<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SDG Move &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/sdg-move/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 02 Aug 2025 07:07:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>SDG Move &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิด &#8216;SDG Index 2025&#8217; ประเทศไทย​ รั้งอันดับ 43 ของโลก พบ ​6 เป้าหมายน่าห่วง ยังอยู่ในสถานะ &#8216;ท้าทายมาก&#8217;  </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/sdsn-disclose-sdg-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 11:40:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Measurement]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Goals]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Index]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Index 2025]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Move]]></category>
		<category><![CDATA[SDSN]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development Report]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development Report 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development Solutions Network]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34758</guid>

					<description><![CDATA[<p>SDG MOVE สรุป​ &#8216;รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน&#8217; (SDR : Sustainable Development Report) และ &#8216;SDG Index ประจำปี 2568&#8216; โดย Sustainable Development Solutions Network (SDSN)  ซึ่งเผยแพร่เป็นฉบับที่ 10 หลังเริ่มจัดทำและเผยแพร่ครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2015 ​ปีนี้จึงนับเป็นการดำเนินงาน​ครบรอบ 1 ทศวรรษ ​พร้อมเผยแพร่​ในธีม &#8216;A Decade After Their Adoption at the UN, the World Remains Highly Committed to the Sustainable Development Goals&#8217; หรือ &#8216;หนึ่งทศวรรษหลังรับรองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โลกยังคงมุ่งมั่นอย่างเเน่วเเน่เพื่อบรรลุ&#8217;  ทั้งนี้ ​คาดการณ์​ภาพรวมการขับเคลื่อนความยั่งยืนของโลก จนถึงปัจจุบันยังไม่มีเป้าหมายใดที่เชื่อว่าจะสามารถบรรลุได้ตามกำหนดภายในปี 2030 ขณะที่การบรรลุเป้าหมายย่อยที่ใช้ชี้วัดจะทำได้ไม่ถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/sdsn-disclose-sdg-index-2025/">เปิด &#8216;SDG Index 2025&#8217; ประเทศไทย​ รั้งอันดับ 43 ของโลก พบ ​6 เป้าหมายน่าห่วง ยังอยู่ในสถานะ &#8216;ท้าทายมาก&#8217;  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.sdgmove.com/2025/07/16/sdg-index-2025-highlights-10th-edition/" target="_blank" rel="noopener"><b>SDG MOVE </b></a>สรุป​ &#8216;<strong>รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืน&#8217; (SDR : Sustainable Development Report) </strong>และ<strong> &#8216;SDG Index ประจำปี 2568</strong>&#8216; โดย <strong>Sustainable Development Solutions Network (SDSN)</strong>  ซึ่งเผยแพร่เป็นฉบับที่ 10 หลังเริ่มจัดทำและเผยแพร่ครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2015</p>
<p><span id="more-34758"></span></p>
<p>​ปีนี้จึงนับเป็นการดำเนินงาน​ครบรอบ 1 ทศวรรษ ​พร้อมเผยแพร่​ในธีม <strong>&#8216;A Decade After Their Adoption at the UN, the World Remains Highly Committed to the Sustainable Development Goals&#8217;</strong> หรือ &#8216;<strong>หนึ่งทศวรรษหลังรับรองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โลกยังคงมุ่งมั่นอย่างเเน่วเเน่เพื่อบรรลุ&#8217; </strong></p>
<p>ทั้งนี้ ​คาดการณ์​ภาพรวมการขับเคลื่อนความยั่งยืนของโลก จนถึงปัจจุบันยังไม่มีเป้าหมายใดที่เชื่อว่าจะสามารถบรรลุได้ตามกำหนดภายในปี 2030 ขณะที่การบรรลุเป้าหมายย่อยที่ใช้ชี้วัดจะทำได้ไม่ถึง 20%  พร้อมรายงานเพื่อฉายภาพสถานการณ์การขับเคลื่อนในแต่ละ​ตัวชี้วัดทั้ง17 ข้อ  เพื่อเห็นถึงความก้าวหน้าและถดถอยในการขับเคลื่อนทั้งระดับโลกและ​ภูมิภาค โดยสรุปเป็น 5 ประเด็นสำคัญ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. ความมุ่งมั่นเพื่อบรรลุ SDGs ทั่วโลกอยู่ในระดับสูง</strong> ​​ปัจจุบัน มี 190 จาก 193 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ ที่เข้าร่วมกระบวนการ ‘<strong>รายงานผลการทบทวนการดำเนินงานตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ระดับชาติโดยสมัครใจ’</strong> (Voluntary National Review: VNR) เพื่อเสนอแผนและลำดับความสำคัญด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับชาติของตนเอง โดยมีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ยังไม่เข้าร่วม ได้แก่ เฮติ เมียนมา และสหรัฐอเมริกา</p>
<p><strong>2. ประเทศในยุโรปยังคงเป็นผู้นำใน SDG Index </strong>ขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้มีความก้าวหน้ามากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ โดยหากพิจารณาจากปี 2015 จะพบว่าปีนี้ ประเทศที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและน่าจับตา เช่น เนปาล (+11.1 คะแนน) กัมพูชา (+10 คะแนน) บังคลาเทศ (+8.3 คะแนน) และ มองโกเลีย (+7.7 คะแนน) ส่วนจีนและอินเดีย ขยับขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 50 และ Top 100 ได้ตามลำดับ</p>
<p><strong>3. ความก้าวหน้าในการขับเคลื่อน SDGs หยุดชะงัก</strong> โดยยังไม่มีเป้าหมาย SDGs ใดที่อยู่ในเส้นทางที่จะบรรลุได้ภายในปี 2030 และพบว่ามีเพียง 17% ของเป้าหมายย่อยเท่านั้นที่ยังอยู่ในเส้นทางที่จะบรรลุได้ <strong>ซึ่งมีปัจจัยขัดขวางหลักคือความขัดแย้ง ความเปราะบางเชิงโครงสร้าง และข้อจำกัดทางการเงิน</strong></p>
<p><strong>4. บาร์เบโดส คือ ประเทศผู้นำด้านความมุ่งมั่นมากที่สุด</strong> จากดัชนีประเทศที่สนับสนุนการทำงานพหุภาคีตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ (UN-based multilateralism: UN-Mi) ซึ่งพิจารณาจากการมีส่วนร่วมกับระบบขององค์การสหประชาชาติ<strong> ขณะที่สหรัฐอเมริกาถูกจัดอยู่อันดับท้ายสุดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน</strong> ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการถอนตัวจากข้อตกลงปารีสและการแสดงออกอย่างเป็นทางการถึงการไม่สนับสนุน SDGs และวาระการพัฒนา 2030</p>
<p><strong>5. จำเป็นต้องมีการปฏิรูประบบการเงินระหว่างประเทศ (</strong>Global Financial Architecture: GFA) อย่างเร่งด่วน เพื่อสนับสนุน SDGs โดยการประชุม Ff4D ครั้งที่ 4 ที่ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศสมาชิก UN ในการปฏิรูประบบ เพื่อให้เงินทุนระหว่างประเทศไหลเวียนอย่างเพียงพอไปยังประเทศตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจกำลังพัฒนา (Emerging markets and developing economies: EMDEs) เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34926 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Re-World-Index.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><strong>ส่อง SDG Index ประเทศไทย</strong><br />
การจัดอันดับ SDG Index ระดับโลก ปีนี้มีประเทศที่ถูกจัดอันดับทั้งสิ้น 167 ประเทศ เท่ากับปีที่แล้ว โดยประเทศที่ติด <strong>Top 5 อันดับแรก ประกอบด้วย ฟินแลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก เยอรมนี</strong> และ <strong>ฝรั่งเศส</strong> ตามลำดับ ขณะที่ประเทศที่ถูกจัดอยู่ใน 5 อันดับสุดท้าย ประกอบด้วย เยเมน (อันดับ 163) โซมาเลีย (อันดับ 164) ชาร์ด (อันดับ 165) สาธารณรัฐแอฟริกากลาง (อันดับ 166) และซูดานใต้ (อันดับ 167) ซึ่งครองอันดับเดิมจากปีที่แล้ว</p>
<p><em><strong>ส่วนประเทศไทย ปีนี้ได้รับการจัดอันดับอยู่ที่อันดับ 43 ของโลก ขยับขึ้นมา 2 อันดับจากปี 2024 ซึ่งอยู่ที่อันดับ 45 ขณะเดียวกันคะแนนรวมก็ขยับขึ้นเป็น 75.3 คะแนน มากกว่าปี 2567 ถึง 0.6 คะแนน ถือว่าสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ ซึ่งอยู่ที่ 69.5 คะแนน</strong></em></p>
<p>หากเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน พบว่าประเทศไทยยังครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน (2019 – 2025) ตามมาด้วย เวียดนาม (อันดับ 61) สิงคโปร์ (อันดับ 69) อินโดนีเซีย (อันดับ 77) มาเลเซีย (อันดับ 84) ฟิลิปปินส์ (อันดับ 87) บรูไนดารุซซาลาม (อันดับ 92) กัมพูชา (อันดับ 101) เมียนมา (อันดับ 116) และลาว (อันดับ 121) ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2024 พบว่ามีเพียง 5 ประเทศเท่านั้นที่มีอันดับก้าวหน้าขึ้น คือ ไทย ฟิลิปปินส์ บรูไนดารุซซาลาม กัมพูชา และเมียนมา ขณะที่อีก 5 ประเทศมีอันดับถดถอยลง ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และลาว</p>
<p>นอกจากนี้ หากเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ พบว่าไทยรั้งอันดับที่ 3 เป็นรองจากญี่ปุ่น (อันดับ 19) และเกาหลีใต้ (อันดับ 34)</p>
<p><strong>6 เป้าหมาย &#8216;ความยั่งยืน ประเทศไทย&#8217; ​​​อยู่ระดับ &#8216;ท้าทายมาก&#8217;</strong></p>
<p>สำหรับพัฒนาการในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของประเทศไทยในปีนี้ หากพิจารณาตามสถานะรายเป้าหมายในปีนี้กับปี 2024 พบว่า <strong>เป้าหมายที่มีสถานะบรรลุเป้าหมายแล้ว (สีเขียว) สามารถบรรลุเป้าหมายได้</strong> คือ SDG1 (ยุติความยากจน) และ SDG4 (การศึกษาที่มีคุณภาพ)  เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา</p>
<p>ทั้งนี้ ค่าสีสถานะที่ปรากฏตามรายงานฉบับนี้พิจารณาจาก 2 ตัวชี้วัดที่มี <strong>‘สถานะแย่ที่สุด’</strong> ในเป้าหมายนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ของทุกประเทศทั่วโลกจึงจำเป็นต้องพิจารณาถึงรายละเอียดข้อมูลในระดับตัวชี้วัดเพิ่มเติม</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">โดยการประเมินความยากจน​ มีการใช้หลักเกณฑ์ภายในประเทศที่กำหนดเส้นความยากจนสูงกว่าเส้นความยากจนสากล จึงอาจกล่าวได้ว่า ประเทศไทยยังมีคนจนขั้นต่ำสุดอยู่ และยังไม่บรรลุเป้าหมายในการยุติความยากจนตาม SDG1 แม้สถานการณ์ความยากจนมีแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้น แต่กลุ่มคนบางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับความยากจน เนื่องจากอยู่ในสถานะที่เปราะบางและมีระดับความเป็นอยู่ใกล้เคียงกับเส้นความยากจน จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะตกอยู่ในภาวะยากจนได้ ​</div>
</div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">เช่นเดียวกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ยังคงฝังรากลึก และเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ดังนั้น การประเมินสถานการณ์ด้านการศึกษา จึงไม่อาจพิจารณาเฉพาะข้อมูลด้านรายได้หรือจำนวนผู้เรียนเท่านั้น</div>
</div>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34927 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Re-SDG-TH1.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><strong>เป้าหมายที่มีสถานะท้าทาย (สีส้ม) มีทั้งสิ้น 9 เป้าหมาย ลดลงจาก 10 เป้าหมายในปี 2024</strong> ได้แก่ SDG5 (ความเท่าเทียมทางเพศ) SDG6 (น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล) SDG7 (พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้) SDG8 (งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ) SDG9 (โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม) SDG10 (ลดความเหลื่อมล้ำ) SDG12 (การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน) SDG13 (การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) และ SDG17 (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน)</p>
<p>ปีนี้ ไม่มีเป้าหมายที่มีแนวโน้มอยู่ในทิศทางที่จะบรรลุได้ ขณะที่ SDG5 SDG6 SDG7 และ SDG9 มีแนวโน้มค่อนข้างก้าวหน้า ส่วนอีก 5 เป้าหมายที่เหลือยังคงไม่คืบหน้า</p>
<p><strong>เป้าหมายที่มีสถานะท้าทายมาก (สีแดง) มีทั้งสิ้น 6 เป้าหมาย เพิ่มขึ้น 1 เป้าหมายจากปี 2024</strong> ได้แก่ SDG2 (ยุติความหิวโหย) SDG3 (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) SDG11 (เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน) SDG14 (ทรัพยากรทางทะเล) SDG15 (ระบบนิเวศบนบก) และ SDG16 (สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง)</p>
<p>ทั้งนี้เมื่อเทียบข้อมูลจากปีที่แล้ว พบว่าเหตุผลที่ทำให้ปีนี้ SDG11 ตกอยู่ในสถานะสีแดง เนื่องจากผลการดำเนินงานในตัวชี้วัดเรื่องความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 (μg/m³) มีแนวโน้มที่ถดถอยลง และมีความท้าทายอย่างมาก ขณะที่ปีที่แล้วอยู่ในแนวโน้มที่ยังคงไม่คืบหน้า</p>
