<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SCG Green Choice &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/scg-green-choice/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 08 Dec 2024 07:56:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>SCG Green Choice &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ศุภาลัย ผนึกกำลัง “วินด์เซอร์” ชูนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากไวนิล มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตด้วย “Ultimate Protection” ให้ทุกบ้านอยู่สบาย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/supalai-windsor-drive-eco-construction-ultimate-protection/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Dec 2024 07:56:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[green product]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[Ultimate Protection]]></category>
		<category><![CDATA[WINDSOR]]></category>
		<category><![CDATA[WINDSOR for Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้างรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วินด์เซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[อภิชาติ พรวรนันท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30755</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร “วินด์เซอร์” (WINDSOR) ผู้นำตลาดประตูหน้าต่างไวนิล จากบริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ชูนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากไวนิล ปูพรมกว่า 78 โครงการบ้านของศุภาลัยทั่วประเทศ จับมือเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน พร้อมยกระดับบ้านอยู่สบาย ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน์ด้วย “Ultimate Protection” ที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน ฝุ่น เสียง และการรั่วซึมได้มากขึ้น พร้อมก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศุภาลัย ประกาศความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัสดุและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง มาตรฐานดี และมีความปลอดภัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า อีกทั้งยังสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% ภายในปี 2573 โดยเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/supalai-windsor-drive-eco-construction-ultimate-protection/">ศุภาลัย ผนึกกำลัง “วินด์เซอร์” ชูนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากไวนิล มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตด้วย “Ultimate Protection” ให้ทุกบ้านอยู่สบาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร <strong>“วินด์เซอร์” (WINDSOR)</strong> ผู้นำตลาดประตูหน้าต่างไวนิล จากบริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ชูนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากไวนิล ปูพรมกว่า 78 โครงการบ้านของศุภาลัยทั่วประเทศ</p>
<p><span id="more-30755"></span></p>
<p>จับมือเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน พร้อมยกระดับบ้านอยู่สบาย ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน์ด้วย “Ultimate Protection” ที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน ฝุ่น เสียง และการรั่วซึมได้มากขึ้น พร้อมก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล</strong> รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศุภาลัย ประกาศความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัสดุและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง มาตรฐานดี และมีความปลอดภัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า อีกทั้งยังสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% ภายในปี 2573 โดยเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน การออกแบบที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้วัสดุ Green Product รวมไปถึงการพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง รวมถึงการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยสีเขียวและก้าวสู่การเป็นองค์กร Zero Waste แบบครบวงจร”</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30758 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/SPW3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ศุภาลัย ยังได้ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่อยู่อาศัยร่วมกัน โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ศึกษา และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพ สามารถนำไปใช้จริง โดยร่วมกับ “วินด์เซอร์” (WINDSOR) ผู้นำตลาดประตูหน้าต่างไวนิล ในกลุ่มธุรกิจ SCGC เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบประตูและหน้าต่าง สามารถลดการใช้พลังงานในการผลิต ส่งผลให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงไปด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยลดการเกิดเศษวัสดุเหลือจากกระบวนการประกอบ โดย ศุภาลัยได้คัดสรรเลือกใช้ประตูหน้าต่างไวนิลวินด์เซอร์ ตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน ยาวนานนับหลายสิบปีที่ ผ่านมา จึงมั่นใจได้ว่าบ้านทั่วประเทศของศุภาลัยที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์จาก “วินด์เซอร์” นั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความมุ่งมั่นของศุภาลัยในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่ดีและอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน</p>
<p><strong>นายอภิชาติ พรวรนันท์</strong> ผู้จัดการฝ่ายขายโครงการ และ Profiles Business Sponsor บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด ในกลุ่มธุรกิจ SCGC กล่าวว่า “จากสภาวะโลกเดือดที่เป็นปัญหาสำคัญของโลกในขณะนี้ ทุกภาคส่วนต่างตระหนักและร่วมมือกันเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว สำหรับวินด์เซอร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทาง ESG จาก SCGC ได้มุ่งส่งเสริมความยั่งยืนด้วยวัสดุประตูหน้าต่างไวนิลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้วิสัยทัศน์ “WINDSOR for Sustainability” โดยเดินหน้าพัฒนากระบวนการผลิตประตูหน้าต่างไวนิล ในรูปแบบ “Pre-cut” ที่มีเฉพาะในแบรนด์วินด์เซอร์ ทำให้ไม่เกิดเศษเหลือในกระบวนการประกอบ (Zero Waste) ผ่านการรับรองจาก SCG Green Choice รวมทั้งได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุต พริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP) และฉลากลดโลกร้อน (CFR) จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานในการผลิตที่ลดลงได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ SCGC ที่มุ่งเน้นเรื่อง Low Waste, Low Carbon พร้อมทั้งตอบโจทย์แนวทางการสร้างบ้านของศุภาลัยที่มุ่งมั่นเลือกใช้สินค้าคุณภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้าน ควบคู่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-30757 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/SPW2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ทุก ๆ การใช้ประตูหน้าต่างไวนิลวินด์เซอร์ในบ้าน 1 หลังของโครงการศุภาลัย ด้วยการใช้กระบวนการประกอบในรูปแบบ Pre-cut สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 39 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ (kgCO2) เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 5 ต้น ตอบโจทย์เจ้าของบ้านสายกรีนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ทางศุภาลัยได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์กรอบประตูหน้าต่างของวินด์เซอร์ในโครงการต่าง ๆ กว่า 78 แห่งทั่วประเทศ รวมพื้นที่หน้าต่างโครงการคิดเป็นปริมาณ CO2 ที่ลดลงกว่า 194,062 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ (kgCO2) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 22,612 ต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-30759 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/SPW4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนแล้ว วินด์เซอร์ยังพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับบ้านอยู่สบาย ด้วยคุณสมบัติ “Ultimate Protection” ที่พัฒนาให้มีคุณสมบัติเพื่อปกป้องบ้านและผู้อยู่อาศัยจากสิ่งรบกวน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งในแง่ฟังก์ชันและดีไซน์ ให้บ้าน “เงียบกว่า” เมื่อเทียบกับการใช้บานอลูมิเนียมทั่วไปถึง 40% โดยสามารถลดทอนเสียงรบกวนจากภายนอกสู่ภายในบ้านได้ถึง 32 เดซิเบล นอกจากนี้ ยัง “เย็นกว่า” ด้วยประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน จึงช่วยประหยัดการใช้พลังงานในระยะยาว ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 9,144 บาทต่อปี “ปลอดฝุ่นกว่า” สามารถป้องกันมลภาวะและฝุ่น PM2.5 จากภายนอกเข้าสู่ตัวบ้านได้ถึง 3 เท่า เพื่อสุขภาวะที่ดี และ “มั่นใจกว่า” ป้องกันการรั่วซึมของน้ำและอากาศ ต้านทานแรงลมได้ดี ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน พร้อมรองรับทั้งบ้านพักอาศัยและงานอาคารสูง<br />
สอบถามรายละเอียดและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์วินเซอร์ได้ที่ www.windsor.co.th, LINE OA : @windsorofficial, TikTok : @windsorofficial หรือติดต่อ Call Center: 02-555-0333</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/supalai-windsor-drive-eco-construction-ultimate-protection/">ศุภาลัย ผนึกกำลัง “วินด์เซอร์” ชูนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากไวนิล มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตด้วย “Ultimate Protection” ให้ทุกบ้านอยู่สบาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ เน้นแข็งแรง​ยั่งยืนได้​​ระยะยาว พร้อมปรับโฟกัสพอร์ตใหม่ เลิก &#8216;แมวดำ&#8217; เลี่ยงแข่งสงครามราคา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/5-keys-drive-scg-in-second-half-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jul 2024 15:44:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[inclusive]]></category>
		<category><![CDATA[Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Most Valuable Asset]]></category>
