<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SAF &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/saf/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 25 Jan 2026 22:52:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>SAF &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jan 2026 22:52:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Circular PP]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastics]]></category>
		<category><![CDATA[Chemical]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[From Kitchen to Creation]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[GC x HMC Polymers]]></category>
		<category><![CDATA[High Value]]></category>
		<category><![CDATA[HMC Polymers]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Market]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Sparking the Future]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Spark by PTT Group 2026]]></category>
		<category><![CDATA[The Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[The Biorefinery Journey of Tomorrow]]></category>
		<category><![CDATA[UCO]]></category>
		<category><![CDATA[Used Cooking Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Value]]></category>
		<category><![CDATA[คอร์โซ อูซีลลี่]]></category>
		<category><![CDATA[จากครัว สู่เครื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันพืชใช้แล้ว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคพงษ์ วังรัตนโสภณ]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39600</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน ‘Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต’ เวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ โดย กลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมจุดประกายการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ เพราะ ‘ความยั่งยืน’ ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายในงานครั้งนี้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งการนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน ตลอดจนการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจหมุนเวียน สะท้อนบทบาทของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่มุ่งสร้างความแตกต่าง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่สิ่งแวดล้อมและสังคม ทั้งการร่วมนิทรรศการ Spark Exhibition ภายใต้แนวคิด GC StandOut #แตกต่างอย่างยั่งยืน นำเสนอนวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างลงตัว ทั้งผลิตภัณฑ์พลาสติกซึ่งออกแบบให้ง่ายต่อการรีไซเคิล หรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/">‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน <strong>‘Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต’</strong> เวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ โดย กลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมจุดประกายการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><span id="more-39600"></span></p>
<p>พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ เพราะ<strong> ‘ความยั่งยืน’</strong> ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ภายในงานครั้งนี้<strong> บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> GC</strong> ได้ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งการนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน ตลอดจนการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจหมุนเวียน สะท้อนบทบาทของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่มุ่งสร้างความแตกต่าง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่สิ่งแวดล้อมและสังคม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39602 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Spark2.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ทั้งการร่วมนิทรรศการ <strong>Spark Exhibition</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>GC StandOut #แตกต่างอย่างยั่งยืน</strong> นำเสนอนวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างลงตัว ทั้งผลิตภัณฑ์พลาสติกซึ่งออกแบบให้ง่ายต่อการรีไซเคิล หรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพต่างๆ รวมทั้งนวัตกรรมการผลิตคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเพิ่มการมีส่วนร่วมให้ภาคชุมชนในโซน <strong>Spark Market</strong> จากร้านค้ารักษ์โลกอย่าง<strong> UPTOYOU ร้านรักระยอง </strong>และ<strong> ร้านวิสาหกิจชุมชนสวนผึ้งปลวกแดง</strong> และกิจกรรมในโซน <strong>Spark Activities</strong> สร้างการมีส่วนร่วมและความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับกิจกรรม <strong>Plastic Funtastic by GC</strong> สร้างสรรค์ <strong>พวงกุญแจ DIY จากพลาสติกใช้แล้ว</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>GC StandOut </strong>ร่วมสื่อสารการคัดแยก การรีไซเคิล และการให้คุณค่าใหม่กับพลาสติกแบบเข้าใจง่าย จับต้องได้ รวมทั้งยังติดตั้งจุดรับคืนพลาสติกใช้แล้วภายในงานทั้งพลาสติกใส (PET) และพลาสติกขุ่น (HDPE) โดย GC YOUเทิร์น เพื่อนำไปบริหารจัดการตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39601 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Spark1.jpg" alt="" width="1200" height="636" /></p>
<p><strong>From Kitchen to Creation ลบภาพ ‘ผู้ร้าย’ น้ำมันใช้แล้ว</strong></p>
<p>GC ได้ร่วมปลดล็อกศักยภาพประเทศไทยสู่เป้าหมาย <strong>Net Zero 2050</strong> บนเวที <strong>Spark Talk</strong> ผ่านเสวนาพิเศษ หัวข้อ<strong> ‘From Kitchen to Creation : The Biorefinery Journey of Tomorrow’</strong> สะท้อนความร่วมมือของ <strong>GC</strong> และพันธมิตรในธุรกิจพลาสติกชีวภาพอย่าง <strong>HMC Polymers</strong> ต่อยอดเทคโนโลยีโรงกลั่นชีวภาพ หรือ <strong>Biorefinery</strong> เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้ของเสียจากครัวเรือนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO : Used Cooking Oil) กลายเป็นพลังงานสะอาด เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ ผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตมูลค่าสูง ที่สามารถต่อยอดสู่นวัตกรรมใกล้ตัวอีกมากมาย</p>
<p><strong>คุณพรรคพงษ์ วังรัตนโสภณ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีขั้นต้นและขั้นกลาง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคิล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า หลายคนอาจมองว่า <strong>‘น้ำมันพืชใช้แล้วเป็นผู้ร้าย’ </strong>เพราะเป็นสาเหตุของปัญหาทั้งต่อสุขภาพ หากผู้ประกอบการนำน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) ไปใช้ทอดซ้ำ รวมทั้งยังสร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม จากการที่มีคราบไขมันจาก UCO ที่ถูกปล่อยทิ้งจากบ้านเรือน ร้านอาหาร หรือสถานประกอบการต่างๆ เข้าไปอุดตันตามท่อระบายน้ำจากการทิ้งอย่างไม่ถูกต้อง แต่ในทางกลับกันด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี Co-processing ในโรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรของ GC ทำให้สามารถนำ UCO กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ในห่วงโซ่ได้อีกครั้ง ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อมและมิติทางเศรษฐกิจ ผ่านการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39603 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_Talk_03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ด้วยความมุ่งมั่นในการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ ทำให้ GC สามารถเข้าไปช่วยแก้ไขผลกระทบเชิงลบที่เกิดจาก UCO ได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยการยกระดับความสามารถในการผลิตจากโรงกลั่นเดิมของบริษัทที่มีอยู่แล้ว มาสู่การนำ UCO ไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) หรือน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตเชิงพาณิชย์รายแรกในประเทศไทย และใช้งบประมาณเพียง 1.5% เมื่อเทียบกับการต้องสร้างโรงงานแห่งใหม่ รวมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาในการเปลี่ยนของเสีย (Waste) ที่ไม่มีมูลค่าให้กลายเป็นของที่มีมูลค่าได้ใหม่อีกครั้ง ประกอบกับการใช้ระยะเวลาในการดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่เดือน ทำให้ทาง GC ร่วมกับพันธมิตรในกลุ่ม ปตท. อย่าง OR สามารถนำร่องทำตลาดให้บริการ SAF เชิงพาณิชย์ให้กับสายการบินต่างๆ ได้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ในปีที่ผ่านมา”</em></p>
<p>สำหรับ SAF ที่ผลิตจากโรงกลั่นชีวภาพครบวงจรของ GC นอกจากช่วยลดผลกระทบจากการทิ้งหรือการใช้น้ำมันเก่าอย่างไม่ถูกต้อง และสามารถผลิตได้ตามมาตรฐาน ISCC CORSIA ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมการบิน ด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนแล้ว น้ำมัน SAF ที่ผลิตขึ้นยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 85% เมื่อเทียบกับน้ำมันอากาศยานทั่วไป ทำให้ธุรกิจการบินซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง มีส่วนช่วยลดผลกระทบด้านสภาพอากาศตามแนวทางการบินยั่งยืนได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39604 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-6-Refinery_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>GC x HMC Polymers ต่อยอด Bio-Circular PP</strong></p>
<p>ขณะเดียวกัน โรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรของ GC ยังถือเป็นโรงกลั่นเพียงแห่งเดียว ที่สามารถต่อยอดสู่การผลิตได้ทั้ง SAF เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ โดยทุกผลิตภัณฑ์ที่โรงกลั่นแห่งนี้ผลิตได้นั้น จัดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและยั่งยืน ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) ภายใต้ความร่วมมือของ <strong>GC</strong> และ<strong> HMC Polymers</strong> เพื่อต่อยอดการพัฒนา <strong>ผลิตภัณฑ์พลาสติกโพลีโพรพิลีนชีวภาพ</strong> หรือ <strong>Bio-Circular PP</strong> ร่วมกัน</p>
<p><strong>คุณคอร์โซ อูซีลลี่</strong> ประธาน บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด หรือ<strong> HMC Polymers</strong> ผู้นำด้านการผลิตเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน หรือ PP ระดับภูมิภาค กล่าวว่า กลุ่มพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ประจำวันของเราทุกคน <strong>(Bioplastics that Touch Everyday Life)</strong> ในฐานะวัตถุดิบต้นทางของหลากหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งบรรจุภัณฑ์ต่างๆ อุปกรณ์รถยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก หรือแม้แต่หน้ากากอนามัยที่เราใช้เพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 อีกหนึ่งปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพของใครหลายคนในปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39605 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_Talk_05.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ความร่วมมือสำคัญของ GC และ HMC Polymers มุ่งส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก Bio-Circular PP จาก UCO เพื่อส่งต่อแนวคิดคาร์บอนต่ำให้เชื่อมโยงมาสู่การใช้งานจริง และต่อยอดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบชีวภาพเพื่อลดการใช้ฟอสซิล การผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ ไปจนถึงการออกแบบให้สามารถนำวัสดุหลังการใช้งานแล้วกลับไปรีไซเคิลได้ใหม่ (<strong>Designed for Circularity</strong>) สะท้อนให้เห็นการเชื่อมโยงและสามารถหมุนเวียน ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยทาง GC จะส่งมอบวัตถุดิบชีวภาพจากเทคโนโลยี Co-processing เพื่อต่อยอดเป็น Bio-Circular PP ภายใต้การผลิตของ HMC Polymers ตามมาตรฐาน ISCC ที่ได้รับรองการผลิตที่ยั่งยืนภายในห่วงโซ่อุปทานเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดไม่สามารถเกิดได้จากการขับเคลื่อนเพียงคนเดียว แต่มาจากความร่วมมือกันของพันธมิตรภายในห่วงโซ่ และเกิดจากจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงจากเรื่องเล็กๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญตามมาได้”</em></p>
<p><strong>คุณพรรคพงษ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้เพียงคนเดียว แต่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่านี้ร่วมกัน เพื่อเปลี่ยน UCO จากที่เคยเป็น Waste และสร้างผลกระทบทั้งปัญหาสุขภาพและปัญหาสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาผลิต SAF และ Bio-Circular PP รวมทั้งกลุ่มเคมีภัณฑ์และวัสดุชีวภาพมูลค่าสูงอื่นๆ ได้อีกกว่า 10 ชนิด ด้วยนวัตกรรมจาก GC ผ่านโครงการ<strong> ‘จากครัว&#8230;สู่เครื่อง’</strong> ที่ GC ได้ร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนเพื่อเปลี่ยน Waste เป็น Value สร้างคุณค่าร่วมในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน อุตสาหกรรม การศึกษา และชุมชน ขยายจุดรับ UCO ที่ปัจจุบันมีรวมกันกว่า 40 จุดทั่วประเทศ ในการนำไปบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ นอกจากช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยังสร้างรายได้ให้ชุมชน สร้างผลกระทบเชิงบวกและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมช่วยขับเคลื่นประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-39606 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_15.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จในการพัฒนาโรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรพร้อมทั้งการขับเคลื่อนเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างครบวงจร สะท้อนบทบาทสำคัญของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่ไม่ได้มองเพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นปลายน้ำ หรือต้นน้ำเท่านั้น แต่มุ่งออกแบบให้เชื่อมโยงกันได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ รวมทั้งสามารถต่อยอดไปสู่การนำกลับมารีไซเคิล หรือต่อยอดจาก Waste ที่มีอยู่เพื่อนำกลับมาสร้างให้เกิดคุณค่าได้ใหม่อีกครั้ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำของ GC ที่มองเห็นโอกาสเติบโตจากการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง พร้อมสร้างสรรค์โลกอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนสำหรับทุกคนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/">‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC จับมือ​ อว. ต่อยอด &#8216;จากครัว&#8230;สู่เครื่อง&#8217; เพิ่มจุดรับ UCO ในมหาวิทยาลัย เสริมแกร่งระบบนิเวศ SAF หนุนไทยสู่ &#8216;ฮับการบินคาร์บอนต่ำ&#8217; ของอาเซียน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-expand-uco-drop-points-in-university/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 12:07:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN Low-Carbon Aviation Hub]]></category>
