220;เราเชื่อมั่นว่า หากรัฐบาลขยายขอบเขตการช่วยเหลือให้ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการในระบบภาษีในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งต่อไป จะเป็นการประคองทั้งธุรกิจฐานรากและธุรกิจที่ขับเคลื่อนโครงสร้างภาษีของประเทศให้รอดพ้นจากภาวะซบเซาไปด้วยกัน&#8221; คุณณัฐ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><strong>สมาคมผู้ค้าปลีกไทยพร้อมที่จะร่วมมือและสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ควรคู่กับการร่วมมือกับ ทุกภาคส่วนในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการค้าปลีกทุกระดับ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้เติบโต อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน</strong><strong>.</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/rsi-raise-unlock-thai-helps-thai-plus/">สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชงปลดล็อค &#8216;ไทยช่วยไทยพลัส&#8217; ขยายสิทธิ์ร้านค้าทุกขนาด หวังประคองธุรกิจ หนุนการจ้างงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The 1 บริษัทไทยหนึ่งเดียวบนเวทีรีเทลระดับโลก World Retail Congress ถอดรหัส Loyalty ยุคใหม่ จาก Transaction สู่ Relationship Economy</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/the-1-world-retail-congress/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 09:50:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Complexity is Norm]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Loyalty]]></category>
		<category><![CDATA[Loyalty]]></category>
		<category><![CDATA[Relationship Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[SVOC]]></category>
		<category><![CDATA[The 1]]></category>
		<category><![CDATA[World Retail Congress]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[หรรษา วงศ์สิริพิทักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42215</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา บนเวที World Retail Congress ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี หนึ่งในเวทีรีเทลระดับโลกที่รวบรวมผู้นำระดับ C-Level จากธุรกิจค้าปลีก แบรนด์ และนักการตลาดทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและอัปเดตเทรนด์ที่จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม ตั้งแต่ AI พฤติกรรมผู้บริโภค ไปจนถึงกลยุทธ์ใหม่ของโลกรีเทล โดยภายในงานยังได้รับเกียรติจาก Karsten Wildberger &#8211; Federal Minister for Digitalization and Government Modernization ของเยอรมนี ร่วมสะท้อนถึงความท้าทายและทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมรีเทลโลก พร้อมชี้ให้เห็นบทบาทสำคัญของภาครัฐในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจรีเทล ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอด 3 วันของงาน ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำรีเทลระดับโลก ควบคู่ไปกับกิจกรรม Store Visit และ Company Visit เพื่ออัปเดตแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่กำลังพลิกอนาคตของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเซ็นทรัลที่ดูแลธุรกิจห้างสรรพสินค้าในยุโรปเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของกลุ่มเซ็นทรัลบนเวทีรีเทลระดับโลก นอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยี หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดบนเวทีปีนี้ คือ อนาคตของ Loyaltyโดยเฉพาะโมเดลจากเอเชียและประเทศไทย ที่กำลังก้าวข้ามระบบสะสมแต้มแบบเดิม ไปสู่การสร้าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/the-1-world-retail-congress/">The 1 บริษัทไทยหนึ่งเดียวบนเวทีรีเทลระดับโลก World Retail Congress ถอดรหัส Loyalty ยุคใหม่ จาก Transaction สู่ Relationship Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา บนเวที <strong>World Retail Congress</strong> ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี หนึ่งในเวทีรีเทลระดับโลกที่รวบรวมผู้นำระดับ <strong>C-Level</strong> จากธุรกิจค้าปลีก แบรนด์ และนักการตลาดทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและอัปเดตเทรนด์ที่จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม</p>
<p><span id="more-42215"></span></p>
<p>ตั้งแต่ AI พฤติกรรมผู้บริโภค ไปจนถึงกลยุทธ์ใหม่ของโลกรีเทล โดยภายในงานยังได้รับเกียรติจาก Karsten Wildberger &#8211; Federal Minister for Digitalization and Government Modernization ของเยอรมนี ร่วมสะท้อนถึงความท้าทายและทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมรีเทลโลก พร้อมชี้ให้เห็นบทบาทสำคัญของภาครัฐในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจรีเทล ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ตลอด 3 วันของงาน ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้นำรีเทลระดับโลก ควบคู่ไปกับกิจกรรม Store Visit และ Company Visit เพื่ออัปเดตแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่กำลังพลิกอนาคตของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเซ็นทรัลที่ดูแลธุรกิจห้างสรรพสินค้าในยุโรปเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของกลุ่มเซ็นทรัลบนเวทีรีเทลระดับโลก</p>
<p>นอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยี หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดบนเวทีปีนี้ คือ อนาคตของ Loyaltyโดยเฉพาะโมเดลจากเอเชียและประเทศไทย ที่กำลังก้าวข้ามระบบสะสมแต้มแบบเดิม ไปสู่การสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค จนกลายเป็นแนวทางที่ทั่วโลกเริ่มจับตามอง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/The1worldRetail1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The 1 ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์และลอยัลตี้แพลตฟอร์มอันดับ 1 ของไทย และ Top 5 ของเอเชีย ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล จึงได้รับเชิญขึ้นแชร์วิสัยทัศน์บนเวทีดังกล่าว โดย <strong>คุณหรรษา วงศ์สิริพิทักษ์</strong> Head of Marketing – The 1 ตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวจากประเทศไทยและฝั่งเอเชียร่วมแชร์ ใน Session<strong> “Future of Loyalty”</strong></p>
<p>คุณหรรษาเล่าว่า กลุ่มเซ็นทรัลเป็นผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ศูนย์การค้า อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และธุรกิจอาหาร ในประเทศไทย ครอบคลุมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป ที่เชื่อมโยงทุกมิติการใช้ชีวิตของผู้บริโภค</p>
<p>และ The 1 เป็น Loyalty Platform ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมทุกธุรกิจทั้งภายในกลุ่มเซ็นทรัล และพันธมิตรอื่นๆ  เข้าไว้ด้วยกันบน Ecosystem ผ่านระบบสมาชิกเดียว ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าในทุก Touchpoint</p>
<p><strong>เมื่อ </strong><strong>Loyalty </strong><strong>ไม่ใช่แค่ ‘</strong><strong>Points &amp; Perks’</strong></p>
<p><strong>คุณหรรษา</strong> มองว่า วันนี้โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “<strong>Complexity is Norm</strong>” ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความซับซ้อนจากทั้งความแตกต่างของผู้บริโภคหลาย Generation จำนวนสินค้าที่ล้นตลาด รวมถึงแพลตฟอร์มและช่องทางการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ทำให้ Loyalty ในรูปแบบเดิมที่เน้นเพียง Points &amp; Perks ไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะการจัดโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าได้อีกต่อไปแล้ว</p>
<p>“ภารกิจของ Loyalty ยุคใหม่ จึงไม่ใช่แค่การกระตุ้นยอดใช้จ่าย แต่คือการสร้างความผูกพันกับสมาชิกมากยิ่งขึ้น”</p>
<p>The 1 จึงมีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนวงการ Retail Loyalty โดยยกระดับจากโปรแกรมสิทธิประโยชน์แบบเดิม ไปสู่ความสัมพันธ์ระยะยาว ผ่านแนวคิด “<strong>From Loyalty to Enduring Relationships</strong>” ทั้งในรูปแบบ Experiences, Events และ Moments ที่ลูกค้ารู้สึกอยากมีส่วนร่วมจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น Exclusive Experiences, Member-only Moments หรือ Money Can’t Buy Experiences ที่ช่วยสร้าง Emotional Connection ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า เพราะในวันที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมาย สิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมา อาจไม่ใช่เพียงความคุ้มค่า แต่คือความรู้สึกว่าแบรนด์นี้เข้าใจเรา</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/The1WorldRetail3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>จาก </strong><strong>Loyalty Program </strong><strong>สู่ </strong><strong>Customer Ecosystem Platform</strong></p>
<p>อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ The 1 แตกต่าง คือการสร้าง Loyalty Ecosystem ที่เชื่อมทั้งธุรกิจในเครือ Central Group และพาร์ตเนอร์ภายนอกเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ Retail, Wellness, Banking, Entertainment ไปจนถึง Lifestyle Services เพื่อทำให้ The 1 กลายเป็น “Center of Life Platform” และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของลูกค้าในทุกมิติ</p>
<p>ข้อได้เปรียบสำคัญของโมเดลนี้ คือการทำให้ลูกค้าสามารถใช้ The 1 ได้ง่ายและเชื่อมต่อกันในทุกธุรกิจผ่านระบบเดียว โดยใช้เพียงสมาชิก The 1 บัญชีเดียวในการเข้าถึงบริการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ภายใน Ecosystem ขณะที่คะแนน The 1 ทำหน้าที่เสมือน Currency กลางที่สามารถสะสม แลก หรือโอนคะแนนได้ในหลากหลายบริการและร้านค้า ขณะเดียวกัน The 1 ยังดูแลทั้งระบบข้อมูลลูกค้าและ Loyalty Platform แบบรวมศูนย์ ทำให้สามารถเชื่อมต่อประสบการณ์และเข้าใจลูกค้าได้ครบทุกมิติ</p>
<p>อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญที่ทำให้โมเดล Loyalty จากเอเชียได้รับความสนใจบนเวทีโลก คือการที่ผู้บริโภคเอเชียเปิดรับ Digital Ecosystem และคาดหวังประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกันในทุกมิติของชีวิต ทำให้ Loyalty ในเอเชียไม่ได้เป็นเพียงโปรแกรมสมาชิก แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต หรือ Everyday’s Life ตั้งแต่การช้อปปิ้ง การท่องเที่ยว ร้านอาหาร ความบันเทิง ไปจนถึงบริการทางการเงิน ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคเอเชียยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์และสิทธิพิเศษที่แบรนด์มอบให้ ควบคู่ไปกับความคุ้มค่า ทำให้แบรนด์ที่สามารถเข้าใจลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ และสร้าง Personalized Experience ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงได้ จะสามารถสร้างความผูกพันและความรู้สึกใกล้ชิดกับลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าการสร้าง Loyalty แบบเดิมที่แข่งขันกันเพียงเรื่องส่วนลดหรือโปรโมชั่น</p>
<p><strong><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42219 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/The1WorldRetail4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /> </strong></p>
<p><strong>SVOC: </strong><strong>จุดที่ </strong><strong>Data </strong><strong>และความเข้าใจมนุษย์มาบรรจบกัน</strong></p>
<p>อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่คุณหรรษาแชร์บนเวที คือ Single View of Customer (SVOC) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ The 1 ในการทำความเข้าใจลูกค้าแบบ 360 องศา เพื่อช่วยให้แบรนด์มองเห็นลูกค้าได้ลึกกว่าแค่การใช้จ่าย แต่เข้าใจถึงพฤติกรรม ความสนใจ และบริบทการใช้ชีวิตของแต่ละคนได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม คุณหรรษามองว่า ความท้าทายที่แท้จริงของการทำ SVOC ไม่ใช่เพียงเรื่องเทคโนโลยีหรือการมีข้อมูลจำนวนมหาศาล แต่คือ Mindset หรือวิธีคิดในการนำข้อมูลมาใช้อย่างเข้าใจมนุษย์จริงๆ</p>
<p>“SVOC is where data meets humanity.”</p>
<p>เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่การมี Data Points จำนวนมาก มี Dashboard หลายระบบ หรือมี Analytics ที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือการทำให้ข้อมูลเหล่านั้นใช้งานได้จริง ในแบบที่เข้าใจลูกค้าอย่างเป็นมนุษย์มากที่สุด</p>
