<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SCGC &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/scgc/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Aug 2026 04:37:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>SCGC &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;เอสซีจี&#8217; ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังแข็งแกร่ง กระแสเงินสดเพิ่ม 35% ท่ามกลางโลกผันผวน เปิดกลยุทธ์เชิงรุก บริหารต้นทุน ดูแลห่วงโซ่ โฟกัสตลาดมูลค่าสูง ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/scg-f12026-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 04:37:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[High-Value Added Products]]></category>
		<category><![CDATA[HVA]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเคมิคอลส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจแพคเกจจิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43587</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่งกว่าเดิม Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 42,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากความสำเร็จของกลยุทธ์เชิงรุก เสริมความคล่องตัว ผ่าน ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 เศรษฐกิจโลกยังท้าทายสูง แต่มั่นใจรับมือได้อย่างเข้มแข็ง ส่วนปีหน้าโครงการเพิ่มวัตถุดิบ ก๊าซอีเทนที่ LSP เวียดนามจะแล้วเสร็จ พร้อมเดินหน้าร่วมมือ พันธมิตรธุรกิจใหม่ เชื่อมั่นสร้างการเติบโตยั่งยืน คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ครึ่งแรกของปีนี้ เอสซีจี ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่ง ความคล่องตัว เพื่อสามารถแข่งขันได้ในโลกผันผวน ทำให้สามารถสร้างการเติบโตของ Adjusted Cash EBITDA (กระแสเงินสดที่ไม่รวมการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ การด้อยค่าและรายการที่ไม่เกิดขึ้น เป็นประจำของธุรกิจที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด) ให้เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 42,913 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 259,570 ล้านบาท กำไรสำหรับงวด 17,758 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/scg-f12026-performance/">&#8216;เอสซีจี&#8217; ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังแข็งแกร่ง กระแสเงินสดเพิ่ม 35% ท่ามกลางโลกผันผวน เปิดกลยุทธ์เชิงรุก บริหารต้นทุน ดูแลห่วงโซ่ โฟกัสตลาดมูลค่าสูง ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่งกว่าเดิม Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 42,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากความสำเร็จของกลยุทธ์เชิงรุก เสริมความคล่องตัว ผ่าน<span id="more-43587"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 เศรษฐกิจโลกยังท้าทายสูง แต่มั่นใจรับมือได้อย่างเข้มแข็ง ส่วนปีหน้าโครงการเพิ่มวัตถุดิบ ก๊าซอีเทนที่ LSP เวียดนามจะแล้วเสร็จ พร้อมเดินหน้าร่วมมือ พันธมิตรธุรกิจใหม่ เชื่อมั่นสร้างการเติบโตยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ครึ่งแรกของปีนี้ เอสซีจี ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่ง ความคล่องตัว เพื่อสามารถแข่งขันได้ในโลกผันผวน ทำให้สามารถสร้างการเติบโตของ Adjusted Cash EBITDA (กระแสเงินสดที่ไม่รวมการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ การด้อยค่าและรายการที่ไม่เกิดขึ้น เป็นประจำของธุรกิจที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด) ให้เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 42,913 ล้านบาท</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43591 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/1-1_re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่รายได้จากการขายช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 259,570 ล้านบาท กำไรสำหรับงวด 17,758 ล้านบาท ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการพิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ จะมีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 12,649 ล้านบาท​</p>
<p>ส่วน​ไตรมาส 2 มี Adjusted Cash EBITDA 27,984 ล้านบาท รายได้จากการขาย 136,243 ล้านบาท กำไรสำหรับงวด 11,535 ล้านบาท และหากไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรสำหรับงวด​ 10,833 ล้านบาท หนี้สินสุทธิ ลดลง 39,176 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงอยู่ที่ 3.7 เท่า จาก 5.0 เท่า และมีเงินสดคงเหลือเพิ่มเป็น 76,775 ล้านบาท</p>
<p>ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเสริมความคล่องตัวในธุรกิจ ทั้ง ‘ระยะเร่งด่วน’ และ ‘ระยะกลาง’</p>
<p><strong>ระยะเร่งด่วน  :</strong> บริหารต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด จัดหาวัตถุดิบจากแหล่งนอก ช่องแคบฮอร์มุซทันท่วงที รักษาวินัยการเงินเข้มข้น</p>
<p><strong>ระยะกลาง :</strong> ปรับโครงสร้างธุรกิจ เน้นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Products: HVA) หนุนหุ่นยนต์-AI เพิ่มประสิทธิภาพฐานผลิตอาเซียน ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นทุกธุรกิจ</p>
<p>ขณะที่แนวทางการดำเนินงาน เน้น​การบริหารต้นทุน-วัตถุดิบ เคร่งครัดด้านวินัยการเงิน มุ่งปรับโครงสร้างธุรกิจ ชูฐานผลิตอาเซียน เน้นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง ส่งผลให้ผลประกอบการดีขึ้นในทุกธุรกิจ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43588 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/info.jpg" alt="" width="480" height="600" /></p>
<p><strong>ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์ วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง </strong><strong>:</strong> สามารถบริหารต้นทุนและตอบโจทย์ลูกค้าในอาเซียนได้มีประสิทธิภาพ พร้อมหาโอกาสเติบโตร่วมกับพันธมิตรธุรกิจใหม่</p>
<p><strong>ธุรกิจแพคเกจจิ้ง</strong><strong> :</strong>  ผลการดำเนินงานดีขึ้นโดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่พลิกทำกำไรจากการบูรณาการธุรกิจ ผ่านการเข้าซื้อธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการบริหารต้นทุนที่ดีพร้อมกับปริมาณการขายบรรจุภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งความต้องการในอาเซียนขยายตัว โดยเฉพาะในเวียดนามเติบโตแรงต่อเนื่อง</p>
<p><strong>ธุรกิจเคมิคอลส์ </strong><strong>: </strong>เน้นการบริหารต้นทุน การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งนอกช่องแคบฮอร์มุซ การขายสินค้า HVA เพื่อปรับตัวรับสถานการณ์ผันผวน ในตะวันออกกลางได้ทันท่วงที ประกอบกับส่วนต่างราคาสินค้าปิโตรเคมีในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ เอสซีจี ยังมีรายได้จากเงินปันผลรับแข็งแกร่งต่อเนื่อง สำหรับปีหน้า การทรานส์ฟอร์มธุรกิจจะแล้วเสร็จหลายด้าน อาทิ โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่ LSP เวียดนาม การร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจใหม่จะชัดเจน มั่นใจว่าจะทำให้เอสซีจีเติบโตยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43594 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/4_สินค้า-HVA-โดยเอสซีจี-ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อส.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p>สำหรับผลการดำเนินงานสำคัญในครึ่งปีแรก 2569 ได้แก่</p>
<p><strong>1.) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์ วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง</strong> ได้แรงหนุนจากโครงการภาครัฐของไทย รวมทั้งตลาดในเวียดนามและอินโดนีเซียที่เติบโต ขณะที่ตลาดเอกชนในประเทศยังชะลอตัว มีกำไรสำหรับงวด 5,790 ล้านบาท Adjusted Cash EBITDA 11,407 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>&#8211; การรวมธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และเอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล ภายใต้ชื่อ &#8216;<strong>เอสซีจี ซิเมนต์–ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง</strong>&#8216; ชูลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มโอกาสการขายและยกระดับประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ส่งผลให้สามารถต่อยอดจากฐานลูกค้าคอนกรีตผสมเสร็จไปสู่สินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-RMC Products) โดยมีอัตราการขายข้ามกลุ่มสินค้าเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน พร้อมขยายเครือข่ายร้านค้าช่วงเพิ่มขึ้นกว่า 200 ร้าน อีกทั้งยังช่วยลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยคาดว่าจะลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้กว่า 1,000 ล้านบาทภายในปีนี้<br />
&#8211; เร่งขยายสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (Smart Value Products: SVP)  , ขยายสินค้า HVA  และเดินหน้าผลักดัน <strong>ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ </strong> ต่อเนื่อง โดยสามารถเข้าถึงตลาดในประเทศไทยได้มากกว่า 80% แล้ว พร้อมเร่งการผลิตและส่งออกจากเวียดนาม เพื่อรองรับตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนที่มีแนวโน้มเติบโต</p>
<p>&#8211; เดินหน้าขยายตลาดสู่ออสเตรเลีย ที่มีศักยภาพเติบโต ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมสินค้าเพื่อการอยู่อาศัยและก่อสร้าง ทั้งกลุ่มหลังคา ฝาฝ้า และฉนวนกันความร้อน ในงาน “Sydney Build Expo 2026” ด้วยสินค้าคุณภาพ มีมาตรฐานสากล และความยั่งยืน</p>
<p>ด้าน  <strong>เอสซีจี เดคคอร์</strong> Adjusted Cash EBITDA 1,378 ล้านบาท จากรายได้ต่างประเทศเติบโตโดยเฉพาะในเวียดนาม การบริหารการเงิน ต้นทุนพลังงาน และสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้บริษัทจะมีค่าใช้จ่ายการปรับโครงสร้างธุรกิจและการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ในประเทศไทย</p>
<p><strong>2.) ธุรกิจเคมิคอลส์ สถานการณ์ตะวันออกกลาง</strong> กระทบต่อการจัดหาวัตถุดิบ และห่วงโซ่อุปทาน โรงงานปิโตรเคมีหลายแห่งหยุด หรือปรับลดกำลังการผลิต ทำให้อุปทานในตลาดโลกลดลง ส่งผลให้ราคาพอลิเอทิลีน (PE) และพอลิโพรพิลีน (PP) ปรับตัวสูงขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43592 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/7_โรงงาน-LSP-เวียดนาม-ใน-SCGC.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>เอสซีจีซี</strong> กำไรสำหรับงวด 5,898 ล้านบาท Adjusted Cash EBITDA 15,600 ล้านบาท สาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการของบริษัทที่เร่งจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งนอกช่องแคบฮอร์มุซ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงาน (Optimization) การเพิ่มปริมาณการขายสินค้า HVA และการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ</p>
<p>&#8211; ขายหุ้น 14.86% ใน PT Chandra Asri Pacific Tbk. (CAP) อินโดนีเซีย มูลค่าธุรกรรมราว 24,900 ล้านบาท ได้สำเร็จ ตามกลยุทธ์ลดภาระทางการเงิน และจัดสรรเงินไปลงทุน โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม<br />
เร่งเตรียมความพร้อม สำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม ซึ่งอยู่ระหว่างการหยุดเดินเครื่องชั่วคราว โดยล่าสุดการก่อสร้างถังเก็บอีเทน มีความคืบหน้ากว่า 60% ให้พร้อมเริ่มดำเนินการปลายปี 2570 ตามแผน<br />
การร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์ และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC ยังอยู่ระหว่างเร่งศึกษาความเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง และจะแจ้งความคืบหน้าในไตรมาส 3 ปี 2569</p>
<p>&#8211; โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม</p>
<p><strong>3.) ธุรกิจแพคเกจจิ้ง</strong> ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวในไตรมาส 2 ปี 2569 ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และค่าขนส่งปรับเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เอสซีจีพี จึงมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงานเพื่อบริหารต้นทุน รักษาความต่อเนื่อง ทางธุรกิจของลูกค้า เสริมความสามารถการแข่งขันผ่านเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค และโซลูชันบรรจุภัณฑ์ เพื่อผู้บริโภคแบบครบวงจร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43593 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/10_SCGP-พัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์-ESG-ร่วมกับ-KAO.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>เอสซีจีพี</strong> กำไรสำหรับงวด 3,870 ล้านบาท Adjusted Cash EBITDA 10,472 ล้านบาท สาเหตุหลักจากธุรกิจในอินโดนีเซีย พลิกทำกำไร จากปริมาณการขายบรรจุภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัวของราคาตามตลาดในภูมิภาค การบริหารต้นทุน การปรับโครงสร้างการใช้พลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งผลให้จัดการต้นทุนได้ตามที่วางแผนไว้ ขณะที่ธุรกิจในเวียดนามยังได้แรงหนุน จากการขยายตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศต่อเนื่อง</p>
<p>&#8211;  รุกขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษในอาเซียน รับโอกาสความต้องการที่ขยายต่อเนื่อง โดยเพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก ในตอนใต้ของเวียดนาม</p>