		<category><![CDATA[S Curve]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Express]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ครึ่งปีหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แมวดำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27617</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจในระยะยาว พร้อมรีโฟกัส ​ถอน &#8216;แมวดำ&#8217; จากพอร์ตโฟลิโอ ​​เลิกแข่งในตลาดที่ไม่แข็งแรง​ และสร้างความแตกต่างไม่ได้ แต่ยังหนุนสร้างนวัตกรรมใหม่ให้องค์กรต่อเนื่อง คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทมีผลประกอบการ​ไตรมาส 2 ​ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของเอสซีจี เคมิคอลส์ กำลังซื้อในตลาดอาเซียนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมทั้งมีรายได้เงินปันผลรับจากการลงทุนในธุรกิจอื่น โดยมีรายได้ 128,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า มีผลกำไรกว่า 3,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่วนรายได้ภาพรวมช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 252,461 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน แบ่งเป็นสัดส่วนจากแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ เอสซีจี เคมิคอลส์ 39% เอสซีจีพี 27% เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน 16% เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิงและเอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/5-keys-drive-scg-in-second-half-2024/">เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ เน้นแข็งแรง​ยั่งยืนได้​​ระยะยาว พร้อมปรับโฟกัสพอร์ตใหม่ เลิก &#8216;แมวดำ&#8217; เลี่ยงแข่งสงครามราคา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจในระยะยาว พร้อมรีโฟกัส ​ถอน &#8216;แมวดำ&#8217; จากพอร์ตโฟลิโอ ​​เลิกแข่งในตลาดที่ไม่แข็งแรง​ และสร้างความแตกต่างไม่ได้ แต่ยังหนุนสร้างนวัตกรรมใหม่ให้องค์กรต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-27617"></span></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทมีผลประกอบการ​ไตรมาส 2 ​ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของเอสซีจี เคมิคอลส์ กำลังซื้อในตลาดอาเซียนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมทั้งมีรายได้เงินปันผลรับจากการลงทุนในธุรกิจอื่น โดยมีรายได้ 128,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า มีผลกำไรกว่า 3,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่วนรายได้ภาพรวมช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 252,461 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน แบ่งเป็นสัดส่วนจากแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ เอสซีจี เคมิคอลส์ 39% เอสซีจีพี 27% เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน 16% เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิงและเอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล 13% และเอสซีจี เดคคอร์  5%</p>
<p><em>“ในครึ่งปีแรกนี้ทุกกลุ่มธุรกิจมีการปรับตัวที่ดีขึ้น มีเพียงกลุ่มเคมีคัลที่​ได้รับผลกระทบจากวัฏจักรขาลงของ​อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งส่งผลกระทบไปทั้งโลก โดยมียอดขายจากการพัฒนาสินค้าใหม่ (New Products Development – NPD)​ 38,690 ล้านบาท คิดเป็น 20% กลุ่มนวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High-Value Added Products &amp; Services – HVA) 77,037 ล้านบาท คิดเป็น 39% และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SCG Green Choice ​ยอดขาย 136,124 ล้านบาท คิดเป็น 54% ​ทั้งนี้​ มีรายได้จากธุรกิจในประเทศ รวมทั้งการส่งออก ในครึ่งปีแรกนี้ 111,367 ล้านบาท หรือ 44 ของยอดขายโดยรวม ขณะที่เป้าหมายในสิ้นปีนี้จากที่เคยตั้งเป้าเติบโตไว้ 20% แต่มีปัญหาความล่าช้าของโครงการ <strong>ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ </strong>ที่คาดว่าจะขยับมาเดินเครื่องได้ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ทำให้กระทบต่อเป้าหมายที่วางไว้ แต่เชื่อว่าจะสามารถผลักดันการเติบโตได้อย่างน้อยราว 10%&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27618 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้​ยังมีปัจจัยลบที่ต้องเผชิญและเฝ้าระวัง​​​ทั้ง ความตึงเครียดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การ​แข่งขันสูงจากสินค้านำเข้าจากจีน เศรษฐกิจในประเทศ​ที่ฟื้นตัวช้า จากกำลังซื้อที่อ่อนแอในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย ทำให้การดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีจึงยังคงต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เอสซีจีจึงให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแรง โดยได้วาง 5 กลยุทธ์ เพื่อเร่งเพิ่มความฟิตทางธุรกิจ พร้อมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. บริหารต้นทุนพลังงาน</strong> เพื่อลด และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ​การแข่งขันในระยะยาวได้ เช่น ในกลุ่มธุรกิจซีเมนต์ในประเทศไทย ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน Renewable ไว้ที่ราวครึ่งหนึ่ง ​</p>
<p><strong>2. ปรับโฟกัสธุรกิจ</strong> โดยเน้นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโต และเลิกดำเนินการใน​​กลุ่มที่ไม่สามารถแข่งขัน หรือไม่สามารถสร้างให้เกิดความแตกต่างจากตลาดได้ พร้อมจัดสรรทั้งบุคลากรและทรัพยากรไปสนับสนุนกลุ่มที่เป็น New S-Curve เช่น Solar Roof, Green Energy, Heat Energy หรือ Air Scrubber​ <em><strong>ส่วน​กลุ่มที่ตัดสินใจ​เลิกดำเนินการ เบื้องต้นมี 2 กลุ่มคือ กลุ่มขนส่งรายย่อย SCG Express หรือแมวดำ และ Green Construction ที่เน้นเรื่องการก่อสร้างทั่วไป ที่ไม่ได้​มีโซลูชันที่ช่วยเพิ่ม Value หรือ ความแตกต่างจากตลาดได้</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27625 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/มุ่งธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจรสำหรับตลาดที่อยู่อาศัย-โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. ปรับปรุงการจัดเก็บ ขนส่ง กระจายสินค้า</strong> เช่น ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลวางแผนการจัดส่ง ตรวจรับสินค้า ช่วยลดเวลาทำงาน ลดความเสียหาย ลดโอกาสผิดพลาดในการรับ-ส่ง รวมทั้งการบริหารการขนส่งได้ตอบโจทย์ลูกค้าในปัจจุบัน เพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจได้ตลอดทั้งสายการลิต</p>
<p><strong>4. การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มประสิทธิภาพ </strong>ทั้งในส่วนของการผลิต หรือการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น เช่น ​เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ใช้โซลูชัน AI จาก REPCO NEX ในการดูแลเครื่องจักรและซ่อมบำรุงได้อย่างแม่นยำ มีเสถียรภาพ (Reliability) ได้ทั้ง 100%</p>
<p><strong>5.  มุ่งส่งมอบโซลูชันที่ฟังก์ชันและราคาตรงกับความต้องการของลูกค้า</strong> อาทิ CPAC รถโม่เล็ก ขนาดกะทัดรัด สำหรับงานก่อสร้างในเมืองที่มีขนาดพื้นที่จำกัด รวมทั้งยังช่วยลด Waste จากการก่อสร้างได้น้อยลง เพราะไม่จำเป็นต้องสั่งในปริมาณมาก รวมทั้งการเพิ่มความหลากหลายของ Product Portfolio โดยเฉพะาการพัฒนาสินค้านวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์การงานที่เฉพาะกลุ่มแบบ Micro Segment มากขึ้น เช่น ซีเมนต์คาร์บอนต่ำที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังจากเปิดตัวก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด รวมทั้งสามารถส่งออกไปอเมริกาได้มากกว่า 1 ล้านตันและเร่งขยายไปยังตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27620 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/เอสซีจี-เร่งเพิ่มความฟิตทางธุรกิจ-ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง.jpg" alt="" width="623" height="779" /></p>
<p>นอกจากนี้ เอสซีจียังตระหนักถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่กระทบความเป็นอยู่ของผู้คนในวงกว้าง จึงร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี เตรียมจัดโครงการ<strong> Go Together</strong> เพื่อให้ความรู้ สร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs โดยเริ่มจากโรงงานสระบุรี พร้อมขยายผลไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่เอสซีจีมีโรงงานตั้งอยู่ เช่น กาญจนบุรี ลำปาง ขอนแก่น นครศรีธรรมราช เป็นต้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยการปรับปรุงและนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน นำของเหลือใช้มาสร้างประโยชน์ เช่น แปรรูปเป็นวัตถุดิบ เชื้อเพลิง รวมทั้งใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ด้านมูลนิธิเอสซีจี ได้ส่งเสริมแนวคิด <strong>LEARN to EARN</strong> เรียนรู้เพื่ออยู่รอด เน้นการเรียนรู้เพื่อมีงานทำ สามารถสร้างอนาคตได้จริง โดยมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนทั้งในระบบและนอกระบบ ประมาณ 3,000 ทุนต่อปี ในสาขาที่ตอบโจทย์ตลาด เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ เป็นต้น โดยเยาวชนที่ผ่านโครงการถึง 90% สามารถ​หางานทำได้ ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถพัฒนามิติทางสังคมให้แข็งแรง จากการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้เยาวชนในโครงการ ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มกลุ่มแรงงานทักษะเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27621 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/LEARN-to-EARN-เรียนรู้-เพื่ออยู่รอด-เน้นการเรียนรู้เพื่อมีงานทำ-โดยมูลนิธิเอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;แมวดำ&#8217; ไม่ไปต่อ แต่ยังหนุนสร้างนวัตกรรมใหม่ในองค์กร</strong></p>
<p>สำหรับหนึ่งใน​ธุรกิจที่ SCG ตัดสินใจไม่ไปต่อ คือ ธุรกิจขนส่งรายย่อย <strong>​​SCG Express</strong> หรือ แมวดำ ที่ร่วมกับพันธมิตรในการ Diversify ไปสู่ธุรกิจขนส่ง รับเทรนด์การเติบโตของอีคอมเมิร์ซตั้งแต่เมื่อปี 2560 ซึ่ง​ยอมรับว่าไม่ใช่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่สามารถสร้างศักยภาพทางการแข่งขันที่ดีกว่า หรือสร้างให้เกิดคุณค่าที่แตกต่างจากตลาดได้  ขณะที่แลนด์สเคปในตลาดเป็นการแข่งขันทางด้านราคา ซึ่งไม่ใช่แนวทางในการขับเคลื่อน​ของเอสซีจี จึงนำมาสู่การ​ตัดสินใจเลิกดำเนินการต่อ เพื่อหยุดปัญหา​ขาดทุน ​ซึ่งการเลิกธุรกิจนี้ทำให้ศักยภาพของธุรกิจโดยรวมดีขึ้น</p>