<p>The 1 จึงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็น Customer Insights ที่ชัดเจน ทำให้เข้าใจลูกค้าให้สามารถสร้าง Relevance ที่สอดคล้องกับชีวิตจริงของลูกค้า และช่วยให้ทั้งทีมธุรกิจ การตลาด และฝั่ง Operation ตัดสินใจได้ดีขึ้นบนบริบทที่มีความหมาย ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขบนหน้าจอ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42220 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/The1WorldRetail5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Road to 2030: </strong><strong>เมื่อ </strong><strong>Loyalty </strong><strong>ต้องกลายเป็น ‘</strong><strong>Re-earned Love’</strong></p>
<p>คุณหรรษามองว่า อนาคตของ Loyalty ต้องก้าวข้ามโปรแกรมแบบเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยส่วนลดและ Passive Offers ไปสู่ Data-driven Ecosystem Platform ที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่มีความหมายกับลูกค้าในชีวิตประจำวันได้จริง</p>
<p>ขณะเดียวกัน สิ่งที่จะทำให้ Loyalty ไม่กลายเป็นเพียง “Discount Engine” คือการสร้าง Non-Monetary Value ที่มีความหมายจริงต่อชีวิตลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Reserved Parking, Fast-lane Checkout, Member-only Privileges, Exclusive Events, Lifestyle Community หรือ Personalized Experience ที่ช่วยสร้าง Emotional Connection มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว</p>
<p>พร้อมทิ้งท้ายด้วยนิยามใหม่ของ Loyalty ว่า “Loyalty is no longer about keeping customers, but being chosen again and again.” ในวันที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกใหม่อยู่เสมอ Loyalty จึงไม่ใช่เรื่องของการรักษาลูกค้าไว้ แต่คือการทำให้ลูกค้าเลือกเรา ซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือที่คุณหรรษาเรียกว่า “Re-earned Love” — การทำให้ลูกค้ากลับมาตกหลุมรักแบรนด์ได้ใหม่อยู่เสมอ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/the-1-world-retail-congress/">The 1 บริษัทไทยหนึ่งเดียวบนเวทีรีเทลระดับโลก World Retail Congress ถอดรหัส Loyalty ยุคใหม่ จาก Transaction สู่ Relationship Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัลครบรอบ 15 ปีแห่งการขยายธุรกิจสู่ยุโรป เดินหน้ายกระดับห้างหรู พร้อมแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงขับเคลื่อนการเติบโต   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/15-yrs-central-group-in-eorope/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Apr 2026 08:09:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[André Maeder]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Giuseppe D’Amato]]></category>
		<category><![CDATA[Pierluigi Cocchini]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Retail Media]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[คาเดเว]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติ จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ทศ จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[รีนาเชนเต]]></category>
		<category><![CDATA[รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างสรรพสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[อิลลุม]]></category>
		<category><![CDATA[เซลฟริดเจส]]></category>
		<category><![CDATA[โกลบุส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41331</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีก ศูนย์การค้า อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการของไทย ครอบคลุมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป ก้าวสู่ปีที่ 15 ของการเข้าซื้อกิจการและพลิกโฉมห้างหรูในยุโรป ด้วยยอดขายกว่า 2.4 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา จากวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในยุโรป เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน คุณทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลได้พัฒนาและต่อยอดคุณค่าให้กับธุรกิจในยุโรปอย่างต่อเนื่อง ผ่านเครือข่ายห้างหรูระดับไอคอนิก ให้เป็นแหล่งรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมด้วยทีมงานที่มีความสามารถ เราได้ยกระดับธุรกิจลักชูรี่รีเทลให้เป็นพื้นที่ที่หลอมรวมวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์อันน่าประทับใจเข้าไว้ด้วยกัน ก้าวต่อไปคือการเสริมความแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งด้านทีมผู้บริหาร โครงสร้างธุรกิจ และการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในยุโรปและเอเชีย เพื่อให้การดำเนินงานในยุโรปเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กลุ่มเซ็นทรัลได้ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ดังนี้  คุณปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี (Pierluigi Cocchini) ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป (Chief Executive Officer – Europe) รับผิดชอบการกำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ และกำกับการดำเนินงานในภาพรวมของเครือข่ายธุรกิจในยุโรป เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาค  พร้อมไปกับการสร้างวัฒนธรรมการนำองค์กรที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว โดยยังคงอัตลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน คุณจูเซ็ปเป ดามาโต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/15-yrs-central-group-in-eorope/">กลุ่มเซ็นทรัลครบรอบ 15 ปีแห่งการขยายธุรกิจสู่ยุโรป เดินหน้ายกระดับห้างหรู พร้อมแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงขับเคลื่อนการเติบโต   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีก ศูนย์การค้า อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการของไทย ครอบคลุมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป ก้าวสู่ปีที่ 15 ของการเข้าซื้อกิจการและพลิกโฉมห้างหรูในยุโรป</strong></p>
<p><span id="more-41331"></span></p>
<p><strong> ด้วยยอดขายกว่า 2.4 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา จากวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในยุโรป เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>คุณทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong> กล่าวว่า ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลได้พัฒนาและต่อยอดคุณค่าให้กับธุรกิจในยุโรปอย่างต่อเนื่อง ผ่านเครือข่ายห้างหรูระดับไอคอนิก ให้เป็นแหล่งรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมด้วยทีมงานที่มีความสามารถ เราได้ยกระดับธุรกิจลักชูรี่รีเทลให้เป็นพื้นที่ที่หลอมรวมวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์อันน่าประทับใจเข้าไว้ด้วยกัน ก้าวต่อไปคือการเสริมความแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งด้านทีมผู้บริหาร โครงสร้างธุรกิจ และการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในยุโรปและเอเชีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41337 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/09.Globus-Basel-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เพื่อให้การดำเนินงานในยุโรปเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กลุ่มเซ็นทรัลได้ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ดังนี้</p>
<p><strong> คุณ</strong><strong>ปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี (</strong><strong>Pierluigi Cocchini) </strong>ดำรงตำแหน่ง <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong><strong> </strong><strong>กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป</strong> (Chief Executive Officer – Europe) รับผิดชอบการกำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ และกำกับการดำเนินงานในภาพรวมของเครือข่ายธุรกิจในยุโรป เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาค  พร้อมไปกับการสร้างวัฒนธรรมการนำองค์กรที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว โดยยังคงอัตลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน</p>
<figure id="attachment_41336" aria-describedby="caption-attachment-41336" style="width: 488px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-41336 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/01.Pierluigi-Cocchini.jpg" alt="" width="488" height="600" /><figcaption id="caption-attachment-41336" class="wp-caption-text"> คุณปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี (Pierluigi Cocchini) </figcaption></figure>
<p><strong>คุณจูเซ็ปเป ดามาโต (</strong><strong>Giuseppe D’Amato)</strong> ดำรงตำแหน่ง <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพาณิชย์ กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป</strong> (Chief Commercial Officer &#8211; Europe) รับผิดชอบการกำหนดและขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ในยุโรป ครอบคลุมการบริหารพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ การจัดซื้อสินค้า การบริหารหมวดหมู่สินค้า การตลาด และการพัฒนา Retail Media เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนในทุกตลาด</p>
<figure id="attachment_41335" aria-describedby="caption-attachment-41335" style="width: 489px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-41335 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/02.Giuseppe-DAmato.jpg" alt="" width="489" height="600" /><figcaption id="caption-attachment-41335" class="wp-caption-text">คุณจูเซ็ปเป ดามาโต (Giuseppe D’Amato)</figcaption></figure>
<p><strong>คุณชาติ จิราธิวัฒน์</strong> <strong>(Chart Chirathivat) </strong>ดำรงตำแหน่ง <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์</strong><strong> </strong><strong>กลุ่มเซ็นทรัลยุโรป</strong> (Chief Strategy Officer &#8211; Europe) รับผิดชอบการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ระดับโลก เพื่อยกระดับบทบาทของกลุ่มเซ็นทรัลในฐานะพันธมิตรหลักของแบรนด์ชั้นนำ พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างเครือข่ายในยุโรปและเอเชียในระดับผู้บริหารให้เป็นไปอย่างสอดประสานและมีเอกภาพ</p>
<figure id="attachment_41334" aria-describedby="caption-attachment-41334" style="width: 489px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-41334 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/03.Chart-Chirathivat.jpg" alt="" width="489" height="600" /><figcaption id="caption-attachment-41334" class="wp-caption-text">คุณชาติ จิราธิวัฒน์ (Chart Chirathivat) </figcaption></figure>
<p><strong>คุณอังเดร เมเดอร์</strong> <strong>(André Maeder)</strong> ยังคงดำรงตำแหน่ง <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเซลฟริดเจสและกลุ่มเซลฟริดเจส</strong> (CEO Of Selfridges And Group CEO Of Selfridges Group)โดยกลุ่มเซ็นทรัลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ครอบคลุม 4 แบนเนอร์ใน 3 ประเทศ ได้แก่ เซลฟริดเจส ในสหราชอาณาจักร ดี แบนคอร์ฟ ในเนเธอร์แลนด์ และบราวน์ โทมัส และอาร์นอตส์ ในไอร์แลนด์ โดยมีบทบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ นวัตกรรม และความเป็นผู้นำด้าน Retail Media ในภาพรวมของกลุ่มเซลฟริดเจส</p>
<figure id="attachment_41333" aria-describedby="caption-attachment-41333" style="width: 489px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-41333 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/04.Andre-Maeder.png" alt="" width="489" height="600" /><figcaption id="caption-attachment-41333" class="wp-caption-text">คุณอังเดร เมเดอร์ (André Maeder) </figcaption></figure>
