<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Set standard &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/set-standard/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 12 Aug 2024 12:01:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Set standard &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Aug 2024 12:01:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Branding]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Fair Game]]></category>
		<category><![CDATA[Fair trade]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Pricing]]></category>
		<category><![CDATA[Pricing Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Realkaline]]></category>
		<category><![CDATA[Set standard]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[WHITE HORSE]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐพล วิไลพรรัตนา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดถ่านไฟฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านไฟฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ม้าขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ม้าขาวเรียลคาไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[รีแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[อัลคาไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[แมงกานีส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28048</guid>

					<description><![CDATA[<p>มุมมองจากหนึ่งใน Players ของตลาดอย่าง &#8216;ม้าขาว&#8217; ซึ่งปัจจุบันน่าจะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตถ่านไฟฉายของคนไทยเพียงรายเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในขณะนี้ และมองว่าประเทศไทยเป็นเพียงตลาดเดียวในโลกที่มีโครงสร้างราคาถ่านไฟฉาย​ โดยเฉพาะ &#8216;ถ่านอัลคาไลน์&#8217; บิดเบือนไปจากความเป็นจริง ทำให้ปัจจุบันคนไทยต้องใช้ถ่านอัลคาไลน์ ในราคาที่แพงกว่าตลาดอื่นๆ อย่างยุโรปหรืออเมริกาถึง 3 เท่า ​ซึ่งเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งใน Pain Point ของผู้บริโภคคนไทยจำนวนหนึ่งเช่นกัน แต่ด้วย​ทางเลือกที่ไม่มีมากนัก จากความแข็งแกร่งของแบรนด์ผู้นำ​ตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย ที่ครองมาร์เก็ตแชร์สูงถึง 80-90%  ทำให้สามารถกำหนดโครงสร้างราคาตลาดให้เป็นไปตามต้องการได้ ทำให้ Last Man Standing ของแบรนด์ไทยในตลาดถ่านไฟฉายอย่าง &#8216;ม้าขาว&#8217; ที่หยุดทำตลาดไปกว่า 30 ปี หวนกลับมารีแบรนด์เพื่อทำตลาดใหม่อีกครั้งพร้อมเป้าหมายสำคัญคือ การเซ็ตมาตรฐาน​โครงสร้างราคาถ่านไฟฉายของไทยให้สมเหตุสมผลมากขึ้น โดยหวังว่าจะทำให้ราคาถ่านอัลคาไลน์ลดลงได้ราว 60% ควบคู่ไปกับการผลักดันการใช้งานได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่มูลค่าตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทยจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ภายในปี 2570 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า คุณณัฐพล วิไลพรรัตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านไฟฉายแบรนด์คนไทยอย่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/">ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มุมมองจากหนึ่งใน Players ของตลาดอย่าง <strong>&#8216;ม้าขาว&#8217;</strong> ซึ่งปัจจุบันน่าจะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตถ่านไฟฉายของคนไทยเพียงรายเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในขณะนี้ และมองว่าประเทศไทยเป็นเพียงตลาดเดียวในโลกที่มีโครงสร้างราคาถ่านไฟฉาย​ โดยเฉพาะ <strong>&#8216;ถ่านอัลคาไลน์&#8217;</strong> บิดเบือนไปจากความเป็นจริง</p>
<p><span id="more-28048"></span></p>
<p>ทำให้ปัจจุบันคนไทยต้องใช้ถ่านอัลคาไลน์ ในราคาที่แพงกว่าตลาดอื่นๆ อย่างยุโรปหรืออเมริกาถึง 3 เท่า ​ซึ่งเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งใน Pain Point ของผู้บริโภคคนไทยจำนวนหนึ่งเช่นกัน แต่ด้วย​ทางเลือกที่ไม่มีมากนัก จากความแข็งแกร่งของแบรนด์ผู้นำ​ตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย ที่ครองมาร์เก็ตแชร์สูงถึง 80-90%  ทำให้สามารถกำหนดโครงสร้างราคาตลาดให้เป็นไปตามต้องการได้</p>
