<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Robot &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/robot/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 29 Jan 2023 08:00:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Robot &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>7-Eleven LA นำร่อง ใช้น้องหุ่นยนต์ช่วยส่งสินค้า พัฒนา AI เพิ่มประสิทธิภาพเดลิเวอรี่​ ช่วยลดการเดินทางทั้งของลูกค้าและพนักงาน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/7-eleven-piloting-autonomous-robot-delivery-in-la/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Jan 2023 08:00:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[7-Eleven]]></category>
		<category><![CDATA[7-Eleven Inc.]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Delivery Service]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Nomsku]]></category>
		<category><![CDATA[Piloting]]></category>
		<category><![CDATA[Robot]]></category>
		<category><![CDATA[Serve Robotics]]></category>
		<category><![CDATA[Snack-E]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Uber 7-Ventures]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริการดิลิเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16922</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเพิ่มความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งนับเป็นกลยุทธ์หนึ่งของห้างร้านในการดึงดูดลูกค้าให้มาจับจ่ายใช้สอยกับร้านค้าให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีบริการเดลิเวอรี่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้านการช้อปปิ้งในยุคปัจจุบัน หลายคนคงเริ่มคุ้นตา ​หรืออาจเคยใช้บริการ 7Delivery เมื่อสั่งสินค้าในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ผ่านแอปพลิเคชัน 7-Eleven กันมาบ้างแล้ว และต้องยอมรับว่าเป็นบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกได้อย่างมาก เพราะไม่ต้องเดินทางไปที่ร้านด้วยตัวเอง รวมทั้งรถที่พนักงานนำมาส่งสินค้าให้ก็เป็นรถไฟฟ้าที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลอีกด้วย แต่บริการจัดส่งถึงบ้านของ 7-Eleven ในอเมริกาได้ล้ำหน้าบ้านเราไปอีกขั้นแล้ว เมื่อ​ 7-Eleven Inc. ​เจ้าของ 7-Eleven ในสหรัฐอเมริกา ได้เปิดตัวหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติที่จะใช้สำหรับบริการเดลิเวอรี่ เพื่อจัดส่งสินค้าไปยังบ้านของลูกค้า ในโครงการนำร่อง ความร่วมมือระหว่าง 7-Eleven กับ Serve Robotics ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์ที่ Uber 7-Ventures บริษัทร่วมทุนของ 7-Eleven ให้การสนับสนุนอยู่  ได้นำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาใช้ในการพัฒนาบริการเดลิเวอรี่ โครงการนำร่องนี้ มีจุดประสงค์เพื่อต้องการเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการช้อปปิ้งกับร้าน 7-Eleven โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงที่ร้าน หรือไม่ต้องรอให้พนักงานมาส่งสินค้าเอง เพียงลูกเข้าไปซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชัน 7NOW พร้อมเลือกใช้บริการส่งของโดยน้องหุ่นยนต์​ และเมื่อน้องหุ่นยนต์มาถึงหน้าบ้าน ระบบจะแจ้งเตือนให้ลูกค้าทราบ ลูกค้าจำเป็นต้องกดรหัสยืนยัน จึงจะสามารถรับสินค้าที่นำมาส่งได้ โดยหุ่นยนต์ยังมีชื่อเล่นที่เรียกกัน เช่น Snack-E และ Nomsku