		<category><![CDATA[Biochemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastics]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[PTTGC]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[UCO]]></category>
		<category><![CDATA[Used Cooking Oil]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จากครัวสู่เครื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจมูลค่าสูง - คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันอากาศยานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38130</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และยังเป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เชิงพาณิชย์รายแรกของไทย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จึงถือเป็นหนึ่งห่วงโซ่​สำคัญภายใน​​ SAF Supply Chian ที่​มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน​​ระบบนิเวศการบินคาร์บอนต่ำ​​ เพื่อสร้างความพร้อมและยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน​ได้พร้อมกันในทุกภาคส่วน และร่วม​สนับสนุน​​ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ‘ศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำของอาเซียน’ (ASEAN Low-Carbon Aviation Hub) โดยเฉพาะกระบวนการ​การผลิต SAF ที่ขับเคลื่อนตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ GC ด้วยการเปลี่ยนขยะเหลือใช้ในครัวเรือนอย่าง ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ (Used Cooking Oil: UCO) ให้กลายเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับผลิต SAF ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง​ สำหรับรองรับความต้องการใช้งานของสายการบินต่างๆ ​ที่ไม่เพียงช่วยเติมเต็ม​การสร้างระบบนิเวศการบินคาร์บอนต่ำภายในประเทศเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังช่วยกระจายรายได้เพิ่มไปสู่ภาคชุมชนได้อีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งได้นำร่องพัฒนา​​โมเดลความสำเร็จนี้แล้ว​​ใน จ.ระยอง ​​ช่วงเดือนสิงหาคม &#8211; ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จากความร่วมมือของ GC [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-expand-uco-drop-points-in-university/">GC จับมือ​ อว. ต่อยอด &#8216;จากครัว&#8230;สู่เครื่อง&#8217; เพิ่มจุดรับ UCO ในมหาวิทยาลัย เสริมแกร่งระบบนิเวศ SAF หนุนไทยสู่ &#8216;ฮับการบินคาร์บอนต่ำ&#8217; ของอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และยังเป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เชิงพาณิชย์รายแรกของไทย <strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>GC</strong> จึงถือเป็นหนึ่งห่วงโซ่​สำคัญภายใน​​ <strong>SAF Supply Chian</strong> ที่​มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน​​ระบบนิเวศการบินคาร์บอนต่ำ​​ เพื่อสร้างความพร้อมและยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน​ได้พร้อมกันในทุกภาคส่วน และร่วม​สนับสนุน​​ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น <strong>‘</strong><strong>ศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำของอาเซียน</strong><strong>’ </strong>(ASEAN Low-Carbon Aviation Hub)</p>
<p><span id="more-38130"></span></p>
<p>โดยเฉพาะกระบวนการ​การผลิต SAF ที่ขับเคลื่อนตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ GC ด้วยการเปลี่ยนขยะเหลือใช้ในครัวเรือนอย่าง <strong>‘น้ำมันพืชใช้แล้ว</strong><strong>’ </strong>(Used Cooking Oil: UCO) ให้กลายเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับผลิต SAF ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง​ สำหรับรองรับความต้องการใช้งานของสายการบินต่างๆ ​ที่ไม่เพียงช่วยเติมเต็ม​การสร้างระบบนิเวศการบินคาร์บอนต่ำภายในประเทศเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังช่วยกระจายรายได้เพิ่มไปสู่ภาคชุมชนได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p>พร้อมทั้งได้นำร่องพัฒนา​​โมเดลความสำเร็จนี้แล้ว​​ใน จ.ระยอง ​​ช่วงเดือนสิงหาคม &#8211; ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จากความร่วมมือของ GC และภาคี​เครือข่ายศูนย์บริหารและจัดการขยะรีไซเคิล​ รวมทั้งพันธมิตรกว่า 22 แห่ง ของระยองและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งสามารถรวบรวม UCO ได้ 7.09 ตัน เพื่อนำไปผลิต​น้ำมัน SAF ปริมาณ​ 1.75 ตัน และสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนกว่า 215,000 บาท รวมทั้ง​ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 5,654.98 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38134 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Photo-จากครัวสู่เครื่อง-14-Nov-25_05.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;จากครัว&#8230;สู่เครื่อง&#8217; ​ต่อยอดเครือข่ายคาร์บอนต่ำคนรุ่นใหม่</strong></p>
<p>ล่าสุด GC เดินหน้าขยายแนวร่วมการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำในเครือข่ายกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ <strong>‘</strong><strong>จากครัว&#8230;สู่เครื่อง</strong><strong>’</strong> โดยป​ระกาศความร่วมมือกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อขยายจุดรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) ภายในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มจำนวน​จุดรับคืน UCO ให้ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น จากปัจจุบันมีจุดรับคืนรวม 56 แห่งทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นได้นำร่องร่วมกับ 20 มหาวิทยาลัย พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายครอบคลุมมหาวิทยาลัยได้ทั่วทั้งประเทศ</p>
<p>ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ​GC และ กระทรวง อว. จะร่วมกันส่งเสริมการจัดตั้งจุดรวบรวม UCO ภายในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีจัดการน้ำมันพืชใช้แล้ว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อขยายพลังแห่งความยั่งยืนจากภาคอุตสาหกรรมสู่สถาบันการศึกษา และสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ประเทศไทยก้าวสู่​ Net Zero 2050 พร้อมทั้งการเป็นศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำของอาเซียนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้</p>
<figure id="attachment_38135" aria-describedby="caption-attachment-38135" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38135 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Photo-จากครัวสู่เครื่อง-14-Nov-25_04.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-38135" class="wp-caption-text">ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</figcaption></figure>
<p><strong>ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล </strong>ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า กระทรวงมีนโยบายขับเคลื่อน <strong>‘</strong><strong>มหาวิทยาลัยสีเขียว</strong><strong>’</strong> (Green University) เพื่อให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศมีบทบาทสำคัญต่อการผลักดันประเทศไทยบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ขณะที่ความร่วมมือกับ​ GC ครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการสร้างต้นแบบด้านการจัดการของเสีย (Waste Management) ภายในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อร่วมสร้างความตระหนักรู้เรื่องความยั่งยืน ​พร้อมทั้งช่วยขยายผลการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำไปสู่สังคมวงกว้าง ซึ่งในอนาคตมีแผนจะ​ขยายเครือข่าย​จำนวนมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมเพื่อ​เข้าร่วมโครงการเพิ่มเติมต่อไป​</p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC เปิดเผยว่า GC เชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่และสถาบันการศึกษา โดยเชื่อว่าการผนึกกำลังผ่านโครงการครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำมาซึ่งการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value) ระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และชุมชน อย่างเป็นรูปธรรม ​ซึ่งไม่ใช่เพียงการ​สร้างให้เกิดความตระหนักรู้เรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืน​ในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งจะเติบโตกลายเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป​</p>
<figure id="attachment_38136" aria-describedby="caption-attachment-38136" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38136 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Photo-จากครัวสู่เครื่อง-14-Nov-25_03.jpg" alt="" width="1200" height="801" /><figcaption id="caption-attachment-38136" class="wp-caption-text">คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC)</figcaption></figure>
<p><strong>ตอกย้ำกลยุทธ์ High Value &amp; Low Carbon</strong></p>
<p>​​ความร่วมมือในโครงการ <strong>&#8216;จากครัว&#8230;สู่เครื่อง&#8217;</strong> ของ GC ครั้งนี้ ยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเพื่อมุ่งสู่การเป็น<strong> ธุรกิจมูลค่าสูง &#8211; คาร์บอนต่ำ (High Value &amp; Low Carbon Business) </strong>เนื่องจาก UCO ที่สามารถรวบรวมได้จากโครงการจะถูกส่งมอบเพื่อนำไปผลิต SAF ที่ <strong>โรงกลั่นชีวภาพ Biorefinery​</strong> ​ซึ่งถือเป็นโรงงานแห่งแรกของไทย ที่สามารถผลิต SAF เชิงพาณิชย์ได้ จากการใช้โรงงานแห่งเดิมที่มีอยู่ ภายใต้การพัฒนาองค์ความรู้และ​เทคโนโลยีที่แตกต่างของ GC</p>
<p>​ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งการช่วยสร้างความมั่นใจภายใน Ecosystem ตั้งแต่ต้นทางในการเตรียมความพร้อมของวัตถุดิบอย่าง UCO ไปจนถึงปลายทางอย่างสายการบินต่างๆ ในการนำ SAF ที่ผลิตได้ไปใช้ และได้รับการยอมรับ​ตามมาตรฐานการบินในระดับสากล</p>
<p>โรงกลั่นชีวภาพ Biorefinery​ แห่งนี้ ยังเป็นโรงงานเพียงแห่งเดียวที่สามารถรองรับการผลิตได้ทั้งพลังงานสะอาดอย่าง SAF และภายในโรงงานเดียวกันรวมทั้งจากกระบวนการผลิตเดียวกันนี้ ยังรองรับการผลิต <strong>เคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Biochemicals)</strong> และ <strong>พลาสติกชีวภาพ (</strong><strong>Bioplastics)</strong> ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ​จึงช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย ในการขยายตลาดใหม่ไปสู่กลุ่มวัสดุแห่งอนาคตที่มีโอกาสเติบโตสูง ภายใต้ต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ และยังสอดคล้องกับทิศทางความยั่งยืนของตลาดโลกที่มองหาวัสดุคุณภาพสูงที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38137 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Photo-จากครัวสู่เครื่อง-14-Nov-25_06.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จะเห็นได้ว่า ทุกการขับเคลื่อนและการผสานความร่วมมือของ GC และพันธมิตรต่างๆ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการสร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะความร่วมมือกับภาคการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งองค์ความรู้สำคัญ ทำให้เพิ่มโอกาสในการ​ต่อยอดความร่วมมือในมิติอื่นๆ เพิ่มเติมได้มากขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาวิจัยด้านกระบวนการผลิตต่างๆ ​ร่วมกัน ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ปลายทางให้มีศักยภาพและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันได้มากขึ้น ​ทั้งใน​อุตสาหกรรมการบินยั่งยืน ​รวมทั้งวัสดุชีวภาพแห่งอนาคตซึ่งล้วนแต่เป็นการสร้างโอกาสและการขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยในอนาคตได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-expand-uco-drop-points-in-university/">GC จับมือ​ อว. ต่อยอด &#8216;จากครัว&#8230;สู่เครื่อง&#8217; เพิ่มจุดรับ UCO ในมหาวิทยาลัย เสริมแกร่งระบบนิเวศ SAF หนุนไทยสู่ &#8216;ฮับการบินคาร์บอนต่ำ&#8217; ของอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางกอกแอร์เวย์ส​ MOU ขับเคลื่อนภาคการบินของไทยเปลี่ยนผ่าน สู่ &#8216;การบินยั่งยืน&#8217; สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/bangkok-airways-mou-caat-to-net-zero-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Nov 2025 08:56:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Airways]]></category>
		<category><![CDATA[CAAT]]></category>
		<category><![CDATA[Green Aviation]]></category>
		<category><![CDATA[ICAO]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon Skies]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon Skies by Bangkok Airways]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Carbon Emissions 2050]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[The Civil Aviation Authority of Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[กทพ.]]></category>
