<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Solar Energy &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/solar-energy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 18 Nov 2025 12:03:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Solar Energy &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กัลฟ์ ยกระดับ &#8216;แบรนด์กาแฟชุมชน&#8217; ต่อยอดพัฒนา​อาชีพ​ชุมชนบนพื้นที่สูง​ ​​เรียนรู้ Best Practice &#8216;ดอยตุงโมเดล&#8217; ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/gulf-communities-doi-tung-coffee-training/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Nov 2025 12:03:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[Doi Tung Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[DoiTung]]></category>
		<category><![CDATA[Equality]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Cells]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Energy]]></category>
		<category><![CDATA[กัลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาบนพื้นที่สูง]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[​​ชุมชนดอยเวียง​]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนมอโก้โพคี ​]]></category>
		<category><![CDATA[ญาณิศา วัฒนคำนวณ]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุงโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38036</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลัง​ขับเคลื่อนโครงการ &#8216;Green Energy Green Network  for THAIs พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย&#8216; โดยมีเป้าหมายสำคัญในการ​มุ่งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาพลังสะอาด ให้สามารถเชื่อมโยงมาสู่การสร้างโอกาสให้ผู้คนในพื้นที่ห่างไกล  ท้ังเรื่องของการศึกษา ​สาธารณสุข โดยเฉพาะการต่อยอดสู่การพัฒนาอาชีพ เพื่อสามารถสร้างรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเอง ​และเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืนในอนาคต บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ กัลฟ์ (GULF) ในฐานะหนึ่งแกนนำสำคัญของโครงการ Green Energy Green Network for THAIs ที่ได้ลงพื้นที่เข้าไปติดตั้งแผงโซลาร์เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและโอกาสต่างๆ  ผ่านเครือข่ายพลังงานสะอาด ​โดยเฉพาะการยกระดับองค์ความรู้​การพัฒนาอาชีพ​ เพื่อเปลี่ยนวิถีชีวิตชาวไร่ในพื้นที่สูง จากที่ก่อนหน้านี้จะนิยม​ปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเลี้ยงชีพ มาสู่การส่งเสริมให้ปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างกาแฟ พร้อม​ยกระดับสู่การสร้าง &#8216;แบรนด์กาแฟชมุชน&#8217; และพัฒนาสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อส่งต่อองค์ความรู้​ไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ชุมชนมีรายได้เพิ่ม​ขึ้นเท่านั้น  แต่ขณะเดียวกันยังส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพของชาวไร่และคนในชุมชน รวมไปถึงคุณภาพของอากาศและสภาพแวดล้อมในพื้นที่ยัง​ดีขึ้นด้วย เพราะช่วยลดปัญหาการเผาแปลงหลัง​เก็บเกี่ยวผลผลิต ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าให้มากขึ้น เนื่องจากธรรมชาติของต้นกาแฟ ที่มักจะเติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาของต้นไม่ใหญ่ ล่าสุด เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างต่อเนื่อง GULF ​ได้พาชาวบ้านใน​​โครงการ Green Energy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/gulf-communities-doi-tung-coffee-training/">กัลฟ์ ยกระดับ &#8216;แบรนด์กาแฟชุมชน&#8217; ต่อยอดพัฒนา​อาชีพ​ชุมชนบนพื้นที่สูง​ ​​เรียนรู้ Best Practice &#8216;ดอยตุงโมเดล&#8217; ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลัง​ขับเคลื่อนโครงการ &#8216;<strong>Green Energy Green Network  for THAIs พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย</strong>&#8216; โดยมีเป้าหมายสำคัญในการ​มุ่งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-38036"></span></p>
