<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Soft Power &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/soft-power/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 09 Dec 2025 12:31:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Soft Power &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ครั้งแรกในไทย&#8217; จากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้ง สู่นวัตกรรมแห่งความยั่งยืน &#8216;เส้นใยผ้าทอจากเปลือกทุเรียน&#8217; ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริม Soft Power ไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/circular-textile-innovation-from-durian-peel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Dec 2025 12:31:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Agri Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Bio Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Chula]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Durian Peel]]></category>
		<category><![CDATA[From Waste to Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[MUW.OFFICIAL]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Textile]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุษา ประชากุล]]></category>
		<category><![CDATA[ทุเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งทอหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกทุเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นใยจากพืชเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นใยเปลือกทุเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นและสิ่งทอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38573</guid>

					<description><![CDATA[<p>MUW.OFFICIAL โดยดุษฎีบัณฑิตจุฬาฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้ง คุณสมบัติระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าไหมล้วน และต้านเชื้อแบคทีเรียได้เกือบ 100 % หวังสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ หนุน Soft Power ไทยสู่เวทีโลกด้วยแบรนด์ MUW เสื้อผ้าแฟชั่นที่ผสานธรรมชาติ ศิลปะ และความเชื่อสายมูอย่างลงตัว นวัตกรรมคว้ารางวัลดีเด่นจากงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567 ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิต &#8216;ทุเรียน&#8217; อันดับหนึ่งของโลก ด้วยอัตราการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 488% ทั้งในรูปแบบผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จทางเศรษฐกิจกลับนำมาซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ท้าทาย เมื่อข้อมูลระหว่างปี 2560-2564 เผยว่ามีเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียนสูงถึง 146 ล้านกิโลกรัมต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการจัดการเศษเหลือทิ้งเหล่านี้ใช้วิธีการฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งไม่เพียงเป็นภาระของเกษตรกร แต่ยังสร้างมลพิษที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนในระยะยาวด้วย ถ้าไม่เผาทำลายหรือฝังกลบ จะมีวิธีจัดการเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียนได้อย่างไรอีกบ้าง? ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นและสิ่งทอ และใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม ดร.อุษา ประชากุล ดุษฎีบัณฑิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิชานฤมิตศิลป์ (แฟชั่นและสิ่งทอ) หาทางออกด้วยการสร้างสรรค์ &#8220;สิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียน&#8221; (Circular Textile Innovation from Durian Peel Waste to [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/circular-textile-innovation-from-durian-peel/">&#8216;ครั้งแรกในไทย&#8217; จากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้ง สู่นวัตกรรมแห่งความยั่งยืน &#8216;เส้นใยผ้าทอจากเปลือกทุเรียน&#8217; ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริม Soft Power ไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>MUW.OFFICIAL โดยดุษฎีบัณฑิตจุฬาฯ พัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้ง คุณสมบัติระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าไหมล้วน และต้านเชื้อแบคทีเรียได้เกือบ </em></strong><strong><em>100 </em></strong><strong><em>% หวังสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ หนุน </em></strong><strong><em>Soft Power </em></strong><strong><em>ไทยสู่เวทีโลกด้วยแบรนด์ </em></strong><strong>MUW </strong><strong><em>เสื้อผ้าแฟชั่นที่ผสานธรรมชาติ ศิลปะ และความเชื่อสายมูอย่างลงตัว นวัตกรรมคว้ารางวัลดีเด่นจากงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567</em></strong></p>
<p><span id="more-38573"></span></p>
<p>ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิต <strong>&#8216;ทุเรียน&#8217; </strong>อันดับหนึ่งของโลก ด้วยอัตราการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 488% ทั้งในรูปแบบผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จทางเศรษฐกิจกลับนำมาซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ท้าทาย เมื่อข้อมูลระหว่างปี 2560-2564 เผยว่ามีเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียนสูงถึง 146 ล้านกิโลกรัมต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการจัดการเศษเหลือทิ้งเหล่านี้ใช้วิธีการฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งไม่เพียงเป็นภาระของเกษตรกร แต่ยังสร้างมลพิษที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนในระยะยาวด้วย</p>
<p><strong>ถ้าไม่เผาทำลายหรือฝังกลบ จะมีวิธีจัดการเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียนได้อย่างไรอีกบ้าง</strong><strong>?</strong></p>
<p>ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นและสิ่งทอ และใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม <strong>ดร.อุษา ประชากุล ดุษฎีบัณฑิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิชานฤมิตศิลป์ (แฟชั่นและสิ่งทอ)</strong> หาทางออกด้วยการสร้างสรรค์ <strong>&#8220;สิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียน&#8221; (</strong><strong>Circular Textile Innovation from Durian Peel Waste to Anti-bacterial Clothing)</strong> นับเป็นครั้งแรกในไทยที่มีการนำเปลือกทุเรียนมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมสิ่งทอด้านเครื่องแต่งกาย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38575 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ดร.อุษา-ประชากุล-ดุษฎีบัณฑิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์-จุฬาฯ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การวิจัยครั้งนี้เริ่มต้นจากการตั้งคำถามและศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้งตั้งแต่ช่วง ปีที่ 1 เทอม 2 ของการศึกษาระดับปริญญาเอก ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาและทดลองอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 3 ปี จนสำเร็จสมบูรณ์เป็นชิ้นงานและผลิตภัณฑ์ที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ภายใต้<strong>แบรนด์ </strong><strong>MUW.OFFICIAL</strong> ในปีสุดท้ายของหลักสูตร</p>
<p>นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ หนุนเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของไทยไปสู่เวทีโลกด้วย จนได้รับ<strong>รางวัลดีเด่นการประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษาประจำปี </strong><strong>2567 </strong><strong>ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และ </strong><strong>BCG Economy Model </strong><strong>ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ </strong><strong>2567  </strong><strong>และได้รับรางวัล </strong><strong>Excellence Award </strong><strong>ในงาน </strong><strong>The 24th International FABI Fashion Exhibition 2024</strong><strong> จาก </strong><strong>Korean Society of Fashion Business </strong><strong>ประเทศเกาหลีใต้ </strong>รวมถึงยังได้รับทุนสนับสนุนต่อยอดวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกในการขยายฐานการผลิตเส้นใยและผืนผ้าทอฯ ในทุน Innovation to Business จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)</p>
<p><strong>การเดินทางของเส้นใย แรงบันดาลใจจากสับปะรดสู่เปลือกทุเรียน</strong></p>
<p>ก่อนจะมาถึงนวัตกรรม &#8216;<em><strong>สิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียน</strong></em>&#8216; ดร.อุษา มีประสบการณ์และความคุ้นเคยในการพัฒนาเส้นใยจากพืชเศรษฐกิจมาก่อน ในการศึกษาระดับปริญญาโท ดร.อุษา พัฒนาเส้นใยจากเปลือกสับปะรดที่เหลือทิ้งในภาคการเกษตร แล้วนำมาสร้างสรรค์เป็นคอลเลกชันกระเป๋า</p>
<p>ต่อมา เมื่อศึกษาในระดับปริญญาเอก ดร.อุษา จึงต่อยอดความสนใจของตัวเอง โดยสำรวจพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในการนำมาทำเส้นใย แล้วก็ได้ข้อสรุปที่ &#8216;<strong>ทุเรียน&#8217; &#8211; พืชเศรษฐกิจที่มีเปลือกเหลือทิ้งเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และยังมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการนำมาทำเป็นเส้นใยอีกด้วย</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Durain1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เปลือกทุเรียนมีเซลลูโลสธรรมชาติสูงถึง 30 % มีคุณสมบัติเชิงกลคล้ายคลึงกับเส้นใยฝ้ายและป่าน จึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมสิ่งทอได้&#8221;</em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การสกัดเปลือกทุเรียนให้เป็นเส้นใยที่มีคุณภาพนั้นเป็นขั้นตอนที่ยากและท้าทาย ดร.อุษา เล่าว่า ช่วงแรกต้องนำ​เปลือกทุเรียนมาตากแห้ง แล้วนำมาต้มและอบจนได้เส้นใย แต่เส้นใยที่ได้กรอบและแข็งกระด้าง ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้​</p>
<p><strong>ความล้มเหลวคือจุดเริ่มต้นของการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม</strong> พื้นที่วิจัยในจังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่สำคัญและมีเศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียนจำนวนมาก ที่นั่น ดร.อุษา ได้พบและได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จันทบุรี ผู้มีประสบการณ์ในการสกัดเส้นใยจากเปลือกทุเรียนเพื่อทำกระดาษบรรจุภัณฑ์</p>
<p><em>&#8220;วิธีการที่ได้เรียนรู้และนำมาทดลองก็คือการแช่ดองเปลือกทุเรียนในน้ำเปล่า วิธีนี้จะไม่ทำให้เส้นใยทุเรียนเสียสภาพ จากนั้นก็นำมาแยกเส้นใยที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38577 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/2147237.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>สิ่งทอหมุนเวียน คุณภาพเหนือชั้น ระบายอากาศดี ต้านแบคทีเรียได้</strong></p>
<p>เมื่อได้แนวทางสกัดเปลือกทุเรียนเป็นเส้นใยที่มีคุณภาพแล้ว ขั้นตอนสำคัญต่อไปคือการทดลองทอเส้นใยเป็นผืนผ้า ซึ่งในขั้นตอนนี้ ดร.อุษาได้ทำงานร่วมกับชุมชนโดยเน้นใช้ทักษะองค์ความรู้ทางภูมิปัญญาในการปั่นเส้นด้ายด้วยมือ (หรือการเข็นเส้นด้าย) แบบชุมชน</p>
<p>&#8220;การทดลองทอผืนผ้าเริ่มจากต้นแบบเส้นด้ายเบอร์ NE12 ในอัตราส่วนไหม 80% ผสมใยทุเรียน 20% จากนั้นทดลองทอผืนผ้าในอัตราส่วนต่างๆ ตั้งแต่ 50:50, 60:40, 70:30, 80:20 และ 90:10 ของเส้นไหม ต่อเส้นไหมผสมใยทุเรียน โดยกำหนดให้เส้นด้ายไหมเป็นเส้นยืนและเส้นด้ายไหมผสมใยทุเรียนเป็นเส้นพุ่ง&#8221; ดร.อุษา อธิบายแนวทางการทดลอง</p>
<p>ผืนผ้าทุกอัตราส่วนจะได้รับการทดสอบประสิทธิภาพอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอประเทศไทย ครอบคลุมทั้งด้านเคมีและกายภาพ รวมถึงการทดสอบกรด-เบส การซัก/ปั่น การส่องกล้องจุลทรรศน์ทั้งก่อนและหลังซัก การทดสอบความแข็งแรง (Tensile Strength) การระบายอากาศ (Air Permeability) และการต้านเชื้อแบคทีเรีย</p>
<p><em>&#8220;จากการทดสอบประสิทธิภาพทั้งทางด้านเคมีและทางกายภาพ พบว่าผ้าไหมผสมใยทุเรียนในอัตราส่วน 50:50 สามารถระบายอากาศได้ดีกว่าผืนผ้าไหม 100 % เกือบเท่าตัว เพราะผืนผ้าไหมผสมใยทุเรียนมีค่าการระบายอากาศสูงถึง 59.46 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อตารางเซนติเมตรต่อวินาที ในขณะที่ผ้าไหม 100 % มีค่าการระบายอากาศเพียง 39.68 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อตารางเซนติเมตรต่อวินาที นอกจากนี้ ผืนผ้าที่พัฒนาขึ้นนั้นยังมีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อแบคทีเรียได้สูงถึง 99.92% &#8220;</em></p>
<p>ด้วยคุณสมบัติการระบายอากาศและการต้านเชื้อแบคทีเรียที่ดีเยี่ยม ดร.อุษาเชื่อมั่นว่าผืนผ้าไหมผสมใยทุเรียนจะตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัยและความรู้สึกสบายในการสวมใส่เสื้อผ้า</p>
<p><strong>ปัจจุบันนวัตกรรมนี้ได้จดอนุสิทธิบัตรแล้ว และอยู่ระหว่างการนำไปขยายผลในเชิงพาณิชย์ต่อไป</strong></p>
<p><em><strong>&#8220;นวัตกรรมนี้สามารถพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้&#8221;</strong> </em>ดร.อุษา กล่าวและเสนอแนวทางการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ไว้ 2 แบบด้วยกัน โดยแนวทางแรกเป็นการร่วมมือกับชุมชน อาศัยองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและฝีมือของคนชุมชนในการทอผืนผ้า (ปั่นด้ายด้วยมือหรือการเข็นเส้นด้าย) ส่วนอีกแนวทางเป็นการทำงานกับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งใช้วิธีการปั่นด้ายแบบวงแหวน (Ring Spinning) เพื่อผลิตเส้นด้ายในเชิงพาณิชย์</p>
<p>ซึ่งในช่วงเริ่มต้น กระบวนการผลิตผ้าจากเส้นใยทุเรียนจะใช้วิธีการแบบชุมชนทั้งหมด 100% ตั้งแต่การเข็นเส้นใย การย้อมสีเส้นใย ไปจนถึงการทอผืนผ้า อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงความต้องการของตลาดและระยะเวลาในการผลิต ดร.อุษาจึงได้ปรับกระบวนการโดยนำเส้นใยทุเรียนผสมกับไหมไปผลิตผ่านเครื่องจักรในโรงงาน ซึ่งช่วยให้กระบวนการเข็นเส้นใยเร็วขึ้นและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีขึ้น ขณะที่กระบวนการย้อมสีเส้นใยและการทอผืนผ้ายังคงใช้ภูมิปัญญาของชุมชน 100% เหมือนเดิม เพื่อรักษาคุณค่าและเอกลักษณ์ของงานฝีมือดั้งเดิมเอาไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38578 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/2147205.jpg" alt="" width="1200" height="913" /></p>
<p><strong>MUW </strong><strong>แบรนด์สิ่งทอเปลือกทุเรียน โดนใจ </strong><strong>Gen Y </strong><strong>สายมู</strong></p>
<p>งานวิจัยนวัตกรรม <strong>&#8220;สิ่งทอหมุนเวียนจากเศษเหลือทิ้งเปลือกทุเรียน&#8221;</strong> ไม่ได้จบลงที่เส้นด้าย ด้วยคุณสมบัติเหนือชั้นของผืนผ้า ดร.อุษา ต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ <strong>MUW.OFFICIAL</strong> (มูวว์ ออฟฟิเชียล) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของผลผลิตจากงานวิจัยชุดนี้ ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ทันสมัย</p>
<p><strong>ดร.อุษา</strong> กล่าวว่าแบรนด์ดังกล่าวใช้แนวคิดสิ่งทอเคลื่อนไหว (Kinetic Textiles) และโครงสร้างเคลื่อนไหว (Kinetic Structures) ในลักษณะการเคลื่อนไหวของลายเส้นผ่านทัศนธาตุ สร้างให้เกิดมิติความลวงตา เพื่อสร้างรูปทรงที่สอดรับกับสรีระของผู้หญิง ช่วยเสริมความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดีของผู้ที่สวมใส่ โดยจุดเด่นที่โดดเด่นของแบรนด์คือการนำภูมิปัญญาการทอมือของชุมชนที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาสร้างสรรค์ลวดลายสัตว์มงคล 9 ลวดลาย ได้แก่ <strong>กวาง (มั่งมีศรีสุข) เสือ (ผู้นำ) สิงโต (อำนาจ) มังกร (โชคลาภ) นกยูง (มงคล) หงส์ (เจริญรุ่งเรือง) กบสามขา (เพิ่มพูนเงินทอง) ม้า (พลังความสำเร็จ) และปลา (มั่งคั่งร่ำรวย)</strong></p>
<p>&#8220;ใยทุเรียนยังถือเป็นเส้นใยจากไม้มงคลประเภทหนึ่ง เมื่อนำมาทอผ่านลวดลายสัตว์มงคล ซึ่งเป็นการถอดสัญลักษณ์ตามทฤษฎีสัญวิทยา นี่คือการผสมผสานระหว่างความเชื่อทางวัฒนธรรมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ในมิติที่ลึกซึ้งกว่าแค่การใช้งาน แต่ยังเป็นการยึดเหนี่ยวจิตใจและส่งเสริมความเชื่อเรื่องสิริมงคล&#8221; ดร.อุษา กล่าวถึงจุดเด่นของแบรนด์</p>
<p><strong>MUW.OFFICIAL</strong> มีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทและรูปแบบ ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน ทั้งหมดผลิตผ่านกรรมวิธีทางธรรมชาติและภูมิปัญญาการทอมือ</p>
<p>แบรนด์<strong> MUW.OFFICIAL</strong> เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว (2567) โดยใช้ช่องทางออนไลน์ในการสื่อสารการตลาดและขายผลิตภัณฑ์ ดร.อุษา กล่าวว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์คือ Generation Y อายุ 27-42 ปี ซึ่งคนกลุ่มนี้มีทั้งคนที่ทำงานประจำและต้องการประสบความสำเร็จ กับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ที่อยากจะประสบความสำเร็จทางธุรกิจ</p>