		<category><![CDATA[การบินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การเดินอากาศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันอากาศยานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกแอร์เวย์ส]]></category>
		<category><![CDATA[พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร]]></category>
		<category><![CDATA[พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัณย เบ็ญจนิรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการบินสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38100</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดย คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฯ  ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel – SAF) โดยมี พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และ คุณศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการ ฯ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของ 8 สายการบินของประเทศไทย ร่วมลงนาม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยสู่ &#8216;การบินยั่งยืน&#8216; และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emissions 2050) ภายในปี 2593 ตามแนวทางขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และภายใต้กรอบมาตรการลดและชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภาคการบินระหว่างประเทศ (Carbon Offsetting [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/bangkok-airways-mou-caat-to-net-zero-transition/">บางกอกแอร์เวย์ส​ MOU ขับเคลื่อนภาคการบินของไทยเปลี่ยนผ่าน สู่ &#8216;การบินยั่งยืน&#8217; สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดย <strong>คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฯ  </strong>ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel – SAF)</p>
<p><span id="more-38100"></span></p>
<p>โดยมี <strong>พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย</strong> <strong>(กพท.</strong><strong>)</strong> และ <strong>คุณศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการ ฯ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของ </strong><strong>8 </strong><strong>สายการบินของประเทศไทย </strong>ร่วมลงนาม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้</p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยสู่ &#8216;<strong>การบินยั่งยืน</strong>&#8216; และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emissions 2050) ภายในปี 2593 ตามแนวทางขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และภายใต้กรอบมาตรการลดและชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภาคการบินระหว่างประเทศ (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation – CORSIA)  ที่ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการนำร่องตั้งแต่ปี 2564</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38105 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/3.ภาพประกอบข่าว_นายพุฒิพงศ์-ปราสาททองโอสถ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า การเข้าร่วมลงนาม​ MOU ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสนับสนุนการใช้ SAF ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง​เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>สอดคล้องกับพันธกิจสำคัญของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สที่มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการบิน ซึ่งในที่สุดจะส่งผลเชิงบวกกลับไปยังผู้โดยสารทุกท่าน ทั้งในรูปแบบของประสบการณ์การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาตรฐานการบริการที่ยั่งยืน และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและดูแลโลกของเราอย่างภาคภูมิใจ</p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ผ่านการทำงานร่วมกันของผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญของอุตสาหกรรมการบินไทย ในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel Supply Chain) ของประเทศในระยะยาว&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38102 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/7.ภาพประกอบข่าว_ร่วมลงนาม-MOU-ส่งเสริมการใช้-SAF.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ บางกอกแอร์เวย์สได้นำร่องทดลองใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF ในเส้นทางสมุย–กรุงเทพฯ ครั้งแรก เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ภายใต้แคมเปญ <strong>Low Carbon Skies by Bangkok Airways</strong>​  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการแสดงเจตจำนงของสายการบินฯ ที่มุ่งมั่นลดการปล่อยคาร์บอนในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านปฏิบัติการบิน ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานของประเทศไทยให้เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ​ยังสนับสนุนการพัฒนาและขยายการใช้น้ำมัน SAF ในอุตสาหกรรมการบินของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นสายการบินแรกที่ใช้เชื้อเพลิง SAF โดยผู้ผลิตภายในประเทศ และได้ประกาศใช้เชื้อเพลิง SAF อย่างเป็นทางการในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38109 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CAAT.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้านสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT ให้ความตระหนักถึงต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงจากการใช้ SAF ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของการดำเนินงานของสายการบิน ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบทางการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีการพิจารณาแยกต้นทุนรายการค่าธรรมเนียมคาร์บอน (Carbon Surcharge) สำหรับเส้นทางบินระหว่างประเทศตามความสมัครใจของสายการบิน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ปี 2569 เพื่อสะท้อนต้นทุนการลดและชดเชยการปล่อยคาร์บอนในภาคการบินของประเทศ โดย CAAT จะทำหน้าที่กำกับให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การบินยั่งยืนของประเทศอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพในทุกมิติ</p>
<div dir="auto"><strong>พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร</strong> ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวเพิ่มเติมว่า ​การลงนามความร่วมมือ​วันนี้เป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง และเป็นจุดเริ่มต้นที่แสดงให้ว่าประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น <strong>อุตสาหกรรมการบินสีเขียว (Green Aviation)</strong> ผ่านการสร้างความสมดุลระหว่างมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืนในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงอากาศยานของประเทศ</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38103 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/8.ภาพประกอบข่าว_8-สายการบิน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><em>&#8220;การใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยคาร์บอนตามมาตรฐานสากล แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในระบบนิเวศการบินยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น CAAT จะเดินหน้าทำงานร่วมกับสายการบิน หน่วยงานรัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Green Aviation ในภูมิภาค” </em>พลอากาศเอก มนัท กล่าวทิ้งท้าย</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/bangkok-airways-mou-caat-to-net-zero-transition/">บางกอกแอร์เวย์ส​ MOU ขับเคลื่อนภาคการบินของไทยเปลี่ยนผ่าน สู่ &#8216;การบินยั่งยืน&#8217; สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Oct 2025 04:08:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[การบินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการผลิต Co-processing]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37103</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อทั้งโลกกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เพื่อ​สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​ ​ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มุ่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี​ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ​โดยเฉพาะอุตสาหกรรม​ High Carbon Emission หรือกลุ่มที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน (Decarbonization) พร้อม​​วางโรดแม็พลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (​Net Zero) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการบรรลุสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่ง​อุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง โดย ICAO (องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ) ระบุปริมาณ​คาร์บอนที่เกิดจากอุตสาหกรรมการบินในปี 2562 มีมากถึง 920 ล้านตัน หรือ​ 2-2.5% ของปริมาณคาร์บอนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกคาดหวังให้แสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน​ควบคู่ไปกับการช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ‘โรงกลั่นชีวภาพ’ หรือ Biorefinery ​ผลิต SAF สำเร็จรายแรกของไทย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ในฐานะผู้นำ​ธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสู่ ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/">ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อทั้งโลกกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เพื่อ​สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​ ​ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มุ่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี​ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-37103"></span></p>
<p>​โดยเฉพาะอุตสาหกรรม​ High Carbon Emission หรือกลุ่มที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน (Decarbonization) พร้อม​​วางโรดแม็พลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (​Net Zero) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการบรรลุสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างจริงจัง</p>
<p>เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่ง​อุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง โดย <strong>ICAO (</strong><strong>องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ)</strong> ระบุปริมาณ​คาร์บอนที่เกิดจากอุตสาหกรรมการบินในปี 2562 มีมากถึง 920 ล้านตัน หรือ​ 2-2.5% ของปริมาณคาร์บอนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกคาดหวังให้แสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน​ควบคู่ไปกับการช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ</p>
<p><strong>‘</strong><strong>โรงกลั่นชีวภาพ</strong><strong>’ </strong><strong>หรือ </strong><strong>Biorefinery</strong><strong> ​ผลิต </strong><strong>SAF</strong><strong> สำเร็จรายแรกของไทย </strong></p>
<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>GC</strong> ในฐานะผู้นำ​ธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสู่<strong> ธุรกิจมูลค่าสูง</strong><strong>–</strong><strong>คาร์บอนต่ำ (</strong><strong>High Value &amp; Low Carbon Business)</strong>​ เป็นผู้บุกเบิกการผลิต <strong>‘</strong><strong>เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน</strong><strong>’</strong><strong> (</strong><strong>SAF: Sustainable Aviation Fuel)</strong> หรือ เรียกให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่า <strong>&#8216;น้ำมันเครื่องบิน&#8217;</strong> ที่ผลิตได้จากแหล่งพลังงานชีวภาพต่างๆ ​รวมไปถึงน้ำมันพืชใช้แล้ว หรือ <strong>UCO (Used Cooking Oil)</strong> ที่ทาง GC ได้ศึกษาและพบว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมและตรงกับความต้องการใช้งานของกลุ่มสายการบินมากที่สุด เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบร่วมกับน้ำมันดิบ แทนการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37104 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-6-Refinery_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong><em>GC </em></strong><strong><em>สามารถ​​ผลิต </em></strong><strong><em>SAF </em></strong><strong><em>ได้สำเร็จ​​เป็นรายแรกของไทยและมี​สายการบิน​​นำไปใช้เชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว</em></strong> ​ภายใต้การรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้ง <strong>ISCC CORSIA</strong> ซึ่งเป็นมาตรฐานความยั่งยืนที่ยอมรับในอุตสาหกรรมการบิน และ <strong>ISCC Plus</strong> สำหรับการใช้วัตถุดิบชีวภาพและวัสดุหมุนเวียนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน</p>
<p>ความพิเศษและแตกต่าง​ของ <strong>SAF</strong> ​ที่ผลิตโดย GC อยู่ที่ต้นทางและเทคโนโลยีการผลิต เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์จาก <strong>‘</strong><strong>โรงกลั่นชีวภาพ (</strong><strong>Biorefinery) </strong><strong>แบบครบวงจร</strong><strong>’</strong> ที่ใช้องค์ความรู้และความชำนาญด้านการกลั่นมา​พัฒนาต่อยอดโรงกลั่นเดิมให้สามารถ​​ผลิต SAF ได้ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ จึง​ทำให้ธุรกิจมีต้นทุนที่ต่ำกว่า​​และช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น รวมทั้งใช้เวลาดำเนิน​การไม่นาน ส่งผลให้โรงกลั่นชีวภาพ <strong>Biorefinery</strong> ​สามารถเดินหน้าเปิดให้บริการ​รองรับการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>ต่อยอดระบบนิเวศจาก</strong><strong> SAF </strong><strong>สู่​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต </strong></p>
