<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Second Life &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/second-life/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 Aug 2025 06:45:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Second Life &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Aug 2025 06:43:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[.Nespresso]]></category>
		<category><![CDATA[Capsule Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Drop point]]></category>
		<category><![CDATA[My Cup of Purpose]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling Rate]]></category>
		<category><![CDATA[Second Life]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟแคปซูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[อีลิส ทัน]]></category>
		<category><![CDATA[เนสเพรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสเพรสโซ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35789</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนสเพรสโซ ประเทศไทย ขับเคลื่อนแคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; ​มุ่งสร้างการรับรู้ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ​ของคนไทย พร้อมเพิ่ม​การมีส่วนร่วม​ดูแลโลกผ่านกาแฟแก้วโปรด ​เดินหน้าผนึกพันธมิตรขยายความสะดวก​การส่งคืนแคปซูลหลังการบริโภคมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มอัตรา Recycling Rate ประเทศไทยได้เท่าตัว ภายในปี 2030 คุณอีลิส ทัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เนสเพรสโซ ประเทศไทย และ คุณอมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เนสเพรสโซ ประเทศไทย ให้ข้อมูลร่วมกันว่า เนสเพรสโซเร่ง​สื่อสารเชิงรุกแคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; ในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่น​ด้าน​ความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ตลอดวัฏจักรผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำ หรือเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงการดูแลผลิตภัณฑ์หลังการบริโภค หรือการส่งคืน​แคปซูลกาแฟ พร้อมนำไปต่อยอดการสร้างคุณค่าใหม่หรือ Second Life ทั้งในส่วนวัสดุ​​อลูมิเนียม และกากกาแฟ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดกาแฟแคปซูล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโอกาสขยายตัวในระดับสูง จากขนาดของตลาดที่ปัจจุบัน​ยังไม่ถึง 10% จากตลาดกาแฟโดยรวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/">เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เนสเพรสโซ ประเทศไทย</strong> ขับเคลื่อนแคมเปญ<strong> &#8216;My Cup of Purpose&#8217;</strong> ​มุ่งสร้างการรับรู้ <strong>&#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> ผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ​ของคนไทย พร้อมเพิ่ม​การมีส่วนร่วม​ดูแลโลกผ่านกาแฟแก้วโปรด ​เดินหน้าผนึกพันธมิตรขยายความสะดวก​การส่งคืนแคปซูลหลังการบริโภคมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มอัตรา Recycling Rate ประเทศไทยได้เท่าตัว ภายในปี 2030</p>
<p><span id="more-35789"></span></p>
<p><strong>คุณอีลิส ทัน</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เนสเพรสโซ ประเทศไทย และ <strong>คุณอมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา</strong> ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เนสเพรสโซ ประเทศไทย ให้ข้อมูลร่วมกันว่า เนสเพรสโซเร่ง​สื่อสารเชิงรุกแคมเปญ <strong>&#8216;My Cup of Purpose&#8217;</strong> ในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่น​ด้าน​ความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ตลอดวัฏจักรผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำ หรือเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงการดูแลผลิตภัณฑ์หลังการบริโภค หรือการส่งคืน​แคปซูลกาแฟ พร้อมนำไปต่อยอดการสร้างคุณค่าใหม่หรือ Second Life ทั้งในส่วนวัสดุ​​อลูมิเนียม และกากกาแฟ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟอย่างยั่งยืนในประเทศไทย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดกาแฟแคปซูล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโอกาสขยายตัวในระดับสูง จากขนาดของตลาดที่ปัจจุบัน​ยังไม่ถึง 10% จากตลาดกาแฟโดยรวม จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ตามเทรนด์การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดกาแฟประเทศไทย​ปีละประมาณ 8% สวนทางกับการภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่มีการชะลอตัว</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ และยินดีจ่ายในราคาที่แพงกว่า หากเป็นการสนับสนุนแบรนด์ที่มีความยั่งยืนหรือดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่ม GenZ ไทย ที่มีสัดส่วนถึง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกที่ 65% รวมทั้งการเติบโตของการขับเคลื่อนเรื่องการส่งเสริมการรีไซเคิลภายในประเทศไทยในปีที่ผ่านมา  ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ราว 4-5%  จาก 34.5%  