<p>ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลมีเครือข่ายห้างสรรพสินค้าหรูภายใต้การบริหารรวม <strong>40 </strong><strong>สาขา ใน </strong><strong>34 </strong><strong>เมืองหลัก ครอบคลุม </strong><strong>7 </strong><strong>ประเทศ</strong> ผ่านแบนเนอร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุโรป ได้แก่ รีนาเชนเต ในอิตาลี (ปี 2554) อิลลุม ในเดนมาร์ก (2556) กลุ่มคาเดเว ซึ่งประกอบด้วย คาเดเว โอเบอร์โพลลิงเกอร์ และอัลสแตร์เฮ้าส์ ในเยอรมนี (2558) โกลบุส ในสวิตเซอร์แลนด์ (2563) และ กลุ่มเซลฟริดเจส ในสหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และไอร์แลนด์ (2565) ซึ่งล้วนมีสาขาตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางเมือง และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของแต่ละประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41338 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/10.Globus-Basel-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>หนึ่งในหมุดหมายสำคัญล่าสุด คือการเปิดตัว <strong>ห้างโกลบุส สาขาบาเซิล มาร์กพลาทซ์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์</strong><strong> </strong>เมื่อเดือนตุลาคม 2568 หลังใช้เวลากว่า 3 ปีในการบูรณะอาคารมรดกทางวัฒนธรรมอายุ 119 ปี ใจกลางเมืองบาเซิล ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการช้อปปิ้งระดับโลก ที่ผสานเสน่ห์และอัตลักษณ์ดั้งเดิมเข้ากับความหรูหราร่วมสมัยได้อย่างลงตัว</p>
<p>ล่าสุดในเดือนเมษายน 2569 ห้างเซลฟริดเจสได้เปิดตัว &#8216;<strong>40 Duke&#8217;</strong> ณ ชั้นบนสุดของสาขาถนนออกซ์ฟอร์ด กรุงลอนดอน พื้นที่ไฮบริดสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผสานประสบการณ์ Personal Shopping ศิลปวัฒนธรรม และโซนสังสรรค์เข้าไว้ด้วยกัน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,300 ตารางเมตร ประกอบด้วย ห้องบริการส่วนตัว 24 ห้อง คลับเลาจน์ ห้อง Private Dining และลานรับประทานอาหารกลางแจ้ง รังสรรค์เพื่อสมาชิกระดับสูงสุดของโปรแกรม Selfridges Unlocked (VVSP-Very Very Selfridges People) ยกระดับการช้อปปิ้งสู่โลกแห่งไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41339 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/08.40-DUKE-AT-SELFRIDGES-THE-SALON-PHOTOGRAPHY-BY-LUCIA-BELL-EPSTEIN.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ควบคู่ไปกับการพัฒนาและยกระดับพื้นที่ค้าปลีก กลุ่มเซ็นทรัลยังเดินหน้ารุกธุรกิจ <strong>&#8216;Retail Media&#8217;</strong> เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ด้วยการต่อยอดศักยภาพที่ตั้งของห้างที่เป็นแลนด์มาร์กของแต่ละเมือง และฐานข้อมูลลูกค้าชั้นเลิศ ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มสื่อทรงพลัง ที่ตอบโจทย์ทั้งการขายและการสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน โดยคาดว่าตลาด Retail Media ในยุโรปจะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านบาท (2.5 หมื่นล้านยูโร) ภายในปี 2569</p>
<p>ตัวอย่างความสำเร็จ อาทิ <strong>รีนาเชนเต</strong> ที่ประกาศยกระดับสู่การเป็น <strong>&#8216;Media Company&#8217;</strong> อย่างเต็มตัว ด้วยการเนรมิตรทุกสาขาในอิตาลีให้สามารถทำ Brand Takeover ได้อย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่ <strong>เซลฟริดเจส</strong> ได้เปลี่ยนแฟล็กชิปสโตร์บนถนนออกซ์ฟอร์ดให้เป็นพื้นที่สำหรับ Immersive Brand Experiences ตลอดทั้งปี และ <strong>ดี แบนคอร์ฟ</strong> ได้ก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มหลักด้าน Brand Activation ในเนเธอร์แลนด์ ที่สร้างแคมเปญในระดับหลายสิบล้านวิว สะท้อนถึงศักยภาพของกลุ่มเซ็นทรัลในการเป็นสื่อทรงพลังที่เหล่าแบรนด์พันธมิตรไม่อาจมองข้าม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41340 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/13.Retail-Media-at-Rinascente-MILANO-CORTINA-OLYMPICS-GAMES-2026.jpg" alt="" width="1200" height="556" /></p>
<p>15 ปีแห่งการต่อยอดคุณค่าและพลิกโฉมธุรกิจหรูในยุโรป คือรากฐานที่ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลยืนหยัดและพร้อมก้าวต่อไปอย่างมั่นคง ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่ทรงคุณค่า เครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และทีมผู้นำที่พร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สู่การเป็นมาตรฐานใหม่ของลักชูรี่รีเทลในเวทีโลก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/15-yrs-central-group-in-eorope/">กลุ่มเซ็นทรัลครบรอบ 15 ปีแห่งการขยายธุรกิจสู่ยุโรป เดินหน้ายกระดับห้างหรู พร้อมแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงขับเคลื่อนการเติบโต   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลตัส ดันค้าปลีกสู่ Lifestyle Platform เปิดตัว “Cocoon – Blooming Thai Kindness” ตอกย้ำการเป็นมากกว่าศูนย์รวมสินค้า สู่พื้นที่แห่งความสุขในทุกวัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/lotuss-launch-cocoon-blooming-thai-kindness/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 12:37:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Cocoon]]></category>
		<category><![CDATA[Cocoon – Blooming Thai Kindness]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Home & Living]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Lotus's]]></category>
		<category><![CDATA[Lotuss x cocoon]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[ครูปาน - สมนึก คลังนอก]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41227</guid>

					<description><![CDATA[<p>โลตัส (Lotus’s) ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เดินเกมรุกด้าน  แบรนดิ้งและประสบการณ์ลูกค้า ตอกย้ำบทบาทผู้นำค้าปลีกไทย ผ่านการเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ &#8216;Cocoon – Blooming Thai Kindness&#8217; ความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์กับศิลปินไทยชื่อดัง ครูปาน-สมนึก คลังนอก เพื่อนำศิลปะและอัตลักษณ์ความเป็นไทยมาต่อยอดสู่สินค้าไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการยกระดับแบรนด์ค้าปลีกสู่ “Lifestyle Platform” ที่เชื่อมโยงผู้คน สินค้า และอารมณ์ความรู้สึกเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการสร้างสรรค์สินค้าที่มี “Meaning” มากกว่าการใช้งาน คุณวรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรานฟอร์เมชั่น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสร้าง Customer Engagement ผ่านสินค้าที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์ พร้อมทั้งสร้าง Emotional Connection ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนศิลปินไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคในระดับประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนทิศทางการตลาดยุคใหม่ของ Lotus’s ที่มุ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/lotuss-launch-cocoon-blooming-thai-kindness/">โลตัส ดันค้าปลีกสู่ Lifestyle Platform เปิดตัว “Cocoon – Blooming Thai Kindness” ตอกย้ำการเป็นมากกว่าศูนย์รวมสินค้า สู่พื้นที่แห่งความสุขในทุกวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โลตัส (</strong><strong>Lotus’s)</strong> ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เดินเกมรุกด้าน  แบรนดิ้งและประสบการณ์ลูกค้า ตอกย้ำบทบาทผู้นำค้าปลีกไทย ผ่านการเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ<strong> &#8216;Cocoon – Blooming Thai Kindness&#8217;</strong> ความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์กับศิลปินไทยชื่อดัง <strong>ครูปาน-สมนึก คลังนอก เ</strong>พื่อนำศิลปะและอัตลักษณ์ความเป็นไทยมาต่อยอดสู่สินค้าไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง</p>
<p><span id="more-41227"></span></p>
<p>การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการยกระดับแบรนด์ค้าปลีกสู่ “Lifestyle Platform” ที่เชื่อมโยงผู้คน สินค้า และอารมณ์ความรู้สึกเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการสร้างสรรค์สินค้าที่มี “Meaning” มากกว่าการใช้งาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41228 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Lotus1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณวรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรานฟอร์เมชั่น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสร้าง Customer Engagement ผ่านสินค้าที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์ พร้อมทั้งสร้าง Emotional Connection ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนศิลปินไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคในระดับประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนทิศทางการตลาดยุคใหม่ของ Lotus’s ที่มุ่ง “Co-create Value” ร่วมกับพาร์ตเนอร์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อต่อยอด Soft Power ไทย สู่สินค้าเชิงพาณิชย์ที่สามารถสร้างทั้ง Brand Love และ Business Impact ไปพร้อมกัน”</p>
<p>ด้าน <strong>ครูปาน-</strong><strong>สมนึก คลังนอก</strong> กล่าวถึงคอลเลกชันนี้ว่า หัวใจของคอลเลกชันนี้อยู่ที่ ‘<strong>Cocoon’</strong> คาแรกเตอร์ที่ผูกพันและเป็นตัวแทนของงานศิลปะของผมมาโดยตลอด ครั้งนี้ผมอยากตีความ Cocoon ใหม่ภายใต้แนวคิด ‘Blooming Thai Kindness’ เพื่อถ่ายทอดความอ่อนโยน ความจริงใจ และน้ำใจแบบไทยที่เราสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน เหมือนดอกไม้ที่ค่อยๆ เบ่งบานอย่างเรียบง่าย แต่มีความหมายลึกซึ้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41231 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Lotus4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แนวคิดนี้ก็สอดคล้องกับสิ่งที่ Lotus’s มุ่งมั่นในการส่งมอบ ‘A Little Delight Everyday’ ให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย ในมุมของการออกแบบ ตั้งใจให้คอลเลกชันนี้เป็นมากกว่างานศิลปะที่มองเห็น แต่เป็นสิ่งที่คนสามารถใช้และรู้สึกได้ในทุกวัน เราจึงพัฒนาผลงานออกมาอย่างหลากหลาย ทุกชิ้นถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานจริง ควบคู่ไปกับคุณค่าทางความรู้สึก เพื่อให้ทุกครั้งที่หยิบมาใช้ เกิดเป็นความสุขเล็กๆ ที่เติมเต็มในแต่ละวัน&#8221;</em></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ Lotus’s ในการเป็นมากกว่าศูนย์รวมสินค้า แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและความสุขในชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างแท้จริง โดยคอลเลกชัน <strong>Cocoon – Blooming Thai Kindness</strong> ได้รับการออกแบบอย่างครอบคลุมทั้งกลุ่ม Fashion และ Home &amp; Living ภายใต้แบรนด์ MeStyle และ Momento ตั้งแต่เสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่ อาทิ กระเป๋า ร่ม รองเท้าแตะ ไปจนถึงชุดเครื่องนอน และหมอนอิง พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ Lotus’s ทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ <a href="https://www.lotuss.com/th" target="_blank" rel="noopener">https://www.lotuss.com/th</a> เพื่อให้ทุกคนได้เลือกสรรไอเท็มที่ใช่ เติมเต็มความสุขเล็กๆ ในแบบของตัวเองได้ในทุกวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41230 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Lotus3.jpg" alt="" width="1200" height="829" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/lotuss-launch-cocoon-blooming-thai-kindness/">โลตัส ดันค้าปลีกสู่ Lifestyle Platform เปิดตัว “Cocoon – Blooming Thai Kindness” ตอกย้ำการเป็นมากกว่าศูนย์รวมสินค้า สู่พื้นที่แห่งความสุขในทุกวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 22:16:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[chinese new year]]></category>
		<category><![CDATA[Every Day DISCOVERY]]></category>
		<category><![CDATA[Food Discovery & Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Grocery]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[My Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[The Great Chinese New Year 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ของไหว้ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลตรุษจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39996</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217; หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับ &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​ ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น &#8216;วันเที่ยว&#8217; โดยมี &#8216;วันจ่าย&#8217; 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;วันไหว้&#8217; 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก  อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ &#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217; ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้  ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217;</strong> หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น</p>