<p><em>&#8220;เราตัดสินใจเลิกดำเนินการในกลุ่มขนส่งรายย่อย แทนที่จะสู้ต่อ เนื่องจาก ​​ไม่ต้องแข่งข้นด้านราคาที่เหมือนเป็นการเผาเงินโดยไม่มีแวลู่ทางธุรกิจที่คุ้มต่า ประกอบกับความไม่สมบูรณ์ใน Ecosystem ​ที่เรามี เนื่องจากมองว่า การจะได้ประโยชน์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มที่ เราต้องมีทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือ Market Place และมีระบบการขนส่งมารองรับ เพื่อสามารถบริหารจัดการต้นทุนและสร้างกำไรที่เหมาะสมได้ แต่การมีธุรกิจรองรับเพียงแค่การขนส่งเพียงขาเดียว ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่แลนด์สเคปในธุรกิจ การแข่งขันมักเป็นเรื่องของการตัดราคา และยากที่จะสร้าง Differentiate ได้ หากเลือกใส่เงินลงทุนเพิ่ม มองว่า อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย เพราะไม่ได้สร้างความได้เปรียบ หรือเสริมความแข็งแรงที่แท้จริงให้ธุรกิจ แต่ควรนำเงิน​ส่วนนี้ไปลงทุนในธุรกิจที่กำลังเติบโต หรือสามารถสร้าง New S-Curve ใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้องค์กรในภาพรวมได้ดีมากกว่า&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27622 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-และนางจันทนิดา-สาริกะภูติ-ผู้ช่.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทางเอสซีจี ยังคงสนับสนุนให้พนักงานสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีความเชื่อในเรื่องคุณค่าของคน ขณะที่ความล้มเหลวต่างๆ ก็ถือเป็น Most Valuable Asset ที่ทำให้พนักงานได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพื่อสามารถปรับตัว และวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง จากสถานการณ์จริงเพื่อที่จะไม่ผิดพลาดซ้ำอีกในอนาคต ​​​รวมทั้งหลายๆ นวัตกรรมที่โดดเด่น​ก็มาจากการเปิดกว้างในการทดลองสิ่งใหม่ เช่น ปูนคาร์บอนต่ำ ที่มาจากการพัฒนาเทคโนโลยีจากภายในองค์กรเอง ​และสามารถประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างดีมาก ซึ่งในแซนด์บ็อกซ์ขององค์กรยังมีทั้ง​การพัฒนาเทคโนโลยี​ นวัตกรรม รวมทั้งโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ​สำหรับการทดลองเรียนรู้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก โดยจะเน้นการเริ่มต้นในขนาดที่เหมาะสม หากล้มเหลวก็พร้อมยอมรับ เพื่อปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ เพื่อเริ่มต้นโปรเจ็กต์ที่อาจจะเป็นโอกาสใหม่ๆ ต่อไป หรือ Small Start, Fail Fast, Learn Fast แต่หากองค์กรใดที่มัวแต่ผิดพลาดและไม่กล้าเริ่มต้นหรือทดลองอะไรใหม่ๆ เลย สุดท้าย ก็จะไม่สามารถปรับตัวได้และไม่มีทางรอดได้ในอนาคตเช่นเดียวกัน ​</p>
<p><strong>ทิศทาง​และเป้าหมายของแต่ละกลุ่มธุรกิจ</strong></p>
<p><strong>​กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และการก่อสร้าง</strong> ได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจของเวียดนามและอินโดนีเซียที่กลับมาฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง กำลังซื้อกลับมาจากแรงหนุนของรัฐบาลอินโดนีเซีย เพื่อเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสร้างเมืองหลวงใหม่ ‘นูซันตารา’ รวมทั้งรัฐบาลเวียดนามผลักดันการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment – FDI) ขณะที่การฟื้นตัวของไทยยังชะลอตัว ความต้องการสินค้าลดลงตามฤดูกาล และการจัดสรรงบประมาณของรัฐที่ล่าช้า</p>
<p><strong>เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน ​</strong>เร่งผลักดันปูนคาร์บอนต่ำ เจเนอเรชัน 2 ซึ่งสามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้​ ​15-20%  พร้อมขยาย​ตลาดต่างประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย รวมทั้งเปิดตัวปูนคาร์บอนต่ำรายแรกในเวียดนาม ‘<strong>SCG Low Carbon Super Cement</strong>’ ขณะที่ในไทย มีการเติบโตต่อเนื่องทดแทนตลาดปูนแบบเดิมได้แล้วกว่า​ 86% รวมทั้​งการออกปูนซีเมนต์หลากหลายรุ่น ด้วยคุณภาพและราคาเหมาะสม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าครอบคลุมมากขึ้น เช่น แบรนด์ ‘5 STAR’ ในกัมพูชา ‘BEZT’ ในอินโดนีเซีย ‘ADAMAX’ ในเวียดนาม และ ‘แรด’ ในไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27626 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/ปูนซีเมนต์-คุณภาพดี-หลากหลายรุ่น-จากเอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล</strong> ลุยเสิร์ฟสินค้าและบริการเรื่องบ้านผ่านร้านค้าปลีกกว่า 87 ร้านในอาเซียน โดยครึ่งปีแรกของปีได้ขยายโมเดิร์นเทรด ‘Mitra10’ ผู้เชี่ยวชาญตลาดค้าปลีกในอินโดนีเซีย มีสินค้ากว่า 65,000 รายการ เพิ่มอีก 2 สาขา ที่เกาะสุมาตรา และเกาะชวาตะวันตก ซึ่งมีประชากรจำนวนมาก รับลูกค้ามากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน ตั้งเป้า 100 สาขา ในปี 2573 ปัจจุบันเปิดแล้ว 50 สาขา</p>
<p><strong>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง</strong> รุกนำเสนอนวัตกรรมวัสดุตกแต่งภูมิทัศน์ อาทิ กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น เอสซีจี หนุนรับนักท่องเที่ยว สามารถออกแบบลวดลายเอกลักษณ์ด้วยเทคนิคการพ่นสีเฉพาะ เช่น ลายดอกโบตั๋น สำหรับทางเท้าย่านเยาวราช พร้อมทั้งเปิดตัวนวัตกรรมระบบบำบัดอากาศเสีย Air Scrubber สำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก ภายใต้แบรนด์ ONNEX by SCG Smart Living เจาะกลุ่มลูกค้างานอาคารและสำนักงาน ที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดน้อยกว่า 3,500 ตร.ม. พร้อมขยายบริการครอบคลุมอาเซียนและตะวันออกกลาง</p>
<p><strong>เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD)</strong> ดันแผนสร้างการเติบโต 2 เท่าภายในปี 2573 เริ่มเดินการผลิตโรงงานแผ่นปูพื้น SPC LT by COTTO กำลังผลิต 1.8 ล้านตารางเมตรต่อปี ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดกว่า 500 ล้านบาท และเดินหน้าก่อสร้างโครงการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง กลุ่มกระเบื้องพอร์ซเลน สวยงาม แข็งแรง เป็นที่นิยม 3 โครงการใหญ่ในประเทศเวียดนามและไทย คาดเริ่มเดินการผลิตปีนี้</p>
<p>พร้อมกันนี้ เอสซีจียัง​ขยายตลาดวัสดุก่อสร้างในอินเดีย โดย<strong> SCG International</strong> ร่วมกับบริษัทบิ๊กบล็อก คอนสตรัคชั่น จำกัด ลงทุนเปิดโรงงานแผ่นผนังมวลเบา (AAC Walls) ภายใต้แบรนด์ <strong>&#8216;ZMARTBUILD WALL by NXTBLOC&#8217;</strong> แห่งแรกในรัฐคุชราต ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่การก่อสร้างมีมูลค่าสูงและเติบโตต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27627 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/SCG-International-ร่วมกับบริษัทบิ๊กบล็อก-คอนสตรัคชั่น-จำกัด-ลงทุนเปิดโรงงานแผ่นผนังมวลเบา-AAC-Walls-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC)</strong> แม้ไตรมาสที่ผ่านมาธุรกิจมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น จากการกลับมาเดินเครื่องของโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) แต่ในช่วงครึ่งปีหลัง อุตสาหกรรมปิโตรเคมียังอ่อนตัว จากความต้องการสินค้าในตลาดโลกลดลง ขณะที่มีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มมากขึ้น  ขณะที่ SCGC เร่งผลักดันนวัตกรรมรักษ์โลก <strong>SCGC GREEN POLYMERTM </strong> สู่ตลาดที่มีความต้องการมาก อาทิ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ล่าสุดร่วมกับ Dow พัฒนาธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกตลอดห่วงโซ่คุณค่าเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติกปริมาณกว่า 200,000 ตันต่อปี ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นผลิตภัณฑ์หมุนเวียนที่มีมูลค่า ภายในปี 2573</p>
<p>ขณะที่ <strong>โครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals – LSP)</strong> กลับมาทดสอบการเดินเครื่องทั้งโรงงานขั้นต้น (Upstream) และขั้นปลาย (Downstream) ในเดือนสิงหาคม-กันยายน 2567 และจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนตุลาคม 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27623 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/โครงการลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เอสซีจีพี (SCGP)</strong> มุ่งขยายกำลังการผลิตรับความต้องการบรรจุภัณฑ์จากภาคการท่องเที่ยวและบริการ ประกอบกับบริหารจัดการวัตถุดิบและต้นทุนพลังงาน รวมทั้งสร้างการเติบโตในธุรกิจที่มีศักยภาพสูง ล่าสุด SCGP รุกขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ด้วยการลงทุนในบริษัทวีอีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญการผลิตชิ้นส่วนสมรรถนะสูงจากการฉีดขึ้นรูปพอลิเมอร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าของ Deltalab, S.L. และ Bicappa Lab S.r.L. บริษัทใน SCGP เพื่อรองรับความต้องการและส่งเสริมให้ SCGP ขยายเครือข่ายลูกค้าในต่างประเทศครอบคลุมยิ่งขึ้น</p>
<p>ด้าน <strong>ธุรกิจน้องใหม่ เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</strong> เติบโตได้ดีตามแผน มุ่งเพิ่มสัดส่วนการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูง ครึ่งปีแรกของปี 2567 มีกำลังการผลิตรวม 522 เมกะวัตต์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ จับมือ ซีเกท ประเทศไทย ลงนามในสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้า Solar Rooftop ขนาด 20.96 เมกะวัตต์ ณ โรงงานซีเกท จังหวัดนครราชสีมา สำหรับแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานความร้อนจากพลังงานสะอาด Rondo Heat Battery อยู่ระหว่างการก่อสร้างยูนิตแรกของโลกสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ที่โรงงานปูนซีเมนต์เอสซีจี จ.สระบุรี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2568 ซึ่งจะสามารถเป็นต้นแบบสำหรับหลากหลายอุตสาหกรรมต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/5-keys-drive-scg-in-second-half-2024/">เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ เน้นแข็งแรง​ยั่งยืนได้​​ระยะยาว พร้อมปรับโฟกัสพอร์ตใหม่ เลิก &#8216;แมวดำ&#8217; เลี่ยงแข่งสงครามราคา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CPAC พลิกโฉมใหม่ใส่ใจโลก ด้วยคอนกรีตรักษ์โลก “CPAC Low Carbon” เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero และสร้างสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/cpac-low-carbon-to-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 14:57:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint Reduction Label]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint Reduction of Product Label]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon Concrete]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[คอนกรีตคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[คอนกรีตสำเร็จรูป]]></category>