<p>โรงกลั่นชีวภาพ​แห่งนี้ ไม่เพียงรองรับการผลิต​พลังงานสะอาดอย่าง SAF เท่านั้น แต่ GC ยังเลือกใช้ <strong>‘</strong><strong>เทคโนโลยีการผลิตร่วมแบบ </strong><strong>Co-processing’ </strong>และสร้างให้ทั้งระบบการผลิตมีความเชื่อมโยงกัน ​ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้ได้ Bio-Naphtha ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลผลิตของกระบวนการกลั่น และสามารถนำมาต่อยอด​เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-Chemicals) หรือพลาสติกชีวภาพ (Bio-Plastics) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับ​เทรนด์โลกในยุคความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและ​คงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37105 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Sustainable-Material.jpg" alt="" width="1200" height="703" /></p>
<p><strong><em>โรงกลั่นชีวภาพ </em></strong><strong><em>Biorefinery </em></strong><strong><em>ของ </em></strong><strong><em>GC </em></strong><strong><em>ถือเป็นโรงงานแห่งแรก​ของประเทศที่สามารถผลิต </em></strong><strong><em>SAF </em></strong><strong><em>เชิงพาณิชย์ได้ และยังเป็นโรงงานเพียงแห่งเดียวที่สามารถผลิตได้ทั้งพลังงานสะอาด เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ​ ภายในโรงงานเดียวกันและจากกระบวนการเดียวกัน รวมทั้ง​ทุกผลิตภัณฑ์ที่โรงกลั่นแห่งนี้ผลิตได้ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และยังเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ</em></strong></p>
<p>​นอกจากนี้ โรงกลั่นฯ นี้​​ยังช่วยส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เนื่องจากการใช้วัตถุดิบต้นทางจากของเสียในครัวเรือนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้ว มาผสมกับน้ำมันดิบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป จนได้ผลิตภัณฑ์พลังงาน​สะอาดหรือ​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต​​ ที่ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะและผลกระทบ​จากการทิ้งที่ไม่ถูกวิธี ยังลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดการสร้างก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงตลอดทั้ง Ecosystem ​​ที่ได้นำ​ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดไปใช้ ​พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้คนเพิ่มมากขึ้น จากการเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วภายในครัวเรือนไปจำหน่ายเพื่อส่งต่อเป็นวัตถุดิบให้​โรงกลั่นฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37109 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/SAF-pilot.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย GC ยังได้ส่งเสริมการจัดตั้ง <strong>Community Waste Hub</strong> ร่วมกับชุมชนใน จ.ระยอง เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อมาป้อนเป็นวัตถุดิบ​สำหรับการผลิตได้อย่างเพียงพ​อ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชนให้ดีขึ้นด้วย</p>
<p>เทคโนโลยีการผลิตแบบ Co-processing ​นี้ ยังสามารถรองรับการใช้วัสดุการเกษตรในกลุ่มพลังงาน อาทิ ​มันสำปะหลัง ปาล์ม​​ หรืออ้อย มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเพื่อทดแทนการใช้น้ำมันพืชใช้แล้วได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นแนวทางช่วย​ลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่า​​เพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรภายใน​ประเทศเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง</p>
<p><strong>เร่งขยายพันธมิตร ​แนวร่วม</strong><strong> ‘</strong><strong>ท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ</strong><strong>’</strong></p>
<p>สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มพลังงานสะอาด ​เบื้องต้น​โรงกลั่น Biorefinery แบบครบวงจรของ GC สามารถผลิต SAF ในเฟสแรกได้ 6 ล้านลิตรต่อปี หรือราว 5,000 ตัน และจะขยายเพิ่มเติมอีก 4 เท่า เป็น 24 ล้านลิตรต่อปี หรือ 25,000 ตัน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอน​ได้ถึง 15,000 ตันต่อปีในระยะแรก และเพิ่มเป็น 60,000 ตันต่อปีในระยะที่สอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37107 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/BA-SAF-2.jpg" alt="" width="1188" height="601" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37108 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/TG-SAF.jpg" alt="" width="1600" height="805" /></p>
<p>​​หนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จคือ การผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรใน Ecosystem เพื่อนำ SAF ที่ผลิตได้ ไปใช้ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์จริงเป็นครั้งแรกของประเทศไทย นำร่องโดย <strong>สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส</strong> รวมทั้งการลงนามเพิ่มเติมกับ <strong>การบินไทย</strong> เพื่อนำ SAF ไปผสมในเชื้อเพลิงอากาศยานสำหรับเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ​และอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญอย่าง <strong>โออาร์</strong>​ (บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)) ที่เข้ามา​ช่วยขยายตลาดและพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่าย​ SAF เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อร่วมสร้างท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ และจะทำให้ทุกการเดินทางของทุกคนช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อโลก ขณะที่​แนวโน้ม​การเปลี่ยนผ่านกฎระเบียบด้านการบิน ที่จะกำหนดให้มีการใช้ SAF จากภาคสมัครใจไปสู่ภาคบังคับ จะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตลาดสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด จากการใช้ SAF อย่างแพร่หลายมาก​ขึ้น ​รวมทั้งผลกระทบจากอุตสาหกรรมการบินที่มีต่อโลกก็จะลดลงได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน</p>
<p>ส่วน​ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มวัสดุยั่งยืน ซึ่งเป็นการต่อยอด​ Bio-Naphtha ​ที่ได้มาจากกระบวนการผลิตภายในโรงกลั่น ปัจจุบันสามารถนำมา​ผลิต​ทั้งเคมีภัณฑ์ชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ​ที่ผู้บริโภค​มักใช้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วในชีวิตประจำวันเช่นกัน ​โดยได้เริ่ม​​เดินหน้าผลิต​เชิงพาณิชย์แล้ว​ 3 กลุ่ม ได้แก่</p>
<p><strong>Bio-Propylene</strong> หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ภาชนะ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกแข็ง ของเล่นเด็ก และชิ้นส่วนยานยนต์</p>
<p><strong>Bio-Butadiene (Bio-BD)</strong> ที่มักใช้ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์และรองเท้ากีฬา</p>
<p>และ <strong>Bio-PTA</strong> (Purified Terephthalic Acid) สำหรับใช้ผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และขวดพลาสติก PET</p>
<p>นอกจากนี้ ​​ยังสามารถต่อยอดสู่เคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพอื่นๆ ได้อีกหลายชนิด หากตลาดมีความพร้อมและมีความต้องการ​​มากขึ้นในอนาคตก็สามารถเดินหน้าผลิตได้ทันที เช่น <strong>Bio-PE</strong> สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ ขวด เครื่องใช้ในครัวเรือน และฟิล์มพลาสติก <strong>Bio-Propylene Oxide </strong>สำหรับอุตสาหกรรมโฟมเบาะรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และฉนวน <strong>Bio-Phenol</strong> สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และ​ <strong>Bio-Benzene</strong> สำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน เคมีภัณฑ์ขั้นต้น และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งวัสดุชีวภาพเหล่านี้เป็น​ที่ต้องการอย่างสูงในตลาดโลก สะท้อนให้เห็นศักยภาพของโรงกลั่น Biorefinery แบบครบวงจรของ GC ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างยืดหยุ่นและหลากหลาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37106 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-6-Refinery_1-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เห็นได้ชัดว่า การพัฒนาโรงกลั่นชีวภาพ หรือ Biorefinery ของ GC ไม่​​​เพียงสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ GC แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการ​พัฒนาอุตสาหกรรมการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำในภูมิภาคอาเซียน​ ขณะเดียวกัน​ยังต่อยอด​​มูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบทางการเกษตร และของเหลือใช้ในครัวเรือน พร้อมส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนตามแนวทาง Circular Economy สอดคล้องกับทิศทางของโลกที่​​ขับเคลื่อนสู่ยุคคาร์บอนต่ำ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในความเป็นผู้นำของ GC​ ที่มองเห็นโอกาสเติบโตจากการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง ​ส่งมอบโซลูชันเคมีภัณฑ์ครบวงจร ที่คาร์บอนต่ำแต่มีมูลค่าสูง ​ พร้อม​สร้างสรรค์​โลกอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนสำหรับทุกคนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/">ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TG เร่งแผน ESG เสิร์ฟ Carbon Neutral Coffee ผ่านร้าน PUFF &#038; PIE ตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ขับเคลื่อนความยั่งยืนให้องค์กร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/puff-amd-pie-carbon-neutral-coffee/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Sep 2025 12:07:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Bakery]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Local Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[PUFF & PIE]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TG]]></category>
		<category><![CDATA[THAI Catering]]></category>
		<category><![CDATA[การบินไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชาย เอี่ยมศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฟแอนด์พาย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วรางคณา ลือโรจน์วงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36425</guid>

					<description><![CDATA[<p>การบินไทย โดยฝ่ายครัวการบิน ผนึกพันธมิตร โครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดตัวกาแฟ &#8216;Carbon Neutral Coffee&#8217; สำหรับเสิร์ฟลูกค้าร้านพัฟแอนด์พาย (PUFF &#38; PIE) พร้อมเพิ่มการใช้วัตถุดิบกลุ่ม Local Sourcing เพิ่มเติมในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจสามารถสร้าง Positive Impact ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม  และชุมชนเพิ่มมากขึ้น การขับเคลื่อนครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG ของการบินไทยให้เด่นชัดมากขึ้น ​เริ่มจากกลุ่มธุรกิจการบิน มาสู่หน่วยธุรกิจอื่นภายในองค์กรด้วย ​โดยเฉพาะร้านพัฟแอนด์พาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Touchpoint ที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ไปสู่แบรนดิ้งของการบินไทยได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ การบินไทย และ​ดอยตุง ได้ร่วมมือกันมาก่อนหน้า ด้วยการเสิร์ฟเมล็ดกาแฟจากดอยตุงให้กับผู้โดยสารการบินไทยบนเครื่องกว่า 20 ล้านคน ทั้งในกลุ่มลูกค้าขั้นประหยัด รวมทั้งกลุ่มลูกค้าธุรกิจและเฟิร์สคลาสด้วย ก่อนจะขยายมายังร้านพัฟแอนด์พายในที่สุด ซึ่งการบินไทยถือเป็นผู้สั่งเมล็ดกาแฟรายหลักของดอยตุง ในปริมาณ 25% หรือราว 1 ใน 4  ของกำลังผลิตทั้งหมดที่ดอยตุงสามารถผลิตได้ในปัจจุบัน คุณชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/puff-amd-pie-carbon-neutral-coffee/">TG เร่งแผน ESG เสิร์ฟ Carbon Neutral Coffee ผ่านร้าน PUFF &#038; PIE ตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ขับเคลื่อนความยั่งยืนให้องค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การบินไทย</strong> โดยฝ่ายครัวการบิน ผนึกพันธมิตร<strong> โครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> เปิดตัวกาแฟ <strong>&#8216;Carbon Neutral Coffee&#8217;</strong> สำหรับเสิร์ฟลูกค้าร้านพัฟแอนด์พาย <strong>(PUFF &amp; PIE</strong>) พร้อมเพิ่มการใช้วัตถุดิบกลุ่ม Local Sourcing เพิ่มเติมในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจสามารถสร้าง Positive Impact ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม  และชุมชนเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-36425"></span></p>
<p>การขับเคลื่อนครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG ของการบินไทยให้เด่นชัดมากขึ้น ​เริ่มจากกลุ่มธุรกิจการบิน มาสู่หน่วยธุรกิจอื่นภายในองค์กรด้วย ​โดยเฉพาะร้านพัฟแอนด์พาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Touchpoint ที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ไปสู่แบรนดิ้งของการบินไทยได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p>ทั้งนี้ การบินไทย และ​ดอยตุง ได้ร่วมมือกันมาก่อนหน้า ด้วยการเสิร์ฟเมล็ดกาแฟจากดอยตุงให้กับผู้โดยสารการบินไทยบนเครื่องกว่า 20 ล้านคน ทั้งในกลุ่มลูกค้าขั้นประหยัด รวมทั้งกลุ่มลูกค้าธุรกิจและเฟิร์สคลาสด้วย ก่อนจะขยายมายังร้านพัฟแอนด์พายในที่สุด ซึ่งการบินไทยถือเป็นผู้สั่งเมล็ดกาแฟรายหลักของดอยตุง ในปริมาณ 25% หรือราว 1 ใน 4  ของกำลังผลิตทั้งหมดที่ดอยตุงสามารถผลิตได้ในปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36457 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/K-Chai-TG.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณชาย เอี่ยมศิริ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย <strong>คุณวรางคณา ลือโรจน์วงศ์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่หน่วยธุรกิจการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ <strong>คุณประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ</strong> ประธานสายปฏิบัติการธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ข้อมูลร่วมกันถึงความร่วมมือในครั้งนี้ ผ่านการแนะนำกาแฟทางเลือกใหม่ ภายใต้แนวคิด <strong>&#8216;From Farm to Cup – ดื่มด่ำกาแฟจากผืนป่าสู่มือคุณ&#8217; </strong>เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบกาแฟคุณภาพสูง ควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ท้ังนี้ <em><strong>ผลิตภัณฑ์เมล็ดกาแฟจากดอยตุงที่นำส่งให้ร้านพัฟแอนด์พาย ได้คัดเลือกเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% จากดอยตุง ​ที่ผลิตในกระบวนการ​ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ​และได้รับรองมาตรฐาน​การปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ (CFP) ​​ทำให้สามารถตรวจวัดและชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างครบถ้วนตลอดห่วงโซ่การผลิต จึงได้รับการรับรองว่าเป็น  Carbon Neutral Coffee  </strong></em></p>
