<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Social Impact &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/social-impact/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 03 May 2026 14:38:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.6</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Social Impact &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 May 2026 14:38:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[CIT]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Hero]]></category>
		<category><![CDATA[Food Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[food safety]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[VAT]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีเงินได้นิติบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41550</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี) รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ดังนั้น หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้   ทั้งนี้ ประเทศไทยมี RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี)</p>
<p><span id="more-41550"></span></p>
<p>รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ดังนั้น <em><strong>หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้  </strong></em></p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยมี<strong> RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร</strong> (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน Food Rescue โดยเฉลี่ยของประเทศไทยอยู่ที่ราว 1% หรือประมาณ 2,000 ตันต่อปีเท่านั้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA3.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p><strong>สวทช. เสนอมาตรการทางภาษีเพิ่มแนวร่วมบริจาคอาหาร </strong></p>
<p>นำมาสู่การศึกษาเพื่อนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย <em><strong>&#8216;การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน&#8217;</strong>  </em>ของ <strong>สวทช.</strong>  เพื่อสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายตามโรดแม็พการจัดการขยะอาหาร โดยเฉพาะการเพิ่มแนวร่วมจากภาคธุรกิจ ในการนำสินค้ากลุ่มอาหารที่ไม่ได้จำหน่ายแต่ยังสามารถรับประทานได้ เข้าสู่ระบบการบริจาคเพื่อลดปริมาณขยะอาหาร และสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกิน เพื่อลดขยะอาหารได้ตั้งแต่ต้นทางมากขึ้น <em><strong>โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการกอบกู้อาหารในประเทศไทยให้มากขึ้น 10 เท่า หรือจาก 2,000 ตันต่อปี เป็น 20,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 3,040 ล้านบาทต่อปี</strong></em></p>
<p>ข้อมูลจากการศึกษาของ สวทช. พบว่า <em><strong>ความสามารถในการกอบกู้อาหารประเทศไทยส่วนเกินของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ที่ 1%  หรือราว 2,000 ตันต่อปี</strong> </em>จากปริมาณอาหารส่วนเกินที่มีมากกว่า 4 ล้านตัน โดย<strong>อาหารที่กอบกู้มาได้ นำไปช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนอาหารให้ประชากรในประเทศไทย 8.4 ล้านมื้อ หรือคิดเป็นผลกระทบ​ทางเศรษฐกิจมูลค่า 294 ล้านบาทต่อปี</strong> (อาหาร 1 กิโลกรัม สามารถแจกจ่ายได้ประมาณ 4.2 มื้อ และอ้างอิงราคาอาหารจากร้านธงฟ้าที่ 35 บาทต่อมื้อ) <strong>พร้อมทั้งลดภาระในการบริหารจัดการขยะของประเทศลงได้ 4.95 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 5,060 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e)ต่อปี ซึ่งสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ถึงกว่า 5.39 ล้านบาทต่อปี</strong> (อ้างอิงราคาตลาด T-VER กลุ่มป่า ระดับโครงการ P-REDD+ ณ เดือน ต.ค. 2568)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA-1.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><em><strong>และหากสามารถเพิ่มการกอบกู้อาหารได้มากขึ้น 10 เท่า เป็น 20,000 ตันต่อปี จะทำให้ช่วยลดความหิวโหยของประชากรได้ถึง 84 ล้านมื้อ เทียบเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจมูลค่า 2,940 ล้านบาทต่อปี ลดภาระในการจัดการขยะ 49.5 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 50,600 ตัน CO2e ต่อปี ซึ่งเทียบเท่าการปลูกต้นพะยูง 2.34 -3.72 ล้านต้น และสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ราว 54 ล้านบาทต่อปี </strong></em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>อุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนที่แม้มีสินค้ากลุ่มอาหารที่ต้องการร่วมบริจาคเพื่อลดปริมาณ Food Waste แต่สุดท้าย​​ตัดสินใจเลือกที่จะไม่บริจาคอาหาร คือ</strong> <strong>&#8216;การติดเงื่อนไขทางภาษี&#8217;</strong> เนื่องจาก <em><strong>ข้อกฎหมายประเทศไทยในปัจจุบัน กำหนดให้การบริจาคอาหาร ยังจำเป็นต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับการขายสินค้า รวมทั้งยังจัดอยู่ในกลุ่มสินค้ารายจ่ายต้องห้าม ที่กำหนดเพดานไว้ 2% ของกำไรสุทธิ เพื่อนำไปหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ​​ทำให้ไม่จูงใจภาคธุรกิจ และหลายบริษัทเลือกที่จะใช้วิธีการทำลายอาหารแทน</strong></em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA2.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>เนื่องจาก ไม่มีทั้งภาระ​​ภาษีมูลค่า (VAT) พร้อมทั้งสามารถหักภาษีซื้อได้เต็มจำนวน ประกอบกับยังสามารถหักรายจ่ายจากกระบวนการในการทำลายสินค้า เช่น ต้นทุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทำลายสินค้า หรือค่าจ้างบุคลากรในการนำไปทำลาย ซึ่งช่วยลด​ภาระด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ให้แก่ภาคธุรกิจได้</p>
<p>ทำให้ในปัจจุบัน สินค้าอาหารราว 90% ​​ที่ภาคเอกชนนำมาบริจาคให้องค์กรต่างๆ มักจะอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ไม่เสีย VAT  เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวสาร เบเกอรี่ หรือกลุ่มอาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอายุการบริโภค (Shelf-life) ในระยะเวลาสั้นๆ ขณะที่สินค้าอาหารส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าระบบในการส่งต่อผ่านการบริจาคอาหาร ซึ่งสูญเสียทั้งโอกาสทางธุรกิจ รวมทั้งยังกระทบต่อปัญหาความหิวโหย ความมั่นคงทางอาหาร และปริมาณขยะอาหารที่เพิ่มจำนวนขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41565 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA4.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>สวทช. จึงได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากร เพื่อให้พิจารณาปรับปรุงระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน ให้กับหน่วยรับบริจาคอาหารภายใต้โครงการธนาคารอาหาร (Food Bank) หรือที่ได้รับการรับรอง ซึ่งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการประเภทต่างๆ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ภายใต้การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการ เพื่อลดภาระให้​​ภาคธุรกิจที่ต้องการ​บริจาคอาหารสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเทียบเท่ากับการทำลายอาหาร เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการบริจาคอาหาร จากกลุ่มธุรกิจ​และประเภทของอาหารที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมทั้งมีปริมาณอาหารส่วนเกินเข้ามาในระบบ เพื่อนำไปส่งต่อประโยชน์แก่ผู้ที่มีความต้องการได้มากขึ้น รวมทั้งลดปัญหาทางทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในภาพรวมให้ลดลงได้</p>
<p>นอกจากเรื่องของมาตรการทางภาษีแล้ว การเพิ่มแรงจูงใจด้วยการขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต​ เนื่องจาก สามารถ​คำนวณปริมาณคาร์บอนที่ลดลงจากปริมาณการบริจาคอาหาร และนำไปขอขึ้นทะเบียนจากทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก  เพื่อขอรับรองโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการทำให้ภาคธุรกิจหันมาบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>SOS Thailand เดินหน้าภารกิจกอบกู้อาหาร ตั้งเป้า 15 ล้านกิโลกรัม</strong></p>
<p><strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) </strong>อีกหนึ่งแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทยมากว่า 10 ปี โดยมีฐานปฏิบัติงานอยู่ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพ ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และเชียงใหม่ โดยในปัจจุบันมีการดำเนินงานอยู่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย</p>
<p><strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย SOS Thailand เปิดเผยว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา SOS Thailand สามารถช่วยกอบกู้อาหารได้มากกว่า 18 ล้านกิโลกรัม เพื่อนำไปส่งต่อเป็นมื้ออาหารได้รวมกว่า 76 ล้านมื้อ เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศได้มากกว่า 6,623 แห่ง โดยช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท​ ขณะที่อิมแพ็คที่สร้างได้จากการกอบกู้อาหาร ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอนลงได้กว่า 46,000 ตัน CO2e เทียบเท่าการปลูกต้นไม่เพื่อดูดซับคาร์บอนมากกว่า 7.63 แสนต้น ขณะที่การคำนวณผลตอบแทนทางสังคม (SROI) อยู่ที่ 23 เท่า (เมื่อเทียบการลงทุน1 บาท สร้างผลตอบแทนเทียบเท่า​​ 23 บาท)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Tawee.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับการขยายพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทย  SOS Thailand สามารถขยายพื้นที่ดำเนินงานได้รวม 19 จังหวัด ​แต่หากรวมเครือข่ายการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตร ผ่านโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank เท่ากับทำงานได้ครอบคลุมกว่า 50 จังหวัด หรือเข้าถึงพื้นที่ได้กว่า 65% ของประเทศ  ขณะที่จำนวนพันธมิตรในปัจจุบันมีอยู่ 5 กลุ่มสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มร้านอาหาร กลุ่มโรงแรม กลุ่มเกษตรกร กลุ่มตลาด และกลุ่มโรงงานผลิตอาหารต่างๆ  รวมกว่า 316 แบรนด์ จำนวนจุดเข้ารับอาหารเกือบ 2,300 จุด</p>
<p><em>&#8220;แนวทางการขยายจำนวนพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมการกอบกู้อาหารในปีนี้ มีทั้งการเพิ่มปริมาณอาหารจากจุดรับอาหารที่ดำเนินการอยู่แล้ว รวมทั้งการเพิ่มจุดรับอาหารใหม่ๆ จากแบรนด์เดิม รวมทั้งการหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อให้เข้าร่วมโครงการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนในการเข้าร่วมโครงการมีหลากหลาย ทั้งในแง่ของข้อกฏหมายทางภาษีซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้ภาคเอกชนตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ แม้จะทราบถึงประโยชน์ และต้องการมีส่วนร่วมในการลดขยะอาหาร ​ซึ่งทาง สวทช. ได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากรเพื่อพิจารณาเพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่นๆ ในด้านการบริหารจัดการ ซึ่งทาง SOS Thailand พยายามเข้าไปรับฟังและช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อสามารถขยายความร่วมมือกับพันธมิตรได้เพิ่มมากขึ้น และสามารถบรรลุเป้าหมายการเข้าไปกอบกู้อาหารส่วนเกินในปีนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 15 ล้านกิโลกรัม พร้อมระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานได้ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/sos-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ SOS Thailand มีบทบาทในการกอบกู้อาหาร ผ่าน 5 ภารกิจสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Food Rescue Program : ​</strong>การเข้าไปกอบกู้อาหารจากพันธมิตรด้วยรถตู้เย็น ที่ปัจจุบันมีรวม 15 คัน สำหรับปฏิบัติงานใน 4 จังหวัด​หลัก  ผ่าน Food Rescue Ambassador รวม 18 คน พร้อมทั้งขยายการดำเนินงานผ่านเครือข่ายไปได้แล้ว 19 จังหวัด โดยภารกิจหลักในการเข้าไปรับอาหารส่วนเกินจากผู้บริจาค เพื่อนำไปส่งต่อ รวมทั้งการจัดทำรายงานสรุปให้ผู้บริจาคทราบถึงผลกระทบเชิงบวกที่สามารถสร้างได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41552 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Rescue Kitchen Program :</strong> กิจกรรมครัวรักษ์อาหาร ร่วมกับภาคเอกชน ในการทำกิจกรรมอาหารแจกจ่ายให้ชุมชนที่มีความต้องการ โดยใช้วัตถุดิบหลักมาจากอาหารที่กอบกู้ได้ และเป็นอีกหนึ่งโซลูชันการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับทางชุมชน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 101 ครั้ง</p>
<p><strong>&#8211; Healthy School Meal Program :</strong> เป็นการนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ทางโรงเรียนใน กทม. เพื่อดูแลโภชนการให้เด็กนักเรียน ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นประโยชน์สำหรับการเรียนรู้และการเติบโต โดยได้ดำเนินการรวมแล้วใน 32 โรงเรียน และค่า BMI ของนักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมดีขึ้นได้มากกว่า 82%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41560 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211;  Rescue Farm Program :</strong> การเข้าไปช่วยกลุ่มเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิต จากฟาร์มที่มีผลผลิตจำนวนมาก และไม่ได้เก็บเกี่ยวหรือนำไปจำหน่าย ทาง SOS จะนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ พร้อมมีทีมอาสาเข้าไปเก็บเกี่ยวเพื่อนำผลผลิตมาส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ขณะที่เกษตรกรก็จะไม่ต้องเสียค่าจ้างเก็บเกี่ยว หรือปล่อยให้ผลผลิตเสียหายไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยปัจจุบันดำเนินการในหัวหิน และเชียงใหม่ และได้เข้าไปช่วยเก็บเกี่ยวแล้วมากกว่า 80 แห่ง</p>
