<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SCG – DMCR Litter Trap: Generation 1 &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/scg-dmcr-litter-trap-generation-1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 16 Jun 2021 05:53:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>SCG – DMCR Litter Trap: Generation 1 &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SCG เดินหน้าพิทักษ์ทะเลแบบบูรณาการจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อวิถีมนุษย์ที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/06/scg-integration-protect-the-sea/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Jun 2021 05:51:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG – DMCR Litter Trap: Generation 1]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนคัดแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุ่นกักขยะลอยน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[วันทะเลโลก "รู้รักษามหาสมุทร เพื่อวิถีมนุษย์ที่ยั่งยืน"]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิด ESG]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ฟาร์มลอย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9415</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี ขานรับวันทะเลโลกปี 2564 จากคำขวัญ “การรักษามหาสมุทร เพื่อวิถีมนุษย์ที่ยั่งยืน” สู่การปฏิบัติที่เน้นการบูรณาการจากต้นทางถึงปลายทาง นั่นคือ เริ่มจากการจัดการขยะบนบกให้ถูกต้องตามวิถีชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ &#8211; ป้องกันขยะหลุดรอดลงทะเลด้วยนวัตกรรมทุ่นกักขยะลอยน้ำ – เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพด้วยนวัตกรรมบ้านปลา ทั้งนี้เอสซีจีมุ่งคิดค้นพัฒนานวัตกรรมที่ประยุกต์วัสดุพลาสติกที่มีความแข็งแรง ทนทานชนิดพิเศษ เพื่อตอบโจทย์การกักขยะในแม่น้ำลำคลองก่อนไหลลงสู่ท้องทะเล โดยได้ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนกลายมาเป็นนวัตกรรม “ทุ่นกักขยะลอยน้ำ” รุ่น 1 (SCG – DMCR Litter Trap: Generation 1) ซึ่งได้นำท่อชนิด PE100 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาทำงานร่วมกับวัสดุคล้ายเสื้อชูชีพ สามารถรองรับขยะได้กว่า 700 กิโลกรัม เพื่อนำไปติดตั้งบริเวณแม่น้ำลำคลอง “เอสซีจีดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ธุรกิจยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) ที่มุ่งดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม อย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อให้ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/06/scg-integration-protect-the-sea/">SCG เดินหน้าพิทักษ์ทะเลแบบบูรณาการจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อวิถีมนุษย์ที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>เอสซีจี ขานรับวันทะเลโลกปี 2564 จากคำขวัญ “การรักษามหาสมุทร เพื่อวิถีมนุษย์ที่ยั่งยืน” สู่การปฏิบัติที่เน้นการบูรณาการจากต้นทางถึงปลายทาง นั่นคือ เริ่มจากการจัดการขยะบนบกให้ถูกต้องตามวิถีชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ &#8211; ป้องกันขยะหลุดรอดลงทะเลด้วยนวัตกรรมทุ่นกักขยะลอยน้ำ – เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพด้วยนวัตกรรมบ้านปลา</h4>
<p><span id="more-9415"></span></p>
<p>ทั้งนี้เอสซีจีมุ่งคิดค้นพัฒนานวัตกรรมที่ประยุกต์วัสดุพลาสติกที่มีความแข็งแรง ทนทานชนิดพิเศษ เพื่อตอบโจทย์การกักขยะในแม่น้ำลำคลองก่อนไหลลงสู่ท้องทะเล โดยได้ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนกลายมาเป็นนวัตกรรม “ทุ่นกักขยะลอยน้ำ” รุ่น 1 (SCG – DMCR Litter Trap: Generation 1) ซึ่งได้นำท่อชนิด PE100 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาทำงานร่วมกับวัสดุคล้ายเสื้อชูชีพ สามารถรองรับขยะได้กว่า 700 กิโลกรัม เพื่อนำไปติดตั้งบริเวณแม่น้ำลำคลอง</p>
<figure id="attachment_9417" aria-describedby="caption-attachment-9417" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-9417" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/SCG-6.jpg" alt="" width="600" height="400" /><figcaption id="caption-attachment-9417" class="wp-caption-text">“ทุ่นกักขยะลอยน้ำ” รุ่น 1 (SCG – DMCR Litter Trap: Generation 1)</figcaption></figure>