บริการดังกล่าวจะคิดค่าธรรมเนียมจัดส่งโดยอัตโนมัติที่อัตรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/7-eleven-piloting-autonomous-robot-delivery-in-la/">7-Eleven LA นำร่อง ใช้น้องหุ่นยนต์ช่วยส่งสินค้า พัฒนา AI เพิ่มประสิทธิภาพเดลิเวอรี่​ ช่วยลดการเดินทางทั้งของลูกค้าและพนักงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเพิ่มความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งนับเป็นกลยุทธ์หนึ่งของห้างร้านในการดึงดูดลูกค้าให้มาจับจ่ายใช้สอยกับร้านค้าให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีบริการเดลิเวอรี่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้านการช้อปปิ้งในยุคปัจจุบัน</p>
<p><span id="more-16922"></span></p>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xdj266r x126k92a">
<div dir="auto">หลายคนคงเริ่มคุ้นตา ​หรืออาจเคยใช้บริการ 7Delivery เมื่อสั่งสินค้าในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ผ่านแอปพลิเคชัน 7-Eleven กันมาบ้างแล้ว และต้องยอมรับว่าเป็นบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกได้อย่างมาก เพราะไม่ต้องเดินทางไปที่ร้านด้วยตัวเอง รวมทั้งรถที่พนักงานนำมาส่งสินค้าให้ก็เป็นรถไฟฟ้าที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลอีกด้วย</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">แต่บริการจัดส่งถึงบ้านของ 7-Eleven ในอเมริกาได้ล้ำหน้าบ้านเราไปอีกขั้นแล้ว เมื่อ​ <strong>7-Eleven Inc. ​</strong>เจ้าของ 7-Eleven ในสหรัฐอเมริกา ได้เปิดตัวหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติที่จะใช้สำหรับบริการเดลิเวอรี่ เพื่อจัดส่งสินค้าไปยังบ้านของลูกค้า ในโครงการนำร่อง ความร่วมมือระหว่าง 7-Eleven กับ<strong> Serve Robotics</strong> ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์ที่ Uber 7-Ventures บริษัทร่วมทุนของ 7-Eleven ให้การสนับสนุนอยู่  ได้นำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาใช้ในการพัฒนาบริการเดลิเวอรี่</div>
</div>
<p>โครงการนำร่องนี้ มีจุดประสงค์เพื่อต้องการเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในการช้อปปิ้งกับร้าน 7-Eleven โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงที่ร้าน หรือไม่ต้องรอให้พนักงานมาส่งสินค้าเอง เพียงลูกเข้าไปซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชัน <strong>7NOW</strong> พร้อมเลือกใช้บริการส่งของโดยน้องหุ่นยนต์​ และเมื่อน้องหุ่นยนต์มาถึงหน้าบ้าน ระบบจะแจ้งเตือนให้ลูกค้าทราบ ลูกค้าจำเป็นต้องกดรหัสยืนยัน จึงจะสามารถรับสินค้าที่นำมาส่งได้ โดยหุ่นยนต์ยังมีชื่อเล่นที่เรียกกัน เช่น<strong> Snack-E</strong> และ <strong>Nomsku</strong></p>
<p>บริการดังกล่าวจะคิดค่าธรรมเนียมจัดส่งโดยอัตโนมัติที่อัตรา 2.99 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราเดียวกันกับบริการจัดส่งโดยพนักงาน และยังไม่ต้องเสียทิปเพิ่มให้กับหุ่นยนต์ รวมทั้งมีความมั่นใจต่อคุณภาพของสินค้า เนื่องจาก โปรแกรมทำงานด้วย AI ที่สามารถปรับลดความเร็วให้เหมาะสมเมื่อเจอเส้นทางที่ขรุขระ ช่วยป้องกันเครื่องดื่มที่ลูกค้าสั่ง เช่น Big Gulf หรือ Slurpee หกอีกด้วย</p>
<p>บริการหุ่นยนต์เดลิเวอรี่อัตโนมัตินี้ได้ถูกมาใช้นำร่องในเมืองลอสแองเจลิสเป็นที่แรก และมีแผนขยายบริการไปยังพื้นที่อื่นๆ ในอนาคต ​​โดย <strong>Serve Robotics</strong> ได้กล่าวว่า <em>“บริษัทวางแผนที่จะเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์เพื่อขยายบริการเดลิเวอรี่ให้ครอบคลุมทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา ทั้งการจับมือกับ 7-Eleven ในพื้นที่อื่นๆ รวมทั้งการทำงานกับแบรนด์อื่นๆ ที่มีบริการ Delivery เช่นเดียวกัน” </em></p>
