<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Sari &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/sari/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 13 Oct 2022 11:35:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Sari &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ชุบชีวิต &#8216;ส่าหรีเก่า&#8217; เพิ่มคุณค่าห่วงโซ่ความยั่งยืน พร้อมโอกาสแฟชั่นอินเดียแจ้งเกิดเวทีโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/upcycle-sari-to-value-chain-of-sustainable-fashion/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Oct 2022 11:35:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[I was a Sari]]></category>
		<category><![CDATA[Quality of life]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Sari]]></category>
		<category><![CDATA[Sari for Change]]></category>
		<category><![CDATA[Sari Knot Sari]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชมุชน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่าหรี]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15032</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชุดเสื้อผ้าประจำชาติอินเดียอย่าง &#8216;ส่าหรี&#8217; ซึ่งเป็นผ้าผืนยาวต่อเนื่องกว่า 6 หลา ​ซึ่งหญิงสาวชาวอินเดียทุกคนต้องเคยสวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน หรือตามโอกาสเทศกาลสำคัญต่างๆ และในบางครั้งเสื้อผ้าเหล่านี้ยังได้กลายเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นแม่ไปสู่รุ่นลูกอีกด้วย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบันไม่ได้มีการใช้ประโยชน์จากส่าหรีมากเหมือนเมื่อก่อน มีเพียงการใส่ไปงานตามโอกาสต่างๆ ขณะที่บรรดาผู้หญิงยังคงซื้อส่าหรีเก็บไว้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่สวมใส่บ่อยเหมือนคนรุ่นก่อนๆ ทำให้ผ้าส่าหรีที่ใช้ในโอกาสเพียงเล็กน้อย ถูกโยนทิ้งและจบลงในหลุมฝังกลบมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดมลภาวะในดินและอากาศ ทั้งนี้ คาดการณ์จำนวนส่าหรีที่มีอย่างมหาศาล เฉพาะแค่ตลาดส่าหรีในประเทศอินเดียเพียงแห่งเดียว ก็มีขนาดมูลค่าถึงปีละ 4 แสนล้านรูปี หรือกว่า 5 พันล้านดอลลาร์  และพบว่ามีการทิ้งชุดส่าหรีสูงถึงหลักพันรายการในแต่ละวัน ทำให้ผู้ประกอบการอย่าง Sari Knot Sari, I was a Sari​ และ Sari for Change พยายามมองหา​วิธีการนำผ้าส่าหรีเก่าของหญิงชาวอินเดียมาสร้างคุณค่าใหม่ เพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานให้หลากหลายมากขึ้น​​ แทนการแขวนไว้ในตู้เฉยๆ หรือสุดท้ายจะกลายเป็นขยะแฟชั่นจำนวนมหาศาล รวมทั้งยังทำให้ส่าหรีเป็นที่รู้จักและสามารถขยายโอกาสในตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำไปตัดเย็บเป็นผ้าคลุมไหล่ และชุดกิโมโน ตามสไตล์ของ Sari for Change ​ ขณะที่ Sari Knot Sari [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/upcycle-sari-to-value-chain-of-sustainable-fashion/">ชุบชีวิต &#8216;ส่าหรีเก่า&#8217; เพิ่มคุณค่าห่วงโซ่ความยั่งยืน พร้อมโอกาสแฟชั่นอินเดียแจ้งเกิดเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ชุดเสื้อผ้าประจำชาติอินเดียอย่าง<strong> &#8216;ส่าหรี&#8217;</strong> ซึ่งเป็นผ้าผืนยาวต่อเนื่องกว่า 6 หลา ​ซึ่งหญิงสาวชาวอินเดียทุกคนต้องเคยสวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน หรือตามโอกาสเทศกาลสำคัญต่างๆ</p>
<p><span id="more-15032"></span></p>
<p>และในบางครั้งเสื้อผ้าเหล่านี้ยังได้กลายเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นแม่ไปสู่รุ่นลูกอีกด้วย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบันไม่ได้มีการใช้ประโยชน์จากส่าหรีมากเหมือนเมื่อก่อน มีเพียงการใส่ไปงานตามโอกาสต่างๆ</p>
<p>ขณะที่บรรดาผู้หญิงยังคงซื้อส่าหรีเก็บไว้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่สวมใส่บ่อยเหมือนคนรุ่นก่อนๆ ทำให้ผ้าส่าหรีที่ใช้ในโอกาสเพียงเล็กน้อย ถูกโยนทิ้งและจบลงในหลุมฝังกลบมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดมลภาวะในดินและอากาศ</p>
<p>ทั้งนี้ คาดการณ์จำนวนส่าหรีที่มีอย่างมหาศาล เฉพาะแค่ตลาดส่าหรีในประเทศอินเดียเพียงแห่งเดียว ก็มีขนาดมูลค่าถึงปีละ 4 แสนล้านรูปี หรือกว่า 5 พันล้านดอลลาร์  และพบว่ามีการทิ้งชุดส่าหรีสูงถึงหลักพันรายการในแต่ละวัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15034 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/Sari2.jpg" alt="" width="1200" height="907" /></p>