		<category><![CDATA[ซีแพค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26707</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่รวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้ในปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “ภาวะโลกเดือด” (Global Boiling) ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างนั้นคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต CPAC ในฐานะผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จและคอนกรีตสำเร็จรูประดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรมและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว โดยเล็งเห็นถึงปัญหานี้เป็นสำคัญ และจากความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบทั้งจากฝุ่น PM 2.5 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุด ตามการดำเนินธุรกิจภายใต้ ‘เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน’ ที่มีนโยบายด้านผลิตภัณฑ์สีเขียวมุ่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงเดินหน้าพลิกโฉมแบรนด์ครั้งใหม่ด้วย “CPAC Low Carbon” คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค ภายใต้คอนเซปต์ “CPAC โฉมใหม่ใส่ใจโลก” ที่สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างน้อย 25 กิโลกรัมต่อ 1 คิว เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ได้ถึง 2.5 ต้น (เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคอนกรีตที่ใช้ปูนงานโครงสร้าง เอสซีจี คาร์บอนต่ำที่ผสมเถ้าลอยทดแทนปูนซีเมนต์กับคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1) ตอกย้ำจุดยืนสู่การเป็น Green Construction อย่างแท้จริง ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีในการดำเนินธุรกิจ CPAC มุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมสีเขียวตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่กระบวนการผลิตสีเขียว (Green Process) ผลิตภัณฑ์สีเขียว (Green Product) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/cpac-low-carbon-to-net-zero/">CPAC พลิกโฉมใหม่ใส่ใจโลก ด้วยคอนกรีตรักษ์โลก “CPAC Low Carbon” เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero และสร้างสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่รวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้ในปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “ภาวะโลกเดือด” (</strong><strong>Global Boiling) </strong><strong>ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างนั้นคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต </strong></p>
<p><span id="more-26707"></span></p>
<p><strong>CPAC</strong> ในฐานะผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จและคอนกรีตสำเร็จรูประดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรมและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว โดยเล็งเห็นถึงปัญหานี้เป็นสำคัญ และจากความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบทั้งจากฝุ่น PM 2.5 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุด ตามการดำเนินธุรกิจภายใต้ ‘เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน’ ที่มีนโยบายด้านผลิตภัณฑ์สีเขียวมุ่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงเดินหน้าพลิกโฉมแบรนด์ครั้งใหม่ด้วย<strong> “</strong><strong>CPAC Low Carbon” </strong><strong>คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค </strong>ภายใต้คอนเซปต์ <strong>“CPAC </strong><strong>โฉมใหม่ใส่ใจโลก</strong><strong>”</strong> <strong>ที่สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างน้อย 25 กิโลกรัมต่อ</strong><strong> 1 </strong><strong>คิว เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ได้ถึง </strong><strong>2.5</strong><strong> ต้น (</strong>เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคอนกรีตที่ใช้ปูนงานโครงสร้าง เอสซีจี คาร์บอนต่ำที่ผสมเถ้าลอยทดแทนปูนซีเมนต์กับคอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1) ตอกย้ำจุดยืนสู่การเป็น Green Construction อย่างแท้จริง</p>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีในการดำเนินธุรกิจ <strong>CPAC</strong> มุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมสีเขียวตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่กระบวนการผลิตสีเขียว (Green Process) ผลิตภัณฑ์สีเขียว (Green Product) ไปจนถึงการก่อสร้างสีเขียว (Green Construction) ซึ่งจะสามารถช่วยยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน  สำหรับการพลิกโฉมแบรนด์ใหม่ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันให้สามารถเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero ในปี 2050 ตามเป้าหมายที่วางไว้ ความท้าทายในครั้งนี้ <strong>CPAC </strong>ไม่ได้มองเฉพาะในแง่ของการพัฒนาสินค้า “คอนกรีตคาร์บอนต่ำ” เท่านั้น แต่ยังใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ฉลากบนรถโม่ อาทิ การพิมพ์ด้วยน้ำหมึก HP-Latex ที่มีส่วนประกอบของน้ำมากถึง 65% การใช้สติ๊กเกอร์และฟิล์มจาก 3M ประเภทเคลือบ non-PVC ที่ผลิตจากพืช เช่น ข้าวโพด ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ฯลฯ อีกทั้งเรายังให้ความสำคัญถึงกระบวนการจัดส่งสินค้าตามแนวคิดการขนส่งสีเขียว (Green Fleet) ด้วยการนำรถโม่พลังงานไฟฟ้าเข้ามาใช้ในการจัดส่งคอนกรีต ซึ่งเมื่อเทียบกับรถโม่ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันดีเซลแล้วสามารถลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 และ PM 10 ได้ถึง 45 กรัม ต่อการขนส่ง 1 เที่ยว ลดการปล่อย  ก๊าซเรือนกระจก (GHG) กลุ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) ได้ถึง 26.5 ตัน/ปี/คัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ได้เพิ่มขึ้น 2,800 ต้น/ปี/คัน ทั้งนี้ก็เพื่อลดมลพิษให้กับสังคมและชุมชนโดยรอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26709 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/2-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับ <strong>CPAC Low Carbon</strong> <strong>คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค </strong>นอกจากจะสามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดโลกร้อน ยังมีความโดดเด่นสามารถตอบโจทย์การใช้งานแต่ละหน้างานได้เทียบเท่าหรือดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น “คอนกรีตชายเล ซีแพค” และ “คอนกรีตมารีน ซีแพค” สำหรับ</p>
<p>พื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ที่เน้นงานป้องกันโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้างใกล้ชายฝั่งทะเล “คอนกรีตซีแพค ซูเปอร์ ทนดินเค็ม” สำหรับพื้นที่ภาคอีสานที่เป็นพื้นที่ดินเค็ม สามารถต้านทานการซึมผ่านของคลอไรด์และซัลเฟตที่สะสมใต้ดินได้เป็นอย่างดี โดยผ่านการรับรองจาก 3 ฉลากเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26711 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/3-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1) SCG Green Choice</strong> ฉลากสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานของ เอสซีจี ที่ให้ความสำคัญเรื่องประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน (Climate Resilience), ประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ และยืดอายุการใช้งาน (Circularity) และส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี (Well-Being)</p>
<p><strong>2) Carbon Footprint Reduction of Product Label </strong>ฉลากแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งฉลากมีอายุการรับรองเป็นเวลา 3 ปี โดยคอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพคได้รับรองมาตรฐานกำลังอัดของคอนกรีตตั้งแต่ 180-650 ksc. (กำลังอัดคอนกรีตกิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร)</p>
<p><strong>3)</strong> <strong>Carbon Footprint Reduction Label </strong>ฉลากแสดงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยเปรียบเทียบคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ในปีปัจจุบันกับปีฐานโดยคอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพคได้รับรองมาตรฐานกำลังอัดของคอนกรีตตั้งแต่ 180-650 ksc. (กำลังอัดคอนกรีตกิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร) (ยกเว้นกำลังอัด 600 ksc.)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26710 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/5-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 ไม่ใช่แค่ภารกิจภายในองค์กรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในการขับเคลื่อนความยั่งยืน เพื่อคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ ที่มีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ <strong>CPAC</strong> ที่สามารถยกระดับมาตรฐานวงการก่อสร้างของประเทศไทย เพื่อส่งมอบคุณค่าให้กับทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง</p>
<p>และจากกลยุทธ์การดำเนินงานด้วยการเปิดตัว <strong>CPAC Low Carbon </strong><strong>คอนกรีตคาร์บอนต่ำซีแพค </strong>ในครั้งนี้นับเป็นการพลิกโฉมพร้อมตอกย้ำภาพแบรนด์อันดับหนึ่ง ‘1<sup>st</sup> Mover Low Carbon Concrete’ ภายใต้คอนเซปต์ <strong>CPAC </strong><strong>โฉมใหม่ใส่ใจโลก</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/cpac-low-carbon-to-net-zero/">CPAC พลิกโฉมใหม่ใส่ใจโลก ด้วยคอนกรีตรักษ์โลก “CPAC Low Carbon” เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero และสร้างสังคมสีเขียวอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Apr 2024 12:18:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-based Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC GREEN POLYMERTM]]></category>
		<category><![CDATA[SCGD]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เดคคอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25355</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยผลประกอบการ ไตรมาส 1 ปี 2567 ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ด้วยนวัตกรรมกรีน การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงอานิสงส์จากการท่องเที่ยวคึกคักและเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณฟื้นตัว คาดการณ์จากนี้เศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง มุ่งปรับแผนธุรกิจ​​ บริหารซัพพลายเชน รับความเสี่ยง พร้อมโตต่อตามแนวทาง Inclusive Green Growth เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดช่วยลดต้นทุน เร่งเครื่องนวัตกรรมกรีนตอบเมกะเทรนด์โลก มุ่งขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ผลประกอบการเอสซีจี ไตรมาส 1 ปี 2567 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีรายได้ 124,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 3%  โดยมี EBITDA (กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย โดยรวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม) 12,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 16% และกำไรสำหรับงวด 2,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,559 ล้านบาท เทียบกับ​ไตรมาสก่อนหน้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/">SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี เผยผลประกอบการ ไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2567 </strong><strong>ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ด้วยนวัตกรรม</strong><strong>กรีน การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</strong> <strong>รวมถึงอ</strong><strong>านิสงส์จากการท่องเที่ยวคึกคักและเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณฟื้นตัว</strong></p>
