<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Scholars of Sustenance &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/scholars-of-sustenance/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 17 Dec 2025 08:33:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Scholars of Sustenance &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 08:33:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bakery]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Shop]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวรักษ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี ซินดิเคท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38902</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณกำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร จับมือ มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand โดย คุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และคุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ร่วมประกาศความสำเร็จผ่านการขยายโครงการ S&#38;P Food Rescue ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินสู่สังคม จาก 96 จุดขาย เพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวถึงโครงการ S&#38;P Food Rescue ว่า  ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัท  S&#38;P มุ่งสร้างสมดุลทั้งในมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/">S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> นำโดย <strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ<strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร จับมือ <strong>มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand</strong> โดย<strong> คุณธนาภรณ์ อ้อยอิสรานุกุล</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการประเทศไทย และ<strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย ร่วมประกาศความสำเร็จผ่านการขยายโครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong> ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินสู่สังคม จาก 96 จุดขาย เพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ</p>
<p><span id="more-38902"></span></p>
<p><strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวถึงโครงการ S&amp;P Food Rescue ว่า  ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัท  S&amp;P มุ่งสร้างสมดุลทั้งในมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ซึ่งมีเป้าหมายคือ การลดเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตลงไม่น้อยกว่า 4.5% ของยอดขาย ภายในปี 2573 และการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตให้เกิดประโยชน์แก่สังคม 20% จากสัดส่วนเบเกอรี่ส่วนเกิน ในปี 2573</p>
<p><em>&#8220;เป้าหมายดังกล่าวนับเป็นความท้าทายของบริษัทฯ แต่ S&amp;P  ได้รับความร่วมมือที่ดีในการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตจากพันธมิตร คือ <strong>มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) Thailand</strong> มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้โครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong>&#8221; </em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38905 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา บริษัทฯ ส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกิน จากกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย จากร้านอาหาร S&amp;P และเบเกอรี่ช็อปจำนวน  96 จุดขาย จากใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กรุงเทพฯ จ.เชียงใหม่ จ.ภูเก็ต และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยได้ส่งต่อแก่ชุมชนไปแล้ว 241,777 กิโลกรัม เทียบเท่าอาหาร 1 ล้านมื้อ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากขยะฝังกลบได้ถึง 601,541 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเบเกอรี่ส่วนเกินนี้สามารถนำไปสร้างประโยชน์​แก่สังคมให้ได้อิ่มท้องและช่วยลดค่าครองชีพ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน</p>