<p>โดยในปีนี้ไม่มีเป้าหมายใดของไทยอยู่ในสถานะยังคงมีความท้าทายบางส่วน (สีเหลือง)</p>
<p>&nbsp;</p>
<div dir="auto">ขอบคุณข้อมูล  : <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 xe8uvvx xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj x1fey0fg x1s688f" tabindex="0" role="link" href="https://www.sdgmove.com/2025/07/16/sdg-index-2025-highlights-10th-edition/?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExU1lRSlh6Q00wMGg2c2syOAEeOWCY-HAw0wCjsGQbtalamBi1foDP3DlkOv0stJamQDBglqnJWAqtpQFlLbo_aem_Wr1MZXFnrjBljORLjfwqxA" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">https://www.sdgmove.com/&#8230;/sdg-index-2025-highlights&#8230;/</a></span></div>
<div dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 xe8uvvx xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj x1fey0fg x1s688f" tabindex="0" role="link" href="https://www.sdgmove.com/2025/06/24/sdg-index-2025-thailand/?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExU1lRSlh6Q00wMGg2c2syOAEe9BnOU7-UzrI15LmMKqh3puXZiTxIZ5p_f3pOhwMcT2EV5EPXA2g-IBrIYTU_aem_9l2Cmx9BRP5oJgxiRYmxGQ" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">https://www.sdgmove.com/2025/06/24/sdg-index-2025-thailand/</a></span></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/sdsn-disclose-sdg-index-2025/">เปิด &#8216;SDG Index 2025&#8217; ประเทศไทย​ รั้งอันดับ 43 ของโลก พบ ​6 เป้าหมายน่าห่วง ยังอยู่ในสถานะ &#8216;ท้าทายมาก&#8217;  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เก็บตก &#8216;Sustrends 2025&#8217; เปิดมุมมองใหม่​ &#8216;เทรนด์ความยั่งยืนแห่งอนาคต&#8217; ที่กำลังเปลี่ยนโลก แบบ Beyond ​SDGs</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/sustrends-2025-sustainable-trends-change-the-world/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2024 09:27:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Agri Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[Equality]]></category>
		<category><![CDATA[Farming For Tomorrow]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[Global Compact Network Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Growing Health -Spam]]></category>
		<category><![CDATA[IDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Kichen of the Future]]></category>
		<category><![CDATA[PlantWorks]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Move]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Sustrend]]></category>
		<category><![CDATA[Sustrend 2025]]></category>
		<category><![CDATA[UN Global Compact]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[กิตตินันท์ ธรมธัช]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[จักรชัย โฉมทองดี]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ชล บุนนาค]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิมนุษยชน]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ความยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28697</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้เทรนด์ “ความยั่งยืน” จะมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ และถูกนำมาพูดถึงเยอะมาก แต่ความเข้าใจและการผลักดันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในปี 2030 ดูเหมือนยังคงห่างไกล “Sustrends 2025” งานสัมมนาที่รวม 45 เทรนด์ความยั่งยืน จาก 15 วงการ ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกในทุกมิติ จัดโดย The Cloud ร่วมกับ UNDP, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กรุงเทพมหานคร, UN Global Compact Network Thailand, กระทรวงต่างประเทศ, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิโลกสีเขียว และหน่วยงานความยั่งยืนกว่า 20 องค์กร ชวนเปิดมุมมองใหม่และทำความเข้าใจแง่มุมของความยั่งยืนในวงการต่าง ๆ มากขึ้น ผ่านหัวข้องานสัมมนาที่น่าสนใจมากมาย อาทิ Beyond 2030: ทิศทางเป้าหมาย SDGs หลังปี 2030 ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยอมรับว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนคงไม่สามารถบรรลุได้ในปี 2030 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/sustrends-2025-sustainable-trends-change-the-world/">เก็บตก &#8216;Sustrends 2025&#8217; เปิดมุมมองใหม่​ &#8216;เทรนด์ความยั่งยืนแห่งอนาคต&#8217; ที่กำลังเปลี่ยนโลก แบบ Beyond ​SDGs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้เทรนด์ “ความยั่งยืน” จะมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ และถูกนำมาพูดถึงเยอะมาก แต่ความเข้าใจและการผลักดันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในปี 2030 ดูเหมือนยังคงห่างไกล</p>
<p><span id="more-28697"></span></p>
<p><strong> “Sustrends 2025”</strong> งานสัมมนาที่รวม 45 เทรนด์ความยั่งยืน จาก 15 วงการ ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกในทุกมิติ จัดโดย The Cloud ร่วมกับ UNDP, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กรุงเทพมหานคร, UN Global Compact Network Thailand, กระทรวงต่างประเทศ, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิโลกสีเขียว และหน่วยงานความยั่งยืนกว่า 20 องค์กร ชวนเปิดมุมมองใหม่และทำความเข้าใจแง่มุมของความยั่งยืนในวงการต่าง ๆ มากขึ้น ผ่านหัวข้องานสัมมนาที่น่าสนใจมากมาย อาทิ</p>
<p><strong>Beyond 2030: ทิศทางเป้าหมาย SDGs หลังปี 2030</strong></p>
<p><strong>ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</strong> ยอมรับว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนคงไม่สามารถบรรลุได้ในปี 2030 โดยข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (UN) พบว่า กลุ่มบรรลุได้มีเพียง 12% เท่านั้น แต่เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติและโลกใบนี้ จึงต้องเร่งเดินหน้าต่อไป ซึ่งการเรียนรู้จากอดีตทำให้พอมีความหวังและมองเห็นทางออก โดยตอนนี้มีความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยีและโซลูชันอยู่พอสมควร ส่วนสิ่งที่ทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายมีทั้งเรื่องของโรคระบาด และอำนาจภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงประเด็นของกลไกขับเคลื่อนที่ยังไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น</p>
<figure id="attachment_28760" aria-describedby="caption-attachment-28760" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-28760 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/ผศ.ชล-บุนนาค-ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน-คณะเศรษฐศ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-28760" class="wp-caption-text"><em>ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</em></figcaption></figure>
<p>สำหรับการไปต่อในระดับโลก เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 เป้าหมาย ยังเป็นฐานสำคัญ แต่จะมีการอัพเดทเพิ่มเติม เช่น เรื่อง AI ความขัดแย้งในโลก สันติภาพ ตัวชี้วัดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเด็นความท้าทายในภูมิภาคต่างๆ และมีข้อเสนอให้การทำ SDGs เห็นภาพอย่างเป็นระบบมากขึ้น</p>
<p>พร้อมทั้งปฏิรูประบบการขับเคลื่อนของ UN ทำให้บทบาทของประเทศพัฒนาแล้ว มีความเข้มข้นและเข้มแข็งมากขึ้นในการพัฒนา SDGs และมีการทบทวนให้ถี่ขึ้น รวมถึงปรับเป้าหมายให้มีความท้าทายเหมาะกับบริบท นอกจากนี้ ต้องมีการปฏิรูปเรื่องการเงินเพื่อการพัฒนาให้สนับสนุนการค้าที่ยั่งยืนมากขึ้น และที่เป็นประเด็นสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนคือ ทำให้การขับเคลื่อนโลกในปัจจุบันคิดถึงคนในอนาคต โดยมีการวางแผนรองรับความเสี่ยงในอนาคตมากยิ่งขึ้น</p>
<p>จากการศึกษาวิกฤติการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย ขอเสนอให้ขับเคลื่อนแบบมียุทธศาสตร์มากขึ้น โดยเน้นที่ 6 ประเด็น ได้แก่ 1. การเปลี่ยนผ่านระบบเกษตรและอาหารให้ยั่งยืนขึ้น 2. การเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจให้มีความเป็นธรรมและยั่งยืน 3. การรับมือกับภัยพิบัติและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นในอนาคต 4. ความหลากหลายทางชีวภาพและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค 5. เรื่องสุขภาพและสุขภาวะ โดยมีข้อกังวล เช่น คุณภาพทางการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การตายบนท้องถนน ซึ่งเหล่านี้ยังเป็นวิกฤติของไทย และ 6.  เรื่องระบบอภิบาลและกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28765 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/บรรยากาศภายในงาน-07.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเชิงกลไก 4 เรื่อง ดังนี้ 1. ทำให้กลไกการเงินเพื่อการพัฒนากลายเป็นวาระสำคัญใน Thailand SDGs Roadmap ของสภาพัฒน์ และการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐ แต่ต้องเป็นกลไกที่มาสนับสนุนภาคประชาสังคมและชุมชนในขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ด้วย 2. เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมและภาควิชาการมีส่วนร่วมในนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน 3. ทำให้เกิดกลไกการรับผิด รับชอบของภาครัฐในการขับเคลื่อน SDGs โดยให้มีการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาลต้องรับผิดรับชอบต่อการบรรลุหรือไม่บรรลุเป้าหมาย 4. การเสริมสร้างศักยภาพ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกลไกในการสร้างศักยภาพให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทำความเข้าใจเรื่องความยั่งยืน เพื่อพร้อมไปขับเคลื่อน และการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนก็ยังไม่ถูกฝังเข้าไปอยู่ในระบบการศึกษาไทย</p>
<p><em>“เราต้องการสร้างคนรุ่นใหม่มาเพื่อขับเคลื่อน SDGs ในอนาคตและทำให้การทำงานภาครัฐมีความต่อเนื่อง ไม่หยุดอยู่กับที่เมื่อมีการเปลี่ยนตัวของผู้คน เรายังมีหวัง จึงต้องลงมือทำกันต่อไป เพื่อให้ทุกคนบนโลกให้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และทำให้โลกใบนี้อุ้มชูทุกชีวิตได้”</em> ผศ.ชล กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><strong>Sustainable Intelligence: แนวทางปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนไป</strong></p>
<p>เมื่อโลกเปลี่ยนไป นอกจากหาทางแก้ปัญหาแล้ว เรายังต้องหาทางปรับตัวด้วย <strong>ดร. ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย</strong> ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการปรับตัวและปรับใจในการใช้ชีวิต โดยการสร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้ปรับตัวรับมือความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งการปรับตัวมีทั้งการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง การปรับตัวสู่งานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ <strong>green collar</strong> เพราะในอนาคตจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมาก</p>
<figure id="attachment_28762" aria-describedby="caption-attachment-28762" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-28762 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/ดร.-ธันยพร-กริชติทายาวุธ-ผู้อำนวยการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย-01.jpg" alt="" width="1200" height="799" /><figcaption id="caption-attachment-28762" class="wp-caption-text"><em>ดร. ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย</em></figcaption></figure>
<p>และสุดท้ายเป็นประเด็นสำคัญที่กำลังจะถูกพูดถึงกันมากในอนาคตอันใกล้นี้คือ<em><strong> Inner Development Goals</strong> <strong>หมายถึงการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของบุคคล โดยก่อนจะเปลี่ยนโลกได้เราต้องเปลี่ยนความคิด และพฤติกรรมของตัวเองก่อน ซึ่งจะเป็นหนทางที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกับโลกที่เปลี่ยนไปได้</strong></em></p>
<p>การมีสังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Intelligence จะทำให้มนุษย์อยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนไป โดย 3 เรื่องสำคัญที่คนต้องมีองค์ความรู้ นั่นคือต้องรู้ลึก รู้จริง ได้แก่ เรื่องอากาศ น้ำ และอาหาร แม้จะไม่ใช่เรื่องยาก แต่จากการวิเคราะห์มีเพียง 10% ของภาคธุรกิจที่รู้ว่าจะรับมือและจัดการกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ มีบริษัทไม่เกิน 10% บนโลกใบนี้ที่มีแผนทำให้คาร์บอนเป็นศูนย์ภายในเป้าหมายอันสั้น</p>