<p><span id="more-39996"></span></p>
<p>สำหรับ<strong> &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​</strong> ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น <strong>&#8216;วันเที่ยว&#8217;</strong> โดยมี &#8216;<strong>วันจ่าย&#8217;</strong> 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;<strong>วันไหว้&#8217;</strong> 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต</p>
<p><strong>เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก </strong></p>
<p>อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ <strong>&#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217;</strong> ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้<em><strong>ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้ </strong></em></p>
<p>ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;<strong>แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 ของลูกค้าท็อปส์&#8217;</strong> ผ่าน​ช่องทาง<strong> LINE TOPS Thailand</strong> และ <strong>Personal Shopper</strong> และสะท้อนถึงพฤติกรรมลูกค้าที่น่าสนใจ โดยเฉพาะความใส่ใจต่อโลกและสิ่งแวดล้อม ทำให้​กลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Consumption&#8217;</strong> ที่​มีสัดส่วนถึง 63% ตั้งใจ​​​เฉลิมฉลองแบบรักษ์โลก ด้วยการบริหารจัดการปริมาณของไหว้ในปีนี้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหา Food Waste</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40022 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/15_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่ม Conscious Consumption จะเน้น​การ​เฉลิมฉลองอย่างมีสติและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ถือ​เป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาในกลุ่มคนเมือง ​รวมทั้ง​ยังพบ <em><strong>ผู้บริโภค 18% ที่กังวลในเรื่องของอาหารเหลือจนสร้าง Food Waste ในช่วงตรุษจีน</strong></em> และอีกกว่า<em><strong> 15% ที่มองหาชุดของไหว้ที่ช่วยลดพลาสติก</strong></em> ซึ่งผลสำรวจที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นการเติบโตของเทรนด์ Sustainability หรือความยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ผลสำรวจที่เกิดขึ้น​ นำมาสู่การถอดรหัสเพื่อทำความเข้าใจอินไซต์​ลูกค้าในกลุ่มนี้ได้อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อการบริโภคอย่างมีจิตสำนึก​ตามวิถี <strong>&#8216;กินเพื่ออยู่</strong>&#8216; (Eat to Live) ที่เน้นความพอดี พอประมาณ และไม่เหลือทิ้งขว้าง (Zero Waste) เพื่อมีส่วนช่วยรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเริ่มต้นได้ตั้งแต่การวางแผนซื้อวัตถุดิบ หรือสั่งอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ไปจนถึงการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการช่วยลดปริมาณ Food Waste ได้ในที่สุด</p>
<p><strong>ท็อปส์ ต่อยอด​ &#8216;ชุดของไหว้&#8217; แบบพอดี &#8216;คุ้มค่า คุ้มราคา แต่ความหมายครบ&#8217;</strong></p>
<p>หลังถอดรหัสความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มสำคัญ​ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอย่าง <strong>Conscious Consumption </strong>ได้แล้ว <strong>​&#8217;ท็อปส์&#8217;</strong> ได้ต่อยอด​อินไซต์ดังกล่าว มาสู่การจัดแคมเปญเทศกาลตรุษจีน &#8216;<strong>The Great Chinese New Year 2026&#8242; </strong>ให้​ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุดมากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะ​แนวคิดการจัด <strong>ชุดของไหว้แบบ &#8216;พอดี&#8217;</strong> เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อเพื่อนำไปใช้ในการไหว้ได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบและขนาดของครอบครัวตัวเอง โดยแบ่งเป็น 3 ขนาด ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดเล็ก (</strong><strong>Minimal) </strong><strong>สำหรับมือใหม่ – ไหว้ให้ถูกหลัก ตั้งต้นมงคล </strong>แบบเบสิค ขนาดเล็ก แต่ของครบ ราคาประหยัด : My Choice ชุดซาแซอุดมสมบูรณ์ M, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคล ชุดสุดคุ้ม, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะ และ ชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/12_ชุดไหว้ขนาดกลาง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดกลาง</strong><strong> – </strong><strong>พอดีครบ เสริมสมดุลทุกพลังมงคล </strong>: My Choice ชุดซาแซเสริมสุข, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคลประหยัด, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะใหญ่ และชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดใหญ่ &#8211;</strong> <strong>สำหรับครอบครัวใหญ่ :</strong> My Choice ชุดโหงวแซรับความมั่งคั่ง, Set Lucky Premium Fruit Gift, ชุดโหงวแซซีฟู้ด, ชุดไหว้เทพเจ้าพิเศษ (ไฉ่ซิงเอี้ยะ) และ ชุดไหว้บรรพบุรุษใหญ่พิเศษ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังจัดตัวเลือกของไหว้เพิ่มเติมสำหรับลูกค้า ทั้งของคาว–หวาน กระดาษเงินกระดาษทอง และของประดับมงคลเพื่อช่วยให้การจัดโต๊ะไหว้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อาทิ My Choice ชุดหัวหมูครบเซต, ชุดไหว้เจ้าที่ , My Choice ขนมไหว้ และ My Choice พุ่มซิ่วท้อไส้ถั่วแดง พร้อมของประดับมงคลต่างๆ เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อของไหว้ได้อย่างครบถ้วนและสะดวกได้ภายในจุดเดียว รวมท้ังสามารถเลือกซื้อให้ตอบโจทย์รูปแบบ​การไหว้ของตัวเองได้อย่างเหมาะสมและพอดีภายในครอบครัว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดของเหลือจน​กลายเป็นสร้างภาระให้สิ่งแวดล้อมตามมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/18_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>แนะ 4 แนวทาง จัดการ &#8216;อาหาร​ส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; </strong></p>
<p>​​ ไม่เพียงให้ความสำคัญในการออกแบบชุดของไหว้ตั้งแต่ต้นทางอย่างพอดีเท่านั้น แต่ท็อปส์ยังได้นำเสนอแนวทางเพื่อช่วยบริหาร​​จัดการ ​&#8217;อาหารส่วนเกิน&#8217; ได้อย่างยั่งยืน เพื่อรองรับในกรณียังคงมีอาหารที่เหลือจากการบริโภคในช่วงเทศกาลอยู่  เพื่อสามารถสร้างให้เกิดคุณค่าเพิ่ม รวมทั้ง​ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร สาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งนำไปสู่ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ผ่าน 4 แนวทาง ได้แก่ <strong>Eat – Share – Feed </strong>และ<strong> Return to Earth​ </strong>โดยแต่ละแนวทางสามารถปฏิบัติได้จริงและไม่ยุ่งยาก  ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Eat : กินให้หมดอย่างมีแผน</strong></p>
<p><strong>ความยั่งยืนที่ดีที่สุด คือ การไม่สร้างของเสียตั้งแต่ต้น</strong> ดังน้ัน ​​อาหารจากการไหว้ที่ยังอยู่ในสภาพดีควรถูกนำกลับมาใช้เพื่อการบริโภคได้ใหม่ ทั้งการแปรรูปหลากหลายเมนู รวมทั้งการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยยืดอายุ และนำกลับมาเป็นวัตถุดิบเพื่อทำเป็นเมนูต่างๆ ได้ใหม่อีกครั้ง เพื่อลดปริมาณ Food Waste ได้จริง ซึ่งการ<strong> &#8216;กินให้หมด&#8217;</strong> ในที่นี้ไม่ใช่การฝืนกิน แต่เป็นการออกแบบเพื่อนำอาหารจากเทศกาลไปทำเป็นอาหารมื้อใหม่ในชีวิตประจำวันได้อีกครั้งอย่างมีคุณภาพและสมดุล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/7X0A4307.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. Share : แบ่งปันเพื่อขยายคุณค่า</strong></p>
<p>เมื่อมีปริมาณอาหารมากเกินความต้องการ <strong>&#8216;การแบ่งปัน​&#8217;</strong> จะช่วย​ต่ออายุและสร้างคุณค่าเพิ่มให้​ทรัพยากร การส่งต่ออาหารที่ยังรับประทานได้อย่างปลอดภัย​ให้แก่เพื่อนบ้าน ชุมชน หรือองค์กรเพื่อสังคม จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่สร้างสรรค์ เพราะไม่เพียงช่วยลดโอกาสและปริมาณการเกิดของเสีย แต่ยัง <em><strong>เพิ่มการมีส่วนร่วมและส่งต่อความสุขในช่วงเทศกาลจากแค่ภายในครอบครัว ไปสู่การสร้างความเอื้อเฟื้อระหว่างกันภายในชุมชน</strong> </em>เพิ่มผลกระทบเชิงบวกไปสู่สังคมวงกว้าง ​สร้าง Social Impact ที่จับต้องได้มากกว่าการบริจาคเชิงสัญลักษณ์</p>
<p><strong>3. Feed :  เลี้ยงสิ่งมีชีวิตอื่น​ในระบบนิเวศ </strong></p>
<p>สำหรับอาหารที่เหลือช่วงเทศกาล แต่​​​อาจจะไม่เหมาะสำหรับการนำไปบริโภคต่อแล้ว สามารถนำไปเป็นทรัพยากรอาหารเพื่อเลี้ยง​สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศได้ต่อ เช่น การนำเศษอาหารไปเป็นอาหารสัตว์ สำหรับฟาร์มต่างๆ ที่อยู่ภายใน​ชุมชน หรือส่งต่อให้ระบบที่ได้รับการจัดการอย่างถูกลักษณะ เพื่อลดปริมาณขยะอินทรีย์ เพราะ <strong>ถึงแม้จะเป็นเศษอาหารแล้ว แต่ก็ยังไม่หมดคุณค่า</strong> สามารถเปลี่ยนบทบาทจากการหล่อเลี้ยงผู้คน ไปสู่การเลี้ยงชีวิตอื่นๆ ที่อยู่ภายในระบบนิเวศเดียวกันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40028 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/08.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. Return to Earth : คืนสู่ธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ</strong></p>
<p>สำหรับเศษอาหารที่จำเป็นต้องทิ้งจริงๆ เช่น เศษผัก ผลไม้ หรือเปลือกของผัก​​ผลไม้ รวมทั้งเศษอาหารที่ไม่สามารถนำ​ไปใช้  (Reuse) ต่อได้  ก็ยังมีแนวทางเพื่อส่งกลับสู่ธรรมชาติอย่างถูกวิธี ด้วยการนำไป <strong>เข้าสู่กระบวนการเพื่อทำเป็นปุ๋ยหมัก หรือฝังกลบขยะอินทรีย์ในดินอย่างถูกวิธีและเหมาะสม</strong> เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะอาหาร ซึ่งการแยกจัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง คือ จุดเล็กๆ ที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว</p>
<p><strong>&#8216;ซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217; ​ลดขยะ &#8211; ความเหลื่อมล้ำทางอาหาร </strong></p>
<p>ท็อปส์ มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อน <strong>&#8216;Zero Food Waste to Landfill&#8217;</strong> โดยไม่ได้มองเพียงการจัดการเริ่มต้นจากปลายทางของ <strong>&#8216;ขยะ&#8217;</strong> แต่เห็นได้ว่าได้ให้ความสำคัญมาต้ังแต่ <strong>&#8216;ต้นน้ำ&#8217;</strong> ของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ผ่านการ​บริหารจัดการสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่การคัดเลือก การจัดเก็บ การควบคุมอายุสินค้า ไปจนถึงการบริการจัดการที่หน้าร้าน เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด ก่อนจะกลายเป็นอาหารส่วนเกินเสียด้วยซ้ำ</p>
<p>และเมื่อผ่านการบริหารจัดการอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังคงมีอาหารที่มีคุณภาพเหลืออยู่ ท็อปส์จึงเดินหน้าส่งต่อ ตามแนวทาง <strong>&#8216;จากซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217;</strong> ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิ <strong>Scholars of Sustenance Thailand (SOS Thailand)</strong> ภายใต้กิจกรรม <strong>‘Food for Good Deed’ (อาหารปันสุข)</strong> รวมถึงการทำงานร่วมกับเกษตรกรและพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อกระจายอาหารส่วนเกินและวัตถุดิบที่ยังใช้ประโยชน์ได้ ไปยังกลุ่มชุมชนที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2O4A9798.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ อาหารที่ส่งต่อจะผ่านกระบวนการจัดการที่สะอาด ปลอดภัย และคงคุณค่าทางโภชนาการ ก่อนแปรรูปหรือกระจายสู่ผู้บริโภคในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งตลอดความร่วมมือกับทาง SOS Thailand  (ข้อมูลสะสม ณ ธันวาคม 2568)  ได้มีการส่งต่อมื้ออาหารรวมแล้วมากกว่า 8.6 ล้านมื้ออาหาร คิดเป็นปริมาณอาหารที่ช่วยลดการเกิด Food Waste ​ลงได้กว่า 2,039,934 กิโลกรัม ซึ่งช่วยลดการปล่อย​ก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 5,161 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ครอบคลุม 109 สาขาทั่วประเทศ</p>