<p>&#8211; สร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่การขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยสร้างคุณค่าร่วมกับลูกค้า ผ่านการพัฒนานวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจและเป้าหมาย ESG อาทิ ร่วมกับ คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) (KAO) พัฒนาบรรจุภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมโมโนแมททีเรียล (Mono-material) ที่ออกแบบมาเพื่อให้บรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวหลายชั้น (Flexible Packaging) ผลิตจากวัสดุชนิดเดียว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการรีไซเคิล</p>
<p>&#8211; ใช้เทคโนโลยีระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) Machine Learning และ Deep Learning ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต การบริหารต้นทุน การควบคุมคุณภาพ และการวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนนำหุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับพนักงาน (Collaborative Robots: Cobots) มาใช้ เพิ่มประสิทธิภาพงานที่มีความซ้ำซ้อนและต้องการความต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/scg-f12026-performance/">&#8216;เอสซีจี&#8217; ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังแข็งแกร่ง กระแสเงินสดเพิ่ม 35% ท่ามกลางโลกผันผวน เปิดกลยุทธ์เชิงรุก บริหารต้นทุน ดูแลห่วงโซ่ โฟกัสตลาดมูลค่าสูง ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘บุญรอดฯ’ ลงนาม DRS by REPCO NEX ใน SCGC ยกระดับกระบวนการผลิตอัจฉริยะ มาตรฐานคุณภาพสูงสุด เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/boonrawd-signing-drs-by-repco-nex/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Feb 2026 08:03:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[Production]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable Energy Management Platform]]></category>
		<category><![CDATA[REPCO NEX]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Maintenance]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำดื่มสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เร็ปโก เน็กซ์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บุญรอด]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ภิรมย์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการผลิตอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39900</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้นำตลาดเครื่องดื่มของไทย สานต่อการพัฒนาและยกระดับกระบวนการผลิตอัจฉริยะสู่ Smart Factory เน้น 3 แกนหลัก เทคโนโลยีทันสมัย กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพ และพัฒนาขีดความสามารถบุคลากร เพื่อมาตรฐานการผลิตที่ต้อง &#8216;ดีที่สุด&#8217; เท่านั้น ตอบความไว้วางใจของผู้บริโภคและต้องอยู่ในแนวทางของความยั่งยืน ทั้งกับตัวองค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ได้ลงนามร่วมกับ บริษัท เร็ปโก เน็กซ์ จำกัด (REPCO NEX) ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและโซลูชันด้านอุตสาหกรรมแบบครบวงจร โดยได้นำดิจิทัลโซลูชันอัจฉริยะ DRS by REPCO NEX (Digital Reliability Solutions by REPCO NEX) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เสริมความต่อเนื่องของการเดินเครื่องจักร ลดความสูญเสีย และยกระดับมาตรฐานการผลิต ควบคู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม คุณปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ​​กลุ่มบริษัทผลิต บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/boonrawd-signing-drs-by-repco-nex/">‘บุญรอดฯ’ ลงนาม DRS by REPCO NEX ใน SCGC ยกระดับกระบวนการผลิตอัจฉริยะ มาตรฐานคุณภาพสูงสุด เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด</strong> ผู้นำตลาดเครื่องดื่มของไทย สานต่อการพัฒนาและยกระดับกระบวนการผลิตอัจฉริยะสู่ Smart Factory เน้น 3 แกนหลัก เทคโนโลยีทันสมัย กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพ และพัฒนาขีดความสามารถบุคลากร เพื่อมาตรฐานการผลิตที่ต้อง &#8216;<strong>ดีที่สุด&#8217;</strong> เท่านั้น ตอบความไว้วางใจของผู้บริโภคและต้องอยู่ในแนวทางของความยั่งยืน ทั้งกับตัวองค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-39900"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ได้ลงนามร่วมกับ <strong>บริษัท เร็ปโก เน็กซ์ จำกัด (</strong><strong>REPCO NEX)</strong> ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและโซลูชันด้านอุตสาหกรรมแบบครบวงจร โดยได้นำดิจิทัลโซลูชันอัจฉริยะ <strong>DRS by REPCO NEX (Digital Reliability Solutions by REPCO NEX)</strong> มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เสริมความต่อเนื่องของการเดินเครื่องจักร ลดความสูญเสีย และยกระดับมาตรฐานการผลิต ควบคู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39902 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/E_02-รูปหลัก-re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>คุณปิติ ภิรมย์ภักดี</strong> กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ​​กลุ่มบริษัทผลิต บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า  หัวใจสำคัญของกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่คือการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ตลอดระยะเวลากว่า 92 ปี บริษัทไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาและยกระดับกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ลดความซ้ำซ้อนและกระบวนการที่ไม่จำเป็น  รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการผลิตสู่ Smart Manufacturing ตลอดจนการพัฒนาเสริมทักษะของพนักงานในองค์กรให้มีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ด้าน ดร.พิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เร็ปโก เน็กซ์ จำกัด (REPCO NEX) ในกลุ่มธุรกิจ SCGC เผยว่า “ความร่วมมือกับกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ในครั้งนี้ เป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลเทคโนโลยีและวิศวกรรมของ SCGC โดยประยุกต์ใช้ดิจิทัลโซลูชันอัจฉริยะ DRS by REPCO NEX เข้ากับประสบการณ์จริงในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของกลุ่มบุญรอดฯ เพื่อยกระดับโรงงาน สู่ Smart Manufacturing ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมไทยต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39903 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/BR_01-re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ทั้งนี้ ดิจิทัลโซลูชันอัจฉริยะ<strong> &#8216;DRS by REPCO NEX&#8217;</strong> เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างคนกับเทคโนโลยีดิจิทัล โดยสร้างสรรค์เป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรมและแม่นยำ ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตรอบด้าน อาทิ การเดินเครื่องจักรต่อเนื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดการสูญเสียจากงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน  ประกอบด้วย</p>
<p>1) การซ่อมบำรุงอัจฉริยะครบวงจรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Smart Maintenance)</p>
<p>2) ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) เพื่อการผลิตและการบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิต</p>
<p>3) ดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ช่วยบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Management Platform) สามารถพยากรณ์ปริมาณพลังงานที่ผลิตได้ล่วงหน้าและแจ้งเตือนความผิดปกติของเครื่องจักร พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ปัญหา รวมทั้งสามารถผลิตพลังงานหมุนเวียนได้เต็มประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39904 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/BR_02-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/boonrawd-signing-drs-by-repco-nex/">‘บุญรอดฯ’ ลงนาม DRS by REPCO NEX ใน SCGC ยกระดับกระบวนการผลิตอัจฉริยะ มาตรฐานคุณภาพสูงสุด เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>1 ปี ที่โฮมโปร ชวนเปลี่ยนบ้านให้รักษ์โลก ด้วยนวัตกรรม “เครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลก” ร่วมกับ SCGC ย้ำความสำเร็จของการขับเคลื่อนแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/homepro-x-scgc-driving-ciecular-product/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Jun 2025 09:14:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Better Living เพื่อชีวิตที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Products]]></category>
		<category><![CDATA[HomePro]]></category>
		<category><![CDATA[HomePro Circular Products]]></category>
		<category><![CDATA[Homepro pr]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC GREEN POLYMER]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ร่วมรักษ์โลกไปกับโฮมโปร]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้ารักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<category><![CDATA[โฮมโปร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34304</guid>

					<description><![CDATA[<p>โฮมโปร ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน และเป็นรายแรกในไทยที่ขับเคลื่อนการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร พร้อมด้วย เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ผู้นำธุรกิจพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจรเพื่อความยั่งยืน ร่วมกันเดินหน้าขยายความสำเร็จ “โครงการเครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลกจากพลาสติกรีไซเคิล” ซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พร้อมได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค มีลูกค้านำสินค้าเก่ามาร่วมโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” (Trade-in) กว่า 200,000 ชิ้น  สะท้อนถึงความตื่นตัวในการเลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับอนาคตของโลก โครงการฯ ดังกล่าว มุ่งสร้างสินค้าและบริการที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ด้วยการจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าอย่างถูกวิธี เพื่อนำไปรีไซเคิลอย่างปลอดภัยและผลิตเป็นสินค้ารักษ์โลกตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยต้นปี 2568 นี้ เปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลกจากแบรนด์ชั้นนำต่อเนื่อง ตั้งเป้าปี 2573 เพิ่มสัดส่วนขายสินค้ารักษ์โลกเป็น 20% จากยอดขายสินค้าทั้งหมด เพื่อมุ่งยกระดับสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวคิด Make Every Change A Better Life นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/homepro-x-scgc-driving-ciecular-product/">1 ปี ที่โฮมโปร ชวนเปลี่ยนบ้านให้รักษ์โลก ด้วยนวัตกรรม “เครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลก” ร่วมกับ SCGC ย้ำความสำเร็จของการขับเคลื่อนแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โฮมโปร ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้าน และเป็นรายแรกในไทยที่ขับเคลื่อนการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร พร้อมด้วย เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ </strong><strong>SCGC </strong><strong>ผู้นำธุรกิจพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจรเพื่อความยั่งยืน ร่วมกันเดินหน้าขยายความสำเร็จ “โครงการเครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลกจากพลาสติกรีไซเคิล” ซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องตลอด </strong><strong>1 </strong><strong>ปีที่ผ่านมา พร้อมได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค มีลูกค้านำสินค้าเก่ามาร่วมโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” (</strong><strong>Trade-in) </strong><strong>กว่า </strong><strong>200,000 </strong><strong>ชิ้น</strong><strong> </strong><span id="more-34304"></span></p>
<p><strong>สะท้อนถึงความตื่นตัวในการเลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับอนาคตของโลก โครงการฯ ดังกล่าว มุ่งสร้างสินค้าและบริการที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ด้วยการจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าอย่างถูกวิธี เพื่อนำไปรีไซเคิลอย่างปลอดภัยและผลิตเป็นสินค้ารักษ์โลกตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยต้นปี </strong><strong>2568 </strong><strong>นี้ เปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลกจากแบรนด์ชั้นนำต่อเนื่อง ตั้งเป้าปี </strong><strong>2573</strong><strong> เพิ่มสัดส่วนขายสินค้ารักษ์โลกเป็น </strong><strong>20% </strong><strong>จากยอดขายสินค้าทั้งหมด เพื่อมุ่งยกระดับสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวคิด </strong><strong>Make Every Change A Better Life</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34307 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/HP-SVG3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>นายวีรพันธ์ อังสุมาลี</strong> <strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>“</strong><strong>โฮมโปร</strong><strong>”</strong> เผยถึงการเติบโตอย่างยั่งยืน ของโฮมโปร และ ‘เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC’ พันธมิตรผู้นำธุรกิจพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจร ผ่านความร่วมมือพัฒนา Circular Products หรือผลิตภัณฑ์หมุนเวียน โดยเฉพาะ <strong>‘</strong><strong>เครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลก</strong><strong>’</strong> ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 ด้วยการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าจากบ้านลูกค้า ในโครงการ <strong>‘</strong><strong>แลกเก่าเพื่อโลกใหม่</strong><strong>’</strong> ไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในระบบปิด (Closed-Loop) เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (High Quality PCR Resin) ภายใต้แบรนด์ SCGC GREEN POLYMER<sup>TM</sup> และนำมาผลิตเป็นสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียนหลากหลายประเภทที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค เช่น ตู้เย็นรักษ์โลก Haier พัดลมรักษ์โลก Venz เครื่องทำน้ำอุ่นรักษ์โลก Stiebel Eltron</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34306 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/HP-SVG2.jpg" alt="" width="900" height="900" /></p>