<p><em>&#8220;S&amp;P และ SOS Thailand ได้ขยายความร่วมมือในการจัดการเบเกอรี่ส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง โดยใน​เดือนธันวาคม 2568 นี้  S&amp;P ได้ขยายโครงการความร่วมมือเพิ่มอีก 109 จุดขาย รวมทั้งสิ้น 205 จุดขายทั่วประเทศ ทั้งการขยายเพิ่มเติมในจังหวัดเดิมที่ดำเนินการแล้ว และขยายไปจังหวัดอื่นๆ  ได้แก่ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.ลำปาง จ.นครสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี และจ.ลำพูน เพื่อมุ่งหวังกระจายความช่วยเหลือไปยังชุมชนทั่วประเทศเพื่อผู้บริโภคได้รับประทานอาหารคุณภาพดี สร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหารอย่างเท่าเทียม&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38907 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ มีแผนพัฒนาร้าน S&amp;P สาขาโรงพยาบาลศิริราชเป็นร้านต้นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ส่งต่อถึงผู้บริโภค โดยมุ่งมั่นลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งโครงการ <strong>S&amp;P Food Rescue</strong> นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p>การขับเคลื่อนของ S&amp;P​ ตอกย้ำความ​มุ่งมั่นในการสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำใน​การเข้าถึงอาหารแก่คนในสังคมอย่างเท่าเทียม พร้อมมีส่วนร่วมลดปัญหาขยะอาหารที่สร้างผลกระทบต่อโลก เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38908 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/SP-SOS5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/snp-hands-sos-in-food-rescue-cooperation/">S&#038;P ร่วมกับ SOS Thailand ขยายความร่วมมือ &#8216;S&#038;P Food Rescue&#8217; เพิ่มเป็น 205 จุดขายทั่วประเทศ เดินหน้ากอบกู้เบเกอรี่ส่วนเกินสร้างประโยชน์ให้สังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SOS​ มอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก้ปัญหาความหิวโหย พร้อมลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงกว่า 33 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/sos-serving-55-milion-meals-across-asean/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Nov 2024 13:00:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Bo Holmgreen]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[World Food Day 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ZERO HUNGER]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วันอาหารโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29922</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ  SOS (Scholars of Sustenance) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อทั่วประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่า​เป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 50 ล้านมื้อ ภายในปี 2568 จากการช่วยบริการจัดการ​อาหารส่วนเกิน ช่วง​เฉลิมฉลองวันอาหารโลกปี 2567 มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินถือเป็นโซลูชั่นที่เรียบง่ายและเข้าถึงได้ ช่วยแก้ไขปัญหาระดับโลกอย่างความหิวโหยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทุกปีโลกผลิตอาหารเพียงพอสำหรับ 10 พันล้านคน แต่ยังคงมีประชากร 2.33 พันล้านคน ที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับปานกลางถึงรุนแรง และมีถึง​ 864 ล้านคน ที่เผชิญความหิวโหยอย่างรุนแรง นอกจากนี้ การสูญเสียอาหารยังเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซมีเทนในหลุมฝังกลบ ซึ่งมีส่วนอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา SOS มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินและนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ปัจจุบัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/sos-serving-55-milion-meals-across-asean/">SOS​ มอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก้ปัญหาความหิวโหย พร้อมลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงกว่า 33 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ  SOS (Scholars of Sustenance)</strong> ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อทั่วประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่า​เป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 50 ล้านมื้อ ภายในปี 2568 จากการช่วยบริการจัดการ​อาหารส่วนเกิน</p>
<p><span id="more-29922"></span></p>
<p>ช่วง​เฉลิมฉลองวันอาหารโลกปี 2567 มูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการมอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อจาก 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินถือเป็นโซลูชั่นที่เรียบง่ายและเข้าถึงได้ ช่วยแก้ไขปัญหาระดับโลกอย่างความหิวโหยและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทุกปีโลกผลิตอาหารเพียงพอสำหรับ 10 พันล้านคน แต่ยังคงมีประชากร 2.33 พันล้านคน ที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับปานกลางถึงรุนแรง และมีถึง​ 864 ล้านคน ที่เผชิญความหิวโหยอย่างรุนแรง นอกจากนี้ การสูญเสียอาหารยังเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซมีเทนในหลุมฝังกลบ ซึ่งมีส่วนอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29984 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/2.jpg" alt="" width="1200" height="558" /></p>