<p>นอกจากเมล็ดกาแฟแล้ว ร้านพัฟแอนด์พายและดอยตุงยังมีแผนขยายความร่วมมือผ่านการรับวัตถุดิบอื่นๆ เข้ามาผลิตสินค้าเบเกอรี่ของพัฟแอนด์พายเพิ่มเติม อาทิ น้ำผึ้ง และแมคคาเดเมีย เพื่อส่งเสริมการใช้ Local Sourcing  ที่ช่วยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรไทย รวมทั้งส่งเสริม​แบรนด์ไทยให้สามารถเติบโตร่วมกันได้ในระดับสากล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36455 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/TG4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em>&#8220;พัพฟ์แอนด์พาย ยังมุ่งส่งเสริมความยั่งยืนในมิติอื่นๆ เช่น การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนกว่า 50% ของบรรจุภัณฑ์ในพัฟแอนด์พายเป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกและสามารถนำไปรีไซเคิลได้ โดยพยายามจะลดการใช้ Single use Plastic ให้น้อยลง ​โดยตั้งเป้าภายในปลายปีหน้าจะใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกได้ทั้ง 100% ​ รวมทั้งการนำส่งน้ำมันพืชใช้แล้วภายในร้านให้กับทาง ปตท. และบางจาก เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF อีกด้วย&#8221;</em> คุณวรางคณา กล่าว</p>
<p>ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ พัฟแอนด์พาย และดอยตุง ได้ร่วมกันเปิดตัวกาแฟ Signature Menu 5 เมนูพิเศษ ที่ผสมผสานวัตถุดิบคุณภาพเข้ากับกาแฟอาราบิก้าอย่างลงตัว เริ่มด้วยเมนู <strong>Coco Coff on Cloud</strong> ซึ่งนำเอสเปรสโซเข้มข้นมาผสานกับความหอมนุ่มของครีมมะพร้าวและฟองนมอัญชันสีฟ้า เสิร์ฟตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยจะมีเมนูใหม่ทยอยเปิดตัวจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36454 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/TG3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>พร้อมทั้งการเปิดตัวเบเกอรี่คอลเลคชั่น <strong>Siam’s Treasures</strong>​ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากขนมไทยดั้งเดิมมาผสมผสานกับศาสตร์การทำขนมแบบตะวันตก อาทิ Siam Honey Crown ทาร์ตแมคคาเดเมียคาราเมลน้ำผึ้ง, Midnight Mocha Jewel เค้กมอคค่าเข้มข้นเคลือบดาร์กช็อกโกแลต และ Siam’s Molten Heart คุกกี้บราวนี่เนื้อหนึบไส้ช็อกโกแลตกรานาช</p>
<p>การขับเคลื่อนของพัฟแอนด์พายครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสร้างความแข็งแรงด้านแบรนดิ้งให้พัฟแอนด์พายเป็นได้มากกว่าแค่ร้านเบอเกอรี่ แต่จะเป็นอีกหนึ่งหน่วยธุรกิจ ที่เข้ามามีส่วนในการช่วยขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืนให้กับการบินไทย เพื่อบรรลุเป้าหมายด้าน ESG ได้อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้ ผ่านทั้งจำนวนสาขาที่มีกว่า 40 แห่ง  กระจายอยู่ทั่วประเทศ และฐานลูกค้าสมาชิกที่มีกว่า 2 พันราย โดย​ตั้งเป้า​เติบโตอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นกว่าปีละ  1 พันราย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/puff-amd-pie-carbon-neutral-coffee/">TG เร่งแผน ESG เสิร์ฟ Carbon Neutral Coffee ผ่านร้าน PUFF &#038; PIE ตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ขับเคลื่อนความยั่งยืนให้องค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC เดินหน้า Biorefinery ครบวงจร ต่อยอดผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/gc-high-value-low-carbon-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 10:43:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Bio]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Co-processing]]></category>
		<category><![CDATA[Co-product]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon Business]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Material]]></category>
		<category><![CDATA[ทศพร บุณยพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันอากาศยานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33164</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายศักยภาพโรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) ต่อยอดจากความสำเร็จในการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เป็นรายแรกของประเทศ สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-Chemicals) และพลาสติกชีวภาพ (Bio-Polymers) มูลค่าสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม รองรับความต้องการของตลาดโลกที่มุ่งสู่วัสดุทางเลือกเพื่อความยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรตามกลยุทธ์ขยายธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ (High Value &#38; Low Carbon Business) นอกจากการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ที่มีกำลังการผลิตในเฟสแรก 6 ล้านลิตรต่อปีแล้ว GC ยังต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการกลั่นและเคมีภัณฑ์ขั้นสูง โดยการพัฒนากระบวนการ Co-processing ที่สามารถใช้งานร่วมกับหน่วยกลั่นเดิม ได้ นำน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-Chemicals) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/gc-high-value-low-carbon-business/">GC เดินหน้า Biorefinery ครบวงจร ต่อยอดผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายศักยภาพโรงกลั่นชีวภาพ (</strong><strong>Biorefinery</strong><strong>) ต่อยอดจากความสำเร็จในการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (</strong><strong>Sustainable Aviation Fuel: SAF) </strong><strong>เป็นรายแรกของประเทศ</strong></p>
<p><span id="more-33164"></span></p>
<p><strong> สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (</strong><strong>Bio-Chemicals) </strong><strong>และพลาสติกชีวภาพ (</strong><strong>Bio-Polymers) </strong><strong>มูลค่าสูงที่ตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม รองรับความต้องการของตลาดโลกที่มุ่งสู่วัสดุทางเลือกเพื่อความยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แตกต่างอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรตามกลยุทธ์ขยายธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ (</strong><strong>High Value &amp; Low Carbon Business)</strong></p>
<p>นอกจากการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ที่มีกำลังการผลิตในเฟสแรก 6 ล้านลิตรต่อปีแล้ว GC ยังต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการกลั่นและเคมีภัณฑ์ขั้นสูง โดยการพัฒนากระบวนการ Co-processing ที่สามารถใช้งานร่วมกับหน่วยกลั่นเดิม ได้ นำน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-Chemicals) และพลาสติกชีวภาพ (Bio-Polymers) มูลค่าสูง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการใช้วัสดุทางเลือกที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ทั้งนี้ GC ได้เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ <strong>Bio-Propylene</strong> สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ พลาสติกแข็ง ของเล่นเด็ก และชิ้นส่วนยานยนต์ <strong>Bio-BD (Bio-Butadiene)</strong> ใช้ในยางรถยนต์และรองเท้ากีฬา และ <strong>Bio-PTA (Bio-Purified Terephthalic Acid) </strong>สำหรับผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และขวดพลาสติก PET โดยขณะนี้มีตลาดปลายทางในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ อุตสาหกรรมยาง และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ตามลำดับ</p>
<p>นอกจากนี้ GC ยังมีแผนต่อยอด Bio-Naphtha ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตเคมีภัณฑ์และพลาสติก Bio-PE (Bio-Polyethylene) สำหรับผลิตถุงพลาสติก ฟิล์ม และบรรจุภัณฑ์อาหาร และ Bio-MEG (Bio-Monoethylene Glycol)<strong> </strong>สำหรับผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และขวดพลาสติก PET ในอนาคตอีกด้วย</p>
<p>อีกทั้งโรงกลั่นชีวภาพของ GC มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรและของเสียในประเทศ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณสมบัติเทียบเท่าวัสดุจากฟอสซิล แต่ปล่อยคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญช่วยลดปัญหาของเสีย เพิ่มรายได้ให้กับชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับเป้าหมายของ GC ในการเป็นผู้นำธุรกิจคาร์บอนต่ำที่เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33165 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/GC_Biorefinery-ครบวงจร-re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ </strong><strong>GC </strong>กล่าวว่า “GC ไม่เพียงเป็นผู้ผลิต SAF รายแรกของประเทศ แต่เรายังเดินหน้าต่อยอดศักยภาพของ Biorefinery เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพที่สามารถทดแทนวัตถุดิบจากฟอสซิล ตอบโจทย์ทั้งตลาด ความยั่งยืน และอนาคตของอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้วในการผลิตสินค้ามูลค่าสูง สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่ประเทศไทยผลักดัน และเดินหน้าตามกลยุทธ์ขยายธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำของ GC”</p>
<p>นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพของ GC ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลด้านความยั่งยืนอย่าง ISCC PLUS (International Sustainability and Carbon Certification Plus) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบชีวภาพและวัสดุหมุนเวียนในกระบวนการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ ช่วยให้แบรนด์ผู้ผลิตสินค้าปลายทางสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นใจ</p>
<p>GC ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ  เพื่อส่งมอบโซลูชันเคมีภัณฑ์ครบวงจรที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/gc-high-value-low-carbon-business/">GC เดินหน้า Biorefinery ครบวงจร ต่อยอดผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มบริษัทบางจากยืนยันความพร้อมโครงการ SAF ย้ำทุกอย่างเป็นไปตามแผ​น พร้อมขับเคลื่อนครึ่งปีหลัง ชี้เป็นโซลูชันเดียวในการลดคาร์บอนของภาคการบิน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/bangchak-emphasize-saf-project-readiness/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Apr 2025 09:23:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Aviation]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Bio Jet]]></category>
		<category><![CDATA[BSGF]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable aviation]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[UCO]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันอากาศยาน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันอากาศยานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32694</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มบริษัทบางจากยืนยันความพร้อมในการดำเนินงานโครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ทั้งในด้าน​เทคโนโลยี และตลาดรองรับ  โดยทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทั้งความคืบหน้าในการลงทุน หรืองบประมาณที่ใช้ พร้อมตอกย้ำว่า SAF คือ โซลูชันเดียวในการลดคาร์บอนในภาคการบิน จึงยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะหลังปี 2030 ที่หลายประเทศทั่วโลก จะเริ่มเข้าสู่ภาคการบังคับใช้ จะทำให้มีปริมาณความต้องการสูง ​และราคาปรับเพิ่มมากขึ้น  ย้ำกระแสข่าวโครงการประสบปัญหาขาดทุนคาดเคลื่อนจากความเป็นจริง คุณชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การลงทุนในโครงการ SAF ถือเป็นก้าวสำคัญของบางจากฯ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ในฐาน​ะผู้นำด้านพลังงานทดแทนสู่ผู้นำพลังงานแห่งอนาคต จากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการจัดเก็บน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO ) เพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ และมีความได้เปรียบเชิงต้นทุน ด้วยการใช้ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของโรงกลั่นเดิม ช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างและการดำเนินงาน ซึ่งบางจาก​​ถือเป็นผู้บุกเบิกการผลิต Neat SAF 100%  รายแรกของประเทศไทย ทั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bangchak-emphasize-saf-project-readiness/">กลุ่มบริษัทบางจากยืนยันความพร้อมโครงการ SAF ย้ำทุกอย่างเป็นไปตามแผ​น พร้อมขับเคลื่อนครึ่งปีหลัง ชี้เป็นโซลูชันเดียวในการลดคาร์บอนของภาคการบิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มบริษัทบางจากยืนยันความพร้อมในการดำเนินงานโครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ทั้งในด้าน​เทคโนโลยี และตลาดรองรับ  โดยทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทั้งความคืบหน้าในการลงทุน หรืองบประมาณที่ใช้</p>
<p><span id="more-32694"></span></p>