<p>พร้อมนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาพลังสะอาด ให้สามารถเชื่อมโยงมาสู่การสร้างโอกาสให้ผู้คนในพื้นที่ห่างไกล  ท้ังเรื่องของการศึกษา ​สาธารณสุข โดยเฉพาะการต่อยอดสู่การพัฒนาอาชีพ เพื่อสามารถสร้างรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเอง ​และเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ชุมชนได้อย่างยั่งยืนในอนาคต</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38038 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/S__229941293.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>กัลฟ์ (GULF) </strong>ในฐานะหนึ่งแกนนำสำคัญของโครงการ <strong>Green Energy Green Network for THAIs </strong>ที่ได้ลงพื้นที่เข้าไปติดตั้งแผงโซลาร์เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและโอกาสต่างๆ  ผ่านเครือข่ายพลังงานสะอาด ​โดยเฉพาะการยกระดับองค์ความรู้​การพัฒนาอาชีพ​ เพื่อเปลี่ยนวิถีชีวิตชาวไร่ในพื้นที่สูง จากที่ก่อนหน้านี้จะนิยม​ปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเลี้ยงชีพ มาสู่การส่งเสริมให้ปลูกพืชเศรษฐกิจอย่างกาแฟ พร้อม​ยกระดับสู่การสร้าง <strong>&#8216;แบรนด์กาแฟชมุชน&#8217; </strong>และพัฒนาสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อส่งต่อองค์ความรู้​ไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ชุมชนมีรายได้เพิ่ม​ขึ้นเท่านั้น  แต่ขณะเดียวกันยังส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพของชาวไร่และคนในชุมชน รวมไปถึงคุณภาพของอากาศและสภาพแวดล้อมในพื้นที่ยัง​ดีขึ้นด้วย เพราะช่วยลดปัญหาการเผาแปลงหลัง​เก็บเกี่ยวผลผลิต ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าให้มากขึ้น เนื่องจากธรรมชาติของต้นกาแฟ ที่มักจะเติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาของต้นไม่ใหญ่</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38039 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/S__229941300.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ล่าสุด เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างต่อเนื่อง GULF ​ได้พาชาวบ้านใน​​โครงการ Green Energy Green Network  for THAIs จาก​ <strong>ชุมชนดอยมอโก้โพคี อ.ท่าสองยาง จ.ตาก</strong> และ <strong>ชุมชนดอยเวียง อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่</strong> เข้าร่วมการอบรมและศึกษาดูงานด้านการผลิตกาแฟในทุกกระบวนการอย่างครบวงจร ณ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นผู้ผลิต <strong>&#8216;แบรนด์กาแฟดอยตุง&#8217;</strong> ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้ชุนชนชาวเขา แต่ปัจจุบันกลายเป็นแบรนด์กาแฟที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงในระดับประเทศ พร้อมทั้งต่อยอดการเติบโตของ​ธุรกิจได้อย่างแข็งแรงและต่อเนื่อง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38045 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/S__229941301.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ การเรียนรู้จากต้นแบบที่ดีอย่างแบรนด์กาแฟดอยตุง ​ทำให้กลุ่มชุมชนได้​ Best Practice ที่ดี เพื่อนำไปปรับใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง ผ่านองค์ความรู้ต่างๆ ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์เพื่อเพาะกล้า การจัดการแปลงกาแฟอย่างเหมาะสม การบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิต รวมถึงการฝึกชิมกาแฟเพื่อประเมินคุณภาพและรสชาติ ซึ่งเป็นองค์ความรู้สำคัญที่จะช่วยให้ชุมชนสามารถพัฒนากาแฟของตนเองให้มีมาตรฐานสูงขึ้น และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น สำหรับ​การต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต รวมทั้ง​สามารถส่งเสริมให้แบรนด์กาแฟชุมชนเติบโตและสามารถขยายตลาดได้ในวงกว้างเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38041 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/S__229941312.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณญาณิศา วัฒนคำนวณ </strong>ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม GULF กล่าวว่า ​จากการลงพื้นที่เพื่อเข้าไปติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้​ทั้ง​​ชุมชนดอยเวียง และชุมชนมอโก้โพคี ​ทำให้​พบว่าทั้ง 2 ชุมชน มีการปลูกกาแฟอยู่แล้ว แต่ยังขาดโรงสีกาแฟที่มีประสิทธิภาพเนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้า ซึ่งหลังจากการเข้าไปติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ ทำให้สามารถพัฒนากระบวนการ​ในการสีกาแฟได้มากขึ้น แต่ยังต้องการต่อยอดการพัฒนาคุณภาพของกาแฟให้ดีเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>จึงนำมาสู่การต่อยอดโครงการเพื่อนำทั้ง 2 ชุมชนมาเรียนรู้กระบวนการผลิตกาแฟจากโครงการพัฒนาดอยตุง เพื่อเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มเติมองค์ความรู้และสามารถนำไปพัฒนาแปลงปลูกของตัวเอง เพื่อนำมาซึ่งการยกระดับคุณภาพของแบรนด์กาแฟชุมชนให้ดีขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มการยอมรับและสามารถขยายตลาดได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งช่วยให้ชุมชนมีรายได้ที่ดีจากการปลูกกาแฟ​และเพิ่มความมั่นคงในอนาคต​ได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38043 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/S__229941308.