<p>แม้อีก 90% ไม่ได้ปล่อยวาง แต่ก็ทำไม่ได้ หรือบางส่วนรู้ว่าต้องทำ แต่ยังไม่มีแผน หรือที่แย่กว่านั้นบางคนยังไม่รู้ว่าอะไรคือ Net Zero เช่นเดียวกับเรื่องน้ำและเรื่องอาหารที่หลายคนยังไม่รู้วิธีการจัดการอย่างยั่งยืน ซึ่งเรื่องอาหาร หรือ Food system จะเป็นเทรนด์ที่ปี 2025 เวทีระดับโลกจะกลับมาพูดถึงเรื่องของครัวโลกกันมาก ซึ่งใครที่มีองค์ความรู้เรื่องอากาศ น้ำ อาหาร จะได้รับการจ้างงานในภาคธุรกิจ</p>
<p><em>“สุดท้ายเป็นเรื่อง <strong>IDGs </strong>หรือ Inner Development Goals หรือการพัฒนาริเริ่มจากตัวเรา เมื่อมีปัญญาแล้วสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ ซึ่งมี 5 มิติของการนำเอา IDGs มาทำให้เกิดความยั่งยืน คือ<strong> Being</strong> ความเป็นตัวเรา<strong> Thinking</strong> สิ่งที่เราคิด <strong>Relating</strong> ออกนอกตัวเรา ความสัมพันธ์ <strong>Collaborating</strong> ความร่วมมือ และ <strong>Acting</strong> การลงมือปฏิบัติ พูดง่าย ๆ คือหากสามารถที่จะเอากระบวนการของตัวเองมาเป็นการริเริ่มสร้างสรรค์ มีการคิดอย่างแยบยล มีการวิเคราะห์และกลั่นกรองความรู้ของตัวเองที่มีอยู่เอามาเลือกใช้ สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เราทำกับคนอื่นได้ ปลดล็อกเรื่องการเห็นคนสำคัญ เหล่านี้ไม่ได้มีแค่วิธีคิด แต่ทำให้เรารู้ตัวว่าทำอะไรได้บ้าง และอนาคตต้องรอดด้วยองค์ความรู้แบบไหน เราอาจต้องผนึกกำลังกันว่าการพัฒนาที่มองย้อนกลับไปมองตัวตน อาจเป็น <strong>Next Solution</strong> ที่ไม่ต้องพึ่งคนอื่น แต่พึ่งภายในตัวตนของเราเอง สามารถปลุกพลังและช่วยให้เทรนด์ปี 2025 บรรลุมิติของการอยู่รอด”</em></p>
<figure id="attachment_28763" aria-describedby="caption-attachment-28763" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-28763 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/กิตตินันท์-ธรมธัช-นายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย-01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-28763" class="wp-caption-text"><em>กิตตินันท์ ธรมธัช นายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย</em></figcaption></figure>
<p><strong>Equality in Diversity: ความเท่าเทียมแห่งความหลากหลาย</strong></p>
<p>ประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศถูกหยิบมาพูดเยอะมากในช่วงนี้ แต่ความเป็นจริงแล้ว ประเด็นปัญหาที่รุนแรงยิ่งกว่าก็คือ ความหลากหลายทางเพศที่ทับซ้อนกับกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ <strong>“กิตตินันท์ ธรมธัช” นายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย</strong> ฉายภาพว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาคมโลกต่างขานรับการยุติการเลือกปฏิบัติต่อความหลากหลายของมนุษย์ และยิ่งทวีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ โดยแบ่งประชากรกลุ่มเปราะบางเป็น 13 กลุ่ม และพยายามจัดการแก้ปัญหาด้วยแนวทางเฉพาะสำหรับแต่ละกลุ่ม ทั้งที่ในความเป็นจริง ประชากรกลุ่มเปราะบางจำนวนมากมีอัตลักษณ์ทับซ้อน คือมีความเปราะบางหลายด้านพร้อมกัน ทำให้การแก้ปัญหาองค์กรใดองค์กรหนึ่งทำไม่ได้ ต้องช่วยกัน ดังนั้น จึงต้องมีความเข้าใจและต้องเป็นการแก้ที่เฉพาะทางมากขึ้น ซึ่งการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องมุ่งส่งเสริมศักยภาพเพื่อให้เขาได้กลับสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างเสมอภาคกับคนทั่วไป</p>
<p><em>“สิ่งที่จะส่งเสริมความหลากหลายได้ดีที่สุดก็คือ การขจัดการเลือกปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้มนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน และนั่นเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนาที่สุด แต่แนวทางนี้ปรากฏน้อยมาก โดยในประเทศไทยมักมองไปที่ความเปราะบางและเข้าไปสงเคราะห์เยียวยา เราเห็นทฤษฎีเกือบแก่รอการเข้าสู่ระบบรับเบี้ยคนชรา มันเป็นทฤษฎีที่ผิด เพราะประเทศอื่นพยายามจ้างคนแก่ทำงานหากมีศักยภาพเพียงพอ ถ้าเปลี่ยนจากการสงเคราะห์เยียวยาเป็นการส่งเสริม ทุกคนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี กลายเป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ แม้ตอนนี้ไทยเป็นชาติแรกของอาเซียนในที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้นของสิ่งที่เรายังต้องทำกันต่อไป เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28766 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/บรรยากาศภายในงาน-05.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นเรื่องมาตรฐานของความเป็นมนุษย์ หลักง่าย ๆ ที่จะดูว่ามีสิทธิมนุษยชนครบถ้วนหรือไม่มี 3 ข้อคือ ต้องอยู่รอด ต้องมีความมั่นคงในชีวิต และต้องมีโอกาสพัฒนาตัวเอง และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในการลดทอนศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์คือ การเลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ นำไปสู่การตีตรา หากต้องการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จะต้องมีการกฎหมายที่พยายามขจัดการเลือกปฏิบัติต่อทุกรูปแบบในกลุ่มเปราะบางทั้งหมด</p>
<p><strong>Farming for Tomorrow: ปฏิรูประบบอาหารปรับเปลี่ยนแหล่งโปรตีน</strong></p>
<p>การปฏิรูประบบการผลิตอาหารเป็นประเด็นที่สำคัญมากของไทย เพราะจะส่งผลต่อมิติของสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจ <strong>“จักรชัย โฉมทองดี” ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ PlantWorks </strong>สะท้อนความเป็นจริงและปัญหาของระบบอาหารว่า<em><strong> 1 ใน 3 ของก๊าซเรือนกระจกของโลกมาจากระบบอาหาร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปศุสัตว์สร้างปัญหาให้กับโลกอย่างมาก ซึ่งหากสามารถปรับเปลี่ยนแหล่งโปรตีนได้ก็จะแก้ปัญหาได้หลายอย่าง ทำให้การปฏิรูประบบการผลิตอาหารและการบริโภคกลายเป็นกระแสใหญ่และมาแรง</strong></em></p>
<figure id="attachment_28764" aria-describedby="caption-attachment-28764" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-28764 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/จักรชัย-โฉมทองดี-ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้-PlantWorks-01.jpg" alt="" width="1200" height="785" /><figcaption id="caption-attachment-28764" class="wp-caption-text"><em>จักรชัย โฉมทองดี ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ PlantWorks</em></figcaption></figure>
<p>โดยกระแสแรกเป็นการ<strong>ปลูกความยั่งยืน (Planting Sustainability)</strong> ที่ตอนนี้ผู้บริโภคตั้งใจปรับสัดส่วนให้ที่มาของอาหารมีสมดุลระหว่างโปรตีนจากเนื้อสัตว์และความหลากหลายของพืช ด้วยสาเหตุสำคัญคือ การเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า<strong> Planetary Boundary</strong> หรือขอบเขตของโลกใบนี้ ในการช่วยลดโลกร้อน เนื่องจาก 2 ใน 3 ของก๊าซเรือนกระจกในระบบอาหารมาจากปศุสัตว์ และเมื่อเทียบเนื้อหมูกับถั่ว เพื่อให้ได้โปรตีนปริมาณเท่ากัน เนื้อหมูต้องปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าถั่วถึง 9 เท่า นั่นสะท้อนว่าการมีสมดุลที่เหมาะสมระหว่างโปรตีนจากพืชและโปรตีนจากสัตว์สามารถส่งผลดีมากกว่าเมื่อเทียบกับการขับรถอีวี</p>
<p>กระแสต่อมาเป็นเรื่อง<strong> Growing Health -Spam</strong> การบริโภคให้ตอบโจทย์สุขภาพที่ดีจะได้ยินบ่อยขึ้น โดยเฉพาะสังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยด้วยความเร็วแรง ดังนั้น โจทย์เรื่องการบริโภคที่เป็นหัวใจสำคัญของสุขภาพจึงตามมาอย่างกระชั้นชิด ซึ่งมีข้อมูลว่าประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงไทยนอกจากจะบริโภคเนื้อสัตว์เกินกว่าขอบเขตของโลกแล้ว ยังบริโภคจนทะลุขอบเขตจำกัดของสุขภาพเกินกว่าสองเท่า ทำให้เป็นสาเหตุของโรคไม่ติดต่อ กลายเป็นภาระที่ใหญ่ที่สุดของระบบสาธารณะสุขไทยในปัจจุบัน ส่วนกระแสสุดท้ายเป็นเรื่อง <strong>Kichen of the Future</strong> นั่นคือ ประเทศไทยคือครัวโลก เป็นประเทศทรงอิทธิพลทางด้านอาหาร ดังนั้น การเข้าใจโจทย์ของโลกจะสร้างโอกาสให้กับเศรษฐกิจ โดยเทรนด์ที่จะเห็นชัดในต่างประเทศ เช่น  การออกมาตรการทางภาษีกับสินค้าที่จะเข้าไปประเทศในยุโรป บางประเทศมีการออกข้อแนะนำการปรับลดการบริโภคเนื้อสัตว์และเพิ่มการบริโภคพืช เป็นต้น</p>
<p><em>“รัฐบาลต้องหันกลับมามองเรื่องเหล่านี้ ว่าอาหารของไทยจะเดินไปข้างหน้าหรือย่ำอยู่กับที่ นอกจากโอกาสของอาหารในอนาคตแล้ว เรายังมีอาหารแห่งวันวานที่เป็นขุมทรัพย์ความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุกรรมท้องถิ่น ผักพื้นบ้านที่อยู่ในเมนูของปู่ย่าตายาย ซึ่งสามารถดึงมาเป็นพลังส่วนหนึ่งของอาหารไทย นอกจากเป็นคำตอบให้กับเศรษฐกิจไทย ยังเป็นคำตอบให้ชุมชนและเกษตรกรไทยได้ด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่ไทยมีโอกาสและเป็นเทรนด์ที่เราไม่น่าจะพลาด ขอย้ำว่าเรื่องของการปฏิรูประบบอาหารมาแน่ เพราะมีเทนเป็นบทบาทสำคัญในภาคเกษตรอยู่กับเราแค่เป็นหลักทศวรรษ ถ้าโลกนี้จะรอดต้องจัดการเรื่องของมีเทนให้ได้เร็วที่สุด แม้เราจะใช้พลังงานสะอาดในระบบอาหาร แต่ถ้าไม่มีการปรับการบริโภคโปรตีนให้สมดุลและยั่งยืน พบว่าเราก็ยังทะลุตัวเลขปลอดภัยของก๊าซเรือนกระจกอยู่ดี ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสร่วมระหว่างบุคคล สังคม และโลกใบนี้”</em> นายจักรชัย กล่าวสรุป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28767 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/บรรยากาศภายในงาน-09.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/sustrends-2025-sustainable-trends-change-the-world/">เก็บตก &#8216;Sustrends 2025&#8217; เปิดมุมมองใหม่​ &#8216;เทรนด์ความยั่งยืนแห่งอนาคต&#8217; ที่กำลังเปลี่ยนโลก แบบ Beyond ​SDGs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตา 5 เทรนด์ความยั่งยืน 2024 : คน สังคม สิ่งแวดล้อม ทำให้ธุรกิจยุคใหม่ไปต่อได้อย่างไร ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/sustainability-future-trends-ahead-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 Dec 2023 07:43:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE TRENDS AHEAD 2024]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Move]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Trend 2024]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable food]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงด้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23238</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ทั่วโลกต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น คือ โมเดลการพัฒนาที่สามารถตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน โดยไม่สร้างผลกระทบที่ทำให้ผู้คนในอนาคตไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตัวเองได้ ขณะที่ขอบเขตของคำว่า​ ‘ความยั่งยืน’ หลายคนอาจจะนึกถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ความเป็นจริง ความยั่งยืนยังมีมิติของสังคม และเศรษฐกิจเข้ามาด้วย ดังนั้น ในการขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืน จำเป็นต้องผลักดันทั้งในมิติของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมๆ กันด้วย ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สรุป 5 เทรนด์ความยั่งยืน 2024 ไว้ในหนังสือ “FUTURE TRENDS AHEAD 2024” โดยระบุว่า​ ‘ความยั่งยืน’ ถือเป็นเป้าหมายการพัฒนาสำคัญในระดับโลก ผ่านการสะท้อนมุมมองอย่างรอบด้านของเป้าหมายการพัฒนาที่ต้องเชื่อมโยงกันทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  โดยทั้ง 5 เทรนด์ด้านความยั่งยืน ที่มีเข้ามามีบทบาทสำคัญในปี 2024  ประกอบด้วย 1. Climate Change Related Measure :  การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมาตรการทางการค้าที่เกี่ยวข้อง ปัจจัยที่สนับสนุน : ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/sustainability-future-trends-ahead-2024/">จับตา 5 เทรนด์ความยั่งยืน 2024 : คน สังคม สิ่งแวดล้อม ทำให้ธุรกิจยุคใหม่ไปต่อได้อย่างไร ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ทั่วโลกต้องการผลักดันให้เกิดขึ้น คือ โมเดลการพัฒนาที่สามารถตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน โดยไม่สร้างผลกระทบที่ทำให้ผู้คนในอนาคตไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตัวเองได้</p>
<p><span id="more-23238"></span></p>