<p>พร้อมตอกย้ำว่า SAF คือ โซลูชันเดียวในการลดคาร์บอนในภาคการบิน จึงยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะหลังปี 2030 ที่หลายประเทศทั่วโลก จะเริ่มเข้าสู่ภาคการบังคับใช้ จะทำให้มีปริมาณความต้องการสูง ​และราคาปรับเพิ่มมากขึ้น  ย้ำกระแสข่าวโครงการประสบปัญหาขาดทุนคาดเคลื่อนจากความเป็นจริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32697 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณชัยวัฒน์ โควาวิสารัช</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การลงทุนในโครงการ SAF ถือเป็นก้าวสำคัญของบางจากฯ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ในฐาน​ะผู้นำด้านพลังงานทดแทนสู่ผู้นำพลังงานแห่งอนาคต จากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการจัดเก็บน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO ) เพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ และมีความได้เปรียบเชิงต้นทุน ด้วยการใช้ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของโรงกลั่นเดิม ช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างและการดำเนินงาน ซึ่งบางจาก​​ถือเป็นผู้บุกเบิกการผลิต Neat SAF 100%  รายแรกของประเทศไทย</p>
<p>ทั้งนี้ หน่วยผลิต SAF ของกลุ่มบริษัทบางจาก ดำเนินการโดยบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด จะมีพิธีเปิดในวันที่ 25เมษายน 2568 ณ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัทบางจากในการต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32696 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/WHY-Investing-.jpg" alt="" width="1200" height="623" /></p>
<p><em>&#8220;สำหรับความคืบหน้าโครงการเป็นไปตามแผนทั้งในเรื่องของการก่อสร้างซึ่งปัจจุบันแล้วเสร็จไปกว่า 96% ​รวมทั้งงบประมาณที่ใช้ โดย​อยู่ระหว่างการเตรียมเดินเครื่องในไตรมาส 2 ของปี 2568 โดยมีแผนเริ่มต้นจากการทดสอบสมรรถนะของโรงงาน (Plant Performance Test Run) และจะทยอยเพิ่มระดับการผลิต (Ramp-up) ไปสู่การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตามสัญญาการจำหน่ายและแนวโน้มความต้องการของตลาด และคาดจะสามารถเริ่มรับรู้รายได้ในราวไตรมาส 3 เป็นต้นไป ส่วนการคืนทุน ได้ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 3-5 ปี แต่จากการที่หลายประเทศมีการชะลอการบังคับใช้ SAF ออกไป รวมทั้งมีการทบทวนนโยบาย ซึ่งอาจกระทบต่อการยืดระยะเวลาในการคืนทุนไปจนถึง 5-7 ปี &#8221; </em></p>
<p>สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิต รวมทั้งการหาตลาดหลังโรงงานแล้วเสร็จ และมีการขับเคลื่อนในเชิงพาณิชย์  ทางบางจากฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขาย SAF กับลูกค้าหลักแล้ว รวมไปการ​​รับจ้างการกลั่น (Tolling) อีกทั้งอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง  ขณะที่ในส่วนการจัดหาวัตถุดิบจากน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) ได้ทำ MOU กับผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ และรายย่อยรวมกว่า 10 ราย ​โดยเฉพาะบริษัทอาหารรายใหญ่ของประเทศที่มีฐานการผลิตกระจายไปทั่วโลก​ ซึ่งปัจจุบันมีสต๊อกแล้วกว่า 25 ล้านลิตร รวมทั้งการใช้วัตถุดิบทางเลือก (ของเหลือทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการอื่นๆ) ภายใต้ระบบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลจาก International Sustainability and Carbon Certification (ISCC)  เพื่อเพิ่มความหลากหลายของการได้มาซึ่งวัตถุดิบ และเป็นการวางรากฐานในการสร้างอีโคซิสเต็มให้กับการผลิตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32698 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Change-.jpg" alt="" width="877" height="1000" /></p>
<p><em>&#8220;​ตลาด SAF ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และเป็นโซลูชันเดียวสำหรับการลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบิน  แม้ในหลายประเทศยังไม่มีนโยบายบังคับผสม SAF ที่ชัดเจน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แต่ความต้องการเชื้อเพลิง SAF ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก จากแรงขับเคลื่อนของเป้าหมาย Net Zero และการลดคาร์บอนในภาคการบิน ขณะเดียวกัน หลายภูมิภาค เช่น สหภาพยุโรป ได้เริ่มกำหนดเป้าหมายขั้นต่ำที่ 2% ภายในปี 2025 สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนและสร้างแรงจูงใจในการลงทุน แม้ในระยะสั้นตลาด SAF อาจยังมีปริมาณเหลืออยู่บ้าง แต่ระยะยาวเริ่มจากปี 2030 กลับมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะขาดแคลน เมื่อข้อกำหนดบังคับเริ่มทยอยมีผลในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งราคาที่เชื่อว่าจะปรับตัวได้ดีขึ้นสอดคล้องกับดีมานด์ซัพพลาย​ในตลาด โดยคาดว่าอาจจะปรับไปได้ถึงลิตรละ 70 -80 บาท  จากปัจจุบันราคาอยู่ที่ราว 40-50 บาท  แต่ในระหว่างนี้จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม&#8221;</em></p>
<p>สำหรับกระแสข่าวที่ว่า การดำเนินโครงการมีปัญหาและประสบภาวะขาดทุนนั้น ถือว่าคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง และไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้ให้ข่าว เพราะ​โครงการมีการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ และทุกอย่างเป็นไปตามแผนทั้งการก่อสร้าง หรืองบประมาณที่ใช้ รวมทั้งแผนเพื่อรองรับการเปิดดำเนินงานในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นระบบนิเวศธุรกิจที่สมบูรณ์ในธุรกิจ ทั้งกระบวนการผลิต การหาตลาด หาลูกค้า แต่ยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐเหมือนในหลายประเทศที่มีการก่อสร้างโรงาน SAF  เช่นในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือในประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบ โดยเฉพาะปัจจัยจากต่างประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในระยะยาว โดยเฉพาะโครงการเกี่ยวกับ Sustainability ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแผนการลงทุนในระยะยาว หากนโยบายไม่มีความมั่นคงหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อโครงการได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32695 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/PIC1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bangchak-emphasize-saf-project-readiness/">กลุ่มบริษัทบางจากยืนยันความพร้อมโครงการ SAF ย้ำทุกอย่างเป็นไปตามแผ​น พร้อมขับเคลื่อนครึ่งปีหลัง ชี้เป็นโซลูชันเดียวในการลดคาร์บอนของภาคการบิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แผนเทคออฟ &#8216;โออาร์&#8217; เดินหน้า Diversify ต่อเนื่อง ​มอง​ &#8216;ไลฟ์สไตล์&#8217; คืออนาคต เชื่อ  &#8216;Cut Loss&#8217; ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจของคนฉลาด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/disathat-driven-rise-or-to-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Dec 2024 13:36:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Café Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Café Amazon Park]]></category>
		<category><![CDATA[Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Diversify]]></category>
		<category><![CDATA[Empowering All Toward Inclusive Growth]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[found&found]]></category>
		<category><![CDATA[KALA Application]]></category>
		<category><![CDATA[Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Non-oil]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[OR SDG]]></category>
		<category><![CDATA[OR Space]]></category>
		<category><![CDATA[Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Station Flagship]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Retail Mixed-Use Platform]]></category>
		<category><![CDATA[RISE OR]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Mobility Partner]]></category>
		<category><![CDATA[Vision]]></category>
		<category><![CDATA[การบินไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ดิษทัต ปันยารชุน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกแอร์เวย์ส]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งไม้ต่อ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เวียตเจ็ทแอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30805</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ดิษทัต’ วางรากฐาน OR เสริมแกร่งธุรกิจรอบด้าน เตรียมตัวส่งไม้ต่อ CEO คนใหม่ ​​วางแนวคิด RISE OR ​สร้างรากฐานองค์กรที่แข็งแกร่ง ผ่านการพัฒนาดิจิทัล และระบบนิเวศธุรกิจของ OR ที่หลากหลาย การเป็นผู้นำด้าน Mobility ธุรกิจ Lifestyle และการขยายฐานธุรกิจสู่ต่างประเทศ พร้อมผลักดันและส่งต่อวิสัยทัศน์ &#8220;Empowering All toward Inclusive Growth&#8221; สู่บทใหม่แห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน  คุณดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR (โออาร์) ​แบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การทำงานจากจุดเริ่มต้นในสายงานเทรดดิ้ง ปตท. สู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำ OR โดยได้วางรากฐานสำคัญขององค์กรผ่านแนวคิด RISE OR ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ประกอบด้วย  R &#8211; Result-oriented  คือ การตัดสินใจอย่างชาญฉลาด , I &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/disathat-driven-rise-or-to-sustainable-growth/">แผนเทคออฟ &#8216;โออาร์&#8217; เดินหน้า Diversify ต่อเนื่อง ​มอง​ &#8216;ไลฟ์สไตล์&#8217; คืออนาคต เชื่อ  &#8216;Cut Loss&#8217; ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจของคนฉลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em><strong>‘ดิษทัต’</strong> วางรากฐาน OR เสริมแกร่งธุรกิจรอบด้าน เตรียมตัวส่งไม้ต่อ CEO คนใหม่ ​​วางแนวคิด </em><em>RISE OR </em><em>​สร้างรากฐานองค์กรที่แข็งแกร่ง ผ่านการพัฒนาดิจิทัล และระบบนิเวศธุรกิจของ </em><em>OR </em><em>ที่หลากหลาย การเป็นผู้นำด้าน </em><em>Mobility </em><em>ธุรกิจ</em><em> Lifestyle</em><em> และการขยายฐานธุรกิจสู่ต่างประเทศ พร้อมผลักดันและส่งต่อวิสัยทัศน์ <strong>&#8220;</strong></em><strong><em>Empowering All toward Inclusive Growth&#8221; </em></strong><em>สู่บทใหม่แห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน</em><strong> </strong><span id="more-30805"></span></p>
<p><strong>คุณดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>OR</strong> (โออาร์) ​แบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การทำงานจากจุดเริ่มต้นในสายงานเทรดดิ้ง ปตท. สู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำ OR โดยได้วางรากฐานสำคัญขององค์กรผ่านแนวคิด <strong>RISE OR</strong> ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ประกอบด้วย <strong> R &#8211; Result-oriented  </strong>คือ การตัดสินใจอย่างชาญฉลาด ,<strong> I &#8211; Intelligence </strong> การร่วมกันทำร่วมกันเติบโต , <strong>S &#8211; Synergy</strong>​ และการสร้าง Mindset แห่งความเป็นเจ้าของธุรกิจ  หรือ <strong>E &#8211; Entrepreneurship </strong>พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงในการทำงานขององค์กร</p>
<p>พร้อมส่งเสริมให้บุคลากรก้าวออกจาก Comfort Zone ที่จำกัดอยู่ในพื้นที่ความถนัดเดิม สู่ Growth Zone ที่เปิดรับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพใหม่ ๆ และวางกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างการดำเนินงาน การเตรียมโครงสร้างความพร้อมสำหรับบุคลากรใน OR การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งภายในและภายนอกองค์กร และการกำกับดูแลกิจการที่ดี</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30813 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>Diversity​ ต่อเนื่อง ขยายธุรกิจใหม่​สู่ Virtual Bank ​</strong></p>
<p>ทั้งนี้ OR จะเพิ่มศักยภาพองค์กรผ่านการทำ <strong>Digital Transformation</strong> ​ในฐานะบริษัทแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บูรณาการการจัดการระหว่างธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกเข้าด้วยกัน ผ่านระบบ<strong> SAP S/4HANA</strong> ใน 2 อุตสาหกรรม พร้อมพัฒนาระบบติดตามและควบคุมการดำเนินงานแบบศูนย์รวม <strong>(Dashboard Control Tower)</strong> ที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานทั้งในกลุ่ม Mobility และ Lifestyle ได้แบบรวมศูนย์และ Realtime และตอบโจทย์ Keys สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารต้นทุน เพื่อสร้าง Operation Excellence รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการสร้างความพึงพอใจในการให้บริการลูกค้า และความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ​<b> </b></p>