<p>ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา SOS มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการช่วยเหลืออาหารส่วนเกินและนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ปัจจุบัน Scholars of Sustenance เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ช่วยเหลืออาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุด</p>
<p>โดยมูลนิธิฯ มีแผนที่จะขยายการทำงานเพื่อให้มีระบบอาหารที่ยั่งยืนและยุติธรรมทั่วเอเชีย ด้วยการสร้างพันธมิตรกับองค์กรสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมและมนุษยธรรม ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารที่สามารถบริจาคอาหารส่วนเกิน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่สามารถช่วยสนับสนุนโครงการช่วยเหลืออาหารและการกระจายอาหารผ่านอาสาสมัคร</p>
<p>&#8220;ความสำเร็จของเราทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงให้เห็นว่า การช่วยเหลืออาหารเป็นโซลูชั่นที่สามารถทำได้จริงและขยายผลได้ ด้วยการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน เราสามารถขยายและเพิ่มผลกระทบทั้งต่อผู้คนและโลก โดยการลดขยะอาหาร เรากำลังก้าวไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ข้อ 2: ขจัดความหิวโหย และข้อ 13: การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ&#8221; <strong>Bo Holmgreen</strong> ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SOS กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29985 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/3.jpg" alt="" width="1200" height="601" /></p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วงเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันอาหารโลก SOS ได้เฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ร่วมกับพันธมิตรและชุมชนทั่วภูมิภาค:</p>
<p>&#8211; ในประเทศไทย SOS และพันธมิตรได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร จัดเก็บอาหารเพื่อแจกจ่าย 40,000 มื้อให้กับชุมชนใน 12 เขต</p>
<p>&#8211; ในอินโดนีเซีย โรงเรียนนานาชาติหลายแห่งได้จัดโครงการรับบริจาคอาหาร ซึ่งรวบรวมอาหารได้ 3 ตัน และแปลงเป็นมื้ออาหารได้ 12,986 มื้อ</p>
<p>&#8211; ในฟิลิปปินส์ อาสาสมัคร 400 คนจาก 12 บริษัท ได้เตรียมอาหารจำนวน 7,000 มื้อตลอดเดือนตุลาคม</p>
<p>สำหรับมูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS) เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรด้านสิ่งแวดล้อมที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2559 เพื่อแก้ไขปัญหาขยะอาหารและความไม่มั่นคงทางอาหารใน 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการส่งต่ออาหารส่วนเกินจากร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้าปลีก ฟาร์ม และผู้ผลิตอาหารเจ็ดวันต่อสัปดาห์ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนที่ขาดแคลน โดยได้แจกจ่ายอาหารไปแล้วกว่า 55 ล้านมื้อ และลดการปล่อย CO2e กว่า 33 ล้านกิโลกรัม ผ่านการขยายประสิทธิภาพการดำเนินงานและการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและอุตสาหกรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/sos-serving-55-milion-meals-across-asean/">SOS​ มอบมื้ออาหารกว่า 55 ล้านมื้อ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แก้ปัญหาความหิวโหย พร้อมลดคาร์บอนฟุตพรินท์ลงกว่า 33 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สตาร์บัคส์ เปลี่ยนสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเป็น &#8216;ร้านกาแฟเพื่อชุมชน&#8217; แบ่งรายได้ 10 บาท จากทุกแก้ว​ช่วยชาวไร่กาแฟ พร้อมส่งเสริมโภชนาการอาหารในชุมชน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/starbucks-thailand-change-the-biggest-branch-to-2nd-community-store/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Jul 2023 13:19:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Integrated Tribal Development Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[ITDF]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks Community Store]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks Greener Store]]></category>
		<category><![CDATA[ชมุชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บั๊คส์]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ เจ้าพระยา รีเวอร์ฟร้อนท์ ไอคอนสยาม​]]></category>
		<category><![CDATA[สุมนพินท์ โชติกะพุกกณะ]]></category>
		<category><![CDATA[เจมส์ เลย์สัน]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรนภา ศรีสมัย]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แฟล็กชิป]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล แมนน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19693</guid>