<p>จากการสัมภาษณ์ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายจะพบว่า ทั้งสองกลุ่มนี้มีลักษณะร่วมกันคือความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตั้งแต่อายุยังน้อย และในขณะเดียวกัน ก็ตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม สนใจผลิตภัณฑ์ที่มาจากวัสดุธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน และที่ขาดไม่ได้คือคนกลุ่มนี้สนใจผลิตภัณฑ์เสริมสิริมงคล ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจ หนุนนำไปสู่ความสำเร็จ&#8221; ดร.อุษา กล่าว</p>
<p>การผสานระหว่างความเชื่อเรื่องมงคลกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยทุเรียนตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า Gen Y ได้อย่างลงตัว ซึ่งเมื่อนำผลิตภัณฑ์ลงสู่ตลาดจริงผ่านการทดสอบออกบูธ    ก็ได้ผลตอบรับที่เกินความคาดหมาย ผู้บริโภคให้ความสนใจและกระแสตอบรับเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มตลาดเป้าหมายที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้นนั้นถูกต้องและตรงกับความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38579 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Re1.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong>เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืน</strong></p>
<p>ดร.อุษา กล่าวว่าการมีทางเลือกใหม่ในการจัดการเศษเหลือทิ้งไม่เพียงแต่แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ</p>
<p>ชุมชนในจังหวัดจันทบุรีและพื้นที่อื่น ๆ ที่มีเศษเหลือทิ้งจากทุเรียนสามารถสร้างรายได้เสริม ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และยกระดับทักษะของช่างทอผ้าในชุมชน สำหรับภาครัฐก็ได้รับองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดและขยายผลสู่ชุมชนอื่น ๆ และภาคเอกชนได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติ นำไปสู่การปรับตัวลดต้นทุนการผลิตในอนาคต โดยเฉพาะการลดการนำเข้าเส้นใยจากต่างประเทศ</p>
<p>&#8220;การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้เป็นการต่อยอดสู่การเป็น Soft Power ของไทยเพราะเป็นการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับนวัตกรรมสมัยใหม่ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ผ่านการเล่าเรื่องของวัฒนธรรม ความเชื่อ และความคิดสร้างสรรค์ที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย ซึ่งแนวทางนี้จะนำไปต่อการยอดพัฒนา โดยสามารถปรับใช้ในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทยที่มีเหลือทิ้งจากพืชเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาปรับใช้กับวัสดุอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันได้ เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเศษเหลือทิ้ง แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศใหม่ที่ยั่งยืน เชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกร ชุมชน อุตสาหกรรม ไปจนถึงผู้บริโภค&#8221; ดร.อุษา กล่าวปิดท้าย</p>
<p>นวัตกรรมเส้นใยจากเปลือกทุเรียนนับเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากเศษเหลือทิ้งในภาคการเกษตร และยังเป็นการสร้างวงจรเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเสริมสร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy Model) อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นการเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเป็นเส้นทางสู่การสร้างมูลค่าจากสิ่งที่เคยถือว่าไร้ค่า จึงพิสูจน์ให้เห็นว่า ด้วยความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่น สิ่งที่ดูเหมือนเป็นปัญหาก็สามารถกลายเป็นโอกาสทองที่นำพาสังคมไปสู่อนาคตที่สดใสและยั่งยืนได้</p>
<p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจแบรนด์ </strong><strong>MUW.OFFICIAL </strong><strong>สามารถติดต่อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ </strong><strong>Facebook, LINE OA, TikTok : muw.official </strong><strong>และ </strong><strong>Instagram : muw official_</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/circular-textile-innovation-from-durian-peel/">&#8216;ครั้งแรกในไทย&#8217; จากเปลือกทุเรียนเหลือทิ้ง สู่นวัตกรรมแห่งความยั่งยืน &#8216;เส้นใยผ้าทอจากเปลือกทุเรียน&#8217; ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริม Soft Power ไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อิมแพ็ค เมืองทองธานี โชว์วิสัยทัศน์ ผู้นำ &#8216;MICE &#038; Entertainment Event&#8217; แห่งเอเชีย ดันรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท ใน 5 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/2nd-half-impact-muang-thong-direction/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Aug 2025 10:30:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Entertainment Event]]></category>
		<category><![CDATA[IMPACT Muang Thong Thani]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[MICE & Entertainment Event]]></category>
		<category><![CDATA[Regional]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคอนเสิร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิมแพ็ค ไลฟ์เนชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พอลล์ กาญจนพาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เมืองทองธานี]]></category>
		<category><![CDATA[อีเวนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35417</guid>

					<description><![CDATA[<p>อิมแพ็ค เมืองทองธานี ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ปักธงขึ้นสู่ผู้นำธุรกิจไมซ์เอเชีย เดินหน้าเชิงรุก ลุยเจาะตลาดอินเดีย จีน ผนึกพาร์ทเนอร์ ไลฟ์เนชั่น ตั้งบริษัทใหม่ขยายอาณาจักรกลุ่มอีเวนต์บันเทิงระดับโลก หวังดันรายได้ปี 2573 ทะยานสู่ 9,000 ล้านบาท คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้จัดงานทั่วโลก ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นหลายมิติ ทั้งความมั่นคงทางอาหาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการผ่านความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนจากรายงาน Globe Watch Business Analytics &#8211; Country &#38; City Rankings ประจำปี 2567 ของสมาคมการประชุมนานาชาติ(ICCA) จัดอันดับจากการเก็บข้อมูลจากจำนวนงานประชุมนานาชาติที่เลือกเมืองและประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นสถานที่จัดงาน โดยระบุว่า ปี 2567 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นลำดับที่ 25 ของโลกจากจำนวนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/2nd-half-impact-muang-thong-direction/">อิมแพ็ค เมืองทองธานี โชว์วิสัยทัศน์ ผู้นำ &#8216;MICE &#038; Entertainment Event&#8217; แห่งเอเชีย ดันรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท ใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อิมแพ็ค เมืองทองธานี</strong> ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ปักธงขึ้นสู่ผู้นำธุรกิจไมซ์เอเชีย เดินหน้าเชิงรุก ลุยเจาะตลาดอินเดีย จีน ผนึกพาร์ทเนอร์ ไลฟ์เนชั่น ตั้งบริษัทใหม่ขยายอาณาจักรกลุ่มอีเวนต์บันเทิงระดับโลก หวังดันรายได้ปี 2573 ทะยานสู่ 9,000 ล้านบาท</p>
<p><span id="more-35417"></span></p>
<p><strong>คุณพอลล์ กาญจนพาสน์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้จัดงานทั่วโลก ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นหลายมิติ ทั้งความมั่นคงทางอาหาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการผ่านความคิดสร้างสรรค์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35420 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/K.Paul-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สะท้อนจากรายงาน <strong>Globe Watch Business Analytics &#8211; Country &amp; City Rankings</strong> ประจำปี 2567 ของสมาคมการประชุมนานาชาติ(ICCA) จัดอันดับจากการเก็บข้อมูลจากจำนวนงานประชุมนานาชาติที่เลือกเมืองและประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นสถานที่จัดงาน โดยระบุว่า <em>ปี 2567 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นลำดับที่ 25 ของโลกจากจำนวนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด 160 ประเทศ</em></p>
<p>โดยประเทศไทยยังครองอันดับที่ 5 ในภูมิภาคเอเชีย และอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยจำนวนงานประชุมนานาชาติที่จัดขึ้นมากที่สุด แสดงให้เห็นศักยภาพอันโดดเด่นของทั้งประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ในฐานะศูนย์กลางการจัดงานประชุมระดับนานาชาติ</p>
<p><strong>ปรับเกมรุก รับดีมานด์​ Entertainment Event พุ่ง</strong></p>
<p>โดยเฉพาะความต้องการ​​จัดคอนเสิร์ตในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยแต่ละปีประเทศไทยมีจำนวนคอนเสิร์ตทั้งระดับนานาชาติและในประเทศประมาณ 250-300 งาน ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่เพียงสร้างเม็ดเงินจากการจ้างงานในอุตสาหกรรมอีเวนต์ แต่ยังเพิ่ม​การใช้จ่ายทั้ง​การเดินทาง ค่าที่พัก และธุรกิจอาหารในพื้นที่จัดงานรวมถึงพื้นที่โดยรอบเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้วย</p>
<p><strong>คุณพอลล์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มการเติบโตของการจัดคอนเสิร์ต หรือกลุ่ม <strong>Entertainment Event</strong> ค่อนข้างเติบโตได้ดีและไม่น่าเป็นห่วง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะช่วงหลังโควิด หรือภาวะเศรษฐกิจกระทบต่อกำลังซื้อ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้จ่าย หันมาโฟกัสสิ่งที่เข้ามาช่วย​เติมเต็มประสบการณ์หรือตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้ตัวเองได้มากขึ้น อาจจะลดการซื้อเสื้อผ้า ​ซื้อบ้าน ซื้อรถ เปลี่ยนเป็นก​ารมาดูคอนเสิร์ต และแชร์ประสบการณ์ การท่องเที่ยว หรือไลฟ์สไตล์ผ่านการถ่ายรูปได้มากขึ้น ซึ่งคอนเสิร์ตเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35421 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-Venue2-Re.jpg" alt="" width="1200" height="538" /></p>
<p>ดีมานด์การจัดอีเวนต์บันเทิงที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้พื้นที่จัดคอนเสิร์ตในอิมแพ็ค อารีน่า เต็มยาวไปถึง 6-9 เดือนข้างหน้าและมีการจองข้ามปี โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ที่มีการจัดงานทุกสัปดาห์ และมีดีมานด์เข้ามาค่อนข้างสูง​ ทางอิมแพ็คจึงได้มีการขยายพื้นที่เพื่อรองรับการจัดงานในกลุ่มนี้เพิ่มเติมจาก 2 อาคารหลัก ที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ อิมแพ็ค อารีน่า และธันเดอร์โดม มายังอาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ที่สามารถรองรับคนได้กว่า 4-5 หมื่นคน รวมทั้ง<em>​​</em>อาคาร  5-12 ที่สามารถรองรับงานอีเวนต์บันเทิงในร่มได้เช่นกันในสเกลประมาณ 3,500 &#8211; 4,5000 คนต่ออาคาร</p>
<p>รวมทั้งยังจับมือกับพันธมิตรอย่าง <strong>&#8216;ไลฟ์เนชั่น&#8217;</strong> ​เปิดบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อ  <strong>&#8216;บริษัท อิมแพ็ค ไลฟ์เนชั่น จำกัด&#8217;</strong> โดยสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างอิมแพ็ค และไลฟ์เนชั่นที่ 51 : 49 เพื่อเช่าอาคารและที่ดินอิมแพ็ค อารีน่า ระยะเวลา 20 ปี คิดเป็นมูลค่ารวมตามสัญญากว่า 4,617 ล้านบาท โดยมุ่งบริหารจัดการ​อิมแพ็ค อารีน่า ร่วมกัน เพื่อเพิ่มศักภาพในการรองรับอีเวนต์บันเทิงได้เพิ่มมากขึ้น ​​พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ของอิมแพ็คในฐานะจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลกได้เป็นอย่างดี​ ซึ่งปัจจุบัน​อิมแพ็ค อารีน่า และธันเดอร์โดม ​ติด 1 ใน 5 ของสถานที่จัดงานในประเทศไทยที่ผู้จัดทั่วโลกเลือกใช้บริการ ด้วยความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทางสะดวกสบาย เเละรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายที่เชื่อมต่อกับอาคารโดยตรง</p>
<p><em>&#8220;การตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อ​รีโนเวท อิมแพ็ค อารีน่า ครั้งใหญ่ในรอบ 26 ปี  มีแผน​เริ่มเข้ามาบริหารในช่วงต้นปีหน้า ​ทั้ง​ปรับปรุงทั้งสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก​ อุปกรณ์และระบบต่างๆ ให้มีความทันสมัยและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ช่วยลดต้นทุนในการเซ็ตงาน รวมทั้งลดระยะเวลาในการใช้พื้นที่ให้น้อยลง ทำให้มีโอกาสบริหารจัดการพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพิ่มจำนวนการรับงานได้มากขึ้นด้วย  รวม​ถึงการเพิ่มบริการต่างๆ ให้ผู้มาเช่าสถานที่ เพื่อการดูแลและมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้มาใช้บริการได้มากขึ้น เช่น การบริการอาหารเครื่องดื่ม บริการเซ็ต VIP Box ​เป็นต้น ส่วนการปรับปรุงอาคารอื่นๆ เพื่อรองรับโอกาสจากการจัดอีเวนต์บันเทิง เช่น อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 พื้นที่ 6 หมื่นตารางเมตร พื้นที่อาคารเชื่อมต่อกันโดยไม่มีเสากั้น เพื่อเป็นอาคารจัดอีเวนต์บันเทิงในร่มขนาดใหญ่ และ​มี​​แผนพัฒนาห้องแต่งตัวบริเวณอาคาร 5-6 ใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนอีเวนต์ด้านความบันเทิงในอนาคต รวมทั้งพื้นที่​ธันเดอร์โดม ที่ใกล้หมดสัญญาจากผู้เช่ารายเดิม ก็เตรียมปรับปรุงเพื่อ​ยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้ทั้งผู้จัดงานและผู้ชม​ภายในงาน ภายใต้พื้นที่กลางแจ้งริมทะเลสาบเมืองทองธานีกว่า 1.5 แสนตารางเมตร ​ที่เหมาะกับการจัดเทศกาลดนตรี เฟสติวัลขนาดใหญ่ พร้อมวิวทะเลสาบเปิดโล่ง เพื่อ​ประสบการณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-Venue3-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>ลงทุน 3 พันล้าน ​ ปักธงผู้นำ MICE &amp; Entertainment Event</b></p>
<p>การปรับตัวของ <strong>&#8216;อิมแพ็ค เมืองทองธานี&#8217;</strong>  เพื่อต้องการ​​​รักษาความเป็นผู้นำของศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอันดับ 1 ของไทยและภูมิภาคอาเซียน พร้อมการประกาศวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ <em><strong>โดยตั้งเป้าหมาย​ก้าวสู่ผู้นำ​ธุรกิจไมซ์ (MICE) ของเอเชีย และเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานประชุม ธุรกิจ และความบันเทิงที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก (Entertainment Event)</strong></em></p>
<p>นอกจากนี้ จะเร่ง​ขับเคลื่อนธุรกิจ​เชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการเติมเต็มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโอกาสจากการขยายตัวของธุรกิจไมซ์ และ Entertainment Event เพื่อเพิ่มทั้งการเติบโตของบริษัท รวมทั้งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ของภูมิภาค โดยมีแผนลงทุนเพิ่มกว่า 3 พันล้านบาท ​ขยายการให้บริการโรงแรมอีก 1 พันห้อง ทั้งระดับ 5 ดาว ได้แก่<strong> ฮิลตัน (Hilton)</strong> จำนวน 300 ห้อง และระดับ 4 ดาว คือ <strong>ฮิลตัน การ์เดน อินน์ (Hilton Garden Inn)</strong> จำนวน 700 ห้อง ที่จะให้บริการอยู่ภายในตึกเดียวกัน ​ตั้งอยู่​บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อรองรับการจัดงานในสเกลใหญ่ๆ ระดับโลกที่บางงานอาจต้องการที่พักจำนวนมากกว่า  2 พันห้องขึ้นไป เพื่อ​สามารถรองรับและอำนวยความผู้จัดงานได้อย่างครบวงจรมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้มีงานสเกลระดับโลกและกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเริ่มก่อสร้างช่วงไตรมาสแรกในปีหน้า และคาดว่าจะ​เปิดให้บริการได้ภายในปลายปี 2570</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35423 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-Venue-Re.jpg" alt="" width="1200" height="652" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันเรามีโรงแรมให้บริการอยู่ 2 แห่ง คือ โนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค และไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค รวม 1 พันห้อง ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากอัตราการเข้าพัก (Occupancy) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับการเติบโตของการจัดงานที่มากขึ้นทำให้มีแผนขยายห้องพัก​ต่อเนื่อง ทั้งเพื่อรองรับผู้เดินทางจากการจัดงาน รวมทั้งจะเป็นแม็กเน็ตสำคัญในการดึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย​ได้มากขึ้นเข้ามาใน Ecosystem ของเมืองทอง ช่วยกระจายกำลังซื้อไปยังกลุ่มผู้ประกอบการและธุรกิจโดยรอบได้มากขึ้น โดยตามแผนจะขยายจำนวนห้องให้ได้ 3 พันห้อง ภายในปี 2571 และเพิ่มเป็น 5 พันห้อง ภายในปี 2575 หรืออีก 8 ปีนับจากนี้&#8221;  </em></p>
<p><strong>คุณพอลล์</strong> กล่าวต่อว่า การพัฒนาโรงแรมยังเป็นแกนกลางในการพัฒนาไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำและศูนย์กลางธุรกิจ MICE &amp; Entertainment Event ผ่านแผนพัฒนาโครงการในรูปแบบ Mixed Use ซึ่งในอนาคตจะเพิ่มแม็กเน็ตมาเติมเต็มพื้นที่ริมทะเลสาบให้สามารถอำนวยความสะดวก และรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ได้อย่างครบวงจร ​ทั้งช้อปปิ้ง มอลล์ หรือสวนน้ำ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มโอกาสในการจับจ่าย​ซื้อของจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง เพิ่มเติมจากการเดินทางมาประชุม สัมมนา จัดกิจกรรม หรือการเดินทางมาดูคอนเสิร์​ตต่างๆ ​รวมทั้งอีกหนึ่ง​จุดแข็งด้านการเดินทางเข้ามาในโครงการได้อย่างสะดวกผ่านรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่เปิดให้บริการแล้ว ช่วยเพิ่มความสะดวก​และบรรเทาปัญหาด้านการจราจรลงได้อย่างมาก ซึ่งต่างเป็นองค์ประกอบที่เข้ามาช่วยตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางและผู้นำของธุรกิจ MICE และ Entertainment Event ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><strong>วางกลยุทธ์ เร่งเครื่องเติบโต​​ทุกกลุ่มธุรกิจ</strong></p>