<p>สำหรับ 7-Eleven ในประเทศไทยได้เปิดตัวบริการดิลิเวอรี่ตั้งแต่ปี 2562 โดยมีพนักงานในพื้นที่บริการคอยจัดส่งสินค้าไปยังหน้าบ้านของลูกค้า ซึ่งนับเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ของวงการช้อปปิ้งจากร้านสะดวกซื้อนั่นเอง</p>
<p><a href="https://www.trendhunter.com/trends/autonomous-robot-delivery" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.csnews.com/7-eleven-tests-autonomous-robot-delivery" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/7-eleven-piloting-autonomous-robot-delivery-in-la/">7-Eleven LA นำร่อง ใช้น้องหุ่นยนต์ช่วยส่งสินค้า พัฒนา AI เพิ่มประสิทธิภาพเดลิเวอรี่​ ช่วยลดการเดินทางทั้งของลูกค้าและพนักงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หุ่นยนต์ ZiGGY นวัตกรรมสถานีชาร์จอัจฉริยะเคลื่อนที่ รองรับดีมานด์รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตในอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/ziggy-ev-charging-smart-robot/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Jul 2022 11:10:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Safe Charge]]></category>
		<category><![CDATA[mobile battery]]></category>
		<category><![CDATA[Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Raise Fund]]></category>
		<category><![CDATA[Robot]]></category>
		<category><![CDATA[Service]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[ZiGGY]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ระดมทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเคลื่อนที่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12804</guid>

					<description><![CDATA[<p>มีการคาดการณ์ไว้ว่าในปี 2040 ทั่วโลกอาจต้องการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามากถึง 500 ล้านแห่ง คิดเป็นมูลค่า 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จึงถือเป็นความท้าทายของบริษัทผู้ผลิตเป็นอย่างมาก ต่อการพัฒนาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับการเติบโตความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต EV Safe Charge เป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาสถานีชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ได้จับมือกับ Box Clever บริษัทผู้ชนะรางวัลในการออกแบบ​ ZiGGY robot ได้ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าชื่อว่า “ZiGGY robot” สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเคลื่อนที่อัจฉริยะ ที่ถูกออกแบบเพื่อให้บริการในที่จอดรถโดยสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยระบบอัตโนมัติ ผู้ใช้งานที่ต้องการใช้บริการ ZiGGY robot สามารถเรียกใช้บริการได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ หรือผ่านระบบ infotainment ภายในรถยนต์ เจ้า ZiGGY robot จะเคลื่อนตัวไปรอรถที่เรียกใช้บริการตามจุดต่างๆ ในลานจอดรถ และเมื่อรถคันดังกล่าวจอดสนิทมันก็จะเริ่มชาร์จรถคันนั้นด้วยความเร็วการชาร์จระดับ 2 หลังการให้บริการชาร์จ ZiGGY robot จะเคลื่อนตัวกลับไปยังสถานีฐาน เพื่อชาร์จไฟให้ตัวเองอีกครั้ง ซึ่งมันสามารถชาร์จไฟได้จากแหล่งพลังงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าแบบกริด ไฟฟ้าจากตัวเก็บแบตเตอรี่ หรือพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น