					<description><![CDATA[<p>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย  พลิกโฉมร้านแฟล็กชิปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ เจ้าพระยา รีเวอร์ฟร้อนท์ ไอคอนสยาม​ เป็นร้านกาแฟเพื่อชุมชนแห่งที่ 2 ของประเทศไทย ฉลองดำเนินธุรกิจในไทยครบ 25 ปี  พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาทั่วประเทศครบ 800 สาขา พร้อมสร้างร้านกาแฟเพื่อชุมชน 8 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2573 คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันสตาร์บัคส์ทั่วประเทศมีสาขารวม 465 สาขา มีพนักงานรวมกว่า 4,300 คน เพื่อร่วมกันให้บริการลูกค้ามากกว่า 8 แสนคนในแต่ละสัปดาห์  โดยมีแผนขยายจำนวนร้านให้ครบ 800 แห่ง เพื่อ​เร่งการเติบโตของตลาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีพลวัตมากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควบคู่ไปกับการกระชับความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยได้พลิกโฉมสาขาแฟล็กชิป​อย่างสตาร์บัคส์  รีเสิร์ฟ เจ้าพระยา รีเวอร์ฟร้อนท์ ไอคอนสยาม ซึ่งเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย​​ มาเป็นร้านกาแฟสตาร์บัคส์เพื่อชุมชน (Starbucks Community Store) แห่งที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/starbucks-thailand-change-the-biggest-branch-to-2nd-community-store/">สตาร์บัคส์ เปลี่ยนสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเป็น &#8216;ร้านกาแฟเพื่อชุมชน&#8217; แบ่งรายได้ 10 บาท จากทุกแก้ว​ช่วยชาวไร่กาแฟ พร้อมส่งเสริมโภชนาการอาหารในชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย</strong>  พลิกโฉมร้านแฟล็กชิปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง <strong>สตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ เจ้าพระยา รีเวอร์ฟร้อนท์ ไอคอนสยาม​</strong> เป็นร้านกาแฟเพื่อชุมชนแห่งที่ 2 ของประเทศไทย ฉลองดำเนินธุรกิจในไทยครบ 25 ปี  พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาทั่วประเทศครบ 800 สาขา พร้อมสร้างร้านกาแฟเพื่อชุมชน 8 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2573</p>
<p><span id="more-19693"></span></p>
<p><strong>คุณเนตรนภา ศรีสมัย</strong> กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันสตาร์บัคส์ทั่วประเทศมีสาขารวม 465 สาขา มีพนักงานรวมกว่า 4,300 คน เพื่อร่วมกันให้บริการลูกค้ามากกว่า 8 แสนคนในแต่ละสัปดาห์  โดยมีแผนขยายจำนวนร้านให้ครบ 800 แห่ง เพื่อ​เร่งการเติบโตของตลาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีพลวัตมากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควบคู่ไปกับการกระชับความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยได้พลิกโฉม<em><strong>สาขาแฟล็กชิป​อย่างสตาร์บัคส์  รีเสิร์ฟ เจ้าพระยา รีเวอร์ฟร้อนท์ ไอคอนสยาม ซึ่งเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย​​ มาเป็นร้านกาแฟสตาร์บัคส์เพื่อชุมชน (Starbucks Community Store) แห่งที่ 2 ​</strong></em>นับจากมีร้านกาแฟเพื่อชุมชนแห่งแรกที่หลังสวน กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ.2556 <strong>โดยวางเป้าหมายเปิดร้านกาแฟเพื่อชุมชนให้ได้ทั้งหมด 1,000 แห่งทั่วโลกภายในปี พ.ศ.2573 โดยจะอยู่ในประเทศไทย 8 สาขา</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19694 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Starbucks-25th-Anniversary-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยการดำเนินงานของร้านสตาร์บัคส์เพื่อชุมชน จะแบ่งรายได้ 10 บาท จากการจำหน่ายกาแฟทุกแก้วเพื่อแบ่งปันให้​ 2 องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรในสัดส่วนเท่ากัน ได้แก่<strong> มูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน</strong> (Integrated Tribal Development Foundation – ITDF) และ <strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์</strong> (Scholars of Sustenance – SOS)  <em><strong>ซึ่งตั้งแต่เปิดสาขาแรกที่หลังสวน ในปี 2556 ได้มอบเงินสนับสนุนให้แก่ชุมชนไร่กาแฟในภาคเหนือของประเทศไทย ผ่านมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (ITDF) ​รวมกันไปแล้วกว่า 17 ล้านบาท</strong>  </em>และทางมูลนิธิฯ ได้นำเงินไปใช้กับโครงการต่างๆ เช่น น้ำดื่มสะอาด โรงเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวก การฝึกอบรมชาวบ้านและผู้ประสานงานด้านการเพาะปลูกกาแฟ เพื่อสนับสนุนการควบคุมคุณภาพกาแฟ และหลักปฏิบัติ C.A.F.E. ในกลุ่มชาวไร่กาแฟ  ซึ่งนอกจากเงิน​สนับสนุนจากยอดขายจากร้านกาแฟเพื่อชุมชนแล้ว ยังมาจากการ Sharing ยอดขาย 5% ของเมล็ดกาแฟม่วนใจ๋ เบลนด์ จากร้านกาแฟเพื่อชุมชนสาขาแรกนี้ ซึ่งเป็นเมล็ดกาแฟที่มีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มชุมชนไร่กาแฟในภาคเหนือเช่นเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19695 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Starbucks-25th-Anniversary-4-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8220;ร้านกาแฟสตาร์บัคส์เพื่อชุมชน (Starbucks Community