<p>ปัจจุบันรายได้หลักของอิมแพ็ค มาจาก <em><strong>4 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจให้บริการรเช่าพื้นที่จัดงาน  ธุรกิจรับจ้างงานครบวงจรและให้เช่าอุปกรณ์จัดงาน ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม </strong></em>ซึ่งจากการมุ่งมั่นขยายธุรกิจในเชิงรุก คาดว่าจะส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวมในปีนี้กว่า 4 พันล้านบาท พร้อมเติบโตเพิ่มขึ้นแตะระดับ 9 พันล้านบาท ได้ในอีก 5 ปี ข้างหน้า หรือภายในปี ​ 2573</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35424 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Exhibition-Hall-Re.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ทั้งนี้ นอกจากแผนลงทุนในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ​​และแผนปรับปรุงอิมแพ็ค อารีน่าแล้ว ยังมีการขับเคลื่อนการเติบโตให้ธุรกิจในมิติอื่นๆ เพิ่มเติม ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; กลุ่มธรกิจให้บริการเช่าพื้นที่จัดงาน</strong> ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้หลักให้บริษัท ปีนี้จะมุ่ง​ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศใหม่ๆ ​ต่อเนื่อง เช่น อินเดีย จีน ประเทศแถบตะวันออกกลาง จากศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ และความต้องการในการจัดกิจกรรมที่ขยายตัวขึ้น โดยได้ตั้งทีม Business Development เจาะตลาดจีนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างรายได้ใหม่และขยายจำนวนการจัดงานให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแผนในการขยับครั้งใหญ่เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตในกลุ่มอีเวนต์บันเทิง หรือ Entertainment Event</p>
<p>&#8211;<strong> ธุรกิจรับจ้างงานครบวงจรและให้เช่าอุปกรณ์จัดงาน</strong> ​เริ่มมีการสร้างสรรค์งาน​ตัวเองเพิ่มมากขึ้น​ ทั้งกลุ่มงานแสดงสินค้า งานเจรจาธุรกิจ รวมถึงอีเวนต์เชิงไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างความหลากหลายของจำนวนงานที่จัดขึ้นในพื้นที่ รวมทั้งการเปิดโอกาสสร้างพันธมิตรการจัดงาน เพื่อเติบโตร่วมกันผ่านแพ็กเกจ &#8216;<strong>IMPACT NEXT&#8217;</strong> สำหรับผู้จัดงานหน้าใหม่ หรือผู้ที่มีไอเดียสร้างสรรค์อีเวนต์แนวใหม่เข้ามาจัดงาน ภายใต้ความร่วมมือกันในโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจ ซึ่งได้รับ​ผลตอบรับที่ดี​ทำให้​มีกลุ่มลูกค้าและจำนวนงานใหม่มากเพิ่มขึ้น</p>
<p>เช่น ​เทศกาลยานยนต์สุดยิ่งใหญ่ &#8216;<strong>IMPACT Speed Fest 2025&#8242;</strong> ​ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรกและได้ผลตอบรับที่ดี โดยตั้งเป้าหมายว่า จะสร้างให้เป็น Destination of Thailand Car Culture ในอนาคต ขณะที่​ภาพรวมการจัดงานครึ่งแรกของปี 2568 ยัง​เติบโต​ดีต่อเนื่อง มียอดจัดงาน 341 งาน แบ่งเป็น ประชุม สัมมนา 167 งาน อินเซนทีฟ 16 งาน ประชุมขนาดใหญ่ (Convention) 5 งาน คอนเสิร์ตไทย คอนเสิร์ตต่างประเทศ 41 งาน เอ็กซิบิชั่นระดับนานาชาติ 33 งาน งานแต่งงาน 58 งาน และงานเลี้ยงสังสรรค์ 21 งาน ส่วน​ครึ่งปีหลัง มียอดจองกว่า 300 งาน ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อน ​เช่น SUMMER SONIC BANGKOK 2025, งานแสดงสินค้าสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวประเทศไทย, มหกรรมยานยนต์ ​ และเทศกาล EDM ระดับโลกอย่าง Creamfields Asia 2025 เป็นต้น</p>
<p><strong>-กลุ่มธุรกิจอย่างอาหารและเครื่องดื่ม </strong>เตรียมเปิดร้านอาหารใหม่ &#8216;<strong>Xian yuan&#8217;</strong> เพิ่มเติมที่ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค ขนาด 900 ตารางเมตร ช่วงปลายปีนี้ จากปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือ 18 แบรนด์​​ ​29 สาขา ซึ่งให้บริการอยู่ภายในอิมแพ็ค เมืองทองธานี 20 สาขา และนอกศูนย์รวม 9 สาขา โดยแบรนด์ภายในเครือ ได้แก่ บิสโตร เดอ แชมเปญ, ฟลาน โอเบรียนส์ ไอริช ผับ, เฮยยิน, ฮ่องกง คาเฟ่, ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน, ฮ่องกง สุกี้, อิมแพ็ค ฟาร์ม, อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์, อีสาน แอ็ท อารีน่า, เรโทร บาร์ แอนด์ คาเฟ่, เทอราซซ่า, ทองหล่อ, ซิกส์ ซีโร่ การาจ แอนด์ โรสเตอร์, อีส คาเฟ่, เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ไทยแลนด์, นิปปอน โยโคโจว, ไทโชเต, สึโบฮาจิ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35425 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมไมซ์จะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการไทย ยังต้องเผชิญความท้าทายทุกมิติ โดยเฉพาะความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในประเทศเอง ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการใช้จ่าย และการตัดสินใจของผู้จัดงานและนักเดินทางกลุ่มไมซ์ รวมถึงนโยบาย​ภาษี​สหรัฐฯ และปัญหาเศรษฐกิจจีน นโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศของจีน ส่งผลให้จำนวนนักเดินทางไมซ์ เเละนักท่องเที่ยวจีนชะลอการเดินทางลงตั้งแต่ต้นปี 2568 ​ขณะที่ภาคธุรกิจไทย รวมถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่างเตรียมความพร้อมรับมือให้ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนทิศทางของบริษัท มุ่ง​ขยายการเติบโตของธุรกิจทุกกลุ่มแบบ​เชิงรุกมากขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ รวมทั้ง​ส่งเสริมภาพลักษณ์ของอิมแพ็คในฐานะจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลกได้อย่างแท้จริง&#8221;</em> คุณพอลล์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/2nd-half-impact-muang-thong-direction/">อิมแพ็ค เมืองทองธานี โชว์วิสัยทัศน์ ผู้นำ &#8216;MICE &#038; Entertainment Event&#8217; แห่งเอเชีย ดันรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท ใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไฮไลท์ GCNT EXPO 2025 มหกรรมรวมพลังเร่งสร้างโลกยั่งยืน ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/hilight-gcnt-expo-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Jul 2025 15:10:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Forward SDGs Faster Together]]></category>
		<category><![CDATA[GCNT EXPO 2025]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[จิราพร สินธุไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย ชุณหวชิร]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย เจียรวนนท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35059</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหกรรมด้านความยั่งยืนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของปี GCNT EXPO 2025: Forward SDGs Faster Together โดย &#8216;สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย&#8217; (GCNT) ในการเชื่อมโยง​ &#8216;ตัวจริงสายยั่งยืน&#8217; ระดับแนวหน้า พร้อมผนีกพลังภาครัฐ ภาคเอกชน นักคิดรุ่นใหม่ ศิลปิน เยาวชน และประชาชนทุกภาคส่วน​​ สร้าง​ความร่วมมือข้ามภาคส่วน เพื่อสร้างแรงกระเพื่อม เร่งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของไทยให้ทันปี 2030 โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานรวม​กว่า 6,000 คน งาน GCNT Expo 2025 จึง​เป็นปรากฏการณ์สำคัญที่สะท้อนถึงพลังและบทบาทของภาคธุรกิจไทยในเวทีโลกด้านความยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจ ผลักดันการเปลี่ยนแปลงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของมวลมนุษยชาติ ที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี คุณพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานเปิดงาน และตัวแทนจาก​ภาครัฐบาล กล่าวว่า​ GCNT Expo 2025 สะท้อนถึงพลังของภาคเอกชนไทย ในฐานะผู้นำการขับเคลื่อนภารกิจด้านความยั่งยืน พร้อมทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การบรรลุ SDGs อย่างเป็นรูปธรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/hilight-gcnt-expo-2025/">ไฮไลท์ GCNT EXPO 2025 มหกรรมรวมพลังเร่งสร้างโลกยั่งยืน ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มหกรรมด้านความยั่งยืนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของปี <strong><em>GCNT EXPO 2025: Forward SDGs Faster Together</em></strong> โดย &#8216;<strong>สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย&#8217;</strong> (GCNT) ในการเชื่อมโยง​ <strong>&#8216;ตัวจริงสายยั่งยืน&#8217;</strong> ระดับแนวหน้า</p>
<p><span id="more-35059"></span></p>
<p>พร้อมผนีกพลังภาครัฐ ภาคเอกชน นักคิดรุ่นใหม่ ศิลปิน เยาวชน และประชาชนทุกภาคส่วน​​ สร้าง​ความร่วมมือข้ามภาคส่วน เพื่อสร้างแรงกระเพื่อม เร่งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของไทยให้ทันปี 2030 โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานรวม​กว่า 6,000 คน</p>
<p>งาน<strong> GCNT Expo 2025</strong> จึง​เป็นปรากฏการณ์สำคัญที่สะท้อนถึงพลังและบทบาทของภาคธุรกิจไทยในเวทีโลกด้านความยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจ ผลักดันการเปลี่ยนแปลงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของมวลมนุษยชาติ ที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี</p>
<figure id="attachment_35083" aria-describedby="caption-attachment-35083" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-35083 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/พิชัย-ชุณหวชิร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-35083" class="wp-caption-text">คุณพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</figcaption></figure>
<p><strong>คุณพิชัย</strong> <strong>ชุณหวชิร </strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานเปิดงาน และตัวแทนจาก​ภาครัฐบาล กล่าวว่า​ <strong>GCNT Expo 2025</strong> สะท้อนถึงพลังของภาคเอกชนไทย ในฐานะผู้นำการขับเคลื่อนภารกิจด้านความยั่งยืน พร้อมทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การบรรลุ SDGs อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม</p>
<p><em>“แนวคิดเรื่อง </em><em>SDGs </em><em>ทั้ง </em><em>17 </em><em>ข้อ ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค</em><em>.</em><em>ศ</em><em>. 2000 </em><em>โดยมีการคาดการณ์ว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นแตะ </em><em>8,000 </em><em>ล้านคน ภายในไม่กี่ทศวรรษ ​ขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเวที  GCNT EXPO 2025 สะท้อนความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และนำเสนอผลงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม  </em><em>ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขนโยบายและกฎหมายให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน  การกำหนด​ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาคอุตสาหกรรมแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม และการสร้างความตระหนักรู้​อย่างครอบคลุม </em><em> เพราะ </em>ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากคนยังขาดความรู้และความเข้าใจ’ ดังนั้น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นหัวใจสำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ”​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35084 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/GCNT-EXPO-2025-3-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ GCNT ยังทำหน้าที่เสมือนตัวแทนประเทศไทย ในการประกาศจุดยืน ความมุ่งมั่น และความรับผิดชอบต่อประชาคมโลกในการเร่งขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs ​ผ่านการรวมพลังภาคเอกชนไทยเพื่อร่วมเปลี่ยนผ่านประเทศไทยและโลกไปสู่อนาคตที่สมดุลและยั่งยืนอย่างแท้จริง เนื่องจาก การพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศจะไม่อาจเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง หาก​ไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย SDG ข้อที่ 16 ว่าด้วยการสร้างสันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง</p>
<p><strong>คุณศุภชัย เจียรวนนท์</strong> นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด  กล่าวว่า อีก 5 ปี จะถึงกำหนดที่ต้องบรรลุเป้าหมาย  SDGs 2030 ​ แต่ขณะนี้ทั้งโลกทำได้เพียง​ 18%  รวมทั้งยังขับเคลื่อนเข้าใกล้จุดวิกฤต และ​เผชิญความท้าทาย ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น และบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาแทนที่แรงงาน</p>
<figure id="attachment_35070" aria-describedby="caption-attachment-35070" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-35070 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/S__73121795.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-35070" class="wp-caption-text">คุณศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด </figcaption></figure>
<p>จึงได้เสนอ 7Ts  หรือ 7 Transformations ซึ่งจะเป็นปัจจัย​สำคัญในการ​ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากนี้ไป  ได้แก่ <strong>1. Table</strong> อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรกรรมแห่งอนาคต สร้างความมั่นคงทางอาหารให้ประชากรโลก,  2.<strong> Tourism</strong> การขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน,  3.<strong> Tech</strong> เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน ใช้นวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, 4.<strong> Trade</strong> การค้า การบริการ การขนส่ง การเงิน ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจที่เปิดกว้าง เป็นธรรมและทั่วถึง, 5.<strong> Talent</strong> การลงทุนในทุนมนุษย์ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเยาวชน ให้มีทักษะดิจิทัล และมีจิตสำนึกด้านความยั่งยืน,  6.<strong> Transition</strong> การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม สู่เศรษฐกิจสีเขียว ที่พึ่งพาพลังงานสะอาด คาร์บอนต่ำ และ 7.<strong> Trust</strong> การสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาล-เสริมสร้างความไว้วางใจในระบบเศรษฐกิจและสังคม</p>
<p><strong>คุณแซนด้า โอเจียมโบ</strong> ผู้อำนวยการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UN Global Compact (UNGC) กล่าวว่า ​ UNGC มีพันธกิจในการสร้างตลาดโลกที่มีจริยธรรม ครอบคลุม และยืดหยุ่น โดยปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจเข้าร่วมแล้วกว่า 20,000 แห่ง จาก 160 ประเทศทั่วโลก รวมถึงภาคธุรกิจไทยกว่า 130 องค์กรสมาชิก GCNT ที่ร่วมขับเคลื่อนแนวปฏิบัติด้าน สิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><em>&#8220;โลกในวันนี้ยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุ SDGs 2030 ซึ่ง UNGC ​ยืนยันพันธกิจในการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจทั่วโลก เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน และครอบคลุมสำหรับทุกคน เพราะเมื่อธุรกิจรวมพลังกันอย่างเป็นระบบ และสามารถสร้างความร่วมมือแบบข้ามภาคส่วน  ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่จับต้องได้ในระดับโลก”​</em></p>
<figure id="attachment_35087" aria-describedby="caption-attachment-35087" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-35087 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/รมว.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-35087" class="wp-caption-text">คุณจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</figcaption></figure>
<p><strong>คุณจิราพร สินธุไพร </strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงปาฐกถา ​ตอกย้ำให้เห็นว่า Soft Power และแนวทาง ESG คือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามกรอบ  SDGs โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างระบบสนับสนุน Soft Power อย่างครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่การลงทุนในคนไทยผ่านโครงการ <strong>One Family One Soft Power (OFOS)</strong> การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์  ไปจนถึงการพาผลงานของคนไทยสู่ตลาดโลก​</p>
<p><em>&#8220;Soft Power ของไทยมีศักยภาพสูง ทั้ง​ด้านอาหาร ดนตรี การออกแบบ การแพทย์แผนไทย และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยสามารถนำมาใช้เชื่อมโยงกับเป้าหมาย SDGs อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง​ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจไทยที่ยึดมั่นในหลักการของ UN Global Compact จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน และมีคุณภาพ ขณะที่พลังของ Soft Power คือพลังสร้างสรรค์ที่จะพาไทยก้าวข้ามความท้าทาย และบรรลุเป้าหมาย SDGs ได้อย่างมีเอกลักษณ์ของตัวเอง”​ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35085 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/GCNT-EXPO-2025-2-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ผู้นำองค์กร​ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ สะท้อนพลังภาคเอกชน</strong></p>
