<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Sponge City &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/sponge-city/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 25 Jul 2026 16:03:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Sponge City &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>TEI หนุนโมเดล Sponge City รับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ชี้ทางรอดไทย! ต้องแก้ที่ &#8216;โครงสร้างผังเมือง&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/sponge-city-climate-adaptation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Jul 2026 16:03:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[EIA]]></category>
		<category><![CDATA[Green Water Retention]]></category>
		<category><![CDATA[Sponge City]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ผังเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่หน่วงน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตสภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองฟองน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43246</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อม และองค์กรที่มีบทบาทเป็นคลังสมอง (Think Tank) ระดับแนวหน้าของประเทศ เสนอแนวทางการยกระดับกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่สู่การเป็น &#8220;เมืองฟองน้ำ&#8221; รับมือกับวิกฤตฝนตกชุกสะสมเฉียบพลันในยุคโลกเดือด ชี้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในปัจจุบันจำเป็นต้อง “ปรับ-เปลี่ยน” โครงสร้างผังเมืองและการตั้งถิ่นฐานแทนการตั้งรับระยะสั้น โดยเสนอภาครัฐบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อน NAP พร้อมปรับปรุงเกณฑ์ EIA บังคับใช้พื้นที่หน่วงน้ำสีเขียวในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ลดความเสี่ยงวิกฤตอัมพาตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เปิดเผยว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ก้าวเข้าสู่ยุคโลกเดือด ส่งผลให้รูปแบบของภัยพิบัติมีความรุนแรงและผันผวนสูง โดยเฉพาะปรากฏการณ์ฝนตกหนักเฉียบพลันในปริมาณมหาศาล ซึ่งระบบระบายน้ำทางวิศวกรรมแบบเดิมไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป สังคมจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกรอบความคิดจากการมองปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเพียงเรื่องขยะอุดท่อหรือน้ำรอระบายรายวัน ไปสู่การวิเคราะห์เชิงโครงสร้างในระยะยาว “ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีแผนแม่บทบูรณาการเรื่องทรัพยากรน้ำที่ปรับตัวได้ทันต่อยุคโลกเดือด แผนแนวทางแบบเก่าที่มีอยู่นั้นรับไม่ทัน และไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ส่งผลให้ผลกระทบต่อภาคเมืองและเกษตรกรรม จะยิ่งทวีความรุนแรงและมีมูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว” ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับข้อมูลภูมิสารสนเทศจากระบบ Disaster Platform ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) ที่แสดงภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่น้ำท่วมขังสะสมในฤดูมรสุมที่ผ่านมา ซึ่งแผ่ขยายวงกว้างกว่า 1.2 ถึง 2.4 ล้านไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่มีระดับน้ำแช่ขังลึกมากกว่า 1 เมตร ยาวนานจนดินอิ่มน้ำเกินขีดจำกัด สะท้อนให้เห็นว่าหากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างผังเมือง เพิ่มระบบการระบายน้ำ การชะลอน้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/sponge-city-climate-adaptation/">TEI หนุนโมเดล Sponge City รับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ชี้ทางรอดไทย! ต้องแก้ที่ &#8216;โครงสร้างผังเมือง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) <strong>ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อม และองค์กรที่มีบทบาทเป็นคลังสมอง (</strong><strong>Think Tank) </strong><strong>ระดับแนวหน้าของประเทศ</strong> เสนอแนวทางการยกระดับกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่สู่การเป็น &#8220;<strong>เมืองฟองน้ำ</strong>&#8221; รับมือกับวิกฤตฝนตกชุกสะสมเฉียบพลันในยุคโลกเดือด</p>
<p><span id="more-43246"></span></p>
<p>ชี้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในปัจจุบันจำเป็นต้อง “ปรับ-เปลี่ยน” โครงสร้างผังเมืองและการตั้งถิ่นฐานแทนการตั้งรับระยะสั้น โดยเสนอภาครัฐบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อน NAP พร้อมปรับปรุงเกณฑ์ EIA บังคับใช้พื้นที่หน่วงน้ำสีเขียวในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ลดความเสี่ยงวิกฤตอัมพาตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (</strong><strong>TEI) </strong>เปิดเผยว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ก้าวเข้าสู่ยุคโลกเดือด ส่งผลให้รูปแบบของภัยพิบัติมีความรุนแรงและผันผวนสูง โดยเฉพาะปรากฏการณ์ฝนตกหนักเฉียบพลันในปริมาณมหาศาล ซึ่งระบบระบายน้ำทางวิศวกรรมแบบเดิมไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป สังคมจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกรอบความคิดจากการมองปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเพียงเรื่องขยะอุดท่อหรือน้ำรอระบายรายวัน ไปสู่การวิเคราะห์เชิงโครงสร้างในระยะยาว</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43355 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/ภาพประกอบข่าว-6.jpg" alt="" width="1200" height="821" /></p>