<p><strong>&#8211; Thailand&#8217;s Food Bank Program :</strong> การขับเคลื่อน<strong> &#8216;ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217;</strong> โดยความร่วมมือกับทาง สวทช. ในการพัฒนาโมเดลการกอบกู้อาหารให้สามารถกระจายการทำงานไปได้ท่ัวทั้งประเทศ ผ่านการมีเครือข่ายจิตอาสากระจายไปได้ทั่วประเทศ ภายใต้การขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง สวทช. ทั้งการเข้ามาช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับเป็นข้อมูลกลางด้าน​การกอบกู้อาหารในระดับประเทศ รวมทั้งการทำงานร่วมกับนักวิจัยในหลากหลายสาขา เพื่อสร้าง Food Safety Guideline ในการเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารสำหรับการบริจาค เพื่อการอบรมทั้งกลุ่มอาสาที่จะเข้ามาเป็น Food Hero (ผู้เข้ารับอาหารส่วนเกินเพื่อนำไปบริจาค) ​รวมทั้งกลุ่มผู้รับบริจาค ซึ่งโครงการนี้ มีความสำคัญในการช่วยเพิ่มตัวกลางในการขับเคลื่อนโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีอาสาร่วมโครงการแล้วกว่า 556 คน ขยายพื้นที่โครงการเพิ่มเติมได้อีกกว่า 16 จังหวัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41559 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;จากการดำเนินงานมากว่า 10 ปี ของ SOS Thailand ทำให้ทราบว่า <strong>ปริมาณอาหารในประเทศไทย รวมทั้งทั่วโลก ไม่ได้ขาดแคลน ​แต่ละวันมีการผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับการบริโภคของผู้คนได้ทุกคน เพียงแต่ยังขาดตัวกลางในการนำอาหารจากผู้ผลิตไปส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ซึ่ง SOS Thailand พยายามเพิ่มเครือข่ายและรูปแบบในการทำงานกับทุกภาคส่วน  เพื่อเซ็ตอัพโมเดลการขับเคลื่อนที่แข็งแรง เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการได้อย่างแพร่หลาย ทำให้เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหารให้กับทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง</strong> พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณขยะอาหารที่เหลือทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งทุกคนสามารถ​มีส่วนร่วมการขับเคลื่อนภารกิจนี้ได้เช่นกัน เพราะ <strong>นอกจาการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจในรูปแบบ BtoB แล้ว ยังสามารถ​รณรงค์การขับเคลื่อนแบบรายบุคคล หรือ CtoC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ได้มากยิ่งขึ้น เนื่อง​จากประเทศไทย มีวัฒนธรรมในการแชร์อาหารให้แก่กันมาช้านานแล้ว</strong>&#8220;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นิสิตจุฬาฯ คว้าแชมป์การประกวดแผนธุรกิจ “GrabSpark 2024”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/grabspark-2024-business-plan-contest/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jan 2025 08:52:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Ever Grow and Never Ending]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[GrabFood]]></category>
		<category><![CDATA[GrabMart]]></category>
		<category><![CDATA[GrabSpark]]></category>
		<category><![CDATA[GrabSpark 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[The Next Chapter of Superapp: Unlocking Potential for Accelerated Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[คณิตา เนตรดวงมณี]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31297</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าปลุกพลังคนรุ่นใหม่ เสริมแรงบันดาลใจให้ Gen Z ผ่านการประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark 2024 เปิดเวทีโชว์ศักยภาพในการนำเสนอไอเดียที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้าเสริมทักษะด้านธุรกิจและนวัตกรรม พร้อมปลูกฝังแนวคิดด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจอย่างมั่นใจ โดย 4 นิสิตจากรั้วจามจุรีสามารถฝ่าด่านการแข่งขันกับผู้สมัครนับพันจาก 32 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จนคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยแผนธุรกิจ “Ever Grow and Never Ending” นำเสนอโซลูชันที่ช่วยผลักดันให้บริการซูเปอร์แอปเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมเชื่อมโยงคนในอีโคซิสเต็มเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้ธุรกิจ นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “นับเป็นปีที่สามแล้วที่ แกร็บ ประเทศไทย ได้จัดการประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนิสิตนักศึกษาไทย ซึ่งถือเป็นตัวแทนของ Gen Z ที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมีอัตราการเติบโตกว่า 2 เท่าของ GDP ในปีนี้ โดย Gen Z เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ฉับไว เห็นโลกกว้าง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ มองเห็นโอกาสใหม่ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/grabspark-2024-business-plan-contest/">นิสิตจุฬาฯ คว้าแชมป์การประกวดแผนธุรกิจ “GrabSpark 2024”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าปลุกพลังคนรุ่นใหม่ เสริมแรงบันดาลใจให้ </strong><strong>Gen Z </strong><strong>ผ่านการประกวดแผนธุรกิจ </strong><strong>GrabSpark 2024 </strong><strong>เปิดเวทีโชว์ศักยภาพในการนำเสนอไอเดียที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม </strong></p>
<p><span id="more-31297"></span></p>
<p><strong>โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้าเสริมทักษะด้านธุรกิจและนวัตกรรม พร้อมปลูกฝังแนวคิดด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจอย่างมั่นใจ โดย </strong><strong>4 </strong><strong>นิสิตจากรั้วจามจุรีสามารถฝ่าด่านการแข่งขันกับผู้สมัครนับพันจาก </strong><strong>32 </strong><strong>มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จนคว้ารางวัลชนะเลิศด้วยแผนธุรกิจ</strong><strong> “Ever Grow and Never Ending” </strong><strong>นำเสนอโซลูชันที่ช่วยผลักดันให้บริการซูเปอร์แอปเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมเชื่อมโยงคนในอีโคซิสเต็มเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้ธุรกิจ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31306 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Grab-Spark2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า</strong> “นับเป็นปีที่สามแล้วที่ แกร็บ ประเทศไทย ได้จัดการประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนิสิตนักศึกษาไทย ซึ่งถือเป็นตัวแทนของ Gen Z ที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมีอัตราการเติบโตกว่า 2 เท่าของ GDP ในปีนี้ โดย Gen Z เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ฉับไว เห็นโลกกว้าง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ มองเห็นโอกาสใหม่ๆ และกล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเป็นเจเนอเรชันที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Social Impact) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจในการดำเนินธุรกิจของแกร็บที่มุ่งพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหา (Pain Point) และตอบสนองความต้องการให้กับผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ การเปิดเวทีให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่แกร็บต้องการผลักดันให้พวกเขาได้ใช้ความรู้และทักษะที่มีคิดต่อยอดเพื่อพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ โดยสามารถใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้าและเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการ ทั้งยังส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีม พร้อมปลูกฝังแนวคิดด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและธุรกิจแห่งอนาคตอีกด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31303 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Grab-Spark7.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>การประกวดแผนธุรกิจ <strong> GrabSpark</strong> จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2022 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GrabCampus ที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยในปีนี้แกร็บได้เปิดโอกาสให้เยาวชนจากทุกสถาบันเข้าร่วมการประกวดแผนธุรกิจภายใต้โจทย์ <strong>“The Next Chapter of Superapp: Unlocking Potential for Accelerated Sustainable Growth”</strong> เพื่อนำเสนอไอเดียและแผนการตลาดในการผลักดันบริการซูเปอร์แอปให้สามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดดและยั่งยืน โดยมีนิสิตนักศึกษากว่า 1,116 คนจาก 32 มหาวิทยาลัย<br />
ทั่วประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อแสดงศักยภาพ และชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และสิทธิพิเศษ Fast-track เพื่อเข้าร่วมโปรแกรม GrabIntern ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงานที่ แกร็บ ประเทศไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์การทำงานในธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาทักษะในระดับมืออาชีพในโลกธุรกิจจริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31302 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Grab-Spark5.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ทั้งนี้ หลังผ่านการประกวดที่เข้มข้นและการพิจารณาตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหาร<br />
ผู้มากประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในหลายสาขา ทีมที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในการประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark 2024 ไปครองคือ <strong>ทีม </strong><strong>G Good </strong><strong>จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ที่โดดเด่นด้วยแผนธุรกิจที่ชื่อ<br />
<strong>“Ever Grow and Never Ending” </strong></p>
<p><strong>นางสาวคณิตา เนตรดวงมณี ตัวแทนจากทีม </strong><strong>G Good</strong> กล่าวว่า “แผนธุรกิจของเรามุ่งเน้นไปที่การสร้างความสมดุลระหว่างการสนับสนุนพาร์ทเนอร์ร้านค้าของแกร็บและการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยเรามองเห็นโอกาสในการพัฒนาบริการ GrabFood และ GrabMart ซึ่งมีฐานลูกค้าแข็งแกร่งอยู่แล้ว พร้อมต่อยอดความสำเร็จที่มีอยู่เดิม โดยสำหรับ GrabFood เราได้วิเคราะห์และออกแบบโซลูชันที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้พาร์ทเนอร์ร้านค้า และพัฒนาฟีเจอร์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเดินทางไปจนถึงการทานอาหารที่ร้าน</p>
<p>ส่วน GrabMart เราเน้นการขยายพาร์ทเนอร์ในระบบเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่พาร์ทเนอร์ร้านค้าอีกด้วย นอกจากนี้ เรายังเสนอการทำ Gamification ที่เชื่อมโยงบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความเพลิดเพลินและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว โดยเรามั่นใจว่าแผนธุรกิจนี้จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพาร์ทเนอร์และผู้ใช้บริการ ผ่านกลยุทธ์ที่เน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแกร็บในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31304 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Grab-Spark6.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/grabspark-2024-business-plan-contest/">นิสิตจุฬาฯ คว้าแชมป์การประกวดแผนธุรกิจ “GrabSpark 2024”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เมื่อถนนทุกสายมุ่งสู่ความยั่งยืน&#8217; SVTH ​​​เร่งปั้นผู้ประเมิน SROI ​เติมผู้เชี่ยวชา​ญวิเคราะห์ข้อมูล​ Social Impact อีกหนึ่ง​อาชีพแห่งอนาคตของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/svth-expand-social-value-community-create-future-jobs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Apr 2024 14:03:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Impact Transparency]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact Analysis]]></category>
		<category><![CDATA[Social Return on Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Social Value International]]></category>
		<category><![CDATA[Social Value Thailand Association]]></category>
		<category><![CDATA[SROI]]></category>
		<category><![CDATA[SVTH]]></category>
		<category><![CDATA[ความคุ้มค่าทางสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบทางสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลลัพธ์ทางสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สกุลทิพย์ กีรติพันธวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ประเมินมูลค่าทางสังคมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค]]></category>