<p><span id="more-25355"></span></p>
<p><strong>คาดการณ์จากนี้เศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง มุ่งปรับแผนธุรกิจ​​ บริหารซัพพลายเชน รับความเสี่ยง พร้อมโตต่อตามแนวทาง </strong><strong>Inclusive Green Growth </strong><strong>เพิ่มสัดส่วน</strong><strong>พลังงานสะอาดช่วยลดต้นทุน เร่งเครื่องนวัตกรรมกรีนตอบเมกะเทรนด์โลก มุ่งขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง</strong></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี </strong>กล่าวว่า ผลประกอบการเอสซีจี ไตรมาส 1 ปี 2567 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีรายได้ 124,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 3%  โดยมี EBITDA (กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย โดยรวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม) 12,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 16% และกำไรสำหรับงวด 2,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,559 ล้านบาท เทียบกับ​ไตรมาสก่อนหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25357 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/2-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แม้อยู่ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอยู่ในช่วงอ่อนตัว แต่จากการมุ่งพัฒนานวัตกรรมกรีนให้โดนใจลูกค้า ฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้งาน ช่วยลดคาร์บอนซึ่งดีต่อโลก อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ พลาสติกรักษ์โลก บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่ใช้ซ้ำ รีไซเคิลได้ เห็นได้จากยอดขาย SCG Green Choice ที่ทำได้ 65,782 ล้านบาท ขยับสัดส่วนมาเป็น 53% ของยอดขาย และเติบโตเพิ่มขึ้น  1,114 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า</p>
<p>ประกอบกับความสามารถในการลดต้นทุน พัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน ซึ่งในโรงงานปูนซีเมนต์ในไทย ได้เพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทดแทนได้ถึง 47%</p>
<p><em>&#8220;เอสซีจีเร่งเดินหน้าต่อตามแนวทาง <strong>Inclusive Green Growth</strong> มุ่งสู่ผู้นำธุรกิจกรีน ควบคู่การสร้างสังคม Net Zero พัฒนานวัตกรรมกรีนเพื่อป้อนตลาดโลก ซึ่งมีความต้องการสูง จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ล่าสุดปูนคาร์บอนต่ำ (เจเนอเรชัน 2) ที่ลดคาร์บอนได้เพิ่มขึ้น​ 15-20% พร้อมจำหน่ายแล้ว รวมถึงการเร่งขับเคลื่อ​นรับเศรษฐกิจในประเทศและภูมิภาคที่กำลังฟื้นตัว โดยขยายการลงทุนในตลาดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอย่างภูมิภาค SAMEA (เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา) ส่วนโครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals – LSP) จะกลับมาเดินเครื่องทดสอบทั้งโรงงาน เพื่อสร้างความพร้อมในการผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงในไตรมาส 3&#8243;</em></p>
<p>หุ้นปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ยังได้รับเลือกให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เป็นช่องทางใหม่ให้นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้น SCC และผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25358 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/ผลประกอบการ-เอสซีจี-ไตรมาส-1-ปี-67-ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน.jpg" alt="" width="529" height="661" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ด้านธุรกิจแพคเกจจิ้ง หรือ SCGP</span></strong> สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการวัตถุดิบ การส่งเสริมการปลูกไม้ยูคาลิปตัสแบบครบวงจร เพื่อให้ได้วัตถุดิบคุณภาพและช่วยกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ 31,770 ไร่ จำนวน 152,181 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p><strong>พร้อม​มุ่ง​ต่อยอดเพิ่มมูลค่าไม้ยูคาลิปตัสผ่าน</strong><strong>การ</strong><strong>วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงทุน </strong><strong>3 </strong><strong>ล้านดอลลาร์สหรัฐ ​ร่วม​กับ </strong><strong>Origin Materials </strong><strong>บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา พัฒนา &#8220;</strong><strong>Bio–based Plastic </strong><strong>จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ&#8221; รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเพิ่มสัดส่วน​พลังงานสะอาด นำเทคโนโลยี </strong><strong>Machine Learning </strong><strong>และปัญญาประดิษฐ์ </strong><strong>(Artificial Intelligence) </strong><strong>มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดการใช้พลังงานและต้นทุน  และสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการเตรียมความพร้อมรองรับเทรนด์การเติบโตของธุรกิจสีเขียว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25359 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/11-SCGP-ส่งเสริมการปลูกยาคูลิปตัสครบวงจร.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง </strong></span>มุ่งพัฒนาสินค้าวัสดุก่อสร้างและโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า อาทิ <strong>‘</strong><strong>บ้านเอสซีจี ไฮม์ </strong><strong>High Ceiling’</strong> แบบบ้านใหม่สไตล์โมเดิร์น มีพื้นที่ใช้สอยตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ เพิ่มมุมพักผ่อนกลางบ้าน พร้อมโถงขนาดใหญ่ Double Space และยังคงคุณภาพการก่อสร้างและเทคโนโลยีการอยู่อาศัยแบบเอสซีจี ไฮม์ที่ลูกค้าไว้วางใจ  เช่น</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>หลังคาเมทัล เอสซีจี รุ่นคลิปล็อค </strong><strong>700</strong> ออกแบบให้ติดตั้งด้วยระบบคลิปล็อค (Clip Lock) ซ่อนหัวสกรู หมดปัญหารั่วซึมบริเวณหัวสกรู เตรียมจำหน่ายไตรมาส 2</p>
<p>&#8211;  <strong>SCG Modeena COFF</strong> วัสดุตกแต่งผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ ที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลจากกระบวนการผลิตและวัสดุเหลือใช้จากธุรกิจอื่นถึง 48%  ทดแทนการใช้ Virgin Fiber ลดการปล่อยคาร์บอน แต่คงความแข็งแรง ทนทาน สวยงาม พร้อมกันนี้เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่</p>
<p><strong>&#8211; ONNEX by SCG Smart Living </strong> (ออนเนกซ์ บาย เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง) ครั้งแรกในงานสถาปนิก 67 รุกธุรกิจสมาร์ทโซลูชันสำหรับบ้านและอาคารเต็มที่ ด้วยการผนึกรวมนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ทั้งด้านประหยัดพลังงาน สร้างอากาศสะอาด และเพิ่มความปลอดภัย อาทิ ระบบหลังคาโซลาร์ ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน และโซลูชันบริหารจัดการการใช้พลังงานในอาคาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25360 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/9-ONNEX-by-SCG-Smart-Living-แบรนด์สมาร์ทโซลูชันสำหรับบ้านและอาคาร.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจเอสซีจี ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล</span> </strong>รุกธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่อง อาทิ <strong>ภูมิภาค </strong><strong>SAMEA</strong> ซึ่งมีค่า GDP เฉลี่ยมากกว่า 70%  มีประชากรรวมกันกว่า 40% โดยมีการตั้งสำนักงานของ SCG International ที่ซาอุดิอาระเบีย เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการซัพพลายเชนให้ลูกค้าแบบครบวงจร ผ่านการผลักดันเครือข่ายธุรกิจทั้งหมดของเอสซีจี ครอบคลุมทั้งปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง กระดาษและบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนวัตถุดิบและชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดยมีแผนขนส่งสินค้าจากซาอุดิอาระเบียกระจายไปยังหลายประเทศทั่วโลก และจัดหาสินค้าจากภูมิภาคอื่น ๆ เข้ามายังซาอุดิอาระเบียเช่นกัน  ขณะที่ในตลาดอาเซียนได้ผลิตสินค้าปูนซีเมนต์ถุงเจาะกลุ่ม Economy Segment ที่เติบโตสูง อาทิ <strong>แบรนด์ </strong><strong>5</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Star Cement </strong><strong>ในกัมพูชา</strong> <strong>แบรนด์ </strong><strong>ADAMAX </strong><strong>ในเวียดนาม</strong> และ<strong>แบรนด์ </strong><strong>Bezt </strong><strong>ในอินโดนีเซีย</strong> ในส่วนของธุรกิจรีเทลในประเทศ ได้สร้างการรับรู้สำหรับร้าน <strong>เอสซีจี โฮม </strong>โดยล่าสุดได้จัดงาน Grand Opening สาขาเมืองขอนแก่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25365 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/10-ขยายธุรกิจใน-SAMEA-เอเชียใต้-ตะวันออกกลาง-แอฟริกา.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ </strong><strong>SCGC</strong> </span>เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายนวัตกรรมพลาสติกรักษ์โลก <strong>‘SCGC GREEN POLYMER<sup>TM</sup>’</strong> อย่างเต็มที่ เพื่อคว้าโอกาสรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่จะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2567 โดยไตรมาสที่ผ่านมา  มียอดขาย 38,000 ตัน โดยทั้งปี 2566 มียอดขาย 218,000 ตัน สอดคล้องตามเป้าหมาย 1 ล้านตันภายในปี 2573</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25361 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/3-SCGC-Green-Polymer-นวัตกรรมพลาสติก-ที่คิดมาเพื่อสิ่งแวดล้อม.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำ อาทิ <strong>โฮมโปร</strong> ผลิต <strong>‘</strong><strong>เครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลก</strong><strong>’</strong> ครั้งแรกในไทย ด้วยการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลระบบปิดอย่างครบวงจร เพื่อเปลี่ยนเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง Green Polymer สำหรับผลิตเป็นสินค้าใหม่ นอกจากนี้ ภายใต้บริษัท <strong>Sirplaste SA </strong><strong>โปรตุเกส</strong> พร้อมเปิดตัว <strong>‘SIRPRIME’ </strong><strong>เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงชนิดไร้กลิ่น</strong> หรือ High Quality Odorless PCR HDPE Resin (PCR HDPE) ผลิตจากขยะพลาสติกจากครัวเรือน 100% โดยใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลประสิทธิภาพสูงเพื่อกำจัดกลิ่นและสิ่งแปลกปลอม ได้รับการรับรองมาตรฐาน EuCertPlast และ RecyClass ของยุโรป</p>
