<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Singha Estate &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/singha-estate/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 24 Apr 2024 17:40:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Singha Estate &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สิงห์ เอสเตท สานต่อโครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ปีที่ 3 เดินหน้าปลูกป่า 1 ล้าน ตร.ม. สร้างพื้นที่สีเขียว มุ่งสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนครบวงจร ตามปรัชญา “Go Beyond Dreams”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/singha-estate-go-carbon-neutrality/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Apr 2024 17:38:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Resilience Model]]></category>
		<category><![CDATA[Enriching Society]]></category>
		<category><![CDATA[Go Beyond Dreams]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Park]]></category>
		<category><![CDATA[ชวาล คงทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ เอสเตท]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ปาร์ค เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25325</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในไทยและหลายประเทศทั่วโลก เร่งขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ภายใต้ปรัชญา “Go Beyond Dreams” เพื่อเป็นรากฐานในการดำเนินงาน มุ่งสู่องค์กรที่บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี พ.ศ.2573  ผ่านโครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หลังจากคิกออฟไปเมื่อปี พ.ศ.2565 ตั้งเป้าปลูกป่า 1 ล้านตารางเมตร ภายในปี พ.ศ.2568 โครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว ดำเนินภายใต้ปรัชญา “Go Beyond Dreams” ในกลยุทธ์ Go Exceed, Go Exist สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านความสมดุลในทุกมิติ ทั้งชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โครงการฯมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว อันเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอน แบบ 1 ต่อ 1 หรือ 1 ตารางเมตร  ที่สิงห์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/singha-estate-go-carbon-neutrality/">สิงห์ เอสเตท สานต่อโครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ปีที่ 3 เดินหน้าปลูกป่า 1 ล้าน ตร.ม. สร้างพื้นที่สีเขียว มุ่งสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนครบวงจร ตามปรัชญา “Go Beyond Dreams”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>S </strong>บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในไทยและหลายประเทศทั่วโลก เร่งขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ภายใต้ปรัชญา <strong>“</strong><strong>Go Beyond Dreams” </strong>เพื่อเป็นรากฐานในการดำเนินงาน มุ่งสู่องค์กรที่บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี พ.ศ.2573  ผ่านโครงการ <strong>“</strong><strong>ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว</strong><strong>”</strong> ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หลังจากคิกออฟไปเมื่อปี พ.ศ.2565 <strong>ตั้งเป้าปลูกป่า </strong><strong>1 </strong><strong>ล้านตารางเมตร ภายในปี พ.ศ.</strong><strong>2568 </strong></p>
<p><span id="more-25325"></span></p>
<p>โครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว ดำเนินภายใต้ปรัชญา <strong>“</strong><strong>Go Beyond Dreams”</strong> ในกลยุทธ์ <strong>Go Exceed, Go Exist</strong> สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านความสมดุลในทุกมิติ ทั้งชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โครงการฯมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว อันเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอน แบบ 1 ต่อ 1 หรือ 1 ตารางเมตร  ที่สิงห์ เอสเตทพัฒนาโครงการ จะดูแลผืนป่า 1 ตารางเมตรด้วยเช่นกัน  โดยโครงการนี้ประกอบไปด้วยพื้นที่ทั้งหมด 634 ไร่ สำหรับ 2 ปีที่ผ่านมา ได้ทำการปลูกต้นไม้ไปแล้วทั้งหมด 6,200 ต้น  ซึ่งมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 20% และในปีนี้  สิงห์ เอสเตทได้จัดเตรียมพรรณไม้พื้นถิ่นอย่างต้นรวงผึ้ง นำมาปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และช่วย<em>ดูดซับ</em>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุของภาวะเรือนกระจก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25329 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/SS5-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>S</strong> กล่าวว่า <em>“</em><em>ในปีนี้โครงการ </em><em>‘</em><em>ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว </em><em>ได้เข้าสู่ปีที่ </em><em>3 </em><em>แล้ว โดยตั้งเป้าปลูกป่าให้ได้ 1 ล้านตารางเมตร ให้เสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2568 และตั้งเป้าโครงการระยะยาว </em><em>10</em><em> ปี จากความมุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินงานเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของบริษัทฯ </em><em>ในการ</em><em>เตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการทำงานเชิงรุก ปรับกระบวนการผลิต และกลยุทธ์ ก่อให้เกิดผลด้านการดำเนินงานและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้เริ่มต้นจากสร้างการรับรู้ให้ผู้คนหันมาใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และโครงการปลูกป่านี้เราตั้งใจที่จะทำให้ครอบคลุม </em><em>3 </em><em>พื้นที่ เหนือ กลาง และใต้ ได้แก่ </em><strong><em>1</em></strong><strong><em>)ป่าต้นน้ำ</em></strong><em>ปักหมุด สิงห์ ปาร์ค เชียงราย เป็นสถานที่ในการปลูกป่า เพราะด้วยลักษณะภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ และ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพลิกฟื้นผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์กว่าที่เคย </em><strong><em>2)</em></strong><strong><em>ป่าในเมืองที่กรุงเทพมหานคร</em></strong><em> สร้างพื้นที่สีเขียวตามโครงการต่างๆ ของสิงห์ เอสเตท เช่นสร้างสวนหย่อมนั่งพักผ่อนเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะหน้าอาคารสำนักงาน </em><em>S-OASIS </em><em>และ </em><em>Singha Complex</em><em> การรักษาต้นไม้ใหญ่ของพื้นที่เดิมในทุกโครงการ </em><strong><em>3</em></strong><strong><em>)ป่าปลายน้ำ ปลูกต้นโกงกางที่ปลายชายเลน เกาะ พีพี จ.กระบี่  </em></strong><em>รวมไปถึงโครงการที่ต่างประเทศ </em><strong><em>CROSSROADS Maldives</em></strong> <em>เราได้ตั้งเป้าอนุรักษ์พื้นที่ทางทะเลที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงซึ่งมีขนาดใหญ่ถึง </em><em>3 </em><em>ล้าน ตารางเมตร ทั้งหมดนี้เพื่อเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน และเข้าสู่การเป็นองค์กร </em><em>Carbon Neutrality</em><em> ภายในปี </em>พ.ศ.2573 <em>ตามที่ตั้งเป้าไว้ และเราเชื่อว่าการริเริ่มโครงการเหล่านี้จะสะท้อนถึงพันธกิจ </em><strong><em>‘Go Beyond Dreams’</em></strong> <em>ที่สิงห์ เอสเตทตั้งไว้ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน</em><em>”</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-25328 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/SS4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยโครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว เป็นส่วนหนึ่งในแนวทางการดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability Development) เพื่อเพิ่มพื้นที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และแหล่งกักเก็บคาร์บอน จำนวน 1 ล้าน ตารางเมตร ผ่านกลยุทธ์ Go Exceed, Go Exist 3 แกนหลัก</p>
<p><strong>1. Climate Resilience Model</strong> การตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมในการจำกัดคาร์บอนของประเทศไทย หรือ NDC (Nationally Determined Contribution) ที่ 40% เพื่อเป็นองค์กรที่มีบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality</p>
<p><strong>2. Nature-Based Solutions</strong> การสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งสิ่งมีชีวิตทางบกและทางทะเล อนุรักษ์สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในกลุ่มใกล้สูญพันธุ์ตาม IUCN Green List Standard ในการป้องกัน หลีกเลี่ยง บรรเทา ฟื้นฟู และชดเชยผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมต่อความหลากหลายทางชีวภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า</p>
<p><strong>3. Enriching Society</strong> มุ่งเป็นศูนย์กลางในการสร้างสังคมคุณภาพ ผ่านโครงการต่าง ๆ ถึงกว่า 30 โครงการ นับเป็นจำนวนมากกว่า 1000,000 คน ครอบคลุมพื้นที่การดำเนินงาน 5 ประเทศในทุกกลุ่มธุรกิจ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-25330 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/SS6-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณชวาล คงทรัพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด </strong>กล่าวว่า <em>“</em><em>ในฐานะตัวแทนของสิงห์ปาร์ค เชียงราย รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับสิงห์ เอสเตท ในโครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว การร่วมกันปลูกป่าและดูแลพื้นที่สีเขียวในพื้นที่แห่งนี้ ตั้งแต่ต้นไม้ต้นแรกที่เริ่มปลูกจนเข้าสู่ปีที่ </em><em>3 </em><em>ของโครงการ เราได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในการเพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตจังหวัดภาคเหนือ เนื่องจาก สิงห์ปาร์ค เชียงราย มีความเหมาะสมสำหรับเป็นพื้นที่ปลูกป่าต้นน้ำ ทั้งด้านลักษณะภูมิประเทศที่อยู่ติดกับแนวป่าต้นน้ำธรรมชาติ ซึ่งมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่จะก่อให้เกิดการเอื้ออาศัยกันทางระบบนิเวศ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นหนึ่งในการสร้างสิ่งแวดล้อมดี ๆ ที่ไม่ใช่แค่ในจังหวัดเชียงราย แต่เป็นการคืนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับทุกคน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25326 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/SS2-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จุดมุ่งหมายของโครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว มีเป้าหมายในการช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ สิงห์ เอสเตทเล็งเห็นว่า การปลูกป่าเปรียบเสมือนต้นน้ำ ที่สำคัญที่สุดในการดำรงอยู่ของระบบนิเวศ เพราะหากต้นน้ำอุดมสมบูรณ์แล้ว จะส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพเจริญเติบโตได้อย่างดี รวมถึงระบบนิเวศมีความอุดมสมบูรณ์เช่นกัน โดยโครงการปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว มีการทำต่อเนื่องทั้งปี เพื่อให้คนในพื้นที่และชุมชนได้มาช่วยกันปลูกผืนป่า พร้อมทั้งดูแลป่าที่สร้างขึ้นมาเอง ซึ่งจะช่วยสร้างทุนทางสังคมและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ต่อยอดไปสู่การแบ่งปันให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอากาศสะอาด และช่วยลดภาวะโลกร้อน จะเห็นได้ว่าการดำเนินงานดังกล่าวล้วนสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Entrusted and Value Enricher ที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/singha-estate-go-carbon-neutrality/">สิงห์ เอสเตท สานต่อโครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ปีที่ 3 เดินหน้าปลูกป่า 1 ล้าน ตร.ม. สร้างพื้นที่สีเขียว มุ่งสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนครบวงจร ตามปรัชญา “Go Beyond Dreams”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ชูกลยุทธ์ Eco-Luxury Experiences ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-eco-luxury-experiences/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Feb 2024 04:16:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CROSSROADS Maldives]]></category>
		<category><![CDATA[Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Luxury Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Ecotourism]]></category>
		<category><![CDATA[Green Traveler]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[S Hotels and Resorts]]></category>
		<category><![CDATA[SAii Resorts]]></category>
		<category><![CDATA[SHR]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Estate]]></category>
		<category><![CDATA[ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์]]></category>
		<category><![CDATA[ทราย รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล มาร์แชล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23998</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลองนึกภาพวันหยุด ที่นอกจากจะได้พักผ่อนอย่างมีความสุขท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามแล้ว คุณยังได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเป็นส่วนหนึ่งอย่างกลมกลืนกับท้องถิ่นไปพร้อมกัน จากภาพแนวคิดดังกล่าว ทำให้ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (S Hotels and Resorts: SHR) ผู้ประกอบธุรกิจบริหารและลงทุนโรงแรมรีสอร์ทในเครือบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ต้องการที่จะผลักดันการท่องเที่ยวมุมมองใหม่ที่โดดเด่นและแตกต่าง โดยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวสีเขียว หรือ Green Tourism ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น นายไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ทำการโปรโมทการท่องเที่ยวสีเขียวมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ และนับเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทฯ ที่เป็นหนึ่งในผู้นำกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบดังกล่าว” การเพิ่มมูลค่าประสบการณ์การท่องเที่ยวและพักผ่อนที่แตกต่าง รวมไปถึงการสร้างสรรค์กิจกรรมที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถลดและชดเชยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการท่องเที่ยว  