		<category><![CDATA[ใบประกอบวิชาชีพผู้ประเมินมูลค่าทางสังคมไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25177</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในบริบทที่ทั้งโลกตื่นตัวกับการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน ​มิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) จำเป็นต้องพัฒนาไปอย่างเชื่อมโยงและสอดคล้องกัน เพื่อลดผลกระทบเชิงลบ หรือ Negative Impact ​ที่จะเข้าไปซ้ำเติมวิกฤตที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ขณะที่การตั้งเป้าเพื่อหยุดยั้งวิกฤตโลกตามเป้าหมาย UN SDGs 2030 เริ่มมีรายงานถึงความล้มเหลวของการขับเคลื่อนในช่วงที่ผ่านมาตามกรอบเวลาที่วางไว้ และสะท้อนถึงความเร่งด่วนในการขับเคลื่อนตามเวลาที่เหลืออยู่  รวมทั้งคาดการณ์ปริมาณเม็ดเงินเพื่อขับเคลื่อนโซลูชันต่างๆ ให้สามารถบรรลุ​เป้าหมายตามที่วางไว้ ซึ่งต้องใช้ถึงราว 12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากกรอบเวลา ทรัพยากร และงบประมาณที่มี​จำกัด ทำให้การขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่ SDG Goal จำเป็นต้องมีความแม่นยำมากขึ้น การมีเครื่องมือที่ช่วยชี้วัดการขับเคลื่อนต่างๆ ​อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดจึงเป็นเรื่องสำคัญ​ เครือข่าย SVI (Social Value International) ที่มีสมาชิกกระจายอยู่ใน 60 ประเทศทั่วโลก ในฐานะผู้ขับเคลื่อนพัฒนามาตรฐานระดับโลก เพื่อการประเมินคุณค่าสำหรับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (SROI : Social Return on Investment) และบริหารจัดการผลกระทบ (Impact Management) ซึ่งในประเทศไทยขับเคลื่อนผ่านสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทางสังคมไทย (SVTH : [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/svth-expand-social-value-community-create-future-jobs/">&#8216;เมื่อถนนทุกสายมุ่งสู่ความยั่งยืน&#8217; SVTH ​​​เร่งปั้นผู้ประเมิน SROI ​เติมผู้เชี่ยวชา​ญวิเคราะห์ข้อมูล​ Social Impact อีกหนึ่ง​อาชีพแห่งอนาคตของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในบริบทที่ทั้งโลกตื่นตัวกับการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน ​มิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) จำเป็นต้องพัฒนาไปอย่างเชื่อมโยงและสอดคล้องกัน เพื่อลดผลกระทบเชิงลบ หรือ Negative Impact ​ที่จะเข้าไปซ้ำเติมวิกฤตที่โลกกำลังเผชิญอยู่</p>
<p><span id="more-25177"></span></p>
<p>ขณะที่การตั้งเป้าเพื่อหยุดยั้งวิกฤตโลกตามเป้าหมาย UN SDGs 2030 เริ่มมีรายงานถึงความล้มเหลวของการขับเคลื่อนในช่วงที่ผ่านมาตามกรอบเวลาที่วางไว้ และสะท้อนถึงความเร่งด่วนในการขับเคลื่อนตามเวลาที่เหลืออยู่  รวมทั้งคาดการณ์ปริมาณเม็ดเงินเพื่อขับเคลื่อนโซลูชันต่างๆ ให้สามารถบรรลุ​เป้าหมายตามที่วางไว้ ซึ่งต้องใช้ถึงราว 12 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ</p>
<p>จากกรอบเวลา ทรัพยากร และงบประมาณที่มี​จำกัด ทำให้การขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่ SDG Goal จำเป็นต้องมีความแม่นยำมากขึ้น การมีเครื่องมือที่ช่วยชี้วัดการขับเคลื่อนต่างๆ ​อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดจึงเป็นเรื่องสำคัญ​ เครือข่าย <strong>SVI</strong> (Social Value International) ที่มีสมาชิกกระจายอยู่ใน 60 ประเทศทั่วโลก ในฐานะผู้ขับเคลื่อนพัฒนามาตรฐานระดับโลก เพื่อการประเมินคุณค่าสำหรับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม <strong>(SROI : Social Return on Investment)</strong> และบริหารจัดการผลกระทบ (Impact Management) ซึ่งในประเทศไทยขับเคลื่อนผ่านสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทางสังคมไทย (SVTH : Social Value Thailand Association) เพื่อเร่งการยกระดับ​พัฒนา <strong>&#8216;ผู้ประเมินมูลค่าทางสังคม&#8217;</strong> ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ Social Impact มาเติมเต็มในระบบนิเวศให้สมบูรณ์มากยิ่งข้ึน</p>
<figure id="attachment_25181" aria-describedby="caption-attachment-25181" style="width: 531px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25181" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/4-7.jpg" alt="" width="531" height="797" /><figcaption id="caption-attachment-25181" class="wp-caption-text"><em>Photo : Social Value Thailand </em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณสกุลทิพย์ กีรติพันธวงศ์</strong> กรรมการและเลขาธิการสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทางสังคมไทย (SVTH : Social Value Thailand Association) กล่าวว่า ทางสมาคมฯ เร่งขยาย Social Value Community ผ่านการอบรมพร้อมการจัดสอบประเมินใบประกอบวิชาชีพผู้ประเมินมูลค่าทางสังคมไทย (SVA : Social Value Associate) เพื่อเพิ่มเครือข่ายทั้งในกลุ่มผู้ตรวจรับรองและผู้ประเมินผลสัมฤทธิ์มูลค่าทางสังคม เข้ามาเป็นฟันเฟืองในการพัฒนาการขับเคลื่อนทางสังคมใหัหน่วยงานต่างๆ ของ​ไทย และช่วยผลักดันการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างมีบูรณาการ ภายใต้ความน่าเชื่อถือและโปร่งใสตามกรอบการขับเคลื่อนของ SVI และทางสมาคมฯ</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันการขับเคลื่อนเรื่องนี้ในประเทศไทยยังอยู่ในจุดเริ่มต้น มีผู้สอบที่สามารถตรวจรับรองและประเมินมูลค่า SROI ในประเทศไทยได้แล้วรวมกว่า 10 ราย​ และคาดว่าในไตรมาสต่อๆ ไปจะมีผู้เข้ามาสอบเพิ่มมากขึ้น และจะมีผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Impcat Analyst ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อยคน จากการที่มีผู้สนใจและเข้ามาอบรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากบุคลากรของหน่วยงานต่างๆ หรือในระดับบุคคล เพื่อนำไปประเมินวางแผนการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ในการประกอบธุรกิจ หรือโครงการเพื่อสังคมต่างๆ​ เพื่อสำรวจผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน พร้อมประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนออกมาเป็นตัวเลขต่อหน่วยการลงทุน หรือ SROI ซึ่งจะชี้วัดได้ชัดเจนและจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลดีในการนำโครงการไปเสนอต่อผู้ลงทุนหรือพันธมิตรเพื่อมาร่วมขับเคลื่อนโครงการไปด้วยกัน&#8221;</em></p>
<figure id="attachment_25179" aria-describedby="caption-attachment-25179" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-25179 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/EXAM-.jpg" alt="" width="1200" height="900" /><figcaption id="caption-attachment-25179" class="wp-caption-text"><em>Photo : Social Value Thailand </em></figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้  <strong><em>ทักษะด้านการวิเคราะห์ผลกระทบ Social Impact เพื่อประเมิน SROI ยังถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มอาชีพแห่งอนาคตที่ยังขาดแคลนและมีโอกาสเติบโตได้มากขึ้นในประเทศไทย ตามแนวโน้มปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน​ ขณะที่ในตลาดผู้มีทักษะในด้านนี้ยังมีอยู่น้อยมาก</em></strong>​ ​โดยข้อมูล SROI จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือของภาคธุรกิจในการทำงานร่วมกับ Stakeholder และแสดงความรับผิดชอบต่อพันธมิตรและผู้มีส่วนได้เสีย เพราะสามารถวัดผลกระทบอย่างเชิงลึกและรอบด้าน จากการขับเคลื่อนโปรเจ็กต์ต่างๆ หรือแม้แต่การออกสินค้าหรือบริการใหม่ๆ พร้อมทั้งทราบความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ใช้ รวมทั้งมีโอกาสที่ภาครัฐอาจจะนำข้อมูลผลกระทบ SDG Impact หรือ Social Impact มาเป็นอีกหนึ่งชุดข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต้องเปิดเผยรายงานก่อนจะอนุมัติดำเนินการได้ในอนาคต</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทักษะในการประเมิน SROI ของประเทศไทยยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ รวมทั้งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการขับเคลื่อน ทางสมาคมฯ จึงต้อเร่งเติมเต็มระบบนิเวศให้สมบูรณ์มากขึ้น ทั้งในส่วนของการเร่งประชาสัมพันธ์ถึงความสำคัญและประโยชน์ในการวัดผลกระทบในมิติทางสังคม รวมทั้งการเพิ่มเติมข้อมูลโครงการ​แต่ละประเภท เพื่อนำมาเป็น Baseline Data เพื่อทราบถึงมาตรฐานและพัฒนาการในการขับเคลื่อนของโครงการ ขณะเดียวกัน ต้องให้ความสำคัญต่อ Impact Transparency เพื่อสร้างความโปร่งใสและน่าเชือถือในการประเมินและตรวจสอบให้เป็นที่ยอมรับ​จากทุกภาคส่วน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/svth-expand-social-value-community-create-future-jobs/">&#8216;เมื่อถนนทุกสายมุ่งสู่ความยั่งยืน&#8217; SVTH ​​​เร่งปั้นผู้ประเมิน SROI ​เติมผู้เชี่ยวชา​ญวิเคราะห์ข้อมูล​ Social Impact อีกหนึ่ง​อาชีพแห่งอนาคตของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIS  ผนึก Singtel Group แชร์ไอเดียขับเคลื่อน ‘ความยั่งยืน’ ผ่านเวที ‘Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/ais-organized-singtel-group-people-and-sustainability-symposium-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Dec 2023 05:01:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[Cyber Wellness Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[Environment and Climate]]></category>
		<category><![CDATA[GalileOsis]]></category>
		<category><![CDATA[GalileOsis Night Eco Vision To Action]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Purpose-led sustainability strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Regional Forum]]></category>
		<category><![CDATA[Regional Symposium]]></category>
		<category><![CDATA[​Singtel Group]]></category>
		<category><![CDATA[Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Value Creation]]></category>
		<category><![CDATA[Vision สู่ Action]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารคน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[สายชล ทรัพย์มากอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22887</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วย​เป้าหมายที่ชัดเจนของ AIS ที่ต้องการ​​​​ก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะหรือ Cognitive Tech-Co เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็น Sustainable Nation โดยมุ่ง​สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและ​คำนึงถึงผลกระทบต่อ​ทุกภาคส่วนของ ECOSYSTEM ECONOMY ไม่ว่าจะเป็นผู้คน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ขยายผล Vision to Action พร้อมการตอกย้ำที่ชัดเจนมากกว่าแค่การวาง Vision ผ่านวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่สวยหรู แต่ AIS ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนสู่ Action ที่สามารถจับต้องและปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรมได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็ม Cyber Wellness Ecosystem เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเกิดการใช้งานที่สร้างสรรค์และปลอดภัยผ่านการพัฒนา หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ และ Thailand Cyber Wellness Index เพื่อยกระดับคนไทยสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่าน Green Network ทั้งการใช้ AI มาช่วยบริหารจัดการพลังงานหรือ ข้อมูลต่างๆ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมด้านการจัดการปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste อย่างถูกวิธีแบบ Zero to Landfill ได้ในที่สุด ​และอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/ais-organized-singtel-group-people-and-sustainability-symposium-2023/">AIS  ผนึก Singtel Group แชร์ไอเดียขับเคลื่อน ‘ความยั่งยืน’ ผ่านเวที ‘Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วย​เป้าหมายที่ชัดเจนของ AIS ที่ต้องการ​​​​ก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะหรือ <strong>Cognitive Tech-Co</strong> เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็น <strong>Sustainable Nation</strong> โดยมุ่ง​สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและ​คำนึงถึงผลกระทบต่อ​ทุกภาคส่วนของ ECOSYSTEM ECONOMY ไม่ว่าจะเป็นผู้คน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม<span id="more-22887"></span></p>
<p><strong>ขยายผล </strong><strong>Vision to Action</strong></p>
<p>พร้อมการตอกย้ำที่ชัดเจนมากกว่าแค่การวาง Vision ผ่านวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่สวยหรู แต่ AIS ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนสู่ Action ที่สามารถจับต้องและปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรมได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็ม <strong>Cyber Wellness Ecosystem</strong> เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเกิดการใช้งานที่สร้างสรรค์และปลอดภัยผ่านการพัฒนา <strong>หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์</strong> และ <strong>Thailand Cyber Wellness Index</strong> เพื่อยกระดับคนไทยสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ รวมไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่าน <strong>Green Network</strong> ทั้งการใช้ AI มาช่วยบริหารจัดการพลังงานหรือ ข้อมูลต่างๆ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมด้านการจัดการปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste อย่างถูกวิธีแบบ Zero to Landfill ได้ในที่สุด</p>