Store) ออกแบบมาให้เป็นสาขาที่สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้พาร์ทเนอร์หรือพนักงาน กลายเป็นส่วนหนึ่งและมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยรอบในรูปแบบเฉพาะซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่โลเกชั่นแต่ละ​สาขา เพื่อยกระดับการรังสรรค์กาแฟและเครื่องดื่มที่ดีต่อไปในอนาคต ควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวก​ให้กับชุมชนท้องถิ่น พร้อม​แบ่งปันรายได้จากการดำเนินงานคืนกลับให้สังคม เพื่อตอกย้ำคำมั่นสัญญาในการเชื่อมโยงสัมพันธภาพระหว่างลูกค้า และผู้คนในชุมชนหลากหลายวัฒนธรรม เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญในการยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในชุมชนโดยรอบสาขา และชุมชนชาวไร่กาแฟทางภาคเหนือของไทย ผ่านธุรกิจร้านกาแฟอย่างต่อเนื่อง&#8221;​</p>
<p>ด้านความร่วมมือกับ <strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS)</strong> ด้วยความตั้งใจให้ทุกคนได้เข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และลดปริมาณขยะจากอาหารสตาร์บัคส์ ประเทศไทย ​โดยได้รวบรวมอาหารที่ยังไม่ได้จำหน่ายจากร้านสตาร์บัคส์สาขาที่ร่วมรายการในกรุงเทพฯ หัวหิน เชียงใหม่ และภูเก็ต ​ส่งมอบให้กับชุมชนที่ต้องการ <em><strong>โดยนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2565 จนถึงปัจจุบัน อาหารกว่า 18,000 กิโลกรัมได้ถูกส่งต่อไปยังชุมชนที่ขาดแคลน และมูลนิธิสตาร์บัคส์ ยังได้บริจาคเงินอีกกว่า 1.45 ล้านบาท (44,620 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) สนับสนุนโครงการครัวรักษ์อาหาร (SOS Rescue Kitchen) เพื่อส่งเสริมโภชนาการอาหารในชุมชนอีกด้วย</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19696 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Starbucks-25th-Anniversary-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ยังได้ร่วมงานกับมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก (Books for Children) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ผ่านกิจกรรมการอ่านในชุมชน การจัดสรรมุมหนังสือ และห้องสมุดให้กับชุมชนมาอย่างยาวนาน  และเมื่อเร็ว ๆนี้ โครงการเงินช่วยเหลือชุมชนทั่วโลก (Global Community Impact Grants) จากมูลนิธิสตาร์บัคส์ ก็ได้สนับสนุนการขยายโครงการ Reading Hero สู่เยาวชนและครอบครัวในชุมชนด้อยโอกาส อีกด้วย</p>
<p><strong>วางกรอบขับเคลื่อนร้านกาแฟสีเขียว (Starbucks Greener Store)</strong></p>
<p>นอกจากมิติทางด้านสังคมแล้ว สตาร์บัคส์ ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนผ่านการลดการปล่อยคาร์บอน น้ำเสีย และของเสีย โดยเริ่มจากการปฏิบัติตามแนวทาง <strong>ร้านกาแฟสีเขียว (Starbucks Greener Store)</strong> ในประเทศไทย  ซึ่งได้พัฒนาร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wildlife Fund – WWF) ​ประกอบด้วยชุดมาตรฐานที่อิงตามผลการปฏิบัติงาน 25 ชุด ที่ครอบคลุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหลากหลายด้าน เช่น ประสิทธิภาพพลังงาน การดูแลน้ำ และการแยกของเสีย ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่ร้านสาขาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง และสนับสนุน <em><strong>เป้าหมายปี พ.ศ. 2573  ของสตาร์บัคส์ ในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจากการผลิตหรือการให้บริการ (Carbon Footprint)  พร้อมลดการใช้น้ำและของเสียลง 50%</strong></em></p>
<p>ปัจจุบัน สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ได้รับรองร้านกาแฟสีเขียวทั้งหมด 3 แห่ง ที่ดำเนินการโดยใช้ไฟฟ้าที่มีความสามารถในการตรวจสอบพลังงานที่แม่นยำ เพื่อระบบการจัดการพลังงาน (Energy Management System – EMS) อย่างละเอียด ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์เพื่อรักษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลการใช้พลังงานในระดับสูง ระบบนี้จะช่วยให้ร้านค้าสามารถระบุจุดการใช้พลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยควบคุมและอนุรักษ์การใช้พลังงานต่อไปในอนาคต</p>
<p>นอกจากนี้ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ยังสนับสนุนทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นให้กับลูกค้าผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการบรรจุภัณฑ์สำหรับใช้ในร้าน (For-Here-Ware) และการรณรงค์การใช้ Reusable Cup โดยลูกค้าที่นำแก้วส่วนตัวมาซื้อเครื่องดื่มที่ร้านจะได้รับส่วนลด 10 บาท รวมถึง โครงการ Grounds for Your Garden ที่ลูกค้าสามารถรับถุงกากกาแฟไปบำรุงสวนที่บ้านได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น</p>