<p>ในปี 2568 โฮมโปร และ SCGC ได้เดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลกกับแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ช่วงต้นปีนี้ ได้มีการพัฒนาตู้เย็นและเครื่องซักผ้ารักษ์โลก Samsung เครื่องทำน้ำอุ่นรักษ์โลก Mazuma รวมถึงเครื่องซักผ้ารักษ์โลก Toshiba ความร่วมมือกับ SCGC ถือเป็นการช่วยสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนตามแนวคิด <strong>Make Every Change A Better Life</strong> และสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดเป็นรูปธรรม พร้อมเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้โฮมโปรกลายเป็นค้าปลีกรายแรกในไทย ที่ขับเคลื่อนการรีไซเคิลเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าและขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร (First Retailer Making Waste Electrical and Electronic Equipment (WEEE) to Closed Loop Circular Appliances)</p>
<p><strong>“</strong><strong>ความสำเร็จเหล่านี้ ได้กระตุ้นให้เรามุ่งมั่นจะเดินหน้าเพิ่มสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียนร่วมกับแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ ต่อเนื่องในอนาคต โดยโฮมโปรตั้งเป้าหมายจำหน่ายสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียน (</strong><strong>Circular Products)</strong><strong> ขยายเป็นสัดส่วน </strong><strong>20</strong><strong>% จากยอดขายสินค้าทั้งหมด ภายในปี </strong><strong>2573” </strong><strong>นายวีรพันธ์ กล่าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34308 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/HP-SVG4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ด้าน <strong>นายชาตรี เอี่ยมโสภณา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพาณิชย์ เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) กล่าวว่า “SCGC ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนมาโดยตลอด ตามแนวทาง <strong>‘Low Waste, Low Carbon’</strong> โดยนำพลาสติกในเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าจากความร่วมมือกับโฮมโปร เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานระดับสากล GRS (Global Recycled Standard) เพื่อผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (High Quality PCR Resin) ที่นำไปผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่จากวัสดุหมุนเวียน (Circular Products) ซึ่งเทคโนโลยีของ SCGC สามารถออกแบบให้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงมีคุณสมบัติเฉพาะทาง ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน โดยยังคงคุณภาพ มีความปลอดภัย มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน และรองรับการใช้งานที่หลากหลาย จึงเหมาะกับการนำไปประกอบในชิ้นส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภท ความร่วมมือนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปริมาณขยะ สร้างคุณค่าใหม่ให้พลาสติกใช้แล้ว พร้อมยังตอบโจทย์ธุรกิจและเจ้าของแบรนด์สินค้า รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/homepro-x-scgc-driving-ciecular-product/">1 ปี ที่โฮมโปร ชวนเปลี่ยนบ้านให้รักษ์โลก ด้วยนวัตกรรม “เครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลก” ร่วมกับ SCGC ย้ำความสำเร็จของการขับเคลื่อนแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ไตรมาสแรก​ กำไรทุกธุรกิจ​ พร้อมเดินต่อ 4 กลยุทธ์ สู้สงครามการค้าโลก ทั้งลดต้นทุน ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากการมีหลายฐานผลิตในอาเซียน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/scg-first-quarter-2025-and-move-forward-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 May 2025 08:54:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Green Products]]></category>
		<category><![CDATA[High-Value Added Products]]></category>
		<category><![CDATA[HVA Products]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NZAP]]></category>
		<category><![CDATA[QAP]]></category>
		<category><![CDATA[Quality Affordable Products]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Strategic move]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กำแพงภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้าโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33212</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 ดีขึ้นกว่าไตรมาส 4 ปี 2567 กระแสเงินสด (EBITDA) แข็งแกร่งต่อเนื่อง 12,889 ล้านบาท กำไร 1,099 ล้านบาท จากการเร่งปรับตัวสู้ความท้าทายในทุกธุรกิจ และมาตรการเสริมความเข้มแข็งการเงินต่อเนื่อง พร้อมยกระดับ ​4 กลยุทธ์  ทั้งลดต้นทุน  ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน สู้ศึกสงครามการค้าโลก  คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ไตรมาส 1 ปี 2568 เอสซีจี มีกำไรสำหรับงวด 1,099 ล้านบาท เนื่องจากทุกธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ตามมาตรการเสริมความเข้มแข็งทางการเงินที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ด้วยการลดต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการ รวมทั้งการขยายตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และการก่อสร้างมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลก่อสร้างและงบประมาณภาครัฐที่เบิกจ่ายต่อเนื่อง ขณะที่เอสซีจี เคมิคอลส์ (เอสซีจีซี) ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนและปรับพอร์ตสินค้า รวมถึงเอสซีจีพี ที่ยังคงแข็งแกร่งจากการมุ่งเน้นการเติบโตเพื่อรองรับอุปสงค์ของผู้บริโภคภายในประเทศของกลุ่มอาเซียน เสริมพอร์ตสินค้าสำหรับผู้บริโภค (Consumer Packaging) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/scg-first-quarter-2025-and-move-forward-strategy/">เอสซีจี ไตรมาสแรก​ กำไรทุกธุรกิจ​ พร้อมเดินต่อ 4 กลยุทธ์ สู้สงครามการค้าโลก ทั้งลดต้นทุน ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากการมีหลายฐานผลิตในอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี เผยผลประกอบการไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2568 </strong><strong>ดีขึ้นกว่าไตรมาส </strong><strong>4 </strong><strong>ปี </strong><strong>2567 </strong><strong>กระแสเงินสด </strong><strong>(EBITDA)</strong><strong> แข็งแกร่งต่อเนื่อง</strong><strong> 12,889 </strong><strong>ล้านบาท กำไร </strong><strong>1,099 </strong><strong>ล้านบาท จากการเร่งปรับตัวสู้ความท้าทายในทุกธุรกิจ และมาตรการเสริมความเข้มแข็งการเงินต่อเนื่อง</strong></p>
<p><span id="more-33212"></span></p>
<p><strong> พร้อมยกระดับ </strong><strong>​4 </strong><strong>กลยุทธ์  ทั้ง</strong><strong>ลดต้นทุน  </strong><strong>ขยายพอร์ตสินค้า </strong><strong>​บุกตลาดใหม่ และ</strong><strong>สร้างความได้เปรียบจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน</strong><strong> สู้ศึกสงครามการค้าโลก </strong></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> กล่าวว่า <strong>ไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2568 </strong><strong>เอสซีจี </strong><strong>มีกำไรสำหรับงวด </strong><strong>1,099 </strong><strong>ล้านบาท</strong> เนื่องจากทุกธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ตามมาตรการเสริมความเข้มแข็งทางการเงินที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ด้วยการลดต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการ รวมทั้งการขยายตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ประกอบกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และการก่อสร้างมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลก่อสร้างและงบประมาณภาครัฐที่เบิกจ่ายต่อเนื่อง ขณะที่เอสซีจี เคมิคอลส์ (เอสซีจีซี) ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนและปรับพอร์ตสินค้า รวมถึงเอสซีจีพี ที่ยังคงแข็งแกร่งจากการมุ่งเน้นการเติบโตเพื่อรองรับอุปสงค์ของผู้บริโภคภายในประเทศของกลุ่มอาเซียน เสริมพอร์ตสินค้าสำหรับผู้บริโภค (Consumer Packaging) ควบคู่กับการบริหารต้นทุน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33214 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/2_Re-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แม้สถานการณ์ในไตรมาส 1 ยอดขายจะลดลง แต่ยังสามารถรักษากำไรไว้ได้ในทุกธุรกิจ รวมทั้งการรักษากระแสเงินสด <strong> (</strong><strong>EBITDA)  </strong>ที่เป็นส่วนสำคัญในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและผันผวนเช่นนี้ ก็ยังสามารถเพิ่มขึ้นมาได้ถึง 22% โดยมีกระแสเงินสดหมุนเวียน​ <strong>12,889 </strong><strong>ล้านบาท</strong> สะท้อนความแข็งแรงในการดำเนินงานให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ทั้งการบริหารจัดการกระแสเงินสด ​​และเงินทุนหมุนเวียนอย่างระมัดระวัง  รวมทั้ง​​การลดต้นทุนในแต่ละธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้เอสซีจีมีความเข้มแข็งมากขึ้น ​จากการปรับตัวฉับไวของธุรกิจเพื่อคงศักยภาพการแข่งขันท่ามกลางความท้าทาย&#8221;</em></p>
<p><strong>ประเมินผลกระทบสงครามการค้าโลก </strong></p>
<p>สำหรับ <strong>สถานการณ์สงครามการค้าโลกจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ</strong> ที่รุนแรง ล่าสุด “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจโลกปีนี้เหลือเพียง 2.8% ปัจจัยสำคัญมาจากการลดประมาณการ GDP ลงเกือบทุกประเทศ สำหรับ GDP ประเทศไทย ปรับลดลงเหลือ 1.8%</p>
<p><strong>ทั้งนี้ เอสซีจี ได้ประเมินสถานการณ์และผลกระทบจากสงครามการค้าโลก</strong> พบว่า</p>
<p><strong>1.) </strong><strong>ผลกระทบทางตรง</strong>  ต่อเอสซีจี มีเล็กน้อย เนื่องจากในปี 2567 มีการส่งออกไปสหรัฐฯ เพียง 1% จากยอดขายรวมของเอสซีจี</p>
<p><strong>2.) </strong><strong>ผลกระทบทางอ้อม</strong> หากพ้นระยะที่สหรัฐฯ ประกาศชะลอการจัดเก็บภาษีนำเข้า 90 วัน กลุ่มประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ อาจถูกเก็บอัตราภาษีที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่อาจถูกเก็บอัตราภาษีนำเข้าสูงถึง 36% ตามที่สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 2 เมษายน 2568 จึงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและโลกจะชะลอตัวรุนแรง การส่งออกระหว่างประเทศ รวมถึงการทะลักของสินค้าจากประเทศอื่นเข้ามาในประเทศไทย จะส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/6_Re-Infographic_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-68-กำไรดีขึ้น.jpg" alt="" width="800" height="1000" /></p>
<p><em>“สงครามการค้าได้สร้างแรงกดดันทั่วโลก แต่ยังมีโอกาสที่ซ่อนอยู่ เช่น แนวโน้มราคาน้ำมันโลกที่ลดลง ผู้ผลิตปิโตรเคมีในจีนประสบปัญหาการจัดหาวัตถุดิบจากสหรัฐฯ ตลอดจนบางตลาดยังมีกำลังซื้อสูงสำหรับสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High-Value Added Products &#8211; HVA Products) สินค้ากรีน (Green Products) และสินค้าคุณภาพ ราคาจับต้องได้ (Quality Affordable Products) <strong>เอสซีจี จึงยกระดับการปรับตัวให้เข้มข้นรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ด้วย </strong><strong>4 </strong><strong>กลยุทธ์</strong><strong>สำคัญ ได้แก่ </strong><strong>1.) </strong><strong>ลดต้นทุน</strong> <strong>แข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลก </strong><strong>2.</strong><strong>) </strong><strong>ขยายพอร์ตสินค้าให้รองรับความต้องการตลาดทุกระดับ </strong><strong>ทั้ง </strong><strong>“</strong><strong>สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง สินค้ากรีน </strong><strong>และ</strong><strong>สินค้าคุณภาพ </strong><strong>ราคาจับต้องได้​ </strong><strong>3.</strong><strong>) </strong><strong>บุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง และ</strong><strong> 4.</strong><strong>) </strong><strong>สร้างความได้เปรียบโดยส่งออกจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน </strong><strong>ประกอบกับ</strong><strong>มาตรการเสริมความเข้มแข็งทางการเงิน</strong><strong>ที่ทำต่อเนื่องอย่างได้ผล</strong> ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะสามารถฝ่าความท้าทายจากสงครามการค้าโลกได้อย่างทันท่วงที” คุณธรรมศักดิ์ กล่าว </em></p>