<p>โครงการนี้สะท้อนบทบาทของท็อปส์ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีกที่มุ่งลดปัญหา Food Waste ควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำทางอาหาร (Food Inequality) อย่างเป็นรูปธรรม เพราะอาหารที่มีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่าและซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของการซื้อขายแต่สามารถเป็น <strong>&#8216;จุดเชื่อมต่อ&#8217;</strong> ที่เปลี่ยนทรัพยากรส่วนเกิน ให้กลายเป็นคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40004 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/07.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากการสร้างผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โครงการยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับชุมชน (Employee–Community Engagement) จากส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม ภายใต้กลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ความยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จากพลังของการมีส่วนร่วมในทุกระดับ ตามแนวคิด ‘<strong>Small Acts Together</strong>’ และปรัชญา <strong>CRC Care</strong> ของเซ็นทรัล รีเทล</p>
<p><strong>ตอกย้ำผู้นำ Food Discovery &amp; Destination </strong></p>
<p>การออกแบบชุดของไหว้ในปีนี้ของท็อปส์ นอกจากสะท้อนความเข้าใจกลุ่ม <strong>Conscious Consumption</strong> ได้อย่างถ่องแท้แล้ว ในขณะเดียวกัน​ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะ<strong> Food Discovery &amp; Destination</strong> ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มได้แบบครบ จบในที่เดียว</p>
<p>เพราะไม่เพียง​การเป็นผู้นำการเฉลิมฉลอง​เทศกาลตรุษจีน 2569 แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น​กลุ่ม <strong>Smart Planner</strong> ที่ยังกังวลเรื่องของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ​ทำให้ต้องวางแผนการซื้ออย่าง &#8216;<strong>ฉลาดเลือก</strong>&#8216;​ เน้นซื้อของมีคุณภาพ แต่ก็ยังต้องการโปรโมชันที่ช่วยเพิ่ม​ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายได้มากขึ้น</p>
<p>​รวมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง <strong>GenX , GenY</strong> ที่เริ่มก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลักของครอบครัวในการจัดการเรื่องของไหว้ ซึ่งจัดเป็นผู้บริโภคสายโมเดิร์น ที่แม้จะให้ความสำคัญกับการสืบทอดประเพณีแต่ก็ยังต้องการความสะดวกสบาย ​ไปที่เดียวสามารถซื้อของได้ครบถ้วนแบบ One-stop Service และด้วยความที่เป็น​​คนรุ่นใหม่ ทำให้มี Painpoint เรื่องความกลัวในการจัดของไหว้ที่ผิดไปจากประพณีหรือความเชื่อ จึงต้องการตัวช่วยจาก​ชุดของไหว้ที่จัดมาแบบสำเร็จรูปและถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดนี้ท็อปส์ได้ถอดรหัสเพื่อ​นำเสนอให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบถ้วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/19_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมทั้ง​เพิ่มความเป็นสิริมงคลมากขึ้น ด้วยการมีที่ปรึกษาอย่าง <strong>&#8216;หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา&#8217; </strong>เพื่อให้ของไหว้ทุกชุดไม่ว่าจะเป็นชุดเล็ก กลาง หรือใหญ่ แต่มาพร้อม <strong>4 พลังแห่งความเป็นมงคล</strong> ทั้งพลังแห่งโชคลาภ <strong>(Luck)</strong> พลังแห่งสุขภาพที่ดี <strong>(Health)</strong> พลังแห่งความมั่งคั่ง <strong>(Wealth)</strong> และพลังแห่งความรัก <strong>(Love) </strong> อีกด้วย</p>
<p>​สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมความเฮง ต้อนรับปีใหม่จีน ท็อปส์ยังมีโปรโมชันสุดคุ้มมาฝากกับ<strong> &#8216;ท็อปส์แจก 3 เฮง รับตรุษจีน&#8217;</strong> เพื่อช่วยผู้บริโภควางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าอีกด้วย</p>
<p><strong>เฮงที่ 1 :</strong> รับคูปองส่วนลด <strong>The Great Chinese New Year 2026</strong> ​สูงสุด 15% สำหรับสมาชิกเดอะวัน ที่​ซื้อสินค้าครบ​ 600 บาท ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์​ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์,  ซื้อสินค้าครบ 400 บาท ที่ท็อปส์ สาขาที่ร่วมรายการ, ท็อปส์แคร์​, เพ็ตแอนด์มี ที่เข้าร่วมรายการ รวมถึงร้านมัทสึคิโยะ และเมื่อซื้อสินค้าครบ 150 บาท ที่ท็อปส์ เดลี่ทุกสาขา โดยมีสิทธิ์ลุ้นได้ถึง 12 สิทธิ์ต่อหมายเลขสมาชิก ตลอดแคมเปญ</p>
<p><strong>เฮงที่ 2</strong> : แลกคะแนน The1 เท่ายอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p><strong>เฮงที่ 3 :</strong> รับหรือแลกคะแนน เพื่อรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p>พิเศษ! สำหรับลูกค้า The1 ยังมี​โปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Super Burn ลด on-top ทั้งตะกร้า เพียงแลกคะแนน The 1 ตามยอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มทันที 20% โดยมียอดแลกขั้นต่ำ 800 คะแนนต่อใบเสร็จ ที่ท็อปส์ ทุกสาขา และ ท็อปส์ ออนไลน์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40003 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/14_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พบแคมเปญ <strong>&#8216;The Great Chinese New Year 2026&#8217; </strong> ที่ท็อปส์คัดสรรสินค้าและโซลูชันสำหรับเทศกาลตรุษจีนมาอย่างครบถ้วน เพื่อรับทั้งความเฮงและ ความปัง ตลอดเทศกาลจนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์ และท็อปส์ เดลี่ ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์</p>
<p>พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชันต่างๆ ได้ที่ https://www.tops.co.th/th, เฟซบุ๊ก TOPS Thailand หรือ LINE @TOPSThailand</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดอะมอลล์ ฝ่าวิกฤตผันผวนรอบด้าน กำลังซื้อซบ มุ่ง​ครีเอทอีเวนท์สร้างอิมแพ็ค​ นำร่อง &#8216;JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026&#8217; ตั้งเป้า Chinese Festive  Destination</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/the-mall-group-strategy-to-growth-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Feb 2026 11:58:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[chinese new year]]></category>
		<category><![CDATA[Chinese New Year 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเดอะมอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์]]></category>
		<category><![CDATA[มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง]]></category>
		<category><![CDATA[วรลักษณ์ ตุลาภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะมอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มควอเทียร์]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มสเฟียร์]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มโพเรียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39943</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยมุมมองภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ไม่แน่นอน และผันผวนต่อเนื่อง ทำให้กลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มเดอะมอลล์จากนี้  จะเน้นไปที่การรักษาทราฟฟิกและกระตุ้นยอดขาย ด้วยการตลาดที่แม่นยำ ทั้งการตีโจทย์จากอินไซต์ลูกค้า รวมทั้งการครีเอทอีเวนท์ที่สร้างสรรค์และแม่นยำเพื่อและสร้างอิมแพ็คได้เพิ่มมากขึ้น คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหาร เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ กล่าวว่า​ ปี 2026 นี้ ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย และไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจโลก รวมทั้งปัจจัยภายในประเทศทั้งเศรษฐกิจ และการเมือง ไปจนถึงพฤติกรรม​ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก ประกอบกับกำลังซื้อโดยภาพรวมที่ลดลง ทำให้การทำธุรกิจในไตรมาสแรกค่อนข้างยากและเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ในส่วนของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ​จะเน้นการเพิ่มทราฟฟิคหรือจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการ และการใช้เวลาภายในศูนย์ให้เพิ่มมากขึ้น ผ่านการทำความเข้าใจอินไซต์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างแม็กเน็ตในการดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ทั้งจากร้านค้าที่ได้รับความนิยม  หรือการจัดอีเวนท์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและสร้างอิมแพ็คได้มากขึ้น รวมทั้งการมีโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ หนึ่งเทรนด์สำคัญของผู้บริโภคที่ช่วยขับเคลื่อนกำลังซื้อในธุรกิจค้าปลีกได้ดี ได้แก่ เทรนด์ด้านสุขภาพ ​(Health &#38; Longevity) ​ทำให้ผู้บริโภคให้ความสนใจในการดูแลตัวเอง การออกกำลังกาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/the-mall-group-strategy-to-growth-2026/">เดอะมอลล์ ฝ่าวิกฤตผันผวนรอบด้าน กำลังซื้อซบ มุ่ง​ครีเอทอีเวนท์สร้างอิมแพ็ค​ นำร่อง &#8216;JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026&#8217; ตั้งเป้า Chinese Festive  Destination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยมุมมองภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ไม่แน่นอน และผันผวนต่อเนื่อง ทำให้กลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มเดอะมอลล์จากนี้  จะเน้นไปที่การรักษาทราฟฟิกและกระตุ้นยอดขาย ด้วยการตลาดที่แม่นยำ ทั้งการตีโจทย์จากอินไซต์ลูกค้า รวมทั้งการครีเอทอีเวนท์ที่สร้างสรรค์และแม่นยำเพื่อและสร้างอิมแพ็คได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-39943"></span></p>
<p><strong>คุณวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหาร เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, เอ็มควอเทียร์ เอ็มสเฟียร์ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ กล่าวว่า​ ปี 2026 นี้ ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย และไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจโลก รวมทั้งปัจจัยภายในประเทศทั้งเศรษฐกิจ และการเมือง ไปจนถึงพฤติกรรม​ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก ประกอบกับกำลังซื้อโดยภาพรวมที่ลดลง ทำให้การทำธุรกิจในไตรมาสแรกค่อนข้างยากและเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>ขณะที่ในส่วนของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ​จะเน้นการเพิ่มทราฟฟิคหรือจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการ และการใช้เวลาภายในศูนย์ให้เพิ่มมากขึ้น ผ่านการทำความเข้าใจอินไซต์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างแม็กเน็ตในการดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ทั้งจากร้านค้าที่ได้รับความนิยม  หรือการจัดอีเวนท์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและสร้างอิมแพ็คได้มากขึ้น รวมทั้งการมีโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39930 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ หนึ่งเทรนด์สำคัญของผู้บริโภคที่ช่วยขับเคลื่อนกำลังซื้อในธุรกิจค้าปลีกได้ดี ได้แก่ เทรนด์ด้านสุขภาพ ​(Health &amp; Longevity) ​ทำให้ผู้บริโภคให้ความสนใจในการดูแลตัวเอง การออกกำลังกาย ​​เพื่อตอบโจทย์การมีสุขภาพที่ดีและมีชีวิตที่ยืนยาว ส่งผลให้สินค้าในกลุ่มกีฬา ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ออกกำลังกาย สมาร์ทวอช  ไปจนถึงร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ยังคงเติบโต​ ​และส่งผลต่อการคัดเลือกร้านค้าหรือแบรนด์เพื่อสามารถตอบโจทย์อินไซต์ผู้บริโภคได้ตรงจุด</p>