<p>หนึ่งสิ่งที่​ OR ​จะยังขับเคลื่อนต่อเนื่องแม้เปลี่ยนผู้นำคือ การ Diversify เพื่อเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ให้ธุรกิจ โดยเฉพาะในฟากไลฟ์สไตล์ หรือ Non-oil ซึ่งโออาร์มีแผนต่อยอดจาก Data ที่มีอยู่ในมือ ทั้งจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ PTT Station ไม่ต่ำกว่าวันละ 3 ล้านคน รวมทั้งสมาชิกบัตรบลูการ์ดที่มีกว่า 8 ล้านคน ​เพื่อต่อยอดพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่อย่าง <strong>&#8216;ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา&#8217; </strong>หรือ<strong> Virtual Bank</strong> จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้อมูลทางธุรกิจ โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง AIS ที่เป็นผู้นำด้านโครงข่ายสื่อสาร และ​ผู้ให้บริการสถาบันการเงินอย่างธนาคารกรุงไทย เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่แต่ละรายมีในการนำมาวิเคราะห์ (KYC) ซึ่งถือเป็น Perfect Matching จากการร่วมมือของทั้ง 3 พาร์ทเนอร์ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ต่างๆ ที่ไม่มีหลักฐานทางการเงินจากสถาบันการเงิน แต่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อมา​ต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแรงขึ้นได้ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลจากอีโคซิสเต็มของทาง OR ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30817 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/สำเนาของ-JOKE9451.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้  ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์ม<strong> Retail Mixed-Use Platform</strong> รูปแบบใหม่ผ่าน <strong>PTT Station Flagship</strong> ที่มีธุรกิจ Non-oil ถึง 80% และต่อยอดสู่ <strong>OR Space</strong> ที่มุ่งเน้นธุรกิจ Non-oil 100% รองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับความสำเร็จในธุรกิจไลฟ์สไตล์ รวมทั้งแก้ปัญหาการอิ่มตัวของพื้นที่ในการขยายสถานีบริการน้ำมันในอนาคต พร้อมทั้งการขยายการเติบโตของธุรกิจแฟลกชิพในพอร์ตไลฟ์สไตล์ของ OR อย่าง <strong>Café Amazon</strong> ที่ทำยอดขายกว่า 1 ล้านแก้วต่อวัน แต่ต้องมองหาโอกาสในการเติบโตได้ในระดับ Global ผ่านการเติมเต็มความสมบูรณ์ของ Ecosystem ได้ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ รวมทั้งการใช้กลยุทธ์ Story telling มาช่วยเพิ่มมูลค่า และสามารถต่อยอดสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้ครบวงจรได้ตลอดทั้งซัพพลายเชน ทั้งการพัฒนาธุรกิจต้นน้ำผ่าน<strong> Café Amazon Park</strong> ที่ จ. ลำปาง รวมถึงการเปิดจุดรับซื้อและโรงแปรรูปเมล็ดกาแฟที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรชุมชนในพื้นที่แล้วกว่า 370 ตัน ซึ่งนอกจากจะเป็นโรงงานแปรรูปเมล็ดกาแฟต้นแบบแล้ว ยังสร้างการเติบโตร่วมกับชุมชนตามแนวทาง <strong>OR SDG</strong> ด้วยการพัฒนาระบบ <strong>KALA Application </strong>เพื่อรวบรวมข้อมูลเกษตรกร พื้นที่ปลูก และคุณภาพเมล็ดกาแฟ เพื่อการวางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30816 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/สำเนาของ-IMG_0980.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;​ธุรกิจไลฟ์สไตล์กลุ่ม Well Being จากการเปิดร้าน <strong>found&amp;found</strong> แบรนด์เฮลท์แอนด์บิวตี้รีเทลรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพและความงาม ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสเติบโตของ OR ตามเทรนด์ Aging Society ที่ประเทศไทยกลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในไม่กี่ปีข้างหน้า และเป็นเซ็กเตอร์ที่ยังไม่มีใครเป็นเจ้าของ โดย OR วางแผนขยายเป็น 10 สาขา ภายในปี 2025 พร้อมมุ่งบริหารพอร์ตโฟลิโอในภาพรวมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโฟกัส​ในกลุ่มที่มีการเติบโตและสร้างผลกำไรได้ ​ เพื่อส่งผลให้ EBITDA Margin สามารถปรับเพิ่มขึ้นจาก 27% เป็น 30% ภายในปีหน้า&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30814 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/JOKE8536.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ไม่เพียงเดินหน้า​เสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจในหลากหลายด้านในฝั่งไลฟ์สไตล์ แต่ OR ยังให้ความสำคัญการขับเคลื่อนด้าน Mobility ในฐานะ <strong> Thailand Mobility Partner</strong> ที่ขยายเครือข่าย <strong>EV Station PluZ</strong> ให้ครอบคลุม 77 จังหวัด พร้อมทั้งปรับ Mode การขนส่งโดยเพิ่มการใช้ขนส่งทางท่อแทนทางรถยนต์หรือรถไฟ เพื่อการบริหารจัดการด้านระบบ Logistic ให้ Optimization มากที่สุด ขณะที่การซัพพลายน้ำมันอากาศยาน ได้เร่งผลักดัน​การใช้เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (SAF) ร่วมกับพันธมิตรในอีโคซิสเต็มอย่าง GC และได้ MOU ในการจำหน่ายน้ำมันให้สายการบิน การบินไทย เวียตเจ็ทแอร์ และบางกอกแอร์เวย์ส  รวมทั้งอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อ MOU กับสายการบินเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง ซึ่งโอกาสเติบโตของ SAF ไม่ใช่เพียงแค่การให้บริการแก่สายการบินของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถซัพพลายให้สายการบินต่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องเดินทางเข้ายุโรป  ที่มีการกำหนดให้ใช้ SAF เป็นส่วนผสมตามข้อบังคับทางการบิน และเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการขยายตลาด SAF ของกลุ่ม ปตท. ได้ในอนาคต</p>
<p><em> &#8220;<strong>ในปีหน้าฟากไลฟ์สไตล์จะเป็นโอกาสในการทำให้ OR เทคออฟได้ ​หลังจากมีการ Clean Portfolio เพื่อตัดธุรกิจ (Cut LOss) ที่เป็นตัวฉุดศักยภาพในการทำกำไรลง</strong> โดยปัจจุบันกำลังมอนิเตอร์กลุ่มธุรกิจในพอร์ตเพื่อ Cut Loss เพิ่มเติม หรือเพิ่ม Value ในบางธุรกิจให้มากขึ้น ซึ่ง<strong>การ Cut Loss ไม่ได้หมายถึงความล้มเหลวของธุรกิจ แต่เป็นความกล้าหาญ และเป็นการตัดสินใจที่ฉลาด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่ผู้นำ หรือคนที่มี Ownership ต้องสามารถทำได้</strong> ซึ่งที่ผ่านมา OR ได้ถอน 6 ธุรกิจที่ไม่ทำกำไรเพื่อไม่ให้เกิดภาระจากการขาดทุนสะสม เช่น ไก่ทอดเท็กซัส  อาหารญี่ปุ่นโคเอ็น ธุรกิจคาเฟ่อเมซอนในประเทศจีน และ Fixx แพลตฟอร์มดูแลและซ่อมบำรุงรถยนต์ครบวงจร เป็นต้น โดยก่อนจะทำการถอนกิจการใดๆ ออกจากตลาด ได้มีการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ทดลองแก้ไข ปรับกลยุทธ์ หรือการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการเติบโต พร้อมทั้งมอนิเตอร์ทิศทางการเคลื่อนไหวของธุรกิจมาระยะหนึ่งก่อนตัดสินใจถอนตัว เพื่อเป็นการหยุดรูรั่วของธุรกิจ ​ ​ขณะเดียวกันในอนาคตก็ต้องพยายามเพิ่มการลงทุนที่เป็น Big Deal มาเสริมพอร์ตให้มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นให้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และอยู่ในเทรนด์การเติบโต เพื่อบริหารพอร์ตโฟลิโอให้แข็งแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มกำไรจากฟากไลฟ์สไตล์ให้มีสัดส่วนเท่ากับกลุ่ม Mobility ที่ราว 50% จากปัจจุบันมีกำไรจากฝั่งไลฟ์สไตล์ที่ราว 30%&#8221;​</em> คุณดิษทัต กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30818 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/สำเนาของ-JOKE1619.jpg" alt="" width="482" height="722" /></p>
<p><strong>ธุรกิจต่างประเทศ อีกหนึ่งโอกาสเติบโต</strong></p>
<p>OR ยังเดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยวางรากฐานผ่านการลงทุนใน PTT (Cambodia) หรือ PTTCL ในฐานะ Second Homebase พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้ง Marine Terminal และสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ที่ถนนหุนเซนบูเลอวาร์ด ควบคู่กับการต่อยอดโครงการ Project ONE ในประเทศฟิลิปปินส์ หรือ PTTPC ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งภายในกลุ่ม ปตท. นอกจากนี้ยังขยายโอกาสทางธุรกิจสู่เวียดนาม ผ่านการสร้างฐานธุรกิจ LPG แห่งใหม่ และขยายแหล่งจัดหาเมล็ดกาแฟใน สปป. ลาวเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น</p>
<p>คุณดิษทัต​ เน้นย้ำเพิ่มเติมถึงหลักคิดสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรว่า <em><strong>การจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้นั้น ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตนเองก่อน ต้องกล้าที่จะ Disrupt ตัวเองก่อนที่จะถูก Disrupt จากภายนอก พร้อมเตรียมรับมือกับคลื่นลูกใหม่แห่งนวัตกรรมและแพลตฟอร์ม ไม่รอให้อนาคตมาถึงแต่ต้องลงมือสร้างอนาคตเอง</strong></em> และที่สำคัญคือต้องสื่อสารพันธกิจขององค์กรให้ชัดเจนและสม่ำเสมอ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของ OR ในการก้าวสู่บทใหม่แห่งการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30819 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/3-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อน OR คือการเป็นธุรกิจแฟลกชิพที่แข็งแรงของกลุ่ม ปตท. การ Diversify เป็นหนึ่งแนวทางที่จะทำให้ OR เติบโตได้อย่างยั่งยืนจากพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย โดย</em><em>ทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นเพียง Milestone ไม่ใช่เส้นชัย เราต้องพร้อมปรับตัว Disrupt ตัวเองก่อนถูก Disrupt และเตรียมพร้อมรับคลื่นลูกใหม่แห่งนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อน OR สู่วิสัยทัศน์ <strong>&#8216;Empowering All toward Inclusive Growth&#8217;</strong> ในการเป็นองค์กรที่เสริมสร้างโอกาสเพื่อทุกการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน”  </em>คุณดิษทัต กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/disathat-driven-rise-or-to-sustainable-growth/">แผนเทคออฟ &#8216;โออาร์&#8217; เดินหน้า Diversify ต่อเนื่อง ​มอง​ &#8216;ไลฟ์สไตล์&#8217; คืออนาคต เชื่อ  &#8216;Cut Loss&#8217; ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจของคนฉลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปรากฏการณ์แห่งปี ‘GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING’ ยั่งยืน = (ไม่) ยาก ถึงเวลารวมพลคนหัวใจยั่งยืน ชวน GEN S ก้าวข้ามความยาก สู่ความ ‘ยั่งยืน’ ไปด้วยกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/gc-sustainable-living-symposium-2024-gen-s-gathering/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Nov 2024 09:57:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BIOREFINERY Project]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC Sustainable Living Symposium 2024]]></category>
		<category><![CDATA[GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING]]></category>
		<category><![CDATA[Generation Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[GenS]]></category>
		<category><![CDATA[GenS Gathering]]></category>
		<category><![CDATA[GenS Standing For Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พีทีที โกลบอล เคมิคอล]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมมูลค่าสูง]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30382</guid>

					<description><![CDATA[<p>เก็บตกปรากฏการณ์แห่งปีอย่าง ‘GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING’ งานรวมพลคนหัวใจยั่งยืน ซึ่งขับเคลื่อนเป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กับการเชื่อมโยงพันธมิตรหัวใจรักษ์โลก (GEN S: Generation Sustainability) ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ พร้อมจับมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน แลกเปลี่ยนไอเดีย ระดมความคิด สร้างการมีส่วนร่วม นำไปสู่การลงมือทำในภาคปฏิบัติ ​​ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “ยั่งยืนไม่ยาก” เป้าหมายสำคัญอันหนึ่งของ GC Sustainable Living Symposium ​คือ การเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วย​สนับสนุนประเทศไทยเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตต่างๆ สู่การเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูง (High Value) ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) ​​ทำให้การออกแบบพื้นที่ทุกตารางนิ้วภายในงานสามารถสัมผัสประสบการณ์แห่งความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ จากหลากหลายกิจกรรมภายในโซนต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/gc-sustainable-living-symposium-2024-gen-s-gathering/">ปรากฏการณ์แห่งปี ‘GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING’ ยั่งยืน = (ไม่) ยาก ถึงเวลารวมพลคนหัวใจยั่งยืน ชวน GEN S ก้าวข้ามความยาก สู่ความ ‘ยั่งยืน’ ไปด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เก็บตกปรากฏการณ์แห่งปีอย่าง ‘<strong>GC Sustainable Living Symposium </strong><strong>2024</strong><strong>: GEN S GATHERING’ </strong>งานรวมพลคนหัวใจยั่งยืน ซึ่งขับเคลื่อนเป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดย <strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GC</strong> กับการเชื่อมโยงพันธมิตรหัวใจรักษ์โลก<strong> (</strong><strong>GEN S: Generation Sustainability)</strong> ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ พร้อมจับมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน แลกเปลี่ยนไอเดีย ระดมความคิด สร้างการมีส่วนร่วม นำไปสู่การลงมือทำในภาคปฏิบัติ ​​ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด <strong>“</strong><strong>ยั่งยืนไม่ยาก</strong><strong>”</strong></p>
<p><span id="more-30382"></span></p>
<p>เป้าหมายสำคัญอันหนึ่งของ <strong>GC Sustainable Living Symposium</strong> ​คือ การเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วย​สนับสนุนประเทศไทยเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตต่างๆ สู่การเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูง (High Value) ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) ​​ทำให้การออกแบบพื้นที่ทุกตารางนิ้วภายในงานสามารถสัมผัสประสบการณ์แห่งความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ จากหลากหลายกิจกรรมภายในโซนต่างๆ ทั้ง 4 โซน ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30388 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/11.jpg" alt="" width="1200" height="409" /></p>
<p>&#8211; <strong>Net Zero Experience</strong> กับการแสดงผลแบบเรียลไทม์จาก ​Carbon Emission Dashboard อีกหนึ่งผลลัพธ์ของความร่วมมือร่วมใจจากทุกคนภายในงานแบบจับต้องและวัดผลได้</p>
<p>&#8211;<strong>นวัตกรรมที่ยั่งยืน </strong><strong>= </strong><strong>เป็นไปได้</strong> เส้นทาง Decarbonization สู่ Net Zero ของ GC ทั้งจาก Process ผ่านเทคโนโลยีขั้นสูงจาก​กระบวนการต่างๆ ภายในโรงงาน และการขับเคลื่อนภายนอกอย่างโครงการปลูกป่า​หรือการทำนาเปียกสลับแห้ง รวมถึงการขยาย Portfolio ผลิตภัณฑ์ยั่งยืน อย่างโครงการ BIOREFINERY เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30390 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/20241018-212.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8211; <strong>ธุรกิจที่ยั่งยืน​ = สำเร็จได้</strong> ผ่านโชว์เคสกลุ่มธุรกิจ High Value &amp; Low Carbon ของ GC ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์และวัสดุขั้นสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวัน ทั้งไบโอเคมิคอล พลาสติกชีวภาพจาก NatureWorks  Brand Innoplus  และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) รวมทั้ง​เคมีภัณฑ์เคลือบผิว allnex ผู้นำด้านเคมีภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนระดับโลก</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>วิถีชีวิตที่ยั่งยืน ​= ทุกความร่วมมือ </strong>เรียนรู้ไลฟ์สไตล์ Circular ​แบบ GEN S​ ตอกย้ำแนวคิด​ <strong>“</strong><strong>ยั่งยืนไม่ยาก</strong><strong>”</strong> ผ่านกิจกรรม​สนุกๆ ​อย่าง <strong>Plastic Funtastic</strong>, <strong>Green University</strong> ​ความร่วมมือของ GC, AIS และ​ 42 มหาวิทยาลัย มาร่วมทิ้งเทิร์นให้โลกจำเป็นปีที่ 2​ รวมทั้ง​แพลตฟอร์ม <strong>GC YOU</strong><strong>เทิร์น</strong> หนึ่งกลไกขับเคลื่อน​เศรษฐกิจหมุนเวียน ​ซึ่งปัจจุบันมีจุดรวบรวมพลาสติกใช้แล้วกว่า 290 จุด สามารถหมุนเวียนพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบใหม่ได้กว่า 1,200 ตัน ในตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30391 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/12.jpg" alt="" width="1200" height="410" /></p>