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้านตัวแทนจากชุมชนอย่าง <strong>คุณนาตยา จิรสกุลงาม </strong>ตัวแทนชาวบ้านดอยเวียง จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงการมาดูงานครั้งนี้​ว่า ​ได้เรียนรู้หลายเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน เช่น กระบวนการทำกาแฟให้มีคุณภาพ การดูแลแปลงกาแฟให้เหมาะสมกับพื้นที่ การตัดแต่งกิ่งต้นกาแฟ โดยความรู้ที่ได้รับจากการเรียนในครั้งนี้ เป็นประโยชน์อย่างมาก สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในพื้นที่ เพื่อให้การปลูกกาแฟที่ดอยเวียงได้ผลผลิตที่คุณภาพดีขึ้น และช่วยให้สร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38046 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/S__229941307.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณ​ชาญชัย ทรัพย์ประมาณ </strong>ตัวแทนชาวบ้านจากดอยมอโก้โพคี จ.ตาก กล่าวเพิ่มเติมว่า ​ได้รับความรู้ใหม่ๆ​ จากการอบรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทราบมาก่อน ​และตั้งใจ​​นำความรู้ที่ได้กลับไปถ่ายทอดให้คนในชุมชนที่ไม่สามารถมาร่วมอบรมได้ เพื่อให้เกิดการต่อยอดและพัฒนากระบวนการผลิตกาแฟที่มีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้ชุมชนเป็นที่รู้จักและสามารถพัฒนาได้​​เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38042 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/S__229941311.jpg" alt="" width="1200" height="764" /></p>
<p>กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็น​​การตอกย้ำเป้าหมายสำคัญของ​โครงการ &#8216;<strong>Green Energy Green Network  for THAIs พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย</strong>&#8216; ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งการขับเคลื่อนพันธกิจด้านความยั่งยืนของ GULF ที่​มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในพื้นที่ห่างไกล และสร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ผ่านการขยายเครือข่ายพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้และการสนับสนุนอาชีพที่เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ ​​ตามกรอบ ESG ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้ทั้งการยกระดับเศรษฐกิจใน​ชุมชน คุณภาพชีวิต​​และสิ่งแวดล้อมที่ดี  รวมทั้งการเดินหน้าทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนให้กับสังคมไทยต่อไปเพื่อสร้างการพัฒนาให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38040 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/S__229941302.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/gulf-communities-doi-tung-coffee-training/">กัลฟ์ ยกระดับ &#8216;แบรนด์กาแฟชุมชน&#8217; ต่อยอดพัฒนา​อาชีพ​ชุมชนบนพื้นที่สูง​ ​​เรียนรู้ Best Practice &#8216;ดอยตุงโมเดล&#8217; ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCGเปิดแนวทางธุรกิจ ESG ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนขับเคลื่อนองค์กร บนวิถีความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/05/scg-policy-to-environmental-social-governance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 May 2021 06:58:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจแพคเกจจิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจีลงทุนในธุรกิจESG]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9276</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการแถลงผลประกอบการของเอสซีจีไตรมาส 1 ประจำปี 2564 ไม่เพียงแค่เป็นการประกาศตัวเลขรายได้ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้นำองค์กร &#8220;รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส&#8221; กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ยังพูดถึงทิศทางและแผนการดำเนินงานของเอสซีจีที่มีเป้าหมายชัดเจนในการก้าวสู่องค์กรต้นแบบธุรกิจ ESG (Environmental, Social and Governance) โดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่ช่วยขับเคลื่อน