<p>ทำให้ผู้ประกอบการอย่าง <strong>Sari Knot Sari, I was a Sari</strong>​ และ<strong> Sari for Change </strong>พยายามมองหา​วิธีการนำผ้าส่าหรีเก่าของหญิงชาวอินเดียมาสร้างคุณค่าใหม่ เพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานให้หลากหลายมากขึ้น​​ แทนการแขวนไว้ในตู้เฉยๆ หรือสุดท้ายจะกลายเป็นขยะแฟชั่นจำนวนมหาศาล รวมทั้งยังทำให้ส่าหรีเป็นที่รู้จักและสามารถขยายโอกาสในตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำไปตัดเย็บเป็นผ้าคลุมไหล่ และชุดกิโมโน ตามสไตล์ของ Sari for Change ​</p>
<p>ขณะที่ Sari Knot Sari ได้ทำงานร่วมกับทีมดีไซเนอร์ ในนิวเดลีเพื่อเปลี่ยนผ้าส่าหรีแบบเก่าให้เป็นแจ็กเก็ต เสื้อกั๊ก เสื้อปอนโช และหรือชุดเดรส  รวมไปถึง​กิจการเพื่อสังคมอย่าง I was a Sari ก็มีการนำผ้าส่าหรีเก่าไปตัดเย็บเป็นเป้สะพายหลัง ต่างหู หรือชุดไปงานเลี้ยง รวมไปถึงชุดนอนสำหรับลูกค้าในยุโรป</p>
<p>ที่สำคัญการนำผ้าส่าหรีเก่าไป Upcycle ในธุรกิจแฟชั่นยังสนับสนุนแนวทาง Sustainable Fashion เพราะลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ทั้งลดการใช้น้ำที่มีการใช้ในอุตสาหกรรมแฟชั่นเฉลี่ยนกว่า 1.5 ล้านล้านลิตรในแต่ละปี รวมท้ังมีสัดส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 10% ของการปล่อย CO2 ทั่วทั้งโลก ตามรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จัดตั้งขึ้นโดยสหประชาชาติ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-15035 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/sari3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้การนำผ้าส่าหรีเก่ามาใช้ประโยชน์อื่นๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมอินเดีย เพราะก่อนหน้านี้มีการนำผ้าส่าหรีไปทำเป็นผ้าห่ม ปลอกหมอน ผ้าเช็ดจาน เสื้อคลุม กระโปรง สำหรับเด็ก หรือแม้แต่ไปทำผ้าอ้อมรวมทั้งสายไกวเปลสำหรับทารก  แต่การนำไปต่อยอดในวงการแฟชั่นทำให้เพิ่มโอกาสในการใช้งาน และสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังลดจำนวนขยะจากกลุ่มแฟชั่นได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><strong>ปรียา โมฮัน</strong> ผู้ก่อตั้ง <strong>Sari Knot Sari</strong> ซึ่งเป็นชาวแคนาดาเชื้อสายอินเดียรุ่นที่สี่ ทำงานร่วมกับทีมดีไซเนอร์ในนิวเดลีเพื่อแปลงส่าหรีเก่าให้เป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ และสวมใส่ได้หลากหลายโอกาสมากขึ้น​ มองว่า การต่อยอดในวงการปฟชั่น ทำให้ผ้าส่าหรี​สามารถส่งต่อวัฒนธรรมของอินเดียไปสู่โลกภายนอก เพราะสินค้าได้รับความสนใจจากร้านบูติกทั่วโลก ตั้งแต่ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ และยุโรปตะวันตก</p>
<p><strong>นิกิ โกเมซ</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ<strong> I was a Sari</strong> กล่าวว่า &#8220;การผลิตเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จากผ้าส่าหรีทำให้ทุกคนมีโอกาสได้เพลิดเพลินกับภาพพิมพ์และสีสันที่สวยงามเหล่านี้ โดยไม่ต้องสวมส่าหรีจริงๆ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-15033 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/Sari1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>รายา เอ็ดเวิร์ดส์</strong>  ผู้ก่อต้ัง <strong>Sari for Change</strong> ​กล่าวว่า พลเมืองโลกและผู้บริโภครุ่นใหม่ใส่ใจประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และใช้เป็นเหตุผลหนึ่งในการตัดสินใจซื้อ รวมทั้งข้อมูลที่มาที่ไปของสินค้าต่างๆ ซึ่งการนำส่าหรีเก่าของ Sari for Change มาใช้ ไม่ได้ช่วยแค่สิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยเหลือชุมชนและสนับสนุนกลุ่มช่างแรงงานฝีมือที่ทางแบรนด์ได้ว่าจ้างให้มาช่วยตัดเย็บเพื่อสร้างรายได้ รวมทั้งกลุ่มฝึกอบรมและจ้างงานในอินเดียอย่าง SETU Fair Trade ของอินเดียฝึกอบรมและจ้างช่างฝีมือมากกว่า 7,000 คนใน 16 รัฐของอินเดีย  ซึ่งส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ยากจน ส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ ถูกกดขี่ที่บ้าน และไม่มีทักษะในการหางานทำที่ไหนเลย แต่สามารถสร้างอาชีพเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองได้จากการขับเคลื่อน Ecosystem ของผ้าส่าหรีเก่านี้</p>
<p><a href="https://asia.nikkei.com/Life-Arts/Arts/Old-saris-new-purpose-Upcycling-clothing-and-lives" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/upcycle-sari-to-value-chain-of-sustainable-fashion/">ชุบชีวิต &#8216;ส่าหรีเก่า&#8217; เพิ่มคุณค่าห่วงโซ่ความยั่งยืน พร้อมโอกาสแฟชั่นอินเดียแจ้งเกิดเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