<p>​และอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า นับจากนี้แนวคิดเรื่อง <strong>‘</strong><strong>ความยั่งยืน</strong><strong>’</strong> จะถูกนำมา​เชื่อมโยงเข้ากับทุกมิติในการขับเคลื่อนของ AIS คือ การจัดประชุมประจำปีของกลุ่ม Singtel ครั้งล่าสุดในปี 2023 นี้ ซึ่งประเทศไทย โดย AIS เป็นเจ้าภาพจัดประชุมภายใต้ชื่อ ‘<strong>Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023’ </strong>โดย​มีบริษัทในเครือ Singtel อีก 5 ประเทศเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย Airtel จากอินเดีย, Globe จากฟิลิปปินส์, Optus จากออสเตรเลีย Telkomsel จากอินโดนีเซีย และ Singtel จากสิงคโปร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22898 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/4-4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22899 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/2-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>งาน Regional Forum ครั้งนี้ ได้ผนวกแนวคิดเรื่องความยั่งยืนเข้าไปทุกมิติแบบ End to End อย่างแท้จริง โดย <strong>คุณสายชล </strong><strong>ทรัพย์มากอุดม </strong>หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS ให้ข้อมูลว่า การขับเคลื่อนความยั่งยืนของ AIS เป็นมากกว่าแค่การสร้างภาพลักษณ์ แต่ขับเคลื่อนจริงผ่านการทำงานทุกมิติ รวมทั้งทุกกิจกรรมต้องเชื่อมโยงเป้าหมายเดียวกัน  เช่นเดียวกับการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมระดับภูมิภาคของ Singtel Group ที่ได้ยกระดับสู่ Regional Symposium พร้อมผนวกรวม 2 วาระ ทั้งเรื่อง​ <strong>‘People’</strong> และ <strong>‘Sustainability’</strong> เข้าไว้ด้วยกัน จากที่ก่อนหน้าจะจัดประชุมแยกกัน รวมทั้งคำนึงถึง Carbon Emission ที่จะเกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้ทุกมิติ ตั้งแต่การเดินทางเข้ามาของสมาชิกแต่ละประเทศ การเลือกโรงแรมที่พัก การเดินทางในระหว่างการประชุมตลอด 3 วันในประเทศไทย รวมทั้งการส่งต่อ Positive Impact จากการประชุมครั้งนี้ให้แก่ผู้คนและสังคมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><em>“การจัดงานประชุมระดับนานาชาติแต่ละครั้ง จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ประกอบกับมิติเรื่องของการพัฒนาคน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนอยู่แล้ว AIS จึงนำเสนอสมาชิกเพื่อยกระดับการจัดประชุมทั้งวาระในเรื่องของ ‘คน’ และ ‘ความยั่งยืน’ ไว้ด้วยกัน เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมทั้งเป็นประโยชน์ในการแชร์องค์ความรู้ ประสบการณ์ มุมมอง และ Best Practice ต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งสามารถแยกกันประชุมได้เมื่อต้องลงรายละเอียดในการขับเคลื่อนของแต่ละภาคส่วน รวมทั้งเน้นการขับเคลื่อนแบบคาร์บอนต่ำ ตั้งแต่การเดินทางระหว่างประเทศที่แนะนำสมาชิกให้เดินทางด้วย Green Airline การเลือกโรงแรมที่พักที่ได้รับมาตรฐานการดำเนินงานอย่างยั่งยืน หรือการทำกิจกรรมในระหว่างการประชุม เมนูอาหารรับรองที่เน้น​ ​Low Carbon รวมทั้งมีการบันทึกคาร์บอนฟุตพรินท์ตลอดกิจกรรมซึ่งจะนำไปชดเชยคาร์บอนส่วนเกิน เพื่อให้งานประชุมครั้ง​​นี้เป็น Carbon Neutral Event ได้อย่างแท้จริง”​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22897 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/6-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>แชร์ </strong><strong>Best Practice </strong><strong>ขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน </strong></p>
<p>สำหรับรูปแบบ Symposium ครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ <strong>Content</strong> หรือการนำเสนอเนื้อหาในที่ประชุม ซึ่ง AIS ได้นำเสนอบทบาทของ​เทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้าไปผลักดันให้เกิดความยั่งยืนทั้งในมิติของการสร้าง Cyber Wellness Ecosystem และการขยาย Green Network เพื่อร่วมบริหารจัดการ E-Waste ตลอดทั้ง Supply Chain ซึ่งได้รับความสนใจจากประเทศสมาชิกอย่างมาก โดยเฉพาะไอเดียการพัฒนาหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากภัยไซเบอร์ให้แก่ประชาชน ขณะเดียวกัน AIS เองก็ได้รับแรงบันดาลใจในการต่อยอด Thailand Cyber Wellness Index มาสู่​มิติในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพื่อให้กลายเป็นดัชนีที่สามารถชี้วัดการขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืนได้อย่างรอบด้านทั้งในเรื่องของ Environment , Social และ Governance ได้ครบทุกมิติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22896 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/7-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกส่วนหนึ่งคือ แนวทางในการจัด Activity ซึ่ง AIS ได้จัดกิจกรรมที่สามารถ​ส่งมอบผลกระทบเชิงบวกให้ผู้คนและสังคมอย่างรอบด้านและยั่งยืน ทั้งการจัด <strong>‘GalileOsis Night Eco Vision To Action’</strong> เพื่อต้อนรับสมาชิกจากแต่ละประเทศ ซึ่งทุกมิติของงานเลี้ยงครั้งนี้เป็นหนึ่ง Best Practice ในการขับเคลื่อนเพื่อสร้าง Positive Impact ให้เกิดขึ้นกับผู้คนในชุมชนบ้านครัว​ ตั้งแต่การเลือกสถานที่จัดงานอย่าง <strong>GalileOsis</strong> ที่ผู้ก่อตั้งมีแนวคิดและเป้าหมายในการพัฒนา Art Space ขึ้นภายในพื้นที่ เพื่อมีส่วนช่วยลดปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้ลดน้อยลง รวมทั้งการตกแต่งสถานที่แบบ Cart Installation ด้วยสิ่งของและวัสดุในชุมชน เช่น การนำรถเข็นที่อยู่ในชุมชนมาทำ Food Station พร้อมการจัดเตรียมอาหารจาก <strong>เชฟแบล็ก- ภานุภณ บุลสุวรรณ</strong> ด้วยการนำเสนอ Sustainable Dinner จากวัตถุดิบในท้องถิ่นได้อย่างคุ้มค่า รวมทั้ง​ใช้ภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และแยกขยะภายในงานอย่างเป็นระบบ ส่วนการแสดงต้อนรับก็ใช้นักแสดงภายในชุมชน ที่มาพร้อมเครื่องแต่งกายด้วยวัสดุที่ทำมาจากเศษผ้ารีไซเคิล เพื่อให้สมาชิกสัมผัสได้ถึงความเป็นไทยในอีกรูปแบบหนึ่ง ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนไปพร้อมกันด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22895 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/5-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้งยังมี Activity ที่เชื่อมโยงจากการประชุม ซึ่ง AIS เลือกทำกิจกรรมที่เข้าไปสนับสนุนการทำงานของกลุ่ม<strong> สภาเมืองคนรุ่นใหม่ </strong>หรือ <strong>BKK </strong><strong>เรนเจอร์</strong> โดยคัดเลือกเยาวชน 6 กลุ่มที่มีแนวคิดในการแก้ปัญหาเมืองในแต่ละมิติ มา Matching กับสมาชิกแต่ละประเทศ เพื่อรับฟังแนวคิดการขับเคลื่อนของเด็กแต่ละกลุ่ม พร้อมให้คำแนะนำ มุมมองในการพัฒนาและต่อยอดจากผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเป็นการ Coaching ต่อเนื่อง 4-6 ครั้ง ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง รวมทั้งเปิดโอกาสให้ทั้ง 6 ทีมมาพรีเซ็นต์การขับเคลื่อนโครงการในวัน Activity day ที่สมาชิกทั้ง 6 ประเทศ มาประชุมในประเทศไทย ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยมีมุมมองในการพัฒนา Business Model ใหม่ๆ ซึ่งสามารถเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่เข้ามาช่วยลดช่องว่างหรือปัญหาต่างๆ ในสังคมไทยในอนาคตได้ด้วย</p>
<p><em>“สิ่งที่ AIS ทำ เราไม่ได้มองแค่สิ่งที่อยู่เฉพาะหน้า แต่มองถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาและ​สามารถต่อยอดให้เกิดความยั่งยืนได้ในอนาคต ซึ่งการ Matching สมาชิกเข้ากับเด็กไทย เราไม่ได้สนับสนุนด้วยเงิน แต่เราเติมวิธีคิด เติมมุมมองในการต่อยอดปัญหาต่างๆ เพื่อได้โซลูชั่นและนำมาสู่การเกิด Business Model ใหม่ๆ ซึ่งสามารถไปช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่นๆ ในสังคมได้ต่อไป เช่น การเปลี่ยนขยะขวดพลาสติกในเมืองเป็นตั๋วรถเมลล์ การพัฒนาแพลตฟอร์มเติมทักษะภาษาอังกฤษให้กลุ่มคนขับแท็กซี่ หรือการแก้ปัญหา Mental Health ภายในโรงเรียน ด้วยการตั้ง Student Reflex Club ซึ่ง​เด็กๆ จะได้ฝึกทั้งทักษะภาษาอังกฤษจากการสื่อสารกับโค้ชหรือผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ​โดยตรง รวมทั้งฝึกวิธีคิดอย่างเป็นระบบและต่อยอดมาสู่การสร้างเป็นแพลตฟอร์มของการพัฒนาซึ่งสิ่งเหล่านี้จะติดตัวเด็กๆ ไปตลอด และสามารถต่อยอดให้เกิดเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อ​​ไปในอนาคต”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22894 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/3-6.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>โดยกรอบความร่วมมือจากการประชุม ที่จะถูกส่งต่อสู่การทำงานของแต่ละประเทศที่จะสร้าง Positive Impact ให้เกิดประโยชน์แก่ทุกกลุ่มเพื่อต่อยอดความยั่งยืน ประกอบด้วย</p>
<p><strong>กลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนแบบมีเป้าหมาย (Purpose-led sustainability strategy)</strong></p>
<p><strong>1. E-Environment and Climate : </strong>การป้องกันและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยมีกระบวนการหรือกิจกรรมที่มุ่งเน้นในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดการใช้วัสดุหรือการใช้ทรัพยากรโดยคงประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Dematerialization) เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติมุ่งสู่ Net Zero</p>
<p><strong>2.S-Social Impact: </strong> การหาแนวทางความเป็นไปได้ในการสร้างความปลอดภัยทางดิจิทัล สิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย ความเสมอภาค และการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม</p>
<p><strong>3. G-Governance :</strong> การจัดตั้งคณะกรรมการผู้บริหารด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน การปฏิบัติตามข้อกำหนด การให้ความรู้และการฝึกอบรมต่างๆ</p>
<p><strong>4. V-Value Creation :</strong> การสร้างคุณค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างคุณค่าที่มุ่งเน้นไปยังความต้องการของลูกค้า เพื่อนำไปสู่การเป็นแบรนด์ที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนความร่วมมือเพื่อวิเคราะห์หาโอกาสการพัฒนาแผนกลยุทธ์โครงการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Opportunity Framework) ภายในกลุ่ม Singtel  ได้มีการอัปเดทแลกเปลี่ยนความรู้และความสนใจร่วมกันทั้งด้านงาน Sustainability ในฐานะโครงการและกิจกรรมที่สำคัญเกี่ยวกับ ESG ที่ตนเองทำ และมองหาความสนใจร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการร่วมมือกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของการบริหารและการรวม ESG เข้ากับธุรกิจและเป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ</p>
<p>ขณะที่กรอบความร่วมมือระหว่าง People และ Sustainability ในการ Empower Every Generation : การสร้างบุคลากรที่มีสามารถขับเคลื่อนวัฒนธรรมขององค์กรผ่านแนวทางปฏิบัติด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นต่อองค์กร โดยกรอบความร่วมมือระหว่าง People และ Sustainability นั้นยังคำนึงถึงการปรับทิศทางของค่าตอบแทนหรือแรงจูงใจให้สอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืน</p>
<p><em>“การ Set New Standard ระดับภูมิภาคของ AIS ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะการสร้างให้เกิดการเติบโตร่วมกันผ่านแนวคิด Partnership for Inclusive Growth เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แข็งแรงมากขึ้น พร้อมส่งต่อผลลัพธ์เชิงบวกให้ขยายผลออกไปในหลากหลายมิติมากขึ้น เพื่อให้แนวคิดด้าน ‘ความยั่งยืน’ กลายเป็นสารตั้งต้นและเข้าไปมีบทบาทสำคัญต่อทุกการขับเคลื่อนทั้งการพัฒนามาตรฐานสินค้า บริการ หรือนวัตกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนการเดินหน้าของประเทศไทยสู่การเป็น Sustainable Nation ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแท้จริง”</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/ais-organized-singtel-group-people-and-sustainability-symposium-2023/">AIS  ผนึก Singtel Group แชร์ไอเดียขับเคลื่อน ‘ความยั่งยืน’ ผ่านเวที ‘Singtel Group People and Sustainability Symposium 2023’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่อง 8 ผู้ประกอบการ​ ​ปั้นโมเดลธุรกิจธุรกิจเพื่อสังคม​ ใน SET Social Impact GYM 2023: Pitching Day</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/8-se-pitching-day-by-set-social-impact-gym-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Oct 2023 10:36:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Haze Free Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[J-RAJA]]></category>
		<category><![CDATA[JOB ดาว ​]]></category>
		<category><![CDATA[LEARN DO]]></category>
		<category><![CDATA[maiA]]></category>
		<category><![CDATA[RESTART ACADEMY]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET Social Impact GYM 2023: Pitching Day]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[TAN BIOCHEMICAL]]></category>
		<category><![CDATA[YORICE]]></category>