<p>“เอสซีจีดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ธุรกิจยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) ที่มุ่งดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม อย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อให้ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน โดยเอสซีจีได้ร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานภาครัฐ ดูแลชายฝั่งทะเลระยองมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ด้วยการใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญของธุรกิจมาพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคม ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ซึ่ง “ทุ่นกักขยะลอยน้ำ” เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ออกแบบเพื่อช่วยจัดการปัญหาขยะที่หลุดรอดลงทะเล โดยได้ออกแบบให้ทนต่อสภาพดินฟ้าและอากาศ ซึ่งได้นำทุ่นกักขยะรุ่นที่ 1 ไปวางจุดแรกที่ปากน้ำ จ.สมุทรสาคร และ จ.ระยอง พบว่า มีประสิทธิภาพมาก สามารถกักขยะไว้ในทุ่นได้จำนวนมาก” <strong>น้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์และกิจการเพื่อสังคม ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>“ทุ่นกักขยะลอยน้ำ” เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong></span></p>
<p>การทำงานด้านนวัตกรรมไม่เคยสิ้นสุด เอสซีจียังคงเดินหน้าพัฒนาทุ่นกักขยะลอยน้ำให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น โดยรับฟังข้อคิดเห็นจากกลุ่มผู้ทำงานในพื้นที่ และจากการสำรวจหน้างานด้วยตนเอง พบว่า ตัวทุ่นลอยน้ำที่ทำหน้าที่คล้ายชูชีพใน Litter Trap รุ่นที่ 1 ไม่สามารถทนแดดทนฝนได้นาน ทำให้ต้องคอยเปลี่ยนวัสดุใหม่บ่อย ๆ จึงนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรม “ทุ่นกักขยะลอยน้ำ จาก HDPE-Bone” (SCG-DMCR Litter Trap Generation 2)</p>
<figure id="attachment_9418" aria-describedby="caption-attachment-9418" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-9418" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/SCG1.jpg" alt="" width="650" height="434" /><figcaption id="caption-attachment-9418" class="wp-caption-text">ทุ่นกักขยะลอยน้ำ Generation 2</figcaption></figure>
<p>โดยประยุกต์ทุ่นที่เอสซีจีออกแบบเพื่อใช้กับโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำสำหรับผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ (Floating Solar) มาทดลองใช้กับทุ่นกักขยะ ทำให้มีคุณสมบัติทนต่อกระแสน้ำ ทนแสงแดดได้ในระยะยาว และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงช่วยให้ทุ่นกักขยะรุ่นใหม่ตอบโจทย์การใช้งานได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประกอบง่าย สะดวกในการขนย้าย และหากเสื่อมสภาพหรือได้รับความเสียหายยังสามารถนำมารีไซเคิลได้ทั้งหมดอีกด้วย</p>
<p>ปัจจุบัน เอสซีจี ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ติดตั้งทุ่นกักขยะลอยน้ำรวมกว่า 37 ชุด ใน 17 จังหวัด สามารถลดปริมาณขยะลงสู่ทะเลได้กว่า 71 ตัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>พลังจาก 3 ฝ่าย ปัจจัยความสำเร็จจัดการปัญหาขยะ</strong></span></p>
<p>ภารกิจด้านจัดการขยะท้องทะเลไม่อาจจะทำได้เพียงข้ามวัน หรือจบเพียงแค่ผลิตทุ่นกักขยะ แต่ยังต้องอาศัยกลไกความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จะเป็นผู้สำรวจข้อมูลพื้นที่ กำหนดจุดติดตั้ง ส่วนชุมชนในพื้นที่ช่วยจัดการขยะที่กักได้จากทุ่นฯ เพื่อนำไปคัดแยกและนำไปใช้ประโยชน์ต่อ เช่น ขยะอินทรีย์นำไปทำเป็นปุ๋ย พลาสติกใช้แล้วหรือวัสดุที่รีไซเคิลได้ ไปจำหน่ายสร้างรายได้ เป็นต้น</p>
<figure id="attachment_9419" aria-describedby="caption-attachment-9419" style="width: 601px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-9419" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/SCG-3.jpg" alt="" width="601" height="451" /><figcaption id="caption-attachment-9419" class="wp-caption-text">วิชัย มณีเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จ.ระยอง</figcaption></figure>
<p>“กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้รับความร่วมมือทั้งจากเอสซีจี และชุมชนในพื้นที่ โดยร่วมกันตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา พัฒนานวัตกรรม จนไปถึงการลงมือแก้ไข โดยหลังจากที่ทาง ทช. ติดตั้งทุ่นกักขยะในแต่ละพื้นที่แล้ว จะมีการสร้างการมีส่วนร่วมด้วยการดึงชุมชนเข้ามาร่วมเก็บขยะ และคัดแยกตามระบบสากล ICC (International Coastal Cleanup) ด้วยการชั่งน้ำหนักขยะ พร้อมจดบันทึก เพื่อวิเคราะห์ว่าส่วนใหญ่แล้วขยะที่เกิดขึ้นในพื้นที่คือชนิดอะไร มากน้อยแค่ไหน นำไปสู่การบริหารจัดการร่วมกันต่อไป”<strong> วิชัย มณีเนตร</strong> ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 จ.ระยอง กล่าว</p>
<p>เพื่อแก้ปัญหาอย่างบูรณาการและยั่งยืน เอสซีจี ได้ช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการคัดแยกขยะ และช่วยหาแหล่งปลายทางของขยะให้กับชุมชนด้วย หนึ่งในชุมชนที่เอสซีจีได้ร่วมขับเคลื่อน คือ กลุ่มวิสาหกิจอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำระยองและป่าชายเลน จ.ระยอง ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของชุมชนที่อยู่ใกล้ปากน้ำ เพื่อนำขยะที่รีไซเคิลได้ไปจำหน่ายเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป เช่น ขวดแก้ว ขวดพลาสติก กระป๋อง ในขณะเดียวกัน เอสซีจีได้สนับสนุนให้ชุมชนรู้จักการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง จนได้รับการยกระดับให้เป็น “ศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะ” สร้างวิถีชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ ภายในชุมชน สร้างมุมมองใหม่ให้เห็นคุณค่าของขยะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9420 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/SCG-7.jpg" alt="" width="607" height="311" /></p>