<p>ขณะที่ <strong>‘</strong><strong>โครงการปิ</strong><strong>โตรเคมีครบวงจร </strong><strong>LSP </strong><strong>เวียดนาม</strong><strong>’</strong> อยู่ในช่วงการประเมินและตรวจสอบเครื่องจักรอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจเรื่องความปลอดภัย คาดว่าจะกลับมาเดินเครื่องจักรทดสอบและพร้อมผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25362 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/12-SCG-Decor-ชูกลยุทธ์ยอดขายโต-2-เท่า-ภายในปี-2573.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจเอสซีจี เดคคอร์ หรือ </span></strong><strong><span style="text-decoration: underline;">SCGD</span>  </strong>ชู <strong>4</strong><strong> กลยุทธ์ดันยอดขายโต </strong><strong>2</strong><strong> เท่า ภายในปี </strong><strong>2573</strong> รับตลาดอาเซียนทยอยฟื้นตัว ได้แก่</p>
<p><strong>1</strong><strong>) สร้างการเติบโตให้ธุรกิจตกแต่งพื้นผิวกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง</strong> ผ่านการดำเนินงานต่าง ๆ อาทิ ขยายการลงทุนโรงงานในพื้นที่ภาคใต้ของเวียดนาม เพิ่มยอดขายสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และขยายช่องทางการจำหน่าย</p>
<p><strong>2</strong><strong>) ขยายธุรกิจสุขภัณฑ์ในอาเซียน และขยายการลงทุนโรงงานสุขภัณฑ์ใหม่ในอาเซียน</strong> ตั้งเป้ายอดขายสุขภัณฑ์เติบโต 2 เท่า หรือกว่า 10,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>3</strong><strong>) ขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่อง</strong> ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการให้บริการแบบครบวงจร และเพิ่มโอกาสขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><strong>4</strong><strong>) ลงทุนและเข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ</strong></p>
<p>นอกจากนี้ยังเน้นลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตควบคู่กันไป อาทิ โครงการติดตั้ง Hot Air Generator เพื่อลดต้นทุนพลังงานที่โรงงานในไทยอีก 2 แห่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ และโครงการปรับปรุงสายการผลิตกระเบื้องไวนิล SPC ซึ่งจะเริ่มผลิตสินค้าป้อนตลาดในไทยได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ด้วยกำลังการผลิต 1.8 ล้านตารางเมตรต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25364 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/13-SCG-Cleanergy-นำนวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานสะอาด-เข้าสู่ตลาดอาเซียน.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</strong><strong>พลังงานสะอาดครบวงจร</strong></span>  เติบโตต่อเนื่องตามเมกะเทรนด์โลกที่หันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ผนวกกับการสนับสนุนของภาครัฐ ทำให้ตลาดพลังงานสะอาดในประเทศขยายตัวสูง โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 511 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 13% จากสิ้นปี 2566 จากความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนจัดทำโครงการซื้อขายไฟฟ้าใหม่ ๆ โดยปีนี้ตั้งเป้ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 200 เมกะวัตต์ สำหรับการซื้อขายไฟฟ้ากับภาคเอกชน</p>
<p>ส่วน <strong>‘</strong><strong>นวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานสะอาด</strong><strong>’</strong> ที่เป็นความร่วมมือกับ Rondo Energy สหรัฐอเมริกา  เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่มีศักยภาพในการทำตลาดในอาเซียน จึงเป็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าสู่ตลาดอาเซียนในช่วงแรก และจะขยายไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ที่เหมาะสมต่อไป</p>
<p>ขณะเดียวกัน บริษัทสยามอุตสาหกรรมวัสดุทนไฟ จำกัด ได้ร่วมมือกับ Rondo Energy พัฒนาการผลิต <strong>‘</strong><strong>วัสดุกักเก็บความร้อน </strong><strong>(Thermal Media)’</strong> เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นวัสดุหลักสำหรับใช้ในแบตเตอรี่กักเก็บความร้อน (Heat Battery) โดยสามารถขยายกำลังการผลิตวัสดุกักเก็บความร้อน ได้ถึง 12,000 ตันต่อปี ในปลายปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับการขยายธุรกิจแบตเตอรี่กักเก็บความร้อน</p>
<p><strong>นายธรรมศักดิ์ </strong>กล่าวทิ้งท้ายว่า “เศรษฐกิจโลกยังเผชิญจากความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่เศรษฐกิจไทยน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากการท่องเที่ยว การลงทุนของต่างชาติ การอนุมัติงบประมาณปี 2567 ของภาครัฐที่จะเริ่มเบิกจ่ายในเดือนเมษายน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง ลดหย่อนภาษีเงินได้ และปล่อยสินเชื่อให้กู้ซื้อบ้านสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์  และเป็นที่น่ายินดีที่ภาครัฐให้ความสำคัญเรื่องกรีน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเสนอพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในปีนี้  การสนับสนุนโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ให้เป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย  หากมีการผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) ก็จะเป็นต้นแบบให้องค์กรอื่น ๆ ปฏิบัติตาม ซึ่งจะยิ่งช่วยกระตุ้นแนวคิดเรื่องกรีนให้เป็นรูปธรรม ลดภาวะโลกเดือดได้ รวมทั้งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”</p>
<p><strong> สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2567</strong><strong> ของแต่ละหน่วย​ธุรกิจ ประกอบด้วย </strong></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ </strong><strong>SCGC </strong> มีรายได้จากการขาย 45,376 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 2% และลดลง​ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายลดลงตามอุปสงค์ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ยังอ่อนตัว จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงการหยุดโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) เพื่อซ่อมบำรุง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน</strong> มีรายได้จากการขาย 21,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 6% เนื่องจากเป็นฤดูกาลของการขาย แต่ลดลง​ 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามภาพรวม​ตลาดปูนซีเมนต์โดยรวมในประเทศที่หดตัวลง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และธุรกิจเอสซีจี </strong><strong>ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล</strong> ไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้จากการขาย 38,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​จากไตรมาสก่อน 6% เนื่องจากเป็นฤดูกาลของการขาย ส่งผลให้ยอดขายสินค้าวัสดุก่อสร้างและธุรกิจดิสทริบิวชั่นปรับตัวดีขึ้น แต่ลดลง​ 3% (YOY) ​ เนื่องจากยอดขายที่ลดลงตามภาพรวมตลาดสินค้าผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่หดตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25366 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/4-ปูนคาร์บอนต่ำ-เจเนอเรชัน-2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจ</strong><strong>แพคเกจจิ้ง หรือ </strong><strong>SCGP </strong>มีรายได้จากการขาย 33,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 6% จากความต้องการบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคเติบโตได้ดี  และแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การเตรียมสินค้าก่อนช่วงวันหยุดยาว นโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐในประเทศไทย และการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับการปรับตัวที่ดีขึ้นของภาคส่งออกในอาเซียน</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี เดคคอร์</strong> <strong>หรือ </strong><strong>SCGD</strong>  มีรายได้ 6,784 ล้านบาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อน​ EBITDA และกำไร เพิ่มขึ้นเป็น 854 ล้านบาท และ 258 ล้านบาท ตามลำดับ ​จากความต้องการของตลาดในประเทศเวียดนามอ่อนตัวลงจากวันหยุดยาวช่วงปีใหม่(TET) ในขณะที่ยอดขายจากประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น ความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทสามารถยืนราคาขายสินค้ากระเบื้องเซรามิกและสุขภัณฑ์ได้ การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรสูง การทำโครงการลดต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตต่าง ๆ และการที่ต้นทุนพลังงานที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/">SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจีคว้ารางวัลธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืนระดับโดดเด่น ประจำปี 2565</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/scg-won-low-carbon-and-sustainability-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Sep 2022 13:37:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มงคล เฮงโรจน์โสภณ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรบริหารก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[เกียรติชาย ไมตรีววงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14676</guid>