<p><strong>วาง 4 </strong><strong>กลยุทธ์ </strong><strong>รับมือสงครามการค้าโลก </strong></p>
<p>ผลกระทบจากการปะทุของสงครามการค้า ที่ทำให้เศรษกิจหดตัว กำลังผลิตลดลง และมีสินค้าทะลักเข้ามาในตลาดมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันในวิกฤตที่เกิดขึ้น ยังมองเห็น​โอกาส ทั้งจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง  ทำให้ส่วนต่าง​ราคาในกลุ่มเคมิคัลขยับตัวดีขึ้น เช่นเดียวกัน ในสถานการณ์นี้ จะสร้างโอกาสให้สินค้าที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ เป็นโอกาสของสินค้าที่เป็น Specialty มีความต่าง มีคุณภาพ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องสามารถจับต้องได้ง่ายขึ้น เป็นโอกาสในการขยายเซ็กเม้นต์ใหม่ในตลาดที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งคุณภาพ และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ขณะที่สินค้าในกลุ่ม Mass หรือ  Commodity ที่สามารถถูกทดแทนได้ อาจต้องมีการปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่างได้มากขึ้น</p>
<p><strong>สำหรับการปรับตัวของทุกกลุ่มธุรกิจในเอสซีจี เพื่อรับมือภาวะส​งครามการค้า ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบได้ชัดเจนมากขึ้น ในช่วงไตรมาส 3 หรือ ไตรมาส 4  มีการยกระดับกลยุทธ์ที่ได้ขับเคลื่อนมาก่อนหน้าทั้งการลดต้นทุน การขยายพอร์ตสินค้า การหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงเพิ่มเติม รวมทั้งการสร้างโอกาสจากความหลากหลายของฐานผลิตทที่กระจายอยู่ทั่วอาเซียน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากกำแพงภาษี โดยมีรายละเอียดในแต่ละกลยุทธ์ ดังต่อไปนี้  </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/9_Robotic-กลับโครงสร้างเพื่อติดตั้งฝ้า-พื้น.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1. </strong><strong>ลดต้นทุน แข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลก</strong> เพื่อรับมือสินค้าราคาถูกจากประเทศอื่นที่อาจเข้ามาแข่งขัน โดยเฉพาะในจีน ทำให้เราต้องสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก โดยเฉพาะการนำหุ่นยนต์มาช่วยและขยายสเกลเพื่อให้สามารถต้านทานการค้าโลกได้​ คนที่สามารถควบคุมต้นทุนได้ จึงจะสามารถแข่งขันได้ โดยเอสซีจีมีการปรับตัวด้วยวิธีการ ดังนี้</p>
<p><strong>&#8211; ลดต้นทุนการผลิต </strong><strong>(Operation Cost) </strong><strong>โดยควบรวมไลน์การผลิต ปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน โดย</strong><strong>เพิ่มการ</strong><strong>ใช้ </strong><strong>Robotic </strong><strong>Automation</strong> เช่น <strong>เอสซีจี ไฮม์</strong> <strong>ใช้หุ่นยนต์อัจฉริยะ</strong>ประกอบบ้านโมดูลาร์ทนแผ่นดินไหวอย่างแม่นยำ และ <strong>เอสซีจี เดคคอร์</strong> ผลิตสุขภัณฑ์ COTTO <strong>ใช้เครื่องหล่อแรงดันสูงและระบบพ่นสีเคลือบอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์</strong> <strong>ให้ขึ้นรูปสุขภัณฑ์ได้รวดเร็ว </strong>สีเรียบเนียนสม่ำเสมอ<strong> และใช้เทคโนโลยีการประมวลภาพ</strong><strong>(</strong><strong>Image Processing</strong><strong>)</strong> ช่วยตรวจวิเคราะห์คุณภาพสินค้าอย่างแม่นยำ เพื่อความมั่นใจในมาตรฐานก่อนส่งถึงมือลูกค้า</p>
<p><strong>&#8211; ลดต้นทุนการบริหารจัดการ (</strong><strong>Admin Cost) โดยเพิ่มการใช้ </strong><strong>AI</strong> <strong>ปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร</strong> เช่น ใช้ AI ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการคาดการณ์ความผิดปกติของเครื่องจักรก่อนเกิดความเสียหาย (Predictive Maintenance)</p>
<p><strong>&#8211; ปรับลดเงินทุนหมุนเวียน </strong><strong>(Working Capital) </strong><strong>ตลอดห่วงโซ่อุปทาน</strong> ส่งผลให้สามารถลดหนี้สินสุทธิลงเหลือ 290,504 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 และเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ</p>
<p><strong>&#8211; เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด </strong>โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานชีวมวล (Biomass) และพลังงานทางเลือก (Alternative Fuel) <strong>ในกระบวนการผลิต เพื่อเสริมประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความได้เปรียบด้านการแข่งขัน และรักษ์โลก โดย</strong>ในไตรมาส 1 ปี 2568 <strong>เอสซีจี ใช้</strong>พลังงานทางเลือก<strong>ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น </strong><strong>44%</strong> ของเชื้อเพลิงทั้งหมด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33217 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/10_SCG-Solar-Roof-Solutions.jpg" alt="" width="1200" height="899" /></p>
<p><strong>2. </strong><strong>ขยายพอร์ตสินค้าให้รองรับความต้องการตลาดทุกระดับ </strong></p>
<p>&#8211; พัฒนา <strong>“</strong><strong>สินค้ามูลค่าเพิ่มสูงและสินค้ากรีน</strong><strong>” (HVA Products &amp; Green Products)</strong> ให้ตอบโจทย์ตลาด เช่น <strong>กระเบื้องเกรซพอร์ซเลนขนาดใหญ่</strong><strong>,</strong> <strong>ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ</strong> ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็น Gen 3 ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนฯ ได้ประมาณ 40% ตั้งเป้าจำหน่ายในกลุ่มสินค้าปูนตกแต่งในไตรมาสที่ 4 ปี 2568, <strong>กลุ่มสินค้าหลังคา ผนังและพื้นตกแต่ง </strong>ที่ใช้เทคโนโลยี Digital Printing พร้อม UV Coating เคลือบผิวทนทาน กันเชื้อรา และ<strong>หลอดฉีดยาและเข็มฉีดยา</strong> ที่เอสซีจีพี ผสานความร่วมมือกับ Once Medical Company Limited</p>
<p>&#8211; เพิ่ม <strong>“</strong><strong>สินค้า</strong><strong>คุณภาพ ราคาจับต้องได้</strong><strong>” (Quality Affordable Products)</strong> ที่มีความต้องการสูง ทำกำไรทันที เช่น <strong>เอสซีจี โซลาร์รูฟ</strong> ที่ผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ และมีหลายแพ็กเกจราคาให้เลือก, <strong>หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น </strong><strong>Celica Curve</strong> ที่คุ้มค่า ทนทาน สีสวยติดทนกว่าด้วยเนื้อเซรามิก, <strong>กระเบื้องคอนกรีตปูพื้นทางเดิน เอสซีจี</strong> ที่มีดีไซน์และลายยอดนิยม แข็งแรงทนทาน ใช้ในงานออกแบบได้หลากหลาย และ <strong>ท่อ</strong><strong> PVC </strong><strong>เกษตร </strong>ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับความต้องการของเกษตรกร</p>
<p><strong>3. </strong><strong>บุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง </strong>โดยขยายการส่งออกสินค้า เช่น ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ กระเบื้องคอนกรีตสมาร์ทบอร์ด กระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อาหาร ไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและความต้องการ เช่นประเทศที่ปรับตัวและได้ประโยชน์จากสงครามการค้า โดยใช้เครือข่ายของธุรกิจต่าง ๆ ของเอสซีจีที่มีอยู่ทั่วโลก</p>
<p><strong>4. </strong><strong>สร้างความได้เปรียบโดยส่งออกจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน </strong>โดยสลับฐานการผลิตและส่งออกจากประเทศที่มีอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ต่ำกว่า ฐานการผลิตที่หลากหลายซึ่งเป็นจุดแข็งของเอสซีจีจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท่วงที <strong>เช่น </strong><strong>บรรจุภัณฑ์ของเอสซีจีพี ที่มีฐาน</strong><strong>การผลิตและส่งออกได้จากทั้งไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วน</strong><strong>ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ และ</strong><strong>กระเบื้อง</strong><strong>เกรซพอร์ซเลน </strong><strong>สามารถผลิตและส่งออกได้จากทั้งไทย และเวียดนาม</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33219 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/7_Re-Infographic_4-กลยุทธ์-SCG-สู้ศึกสงครามการค้า.jpg" alt="" width="960" height="1200" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้สงครามการค้ายังมีความไม่แน่นอน และอุปสงค์เคมีภัณฑ์ชะลอตัว แต่ <strong>เอสซีจีซี</strong> คาดว่าจะได้รับอานิสงส์บวกจากราคาน้ำมันโลกที่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเคมีภัณฑ์ลดลง เอสซีจีซี จึงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการเชิงรุก ได้แก่ 1.) ลดต้นทุนบริหารอย่างต่อเนื่อง 2.) เพิ่มความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งเตรียมความพร้อมของโครงการลองเซินปิโตรเคมิคอลส์ ที่ประเทศเวียดนาม (LSP) ให้กลับมาเดินเครื่องได้เมื่อสถานการณ์เหมาะสม และ 3.) เร่งพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง พร้อมขยายธุรกิจสินค้ากรีน และดิจิทัล โซลูชัน เช่น DRS by Repco NEX</p>
<p><strong><em>คุณธรรมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า </em></strong>“เอสซีจีเล็งเห็นถึงความท้าทายที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจฐานราก และได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์สงครามการค้าโลก จึงพร้อมเปิดบ้านสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ถ่ายทอดความรู้ เสริมศักยภาพ และช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ ผ่านโครงการ ‘<strong>Go Together’</strong> ที่เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และจะครบเป้าหมายเฟสแรก 1,200 คนในเดือนพฤษภาคมนี้ รวมถึงโครงการ ‘NZAP’ ที่มีผู้เข้าร่วมแล้ว 106 ราย ด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันและกันนี้ เราจะสามารถก้าวข้ามความท้าทายครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน”</p>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="6vqg7-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="6vqg7-0-0"><span data-offset-key="6vqg7-0-0">อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการขับเคลื่อนธุรกิจผ่านแนวคิด <strong>Inclusive Green Growth</strong> ของเอสซีจี จะไม่เป็นอุปสรรคในการเติบโต รวมทั้งเป้าหมายในการบรรลุ Net Zero ​ที่ได้วางไว้ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนแบบ Practical เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพได้จริง และยิ่งเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของเอสซีจี​เพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก เป็นการทำให้ธุรกิจมีความแตกต่าง ขณะที่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ หรือสินค้ารีไซเคิล เป็นที่ต้องการในหลายประเทศ และเป็นตลาดที่เอสซีจี​​เข้มแข็ง </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="3a0qu-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="3a0qu-0-0"><span data-offset-key="3a0qu-0-0"> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="606i9-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="606i9-0-0"><span data-offset-key="606i9-0-0">&#8220;การที่เรามุ่งขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนเป็นสิ่งที่เราต้องทำ และเราทำด้วยเหตุผล ทำด้วยสติ เพราะเป็นจุดที่ทำให้เรามีความแตกต่าง ซึ่งเราจะยังมุ่งมั่นทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพื่อถ้วยรางวัล แต่เป็นการทำเพื่อความยั่งยืน&#8221; คุณธรรมศักดิ์ ​กล่าวทิ้งท้าย </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="91l7u-0-0"></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/scg-first-quarter-2025-and-move-forward-strategy/">เอสซีจี ไตรมาสแรก​ กำไรทุกธุรกิจ​ พร้อมเดินต่อ 4 กลยุทธ์ สู้สงครามการค้าโลก ทั้งลดต้นทุน ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากการมีหลายฐานผลิตในอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศุภาลัย ผนึกกำลัง “วินด์เซอร์” ชูนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากไวนิล มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตด้วย “Ultimate Protection” ให้ทุกบ้านอยู่สบาย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/supalai-windsor-drive-eco-construction-ultimate-protection/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Dec 2024 07:56:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[green product]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[Ultimate Protection]]></category>
		<category><![CDATA[WINDSOR]]></category>