<p>ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้นำองค์กรชั้นนำของประเทศจากหลากหลายอุตสาหกรรม ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน​ในฐานะผู้มีบทบาทและพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่อนาคตที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม   ทั้งแนวคิด นวัตกรรม และบทเรียนจากการลงมือทำจริง ซึ่งล้วนเป็นแรงบันดาลใจและจุดประกายให้ทุกภาคส่วนเร่งเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน</p>
<figure id="attachment_35082" aria-describedby="caption-attachment-35082" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-35082 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/สมเจตนา-ภาสกานนท์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-35082" class="wp-caption-text">คุณสมเจตนา ภาสกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านพัฒนาความยั่งยืน บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี)</figcaption></figure>
<p><strong>คุณสมเจตนา</strong> <strong>ภาสกานนท์ </strong>รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านพัฒนาความยั่งยืน บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี) ระบุว่า  กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของเครือซีพีมุ่งเน้นภายใต้กรอบ <strong>3Hs: Heart, Health, Home </strong> ซึ่งทำหน้าที่เป็นเข็มทิศกำหนดทิศทางให้กับทั้ง 8 กลุ่มธุรกิจหลักของเครือในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายสำคัญในระบบห่วงโซ่อุปทาน เรื่อง <strong>Carbon Neutrality</strong>​ และ <strong>Net Zero</strong>​ ​ที่ได้ศึกษาและวางรากฐานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โดยพบว่า หาก​ลดคาร์บอนลงได้ปีละ 10% ในแต่ละกระบวนการ จะสามารถแปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 63 ล้านบาท และหากสามารถขยายผลให้คู่ค้าลดคาร์บอนได้เช่นกัน ผลลัพธ์ก็จะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ​</p>
<p><em>&#8220;การปรับตัวขององค์กรให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต​ จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนภายใต้ Framework 5 ข้อ ได้แก่ 1) ความโปร่งใส (Transparency) 2) การใช้กลไกตลาด (Market Mechanism) 3) ภาวะผู้นำและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Leadership &amp; Talents) 4) การเสริมพลังให้กับพันธมิตร (Empowerment) และ 5) การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology) ซึ่งการดำเนินธุรกิจปัจจุบันต้องทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม (Stakeholders) เห็นถึงศักยภาพขององค์กรในการบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่คุณค่า การเพิ่มประสิทธิภาพ และการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างจริงจัง ซึ่งเครือซีพี มุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”</em></p>
<figure id="attachment_35078" aria-describedby="caption-attachment-35078" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-35078 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/ซิกเว่-เบรกเก้-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-35078" class="wp-caption-text">มร.ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure>
<p><strong>มร</strong><strong>.</strong><strong>ซิกเว่ เบรกเก้ </strong>ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์เรื่อง <strong>“การใช้ข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืน สังคม และธรรมาภิบาล”</strong> โดยระบุว่า  ข้อมูลและเทคโนโลยีไม่เพียงเป็นเครื่องมือทางธุรกิจ แต่ยังสามารถสร้างคุณูปการต่อโลกและผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง ภายใต้แนวคิด <strong>Data for a Greener Planet</strong>​ โดยกลุ่มทรูเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนเสาสัญญาณกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่การใช้ AI เพื่อบริหารจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด ช่วยลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึงครึ่งหนึ่ง และลดการปล่อยคาร์บอนลงได้กว่า 14,000 ตันต่อปี พร้อมตั้งเป้าหมายสู่การเป็นองค์กร Carbon Neutral ในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050</p>
<p><em>“ในมิติสังคม กลุ่มทรูใช้ข้อมูลการเดินทางแบบไม่ระบุตัวตน (Mobility Data) ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรอง ลดผลกระทบจากปริมาณนักท่องเที่ยวเกินขนาด และเคยนำมาใช้วางแผนการแจกจ่ายวัคซีนช่วงโควิดอย่างแม่นยำ ขณะที่ด้านธรรมาภิบาล ทรูพัฒนา AI บนหลักความโปร่งใส เคารพสิทธิส่วนบุคคล และความเป็นธรรมทางวัฒนธรรม โดยมี Mari-AI แชทบอตเป็นตัวอย่างของระบบที่ให้บริการกว่า 22 ล้านธุรกรรมต่อเดือน โดยไม่ขายข้อมูลลูกค้า ตอกย้ำบทบาทขององค์กรที่มุ่งใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและเท่าเทียมสำหรับทุกคน”</em></p>
<figure id="attachment_35079" aria-describedby="caption-attachment-35079" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-35079 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/กอบบุญ-ศรีชัย.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-35079" class="wp-caption-text">คุณกอบบุญ ศรีชัยผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF</figcaption></figure>
<p><strong>คุณ</strong><strong>กอบบุญ ศรีชัย</strong><strong>ผู้บริหารสูงสุด </strong>สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ขึ้นเวที Keynote Pioneers of Purpose: Redefining Global Competitiveness Through Sustainable Food <em>Leadership</em> ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ว่า ปัจจุบันองค์กรต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืนผ่าน 5 ปัจจัย เพื่อยืนหยัดในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ตั้งแต่การตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม การนำนวัตกรรมมาแปรรูปของเสียให้เกิดคุณค่า เช่น การใช้เปลือกไข่ผลิตปุ๋ยชีวภาพ และการนำน้ำมันใช้แล้วจากร้านห้าดาวมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ ไปจนถึงการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น (Glocalization) การขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือทุกภาคส่วน และการยึด &#8216;<strong>คน</strong>&#8216; เป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลง โดยย้ำว่าความยั่งยืนต้องฝังอยู่ใน DNA ขององค์กร ไม่ใช่เพียงเป้าหมายปลายทาง แต่คือการลงมือทำด้วยใจ และเดินไปด้วยกันอย่างมีพลัง เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง <strong> </strong></p>
<figure id="attachment_35080" aria-describedby="caption-attachment-35080" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-35080 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/ศิริพร-เดชสิงห์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-35080" class="wp-caption-text">คุณศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP Axtra</figcaption></figure>
<p><strong>คุณศิริพร เดชสิงห์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP Axtra ระบุถึงเป้าหมายความยั่งยืนที่เกี่ยวเนื่องกับขยะ หรือเป้าหมาย SDG 12 การบริโภค และการผลิตที่ยั่งยืน ว่า ​การจัดการขยะ โดยเฉพาะขยะอาหาร เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของทั้งประเทศไทยและโลก โดยขยะอาหารทั่วโลกมีมากถึง 1,000 ล้านตันต่อปี และในประเทศไทยสูงถึง 1 ล้านตันต่อปี ซึ่งยังไม่รวมขยะประเภทอื่น ๆ ที่เกิดจากกระบวนการผลิตและจำหน่ายสินค้า การเปลี่ยนมุมมองจากขยะ ให้กลายเป็นโอกาส จึงเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ซึ่ง CP Axtra  ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะในห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ คือกลุ่มเกษตรกรพันธมิตรกว่า 2,000 ราย ไปจนถึงปลายน้ำ​ ที่สาขาของ Makro และ Lotus’s กว่า 2,600 แห่งทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้าหมายชัดเจนในการลดขยะอาหารที่จะลงสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ภายในปี 2030</p>
<p><em>“CP Axtra ร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนาโครงการ Refill Station เพื่อลดการใช้บรรจุภัณฑ์ใหม่ พร้อมตั้งจุดรับคืนพลาสติกใช้แล้ว และยังได้ออกแบบยูนิฟอร์มพนักงานจากขวดพลาสติกรีไซเคิล เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการหมุนเวียนทรัพยากรในทุกขั้นตอน ซึ่งหากไม่เริ่มวันนี้ ขยะไม่มีทางเป็นศูนย์ได้ แต่ถ้าเราร่วมกันลงมือ ขยะก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป”</em></p>
<figure id="attachment_35081" aria-describedby="caption-attachment-35081" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-35081 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/เฉลิมพล-สำราญพงษ์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-35081" class="wp-caption-text">คุณเฉลิมพล สำราญพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการวิเคราะห์ผลผลิตพืช กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) หรือ BKP</figcaption></figure>
<p><strong>คุณเฉลิมพล สำราญพงษ์ ผู้</strong>เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการวิเคราะห์ผลผลิตพืช กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) หรือ BKP ร่วมเวทีเสวนา <em>Smart Farming Technology for Climate-Resilient Agriculture</em> โดยกล่าวถึงแนวทางยกระดับเกษตรกรรมไทยด้วยเทคโนโลยีเพื่อสร้างความยั่งยืน ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล &#8216;ฟ.ฟาร์ม&#8217; ที่ได้รับการออกแบบให้เป็น <strong>&#8216;เพื่อนคู่คิดเกษตรกร&#8217;</strong> ช่วยสนับสนุนการวางแผนการเพาะปลูกตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมฟีเจอร์สำคัญ อาทิ การคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้า ข่าวสารการเกษตร ระบบแนะนำการเพาะปลูกตามมาตรฐาน GAP ราคาผลผลิต และระบบตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ BKP ที่ต้องการสร้างทั้ง  Smart Farming และ Smart Farmer ไปพร้อมกัน เพื่อให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถยืนหยัดได้อย่างยั่งยืนในยุคของการเปลี่ยนแปลง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/hilight-gcnt-expo-2025/">ไฮไลท์ GCNT EXPO 2025 มหกรรมรวมพลังเร่งสร้างโลกยั่งยืน ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CPF เปิดบ้าน จัดงาน &#8216;CP SPLASH IN SPACE&#8217; ปลุกพลัง Soft Power ชวนคนไทยฉลองสงกรานต์ เสิร์ฟความมันส์ ทะลุอวกาศบนถนนสีลม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/cp-splash-in-space-songkatn-festival/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Apr 2025 09:07:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CP]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[Songkarn Festival]]></category>
		<category><![CDATA[กางเกงไก่อวกาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สงกรานต์]]></category>
		<category><![CDATA[สงกรานต์ไร้ขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32808</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จัดงาน CP SPLASH IN SPACE เนรมิตหน้าอาคารซีพี ทาวเวอร์ ฉลองสงกรานต์บนถนนสีลม ในธีมอวกาศ ผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่ Soft Power สร้างสุดยอดอีเว้นต์ระดับโลก พร้อมรณรงค์ &#8216;สงกรานต์ไร้ขยะ&#8217; ตั้งจุดรับทิ้งขันและถังพลาสติก เพื่อมอบแก่มูลนิธิกระจกเงา โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางพรพัน วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร และนายวรวิทย์ เจนธนากุล กรรมการบริหาร ซีพีเอฟ ร่วมเปิดงาน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานครจึงจับมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจัดกิจกรรมฉลองเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก โดยถนนสีลมถือเป็นอีกหนึ่งในหมุดหมายของคนไทยและนักท่องเที่ยวที่ต้องมาเยือน และปีนี้ ภาคเอกชนอย่าง ซีพีเอฟ ร่วมยกระดับเทศกาลสาดน้ำบนถนนสีลมให้สนุกและสร้างความประทับใจมากขึ้น นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังให้ความสำคัญกับการจัดอีเว้นต์ระดับโลกที่ดูแลสิ่งแวดล้อม รณรงค์ให้ทุกคนช่วยกันลดขยะพลาสติก สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/cp-splash-in-space-songkatn-festival/">CPF เปิดบ้าน จัดงาน &#8216;CP SPLASH IN SPACE&#8217; ปลุกพลัง Soft Power ชวนคนไทยฉลองสงกรานต์ เสิร์ฟความมันส์ ทะลุอวกาศบนถนนสีลม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ</strong> จัดงาน <strong>CP SPLASH IN SPACE</strong> เนรมิตหน้าอาคารซีพี ทาวเวอร์ ฉลองสงกรานต์บนถนนสีลม ในธีมอวกาศ ผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่ Soft Power สร้างสุดยอดอีเว้นต์ระดับโลก</p>
<p><span id="more-32808"></span></p>
<p>พร้อมรณรงค์ <strong>&#8216;สงกรานต์ไร้ขยะ&#8217;</strong> ตั้งจุดรับทิ้งขันและถังพลาสติก เพื่อมอบแก่มูลนิธิกระจกเงา โดยมี<strong> นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์</strong> ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางพรพัน วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร และนายวรวิทย์ เจนธนากุล กรรมการบริหาร ซีพีเอฟ ร่วมเปิดงาน</p>
<p><strong>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์</strong> กล่าวว่า ตามนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานครจึงจับมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจัดกิจกรรมฉลองเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก โดยถนนสีลมถือเป็นอีกหนึ่งในหมุดหมายของคนไทยและนักท่องเที่ยวที่ต้องมาเยือน และปีนี้ ภาคเอกชนอย่าง ซีพีเอฟ ร่วมยกระดับเทศกาลสาดน้ำบนถนนสีลมให้สนุกและสร้างความประทับใจมากขึ้น นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังให้ความสำคัญกับการจัดอีเว้นต์ระดับโลกที่ดูแลสิ่งแวดล้อม รณรงค์ให้ทุกคนช่วยกันลดขยะพลาสติก สร้างความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน เพื่อสนับสนุนแนวทางการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าอยู่และน่าเที่ยว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32809 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/MCC_3176.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ</strong> กล่าวว่า ซีพีเอฟขานรับนโยบายรัฐบาลในการยกระดับสงกรานต์ไทยสู่เวทีโลก และในฐานะหนึ่งในเจ้าบ้านถนนสีลม ศูนย์กลางของเทศกาลสงกรานต์ระดับท๊อปของกรุงเทพฯ จึงร่วมเนรมิตหน้าอาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ สีลม ด้วยกิจกรรม ‘<strong>CP SPLASH IN SPACE</strong>’ โดยผสาน Soft Power ของไทยในเรื่องวัฒนธรรมและอาหาร เป็นแรงบันดาลใจสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่คนไทยและนักท่องเที่ยว สะท้อนภาพลักษณ์องค์กรแห่งนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของซีพีเอฟ ที่สร้างประวัติศาสตร์ของประเทศ นำไก่ไทยก้าวสู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับอวกาศ ภายใต้แคมเปญ <strong>Thai Chicken Mission to Space</strong> พร้อมทั้งยังออกแบบ <strong>‘กางเกงไก่อวกาศ’</strong> สำหรับผู้ที่มาร่วมสนุกภายในงาน ตอกย้ำความภาคภูมิใจของคนไทย ในการยกระดับเทศกาลสงกรานต์เป็นอีเว้นต์ระดับโลก และมาตรฐานอาหารไทยสู่ระดับอวกาศ</p>
<p><em>&#8220;นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ด้วยการรณรงค์การเล่นน้ำอย่างรับผิดชอบ ลดขยะพลาสติก โดยมีจุดรับบริจาคขันน้ำและถังน้ำที่ใช้เล่นสงกรานต์แล้ว นำไปมอบให้มูลนิธิกระจกเงา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และสร้างคุณค่าแก่สังคมต่อไป รวมถึงสนับสนุนอาหารและน้ำดื่มแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานรักษาความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย</em>&#8221; นายประสิทธิ์ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32812 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/MCC_3158.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ภายในงานพบกับ 5 ไฮไลท์ และความบันเทิงที่พร้อมเสิร์ฟความสนุกไม่อั้น อย่าง<br />
• GIANT ASTRONAUT : หุ่นนักบินอวกาศขนาดสูงเท่าตึก 2 ชั้น ตั้งอยู่ใจกลางย่านสีลม ที่จะมาฉีดน้ำสร้างความชุ่มฉ่ำแก่ผู้คนที่ผ่านไปมาบริเวณอาคาร C.P.Tower สีลม<br />
• SPLASH BATTLE : กิจกรรมแข่งยิงปืนฉีดน้ำกับนักบินอวกาศชาย/หญิง ต้องยิงโดนเป้ากระดาษบนตัวของฝั่งตรงข้าม ผู้ชนะรับรางวัลเป็น &#8216;กางเกงไก่อวกาศ&#8217; ไปเลย<br />