<p>ขณะที่ขอบเขตของคำว่า​ ‘ความยั่งยืน’ หลายคนอาจจะนึกถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ความเป็นจริง ความยั่งยืนยังมีมิติของสังคม และเศรษฐกิจเข้ามาด้วย ดังนั้น ในการขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืน จำเป็นต้องผลักดันทั้งในมิติของสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมๆ กันด้วย</p>
<p><strong>ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong> (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สรุป 5 เทรนด์ความยั่งยืน 2024 ไว้ในหนังสือ “<strong>FUTURE TRENDS AHEAD 2024</strong>” โดยระบุว่า​ <strong>‘ความยั่งยืน’</strong> ถือเป็นเป้าหมายการพัฒนาสำคัญในระดับโลก ผ่านการสะท้อนมุมมองอย่างรอบด้านของเป้าหมายการพัฒนาที่ต้องเชื่อมโยงกันทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  โดยทั้ง 5 เทรนด์ด้านความยั่งยืน ที่มีเข้ามามีบทบาทสำคัญในปี 2024  ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23242 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SD.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p><strong>1. Climate Change Related Measure : </strong> การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมาตรการทางการค้าที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><strong>ปัจจัยที่สนับสนุน : </strong>ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) มีความรุนแรงและเร่งด่วนอย่างมาก โดยผลกระทบมักเกิดกับประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มคนเปราะบาง เพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเข้มข้นที่สุด สหภาพยุโรป (European Union) จึงได้ออกชุดมาตรการที่เรียกว่า Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) คือ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน เพื่อกำหนดราคาสินค้านำเข้าบางประเภทเพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง</p>
<p><strong>แนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้น :</strong> ภาครัฐในแต่ละประเทศทั่วโลกมีมาตรการ ควบคุมสินค้าในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการรั่วไหลของคาร์บอน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ภาคธุรกิจต้องขยับและปรับตัวตามเทรนด์ดังกล่าวนี้</p>
<p><strong>โอกาสของการลงทุน :</strong> องค์กรที่มีการตั้งเป้าหมายและวางแผนเพื่อการลดกาซเรือนกระจกก่อน ย่อมมีโอกาสทางเศรษฐกิจในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังมุ่งสู่ความเป็นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23245 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Renewable.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>2. Just Energy Transition</strong> : ความท้าทายของ ‘แรงงาน’ ในอนาคต เมื่อก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม</p>
<p><strong> ปัจจัยที่สนับสนุน :</strong> การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน คาร์บอนต่ำ และเสมอภาคยุติธรรม เพื่อสิ่งที่ดีกว่าสำหรับผู้คนและสิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นสำคัญของทั่วโลก และเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน (renewable energy) ​แทนที่พลังงานฟอสซิล ภายในปี 2583 รัฐบาลและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาคธุรกิจ ประชาสังคม และประชาชน จึงมีหน้าที่สร้างมาตรการรองรับช่วยทดแทนอัตราการจ้างงานจากอุตสาหกรรมพลังงานเดิมไปสู่พลังงานสะอาด เช่น การให้เวลาและงบประมาณในการสร้างทักษะใหม่</p>
<p><strong>แนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้น :</strong> การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ทำให้ภาคธุรกิจต้องหันมาพัฒนาอุตสาหกรรมที่เน้นพลังงานสีเขียว เพราะหากประเทศใดที่ไม่ให้ความสำคัญในประเด็นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อภาคแรงงาน และการย้ายฐานการผลิตได้</p>
<p><strong>โอกาสของการลงทุน :</strong> ธุรกิจ New S- Curve หรือธุรกิจประเภทมีโอกาสในการเติบโตจากการต่อยอด Data จากกลุ่ม First S-Curve ​โดยภาครัฐต้องมีทิศทางที่ชัดเจน และเตรียมพร้อมเชิงระบบ เพื่อเตรียมงบประมาณและทรัพยากรในการดำเนินการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23240 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Food.jpg" alt="" width="1200" height="501" /></p>
<p><strong>3. Sustainable Food</strong> : แนวโน้มความมั่นคงด้านอาหาร อธิปไตยทางอาหาร และอาหารอนาคต</p>
<p><strong> ปัจจัยที่สนับสนุน : </strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ประเทศไทย ซึ่งเคยเป็น 1 ใน Top 20 ของผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก ได้รับผลกระทบ จากปริมาณผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง ทำให้ภาคเกษตรกรเริ่มมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และภาครัฐพยายามผลักดันให้เกษตรกรเข้าถึงอธิปไตยทางอาหาร เช่น บริการด้านการเงิน การใช้เทคโนโลยีกระตุ้นผลผลิต เพื่อไม่ให้ธุรกิจอาหารถูกผูกขาด รวมถึงมีการพัฒนาสร้างแหล่งโปรตีนทางเลือก เช่น แมลงกว่า 100 สายพันธุ์ เพื่อสร้างการเติบโตทางตลาดโลก</p>
<p><strong>พัฒนาการที่คาดว่าจะเกิดขึ้น</strong> <strong>:</strong> ภาคการเกษตร​เริ่มมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และภาครัฐพยายามผลักดันให้เกษตรกรเข้าตึงอธิปไตยทางอาหาร เช่น บริการด้านการเงิน การใช้เทคโนโลยีกระตุ้นผลผลิต เพื่อไม่ให้ธุรกิจอาหารถูกผูกขาดโดยทุนใหญ่</p>
<p><strong>โอกาสของการลงทุน :</strong> ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับอาหารที่เป็นมรดกท้องถิ่น และอาหารในเชิงวัฒนธรรม จะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น เช่น การท่องเที่ยวที่ส่งเสริมให้ผู้บริโภคเห็นถึงกระบวนการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน เป็นต้น</p>
<p><strong>4. Marine Debris Crisis Solution</strong> : การจัดการขยะพลาสติกในทะเลอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ปัจจัยที่สนับสนุน : </strong>สร้างการตื่นตัวเรื่องการจัดการขยะพลาสติกในทะเล ซึ่งปัจจุบันคาดว่าในแต่ละปีมีขยะถูกทิ้งทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 8 ล้านตัน ดังนั้น ภาครัฐ จำเป็นต้องออกกฎหมายเพื่อควบคุมปริมาณการผลิตและการใช้พลาสติก รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการคัดแยกขยะ</p>
<p><strong>แนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้น :</strong> ภาครัฐออกกฎหมายเพื่อควบคุมปริมาณการผลิตและการใช้พลาสติก รวมทั้งสนับสนุนให้ประชนซนมีความรู้ ความเข้าใจ​เกี่ยวกับการคัดแยกขยะ</p>
<p><strong>โอกาสของการลงทุน</strong> : ธุรกิจเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือแพลตฟอร์มที่เป็นสื่อกลางในการสร้างสังคมการรีไซเคิล จะได้รับความสนใจ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23239 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Platic.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p><strong>5. Digital Transformation and Technology :</strong> การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต</p>
<p><strong>ปัจจัยที่สนับสนุน : </strong>ภาครัฐและองค์กรธุรกิจ ต้องหันมาให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เพราะหากไม่ขยับตัว อาจทำให้การดำเนินงานหยุดชะงัก (disruption) ดังนั้น ภาคส่วนต่าง ๆ จำเป็นต้องวางเป้าหมายธุรกิจให้ชัดในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเสริมความยั่งยืน ขณะที่ ภาครัฐ ต้องปรับตัวเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ที่มีความโปร่งใส และทำงานรวดเร็ว</p>
<p><strong>แนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้น :</strong> ภาคธุรกิจต้องวางเป้าหมายธุรกิจให้ชัด ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเสริมความยั่งยืน ในขณะที่ภาครัฐต้องปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล ที่มีความโปร่งใส และทำงานรวดเร็ว</p>
<p><strong>โอกาสของการลงทุน :</strong> ธุรกิจที่เข้ามาช่วยลดความเหลื่อมล้ำของเทคโนโลยี และทำให้ประชาชนในทุกภาคส่วนสามารถใช้บริการและเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างง่ายดาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23241 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/SD-TECH.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/sustainability-future-trends-ahead-2024/">จับตา 5 เทรนด์ความยั่งยืน 2024 : คน สังคม สิ่งแวดล้อม ทำให้ธุรกิจยุคใหม่ไปต่อได้อย่างไร ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;The New Chapter of SDGs&#8217; มองมุมใหม่เรื่อง &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ผ่านเลนส์จาก 2 ผู้เชี่ยวชาญ ​ร่วมหาโซลูชันหยุดวิกฤต​โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/the-new-chapter-of-sdgs-in-sustainability-expo-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Oct 2023 11:15:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[global boiling]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Move]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[​Sustainability Expo 2023]]></category>
		<category><![CDATA[SX2023]]></category>
		<category><![CDATA[The New Chapter of SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ชล บุนนาค]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตโลก]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21644</guid>

					<description><![CDATA[<p>การขับเคลื่อนวาระด้านความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ​ หรือ Sustainable Development Goals 2030 (SDGs) ที่ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายได้เพียง 15% เท่านั้น ​ขณะที่วิกฤตของโลกไม่ได้บรรเทาลง แต่กลับเลวร้ายมากขึ้น จนขยับระดับจากภาวะโลกร้อน เข้าสู่​ภาวะวิกฤตโลกเดือด (Global Boiling) ดังนั้น การขับเคลื่อนให้เกิดความยั่งยืนในมิติเดิมๆ แบบที่เคยทำมา อาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน นำมาสู่การร่วมหาทางออกผ่านเวทีสัมมนาจากงาน  Sustainability Expo 2023 ที่ได้นำเสนอแนวทางขับเคลื่อนเพื่อแก้วิกฤตให้มีประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง ภายใต้หัวข้อ &#8220;The New Chapter of SDGs&#8221; เพื่อชี้ให้เห็นถึงความท้าทาย และปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาโลกอย่างยั่งยืนในอนาคตได้อย่างเท้จริง ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้แชร์มุมมองและข้อเสนอแนะในการผลักดัน SDG ของโลก โดยมองว่า 4 โจทย์ใหญ่ ที่ทุกฝ่ายต้องกลับมาทบทวน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนในเรื่องของความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 1. ทุกประเทศต้องมองว่าจะทำให้เกิดการลงมือทำอย่างจริงจังได้อย่างไร (Strong Execution) 2. แม้มีการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน (Common Goal) แล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/the-new-chapter-of-sdgs-in-sustainability-expo-2023/">&#8216;The New Chapter of SDGs&#8217; มองมุมใหม่เรื่อง &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ผ่านเลนส์จาก 2 ผู้เชี่ยวชาญ ​ร่วมหาโซลูชันหยุดวิกฤต​โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การขับเคลื่อนวาระด้านความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ​ หรือ<strong> Sustainable Development Goals 2030 (SDGs)</strong> ที่ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายได้เพียง 15% เท่านั้น<strong> ​ขณะที่วิกฤตของโลกไม่ได้บรรเทาลง แต่กลับเลวร้ายมากขึ้น จนขยับระดับจากภาวะโลกร้อน เข้าสู่​ภาวะวิกฤตโลกเดือด (Global Boiling)</strong></p>
<p><span id="more-21644"></span></p>
<p>ดังนั้น การขับเคลื่อนให้เกิดความยั่งยืนในมิติเดิมๆ แบบที่เคยทำมา อาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน นำมาสู่การร่วมหาทางออกผ่านเวทีสัมมนาจากงาน  Sustainability Expo 2023 ที่ได้นำเสนอแนวทางขับเคลื่อนเพื่อแก้วิกฤตให้มีประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง ภายใต้หัวข้อ <strong>&#8220;The New Chapter of SDGs&#8221;</strong> เพื่อชี้ให้เห็นถึงความท้าทาย และปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาโลกอย่างยั่งยืนในอนาคตได้อย่างเท้จริง</p>