ล้วนเป็นหนทางของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ในการนำเสนอการท่องเที่ยวของประเทศไทยมุมมองใหม่อย่างมีนวัตกรรม เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination) ยิ่งไปกว่านั้นเอส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-eco-luxury-experiences/">เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ชูกลยุทธ์ Eco-Luxury Experiences ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลองนึกภาพวันหยุด ที่นอกจากจะได้พักผ่อนอย่างมีความสุขท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามแล้ว คุณยังได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเป็นส่วนหนึ่งอย่างกลมกลืนกับท้องถิ่นไปพร้อมกัน</p>
<p><span id="more-23998"></span></p>
<p>จากภาพแนวคิดดังกล่าว ทำให้ <a href="http://www.shotelsresorts.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท</strong></a><strong> (S Hotels and Resorts: SHR) </strong>ผู้ประกอบธุรกิจบริหารและลงทุนโรงแรมรีสอร์ทในเครือ<a href="https://www.singhaestate.co.th/en" target="_blank" rel="noopener">บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)</a> ต้องการที่จะผลักดันการท่องเที่ยวมุมมองใหม่ที่โดดเด่นและแตกต่าง โดยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวสีเขียว หรือ Green Tourism ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น</p>
<p><strong>นายไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า<strong>“เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท </strong>ได้ทำการโปรโมทการท่องเที่ยวสีเขียวมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ และนับเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทฯ ที่เป็นหนึ่งในผู้นำกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบดังกล่าว”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24001 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/shr3.jpg" alt="" width="650" height="520" /></p>
<p>การเพิ่มมูลค่าประสบการณ์การท่องเที่ยวและพักผ่อนที่แตกต่าง รวมไปถึงการสร้างสรรค์กิจกรรมที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถลดและชดเชยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการท่องเที่ยว  ล้วนเป็นหนทางของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ในการนำเสนอการท่องเที่ยวของประเทศไทยมุมมองใหม่อย่างมีนวัตกรรม เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination)</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้นเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ยังเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ก้าวไปในทิศทางของ “การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” ด้วยการโปรโมทการท่องเที่ยวสีเขียว ผ่านโรงแรมและรีสอร์ทของบริษัทฯ ทั้งในประเทศไทย และในมัลดีฟส์</p>
<p>โดยชู 2 จุดไฮไลท์ ได้แก่ <strong>Eco</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Luxury Experience:</strong> <strong>การพักผ่อนอย่างลักชูรีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> และ <strong>Ecotourism: </strong><strong>ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เรียนรู้ธรรมชาติและท้องถิ่น</strong></p>
<p><strong><u>1. Eco</u></strong><strong><u>&#8211;</u></strong><strong><u>Luxury Experience:</u></strong><strong><u> การพักผ่อนอย่างลักชูรีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</u></strong></p>
<p>หากพูดถึงการท่องเที่ยวที่ไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม ภาพของบรรยากาศที่หรูหรา สะดวกสบาย บริการที่มีคุณภาพ อาจไม่ใช่ภาพแรกที่หลายคนนึกถึง แต่ปัจจุบันผู้นำธุรกิจโรงแรมในเซ็กเมนต์ลักชูรีทั่วโลกได้เริ่มผสมผสานความยั่งยืนเข้ามาในรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานทดแทน ไปจนถึงการปรุงอาหารจากวัตถุดิบในท้องถิ่นจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน</p>
<p>สำหรับโรงแรมในเครือของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ททั้งในไทยและมัลดีฟส์ ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในหลากหลายมิติ เช่น การลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use plastic) การสร้างระบบผลิตน้ำและบรรจุน้ำดื่มใส่ขวด และมีจุดบริการเติมน้ำดื่มให้แก่ผู้เข้าพักทั้งที่โรงแรม รวมถึงที่ <strong>โซ/ มัลดีฟส์</strong> มีการใช้พลังงานทางเลือกจากโซลาร์เซลล์บนหลังคาห้องพัก รวมถึงระบบบำบัดน้ำ ยานพาหนะไฟฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น ในขณะที่ไลฟ์สไตล์รีสอร์ท <strong>“</strong><strong>SAii Resorts”</strong> (ทราย รีสอร์ท) ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ SAii Phi Phi Island Village (ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ) SAii Laguna Phuket (ทราย ลากูน่า ภูเก็ต)  SAii Koh Samui Choengmon (ทราย เกาะสมุย เชิงมน) และ Maldives SAii Lagoon (ทราย ลากูน มัลดีฟส์) ก็มีการก่อสร้างและตกแต่งโรงแรมด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ ที่ยังคงไว้ด้วยการพักผ่อนและความสะดวกสบายแบบลักซ์ชัวรีโดยแต่ละองค์ประกอบเน้นแนวคิดการตกแต่งและออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะและงานฝีมือชาวท้องถิ่น บวกรวมกับแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติและความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท  ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24000 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/shr2.jpg" alt="" width="1200" height="791" /></p>
<p><strong><u>2. Ecotourism: </u></strong><strong><u>ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เรียนรู้จากธรรมชาติและท้องถิ่น</u></strong></p>
<p>การใช้เวลาพักผ่อนในสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นเรื่องความสวยงามทางธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ หรือตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) ถือเป็นโอกาสสำคัญที่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมชั้นนำได้เริ่มนำเสนอกิจกรรมการสำรวจธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสันทนาการของโรงแรม เพื่อเปิดโอกาสให้แขกผู้เข้าพักได้สัมผัสกับธรรมชาติในพื้นที่พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับพืชพรรณและสัตว์นานาชนิดในท้องถิ่น</p>
<p>โรงแรมในเครือ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท มีการจัดกิจกรรมสำรวจเส้นทางธรรมชาติ (Nature Trail) พานักท่องเที่ยวเยี่ยมชมเส้นทางธรรมชาติที่เป็นพื้นที่หลากหลายทางชีวภาพทั้งบนบกและในน้ำพร้อมให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกที่ดีในการรักษาสิ่งแวดล้อมจนสามารถบอกต่อไปกับคนอื่น ๆ ทั้งที่ <strong>โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย (</strong><strong>Santiburi Koh Samui</strong><strong>) และ </strong><strong>ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ (</strong><strong>SAii Phi Phi Island Village)</strong> นอกจากนี้ยังได้ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล (Marine Discovery Centre: MDC) ขึ้นที่ <strong>ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ (</strong><strong>SAii Phi Phi Island Village) </strong>และโครงการ <strong>ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ (</strong><strong>CROSSROADS Maldives</strong><strong>)</strong> ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ให้ผู้ที่สนใจด้านระบบนิเวศน์ทางทะเล และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24002 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/shr4.jpg" alt="" width="1200" height="898" /></p>
<p>ทั้งนี้โครงการ <strong>ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ (</strong><strong>CROSSROADS Maldives</strong><strong>)</strong> ยังได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งสำคัญกับ กระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน มัลดีฟส์ (Ministry of Climate Change, Environment &amp; Energy) เพื่อร่วมกันเดินหน้ารักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของมัลดีฟส์ให้สวยงามอย่างยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 31% ของขนาดโครงการทั้งหมด โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการอนุรักษ์พื้นที่ OECMs อันได้แก่ พื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่พื้นที่คุ้มครอง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ  (Other effective area-based conservation measures) นอกจากนั้นยังมีศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล ซึ่งทาง เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้สร้างสรรค์พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการทั้งในร่มและกลางแจ้ง โดยแบ่งเป็น 5 โซนแห่งการเรียนรู้ด้านการความหลากหลายทางชีวภาพของปะการัง ไปจนถึงการเพาะอนุรักษ์ และการอบรมนักดำน้ำให้ดื่มด่ำทิวทัศน์ใต้ทะเลอย่างปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิตใต้น้ำมากที่สุด และยังได้สร้างจุดอนุรักษ์ปะการัง ขนาด 64,000 ตารางเมตร โดยในพื้นที่ดังกล่าวได้สงวนไว้ให้ไม่มีการก่อสร้างหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวใด ๆ เพื่อดูแลรักษาระบบนิเวศน์ทางทะเลในหมู่เกาะมัลดีฟส์ ซึ่งถือเป็นแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก</p>