		<category><![CDATA[Your Pal]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งต้นดี]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ตั้งต้นดี เพื่อสังคม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทีเอชซี (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ลอว์เอ็กซ์เทค จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ลีกัล คอนเน็กท์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เลิร์น ดู จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แทนไบโอเคมิคอล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างหุ้นส่วจำกัด เฮซ ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[เจรจา]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21851</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ที่โครงการ SET Social Impact GYM 2023 ร่วมบ่มเพาะและสร้าง​พื้นที่ให้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise จำนวน 8 ราย และบริษัทจดทะเบียนที่มาร่วมเป็นโค้ชอาสา ได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการเพื่อสังคมสามารถขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโต​และอยู่รอดได้อย่างแข็งแรง​​ พร้อมเพิ่มความสามารถในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมได้อย่างยั่งยืน สำหรับโครงการ SET Social Impact GYM ในปีนี้เป็นปีที่ 7 หลังเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 ด้วยความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ สมาคมบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) พร้อมพันธมิตรที่เข้ามาร่วมสนับสนุนโครงการในปีนี้ อาทิ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และ PwC ประเทศไทย ที่ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนและพัฒนาทักษะการทำธุรกิจให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคม​ที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้รวมทั้งสิ้น 8 ราย ครอบคลุมการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม 4 ด้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม 2 ราย  ผู้เปราะบาง 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/8-se-pitching-day-by-set-social-impact-gym-2023/">ส่อง 8 ผู้ประกอบการ​ ​ปั้นโมเดลธุรกิจธุรกิจเพื่อสังคม​ ใน SET Social Impact GYM 2023: Pitching Day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ที่โครงการ <strong>SET Social Impact GYM 2023 </strong>ร่วมบ่มเพาะและสร้าง​พื้นที่ให้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise จำนวน 8 ราย และบริษัทจดทะเบียนที่มาร่วมเป็นโค้ชอาสา ได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการเพื่อสังคมสามารถขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโต​และอยู่รอดได้อย่างแข็งแรง​​ พร้อมเพิ่มความสามารถในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-21851"></span></p>
<p>สำหรับโครงการ<strong> SET Social Impact GYM </strong>ในปีนี้เป็นปีที่ 7 หลังเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 ด้วยความร่วมมือระหว่าง<strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)</strong> และ <strong>สมาคมบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA)</strong> พร้อมพันธมิตรที่เข้ามาร่วมสนับสนุนโครงการในปีนี้ อาทิ<strong> กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)</strong> และ<strong> PwC ประเทศไทย</strong> ที่ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนและพัฒนาทักษะการทำธุรกิจให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคม​ที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้รวมทั้งสิ้น 8 ราย ครอบคลุมการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม 4 ด้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม 2 ราย  ผู้เปราะบาง 3 ราย การพัฒนาชุมชน 2 ราย และด้านการเกษตร 1 ราย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21852 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Coach-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p style="font-weight: 400;">โดย​ในปีนี้ มีโค้ชจิตอาสาที่เป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทจดทะเบียนใน maiA และ SET จำนวน 22 ท่าน  มาร่วมให้คำแนะนำ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดเชิงธุรกิจ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแผนธุรกิจในรูปแบบการโค้ชตัวต่อตัวให้กับ​ผู้ประกอบการแต่ละราย ​พร้อมด้วย 3 พันธมิตร ทั้ง สสส. บสย. และ PwC ประเทศไทย มาเสริมทักษะในการทำธุรกิจอย่างรอบด้าน ทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ รวมทั้งความรู้ด้านบัญชี กฎหมาย และภาษีที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินธุรกิจในทุกขนาด</p>
<p>โดยบรรยากาศวัน Pitching Day ในวันปิดโครงการ SET Social Impact GYM 2023 เป็นโอกาสที่ท้ัง 8 ธุรกิจ จะได้นำเสนอสินค้าต้นแบบ และโมเดลธุรกิจ รวมทั้งแผนการในขยายธุรกิจมานำเสนอต่​อสาธารณะ เพื่อเพิ่มโอกาสได้รับการสนับสนุนจากบริษัทและนักลงทุนต่างๆ ที่เข้ามาร่วมฟังการนำเสนอภายในงาน โดยธุรกิจเพื่อสังคมทั้ง 8 ราย ที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21854 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/GYM2-Haxe-Free.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>1. Haze Free Thailand</strong> โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮซ ฟรี  ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ลดการเผาป่าที่สร้างมลพิษทางอากาศ ช่วยให้ชุมชนมีอาหารที่ปลอดภัยพร้อมสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้เกษตรกร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21855 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Yorice.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. YORICE</strong> โดยบริษัท ทีเอชซี (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านการพัฒนาชุมชน ผ่านการนำนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าให้ข้าวไทย เพื่อทดแทนการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ และช่วยแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผ่านแนวคิด<strong> ชาวนาไม่จน คนไม่ป่วย</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21859 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/GYM3-TAN.jpg" alt="" width="1200" height="858" /></p>
<p><strong>3. TAN BIOCHEMICAL</strong> โดยบริษัท แทนไบโอเคมิคอล จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านการเกษตร ช่วยแก้ไข Painpoint ให้เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ​ที่เผชิญปัญหาต้นทุนสูงแต่ขายได้ราคาต่ำ จึงใช้นวัตกรรมมาต่อยอดเชิงพาณิชย์สู่​ <strong>หอมแดงเทอราปี</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21862 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Learn-Do1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>4. LEARN DO</strong> โดยบริษัท เลิร์น ดู จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเชื่อมโยงเรื่องของการศึกษาเข้ากับเรื่องของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านห้องเรียนธรรมชาติ เพื่อทำให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21861 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/tungtondee1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>5. ตั้งต้นดี (RESTART ACADEMY)</strong> โดยบริษัท ตั้งต้นดี เพื่อสังคม จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านผู้เปราะบาง  ขยายโอกาสให้ผู้เคยก้าวพลาดได้มีโอกาสต้ังต้นชีวิตใหม่ และไม่กลับไปทำผิดซ้ำ ผ่านธุรกิจอาหารและการจัดเลี้ยง​ เพื่อสร้างอาชีพให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21863 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Job-Down-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>6. JOB ดาว ​</strong>โดยสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านผู้เปราะบาง เพื่อพัฒนาทักษะด้านอาชีพให้ผู้พิการทางสติปัญญา ในการหางานที่เหมาะสมกับผู้พิการ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมั่นใจในการจ้างงานคนพิการมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21858 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/GYM4-Law.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>7. Your Pal</strong> โดยบริษัท ลอว์เอ็กซ์เทค จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านผู้เปราะบาง เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถเป็นคนกลาง เพื่อเข้าไปช่วยแก้ปัญหา Sexual Harrassment ภายในองค์กร และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกฏหมายของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21857 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/GYM5-Debt.jpg" alt="" width="1200" height="960" /></p>
<p><strong>8. J-RAJA (เจรจา)</strong> โดยบริษัท ลีกัล คอนเน็กท์ จำกัด ดำเนินการสร้างผลลัพธ์ด้านการพัฒนาชุมชน เพื่อลดปัญหาหนี้ครัวเรือนและสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ผู้บริโภค ด้วยการเป็นตัวแทนลูกหนี้ในการเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อหารูปแบบชำระอย่างเหมาะสม พร้อมให้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาหนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21718 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/SET-Social-Impact-GYM-2023_Pitching-Day_2.jpg" alt="" width="1200" height="736" /></p>
<p>ซึ่งภายหลังการนำเสนอครบทั้ง 8 ราย แล้ว ทางตลาดหลักทรัพย์ ได้คัดเลือก 3 ธุรกิจ เพื่อมอบ GYM APPRECIATION ให้เป็นกำลังใจสำหรับ​การนำไปขยายผล​เพื่อสร้างให้เกิด Social Impact ได้ในวงกว้าง โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือก ได้แก่ ธุรกิจ YORICE โดยบริษัท ทีเอชซี (ประเทศไทย) จำกัด ,  ธุรกิจ HAZE FREE THAILAND  โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮซ ฟรี และ ธุรกิจ ตั้งต้นดี โดยบริษัท ต้ังต้นดี เพื่อสังคม จำกัด โดยทั้งสามธุรกิจ ได้รับเงินรางวัลเป็นกำลังใจจำนวน 1 หมื่นบาท 2 หมื่นบาท และ 3 หมื่นบาท ตามลำดับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21864 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Pitching-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 7 ปี ของโครงการ SET Social Impact GYM มีผู้ประกอบการเพื่อสังคมผ่านการอบรมในโครงการ SET Social Impact GYM แล้วกว่า 80 ราย โดยมีสัดส่วนการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม 5 ด้าน ดังนี้ 40% เป็นด้านพัฒนาชุมชนและสังคม อีก 60% เป็นด้านสุขภาพ ด้านผู้เปราะบาง ด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษา ​พร้อมต่อยอดความร่วมมือให้เกิด Social Business Co-Creation ระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมร่วมกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/8-se-pitching-day-by-set-social-impact-gym-2023/">ส่อง 8 ผู้ประกอบการ​ ​ปั้นโมเดลธุรกิจธุรกิจเพื่อสังคม​ ใน SET Social Impact GYM 2023: Pitching Day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำธุรกิจว่ายากแล้ว ทำ ‘ธุรกิจเพื่อสังคม’ ยากยิ่งกว่า &#8216;ดร.กอบศักดิ์&#8217; แนะ 3 เคล็ดลับ ขับเคลื่อน Social Enterprise ​​&#8217;เปลี่ยน Passion เป็นเงิน&#8217; ได้อย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/3-keywords-drive-social-enterprise-change-passion-to-money/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Oct 2023 12:13:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[Entrepreneur]]></category>
		<category><![CDATA[Idea-to-Idone]]></category>
		<category><![CDATA[maiA]]></category>
		<category><![CDATA[passion]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET Social Impact GYM 2023]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[นพเก้า สุจริตกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21717</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.กอบศักดิ์ แนะ 3 ทางรอด ธุรกิจเพื่อสังคม เปลี่ยน Passion ให้ทำเงินได้ เพื่อช่วยสร้าง Social Impact ได้ต่อเนื่องและยั่งยืน ด้านตลาดหลักทรัพย์ เปิดเวที Pitching Day ​​เสนอไอเดีย สร้างโอกาสขยายสเกลธุรกิจ ในวันปิดโครงการ SET Social Impact GYM 2023 ซึ่งตลอด 7 ปี ปั้นธุรกิจออไปสร้างผลลัพธ์ให้สังคมได้แล้ว 80 ราย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และประธานกรรมการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวในโอกาสวัน Pitching Day ​พร้อมปิดโครงการ​ SET Social Impact GYM 2023 : Idea-to-Idone เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม หรือ SE (Social Enterprise) เติบโตเป็นผู้ประกอบการที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางสังคมได้อย่างแข็งแกร่งและมีความยั่งยืน โดยมองว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/3-keywords-drive-social-enterprise-change-passion-to-money/">ทำธุรกิจว่ายากแล้ว ทำ ‘ธุรกิจเพื่อสังคม’ ยากยิ่งกว่า &#8216;ดร.กอบศักดิ์&#8217; แนะ 3 เคล็ดลับ ขับเคลื่อน Social Enterprise ​​&#8217;เปลี่ยน Passion เป็นเงิน&#8217; ได้อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.กอบศักดิ์ แนะ 3 ทางรอด ธุรกิจเพื่อสังคม เปลี่ยน Passion ให้ทำเงินได้ เพื่อช่วยสร้าง Social Impact ได้ต่อเนื่องและยั่งยืน ด้านตลาดหลักทรัพย์ เปิดเวที Pitching Day ​​เสนอไอเดีย สร้างโอกาสขยายสเกลธุรกิจ ในวันปิดโครงการ SET Social Impact GYM 2023 ซึ่งตลอด 7 ปี ปั้นธุรกิจออไปสร้างผลลัพธ์ให้สังคมได้แล้ว 80 ราย</strong></p>