<p>ขณะที่แนวทางในการจัดอีเวนท์ของกลุ่มเดอะมอลล์ในปีนี้ จะเน้นรูปแบบกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น ทั้งการผนึกกำลังกับพันธมิตร รวมทั้งการให้ความสำคัญกับ Story หรือเรื่องราวในการขับเคลื่อนแคมเปญ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อตอกย้ำการเป็น Lifestyle Destination ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างโมเมนต์ ทั้งความตื่นเต้น ความประทับใจ สัมผัสได้ถึงความผูกพัน การเป็น​สถานที่ที่มีความคุ้นเคย เต็มไปด้วยความรัก และสร้างความสุขให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้เสมอ ​โดย​จำนวนอีเวนท์ที่มีอาจจะไม่ได้เพิ่มมากขึ้น แต่ให้ความสำคัญกับคอนเซ็ปต์ การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย และการสร้างผลลัพธ์​ได้อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อ​รับมือกับภาวะกำลังซื้อหดตัวซึ่งถือ​เป็นปัจจัยสำคัญที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39934 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;โดยอีเวนท์สำคัญของกลุ่มเดอะมอลล์ในช่วงไตรมาสแรกนี้ คือ กิจกรรมในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นเทศกาลสำคัญของกลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็นทาร์เก็ต​สำคัญของกลุ่มเดอะมอลล์ และเป็นหนึ่งอีเวนท์สำคัญช่วงเฉลิมฉลองในเทศกาลสำคัญเช่นเดียวกับช่วงปีใหม่ โดยในปีนี้จัดขึ้นระหว่าง 30 มกราคม &#8211; 4 มีนาคม 2569 ภายใต้คอนเซ็ปต์  &#8216;<strong>JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026 : มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง</strong>&#8216; เพื่อสร้างโมเมนต์ความอบอุ่นระหว่างครอบครัว ช่วงเวลาในการพบปะญาติมิตร การเตรียมของไหว้ รับประทานอาหารร่วมกัน ใช้ชีวิต ท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองร่วมกัน โดยมีศูนย์การค้าของกลุ่มเดอะมอลล์ เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว พร้อมสินค้าไหว้ และอาหารมงคล รวมทั้ง​กิจกรรมที่ครบถ้วน สำหรับรองรับช่วงเทศกาล โดยชูความโดดเด่นและผสมผสานทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อ การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ​ ซึ่งนอกจากกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศแล้ว ยังยกระดับการจัดอีเวนท์เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเฉลิมฉลองในช่วงเวลาดังกล่าว โดยตั้งเป้าเป็น <strong>Chinese Festive Destination</strong>ที่สามารถมอบประสบการณ์ให้ผู้มาเยือนได้อย่างครบถ้วนและมีความหมายทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อ และการท่องเที่ยว เพื่อให้เทศกาลตรุษจีนเป็นมากกว่าเทศกาลการค้า แต่เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตร่วมกัน โดย​คาดว่าจะช่วยเพิ่มคนเข้ามาใช้บริการได้ไม่ต่ำกว่า 15%​&#8221;</em> คุณวรลักษณ์​ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39935 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/13.jpg" alt="" width="1200" height="563" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/the-mall-group-strategy-to-growth-2026/">เดอะมอลล์ ฝ่าวิกฤตผันผวนรอบด้าน กำลังซื้อซบ มุ่ง​ครีเอทอีเวนท์สร้างอิมแพ็ค​ นำร่อง &#8216;JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026&#8217; ตั้งเป้า Chinese Festive  Destination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือนานาชาติ Big Bad Wolf Books  บุกซีคอนฯ ชวนหนอนหนังสือช้อปจุใจ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/big-bad-wolf-books-at-seacon-bangkae/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 16:51:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Big Bad Wolf Book]]></category>
		<category><![CDATA[International Book Sale featuring Big Bad Wolf Book]]></category>
		<category><![CDATA[Plan For Kids]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Seacon bangkae]]></category>
		<category><![CDATA[ซีคอน บางแค]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.จักรพล จันทวิมล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีคอน บางแค จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมหนังสือนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ริสรวล อร่ามเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39708</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์การค้าซีคอน บางแค ร่วมกับ Plan For Kids จัดงาน “International Book Sale featuring Big Bad Wolf Books” ชวนหนอนหนังสือและนักอ่านตัวยง เปิดประสบการณ์แห่งความสุขยกขบวนหนังสือนานาชาติกว่า 200,000 เล่ม พร้อมส่วนลดสูงสุด 90% ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ ศูนย์การค้าซีคอนฯ นำโดย ดร.จักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารการตลาด บริษัท ซีคอน บางแค จำกัด และผู้ร่วมจัดงาน ร่วมกล่าวต้อนรับในพิธีเปิดงาน “International Book Sale Featuring Big Bad Wolf Books” มหกรรมหนังสือนานาชาติที่นักอ่านห้ามพลาด จากนั้นได้รับเกียรติจาก คุณริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด ผู้จัดงานและประธานในพิธีพร้อมด้วยผู้บริหารจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ ภายในงานได้รวบรวมหนังสือคุณภาพจากทั่วโลก ครบทุกแนว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/big-bad-wolf-books-at-seacon-bangkae/">เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือนานาชาติ Big Bad Wolf Books  บุกซีคอนฯ ชวนหนอนหนังสือช้อปจุใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ศูนย์การค้าซีคอน บางแค ร่วมกับ Plan For Kids จัดงาน <strong>“International Book Sale featuring Big Bad Wolf Book</strong>s” ชวนหนอนหนังสือและนักอ่านตัวยง เปิดประสบการณ์แห่งความสุขยกขบวนหนังสือนานาชาติกว่า 200,000 เล่ม พร้อมส่วนลดสูงสุด 90% ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้</p>
<p><span id="more-39708"></span></p>
<p>ศูนย์การค้าซีคอนฯ นำโดย <strong>ดร.จักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารการตลาด บริษัท ซีคอน บางแค จำกัด </strong>และผู้ร่วมจัดงาน ร่วมกล่าวต้อนรับในพิธีเปิดงาน “International Book Sale Featuring Big Bad Wolf Books” มหกรรมหนังสือนานาชาติที่นักอ่านห้ามพลาด จากนั้นได้รับเกียรติจาก <strong>คุณริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด</strong> ผู้จัดงานและประธานในพิธีพร้อมด้วยผู้บริหารจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ</p>
<p>ภายในงานได้รวบรวมหนังสือคุณภาพจากทั่วโลก ครบทุกแนว ทุกวัย ตั้งแต่หนังสือเด็ก หนังสือภาพเสริมทักษะ นิยาย หนังสือภาษาอังกฤษ หนังสือไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงหนังสือคุณภาพสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ ทั้งเล่มฮิต เล่มดัง รวมทั้งหนังสือยอดนิยมและหนังสือหายากที่นักอ่านตามหา มาให้เลือกในที่เดียว จากสำนักพิมพ์ชั้นนำกว่า 30 สำนักพิมพ์ ไว้ให้นักอ่านได้ช้อปกันอย่างจุใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39709 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Book1.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>พลาดไม่ได้กับมหกรรมหนังสือนานาชาติ<strong> “</strong><strong>International Book Sale Featuring Big Bad Wolf Books”</strong> ได้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ <strong>รอบแรกจัดที่ </strong><strong>ศูนย์การค้าซีคอน บางแค ถนนเพชรเกษม </strong><strong>MRT </strong><strong>สถานีภาษีเจริญ </strong><strong>ระหว่างวันที่ 28 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 </strong><strong>และจัดต่อเนื่องที่ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ </strong><strong>MRT </strong><strong>สถานีสวนหลวง ร.</strong><strong>9 </strong><strong>ระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 </strong>หนอนหนังสือและนักอ่านตัวจริง เตรียมเก็บความสุขให้ครบทั้งสองงาน แล้วพบกันตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ ที่ซีคอนฯ ทั้ง 2 สาขา ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/SeaconSquareFanPage และ facebook.com/SeaconBangkaeShoppingMall</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/big-bad-wolf-books-at-seacon-bangkae/">เริ่มแล้ว! มหกรรมหนังสือนานาชาติ Big Bad Wolf Books  บุกซีคอนฯ ชวนหนอนหนังสือช้อปจุใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ดัน 351 ผู้ประกอบการไทย ขยายตลาดอินเตอร์​ ​ย้ำ Thai Power พร้อม 3 งานคราฟต์ จาก Local สู่ Global ชู &#8216;อัตลักษณ์ไทย&#8217; สร้างชื่อเวทีโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/king-power-support-thai-craft-brands/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2025 11:00:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Design]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Craft]]></category>
		<category><![CDATA[King Power]]></category>
		<category><![CDATA[Local]]></category>
		<category><![CDATA[OTOP]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Power]]></category>
		<category><![CDATA[คิง เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยซิลเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนีย์ ยะจา]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านช้าง ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[รัตติยา กล่ำบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าโอทอป]]></category>
		<category><![CDATA[อัตลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่ ศิลาดล]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38814</guid>

					<description><![CDATA[<p>มากกว่า 30 ปี ที่ &#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; เดินหน้า​ขยายโอกาสและสร้างความแข็งแกร่งให้ &#8216;สินค้าท้องถิ่น&#8217; ที่ต่างมีความโดดเด่น และอัตลักษณณ์เฉพาะตัว พร้อมสะท้อนความเป็น​แบรนด์ไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครในโลก เพื่อต่อยอดในการสร้างความแข็งแรง​ พร้อมสร้างรายได้​คืนกลับไปให้แก่ท้องถิ่น และชุมชน รวมทั้งสามารถสร้างการยอมรับ​ทั้งความสร้างสรรค์ ความปราณีตและพิพีพิถัน ในทุกกระบวนการผลิต ​ประกอบกับการเสริมความแข็งแรงด้วยช่องทางจำหน่ายที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อม ในการส่งต่อคุณค่าทั้งจากผลิตภัณฑ์ และแบรนด์ ให้ปรากฏแก่สายตาชาวโลก พร้อม​สามารถส่งต่อความสำเร็จที่เกิดขึ้น​เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนได้แบบรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบัน คิง เพาเวอร์ ได้เข้าไปมีส่วนสนับสนุนและผลักดันการเติบโตของ &#8216;แบรนด์ท้องถิ่น&#8217;  ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยแล้วกว่า 351 ราย ให้มีโอกาสนำเสนอผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นต่อสายตาผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ผ่านการช้อปปิ้งที่ร้านดิวตี้ฟรี ร้านแท็กซ์ฟรี ทั้งในสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต รวมทั้ง​​คอมเพล็กซ์ของคิง เพาเวอร์​​ โดยเปิดกว้าง​การสนับสนุนผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น​อาหาร สุขภาพและความงาม แฟชั่น เครื่องประดับ ไปจนถึงของแต่งบ้านและของที่ระลึก เป็นต้น 3 งานคราฟต์ อัตลักษณ์ Loacl [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/king-power-support-thai-craft-brands/">&#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ดัน 351 ผู้ประกอบการไทย ขยายตลาดอินเตอร์​ ​ย้ำ Thai Power พร้อม 3 งานคราฟต์ จาก Local สู่ Global ชู &#8216;อัตลักษณ์ไทย&#8217; สร้างชื่อเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มากกว่า 30 ปี ที่ <strong>&#8216;คิง เพาเวอร์&#8217;</strong> เดินหน้า​ขยายโอกาสและสร้างความแข็งแกร่งให้ &#8216;<strong>สินค้าท้องถิ่น&#8217;</strong> ที่ต่างมีความโดดเด่น และอัตลักษณณ์เฉพาะตัว พร้อมสะท้อนความเป็น​แบรนด์ไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครในโลก</p>
<p><span id="more-38814"></span></p>
<p>เพื่อต่อยอดในการสร้างความแข็งแรง​ พร้อมสร้างรายได้​คืนกลับไปให้แก่ท้องถิ่น และชุมชน รวมทั้งสามารถสร้างการยอมรับ​ทั้งความสร้างสรรค์ ความปราณีตและพิพีพิถัน ในทุกกระบวนการผลิต ​ประกอบกับการเสริมความแข็งแรงด้วยช่องทางจำหน่ายที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อม ในการส่งต่อคุณค่าทั้งจากผลิตภัณฑ์ และแบรนด์ ให้ปรากฏแก่สายตาชาวโลก พร้อม​สามารถส่งต่อความสำเร็จที่เกิดขึ้น​เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนได้แบบรุ่นสู่รุ่น</p>