<figure id="attachment_19700" aria-describedby="caption-attachment-19700" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-19700 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Starbucks-25th-Anniversary-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-19700" class="wp-caption-text"><em>ในภาพจากซ้าย &#8211; คุณไมเคิล แมนน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน, คุณสุมนพินท์ โชติกะพุกกณะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร สตาร์บัคส์ ประเทศไทย, คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย และคุณเจมส์ เลย์สัน กรรมการผู้จัดการมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์ </em></figcaption></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/starbucks-thailand-change-the-biggest-branch-to-2nd-community-store/">สตาร์บัคส์ เปลี่ยนสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเป็น &#8216;ร้านกาแฟเพื่อชุมชน&#8217; แบ่งรายได้ 10 บาท จากทุกแก้ว​ช่วยชาวไร่กาแฟ พร้อมส่งเสริมโภชนาการอาหารในชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>9 เรื่องน่ารู้ &#8216;สตาร์บัคส์&#8217; กับการขับเคลื่อนวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ​พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมในไทยมาตลอด 25 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/story-of-25-years-starbucks-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jun 2023 09:18:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[#GroundsForYourGarden]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-based Milk]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[กากกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์สตาร์บัคส์]]></category>
		<category><![CDATA[ม่วนใจ๋ เบลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟเพื่อชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บั๊คส์]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์ 25 ปี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19312</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี พ.ศ. 2566 นี้ ‘สตาร์บัคส์’ ​ผู้นำและผู้บุกเบิกธุรกิจกาแฟคั่วบดและร้านกาแฟระดับโลก  ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเข้าสู่ปีที่ 25 แล้ว หลังจาก​เปิดร้านกาแฟสาขาแรกของประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2541 ในกรุงเทพมหานคร ที่เซ็นทรัลชิดลม ซึ่งในปัจจุบันสาขานี้ได้ปิดให้บริการแล้ว ขณะที่สาขาทั้งหมดในประเทศไทย ปัจจุบัน​มีรวมทั้งสิ้น 464 สาขาทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ พ.ค. 2566) โดยในจำนวนนี้เป็นร้านแบบไดรฟ์-ทรู (Drive-thru) ​ 57 สาขา ทั้งนี้ สตาร์บัคส์  มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์จากวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ผ่านเครื่องดื่มแก้วพิเศษพร้อมด้วยบริการที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ขณะเดียวกันยังได้ให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด และนี่คือเรื่องราวบางส่วนในการส่งมอบคุณค่าจากการดำเนินธุรกิจของสตาร์บัคส์ในประเทศไทย เพื่อสร้างทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง Fun Fact ​​จากเชนกาแฟระดับโลกที่บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน 1. ที่มาของชื่อแบรนด์ Starbucks และชื่อเรียกขนาดเครื่องดื่ม ชื่อ สตาร์บัคส์ (Starbucks) มาจากนวนิยายเรื่องโมบิดิก (Moby-Dick) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/story-of-25-years-starbucks-thailand/">9 เรื่องน่ารู้ &#8216;สตาร์บัคส์&#8217; กับการขับเคลื่อนวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ​พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมในไทยมาตลอด 25 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี พ.ศ. 2566 นี้ ‘สตาร์บัคส์’ ​ผู้นำและผู้บุกเบิกธุรกิจกาแฟคั่วบดและร้านกาแฟระดับโลก  ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเข้าสู่ปีที่ 25 แล้ว หลังจาก​เปิดร้านกาแฟสาขาแรกของประเทศไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2541 ในกรุงเทพมหานคร ที่เซ็นทรัลชิดลม</p>
<p><span id="more-19312"></span></p>
<p>ซึ่งในปัจจุบันสาขานี้ได้ปิดให้บริการแล้ว ขณะที่สาขาทั้งหมดในประเทศไทย ปัจจุบัน​มีรวมทั้งสิ้น 464 สาขาทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ พ.ค. 2566) โดยในจำนวนนี้เป็นร้านแบบไดรฟ์-ทรู (Drive-thru) ​ 57 สาขา</p>
<p>ทั้งนี้ สตาร์บัคส์  มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์จากวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ผ่านเครื่องดื่มแก้วพิเศษพร้อมด้วยบริการที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ขณะเดียวกันยังได้ให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19319 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/shutterstock_656139760.jpg" alt="" width="1200" height="625" /></p>
<p>และนี่คือเรื่องราวบางส่วนในการส่งมอบคุณค่าจากการดำเนินธุรกิจของสตาร์บัคส์ในประเทศไทย เพื่อสร้างทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง Fun Fact ​​จากเชนกาแฟระดับโลกที่บางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน</p>