		<category><![CDATA[WINDSOR for Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้างรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วินด์เซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[อภิชาติ พรวรนันท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30755</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร “วินด์เซอร์” (WINDSOR) ผู้นำตลาดประตูหน้าต่างไวนิล จากบริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ชูนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากไวนิล ปูพรมกว่า 78 โครงการบ้านของศุภาลัยทั่วประเทศ จับมือเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน พร้อมยกระดับบ้านอยู่สบาย ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน์ด้วย “Ultimate Protection” ที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน ฝุ่น เสียง และการรั่วซึมได้มากขึ้น พร้อมก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศุภาลัย ประกาศความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัสดุและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง มาตรฐานดี และมีความปลอดภัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า อีกทั้งยังสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% ภายในปี 2573 โดยเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/supalai-windsor-drive-eco-construction-ultimate-protection/">ศุภาลัย ผนึกกำลัง “วินด์เซอร์” ชูนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากไวนิล มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตด้วย “Ultimate Protection” ให้ทุกบ้านอยู่สบาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร <strong>“วินด์เซอร์” (WINDSOR)</strong> ผู้นำตลาดประตูหน้าต่างไวนิล จากบริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ชูนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากไวนิล ปูพรมกว่า 78 โครงการบ้านของศุภาลัยทั่วประเทศ</p>
<p><span id="more-30755"></span></p>
<p>จับมือเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน พร้อมยกระดับบ้านอยู่สบาย ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน์ด้วย “Ultimate Protection” ที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน ฝุ่น เสียง และการรั่วซึมได้มากขึ้น พร้อมก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล</strong> รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศุภาลัย ประกาศความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัสดุและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูง มาตรฐานดี และมีความปลอดภัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า อีกทั้งยังสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% ภายในปี 2573 โดยเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน การออกแบบที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้วัสดุ Green Product รวมไปถึงการพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง รวมถึงการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยสีเขียวและก้าวสู่การเป็นองค์กร Zero Waste แบบครบวงจร”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30758 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/SPW3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ศุภาลัย ยังได้ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่อยู่อาศัยร่วมกัน โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ศึกษา และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพ สามารถนำไปใช้จริง โดยร่วมกับ “วินด์เซอร์” (WINDSOR) ผู้นำตลาดประตูหน้าต่างไวนิล ในกลุ่มธุรกิจ SCGC เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบประตูและหน้าต่าง สามารถลดการใช้พลังงานในการผลิต ส่งผลให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงไปด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยลดการเกิดเศษวัสดุเหลือจากกระบวนการประกอบ โดย ศุภาลัยได้คัดสรรเลือกใช้ประตูหน้าต่างไวนิลวินด์เซอร์ ตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน ยาวนานนับหลายสิบปีที่ ผ่านมา จึงมั่นใจได้ว่าบ้านทั่วประเทศของศุภาลัยที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์จาก “วินด์เซอร์” นั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความมุ่งมั่นของศุภาลัยในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่ดีและอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน</p>
<p><strong>นายอภิชาติ พรวรนันท์</strong> ผู้จัดการฝ่ายขายโครงการ และ Profiles Business Sponsor บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด ในกลุ่มธุรกิจ SCGC กล่าวว่า “จากสภาวะโลกเดือดที่เป็นปัญหาสำคัญของโลกในขณะนี้ ทุกภาคส่วนต่างตระหนักและร่วมมือกันเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว สำหรับวินด์เซอร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทาง ESG จาก SCGC ได้มุ่งส่งเสริมความยั่งยืนด้วยวัสดุประตูหน้าต่างไวนิลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้วิสัยทัศน์ “WINDSOR for Sustainability” โดยเดินหน้าพัฒนากระบวนการผลิตประตูหน้าต่างไวนิล ในรูปแบบ “Pre-cut” ที่มีเฉพาะในแบรนด์วินด์เซอร์ ทำให้ไม่เกิดเศษเหลือในกระบวนการประกอบ (Zero Waste) ผ่านการรับรองจาก SCG Green Choice รวมทั้งได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุต พริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP) และฉลากลดโลกร้อน (CFR) จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงานในการผลิตที่ลดลงได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ SCGC ที่มุ่งเน้นเรื่อง Low Waste, Low Carbon พร้อมทั้งตอบโจทย์แนวทางการสร้างบ้านของศุภาลัยที่มุ่งมั่นเลือกใช้สินค้าคุณภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกบ้าน ควบคู่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30757 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/SPW2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ทุก ๆ การใช้ประตูหน้าต่างไวนิลวินด์เซอร์ในบ้าน 1 หลังของโครงการศุภาลัย ด้วยการใช้กระบวนการประกอบในรูปแบบ Pre-cut สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 39 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ (kgCO2) เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 5 ต้น ตอบโจทย์เจ้าของบ้านสายกรีนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ทางศุภาลัยได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์กรอบประตูหน้าต่างของวินด์เซอร์ในโครงการต่าง ๆ กว่า 78 แห่งทั่วประเทศ รวมพื้นที่หน้าต่างโครงการคิดเป็นปริมาณ CO2 ที่ลดลงกว่า 194,062 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ (kgCO2) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 22,612 ต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30759 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/SPW4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนแล้ว วินด์เซอร์ยังพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับบ้านอยู่สบาย ด้วยคุณสมบัติ “Ultimate Protection” ที่พัฒนาให้มีคุณสมบัติเพื่อปกป้องบ้านและผู้อยู่อาศัยจากสิ่งรบกวน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งในแง่ฟังก์ชันและดีไซน์ ให้บ้าน “เงียบกว่า” เมื่อเทียบกับการใช้บานอลูมิเนียมทั่วไปถึง 40% โดยสามารถลดทอนเสียงรบกวนจากภายนอกสู่ภายในบ้านได้ถึง 32 เดซิเบล นอกจากนี้ ยัง “เย็นกว่า” ด้วยประสิทธิภาพการป้องกันความร้อน จึงช่วยประหยัดการใช้พลังงานในระยะยาว ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 9,144 บาทต่อปี “ปลอดฝุ่นกว่า” สามารถป้องกันมลภาวะและฝุ่น PM2.5 จากภายนอกเข้าสู่ตัวบ้านได้ถึง 3 เท่า เพื่อสุขภาวะที่ดี และ “มั่นใจกว่า” ป้องกันการรั่วซึมของน้ำและอากาศ ต้านทานแรงลมได้ดี ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน พร้อมรองรับทั้งบ้านพักอาศัยและงานอาคารสูง<br />
สอบถามรายละเอียดและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์วินเซอร์ได้ที่ www.windsor.co.th, LINE OA : @windsorofficial, TikTok : @windsorofficial หรือติดต่อ Call Center: 02-555-0333</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/supalai-windsor-drive-eco-construction-ultimate-protection/">ศุภาลัย ผนึกกำลัง “วินด์เซอร์” ชูนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากไวนิล มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตด้วย “Ultimate Protection” ให้ทุกบ้านอยู่สบาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เอสซีจี&#8217; เร่ง Climate Tech มุ่งทั้งลดและดูดกลับคาร์บอน ชี้เทคโนโลยีและความร่วมมือ คือกุญแจ​กู้โลกเดือด เมื่อโลกเลยจุดเยียวยาตัวเอง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/scg-showcase-climate-tech-in-techsauce-global-summit-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Aug 2024 09:23:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Avantium]]></category>
		<category><![CDATA[Braskem]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC 3D Printing Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Negative Negative Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Net Positive]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[renewable chemistry]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[Techsauce]]></category>
		<category><![CDATA[Techsauce Global Summit 2024]]></category>
		<category><![CDATA[The World after Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[What's the Next Global Agenda]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปะการัง]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พอลิเมอร์คาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นลบ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจีซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28005</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เอสซีจีตั้งเป้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ Net Zero 2050 ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อไปถึงเป้าหมายในอีก 26 ปีข้างหน้า แต่สถานการณ์โลกเดือดที่ผ่านมาเป็นตัวบอกว่าต้องเร่งมือเพิ่มขึ้น ทั้งการลดและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมีเทคโนโลยีและความร่วมมือเป็นกุญแจสำคัญ”   มุมมองของ คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ​บนเวทีเสวนา The World after Sustainability: What&#8217;s the Next Global Agenda ในงาน Techsauce Global Summit 2024 ​โดยมองว่า อุณหภูมิของโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่สถานการณ์โลกเดือด และมีโอกาสที่อุณหภูมิจะยังคงสูงเพิ่มขึ้นแตะ 2.5 -3 องศาเซลเซียส กลายเป็นจุดพลิกผันของโลก​ ที่​ทำให้ธรรมชาติเปลี่ยนไป ​ผืนป่าอาจเปลี่ยน​เป็น​ทะเลทราย สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมก็จะได้รับผลกระทบเกินกว่าที่โลกจะสามารถเยียวยาตัวเองได้อีกต่อไป ทุกคนจึงต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดในโลกที่ไม่เหมือนเดิม ความท้าทายที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สังคม มีความสำคัญมากขึ้น และต้องทำควบคู่ไปกับการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์  บทบาทของการพัฒนาเทคโนโลยีจึงเข้ามามีความสำคัญมากขึ้นในการช่วยตอบโจทย์ทั้งในมิติที่ช่วย​ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ ​รวมไปถึงการดูดซับคาร์บอนที่ปล่อยออกมาแล้ว เพื่อช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ และดูแลสังคม ซึ่งการขับเคลื่อนต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/scg-showcase-climate-tech-in-techsauce-global-summit-2024/">&#8216;เอสซีจี&#8217; เร่ง Climate Tech มุ่งทั้งลดและดูดกลับคาร์บอน ชี้เทคโนโลยีและความร่วมมือ คือกุญแจ​กู้โลกเดือด เมื่อโลกเลยจุดเยียวยาตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“เอสซีจีตั้งเป้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ Net Zero 2050 ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อไปถึงเป้าหมายในอีก 26 ปีข้างหน้า แต่สถานการณ์โลกเดือดที่ผ่านมาเป็นตัวบอกว่าต้องเร่งมือเพิ่มขึ้น ทั้งการลดและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมี<strong>เทคโนโลยีและความร่วมมือเป็นกุญแจสำคัญ</strong>”  </em></p>
<p><span id="more-28005"></span></p>
<p>มุมมองของ <strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี </strong>​บนเวทีเสวนา<strong> The World after Sustainability: What&#8217;s the Next Global Agenda ในงาน Techsauce Global Summit 2024</strong> ​โดยมองว่า อุณหภูมิของโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่สถานการณ์โลกเดือด และมีโอกาสที่อุณหภูมิจะยังคงสูงเพิ่มขึ้นแตะ 2.5 -3 องศาเซลเซียส กลายเป็นจุดพลิกผันของโลก​ ที่​ทำให้ธรรมชาติเปลี่ยนไป ​ผืนป่าอาจเปลี่ยน​เป็น​ทะเลทราย สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมก็จะได้รับผลกระทบเกินกว่าที่โลกจะสามารถเยียวยาตัวเองได้อีกต่อไป ทุกคนจึงต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดในโลกที่ไม่เหมือนเดิม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28009 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความท้าทายที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สังคม มีความสำคัญมากขึ้น และต้องทำควบคู่ไปกับการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์  บทบาทของการพัฒนาเทคโนโลยีจึงเข้ามามีความสำคัญมากขึ้นในการช่วยตอบโจทย์ทั้งในมิติที่ช่วย​ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ ​รวมไปถึงการดูดซับคาร์บอนที่ปล่อยออกมาแล้ว เพื่อช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ และดูแลสังคม ซึ่งการขับเคลื่อนต่างๆ ไม่สามารถจะทำได้เพียงลำพัง ดังนั้น การพัฒนาทั้งเทคโนโลยี รวมทั้งความร่วมมือ จึงถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ​</p>
