<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Shenzhen &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/shenzhen/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 09 Sep 2019 06:39:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Shenzhen &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จีนผุดไอเดียเมกะโปรเจคเปลี่ยน &#8220;ขยะ&#8221;ให้เป็น &#8220;พลังงาน&#8221;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/09/chinese-megacity-a-giant-waste-to-energy-plant/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Sep 2019 06:39:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Shenzhen]]></category>
		<category><![CDATA[the largest installed waste-to-energy capacity]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Wasted energy]]></category>
		<category><![CDATA[เซินเจิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=6321</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปริมาณขยะล้นเมืองมักเป็นปัญหาอันดับต้นๆของเมืองใหญ่ที่มีปัจจัยมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเหตุให้เกิดแคมเปญมากมายเพื่อรณรงค์การลดขยะด้วยวิธีต่างๆ เพราะเหตุนี้จึงทำให้รัฐบาลจีนผุดไอเดียการนำขยะมาใช้ประโยชน์ด้วยการสร้างเมกะโปรเจคเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานที่สามารถรองรับขยะได้ถึง 5,000 ตันต่อวัน โครงการเมกะโปรเจคนี้คือการสร้างโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่นอกเมือง ทั้งนี้เซนเจิ้นที่ถือเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากถึง 20 ล้านคนที่สร้างขยะมากถึง 15,000 ตันต่อวัน แต่การสร้างโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะนี้ให้ประโยชน์ได้ถึง 2 ประการ คือ สามารถกำจัดปัญหาขยะในเมืองและยังผลิตพลังงานจากขยะได้ด้วย โดยกระบวนการผลิตพลังงานอาศัยความร้อนจากการเผาขยะซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนกังหันลมที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะที่การเผาไหม้ขยะจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นอันตรายออกสู่ชั้นบรรยากาศแต่จะเกิดขึ้นในปริมาณที่น้อยกว่าปริมาณเฉลี่ยของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ผลิตขึ้นจากการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบที่พบเห็นได้ทั่วเมืองเซนเจิ้น ปัจจุบันโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะกำลังเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าในตลาดโลกถึง 4 หมื่นล้านเหรียญภายในปี 2023 และในปัจจุบันประเทศจีนยังเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในด้านกำลังการผลิตจากการที่มีโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะที่ใหญ่ที่สุดในโลกและโรงไฟฟ้ากว่า 300 โรงทั่วประเทศ ซึ่งมีอัตราการผลิตที่เพิ่มขึ้นทุกปีคิดเป็น 26% ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียง 4% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าของกลุ่มประเทศ OECD หรือกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา 30 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา เป็นต้น &#160; &#160; นอกจากนี้ จีนยังมีแผนที่จะขยายโครงการโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะไปยังเมืองสำคัญต่างๆ เช่น Hubei, Hunan, Guangdong, Shandong, Hainan, Jiangxi และ Zhejiang [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/09/chinese-megacity-a-giant-waste-to-energy-plant/">จีนผุดไอเดียเมกะโปรเจคเปลี่ยน &#8220;ขยะ&#8221;ให้เป็น &#8220;พลังงาน&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ปริมาณขยะล้นเมืองมักเป็นปัญหาอันดับต้นๆของเมืองใหญ่ที่มีปัจจัยมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเหตุให้เกิดแคมเปญมากมายเพื่อรณรงค์การลดขยะด้วยวิธีต่างๆ เพราะเหตุนี้จึงทำให้รัฐบาลจีนผุดไอเดียการนำขยะมาใช้ประโยชน์ด้วยการสร้างเมกะโปรเจคเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานที่สามารถรองรับขยะได้ถึง 5,000 ตันต่อวัน</span></h4>
<p><span id="more-6321"></span></p>
<p>โครงการเมกะโปรเจคนี้คือการสร้างโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่นอกเมือง ทั้งนี้เซนเจิ้นที่ถือเป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรมากถึง 20 ล้านคนที่สร้างขยะมากถึง 15,000 ตันต่อวัน แต่การสร้างโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะนี้ให้ประโยชน์ได้ถึง 2 ประการ คือ สามารถกำจัดปัญหาขยะในเมืองและยังผลิตพลังงานจากขยะได้ด้วย โดยกระบวนการผลิตพลังงานอาศัยความร้อนจากการเผาขยะซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนกังหันลมที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะที่การเผาไหม้ขยะจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นอันตรายออกสู่ชั้นบรรยากาศแต่จะเกิดขึ้นในปริมาณที่น้อยกว่าปริมาณเฉลี่ยของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ผลิตขึ้นจากการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบที่พบเห็นได้ทั่วเมืองเซนเจิ้น</p>