เป็น 38.6%</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนแคมเปญนี้ จะขยายผลในการสร้างอิมแพ็คผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ยกระดับจากการเติมเต็มในรื่องประสบการณ์และการดื่มด่ำกับช่วงเวลา <strong>&#8216;Me Moments&#8217;</strong> มาสู่โอกาสในการสร้างสิ่งที่ดีให้โลก ผ่าน<strong> 3 เสาหลักความยั่งยืนของเนสเพรสโซ ทั้งความใส่ใจต่อการหมุนเวียน (Circularity) ความใส่ใจต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate) และความใส่ใจต่</strong><strong>อชุมชน (Community)</strong> เพื่อสร้างให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้  พร้อมเร่งสื่อสาร​สร้างการรับรู้ถึงประโยชน์ในการส่งคืนแคปซูลกาแฟเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากมีส่วนร่วมมากขึ้น ผ่านความร่วมมือ​กับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง บริษัท วงษ์พาณิชย์ ในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแคปซูลทุกชิ้น​จะถูกรวบรวม และนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยความใส่ใจโลกอย่างแท้จริง เพื่อนำไปแยกประเภทการบริหารจัดการ และสร้างคุณค่าใหม่ ในรูปแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งจักรยาน แก้วน้ำ ปากกา ​ รวมท้ัง​กากกาแฟที่ใช้แล้วจะถูกแปรรูปเป็นปุ๋ย เพื่อนำส่งต่อให้เกษตรกรที่ทำไร่ในจังหวัดพิษณุโลก สะท้อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง&#8221;</em></p>
<p>นอกจาก การสร้าง  Awareness ในวงกว้าง ยังมุ่งสนับสนุนเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม​​ของผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงช่องทางในการส่งคืนแคปซูลเพื่อรีไซเคิลได้มากขึ้น ​ด้วยการ​​ขยายจุดส่งคืน (Drop point) ให้เข้าถึงง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น  ทั้งจาก 8 สาขาของเนสเพรสโซบูติก ​ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ รวมทั้ง​จุดขายในห้างสรรพสินค้ากว่า 50 แห่ง รวมทั้งการฝากส่งคืนทางไปรษณีย์ได้ทั่วประเทศ พร้อมทั้งบริการรับถึงบ้าน เมื่อสั่ง​​สินค้าออนไลน์ และเสริมความแข็งแกร่งด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น ​เพื่อผสมผสานเรื่องความยั่งยืนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตได้อย่างกลมกลืน และทุกคนสามารถทำได้อย่างง่ายดาย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/My-Cup-of-Purpose-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับเป้าหมายการขับเคลื่อนแคมเปญ My Cup of Purpose​ ในประเทศไทย ตั้งเป้าการส่งคืน​แคปซูลเพื่อรีไซเคิล (Recycling Rate) ให้เติบโตต่อเนื่องได้แบบเท่าตัว​ จากปัจจุบันเนสเพรสโซประเทศไทยมี Recycling Rate​ ที่ 25% โดยตั้งเป้าขยับเพิ่มขึ้นในสิ้นปีนี้เ​ป็น​ 27% และเพิ่มขึ้นได้ราวเท่าตัว หรือเพิ่มเป็นมากกว่า 50%  ภายในปี 2030 โดยในภูมิภาคเอเชียประเทศที่มีการส่งคืนแคปซูลเพื่อรีไซเคิลสูงที่สุดคือ ไต้หวัน​ มีการส่งคืนมากกว่า 50% ตามมาด้วยเกาหลีใต้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากความแข็งแรงของระบบในการบริหารจัดการขยะ และการขับเคลื่อนผลักดันอย่างจริงจังของภาครัฐ ขณะที่สัดส่วนเฉลี่ยทั่วโลกในปัจจุบันอยู่ที่ 35% และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 60% ภายในปี 2030  ​</p>
<p><em>&#8220;ตลอดการเดินทาง​ที่ผ่านมา เนสเพรสโซ่ให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า​ผ่านโครงการระดับโลก ที่ขับเคลื่อนมา​ต่อเนื่อง อาทิ โครงการ AAA Sustainable Quality™ ที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรชาวไร่กาแฟกว่า 168,550 ราย ใน 18 ประเทศ เพื่อช่วยเหลือการฟื้นฟูระบบนิเวศ แก้ไขปัญหาวิถีการทำไร่กาแฟเพื่อรองรับต่อสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่​ ส่งเสริมความเป็นธรรมของราคากาแฟที่รับซื้อจากชาวไร่ พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนไปพร้อมกัน&#8221;</em></p>
<p>รวมทั้งการส่งเสริมการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งแคปซูลกาแฟที่มีสัดส่วนอลูมิเนียมรีไซเคิล 80% เครื่องชงกาแฟ ที่ใช้พลาสติกรีไซเคิล 35% กล่องกระดาษบรรจุภัณฑ์ จากกระดาษรีไซเคิล 95% รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เป็นโลหะสแตนเลสรีไซเคิลถึง 90% ​ รวมทั้งการขยายความร่วมมือสู่กลุ่มผู้บริโภคผ่านแคมเปญ <strong>My Cup of Purpose</strong> เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) จากการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการดำเนินการในปีที่ผ่านมา สามารถลด GHG Reductuin ได้แล้วกว่า 2.86 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายตามโรดแม็พเพื่อขับเคลื่อนสู่ Net Zero ภายในปี 2050 สอดคล้องกับเป้าหมายที่ทางเนสท์เล่ได้วางไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ส่งต่อไลฟ์สไตล์ใส่ใจโลก ก้าวสู่สังคมรีไซเคิล</strong></p>
<p>สำหรับปี 2568 แคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; จะเริ่มต้นด้วยแนวคิดเกี่ยวกับ &#8216;การหมุนเวียน (Circularity)&#8217; ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เนสเพรสโซต้องการทำให้เป็นเรื่องเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน เพื่อให้เหล่าผู้ที่หลงใหลในศิลปะของการดื่มกาแฟผสมผสานความยั่งยืนเข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างเรียบง่าย พร้อมขับเคลื่อนไปสู่จุดมุ่งหมายที่มีคุณค่าร่วมกัน</p>