สำหรับความเร็วในการชาร์จ ทางบริษัทผู้ผลิตจะมีการอัพเกรดเพิ่มเป็นระดับ 3 ในอนาคต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/ziggy-ev-charging-smart-robot/">หุ่นยนต์ ZiGGY นวัตกรรมสถานีชาร์จอัจฉริยะเคลื่อนที่ รองรับดีมานด์รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">มีการคาดการณ์ไว้ว่าในปี 2040 ทั่วโลกอาจต้องการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามากถึง 500 ล้านแห่ง คิดเป็นมูลค่า 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จึงถือเป็นความท้าทายของบริษัทผู้ผลิตเป็นอย่างมาก ต่อ</span><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับการเติบโตความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต</span></p>
<p><span id="more-12804"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">EV Safe Charge เป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาสถานีชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ได้จับมือกับ Box Clever บริษัทผู้ชนะรางวัลในการออกแบบ​ ZiGGY robot ได้ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าชื่อว่า <strong>“ZiGGY robot”</strong> สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเคลื่อนที่อัจฉริยะ ที่ถูกออกแบบเพื่อให้บริการในที่จอดรถโดยสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยระบบอัตโนมัติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ใช้งานที่ต้องการใช้บริการ ZiGGY robot สามารถเรียกใช้บริการได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ หรือผ่านระบบ infotainment ภายในรถยนต์ เจ้า ZiGGY robot จะเคลื่อนตัวไปรอรถที่เรียกใช้บริการตามจุดต่างๆ ในลานจอดรถ และเมื่อรถคันดังกล่าวจอดสนิทมันก็จะเริ่มชาร์จรถคันนั้นด้วยความเร็วการชาร์จระดับ 2</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังการให้บริการชาร์จ ZiGGY robot จะเคลื่อนตัวกลับไปยังสถานีฐาน เพื่อชาร์จไฟให้ตัวเองอีกครั้ง ซึ่งมันสามารถชาร์จไฟได้จากแหล่งพลังงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าแบบกริด ไฟฟ้าจากตัวเก็บแบตเตอรี่ หรือพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น สำหรับความเร็วในการชาร์จ ทางบริษัทผู้ผลิตจะมีการอัพเกรดเพิ่มเป็นระดับ 3 ในอนาคต</span></p>
<p>การมาของ ZiGGY ช่วยลดกำแพงในการขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ง่ายมากขึ้น และไม่ต้องใช้สถานที่สำหรับการก่อสร้างสถานี เพราะพร้อมให้บริการภายในลานจอดรถ ทำให้ผู้คนสามารถชาร์จไฟฟ้าให้รถยนต์ของตัวเองได้โดยสะดวกมากขึ้น รวมทั้งยังสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้คนมากขึ้น เพราะคนจำนวนหนึ่งยังไม่หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเนื่องจากความกังวลเรื่องของสถานีชาร์จที่ไม่เพียงพอ</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ZiGGY robot มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 2 จอ ที่สามารถเป็นได้ทั้งหน้าจอให้ข้อมูล หรือแสดงโฆษณาแบบ interactive ซึ่งยังช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับผู้ประกอบการที่จอดรถได้อีกด้วย </span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12805 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/ZIGGY2.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน EV Safe Charge ยังวางแผนที่จะให้เช่าเจ้า ZiGGY robot แก่ลูกค้าที่สนใจภายใต้โมเดลธุรกิจแบบ Charging-as-a-Service (CaaS) ซึ่งจะรวมบริการสนับสนุนทางเทคนิคและงานซ่อมบำรุงต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี เพื่อให้การผลิตเป็นไปตามแผน ขณะนี้ทาง EV Safe Charge กำลังระดมทุนรอบ Seed fund เพื่อนำเงินไปใช้ในการผลิตและการตลาด ที่จะเกิดขึ้นในปี 2023 ในโรงงานผลิตในซานฟรานซิสโก และวิลเลียมสเบิร์ก ในบรูคลิน  </span></p>