<p>ทำให้ Last Man Standing ของแบรนด์ไทยในตลาดถ่านไฟฉายอย่าง &#8216;<strong>ม้าขาว&#8217;</strong> ที่หยุดทำตลาดไปกว่า 30 ปี หวนกลับมารีแบรนด์เพื่อทำตลาดใหม่อีกครั้งพร้อมเป้าหมายสำคัญคือ การเซ็ตมาตรฐาน​โครงสร้างราคาถ่านไฟฉายของไทยให้สมเหตุสมผลมากขึ้น โดยหวังว่าจะทำให้ราคาถ่านอัลคาไลน์ลดลงได้ราว 60% ควบคู่ไปกับการผลักดันการใช้งานได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่มูลค่าตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทยจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ภายในปี 2570 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28054 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณัฐพล วิไลพรรัตนา </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกศลอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านไฟฉายแบรนด์คนไทยอย่าง &#8216;<strong>ม้าขาว&#8217; (WHITE HORSE)</strong> เปิดเผยโครงสร้างตลาดถ่านไฟฉายในประเทศไทย มีผู้นำเป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นซึ่งครองตลาดส่วนใหญ่ 80-90% ที่เหลือเป็นแบรนด์ของยุโรป อเมริกา จีน ราว 10% ขณะที่แบรนด์ไทยมีส่วนแบ่งเพียงแค่ 1% เท่าน้ัน โดยม้าขาวเป็นแบรนด์ไทยเพียงรายเดียวที่อยู่ในตลาดมากว่า 60 ปี ขณะที่แบรนด์อื่นๆ ที่เคยทำตลาดมาก่อนหน้าค่อยๆ ถอนตัวออกจากตลาด หลังการเข้ามาบุกตลาดของแบรนด์ต่างประเทศ และสามารถทำการตลาดจนแบรนด์มีความแข็งแรง และเป็นหนึ่งตลาดที่ผู้นำมี Brand Loyalty ที่ค่อนข้างแข็งแรงอย่างมาก  ​</p>
<p>การรีแบรนด์ของม้าขาวในครั้งนี้ มาพร้อมสินค้าเรือธงคือ <strong>&#8216;ม้าขาวเรียลคาไลน์&#8217; (Realkaline)</strong> เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคในตลาดถ่านอัลคาไลน์ ด้วยจุดแข็งคือคุณภาพที่เทียบเท่าแบรนด์ต่างประเทศและแบรนด์ผู้นำตลาด แต่วางราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าราว 60% เพื่อต้องการ Set Standard ตลาดถ่านไฟฉายของไทย ให้กับมาอยู่ในจุดที่สมเหตุสมผล เนื่องจากมองว่า <em><strong>โครงสร้างด้านราคาในปัจจุบันมีความบิดเบือน และแพงเกินไป เป็นการซ้ำเติมภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภคคนไทย ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง​มาก ทำให้สามารถขายในราคาที่สมเหตุสมผลได้มากขึ้น​กว่าที่เป็นอยู่  </strong></em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-28053 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/INFO1.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p><em>&#8220;สิ่งสำคัญคือการ Educate ตลาด ผ่านการให้ข้อมูลจากแบรนด์ พร้อมทั้งทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้ทดลองใช้ <strong>&#8216;​ม้าขาวเรียลคาไลน์&#8217;</strong> ซึ่งคุณภาพไม่แตกต่างจากแบรนด์ที่มีอยู่ เพราะใช้มาตรฐานเดียวกับโรงงานของบริษัทที่มีการผลิตเพื่อส่งออกไปทำตลาดในใกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ราคาถูกกว่า ทำให้ผู้บริโภคคนไทยมีเงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น โดยจำหน่ายในราคาพิเศษ 2 แพ็ก เพียง 30 บาท 4 แพ็ค 55 บาท  </em><em>ซึ่งราคาไม่แตกต่างจากถ่านแมงกานีสของแบรนด์ต่างประเทศที่ทำตลาดอยู่ เชื่อว่าหากผู้บริโภคมีโอกาสได้ทดลองใช้ และรับรู้ได้ถึงคุณภาพที่ไม่แตกต่าง จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมในการซื้อ จากการยึดติดจากแบรนด์มาเป็นแบรนด์ที่มีความคุ้มค่ากว่า ทำให้สุดท้ายแล้ว อาจจะทำให้โครงสร้างด้านราคาในตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในที่สุด&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-28055 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/INFO2.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>หากภารกิจของม้าขาวสำเร็จ นอกจากโครงสร้างราคาตลาดถ่านอัลคาไลน์ในประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป เชื่อว่าสัดส่วนการใช้ถ่านอัลคาไลน์ในประเทศก็จะเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนในตลาดราว 20-30% ขณะที่​ตลาดส่วนใหญ่กว่า​ 70% ยังเป็นกลุ่มแมงกานีส เนื่องจาก ระดับราคาที่แตกต่างกันมาก แต่หากมีแบรนด์อัลคาไลน์ที่มีราคาใกล้เคียงแมงกานีสมากขึ้น ก็เชื่อว่าจะทำให้สัดส่วนการใช้งานอัลคาไลน์เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับในหลายๆ ตลาด เช่นในยุโรป หรือ อเมริกาที่สัดส่วนกว่า 80-90% เป็นตลาดอัลคาไลน์เกือบทั้งหมดแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28049 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/4-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ม้าขาววางเป้าหมายหลังการรีแบรนด์ และ Educated ตลาด ด้วยการมีส่วนแบ่งในตลาดที่คาดว่าจะลดลงจาก 5 พันล้านบาท เหลือ 3 พันล้านบาท ที่ราว 10% หรือมียอดขายได้กว่า 300 ล้านบาท ผ่านช่องทางขายสำคัญคือ ออนไลน์ เพื่อสามารถใช้กลยุทธ์ Story Telling เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอยากทดลองใช้และสามารถสั่งซื้อผ่านออนไลน์ได้ทันที