<p><strong>1. ที่มาของชื่อแบรนด์ </strong><strong>Starbucks </strong><strong>และชื่อเรียกขนาดเครื่องดื่ม </strong></p>
<p>ชื่อ <strong>สตาร์บัคส์ (Starbucks)</strong> มาจากนวนิยายเรื่องโมบิดิก (Moby-Dick) หนังสือเล่มโปรดของผู้ก่อตั้งสตาร์บัคส์ทั้ง 3 คน คือ <strong>เจอร์รี บัลด์วิน</strong> (Jerry Baldwin), <strong>เซฟ ซีเกิล</strong> (Zev Siegl) และ <strong>กอร์ดอน โบว์เกอร์</strong> (Gordon Bowker) และในปี พ.ศ. 2530 <strong>ฮาวเวิร์ด ชูลท์ซ</strong> (Howard Schultz) อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของสตาร์บัคส์ผู้หลงใหลในวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ได้เข้ามาซื้อกิจการสตาร์บัคส์ พร้อมตั้งชื่อว่า<strong> ‘Starbucks Coffee Company’  </strong></p>
<p>และด้วยความหลงใหลในวัฒนธรรมการดื่มกาแฟแบบอิตาลีของคุณฮาวเวิร์ด ชูลท์ซ ​จึงได้ใช้ภาษาอิตาเลียนในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของสตาร์บัคส์ รวมทั้งชื่อเรียกขนาดของเครื่องดื่ม โดยปลายปี​ 1990 คอกาแฟทั้งหลายเรียกร้องให้สตาร์บัคส์เพิ่มขนาดแก้ว ทำให้มีเครื่องดื่มขนาด Venti ขึ้นมา ปัจจุบันแก้วเครื่องดื่มในร้านสตาร์บัคส์จึงมี 4 ขนาดหลัก ได้แก่ <strong>Short</strong> ขนาด 8 ออนซ์ เฉพาะเครื่องดื่มร้อน <strong>Tall</strong> ขนาด 12 ออนซ์, <strong>Grande</strong> ขนาด 16 ออนซ์ และ<strong> Venti</strong> ขนาด 20 ออนซ์ แตกแต่างจากการเรียกขนาดเครื่องดื่มของร้านทั่วไป ที่มักจะเรียกง่ายๆ ตามไซส์ว่า S, M, L</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19318 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Commu.jpg" alt="" width="751" height="751" /></p>
<p><strong>2.</strong><strong>​ ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนชาวไร่กาแฟ </strong></p>
<p>สตาร์บัคส์ในประเทศไทย​ มีการพัฒนารูปแบบ <strong>ร้านกาแฟเพื่อชุมชน</strong> หรือ <strong>Community Store</strong> โดยมีสาขาหลังสวน ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ Community Store เป็นแห่งแรกในเอเชีย และเปิดดำเนินการเป็นลำดับที่ 4 ของโลก ซึ่งความพิเศษของร้านกาแฟเพื่อชุมชนนี้  คือการดำเนินธุรกิจภายใต้คำมั่นสัญญาของสตาร์บัคส์ที่ต้องการตอบแทนชุมชน ด้วยการมอบรายได้ 10 บาท จากการจำหน่ายเครื่องดื่มสตาร์บัคส์ทุกแก้ว ให้แก่ชุมชนชาวไร่กาแฟทางภาคเหนือของไทย</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเมล็ดกาแฟพิเศษอย่าง <strong>ม่วนใจ๋ เบลนด์</strong> ที่ผสมผสานเมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้าชั้นดีซึ่งปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของไทย และหมู่เกาะอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิก ให้รสชาติหนักแน่น นุ่มลึก และกลิ่นไอดินธรรมชาติ ที่มีการรับซื้อมาอย่างเป็นธรรม เพื่อจำหน่ายผ่านสาขาสตาร์บัคส์ ​พร้อมแบ่งรายได้ 5% จากการจำหน่ายกาแฟม่วนใจ๋ เบลนด์  เพื่อนำไปช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไร่กาแฟทางภาคเหนือของไทยให้ดีขึ้นเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19313 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/shutterstock_1072863746-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. สร้างคุณค่าเพิ่มให้ กากกาแฟ ลดการสร้าง </strong><strong>Waste </strong></p>
<p>สตาร์บัคส์จับมือกับ ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต อาจารย์ นักออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมชื่อดัง สร้าง <strong>“ร้านกาแฟสีเขียว”</strong> และยังมี Sonite Innovative Surfaces มาร่วมพัฒนากากกาแฟเหลือใช้ให้เป็นวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายใน​ เพื่อพัฒนาเป็นวัสดุจากกากกาแฟที่เรียกว่า Java Core ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ และสามารถนำไปต่อยอดทำเฟอร์นิเจอร์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ สำหรับใช้ภายในร้าน เช่น คาน์เตอร์  โต๊ะกลาง และบาร์สำหรับวางเครื่องปรุง เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลก ผ่านกิจกรรม <strong>#GroundsForYourGarden</strong> โดยการมอบกากกาแฟให้ลูกค้าฟรี สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปใช้เป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ที่ปลูกไว้ได้ โดยลูกค้าสามารถไปรับกากกาแฟจากตะกร้าที่จุดบริการภายในสาขาได้ฟรี หรือสอบถามกับพนักงานของร้านได้ทุกสาขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19316 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Starbucks_Prachinburi.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. สร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับการดื่มกาแฟอยู่เสมอ </strong></p>