<p><a href="https://electrek.co/2022/06/14/ziggy-autonomous-robot-charges-ev/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source</a></p>
<p><a href="https://www.trendhunter.com/trends/ziggy-robot" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source </a></p>
<p><a href="https://evsafecharge.com/ZiGGY/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source </a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/ziggy-ev-charging-smart-robot/">หุ่นยนต์ ZiGGY นวัตกรรมสถานีชาร์จอัจฉริยะเคลื่อนที่ รองรับดีมานด์รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถามใจนายจ้างจะเลือกจ้าง “มนุษย์” หรือ “AI”  เอางัยดีหว่า?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/06/manpower-human-wanted-robot/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Jun 2019 14:48:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[manpower]]></category>
		<category><![CDATA[Robot]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[หุ่นยนตร์แย่งงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=5913</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคหน้าหุ่นยนตร์และระบบอัตโนมัติจะเข้ามาแย่งงานจากมนุษย์จริงหรือไม่ แมนพาวเวอร์กรุ๊ปเผยผลวิจัยจากการสอบถามนายจ้าง19,000 รายใน 44 ประเทศ พบความจริงและทางออกของการปฏิวัติทักษะ4.0ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง จากงานวิจัยของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ด้วยการสอบถามนายจ้าง 19,000 ราย ใน 44 ประเทศเกี่ยวกับผลกระทบของระบบอัตโนมัติที่มีต่อการเติบโตของงานในองค์กรของพวกเข้าในอีก 2 ปีข้างหน้า และตำแหน่งหน้าที่ที่นายจ้างวางแผนจะเพิ่มจำนวนพนักงานมากที่สุดและประเภทของทักษะที่พวกเขากำลังมองหา รวมทั้งกลยุทธ์การสร้างบุคลากรที่มีความสามารถสูงที่นายจ้างจะใช้เพื่อมองหาแรงงานที่เหมาะสมกับองค์กรในอนาคต ผลสรุปของงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า นายจ้าง 87 % วางแผนที่จะเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งจำนวนบุคลากร ซึ่งเป็นผลมาจากการนำระบบอัตโนมัติมาใช้เป็นระยะเวลา 3 ปีต่อเนื่องกัน แทนที่จะลดการจ้างงาน นอกจากนี้ องค์กรต่างๆ ยังมีการลงทุนในระบบดิจิทัล โยกย้ายงานให้หุ่นยนต์เพื่อสร้างงานใหม่ ในขณะเดียวกัน เหล่าบรรดาบริษัทได้เพิ่มพูนทักษะของบุคลากรเพื่อให้แรงงานมนุษย์สามารถปฏิบัติหน้าที่ใหม่เป็นการเสริมเพิ่มเติมจากงานที่ใช้เครื่องจักรดำเนินการ ส่งผลให้การปฏิวัติทักษะเป็นกระแสที่มาแรงในขณะนี้ &#160; อย่างไรก็ตาม ระบบอัตโนมัติกำลังสร้างงานและแนวโน้มจะยังคงเป็นเช่นนั้น ทางด้านนายจ้างจำนวนมากขึ้นมีการคาดการณ์ใน 3 ปีหลังจากนี้ว่าจะมีการเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งจำนวนแรงงานที่เป็นผลจากระบบอัตโนมัติจาก 83 % เป็น 87 % ขณะเดียวกันสัดส่วนของบริษัทที่น่าจะลดจำนวนงานลงจาก 12 %เป็น 9 % นอกจากนี้ องค์กรที่ใช้ระบบอัตโนมัติมากที่สุดกลับจ้างงานมากที่สุดอีกด้วย โดยผลวิจัยระบุว่า บริษัทหรือองค์กรที่เปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลมีอัตราการเติบโตทำให้เกิดงานใหม่ๆ มากขึ้นด้วย ทั้งนี้องค์กรที่ใช้ระบบอัติโนมัติในการทำงานและเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/06/manpower-human-wanted-robot/">ถามใจนายจ้างจะเลือกจ้าง “มนุษย์” หรือ “AI”  เอางัยดีหว่า?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ในยุคหน้าหุ่นยนตร์และระบบอัตโนมัติจะเข้ามาแย่งงานจากมนุษย์จริงหรือไม่ แมนพาวเวอร์กรุ๊ปเผยผลวิจัยจากการสอบถามนายจ้าง19,000 รายใน 44 ประเทศ พบความจริงและทางออกของการปฏิวัติทักษะ4.0ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง</span></h4>