<p><strong><em>ปัจจุบัน คิง เพาเวอร์ ได้เข้าไปมีส่วนสนับสนุนและผลักดันการเติบโตของ</em> &#8216;แบรนด์ท้องถิ่น&#8217;  ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยแล้วกว่า 351 ราย ให้มีโอกาสนำเสนอผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นต่อสายตาผู้บริโภคทั่วโลก</strong> โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ผ่านการช้อปปิ้งที่ร้านดิวตี้ฟรี ร้านแท็กซ์ฟรี ทั้งในสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต รวมทั้ง​​คอมเพล็กซ์ของคิง เพาเวอร์​​ โดยเปิดกว้าง​การสนับสนุนผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น​อาหาร สุขภาพและความงาม แฟชั่น เครื่องประดับ ไปจนถึงของแต่งบ้านและของที่ระลึก เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38823 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/5-9-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3 งานคราฟต์ อัตลักษณ์ Loacl ​ทะยานสู่  Global </strong></p>
<p>หนึ่ง​กลุ่มผู้ประกอบที่ &#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ​เดินหน้าสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง คือ แบรนด์ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า  GI ที่สามารถบ่งชี้ทางด้านภูมิศาสตร์ของท้องถิ่น รวมทั้งธุรกิจที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการส่งต่อความแข็งแรงไปสู่ผู้คนและชุมชนโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาชีพและกระจายรายได้ให้ผู้คนในชุมชน หรือการถ่ายทอดทักษะองค์ความรู้ เพื่อสามารถสานต่อภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นไปสู่เจนเนอเรชั่นต่อไป​</p>
<p>​พร้อม​​ 3 กรณีศึกษา ในกลุ่มธุรกิจงานคราฟต์ อย่าง &#8216;<strong>ดอยซิลเวอร์</strong>&#8216; แบรนด์เครื่องประดับเงินโดยช่างฝีมือ จากจังหวัดน่าน , <strong>&#8216;บ้านช้าง ดีไซน์&#8217;</strong> แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับ Circular Design จากจังหวัดชลบุรี และ <strong>&#8216;เชียงใหม่ ศิลาดล&#8217;</strong>  แบรนด์เครื่องเคลือบดินเผา พร้อมศูนย์เรียนรู้ธุรกิจเพื่อชุมชน (Social Enterprise) จากจังหวัดเชียงใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38824 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/4-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;ดอยซิลเวอร์&#8217; ส่งต่อความเชี่ยวชาญจากรุ่นสู่รุ่น</strong></p>
<p><strong>คุณชัยพฤกษ์ รุ่งรชตะวาณิช </strong>ผู้สืบทอดธุรกิจรุ่นที่ 4 <strong>&#8216;ดอยซิลเวอร์&#8217;</strong> จากธุรกิจของครอบครัวชนเผ่า ที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่นมากว่า 70 ปี และมีความเชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องประดับเครื่องเงิน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งใน​วิถีชีวิตตั้งแต่เกิด และในทุกๆ การเดินทางตลอดทุกช่วงของชีวิต ที่จะมีเครื่องเงินเป็นส่วนหนึ่ง ทั้งการเป็นของรับขวัญลูกหลาน หรือเครื่องประดับของทุกคนในชนเผ่า จนกระทั่งรุ่นที่ 3 หรือรุ่นคุณพ่อของคุณชัยพฤกษ์ ที่มีความคิดอยากขยายตลาดไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น จากแค่ภายในชนเผ่า หรือพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น ด้วยการนำสินค้าไปฝากขายร้านขายของที่ระลึกใน จ.เชียงใหม่ จนเริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการเพิ่มดีไซน์ให้ใส่ได้หลากหลายโอกาส และโดนใจตลาดเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38816 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-คุณชัยพฤกษ์-รุ่งรชตะวาณิช-ดอยซิลเวอร์-จ.น่าน.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันดอยซิลเวอร์ สามารถขยายตลาดและเป็นผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งที่จำหน่ายผ่าน &#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ทำให้แบรนด์ได้รับการยอมรับและเชื่อมั่น รวมทั้งเป็นที่รู้จักของตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามามีส่วนช่วย​พัฒนาดีไซน์ให้ตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศ เพื่อขยายตลาดได้กว้างมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นการสะท้อนความเชี่ยวชาญของช่างฝีมืองานคราฟต์ของคนไทย และไม่หยุดนิ่งในการส่งต่อองค์ความรู้ให้เยาวชนในท้องถิ่นเพื่อร่วมสืบสานภูมิปัญญา และเพิ่มทักษะให้คนในท้องถิ่นสามารถนำไปป็นอาชีพติดตัวได้ตลอดชีวิต​ ซึ่งการเติบโตของดอยซิลเวอร์ นอกจากเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนในท้องถิ่น ยังมีส่วนช่วยดูแลป่าไม้ในพื้นที่ เพราะเมื่อคนมีรายได้มีอาชีพที่แน่นอน ก็จะลดการบุกรุกหรือเผาทำลายป่า รวมทั้งยังมีการต่อยอดวิจัยพืชเศรษฐกิจในท้องถิ่น เช่น หญ้าสามเหลี่ยม มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตคอลเลคชั่นใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทั้งแบรนด์และต่อยอดวัตถุดิบในท้องถิ่นให้สามารถสร้างมูลค่าได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย&#8221;</em> ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38820 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Doi-Silver1.jpg" alt="" width="1200" height="641" /></p>
<p><strong>&#8216;บ้านช้าง ดีไซน์&#8217; บทพิสูจน์แบรนด์ไทยสู่ตลาดโลก </strong></p>
<p><strong>คุณรัตติยา กล่ำบุญ</strong> ผู้ก่อตั้งแบรนด์งานคราฟต์​เสื้อผ้าและเครื่องประดับ <strong>&#8216;บ้านช้าง ดีไซน์&#8217;</strong> จากความชื่นชอบศิลปะของตัวเอง ประกอบกับการศึกษาช่องว่างและโอกาสทางการตลาด จากอาชีพด้านงานขายที่ทำอยู่ ทำให้มีความรู้ในการทำแผนธุรกิจ และมองเห็นโอกาสที่จะสร้างความแตกต่างในตลาดจากสิ่งที่ตัวเองชอบ ผ่านการนำชื่อท้องถิ่นที่อยู่ อย่าง อ.บ้านช้าง และตอกย้ำความโดดเด่นด้านดีไซน์ของแบรนด์ นำมาสู่ชื่อ &#8216;<strong>บ้านช้าง ดีไซน์&#8217;</strong> รวมทั้งวางเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักทั้งภายในท้องถิ่น ไปจนถึงระดับประเทศ และการขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศได้ในที่สุด โดยตั้งเป้าหมายในการนำสินค้าไปขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศ หรือสนามบินเพื่อโอกาสขยายสู่ตลาดโลก รวมทั้งการเดินหน้าสร้างเครือข่ายธุรกิจ ทั้งจากการจำหน่ายสินค้า รวมทั้งการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการให้ความรู้ด้านดีไซน์ และการสร้างแบรนด์ธุรกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ​จนนำมาสู่ความร่วมมือในการเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่จำหน่ายผ่าน &#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ได้ในที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38817 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/1-คุณรัตติยา-กล่ำบุญ-บ้านช้างดีไซน์-จ.ชลบุรี.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><em>&#8220;ความโดดเด่นของบ้านช้างอยู่ที่ดีไซน์และความแตกต่าง เพื่อต้องการให้ลูกค้าจดจำได้ ด้วยเอกลักษณ์ที่มีความเฉพาะตัว เช่น งานเพนท์ผ้าที่ไม่เน้นสีสันฉูดฉาด  รวมทั้งการให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน ผ่านแนวคิด Circular Design ด้วยการนำผ้าที่เหลือจากการผลิต มาต่อเป็นผืนและนำไปผลิตเป็นสินค้าที่สามารถสร้างคุณค่าใหม่ได้อีกครั้ง ผสมผสานกับจุดเด่นของดีไซน์ในสไตล์งาน ทำให้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดี ประกอบกับการได้วางขายใน &#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ท้องถิ่นได้รับการยอมรับในระดับสากล ​ซึ่งในอนาคตอยากขยายตลาดและเติบโตไปพร้อมกับคิง เพาเวอร์ เพื่อมีส่วนในการพรีเซ็นต์อัตลักษณ์และงานศิลปะของไทยสู่สายตาชาวโลก และพิสูจน์ว่างานคราฟต์ของประเทศไทยไม่แพ้ใครในโลกเช่นกัน รวมทั้งการต่อยอดให้งานศิลปะมากกว่าแค่ความสวยงาม แต่ยังเป็นช่องทางสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้คนในชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38819 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Banchang2.jpg" alt="" width="1200" height="681" /></p>
<p><strong>&#8216;เชียงใหม่ ศิลาดล&#8217; ต่อยอดสู่​ประสบการณ์ และการเรียนรู้</strong></p>
<p><strong>คุณทัศนีย์ ยะจา</strong> ผู้ก่อตั้ง <strong>&#8216;เชียงใหม่ ศิลาดล&#8217;</strong> และก้าวข้ามจากแค่การขายผลิตภัณฑ์ มาสู่การขายประสบการณ์ โดยใช้ผลิตภัณฑ์เชียงใหม่ ศิลาดล เชื่อมโยงตลาดให้มายังท้องถิ่น มาสัมผัสวิถีชีวิต​ ภูมิปัญญา อัตลักษณ์ ​เสน่ห์และจิตวิญญาณของความเป็นล้านนา โดยผสมผสานกับความทันสมัย และร่วมสมัย ​เพื่อสามารถขายได้ทั่วโลก ผ่านจุดเด่นในฐานะ Craft Culture Destination ซึ่งไม่เพียงแค่ความโดดเด่นของเครื่องเคลือบที่มีความแตกต่างจากงานเซรามิคทั่วไป แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะจากการเคลือบชิ้นงานได้ใสเหมือนหยกสีเขียว เหมือนชื่อแบรนด์ว่า ศิลาดล ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Celadon ที่หมายถึงเครื่องเคลือบดินเผาสีเขียวหยก ขณะที่ชิ้นงานที่ผลิตส่วนใหญ่จะเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซ เพื่อเจาะตลาดพรีเมียม รวมทั้งการต่อยอดมาสู่ธุรกิจท่องเที่ยวชุนชน และขยายโมเดลธุรกิจสู่การเป็น Social Enterprise หรือธุรกิจเพื่อชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38818 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/1-3-คุณทัศนีย์-ยะจา-เชียงใหม่-ศิลาดล-จ.เชียงใหม่.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><em>&#8220;สินค้าของเชียงใหม่ ศิลาดล มีความเป็น Emotional Product ที่ต้องการส่งต่อความสุขให้ทุกคนที่นำสินค้าไปใช้ต่อ โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าในรูปแบบของใช้ ของที่ระลึกเพื่อให้นักเดินทางนำไปใช้ต่อในทุกๆ ที่  ซึ่งเราได้โอกาสจากคิง เพาเวอร์ ในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งต่อยอดมาสู่​จุดหมายด้าน Culture Tour เพื่อให้นักท่องเที่ยว สามารถมาเวิร์กช็อป ทั้งการทำขนมไทย การเยี่ยมชมกระบวนการผลิตเครื่องเคลือบสไตล์ล้านนา รวมทั้งแวะซื้อสินค้าของคนในชุมชน ทำให้ธุรกิจสามารถแชร์ความสุขให้​ทุกคนได้อย่างรอบด้าน ทั้งลูกค้า นักท่องเที่ยว  รวมไปถึงทุกคนในชุมชนได้มีอาชีพ มีรายได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการต่อยอดไปสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เพื่อสามารถถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้ต่างๆ ให้ขยายวงกว้างออกไป เพื่อสามารถรักษาอัตลักษณ์ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้สืบทอดต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38821 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/celadol.jpg" alt="" width="1200" height="634" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/king-power-support-thai-craft-brands/">&#8216;คิง เพาเวอร์&#8217; ดัน 351 ผู้ประกอบการไทย ขยายตลาดอินเตอร์​ ​ย้ำ Thai Power พร้อม 3 งานคราฟต์ จาก Local สู่ Global ชู &#8216;อัตลักษณ์ไทย&#8217; สร้างชื่อเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“MOSHI” ชูกลยุทธ์ปลายปี! มั่นใจรายได้ตามเป้า พร้อมดันพอร์ตสินค้ากว่า 2,000 รายการ รับเทศกาล พร้อมเผยแผนลงทุนปี 69 เสริมศักยภาพแข่งขันในตลาดรีเทล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/moshi-strategy-in-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2025 06:22:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[MOSHI]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[สง่า บุญสงเคราะห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38776</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย อัดแน่นกลยุทธ์โค้งสุดท้ายของปี 2568 เร่งเครื่องขยายสาขา-เพิ่มสินค้าใหม่รับเทศกาล ดันผลงาน Q4/68 และเร่งเครื่องพัฒนาสินค้าสำหรับปี 2569 โดยต่อยอดจุดแข็ง ‘ดีไซน์โดดเด่น คุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้’ ควบคู่กับกลยุทธ์ที่คำนึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ชูการนำเสนอสินค้าแบบ Exclusive เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน พร้อมประกาศแผนเชิงรุกปีหน้า เตรียมเปิดสาขาใหม่รวม 35 สาขา ในทำเลที่มีศักยภาพสูง พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน มั่นใจรักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์ของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ MOSHI ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีและเทศกาลปีใหม่ ได้แก่ 1.) การขยายสาขาใหม่ โดยได้เดินหน้าเปิดสาขาใหม่ 15 สาขาในพื้นที่ศักยภาพ อาทิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/moshi-strategy-in-2026/">“MOSHI” ชูกลยุทธ์ปลายปี! มั่นใจรายได้ตามเป้า พร้อมดันพอร์ตสินค้ากว่า 2,000 รายการ รับเทศกาล พร้อมเผยแผนลงทุนปี 69 เสริมศักยภาพแข่งขันในตลาดรีเทล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘</strong><strong>บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ </strong><strong>MOSHI </strong><strong>ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย อัดแน่นกลยุทธ์โค้งสุดท้ายของปี </strong><strong>2568</strong><strong> เร่งเครื่องขยายสาขา-เพิ่มสินค้าใหม่รับเทศกาล ดันผลงาน </strong><strong>Q</strong><strong>4/68 และเร่งเครื่องพัฒนาสินค้าสำหรับปี</strong><strong> 2569</strong></p>