<p>ทั้งนี้ เอสซีจี​​ให้ความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี​​มาช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ​​​ เพื่อมีส่วน​สร้างการเปลี่ยนแปลงและร่วมส่งต่อโลกที่ยั่งยืน และผนึกความร่วมมือกับ​ทุกภาคส่วนเพื่อทำให้โลกนี้ดีขึ้น  เช่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/4_นวัตกรรมบ้านปะการัง-จาก-CPAC-3D-Printing-Solution.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>การพัฒนาเทคโนโลยี CPAC 3D Printing Solution</strong> มาสร้างสรรค์ <strong>‘</strong><strong>บ้านปะการัง</strong><strong>’ </strong>เพื่อช่วยดูแลระบบนิเวศทางท้องทะเลได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ทำให้ทรัพยากรและความอุดมสมบูรณ์ของปะการังเสื่อมโทรม โดยบ้านปะการังจากเทคโนโลยี CPAC 3D Printing Solution จะมีความคล้ายคลึงกับปะการังจริง กลมกลืนกับธรรมชาติ ​มีประสิทธิภาพในการลงเกาะและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนปะการัง ผลิตจากปูนซีเมนต์รักษ์โลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล แข็งแรง ทนทาน มุ่งฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์กลับสู่ท้องทะเลไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/7_การพัฒนาพลาสติกชีวภาพ.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์เป็นลบ (Negative Carbon Footprint) เพื่อยกระดับการ​ลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น เช่น  SCGC (เอสซีจีซี) ร่วมกับ Avantium ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านเคมีทดแทน (Renewable Chemistry) จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาผลิต <strong>‘</strong><strong>พอลิเมอร์คาร์บอน</strong><strong>ฟุตพริ้นท์เป็นลบ</strong>’ ที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต รวมถึงสามารถย่อยสลายได้ทั้งในสภาวะธรรมชาติและในทะเล ​หรือความ​ร่วมมือกับ Braskem ผู้นำพลาสติกชีวภาพระดับโลก จากประเทศบราซิล ใช้จุดเด่นของประเทศไทยซึ่งเป็นเมืองเกษตรกรรม นำผลิตผลจากภาคเกษตรมาพัฒนาเป็น <strong>‘</strong><strong>พลาสติกชีวภาพ</strong><strong>’</strong> พลาสติกรักษ์โลกคาร์บอนเป็นลบ และสามาร​ถรีไซเคิลได้เช่นเดียวกับพอลิเอทิลีนทั่วไป​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/5_SCGC-ร่วมกับ-Avantium-เปลี่ยน-CO2-เป็นพลาสติกรักษ์โลก.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>การพัฒนานวัตกรรม <strong>‘</strong><strong>ปูนคาร์บอนต่ำ</strong>’ ซึ่งทางเอสซีจีผลิตได้สำเร็จเมื่อหลายปีที่แล้ว ภายใต้ความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่​เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ธุรกิจ ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเดียวกัน ลูกค้า และการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบ แต่ผลลัพธ์จากการพัฒนาครั้งนี้ สะท้อนได้อย่างชัดเจนจากสัดส่วนการใช้ปูนคาร์บอนต่ำของประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นเป็นกว่า​ 70% ในปี 2566 และยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</p>
<p><em>&#8220;<strong>วิกฤต​โลกเดือดที่เกิดขึ้น ทำให้การขับเคลื่อนแค่เป้าหมาย Net Zero อาจไม่เพียงพออีกต่อไป จำเป็นต้องมองมิติของการฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่ไปด้วย หรือการขับเคลื่อนตามหลัก Regenarative​ ที่ต้องทั้งลดทั้งดูดกลับคาร์บอน เพื่อไปสู่ Net Positive ได้ด้วย</strong> เช่น การดูแลฟื้นฟูดิน​ผ่านการส่งเสริมการทำนาเปียกสลับแห้งที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า หรือการใช้ปะการังเทียมเข้ามาช่วยดูแลระบบนิเวศในทะเล รวมทั้งการ​นำคาร์บอนในอากาศมาเปลี่ยนเป็นพลาสติกด้วยเทคโนโลยี CCUS เพื่อให้ได้พลาสติกคาร์บอนเป็นลบ และสามารถขับเคลื่อนได้ทั้ง Decarbonization และ Regeneration ควบคู่กันไป​​ รวมไปถึงการมีส่วนช่วยดูแลคนตัวเล็ก ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากวิกฤตสภาพอากาศ ซึ่งจำเป็นต้องช่วยเหลือกันให้ทุกคนสามารถเปลี่ยนผ่านร่วมกันได้อย่างยั่งยืน​&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28010 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/3_เอสซีจี-ร่วมแบ่งปันมุมมองบนเวที-Techsauce-Global-Summit-2024.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“เอสซีจีพร้อมเป็นส่วนหนึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เพื่อส่งต่อโลกที่ยั่งยืนน่าอยู่ถึงคนทุกรุ่นและความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะทำให้โลกนี้ดีขึ้นได้อีกมาก เพราะความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของใครคนหนึ่ง ถ้าหากทำเพียงลำพัง อุณหภูมิโลกก็จะยังสูงเกินกว่าทุกคนจะรับไหว เวลานั้นไม่ว่าใครก็จะได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอด” คุณธรรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/scg-showcase-climate-tech-in-techsauce-global-summit-2024/">&#8216;เอสซีจี&#8217; เร่ง Climate Tech มุ่งทั้งลดและดูดกลับคาร์บอน ชี้เทคโนโลยีและความร่วมมือ คือกุญแจ​กู้โลกเดือด เมื่อโลกเลยจุดเยียวยาตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มสยามสินธร จับมือ Wake Up Waste สตาร์ทอัพนักจัดการขยะมือโปร จาก SCGC ตอกย้ำอสังหาฯ คาร์บอนต่ำ 10 ปีวิถียั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/siam-sindhorn-join-wake-up-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jul 2024 02:09:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Sindhorn]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Wake Up Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มสยามสินธร]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อภิชัย สิริดำรงพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27108</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มสยามสินธร ยึดมั่นแนวทางองค์กรธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีแห่งความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง จับมือพันธมิตร Wake Up Waste แพลตฟอร์มบริหารจัดการ ซื้อขายขยะรีไซเคิล และรถบีบอัดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะ จากบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC เจ้าของรางวัล Gold Award จากเวที Marketing Award of Thailand 2023 ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่คำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน มาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี นายอภิชัย สิริดำรงพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสินธร จำกัด เผยว่า แนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนของกลุ่มสยามสินธร ตามวิสัยทัศน์ที่ต้องการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปกับการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินธุรกิจในวิถีแห่งความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการประหยัดพลังงาน การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกคู่ค้าที่มีแนวความคิดด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกัน รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ในการใช้ทรัพยากรและบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อย่างถูกวิธี เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนและนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยความร่วมมือระหว่าง สยามสินธร และ สตาร์ทอัพ “Wake Up Waste” แพลตฟอร์มและรถบีบอัด จาก SCGC เจ้าของรางวัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/siam-sindhorn-join-wake-up-waste/">กลุ่มสยามสินธร จับมือ Wake Up Waste สตาร์ทอัพนักจัดการขยะมือโปร จาก SCGC ตอกย้ำอสังหาฯ คาร์บอนต่ำ 10 ปีวิถียั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มสยามสินธร ยึดมั่นแนวทางองค์กรธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีแห่งความยั่งยืนอย่าง</strong><strong>ต่อเนื่อง จับ</strong><strong>มือพันธมิตร </strong><strong>Wake Up Waste </strong><strong>แพลตฟอร์มบริหารจัดการ ซื้อขายขยะรีไซเคิล และรถบีบอัดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะ จากบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>SCGC</strong><strong> เจ้าของรางวัล </strong><strong>Gold Award </strong><strong>จากเวที </strong><strong>Marketing Award of Thailand 2023 </strong><strong>ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่คำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน มาตลอดระยะเวลากว่า </strong><strong>10</strong><strong> ปี </strong><span id="more-27108"></span></p>
<p><strong>นายอภิชัย สิริดำรงพันธุ์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสินธร จำกัด เผยว่า แนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนของกลุ่มสยามสินธร ตามวิสัยทัศน์ที่ต้องการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปกับการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินธุรกิจในวิถีแห่งความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการประหยัดพลังงาน การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกคู่ค้าที่มีแนวความคิดด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกัน รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ในการใช้ทรัพยากรและบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อย่างถูกวิธี เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนและนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27109 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/D1.jpg" alt="" width="1200" height="856" /></p>
<p>โดยความร่วมมือระหว่าง <strong>สยามสินธร</strong> และ สตาร์ทอัพ <strong>“</strong><a href="https://www.wakeupwaste.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>Wake Up Waste</strong></a><strong>”</strong> แพลตฟอร์มและรถบีบอัด จาก <strong>SCGC</strong> เจ้าของรางวัล Gold Award จากเวที Marketing Award of Thailand 2023 ได้เข้ามาช่วยให้กระบวนการตั้งแต่ต้นทางไปจนสู่การรีไซเคิลครบวงจร  โดยเริ่มที่ <strong>โครงการสินธร วิลเลจ</strong> ประกอบไปด้วย คอนโดมิเนียม 5 อาคาร คือ สินธร เรสซิเดนซ์ (Sindhorn Residence), สินธร ต้นสน (Sindhorn Tonson), สินธร ลุมพินี (Sindhorn Lumpini), เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท สินธร เคมปินสกี้ โฮเทล แบงค็อก (The Residences at Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok) และบ้านสินธร (Baan Sindhorn); โรงแรม 5 ดาว 3 โรง คือ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ (Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok), โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ (Kimpton Maa-Lai Bangkok Hotel) และโรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ, วีนแยทท์ คอลเลคชั่น (Sindhorn Midtown Hotel Bangkok, Vignette Collection); อาคารสำนักงาน 1 อาคาร คือ อาคารสินธร (Sindhorn Offices); คอมมูนิตี้มอลล์ คือ เวลา สินธร วิลเลจ หลังสวน (Velaa Sindhorn Village Langsuan) รวมไปถึงธุรกิจอื่นๆ ภายใต้สยามสินธร ทั้ง ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า (The Old Siam Plaza), อาคารศรีจุลทรัพย์ (Srijulsup Premium Midsize Office), สนามฟุตบอล โปโล พาร์ค (Polo Football Park) และธุรกิจร้านอาหารอย่างเสน่ห์จันทน์ (Saneh Jaan) และคาเฟ่ ไอเฟล (Café Eiffel)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27111 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/D3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ปัญหาที่พบของ<strong>กลุ่มผู้อยู่อาศัย</strong>ตามคอนโด โรงแรม อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรืออาคารที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก มักจะมีปัญหาเรื่องขยะตกค้างเป็นจำนวนมากต่อวัน โดยที่ขยะจำนวนมากนี้ยังขาดการแยกประเภทขยะอย่างถูกวิธี และมักจะเอาขยะรีไซเคิลทั้งหมดรวมกันในถุงเดียว ทำให้มีการปนเปื้อน ไม่สะอาด บางส่วนก็หลุดรอดลงไปเป็นขยะในแม่น้ำหรือทะเล ทำให้เกิดมลภาวะต่างๆ” นายอภิชัย กล่าว</p>
<p>โดยการจัดการขยะของ Wake Up Waste จะทำการบันทึกข้อมูลการรับซื้อแบ่งตามประเภทขยะ น้ำหนัก ราคา เพื่อจัดรถขนส่งไปรับเป็นรถบีบอัดขยะรีไซเคิลที่ติดตั้งเครื่องบีบอัดบนรถกระบะสี่ล้อจัมโบ้ เพื่อส่งต่อวัตถุดิบคุณภาพให้โรงงานรับซื้อเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นของเอสซีจี โรงงานพันธมิตรเอสซีจีซี หรือโรงงานภายนอก ทำให้มีส่วนต่างราคาที่สูงขึ้น ผ่าน Web Application ที่ช่วยให้การรับซื้อและขนส่งไปยังโรงงานปลายทางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เก็บข้อมูลได้ พร้อมรายงานสรุปภาพรวมขยะรีไซเคิล ปริมาณการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ เพื่อให้ผู้ขายได้รับรู้ถึงการมีส่วนช่วยในการรักษ์โลก</p>