<p><span id="more-21717"></span></p>
<p><strong>ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล</strong> ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และประธานกรรมการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวในโอกาสวัน <strong>Pitching Day </strong>​พร้อมปิดโครงการ<strong>​ SET Social Impact GYM 2023 : Idea-to-Idone </strong>เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม หรือ SE (Social Enterprise) เติบโตเป็นผู้ประกอบการที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางสังคมได้อย่างแข็งแกร่งและมีความยั่งยืน โดยมองว่า ปัญหาหลักของธุรกิจเพื่อสังคมคือ การสร้างให้เกิดความยั่งยืนให้ธุรกิจ ​เพราะหลายโมเดลที่ขับเคลื่อนเพื่อสังคม เช่น โครงการ CSR มูลนิธิ หรือสมาคมต่างๆ มักต้องพึ่งพาการระดมทุน หรือการรับบริจาคจากภาคส่วนต่างๆ ทำให้ไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ เพราะหากคิดเพียงแค่​หาเงินมาดำเนินโครงการ แต่ไม่สามารถเข้าไปแก้ปัญหาจากต้นเหตุ ก็ยากที่สร้างการเติบโตในระยะยาวได้​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21782 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Dr-KOB.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><em>&#8220;ทุกคนมี Passion ที่อยากขับเคลื่อนสิ่งดีๆ ให้สังคม แต่สิ่งสำคัญคือ ทำอย่างไรให้ Passion เหล่านั้นกลายเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้ การหาเงินจากการบริจาค หรือรอให้คนมาสนับสนุนเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ เพราะเมื่อเงินหมดก็ต้องหาผู้สนับสนุนรายใหม่ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ยั่งยืน ดังน้ัน รูปแบบ Social Enterprise (SE) ด้วยการเริ่มต้นโปรเจ็กต์ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดี หรือแก้ปัญหาให้สังคมด้วยเงินตั้งต้นที่ไม่ต้องสูง และสามารถขับเคลื่อนผ่านการแก้ Painpoint หรือปัญหาบางอย่างให้สังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่มีดีมานด์อยู่ในสังคม จะทำให้ธุรกิจสามารถเลี้ยงตัวเองและเติบโตไปข้างหน้าได้ ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือผู้คนและสังคมได้อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยการระดมทุนเพียงไม่กี่ครั้งในช่วงเริ่มต้น ก็สามารถทำให้เมล็ดพันธุ์ธุรกิจเติบโตเป็นไม้ยืนต้นที่แข็งแรงและออกดอกออกผลได้อย่างต่อเนื่อง เป็นโมเดลที่ทำให้เกิด​ Sustainability ไปในพื้นที่ต่างๆ ได้ทั่วโลก&#8221;​ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21719 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/SET-Social-Impact-GYM-2023_Pitching-Day_1.jpg" alt="" width="1200" height="767" /></p>
<p>ทั้งนี้ แม้จะเป็นธุรกิจเพื่อสังคม แต่อย่างไรก็ยังเป็นการขับเคลื่อนธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโต ซึ่งยังเต็มไปด้วยความท้าทาย ที่ต้องอาศัยความรู้ และทักษะหลากหลายด้าน ทั้งการพัฒนาสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาด และเป็นสินค้าที่คนยอมจ่ายในราคาที่เหมาะสม เพื่อสามารถสร้างรายได้หล่อเลี้ยงธุรกิจได้ ขณะเดียวกันยังต้องมีทักษะในเรื่องของการบริหารจัดการอย่างรอบด้าน ทั้งความเข้าใจเรื่องของบัญชี การจัดการภาษี การควบคุมและบริหารจัดการต้นทุน กระบวนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพ ​การเข้าถึงสินเชื่อ รวมไปถึงการบริหารจัดการคน ดังนั้น หากธุรกิจในกลุ่ม SE อยากเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง จำเป็นต้องมี  3 ปัจจัยต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Agility</strong> : ความคล่องตัวในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใจสถานการณ์ ความต้องการของตลาดตามความเป็นจริง แม้ธุรกิจอาจเริ่มต้นด้วยการนำเสนอโปรดักต์อย่างหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป​ ไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการก็ต้องสามารถนำเสนอแง่มุมใหม่ๆ ได้ เพราะการทำเพื่อสังคมมีหลายมิติ หากสิ่งที่เสนอมีความต้องการน้อย ไม่ต่างกับการจับปลาในบ่อที่ไม่มีปลาก็จำเป็นต้องย้ายบ่อใหม่ เพื่อให้สามารถสร้างรายได้เพื่อมาหล่อเลี้ยงธุรกิจให้ขับเคลื่อนต่อ และยังคงสามารถช่วยเหลือสังคมได้ต่อไป</p>
<p><strong>2. Detail :</strong> การใส่ใจรายละเอียดนำมาซึ่งความสำเร็จ การทำธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใจแต่ละมิติของธุรกิจได้อย่าง​ละเอียด ​เพื่อสามารถต่อยอดเรียนรู้ และนำมาปรับให้เข้ากับแนวคิดของตนได้ โดยเฉพาะเมื่ออยากขยายสเกลธุรกิจ แบบ 5X 10X ซึ่งจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างและองค์ประกอบต่างๆ ไปอย่างสิ้นเชิง ​และอาจต้องอาศัยเรียนรู้จากไอเดีย องค์ความรู้ รวมถึง​จากความสำเร็จ และความล้มเหลว ผ่านประสบการณ์ของผู้อื่น เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทในแบบของตัวเอง เพื่อช่วยลดโอกาสในการผิดพลาดของตัวเอง และเพิ่มโอกาสให้สามารถประสบความสำเร็จได้มากขึ้น</p>
<p><strong>3. Branding :</strong> เมื่อทำธุรกิจจำเป็นต้องมองเรื่องของการสร้างแบรนด์ตั้งแต่วันแรก เพื่อทำให้คนรู้จักและสามารถจดจำเราได้ ซึ่ง​​อาจเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากในช่วงแรก แต่หากสามารถสร้างภาพจำ หรือทำให้คนนึกถึงแบรนด์ของเรา เมื่อพูดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ สุดท้ายจะสามารถต่อยอดและขยายการรับรู้ออกไปอย่างต่อเนื่องและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น เรื่องของแบรนดิ้งจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21785 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Coach.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>SET ​คาดหลังบ่มเพาะ​ ยอดขาย SE จะโตเพิ่ม 5 เท่า</strong></p>
<p>ด้าน <strong>คุณนพเก้า สุจริตกุล</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารองค์กรและพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กล่าวถึงการสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ Social Enterprise ของ SET ผ่านการขับเคลื่อนโครงการ <strong>SET Social Impact GYM 2023 : Idea-to-Idone </strong>ภายใต้ความร่วมมือกับสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA)  ซึ่งขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2559 หรือกว่า 7 ปีแล้ว ​​โดยสามารถสร้างผู้ประกอบการ SE จากโครงการได้มากกว่า 80 ราย โดยสามารถสร้างผลลัพธ์ทางสังคมในมิติต่างๆ​​ ซึ่ง 40% คือ ด้านของการพัฒนาชุมชนและสังคม ส่วน 60% จะเป็นด้านสุขภาพ ด้าน​​ผู้เปราะบาง ด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษา พร้อมต่อยอดความร่วมมือให้เกิด Social Business Co-creation ระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคมในการแก้ไขปัญหาสังคมร่วมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21783 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/K-tAO.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21718 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/SET-Social-Impact-GYM-2023_Pitching-Day_2.jpg" alt="" width="1200" height="736" /></p>
<p>&#8220;สำหรับโครงการในปีนี้ มีผู้ประกอบการ SE เข้าร่วม 8 ราย ครอบคลุมการสร้างผลลัพธ์ทางสังคม 4 ด้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ผู้เปราะบาง การพัฒนาชุมชน และด้านการเกษตร โดยได้รับความร่วมมือจากโค้ชจิตอาสาที่เป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ และผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทจดทะเบียนใน maiA จำนวน 22 ท่าน มาร่วมให้คำแนะนำผู้ประกอบการ เพื่อร่วมพัฒนาโมเดลธุรกิจ SE ให้มีรูปแบบขับเคลื่อนที่ชัดเจน และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า รวมทั้งมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาทางสังคมได้ชัดเจนมากขึ้น โดยคาดว่าบริษัทที่ดำเนินการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างชัดเจนได้แล้ว จะสามารถเพิ่มยอดขายให้เติบโตได้เพิ่มมากขึ้นกว่า 5 เท่า ส่วนบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้นมีไอเดียทางธุรกิจ จะสามารถนำเสนอสินค้าและบริการอย่างเต็มรูปแบบได้ภายในต้นปีหน้า และจะสามารถสร้างผลกำไรได้ภายใน 2 ปี&#8221;​​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/3-keywords-drive-social-enterprise-change-passion-to-money/">ทำธุรกิจว่ายากแล้ว ทำ ‘ธุรกิจเพื่อสังคม’ ยากยิ่งกว่า &#8216;ดร.กอบศักดิ์&#8217; แนะ 3 เคล็ดลับ ขับเคลื่อน Social Enterprise ​​&#8217;เปลี่ยน Passion เป็นเงิน&#8217; ได้อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอเซอร์ ขับเคลื่อน Green Journey ขยายไลน์อัพสินค้า Circular ทั้ง lT และ HA ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งยอดขาย 15% ภายใน 2 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/acer-expand-vero-series-drive-green-journey/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Oct 2023 13:55:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Acer]]></category>
		<category><![CDATA[Acer Aspire Vero]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Line Up]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[Green Journey]]></category>
		<category><![CDATA[PCR]]></category>
		<category><![CDATA[Post-Consumer Recycled]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ทอใหม่ (จาก) เส้นใย ขวดเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[ทิ้ง | ทิ้ง (ถูกทิ้ง | ทิ้งถูก)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เหลือขอ = ขอที่เหลือ เพื่อแบ่งปัน]]></category>
		<category><![CDATA[เอเซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[โน้ตบุ๊กรักษ์โลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21596</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวของตลาดโน้ตบุ๊กในขณะนี้ ที่มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Circular Line Up มาทำตลาด สำหรับเอเซอร์ ภายใต้ซีรีส์ Vero (เวโร) ด้วยการลอนช์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก Acer Aspire Vero โน้ตบุ๊กรักษ์โลก ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล หรือ PCR (Post-Consumer Recycled) ​ออกมาทำตลาดเมื่อกว่า 2 ปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า โดยเฉพาะในตลาดประเทศไทยที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยสามารถทำยอดขาย Acer Aspire Vero ได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของทั่วโลก สำหรับสินค้าซีรีส์ Vero คือ กลุ่มที่มี​ PCR เป็นส่วนผสมในวัสดุหลัก ทำให้ช่วยลดการใช้พลาสติกลงได้ 20-60% ลดทั้งการการปล่อยคาร์บอนลง 25% โดยเฉพาะในกลุ่มเรือธงอย่างโน้ตบุ๊ก ที่มีการรีไซเคิลขยะทะเลมาเป็นทัชแพด พร้อมพัฒนาซอฟต์แวร์ VeroSense ที่ช่วยประหยัดพลังงาน และทำให้แบตเตอรีใช้งานได้นานขึ้น ไม่ต้องชาร์จบ่อย ขณะที่แพกเกจจิ้งก็ผลิตมาจากกระดาษรีไซเคิลทั้ง 100% คุณนิธิพัทธ์  ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/acer-expand-vero-series-drive-green-journey/">เอเซอร์ ขับเคลื่อน Green Journey ขยายไลน์อัพสินค้า Circular ทั้ง lT และ HA ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งยอดขาย 15% ภายใน 2 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถือเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวของตลาดโน้ตบุ๊กในขณะนี้ ที่มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม<strong> Circular Line Up</strong> มาทำตลาด สำหรับ<strong>เอเซอร์</strong> ภายใต้ซีรีส์ <strong>Vero (เวโร)</strong> ด้วยการลอนช์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก <strong>Acer Aspire Vero</strong> โน้ตบุ๊กรักษ์โลก ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล หรือ <strong>PCR</strong> (Post-Consumer Recycled) ​ออกมาทำตลาดเมื่อกว่า 2 ปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า โดยเฉพาะในตลาดประเทศไทยที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยสามารถทำยอดขาย Acer Aspire Vero ได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของทั่วโลก</p>
<p><span id="more-21596"></span></p>