เพื่อผลักดันให้เอสซีจีเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะที่สถานการณ์ของประเทศไทยและทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ผู้นำองค์กรเอสซีจีมองว่า ณ จุดนี้ ต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับการเตรียมความพร้อมและสร้างโอกาสเพื่อการเติบโตในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ในแบบฉบับของเอสซีจี คือ การใส่ใจสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการดูแลสังคม อย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งเอสซีจีดำเนินการอยู่แล้วภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ พร้อมโซลูชันครบวงจร ทั้งด้าน Circular Economy, Medical &#38; Healthcare และยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) ที่กำลังเติบโตสูง ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/05/scg-policy-to-environmental-social-governance/">SCGเปิดแนวทางธุรกิจ ESG ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนขับเคลื่อนองค์กร บนวิถีความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">จากการแถลงผลประกอบการของเอสซีจีไตรมาส 1 ประจำปี 2564 ไม่เพียงแค่เป็นการประกาศตัวเลขรายได้ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้นำองค์กร &#8220;รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส&#8221; กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ยังพูดถึงทิศทางและแผนการดำเนินงานของเอสซีจีที่มีเป้าหมายชัดเจนในการก้าวสู่องค์กรต้นแบบธุรกิจ ESG (Environmental, Social and Governance) โดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่ช่วยขับเคลื่อน เพื่อผลักดันให้เอสซีจีเติบโตอย่างยั่งยืน</span></h4>
<p><span id="more-9276"></span></p>
<p><span style="color: #000000;">ขณะที่สถานการณ์ของประเทศไทยและทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ผู้นำองค์กรเอสซีจีมองว่า ณ จุดนี้ ต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับการเตรียมความพร้อม</span>และสร้างโอกาสเพื่อการเติบโตในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ในแบบฉบับของเอสซีจี คือ การใส่ใจสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการดูแลสังคม อย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งเอสซีจีดำเนินการอยู่แล้วภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ พร้อมโซลูชันครบวงจร ทั้งด้าน Circular Economy, Medical &amp; Healthcare และยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) ที่กำลังเติบโตสูง ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<figure id="attachment_9278" aria-describedby="caption-attachment-9278" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9278 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/SCG-2.jpg" alt="" width="800" height="542" /><figcaption id="caption-attachment-9278" class="wp-caption-text">Chemical Business_Sirplaste</figcaption></figure>
<p>ตัวอย่างการขยายการลงทุนตามแนวทาง ESG ที่เห็นชัดเจน คือ การลงนามในสัญญาซื้อหุ้นบริษัทซีพลาสต์ (Sirplaste) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจและผู้นำด้านพลาสติกรีไซเคิลในประเทศโปรตุเกส การลงทุนครั้งนี้ เอสซีจีและซีพลาสต์จะประสานการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมไปถึงการขยายตลาดในยุโรปและอาเซียน ซึ่งเอสซีจีมองว่ายังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก เนื่องจากความยั่งยืนเรื่องพลาสติกและการรีไซเคิลเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังมุ่งไป</p>
<p>ขณะที่ ธุรกิจเคมิคอลส์ ที่มุ่งสู่การเป็น “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” นอกจากจะเน้นการขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น (HVA) ยังเร่งการเข้าสู่ธุรกิจที่ตลาดมีการเติบโตสูง เช่น การประสานความร่วมมือกับซีพลาสต์ การขยายกำลังการผลิตของโรงงาน MOC Debottleneck ซึ่งธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และ DOW ได้ร่วมมือกันดำเนินโครงการ และก่อสร้างแล้วเสร็จเร็วกว่าแผน ได้เริ่มทดลองดำเนินการผลิตแล้ว คาดว่าจะผลิตได้เต็มกำลังภายในเดือนพฤษภาคม 2564 นี้ จะทำให้มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์เพิ่มขึ้น 350,000 ตันต่อปีด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้กระบวนการผลิตมีต้นทุนการลงทุนที่ต่ำลง ประหยัดพลังงาน รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Process) ด้วย</p>