<p><strong>ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์</strong> อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้แชร์มุมมองและข้อเสนอแนะในการผลักดัน SDG ของโลก โดยมองว่า 4 โจทย์ใหญ่ ที่ทุกฝ่ายต้องกลับมาทบทวน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนในเรื่องของความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่</p>
<p>1. ทุกประเทศต้องมองว่าจะทำให้เกิดการลงมือทำอย่างจริงจังได้อย่างไร (Strong Execution)</p>
<p>2. แม้มีการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน (Common Goal) แล้ว แต่ยังขาดความเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่าย (Common Ground) เพราะแต่ละประเทศมีความเหลื่อมล้ำแตกต่างกัน แม้จะมีเจตจำนงร่วมกันแต่โอกาสจะให้เกิดแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action) มีน้อยมาก</p>
<p>3. วิกฤตระดับบุคคล เนื่องจากทุกคนยังมีความเห็นแก่ตัวกันอยู่มาก ไม่ว่าจะในทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม ทำให้มองเป็น Short-Termism และเกิดเป็น Tragedy of the Commons หรือ โศกนาฏกรรมในการต้องใช้ทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งถือเป็นปัญ​ที่เกิดขึ้นในระดับบุคคล แต่ถ้ามองในระดับประเทศ ยังมีความแตกต่างทางเศรษฐกิจและสังคม (Socioeconomic Disparity)</p>
<p>4. ปัญหาเชิงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่เป็นผลกระทบมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จากการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและนำมาสู่ความขัดแย้งของแต่ละประเทศ และหากไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็มีโอกาสน้อยที่จะสร้างให้เกิดความร่วมมือกันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21650 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/SX14.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ดร.สุวิทย์ ยังได้เสนอ​ให้มองเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ เป็นแบบองค์รวม โดยจัดเป้าหมายออกเป็น 5 คลัสเตอร์ ​</p>
<p>กลุ่มแรกจะเป็นมิติด้านสิ่งแวดล้อม Environmental Common ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Climate Action, Life Below Water, Life on Land ซึ่งถือเป็นปัญหาระดับโลกที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยตัวเอง จะต้องใช้ Strong Execution อย่างรุนแรงและเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด</p>
<p>สอง มิติในเชิงสังคม ถ้าสังคมโลก สังคมแต่ละประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ มีสันติภาพ ยุติธรรม และองค์กรต่างๆ มีความเข้มแข็ง จะสามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้</p>
<p>สาม มิติในเรื่องของความมั่นคงทางอาหารและน้ำ   สี่ มิติในการขับเคลื่อน​อุตสาหกรรมและการพัฒนาเมือง ทั้งการพัฒนานวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การผลิตและการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ สมาร์ทซิตี้ ตลอดจนระบบสื่อสารที่ยั่งยืน และกลุ่มสุดท้าย มิติในเรื่องคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดี เพื่อทำให้คนไม่อดอยาก สุขภาพดี ไม่มีความยากจน การศึกษามีคุณภาพ และมีความเท่าเทียมทางเพศ</p>
<p>&#8220;สำหรับประเทศไทยสามารถสร้างโมเดลการเติบโตอย่างสมดุลได้บนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจะต้องมีเป้าหมายร่วมกัน คือ SDG และมีความเห็นพ้องกันคือ โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ซึ่งการพัฒนาความยั่งยืนจะกลายเป็น Soft Power ได้ในอนาคต&#8221; ดร.สุวิทย์ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21649 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/SX13.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>ผศ.ชล บุนนาค</strong> ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการ SDG Move ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยด้านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายใต้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ​เสนอแนะเพิ่มเติมว่า <strong>การขับเคลื่อน </strong><strong>SDG ให้เกิดผลสำเร็จต้องติดกระดุมให้ถูก</strong> หากเป็นบุคคลธรรมดา <strong>กระดุมเม็ดแรกคือ </strong><strong>Act to Reduce Harm </strong>แต่ละคนต้องตรวจสอบว่า สิ่งที่ตนเองทำไปนั้นได้สร้างผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือไม่อย่างไร ข้อนี้ทุกคนทำได้ และองค์กรควรจะทำมากให้ที่สุด ถ้าเห็นองค์กรไหนไม่พูดเรื่องนี้เลยว่าจะทำและลดผลกระทบอย่างไร ก็สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นการฟอกเขียว (Greenwashing)</p>
<p><strong>เม็ดที่สองคือ </strong><strong>Benefit Stakeholders</strong> ทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อคนทำงาน ชุมชน คนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเกี่ยวโยงกับซีเอสอาร์ <strong>เม็ดที่สาม คือ </strong><strong>Contribute to Solutions</strong> โดยบริษัทต่างๆ ต้องตั้งเป้าหมายสูงว่าจะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน SDGs ได้อย่างไร เช่น การลดก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น</p>
<p>พร้อมเนะนำ​รัฐบาลขับเคลื่อน​ 2 ประเด็น เพื่อขับเคลื่อน SDGs ได้มากขึ้น 1. รัฐบาลต้องทำในรูปแบบ Whole Government Approach ถ้าเป็น Whole Society Approach ได้ก็จะยิ่งดี โดยรัฐบาลต้องทำเรื่องหลักการของความยั่งยืนในทุกนโยบาย ตั้งแต่เรื่องความมั่นคง มาจนถึงนโยบายเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดคือ อยู่บนหลักการของสิทธิมนุษยชน</p>
<p>ส่วนอีกประเด็นคือ <strong>รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้กำกับนโยบายไปเป็นผู้อำนวยความสะดวก</strong> โดยทำให้ทุกพลังในสังคมมาทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืน เพราะที่ผ่านมา ส่วนใหญ่รัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นพระเอก ดังนั้น  ภาครัฐควรสร้างแพลตฟอร์มที่จะให้ทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันได้ และมาเสริมซึ่งกันและกันในการพัฒนาความยั่งยืนให้เกิดผลสัมฤทธิ์มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21648 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/SX12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“แม้ประเทศไทยจะทำเรื่อง SDG อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้นำ SDG มาเป็นเครื่องมือในการผลักดันวาระที่ยั่งยืนขององค์กรและชุมชนได้ เพราะ SDG เป็น Global Norms ซึ่งเป็นพลังแฝง โดยประเทศไทยสามารถเป็นตัวอย่างของโลกผ่านการเล่าเรื่องในภาษา SDG และไปสร้างความร่วมมือใหม่ๆ กับคนที่ทำ SDG ได้ ซึ่ง​ <strong>ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม อีกทั้งมีสิ่งที่เป็นแก่นแท้ (Essence) และกรอบความคิด (Mindset) ที่จะขับเคลื่อน SDG ได้คือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</strong> แต่เราตีโจทย์กันไม่ออกว่า จริงๆ คือความสมดุล ความพอดี คือความลงตัว เมื่อไม่พอก็รู้จักเติม เมื่อเกินก็ต้องรู้จักปัน ประเทศไทยจะเดินหน้าเพื่อถักทอให้เรื่อง BCG, SDG and SEP (Sufficiency Economy Philosophy) ไปด้วยกันได้อย่างไร สิ่งที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกทำกันอยู่ในขณะนี้ยังเป็นเพียงแค่การ Transition แต่สุดท้าย จะต้องทำเป็น Systematic Transformation ด้วยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลก จึงจะบรรลุเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลให้โลกอนาคตได้&#8221; ผศ. ชล กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/the-new-chapter-of-sdgs-in-sustainability-expo-2023/">&#8216;The New Chapter of SDGs&#8217; มองมุมใหม่เรื่อง &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ผ่านเลนส์จาก 2 ผู้เชี่ยวชาญ ​ร่วมหาโซลูชันหยุดวิกฤต​โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Sustrends 2024 จุดเริ่มต้นงานสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่!  พันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมกันเสนอ 50 แนวคิดทำเรื่องยั่งยืนให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/sustrends-2024-sustainable-trens-change-the-world/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Sep 2023 02:13:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[50 เทรนด์ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[Good Governance]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Integrity]]></category>
		<category><![CDATA[OPA]]></category>
		<category><![CDATA[Open Data]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Move]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustrends 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Traffy Fondue]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[การสร้างเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงกลด บางยี่ขัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทุ่งน้ำนูนีนอย]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ชล บุนนาค]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโลกสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ศานนท์ หวังสร้างบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20916</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สำหรับงานสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่! Sustrends 2024 งานที่นำเสนอ 50 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก ผ่าน 20 วิทยากรด้านความยั่งยืนตัวจริงจาก 10 วงการในเวทีเดียว เพื่อส่งต่อองค์ความรู้และเทรนด์ต่าง ๆ ด้วยการสรุปเนื้อหาให้สั้นกระชับเข้าใจง่าย สนุกสนาน และจัดงานด้วยความยั่งยืนอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้การทำงานด้านความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่ทำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งจะได้พบกับ Sustrends 2025ในปีหน้าอย่างแน่นอน นายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร The Cloud และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Cloud &#38; Ground จำกัด ผู้จัดงาน Sustrends 2024 กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจมากที่งาน Sustrends 2024 มีกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากทุกภาคส่วน ทั้งการรวมวิทยาการจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการ ประชาสังคม และเยาวชนไว้บนเวทีเดียวกัน ผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ก็เป็นคนในวงการที่สนใจเรื่องนี้อย่างแท้จริง จนเหมือนงานนี้เป็นงานรวมญาติของคนในวงการความยั่งยืน แม้ว่าอากาศจะร้อนไปบ้าง เพราะเราตั้งใจจัดงานโดยสร้างผลกระทบให้น้อยที่สุด จึงเลือกจัดในอาคารที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดก็มาจากโซลาร์เซลล์ คาร์บอนจากการเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/sustrends-2024-sustainable-trens-change-the-world/">Sustrends 2024 จุดเริ่มต้นงานสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่!  พันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมกันเสนอ 50 แนวคิดทำเรื่องยั่งยืนให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สำหรับงานสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่! Sustrends 2024 งานที่นำเสนอ 50 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก ผ่าน 20 วิทยากรด้านความยั่งยืนตัวจริงจาก 10 วงการในเวทีเดียว</p>
<p><span id="more-20916"></span></p>
<p>เพื่อส่งต่อองค์ความรู้และเทรนด์ต่าง ๆ ด้วยการสรุปเนื้อหาให้สั้นกระชับเข้าใจง่าย สนุกสนาน และจัดงานด้วยความยั่งยืนอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้การทำงานด้านความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่ทำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งจะได้พบกับ Sustrends 2025ในปีหน้าอย่างแน่นอน</p>