<p>สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Green Traveler เป็นกลุ่มที่มีความใส่ใจและมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงานสะอาด การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฯลฯ เมื่อนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเดินทางจะนึกถึง destination ที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี และหากได้มีร่วมส่วนทำสิ่งดีให้กับพื้นที่นั้นด้วย ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจไปจุดหมายปลายทางนั้น เรามั่นใจว่ากิจกรรมที่เราจัดเตรียมไว้เป็นจุดแข็งที่ดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี  จนทำให้โรงแรมในเครือ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Green Traveler นึกถึง  และนอกจากนี้ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ทยังมีความมุ่งหวังว่ากิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้น จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวได้นำแนวทางการปฏิบัติที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมไปปรับใช้ เพื่อสร้างผลเชิงบวกต่อชุมชนและสังคมอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24003 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/shr5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายไมเคิล</strong>กล่าวปิดท้ายว่า “ด้วยความเชื่อที่ว่าธุรกิจจะต้องเติบโตไปพร้อมกับความคงอยู่ของธรรมชาติ และคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน ไม่ว่าเราจะขยายธุรกิจไปที่ใด เราจะต้องสร้างความเจริญเติบโตให้พื้นที่แห่งนั้นไปพร้อมกัน         เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท  จึงตั้งเป้าหมายให้ทุกโรงแรมในเครือ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรม รวมถึงดำเนินการตามเป้าหมายระยะยาวความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) และการเพิ่มพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างสังคมคุณภาพ  ตามแนวทางของสิงห์ เอสเตท ที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืน”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-eco-luxury-experiences/">เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ชูกลยุทธ์ Eco-Luxury Experiences ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Feb 2024 12:43:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[IUCN]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[S Hotels & Resorts]]></category>
		<category><![CDATA[SHR]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ เอสเตท]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล มาร์แชล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23722</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประกาศแผนขับเคลื่อนธุรกิจของ SHR หรือ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติ ในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) นอกจากประกาศ​เป้าหมาย​เชิง Performance ที่ต้องการ​ผลักดันรายได้ให้เติบโตแตะ 12,000 ล้านบาท พร้อมเพิ่มระดับกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต 3-5% ตามปกติแล้ว ยังมีแผนขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ​ภายใต้แนวทาง Nature-based Solutions ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 2 มิติ ประกอบด้วย การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ​มากขึ้น 30% ครอบคลุมพื้นที่โครงการ โดยตั้งเป้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้ง 2 มิติ ได้ภายในปี 2030 คุณไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/">SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การประกาศแผนขับเคลื่อนธุรกิจของ <strong>SHR </strong>หรือ <strong>บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้นำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติ ในเครือ <strong>บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)</strong> นอกจากประกาศ​เป้าหมาย​เชิง Performance ที่ต้องการ​ผลักดันรายได้ให้เติบโตแตะ 12,000 ล้านบาท พร้อมเพิ่มระดับกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต 3-5% ตามปกติแล้ว<span id="more-23722"></span></p>
<p>ยังมีแผนขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ​ภายใต้แนวทาง<strong> Nature-based Solutions</strong> ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 2 มิติ ประกอบด้วย การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ​มากขึ้น 30% ครอบคลุมพื้นที่โครงการ โดยตั้งเป้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้ง 2 มิติ ได้ภายในปี 2030</p>