<p>“การร่วมมือกับ Wake Up Waste เป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการใช้งานทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเมื่อใช้แล้ว ก็ต้องสามารถนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี  เพราะหากจัดการเป็นอย่างดีแล้วจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มาก ซึ่งเป็นไปตามหลักคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ว่าด้วยการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน” นายอภิชัยกล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27112 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/D4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ แนวคิดสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมและการจัดการขยะเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลายกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนของ บริษัท สยามสินธร จำกัด ที่มุ่งมั่นพัฒนา<strong>อสังหาริมทรัพย์มาตรฐานสูง โดยคำนึงถึงการสร้างสังคมคุณภาพ ผ่านกระบวนการ</strong>ออกแบบ การก่อสร้าง การบริหารจัดการ ที่<strong>ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของเมืองกับธรรมชาติ </strong></p>
<p><strong>“</strong>เราร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับการใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อน ด้วยบริการที่ยอดเยี่ยม สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน และเน้น<strong>สร้างคุณค่าระยะยาวสำหรับการอยู่อาศัยในอนาคต” </strong>นายอภิชัย กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/siam-sindhorn-join-wake-up-waste/">กลุ่มสยามสินธร จับมือ Wake Up Waste สตาร์ทอัพนักจัดการขยะมือโปร จาก SCGC ตอกย้ำอสังหาฯ คาร์บอนต่ำ 10 ปีวิถียั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCGC ร่วมกับจังหวัดระยอง และเทศบาลเมืองมาบตาพุด จัดตลาดนัดชุมชน “ชอป ชิม ริมเล” บริเวณปากคลองตากวน หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ชุมชน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/scgc-communuty-event-shop-chim-rimlae/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Jun 2024 05:30:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Rayong]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[ชอป ชิม ริมเล]]></category>
		<category><![CDATA[ถวิล โพธิบัวทอง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มงคล เฮงโรจนโสภณ]]></category>
		<category><![CDATA[มาบตาพุด]]></category>
		<category><![CDATA[ระยอง]]></category>
		<category><![CDATA[อนุสรณ์ แสงกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจีซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26955</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจีซี (SCGC)  พร้อมด้วย บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ในกลุ่มธุรกิจ SCGC  ร่วมกับจังหวัดระยอง เทศบาลเมืองมาบตาพุด และกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน จัดกิจกรรมตลาดนัดชุมชน “ชอป ชิม ริมเล” หวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยวบริเวณปากคลองตากวนและชุมชนใกล้เคียง โดยเปิดตลาดนัดเพื่อเป็นพื้นที่ขาย สร้างรายได้ให้กับกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ร้านค้า และผู้ประกอบรายย่อย จำนวนกว่า 60 ร้านค้า ระหว่างวันที่ 26 &#8211; 30 มิถุนายน 2567 โดยเริ่มเปิดตลาดตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ปากคลองตากวน หาดสุชาดา จังหวัดระยอง นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/scgc-communuty-event-shop-chim-rimlae/">SCGC ร่วมกับจังหวัดระยอง และเทศบาลเมืองมาบตาพุด จัดตลาดนัดชุมชน “ชอป ชิม ริมเล” บริเวณปากคลองตากวน หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจีซี (SCGC)</strong>  พร้อมด้วย <strong>บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด</strong> ในกลุ่มธุรกิจ SCGC  ร่วมกับจังหวัดระยอง เทศบาลเมืองมาบตาพุด และกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน จัดกิจกรรมตลาดนัดชุมชน<strong> “ชอป ชิม ริมเล”</strong> หวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยวบริเวณปากคลองตากวนและชุมชนใกล้เคียง โดยเปิดตลาดนัดเพื่อเป็นพื้นที่ขาย สร้างรายได้ให้กับกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ร้านค้า และผู้ประกอบรายย่อย จำนวนกว่า 60 ร้านค้า ระหว่างวันที่ 26 &#8211; 30 มิถุนายน 2567 โดยเริ่มเปิดตลาดตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ปากคลองตากวน หาดสุชาดา จังหวัดระยอง</p>
<p><span id="more-26955"></span></p>
<p><strong>นายมงคล เฮงโรจนโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>SCGC</strong> กล่าวว่า “SCGC มีแนวทางและเจตนารมย์ที่จะช่วยผลักดันและพัฒนาให้จังหวัดระยองเป็นเมืองที่น่าอยู่ อุตสาหกรรมและชุมชนเติบโตไปด้วยกัน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สำหรับปากคลองตากวนซึ่งเป็นสถานที่จัดงานในปีนี้ เป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของระยอง ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวของวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านจากรุ่นสู่รุ่นสืบต่อกันมายาวนาน พร้อมกับการประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านด้วยจิตสำนึกรักและดูแลสิ่งแวดล้อมทางทะเล ทำให้พื้นที่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารทะเลและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้ลองมาสัมผัสกับวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านให้มากยิ่งขึ้น พร้อมรับประทานอาหารทะเลสด ๆ จากเมืองระยอง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26956 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/SCG1.jpg" alt="" width="1200" height="792" /></p>
<p><strong>นาย</strong><strong>อนุสรณ์ แสงกล้า</strong><strong> นายอำเภอเมืองระยอง</strong> กล่าวว่า “จังหวัดระยองพร้อมสนับสนุนส่งเสริมทุกกิจกรรมและทุกช่องทางที่จะช่วยให้ชาวระยองเติบโตทางด้านเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กับภาคอุตสาหกรรม นับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ช่วยกันสนับสนุนสินค้าจากชาวระยอง รวมทั้งอาหารทะเลที่สด ใหม่ สะอาด และสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ ในด้านการท่องเที่ยวนั้น ชายหาดในเมืองระยองมีความสวยงามแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเด่น และจุดขายที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่แตกต่าง และกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง หรือต่อยอดเป็นการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม”</p>
<p><strong>นายถวิล โพธิบัวทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองมาบตาพุด</strong> กล่าวว่า “เทศบาลเมืองมาบตาพุดอยู่คู่กับโรงงานอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน คนมาบตาพุดได้ร่วมทำประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ทั้งการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมและการสนับสนุนการสร้างรายได้ให้ชุมชน การจัดงานในวันนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่า พื้นที่รอบโรงงานอุตสาหกรรม มีความสวยงามที่สามารถเป็นจุดท่องเที่ยวได้เช่นกัน มาซื้อสินค้าอาหารทะเลที่มีคุณภาพ พร้อมๆ ไปกับการชมวิวธรรมชาติที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ ไม่แพ้พื้นที่อื่น ๆ ในระยอง  เทศบาลเมืองมาบตาพุดจึงร่วมกับ SCGC จัดตลาดนัดชุมชนครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้คนได้มาท่องเที่ยวและซื้อสินค้าของชุมชน ทั้งจากกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน วิสาหกิจชุมชน และร้านค้ารายย่อยโดยรอบ ซึ่งจะช่วยให้คนรู้จักพื้นที่นี้ รู้จักของดีในมาบตาพุด และมาท่องเที่ยวหลังจากนี้อย่างต่อเนื่อง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26958 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/SCG4.jpg" alt="" width="1200" height="829" /></p>
<p>ตลาดนัดชุมชน <strong>“ชอป ชิม ริมเล”</strong> นอกจากจะมีสินค้าและอาหารจำหน่ายอย่างหลากหลายแล้ว  ยังมีกิจกรรมบนเวทีเพื่อสร้างความสนุกสนานอีกมากมาย อาทิ การแข่งขันทำอาหาร แข่งขันรับประทานอาหารทะเล เป็นต้น รวมทั้งไฮไลต์ที่จัดมาเป็นพิเศษเอาใจสายกิน คือ บุฟเฟต์อาหารทะเล ราคา 99 บาท พร้อมบริการปิ้ง ย่าง ยำ และน้ำจิ้มรสเด็ด (รับจำนวนจำกัด) ซึ่งเงินที่ได้จากการจำหน่ายบุฟเฟต์โดยไม่หักค่าใช้จ่าย SCGC จะมอบให้กับประมงจังหวัดเพื่อนำไปซื้อพันธุ์สัตว์น้ำสำหรับปล่อยสู่ระบบนิเวศทางทะเลเพื่อสร้างสมดุลทางธรรมชาติต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26959 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/SCG3.jpg" alt="" width="1200" height="805" /></p>
<p>นอกจากนี้ ในงานดังกล่าว SCGC ยังได้นำพนักงานจิตอาสามาเก็บขยะชายหาดตลอดสัปดาห์ เพื่อทัศนียภาพที่สวยงาม รวมทั้งมีการคัดแยกขยะจากบริเวณงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง โดยจะนำไปรีไซเคิลเพื่อสร้างประโยชน์ต่อไปตามแนวทาง ESG</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/scgc-communuty-event-shop-chim-rimlae/">SCGC ร่วมกับจังหวัดระยอง และเทศบาลเมืองมาบตาพุด จัดตลาดนัดชุมชน “ชอป ชิม ริมเล” บริเวณปากคลองตากวน หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCGC ผนึก Dow ​ร่วม​พัฒนาโมเดลรีไซเคิลพลาสติกตลอดห่วงโซ่  ตั้งเป้าหมุนเวียนพลาสติกใช้แล้วกว่าสองแสนตันต่อปี   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/scgc-x-dow-partnership-accelerate-circular-plastic-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 May 2024 09:50:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[DOW]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Low Waste Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[PCR]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[Transform the Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[คัดแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดาว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บัมบัง จันดรา​]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่คุณค่า]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจีซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25909</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC และ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเตรียมพร้อมสู่ “พันธมิตรทางธุรกิจเพื่อพลาสติกหมุนเวียนอย่างยั่งยืนในเอเชีย (Partnership to Accelerate the Circular Plastic Ecosystem in Asia)” เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการรีไซเคิลพลาสติกตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างมีประสิทธิภาพเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตั้งเป้าเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติกปริมาณกว่า 200,000 ตันต่อปีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นผลิตภัณฑ์หมุนเวียนที่มีมูลค่าด้วยกระบวนการรีไซเคิลเชิงกล (Mechanical Recycling) และการรีไซเคิลขั้นสูง (Advanced Recycling) ภายในปี 2573 เอสซีจีซี (SCGC) และ ดาว (Dow) มีแผนจะเร่งพัฒนาและยกระดับการรีไซเคิลพลาสติกใช้แล้วให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง สำหรับความร่วมมือในขั้นแรกนั้นครอบคลุมถึงการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (PCR) โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในปัจจุบัน รวมทั้งบูรณาการการลงทุนและการเข้าซื้อกิจการที่มีเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูงที่เกี่ยวเนื่องกับการรีไซเคิลเชิงกลและการรีไซเคิลขั้นสูงในประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อสร้างระบบนิเวศห่วงโซ่คุณค่าที่แข็งแกร่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งบริหารจัดการและรีไซเคิลเพื่อหมุนเวียนพลาสติกใช้แล้วให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับในระยะถัดไป ทั้งสองบริษัทคาดการณ์ว่าจะร่วมกันจัดหาพลาสติกใช้แล้วจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตพลาสติกรีไซเคิลชนิดต่าง ๆ และขยายไปยังส่วนอื่น ๆ ของภูมิภาค เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น คุณศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/scgc-x-dow-partnership-accelerate-circular-plastic-ecosystem/">SCGC ผนึก Dow ​ร่วม​พัฒนาโมเดลรีไซเคิลพลาสติกตลอดห่วงโซ่  ตั้งเป้าหมุนเวียนพลาสติกใช้แล้วกว่าสองแสนตันต่อปี   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal" style="text-align: left;" align="center"><strong><span lang="TH">บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ</span> SCGC </strong><span lang="TH">และ <strong>กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย</strong> (</span>Dow) <span lang="TH">ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเตรียมพร้อมสู่ </span><b>“<span lang="TH">พันธมิตรทางธุรกิจเพื่อพลาสติกหมุนเวียนอย่างยั่งยืนในเอเชีย </span>(Partnership to Accelerate the Circular Plastic Ecosystem in Asia)”</b></p>
<p align="center"><span id="more-25909"></span></p>
<p style="text-align: left;" align="center"><span lang="TH">เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการรีไซเคิลพลาสติกตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างมีประสิทธิภาพเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก </span><span lang="TH">ตั้งเป้าเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติกปริมาณกว่า</span> 200,000 <span lang="TH">ตันต่อปีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นผลิตภัณฑ์หมุนเวียนที่มีมูลค่าด้วยกระบวนการรีไซเคิลเชิงกล</span> (Mechanical Recycling) <span lang="TH">และการรีไซเคิลขั้นสูง (</span>Advanced Recycling) <span lang="TH">ภายในปี </span>2573</p>