<p><strong>นายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร </strong><strong>The Cloud </strong><strong>และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท </strong><strong>Cloud &amp; Ground </strong><strong>จำกัด ผู้จัดงาน </strong><strong>Sustrends 2024</strong> กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจมากที่งาน Sustrends 2024 มีกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากทุกภาคส่วน ทั้งการรวมวิทยาการจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการ ประชาสังคม และเยาวชนไว้บนเวทีเดียวกัน ผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ก็เป็นคนในวงการที่สนใจเรื่องนี้อย่างแท้จริง จนเหมือนงานนี้เป็นงานรวมญาติของคนในวงการความยั่งยืน แม้ว่าอากาศจะร้อนไปบ้าง เพราะเราตั้งใจจัดงานโดยสร้างผลกระทบให้น้อยที่สุด จึงเลือกจัดในอาคารที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดก็มาจากโซลาร์เซลล์ คาร์บอนจากการเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน เราชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิต และจากความสำเร็จของการจัดงานในครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำความคิดตั้งแต่วันแรกที่คิดโครงการนี้ ว่าอยากเป็นงานสัมมนาด้านความยั่งยืนที่จัดขึ้นทุกปี ดังนั้น ในปีหน้าจะได้พบกับ Sustrends 2025 อย่างแน่นอน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20929 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/PA1_4781-copy-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ปรับมุมคิดและเปลี่ยนวิธีการใหม่</strong></p>
<p><strong>ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการโครงการ </strong><strong>SDG Move</strong> มองว่า การจะบรรลุ SDGs (Sustainable Development Goals) ได้ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อน และไม่เร่งทำสิ่งเดิมให้เร็วขึ้น แต่ต้องพลิกโฉมสิ่งที่ทำอยู่ เปลี่ยนไปใช้วิธีการใหม่ ๆ เน้นทำงานแบบบูรณาการ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพราะในขณะที่เป้าหมายหนึ่งเคลื่อนไปข้างหน้า อาจดึงเป้าหมายอื่นให้ถอยหลัง สิ่งสำคัญคือ ต้องเปลี่ยนวิธีคิด มองเรื่อง SDGs ใหม่ พร้อมปรับตัว ปรับใจ และปรับวิธีการทำงาน ซึ่ง 5 ประเด็นที่จะนำไปสู่ความร่วมมือกันขับเคลื่อนทางด้านความยั่งยืนมีดังนี้   1. รู้เรื่องระบบธรรมาภิบาล เพื่อสร้างกลไกการทำงานร่วมกัน 2. รู้เรื่องเศรษฐกิจและการเงิน เพื่อสร้างกลไกทางตลาด และสร้างแรงดึงดูดให้กับสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน 3. ทำให้คนทั่วไปและชุมชน ตลอดจนทุกภาคส่วนมาร่วมขับเคลื่อนแบบบูรณาการ 4. การวิจัยนำเทคโนโลยีมาใช้ตอบโจทย์อย่างบูรณาการ กระตุ้นให้นำองค์ความรู้มาใช้ในการขับเคลื่อน และ 5. เพิ่มศักยภาพของทุกภาคส่วน ผ่านการศึกษาและกิจกรรมการให้ความรู้ และสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง</p>
<p>“ความยั่งยืนเป็นเป้าหมายของคนธรรมดาทุกคน ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ที่สำคัญเราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีมองเรื่อง SDGs เพื่อให้พลิกโฉมการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ก้าวไปไกลขึ้น ซึ่งวันนี้โลกเต็มไปด้วยปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิม ๆ ดังนั้น การบรรลุความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำงาน และเปลี่ยนวิธีการขับเคลื่อน SDGs เพื่อให้โลกมีความยั่งยืนสำหรับเราทุกคน และลูกหลานของพวกเราในอนาคต” ผศ.ชล กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20930 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/ศานนท์-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>ด้าน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนคือ การร่วมมือกัน เพื่อรองรับเรื่อง SDGs กรุงเทพมหานครได้นำหลากหลายเครื่องมือและกิจกรรมมาทำให้ความร่วมมือเป็นเรื่องง่ายขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม Traffy Fondue (LINE : @traffyfondue) รับแจ้งทุกประเด็นปัญหาของกรุงเทพฯ ผ่านไลน์ และสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ที่เป็นเวทีเปิดรับความคิดเห็นประชาชนในทุก 3 เดือน รวมถึงปรับพื้นที่ทางกายภาพ ส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะและลดใช้รถยนต์เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน นอกจากนี้ ยังปรับปรุงจุดจอดจักรยานและเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วเมือง ท้ายที่สุดคือ การปรับกฎหมาย เพื่อการใช้งานพื้นที่ต่าง ๆ อย่างยั่งยืน  เช่น ควบคุมการเข้าออกของรถบรรทุกเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในบางโซน ปรับผังเมืองเพื่อให้เกิดการขยายเมือง และสร้างตึกสูงอย่างปลอดภัย พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับผู้อยู่อาศัย การตั้งราคาขยะเพื่อกระตุ้นให้คนแยกขยะมากขึ้น ปรับพื้นที่ใต้ทางด่วนให้เกิดประโยชน์ และย้ายท่าเรือคลองเตยเพื่อลดมลภาวะในชุมชนโดยรอบ เป็นต้น</p>
<p>“ความร่วมมือเป็นสิ่งเดียวที่เป็นความยั่งยืนที่สุด ไม่ว่าเมืองจะดีหรือไม่ดี รัฐบาลจะดีหรือไม่ หากขาดความมีส่วนร่วมและไม่ฟังเสียงประชาชนก็ยากที่จะพัฒนาเมืองให้เปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องขยะที่กรุงเทพมหานครรณรงค์ขอความร่วมมือจากภาคประชาชน ซึ่งได้รับความร่วมมือค่อนข้างดี ทำให้ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา ลดขยะได้เฉลี่ยวันละ 400 ตันต่อวัน โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมลดไปได้ถึง 700 ตัน ถือว่าเยอะมากที่สุด เป็นผลมาจากความร่วมมือที่ทุกคนช่วยกันแยกขยะ” ศานนท์กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20931 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/ดร.สรณรัชฎ์-02.jpg" alt="" width="1560" height="1040" /></p>
<p><strong>Nature Integrity </strong><strong>ความสมบูรณ์ขององคาพยพเพื่อดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบนิเวศ</strong></p>
<p><strong>ด้าน ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ อดีตประธานมูลนิธิโลกสีเขียวและผู้ร่วมก่อตั้งทุ่งน้ำนูนีนอย</strong> กล่าวว่า การเพิ่มจำนวนสายพันธุ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Net Gain) เป็นเทรนด์ที่ต้องใส่ใจในปี 2024 เพราะผลจากการเจรจากรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล แสดงให้เห็นว่าสังคมโลกได้มีความเห็นร่วมกันถึงกรอบแนวทางปฏิบัติ ที่จะประเมิน ติดตาม และตรวจสอบแนวโน้มการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ และหลายประเทศได้มีมาตรการตามแนวทางปฏิบัติดังกล่าวอย่างชัดเจน เช่น ประเทศอังกฤษได้ออกกฎหมายที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ เพื่อให้การพัฒนาเมืองหรือพื้นที่อื่น ๆ ต้องออกแบบให้เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพอย่างน้อย 10% เป็นต้น นอกจากนี้ การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพจะทำให้สิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ได้ทำหน้าที่ในการฟื้นกลไกการทำงานของระบบนิเวศที่ล่มสลายไปแล้วขึ้นมาใหม่ และเปิดโอกาสให้ธรรมชาติจัดสรรตัวเอง แต่ในบางกรณีเราอาจต้องช่วยลั่นไกเพื่อริเริ่มกระบวนการฟื้นฟู รวมถึงการ Rewild เริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ รอบตัวได้ เช่น การปล่อยให้หญ้าท้องถิ่นขึ้นมาแทนสนามหญ้าที่เรามักจะตัดให้เตียน เพื่อฟื้นประชากรแมลงที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เป็นต้น ที่สำคัญการเริ่มต้นเล็ก ๆ นี้ ต่อยอดและเชื่อมโยงต่อไปในระดับชุมชน ในเมือง ในพื้นที่เกษตร ในแม่น้ำลำธาร จนถึงพื้นที่อนุรักษ์ขนาดใหญ่ได้ เพื่อสร้างผลกระทบในวงกว้างอย่างยั่งยืน</p>
<p>“ความสลับซับซ้อนอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอยู่เหนือความเข้าใจและความสามารถของมนุษย์ เราจึงไม่ควรเข้าไปควบคุมหรือกำกับ แต่ต้องเคารพในสิทธิการดำรงอยู่และกฎกติกาของธรรมชาติ ทำให้ในปัจจุบัน เริ่มมีการออกกฎหมายเพื่อให้มนุษย์ยอมรับในสิทธิโดยชอบธรรมของธรรมชาติ โดยที่ธรรมชาติไม่ต้องพิสูจน์คุณค่าหรือมูลค่าของตัวเอง ในปี 2024 เราจะได้เห็นเทรนด์การเปลี่ยนทัศนคติจากการมองเห็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของธรรมชาติ ไปสู่การตระหนักในคุณค่าของธรรมชาติที่อุ้มชูและแยกออกจากชีวิตเราไม่ได้เลย ความอดทนอดกลั้นกับการทำลายธรรมชาติควรจะต้องเป็นศูนย์ (Zero Tolerance) เพราะเราสูญเสียธรรมชาติไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว” ดร.สรณรัชฎ์ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20932 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/ดร.ต่อภัสสร์-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เปิดเทรนด์ </strong><strong>OPA </strong><strong>สร้างระบบกำกับดูแลที่ดี ตัวช่วยเพิ่มความสำเร็จ</strong></p>
<p><strong>ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชั่นและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า การมีระบบนิเวศธรรมาภิบาล หรือการกำกับดูแลที่ดี (Good Governance) จะช่วยเพิ่มความสำเร็จในการนำพาประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งวันนี้ขอนำเสนอ 3 เทรนด์ความสำเร็จจากประเทศเกาหลีใต้ที่ขอเรียกว่า “OPA”  ประกอบด้วย เทรนด์ O มาจากคำว่า Open Data คือ การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นมาตรฐานสากล เพื่อทำให้ประชาชนสามารถติดตามการทำงานของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทรนด์ P มาจาก Participation หมายถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างถึงแท้จริง และสุดท้ายเทรนด์ A มาจาก Accountability เป็นเรื่องความรับผิดรับชอบ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าสังคมมีสิ่งนี้จะทำให้คนโกงทำได้ยาก และคนที่มีความซื่อสัตย์จะมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน</p>
<p>“เกาหลีใต้สร้างการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมส่งข้อร้องเรียนต่าง ๆ สามารถติดตามการทำงานของหน่วยงานรัฐได้ จนสามารถจับประธานาธิบดีเข้าคุกได้ สะท้อนว่า 3 เทรนด์นี้ยิ่งใหญ่มาก ประเทศไทยเองก็ยังมีความหวัง วันนี้เรามีโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญเรามีประชาชนที่ตื่นรู้สู้โกงไม่ยอมรับการทุจริต ดังนั้น หากมีเทรนด์ที่สำเร็จในประเทศอื่นนำมาประยุกต์ใช้ สร้าง OPA ขึ้นมาได้ เพื่อทำให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศของธรรมาภิบาลหรือการกำกับดูแลที่ดีได้ ก็จะเพิ่มความสำเร็จในการรักษาทรัพยากรป่าไม้ การปฏิรูปการศึกษา การสร้างสวัสดิการให้กับประชาชน เปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง” ดร.ต่อภัสร์ กล่าว</p>
<p>นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทสรุปในงาน Sustrends 2024 งานสัมมนาที่ทำให้ทุกคนเข้าใจง่าย ผ่านการบรรยายเพียง 3 สไลด์ จำกัดเวลาคนละ 10 นาที แต่อัดแน่นสาระความรู้สอดแทรกความสนุก มุ่งหวังกระตุ้นให้ทุกคน ทุกองค์กรในประเทศไทยหันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงกระแสที่พัดมาแล้วผ่านไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/sustrends-2024-sustainable-trens-change-the-world/">Sustrends 2024 จุดเริ่มต้นงานสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่!  พันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมกันเสนอ 50 แนวคิดทำเรื่องยั่งยืนให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SDG Move ม.ธรรมศาสตร์ ​ชี้งานด้านความยั่งยืนยังเป็น​ไซโล ส่งผลบรรลุเป้าหมายช้าลง 35 ปี พร้อมแนะ 5 แนวทางขับเคลื่อนให้เกิดบูรณาการ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/sdg-move-point-transform-sustainable-development-framwork/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Sep 2023 10:17:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Decarbonization and Universal Access]]></category>
		<category><![CDATA[Global Environmental Commons]]></category>
		<category><![CDATA[Human Wellbeing and Capabilities]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Move]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable and Just Economies]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development Goals]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Food System and Healthy Nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[Transform]]></category>
		<category><![CDATA[Urban and Peri-urban Development]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชล บุนนาค]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20917</guid>