• DJ SPLASH : เวที DJ สร้างบรรยากาศแบบ EDM ผสมผสานทั้งดนตรีเพลงไทยและสากล แดนซ์กันให้สนุกสุดเหวี่ยงทะลุอวกาศตลอดทั้งงาน<br />
• Zero-G Kitchen : โซนแจกอาหารสุดล้ำ ไม่แคร์แรงโน้มถ่วง นักบินอวกาศลอยตัวเสิร์ฟเมนูไก่มาตรฐานอวกาศ ถึงมือชาวสีลม<br />
• สงกรานต์ไร้ขยะ : จุดรับขันน้ำและถังน้ำพลาสติกหลังเล่นเสร็จ เพื่อนำไปมอบแก่มูลนิธิกระจกเงา ส่งต่อผู้ที่ต้องการ ช่วย &#8216;ลดขยะ ลดโลกร้อน&#8217;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32811 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/MCC_3189.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เตรียมเอนเนอร์จี้ มาพบกับความสนุกที่ซีพีเอฟพร้อมจัดเต็ม เพื่อสร้างความสุขแก่คนไทยในเทศกาลสงกรานต์ ปลุกย่านสีลมให้โด่งดังระดับโลก กับกิจกรรม &#8216;CP SPLASH IN SPACE&#8217; ภายในวันที่ 12-13 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 13.00 &#8211; 21.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.facebook.com/brandcp/ ./</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/cp-splash-in-space-songkatn-festival/">CPF เปิดบ้าน จัดงาน &#8216;CP SPLASH IN SPACE&#8217; ปลุกพลัง Soft Power ชวนคนไทยฉลองสงกรานต์ เสิร์ฟความมันส์ ทะลุอวกาศบนถนนสีลม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Chapter Market” แลนด์มาร์กใหม่ ใจกลางสุขุมวิท 26 ปลุกกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางอาหาร ดึงดูดฟู้ดเลิฟเวอร์และนักท่องเที่ยวทั่วโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/chapter-market-new-landmark-at-sukhumvit26/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Dec 2024 23:26:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Chapter Market]]></category>
		<category><![CDATA[Day Night Market]]></category>
		<category><![CDATA[Food Lover]]></category>
		<category><![CDATA[Landmark]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[Sukhumvit 26]]></category>
		<category><![CDATA[Urban]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐลิณี เด่นเลิศชัยกุล]]></category>
		<category><![CDATA[แลนด์มาร์กใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30851</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดตัว Chapter Market จุดศูนย์รวมความสุขทั้งกลางวันและกลางคืน ใจกลางสุขุมวิท 26 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมยกระดับให้พื้นที่สุขุมวิท 26 กลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่สำหรับคนเมืองและนักท่องเที่ยว ด้วยคอนเซปต์ “Day Night Market” ที่รวมเอาเสน่ห์ของการช้อปปิ้งและรับประทานอาหารจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 80 ร้านค้าไว้ในที่เดียวจุดบรรจบ Soft Power ไทย-สากล บน Super Prime Location ของกรุงเทพฯ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองและนักท่องเที่ยว นางสาวณัฐลิณี เด่นเลิศชัยกุล กรรมการ บริษัท แชปเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัวโครงการ Chapter Market ตั้งเป้าสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เป็นหมุดหมายใหม่ในใจนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนเมือง ตอบโจทย์คนเมืองและนักท่องเที่ยวในการกิน ช้อป และพักผ่อน แต่ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกรุงเทพมหานครในการพัฒนาสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก เสน่ห์ของ Chapter Market โดดเด่นด้วยร้านค้ากว่า 80 ร้าน ซึ่งรวบรวมอาหารเลิศรส ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ ร้านกระเพราจิตสดชื่น จากเชฟไทยชื่อดังที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/chapter-market-new-landmark-at-sukhumvit26/">“Chapter Market” แลนด์มาร์กใหม่ ใจกลางสุขุมวิท 26 ปลุกกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางอาหาร ดึงดูดฟู้ดเลิฟเวอร์และนักท่องเที่ยวทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดตัว <strong>Chapter Market</strong> จุดศูนย์รวมความสุขทั้งกลางวันและกลางคืน ใจกลางสุขุมวิท 26 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมยกระดับให้พื้นที่สุขุมวิท 26 กลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่สำหรับคนเมืองและนักท่องเที่ยว ด้วยคอนเซปต์ “<strong>Day Night Market</strong>” ที่รวมเอาเสน่ห์ของการช้อปปิ้งและรับประทานอาหารจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 80 ร้านค้าไว้ในที่เดียวจุดบรรจบ Soft Power ไทย-สากล บน Super Prime Location ของกรุงเทพฯ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองและนักท่องเที่ยว</p>
<p><span id="more-30851"></span></p>
<p><strong>นางสาวณัฐลิณี เด่นเลิศชัยกุล</strong> กรรมการ บริษัท แชปเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัวโครงการ Chapter Market ตั้งเป้าสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เป็นหมุดหมายใหม่ในใจนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนเมือง ตอบโจทย์คนเมืองและนักท่องเที่ยวในการกิน ช้อป และพักผ่อน แต่ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกรุงเทพมหานครในการพัฒนาสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก เสน่ห์ของ Chapter Market โดดเด่นด้วยร้านค้ากว่า 80 ร้าน ซึ่งรวบรวมอาหารเลิศรส ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ ร้านกระเพราจิตสดชื่น จากเชฟไทยชื่อดังที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก และ Roberta’s Pizza พิซซ่าเตาฟืนจากเชฟมิชลินอเมริกา นับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับสตรีทฟู้ดที่ได้มาตราฐานมารวมไว้ในที่นี่ เพราะอาหารไทยได้รับยกย่องให้เป็น Soft Power ซึ่งเราปลื้มใจที่ได้สานต่อนโยบายของภาครัฐบาล ที่จะพร้อมเสิร์ฟเมนูที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและสากล เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศได้มากกว่า 1000 คนต่อวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30853 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Chapter2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย Chapter Market ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 26 บน Super Prime Location ของกรุงเทพฯ ตอบโจทย์ทุกๆ ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองได้อย่างครบถ้วน เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สะดวกสบาย ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ ทางออกที่ 4 เพียง 450 เมตร การเดินทางด้วยรถส่วนตัว เพราะทาง Chapter Market มีที่จอดรถรองรับลูกค้าได้</p>
<p>“Chapter Market ไม่เพียงแค่เป็นตลาดสำหรับการช้อปปิ้งและกินอาหาร แต่เป็นการรวมตัวคนรุ่นใหม่ ที่ตั้งใจสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารมารวมไว้ที่นี่ เพื่อสะท้อน Soft Power ผ่านเมนูอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ และการนำเสนอวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่ทันสมัย โดยมีการนำเสนอเมนูอาหารไทยต้นตำรับและอาหารไทยที่ได้รับการดัดแปลงให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ Chapter Market ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองที่ผสมผสานความเป็นไทยและความเป็นสากลได้อย่างลงตัว เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้สัมผัสถึงความอบอุ่นและความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยผ่านการบริการที่ใส่ใจ ซึ่ง Chapter Market จะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางที่ไม่เหมือนใคร ” นางสาวณัฐลิณี กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30854 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Chapter3.jpg" alt="" width="1200" height="829" /></p>
<p>ทั้งนี้ การเปิดตัวโครงการฯ ในเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง เทศกาลแห่งความสุข ทั้งเทศกาลคริสต์มาสและร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ Chapter Market พร้อมเป็นสถานที่รองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้าใช้บริการ รวมถึงเหล่าฟู้ดเลิฟเวอร์ได้มาเช็คอินและชิมเมนูเด็ดให้ครบทุกร้านได้อย่างเพลิดเพลิน ด้วยโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้า รับส่วนลดทันที10-50 % อีกทั้งยังมีกิจกรรมความสนุกต่างๆ จัดเต็มอีกมากมายตลอดเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ออกมาร่วมเฉลิมฉลองจำนวนมาก โดยข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยชี้ให้เห็นว่าในไตรมาส 4 ปี 2567 การท่องเที่ยวไทยเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมจะอยู่ที่ 35 ล้านคน ภายในสิ้นปี และคาดการณ์ว่าภายในปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยกว่า 40 ล้านคน</p>
<p>มาร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปี 2024 ได้ที่ Chapter Market สุขุมวิท 26 พร้อมรอทุกคนมาสัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11.00 –22.00น. สามารถติดตามรายละเอียดข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ของ Chapter Market สุขุมวิท 26 ได้ที่ Facebook: Chapter Market IG: @chapter_market และ Tiktok: @chapter.market</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/chapter-market-new-landmark-at-sukhumvit26/">“Chapter Market” แลนด์มาร์กใหม่ ใจกลางสุขุมวิท 26 ปลุกกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางอาหาร ดึงดูดฟู้ดเลิฟเวอร์และนักท่องเที่ยวทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ภูมิใจเป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมจัดงาน “CineAsia 2024” ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ปีนี้จัดขึ้นวันที่ 9-12 ธันวาคม 2567 ที่ โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค โชว์ศักยภาพสถานที่จัดงานและหวังให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเป็น Soft Power สู่เวทีโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/major-cineplex-group-cineasia-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Dec 2024 02:42:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CineAsia]]></category>
		<category><![CDATA[Cineasia 2024]]></category>
		<category><![CDATA[CineAsia 2024 Reception Night]]></category>
		<category><![CDATA[Hollywood + Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[Tollywood]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วิชา พูลวรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เมเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30661</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ภาคภูมิใจเป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมจัดงานใหญ่ประจำปีของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลกกับงาน “CineAsia” ซึ่งจัดต่อเนื่องมาถึง 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2022-2024 ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจระดับนานาชาติ ที่ให้ความสำคัญเดินทางมาร่วมประชุม ณ โรงภาพยนตร์ ที่ประเทศไทย ซึ่งในปี 2567 ฟิล์ม เอ็กซ์โป กรุ๊ป กำหนดจัดงาน Cineasia 2024 ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคม 2567 ณ โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค และ ทรู ไอคอน ฮอลล์ โดยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์กว่า 1,500 คน จาก 30 ประเทศ เดินทางมาร่วมงาน วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/major-cineplex-group-cineasia-2024/">เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ภูมิใจเป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมจัดงาน “CineAsia 2024” ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ปีนี้จัดขึ้นวันที่ 9-12 ธันวาคม 2567 ที่ โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค โชว์ศักยภาพสถานที่จัดงานและหวังให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเป็น Soft Power สู่เวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ภาคภูมิใจเป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมจัดงานใหญ่ประจำปีของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลกกับงาน “</strong><strong>CineAsia</strong><strong>” ซึ่งจัดต่อเนื่องมาถึง </strong><strong>3</strong><strong> ปีซ้อน ตั้งแต่ปี </strong><strong>2022-2024</strong><strong> ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจระดับนานาชาติ ที่ให้ความสำคัญเดินทางมาร่วมประชุม ณ โรงภาพยนตร์ ที่ประเทศไทย </strong></p>
<p><span id="more-30661"></span></p>
<p><strong>ซึ่งในปี </strong><strong>2567</strong><strong> ฟิล์ม เอ็กซ์โป กรุ๊ป กำหนดจัดงาน </strong><strong>Cineasia 2024</strong><strong> ครั้งที่ </strong><strong>29</strong><strong> ระหว่างวันที่ </strong><strong>9-12</strong><strong> ธันวาคม </strong><strong>2567 </strong><strong>ณ โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค และ ทรู ไอคอน ฮอลล์ โดยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์กว่า </strong><strong>1,500</strong><strong> คน จาก </strong><strong>30</strong><strong> ประเทศ เดินทางมาร่วมงาน </strong></p>
<p><strong>วิชา พูลวรลักษณ์</strong> <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ได้รับเกียรติจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์กว่า 30 ประเทศ เดินทางมาร่วมประชุมงาน “CineaAsia 2024” ครั้งที่ 29 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย โดย ฟิล์ม เอ็กซ์โป กรุ๊ป ผู้จัดงาน ได้ให้ความสนใจโรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค เป็นสถานที่ในการประชุมต่อเนื่องถึง 3 ปีซ้อน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในฐานะเจ้าบ้านรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก พร้อมต้อนรับ ผู้บริหาร, นักธุรกิจ, สตูดิโอภาพยนตร์, ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ และบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ กว่า 1,500 คน จาก 30 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลีใต้, มาเลเซีย และ อินเดีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30664 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Cine3.jpg" alt="" width="572" height="764" /></p>
<p>การจัดงาน CineAsia นอกจากจะเป็นงานที่รวมตัวของผู้ประกอบการในธุรกิจภาพยนตร์และธุรกิจโรงภาพยนตร์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ความพิเศษของงานนี้ทุกคนรอคอย คือ World Expo การจัดนิทรรศการระดับโลก ที่นำเสนอนวัตกรรมในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของโลกจะมารวมตัวกันในงานนี้ การนำเสนอภาพยนตร์ในปี 2025 จากสูตดิโอชั้นนำ ซึ่งทุกค่ายพร้อมนำเสนอเป็นไฮไลท์ การมอบรางวัลให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ นอกจากนี้ งาน CineAsia ยังเป็นงานใหญ่ประจำปี ที่เป็นเวทีพิเศษให้ผู้ซื้อและผู้ขายภายในอุตสาหกรรมได้แลกเปลี่ยนความรู้และความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ที่ตอกย้ำความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ไม่มีวันหายไปจากวิถีชีวิตของผู้คนทุกยุคทุกสมัย แม้ที่ผ่านมาจะผ่านวิกฤติต่าง ๆ เรียกได้ว่า Cinema Never Die ภาพยนตร์ไม่มีวันหายไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30665 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Cine4.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ความสำคัญของงาน CineAsia 2024 ในปีนี้ ยังเป็นการประกาศความสำเร็จของภาพยนตร์ไทยให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลก ได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของภาพยนตร์ไทยที่สามารถเข้าสู่เป้าหมายการเป็น Tollywood (Hollywood + Thailand) ตั้งแต่ปี 2566-2567 สัดส่วนตลาดภาพยนตร์ไทยสามารถครองสัดส่วนมาร์เก็ตแชร์ถึง 50% และเชื่อว่าภาพยนตร์ไทยยังสามารถเป็น Soft Power ได้อย่างชัดเจน จากภาพยนตร์ไทยเรื่องล่าสุด “ธี่หยด 2” ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็นภาพยนตร์ในปี 2567 ที่สร้างสถิติ     ทำรายได้มากกว่า 800 ล้านบาท และยังเตรียมออกฉายในต่างประเทศอีกกว่า 30 ประเทศ อาทิ ลาว, เมียนมา, เวียดนาม, ไต้หวัน, กัมพูชา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, มาเลเซีย, บรูไน, เม็กซิโก, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, โคลัมเบีย, ฟิลิปปินส์, อาร์เจนตินา, ปารากวัย, เอกวาดอร์, บราซิล, เปรูรัสเซีย และ โบลิเวีย ซึ่ง   “ธี่หยด 2” ก็ยังสร้างปรากฎการณ์ ทำสถิติภาพยนตร์ไทยทำรายได้สูงสุดของประเทศที่เข้าฉาย โดยบันทึกเป็นสถิติหน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศนั้น ๆ อาทิ เวียดนาม และ ลาว รวมรายได้ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทำได้เกือบ 1,000 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30663 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Cine2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เพื่อเป็นการต้อนรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ให้เกียรติเดินทางมาร่วมงานประชุมใหญ่ประจำปี ณ โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค ประเทศไทย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ บริษัท ซันโทรี เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมในชื่อ “CineAsia 2024 Reception Night” ณ นภาลัย เทอเรซ ไอคอนสยาม กับบรรยากาศที่สวยงามวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนที่สวยงาม พบการแสดงจากศิลปินชั้นนำ นัท มีเรีย, เหวยเหวย ฮัน และ อาลามินา ผู้เข้าประกวด The Voice </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/major-cineplex-group-cineasia-2024/">เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ภูมิใจเป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมจัดงาน “CineAsia 2024” ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ปีนี้จัดขึ้นวันที่ 9-12 ธันวาคม 2567 ที่ โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค โชว์ศักยภาพสถานที่จัดงานและหวังให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเป็น Soft Power สู่เวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;3 วิกฤตสร้างโอกาส&#8217; เส้นทาง​ความสำเร็จ &#8216;หงส์ไทย&#8217; จากยาดมสมุนไพรโนเนม สู่ SME ดาวเด่น บนเช้ลฟ์ 7Eleven พร้อมเป้าหมาย​​ยอดขาย 500 ล้านบาท ในสิ้นปีนี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/hong-thai-inhaler-rising-star-in-7eleven/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Jun 2024 13:51:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[7Eleven]]></category>