<p>นอกจากนี้ งานยัง​ฉายภาพทุกแง่มุมในการขับเคลื่อน ‘<strong>ความยั่งยืน</strong>’ จาก 30 ผู้นำทางความคิด รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงขององค์กรชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ผ่านเวทีสัมมนาที่จัดเต็มทั้ง​วิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และ Best Practice การสร้างธุรกิจและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน ที่ต้องร่วมกันเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสต่อยอดเพื่อสร้างการเติบโต หรือการพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ ​สำหรับต่อยอดสู่อนาคตและเปลี่ยนผ่าน เพื่อก้าวข้ามความยาก ไปสู่ความยั่งยืนไปด้วยกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30392 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/20241018-272.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ต้นแบบโรงกลั่นชีวภาพ ต่อยอด​</strong> <strong>‘</strong><strong>เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน</strong><strong>’</strong></p>
<p>หนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานครั้งนี้ ที่สะท้อนความมุ่งมั่นการพัฒนานวัตกรรม ของ GC ได้เป็นอย่างดี คือ การเป็นผู้นำนวัตกรรมพัฒนา <strong>‘</strong><strong>เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน</strong><strong>’</strong> หรือ <strong>SAF</strong> (Sustainable Aviation Fuel) ตามแนวทาง Decarbonization <strong>ในฐานะบริษัทไทยรายแรกที่ปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันดิบที่มีอยู่​ มาต่อยอดกับเทคโนโลยีการกลั่นขั้นสูงเป็นโรงกลั่นชีวภาพ (</strong><strong>BIOREFINERY Project</strong><strong>)</strong> ทำให้สามารถเปลี่ยน Waste จากกระบวนการผลิต หรือ​การนำน้ำมันพืชใช้แล้วทั้งจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ​​มาเพิ่มมูลค่าต่อยอดเป็นวัตถุดิบในการผลิตเชื้อเพลิงสำหรับอุตสาหกรรมการบินอย่าง SAF ซึ่งจัดเป็น Renewable &amp; Sustainable Energy เพราะมีอัตราการปล่อยคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตต่ำกว่าน้ำมันเจ็ททั่วไปถึง 80% และตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกที่ถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับสูงหรือ  High Emission เพื่อ​ขับเคลื่อนสู่ Net Zero ภายในปี 2593 ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30393 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/20241018-49.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC  กล่าวว่า GC เป็นบริษัทไทยรายแรกที่ต่อยอดปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันดิบ ​มาเป็นโรงกลั่นชีวภาพหรือ <strong>BIOREFINERY</strong> ให้สามารถรองรับวัตถุดิบเหลือใช้​ จากขยะอุตสาหกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มแบบ Low Carbon ทั้งการพัฒนา​​เชื้อเพลิงยั่งยืนหรือ SAF ในเฟสแรก ที่เตรียมเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือนมกราคม 2568 หรือช่วง​ต้นปีหน้า ​จากข้อกำหนดองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศที่ให้ผสม SAF ในน้ำมันอากาศยานตามสัดส่วนที่กำหนด เพื่อ​ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมการบิน ภายใต้มาตรฐาน​ด้านความยั่งยืนและลดการปล่อยคาร์บอน ISSC Plus และ ISSC Corsia ​ที่รับรองว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้ง Value Chain</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30394 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/20241018-38.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ กระบวนการผลิต SAF ยังสามารถแยกไบโอแนฟทา​เพื่อนำมาเป็นสารตั้งต้นสำหรับการต่อยอดสู่กลุ่มเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงอื่นๆ เพื่อการผลิตในเฟสต่อไป ทั้งเคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Biochemicals) และพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) สำหรับใช้ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ วัสดุ หรือชิ้นงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีดีมานด์การเติบโตสูงเช่นกัน เพื่อสานต่อกลยุทธ์ Step Change ​จากการต่อยอดสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ​พร้อมยกระดับศักยภาพธุรกิจ​เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภายใต้ความเชี่ยวชาญของ GC ในการ​พัฒนาเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p><em>“</em><em>GC </em><em>มีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์พร้อมตั้งเป้าเป็นองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนระดับสากล โดยที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนเป้าหมาย​​ลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ผ่าน​กว่า 200 โครงการ ตาม​หลัก 5</em><em>R </em><em>ทั้ง </em><em>Reduce</em><em>,</em><em> Reuse</em><em>, </em><em>Recycle </em><em>มุ่งส่งเสริมการลดใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการใช้ซ้ำให้มากที่สุด รวมทั้งการแปรรูปขยะอุตสาหกรรมจากกระบวนการเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมทั้ง​​ </em><em>Refuse </em><em>ที่​ปฏิเสธการใช้สารที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ </em><em>Renewable </em><em>​เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมทั้งนำเทคโนโลยีและ </em><em>Digitalization </em><em>มาเพิ่มประสิทธิภาพภายในโรงงาน​ หรือแผนบริหารจัดการคาร์บอน ภายใต้ความร่วมมือในกลุ่ม ปตท. ทั้งการศึกษาการกักเก็บ การใช้ประโยชน์จากคาร์บอน และการแสวงหาโอกาสในธุรกิจไฮโดรเจน  ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่ไม่เพียงสร้างประโยชน์ให้กลุ่ม ปตท. แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านกระบวนการ​ผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ ที่​จะทำให้ภาคการผลิตในอุตสาหกรรม รวมทั้งประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย </em><em>Net Zero</em><em>​ ในปี </em><em>2593 </em><em>พร้อมกันได้ในที่สุด</em><em>”</em> คุณณะรงค์ศักดิ์ กล่าวย้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30395 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/13.jpg" alt="" width="1200" height="408" /></p>
<p>เห็นได้ชัดเจนว่าองค์ประกอบต่างๆ ภายในงาน <strong>GC Sustainable Living Symposium </strong><strong>2024: </strong><strong>GEN S GATHERING</strong>  สะท้อนให้เห็นถึงก้าวสำคัญในการปลุกพลังสร้างสรรค์และผสานพลัง GEN S ทุกคน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยและโลกใบนี้ให้รอดพ้นความเสี่ยงจากวิกฤตโลกเดือด จนนำมาสู่การเกิดโลกรวน ซึ่งเป็นปัญหาที่อยู่ใกล้ตัวเราทุกคนมากกว่าที่คิด โดย <strong>‘ความยั่งยืน’</strong> คือทางออกเดียวในการกู้โลกใบนี้ให้รอดพ้นจากผลกระทบที่เกิดขึ้น และไม่สามารถรอเวลาได้อีกต่อไป งานนี้จึงเป็นอีกหนึ่งการสร้างให้เกิดแรงกระเพื่อมเพื่อนำมาสู่การเปลี่ยนแปลง ทั้งจากการ​นำเสนอโซลูชันทางธุรกิจ และการหาคำตอบสำหรับการมีไลฟ์สไตล์แบบยั่งยืนได้ทุกวัน เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยและโลกใบนี้​เกิดความยั่งยืนในทุกมิติอย่างแท้จริง ​<b> </b></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/gc-sustainable-living-symposium-2024-gen-s-gathering/">ปรากฏการณ์แห่งปี ‘GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING’ ยั่งยืน = (ไม่) ยาก ถึงเวลารวมพลคนหัวใจยั่งยืน ชวน GEN S ก้าวข้ามความยาก สู่ความ ‘ยั่งยืน’ ไปด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บางจากฯ ลงนามข้อตกลงจัดหา SAF ร่วมกับเชลล์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/bangchak-enters-saf-supply-agreement-with-shell/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Nov 2024 05:48:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Mr. Tan Chee Chung]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัทบางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[การบิน]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล อีสเทิร์น เทรดดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[เชลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล อีสเทิร์น เทรดดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง​อากาศยานยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30161</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บางจากฯ) เปิดเผยว่า ได้มีการลงนามในข้อตกลงจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel &#8211; SAF) กับบริษัท เชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล อีสเทิร์น เทรดดิ้ง (เชลล์) ซึ่งตั้งอยู่ในสิงคโปร์ โดยบางจากฯ จะจัดส่ง SAF ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC EU/CORSIA ให้กับเชลล์ SAF เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับการบินที่ใช้พลังงานจากฟอสซิล ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบินได้อย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุเป้าหมายปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ระหว่างบางจากฯ และเชลล์ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการใช้ SAF บางจากฯ ผู้นำในอุตสาหกรรม SAF ของประเทศไทย ได้ประกาศแผนธุรกิจการผลิต SAF ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 และกำลังก่อสร้างหน่วยผลิต SAF ในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง กรุงเทพมหานครฯ ด้วยกำลังการผลิต 1,000,000 ลิตรต่อวัน โดยมีน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็นวัตถุดิบหลัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/bangchak-enters-saf-supply-agreement-with-shell/">บางจากฯ ลงนามข้อตกลงจัดหา SAF ร่วมกับเชลล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> (บางจากฯ) เปิดเผยว่า ได้มีการลงนามในข้อตกลงจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel &#8211; SAF) กับ<strong>บริษัท เชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล อีสเทิร์น เทรดดิ้ง</strong> (เชลล์) ซึ่งตั้งอยู่ในสิงคโปร์ โดยบางจากฯ จะจัดส่ง SAF ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC EU/CORSIA ให้กับเชลล์</p>
<p><span id="more-30161"></span></p>
<p>SAF เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับการบินที่ใช้พลังงานจากฟอสซิล ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบินได้อย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุเป้าหมายปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ระหว่างบางจากฯ และเชลล์ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการใช้ SAF</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30176 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/BangChak-Shell1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>บางจากฯ ผู้นำในอุตสาหกรรม SAF ของประเทศไทย ได้ประกาศแผนธุรกิจการผลิต SAF ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 และกำลังก่อสร้างหน่วยผลิต SAF ในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง กรุงเทพมหานครฯ ด้วยกำลังการผลิต 1,000,000 ลิตรต่อวัน โดยมีน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็นวัตถุดิบหลัก คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568</p>
<p><strong>นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &#8220;ข้อตกลงนี้เป็นเครื่องตอกย้ำวิสัยทัศน์ของบางจากฯ ในการรังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว การร่วมงานกับพันธมิตรที่มีความน่าเชื่อถืออย่างเชลล์ทำให้เราสามารถขยายขอบข่ายการดำเนินงานในการผลิตเชื้อเพลิงการบินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือนี้เป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปีค.ศ. 2050 ในขณะที่เรายังคงมุ่งมั่นบุกเบิกนวัตกรรมพลังงานที่ยั่งยืนเพื่อขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30178 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/BangChak-Shell3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Mr. Tan Chee Chung</strong> ประธานบริษัท เชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล อีสเทิร์น เทรดดิ้ง (เชลล์) กล่าวเสริมว่า “เชลล์และบางจากฯ มีความร่วมมืออันยาวนานและใกล้ชิดในประเทศไทย ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นความสัมพันธ์นี้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง”</p>
<p>ข้อตกลงนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของบางจากฯ และเชลล์ในการส่งเสริมความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบิน โดยการผสานความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของทั้งสององค์กร ซึ่งจะช่วยตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของน้ำมันอากาศยานที่ยั่งยืนและร่วมสนับสนุนอนาคตคาร์บอนต่ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30179 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Bangchak-Saf1.jpg" alt="" width="1200" height="654" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/bangchak-enters-saf-supply-agreement-with-shell/">บางจากฯ ลงนามข้อตกลงจัดหา SAF ร่วมกับเชลล์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