<p>ปัจจุบันโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะกำลังเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าในตลาดโลกถึง 4 หมื่นล้านเหรียญภายในปี 2023 และในปัจจุบันประเทศจีนยังเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในด้านกำลังการผลิตจากการที่มีโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะที่ใหญ่ที่สุดในโลกและโรงไฟฟ้ากว่า 300 โรงทั่วประเทศ ซึ่งมีอัตราการผลิตที่เพิ่มขึ้นทุกปีคิดเป็น 26% ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียง 4% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าของกลุ่มประเทศ OECD หรือกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา 30 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_6322" aria-describedby="caption-attachment-6322" style="width: 697px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-6322" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/09/P-1-4.jpg" alt="" width="697" height="411" /><figcaption id="caption-attachment-6322" class="wp-caption-text">ส่วนหลังคาของโรงงานจะติดตั้งแผงโซลาร์ขนาด 40,000 ตารางเมตร</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ จีนยังมีแผนที่จะขยายโครงการโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะไปยังเมืองสำคัญต่างๆ เช่น Hubei, Hunan, Guangdong, Shandong, Hainan, Jiangxi และ Zhejiang แต่กลับถูกประชาชนประท้วงเนื่องจากความหวาดกลัวที่คิดว่าโรงผลิตพลังงานดังกล่าวอาจจะปล่อยไดออกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งหรือสารพิษอื่นๆในระดับที่ก่ออันตรายต่อชีวิตได้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าผลิตพลังงานจากขยะในเซนเจิ้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาขยะชั่วคราวเท่านั้นเพราะโรงผลิตพลังงานสามารถรองรับขยะได้เพียง 1 ใน 3 ของปริมาณขยะทั้งหมดที่ชาวเมืองเซนเจิ้นสร้างขึ้นมา หนำซ้ำปริมาณขยะในเมืองเซนเจิ้นยังคงเพิ่มขึ้นปีละ 7% ดังนั้น การแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืนคงต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของชาวเมืองเซนเจิ้นเพื่อลดการสร้างขยะและหันมาใช้วัสดุรีไซเคิลให้มากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>Credit:www.weforum.org/agenda/2019/07/one-of-china-s-biggest-megacities-is-building-a-giant-waste-to-energy-plant/</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/09/chinese-megacity-a-giant-waste-to-energy-plant/">จีนผุดไอเดียเมกะโปรเจคเปลี่ยน &#8220;ขยะ&#8221;ให้เป็น &#8220;พลังงาน&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เซินเจิ้น” เปลี่ยนจาก &#8220;สุดยอดเมืองฝุ่นละอองเยอะที่สุด&#8221;มาป็น &#8220;สุดยอดเมืองที่ยั่งยืน&#8221;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/01/shenzhen-environment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Jan 2019 02:51:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Shenzhen]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละอองขนาดเล็ก25ไมครอน]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[เซินเจิ้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=5081</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายปีมานี้ “เซินเจิ้น” พยายามต่อสู้กับปัญหามลพิษทางอากาศซึ่งถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่น่าปวดหัวที่สุดของประเทศจีน ซึ่งในที่สุดก็ชนะจนได้กลายเป็นเมืองที่ประสบความสำเร็จในการลดระดับหมอกควันพิษในอากาศ การันตีด้วยรางวัลเชิดชูเกียรติในฐานะเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดในโลกจากองค์การสหประชาชาติในปี 2002 &#160; &#160; “เซินเจิ้น” ถูกวางตำแหน่งให้เป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ของประเทศจีน เพื่อดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากฮ่องกง จากเมืองเล็ก ๆ ซึ่งเดิมมีประชากรเป็นชาวประมง เซินเจิ้นพัฒนาอย่างรวดเร็วกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจดีติดอันดับของประเทศ แต่ผลที่ตามมาคือทั้งเมืองมีแต่มลพิษทางอากาศ  รัฐบาลจีนใช้เวลาไม่ถึงทศวรรษในการลดระดับมลพิษทางอากาศลงถึง 50 % จน McKinsey &#38; Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกได้ตั้งฉายาเมืองเซินเจิ้นว่าเป็นเมืองที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศจีนในปี 2016 ทั้งนี้เพราะรัฐบาลเซินเจิ้นได้ใส่ใจต่อความสะอาดและปฏิรูปให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำจัดมลพิษทางอากาศบนท้องถนนอย่างจริงจัง รวมถึงปลูกต้นไม้ตามริมถนนควบคู่กันไป &#160; ยิ่งไปกว่านั้น เซินเจิ้นยังถือว่าเป็นเมืองขนาดใหญ่แรกๆของโลกที่ผลักดันการใช้รถบัสพลังงานไฟฟ้าจำนวน 16,000 คัน ซึ่งมากกว่าจำนวนรถบัสไฟฟ้าของเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส โตรอนโต นิวเจอร์ซี และชิคาโก รวมกัน ซึ่งเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและไม่มีปัญหาเสียงรบกวนอีกด้วย ทั้งยังมีราคาถูกกว่าการใช้รถบัสที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลด้วยซ้ำ เนื่องจากการใช้รถบัสไฟฟ้าทุกๆ 1,000 คัน จะช่วยให้ประเทศชาติประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงดีเซลได้ถึง 500 บาร์เรล และยังเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้เซินเจิ้นบรรลุเป้าหมายด้านคุณภาพอากาศในปี ค.