<p><em>“ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีแผนแม่บทบูรณาการเรื่องทรัพยากรน้ำที่ปรับตัวได้ทันต่อยุคโลกเดือด แผนแนวทางแบบเก่าที่มีอยู่นั้นรับไม่ทัน และไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ส่งผลให้ผลกระทบต่อภาคเมืองและเกษตรกรรม จะยิ่งทวีความรุนแรงและมีมูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว”</em></p>
<p>ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับข้อมูลภูมิสารสนเทศจากระบบ Disaster Platform ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) ที่แสดงภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่น้ำท่วมขังสะสมในฤดูมรสุมที่ผ่านมา ซึ่งแผ่ขยายวงกว้างกว่า 1.2 ถึง 2.4 ล้านไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่มีระดับน้ำแช่ขังลึกมากกว่า 1 เมตร ยาวนานจนดินอิ่มน้ำเกินขีดจำกัด สะท้อนให้เห็นว่าหากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างผังเมือง เพิ่มระบบการระบายน้ำ การชะลอน้ำ เมืองใหญ่จะเผชิญความเสี่ยงต่อวิกฤตอัมพาตทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43358 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/ภาพประกอบข่าว-1-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>TEI ได้นำเสนอทางออกเชิงรุกที่สอดคล้องกับแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) สาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมขยายความถึงแนวคิด <strong>เมืองฟองน้ำ</strong> (Sponge City) ว่า หัวใจสำคัญคือการมีพื้นที่สีเขียวที่ทำหน้าที่รองรับและซับน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้ จากการศึกษาของ TEI มีข้อสังเกตที่น่ากังวลว่า ปัจจุบันเมืองใหญ่ของไทยยังขาดแคลนพื้นที่ดังกล่าว โดยมีสัดส่วนที่น้อยมากและไม่เพียงพอต่อการซับมวลน้ำมหาศาล</p>
<p>TEI จึงเน้นย้ำถึงแนวทางการร่วมมือกับชุมชนต้นแบบในการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System: EWS) และการบริหารจัดการพื้นที่หน่วงน้ำสีเขียว (Green Water Retention) ในระดับท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐในการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อบังคับใช้มาตรการเพิ่มพื้นที่หน่วงน้ำสีเขียวในโครงการสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนให้อาคารและสิ่งปลูกสร้างยุคใหม่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ซับน้ำฝนและหน่วงน้ำให้กับเมืองในยามวิกฤต</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43356 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/ภาพประกอบข่าว-3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ แนวคิด Sponge City ประสบความสำเร็จและมีการบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรมในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่เปลี่ยนพื้นที่ชุ่มน้ำเลียบแม่น้ำแยงซีให้เป็นสวนสาธารณะซับน้ำขนาดใหญ่ โครงการ ABC Waters ของประเทศสิงคโปร์ ที่ปรับเปลี่ยนคลองคอนกรีตให้เป็นแม่น้ำธรรมชาติคดเคี้ยวเพื่อหน่วงน้ำในสวนสาธารณะบิชาน-อังโมเกียว (Bishan-Ang Mo Kio Park)</p>
<p>สำหรับประเทศไทย TEI ประเมินว่ามีความพร้อมและโอกาสสูงในการนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้จริง โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณลงทุนมหาศาลจากศูนย์ แต่สามารถขับเคลื่อนได้ทันทีผ่านการปรับปรุงกฎหมายผังเมือง กำหนดพื้นที่ Buffer Zone (แนวกันชน) การยกระดับเกณฑ์ EIA เพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน และการปรับปรุงฟังก์ชันของสวนสาธารณะเดิมในเขตเมืองให้ทำหน้าที่เป็นฟองน้ำซับน้ำตามธรรมชาติ</p>
<p>&#8220;การรื้อระบบเชิงโครงสร้างและแผนแม่บททรัพยากรน้ำของประเทศให้เท่าทันโลกเดือด เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเงื่อนเวลา หากเราเริ่มต้นลงมือทำตั้งแต่วันนี้ อย่างน้อยต้องใช้เวลา 10 ปีจึงจะประสบความสำเร็จและเห็นผลเป็นรูปธรรม แต่ถ้าหากเราเลือกที่จะไม่เริ่มต้นนับหนึ่งเลยตั้งแต่วันนี้ ความมั่นคง ความยั่งยืน ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินด้านต่างๆ ของประชากรไทย ก็จะยิ่งถูกทิ้งห่างไกลออกไปและยากเกินกว่าจะกลับมาควบคุมได้ เช่น การเพิ่มช่องระบายน้ำในถนนสายหลักต่างๆ ที่กีดขวางลำน้ำ&#8221; <strong>ดร.วิจารย์ </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43353 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Photo-post-เมืองฟองน้ำ-2.jpg" alt="" width="640" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ดี ในยุคที่โลกเดือดแปรเปลี่ยนวิถีชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในบทบาท Think Tank และหน่วยงานพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นขับเคลื่อนและสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อส่งมอบ <strong>‘แนวคิดการปรับตัว’</strong> (Climate Adaptation) ให้แก่สังคมไทย พร้อมร่วมเปลี่ยนผ่านทุกภาคส่วนไปสู่การเติบโตที่สมดุลและยั่งยืน เพราะในวันนี้ การปรับตัว ‘ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด’ ร่วมติดตามสถานการณ์สิ่งแวดล้อม และความเคลื่อนไหวของ TEI ได้ที่ เฟซบุ๊กเพจ <a href="https://www.google.com/search?q=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Ftei.or.th%2F" target="_blank" rel="noopener">www.facebook.com/tei.or.th/</a> และเว็บไซต์ <a href="https://www.tei.or.th/" target="_blank" rel="noopener">https://www.tei.or.th/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/sponge-city-climate-adaptation/">TEI หนุนโมเดล Sponge City รับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ชี้ทางรอดไทย! ต้องแก้ที่ &#8216;โครงสร้างผังเมือง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