<p><strong>คุณไมเคิล </strong><strong>มาร์แชล </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าหมายให้การดำเนินธุรกิจของ​เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ท้ังการ<strong>สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยวาง​เป้าหมายสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality </strong>ภายในปี 2030 พร้อมตั้งเป้าลดการปลดปล่อยคาร์บอนลงในอัตรา 5% ต่อปี ตามแผน NDC Roadmap ของประเทศ ด้วยการเดินหน้า​ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในกลุ่มโรงแรม ทั้งในไทยและมัลดีฟส์ รวมถึง โซ/ มัลดีฟส์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 20%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Nature-Based-Solutions-.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p><strong>เสริมแกร่งพอร์ตโฟลิโอผ่าน Biodiversity </strong></p>
<p>ขณะที่อีกด้านหนึ่งจะมุ่งส่งเสริม<strong>การสร้างผลกระทบเชิงบวก ผ่านการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ Biodiverdity มากขึ้นอีก 30%</strong> ภายในปี 2030 เช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทได้ขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุ์สิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ ภายในพืนที่โดยรอบที่โครงการตั้งอยู่ และสามารถพบสิ่งมีชีวิต 21 ชนิด ที่อยู่ในกลุ่ม Red list หรือ​กลุ่มบัญชีแดงเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) อยู่บ่อยครั้งในพื้นที่โครงการ</p>
<p>นอกจากนี้ ​ยังได้ร่วมลงนาม MoU​ กับกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ของรัฐบาลมัลดีฟส์ เพื่อสนับสนุนพื้นที่อนุรักษ์นอกพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-Based Conservation Measures: OECMs) ภายในโครงการครอสโร้ดส์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 3.1 ล้านตารางเมตร หรือกว่า 31% ของพื้นที่โครงการ โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรอินเดีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23730 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Experience.jpg" alt="" width="1200" height="661" /></p>
<p><em>&#8220;แผน​ขับเคลื่อนความยั่งยืนมีส่วน​ส่งเสริม​การเติบโตได้ตามเป้าหมายของ SHR เนื่องจาก Destination ส่วนใหญ่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวกลุ่ม Blue tourism ที่นอกจากบรรยากาศ และความสวยงามตาม​ธรรมชาติแล้ว การมีความหลากหลายทางชีวภาพยังสามารถเพิ่ม Attraction ที่ช่วยส่งเสริมประสบการณ์ที่แตกต่างให้ผู้เข้าพักได้มากขึ้น เช่น การศึกษาเส้นทางธรรมชาติ​ทาง Biological หรือ Ecological ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และ​ SHR ได้ครีเอทกิจกรรมผ่านศูนย์เรียนรู้ทางทะเลในโครงการทั้งที่เกาะพีพี และมัลดีฟส์ ​​โดยตั้งเป้าต้อนรับผู้เข้าชมตลอดทั้งปีมากกว่า 5 หมื่นคน รวมไปถึง​​​กิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม​ชุมชน ​การใช้ผลผลิตและวัตถุดิบที่ปลูกและจัดหาจากท้องถิ่น เพื่อนำเสนอเมนูจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (Farm to Table) และอาหารทะเลสดใหม่แก่แขกที่เข้าพักอีกด้วย ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วย​เพิ่มรายได้จากฝั่ง Non-room เพิ่มมากขึ้น พร้อม​สร้างเอกลักษณ์จากความแตกต่าง และทำให้มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23726 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Mr.-Michael-Marshall_Horizontal.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b></b><strong>ตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่อง 1.2 หมื่นล้านบาท</strong></p>
<p>สำหรับผลประกอบการ SHR ในปี 2566 ที่ผ่านมา สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ 1 หมื่นล้านบาท จาก​การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา รวมถึงข้อได้เปรียบจากสถานที่ตั้งโรงแรมในเครือที่อยู่ในจุดหมายปลายทางสำคัญ ส่วนเป้าหมายในปี 2567 นี้ ตั้งเป้ามีรายได้เพิ่มเป็น  1.2 หมื่นล้านบาท พร้อมเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต​ 3 – 5%</p>