ศ. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/01/shenzhen-environment/">“เซินเจิ้น” เปลี่ยนจาก &#8220;สุดยอดเมืองฝุ่นละอองเยอะที่สุด&#8221;มาป็น &#8220;สุดยอดเมืองที่ยั่งยืน&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">หลายปีมานี้ “เซินเจิ้น” พยายามต่อสู้กับปัญหามลพิษทางอากาศซึ่งถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่น่าปวดหัวที่สุดของประเทศจีน ซึ่งในที่สุดก็ชนะจนได้กลายเป็นเมืองที่ประสบความสำเร็จในการลดระดับหมอกควันพิษในอากาศ การันตีด้วยรางวัลเชิดชูเกียรติในฐานะเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดในโลกจากองค์การสหประชาชาติในปี 2002</span></h4>
<p><span id="more-5081"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-5082 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/SC-1.jpg" alt="" width="545" height="363" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>“เซินเจิ้น”</strong> ถูกวางตำแหน่งให้เป็น <strong>“เขตเศรษฐกิจพิเศษ”</strong> ของประเทศจีน เพื่อดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากฮ่องกง จากเมืองเล็ก ๆ ซึ่งเดิมมีประชากรเป็นชาวประมง เซินเจิ้นพัฒนาอย่างรวดเร็วกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจดีติดอันดับของประเทศ แต่ผลที่ตามมาคือทั้งเมืองมีแต่มลพิษทางอากาศ  รัฐบาลจีนใช้เวลาไม่ถึงทศวรรษในการลดระดับมลพิษทางอากาศลงถึง 50 % จน<strong> McKinsey &amp; Company</strong> ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกได้ตั้งฉายาเมืองเซินเจิ้นว่าเป็นเมืองที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศจีนในปี 2016 ทั้งนี้เพราะรัฐบาลเซินเจิ้นได้ใส่ใจต่อความสะอาดและปฏิรูปให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำจัดมลพิษทางอากาศบนท้องถนนอย่างจริงจัง รวมถึงปลูกต้นไม้ตามริมถนนควบคู่กันไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น เซินเจิ้นยังถือว่าเป็นเมืองขนาดใหญ่แรกๆของโลกที่ผลักดันการใช้รถบัสพลังงานไฟฟ้าจำนวน 16,000 คัน ซึ่งมากกว่าจำนวนรถบัสไฟฟ้าของเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส โตรอนโต นิวเจอร์ซี และชิคาโก รวมกัน ซึ่งเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและไม่มีปัญหาเสียงรบกวนอีกด้วย ทั้งยังมีราคาถูกกว่าการใช้รถบัสที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลด้วยซ้ำ เนื่องจากการใช้รถบัสไฟฟ้าทุกๆ 1,000 คัน จะช่วยให้ประเทศชาติประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงดีเซลได้ถึง 500 บาร์เรล และยังเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้เซินเจิ้นบรรลุเป้าหมายด้านคุณภาพอากาศในปี ค.ศ. 2016 และ 2017 อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-5083 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/SC-2.jpg" alt="" width="577" height="303" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบันยังมีการนำรถแท็กซี่พลังงานไฟฟ้ามาใช้ราว 62.5 % และมีแผนที่จะใช้รถแท็กซี่พลังงานไฟฟ้าวิ่งบนท้องถนนทั้งหมดภายในปี 2020 ซึ่งเป็นการแสดงถึงการน้อมรับเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้งาน กอปรกับการคิดต่อยอดเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีศักยภาพในเมืองเซินเจิ้น เฉกเช่นเดียวกับการประกาศสงครามต่อต้านมลพิษ ที่ส่งผลให้ระดับของฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในเซินเจิ้น มีปริมาณลดลงถึง 30 % ในปี ค.ศ. 2013</p>
<h4><span style="color: #993366;">ในปีที่ผ่านมาเทศบาลเมืองเซินเจิ้นยังสนับสนุนต่อเนื่องโดยการสมทบทุนจำนวน 3.3 พันล้านหยวน (หรือราว 514.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)สำหรับการลงทุน e-busses และสิ่งอำนวยความสะดวกในการสร้างสถานีชาร์จรถไฟฟ้า ทั้งยังสนับสนุนให้ผู้ประกอบการแท็กซี่และนักลงทุนเอกชนให้เข้ามาลงทุนสร้างสถานีชาร์จรถไฟฟ้าอีกด้วย</span></h4>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/01/shenzhen-environment/">“เซินเจิ้น” เปลี่ยนจาก &#8220;สุดยอดเมืองฝุ่นละอองเยอะที่สุด&#8221;มาป็น &#8220;สุดยอดเมืองที่ยั่งยืน&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