<p>สำหรับสินค้าซีรีส์ Vero คือ กลุ่มที่มี​ PCR เป็นส่วนผสมในวัสดุหลัก ทำให้ช่วยลดการใช้พลาสติกลงได้ 20-60% ลดทั้งการการปล่อยคาร์บอนลง 25% โดยเฉพาะในกลุ่มเรือธงอย่างโน้ตบุ๊ก ที่มีการรีไซเคิลขยะทะเลมาเป็นทัชแพด พร้อมพัฒนาซอฟต์แวร์ VeroSense ที่ช่วยประหยัดพลังงาน และทำให้แบตเตอรีใช้งานได้นานขึ้น ไม่ต้องชาร์จบ่อย ขณะที่แพกเกจจิ้งก็ผลิตมาจากกระดาษรีไซเคิลทั้ง 100%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21598 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/ARR_9925.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณนิธิพัทธ์  ประวีณวงศ์วุฒิ</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ในฐานะตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอเซอร์ ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมา ยอดขายในซีรีส์ Vero เติบโตได้เป็นอย่างดี โดยมีสัดส่วนยอดขาย 10-12% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งในขณะนั้นมีเพียง Acer Aspire Vero เพียงอย่างเดียว สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีจากตลาด รวมทั้งแนวทางในการขับเคลื่อนของเอเซอร์ ทั้งในโกลบอล รวมทั้งประเทศไทยที่มุ่งสู่การทำธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนมากขึ้น ในปีนี้จึงได้เพิ่มไลน์อัพในซีรีส์ Vero ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มทั้ง IT และ Non-IT รวมทั้งยังได้ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนด้วยการนำร่องทำตลาดในกลุ่ม e-Mobility ทั้งจักรยานไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า โดยเชื่อว่าจะสามารถผลักดันยอดขายในกลุ่มรักษ์โลก ทั้งจากซีรีส์ Vero รวมท้ังสินค้า Eco-friendly โดยรวมให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 15% ได้ภายในปี 2025</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21599 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Acer-Aspire-Vero.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21600 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/ARR_0133.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการขยายไลน์อัพในซีรีส์ Vero ของเอเซอร์​ ประเทศไทย เพื่อมาทำตลาดเพิ่มเติมในปีนี้ มีทั้งในกลุ่มโน๊ตบุ๊ก Acer Aspire Vero ที่จะทำตลาดเพิ่มเติมอีก 2 สี คือ สีเขียวไซเปรส และสีน้ำเงินมาเรียน่า จากเดิมมีเพียงสีเทาคอบเบิลสโตนเท่านั้น รวมทั้งเพิ่มการสร้างผลกระทบเชิงบวกผ่านผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น ด้วยการขยายไลน์ Vero ไปสู่กลุ่มสินค้าไอทีอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งจอมอนิเตอร์​ โปรเจ็กเตอร์ เร้าท์เตอร์ รวมไปถึงการขยายสู่กลุ่ม Home Appliance ที่เริ่ม​นำร่องด้วยเครื่องฟอกอากาศ Acerpure Vero นอกจากนี้ ยังมีสินค้าในกลุ่ม Eco-friendly ที่สามารถลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และจักรยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งการขยายไลน์อัพกลุ่ม Home Appliance ด้วยเครื่องกรองน้ำ Acerpure Aqua เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพ และยังมีระบบที่ช่วยลดปริมาณน้ำทิ้งให้น้อยลงได้ถึง 3 เท่าอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21601 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/ARR_9895.jpg" alt="" width="1200" height="804" /></p>
<p><strong>ขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่าน Green Journey</strong></p>
<p>ทั้งนี้ การเร่งขยายไลน์อัพสินค้ารักษ์โลกดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในการ​ขับเคลื่อน<strong> Green Journey</strong> เพื่อมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนของเอเซอร์ ประเทศไทย ภายใต้แนวคิด <strong>EARTHION</strong> ที่มาจาก <strong>EARTH + MISSION</strong> หรือการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อโลก ผ่าน 3 แกนหลักตามกรอบของบริษัทแม่ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>Climate Change :</strong> โดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานหมุนเวียน ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ มีการใช้พลังงาน น้อยลง 45% ภายในปี 2025 โดยเทียบกับปี 2016 เอเซอร์มีส่วนผลักดันให้ ซัพพลายเออร์ มุ่งมั่นในการปฏิบัติตาม RE100 และ SBT เพื่อช่วยลดคาร์บอน</p>
<p><strong> Circular Economy :</strong> เพิ่มปริมาณการนำพลาสติก PCR 20-30% มาใช้ในสินค้ากลุ่มต่างๆ ของเอเซอร์ทั้งคอมพิวเตอร์ จอแสดงผลโปรเจคเตอร์ และอื่นๆ ซึ่งเอเซอร์ทั่วโลกตั้งเป้าผลิตสินค้าจากพลาสติก PCR ให้ได้ 15 ล้านชิ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21603 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/notebok2.jpg" alt="" width="1200" height="481" /></p>
<p><strong>Social Impact :</strong> สร้างผลกระทบเชิงบวกท้ังต่อพนักงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ที่มุ่งให้พนักงานมีส่วนรวมมากกว่า 90% เช่น โครงการ <strong>ทิ้ง </strong><strong>| </strong><strong>ทิ้ง</strong> (ถูกทิ้ง | ทิ้งถูก) ที่ให้ความสำคัญในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยร่วมกับพาร์ทเนอร์ในการตั้งจุดรับ E-Waste และขยายเพิ่มขึ้นอีก 30% ซึ่งในปี 2022 เอเซอร์รวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ถึง 918 กก. และคาดว่าในปี 2023 จะเพิ่มขึ้น 20%  เพื่อนำไปรวบรวมและส่งต่อให้หน่วยงานเพื่อคัดแยก รีไซเคิลและกำจัดอย่างถูกต้องและปลอดภัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21602 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/ARR_9802.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังมี โครงการ <strong>“</strong><strong>ทอใหม่</strong><strong> (</strong><strong>จาก</strong><strong>) </strong><strong>เส้นใย ขวดเก่า</strong><strong>” </strong>ที่ได้ร่วมกับวัดจากแดงปลุกจิตสำนึกเรื่องการคัดแยกขยะของพนักงานในองค์กรเอเซอร์ เพื่อการรวบรวมและนำส่งขวดน้ำพลาสติก เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นเส้นใยพลาสติกและผลิตเป็นผ้าไตรจีวรสำหรับพระสงฆ์ ตั้งแต่เริ่มกิจกรรมจนถึงตอนนี้เราได้ส่งต่อขวดน้ำพลาสติกไปยังวัดจากแดง รวมแล้วมากกว่า 1,800 ขวด ช่วยผลิตผ้าไตรจีวรได้มากว่า 120 ชุด รวมทั้ง​โครงากาi  <strong>&#8220;เหลือขอ</strong><strong> = </strong><strong>ขอที่เหลือ เพื่อแบ่งปัน</strong><strong>” </strong>ที่ร่วมกับมูลนิธิบ้านนกขมิ้นสร้างคุณค่าให้กับของเหลือใช้ ส่งต่อเป็นโอกาส รายได้สำหรับค่าอาหาร ค่าเทอมให้กับเด็กๆ ในมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ซึ่งได้ทำการมอบส่ิงของให้มูลนิธิไปแล้วกว่า 5 ครั้ง และมีแผนที่จะขยายเพิ่มจุดรับบริจาคมากขึ้นในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/acer-expand-vero-series-drive-green-journey/">เอเซอร์ ขับเคลื่อน Green Journey ขยายไลน์อัพสินค้า Circular ทั้ง lT และ HA ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งยอดขาย 15% ภายใน 2 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Qualy ร่วมสร้าง Butterfly Effect ​พร้อมเปิดตัว ‘แจกันหลอดแก้วจากห้องแล็บ’ ไอเดียใหม่ลด Waste จากต้นน้ำอุตสาหกรรมอาหารที่หลายคนมองข้าม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/qualy-butterfly-effect-at-bangkok-design-week-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2023 08:26:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Design Week 2023]]></category>
		<category><![CDATA[BKKDW]]></category>
		<category><![CDATA[BKKDW 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Cafe]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy]]></category>
		<category><![CDATA[Qualy Design]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[UrbanNiceZation]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะจากธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ควอลี่]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นิว อาไรวา จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกระจกเงา]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เมือง - มิตร - ดี]]></category>
		<category><![CDATA[แจกันหลอดแก้วจากห้องแล็บ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการชรารีไซเคิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17182</guid>

					<description><![CDATA[<p>สร้างความฮือฮาอย่างมาก จากการเปิดตัว ‘พระสติ’ ที่แฝงด้วยแนวคิดเชิงปรัชญา &#8216;การเวียนว่ายตายเกิดของทรัพยากร&#8217; ในงาน Bangkok Design Week เมื่อปีที่ผ่านมา มาปีนี้แบรนด์ Qualy (ควอลี่) ได้ต่อยอดแนวคิดขับเคลื่อนสังคม Circularity เพื่อลดการสร้างขยะอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะจากกลุ่มธุรกิจอาหาร ให้สอดคล้องกับธีมหลัก “urban‘NICE’zation เมือง &#8211; มิตร &#8211; ดี” ของงาน Bangkok Design Week 2023 (BKKDW 2023) เปิดไอเดียลด Waste ต้นน้ำอุตสาหกรรมอาหาร การเลือกโฟกัสในกลุ่มธุรกิจอาหารนั้น คุณไจ๋- ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและ Design Director บริษัท นิว อาไรวา จำกัด เจ้าของแบรนด์ Qualy ให้ข้อมูลว่า อาหารและเครื่องดื่มต่างๆ เป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ของคนเมือง และยังมีทั้งความถี่และปริมาณในการสร้างขยะจำนวนมาก ทั้งในระดับบุคคลหรือระดับอุตสาหกรรม เทียบกับสินค้าในกลุ่มอื่นๆ เช่น เครื่องสำอาง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/qualy-butterfly-effect-at-bangkok-design-week-2023/">Qualy ร่วมสร้าง Butterfly Effect ​พร้อมเปิดตัว ‘แจกันหลอดแก้วจากห้องแล็บ’ ไอเดียใหม่ลด Waste จากต้นน้ำอุตสาหกรรมอาหารที่หลายคนมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สร้างความฮือฮาอย่างมาก จากการเปิดตัว <strong>‘พระสติ’</strong> ที่แฝงด้วยแนวคิดเชิงปรัชญา <strong>&#8216;การเวียนว่ายตายเกิดของทรัพยากร&#8217;</strong> ในงาน Bangkok Design Week เมื่อปีที่ผ่านมา</p>
<p><span id="more-17182"></span></p>
<p>มาปีนี้แบรนด์<strong> Qualy (ควอลี่)</strong> ได้ต่อยอดแนวคิดขับเคลื่อนสังคม Circularity เพื่อลดการสร้างขยะอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะจากกลุ่มธุรกิจอาหาร ให้สอดคล้องกับธีมหลัก <strong>“urban‘NICE’zation เมือง &#8211; มิตร &#8211; ดี”</strong> ของงาน <strong>Bangkok Design Week 2023</strong> (BKKDW 2023)</p>
<p><strong>เปิดไอเดียลด Waste ต้นน้ำอุตสาหกรรมอาหาร</strong><br />
การเลือกโฟกัสในกลุ่มธุรกิจอาหารนั้น <strong>คุณไจ๋- ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์</strong> ผู้ก่อตั้งและ Design Director บริษัท นิว อาไรวา จำกัด เจ้าของแบรนด์<strong> Qualy</strong> ให้ข้อมูลว่า อาหารและเครื่องดื่มต่างๆ เป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ของคนเมือง และยังมีทั้งความถี่และปริมาณในการสร้างขยะจำนวนมาก ทั้งในระดับบุคคลหรือระดับอุตสาหกรรม</p>
<figure id="attachment_17185" aria-describedby="caption-attachment-17185" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17185 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/K-Jai1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /><figcaption id="caption-attachment-17185" class="wp-caption-text"><em>คุณไจ๋- ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและ Design Director Qualy</em></figcaption></figure>
<p>เทียบกับสินค้าในกลุ่มอื่นๆ เช่น เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่างๆ ที่การใช้ในแต่ละขวดกว่าจะหมดก็อาจจะเป็นเดือนๆ หรือหลายเดือน แต่ขยะจากกลุ่มอาหารเกิดขึ้นทุกวัน แต่ละวันก็มากกว่าหนึ่งครั้ง ทำให้มีขยะจากธุรกิจนี้จำนวนมหาศาล ทั้งจากวัตถุดิบเอง บรรจุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในการประกอบอาหาร หรือเพื่อใช้ในร้านอาหาร ร้านกาแฟต่างๆ หรือแม้แต่ในช่วง Pre-production ของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ที่ต้องมีการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งก็สร้างขยะจำนวนมากไม่ต่างกัน และเป็นจุดที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน</p>
<p>แบรนด์ Qualy จึงเลือกโชว์เคสผ่าน <strong>‘Circular Cafe’</strong> เพื่อนำเสนอไอเดียการดีไซน์ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะจากกลุ่มธุรกิจกาแฟที่มีทั้งกากกาแฟ ถุงบรรจุเมล็ดกาแฟ แก้วใส่กาแฟ หลอดพลาสติก ถุงพลาสติก ซึ่งสามารถนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเพื่อต่อยอดเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งร้าน จานรองแก้ว ชั้นวางของ หรือแม้แต่อุปกรณ์ตกแต่งสวนจากขยะพลาสติกอย่าง ก้อนหิน Re-rock หรือโคมไฟ รวมทั้งขยะในกลุ่มวัสดุที่เป็นแก้ว เช่น ขวดใส่เครื่องดื่มประเภทต่างๆ ซึ่งสามารถนำกลับไปใช้งานใหม่ หรือนำไปทำเป็นสารเคลือบชิ้นงานให้มีความมันแววได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17191 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Lab-Waste1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>พร้อมเปิดตัวไอเดียใหม่เป็นครั้งแรกกับ<strong> ‘แจกันหลอดแก้วจากห้องแล็บ’</strong> ในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นการขยับไปช่วยลด Waste ได้ตั้งแต่ต้นน้ำของอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งอุตสาหกรรมหลักของประเทศ และในธุรกิจมักจะมีห้องแลปสำหรับการวิจัยหรือพัฒนาต่างๆ ทำให้มีการใช้งานหลอดแก้วเช่นนี้จำนวนมาก ซึ่งมักจะใช้บรรจุสารอาหาร สำหรับการใช้เพาะเลี้ยงเชื้อต่างๆ และส่วนมากจะเป็นการใช้แบบ Single-use คือใช้แล้วทิ้ง ทำให้มีขยะจากหลอดแก้วในแต่ละเดือนเป็นหลักหมื่นชิ้นในแต่ละบริษัท และเป็นหนึ่งในต้นทุนที่บริษัทต้องจ้างเพื่อนำไปทิ้ง เนื่องจากไม่รู้ว่าจะนำ Waste เหล่านี้ไปต่อยอดอย่างไรได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17188 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Fungai2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em>“แจกันหลอดแก้ว เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่ช่วยตอกย้ำแนวคิด ‘<strong>การเวียนว่ายตายเกิดของทรัพยากร’</strong> ด้วยการเปลี่ยนจากหลอดแก้วที่ใช้แล้วทิ้ง ให้กลับมามีคุณค่าได้ใหม่ด้วยการเป็นแจกันหลอดแก้วดีไซน์เก๋อย่าง แจกันทรงเห็ด ซึ่งเห็ดเป็นพืชในกลุ่มตระกูลฟังไจ (Fungi) ที่มักจะขึ้นอยู่ตามสิ่งที่ตายแล้ว กลายเป็นความหมายที่ซ่อนไว้ในงานดีไซน์ เหมือนกับเห็ดที่มาขึ้นอยู่บนหลอดแก้วที่ตายไปแล้วนั่นเอง โดยที่เห็ดเหล่านี้ก็ผลิตมาจากพลาสติกรีไซเคิลด้วยเช่นเดียวกัน&#8221;</em></p>