<p><strong>กนกกร จำปาทอง</strong> ประธานวิสาหกิจอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำระยองและป่าชายเลน เผยว่า “เพราะท้องถิ่นใคร ใครก็ต้องรัก เราต้องใช้ชีวิตและทำมาหากินอยู่ที่นี่ เราเห็นในน้ำมีขยะที่มากขึ้นทุกวัน จึงเกิดการรวมตัวกันจากจิตสำนึกของพวกเรา โดยกลุ่มอาสาสมัครจะนัดกันในวันที่น้ำขึ้น เพราะจะมีขยะเข้าในติดในทุ่นอย่างแน่นอน แล้วจึงเอาเรือออกไปและใช้สวิงช้อนขยะจากในทุ่นกักขยะใส่ตะกร้า และนำมาคัดแยกบนบก แต่ละครั้งสามารถเก็บขยะได้มากกว่า 500 กิโลกรัม ซึ่งช่วยทุ่นแรงเป็นอย่างดี เพราะไม่ต้องไปพายเรือเก็บตามข้างทางเหมือนเมื่อก่อน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>ความร่วมมือระดับโลก</strong></span></p>
<p>จากความพยายามและความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วน สู่การขยายเครือข่ายระดับโลกอย่าง The Ocean Cleanup ซึ่งมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยป้องกันขยะจากแม่น้ำไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทร จากประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยจะนำ The InterceptorTM มาติดตั้งในแม่น้ำเจ้าพระยาสำหรับดักจับขยะก่อนไหลลงสู่ทะเล ความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้ประเทศไทยสามารถเก็บข้อมูลขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เพื่อนำไปศึกษาความเป็นไปได้ในการนำขยะจากแม่น้ำมาสร้างประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</p>
<figure id="attachment_9421" aria-describedby="caption-attachment-9421" style="width: 603px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9421" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/SCG-2.jpg" alt="" width="603" height="524" /><figcaption id="caption-attachment-9421" class="wp-caption-text">น้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์และกิจการเพื่อสังคม ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี</figcaption></figure>
<p>“ข้อดีของการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือ คือ ทำให้เกิด Impact มากขึ้น และ Speed ดีขึ้น เราสามารถนำความเก่งและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาต่อยอดซึ่งกันและกันยั่งยืน เช่น ทาง ทช. มีบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรธรรมชาติหลายด้าน ส่วนเอสซีจีมีวัสดุและนวัตกรรมที่ช่วยตอบโจทย์ ชุมชนมีพลังขับเคลื่อนภายในพื้นที่ ผนวกกับเครือข่ายการทำงานทั้งในและต่างประเทศ เมื่อนำมาบูรณาการร่วมกัน จะช่วยให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นอย่างยั่งยืน ” น้ำทิพย์ กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล</strong></span></p>
<p>โครงการบ้านปลาเอสซีจี พื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลกว่า 47 ตารางกิโลเมตร ก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลกว่า 172 ชนิด ด้วยโครงสร้างบ้านปลาที่ถูกคิดค้นออกแบบมาอย่างดี ประกอบกับการใช้ท่อ PE100 ที่ปลอดภัยและมีพื้นผิวเอื้อต่อการอาศัยของสัตว์น้ำทั้งเพรียงและหอย ส่งผลให้บ้านปลาถูกปกคลุมไปด้วยสัตว์น้ำมากมาย ปลาน้อยใหญ่เข้ามาใช้เป็นแหล่งพักอาศัยและหลบภัย การเพิ่มขึ้นของปริมาณสัตว์น้ำอย่างสมดุล ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง สร้างสมดุลสู่ระบบนิเวศ และเป็นเสมือนคลังทรัพยากรในทะเลที่ชาวประมงสามารถทำมาหากินได้อย่างยั่งยืนชั่วลูกชั่วหลาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9422 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/06/SCG-12.jpg" alt="" width="615" height="410" /></p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>หากเราจะรักษา “ทะเล” ให้คงความสวยงาม และเป็นแหล่งทรัพยากรอันทรงคุณค่าสู่รุ่นต่อ ๆ ไป เราต้องปิดฉากขยะทะเลที่รุ่นของเรา ด้วยวิถีชีวิตใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนความคิดจาก Me เป็น We มองเรื่องส่วนรวมก่อนเรื่องส่วนตัว เรื่องเล็ก ๆ ใกล้ ๆ ตัว เช่น การคัดแยกขยะในบ้าน การทิ้งขยะให้ถูกที่ แต่ผลลัพธ์ช่างยิ่งใหญ่ เปลี่ยนโลกใบนี้ได้ด้วยสองมือเรา</strong></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/06/scg-integration-protect-the-sea/">SCG เดินหน้าพิทักษ์ทะเลแบบบูรณาการจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อวิถีมนุษย์ที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