					<description><![CDATA[<p> เอสซีจี โดย นายมงคล เฮงโรจน์โสภณ ประธานคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน เอสซีจี และประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ และรองผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจโอเลฟินส์ ประเทศไทย  บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด(มหาชน) SCGC รับรางวัลธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืนในระดับ “โดดเด่น” ประจำปี 2565 (ระดับสูงสุด) จัดขึ้นโดยองค์กรบริหารก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. โดยได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ จาก นายเกียรติชาย ไมตรีววงษ์ ผู้อำนวยการ อบก. ซึ่งรางวัลนี้มอบให้กับองค์กรธุรกิจที่มีการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอสซีจีในการดำเนินการตามแนวทาง ESG 4 Plus “มุ่ง Net Zero by 2050 –  Go Green  –  Lean เหลื่อมล้ำ – ย้ำร่วมมือ” โดยเอสซีจีได้ดำเนินการจัดทำ Net Zero Transition (การเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) อย่างต่อเนื่องและมีผลเป็นรูปธรรม อาทิ การปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เช่น พลังงานชีวมวล (Biomass) จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและเชื้อเพลิงจากขยะ RDF พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy)  รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ฉลาก SCG Green Choice ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ช่วยประหยัดพลังงานและส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ซึ่งถือเป็นบริษัทเอกชนรายแรกๆในไทย ที่ออกฉลากเพื่อรับรองสินค้าและบริการเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/scg-won-low-carbon-and-sustainability-2022/">เอสซีจีคว้ารางวัลธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืนระดับโดดเด่น ประจำปี 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong> เอสซีจี</strong> โดย <strong>นายมงคล เฮงโรจน์โสภณ ประธานคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน เอสซีจี </strong>และประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ และรองผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจโอเลฟินส์ ประเทศไทย  บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด(มหาชน) SCGC รับรางวัลธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืนในระดับ “โดดเด่น” ประจำปี 2565 (ระดับสูงสุด)</p>
<p><span id="more-14676"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">จัดขึ้นโดยองค์กรบริหารก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. โดยได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ จาก<strong> นายเกียรติชาย ไมตรีววงษ์</strong> ผู้อำนวยการ อบก. ซึ่งรางวัลนี้มอบให้กับองค์กรธุรกิจที่มีการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ</p>
<p style="font-weight: 400;">รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอสซีจีในการดำเนินการตามแนวทาง<strong> ESG 4 Plus</strong> <strong>“มุ่ง Net Zero by 2050 –  Go Green  –  Lean เหลื่อมล้ำ – ย้ำร่วมมือ”</strong> โดยเอสซีจีได้ดำเนินการจัดทำ Net Zero Transition (การเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) อย่างต่อเนื่องและมีผลเป็นรูปธรรม อาทิ <strong>การปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน</strong> เช่น พลังงานชีวมวล (Biomass) จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและเชื้อเพลิงจากขยะ RDF พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy)  รวมถึง<strong>การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ฉลาก</strong> <strong>SCG Green Choice</strong> ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ช่วยประหยัดพลังงานและส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ซึ่งถือเป็นบริษัทเอกชนรายแรกๆในไทย<strong> </strong>ที่ออกฉลากเพื่อรับรองสินค้าและบริการเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/scg-won-low-carbon-and-sustainability-2022/">เอสซีจีคว้ารางวัลธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืนระดับโดดเด่น ประจำปี 2565</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศุภาลัย จับมือเอสซีจี ขับเคลื่อนนวัตกรรมที่อยู่อาศัยสีเขียว สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ พิชิตเป้าหมายลดคาร์บอน 25% ใน 3 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/supalai-join-partner-drive-low-carbon-society/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Sep 2022 05:48:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Green Design]]></category>
		<category><![CDATA[Green Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14382</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศุภาลัย บริษัทอสังหาฯ ชั้นนำ ผนึกกำลังพันธมิตรยักษ์ใหญ่ เอสซีจี ชูนวัตกรรมการใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้รับฉลากเอสซีจี กรีนชอยส์ เพื่อสร้างสรรค์โครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัยทั่วประเทศกว่า 100 โครงการ พร้อมเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อช่วยลดโลกร้อน สู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาที่อยู่อาศัย พร้อมแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเข้าไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยคำถึงการออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมรอบโครงการ เช่นการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ให้เป็นร่มเงาจากธรรมชาติ รวมถึงการออกแบบบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัย ภายใต้แนวคิด Green Design เน้นการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2565 นี้บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25% ภายใน 3 ปี (ปี 2565-2567) เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการลดก๊าซเรือนกระจก และเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก พร้อมร่วมกับพันธมิตรธุรกิจที่มีนโยบายดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางเอสซีจี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/supalai-join-partner-drive-low-carbon-society/">ศุภาลัย จับมือเอสซีจี ขับเคลื่อนนวัตกรรมที่อยู่อาศัยสีเขียว สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ พิชิตเป้าหมายลดคาร์บอน 25% ใน 3 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ศุภาลัย บริษัทอสังหาฯ ชั้นนำ ผนึกกำลังพันธมิตรยักษ์ใหญ่ เอสซีจี ชูนวัตกรรมการใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้รับฉลากเอสซีจี กรีนชอยส์ เพื่อสร้างสรรค์โครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัยทั่วประเทศกว่า 100 โครงการ พร้อมเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อช่วยลดโลกร้อน สู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-14382"></span></p>
<p><strong>คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาที่อยู่อาศัย พร้อมแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเข้าไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยคำถึงการออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมรอบโครงการ เช่นการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ให้เป็นร่มเงาจากธรรมชาติ รวมถึงการออกแบบบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัย ภายใต้แนวคิด Green Design เน้นการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>โดยในปี 2565 นี้บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25% ภายใน 3 ปี (ปี 2565-2567) เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการลดก๊าซเรือนกระจก และเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก พร้อมร่วมกับพันธมิตรธุรกิจที่มีนโยบายดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางเอสซีจี เป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ที่เป็นพันธมิตรธุรกิจของศุภาลัยมาอย่างยาวนาน โดยมีนวัตกรรมการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการรับรองฉลากเอสซีจี กรีนชอยส์ ทั้งนี้ ศุภาลัยถือเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่ได้รับโล่เกียรติคุณ SCG Green Choice Sustainable Leader ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจและมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14384 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Supalai2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>บริษัทฯ มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่ประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน ประหยัดทรัพยากรและยืดอายุการใช้งานของวัสดุในการพัฒนาโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัยทั่วประเทศกว่า 100 โครงการ รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2565 นี้จำนวน 34 โครงการ และโครงการใหม่ในปีหน้าอีกด้วย เนื่องจากทำให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัย สามารถประหยัดค่าน้ำประปา อาทิเช่น การเลือกใช้ก๊อกน้ำและสุขภัณฑ์ คอตโต้ ช่วยลดการใช้น้ำในครัวเรือนได้ถึง 516,787,053 ลิตรต่อปี</p>
<p>นอกจากนี้บริษัทฯ และลูกบ้านของศุภาลัย ยังมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตวัสดุ 564 ตัน เทียบเท่าปริมาณการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 47,000 ต้นภายใน 1 ปี ด้วยการใช้วัสดุคอนกรีตรักษ์โลก ซีแพค อิฐมวลเบา คิวคอน และไม้เชิงชาย เอสซีจี ขณะที่กระเบื้องปูพื้นและบุผนัง เซรามิก กระเบื้องเกรซพอสเลน กระเบื้องโมเสก คอตโต้ ช่วยประหยัดน้ำจากการผลิตวัสดุ 7,650,132 ลิตร อีกทั้งฉนวนกันความร้อน เอสซีจี ทดแทนการใช้ทรายธรรมชาติ กระเบื้องหลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่นซีแพค ทดแทนการใช้ปูนซีเมนต์ โครงหลังคาสำเร็จรูป เอสซีจี ประหยัดการใช้เหล็ก ทั้งนี้การใช้วัสดุต่างๆ ดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละโครงการของศุภาลัย</p>
<p><strong>คุณนิธิ ภัทรโชค</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจี ในฐานะของบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน Value ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งบริการ และโซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าผ่านกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ด้านการประหยัดพลังงาน ยืดอายุการใช้งาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน รวมถึงเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย ผ่านการรับรองด้วยฉลาก “SCG Green Choice” เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต อาทิ คอนกรีตรักษ์โลก อิฐมวลเบา และไม้เชิงชาย เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14385 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Supalai3.jpg" alt="" width="1200" height="728" /></p>