<p>สตาร์บัคส์ มีสาขาขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ​ที่ร้านสตาร์บัคส์ รีเสิร์ฟ เจ้าพระยา ริเวอร์ฟร้อนท์ ไอคอนสยาม ชั้น 7 โดยมีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 1,260 ตารางเมตร รองรับลูกค้าได้ 350 ที่นั่ง แบ่งเป็นส่วน Indoor และ Outdoor พร้อมมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ คือ เป็นสาขาแรกที่เสิร์ฟเครื่องดื่มจากช็อตกาแฟสตาร์บัคส์ ม่วนใจ๋ เบลนด์ ซึ่งปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของไทย และมี บาร์ ทีวาน่า (Teavana™ Bar) แห่งแรกของไทย สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหาประสบการณ์การดื่มชาในคอนเซ็ปต์ใหม่ รวมทั้งขยายฐานผู้ดื่มให้กาแฟม่วนใจ๋ เบลนด์ อีกด้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19314 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/biggest.jpg" alt="" width="731" height="731" /></p>
<p><strong>5. มีเมนูที่ใช้ </strong><strong>Plant-based Milk </strong><strong>เพื่อเป็นทางเลือกทดแทนนมวัวได้ </strong></p>
<p>สำหรับลูกค้าที่ไม่อยากดื่มนมวัว หรือแพ้นมวัว สามารถบอกทางร้านให้ใช้นมทางเลือกในการทำเครื่องดื่มเพื่อทดแทนได้ ทั้งนมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง นมข้าวโอ๊ต นมมะพร้าว รวมถึงวิปครีมข้าว (Rice whipped cream) โดยมีตัวอย่างเครื่องดื่มที่น่าลิ้มลอง เช่น กรีนที ซอย จาวาชิป แฟรบปูชิโน่ วิธ ไรซ์วิปครีม (Green Tea Soy Java Chip Frappuccino® with Rice Whipped Cream) และ ไอซ์ โอ๊ตมิลค์ ซิกเนเจอร์ ช็อกโกแลต วิธ ไรซ์วิปครีม (Iced Oatmilk Signature Chocolate with Rice Whipped Cream) เป็นต้น</p>
<p><strong>6. สตาร์บัคส์ ไม่ได้ขายแค่กาแฟเท่านั้น</strong></p>
<p>นอกจากเมนูยอดนิยมแล้ว ​สตาร์บัคส์ได้ปรับความชื่นชอบของผู้คนในแต่ละประเทศ เพื่อออกแบบเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะแต่ละประเทศไว้ด้วย โดยประเทศไทยมีเมนูเอ็กซ์คลูซีฟรวม 11 เมนู ทั้งกาแฟ ช็อคโกแลต ชา รวมทั้งยังมีเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่น พร้อมด้วยเบเกอรี่อบสดใหม่ที่มีจำหน่ายใน 48 สาขา และบาง​สาขายังมีเมนูมีซุปและพาสต้า เพื่อเติมพลังในระหว่างวันให้เลือกอร่อยถึง 4 เมนู ได้แก่ 1. Creamy Mushroom Soup 2. Corn Soup 3. Fusilli Bolognese 4. Penne Arrabiata With Smoked Sausage</p>
<p><strong>7. ผ้ากันเปื้อนแต่ละสีมีความหมายต่างกัน</strong></p>
<p>โดย ผ้ากันเปื้อนสีเขียว สำหรับพาร์ทเนอร์ทั่วไป ที่ผ่านการอบรมบาริสต้าตามหลักสูตรของร้านสตาร์บัคส์ ส่วน ผ้ากันเปื้อนสีดำ สำหรับพาร์ทเนอร์ที่ได้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของร้านสตาร์บัคส์ และมีการสอบวัดระดับในแต่ละขั้น เพื่อเป็นคอฟฟี่มาสเตอร์ (Coffee Master) หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟของสตาร์บัคส์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19315 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/shutterstock_1385280947.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>8. ทำไมพนักงานของสตาร์บัคส์ถึงจำชื่อของลูกค้าได้แม่นยำ</strong></p>
<p>นอกจากจะมุ่งมั่นรังสรรค์เครื่องดื่มทุกแก้วให้สมบูรณ์ อีกสิ่งสำคัญคือการผูกสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึผูกพันและมีประสบการณ์ที่ดีเมื่อมาใช้บริการในสตาร์บัคส์ เพราะความเชื่อว่าแม้ช่วงเวลาสั้นๆ ก็สามารถสร้างรอยยิ้ม ให้ลูกค้าได้ ตามแนวคิด “People Business Serving Coffee” ที่เน้นการส่งมอบ “<strong>Starbucks Experience”</strong> หรือ “<strong>ประสบการณ์สตาร์บัคส์”</strong> รวมถึงความเป็น Third Place หรือบ้านหลังที่ 3 ซึ่งลูกค้าสามารถมาใช้เวลาพักผ่อน สังสรรค์ หรือทำงานได้อย่างเต็มที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19317 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Starbucks_Shell-Nakornchaisri.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>9. </strong><strong>ขนมและอาหารของสตาร์บัคส์ ได้ถูกแบ่งปันให้กับชุมชน </strong></p>
<p>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (Scholars of Sustenance – SOS) ดำเนินการ ‘<strong>โครงการรักษ์อาหาร</strong>’ ส่งมอบอาหารส่วนเกินคุณภาพดีให้ผู้ที่ต้องการอย่างเป็นระบบ โดยทาง SOS จะตรวจสอบความสะอาด และความปลอดภัยทางอาหารก่อนนำไปแจกจ่ายให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า สถานพักพิง ชุมชนรายได้ต่ำ รวมถึงกลุ่มเปราะบางอื่นๆ ในสังคม นอกจากช่วยลด Food waste ในธุรกิจยังเป็นการส่งต่อคุณค่าให้กับสังคมด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/story-of-25-years-starbucks-thailand/">9 เรื่องน่ารู้ &#8216;สตาร์บัคส์&#8217; กับการขับเคลื่อนวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ​พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมในไทยมาตลอด 25 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