					<description><![CDATA[<p>SDG Move โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ระบบทำงานด้านความยั่งยืนปัจจุบันยังเป็นไซโล หากไม่ปรับอาจบรรลุเป้าหมายช้าลง 35 ปี พร้อมแนะปรับวิธีคิด มองมุมใหม่​จากพื้นฐานปัญหาเป็นหลัก พร้อมแนะ 5 แนวทางขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างมีบูรณาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานสัมมนา &#8220;Sustrends 2024 : 50 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก&#8221; ถึงความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุดในแวดวงการทำงานด้านความยั่งยืน ที่มีการปรับมุมมองจากการบรรลุ 17 เป้าหมาย มาเป็นการ​ขับเคลื่อนตามกลุ่มปัญหา 6 กลุ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้สามารถบรรลุได้ตามเป้าหมายและมีความบูรณาการมากขึ้น &#8220;คณะกรรมาธิการกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ หรือ UN ESCAP  เคยประเมินไว้ว่า หากยัง​คงขับเคลื่อนความยั่งยืนตามโดยมองแค่การบรรลุเป้าหมาย​ 17 ข้อ ตามกรอบ SDG Goals และทำงานในรูปแบบที่หลายภาคส่วนทำอยู่ในแบบเดิมๆ อาจทำให้สามารถบรรลุได้เป้าหมายช้าออกไปถึง 35 ปี หรือ จะบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้ในปี 2065 จากตามแผนที่ระบุไว้ตามกรอบที่ต้องบรรลุเป้าหมายภายในปี 2030 ดังนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/sdg-move-point-transform-sustainable-development-framwork/">SDG Move ม.ธรรมศาสตร์ ​ชี้งานด้านความยั่งยืนยังเป็น​ไซโล ส่งผลบรรลุเป้าหมายช้าลง 35 ปี พร้อมแนะ 5 แนวทางขับเคลื่อนให้เกิดบูรณาการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SDG Move</strong> โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ระบบทำงานด้านความยั่งยืนปัจจุบันยังเป็นไซโล หากไม่ปรับอาจบรรลุเป้าหมายช้าลง 35 ปี พร้อมแนะปรับวิธีคิด มองมุมใหม่​จากพื้นฐานปัญหาเป็นหลัก พร้อมแนะ 5 แนวทางขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างมีบูรณาการ</p>
<p><span id="more-20917"></span></p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชล บุนนาค</strong> ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานสัมมนา <strong>&#8220;Sustrends 2024 : 50 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังเปลี่ยนโลก&#8221; </strong>ถึงความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุดในแวดวงการทำงานด้านความยั่งยืน ที่มีการปรับมุมมองจากการบรรลุ 17 เป้าหมาย มาเป็นการ​ขับเคลื่อนตามกลุ่มปัญหา 6 กลุ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้สามารถบรรลุได้ตามเป้าหมายและมีความบูรณาการมากขึ้น</p>
<p><em>&#8220;<strong>คณะกรรมาธิการกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ หรือ UN ESCAP  เคยประเมินไว้ว่า หากยัง​คงขับเคลื่อนความยั่งยืนตามโดยมองแค่การบรรลุเป้าหมาย​ 17 ข้อ ตามกรอบ SDG Goals และทำงานในรูปแบบที่หลายภาคส่วนทำอยู่ในแบบเดิมๆ อาจทำให้สามารถบรรลุได้เป้าหมายช้าออกไปถึง 35 ปี</strong> หรือ จะบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้ในปี 2065 จากตามแผนที่ระบุไว้ตามกรอบที่ต้องบรรลุเป้าหมายภายในปี 2030 ดังนั้น เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ จึงไม่ใช่การเร่งความเร็ว แต่ยังเป็นวิธีการทำงานเดิมๆ แต่จำเป็นต้องเกิดการ Transform ผ่านการปรับวิธีคิดใหม่ มีมุมมองในการทำงานใหม่ๆ และเน้นการขับเคลื่อนร่วมกันอย่างมีบูรณาการโดยมองจากพื้นฐานของปัญหาที่ต้องการแก้ไขเป็นหลัก&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ การทำงานด้านความยั่งยืนในปัจจุบันที่มองจากการบรรลุเป้าหมาย 17 ข้อ ทำให้รูปแบบการทำงานยังเป็นแบบไซโล หรือต่างคนต่างทำ ซึ่งอาจะมีความซ้ำซ้อนและไม่สามารถสร้างให้เกิดผลกระทบเชิงบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะขณะที่การขับเคลื่อนเป้าหมายหนึ่งให้ไปข้างหน้า แต่อาจไปสร้างผลกระทบกับปัจจัยอื่นๆ ให้ถอยหลังลงได้ จึง<strong>จำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนรูปแบบวิธีคิด และรูปแบบการทำงาน เปลี่ยนจากเป้าหมายที่ต้องการไปถึง เป็นการเลือกมิติของปัญหาที่อยากเข้าไปแก้ไขผ่าน 6 กลุ่มปัญหา </strong>ต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20927 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/PA1_4781-copy.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>1. Human Wellbeing and Capabilities :</strong> เน้นการเข้าไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน รวมทั้งการมีส่วนช่วยพัฒนาศักยภาพของมนุษย์</p>
<p><strong>2. Sustainable and Just Economies</strong> : การสร้างให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างผลกระทบเชิงบวกจากเศรษฐกิจไปสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมท้ังมีกลไกในการกระจายรายได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม</p>
<p><strong>3. Sustainable Food System and Healthy Nutrition</strong> : การสร้างระบบการผลิตอาหารที่ยั่งยืน และโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจต้ังแต่การผลิต การบริโภค การจัดการของเสีย เพื่อสร้าง​ผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของผู้คน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ</p>
<p><strong>4. Energy Decarbonization and Universal Access :</strong> การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาคพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</p>
<p><strong>5. Urban and Peri-urban Development :</strong> การพัฒนาเมืองและพื้นที่กึ่งเมือง ทั้งการบริหารจัดการเมือง ผลกระทบของเมืองที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน เพื่อสร้างความเท่าเทียมในคุณภาพชีวิตของประชากรได้ทั่วท้ังประเทศ</p>
<p><strong>6. Global Environmental Commons :</strong> การเข้าไปแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทั้งทางบก น้ำ อากาศ เพื่อร่วมขับเคลื่อนในการเปลี่ยนผ่านระดับโลก ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20919 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/ผศ.ชล-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมทั้ง​แนะนำ  5 แนวทาง เพื่อเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อน และยังสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ประกอบไปด้วย</p>
<p>1. วางระบบธรรมาภิบาล เพื่อสร้างกลไกการทำงานร่วมกัน จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน และครอบคลุมครบทั้งมิติทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>2. วางโครงสร้างด้านเศรษฐกิจและการเงิน เพื่อจัดสรรงบประมาณในการขับเคลื่อน รวมทั้ง​วางกลไกทางตลาด และสร้างแรงดึงดูดให้กับสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน</p>
<p>3. สร้างความร่วมมือในระดับบุคคล​และชุมชน ตลอดจนทุกภาคส่วนที่อยู่ภายในชุมชน มาร่วมกันขับเคลื่อนอย่างบูรณาการ</p>
<p>4. การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลนี ตลอดจนการวิจัยและพัฒนา เพื่อต่อยอดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เรื่องของความยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ มาช่วยขับเคลื่อนด้านการพัฒนาร่วมกัน</p>
<p>5. เพิ่มศักยภาพให้กับทุกภาคส่วน ผ่านการจัดกิจกรรม ให้การศึกษา พร้อมสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง เพื่อสร้างให้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่มาช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสานต่อแนวคิดเรื่องความยั่งยืนในอนาคตต่อไป​</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/sdg-move-point-transform-sustainable-development-framwork/">SDG Move ม.ธรรมศาสตร์ ​ชี้งานด้านความยั่งยืนยังเป็น​ไซโล ส่งผลบรรลุเป้าหมายช้าลง 35 ปี พร้อมแนะ 5 แนวทางขับเคลื่อนให้เกิดบูรณาการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Thailand’s Unsustainable Development Review ส่อง 10 ความท้าทาย ดึงประเทศไทยไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/thailands-unsustainable-development-review/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Apr 2023 09:42:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Move]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Unsustainable Development Review]]></category>
		<category><![CDATA[การทุจริตและการติดสินบน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขง]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองระดับท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ความท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรงในกระบวนการยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยคุกคามไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิในกระบวนการยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพในการแสดงความเห็น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18057</guid>

					<description><![CDATA[<p>SDG Move จัดทำแบบสำรวจการรับรู้ความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาที่เป็นความท้าทายของไทย ผ่านการทำแบบสอบถาม “Thailand’s Unsustainable Development Review: 7 ปีผ่านไป ไทยยั่งยืนแค่ไหน ในสายตาคุณ” ช่วงระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2566 ผ่านการส่งแบบสอบถามให้เปิดทำแบบสาธารณะ จากผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด 227 คน พร้อมท้ังการประมวลผลร่วมกับรายงาน Sustainable Development Report 2022 โดย SDSN รายงานความก้าวหน้า SDGs ของประเทศไทย พ.ศ. 2559-2563 โดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทั้งนี้ ทาง SDG Move  ได้สรุปประเด็นที่ผู้ตอบแบบสำรวจมองว่าถดถอยมากที่สุด 10 อันดับ 12 ประเด็น ดังต่อไปนี้ 1. การทุจริตและการติดสินบน  นับเป็นประเด็น มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/thailands-unsustainable-development-review/">Thailand’s Unsustainable Development Review ส่อง 10 ความท้าทาย ดึงประเทศไทยไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>SDG Move จัดทำแบบสำรวจการรับรู้ความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาที่เป็นความท้าทายของไทย ผ่านการทำแบบสอบถาม <strong>“Thailand’s Unsustainable Development Review: 7 ปีผ่านไป ไทยยั่งยืนแค่ไหน ในสายตาคุณ” </strong>ช่วงระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2566 ผ่านการส่งแบบสอบถามให้เปิดทำแบบสาธารณะ จากผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด 227 คน</p>
<p><span id="more-18057"></span></p>
<p>พร้อมท้ังการประมวลผลร่วมกับรายงาน <strong>Sustainable Development Report 2022</strong> โดย SDSN รายงานความก้าวหน้า SDGs ของประเทศไทย พ.ศ. 2559-2563 โดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)</p>
<p>ทั้งนี้ ทาง SDG Move  ได้สรุปประเด็นที่ผู้ตอบแบบสำรวจมองว่าถดถอยมากที่สุด 10 อันดับ 12 ประเด็น ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. การทุจริตและการติดสินบน </strong></p>
<p>นับเป็นประเด็น มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 88 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.8 คะแนน ​สอดคล้องกับข้อมูลของ SDG Index ปี 2565 ที่พบว่าประเทศไทยมีความท้าทายอย่างมากใน SDG 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง<em><strong> เรื่องดัชนีการรับรู้การทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption perception index: CPI) ติดอันดับตัวชี้วัดที่มีแนวโน้มที่แย่ลง อันดับที่ 7 ของข้อมูล SDG Index ปี 2564 ด้วยเช่นเดียวกัน</strong> </em>นั่นหมายความว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนและข้อมูลแนวโน้มความยั่งยืนในประเด็นการทุจริตและการติดสินบน มีความเห็นตรงกันว่า “มีแนวโน้มแย่ลง”</p>