		<category><![CDATA[Brand Journey]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[Hong Thai Inhaler]]></category>
		<category><![CDATA[Item]]></category>
		<category><![CDATA[Management]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Wish List]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารคน]]></category>
		<category><![CDATA[ของฝาก]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระพงศ์ ระบือธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาดม]]></category>
		<category><![CDATA[ยาดมสมุนไพรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หงส์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26416</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขึ้นแท่นไอเท็มยอดฮิตแห่งยุคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับยาดมสมุนไพรไทยกระปุกเขียวแบรนด์ &#8216;หงส์ไทย&#8217; ที่นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก และไม่เพียงสร้าง​​ชื่อแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่แบรนด์ไทยแบรนด์นี้ยังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ จนขึ้นแท่นกลายเป็นอีกหนึ่งของฝากที่ติดอันดับ Wish List เมื่อมาเยือนประเทศไทย​ รวมไปถึงยังถูกใจเหล่าไอดอล​และดาราฮลลีวู้ดระดับโลกอย่าง ลิซ่า วง BLACKPINK หรือ คริส เฮมส์เวิร์ธ ที่คนไทยคุ้นเคยกันดีในบทของธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า ในจักรวาลมาร์เวลล์  ก็ยังเอ่ยปากชมถึงความหอมชื่นใจแบบไทยสไตล์นี้ด้วยเช่นกัน ทำให้วันนี้ ‘หงส์ไทย’ ขึ้นแท่นสินค้า SME ดาวเด่น ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของ “เสน่ห์ความเป็นไทยใครๆ ก็หลงรัก” ด้วยยอดขายปี 2566 ที่สูงถึง 350 ล้านบาท โดยตลอดเส้นทางกว่า 18 ปีของแบรนด์ ‘หงส์ไทย’ กว่าจะได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้ ต่างเต็มไปด้วยเรื่องราวและบททดสอบมากมาย โดย คุณเก่ง​ -ธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ได้มาเป็นผู้ถ่ายทอดเพื่อให้เห็น Brand Journey โดยเฉพาะในช่วงที่ธุรกิจต้องเผชิญกับวิกฤต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/hong-thai-inhaler-rising-star-in-7eleven/">&#8216;3 วิกฤตสร้างโอกาส&#8217; เส้นทาง​ความสำเร็จ &#8216;หงส์ไทย&#8217; จากยาดมสมุนไพรโนเนม สู่ SME ดาวเด่น บนเช้ลฟ์ 7Eleven พร้อมเป้าหมาย​​ยอดขาย 500 ล้านบาท ในสิ้นปีนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ขึ้นแท่นไอเท็มยอดฮิตแห่งยุคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับยาดมสมุนไพรไทยกระปุกเขียวแบรนด์ &#8216;<strong>หงส์ไทย&#8217;</strong> ที่นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก และไม่เพียงสร้าง​​ชื่อแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่แบรนด์ไทยแบรนด์นี้ยังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ</p>
<p><span id="more-26416"></span></p>
<p>จนขึ้นแท่นกลายเป็นอีกหนึ่งของฝากที่ติดอันดับ Wish List เมื่อมาเยือนประเทศไทย​ รวมไปถึงยังถูกใจเหล่าไอดอล​และดาราฮลลีวู้ดระดับโลกอย่าง ลิซ่า วง BLACKPINK หรือ คริส เฮมส์เวิร์ธ ที่คนไทยคุ้นเคยกันดีในบทของธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า ในจักรวาลมาร์เวลล์  ก็ยังเอ่ยปากชมถึงความหอมชื่นใจแบบไทยสไตล์นี้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>ทำให้วันนี้ <strong>‘หงส์ไทย’</strong> ขึ้นแท่นสินค้า SME ดาวเด่น ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของ “เสน่ห์ความเป็นไทยใครๆ ก็หลงรัก” ด้วยยอดขายปี 2566 ที่สูงถึง 350 ล้านบาท</p>
<p>โดยตลอดเส้นทางกว่า 18 ปีของแบรนด์ <strong>‘</strong><strong>หงส์ไทย</strong><strong>’</strong> กว่าจะได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้ ต่างเต็มไปด้วยเรื่องราวและบททดสอบมากมาย โดย <strong>คุณเก่ง</strong><strong>​ -ธีระพงศ์ ระบือธรรม</strong> ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ได้มาเป็นผู้ถ่ายทอดเพื่อให้เห็น Brand Journey โดยเฉพาะในช่วงที่ธุรกิจต้องเผชิญกับวิกฤต ทั้งจากตัวสินค้า การตลาด หรือการบริหารจัดการ ​ทางแบรนด์มีวิธีรับมือเพื่อให้สามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ เหล่านั้น และกลายมาเป็นแบรนด์ที่​แข็งแกร่งอย่างในปัจจุบันนี้ได้อย่างไร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26737 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/1-11.jpg" alt="" width="1200" height="808" /></p>
<p>ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา หงส์ไทยต้องเผชิญกับ 3 วิกฤตหนัก ซึ่งถือเป็น Tipping Point สำคัญของธุรกิจ นำมาสู่การจัดระบบ การวางกลยุทธ์ และการเข้าใจในตัวตนของธุรกิจได้ดีขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย</p>
<p><strong>1. วิกฤตด้านการบริหารคน </strong><strong>: </strong><strong>แก้ไขด้วยกลยุทธ์</strong> <strong>‘</strong><strong>เราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเรา</strong><strong>’</strong></p>
<p>ช่วง 8 ปีแรก​ในธุรกิจของหงส์ไทย ​ต้องเผชิญกับปัญหาพนักงานลาออก​แบบ​​รายวัน เนื่องจาก มีความขัดแย้ง และแตกแยกกันภายในองค์กร มีความเข้าใจผิดในตัวผู้บริหารและองค์กร โดยสิ่งที่ทำให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤตมาได้ คือ การยึดหลักไม่เอาชนะ หรือตอบโต้ความเข้าใจผิดแบบไร้เหตุผล และพยายามใช้ความจริงใจและหลักเหตุผลมาแก้ปัญหา หันหน้ามาพูดคุยกับพนักงานด้วยความจริง เพิ่มทัศนคติเชิงบวก และใช้เวลาในการพิสูจน์ รวมทั้งค่อยๆ บริหารจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ปรับกลุยทธ์การบริหารแบบมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ‘เราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเรา’ เพื่อให้พนักงานเปิดใจและรู้สึกว่าองค์กรเข้าใจปัญหาและพร้อมช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งที่ได้กลับมาสู่องค์กรคือ ​พนักงานมีความเข้าใจในองค์กรและพร้อมจะก้าวไปข้างหน้ากับองค์กรในทุกย่างก้าว</p>
<p>และจากการแก้ปัญหาผ่านกลยุทธ์ “เราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเรา” ทำให้ในวันนี้ บริษัทไม่มีปัญหาเรื่องบุคลากรไหลออกหรือเกิดความเข้าใจผิดในตัวองค์กรอีกเลย ส่งผลให้ปัจจุบันหงส์ไทยมีพนักงานเก่าที่มีอายุงานมากกว่า 10 ปี ถึงกว่า  200 คน จากพนักงานทั้งหมดที่มีในปัจจุบันราว 500 คน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26739 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/7-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. วิกฤติต้นทุนพุ่ง : แก้ปัญหาโดยเน้นการบริหารด้วยเงินสด รู้ความสามารถตัวเอง</strong></p>
<p>​ช่วงก่อนสถานการณ์​แพร่ระบาดของโควิด 19 ทางบริษัทประสบปัญหาราคาต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงนานกว่า 30 เดือน จากปกติราคา 1,300 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 2,000 บาทต่อกิโลกรัม โดยต้องยอมขาดทุนและแบกรับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ด้วยการนำทรัพย์สินที่มีอยู่ไปเปลี่ยนเป็นเงินสด เพื่อนำมาใช้ดำเนินธุรกิจ และสามารถดูแลพนักงานในบริษัทได้ต่อไป ​รวมทั้งยังมีวิกฤตโควิด 19 เข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>“ช่วงสถานการณ์โควิด 19 ยอดขายหงส์ไทยหายไปกว่า 85% ซึ่งบริษัทแก้ปัญหาด้วยการแบ่งเวลาทำงานแบบ  ทำ 15 วัน หยุด 15 วัน เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อสามารถรักษาพนักงานทุกคนไว้ได้โดยไม่ต้องปลดคนออก พร้อมปรับอัตราการจ่ายค่าจ้าง โดยในช่วง 2 เดือนแรก จ่ายค่าจ้าง 50% เดือนที่ 3-4 จ่าย 80% เดือนที่ 5 กลับมาจ่าย 100%  และมีการชดเชยแบบให้เปล่านาน 2 เดือน ในช่วงเดือน พ.ย.- ธ.ค. 2563 จนกระทั่งสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติได้ในที่สุด”</p>
<p>วิกฤตดังกล่าว ทำให้หงส์ไทยเรียนรู้ว่า การบริหารจัดการแบบมีเงินทุนหมุนเวียนเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ธุรกิจต้องเผชิญกับภาวะยากลำบา​ก ซึ่งจำเป็นต้องมีเงินสดสำรองให้มากพอ และในปัจจุบันนี้ หงส์ไทยก็ได้ยึดหลักหารบริหารจัดการแบบเงินสดหมุนเวียนทั้ง100% โดย​ไม่มีการยื่นขอสินเชื่อ เพื่อให้องค์กรประเมินความสามารถที่แท้จริงของตัวเองได้ ​รวมทั้งช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง​ รวมทั้งพยายาม​พัฒนาตัวเองให้มากขึ้นเพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26740 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/6-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. วิกฤตพนักงานขายไร้มาตรฐาน : แก้ปัญหาผ่านการวางมาตรฐานใหม่ พร้อมสร้างความแตกต่าง</strong></p>
<p>พนักงานขายถือเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับบริษัท แต่ในอดีตที่ผ่านมาบริษัทประสบปัญหาเรื่องความเข้าใจไม่ตรงกันของพนักงาน ทำให้บางครั้ง บางคนมีแนวคิดและเลือกวิธีการทำตลาดโดยไม่เหมาะสม เช่น​ ​ใช้วิธีเปรียบเทียบสินค้ากับสินค้าของคู่แข่งรายอื่นๆ ในตลาด ซึ่งสิ่งที่ถูกต้องคือต้อง​ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าเพราะคุณภาพของตัวสินค้า ไม่ใช่การเปรียบเทียบหรือโจมตีใคร หรือพนักงานขายบางคนก็มุ่งเน้นแต่การสร้างยอดขาย โดยไม่ให้ความสำคัญต่อบริการหลังการขาย การเลือกรับลูกค้า ทำให้ในช่วงแรกไม่สามารถสร้างยอดขายหรือขยายตลาดได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ประกอบกับการเป็นแบรนด์ใหม่ในตลาดที่ยังไม่มีใครรู้จัก​​</p>
<p>บริษัทจึงแก้ปัญหาด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ให้พนักงานขาย และไม่มีการตั้งค่าคอมมิชชั่น เพื่อลดแนวคิดในการมุ่งสร้างแต่ยอดขายโดยไม่คำนึงถึงเรื่องจรรยาบรรณในการค้าขาย รวมทั้งไม่โจมตีใครเพื่อสร้างยอดขาย เพราะไม่ใช่แนวทางในการเติบโตที่ยั่งยืน</p>
<p>“เรายึดหลักการว่า มาทำการค้า ไม่ใช่การมาหาศัตรูคู่ค้า และพร้อมเปิดรับออร์เดอร์ทั้งใหญ่หรือเล็ก รวมทั้งให้ลูกค้าทดลองนำสินค้าเพียงไม่กี่ชิ้นไปวางจำหน่ายเพื่อทดลองตลาดก่อนได้ เพราะบริษัทต้องการมอบสิ่งที่ดีให้กับคู่ค้าและลูกค้าทุกคน บนมาตรฐานเดียวกัน เพื่อนำมาสู่ความเชื่อใจในตัวสินค้าและองค์กร ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายให้เติบโตเพิ่มมากขึ้นในอนาคตได้”​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26738 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/3-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ตั้งเป้า​ยอดขายสิ้นปีที่ </strong><strong>500 </strong><strong>ล้านบาท โฟกัสบริการหลังการขาย</strong></p>
<p>หลังหงส์ไทยได้รับโอกาสในการเข้าไปวางจำหน่ายในร้าน​เซเว่น อีเลฟเว่น ก็ส่ง​ผลให้ยอดขายและชื่อของแบรนด์หงส์ไทย​ เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น โดยแผนในปีนี้ได้ลงทุน 60 ล้านบาท ขยายโรงงานแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตขึ้นอีกราว 2-3 เท่าตัว จากปัจจุบันมียอดผลิตอยู่ที่ประมาณ 50,000 ขวดต่อวัน พร้อมตั้งเป้ายอดขายสินปี 2567 ไว้ที่ 500 ล้านบาท</p>
<p>พร้อมทั้งวางเป้าหมาย 3 ปีจากนี้ จะ​​​เป็นบริษัทในกลุ่มยาใช้ภายนอกของไทย​​ที่มีบริการหลังการขายที่ดีที่สุดในประเทศไทย ​เช่น ​สร้างมาตรฐานให้พนักงานขายยึดถือเป็นแนวทางเดียวกันทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องของบริการหลังการขาย และการให้สิทธิพนักงานขายทุกคนสามารถขายได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการใช้กลยุทธ์การขายเรื่อง ลด แลก แจก แถม โดยสินค้าที่ขายไม่หมดหรือขายไม่ได้ ทางบริษัทก็ยินดีที่จะเปลี่ยนให้ เพื่อสร้างให้เกิดเป็นมาตรฐานด้านการบริการที่เป็นแบบแผนเดียวกัน</p>
<p>วันนี้ ยาดมสมุนไพรไทยกระปุกเขียวแบรนด์ “หงส์ไทย” จึงถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ตัวอย่าง ที่แสดงให้เห็นถึง เสน่ห์ความเป็นไทย ที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง และไม่ได้ฉายภาพออกมาแค่เพียงตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนเอกลักษณ์ในการบริหารจัดการธุรกิจ​และ​มุมมองการทำงานในแบบไทยสไตล์ออกมาได้อย่างครบถ้วน สมกับการได้รับการยอมรับให้เป็นอีกหนึ่​​ง Soft Power ที่ทรงพลังของประเทศไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/hong-thai-inhaler-rising-star-in-7eleven/">&#8216;3 วิกฤตสร้างโอกาส&#8217; เส้นทาง​ความสำเร็จ &#8216;หงส์ไทย&#8217; จากยาดมสมุนไพรโนเนม สู่ SME ดาวเด่น บนเช้ลฟ์ 7Eleven พร้อมเป้าหมาย​​ยอดขาย 500 ล้านบาท ในสิ้นปีนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไอคอนสยามสร้างปรากฏการณ์เค้าท์ดาวน์สะกดโลก &#8216;Amazing Thailand Countdown 2024&#8217; สู่สายตาชาวโลกกว่า 11 ล้านคน สมฐานะ Global Countdown Destination</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/amazing-thailand-countdown-2024-at-iconsiam/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jan 2024 10:50:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Amazing Thailand Countdown 2024]]></category>
		<category><![CDATA[BAMBAM]]></category>
		<category><![CDATA[Global Countdown Destination]]></category>
		<category><![CDATA[K pop]]></category>
		<category><![CDATA[Mark Tuan]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[The Unrivaled Phenomenon of Siam]]></category>
		<category><![CDATA[YUGYEOM]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การแสดงชักนาคดึกดำบรรพ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์พาวเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปีใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[พลุรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ค ต้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูคยอม]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะแม่ไม้มวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล]]></category>
		<category><![CDATA[เค้าท์ดาวน์]]></category>
		<category><![CDATA[แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23250</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปรากฏการณ์ความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไอคอนสยาม ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์สะกดโลก “Amazing Thailand Countdown 2024” จัดงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ส่งต่อความรุ่งโรจน์แห่งสยามสู่เวทีโลกกว่า 11 ล้านคน ทั้งจากทั่วประเทศและทั่วโลก ตอกย้ำให้แม่น้ำเจ้าพระยาและประเทศไทยเป็นหนึ่งใน Global Countdown Destination ที่ผู้คนทั่วโลกต้องการมาเยือนอย่างต่อเนื่อง พร้อมที่สุดแห่งปรากฏการณ์บันเทิง ศูนย์รวมสุดยอดศิลปินไทยและโลกบนเวที 360 องศาสุดอลังการริมแม่น้ำ กับ 13 สุดยอดศิลปินไทยตัวท็อป ปะทะ World Class K-Pop “แบมแบม”- กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ศิลปินสัญชาติไทยที่ไปโด่งดังระดับโลก พร้อมด้วย YUGYEOM “ยูคยอม” และ Mark Tuan “มาร์ค ต้วน” ซึ่งถือเป็นการรวมตัวกันครั้งแรกของสมาชิก GOT7 มากถึง 3 คน บนเวทีงานเคานต์ดาวน์ของประเทศไทย  และปรากฏการณ์พลุรักษ์โลก ภายใต้แนวคิด &#8216;The Unrivaled Phenomenon of Siam&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/amazing-thailand-countdown-2024-at-iconsiam/">ไอคอนสยามสร้างปรากฏการณ์เค้าท์ดาวน์สะกดโลก &#8216;Amazing Thailand Countdown 2024&#8217; สู่สายตาชาวโลกกว่า 11 ล้านคน สมฐานะ Global Countdown Destination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปรากฏการณ์ความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด</strong><strong>ของไอคอนสยาม ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา </strong><strong>สร้างปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์สะกดโลก “</strong><strong>Amazing Thailand Countdown </strong><strong>2024” จัดงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ส่งต่อความรุ่งโรจน์แห่งสยามสู่เวทีโลก</strong><strong>กว่า </strong><strong>11</strong><strong> ล้านคน ทั้งจากทั่วประเทศและทั่วโลก </strong><strong>ตอกย้ำให้แม่น้ำเจ้าพระยาและประเทศไทยเป็นหนึ่งใน </strong><strong>Global Countdown Destination </strong><strong>ที่ผู้คนทั่วโลกต้องการมาเยือน</strong><strong>อย่างต่อเนื่อง</strong><span id="more-23250"></span></p>