รวมทั้งการทำโปรโมชั่นร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อลดกำแพงด้านราคาจัดส่ง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกำแพงสำคัญ ควบคู่ไปกับช่องทางออฟไลน์ผ่านร้านค้าปลีกอย่างเจ้เล้ง ศูนย์หนังสือจุฬา หรือช่องทางร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการมีรถ Cash Van ที่ทำหน้าที่กระจายสินค้าไปยังช่องทางร้านโชว์ห่วยทั่วประเทศเพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุด</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>ถ่านไฟฉายม้าขาว ยังสามารถก้าวข้ามจากการที่เคยถูกมองว่าเป็นสินค้ามีพิษ มาเป็นหนึ่งสินค้า Green Product ตามมาตรฐานของยุโรป</strong> ​โดยผลิตขึ้นในโรงงานในประเทศจีนซึ่งได้มาตรฐานระดับ ​<strong>World Class Factory</strong> และสามารถส่งออกไปจำหน่ายได้ทั่วโลกรวมทั้งในยุโรปและอเมริกา​​ <strong>จากการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตทำให้ถ่านม้าขาวไม่มีส่วนประกอบของโลหะหนัก ขณะที่บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ก็มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> เช่น การใช้กระดาษจากป่าปลูกโดยไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า (FSC) ส่วนที่เป็นพลาสติกก็จะใช้มาตรฐาน PET Grade ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม Food Grade ที่ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง และสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% จึงนับเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีการผลิตตามกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นหนึ่งสินค้ารักษ์โลกได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในอนาคตมีแนวคิดการจัดการถ่านหลังการใช้งานของผู้บริโภค มาต่อยอดในเชิงแบรนดิ้ง หรือการทำ CSR เช่น การทำเป็นชิ้นงานศิลปะที่เชื่อมโยงกับแบรนด์ม้าขาว เพื่อนำมาตั้งไว้ตามสถานที่ต่างๆ หรือนำมาประกอบเป็นโครงสร้างในการทำโต๊ะเรียนให้โรงเรียนต่างๆ เป็นต้น ซึ่งยังเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องมีการศึกษาแนวทางในการปฏิบัติต่อไปในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28051 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Standard-.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/white-horse-realkaline-set-new-pricing-standard/">ภารกิจสร้าง Fair Gmae อัศวิน &#8216;ม้าขาว&#8217; ​รีแบรนด์รอบ 30 ปี มุ่งเซ็ตมาตรฐาน​ใหม่ &#8216;ราคา&#8217; ​​ถ่านอัลคาไลน์​ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาลีบาบา &#8211; ลอรีอัล จับมือลุยตลาดเครื่องสำอางในจีน​มูลค่ากว่า 8.7 พันล้าน USD สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมความงามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/alibaba-group-signing-agreement-with-loreal-set-standard-of-low-carbon-in-cosmetic-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Apr 2023 10:17:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Alibaba Group]]></category>
		<category><![CDATA[Cosmetic]]></category>
		<category><![CDATA[Cosmetic Supply chain]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[L’oreal]]></category>
		<category><![CDATA[Set standard]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดและการศึกษาผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ลอรีอัล]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อาลีบาบา กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แดเนียล จาง]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18276</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) ลงนามความร่วมมือในกรอบระยะเวลา 3 ปีกับบริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง ลอรีอัล (L’Oréal) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมความงามของจีน แดเนียล จาง ประธานและซีอีโอของอาลีบาบา และ ฌอง-ปอล อากอน (Jean-Paul Agon) ประธานของลอรีอัล ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อสร้างมาตรฐานความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้คาร์บอนต่ำ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการสร้างโซลูชันเศรษฐกิจหมุนเวียนที่วัดผลได้ ในอุตสาหกรรมความงามและการดูแลร่างกายของจีน ซึ่งมีมูลค่าถึง 8.7 พันล้านดอลลาร์ ​โดยความร่วมมือนี้จะดำเนินไปจนถึงปี 2568 นี้ ​ “การพัฒนาที่ยั่งยืนได้กลายเป็นฉันทามติและพันธสัญญาข้ามพรมแดนของนานาประเทศ และยังเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างทุกบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม” แดเนียล จาง  กล่าวก่อนพิธีลงนามกับลอรีอัลที่กรุงปักกิ่ง ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างอาลีบาบาและลอรีอัล จะทำงานร่วมกันใน 3 ด้าน ได้แก่ สินค้าคาร์บอนต่ำ โลจิสติกส์ การตลาดและการศึกษาผู้บริโภค ตามบันทึกข้อตกลง โดยทั้งสองจะพยายามทำให้ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมความงามเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตั้งแต่คลังสินค้า บรรจุภัณฑ์ การกระจายสินค้า ไปจนถึงการรีไซเคิล ตลอดจนสนับสนุนวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของผู้บริโภค ข้อตกลงดังกล่าวสร้างขึ้นจากความพยายามก่อนหน้านี้ของลอรีอัลและอาลีบาบา เพื่อส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งสองได้ลงนามในข้อตกลงตั้งแต่ปี 2561 เพื่อใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของลอรีอัลที่จำหน่ายในจีน โดยในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว อาลีบาบาได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อออกคำแนะนำเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งคำแนะนำนี้ได้เสนอแนวทางของแบรนด์ต่าง ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/alibaba-group-signing-agreement-with-loreal-set-standard-of-low-carbon-in-cosmetic-industry/">อาลีบาบา &#8211; ลอรีอัล จับมือลุยตลาดเครื่องสำอางในจีน​มูลค่ากว่า 8.7 พันล้าน USD สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมความงามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group</strong><strong>)</strong> ลงนามความร่วมมือในกรอบระยะเวลา 3 ปีกับบริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง <strong>ลอรีอัล (</strong><strong>L’Oréal</strong><strong>)</strong> เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมความงามของจีน</p>
<p><span id="more-18276"></span></p>
<p><strong>แดเนียล จาง</strong> <strong>ประธานและซีอีโอของอาลีบาบา</strong> และ <strong>ฌอง-ปอล อากอน (</strong><strong>Jean-Paul Agon</strong><strong>)</strong> <strong>ประธานของลอรีอัล</strong> ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อสร้างมาตรฐานความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้คาร์บอนต่ำ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการสร้างโซลูชันเศรษฐกิจหมุนเวียนที่วัดผลได้ ในอุตสาหกรรมความงามและการดูแลร่างกายของจีน ซึ่งมีมูลค่าถึง 8.7 พันล้านดอลลาร์ ​โดยความร่วมมือนี้จะดำเนินไปจนถึงปี 2568 นี้ ​</p>
<p><em>“การพัฒนาที่ยั่งยืนได้กลายเป็นฉันทามติและพันธสัญญาข้ามพรมแดนของนานาประเทศ และยังเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างทุกบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม”</em> <strong>แดเนียล จาง</strong>  กล่าวก่อนพิธีลงนามกับลอรีอัลที่กรุงปักกิ่ง</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ความร่วมมือระหว่างอาลีบาบาและลอรีอัล จะทำงานร่วมกันใน 3 ด้าน ได้แก่ สินค้าคาร์บอนต่ำ โลจิสติกส์ การตลาดและการศึกษาผู้บริโภค</strong> ตามบันทึกข้อตกลง โดยทั้งสองจะพยายามทำให้ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมความงามเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตั้งแต่คลังสินค้า บรรจุภัณฑ์ การกระจายสินค้า ไปจนถึงการรีไซเคิล ตลอดจนสนับสนุนวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของผู้บริโภค</p>
<p>ข้อตกลงดังกล่าวสร้างขึ้นจากความพยายามก่อนหน้านี้ของลอรีอัลและอาลีบาบา เพื่อส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งสองได้ลงนามในข้อตกลงตั้งแต่ปี 2561 เพื่อใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของลอรีอัลที่จำหน่ายในจีน</p>
<p>โดยในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว อาลีบาบาได้ร่วมมือกับบริษัทผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อออกคำแนะนำเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งคำแนะนำนี้ได้เสนอแนวทางของแบรนด์ต่าง ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ ส่งเสริมความคิดริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมและแนวทางสู่ผลสำเร็จด้านโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จนถึงปัจจุบัน มีบริษัท 24 แห่งเข้าร่วมโครงการ รวมถึงลอรีอัลและดานอน (Danone) กลุ่มบริษัทผู้ผลิตภัณฑ์อาหารข้ามชาติจากฝรั่งเศส</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/alibaba-group-signing-agreement-with-loreal-set-standard-of-low-carbon-in-cosmetic-industry/">อาลีบาบา &#8211; ลอรีอัล จับมือลุยตลาดเครื่องสำอางในจีน​มูลค่ากว่า 8.7 พันล้าน USD สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมความงามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