<p><strong>Butterfly Effect ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก</strong><br />
อีกหนึ่งความตั้งใจในงาน BKKDW 2023 ของ Qualy คือ การเร่งสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการมีส่วนร่วมในการลดการสร้างขยะ หรือการแยกขยะด้วยตัวเอง โดยสื่อสารผ่านแนวคิด <strong>Butterfly Effect </strong>ตามทฤษฎี <strong>ผีเสื้อขยับปีก</strong> ที่แค่การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของทุกคน ก็สามารถสร้างให้เกิด Big Impact ให้แก่โลกได้ โดยใช้แม็กเน็ตรูปผีเสื้อจากพลาสติกรีไซเคิล นำมาติดเรียงกันจนกลายเป็นผีเสื้อขนาดใหญ่ที่สวยงามมากขึ้นได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17192 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Butterfly3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ขณะที่การขับเคลื่อนเพื่อสร้าง Social Impact ที่มากขึ้นของ Qualy ในปีนี้ จะเน้นให้เชื่อมโยงไปในมิติของผู้คนในสังคมเพิ่มมากขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา<strong>หมึกวาดภาพแบบพิเศษ ที่เมื่อวาดแล้วจะมีความนูนจากพื้นขึ้นมา </strong>เพื่อช่วยเสริมจินตนาการให้กลุ่มคนตาบอด หรือกลุ่มที่มีปัญหาในเรื่องของการมองเห็น รวมทั้งการทำงานร่วมกับพันธมิตรมากขึ้น เช่น <strong>มูลนิธิกระจกเงา ผ่านโครงการชรารีไซเคิล</strong> เพื่อเพิ่มรายได้ให้กลุ่มผู้สูงอายุไร้บ้านมาช่วยคัดแยกขยะ สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในผลิต หรือการต่อยอดกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ในกลุ่ม<strong>ผลิตภัณฑ์จากซากแห-อวน</strong> เพื่อนำผลิตภัณฑ์ส่งต่อให้โรงเรียน หรือชุมชน เพื่อช่วยกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจ ให้เด็กๆ หรือเยาวชนในพื้นที่ได้เห็นประโยชน์จากการแยกขยะ ที่ทั้งช่วยเพิ่มรายได้ และยังสามารถสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มแบบจับต้องได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17186 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/5.jpg" alt="" width="1200" height="900" /><br />
“การขับเคลื่อนเพื่อความยั่งยืนมีทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม เราสามารถตอบโจทย์ได้ในระดับหนึ่งแล้ว เหลือเพียงการกระตุ้นให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันขับเคลื่อนให้มากขึ้น ดังนั้น ในปีนี้จะเพิ่มน้ำหนักในมิติของสังคมเพิ่มมากขึ้น และทำควบคู่กันไปกับความแข็งแรงที่ทำอยู่ เพื่อสร้าง Positive Impact ในหลายมิติได้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการส่งต่อและมีความเป็น Universal ได้เพิ่มมากขึ้น”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/qualy-butterfly-effect-at-bangkok-design-week-2023/">Qualy ร่วมสร้าง Butterfly Effect ​พร้อมเปิดตัว ‘แจกันหลอดแก้วจากห้องแล็บ’ ไอเดียใหม่ลด Waste จากต้นน้ำอุตสาหกรรมอาหารที่หลายคนมองข้าม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ทรีการ์ด&#8217; บัตรเดบิตจากไม้และขวดรีไซเคิล ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมทุกการใช้จ่ายยังได้ช่วยปลูกต้นไม้เพิ่มด้วย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/debit-card-from-recycle-wood-and-pay-back-for-ecvironmental/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Jan 2023 12:53:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ECOSIA]]></category>
		<category><![CDATA[MasterCard]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Treecard Inc.]]></category>
		<category><![CDATA[ทรีการ์ด]]></category>
		<category><![CDATA[ทรีการ์ด อิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเดบิตไม้]]></category>
		<category><![CDATA[มาสเตอร์การ์ด]]></category>
		<category><![CDATA[เดบิตการ์ด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16583</guid>

					<description><![CDATA[<p>บัตรเดบิตจากไม้ ที่ไม่ใช่ม็อคอัพ แต่สามารถใช้งานได้จริงๆ โดย​ ทรีการ์ด อิงค์ (Treecard Inc.) ร่วมกับ MasterCard ออกแบบบัตรเดบิตที่ทำจากไม้ที่มาจากป่าปลูกรวมทั้งขวดพลาสติกรีไซเคิล เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีต่อโลกมากกว่า ในการเข้ามาทดแทนการใช้บัตรพลาสติกแบบเดิมๆ โดยบัตรนี้สามารถใช้จ่ายได้จริงในทุกจุดที่สามารถรับชำระด้วย​ MasterCard นอกจากนี้ ยังรองรับระบบกระเป๋าเงินดิจิตอล เช่น Apple Pay, Google Pay หรือแม้แต่ Samsung Pay ​ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 160,000 ราย ไม่เพียงเป็นบัตรที่ดีไซน์และผลิตจากไม้ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความยั่งยืนเท่านั้น​ แต่ทรีการ์ดยังออกแบบให้ฟังก์ชันในการนำไปใช้จ่ายมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย เนื่องจาก เงินจากบัญชีจะไม่ถูกนำไปใช้ผ่านการใช้จ่ายที่ส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหรือเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่า โดยจะเน้นให้นำทรีการ์ดไปใช้ในสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันเป็นหลัก เช่น ของชำต่างๆ เพราะมองว่าทุกๆ การบริโภคนำมาซึ่งต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น รวมทั้งทุกๆ การใช้จ่ายผ่านบัตรครบ 50 เหรียญสหรัฐ จะมีการปลูกต้นไม้​คืนกลับให้ธรรมชาติ ​ด้วยชื่อของเจ้าของบัตร ภายใต้การทำงานผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง ECOSIA ผู้พัฒนาเสิร์ชเอ็นจิ้นที่นำเงินจากการโฆษณาไปใช้​สนับสนุนการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและส่งเสริมการปลูกป่าใน​หลายพื้นที่ทั่วโลก​ ซึ่งได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 150 ล้านต้นทั่วโลก ผ่านกว่า 20 โครงการ ใน 15 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/debit-card-from-recycle-wood-and-pay-back-for-ecvironmental/">&#8216;ทรีการ์ด&#8217; บัตรเดบิตจากไม้และขวดรีไซเคิล ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมทุกการใช้จ่ายยังได้ช่วยปลูกต้นไม้เพิ่มด้วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บัตรเดบิตจากไม้ ที่ไม่ใช่ม็อคอัพ แต่สามารถใช้งานได้จริงๆ โดย​ <strong>ทรีการ์ด อิงค์ (Treecard Inc.)</strong> ร่วมกับ <strong>MasterCard</strong> ออกแบบบัตรเดบิตที่ทำจากไม้ที่มาจากป่าปลูกรวมทั้งขวดพลาสติกรีไซเคิล เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีต่อโลกมากกว่า ในการเข้ามาทดแทนการใช้บัตรพลาสติกแบบเดิมๆ</p>
<p><span id="more-16583"></span></p>
<p>โดยบัตรนี้สามารถใช้จ่ายได้จริงในทุกจุดที่สามารถรับชำระด้วย​ MasterCard นอกจากนี้ ยังรองรับระบบกระเป๋าเงินดิจิตอล เช่น Apple Pay, Google Pay หรือแม้แต่ Samsung Pay ​ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 160,000 ราย</p>
<p>ไม่เพียงเป็นบัตรที่ดีไซน์และผลิตจากไม้ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความยั่งยืนเท่านั้น​ แต่ทรีการ์ดยังออกแบบให้ฟังก์ชันในการนำไปใช้จ่ายมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย เนื่องจาก เงินจากบัญชีจะไม่ถูกนำไปใช้ผ่านการใช้จ่ายที่ส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหรือเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่า โดยจะเน้นให้นำทรีการ์ดไปใช้ในสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันเป็นหลัก เช่น ของชำต่างๆ เพราะมองว่าทุกๆ การบริโภคนำมาซึ่งต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น</p>
<p>รวมทั้งทุกๆ การใช้จ่ายผ่านบัตรครบ 50 เหรียญสหรัฐ จะมีการปลูกต้นไม้​คืนกลับให้ธรรมชาติ ​ด้วยชื่อของเจ้าของบัตร ภายใต้การทำงานผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง ECOSIA ผู้พัฒนาเสิร์ชเอ็นจิ้นที่นำเงินจากการโฆษณาไปใช้​สนับสนุนการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและส่งเสริมการปลูกป่าใน​หลายพื้นที่ทั่วโลก​ ซึ่งได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 150 ล้านต้นทั่วโลก ผ่านกว่า 20 โครงการ ใน 15 ประเทศ โดยต้ังเป้าหมายการปลูกไว้ที่ 1 พันล้านต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16605 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/4.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p>ฟังก์ชันในการขับเคลื่อนของทรีการ์ด ช่วยให้ผู้ถือบัตรมีส่วน​ช่วยสร้างผลกระทบที่ดีต่อโลกได้ในทุกๆ วัน ผ่านการใช้จ่ายที่ทำอยู่ตามปกติ พร้อมมีการประเมินว่าหากผู้ถือบัญชีสถาบันการเงินชั้นนำในอเมริกาอย่าง Bank of America หรือ JPMorgan Chase &amp; Co. หันมาใช้ทรีการ์ดจะสามารถเพิ่มการปลูกต้นไม้ได้ถึง 3 &#8211; 4.3 พันล้านต้นต่อปีเลยทีเดียว</p>
<p><a href="https://www.yankodesign.com/2022/12/15/this-wooden-debit-card-puts-your-money-to-work-in-saving-the-planet/" target="_blank" rel="noopener">source </a></p>
<p><a href="https://www.treecard.org/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/debit-card-from-recycle-wood-and-pay-back-for-ecvironmental/">&#8216;ทรีการ์ด&#8217; บัตรเดบิตจากไม้และขวดรีไซเคิล ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมทุกการใช้จ่ายยังได้ช่วยปลูกต้นไม้เพิ่มด้วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ติวเข้มผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม SET SE 102</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/04/set-se-102/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Apr 2018 01:44:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET SE 102]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กฤษฎา เสกตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[นพเก้า สุจริตกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=2643</guid>

					<description><![CDATA[<p>SET อาสาเป็นตัวกลางในการทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคมทั้งบนออนไลน์และ การจัดกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัด Workshop การจัดประชุมย่อย/สัมมนา ในประเด็นหัวข้อด้านสังคมที่อยู่ในความสนใจของภาค ธุกิจและภาคสังคม ดร. กฤษฎา เสกตระกูล รองผู้จัดการ และนพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมต้อนรับผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) ที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตรเชิงปฏิบัติการ SET SE 102 ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของธุรกิจเพื่อสังคมให้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีทางสังคมได้อย่างยั่งยืน รูปแบบการเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและองค์กรภาคสังคมตลอดจนกิจการเพื่อสังคมโดยผ่าน Social Impact Platform นั้น เกิดขึ้นจากการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาสาเป็นตัวกลางในการทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคมทั้งบนออนไลน์และ การจัดกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัด Workshop การจัดประชุมย่อย/สัมมนา ในประเด็นหัวข้อด้านสังคมที่อยู่ในความสนใจของภาค ธุกิจและภาคสังคม ซึ่งจะทำให้ภาคธุรกิจและภาคสังคมได้มีโอกาสพบปะกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน และสามารถหาจุดร่วมในการประสานความร่วมมือกันต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/04/set-se-102/">ติวเข้มผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม SET SE 102</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>SET อาสาเป็นตัวกลางในการทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคมทั้งบนออนไลน์และ การจัดกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัด Workshop การจัดประชุมย่อย/สัมมนา ในประเด็นหัวข้อด้านสังคมที่อยู่ในความสนใจของภาค ธุกิจและภาคสังคม</h4>
<p><span id="more-2643"></span><br />
<strong>ดร. กฤษฎา เสกตระกูล</strong> รองผู้จัดการ และ<strong>นพเก้า สุจริตกุล</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมต้อนรับผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) ที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตรเชิงปฏิบัติการ SET SE 102 ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของธุรกิจเพื่อสังคมให้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีทางสังคมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>รูปแบบการเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและองค์กรภาคสังคมตลอดจนกิจการเพื่อสังคมโดยผ่าน <strong>Social Impact Platform</strong> นั้น เกิดขึ้นจากการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาสาเป็นตัวกลางในการทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคมทั้งบนออนไลน์และ การจัดกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัด Workshop การจัดประชุมย่อย/สัมมนา ในประเด็นหัวข้อด้านสังคมที่อยู่ในความสนใจของภาค ธุกิจและภาคสังคม ซึ่งจะทำให้ภาคธุรกิจและภาคสังคมได้มีโอกาสพบปะกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน และสามารถหาจุดร่วมในการประสานความร่วมมือกันต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2645 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/04/SD-Thailand-SET-SE102.png" alt="" width="900" height="388" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/04/set-se-102/">ติวเข้มผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม SET SE 102</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