<p>ความมุ่งมั่นร่วมกันในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมก่อสร้างให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยให้เติบโตยั่งยืน ควบคู่กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อไปในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/supalai-join-partner-drive-low-carbon-society/">ศุภาลัย จับมือเอสซีจี ขับเคลื่อนนวัตกรรมที่อยู่อาศัยสีเขียว สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ พิชิตเป้าหมายลดคาร์บอน 25% ใน 3 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCGเปิดแนวทางธุรกิจ ESG ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนขับเคลื่อนองค์กร บนวิถีความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/05/scg-policy-to-environmental-social-governance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 May 2021 06:58:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจแพคเกจจิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจีลงทุนในธุรกิจESG]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9276</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการแถลงผลประกอบการของเอสซีจีไตรมาส 1 ประจำปี 2564 ไม่เพียงแค่เป็นการประกาศตัวเลขรายได้ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้นำองค์กร &#8220;รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส&#8221; กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ยังพูดถึงทิศทางและแผนการดำเนินงานของเอสซีจีที่มีเป้าหมายชัดเจนในการก้าวสู่องค์กรต้นแบบธุรกิจ ESG (Environmental, Social and Governance) โดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่ช่วยขับเคลื่อน เพื่อผลักดันให้เอสซีจีเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะที่สถานการณ์ของประเทศไทยและทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ผู้นำองค์กรเอสซีจีมองว่า ณ จุดนี้ ต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับการเตรียมความพร้อมและสร้างโอกาสเพื่อการเติบโตในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ในแบบฉบับของเอสซีจี คือ การใส่ใจสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการดูแลสังคม อย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งเอสซีจีดำเนินการอยู่แล้วภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ พร้อมโซลูชันครบวงจร ทั้งด้าน Circular Economy, Medical &#38; Healthcare และยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) ที่กำลังเติบโตสูง ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/05/scg-policy-to-environmental-social-governance/">SCGเปิดแนวทางธุรกิจ ESG ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนขับเคลื่อนองค์กร บนวิถีความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">จากการแถลงผลประกอบการของเอสซีจีไตรมาส 1 ประจำปี 2564 ไม่เพียงแค่เป็นการประกาศตัวเลขรายได้ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้นำองค์กร &#8220;รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส&#8221; กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ยังพูดถึงทิศทางและแผนการดำเนินงานของเอสซีจีที่มีเป้าหมายชัดเจนในการก้าวสู่องค์กรต้นแบบธุรกิจ ESG (Environmental, Social and Governance) โดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่ช่วยขับเคลื่อน เพื่อผลักดันให้เอสซีจีเติบโตอย่างยั่งยืน</span></h4>
<p><span id="more-9276"></span></p>
<p><span style="color: #000000;">ขณะที่สถานการณ์ของประเทศไทยและทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ผู้นำองค์กรเอสซีจีมองว่า ณ จุดนี้ ต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับการเตรียมความพร้อม</span>และสร้างโอกาสเพื่อการเติบโตในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ในแบบฉบับของเอสซีจี คือ การใส่ใจสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการดูแลสังคม อย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งเอสซีจีดำเนินการอยู่แล้วภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ พร้อมโซลูชันครบวงจร ทั้งด้าน Circular Economy, Medical &amp; Healthcare และยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) ที่กำลังเติบโตสูง ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<figure id="attachment_9278" aria-describedby="caption-attachment-9278" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9278 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/SCG-2.jpg" alt="" width="800" height="542" /><figcaption id="caption-attachment-9278" class="wp-caption-text">Chemical Business_Sirplaste</figcaption></figure>
<p>ตัวอย่างการขยายการลงทุนตามแนวทาง ESG ที่เห็นชัดเจน คือ การลงนามในสัญญาซื้อหุ้นบริษัทซีพลาสต์ (Sirplaste) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจและผู้นำด้านพลาสติกรีไซเคิลในประเทศโปรตุเกส การลงทุนครั้งนี้ เอสซีจีและซีพลาสต์จะประสานการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมไปถึงการขยายตลาดในยุโรปและอาเซียน ซึ่งเอสซีจีมองว่ายังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก เนื่องจากความยั่งยืนเรื่องพลาสติกและการรีไซเคิลเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังมุ่งไป</p>
<p>ขณะที่ ธุรกิจเคมิคอลส์ ที่มุ่งสู่การเป็น “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” นอกจากจะเน้นการขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น (HVA) ยังเร่งการเข้าสู่ธุรกิจที่ตลาดมีการเติบโตสูง เช่น การประสานความร่วมมือกับซีพลาสต์ การขยายกำลังการผลิตของโรงงาน MOC Debottleneck ซึ่งธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และ DOW ได้ร่วมมือกันดำเนินโครงการ และก่อสร้างแล้วเสร็จเร็วกว่าแผน ได้เริ่มทดลองดำเนินการผลิตแล้ว คาดว่าจะผลิตได้เต็มกำลังภายในเดือนพฤษภาคม 2564 นี้ จะทำให้มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์เพิ่มขึ้น 350,000 ตันต่อปีด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้กระบวนการผลิตมีต้นทุนการลงทุนที่ต่ำลง ประหยัดพลังงาน รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Process) ด้วย</p>
<figure id="attachment_9280" aria-describedby="caption-attachment-9280" style="width: 608px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9280" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/SCG-3.jpg" alt="" width="608" height="341" /><figcaption id="caption-attachment-9280" class="wp-caption-text">นวัตกรรม Floating Solar_SCG</figcaption></figure>
<p>ส่วนธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เน้นการนำเสนอสินค้า บริการ และโซลูชันครบวงจร ตอบโจทย์การก่อสร้างและการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน อาทิ โซลูชัน Green Construction ของ CPAC ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ</p>
<p>ด้าน ธุรกิจแพคเกจจิ้ง ก็ยังคงมุ่งพัฒนานวัตกรรมโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ล่าสุดได้พัฒนา OptiBreath® บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยคงความสดของผักผลไม้ให้นานขึ้น ลดการเน่าเสียและข้อจำกัดทางการขนส่ง และ Odor LockTM บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยเก็บกลิ่นอาหาร เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภคในฤดูกาลผลไม้นี้<br />
หากลงลึกไปในรายละเอียด ปัจจุบัน เอสซีจีมีสินค้าในกลุ่ม SCG Green Choice ที่ลดการใช้พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนยืดอายุการใช้งานของสินค้าให้ยาวขึ้น รวม 103 รายการ มีเป้าหมายจะขยายเพิ่มเป็น 135 รายการภายในปีนี้ โดยรายได้ของสินค้ากลุ่มนี้ อยู่ที่ 45,635 ล้านบาท คิดเป็น 37% ของรายได้จากการขายรวม</p>
<p>ส่วนความพยายามการลดใช้พลังงาน เอสซีจีได้เพิ่มการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) สำหรับกระบวนการผลิต โดยในปี 2563 มีสัดส่วนการใช้เท่ากับ 88,125 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และในช่วงสองเดือนแรกของปี 2564 เท่ากับ 14,769 เมกะวัตต์–ชั่วโมง เช่นเดียวกับพลังงานทางเลือก (Alternative Fuel) ที่มีสัดส่วนการใช้เพิ่มขึ้น เพื่อให้บรรลุนโยบายลดสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (Zero Coal Initiative) โดยในปี 2563 มีสัดส่วนการใช้เท่ากับร้อยละ 14.3 ในขณะที่ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2564 มีสัดส่วนการใช้เท่ากับร้อยละ 16.0</p>
<figure id="attachment_9279" aria-describedby="caption-attachment-9279" style="width: 578px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9279" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/SCG-4.jpg" alt="" width="578" height="385" /><figcaption id="caption-attachment-9279" class="wp-caption-text">เตียงสนามกระดาษของ SCGP</figcaption></figure>
<p>หลัก Circular Economy ยังถูกนำมาใช้ในการคิดค้นนวัตกรรมช่วยเหลือสังคม โดยล่าสุด เอสซีจีและเอสซีจีพี ได้ริเริ่มโครงการ “รวมใจสู้โควิด เปลี่ยนกระดาษเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี” เชิญชวนผู้บริโภคที่รักสิ่งแวดล้อมให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด 19 และสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในระยะเร่งด่วน ด้วยการบริจาคกล่องกระดาษเหลือใช้ ณ จุดรับกระดาษขององค์กรที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 62 แห่ง และเอสซีจีพีจะรวบรวมกลับมายังโรงงาน เพื่อรีไซเคิลและผลิตเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี เรียกได้ว่า เป็นการพัฒนาเตียงสนามกระดาษที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% รองรับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม ขนย้ายสะดวกและประกอบได้ง่าย โดยได้ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศไปแล้วจำนวน 26,600 ชุด</p>
<p>จากการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG และการผลักดันเรื่อง Circular Economy ที่เอสซีจีใช้เป็นกลยุทธ์สำคัญขับเคลื่อนองค์กร ส่งผลให้สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 เอสซีจีจึงให้ความสำคัญกับการนำแนวทาง ESG มาผสานให้เป็นเนื้อเดียวกับกลยุทธ์ของแต่ละธุรกิจ (ESG Integration) ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันองค์กรให้เดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง พร้อม ๆ กับการดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/05/scg-policy-to-environmental-social-governance/">SCGเปิดแนวทางธุรกิจ ESG ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนขับเคลื่อนองค์กร บนวิถีความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