<p>เริ่มตั้งแต่เป้าหมายภายในองค์กร เนสเพรสโซร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น โดยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เนสเพรสโซจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่สวนป่าเอกมัย เขตวัฒนา เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่กทม.ได้ให้ความช่วยเหลือพนักงานเนสเพรสโซในการปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ จำนวน 20 ต้น ต้นสะเดา 15 ต้น และผักสวนครัวรวม 100 ต้นเพื่อให้ร่มเงาและเป็นผลผลิตให้กับชุมชน โดยใช้ดินที่ผสมกากกาแฟของเนสเพรสโซที่ใช้แล้ว ทำเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยพนักงานเนสเพรสโซทุกคนมีความภูมิใจที่มีส่วนรวมในการยกระดับพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองกรุงเทพฯผ่านกิจกรรมเล็ก ๆ ที่มีคุณค่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35793 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/My-Cup-of-Purpose-03.jpg" alt="" width="1200" height="788" /></p>
<p>นอกจากนี้เนสเพรสโซยังได้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อมและไลฟ์สไตล์เข้ามาร่วมทำกิจกรรมเพื่อจุดประกายให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาสนใจวิถีชีวิตที่ใส่ใจโลกยิ่งขึ้น ผ่านช่วงเวลาสุดพิเศษแห่งการดื่มด่ำกาแฟยามเช้า รวมถึงในวันกาแฟสากล (International Coffee Day) ที่จะถึงนี้ เนสเพรสโซยังเตรียมจัดกิจกรรมที่จะเชิญชวนลูกค้าเนสเพรสโซและคนรักกาแฟมารวมตัวเพื่อดื่มด่ำกาแฟทุกแก้วด้วยความยั่งยืนไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/">เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ด้านความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยคะแนนรวม 85 คะแนน จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ประจำปี 2567</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/thai-union-certified-no1-djsi-in-food-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Dec 2024 08:19:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CSA]]></category>
		<category><![CDATA[DJSI]]></category>
		<category><![CDATA[Dow Jones Sustainability Indices]]></category>
		<category><![CDATA[S&P Global Corporate Sustainability Assessment]]></category>
		<category><![CDATA[SeaChange® 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Second Life]]></category>
		<category><![CDATA[Seven Clean Sea]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Onion]]></category>
		<category><![CDATA[TU]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรพงศ์ จันศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อดัม เบรนนัน]]></category>
		<category><![CDATA[เซคันด์ ไลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น คลีน ซี]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31040</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์  (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ประจำปี 2567 ด้วยคะแนนรวมสูงสุด 85 คะแนน ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2567 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ของไทยยูเนี่ยน ไทยยูเนี่ยนได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน โดย DJSI เป็นดัชนีที่ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนหลายพันแห่ง ซึ่งบริษัทฯ ได้รับอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ในปี 2561, 2562 และ 2565 สำหรับปีนี้ ไทยยูเนี่ยน ได้รับคะแนนความยั่งยืนในมิติด้านธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ, สิ่งแวดล้อม, และสังคม โดยรวมที่ 100 เปอร์เซ็นต์ไทล์ ใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/thai-union-certified-no1-djsi-in-food-industry/">ไทยยูเนี่ยน ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ด้านความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยคะแนนรวม 85 คะแนน จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ประจำปี 2567</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์  (<strong>Dow Jones Sustainability Indices: DJSI</strong>) ประจำปี 2567 ด้วยคะแนนรวมสูงสุด 85 คะแนน ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2567 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ของไทยยูเนี่ยน</p>
<p><span id="more-31040"></span></p>
<p>ไทยยูเนี่ยนได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน โดย DJSI เป็นดัชนีที่ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนหลายพันแห่ง ซึ่งบริษัทฯ ได้รับอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ในปี 2561, 2562 และ 2565</p>