<p><strong>พร้อมที่สุดแห่งปรากฏการณ์บันเทิง ศูนย์รวมสุดยอดศิลปินไทยและโลกบนเวที </strong><strong>360 </strong><strong>องศาสุดอลังการริมแม่น้ำ กับ </strong><strong>13</strong><strong> สุดยอดศิลปินไทยตัวท็อป ปะทะ </strong><strong>World Class K-Pop </strong><strong>“แบมแบม”- กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ศิลปินสัญชาติไทยที่ไปโด่งดังระดับโลก พร้อมด้วย </strong><strong>YUGYEOM “</strong><strong>ยูคยอม” และ </strong><strong>Mark Tuan “</strong><strong>มาร์ค ต้วน” ซึ่งถือเป็นการรวมตัวกันครั้งแรกของสมาชิก </strong><strong>GOT7</strong><strong> มากถึง 3 คน บนเวทีงานเคานต์ดาวน์ของประเทศไทย </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23260 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/คอนเสิร์ตแบมแบม-ยูคยอม-มาร์ตตัวน-9.jpg" alt="" width="1200" height="821" /></p>
<p><strong>และ</strong><strong>ปรากฏการณ์พลุรักษ์โลก ภายใต้แนวคิด &#8216;</strong><strong>The Unrivaled Phenomenon of Siam&#8217; </strong><strong>ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี จำนวน </strong><strong>50,000</strong><strong> ดอก ตระการตาและยาวที่สุดในประเทศไทย บนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของเจ้าพระยา จากการรวมพลังของทีมงานมืออาชีพคนไทยและผู้กำกับการแสดงพลุมือทองระดับโลก เจ้าของรางวัลชนะเลิศการประกวดพลุปี </strong><strong>2023</strong><strong> จากเทศกาลดอกไม้ไฟชินเม ประเทศญี่ปุ่น  พร้อม</strong><strong>โดรนโชว์ ในรูปแบบ </strong><strong>3D Drone Celebration Show </strong><strong>สุดอลังการเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา</strong><strong> ร่วม</strong><strong>มอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ตลอด </strong><strong>3</strong><strong> วัน </strong><strong>3</strong><strong> คืน วันที่ </strong><strong>29</strong><strong> – </strong><strong>31</strong><strong> ธันวาคม </strong><strong>2566 </strong><strong>ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23262 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/ภาพการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินไทย-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า<strong> การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong><strong>, </strong><strong>กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด</strong><strong>,</strong><strong>บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (มหาชน)</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong><strong>, </strong><strong>โลตัส พรีเว่</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด</strong><strong>, </strong><strong>เดนทิสเต้ ไทยแลนด์</strong><strong>, </strong><strong>คาร์ดเอกซ์</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด </strong>พันธมิตรภาคเอกชน ธุรกิจโรงแรมและชุมชน โดยรอบแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ผนึกกำลังกันจัดกิจกรรม<em>ส่งท้ายปีเก่า</em>ต้อนรับปีใหม่ <strong>“</strong><strong>Amazing Thailand Countdown 2024 at ICONSIAM”</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>“</strong><strong>The Unrivaled Phenomenon of SIAM: </strong><strong>ปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์สะกดโลก ส่งต่อความรุ่งโรจน์แห่งสยาม</strong><strong>” </strong>เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้แม่น้ำเจ้าพระยาและประเทศไทยเป็นหนึ่งใน Global Countdown Destination ที่ผู้คนทั่วโลกต้องการมาเยือนอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23261 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/ภาพการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินไทย-4.jpg" alt="" width="1200" height="812" /></p>
<p>โดยถือเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไอคอนสยาม ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนริมแม่น้ำ ซึ่งได้ผสานความร่วมมือกัน ทุ่มงบประมาณมูลค่ากว่า 300 ล้าน เพื่อเนรมิตรพื้นที่ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ให้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยการส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เป็นที่สุดของความบันเทิงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนให้แก่คนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มากกว่า 11 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้เข้าร่วมงาน ผู้ชมการแสดงพลุโดยรอบแม่น้ำเจ้าพระยา และผู้ชมถ่ายทอดสดจากทั่วประเทศและทั่วโลก มั่นใจว่า จะช่วยสร้างความประทับใจ ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยได้เป็นอย่างดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23258 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/ภาพประกอบข่าว-Soft-Power-4.jpg" alt="" width="1200" height="842" /></p>
<p><strong><u>ที่สุดแห่งปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์สะกดโลกครบทุกมิติ</u></strong></p>
<p><strong>คุณสุพจน์ </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่ไอคอนสยามเป็น Global Countdown Destination ของค่ำคืนการฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่หนึ่งเดียวของไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก และได้รับการถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลกผ่านโซเชียลมีเดียและสำนักข่าวระดับโลกมากมายอย่างต่อเนื่อง อาทิ CNN, BBC, AP, Reuter, ABC ฯลฯ ในปีนี้ ขอส่งมอบความสุขให้คนไทยและนักท่องเที่ยวทุกคน ด้วยไฮไลต์ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>&#8211; ที่สุดแห่งปรากฏการณ์บันเทิง!</strong> รวมสุดยอดศิลปินไทยและโลก บนเวทีไอคอนสยามแห่งเดียวของประเทศไทย โดยคัดสรร 13 สุดยอดศิลปินไทยตัวท็อป มอบความสุขบนเวที 360(องศา) สุดอลังการริมแม่น้ำ อาทิ <strong>บะหมี่ (</strong><strong>BameeKT), PERSES, Jeff Satur, Proxie, QRRA, </strong><strong>4</strong><strong>EVE, ATLAS, Three Man Down, </strong><strong>ซี-พฤกษ์ พานิช</strong><strong>, </strong><strong>นุนิว-ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์</strong><strong>, </strong><strong>พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร</strong><strong>, </strong><strong>และ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล </strong>พร้อมพบกับ <strong>“แบมแบม”-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล </strong>ศิลปินสัญชาติไทยที่ไปโด่งดังระดับโลก พร้อมด้วย <strong>YUGYEOM “</strong><strong>ยูคยอม”</strong> และ <strong>Mark Tuan “</strong><strong>มาร์ค ต้วน”</strong> ซึ่งถือเป็นการรวมตัวกันครั้งแรกของสมาชิก GOT7 มากถึง 3 คน บนเวทีงานเคานต์ดาวน์ของประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/ซี-นุนิว.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ที่สุดแห่งปรากฏการณ์พลุรักษ์โลก!</strong> The Unrivaled Phenomenon of Siam ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี จำนวน 50,000 ดอก ตระการตาและยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาว 1,400 เมตร บนโค้งน้ำที่สวยที่สุดของเจ้าพระยา จากการรวมพลังของทีมงานมืออาชีพคนไทยและ <strong>“โอกุจิ โยชิมาซะ” </strong>ผู้กำกับการแสดงพลุมือทองระดับโลก เจ้าของรางวัลชนะเลิศการประกวดพลุปี 2023 จากเทศกาลดอกไม้ไฟชินเม ซึ่งเป็นหนึ่งในงานแสดงดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น โดยในปีนี้ได้นำเทคนิคการทำดอกไม้ไฟแบบเดียวกับที่จัดแสดงล่าสุดที่ญี่ปุ่นมาจัดแสดง ซึ่งจะทำให้ผู้ชมจะได้สัมผัสทั้งสีสันที่เต็มตาเต็มอารมณ์และรูปแบบของพลุที่มีความแปลกใหม่แบบที่ไม่เคยจัดแสดงมาก่อนในไทย โดยการแสดงทั้งหมด 7 ชุด ความยาว 9 นาที ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23252 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ชุดที่ </strong><strong>1 : The ICON of Our Time</strong><strong> หมุดหมายแห่งความภูมิใจ </strong></p>
<p><strong>ชุดที่ </strong><strong>2 : Emerging Diversity</strong><strong> ยิ่งใหญ่ด้วยความหลากหลาย </strong></p>
<p><strong>ชุดที่ </strong><strong>3  : Power of Thainess</strong><strong> นำไทยอย่างกึกก้อง </strong></p>
<p><strong>ชุดที่ </strong><strong>4 : Seeding Abundance</strong><strong> สรรสร้างเพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า โดย เครือเจริญโภคภัณฑ์</strong></p>
<p><strong>ชุดที่ </strong><strong>5 : The Pride of Chao Phraya</strong><strong> สายน้ำแห่งเกียรติภูมิ </strong></p>
<p><strong>ชุดที่ </strong><strong>6 : Evolving Prosperity</strong><strong> แบ่งปันความรุ่งโรจน์ที่ไม่สิ้นสุด โดย บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong></p>
<p><strong>ชุดที่ </strong><strong>7 : The Unrivaled Thailand</strong><strong> ผนึกจิตวิญญาณไทย รวมความยิ่งใหญ่ให้เป็นปรากฏการณ์ </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23254 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/โดรนไอคอนสยาม-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ที่สุดแห่งปรากฏการณ์โดรนโชว์!</strong> กับการเนรมิตความอลังการกับการแสดงโดรน 3D Drone Celebration Show สุดอลังการ ประกอบบทเพลง ภายใต้แนวคิด The Revolutionary Phenomenon of SIAM มหาปรากฏการณ์ความรุ่งโรจน์จากผืนน้ำสู่ฟากฟ้า บอกเล่ามหัศจรรย์เรื่องราวความรุ่งโรจน์ของ ICONSIAM ผู้รังสรรค์มหาปรากฎการณ์จากสายน้ำแห่งเกียรติภูมิอย่างแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ผนึกหัวใจไทยเป็นหนึ่ง และเป็นตัวแทนแสดงความยิ่งใหญ่ให้แก่ประเทศไทยบนฟากฟ้า พร้อมทั้งอวยพรให้ทุกท่านก้าวสู่ปีแห่งความรุ่งโรจน์ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23255 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/โดรนไอคอนสยาม-11.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมการแสดง <strong>“</strong><strong>The Unrivaled Power of Thainess” </strong><strong>รวมพลังแห่งหัวใจไทย สะกดสายตาคนทั้งโลก</strong>  การแสดงเปิดงาน Amazing Thailand Countdown 2024 วันที่ 31 ธ.ค. นี้ ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ที่รวมพลังแห่งหัวใจไทยอันทรงคุณค่า ทรงพลัง และวิจิตรตระการตา สะกดสายตาคนทั้งโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23259 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/ภาพประกอบข่าว-Soft-Power-2.jpg" alt="" width="1200" height="690" /></p>
<p>ผ่านการผสานความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมจากศรัทธาความเชื่อ ในมงคลแห่งความสามัคคี กับ “การแสดงชักนาคดึกดำบรรพ์” ตำนานกวนเกษียรสมุทร เพื่อเป็นการอวยชัยในฤกษ์เริ่มศักราชใหม่ ต่อเนื่องด้วยการส่งพลังจากจิตวิญญาณ อันแข็งแกร่งผ่าน “ศิลปะแม่ไม้มวยไทย” อันเลื่องชื่อ และปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการส่งต่อความสุขอันรุ่งโรจน์ผ่านการแสดง “นาฏศิลป์ไทยประยุกต์ประกอบบทเพลงผสานเสียง” ฉลองศักราชใหม่ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ผสานความเป็นไทยสู่สากล โดยเหล่านักแสดงหัวใจไทยผู้นำเสนอความเป็นไทยบนเวทีโลก นำโดย <strong>“โบว์ เมลดา สุศรี”</strong> นางเอกชื่อดัง, <strong>“</strong><strong>บัวขาว บัญชาเมฆ”</strong> นักมวยไทยแชมป์โลก และ<strong>“แก้ม &#8211; กุลกรณ์พัชร์ เมอร์นาร์ด”</strong> นักแสดงมิวสิคัลหญิงไทยบนละครเวทีระดับโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23257 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/ภาพประกอบข่าว-Soft-Power-3.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>พร้อม<strong>วงโจงกระเบน </strong>วงดนตรีและคอรัสร่วมสมัยระดับประเทศ และนักแสดงสมทบกว่า 60 ชีวิต ถือป็นของขวัญปีใหม่อีกหนึ่งชิ้น ที่ทางไอคอนสยามภาคภูมิใจนำเสนอ เพื่อสนับสนุนและยกระดับ Soft Power ไทยในทุกมิติ นับเป็นบรรยากาศการเฉลิมฉลองเข้าสู่ศักราชใหม่ที่ยิ่งใหญ่ประทับใจและอยู่ในความทรงจำของคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างไม่รู้ลืม สมเป็น Global Countdown Destination แลนด์มาร์กระดับประเทศของการเฉลิมฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23256 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/ภาพประกอบข่าว-Soft-Power-11.jpg" alt="" width="1200" height="762" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/amazing-thailand-countdown-2024-at-iconsiam/">ไอคอนสยามสร้างปรากฏการณ์เค้าท์ดาวน์สะกดโลก &#8216;Amazing Thailand Countdown 2024&#8217; สู่สายตาชาวโลกกว่า 11 ล้านคน สมฐานะ Global Countdown Destination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“สิงห์ปาร์ค เชียงราย” เปิดแคมเปญ “Sound of Nature” ชวนคนไทยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ดึง 4 ศิลปิน &#8220;มิวซิกมูฟ&#8221; Cover เพลงแทนความห่วงใย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/singha-park-chaingrai-sound-of-nature/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Dec 2023 08:50:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Park Chiangrai]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[Sound of Nature]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวเชิงเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล สงวนดีกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[มิวซิกมูฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ปาร์ค เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[อิ๊ต ภัทรวี]]></category>
		<category><![CDATA[เต้ ภูริต ภิรมย์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[เอ๊ะ จิรากร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22782</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สิงห์ปาร์ค เชียงราย” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดโปรเจคพิเศษ “Sound of Nature” ชวนทุกคนเห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม เพื่อโลกที่สวยงาม ดึง 4 ศิลปินค่าย “มิวซิกมูฟ” ร่วมถ่ายทอด 3 บทเพลงพิเศษ ที่ถูกนำมาตีความและเรียบเรียงทำนองใหม่สไตล์อะคูสติก สะท้อนภาพความสวยงามของธรรมชาติผ่าน MV Live Session 3 EP. บนพื้นที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย สื่อความหมายถึงใจผู้ฟัง ชวนตระหนักถึงความสำคัญของการมีอยู่ของธรรมชาติที่สมบูรณ์ และสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมหันกลับมาใส่ใจดูแลรักษาธรรมชาติ เพื่อร่วมกันสร้างโลกที่ยั่งยืน เปิดตัวเพลงแรก เอ๊ะ จิรากร Feat. แขกรับเชิญพิเศษ เต้ ภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เจ้าของเพลงดังมากมายที่มาร่วมร้องในเพลง “โลกที่ไม่มีเธอ” ซิงเกิลดังจากต้นฉบับของศิลปิน Portrait ที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างมาก คุณพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/singha-park-chaingrai-sound-of-nature/">“สิงห์ปาร์ค เชียงราย” เปิดแคมเปญ “Sound of Nature” ชวนคนไทยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ดึง 4 ศิลปิน &#8220;มิวซิกมูฟ&#8221; Cover เพลงแทนความห่วงใย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>“สิงห์ปาร์ค เชียงราย”</strong> สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดโปรเจคพิเศษ <strong>“Sound of Nature”</strong> ชวนทุกคนเห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม เพื่อโลกที่สวยงาม</p>