<p><span id="more-38776"></span></p>
<p><strong>โดยต่อยอดจุดแข็ง ‘ดีไซน์โดดเด่น คุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้’ ควบคู่กับกลยุทธ์ที่คำนึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ชูการนำเสนอสินค้าแบบ</strong><strong> Exclusive </strong><strong>เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน พร้อมประกาศแผนเชิงรุกปีหน้า เตรียมเปิดสาขาใหม่รวม 35 สาขา ในทำเลที่มีศักยภาพสูง พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน มั่นใจรักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์ของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง </strong></p>
<p><strong>นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) </strong><strong>(</strong><strong>บริษัทฯ) หรือ </strong><strong>MOSHI</strong> ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีและเทศกาลปีใหม่ ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38777 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/moshi1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1.</strong><strong>) การขยายสาขาใหม่</strong> โดยได้เดินหน้าเปิดสาขาใหม่ 15 สาขาในพื้นที่ศักยภาพ อาทิ เซนทรัล กระบี่, โลตัส บ้านบึง รวมถึงสาขา Standalone ในจังหวัดใหม่ อย่าง ตราด และ อุทัยธานี ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทฯ เปิดสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 39 สาขา ช่วยขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>2.</strong><strong>) อัดแน่นสินค้าใหม่รับเทศกาล</strong> กว่า 2,000 รายการ เพื่อรับกระแสเทศกาลแห่งการให้และเทรนด์การแลกเปลี่ยนของขวัญขนาดเล็กที่เน้นความน่ารักราคาไม่แรงมีคุณค่าทางใจ (small gifts exchange trends) รวมถึงบริษัทฯ ได้เปิดตัวสินค้า Collection ลิขสิทธิ์ยอดนิยม อาทิ Care Bears, Zootopia, Stitch, และ Powerpuff Girls เป็นต้น ที่เติมเต็มโมเมนต์แห่งความสุขด้วยดีไซน์สุดคิ้วท์ที่พลาดไม่ได้ เพื่อดึงดูดลูกค้าที่มองหาของขวัญ &#8220;กุ๊กกิ๊กน่ารัก&#8221; สำหรับแลกของขวัญกับแก๊งเพื่อนหรือซื้อเก็บสะสมสำหรับตนเองและคนพิเศษ  ​</p>
<p><strong>3.</strong><strong>) เพิ่มมูลค่าการซื้อต่อบิล (</strong><strong>Basket Size)</strong> นอกเหนือจากสินค้าในกลุ่มของขวัญแล้ว MOSHI ยังได้เพิ่มความหลากหลายของ สินค้ามูลค่าสูง (High Value) ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินค้าตุ๊กตาลิขสิทธิ์และนำเสนอสินค้าในรูปแบบ Gift Set/Box ที่ช่วยเปลี่ยนการเลือกของขวัญให้เป็นเรื่องง่ายและน่าสนใจ เพิ่มโอกาสในการจับจ่ายและอัพไซซ์ตะกร้าสินค้าของลูกค้า</p>
<p><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>MOSHI</strong> กล่าวเพิ่มว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกในปี 2569 ยังมีทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยเศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มชะลอตัว ทำให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเติบโตอย่างระมัดระวังจากปัจจัยหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวราว 35.5 ล้านคน พร้อมรายได้จากการท่องเที่ยว 1.68 ล้านล้านบาท รวมถึงแรงหนุนจากงานสำคัญระดับโลก เช่น มหกรรมพืชสวนโลกและการประชุม IMF-World Bank ที่จะช่วยเพิ่มการเดินทางและการจับจ่ายภายในประเทศ ด้านการแข่งขันในตลาดค้าปลีก บริษัทฯ มองว่าแม้จะมีผู้เล่นรายใหม่และการขยายตัวของหลายแบรนด์ แต่จะเป็นแรงผลักให้ผู้ประกอบการต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความเข้าใจผู้บริโภค การสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่แตกต่าง และการนำเสนอสินค้าในราคาที่คุ้มค่า ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ MOSHI พร้อมต่อยอดเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38779 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Moshi3.jpg" alt="" width="1200" height="795" /></p>
<p>“ด้วยความเข้าใจตลาดและประสบการณ์ที่ MOSHI สั่งสมมา ผสานกับจุดแข็ง<strong> ด้านดีไซน์ คุณภาพ และราคาที่เข้าถึงได้</strong> ทำให้เราสามารถพัฒนาสินค้าที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ส่งผลให้ MOSHI เติบโตขึ้นเป็นผู้นำในตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย” <strong>นายสง่า</strong> กล่าว</p>
<p>สำหรับปี 2569 บริษัทฯ ได้เตรียมพร้อมรับมือการแข่งขันดังกล่าว ภายใต้วิสัยทัศน์ <strong>“มอบความสุขด้วยการสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์เป็นเลิศ” </strong>โดยเดินหน้า<strong>พัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง</strong> พร้อมรักษาคุณภาพและราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับการสร้างสินค้า Exclusive ในกลุ่มของเล่นและคอลเลกชันใหม่ทั้ง IP และ non-IP นอกจากนี้ ยัง<strong>วางแผนขยายสาขา</strong>เพิ่มอีก 35 แห่ง รวมถึงสาขาแบบ Standalone อย่างน้อย 5 แห่งในทำเลศักยภาพ พร้อม<strong>ยกระดับประสบการณ์ในร้าน </strong>ด้วยการปรับดีไซน์ และ<strong>กลยุทธ์โปรโมตสินค้าหลัก </strong>ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มั่นใจว่ากลยุทธ์ที่เน้นความแตกต่างและความเข้าใจผู้บริโภคท้องถิ่น จะช่วยให้ MOSHI ยังคงแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่งแม้ตลาดจะท้าทายมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/moshi-strategy-in-2026/">“MOSHI” ชูกลยุทธ์ปลายปี! มั่นใจรายได้ตามเป้า พร้อมดันพอร์ตสินค้ากว่า 2,000 รายการ รับเทศกาล พร้อมเผยแผนลงทุนปี 69 เสริมศักยภาพแข่งขันในตลาดรีเทล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครั้งแรกในโลกดิวตี้ฟรี &#8211; King Power จับมือ Avolta ผนึกกำลังปลดล็อกสิทธิประโยชน์สมาชิกแบบไร้พรมแดน  ปักหมุดกลยุทธ์หลัก ‘Customer Centricity’ สร้างมาตรฐานใหม่ เขย่าวงการค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/king-power-avolta-strategic-partnership/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 14:03:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Avolta]]></category>
		<category><![CDATA[Club Avolta]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Centricity]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Journey]]></category>
		<category><![CDATA[Duty Free]]></category>
		<category><![CDATA[King Power]]></category>
		<category><![CDATA[Loyalty Programme]]></category>
		<category><![CDATA[POWER PASS]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Strategic Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[คิง เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดิวตี้ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37744</guid>

					<description><![CDATA[<p>2 ยักษ์ใหญ่ดิวตี้ฟรี &#8211; คิง เพาเวอร์ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวของไทย และ Avolta ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการเดินทางและร้านอาหารระดับสากล ที่มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 70 ประเทศ และมีฐานสมาชิกกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับ Loyalty Programme ของทั้งสององค์กร ให้เชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ระหว่างกันแบบไร้พรมแดน มอบประสบการณ์และสิทธิพิเศษเหนือระดับให้กับลูกค้า นับเป็นบทพิสูจน์ของ “พลังแห่งความเป็นไปได้” (The Power of Possibilities) ที่เปลี่ยนขีดจำกัดเป็นโอกาสเพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนร่วมกัน ด้วยกลยุทธ์หลัก ‘Customer Centricity’ ความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้สมาชิกของทั้งสององค์กรได้รับประโยชน์บน Loyalty Programme ร่วมกัน โดยสมาชิก POWER PASS ของ คิง เพาเวอร์ ที่สมัครเข้าร่วม Club Avolta จะได้รับสิทธิประโยชน์ระดับ Platinum นาน 1 ปี พร้อมส่วนลดพิเศษ ในร้านค้าดิวตี้ฟรี โรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/king-power-avolta-strategic-partnership/">ครั้งแรกในโลกดิวตี้ฟรี &#8211; King Power จับมือ Avolta ผนึกกำลังปลดล็อกสิทธิประโยชน์สมาชิกแบบไร้พรมแดน  ปักหมุดกลยุทธ์หลัก ‘Customer Centricity’ สร้างมาตรฐานใหม่ เขย่าวงการค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>2 </strong><strong>ยักษ์ใหญ่ดิวตี้ฟรี </strong><strong>&#8211; </strong><strong>คิง เพาเวอร์ </strong>ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวของไทย และ <strong>Avolta</strong> ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการเดินทางและร้านอาหารระดับสากล ที่มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 70 ประเทศ และมีฐานสมาชิกกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับ <strong>Loyalty Programme</strong> ของทั้งสององค์กร</p>
<p><span id="more-37744"></span></p>
<p>ให้เชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ระหว่างกันแบบไร้พรมแดน มอบประสบการณ์และสิทธิพิเศษเหนือระดับให้กับลูกค้า นับเป็นบทพิสูจน์ของ <strong>“พลังแห่งความเป็นไปได้” </strong><strong>(The Power of Possibilities)</strong> ที่เปลี่ยนขีดจำกัดเป็นโอกาสเพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนร่วมกัน ด้วยกลยุทธ์หลัก <strong>‘</strong><strong>Customer Centricity</strong><strong>’ </strong></p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้สมาชิกของทั้งสององค์กรได้รับประโยชน์บน <strong>Loyalty Programme</strong> ร่วมกัน โดยสมาชิก <strong>POWER PASS</strong> ของ <strong>คิง เพาเวอร์</strong> ที่สมัครเข้าร่วม <strong>Club Avolta</strong> จะได้รับสิทธิประโยชน์ระดับ Platinum นาน 1 ปี <strong>พร้อมส่วนลดพิเศษ ในร้านค้าดิวตี้ฟรี โรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และบริการเช่ารถในเครือ </strong><strong>Avolta </strong><strong>ทั่วโลก </strong></p>
<p><strong>ขณะเดียวกัน สมาชิก </strong><strong>Club Avolta </strong><strong>ที่สมัครสมาชิก </strong><strong>POWER PASS </strong><strong>จะสามารถเข้าถึงเอกสิทธิ์ในร้านค้าดิวตี้ฟรีแบบเอกซ์คลูซิฟของ คิง เพาเวอร์ ตลอดจนส่วนลดร้านอาหาร โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์ครบวงจรในเครือ คิง เพาเวอร์ ซึ่งจะช่วยเติมเต็มให้การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและน่าจดจำอย่างยิ่ง</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37746 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/KP2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์</strong> เปิดเผยว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมดิวตี้ฟรี ที่คู่แข่งเลือกจะจับมือกันแทนการแข่งขัน เพื่อสร้างเครือข่ายสิทธิประโยชน์สมาชิกแบบไร้พรมแดนให้กับลูกค้า โดยมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันเพียงหนึ่งเดียว คือ <strong>‘</strong><strong>Customer Centricity</strong><strong>’</strong> เพื่อยกระดับ <strong>Customer Experience</strong> และ <strong>Customer Journey</strong> ผ่านการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเพื่อต่อยอดไปสู่ความร่วมมือและนวัตกรรมอีกมากมายในอนาคต”</p>
<p><strong>คิง เพาเวอร์</strong> และ <strong>Avolta</strong> ไม่เพียงมุ่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่นักเดินทาง แต่ยังร่วมกันพลิกโฉมอุตสาหกรรมค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับ Travel Retail ทั่วโลก พร้อมเตรียมพบกับความร่วมมือในเฟสถัดไป เพื่อประโยชน์สูงสุดของสมาชิกทั้งสององค์กรในอนาคตอันใกล้นี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/king-power-avolta-strategic-partnership/">ครั้งแรกในโลกดิวตี้ฟรี &#8211; King Power จับมือ Avolta ผนึกกำลังปลดล็อกสิทธิประโยชน์สมาชิกแบบไร้พรมแดน  ปักหมุดกลยุทธ์หลัก ‘Customer Centricity’ สร้างมาตรฐานใหม่ เขย่าวงการค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