<p>สำหรับปีนี้ ไทยยูเนี่ยน ได้รับคะแนนความยั่งยืนในมิติด้านธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ, สิ่งแวดล้อม, และสังคม โดยรวมที่ 100 เปอร์เซ็นต์ไทล์ ใน 9 หัวข้อ ได้แก่ 1.ความโปร่งใสและการรายงานผลการดำเนินงานอย่างเปิดเผย 2.การระบุและการจัดลำดับประเด็นที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสียทั้งด้านบวกและลบ3.การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤต 4.การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน 5. การดำเนินกลยุทธ์ด้านภาษี 6. นโยบายและระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 7. ความหลากหลายทางชีวภาพ 8. สิทธิมนุษยชน และ 9. สุขภาพและโภชนาการ</p>
<p><strong>นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “การที่ไทยยูเนี่ยนได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของ DJSI ครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งและสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความพยายามในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกันของพนักงาน คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange®2030 เรามุ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้คนควบคู่ไปกับการดูแลรักษาความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล  ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้เกิดขึ้นทั้งในการดำเนินงานของเราและตลอดทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลก เพื่อผู้คนและโลกของเราอย่างยั่งยืน”</p>
<p>ในปีที่ผ่านมาของไทยยูเนี่ยนมีความคืบหน้าในการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน ดังนี้</p>
<p>&#8211; เปิดตัวโครงการนำร่องลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการเลี้ยงกุ้ง ร่วมกับ องค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติระดับโลก The Nature Conservancy (TNC) และ บริษัท อาโฮลด์ เดอแลซ สหรัฐอเมริกา (Ahold Delhaize USA) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกระดับโลก ภายใต้เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทานกุ้งอย่างยั่งยืน</p>
<p>&#8211; ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ ได้การรับรองมาตรฐานอาหารสัตว์ระดับโลกจากองค์กร Aquaculture Stewardship Council หรือ ASC เป็นแห่งแรกในเอเชีย ในการสร้างมาตรฐานใหม่ในการผลิตอาหารสัตว์เศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้กับภูมิภาคนี้</p>
<p>&#8211; ไทยยูเนี่ยนจับมือหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ประกาศความสำเร็จโครงการลดการปล่อยน้ำทิ้งสู่สาธารณะเป็นศูนย์ (Zero Wastewater Discharge) แห่งแรก ณ โรงงานไทยยูเนี่ยน จังหวัดสมุทรสาคร</p>
<p>&#8211; ร่วมมือกับองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม เซเว่น คลีน ซี (Seven Clean Sea) และองค์กรเพื่อสังคม เซคันด์ ไลฟ์ (Second Life) 2 พันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้ในการลดปริมาณขยะพลาสติกไหลออกสู่ท้องทะเล</p>
<p>&#8211; การดำเนินงานตามนโยบายการจ้างงานสากลที่เป็นธรรม โปร่งใส และเป็นไปตามแนวปฏิบัติในการสรรหาบุคลากร</p>
<p>เป้าหมายของกลยุทธ์ความยั่งยืน <strong>SeaChange® 2030</strong> ซึ่งประกอบด้วย 11 พันธกิจ ซึ่งรวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 42 เปอร์เซ็นต์ในขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ภายในปี 2573 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 การฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยไทยยูเนี่ยนจะสนับสนุนงบประมาณ 250 ล้านบาท (มากกว่า 7 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศสำคัญ</p>
<p><strong>นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า การได้รับการจัดอันดับในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเป็นแรงบันดาลใจและแรงผลักดันให้เราเดินหน้าสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ภายใต้กลยุทธ์ <strong>SeaChange®2030</strong> ที่เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของไทยยูเนี่ยน เพื่อให้มั่นใจว่าเราไม่เพียงแต่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ไทยยูเนี่ยนยังให้ความสำคัญกับการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายหลายเรื่อง เช่น การลดความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ และการสร้างงานที่ปลอดภัย มีคุณค่า และเท่าเทียม เพื่อมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสำหรับคนรุ่นต่อไป”</p>
<p>ในแต่ละปี <strong>S&amp;P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA)</strong> จะทำการประเมินการทำงานด้านความยั่งยืนของบริษัททั่วโลก โดยทุกปีจะมีบริษัทมากกว่า 3,000 แห่ง จาก 62 อุตสาหกรรมเข้าร่วม โดย CSA ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ เช่น ไทยยูเนี่ยน สามารถวัดผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมที่หลากหลาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักลงทุนที่เน้นเรื่องความยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/thai-union-certified-no1-djsi-in-food-industry/">ไทยยูเนี่ยน ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ด้านความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยคะแนนรวม 85 คะแนน จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ประจำปี 2567</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