<p><strong>2. ความรุนแรงสุดโต่ง</strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 70 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.85 คะแนน โดยมีข้อเท็จจริงสะท้อนประเด็นที่น่าสนใจ เช่น กรณีเหตุการณ์กราดยิง ซึ่งจากข้อมูลของ World Population Review ประจำปี 2565 เผย<em><strong>ผลสำรวจประเทศที่มีกรณีการเสียชีวิตด้วยอาวุธปืนมากที่สุดในโลก ประจำปี 2022 กลับพบว่าประเทศไทย ติดอันดับที่ 15 ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยอาวุธปืนจำนวน 2,804 คน และมีอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน เฉลี่ย 3.91 คน ต่อประชากร 1 แสนคน สอดคล้องกับปรากฎการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น</strong></em> เช่น เหตุกราดยิงโคราช  ปี 2563  มีผู้เสียชีวิต 30 ราย เหตุกราดยิงจังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2565 มีผู้เสียชีวิต  36 ราย และเหตุกราดยิงสายไหม ปี 2566 มีผู้เสียชีวิต  3 ราย โดยที่ผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงขาดมาตรการบังคับใช้กฎหมายการถือครองอาวุธปืนที่เข้มงวดและมาตรการป้องกัน รับมือกับปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18063 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/z4.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3. ค่าครองชีพไม่สอดคล้องกับรายได้ ​</strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 75 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.97 คะแนน สอดคล้องกับข้อมูลรายงานความเสี่ยงโลกประจำปี 2566 (Global Risks Report 2023) โดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่ระบุว่า ในความเสี่ยงมิติสังคม “วิกฤตค่าครองชีพ” จะติดอันดับ 1 ความเสี่ยงระยะสั้นที่มีโอกาสรุนแรงที่สุดในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่ <em><strong>ผลสำรวจสถานการณ์แรงงานไทยปี 2565 โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานว่า แรงงานไทยดำรงชีพด้วยค่าแรงขั้นต่ำต่อวันที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เนื่องด้วยราคาสินค้าที่แพงขึ้น</strong></em> เช่นเดียวกันกับ ข้อมูลของรายงาน Area Need ที่ระบุว่า ในมิติเศรษฐกิจ พื้นที่มีความต้องการระดับภาคในการแก้ไขปัญหาเรื่องค่าครองชีพที่สวนทางกับค่าจ้าง นั่นแปลว่า ประชาชนมีรายได้เท่าเดิมในขณะที่ค่าครองชีพกลับสูงขึ้น ทำให้ประชาชนอาจต้องเผชิญกับภาวะหนี้ครัวเรือนและปัญหาเศรษฐกิจอื่น ๆ ตามมา</p>
<p><strong>4. การจัดการกับมลพิษทางอากาศ </strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 70 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.99 คะแนน ตรงกับข้อมูลรายงานความก้าวหน้าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2559-2563 ที่จัดทำโดย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ​ระบุว่า <em><strong>สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 รุนแรงขึ้นทุกปี ซึ่งรายงานสถานการณ์มลพิษของไทยปี 2562 มีการวัดค่าเฉลี่ยฝุ่น 24 ชั่วโมงสูงกว่าค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่และนำมาซึ่งอาการเจ็บป่วยหลายประการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กและผู้สูงอายุ  โดยสถานการณ์ของประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มที่แย่ลงต่อเนื่องหลายปี</strong> </em>โดยในปีนี้ 2556 สถานการณ์ฝุ่นปีนี้รุนแรงอย่างมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ จากรายงานคุณภาพอากาศจากแอปพลิเคชัน IQAir ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง  มีนาคมที่ผ่านมา พบว่า ค่าฝุ่นอยู่ในระดับอันตรายอย่างมาก และสูงกว่าค่ามาตรฐานหลายเท่าตัว  ซึ่งจากผลการสำรวจและข้อมูลดังกล่าว สามารถสรุปได้ว่า ความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 แม้ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกและประชาชนยังคงมองว่าเป็นปัญหาที่ได้รับการแก้ไขน้อยที่สุดไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป</p>
<p><strong>5. ความรุนแรงในกระบวนการยุติธรรม </strong></p>
<p>เช่น การซ้อมทรมาน การบังคับตรวจ DNA และการอุ้มหาย<strong>  </strong>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong> 5 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 62 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2 คะแนน สะท้อนจาก ข้อมูลดัชนีหลักนิติธรรม (Rule of Law Index) ประจำปี 2565 จัดทำโดยกลุ่มนักวิจัย The World Justice Project<strong> </strong>พบว่า <em><strong>ประเทศไทย ได้คะแนนจากดัชนีหลักนิติธรรม เพียง 0.50 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1 คะแนน จัดอยู่ในลำดับที่ 80 ของโลก ซึ่งแสดงว่าประเทศไทย มีหลักนิติธรรมอ่อนแอที่สุด นับเป็นข้อมูลเชิงสถิติที่ยังคงน่ากังวล</strong></em> สอดคล้องกับผลสำรวจที่ประชาชนได้ให้ความเห็นว่าประเทศไทยมีแนวโน้มความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาน้อยที่สุด โดยสะท้อนได้จากปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น เช่น กรณี การลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง การทุจริตของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ความลักลั่นในการปฏิบัติและกำหนดโทษผู้ต้องหา รวมถึงการซ้อมทรมาน โดยเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยเหตุดังกล่าว เป็นผลให้ความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาไม่สามารถไปถึงจุดที่สร้างความสงบสุขและยุติธรรมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18060 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Z2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>6. ความขัดแย้งจากการเมืองระดับท้องถิ่น</strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong>6 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 56 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.05 คะแนน แม้ไม่ได้เป็นประเด็นที่ถูกระบุข้อมูลเชิงสถิติโดยตรง แต่เป็นประเด็นที่ปัญหาอีกประการหนึ่งที่ถูกสะท้อนผ่านปรากฏการณ์ทางสังคม เช่น <em><strong>การแบ่งพรรคพวกในชุมชน การกีดกันไม่ให้ได้รับสิทธิหรือสวัสดิการ เป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนกลุ่มน้อย ทำให้การเป็นตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยขาดความชอบธรรมในการสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง</strong></em></p>
<p><strong>7. การรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์</strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong>7 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 76 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.07 คะแนน สอดคล้องกับข้อมูลรายงานความเสี่ยงโลกประจำปี 2566 (Global Risks Report 2023) โดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่ระบุว่า <em><strong>เทคโนโลยี จะทำให้ความไม่เท่าเทียมรุนแรงขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงจากความปลอดภัยทางไซเบอร์ ยังคงเป็นปัญหาที่น่ากังวล และเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของสังคมไทยในปัจจุบัน</strong></em> เนื่องจากประชาชนหลายคนประสบกับภัยคุกคาม เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การถูกหลอกลวงจากข้อความ  (SMS) การถูกโกงเงินทางอินเทอร์เน็ต อันเป็นเรื่องยากที่จะรับมือและยังคงขาดมาตรการในการจัดการอย่างแน่ชัดทำให้แนวโน้มในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงยังคงอยู่ในระดับที่ถดถอยมาก</p>
<p>8. <strong>การแพร่ระบาดและการใช้ยาเสพติดในทางที่ผิด </strong>และ <strong>ราคาไฟฟ้าสูงขึ้น</strong></p>
<p>โดยทั้ง 2 ประเด็น มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong>8 ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.09 ​​โดยปัญหาเรื่องยาเสพติดนั้น จากรายงานยาเสพประเภทติดสังเคราะห์ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: การพัฒนาและความท้าทายล่าสุด ปี 2565  ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC) ซึ่งข้อมูลระบุว่า จำนวนยาบ้าที่ยึดครองได้จากปี 2563 ถึงปี 2564 ของประเทศไทย เพิ่มขึ้น 29.4% ซึ่งลาวกลายเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายที่สำคัญสำหรับการค้ายาเสพติดในประเทศไทยและส่วนอื่น ๆ ของตลอดแม่น้ำโขง รวมถึงเอเชียแปซิฟิก สอดรับกับความคิดเห็นของประชาชนที่ยังคงเห็นด้วยว่าเป็นปัญหาที่มีความถดถอยมาก</p>
<p>ส่วนปัญหารราคาไฟฟ้าในปัจจุบันนั้นมีราคาที่สูงขึ้น ซึ่งพลังงานเป็นสินค้าและบริการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสะท้อนคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งผลให้ประชาชนจำเป็นต้องแบกรับภาระราคาพลังงานสูงขึ้น และอาจไม่เอื้อต่อการเข้าถึงต่อคนทุกคนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18061 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/z3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>9. <strong>การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความเห็น </strong>และ <strong>ปัญหาการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม</strong></p>
<p>โดยทั้ง 2 ประเด็น มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong>9  ด้วยค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1 คะแนน โดยปัญหาเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนั้น​ ถูกสะท้อนผ่านปรากฏการณ์ทางสังคม เช่นกรณี การปิดกั้นการทำงานสื่อมวลชน การปกปิด/ไม่เปิดเผยข้อมูลของรัฐ ซึ่งแท้จริงแล้ว ประชาชนมีสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือ สิทธิที่จะได้รู้ (right to know) ตามที่ได้ระบุการยอมรับในเอกสารทางระหว่างประเทศ โดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน (The Human Rights Council) เมื่อปี 2563 พร้อมทั้งยังถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (ฉบับปัจจุบัน) แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพบว่าประชาชนยังคงถูกจำกำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นทางการเมือง หรือ การรับรู้ข้อมูลจากทางภาครัฐ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐมีหน้าที่จัดให้ประชาชนเข้าถึงได้รับทราบโดยทั่วกัน</p>
<p><strong>ส่วน​สิทธิในกระบวนการยุติธรรม​ </strong>เช่น สิทธิประกันตัว, การถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์, การคุกคามพยาน  สอดคล้องกับสถิติที่น่าสนใจอย่าง กรณีการยื่นประกันตัวผู้ต้องขังคดีการเมืองระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2565 – กุมภาพันธ์ 2566 โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พบว่า มีความพยายามยื่นประกันตัวกว่า 78 ครั้ง ซึ่งมีผู้ต้องขัง 4 รายที่ขอประกันตัวมากกว่า 18 ครั้ง ซึ่งยังคงมีผู้ต้องสงสัยจำนวนมากไม่ได้รับการปฏิบัติด้วยหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ ทั้งที่ยังไม่ถูกพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำความผิดด้วยซ้ำ ทำให้ปัญหาการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมกลายเป็นปรากฏการณ์ปัญหาใหญ่ในสังคมปัจจุบัน</p>
<p><strong>10. การกำหนดกติกาการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน</strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong>10 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 31 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.15 คะแนน จากข้อมูล กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง พบว่า การเปลี่ยนแปลงการไหลบริเวณแม่น้ำโขง ไม่เป็นไปตามธรรมชาติและปริมาณตะกอนหายไป จากการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าในลุ่มน้ำโขง ทั้งในแม่น้ำโขงสายหลักในจีน ลาว และบนลำน้ำสาขาในลาว รวมทั้งกัมพูชา ไทย และเวียดนาม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแม่น้ำโขงและการใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ของชุมชน ซึ่งเป็นปัญหาสะสมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2536 และรุนแรงเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2550 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เช่น น้ำระดับน้ำโขงที่เปลี่ยนแปลงผิดปกติในฤดูแล้ง การสูญเสียพื้นที่เกษตรริมโขง และน้ำโขงไม่ไหลเข้าลำน้ำสาขา ทำให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและระบบนิเวศภายในพื้นที่</p>
<p>อย่างไรก็ดี นอกจากผลสำรวจทั้ง 10 อันดับ ผู้ตอบแบบสำรวจได้เสนอประเด็นเพิ่มเติมอื่น ๆ  ที่มองว่าเป็นประเด็นที่มีความถดถอยในการแก้ปัญหา เช่น ประเด็น ‘<strong>ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’</strong> ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกก็ต่างให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เด็กและเยาวชนทั่วโลกได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ หรือ ประเด็น<strong> ‘สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล’</strong>  ซึ่งการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ครอบคลุม นับเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่ประชาชนหวังจะได้รับ เป็นต้น</p>
<p>ที่มาข้อมูล  : <a href="https://www.sdgmove.com/2023/04/05/sdg-updates-midtermreview-tudr-survey-2023/?fbclid=IwAR37w62ygI6SvViFA7ugLp4jJqTXvOM6z0PrgbDB5Kr3X4zTE9m_S334Blw" target="_blank" rel="noopener">SDG MOVE</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/thailands-unsustainable-development-review/">Thailand’s Unsustainable Development Review ส่อง 10 ความท้าทาย ดึงประเทศไทยไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