<figure id="attachment_9280" aria-describedby="caption-attachment-9280" style="width: 608px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9280" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/SCG-3.jpg" alt="" width="608" height="341" /><figcaption id="caption-attachment-9280" class="wp-caption-text">นวัตกรรม Floating Solar_SCG</figcaption></figure>
<p>ส่วนธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เน้นการนำเสนอสินค้า บริการ และโซลูชันครบวงจร ตอบโจทย์การก่อสร้างและการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน อาทิ โซลูชัน Green Construction ของ CPAC ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ</p>
<p>ด้าน ธุรกิจแพคเกจจิ้ง ก็ยังคงมุ่งพัฒนานวัตกรรมโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ล่าสุดได้พัฒนา OptiBreath® บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยคงความสดของผักผลไม้ให้นานขึ้น ลดการเน่าเสียและข้อจำกัดทางการขนส่ง และ Odor LockTM บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยเก็บกลิ่นอาหาร เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภคในฤดูกาลผลไม้นี้<br />
หากลงลึกไปในรายละเอียด ปัจจุบัน เอสซีจีมีสินค้าในกลุ่ม SCG Green Choice ที่ลดการใช้พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนยืดอายุการใช้งานของสินค้าให้ยาวขึ้น รวม 103 รายการ มีเป้าหมายจะขยายเพิ่มเป็น 135 รายการภายในปีนี้ โดยรายได้ของสินค้ากลุ่มนี้ อยู่ที่ 45,635 ล้านบาท คิดเป็น 37% ของรายได้จากการขายรวม</p>
<p>ส่วนความพยายามการลดใช้พลังงาน เอสซีจีได้เพิ่มการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) สำหรับกระบวนการผลิต โดยในปี 2563 มีสัดส่วนการใช้เท่ากับ 88,125 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และในช่วงสองเดือนแรกของปี 2564 เท่ากับ 14,769 เมกะวัตต์–ชั่วโมง เช่นเดียวกับพลังงานทางเลือก (Alternative Fuel) ที่มีสัดส่วนการใช้เพิ่มขึ้น เพื่อให้บรรลุนโยบายลดสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (Zero Coal Initiative) โดยในปี 2563 มีสัดส่วนการใช้เท่ากับร้อยละ 14.3 ในขณะที่ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2564 มีสัดส่วนการใช้เท่ากับร้อยละ 16.0</p>
<figure id="attachment_9279" aria-describedby="caption-attachment-9279" style="width: 578px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-9279" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/SCG-4.jpg" alt="" width="578" height="385" /><figcaption id="caption-attachment-9279" class="wp-caption-text">เตียงสนามกระดาษของ SCGP</figcaption></figure>
<p>หลัก Circular Economy ยังถูกนำมาใช้ในการคิดค้นนวัตกรรมช่วยเหลือสังคม โดยล่าสุด เอสซีจีและเอสซีจีพี ได้ริเริ่มโครงการ “รวมใจสู้โควิด เปลี่ยนกระดาษเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี” เชิญชวนผู้บริโภคที่รักสิ่งแวดล้อมให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด 19 และสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในระยะเร่งด่วน ด้วยการบริจาคกล่องกระดาษเหลือใช้ ณ จุดรับกระดาษขององค์กรที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 62 แห่ง และเอสซีจีพีจะรวบรวมกลับมายังโรงงาน เพื่อรีไซเคิลและผลิตเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี เรียกได้ว่า เป็นการพัฒนาเตียงสนามกระดาษที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% รองรับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม ขนย้ายสะดวกและประกอบได้ง่าย โดยได้ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศไปแล้วจำนวน 26,600 ชุด</p>
<p>จากการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG และการผลักดันเรื่อง Circular Economy ที่เอสซีจีใช้เป็นกลยุทธ์สำคัญขับเคลื่อนองค์กร ส่งผลให้สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 เอสซีจีจึงให้ความสำคัญกับการนำแนวทาง ESG มาผสานให้เป็นเนื้อเดียวกับกลยุทธ์ของแต่ละธุรกิจ (ESG Integration) ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันองค์กรให้เดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง พร้อม ๆ กับการดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/05/scg-policy-to-environmental-social-governance/">SCGเปิดแนวทางธุรกิจ ESG ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนขับเคลื่อนองค์กร บนวิถีความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