<p><span id="more-22782"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">ดึง 4 ศิลปินค่าย “มิวซิกมูฟ” ร่วมถ่ายทอด 3 บทเพลงพิเศษ ที่ถูกนำมาตีความและเรียบเรียงทำนองใหม่สไตล์อะคูสติก สะท้อนภาพความสวยงามของธรรมชาติผ่าน MV Live Session 3 EP. บนพื้นที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย สื่อความหมายถึงใจผู้ฟัง ชวนตระหนักถึงความสำคัญของการมีอยู่ของธรรมชาติที่สมบูรณ์ และสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมหันกลับมาใส่ใจดูแลรักษาธรรมชาติ เพื่อร่วมกันสร้างโลกที่ยั่งยืน เปิดตัวเพลงแรก เอ๊ะ จิรากร Feat. แขกรับเชิญพิเศษ เต้ ภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เจ้าของเพลงดังมากมายที่มาร่วมร้องในเพลง “โลกที่ไม่มีเธอ” ซิงเกิลดังจากต้นฉบับของศิลปิน Portrait ที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างมาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22786 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/MUSIC-MOVE2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>คุณพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด กล่าวว่า “ด้วยพื้นที่กว่า 8,600 ไร่ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ภูมิประเทศที่สวยงาม เต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ทั้งต้นไม้ใหญ่ ไม้ผล ไร่ชา แปลงดอกไม้หลากชนิดสีสันสวยงาม สิงห์ปาร์คจึงได้รับการขนานนามว่าเป็นปอดใจกลางเมืองเชียงราย โดยจุดเริ่มต้นของโปรเจค “Sound of Nature”  สิงห์ปาร์ค เชียงราย ต้องการเป็นสื่อกลางในการส่งเสียงจากธรรมชาติไปถึงผู้ฟัง ให้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญในการมีอยู่ของธรรมชาติ ร่วมหันมาใส่ใจดูแล และอยู่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งการทำแคมเปญ “Sound of Nature”  เป็นการนำบทเพลงที่ได้รับความนิยม กลับมาทำใหม่ในแบบอะคูสติก มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงให้ผู้ฟังได้สัมผัสกับธรรมชาติ ถ่ายทอดผ่านศิลปินนักร้องที่เป็นที่รู้จัก รวมทั้งมิวสิควิดีโอ (MV) ที่เห็นความสมบูรณ์และความสวยงามของธรรมชาติ เพื่อที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาธรรมชาติไปด้วยกัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22787 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/MUSIC-MOVE3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p style="font-weight: 400;">โปรเจค Sound of Nature เป็นการนำ 3 บทเพลงฮิตมาเรียบเรียงทำนองและตีความขึ้นมาใหม่ โดย 4 ศิลปิน จากค่ายในเครือ “มิวซิกมูฟ” นำโดย เอ๊ะ จิรากร Feat. เต้ ภูริต, ซีเรียสเบคอน และ เอิ๊ต ภัทรวี X ทะเล สงวนดีกุล ร่วมถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยทุกบทเพลงจะถ่ายทำมิวสิควิดีโอ (MV) บนโลเคชั่นพื้นที่กว่า 8,600 ไร่ ของ สิงห์ปาร์ค เชียงราย เตรียมเปิดตัวเพลงแรกกับ “เอ๊ะ จิรากร Feat. เต้ ภูริต” หรือ ภูริต ภิรมย์ภักดี ที่จะร่วมกันถ่ายทอดเพลง “โลกที่ไม่มีเธอ” เสียงสะท้อนของธรรมชาติสวยงาม ที่ต้องการสื่อสารกับทุกคนที่ได้ฟังว่า ต่อให้โลกหรือธรรมชาติจะงดงาม สมบูรณ์มากแค่ไหน หากไม่มีใครมาสัมผัส ใส่ใจดูแลความสวยงามของธรรมชาติเหล่านี้ย่อมไร้ความหมาย การมีอยู่ของโลกที่สดใส ทุกคนอย่าลืมรักษาไว้ให้ยั่งยืน ทุกท่านสามารถรับชม MV Live Session ได้ที่ Youtube : Muzik Move ตลอดจนรับฟังได้ที่ช่องทาง Streaming ทุกแพลตฟอร์ม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Singha Park Chiangrai</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/singha-park-chaingrai-sound-of-nature/">“สิงห์ปาร์ค เชียงราย” เปิดแคมเปญ “Sound of Nature” ชวนคนไทยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ดึง 4 ศิลปิน &#8220;มิวซิกมูฟ&#8221; Cover เพลงแทนความห่วงใย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่อง 10 ไฮไลท์ ​ SX Food Festival 2023 ฉายภาพเทรนด์อาหารยั่งยืน ผ่านธีมสตรีทฟู้ด อีกหนึ่ง Super Soft power ของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/hilight-of-sx-food-festival-2023-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Sep 2023 10:15:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste Station]]></category>
		<category><![CDATA[Functional Food]]></category>
		<category><![CDATA[Future Food]]></category>
		<category><![CDATA[healthy food.]]></category>
		<category><![CDATA[local food]]></category>
		<category><![CDATA[Organic Food]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[Street Food]]></category>
		<category><![CDATA[​Sustainability Expo 2023]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable food]]></category>
		<category><![CDATA[SX Food Festival 2023]]></category>
		<category><![CDATA[SX2023]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Street Food Museum]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สตรีทฟู้ด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทางการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเพื่อสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อาหารยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลอาหารเพื่อโลก]]></category>
		<category><![CDATA[แพลนท์เบส]]></category>
		<category><![CDATA[แมลง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยสตรีทฟู้ด ไทยสตรีทกู้ด ดีต่อไทย ดีต่อโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21349</guid>

					<description><![CDATA[<p>นำร่องเปิดเป็นโซนแรก ประเดิมงาน Sustainability Expo 2023 (SX2023) สำหรับเทศกาลอาหารเพื่อโลก SX Food Festival 2023 ซึ่งในปีนี้มาในธีม Thai Street Food Museum : ไทยสตรีทฟู้ด ไทยสตรีทกู้ด ดีต่อไทย ดีต่อโลก เนรมิตพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความอร่อยที่ยั่งยืน พร้อมเพิ่มจำนวนร้านอีกกว่า 60% เป็นกว่า 160 ร้าน สำหรับธีมในปีนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็นเสน่ห์และคุณค่าของอาหารไทย โดยเฉพาะสตรีทฟู้ด​ที่โด่งดังไปทั่วโลก จึง​เป็นอีกหนึ่ง Super Soft Power ที่ทรงพลังและได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ช่วยดึงดูดให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาล   ​ นอกจากนี้ ยังช่วยฉายภาพความเชื่อมโยงมิติของอาหารเข้ากับเรื่องของความยั่งยืนได้ ทั้งจากในธุรกิจอาหาร รวมทั้งพฤติกรรมในการเลือกบริโภคก็สามารถสร้างความยั่งยืนให้โลกใบนี้ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ​การปรุงอาหารที่มีคาร์บอนต่ำ รวมทั้งเลือกใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นมาต่อยอดทำเมนูอาหาร​ เพื่อช่วยลดคาร์บอนได้มากกว่าการขนส่งจากทางไกล หรือนำเข้าจากต่างประเทศ รวมไปถึงการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ไปจนถึงการจัดการขยะอาหารและบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค เป็นต้น พร้อมกิจกรรมหลากหลายเพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนได้ในชีวิตประจำวัน ฉายเทรนด์ Sustainable [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/hilight-of-sx-food-festival-2023-2/">ส่อง 10 ไฮไลท์ ​ SX Food Festival 2023 ฉายภาพเทรนด์อาหารยั่งยืน ผ่านธีมสตรีทฟู้ด อีกหนึ่ง Super Soft power ของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นำร่องเปิดเป็นโซนแรก ประเดิมงาน <strong>Sustainability Expo 2023 (SX2023)</strong> สำหรับเทศกาลอาหารเพื่อโลก <strong>SX Food Festival 2023</strong> ซึ่งในปีนี้มาในธีม T<strong>hai Street Food Museum : ไทยสตรีทฟู้ด ไทยสตรีทกู้ด ดีต่อไทย ดีต่อโลก</strong> เนรมิตพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความอร่อยที่ยั่งยืน พร้อมเพิ่มจำนวนร้านอีกกว่า 60% เป็นกว่า 160 ร้าน</p>
<p><span id="more-21349"></span></p>
<p>สำหรับธีมในปีนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็นเสน่ห์และคุณค่าของอาหารไทย โดยเฉพาะสตรีทฟู้ด​ที่โด่งดังไปทั่วโลก จึง​เป็นอีกหนึ่ง Super Soft Power ที่ทรงพลังและได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ช่วยดึงดูดให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาล   ​</p>
<p>นอกจากนี้ ยังช่วยฉายภาพความเชื่อมโยงมิติของอาหารเข้ากับเรื่องของความยั่งยืนได้ ทั้งจากในธุรกิจอาหาร รวมทั้งพฤติกรรมในการเลือกบริโภคก็สามารถสร้างความยั่งยืนให้โลกใบนี้ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ​การปรุงอาหารที่มีคาร์บอนต่ำ รวมทั้งเลือกใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นมาต่อยอดทำเมนูอาหาร​ เพื่อช่วยลดคาร์บอนได้มากกว่าการขนส่งจากทางไกล หรือนำเข้าจากต่างประเทศ รวมไปถึงการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ไปจนถึงการจัดการขยะอาหารและบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค เป็นต้น พร้อมกิจกรรมหลากหลายเพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนได้ในชีวิตประจำวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21362 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/04_คณะผู้บริหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ฉายเทรนด์ Sustainable Food  </strong></p>
<p><strong>คุณต้องใจ ธนะชานันท์</strong> ผู้อำนวยการคณะทำงาน SX 2023 กล่าวว่า ​SX Food Festival ถือเป็นหนึ่งในแม่เหล็กสำคัญของงาน SX2023 ที่ทุกคนที่มางานจะแวะเวียนเข้ามาในพื้นที่นี้ด้วย ซึ่งภายในงานจะเชื่อมโยงอีกหนึ่งมิติความยั่งยืนที่อยู่ใกล้ตัว และทุกคนสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกได้ เพียงแค่การกิน หรือเลือกเมนูอาหารที่ดี ก็สามารถช่วยกู้โลกได้อีกทางหนึ่ง โดย​ไฮไลท์สำคัญภายในงาน ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21363 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/15_SX-Food-Festival-2023.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>1. รวบร​​​วม <strong>ร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังแต่ละย่านมาไว้พื้นที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น​ ราชดำเนิน เฉลิมกรุง พระนคร หัวลำโพง บ้านสุริยาศัย ตลาดน้ำ เมืองเก่า และเยาวราช</strong> มาไว้ในพื้นที่เดีวยกัน พร้อมจำลองบรรยากาศเป็นสถานที่ และแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองสำคัญ โดยนำวัสดุเหลือใช้และวัสดุรักษ์โลกมาใช้เป็นวัสดุหลักในการตกแต่งพื้นที่​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21364 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/27.2_เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ-ธรรมพันธุ์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>2. รวบรวมเมนูอาหาร จาก <strong>20 เซเลบริตี้​เชฟ​ ทั้งจากไอรอนเชฟ ท็อปเชฟ และมาสเตอร์เชฟ มารังสรรค์เมนูที่สอดคล้องกับเทรนด์อาหารยั่งยืน</strong> ไม่ว่าจะเป็นอาหารโซเดียมต่ำ น้ำตาลต่ำ หรือใช้วัตถุดิบในกลุ่มฟืวเจอร์ฟู้ดที่ดีต่อโลก เช่น แพลนท์เบส หรือแมลง เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้เลือกชิมกันอย่างจุใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21365 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/StreetFood1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>3. การนำเสนอเทรนด์อาหารยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงของโลก ที่มีการเติบโตในแต่ละปีหลายเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็น <strong>อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Food) อาหารอินทรีย์ (Organic Food) อาหารทางการแพทย์ (Functional Food) อาหารอนาคต (Future Food)</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21366 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Function-Food.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>4. ส่ิงที่ผู้จัดงานต้องการ​ผลักดันเพิ่มเติมในปีนี้คือ<strong> การส่งเสริม Local Food</strong> หรือการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประกอบอาหารเพิ่มมากขึ้นในปีนี้ด้วย <strong>เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งมิติที่ช่วยลดการสร้างคาร์บอนได้</strong> เพียงแค่ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาประกอบอาหาร แทนการสั่งวัตถุดิบมาจากที่ไกลๆ หรือนำเข้าจากต่างประเทศ ที่สร้างคาร์บอนฟุตพรินท์มากกว่า รวมทั้งภูมิปัญญาการทำอาหารแบบพื้นฐาน เช่น ส้มตำ หรือยำต่างๆ ที่ไม่ต้องใช้ความร้อน ทำให้มีคาร์บอนต่ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21367 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/noname.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21368 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Somtum1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>5. สร้างความตระหนักในเรื่องของการจัดการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ผ่าน <strong>Food Waste Station ที่จัดสถานีคัดแยกขยะและทิ้งเศษอาหาร</strong> เพื่อนำบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่อาหารแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น กระดาษ พลาสติก ขวดPET กระป๋องอะลูมิเนียม แยกทิ้งตามประเภท ซึ่งจะมีการตั้งสถานี​กระจายไปทั่วพื้นที่การจัดงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21361 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/3-17.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>6. สำหรับ <strong>ขยะ​เศษอาหาร จะมีเครื่องรองรับอาหารที่รับประทานเหลือ รวมทั้งอาหารที่เหลือจากการขายในแต่ละวัน เพื่อนำไปย่อยกลายเป็นปุ๋ยภายใน 24 ชั่วโมง</strong> เพื่อให้คนภายในงานสามารถมารับไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ซึ่งได้ทำอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีก่อนหน้า เพื่อส่งเสริมทั้งการกินดี และทิ้งอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยลด Food Waste</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21379 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Foodwaste1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>7.<strong> กิจกรรมเรียนรู้เรื่องของพลังงานทดแทน จากคาเฟ่พลังงานสะอาด </strong>ที่อยู่บริเวณหน้างาน ซึ่งผู้ร่วมงานสามารถร่วม<strong>​ปั่นจักรยานเพื่อสร้างเป็นพลังงานนำไปใช้ภายในร้าน</strong> ซึ่งช่วย​สร้างทั้งการเรียนรู้เรื่องพลังงานสะอาดรวมทังเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เข้ามาร่วมชมงานมากยิ่งขึ้นด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21371 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/32.1_คาเฟ่พลังงานสะอาด.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>8. การจัดงานในปีนี้​ยัง ได้<strong>นำข้อเรียนรู้จากปีที่ผ่านมา เพื่อพัฒนางานในปีนี้ให้ดีขึ้น</strong> เช่น การบริหารจัดการเรื่องควัน หรือจำนวนที่นั่งเพื่อรองรับผู้เข้าชมงาน ให้สามารถรองรับได้ดียิ่งขึ้น <strong>รวมทั้งเชื่อมโยงให้มีภาพในเรื่องของความยั่งยืนซึ่งเป็นหัวใจหลักสำคัญในการจัดงานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น</strong> เพื่อสร้างความตระหนักไปสู่ผู้บริโภคว่า แค่การเลือกรับประทานอย่างถูกต้อง ทิ้งให้ถูกที่ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว และทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ ก็สามารถขับเคลื่อนในเรื่องของความยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21374 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/ambient2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>9. เนื่องจาก ผู้จัดการไม่ได้เก็บค่าใช้จ่าย​สำหรับร้านค้าที่​มาร่วมงาน แต่ <strong>ภายหลังจบงานทางร้านค้าจะร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของ​ SOS Thailand</strong> ซึ่งเป็นมูลนิธิที่มีภารกิจในการบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน เพื่อช่วยลดการเกิดขยะอาหาร ซึ่งทางผู้จัดงานจะนำเงินบริจาคทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21375 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Dessert2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>10. <strong> SX Food Festival 2023  ยังถือว่าเป็น Carbon Neutral Event </strong>เพราะภายหลังเสร็จสิ้นการจัด SX 2023 แล้ว จะมีการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งงาน และหากมีส่วนเกินทางพันธมิตรอย่างมิตรผล จะช่วยออฟเซ็ตจำนวนคาร์บอนเครดิตให้เพื่อให้ตลอดการจัดงานมีความเป็นกลางทางคาร์บอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21370 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Foodwaste4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการแสดงสุดพิเศษ จากกลุ่มชาวบ้าน 2499 วันละ 3 รอบเวลา 11.00 – 12.30 น., 15.00 – 16.30 น., และ 18.00 – 19.30 น. เฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ สัปดาห์แรก 29 ก.ย. 66 – 1 ต.ค. 66 และสัปดาห์ที่สอง 6 – 8 ต.ค. 66</p>
<p>มาร่วมสร้างสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีกว่า Good Balance, Better World พร้อมสัมผัสประสบการณ์และความอร่อยที่ยั่งยืน ผ่านเมนูอาหารกู้โลกสารพัด ที่ดีต่อคุณ ดีต่อไทย ดีต่อโลก กับเทศกาลอาหารเพื่อโลก SX FOOD FESTIVAL 2023 ภายใต้มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน SUSTAINABILITY EXPO 2023 (SX2023) ตั้งแต่ 29 กันยายน 2566 – 8 ตุลาคม 2566 (เวลา 10.00 – 20.00 น.) ณ ฮอลล์ 5 – 6 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ส่วนโซนนิทรรศการหลัก ชั้น G นั้น เริ่ม 2 ตุลาคม 2566 และเข้าชมงานฟรี !!!</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/hilight-of-sx-food-festival-2023-2/">ส่อง 10 ไฮไลท์ ​ SX Food Festival 2023 ฉายภาพเทรนด์อาหารยั่งยืน ผ่านธีมสตรีทฟู้ด อีกหนึ่ง Super Soft power ของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