<p align="center"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-25916 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/06-นวัตกรรมและความเชี่ยวชาญจาก-SCGC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal" style="text-align: left;" align="center"><span lang="TH"><strong>เอสซีจีซี</strong> (</span>SCGC) <span lang="TH">และ <strong>ดาว</strong> (</span>Dow) <span lang="TH">มีแผนจะเร่งพัฒนาและยกระดับการรีไซเคิลพลาสติกใช้แล้วให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง สำหรับความร่วมมือในขั้นแรกนั้นครอบคลุมถึงการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง </span>(PCR) <span lang="TH">โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในปัจจุบัน รวมทั้งบูรณาการการลงทุนและการเข้าซื้อกิจการที่มีเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูงที่เกี่ยวเนื่องกับการรีไซเคิลเชิงกลและการรีไซเคิลขั้นสูงในประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อสร้างระบบนิเวศห่วงโซ่คุณค่าที่แข็งแกร่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งบริหารจัดการและรีไซเคิลเพื่อหมุนเวียนพลาสติกใช้แล้วให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p class="x_MsoNormal" style="text-align: left;" align="center"><span lang="TH">สำหรับในระยะถัดไป ทั้งสองบริษัทคาดการณ์ว่าจะร่วมกันจัดหาพลาสติกใช้แล้วจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตพลาสติกรีไซเคิลชนิดต่าง ๆ และขยายไปยังส่วนอื่น ๆ ของภูมิภาค เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น</span></p>
<p align="center"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25912 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/02-นายศักดิ์ชัย-ปฏิภาณปรีชาวุฒิ-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-และกรรมการผู้จัดการใหญ่-SCGC.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">คุณศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ </span></b><b>SCGC </b><span lang="TH">กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง</span> SCGC <span lang="TH">และ </span>Dow <span lang="TH">ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งสำคัญที่สององค์กรชั้นนำด้านพลาสติกเพื่อความยั่งยืน จะมาร่วมมือกันขับเคลื่อนและยกระดับระบบนิเวศให้กับพลาสติกหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางอย่างมีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า </span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">โดย </span>SCGC <span lang="TH">พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมพลาสติกรักษ์โลก </span>Green Polymer<span lang="TH"> และเทคโนโลยีคอมพาวนด์ (</span>Compound) <span lang="TH">ในการเพิ่มประสิทธิภาพเม็ดพลาสติก เพื่อคืนคุณค่าพลาสติกใช้แล้วตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านกระบวนการรีไซเคิลเชิงกล</span> (Mechanical Recycling) <span lang="TH">และการรีไซเคิลขั้นสูง </span>(Advanced Recycling) <span lang="TH">โดยยังคงคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจและรองรับความต้องการของตลาดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ทั้งในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไปจนถึงกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า สะท้อนกลยุทธ์ </span>Low Waste, Low Carbon <span lang="TH">ของ </span>SCGC <span lang="TH">อย่างเป็นรูปธรรม”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25914 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/05-นวัตกรรมและความเชี่ยวชาญจาก-SCGC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">มร.บัมบัง จันดรา​ รองประธานฝ่ายธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ธุรกิจบรรจุภัณฑ์และพลาสติกชนิดพิเศษของ </span></b><b>Dow </b><span lang="TH">เปิดเผยว่า </span><span lang="TH">เอเชียเป็นหนึ่งในแหล่งวัตถุดิบขนาดใหญ่ของพลาสติกใช้แล้วที่สามารถแปรรูปได้ เราต้องการพลิกโฉมวิธีการจัดการกับขยะในภูมิภาค โดยสร้างโมเดลใหม่ที่ให้คุณค่ากับพลาสติกใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิลต่างๆ เพื่อเก็บรวบรวมสิ่งเหล่านี้และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25910 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/DOW.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">&#8220;ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกโดยพัฒนาเทคโนโลยีในการคัดแยกขยะ การรีไซเคิลเชิงกล และการรีไซเคิลขั้นสูง ความร่วมมือกับ </span>SCGC <span lang="TH">จะทำให้ทั้งสองบริษัทมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ที่เรามีจำหน่าย ความสามารถในการวิจัยและพัฒนา และลิขสิทธิ์ทางเทคโนโลยีของเรา เมื่อรวมกับความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในการผลิตเม็ดพลาสติกประสิทธิภาพสูงแล้ว ลูกค้าของเราจะได้รับความคุ้มค่าทั้งในด้านต้นทุน ความพร้อม รวมไปถึงคุณภาพของพลาสติกและวัสดุหมุนเวียน”</span></p>
<p class="x_MsoNormal">“Dow <span lang="TH">ได้ดำเนินกิจการในประเทศไทยมานานถึง </span>57 <span lang="TH">ปี เรามีความภาคภูมิใจที่จะได้เริ่มต้นก้าวต่อไปด้วยการพัฒนาพันธมิตรเพื่อธุรกิจพลาสติกหมุนเวียนร่วมกับ</span> SCGC <span lang="TH">ซึ่งเป็นคู่ค้าที่เราไว้วางใจ โดยตลอดระยะเวลา</span> 37 <span lang="TH">ปีที่ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนด้วยกันในประเทศไทยจะเห็นได้ว่า ทั้งสององค์กรมีความมุ่งมั่นที่เหมือนกันในด้านความเป็นเลิศและความยั่งยืน</span> SCGC <span lang="TH">จึงเป็นพันธมิตรในอุดมคติของเราที่จะสำรวจโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ร่วมกันในครั้งนี้ โดยเราตั้งใจที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้าควบคู่ไปกับการสนับสนุนอนาคตที่ยั่งยืนของภูมิภาคนี้”</span> <b><span lang="TH">นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย</span></b> <span lang="TH">กล่าวเสริม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25911 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/03-นายฉัตรชัย-เลื่อนผลเจริญชัย-ประธานบริหาร-กลุ่ม-บริษัท-Dow-Thailand.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการทำงานด้านความยั่งยืนในการ “<strong>เปลี่ยนขยะเป็นผลิตภัณฑ์</strong> </span>(Transform the Waste)” <span lang="TH">ของ </span>Dow <span lang="TH">ทั่วโลก </span><span lang="TH">ซึ่งมุ่งมั่นจะ</span><span lang="TH">เปลี่ยนขยะพลาสติกและนำวัตถุดิบทางเลือกรูปแบบอื่นๆ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ ให้ได้ </span>3 <span lang="TH">ล้านตันต่อปี</span><span lang="TH">ภายในปี</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">พ</span><span lang="TH">.</span><span lang="TH">ศ</span><span lang="TH">. </span>2573 <span lang="TH">รวมทั้งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของ</span><span lang="TH"> </span>SCGC <span lang="TH">ตามแนวทาง </span>Low Waste, Low Carbon <span lang="TH">ที่</span><span lang="TH">มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (</span>Carbon Neutrality) <span lang="TH">ภายในปี 2593 โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% และ​</span><span lang="TH">มีเป้าหมายขยายสินค้าในกลุ่มพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 1 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 </span><span lang="TH">อีกด้วย</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/scgc-x-dow-partnership-accelerate-circular-plastic-ecosystem/">SCGC ผนึก Dow ​ร่วม​พัฒนาโมเดลรีไซเคิลพลาสติกตลอดห่วงโซ่  ตั้งเป้าหมุนเวียนพลาสติกใช้แล้วกว่าสองแสนตันต่อปี   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจีซี รุดลงพื้นที่รับฟังปัญหาชุมชน พร้อมดูแลอย่างเต็มที่ เดินหน้าเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/scgc-visit-area-and-listen-problem-community/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 May 2024 07:08:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศักดิ์ สุภสร]]></category>
		<category><![CDATA[ลงพื้นที่พบชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจีซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25687</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC พร้อมด้วย นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รุดลงพื้นที่พบชุมชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อขออภัยและรับฟังข้อปัญหาต่าง ๆ จากชุมชน เชื่อมั่นชุมชนกับโรงงานจะต้องอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขและด้วยความเข้าใจ พร้อมเดินหน้าเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า “ผมขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เราพยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุมสถานการณ์ให้สงบโดยเร็วที่สุด ขณะนี้ อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งในด้านสุขภาพของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเราได้เร่งระดมทีมเข้าช่วยเหลือดูแลชุมชนอย่างเต็มที่ และจะทำให้เข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อคลายกังวลให้กับพี่น้องชุมชน โดยได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบ ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่มีความกังวลในสุขภาพสามารถเข้ารับการตรวจได้ที่ ศูนย์บริการสาธารณสุข ตากวน-อ่าวประดู่ จ.ระยอง โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญพร้อมตรวจและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ บริษัทฯ จะลงพื้นที่เชิงรุก เพื่อรับฟังและช่วยบรรเทาปัญหาในเบื้องต้นให้กับชุมชน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า “บริษัทฯ ได้เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบต่อเนื่องของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และเทศบาลเมืองมาบตาพุด อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ น้ำและโฟมจากการดับเพลิงที่ถูกกั้นไว้ในเขื่อนกั้น (Bund) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/scgc-visit-area-and-listen-problem-community/">เอสซีจีซี รุดลงพื้นที่รับฟังปัญหาชุมชน พร้อมดูแลอย่างเต็มที่ เดินหน้าเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่<strong> เอสซีจี เคมิคอลส์ </strong>หรือ<strong> SCGC</strong> พร้อมด้วย <strong>นายยุทธศักดิ์ สุภสร</strong> ประธานกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รุดลงพื้นที่พบชุมชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อขออภัยและรับฟังข้อปัญหาต่าง ๆ จากชุมชน เชื่อมั่นชุมชนกับโรงงานจะต้องอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขและด้วยความเข้าใจ พร้อมเดินหน้าเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-25687"></span></p>
<p><strong>นายศักดิ์ชัย</strong> กล่าวว่า “ผมขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เราพยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุมสถานการณ์ให้สงบโดยเร็วที่สุด ขณะนี้ อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งในด้านสุขภาพของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยเราได้เร่งระดมทีมเข้าช่วยเหลือดูแลชุมชนอย่างเต็มที่ และจะทำให้เข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อคลายกังวลให้กับพี่น้องชุมชน โดยได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบ ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่มีความกังวลในสุขภาพสามารถเข้ารับการตรวจได้ที่ ศูนย์บริการสาธารณสุข ตากวน-อ่าวประดู่ จ.ระยอง โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญพร้อมตรวจและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ บริษัทฯ จะลงพื้นที่เชิงรุก เพื่อรับฟังและช่วยบรรเทาปัญหาในเบื้องต้นให้กับชุมชน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25688 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/SCGC1.jpg" alt="" width="1200" height="848" /></p>
<p>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า “บริษัทฯ ได้เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบต่อเนื่องของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และเทศบาลเมืองมาบตาพุด อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ น้ำและโฟมจากการดับเพลิงที่ถูกกั้นไว้ในเขื่อนกั้น (Bund) ความสูง 4 เมตร เตรียมนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไปจึงไม่รั่วไหลและปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25689 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/SCGC2.jpg" alt="" width="800" height="1000" /></p>
<p>สำหรับผู้ได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฯ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โทร 085-650-4049</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/scgc-visit-area-and-listen-problem-community/">เอสซีจีซี รุดลงพื้นที่รับฟังปัญหาชุมชน พร้อมดูแลอย่างเต็มที่ เดินหน้าเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