<p>ทั้งนี้ได้วาง 4 กลยุทธ์ที่จะใช้ขับเคลื่อนเพื่อเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้  ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ขับเคลื่อน</strong><strong>ประสิทธิภาพ มุ่งสร้างการเติบโต (</strong><strong>Drive efficiency, ignite growth</strong><strong>) </strong>ผ่านปัจจัยการเติบโต 3 ด้าน ได้แก่ อัตราเฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) ซึ่งตั้งเป้า​เติบโตขึ้น 25% จากยอดจองห้องพักในมัลดีฟส์ช่วงไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ดี และค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ซึ่งคาดว่าจะเติบโต​ 20% จากการปรับปรุงห้องพักของโรงแรมในฟิจิและไทย และการเปิดตัวของโซ/ มัลดีฟส์ นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าการเติบโตของรายได้อื่นนอกเหนือจากการเข้าพัก (Non-room Revenue) ที่ 15% ทั้งจากอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีแผนเปิดตัวบีชคลับทราย (SAii) ในทุกรีสอร์ท และรองรับดีมานด์จากตลาด Mice ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23725 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SAii-Lagoon-Maldives-1024x682.jpg" alt="" width="800" height="533" /></p>
<p><strong>&#8211; ปลดล็อคศักยภาพของพอร์ตโฟลิโอ (</strong><strong>Unleash the power of the portfolio</strong><strong>) </strong> ด้วยเป้าหมาย <strong>ยกระดับพอร์ตโฟลิโอและหมุนเวียนสินทรัพย์ </strong><strong>(Portfolio Enhancement)</strong>  โดยตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Return Rate: IRR) ​12 – 15% พร้อมต่อยอดแผน​ปรับปรุงโรงแรมในประเทศไทยที่ ทราย ลากูน่า ภูเก็ต และ ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ สำหรับตลาดสหราชอาณาจักร บริษัทฯ จะดำเนินกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่และรีแบรนด์โรงแรมในพื้นที่ที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยว อาทิ แมนเชสเตอร์ เอดินเบอระ เลสเตอร์ และกลาสโกว์</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด (</strong><strong>Scale Without Limits</strong><strong>)</strong><strong>​</strong> เพื่อตอบรับการเติบโต​กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อม ​​<strong>ยกระดับแบรนด์</strong> <strong>(Brand Enhancement)</strong> โดยสร้างการจดจำแบรนด์ ทราย (SAii) ในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวแบบลักชูรีอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ความต้องการและเทรนด์ระดับโลก สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวว่าการเข้าพักจะสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด พร้อมต่อยอดความเชื่อมั่นแบรนด์สู่การเติบโตภายใต้ข้อจำกัดที่ลดลง โดยตั้งเป้า​​เพิ่มจำนวนโรงแรม ในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดจำนวนไม่น้อยกว่า 50 แห่ง ภายในระยะเวลา 5 ปี ​</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ปักหมุดรุกตลาดใหม่ (</strong><strong>Beyond Borders</strong><strong>)</strong><strong>​ </strong>ผ่านการจัดสรรงบ​ลงทุน  15,000 ล้านบาท เพื่อ<strong>ซื้อและควบรวมกิจการ</strong> (Merger and Acquisition) ตลอดระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า โดยยังคงพุ่งเป้าไปที่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในภาคพื้นทวีปยุโรปในแถบเมดิเตอร์เรเนียน สหราชอาณาจักร แถบมหาสมุทรอินเดีย เอเชียแปซิฟิค และฟิจิ เพื่อสร้างความหลากหลายให้แก่พอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ และสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนในด้านรายได้ รวมถึงลดความผันผวนทางฤดูกาล (Seasonal Effect) ของโรงแรมในเครืออีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23723 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SHR_BusinessDirection.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>​&#8221;​ SHR ยังคง​รักษาตำแหน่งผู้ประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของไทย ผ่านการปรับปรุงโรงแรม เพื่อเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวัน (Average Daily Rate: ADR)  ในไทยและฟิจิให้สูงขึ้น​ 20% นอกจากนี้ การเปิดตัว โซ/ มัลดีฟส์ (SO/ Maldives) รีสอร์ทระดับ 5 ดาว ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงการ ‘ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์’ (CROSSROADS Maldives) ในการตอบรับความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มนักท่องเที่ยวนานาชาติ และเติมเต็มให้ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ เป็นผู้นำจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรที่สุดในหมู่เกาะมัลดีฟส์  นอกจากนี้ ยังได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุน จากการออกหุ้นกู้อายุ 3 ปี ที่มียอดจองซื้อสูงเกินกว่าเป้าหมาย ปิดการขายด้วยมูลค่า 1,300 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทฯ ในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนและรองรับกลยุทธ์การลงทุนในอนาคต&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/">SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