<p><span id="more-5913"></span></p>
<p>จากงานวิจัยของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ด้วยการสอบถามนายจ้าง 19,000 ราย ใน 44 ประเทศเกี่ยวกับผลกระทบของระบบอัตโนมัติที่มีต่อการเติบโตของงานในองค์กรของพวกเข้าในอีก 2 ปีข้างหน้า และตำแหน่งหน้าที่ที่นายจ้างวางแผนจะเพิ่มจำนวนพนักงานมากที่สุดและประเภทของทักษะที่พวกเขากำลังมองหา รวมทั้งกลยุทธ์การสร้างบุคลากรที่มีความสามารถสูงที่นายจ้างจะใช้เพื่อมองหาแรงงานที่เหมาะสมกับองค์กรในอนาคต</p>
<p>ผลสรุปของงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า นายจ้าง 87 % วางแผนที่จะเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งจำนวนบุคลากร ซึ่งเป็นผลมาจากการนำระบบอัตโนมัติมาใช้เป็นระยะเวลา 3 ปีต่อเนื่องกัน แทนที่จะลดการจ้างงาน นอกจากนี้ องค์กรต่างๆ ยังมีการลงทุนในระบบดิจิทัล โยกย้ายงานให้หุ่นยนต์เพื่อสร้างงานใหม่ ในขณะเดียวกัน เหล่าบรรดาบริษัทได้เพิ่มพูนทักษะของบุคลากรเพื่อให้แรงงานมนุษย์สามารถปฏิบัติหน้าที่ใหม่เป็นการเสริมเพิ่มเติมจากงานที่ใช้เครื่องจักรดำเนินการ ส่งผลให้การปฏิวัติทักษะเป็นกระแสที่มาแรงในขณะนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-5914 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/06/AB.jpg" alt="" width="598" height="398" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ระบบอัตโนมัติกำลังสร้างงานและแนวโน้มจะยังคงเป็นเช่นนั้น ทางด้านนายจ้างจำนวนมากขึ้นมีการคาดการณ์ใน 3 ปีหลังจากนี้ว่าจะมีการเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งจำนวนแรงงานที่เป็นผลจากระบบอัตโนมัติจาก 83 % เป็น 87 % ขณะเดียวกันสัดส่วนของบริษัทที่น่าจะลดจำนวนงานลงจาก 12 %เป็น 9 %</p>
<p>นอกจากนี้ องค์กรที่ใช้ระบบอัตโนมัติมากที่สุดกลับจ้างงานมากที่สุดอีกด้วย โดยผลวิจัยระบุว่า บริษัทหรือองค์กรที่เปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลมีอัตราการเติบโตทำให้เกิดงานใหม่ๆ มากขึ้นด้วย ทั้งนี้องค์กรที่ใช้ระบบอัติโนมัติในการทำงานและเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล เปิดเผยว่ามีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะมีการเพิ่มจำนวนพนักงานถึง 24 % ของบริษัทเหล่านั้น อีกทั้งยังคาดว่าจะมีตำแหน่งงานมากขึ้นใน 2 ปีข้างหน้า และมีเพียง 12 % ขององค์กรที่ใช้ระบบอัตโนมัติเท่านั้นที่กล่าวว่าจะลดจำนวนพนักงานในขณะที่อีก 3 % ไม่แน่ใจว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร</p>
<p>ผลวิจัยยังระบุอีกว่ามี 41 % ของบริษัทที่จะใช้ระบบอัตโนมัติในการทำงานในอีก 2 ปีข้างหน้านั้น 24 % จะสร้างงานใหม่ ส่วนอีก 6 % เป็นบริษัทที่ไม่มีแผนจะใช้ระบบอัตโนมัติ</p>
<p>และจากกระแสของการพัฒนาทักษะแรงงาน โดยบริษัทกำลังจะกลายเป็นผู้สร้างบุคลากรที่มีความสามารถสูงเพื่อเสริมศักยภาพและขีดความสามารถให้กับธุรกิจ โดยผลจากการขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถสูงมากที่สุดในรอบ 12 ปี และทักษะใหม่ๆ ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะที่ทักษะเก่าค่อยๆ หายไป</p>
<p>ทั้งนั้ บริษัทจำนวนมากกำลังวางแผนที่จะพัฒนาและสร้างบุคลากรที่มีความสามารถพิเศษมากกว่าที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นภายในปี 2563 โดยบริษัทมีกำลังตระหนักว่าตนไม่สามารถฝากความหวังไว้ที่การหาบุคลากรที่มีทักษะความสามารถพร้อมอยู่แล้วได้อีกต่อไป และประมาณ 84 % ขององค์กรคาดว่าจะพัฒนาทักษะความสามารถพิเศษของบุคลากรของตนได้ภายในปี 2563</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-5915 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/06/AA.jpg" alt="" width="595" height="369" /></p>
<p><strong>โจนัส ไพรซิ่ง ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารแมนพาวเวอร์กรุ๊ป</strong> กล่าวสรุปถึงผลการวิจัยครั้งนี้ว่า<br />
<em>“การให้ความสนใจกับเรื่องที่ว่าหุ่นยนต์จะมาแย่งงานของเราเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของเราจากปัญหาที่แท้จริง แน่นอนว่ามีการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในการทำงานมากขึ้น แต่มนุษย์ก็ยังเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานเช่นกัน ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา งานวิจัยของแมนพาวเวอร์กรุ๊ปแสดงให้เห็นว่านายจ้างส่วนใหญ่วางแผนที่จะเพิ่มหรือคงไว้ซึ่งจำนวนพนักงาน จากผลการพัฒนาระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมาก โดยเรามีความรับผิดชอบในฐานะผู้นำที่ต้องหาคำตอบให้ได้ว่ามนุษย์จะทำงานร่วมกับเครื่องจักรได้อย่างไร”</em></p>
<p>งานวิจัยชี้แนะว่ามนุษย์ทำงานจะอยู่รอดในยุคหน้าที่ต้องแข่งขันกับหุ่นยนตร์จะต้องปรับตัว  ด้านทักษะซึ่งถือเป็นใบเบิกทางไปสู่การเติบโต ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญเรื่องความสามารถในการเรียนรู้ของบุคลากร รวมถึงการส่งเสริมให้พนักงานทุกคนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่คนที่ต้องการพัฒนาทักษะของตนเท่านั้น เพราะการเรียนรู้จะทำอย่างในอดีตไม่ได้อีกแล้ว เพราะคนต้องเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติและพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นในการทำงานร่วมกับเครื่องจักร เรายังเรียนรู้ที่รวดเร็ว เพื่อให้สามารถคว้าโอกาสในกรณีที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงตลอด</p>
<p><em>“นี่ไม่ใช่การเลือกระหว่างมนุษย์หรือเครื่องจักร ผมเชื่อว่าองค์กรและบุคคลสามารถเป็นมิตรกับเครื่องจักรและร่วมมือกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและดีขึ้นกว่าเดิม”</em> นายโจนัส ไพรซิ่ง กล่าวสรุป</p>
<p>ทั้งนี้ จากผลวิจัยชี้ให้เห็นถึงบทบาทของระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ที่องค์กรได้นำมาใช้เพื่อให้การขับเคลื่อนธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และยังเสริมแกร่งในด้านขีดความสามารถในการแข่งขันได้อีกด้วย</p>
<h4><span style="color: #993366;">แต่อย่างไรก็ตาม บทบาทของบุคลากร ซึ่งเป็นแรงงานสำคัญที่จะต้องมีการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อทำงานและควบคุมการทำงานระบบอัตโนมัติ-หุ่นยนต์ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ถึงเวลา…ที่ทุกองค์กรจะตื่นตัวรับมือโลกดิจิตัลสู่การปฏิวัติทักษะ4.0 อันจะทำให้มนุษย์ชนะหุ่นยนต์ เพราะอย่างไรก็ตาม มนุษย์จะยังเป็นที่ต่อการขององค์กร และหุ่นยนต์ก็ต้องการมนุษย์เช่นกัน!!!</span></h4>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/06/manpower-human-wanted-robot/">ถามใจนายจ้างจะเลือกจ้าง “มนุษย์” หรือ “AI”  เอางัยดีหว่า?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
